พระผงหลวงพ่อแสนวัดหงส์รุ่น๑ เหรียญลป.ชม วัดโป่ง อ.ปิ่นชลิโตลป.บุญ โคกโคเฒ่ารุ่น 4

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 8 พฤษภาคม 2019.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    upload_2019-5-20_19-52-38.jpeg
    หลวงปู่ท่านเป็นพระที่พูดน้อยแบบว่าถามคำตอบคำ ถ้าไม่ถามอะไรท่านก็จะไม่พูด นี่คือหลวงปู่บุญศรี ถ้าพูดถึงวาจาสิทธิ์ หลวงปู่บุญศรีท่านไม่เป็นที่สองรองใคร เรื่องใครเป็นอาจารย์หลวงปู่ก็ไม่มีใครรู้จริง ศิษย์บางสายก็บอกว่าหลวงปู่เป็นศิษย์ “หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก” นี่ก็เป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้าง จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่มีใครรู้ แต่เท่าที่ผมได้สอบถามศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่ ศิษย์ใกล้ชิดคนนี้เขาเห็น “รูปหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค” อยู่ที่กุฏิของหลวงปู่ ก็แสดงว่าหลวงปู่บุญศรีต้องมีความเกี่ยวเนื่องกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อย่างแน่นอน ศิษย์ใกล้ชิดคนนี้บอกว่าเท่าที่ดูก็ไม่เห็นมีรูปพระองค์อื่นเลย ผมคิดว่าถ้า หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เป็นอาจารย์ของหลวงปู่บุญศรี (หลวงปู่ฤาษีลิงเล็ก) ก็คงจะพอมีมูล อืม...สรุป หลวงปู่ท่านจะเป็นศิษย์ของใครนั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญที่หลวงปู่ไม่ใช่พระธรรมดา เป็นพระที่มีแต่ให้กับลูกศิษย์ลูกหา อยากให้หลวงปู่ช่วยเหลืออะไร “ให้นึกถึงท่าน” แค่นี้พอ......(หลวงปู่ท่านได้พูดไว้).....ให้นึกถึงท่าน ท่านจะคอยช่วยเหลือลูกศิษย์....

    หลวงปู่บุญศรี อินทวัณโณ ท่านไม่เคยพูดว่าท่านเป็นหลวงพ่อฤาษี ลิงเล็ก ท่านอยู่ที่วัดใหม่ศรีสุทธาวาส มานานประมาณ ๔๐ ปี เป็นป่า เป็นวัดร้าง ไม่มีผู้คน แต่เต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด มากที่สุดคือ งู ท่านสำเร็จอภิญญา ๖ หรือ ฉฬภิญโญ ปี ๒๕๓๕ หลวงพ่อฤาษีลิงดำมรณะภาพท่านก็ไปที่งาน ที่วัดท่าซุง คนตาบอดมองไม่เห็น ท่านมีความชำนาญด้วยอภิญญา แต่คนจิตใจต่ำทราม ไม่มีวาสนาได้พบ ได้เห็น สำหรับข้าพเจ้าแล้ว หลวงพ่้อฤาษีลิงขาว หลวงพ่อฤาษีลิงเล็ก หลวงปู่บุญศรี อินทวัณโณ จะเป็นใครไม่สำคัญ ที่สำคัญ ท่านเป็นพระที่ข้าพเจ้าเคารพบูชา ไม่น้อยไปกว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    หลังจากฉลองพระมหาเจดีย์ทรงดอกพุดตาลของสมเด็จพระพุทธเจ้าองค์ปฐมที่วัดท่าซุง ฉันกับคณะได้ไปพบท่านแม่ชี ประทุม โชติอนันต์ ที่สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม อ.ปากช่อง ต้นปี2535 ประมาณปลายเดือน มีนาคม ขณะที่ท่านแม่ได้สนทนากับคณะของฉัน มีพี่สาวท่านหนึ่ง ได้พูดคุยเกี่ยวกับพระรูปหนึ่ง ที่จ.จันทบุรี สงเคาระห์ท่านเกี่ยวกับการรักษาโรค แต่ฉันจะไม่อธิบายเกรงจะยาวไป ท่านแม่ถามว่า เธอรู้ไหมว่าพระรูปนั้นเป็นใคร แล้วท่านก็บอกว่านั่นแหละหลวงพ่อฤๅษีลิงขาวนะ จะเล่าตัดตอนเลยก็แล้วกัน ท่านแม่เล่าต่อว่า ครั้งหนึ่งท่านได้ไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานของพวกเรา ท่านกล่าวกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า.....หลวงพ่อเจ้าค่ะ หลวงพ่อโยมก็กราบแล้ว หลวงพ่อฤๅษีลิงขาวโยมก็กราบแล้ว เหลืออีกองค์หนึ่ง โยมยังไม่ได้กราบ โยมขอไปกราบเจ้าค่ะ โยมจะไม่รบกวนอะไรเจ้าค่ะ พระเดชพระคุณหลวงนิ่งไปหน่อยหนึ่ง แล้วท่านก็ตอบกับท่านแม่มาว่า ที่พยุหะคีรี ฝั่งโกรกพระ จะมีวัดอยู่สามวัด จะมีอยู่วัดหนึ่งมีพระแก่อยู่องค์เดียว ให้ไปหา ให้เรียกว่า " หลวงตาเล็ก " อย่าไปถามอะไรเกี่ยวกับหลวงพ่อปานทั้งหมด เค้าจะไม่ตอบ แล้วอย่าไปรบกวนอะไรเค้าๆจะหนีเสีย นี่คือคำกล่าวของท่านแม่ชีประทุม โชติอนันต์ผู้บริสุทธิ์ของฉัน และพวกเราลูกหลานก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ได้สั่งท่านแม่มาอย่างเคร่งครัด หวังใจเหลือเกินว่า ข้อความนี้จะยังความกระจ่างแจ้งในกมลของท่าน ขอโมทนาบุญกับท่านด้วย ที่ท่านเคารพหลวงตาเล็ก
    เหรียญหลวงปู่บุญศรี สภาพสวยเดิม ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ (ปิดรายการ)

    เหรียญหลวงปู่บุญศรี สภาพสวยเดิม ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ
    ลป.บุญศรี.jpg ลป.บุญศรีหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2019
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    https://palungjit.org/threads/ใครพอ...หลวงพ่อเก๋-วัดแม่น้ำ-แม่กลอง-บ้างครับ.337096/
    upload_2019-5-20_20-1-45.jpeg


    หลวงพ่อเก๋ (พระครูสุนันทวิริยาภรณ์)
    พื้นเพเป็นชาวเพชรบุรี ครบอายุบวช บิดามารดาจัดงานอุปสมบทให้ที่วัดแม่น้ำ สมุทรสงคราม โดยได้อาราธนา พระครูธรรมวิถีสถิติ์ (พลวงพ่อโต) วัดคู้ธรรมวิถีสถิติ์ มาเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อทองอยู่ วัดแม่น้ำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุตาภิรัต (หลวงพ่อรอด) วัดบางขันแตก เป็นพระอนุสาวนาจาจารย์ ให้ฉายาว่า สุนันโท
    หลวงพ่อเก๋ เล่าเรียนธรรมวินัยจนแตกฉาน จึงขออนุญาตเจ้าอาวาส หลวงพ่อทองอยู่ ไปศึกษากับอาจารย์ที่มีความรู้ด้านต่างๆ มีพระอาจารย์ดังนี้
    1.หลวงพ่อหนึ่ง วัดห้วยโรงเขาย้อย เพชรบุรีบ้านเกิด ได้วิชาอาคมทางเวทย์ต่างๆ

    2.หลวงพ่อแก้ว วัดหัวนา เพชรบุรี

    3.หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม ได้รับการถ่ายทอดวิชาต่างๆ หลวงพ่อคง แนะนำให้ไปเรียนวิชากับ หลวงปู่บ่าย วัดช่องลม เพราะครูบาอาจารย์เขาดี

    4.หลวงปู่บ่าย วัดช่องลม สมุทรสงคราม ลูกศิษย์ หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย

    5.พระครูธรรมวิถีสถิติ์ (พลวงพ่อโต) วัดคู้ธรรมวิถีสถิติ์ พระอุปัชฌาย์ เรียนทางด้านยาสมุนไพร ท่านมียาไพลเสก เป็นยาขนานเอกของท่านใช้รักษาโรค ใช้คุ้มครอง คงกระพันชาตรี และมีเมตตามหานิยม

    6.หลวงพ่อรอด วัดบางขันแตก พระอนุสาวนาจาจารย์ เรียนวิชาทำน้ำมนต์ รดแก้เสนียดจัญไร สมานแผลห้ามเลือด

    7.หลวงพ่อแช่ม วัดจุฬามณี ได้ทางเมตตามหานิยม

    จนกระทั่งปี 2483 หลวงพ่อทองอยู่ เจ้าอาวาสวัดแม่น้ำมรณภาพ หลวงพ่อเก๋ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ภาระสมภารมีมากมาย จึงหยุดการศึกษาจากอาจารย์ต่างๆลง ทำหน้าที่เจ้าอาวาสสืบต่อมา
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    เหรียญหลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำสภาพสวยเดิม ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ

    ลป.เก๋.jpg ลป.เก๋หลัง.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001

    _2_788.jpg

    ประวัติ พระครูภาวนาทัศนวิสุทธิ (หลวงปู่แว่น ธนปาโล)

