พระป่าปลูกป่า

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย vacharaphol, 6 พฤศจิกายน 2010.

  1. vacharaphol

    vacharaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    8,849
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +27,177
    พระป่าปลูกป่า
    <!-- retweet button --><SCRIPT type=text/javascript> tweetcount_url = 'http://www.komchadluek.net/detail/20101106/78493/เธžเธถเนˆเธ‡เธ•เธ™เธžเธถเนˆเธ‡เธ˜เธฃเธฃเธกเธžเธฃเธฐเธ›เนˆเธฒเธ›เธฅเธนเธเธ›เนˆเธฒ.html'; //tweetcount_url = 'http://www.komchadluek.net/detail/20101106/78493/78493.html'; tweetcount_title = 'พึ่งตนพึ่งธรรม - พระป่าปลูกป่า'; //tweetcount_src = 'RT @BackType:'; tweetcount_via = false; tweetcount_links = true; tweetcount_size = 'small'; tweetcount_background = 'FFFFFF'; tweetcount_border = 'CCCCCC'; tweetcount_api_key = '5c3bba3f5d77a46a13453091e36dc1cde4335e9299a1edeeaa3c31d193b33fda';</SCRIPT><SCRIPT type=text/javascript src="http://widgets.backtype.com/tweetcount.js"></SCRIPT><IFRAME height=60 src="http://widgets.backtype.com/tweetcount?url=http%3A//www.komchadluek.net/detail/20101106/78493/%u0E1E%u0E36%u0E48%u0E07%u0E15%u0E19%u0E1E%u0E36%u0E48%u0E07%u0E18%u0E23%u0E23%u0E21%u0E1E%u0E23%u0E30%u0E1B%u0E48%u0E32%u0E1B%u0E25%u0E39%u0E01%u0E1B%u0E48%u0E32.html&cnt=false&title=%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%20-%20%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%20%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%81%20%3A%20%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%20%3A%20%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B" frameBorder=0 width=52 allowTransparency scrolling=no></IFRAME>
    <!-- facebook button -->Share <SCRIPT type=text/javascript src="http://static.ak.fbcdn.net/connect.php/js/FB.Share"></SCRIPT>
    <!-- addthis button -->Share

    <SCRIPT type=text/javascript src="http://s7.addthis.com/js/250/addthis_widget.js#username=xa-4b6806b250a1123b"></SCRIPT>

    [​IMG] ตำนานคนรักป่า : ชีวิตและงานของพระอาจารย์บุญธรรม อุตฺตมธมฺโม โดย สง่า ลือชาพัฒนพร จัดพิมพ์โดย ศูนย์วัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาหมู่บ้านอีสาน ตุลาคม 2530


    [​IMG] ปกติ:หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ และสิ่งที่ฝากไว้ โดยกลุ่มเทียนสว่างธรรม 2532



    [​IMG][​IMG]



