พระพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศไทย

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ติงติง, 6 กันยายน 2010.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,272
    ค่าพลัง:
    +82,737

    [​IMG]

    ถอยหลังลงไปตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่
    ก็มีพระจำพรรษา ตั้งแต่ภาคใต้ของประเทศไทย ถึงภาคเหนือ
    ภาคเหนือจริงๆ ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่พระมหาโมคัลลามาคุม
    คือ เป็นสายของพระมหาโมคัลลาแดนเหนือ

    [​IMG]

    ออกไปด้านเชียงตุงติดต่อประเทศจีน
    แล้วก็ในเขตจีนเป็นสายของพระมหากัสสป
    ความจริง ก็ไม่ไกล กันนักแต่ มันเดินยาก
    แต่ท่านผู้นั้นท่านเหาะ แล้วสำหรับใต้ล่องลงมานี่

    [​IMG]

    นับตั้งแต่ จังหวัดสุพรรณบุรี มาถึง จังหวัดนครปฐม เพชรบุรี เป็นต้น
    แล้วก็แดนประจวบคีรีขันธ์
    ตอนนี้เป็นสายของพระมหากัจจายนะ กับพระอนุรุทธ
    มักจะมากันเสมอ ๆ
    ต่ำลงมาจากประจวบคีรีขันธ์ ถึงจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    สายนี้ก็เป็นสายพระโสณะกัณณะ

    [​IMG]

    ที่มากันเป็นปกติ
    สายใต้ลงไปจากนั้น
    ก็เป็นสายลูกศิษย์ของพระพวกนั้น ที่กล่าวมาแล้ว
    ที่สอนต่อๆ กันมาเป็นอันว่า
    ประเทศไทยรับคำสอน ของพระพุทธศาสนามาก่อน
    ที่เราคิดว่า รับพระพุทธศาสนาเข้ามาประเทศไทย

    [​IMG]

    <O:p
    เวลานั้น
    ไอ้เมืองมันมากอยู่กันเป็นหย่อมๆ
    มีพระราชาที่เขาเรียกว่า พ่อเมือง
    คนก็มีหลายเผ่าด้วยกัน คนไทยเวลานี้มาเรียกว่า ไทยๆ

    [​IMG]

    สมัยนั้นเขาก็ได้เรียกว่า ไทย
    รวมความว่า เป็นเผ่าคล้ายคลึงกันคนในดินแดน
    แผ่นนี้จะเรียกเป็นเผ่าใหญ่ๆ จริงๆ แล้วมันมีอยู่ 7 เผ่าด้วยกัน
    เวลาจะพูด ต้องพยายามเรียนภาษากันอยู่เจ็ดเผ่าด้วยกัน
    นับตั้งแต่โน่นแน่ะ เชียงตุงมานั่นแหละ

    [​IMG]

    จนกระทั่งปลายเขตแดน ของสิงคโปร์ มี 7 เผ่า
    ที่เป็นเผ่าใหญ่ แล้วเผ่ากระจอกงอกง่อย ก็มีอีกตั้งเยอะแยะ
    แต่บางทีก็เป็นเผ่าไทยด้วยกัน แต่เรียกชื่อ ต่างกันเสียอีก
    แต่ว่า พูดกันรู้เรื่องว่า

    [​IMG]

    ฉันพวกเผ่านายดำ ฉันพวกเผ่านายเขียว ฉันพวกเผ่านายขาว
    เนื้อแท้มันพูดเหมือนกันจริยาอาการต่างๆ
    วัฒนธรรมเหมือนกัน มันก็เผ่าเดียวกัน
    แต่ก็ยัง ไม่ยอมรวมกันถือว่า อยู่กันเป็นหมู่บ้านเมืองสมัยนั้น
    ก็เป็นหมู่บ้าน ที่มีความสำคัญเพียงเท่านี้
    <O:p
    ในช่วงนั้น ที่มีพระอรหันต์มาเรื่อย ๆ
    หมออาชีวกโกมารภัจ ก็เคยมาเที่ยว

    [​IMG]

    ถ้าจะถามว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เคยเสด็จไหม
    ก็ต้องตอบว่า เวลานั้น พระพุทธเจ้ามาในเขตนี้หลายวาระ
    แล้วก็คราวหนึ่งทำให้คนสำเร็จอรหันต์ไปไม่น้อย
    การเสด็จมาของพระองค์ ใช้เวลาเดินนานหน่อย
    เพราะนาน ๆ จะได้เดิน ส่วนมากท่านเหาะมา มาคราวหนึ่ง
    ก็มีพระติดตามไม่น้อยกว่า 500 รูป