    หลวงปู่แว่น ธนปาโล ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทตโต อีกองค์หนึ่งที่เรียบร้อยงดงามเสมอต้นเสมอปลายตลอดที่ท่านดำรงตนอยู่ในสมณเพศท่านอยู่ด้วยสันโดษมักน้อยและเรียบง่ายหนักแน่นในธุดงควัตร ชอบอยู่ในที่สงบสงัด ของป่าเขาลำเนาไพร เพื่อปลีกตัวหาความวิเวกในการเจริญภาวนา ด้วยปฏิปทาเครื่องดำเนินที่เคร่งครัดลออในด้านพระธรรมวินัยที่ถูกต้องแม่นยำและงดงาม บนเส้นทางธรรมของหลวงปู่ที่ผ่านมานี้ จึงทำให้กิตติศัพท์ของท่านฟุ้งขจรไปทั่วทุกสารทิศ ก่อให้เกิดศรัทธาปสาทะ ความเชื่อถึอและความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างไกล จวบจนทุกวันนี้
    ชาติภูมี หลวงปู่แว่น ธนปาโล เกิดในสกุลทุมกิจจะ บิดาชื่อนายวันดี มารดานางอำไพ และในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ อายุ ๑๘ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรกับพระอุปัชฌาย์ ชื่อพระอาจารย์สีทอง พันธุโล สังกัดมหานิกาย ๑ พรรษา ที่วัดศรีรัตนาราม แล้วติดตามออกรุดงค์ไปกับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร ไปยังสำนักสงฆ์โคกป่าเหล่างา จังหวัดขอนแก่น เพื่อนฝึกหัดปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่สิงห์ ขนตยาคโม
    พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้แปรญตติเป็นสามเณร สังกัดธรรมยุตินิกาย โดยมีหลวงปู่สิงห์ ขนตยาคโม เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๗๒ ณ วัดศรีจันทราวาส ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และกลับไปจำพรรษากับหลวงปู่สิงห์และหลวงปู่สิม ที่เสนาสนะป่าช้าบ้านโคกเหล่องา (วัดป่าวิเวกรรม) อ.เมือง จ.ขอนแก่น
    พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่ออายุ ๒๑ ปี หลวงปู่สิมไปพาหลวงปู่แว่นกลับมาเกณฑ์ทหารที่บ้านเกิดและอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๔ ณ พัทธสีมา วัดศรีเทพประดิษฐาราม อำเภอเมือง จังหวัด นครพนมโดยมี พระสารกาณมุนี (หลวงปู่จันทร์ เขมิโย) เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “ธนปาโล” แปลว่า ผู้รักษาทรัพย์ และได้มาจำพรรษากับหลวงปู่เกิ่ง อธิมตตโก วัดโพธิ์ชัย บ้านสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เป็นเวลา ๔ พรรษา
    หลวงปู่แว่น ได้รับคำแนะนำหลักการปฏิบัติกรรมฐานเพิ่มขึ้นจาก หลวงปู่เสาร์ กนตสีโล , หลวงปู่มั่น ภูริทตโต และท่านพ่อลี ธมมธโร เป็นลำดับ หลวงปู่ได้ออกปฏิบัติธรรมเร่งความเพียรโดยไม่ท้อถอย ในปี พ.ศ.๒๔๘๗ (พรรษาที่ ๑๓) ท่านได้พบหลวงปู่มั่น ภูริทตโต ที่วัดป่าวารินทร์ (วัดแสนสำราญ) อำเภอรินชำราบ จังหวัด อุบลราชธานีในปี พ.ศ.๒๔๘๙ หลวงปู่แว่น ได้เดินทางไปบำเพ็ญภาวนากับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร ที่วัดป่าบ้านกาด อำเภอสันกำแพง (วัดโรงธรรมสมัคคี) จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นหลวงปู่แว่นได้เดินธุดงค์ไป อำเภอจอมทอง และได้จำพรรษาที่ถ้ำพระธรรม อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
    ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ หลวงปู่แว่นพำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์โรงธรรมสามัคคีกับหลวงปู่สิม ชาวอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ได้ไปนิมนต์ท่านให้มาพำนักอยู่ที่วัดโนงน้ำตาล (วัดป่าสำญนิวาส) และท่านได้อยู่จำ พรรษาถึง ๕ พรรษา คณะศรัทธาญาติโยมเลื่อมใสมารับการอบรมวิปัสสนากรรมฐานเป็นจำนวนมาก และหลวงปู่แว่นเป็นผู้จุดประกายให้มีวัดป่าวงศ์ธรรมยุติที่เป็นวัดปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นในจังหวัดลำปางต่อมาในพ.ศ.๒๔๙๒ หลวงปู่ได้รับข่าวการรณภาพของท่านพระอาจารย์มั่น หลวงปู่คิดจะเดินทาง ไปเคารพศพของท่านพระอาจารย์มั่นที่จังหวัดสกลนครบังเอิญหลวงปู่สิมได้แวะมาเยี่ยมหลวงปู่ในช่วงนั้น ได้กล่าวทัดทานไว้โดยให้ข้อคิดว่า “ท่านพระอาจารย์มั่นของเรา ท่านมิได้ปรารถนาให้เดินทางไปเคารพศพท่านแต่ท่านพระอาจารย์มั่นประสงค์ให้ลูกศิษย์ลูกหาตั้งหน้าตั้งตาประพฤติบัติรักษาจิตใจให้มั่นคง”หลวงปู่แว่นจำไม่ได้เดินทางไปยังวัดป่าสุทธาวาส แต่มุ่งมั่นในการปฏิบัติภาวนาเพื่อค้นหาสังธรรมให้ยิ่งยวดขึ้นไป ตามแนวทางที่ได้รับการอบรมธรรมมาจากท่านพระอาจารย์มั่น ภูริตตเถระวันหนึ่งหลวงปู่ได้นิมิตเห็นดอยลูกหนึ่ง คล้ายรูปทรงเจดีย์ อยู่ไม่ไกลจากวัดสำราญนิวาส ท่านจึงออกสำรวจ และพบเจอสถานที่ตรงตามนิมิต ซึ่งชาวบ้านเรียกดอยน้ำขุม และมีถ้ำหลายถ้ำ แต่มีถ้ำใหญ่ถ้ำหนึ่งที่อากาศปลอดโปร่งเย็นสบาย ชาวบ้านเรียก ถ้ำแกเก๊า (นกเค้า) มาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้หลวงปู่สิม จึงตั้งชื่อใหม่ “ถ้ำพระสบาย”
    ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือธรรมประวัติ หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ผู้มากมีบุญ หน้าเลขที่ ๔๕๕-๔๖๘ ได้กล่าวถึงการสร้างเจดีย์ในถ้ำพระสบายไว้ดังนี้ พระอาจารย์จาม มหาปุญโญ เคยเล่าที่มาอดีตชาติของบูรพาอาจารย์หลายองค์ที่มีความเกี่ยวข้องกันมีดังนี้ อาจารย์แว่น เคยเป็นเจ้าครองเมืองลำปางหลวงมีเมียต้น คือแม่จำปา (ปัจจุบันชาติเป็นโยมอุปัฏฐานที่ร่วมกันสร้างเจดีย์ในถ้ำพระสบาย)และได้มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ อาจารย์สิม พุทธาจาโร และอาจารย์หลวง กตปุญโญ ต่อมาได้เมียคนที่ ๒ คือ แม่ศรีอรุณ (ปัจจุบันชาติเป็นโยมอุปัฏฐากที่ร่วมกันสร้างเจดีย์ในถ้ำพนะสบาย) ซึ่งได้อาจารย์จามและอาจารย์น้อยเป็นลูก ครั้งหนึ่งแม่ศรีอรุณ ในอดีตชาติได้ขอพรให้ลูกชายได้ขึ้นครองราชย์แต่ไม่สำเร็จลูกทั้งสองจึงพาแม่ศรีอรุณหนีมาอยู่ที่ถ้ำพระสบาย ตั้งกลุ่มเป็นโจร โดยมีอาจารย์ตื้อเป็นขุนพลโจรใหญ่ มีบริวารถึง ๓,๕๐๐ คน ได้ปล้นคนรวยนำทรัพย์สินไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั้งทุกสารทิศ จนในที่สุดได้ยกกำลังเข้ายึดเมืองเมื่อผู้เป็นพ่อ (อาจารย์แว่น) เสียชีวิตลงและได้ขึ้นครองราชย์ ส่วนอาจารย์สิมได้หนีไปบวชที่ถ้ำเชียงดาวในปัจจุบัน และได้บำรุงปัจจัยสี่ ให้อาจารย์ หลวงไปบวชอยู่ภูเขาขนาดย่อมๆ ลูกหนึ่ง ใกล้เวียงลำปาง
    ในปีพ.ศ.๒๔๙๗ หลวงปู่แว่นกลับไปจำพรรษาที่วัดสันติสังฆารามวัดที่บ้านเกิด และเป็นวัดที่โยมมารดาได้ถวายที่ดินเพื่อนสร้างวัดให้หลวงปู่สิม พุทธาจาโร อยู่จนถึงปี พ.ศ.๒๕๐๒ โยมมารดาถึงแก่กรรม แล้วจึงธุดงค์ไปที่อื่น และแวะมาภาวนาที่ถ้ำพระสบาย ชาวคณะบ้านบัวได้มานิมนต์ให้กลับไปจำพรรษาที่ วัดสันติสังฆาราม ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๐ หลวงปู่แว่นได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครและดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเเภอ หลวงปู่แว่นได้จำพรรษา ณ วัดป่าสุทธาวาสนานถึง ๑๓ พรรษา และท่านก็ได้ดูแลควบคุมการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์บริขารหลวงปู่มั่น ภูริทตโต หลังจากนั้น ท่านจึงลาออกจากเจ้าคณะอำเภอและเจ้าอาวาสวัดป่าสุทธาวาส และกลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านเกิดอีก ๑ พรรษา
    ปี พ.ศ.๒๕๒๓ (พรรษาที่ ๕๐) หลวงปู่จึงกลับมาจำพรรษาและพัฒนาถ้ำพระสบาย บ้านหนองถ้อย ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง จนเจริญรุ่งเรืองสืบมาจนทุกวันนี้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๕ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ที่พระครูภาวนาทัศนวิสุทธิ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๕ หลวงปู่แว่น ธนปาโล ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและการปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนา หลวงปู่ได้อบรมพร่ำสอนพระภิกษุ สามเณร อุบาสก-อุบาสิกา มิได้ขาดจวบจนวาระที่ท่านละสังขาร เมื่อวันอังคาร ที่ ๘ เดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๑ สิริรวมอายุได้ ๘๘ ปี ๘ เดือก ๖๘ พรรษา
    http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=48951
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญหลวงปู่แว่น ธนปโล วัดถ้ำพระสบาย ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ(ปิดรายการ)