    <SCRIPT type=text/javascript>var id='78493';function addCommas(nStr){ nStr += ''; x = nStr.split('.'); x1 = x[0]; x2 = x.length > 1 ? '.' + x[1] : ''; var rgx = /(\d+)(\d{***)/; while (rgx.test(x1)) { x1 = x1.replace(rgx, '$1' + ',' + '$2'); } return x1 + x2;}function count(){$.ajax({ type: "POST", url: "http://www.komchadluek.net/counter_news.php", data: "newsid="+id, success: function(txt){ var counter_=parseInt(txt); $('#counters').html('คนอ่าน '+addCommas(counter_)+' คน'); } });} featuredcontentslider.init({ id: "slider1", contentsource: ["inline", ""], toc: "markup", nextprev: ["Previous", "Next"], revealtype: "click", enablefade: [true, 0.1], autorotate: [true, 8000], onChange: function(previndex, curindex){ }})</SCRIPT>คมชัดลึก :พระป่าส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน นิยมบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการปฏิบัติธรรมมากกว่าการสร้างวัตถุสถานใหญ่โต เช่น ในภาคกลางหรือภาคเหนือ จากพุทธประวัติการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าในพุทธกาล พระองค์ทรงสละราชสมบัติธุดงควัตรในป่านานกว่า ๖ ปี จึงบรรลุธรรมใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ในป่าเมืองพุทธคยา ทรงแสดงธรรมแก่ปัญวัคคีย์ทั้ง ๕ จนบรรลุธรรมในป่าอิสิปตนมฤคทายและการบรรลุธรรมของสาวกองค์อื่นพระองค์ก็ทรงแสดงธรรมในป่า
    <SCRIPT type=text/javascript>google_ad_channel = '9989085094'; //slot numbergoogle_ad_type = 'text'; //media image, text, html, flash google_max_num_ads = '3'; //amount Ads//google_image_size = '300X250';//google_skip = '3';var ads_ID = 'adsense_inside'; // set ID for main Element divvar displayBorderTop = false; // default = false;//var displayLandScape = true; // false=Default, true=landscape *** if set Landscape not arrow ad type imagevar position_ad_detail ='in'; // ''=Default, in=Intext, under=TextUnderDetail</SCRIPT><SCRIPT type=text/javascript src="http://www.komchadluek.net/AdsenseJS.js"></SCRIPT><SCRIPT type=text/javascript src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://googleads.g.doubleclick.net/pagead/test_domain.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/render_ads.js"></SCRIPT><SCRIPT>google_protectAndRun("render_ads.js::google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);</SCRIPT><SCRIPT language=JavaScript1.1 src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/ads?client=ca-pub-1044823792492543&output=js&lmt=1289005128&num_ads=3&channel=9989085094&ad_type=text&adtest=off&ea=0&feedback_link=on&flash=10.0.22.87&url=http%3A%2F%2Fwww.komchadluek.net%2Fdetail%2F20101106%2F78493%2F%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2.html&dt=1289005128359&shv=r20101027&jsv=r20101102&correlator=1289005128375&dblk=1&frm=0&adk=2841150207&ga_vid=502459778.1288842373&ga_sid=1289005105&ga_hid=326997464&ga_fc=1&u_tz=420&u_his=0&u_java=1&u_h=600&u_w=1024&u_ah=569&u_aw=1024&u_cd=32&u_nplug=0&u_nmime=0&biw=621&bih=370&eid=30143102&ref=http%3A%2F%2Fwww.komchadluek.net%2Findex.php&fu=0&ifi=1&dtd=156"></SCRIPT>โฆษณาโดย Google
    ประเมินเครดิตของคุณ ฟรีรวมบัตรเครดิต-สินเชื่อทุกธนาคาร แบบ Real-time ที่นี่www.silkspan.com
    CarLink24.comศูนย์รวมข้อมูลรถยนต์ แหล่งซื้อ ขาย รถใหม่ รถมือสอง เปรียบเทียบราคารถwww.carlink24.com
    http://googleads.g.doubleclick.net/aclk?sa=L&ai=BVifKRKjUTJ30BsPHcNDy-dsIl6Xm2QHfhYvZGMCNtwHgxlsQAxgDIK38kAQoAzgAUIvx4-4GYP3NnIa8ILIBE3d3dy5rb21jaGFkbHVlay5uZXTIAQHaAf8BaHR0cDovL3d3dy5rb21jaGFkbHVlay5uZXQvZGV0YWlsLzIwMTAxMTA2Lzc4NDkzLyVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVCNiVFMCVCOSU4OCVFMCVCOCU4NyVFMCVCOCU5NSVFMCVCOCU5OSVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVCNiVFMCVCOSU4OCVFMCVCOCU4NyVFMCVCOCU5OCVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVBMSVFMCVCOCU5RSVFMCVCOCVBMyVFMCVCOCVCMCVFMCVCOCU5QiVFMCVCOSU4OCVFMCVCOCVCMiVFMCVCOCU5QiVFMCVCOCVBNSVFMCVCOCVCqQIJd4gW8RxiPsgCr6qTFagDAegDcPUDAAAARPUDIAAAAA&num=3&sig=AGiWqtwi4DXrDoGdzBJdU64suYcz_0BuHw&client=ca-pub-1044823792492543&adurl=http://www.google.freedom-2-live.comทำที่บ้าน 2-3ชม/ว. 60000บาท/ด 70ปท. เรียนรู้ผ่านNET รับคนไทย&เวียดนามwww.google.freedom-2-live.com



    พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานดับขันธ์ในป่าเมืองกุสินารา ดังนั้นเมื่อพิจารณาพระราชกรณียกิจของพระองค์ ทรงเป็นพระดำรงชีวิตในป่า ทรงประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะในป่าลุมพินี ประสูติทางธรรมเป็นพระพุทธเจ้าในป่าเมืองพุทธคยาและเสด็จดับขันธ์ในป่าเมืองกุสินารา
    เมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน พระอาจารย์กรรมฐานหลายรูปในประเทศไทยก็ใช้ชีวิตในป่า ซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ แต่หลังจากป่าไม้เปลี่ยนเป็นพืชเศรษฐกิจ การทำลายป่าเกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้า ป่าภาคอีสานกลายเป็นที่โล่งเตียนแห้งแล้งทุรกันดาร มีการอพยพของผู้คนเข้าไปอาศัยในดินแดนที่ยังอุดมสมบูรณ์ จึงพบกลุ่มคนอีสานกระจายทั่วประเทศไทย
    ส่วนชีวิตพระป่าซึ่งเคยอาศัยป่าเป็นสถานปฏิบัติกรรมฐาน ต้องเปลี่ยนเป็นการปลูกป่าทดแทน เมื่อเห็นธงสีเหลืองปักบนเขาสูง ก็เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นพื้นที่ที่พระกำลังดูแลอนุรักษ์ป่า ไม่ใช่การบุกรุกป่าดังที่หลายท่านเข้าใจ ในตำนานคนรักป่าได้เล่าเรื่องป่าและการปลูกป่าของ หลวงพ่อบุญธรรม อุตฺตมธมฺโม ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าโพนทอง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เดิมเป็นวัดในหมู่บ้านครอบคลุม ๒ หมู่บ้าน คือ บ้านหนองแก ซึ่งเคยเป็นหนองน้ำต้นสะแก และบ้านหนองโน ซึ่งเคยเป็นหนองน้ำของต้นดอกโสน
    ทั้ง ๒ หนองได้ถูกถมกลายเป็นที่พักอาศัยไปเรียบร้อยแล้ว ครอบครัวของหลวงพ่อบุญธรรมอพยพหนีความแห้งแล้งจาก อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาหักล้างถางพงสร้างบ้านอยู่กลางป่าเหนือบ้านแก้งคร้อ เมื่อท่านอายุ ๔ ขวบ ท่านเรียนจบชั้นประถมปีที่ ๓ เมื่ออายุ ๑๕ ปี อายุเกินวัยเล่าเรียน จึงออกบวชเป็นสามเณรและพระภิกษุเรียนจบนักธรรมเอก ท่านถูกเกณฑ์ทหาร ทั้งที่รูปร่างต่ำกว่าเกณฑ์จึงต้องประจำอยู่ฝ่ายทหารสื่อสารทำให้มีโอกาสได้เรียนวาดรูป
    เมื่อกลับมาใช้ชีวิตแบบฆราวาส ได้ทำนาและรับจ้างวาดรูปฉากหมอลำอยู่ ๖ ปี แต่ร่างกายบอบบางไม่เหมาะกับการทำงานนตรากตรำในไร่นา ท่านได้บวชเรียนครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ ได้เข้าร่วมขบวนการฟื้นฟูศาสนาที่ป่าพุทธยาน จ.เลย กับ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ เป็นการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ยกมือสร้างจังหวะและเดินจงกรมให้รู้กายเคลื่อนไหว รู้ใจนึกคิด จนเกิดสติสัมปชัญญะและปัญญาหยั่งรู้
    หลวงพ่อบุญธรรมและ พระมหาบัวทอง พุทฺธโฆสโก เป็นศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อเทียนได้ถูกกำหนดให้เป็นอาจารย์สอนปริยัติแก่พระและเณรในวัด แต่ท่านไม่ชอบสอนต้องการปฏิบัติแบบอิสระหลังจากพาพระไปสอบนักธรรมในพรรษาที่ ๒ จึงหนีขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่ป่าหลังเขาภูโค้ง (ภูแลนคา) ท่านเข้าใจเรื่องรูป-นาม ในปี พ.ศ.๒๕๑๐ และสร้างวัดป่าสุคะโตในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ท่านได้จำพรรษาอยู่ในป่าองค์เดียวนาน 3 พรรษา จึงมีความรู้เรื่องธรรมชาติของป่าไม้เป็นอย่างดี
    ในปี พ.ศ.๒๕๑๔ ป่าไม้รอบบริเวณวัดถูกพนักงานป่าไม้มาตีตราสัมปทาน โดยไม่ฟังคำทัดทานของหลวงพ่อ เครื่องจักรถูกนำมาตัดต้นไม้ขนาดใหญ่หมดภายใน ๓ วัน และการลากไม้ออกจากป่าได้ทำลายต้นไม้ขนาดเล็ก จนป่าราบเป็นหน้ากลอง หลวงพ่อสุดทนต้องเดินธุดงค์เข้าป่าลึกไปอยู่ที่ภูกาหลง และเมื่อเครื่องจักรหยุดทำงาน หลวงพ่อพร้อมด้วยหลวงพ่อคำเขียน ซึ่งเป็นน้องทางธรรมศิษย์ร่วมสำนักหลวงพ่อเทียนได้กลับเข้ามาวัดป่าสุคะโตเพื่อฟื้นฟูวัด