    [​IMG]

    ที่มากันอย่างนั้น ก็เพื่อเป็นกำลังใจของคน
    คือ เวลาก่อนหน้า นั้นหมอผี มันมีมาก
    ดินแดน ดินเดียเขาเล่น สมาธิจิตกัน
    เล่นกำลังจิต แต่ดินแดนแห่งนี้ เขาเล่นผีกัน
    นับถือผีอยู่ก่อน ให้ผีเป็นเจ้า ผีเป็นนาย ทำอะไรก็ต้องเชื่อผี
    จนกระทั่ง มีการตั้งศาลพระภูมิขึ้นมา

    [​IMG]

    อันนี้เราก็เรียกว่า ผีเหมือนกัน เพราะว่า กำลังใจของคนพวกนี้
    ยอมรับนับถือผี มาเป็นตัวอย่าง เป็นเหตุ
    <O:p
    เมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์เสด็จมา
    ก็เอาผีพวกนี้ มาแสดงตัวให้ปรากฏ

    [​IMG]

    สมเด็จพระบรมสุคต ให้บุคคลทั้งหลายเห็นว่า
    ผีที่เขาบูชานั้น เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา อันนี้ เราก็เรียกว่า
    ผีเหมือนกัน เพราะว่า กำลังใจของคนพวกนี้
    ยอมรับนับถือผีมา เป็นตัวอย่างเป็นเหตุ
    เมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์เสด็จมา
    ก็เอาผีพวกนั้นมาแสดงตัวให้ปรากฏ

    [​IMG]

    สมเด็จพระบรมสุคต ให้บุคคลทั้งหลายเห็นว่า
    ผีที่เขาบูชานั้น เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา เห็นกันจนผีเห็นคน
    คนเห็นผี ในเมื่อผีเหล่านั้น เห็นพระพุทธเจ้าก็มากราบพระพุทธเจ้า

    [​IMG]

    และแสดงว่า ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า
    อันนี้ เองเป็นเหตุให้ผู้ได้เห็น เกิดมีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า
    ฉะนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเทศน์อะไรลงไปเขารับฟังทันที
    สมเด็จพระชินสีห์เทศน์จึงมีผลให้คน เป็นพระอริยเจ้า
    <O:p
    หลังจากที่ พระพุทธเจ้านิพพานแล้ว มีพราหมณ์ คนหนึ่ง

    [​IMG]

    ชื่อว่า โสณะพราหมณ์ เป็นพราหมณ์อยู่ที่
    กุสินารามหานคร ชื่อเก่าของเขานะ โสณะพราหมณ์
    ไอ้โสณะ พราหมณ์ นี่ จะแปลว่าอะไร ไม่ต้องพูด
    แต่ว่า เป็นพราหมณ์ ที่บอกอรรถปัญหาแก่พระราชา
    เป็นปุโรหิต เป็นคนมีความรู้ดี พ่อแม่ ให้นามว่า โสณะ ๆ
    ต่อมา คนเรียกกันว่า โทณะพราหมณ์

    [​IMG]

    โทณะเขาแปลว่า ทะนาน ตอนที่ตวงพระบรมสารีริกธาตุ
    แบ่งกันกับพระราชาเมืองอื่น ปรากฏว่า
    โทณะพราหมณ์ซ่อนพระเขี้ยวแก้ว ไว้ในผม
    พระอินทร์เห็นว่า ไม่สมควรกับโทณะพราหมณ์ จึงเอา
    พระเขี้ยวแก้ว ไปบรรจุที่พระจุฬามุนีเจดีย์สถาน บนชั้นดาวดึงส์เทวโลก

    [​IMG]

    ในเมื่อแจกของหมด แกก็มาคลำดู
    เห็นหายไปจากมวยผม จึงได้ขอทะนาน
    ที่ใช้สำหรับตวงพระบรมสารีริกธาตุเอาไปบูชา
    เป็นทะนานทอง ทะนานนี้ภาษาบาลี เขาเรียกว่า โทณะ
    เมื่อตาพราหมณ์คนนี้ แกรับทะนานมาแล้ว
    เขาจึงให้ชื่อว่า พราหมณ์ทะนาน หรือว่าพราหมณ์ผู้รับทะนาน


    [​IMG]