    ลป.แว่น.jpg ลป.แว่นหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2019
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    พระครูวินัยธร (อ่อน สมาจาโร) หรือ หลวงพ่ออ่อน อายุ 85 ปี พรรษา 59 เจ้าอาวาสวัดเขียน ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าที่ศาลาการเปรียญบรรดาประชาชนและศิษยานุศิษย์จำนวนมากกำลังเตรียมพิธีสรงน้ำศพ
    นายสมบูรณ์ ศรีแก้ว อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 8 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ไวยาวัจกรของวัด กล่าวว่า หลวงพ่ออ่อนอาพาธด้วยโรคไส้เลื่อน เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญเมื่อประมาณ 2 เดือน ที่ผ่านมา ต่อมาคณะแพทย์ได้ทำการตรวจเช็คและพบว่าหลวงพ่อมีอาการหัวใจโตและเป็นมะเร็งที่ตับ จนกระทั่งเวลา 14.45 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา หลวงพ่อได้สวดภาวนาและมรณภาพอย่างสงบ สร้างความเศร้าโศกแก่บรรดาลูกศิษย์อย่างมาก เบื้องต้นทางวัดจะทำตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน จากนั้นจึงจะมีการประชุมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
    ด้านพระมหาปัญยงค์ พระเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เผยว่า หลวงพ่ออ่อนเป็นพระที่สมถะอย่างยิ่ง มีศีลาจาวัตรดีมาก ไม่บกพร่องเสื่อมเสีย คณะสงฆ์ให้การยอมรับและยกย่อง จึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายหลายระดับ เป็นนักพัฒนาสร้างเสนาสนะภายในวัด จากเดิมที่เป็นวัดร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง โดยเฉพาะการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถอายุกว่า 400 ปี ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามแห่งหนึ่งในประเทศ และวัดนี้พระเจ้าแผ่นดิน พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชกรณียกิจหลายครั้ง ส่วนวัตถุมงคลที่โด่งดังมีเหรียญรูปเหมือน พระพิมพ์สมเด็จ 7 ชั้น โดยเฉพาะแหวนทองเหลืองรูปงู และผ้ายันต์ที่แจกทหารไปรบที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นที่โด่งดังและหายากมาก ชีวประวัติของหลวงพ่ออ่อน เป็นชาวม่วงเตี้ย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง โยมบิดาชื่อเล็ก โยมมารดาชื่อจันทร์ เอี่ยมฉลวย จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดยางมณี พออายุ 20 ปี อุปสมบทที่วัดน้อย อ.วิเศษชัยชาญ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2489 จากนั้นเห็นว่าวัดเขียนซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อยู่ในสภาพปรักหักพัง จึงตัดสินใจมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขียน เพื่อบูรณะซ่อมแซมให้ดีขึ้น ระหว่างที่อยู่ที่วัดเขียนหลวงพ่ออ่อนได้พัฒนาสร้างศาลาการเปรียญ บูรณะอุโบสถ ปรับปรุงซ่อมแซมวัดด้วยตัวท่านเองมาตลอด ล่าสุด ก่อนที่จะมรณภาพก็สร้างเหรียญหยดน้ำ และเหรียญเสมา ซึ่งเป็นวัตถุมงคลรุ่นสุดท้ายที่ท่านปลุกเสกด้วยตัวเอง

    หลวงพ่ออ่อนเป็นพระที่สมถะอย่างยิ่ง มีศีลาจาวัตรดีมาก ไม่บกพร่องเสื่อมเสีย
    คณะสงฆ์ให้การยอมรับและยกย่อง จึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายหลายระดับ
    เป็นนักพัฒนาสร้างเสนาสนะภายในวัด จากเดิมที่เป็นวัดร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา
    ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง โดยเฉพาะการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถอายุกว่า 400 ปี
    ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามแห่งหนึ่งในประเทศ และวัดนี้พระเจ้าแผ่นดิน
    พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชกรณียกิจหลายครั้ง
    ส่วนวัตถุมงคลที่โด่งดังมีเหรียญรูปเหมือน พระพิมพ์สมเด็จ 7 ชั้น โดยเฉพาะแหวนทองเหลืองรูปงู
    และผ้ายันต์ที่แจกทหารไปรบที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นที่โด่งดังและหายากมาก
    ชีวประวัติของหลวงพ่ออ่อน เป็นชาวม่วงเตี้ย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
    โยมบิดาชื่อเล็ก โยมมารดาชื่อจันทร์ เอี่ยมฉลวย จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
    โรงเรียนวัดยางมณี พออายุ 20 ปี อุปสมบทที่วัดน้อย อ.วิเศษชัยชาญ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2489
    จากนั้นเห็นว่าวัดเขียนซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อยู่ในสภาพปรักหักพัง จึงตัดสินใจมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขียน
    เพื่อบูรณะซ่อมแซมให้ดีขึ้น ระหว่างที่อยู่ที่วัดเขียนหลวงพ่ออ่อนได้พัฒนาสร้างศาลาการเปรียญ
    บูรณะอุโบสถ ปรับปรุงซ่อมแซมวัดด้วยตัวท่านเองมาตลอด

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงปู่อ่อนวัดเขียน อ่างทอง ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ(ปิดรายการ)
    ลป.อ่อน.jpg ลป.อ่อนหลัง.jpg

    เหรียญหลวงปู่อ่อนวัดเขียน อ่างทอง ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ(ปิดรายการ)

    %E0%B8%A5%E0%B8%9B-%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%991-jpg.jpg %E0%B8%A5%E0%B8%9B-%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%991%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87-jpg.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2019
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    upload_2019-5-20_21-9-5.jpeg

    ประวัติหลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ (พระครูสุนทรธรรมานุศาสก์ ) จนุทสิริ


    หลวงพ่อรวย นามเดิม ชื่อ รวย ประกอบเกื้อ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2449 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (ตรงกับวันคล้ายวัดเกิดของท่าน พระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) อย่างที่เราท่านรู้จักกัน) ณ บ้านหนองสะพาน หมู่ 3 ตำบล ชากพง อำเภอ แกลง จังหวัด ระยอง เป็นบุตรโทนของ นาย ชั้น และนาง เอื้อม ประกอบเกื้อ ในสมัยเด็ก หลวงพ่อรวย มิได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนหรือที่วัดเหมือนเด็กอื่นๆ แต่โยมบิดาเป็นผู้สอนให้จนอ่านออกเขียนได้ จนเมื่อเติบโตเป็นหนุ่ม ก็เป็นผู้อ่านบทละครตามที่ต่างๆ ตลอดจนเมื่ออายุได้ 21 ปีจึงทำการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ 2471 ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 6 ณ อุโบสถวัดเขาดิน (วัดเก่า) ซึ่งตั้งอยู่หลังวัดท่าเรือปัจจุบัน โดยมี พระครูสมุทรสมานคุณ (หลวงพ่อแอ่ว) วัดป่าประดู่ และเจ้าคณะจังหวัดเป็น พระอุปัชฌาย์ พระอธิการแห่งวัดป่าประดู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการฟู วัดท่าเรือแกลง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    พ.ศ 2475 วัดท่าเรือ เริ่มทำการก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น หลวงพ่อรวย ได้รับมอบหมายจากพระอธิการฟู เจ้าอาวาส ให้เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างจนสำเร็จเรียบร้อยในปีต่อมา และทำการฝังลูกนิมิตในปี 2477

    พ.ศ 2485-2487 พระอธิการฟูได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส เนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลวงพ่อรวย จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทนในตำแหน่งเจ้าอาวาส และได้ขึ้นเป็น พระอธิการรวย เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ ในปีต่อมา

    – โรงเรียนวัดท่าเรือ ซึ่งก่อตั้งขึ้น ในยุคของ พระอธิการฟู เจ้าอาวาสรุ่นก่อน มีอาคารเรียนไม่เพียงพอต่อความต้องการของชุมชนในสมัยนั้น หลวงพ่อรวย พร้อมคณะจึงร่วมกันสร้างอาคารเรียนแบบ ป.2 จำนวน 8 ห้องเรียน และทำพิธีเปิดใช้อาคารหลังนี้เป็นสถานที่เรียนเมื่อ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2490 โดยข้าหลวงประจำจังหวัดระยอง โดยใช้นามโรงเรียนว่า “ โรงเรียนประชาบาลตำบลแกลง 1 (ท่าเรือวิทยาคาร) ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2495 กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้ใช้นามว่า โรงเรียนวัดท่าเรือ (ท่าเรือวิทยาคาร) ปี พ.ศ. 2504 “พระครูสุนทรธรรมานุศาสก์” เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ(ยศในขณะนั้น) พร้อมด้วยคณะกรรมการ และนายลำพูน สังข์สุวรรณ ครูใหญ่โรงเรียนวัดท่าเรือ ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม และยังคงใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงถือได้ว่า หลวงพ่อเป็นพระนักพัฒนาด้วยเช่นกัน

    การเริ่มสร้างวัตถุมงคล

    หลังจากโยมแม่ของหลวงพ่อถึงแก่กรรมในปี พ.ศ 2487 ท่านได้ตัดสินใจและลั่นวาจาว่าจะครองเพศบรรพชิตไปตลอดชีวิต โดยยกสมบัติทั้งหมดให้โยมผู้น้องคือนายเรียน ประกอบเกื้อ ซึ่งแสดงถึง การตัดซึ่งกิเลส ทางโลก มุ่งศึกษาพระธรรม เจริญสมาธิเจริญกรรมฐาน และออกธุดงค์ไปยังเขาต่างๆ หลายปี ซึ่งระหว่างนี้เองที่หลวงพ่อได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์และได้สืบทอดยอดวิชาจากสุดยอดเกจิอาจารย์ทั้งสองท่านไว้นั่นคือ หลวงปู่โต วัดเขากระโดน หรือวัดเขาบ่อทอง ซึ่งมีขื่อเสียงเลื่องลือในพุทธเวทย์อย่างสูง ตลอดจน หลวงปู่หิน วัดหนองสนม หนึ่งในเกจิดังแห่งเมืองระยองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน

    และฆารวาส ชื่อจันทร์เมือง สอนในเรื่องสีผึ้ง อันโด่งดัง โดยเฉพาะสีผึ้งดำซึ่งใช้ในการขึ้นโรงขึ้นศาล ชะงัดนัก ส่วนสีขาวอมเหลืองจะ ใช้เจรจาค้าขาย ปัจจุบันหายากพอๆกับ สีผึ้งหลวงพ่อทาบ เพราะสร้างน้อยมากๆ( สีผึ้งทั้งสองสีของหลวงพ่อรวย มีกฎข้อห้ามสำคัญคือห้ามนำเข้าห้องน้ำพร้อมกับปลดทุกข์ ไม่เช่นนั้นจะเสื่อมหมด )จึงไม่น่าแปลกใจที่วัตถุมงคลของหลวงพ่อรวย จะมีปาฎิหารย์เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล่าขานกับคนในพื้นที่และผู้ที่บูชาไปอยู่เนืองๆ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญหลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ(ปิดรายการ)

    ลพ.รวย.jpg ลพ.รวยหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2019
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    https://palungjit.org/threads/พระราชธรรมวิจารย์-หลวงปู่ธูป-วัดแค-นางเลิ้ง-พระดีในอดีต.192861/

    ประวัติ หลวงปู่ธูป (พระราชธรรมวิจารณ์) วัดแคนางเลิ้ง (วัดสุนทรธรรมทาน) กรุงเทพ


    d1bd65087682f51b385ea9af9225746389a7a82b_218x311_q75-jpg.jpg

    พระราชธรรมวิจารณ์ หรือที่ชาวบ้านและลูกศิษย์ลูกหา มักเรียกท่านว่าหลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง ท่านเป็นพระสงฆ์ที่น่าเคารพ แถมท่านยังมีวิทยาคมเข้มขลังอีกด้วย ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง และสนน ราคาก็ยังไม่สูงมาก

    หลวงปู่ธูป ท่านเกิดที่ตำบลบางหลวงเอียง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2441 โยมบิดาชื่อ เดช โยมมารดาชื่อ ผ่อง ท่านกำพร้าบิดามารดาตอนอายุได้เพียงขวบเศษ ต่อมาท่านจึงได้มาอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่ กทม. คือเจ้าพระยาราชศุภมิตรและท่านผู้หญิงแปลก ระหว่างนี้ท่านก็ได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่ กทม. และได้ศึกษาหนังสือขอม บาลีต่างๆ ที่วัดใกล้บ้านของท่าน

    ครั้นถึงปี พ.ศ.2463 ท่านจึงได้อุปสมบทที่วัดสุนทรธรรมทาน (วัดแค) นางเลิ้ง โดยมีท่านเจ้าคุณธรรมวโรดม (จ่าย) สายเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอริยมุนี (หว่าง) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูพุทธบาล (เนตร) เจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "เขมสิริ" เมื่ออุปสมบทแล้วท่านก็ได้ศึกษาพระธรรม และวิปัสสนากรรมฐาน กับพระครูพุทธบาล ต่อมาท่านก็ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม ท่านก็จำพรรษาอยู่วัดบางนมโค จึงได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานและพุทธาคมกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลังจากที่ท่านได้เดินทางกลับมาที่ กทม.แล้ว ท่านก็ยังได้ไปเยี่ยมเยียนและศึกษากับหลวงพ่อปานอยู่เสมอ

    ต่อมาท่านก็ได้สนิทสนมกับหลวงพ่อขันธ์ วัดนกกระจาบ จึงได้มีโอกาสได้เรียนวิชาเชือกคาดเอวกับหลวงพ่อขันธ์อีกด้วย หลวงปู่ธูป นอกจากท่านจะได้เรียนกับหลวงพ่อปานและหลวงพ่อขันธ์แล้ว ท่านยังได้เดินทางไปเรียนกับหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ที่นครปฐมอีก หลวงพ่อแช่มและหลวงปู่ธูปได้เดินทางไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด ต่อมาท่านก็ได้รู้จักกับหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ในคราวที่เดินทางไปที่วัดตาก้องนี้เอง และได้แลกเปลี่ยนวิชากัน

    หลวงปู่ธูปท่านเป็นผู้ขยันหมั่นเพียร เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำกิจการใด ท่านก็ทำโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย นำพระภิกษุสามเณรให้ช่วยกันทำกิจกรรมของวัดให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ท่านจึงเป็นกำลังสำคัญของพระครูพุทธบาล ในการช่วยปฏิสังขรณ์พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองจนได้รับตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส

    ในปี พ.ศ.2471 ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน หลังจากท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านก็ได้พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองดังที่เห็นมาจนทุกวันนี้ ในปีพ.ศ.2477 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสุนทรธรรมวิจารณ์ ต่อมาในปี พ.ศ.2495 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระสุนทรธรรมวิจารณ์ ในปี พ.ศ.2506 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณ ศักดิ์เป็นที่พระราชธรรมวิจารณ์

    ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง ท่านเริ่มสร้างครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2482 โดยท่านสร้างร่วมกับหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง เป็นพระสมเด็จฐานสามชั้น พระรอด พระนางพญา และพิมพ์นางกวัก พระที่สร้างครั้งนี้เป็นพระเนื้อผง ผสมกับดินปูชนียสถาน และผงใบลาน ลงรักฉาบเนื้อ เนื้อในสีดอกเทา ด้านหลังจะเป็นรอยจารลึกลงไปในเนื้อทุกองค์

    เมื่อสร้างเสร็จท่านก็จะแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์และผู้มาแสดงมุทิตาจิต ที่เหลือนอกนั้นนำไปบรรจุที่ใต้ฐานพระประธาน พระชุดนี้ปัจจุบันหาดูได้ยากสักหน่อย นอกจากนี้ท่านได้สร้างตะกรุด เชือกคาดเอว พระเนื้อผงรุ่นปีพ.ศ.2504 เหรียญปีพ.ศ.2513 และอื่นๆ อีกพอสมควร

    หลวงปู่ธูปเป็นที่รักเคารพของชาวบ้านละแวกนั้น อีกทั้งลูกศิษย์ลูกหาอีกมากมาย จนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2533 ท่านจึงได้มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุได้ 92 ปี พรรษาที่ 70

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมุลที่มาอย่างสูงครับ
    หรียญหลวงพ่อดำหลังพระประจำวันหลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ(ปิดรายการ)

    ลพ.ธูป.jpg ลพ.ธูปหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2019
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    ชาวกรุงเก่าฮือฮาพระพุทธรูปปางประหลาด 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นปางพยาบาลภิกษุอาพาธ อีกองค์เป็นปางรับโชค ประดิษฐานอยู่ที่บางปะอินทั้งสององค์ เป็นที่นับถือศรัทธาจากชาวบ้านในด้านช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ

    ช่างผู้ปั้นพระเผยอดีตเจ้าอาวาสเป็นคนดำริจัดทำขึ้นตามภาพถ่ายที่ได้มา พอปั้นเสร็จก็ได้รับศรัทธาอย่างเนืองแน่นจากชาวบ้าน ทางด้านผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมชี้เป็นปางที่มีอยู่ในพุทธประวัติอยู่แล้ว เพียงแต่คนไม่ค่อยรู้จักเท่าไร

    สืบเนื่องจากผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่าที่วัดขนอนเหนือ ริมถนนสายเอเซีย ต.บ้านกรด อ บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระพุทธรูปลักษณะพิสดาร ไม่เหมือนกับพระพุทธรูปตามวัดต่าง ๆ สร้างความประหลาดใจต่อผู้พบเห็น จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าพระพุทธรูปดังกล่าว ตั้งอยู่ด้านข้างอุโบสถของวัด ประดิษฐานอยู่บนซุ้มปูนปั้นทรงไทย ยกฐานสูงจากพื้นดินประมาณ 180 ซ.ม. ลักษณะของพระพุทธรูปสูงประมาณ 2 เมตร อยู่ในท่านั่งเข่าขวาตั้งชัน ไว้ผมมวย มีใบหน้าอ่อนหวานคล้ายเจ้าแม่กวนอิม ในวงแขนมีรูปปั้นพระสงฆ์นอนคล้ายกับอาพาธอยู่ ที่ฐานพระพุทธรูปเขียนเป็นปูนปั้นว่า "พระพุทธรูปจริยาปางพยาบาลภิกษุอาพาธ"

    พระปลัดเนตร โกสโล อายุ 40 ปี เจ้าอาวาสวัดขนอนเหนือ เปิดเผยว่าตั้งแต่มาเป็นเจ้าอาวาสก็เห็นพระพุทธรูปดังกล่าวแล้ว ไม่ทราบวัตถุประสงค์ของผู้สร้างเหมือนกันว่าสร้างแบบดังกล่าวทำไม ทราบแต่เพียงว่าอดีตเจ้าอาวาสรูปเดิม ได้สั่งให้ช่างสิริ บ้านอยู่ที่หมู่ 4 ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน ปั้นพระพุทธรูปปางดังกล่าว ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมวัด ต่างสงสัยเข้ามาสอบถามกันบ่อยครั้ง ทางวัดจึงกำลังรวบรวมประวัติพระพุทธรูปดังกล่าวรวมกับประวัติของวัดด้วย เนื่องจากวัดขนอนมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรี อยุธยา นอกจากนี้ ภายในอุโบสถยังมีจิตรกรรมฝาผนัง เล่าเรื่องราวสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาไว้เป็นหลักฐานด้วย

    จากการสอบถามนายสิริ ภาคาหาญ อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.4. ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน ช่างปั้นพระพุทธรูปดังกล่าว เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาว่า เมื่อ 40 ปีที่แล้ว มีอาชีพเป็นช่างไม้ประจำหมู่บ้าน ชอบงานด้านช่าง แล้วพัฒนาฝีมือจนมาเป็นช่างปูน รับสร้างพระอุโบสถตามวัดต่างๆ และสร้างศาลาทรงไทย ก่อนจะมาเป็นพระพุทธรูปดังกล่าว พระครูพิศาลวิมลกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดขนอนเหนือที่มรณภาพไปแล้วได้นำภาพถ่ายพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธ อุ้มพระอยู่ ซึ่งเห็นว่าแปลกดี แล้วให้ตนเป็นคนปั้น เพื่อให้ชาวบ้านสักการบูชาและขอพรให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

    ช่างสิริกล่าวว่า ในการปั้นครั้งนั้น ตนไม่เคยปั้นพระพุทธรูปมาก่อน รับทำแต่ลวดลายปูนปั้นประดับศาลาและโบสถ์เท่านั้น การปั้นจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล ใช้เวลาปั้นนานประมาณ 1 เดือนจึงเสร็จ พระพุทธรูปออกมาสวยงามดี ชาวบ้านเห็นแล้วเกิดศรัทธาเข้ามากราบไหว้บูชาขอบารมีรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จนเป็นที่เลื่องลือ เชื่อว่าพระพุทธเจ้าผู้มีเมตตามารักษาโรคให้ ระหว่างปั้นยังมีชาวบ้านนำพระเครื่องหลายองค์มาบรรจุไว้ที่เศียรและหน้าอกด้วย แต่ไม่ทราบจำนวน

    ช่างปั้นพระกล่าวต่อว่า หลังจากปั้นพระพุทธรูปปางพยาบาลเสร็จ ได้มีพระช่วง อาจินตโน อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านหว้า มาให้ตนปั้นพระพุทธรูปอีก 1 องค์ โดยเศียรพระพุทธรูปเป็นเนื้อหินทะเลที่ชาวประมงลากติดอวนได้มา ให้ปั้นต่อเป็นองค์พระท่ายืน นำไปตั้งประดิษฐานไว้ที่ปากทางเข้าวัดบ้านหว้า ริมถนนสายเอเซียก.ม. 11-12 หมู่ 3 ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน โดยปั้นพระพุทธรูปให้มือขวาอยู่ในลักษณะกวักเขาหาตัว มือซ้ายปั้นในลักษณะแบมือรับโชค หรืออุ้มโชคไว้ ตอนนั้นแปลกใจในรูปแบบ คิดอยู่นานว่าจะปั้นออกมาอย่างไร พยายามอยู่หลายครั้งจนปั้นเสร็จสมบูรณ์ พบว่าชาวบ้านให้ความสนใจเข้ามากราบไหว้เป็นจำนวนมากเพื่อขอบารมีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น จนมีชาว จ.กำแพงเพชร มากราบไหว้แล้วถูกหวยรางวัลที่ 1 จึงมาติดต่อว่าจ้างให้ตนไปปั้นพระพุทธรูปลักษณะเดียวกันที่ จ.กำแพงเพชรด้วย แต่ตนไม่ได้ไปสร้างให้ หลังจากสร้างพระพุทธรูปปางรับโชคเสร็จได้ไม่นาน ทางวัดได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหญ่มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท แต่ประชาชนบริจาคเงินช่วยสร้าง แล้วเสร็จภายในเวลา 1 ปีเท่านั้น

    นางยุพา ชองขันปอน อายุ 40 ปี ชาวบ้าน อ.บางปะอิน ที่อยู่ห่างจากวัดประมาณ 2 ก.ม. เปิดเผยว่าเคยเดินทางไปกราบไหว้พระพุทธรูปทั้งสององค์อยู่บ่อยครั้ง เมื่อยามรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย จะนึกถึงพระพุทธรูปองค์นี้ประจำ เมื่อไปสักการะขอพรพระพุทธจริยา ปางพยาบาลภิกษุอาพาธ อาการที่เคยไม่ค่อยสบายจะรู้สึกหายไป เชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง แล้วเกิดความสบายใจขึ้น


    สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จตรวจเสนาสนะ (ที่อยู่) ของพระภิกษุสาวกโดยมีพระอานนท์ตามเสด็จ ครั้ง นั้นได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปหนึ่งนอนป่วยอยู่ตามลำพังด้วยโรคท้องเสีย อย่างรุนแรง ผ้านุ่งผ้าห่มเปรอะเปื้อนด้วยปัสสาวะและอุจจาระ ทรงทราบว่าไม่มีผู้ดูแล จึงทรงประคองภิกษุรูปนั้นด้วยพระมหากรุณา ทรงพยาบาลให้ได้รับความสบายโดยมีพระอานนท์คอยช่วยเหลือ จากนั้นตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายให้ประชุมกันแล้วรับสั่งว่า ขอให้ภิกษุช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในยามเจ็บไข้ เพราะพวกเธอได้สละบ้านเรือนออกมาประพฤติพรหมจรรย์ห่างจากญาติมิตร ถ้าพวกเธอไม่ดูแล กันเองใครเล่าจะดูแล จากนั้นได้ตรัสถึงอานิสงส์การพยาบาลภิกษุอาพาธ ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพยาบาลเราตถาคต ก็พึงพยาบาลภิกษุอาพาธเถิด”

    ** พระพุทธจริยาปางพยาบาล วัดขนอนเหนือ ออกที่วัดขนอนเหนือเมื่อ วันที่ 23 สิงหาคม 2552 ปลุกเสก 2 รอบ รอบแรกปลุกเสกที่วัดสุวรรณ อยุธยาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2552 รอบสองปลุกเสกที่วัดขนอนเหนือ วันที่ 23 สิงหาคม 2552 โดยพระเกจิคณาจารย์ อยุธยาหลายท่านเช่น หลวงพ่อหวล วัดพุทไธสวรรค์,หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติการาม,หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน,หลวงพ่ออุดม วัดพิชัย เหรียญ ทองแดง สร้าง 10000 เหรียญ ครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมุลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญพระพุทธจริยา ปาง พยาบาลภิกษุอาพาธ วัดขนอนเหนือ จ.อยุธยา 2553

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ (ปิดรายการ)
    วัดขนอนเหนือ.jpg วัดขนอนเหนือหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2019
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001


    เมื่อประมาณ ๗๐ ปีก่อน ชื่อของ “องสรภาณมธุรส (หลวงพ่อบ๋าวเอิง)” อดีตเจ้าอาวาส “วัดสมณานัมบริหาร” หรือ“วัดญวน สะพานขาว” เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์ญวน สังกัดอนัมนิกาย ที่มีการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามหลักของพุทธศาสนา นอกจากการให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยความเมตตาแล้ว สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในยุคสมัยนั้นคือ “การอัญเชิญวิญญาณ” และ “การติดต่อสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ” เช่น เทพ เทวดา วิญญาณของนักบวชที่ล่วงลับไปแล้ว ฯลฯ..... ซึ่งวันนี้ทางเราขอนำเสนอเรื่องราวที่ท่านสื่อวิญญาณกับ "บรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัต" โดยหลวงพ่อบ๋าวเอิงได้บันทึกไว้ ดังนี้ ...เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเมีย อาตมาภาพขณะนั้นมีสมณศักดิ์เป็นที่ อง พจนสุนทร (ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่ อง สุตบทบวร และบัดนี้เป็นที่ อง สรภาณมธุรส) ได้กระทำพิธีเชิญวิญญาณคุณพูนเพ็ญ จำรูญจันทร์ ภรรยา ร.ต.อ. ทวี จำรูญจันทร์ (ขณะนี้มียศเป็น พ.ต.ต.) ซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว มาประทับร่างทรงบนกุฎีของอาตมา ต่อหน้าสานุศิษย์ ๒ - ๓ คนเมื่อครั้งคุณพูนเพ็ญยังมีชีวิตอยู่ได้ถวายตัวเป็นศิษย์ของอาตมาภาพ และเป็นพุทธมามกะที่ดีในพระบวรพุทธศาสนา อาตมาภาพได้รับไว้ด้วยความเต็มใจ เพื่อสนองความตั้งใจของคุณพูนเพ็ญ จากนั้นไม่นาน คุณพูนเพ็ญได้ถึงแก่กรรม หลังจากได้ฌาปนกิจศพแล้ว ร.ต.อ. ทวี จำรูญจันทร์ได้นำกระดูกของภรรยามาบรรจุไว้ในเจดีย์เล็ก ซึ่งทำไว้ที่ชานชั้นบนกุฎีของอาตมาภาพ ตามความประสงค์ของคุณพูนเพ็ญ ซึ่งได้สั่งไว้ก่อนที่จะถึงแก่กรรม แต่นั้นมาวิญญาณคุณพูนเพ็ญก็ได้วนเวียนอยู่ใกล้กับอาตมาภาพตลอดมาวิญญาณคุณพูนเพ็ญมาประทับทรงในร่างของ ร.ต.อ ทวี จำรูญจันทร์ เมื่อเวลา ๒๑.๓๐ น ได้กล่าวกับอาตมาภาพตอนหนึ่งว่า “ที่หนูมานี่น่ะ หนูจะมาบอกหลวงพ่อว่า หลวงพ่อเป็นหมอรักษาโรคต่าง ๆ แต่หนูลืมบอกให้หลวงพ่อทูลเชิญท่านชีวกโกมารภัตมาประสิทธิ์ประสาทความรู้ในการรักษาโรค ให้หลวงพ่อถวายตัวเป็นศิษย์ท่านเสีย”อาตมาภาพได้ถามว่า “ท่านชีวกโกมารภัตเป็นใคร ?”วิญญาณคุณพูนเพ็ญได้อธิบายแก่อาตมาภาพว่า “ท่านชีวกโกมารภัต เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ เป็นนายแพทย์ที่ได้ถวายการรักษาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อคราวประชวรที่พระชงฆ์ และถวายพระโอสถเป็นประจำพระองค์เลยทีเดียว”อาตมาภาพมีความสนใจทันทีและได้ถามต่อไปว่า “จะเชิญท่านมาวันไหนจึงจะเหมาะ ส่วนเครื่องสักการบูชานั้น จะจัดทำเช่นไร จึงจะถูกความประสงค์ของท่าน”วิญญาณคุณพูนเพ็ญตอบว่า “ให้หลวงพ่อทูลเชิญท่านในวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ส่วนเครื่องสักการบูชานั้นจัดเป็นขันธ์ ๕ ถวายแก่องค์ท่าน”คุณวิทย์ ศิวะดิตถ์ เจ้าของห้างเสรีวัฒน์ สะพานหัน พระนคร ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั้นด้วย เป็นผู้ทราบเรื่องขันธ์ ๕ ดี รับจะจัดการให้ครั้นวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ ๒๔๙๗ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย เวลา ๒๒.๑๐ น คุณวิทย์ ศิวะดิตถ์ ได้จัดขันธ์ ๕ มาให้ตามที่ได้รับปากไว้ อาตมาภาพได้นำเครื่องสักการบูชาขันธ์ ๕ ตั้งบนโต๊ะ ซึ่งได้จัดไว้ที่ระเบียงด้านหน้าชั้นบนกุฎี อาตมาภาพได้ทำพิธีสวดสดุดีและอัญเชิญวิญญาณของบรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัต ให้รับทราบว่า อาตมาภาพขอฝากฝังตัวเป็นศิษย์ของท่านในทางรักษาโรค พร้อมกับขอสักการบูชาด้วยขันธ์ ๕ เป็นการแนะนำตัวเองให้ท่านได้รับทราบไว้ต่อมา เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย เวลา ๑๒.๑๕ น ขณะที่อาตมาภาพกำลังปรารภอยากจะหาช่างมาปั้นพระพักตร์ของบรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัต ซึ่งอาตมาภาพจะได้อัญเชิญให้มาปรากฏที่หัวแม่มือ เพื่อจะได้นำมาเป็นแบบปั้นรูป และหล่อไว้เป็นที่เคารพบูชาต่อไป คุณโชติ สโมสร (ได้ถึงแก่กรรมแล้ว) ซึ่งมีความสามารถในการปั้นรูป ได้มาหาอาตมาภาพ อาตมาภาพจึงได้นำคุณโชติขึ้นบนกุฎิชั้นบน เพื่อปั้นรูปที่อาตมาภาพจะได้อัญเชิญให้มาปรากฏที่หัวแม่มือ คุณโชติไม่เชื่อว่าอาตมาภาพจะอัญเชิญภาพให้มาปรากฏได้ อาตมาภาพจึงได้บอกกับคุณโชติว่าจะทำให้ประจักษ์อาตมาภาพได้ทำพิธีอัญเชิญบรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัต ให้ปรากฏภาพพระพักตร์ เพื่อให้คุณโชติปั้นไว้เป็นแบบ เมื่อภาพได้มาปรากฏที่หัวแม่มืออาตมาภาพ คุณโชติมีความแปลกใจถึงกับอุทานว่า “ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองแล้ว จะไม่เชื่อเลย”คุณโชติทำการปั้นรูปพระพักตร์บรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัต ตามที่ได้เห็นที่หัวแม่มือของอาตมาภาพทันที เวลาล่วงไป ๒ ชั่วโมง การปั้นรูปพระพักตร์ของบรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัต ก็ได้สำเร็จอย่างเรียบร้อย ท่ามกลางความแปลกประหลาดใจของคุณโชติผู้ปั้น และเพื่อนฝูงของเขาเป็นอันมาก ที่ได้มาพบเห็นปรากฏการณ์ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายในโลกนี้ จากการทำพิธีอัญเชิญของอาตมาภาพกับศิษย์คนหนึ่งของอาตมาภาพ คุณโชติ สโมสร ได้เปิดเผยความในใจ หลังจากได้เห็นพิธีที่อาตมาภาพได้อัญเชิญภาพพระพักตร์บรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัตให้มาปรากฏที่หัวแม่มือ และได้ปั้นรูปพระพักตร์ขององค์ท่านเสร็จแล้วว่า :-“เ
    https://www.tnews.co.th/contents/217484
    เข้าไปอ่านรายละเอีัยดเต็มๆตามเวปครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมุลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญปู่ชีวก วัดญวณสะพานขาว ปี ๒๕๓๖

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ(ปิดรายการ)

    ปู่ชีวก.jpg ปู่ชีวกหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2019
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    ประวิติหลวงพ่อทวน
    นามเดิม ชื่อ ป้อม นามสกุล สมรูป
    เกิด วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๑ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีวอก
    ภูมิลำเนาเดิม เป็นชาวแสนตอ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
    เมื่อท่านอายุ ๒๒ ปี บิดา-มารดาของท่านได้ทำการอุปสมบทให้ในเดือนพฤษภาคม
    พ.ศ.๒๔๗๒ ที่วัดแสนตอโดยมี พระครูวรวัตวิบูลย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการเที่ยงเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสมุห์เฉื่อย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า สุขวโร ซึ่งเมื่อก่อนจะอุปสมบทนั้นท่านได้ครองตัวเป็นโสดไม่มีภรรยาและบุตรมาก่อน จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ตัวท่านก็ไม่เคยลาสิกขาบทมาก่อนเลย ยังคงครองสมณเพศมาตลอด เนื่องด้วยท่านเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง ปฏิบัติสิ่งใดด้วยความรอบคอบ มุ่งมั่นและใช้ปัญญา งานทุกอย่างของจึงประสบความสำเร็จทุกครั้งไป
    ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ตรงกับเดือน ๖ ปีกุน ท่านได้ย้ายจากวัดแสนตอมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองพังตรุโดยท่านเจ้าคณะตำบลวังศาลาในสมัยนั้นพร้อมด้วยคณะกรรมการวัดและประชาชน ชาวหนองพังตรุได้ร่วมกันติดต่อและอาราธนาท่านมาดังกล่าว
    ประวัติวัดหนองพังตรุ
    วัดหนองพังตรุเป็นวัดราษฎร์สร้างมานานประมาณ ๓๐๐ ปีเศษ ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลองใหญ่ แยกจากถนนแสงชูโต สายกรุงเทพ-กาญจนบุรี กิโลเมตรที่ ๙๗-๙๘
    ข้ามสะพานจันทรุเบกษา ซึ่งสร้างข้ามแม่น้ำแม่กลอง ใต้อำเภอท่ามะกาประมาณ ๗๐๐ เมตรเศษ
    หรือเรียกว่าสามแยกท่ามะกา ถึงวัดหนองพังตรุประมาณ ๙ กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางแอสฟัลท์ ถึงหนองตากยา
    วัดนี้มีประวัติเล่าสืบกันมาว่า ครั้งสงครามพม่า เมื่อทัพพม่าบุกรุกตีต้อนไล่ราษฎร์มาถึงเขตกาญจนบุรี ฝ่ายคนไทยเมื่อได้ทราบข่าวศึกพม่าจึงได้พากันหลบหนี การหลบหนีข้าศึกครั้งนั้นไปได้แต่ตัวเพราะสมัยนั้นรถยนต์ไม่มี สิ่งของต่างๆ ที่เอาไปไปได้ก็เอาไป ส่วนของหนักบางอย่างที่เอาไปไม่ได้ก็ทิ้งลงสระต่อมามีคนต่างถิ่นมาขุดค้นในสระได้ของไปเป็นอันมาก จึงเรียกว่า “พังตรุ” ส่วนคำว่าหนองนั้น เพราะทางวัดตั้งอยู่ใกล้หนองจึงรวมเรียกว่า
    “วัดหนองพังตรุ” ตั้งแต่นั้นมาจนถึงบัดนี้
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมุลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่นประสพการณ์หลวงพ่อทวน วัดหนองพังตรุหลังหนุมาน กาญจนบุรี

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ

    ลพ.ทวน.jpg ลพ.ทวนหลัง.jpg
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    ขุนแผน หลวงพ่อเจริญ วัดอมฤต ผักไห่ อยุธยา
    ให้บูชา200 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ ลองหาประวัติหลวงพ่อเจริญ อ่านตามเวปนะครับ

    ลพ.เจริญ.jpg ลพ.เจริญหลัง.jpg
     
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    1745-4909.jpg

    คำสอนของหลวงพ่อ

    ..........คำ สอนของหลวงพ่อต่อไปนี้ เป็นคำสอนที่ข้าพเจ้าได้จดบันทึกไว้ จากที่ได้ฟังเองบ้าง เพื่อนเล่าให้ฟังบ้าง รวบรวมมาเรื่อย ๆ คำสอนส่วนนี้จะคละกันไป ในเรื่องของกรรมฐานซึ่งยากง่ายลึกซึ้งแตกต่างกันไปตามกำลังความสามารถของผู้ ถามบ้าง ในเรื่องของการให้กำลังใจแก่ศิษย์ที่กำลังมีทุกข์ต่าง ๆ บ้าง และบางคำสอนก็จะยกแต่คำสอนมาโดยที่ไม่ได้กล่าวถึงบริบท ฯลฯ ดังนั้น จึงอาจจะทำให้อ่านแล้วไม่สู้เข้าใจนัก เหมือนที่เพื่อนหลาย ๆ ท่านอ่านแล้วบอกข้าพเจ้าว่า ไม่รู้เรื่อง หากเป็นเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็ขอกราบขออภัยมา ณ ที่นี้

    ๑. วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๐ มีพระรูปหนึ่งคุยกับหลวงพ่ออยู่ ข้าพเจ้านำน้ำปานะเข้าไปถวาย หลวงพ่อยังไม่รับน้ำปานะ ข้าพเจ้าจึงต้องนั่งรออยู่ตรงนั้น มีโอกาสได้ยินหลวงพ่อพูดกับพระองค์นั้นว่า... “การหลุดพ้น เป็นหลักสำคัญของการปฏิบัติ อิทธิ เอาไว้ปราบพยศ มี พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ แต่ห้ามใช้…”

    ๒. วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๘ หลวงพ่อกล่าวถึงความหมายของคำว่า “ปาฏิหาริย์” ว่า... “ปาฏิหาริย์ คือสิ่งที่ผู้หนึ่งทำได้ แต่ผู้อื่นทั่ว ๆ ไปทำไม่ได้ พระพุทธเจ้าทำปาฏิหาริย์ แล้วขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนดาวดึงส์ ก้าวขึ้นไป ๓ ก้าวก็ถึง”

    ๓. วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๙ หลังจากที่ข้าพเจ้าแจ้งกรรมฐาน หลวงพ่อได้กล่าวถึงเหตุที่ไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ว่า... “เรื่องแปลก ๆ อย่างนี้ หลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นกับหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อพูดให้ใครฟังไม่ได้ จะกลายเป็นอุตริมนุสธรรม”

    ๔. วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๙ มีเด็กผู้ชายอายุประมาณแปดเก้าขวบสองคนมากราบหลวงพ่อ คนหนึ่งโดนมีดบาด ชูนิ้วให้หลวงพ่อดู แล้วบอกว่า...
    เด็ก “แม่บอกให้หลวงพ่อเป่า”
    หลวงพ่อ “รอเดี๋ยว”
    ..........หลวง พ่อสั่งแล้วลุกเดินไปหยิบขนมเปี๊ยะหนึ่งอันจากในย่ามที่แขวนอยู่ที่หัวเสา บันไดขึ้นชั้นบน เอามายื่นให้เด็กทั้งสอง แล้วบอกให้เอาไปแบ่งกัน พร้อมทั้งเป่านิ้วที่เจ็บให้ เมื่อเด็กลงไปแล้ว หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า...
    หลวง พ่อ “เด็กสองคนนี่ชอบมากราบหลวงพ่อ ขนมเปี๊ยะนี่ เขานิมนต์หลวงพ่อฉันเช้า หลวงพ่อเก็บใส่ย่ามมา พระที่เห็นชอบใจ ถามหลวงพ่อว่าเอาอีกไหม ? หลวงพ่อว่าอันเดียวก็พอแล้ว... มันก็แปลก ญาติโยมนี่ชอบใจที่เห็นเราโลภ พอดีที่นิมนต์นี่เป็นญาติกัน”
    ข้าพเจ้า “ลูกก็แปลกใจ เพราะหลวงพ่อไม่เคยเก็บ(ตุน)ของกิน”

    ๕. วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๙ หลวงพ่อเล่าเรื่องพระขออนุญาตทำสวนหย่อมในวัดว่า... “พระ ท่านจะทำสวนหย่อม หลวงพ่อจะให้เทปูน เอาเศษเหล็กที่ไม่ดีวางบนถนนปูน ส่วนเหล็กดีก็วางบนดิน (บริเวณที่จะทำสวนหย่อมจะเป็นพื้นดินที่ติดกับถนนปูนเก่า) เทปูน ได้ประโยชน์ไว้จอดรถ คำว่าสวนหย่อม ไม่น่าเข้ามาในวัด มันเสียเวลาดูแลรักษา แย่งเวลาทำกิจอย่างอื่น คงต้องเป็นไปตามความคิดของหลวงพ่อ”

    ๖. วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๙ มีศิษย์ถามคำถามหลวงพ่อ...
    ศิษย์ “สังขาร (ปรุงแต่ง) กับ ปัญญา ต่างกันอย่างไร ?”
    หลวงพ่อ “รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ...ถามใหม่ซิ ?”
    ศิษย์ “การปรุงแต่ง กับ ปัญญา เมื่อเกิดขึ้นแล้วต่างกันอย่างไร ?”
    หลวง พ่อ “ปรุงแต่งนั้นมันเกิดแล้วก็ดับ ปัญญาก็เกิดแล้วดับเหมือนกัน เช่นดวงไฟ พระพุทธเจ้าขึ้นไปโปรดพุทธมารดา จนพุทธมารดาได้ปัญญาเป็นพระโสดาบัน ท่านก็จะทรงสภาพโสดาบัน...ตอนนี้ก็คงจะยังไม่เข้าใจ แล้วต่อไปก็จะเข้าใจเอง”

    ๗. วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ มีศิษย์ถามคำถามหลวงพ่อ
    ศิษย์ “เกิด มีเรื่องที่รู้ที่เข้าใจในสมาธิ พอจดบันทึก ก็รู้เพิ่มขึ้น จึงไม่แน่ใจว่า ที่รู้เพิ่มขึ้นนี้ เป็นการปรุงแต่งของสัญญาหรือไม่ ?”
    หลวง พ่อ “รู้แล้ว มั่นใจในสิ่งที่รู้ไหม ? ถ้ามั่นใจก็คือตัวปัญญา รู้ด้วยปัญญา รู้ด้วยสมาธิ รู้ได้ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน แม้จะเขียนก็ยังมีสมาธิอยู่ มันก็ปรุงแต่งทั้งนั้น อยู่ที่ว่าปรุงแต่งถูก หรือ ปรุงแต่งผิด”



    ๘. วันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าและเพื่อน ๆ ไปวัดประดู่ทรงธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อกลับมาถึงสุพรรณบุรี ได้แวะกราบหลวงพ่อที่วัดสวนหงส์ก่อน พวกเราเล่าความรู้สึกว่า เสียดายวิหารที่ทรุดโทรม หลวงพ่อสอนว่า... “อย่าง นี้ ก็ต้องย้อนกลับไปอีกละซิ... ที่ไปนี้ เพื่อการพิจารณาละวาง มิใช่เพื่อการยึดการย้อนทวนกลับไปอีก จะทำให้ไม่หลุดพ้น ให้พิจารณาดูว่า ทุกสิ่ง มีการแตกดับไปเป็นธรรมดา ใช้วิปัสสนาพิจารณา นามรูปังอนิจจัง นามรูปังทุกขัง นามรูปังอนัตตา”

    ๙. วันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๑ ข้าพเจ้าอ่านข่าวเรื่องการโคลนนิ่งกบไม่มีหัว และแนวคิดที่จะโคลนนิ่งคนไม่มีหัว เพื่อเอาอวัยวะไปเปลี่ยนให้คนไข้ ข้าพเจ้ามีข้อข้องใจ จึงนมัสการถามหลวงพ่อ...
    ข้าพเจ้า "การกระทำเช่นนี้ จะผิดศีลธรรมหรือไม่ ? จะรู้ว่ามีจิตตอนไหน ? เจ้าคะ”
    หลวงพ่อ “จะบาปหรือไม่ ให้ดูว่า สิ่งนั้นมีความรู้สึกหรือไม่”

    ๑๐. วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๙ มีผู้ชายคนหนึ่งมากราบหลวงพ่อ และนมัสการว่า...
    ผู้ชาย “ต้องทำงาน ต้องรับผิดชอบ หาเวลาปฏิบัติธรรมไม่ได้ ต้องต่อสู้กับกิเลสสิ่งรอบตัวทางโลก”
    หลวงพ่อ “เพราะการงาน ทำให้สิ่งที่มีเหมือนไม่มี”

    ๑๑. วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๙ แมวที่บ้านของข้าพเจ้าไม่สู้แมวตัวอื่น บางครั้งข้าพเจ้าต้องยุให้มันสู้ ข้าพเจ้านำเรื่องนี้นมัสการหลวงพ่อ ท่านสอนว่า... “อย่าไปสอนเขาอย่างนั้นนะ มันบาป นโปเลียนกล่าวไว้ว่า ผู้ชนะที่แท้คือผู้ล่าหนี”

    ๑๒. วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๑ คณะรักษาอุโบสถนมัสการถามหลวงพ่อว่า...
    ผู้ถาม “มีคนพูดว่า พระองค์อื่นทำบุญ สร้างอะไรต่อมิอะไรมากมาย หลวงพ่อปลื้มไม่เห็นทำบุญอะไรเลย ?”
    หลวงพ่อ “หลวงพ่อทำตามอย่างพระพุทธเจ้า”

    ๑๓. วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๘ ข้าพเจ้าไปงานพระราชทานเพลิงศพน้าชาย แล้วมากราบนมัสการหลวงพ่อ...
    ข้าพเจ้า “ลูกไปงานศพน้าชายมา ศพอยู่ในโกศ มีแตรสังข์บัณเฑาะว์ประโคม ขณะอยู่ในงานพิจารณาว่า ยามผู้ที่อยู่ในโกศยังมีชีวิต ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ ห้อมล้อมอยู่ เมื่อไม่มีชีวิตแล้ว ขณะสวดพระอภิธรรมศพ และในงานพระราชทานเพลิงศพ แม้น้าชายไม่เห็น สิ่งเหล่านั้นก็ยังมาห้อมล้อมอยู่ แต่เมื่อนำสังขารร่างกายเข้าสู่เตาเผามอดไหม้ไปแล้ว โกศและเครื่องบรรเลงแสดงฐานะของผู้ตายก็จากไป ผู้คนที่มาร่วมงานก็จากไป ญาติ ๆ ก็จากไป มีเพียงลูกเมียใกล้ชิด รอเวลาที่จะนำส่วนที่เหลือของเขา... ไปสู่ทะเลไกลแสนไกล สุดท้าย ไม่มีอะไรเหลือสำหรับเขา... เจ้าค่ะ”
    หลวงพ่อ “นั่นคืออนัตตา ที่สุดไม่เหลืออะไร เป็นอนัตตา เหลือคุณความดีความชั่วอยู่”

    ๑๔. วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๘ ข้าพเจ้าไปวัดสวนหงส์ ได้ยินเสียงแมวร้องอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงไปกราบนมัสการหลวงพ่อ...
    ข้าพเจ้า “หลวงพ่อเจ้าคะ ลูกได้ยินเสียงแมวร้องคล้ายเสียงเด็กร้องไห้โยเย”
    หลวงพ่อ “มันร้องเพราะเหตุใด ? ทุกขเวทนาหรือไม่ ?”
    ข้าพเจ้า “ร้องเพราะทุกขเวทนาเจ้าค่ะ”
    หลวงพ่อ “อบาย อบายภูมิ นรกภูมิ เปตภูมิ เดรัจฉานภูมิ อสุรกายภูมิ... เป็นมนุษย์นี่ดีแล้ว รักษาภูมิมนุษย์ไว้ ให้ดี !”
    ..........หลัง จากวันที่กราบเรียนหลวงพ่อ ข้าพเจ้าเห็นแมวตัวนั้น มาป้วนเปี้ยนอยู่ข้าง ๆ หลวงพ่อ ดูมันสดชื่นแจ่มใส และไม่ร้องเสียงแปลก ๆ อย่างนั้นอีก... นอกจากนี้ มันจะคอยไล่ตะปบชายจีวรของหลวงพ่อเล่นอย่างเพลิดเพลิน จนทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเข้าใจและซาบซึ้งอย่างประมาณไม่ได้กับคำว่า “ชายผ้าเหลือง”
    https://www.web-pra.com/amulet/หลวงพ่อปลื้ม-วัดสวนหงส์ เข้าไปอ่านประวัติเต็มๆได้ตามลิงค์นี้ครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมุลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์

    ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ

    ลพ.ปลื้ม.jpg ลพ.ปลื้มหลัง.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    เหรียญพ่อท่านแก้ว วัดเขาปูน นครศรีธรรมราช ลองหาประวัติท่านอ่านตามเวปครับ มีรายการโทรทัศน์ด้วย
    ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ
    พ่อท่านแก้ว.jpg พ่อท่านแก้วหลัง.jpg
     
  13. Suppasit_S

    Suppasit_S เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    955
    ค่าพลัง:
    +3,646
    ขอรับรายการนี้ครับ และหากมีรายการอื่นๆของหลวงปู่ฯท่านอีก ขอดูด้วยครับ

     
  14. Suppasit_S

    Suppasit_S เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    955
    ค่าพลัง:
    +3,646
    ขอรับ 2 รายการนี้ด้วยครับ และขอดูรายการอื่นๆอีกสัก 2-3 วันก่อนโอนนะครับ

     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    มีพระสมเด้จวัดโคกแก้ว ท่าวุ้ง ลพบุรี ที่ท่านเจ้าอาวาสนำมาให้ลป.บุญศรีเสก มีหลักฐานชัดเจนแน่นอน เคยลงหนังสือพระ นะโม สมัยนั้น ผมยังหาหนังสือไม่เจอ ภาพหลักฐานชัดเจน หรือไปสอบถามศิษย์ที่ทันยุคนั้นได้ครับ ว่ามีจริงไหม
    ใส่กล่องเดิมๆไว้ เป็นพิมพ์สมเด้จปรกโพธิ์ ให้บุชา 300 เดี๋ยวผมถ่ายให้ดู ผมเก็บไว้หลายองค์ ถ้าสนใจผมจะถ่ายรูปให้ดูครับ ขอค้นหาพระก่อน ไม่รู้เก็บไว้ไหน ลองไปหาข้อมุลก่อนครับ เพื่อความสบายใจ เพราะไม่มีอะไรบอกได้ว่าเป้นพระที่หลวงปู่บุญศรีปลุกเสก ผมยังหาหนังสือไม่เจอ และอีกนานกว่าจะหาเจอ หนังสือพระผมเป็นพันเล่ม หาไม่ไหว ถ้าสนใจแจ้งบอกทางข้อความได้ครับ ขอบคุณครับ
     
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    วัดเขียนหลวงปู่อ่อน ผมเคยลงไว้3-4ปี เป้นพระสมเด็จและรูปเหมือนท่าน มีเกษาผสม ตอนนั้นให้บุชา 300 บาทประมาณนี้ ถ้าสนใจ ผมจะหาพระแล้วถ่ายรูปให้พิจรณาอีกครั้งครับ
     
  17. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    เหรียญหลวงพ่อวัดคู วัดคูมะนาวหวาน อ่างทองพิธีดีครับ ลองไปหาประวัติท่านอ่านนะครับ มีลงไว้มากมายตามเวปต่างๆ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งEMS 50 บาทครับ
    ลพ.เสียน.jpg ลพ.เสียนหลัง.jpg
     
  18. Suppasit_S

    Suppasit_S เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    955
    ค่าพลัง:
    +3,646
    สนใจครับ ขอชมด้วยครับ

     
  19. Suppasit_S

    Suppasit_S เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    955
    ค่าพลัง:
    +3,646
    ขอชมด้วยครับ

     
  20. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,896
    ค่าพลัง:
    +21,001
    พรุ่งนี้ถ่ายรูปให้พิจรณาครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...