    ในระยะดังกล่าวไม้ซุงขนาดใหญ่ยังถมกองในวัดและใช้เวลาปีกว่าจึงขนย้ายหมด เหลือแต่พื้นที่ราบโล่งให้สองหลวงพ่อดูแลต่อ เรื่องการปลูกป่าของหลวงพ่อบุญธรรม อุตฺตมธมฺโม (หลวงพ่อจ่อย) และ หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ (หลวงพ่ออ้วน) ยังอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านหนองแก ท่านจะผลัดกันขึ้นไปปลูกป่าบนภูเขาโค้ง ส่วนอีกรูปจะจำวัดในวัดบ้านของหมู่บ้าน เพื่อเป็นเสาหลักทางด้านจิตใจให้ชาวบ้าน ท่านยังได้ร่วมกันจัดงานปฏิบัติธรรมเจริญสติเป็นประจำทุกปีในช่วงสงกรานต์เป็นการสืบทอดประเพณีกรรมฐานแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียนตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๔ และยังดำเนินต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
    หลังจากสภาพป่าวัดป่าสุคะโตเริ่มฟื้นตัว จนกลายเป็นสถานปฏิบัติธรรมของชาวกรุงที่อยู่ห่างไกล ปัจจุบันหลวงพ่อคำเขียนเกจิอาจารย์สอนปฏิบัติธรรมแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางหลวงพ่อเทียนเป็นผู้นำการอบรม หลวงพ่อได้มีโอกาสเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสอนวิธีการเจริญสติ แต่ท่านก็ยังคงปลูกป่าเพิ่มเติมในวัดป่าสุคะโต
    ผู้เขียนจำได้ว่าขณะที่ท่านอาพาธที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ปี พ.ศ.๒๕๔๙ ท่านก็ยังห่วงเรื่องปลูกป่าเพิ่มในที่ซึ่งได้รับบริจาคใหม่ และเมื่อท่านหายเป็นปกติท่านก็ถือจอบไปปลูกป่า ญาติธรรมอยากให้ท่านพัก จึงเอาจอบไปซ่อน แต่ท่านก็กลับมาหาจอบอีก แอบญาติธรรมไว้ปลูกป่าต่อ
    ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ เกิดน้ำท่วมฉับพลันมีผู้เสียชีวิตในบ้านหนองแก เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยพบมานับพันปีในที่ราบสูงแห่งนี้ ฝนเทลงมาอย่างรุนแรง น้ำถูกพัดพาลงฝายน้ำล้น จนฝายแตก น้ำได้ทะลักเข้าหมู่บ้าน ก็เป็นการพิสูจน์ถึงความสำคัญของป่าซึ่งดูดซับความชื้นในพื้นดิน ทำให้พืชพรรณเจริญเติบโต และป่ายังช่วยกระจายความชื้นในอากาศ ทำให้ฝนตกตามฤดูกาลในปริมาณที่สม่ำเสมอทั้งปี
    ในปี พ.ศ.๒๕๒๒ หลวงพ่อบุญธรรมได้ลงจากวัดป่าสุคะโตมาจำพรรษาที่วัดโพนทองตามคำนิมนต์ของชาวบ้านหนองแก ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน เพื่อเป็นหลักทางใจให้ชาวบ้าน วัดมีพื้นที่ ๓๐ ไร่ ร้างมานานจนเปลี่ยนเป็นลานเลี้ยงวัวควายและไร่ปอ ขณะนั้นมีต้นตาล ๑ ตัน ต้นแจ้ง ๑ ต้น และต้นมะขาม ๒-๓ ต้นเหลืออยู่ หน้าดินแข็งจากการเหยียบย่ำของวัวควาย ทำให้น้ำฝนไม่สามารถซึมผ่านได้ จึงไม่มีต้นไม้ปกคลุมดิน
    การปลูกป่าใหม่ของหลวงพ่อก็เริ่มขึ้น หลวงพ่อแก้ไขหน้าดินแข็ง โดยปลูกหญ้าขจรจบให้รากหญ้าชอนไชลงใต้ดิน เพื่อให้น้ำซึมผ่านได้ลึกขึ้น ท่านปลูกต้นไม้โตเร็ว คือ ต้นยูคา กระถินและแค เพื่อเป็นร่มเงาแก่ไม้หลัก ซึ่งเป็นกล้าไม้ชนิดที่เคยเจริญเติบโตในบริเวณดังกล่าว โดยท่านไปหากล้าไม้ที่ยังเหลือตามไร่นาของชาวบ้านก่อนที่ชาวนาจะไถกลบ และนำมาเพาะชำในวัด เมื่อกล้าไม้แข็งแรงจึงปลูกในแปลงโดยปลูก ๔ ต้น ในที่เดียวกัน และเลือกไม้ที่แข็งแรงไว้ ๑ ต้น ส่วนการชลประทานท่านขุดร่องน้ำกว้าง ๐.๕ เมตร ยาว ๔ เมตร เป็นระยะๆ มีการเชื่อมต่อของร่องน้ำ โดยฝังท่อไล่ระดับความสูง เมื่อสูบน้ำลงร่องแรก น้ำก็จะกระจายไปเต็มร่องน้ำอื่นได้
    ในปัจจุบันป่าไม้ได้เจริญเต็มที่เป็นป่าที่สมบูรณ์มีต้นตะโกเป็นหลัก ความหนาทึบของใบไม้ทำให้แดดส่องไม่ถึง จึงไม่มีหญ้าปกคลุมพื้นดิน ใบไม้ที่หล่นทับถมท่านก็ปล่อยให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยสำหรับผักป่าและเห็ดป่า น้ำที่สมบูรณ์ในหนองน้ำหลังวัดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ซึ่งจะเคลื่อนย้ายกระจายไปแหล่งน้ำอื่นในฤดูน้ำหลาก หลวงพ่อได้นำสมุนไพรหลายชนิดปลูกแซมไม้หลัก และถ้าเป็นไม้เลื้อยก็จะพันต้นไม้กลายเป็นไม้เถาสวยงาม ในช่วงปฏิบัติธรรมที่ว่างระหว่างแถวต้นไม้ก็เป็นทางจงกรมซึ่งร่มเย็น
    หลวงพ่อบุญธรรมชอบความวิเวก แต่ก็เดินสายช่วยอบรมกรรมฐานและเมื่อมีพรรณไม้แปลกๆ ท่านก็นำกลับมาปลูกทดลองในป่าของวัดป่าโพนทอง วัดกลายเป็นสถานีทดลองเรียนรู้ธรรมชาติ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมเมื่อวันเข้าพรรษาปี ๒๕๕๓ หลวงพ่อได้อธิบายเรื่องต้นไม้ซึ่งมีหลากหลายได้อย่างแยบคาย ตั้งแต่การปลูก การบำรุงรักษาและประโยชน์ของแต่ละส่วนของต้นไม้
    ความรู้ของท่านคงเขียนเป็นตำราเล่มใหญ่ได้ โดยเฉพาะความรู้ด้านสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเหตุที่พาผู้เขียนมาวัดป่าโพนทอง เนื่องจาก พระอาจารย์สุริยา มหาปัญโญ พระอาจารย์กรรมฐานของผู้เขียน ได้แนะนำให้มาศึกษาเรื่องสมุนไพรแก้พิษงูกับหลวงพ่อบุญธรรม เมื่อได้สัมผัสหลวงพ่อและบรรยากาศป่าของวัด จึงตัดสินใจปฏิบัติธรรมเข้มนาน ๑๕ วันต่อ ความสงบร่มเย็นของป่าช่วยให้อารมณ์กรรมฐานของผู้เขียนก้าวหน้ามากขึ้น
    วัดเป็นป่าในหมู่บ้าน มีศาลาธรรม 2 ชั้น ด้านล่างสำหรับกิจฆราวาสส่วนชั้นบนเป็นโบสถ์ของสงฆ์ กุฏิหลวงพ่อสร้างบนฐานสูง ๒ เมตร เป็นที่รองรับน้ำฝน ส่วนกุฏิอื่น ๕-๖ แห่งกระจายในป่า มีหนองน้ำ ๒ หนองขนาดใหญ่ด้านหลังวัด ในระหว่างผู้เขียนเดินจงกรมในกุฏิ ก็จะเห็นชาวบ้านเดินไปนา ไปไร่ ไปสวน จึงเข้าใจเรื่องนาบุญในบทสวดมนต์ ชาวบ้านเดินไปทำนาข้าว แต่ผู้เขียนเดินจงกรมเพื่อทำนาบุญ
    และก่อนกลับหลวงพ่อได้พาไปขุดต้นไม้เพื่อจะนำมาทำยาสมุนไพรแก้พิษงู ท่านสาธิตวิธีฝนยาสมุนไพรและวิธีสักผิวด้วยยาสมุนไพรเข้าใต้ผิวหนังในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เพื่อบรรลุจุดประสงค์เดิมที่พาผู้เขียนมาวัด ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ แก้ไข ผู้ปฏิบัติธรรมซึ่งอาจถูกงูกัดเมื่อธุดงค์ในป่า
    การปลูกป่าของหลวงพ่อเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านมีความรักธรรมชาติอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หลวงพ่อยังสอดใส่พุทธธรรมให้แก่ชาวบ้านให้งดอบายมุข จนกลายเป็นหมู่บ้านตัวอย่างชนะเลิศระดับจังหวัด ปัจจุบันหลวงพ่อยังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวบ้านหนองแก หลวงพ่อจะเทศน์ผ่านทางหอกระจายข่าว ซึ่งตั้งอยู่ในวัดประมาณตีสี่ บางครั้งท่านก็เล่าเรื่องที่ท่านไปพบเห็นและให้ข้อคิดทางธรรมแก่ชาวบ้าน ท่านออกบิณฑบาตทุกเช้า และยังมีชาวบ้านนำอาหารพื้นบ้านซึ่งปรุงเองตามมาใส่บาตรถึงในวัด
    หลวงพ่อยังคงความเรียบง่ายและวางตัวเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหนองแก โดยมีป่าที่ท่านสร้างเป็นต้นแบบของธรรมะซึ่งกลมกลืนกับธรรมชาติให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
    "รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน"http://www.komchadluek.net/detail/20101106/78493/พึ่งตนพึ่งธรรมพระป่าปลูกป่า.html
     
  2. a-pin-ya

    a-pin-ya เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    313
    ค่าพลัง:
    +666
    ป่า ๔๐% ของพื้นที่ประเทศ
    มนุษย์ใช้ประโยชน์ ๖๐% ของพื้นที่ประเทศ
    แบบนี้จึงจะสมดุลย์

    แผ่นดิน แผ่นน้ำ ห้ามใครจับจองเป็นเจ้าของ
    แผ่นดิน แผ่นน้ำ เป็นสมบัติกลาง
    ก็จะสามารถบริหารจัดการที่ดิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
    ลดค่าครองชีพได้มากโข ลดการขัดแย้งแย่งที่ทำกิน
    ไม่มีหนี้สิน การผลิต ไม่ใช่เพื่อการค้ากำไร
    บ้านเมืองจะงดงาม สะอาด ปานเมืองพรหม

    อยู่บ้านหลวง เรียนด้วยทุนหลวง ใช้รถหลวง ทำงานให้หลวง
    ใช้ที่ดินทำกินหลวง ตายลงก็คืนสมบัติให้หลวง
    ทุกคนดำเนินชีวิต สมถะประหนึ่งนักบวช ไม่ยึดติดวัตถุมาก
    ไม่ต้องสะสมวัตถุ อะไรมากมายเกินจำเป็น
    ตายไปกอบโกยแต่บุญล้วน ๆ

    สังคมแบบนี้ สังคมของคนมีบุญ
    ใครโชคดี มีบุญมาก ก็จะได้อยู่ถึงวันนั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 พฤศจิกายน 2010
  3. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,293
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,301
    อนุโมทนากับข้อความข้างบนค่ะ พระอาจารย์ของปรางก้อเป็นพระป่าที่ปลูกป่าเหมือนกัน
     

แชร์หน้านี้

Loading...