    ความจริงเมืองนครปฐม ที่เราเรียกกันว่า ทวาราวดี
    รู้จักกับพระพุทธเจ้า รู้จักกับพระอรหันต์
    รู้จักกับพระพุทธศาสนา มาตั้งแต่พระพุทธเจ้ายังอยู่
    การเดินไปเดินมาจาก กรุงกบิลพัสดุ์มหานคร ถึงจังหวัดนครปฐม
    หรือทวาราวดี ใช้เวลาเดินจริงๆ ไม่เกิน 17 วัน

    [​IMG]

    พ่อค้าใช้เวลาเดินประมาณเดือนเศษๆ
    นับว่า ใช้เวลานานเพราะ มีน้ำหนักมาก
    ถ้าลองนึกดูว่า คนสมัยนี้ กับสมัยตอนที่ท่านเป็นหนุ่ม
    ใครมันเดินสู้กันได้ และ สมัยที่ท่านเป็นหนุ่ม
    ก็เดินสู้คนเก่าๆ เขาไม่ได้ เขาเดินกันเป็นปกติ เป็นอันว่า
    การรอนแรมมาเป็นของไม่ยาก

    [​IMG]

    <O:p
    โทณะพราหมณ์ เมื่อได้รับทะนานทองแล้ว
    ก็เดินทางมาสู่เมือง ทวาราวดี
    เพราะโดยปกติแกมาเสมอๆ มีที่หมู่บ้านหนึ่ง
    เขาเรียกว่า บ้านพราหมณ์ใกล้ ๆ
    กับพระประโทน นั่นแหละ หมู่บ้านพราหมณ์

    [​IMG]

    ก็เป็นหมู่บ้าน ของอีตาโทณะพราหมณ์นั่นเอง
    เมื่อได้มาแล้ว แกก็ทำเจดีย์ ขึ้นเป็นองค์ย่อมๆ
    บรรจุทะนาน ที่ตวงพระบรมสารีริกธาตุไว้ ณ ที่นั้น
    แล้วก็ทำการบูชาเป็นอันว่า
    พระประโทนนี่ก็ก่อนพระปฐมเจดีย์องค์ใหญ่

    [​IMG]

    <O:p
    การที่พระอริยสงฆ์ สมัยพระมหินทร์
    ประกาศพระศาสนา ก็เดินทางมาขึ้นที่
    จังหวัดนครปฐมก่อน เป็นจุดแรกที่พระพวกนั้น
    มาปักหลัก นำพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่
    แต่ความจริง พระพุทธศาสนา ได้มีมาก่อนนั้นอย่างที่เล่ามาแล้ว


    เป็นแต่เพียงท่านทั้งหลาย
    เอาพระไตรปิฎกที่เขียนเป็นหนังสือมายืนยันว่า
    คำสอนของพระพุทธเจ้าน่ะมี ตำรา

    [​IMG]

    ไม่ใช่จำกันเฉยๆ แล้วบรรดาพระอรหันต์เหล่านั้น
    ก็มาประกาศชักจูงให้ เจริญความดี ตามคำสั่งสอน
    ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความจริงการเอาความดี
    มาเสริม ความดีที่มีอยู่แล้วมันก็เป็นของไม่ยาก

    [​IMG]


    ถ้าจะพูดกันไปจริงๆ ในเขตสุวรรณภูมิส่วนนี้
    ก็ถือว่า มีพระสำรองอยู่แล้ว คือ พระอรหันต์
    และพระอริยะเจ้าทั้งหลาย เมื่อ พระอรหันต์
    มาพบพระอรหันต์ด้วยกันเข้า ของมันก็ไม่ยาก
    อ่านตำรับตำราทบทวนกันเดี๋ยวเดียวเห็นว่าใช้ได้
    ต่างคนต่างก็ลอกเอาเป็นแบบเป็นแผนไป

    [​IMG]

    เพื่อให้เป็นพื้นฐาน แน่นอน
    เพื่อสอนแก่บรรดาประชาชนทั้งหลาย
    และคนส่วนใหญ่ในเมืองนี้ ก็นับถือพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว
    ดังนั้น จังหวัดนครปฐมจึงต้องถือว่า
    เป็นเมืองแม่ในการประ กาศพระศาสนา

    [​IMG]

    (คัดจากเทปเล่าเรื่องไปภาคใต้ เดือนเมษายน 2521 หลายตอน)

    [​IMG]

    เรื่องจริงอิงนิทาน

    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กันยายน 2010
  2. gatsby_ut

    gatsby_ut เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    821
    ค่าพลัง:
    +14,291
    อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ

    อานิสงค์ของรูปฌาน ๔
    ได้ฌานที่ ๑ หยาบ ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๑
    ได้ฌานที่ ๑ กลาง ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๒
    ได้ฌานที่ ๑ ละเอียด ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๓


    ได้ฌานที่ ๒ หยาบ ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๔
    ได้ฌานที่ ๒ กลาง ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๕
    ได้ฌานที่ ๒ ละเอียด ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๖

    ได้ฌานที่ ๓ หยาบ ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๗
    ได้ฌานที่ ๓ กลาง ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๘
    ได้ฌานที่ ๓ ละเอียด ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๙

    ได้ฌานที่ ๔ หยาบ ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๑๐
    ได้ฌานที่ ๔ กลาง และ ละเอียด ถ้าตายในฌานได้อานิสงค์เกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๑๑

    หากได้ฌาน แต่มิได้ตายในฌาน ถ้าจิตไม่เศร้าหมอง ท่านกล่าวไว้ว่า ไปเป็นเทวดา หรือนางฟ้า ชั้นจาตุมมหาราชิกา
    <!-- google_ad_section_end -->

    นอกเรื่องนิด เล่าสู่กันฟัง เผื่อมีประโยชน์
     
  3. ปฐมฌาณ

    ปฐมฌาณ เป็นและตาย..อยู่ใกล้กัน..เพียงลมหายใจ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2009
    โพสต์:
    487
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,888
    [​IMG]
    ขอกราบนอบน้อม...ต่อพระพุทธองค์...ด้วยเศียรเกล้าฯ
     
  4. pmntr

    pmntr เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    630
    ค่าพลัง:
    +2,243
    พระคุณหลวงพ่อ ก็บอกเอาไว้ แต่ก็ยังมีคนหลายคนพยายามตะแบงว่าพระพุทธศาสนาเกิดในประเทศไทยอีก
    เอ้อ "ฮาละเบี่ย ฮาละก๊าย"

    กราบพระคุณหลวงพ่อด้วยปฏิบัติบูชา และอามิสบูชา สาธุ ๆ

    เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์
    คำสอนหลวงพ่อ เชื่อแล้วทำตาม ปฏิบัติตาม เอาจริง ย่อมเห็นจริง ได้ทางพ้นทุกข์
    ได้เจอพระอย่างหลวงพ่อถือว่าทำบุญมาดีมาก
    หากเป็นสาวกภูมิ เอานิพพานไม่ได้ เอาพรหม เอาสวรรค์ไม่ได้ แต่ดันไปทุคติภูมิ ขอบอกว่าเสียชาติเกิด คงต้องใช้คำหลวงพ่อว่า เชิญตามสบาย เอาดีไม่ได้ ก็เชิญ
    บอกเฉพาะคนที่คิดว่าเป็นลูกหลาน หลวงพ่อเท่านั้นนะครับ ใครไม่ใช่อย่า...
    ส่วนท่านอื่นก็ทำตามทางของท่าน เอาดีให้ได้ตามสายการปฏิบัติ เช่นกัน อุตส่าห์เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระอริยสงฆ์ก็ยังไม่สิ้น ถ้าเอาดีตามพระสอนไม่ได้ ก็ตามทางของท่านเถิดนะ
    ส่วนใครที่คิดว่าจะเกิดต่อเพื่อเอาวิชาครู ก็อย่าให้เสียชาติคนเรียนวิชาครู เอาดีให้ศิษย์รู้จะได้รู้ว่า ไม่ได้โง่เกินไป จะได้เป็นครูเขาได้

    พระพุทธศาสนาเข้ามาในแผ่นดินนี้ ก็เอาดีสมกับที่พระพุทธเจ้าท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้ามาประเทศไทยครับ
    นอกเรื่องมามากแล้ว ไปก่อนครับ สวัสดี
     
  5. หาธรรม

    หาธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1,163
    ค่าพลัง:
    +3,739
    ช่วยต่อให้นะครับจะได้ครบพรหม ๒๐ ชั้น

    พรหมชั้นที่ ๑๑ เป็นอสัญญีพรหม คือมีแต่รูป ไม่มีจิต ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญา ไม่มีสังขารการปรุงจิต (อสัญญีพรหมไปจากตายในฌาน ๔ อย่างละเอียด)

    พรหมชั้นที่ ๑๒ ถึง ๑๖ เป็นพรหมพระอริยเจ้าที่เป็นพระอนาคามี (เท่านั้น)

    จากนั้นเป็นอรูปพรหม ๔ ชั้น ไปจากอรูปฌาน ๔ ได้แก่

    พรหมชั้นที่ ๑๗ ไปจากอากาสานัญจายตนณาน
    พรหมชั้นที่ ๑๘ ไปจากวิญญาณัญจายตนะฌาน
    พรหมชั้นที่ ๑๙ ไปจากอากิญจัญญายตนฌาน
    พรหมชั้นที่ ๒๐ ไปจากเนวสัญญานาสัญายตนฌาน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2010
  6. อรชร

    อรชร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,768
    ค่าพลัง:
    +11,465
    [​IMG]

    กราบ อนุโมทนา สาธุค่ะ
     
  7. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    14
    ค่าพลัง:
    +35,260
    [​IMG]
    สาธุ ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับ
    เว็บทางนิพพาน เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O:p
    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O:p
    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่
    www.tangnipparn.com
    <?XML:NAMESPACE PREFIX = O /><O:p>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา
    [​IMG]</O:p>​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กันยายน 2010
  8. Deetom

    Deetom เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    355
    ค่าพลัง:
    +825
    ใช่ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กันยายน 2010
  9. gatsby_ut

    gatsby_ut เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    821
    ค่าพลัง:
    +14,291


    .. โมทนา ครับผม ..


    เรื่องที่ ๓๔ ท่านอาฬารดาบสกับท่านอุทกดาบส ตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นอรูปพรหม

    [​IMG]

    <TABLE class="sites-layout-name-one-column sites-layout-hbox" cellSpacing=0 xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml"><TBODY><TR><TD class="sites-layout-tile sites-tile-name-content-1">
    "..เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้วพระองค์ทรงต้องการให้คนอื่นมีความสุขด้วยทรงนึกว่าใครหนอที่จะรับพระธรรมเทศนาที่พระองค์บรรลุแล้วได้ก็ทรงหวนนึกขึ้นมาได้ว่าท่านอาจารย์ทั้งสองคือ ท่านอาฬารดาบสกับ ท่านอุทกดาบสสองท่านเป็นอาจารย์สอนให้พระองค์ได้สมาบัติ ๘

    ฉะนั้นในเมื่อท่านสอนให้ลูกศิษย์ได้สมาบัติ ๘ ได้ ตัวท่านก็ต้องได้สมาบัติ ๘ ด้วยการได้สมาบัติ ๘ คือ รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ จิตละเอียดมากถ้ารับพระธรรมเทศนาจากองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแผล็บเดียวก็เป็นอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณคำว่า "ปฏิสัมภิทาญาณ"หมายความว่า

    ๑) ฉลาด ถ้าเขาพูดมาโดยย่อ ก็สามารถอธิบายให้ละเอียดเข้าใจชัดได้
    ๒) ถ้าเขาพูดมายาวๆ ก็สามารถย่อให้สั้นเข้า พอจำได้
    ๓) มีความฉลาดในภาษา มีปัญญารอบรู้ทุกอย่างมีฤทธิ์ด้วยประการทั้งปวง

    เป็นอันว่าอภิญญา ๖ และวิชชา ๓ มีอะไรปฏิสัมภิทาญาณก็มีหมด สำหรับปฏิสัมภิทาญาณนี้ต้องทรงสมาบัติ ๘ ก่อน

    องค์สมเด็จพระชินวรทรงคิดว่าจะไปเทศน์ให้ท่านอาจารย์ทั้งสองฟังเพื่อจะได้บรรลุมรรคผลก่อนที่องค์สมเด็จพระทศพลจะทรงทำอะไรท่านมีพระพุทธญาณเป็นเครื่องรู้ทรงใช้ทิพย์จักขุญาณดูว่าอาจารย์ทั้งสองเวลานี้อยู่ที่ไหน ก็ทราบได้ว่าเวลานี้อาจารย์ทั้งสองตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นอรูปพรหม

    ไม่มีอายตนะคือไม่มีเครื่องรับไม่มีตาจะรับ ไม่มีหูจะรับ มีแต่ตาไม่มีหู ตีใบ้ก็ยังใช้ได้ มีแต่หูไม่มีตาใช้เสียงก็ยังดี แต่นี่ไม่มีทั้งหูทั้งตา มีแต่จิตลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศสมเด็จพระบรมโลกนาถก็ทรงปลงอนิจจังว่า "โอหนอ น่าเสียดายอาจารย์ทั้งสองฉิบหายจากความดีเสียแล้ว"เพราะว่าองค์สมเด็จพระประทีปแก้วไม่มีโอกาสจะสนองคุณท่านอาจารย์ทั้งสองเนื่องจากไม่มีอายตนะจะรับ ความจริงพราหมณ์เขาก็เก่ง เขามีการสอนกันถึงสมาบัติ๘

    พรหมที่ว่ามี ