พระปางสะดุ้งมาร

ในห้อง 'กระทู้เก่า' ตั้งกระทู้โดย palama, 8 กรกฎาคม 2005.

  1. palama

    palama สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +3
    ใครรู้ช่วยด้วยนะ คือมีคนบอกให้เราหา พระปางสะดุ้งมาร มาใส่บาตร
    แต่เราไม่รู้ว่าเป็นอย่างไง ให้รู้ช่วบอกหน่อย หาใช้ได้ที่ไหน ถ้ามีรูป
    ให้ดูว่าลักษณะเป็นอย่างไร จะขอบคุณมาก ๆ
     
  2. Mr.Nobody

    Mr.Nobody Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 เมษายน 2005
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +32
    พระพุทธเจ้าไม่เคยสะดุ้งมาร

    สวัสดีครับคุณ palama

    ก่อนอื่นผมต้องขอแก้ไขชื่อเรียกเสียหน่อย หลายๆคนอาจเรียกว่า พระปางสะดุ้งมาร แต่ผมอยากบอกว่า ต้องเรียกว่า "พระปางมารสะดุ้ง" มากกว่า ผมขอยืนยันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่เคยสะดุ้งมาร มีแต่มารนั่นแหละที่จะสะดุ้งในบารมีทั้ง ๓๐ ทัศ อันเต็มเปี่ยม แล้วผมจะบอกว่า เหตุใดจึงต้องเรียกว่า "พระปางมารสะดุ้ง"

    พระพุทธรูปปางที่คุณ palama กล่าวถึงนั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "พระปางมารวิชัย" ถ้าผมจำไม่ผิด แปลว่า "มีชัยชนะเหนือมาร" ซึ่งพระพุทธรูปปางนี้ มาจากพุทธประวัติตอนหนึ่งดังนี้

    [​IMG]

    ภาพที่ ๒๕
    ทรงลาดหญ้าประทับเป็นโพธิบัลลังก์
    ตกเย็นพระยามารก็กรีฑาพลมาขับไล่

    เหตุการณ์ที่เกิดกับพระมหาบุรุษตอนนี้เรียกว่า "มารผจญ" ซึ่งเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนหก ก่อนตรัสรู้ไม่กี่ชั่วโมง พระอาทิตย์กำลังอัสดงลงลับทิวไม้ สัตว์สี่เท้าที่กำลังจะใช้งาทิ่มแทงพระมหาบุรุษนั้นมีชื่อว่า
    "นาราคีรีเมล์" เป็นช้างทรงของพระยาวัสสวดีมาร ซึ่งเป็นจอมทัพ
    สตรีที่กำลังบีบมวยผมนั้น คือ นางพระธรณี มีชื่อจริงว่า " สุนธรีวนิดา"
    พระยามารตนนี้เคยผจญพระมหาบุรุษมาครั้งหนึ่งแล้ว คือ เมื่อ คราวเสด็จออกจากเมือง แต่คราวนี้เป็นการผจญชิงชัยกับพระมหาบุรุษยิ่งใหญ่กว่าทุกคราว กำลังพลที่พระยามารยกมาครั้งนี้มืดฟ้ามัวดิน มาทั้งบนบก มาทั้งบนเวหา และใต้บาดาล ขนาดเทพเจ้าที่มาเฝ้ารักษาพระมหาบุรุษ ต่างเผ่นหนีกลับวิมานกันหมด เพราะเกรงกลัวมาร
    ปฐมสมโพธิพรรณนาพลมารตอนนี้ไว้ว่า " ....บางจำพวกก็หน้าแดงกายเขียว บางจำพวกก็หน้าเขียวกายแดง ลางเหล่าจำแลงกายขาวหน้าเหลือง..บางหมู่กายลายพร้อยหน้าดำ...ลางพวกกายท่อนล่างเป็นนาค กายท่อนต่ำหลากเป็นมนุษย์ "ส่วนตัวพระยามารเนรมิตพาหา คือ แขนซ้ายและขวาข้างละหนึ่งพันแขน แต่ละแขนถืออาวุธต่าง ๆ เช่น ดาบ หอก ธนู ศร โตมร (หอกซัด) จักรสังข์ อังกุส (ของ้าวเหล็ก) คทา ก้อนศิลา หลาว เหล็ก ครกเหล็ก
    ขวานถาก ขวานผ่า ตรีศูล(หลาวสามง่าม) ฯลฯ
    เหตุที่พระยามารมาผจญพระมหาบุรุษทุกครั้ง เพราะพระยามารมีนิสัยไม่อยากเห็นใครดีเกินหน้าตน เมื่อพระมหาบุรุษจะทรงพยายามเพื่อเป็นคนดีที่สุดในโลก จึงขัดขวางไว้ แต่ก็พ่ายแพ้พระมหาบุรุษทุกครั้ง ครั้งนี้เมื่อเริ่มยกแรกก็แพ้ แพ้แล้วก็ใช้เล่ห์ คือ กล่าวตู่พระมหาบุรุษว่า มายึดเอาโพธิบัลลังก์ คือตรงที่พระมหาบุรุษประทับนั่ง ซึ่งพระยามารตู่เป็นที่ของตน พระยามารอ้างพยานบุคคลคือพวกพ้องของตน ฝ่ายพระมหาบุรุษทรงมองหาใครเป็นพยานไม่ได้ เทพเจ้าเล่าก็เปิดหนีกันหมด จึงทรงเหยียดพระหัตถ์ขวาออกจากชายจีวร แล้วทรงชี้พระดัชนีลงยังพื้นพระธรณี พระนางธรณีจึงผุดขึ้นตอนนี้เพื่อเป็นพยาน
    ความที่บรรยายมาทั้งหมดนี้เป็นปุคคลาธิษฐาน จะถอดความให้เห็นเป็นธรรมาธิษฐานในคำบรรยายที่ ๒๖

    [​IMG]
    ภาพที่ ๒๖
    แม่พระธรณีบิดพระเกศา เกิดเป็นสมุทรธารา
    พระยามารก็พ่ายแพ้แก่พระบารมี
    สถานที่ที่พระมหาบุรุษประทับนั่งเพื่อทรงบำเพ็ญเพียรทางใจ แสวงหาทางตรัสรู้ ซึ่งอยู่ที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น เรียกว่า "โพธิบังลังก์ " พระยามารกล่าวตู่ว่าเป็นสมบัติของตน ส่วนพระมหาบุรุษทรงกล่าวแก้ว่า บังเกิดขึ้นด้วยผลแห่งบุญบารมีที่พระองค์ทรงบำเพ็ญมาแต่ชาติปางก่อน แล้วทรงอ้างพระนางธรณีเป็นพยาน
    ปฐมสมโพธิว่า "พระธรณีก็มิอาจดำรงกายอยู่ได้... ก็อุบัติบันดาลเป็นรูปนารี ผุดขึ้นจากพื้นปฐพี..."
    แล้วกล่าวเป็นพยานพระมหาบุรุษ พร้อมกับบีบน้ำออกจากมวยผม น้ำนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า "ทักษิโณทก" อันได้แก่ น้ำที่พระมหาบุรุษทรงกรวดทุกครั้งที่ทรงบำเพ็ญบุญบารมีแต่ชาติปางก่อน เป็นลำดับมา ซึ่งแม่พระธรณีเก็บไว้ที่มวยผม เมื่อนางบีบก็หลั่งไหลออกมา
    ปฐมสมโพธิว่า "เป็นท่อธารมหามหรรณพ นองท่วมไปในประเทศทั้งปวง ประดุจห้วงมหาสาครสมุทร... หมู่มารเสนาทั้งหลายมิอาจดำรงกายอยู่ได้ ก็ลอยไปตามกระแสน้ำ ปลาสนาการไปสิ้น ส่วนคีรีเมขลชินทร ที่นั่งทรงองค์พระยาวัสสวัสดี ก็มีบาทาอันพลาด มิอาจตั้งกายตรงอยู่ได้ ก็ลอยตามชลธารไปตราบเท่าถึงมหาสาคร... พระยามารก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด "
    ทีนี้จะถอดความเป็นธรรมาธิษฐาน กล่าวคือ มารนั้นคือกิเลสในใจคน เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสติปัญญา ที่เป็นเครื่องรับรู้บาปบุญคุณโทษ กิเลสยินดีในการทำชั่วของคน เห็นใครทำดีจึงขัดขวาง พระมหาบุรุษก่อนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น ในพระทัยยังมีกิเลสอยู่ แต่เป็นกิเลสที่กำลังจะหลุดจากขั้วพระทัย กิเลสนี้คือความห่วงใย คิดถึงความหลัง คิดถึงความสุขในราชสมบัติและบ้านเมือง แต่ก็ทรงชนะกิเลสนี้ได้ด้วยบารมีที่ทรงบำเพ็ญมา
    บารมีนั้นคือความดี พระมหาบุรุษท่านทรงรำพึงว่า ชีวิต ดวงหทัย นัยน์เนตร ที่ท่านทรงบริจาคให้เป็นกุศลผลทานมาก่อนนั้น ถ้าจะเก็บรวมไว้ ก็จะมากกว่าผลาผลไม้ในป่า มากกว่าดวงดาราในท้องฟ้า ความดีที่ทำไว้นั้นไม่หนีไปไหน ถึงใครไม่เห็น ฟ้าดินก็เห็น ดินคือแม่พระธรณี
    รูปและขัอความจาก http://www.lekpluto.com/index02/historybuddha.html
    ที่มาของพระพุทธรูป "ปางมารวิชัย" หรือ "ปางมารสะดุ้ง" ก็มีดังนี้​
    ส่วนรูปพระพุทธรูปปางมารวิชัยนั้นในเวบพลังจิตนี่ก็มีลองเข้าไปดูใน photo gallery นะครับ ผมจะขออาราธนารูป สมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง มาให้คุณดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งท่านก็เป็นปางมารวิชัยเช่นกัน​
    [​IMG]
    แถมท้ายอีกนิด หากจะสร้างพระพุทธรูปถวาย หรือ ซื้อพระพุทธรูปถวาย ควรจะนำไปถวายที่วัดเลยจะดีกว่า หากใส่ลงไปในบาตรจะเป็นภาระแก่พระภิกษุท่าน ของที่จะใส่บาตรควรเป็นภัตตาหารเท่านั้น​
    อนุโทนาบุญกับคุณ palama ในการตั้งใจทำบุญในครั้งนี้​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2005
  3. ืีnumq

    ืีnumq เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    392
    ค่าพลัง:
    +342
  4. คนเก่า

    คนเก่า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    1,361
    ค่าพลัง:
    +15,045
    คำว่าปางสะดุ้งมารมีที่มาจากครั้งเสด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตรวจพิพิธภัณฑ์ ทรงเห็นพระพุทธรูปมารวิชัยองค์หนึ่งไม่งดงาม จึงกล่าวทักด้วยพระอารมณ์ขันว่า พระองค์นี้น่าจะเป็นปางสะดุ้งมาร อีตาคุณหลวงอะไรก็ไม่รู้ที่ดูแลพิพิธภณฑ์ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ติดป้ายว่าปางสะดุ้งมารอยู่นาน กว่าเสด็จในกรมจะทรงมาพบ ซึ่งก็กริ้ว และรับสั่งให้นำป้ายออก แต่ก็ยังเป็นเหตุผู้คนจำนวนมากจดจำไปเรียกสืบทอดมากระทั่งทุกวันนี้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กันยายน 2007
  5. hearsay

    hearsay เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    49
    ค่าพลัง:
    +186
     
  6. GreenLemon

    GreenLemon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กันยายน 2010
    โพสต์:
    574
    ค่าพลัง:
    +1,721
    อนุโมทนาครับ ที่เห็นด้วยกับคำว่าพระพุทธเจ้าไม่เคยสะดุ้งมาร..
     
  7. Thaiman_111

    Thaiman_111 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    พระสะดุ้งมาร

    พระสะดุ้งมาร ไม่ใช่ลักษณะของ "ปาง" ของพระ แต่ที่เรียกว่าสะดุ้งมาร เพราะลักษณะของพระที่พิมพ์ออกมาแล้วมีลักษณะไม่สวยตามแบบพิมพ์ อาจมีการบิดเบี้ยวของพระ จนกลายเป็นคำเรียกว่า พระปางสะดุ้งมาร สรุปว่า พระปางสะดุ้งมารไม่ได้เป็นลักษณะ "ปาง"ของพระ นะคับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...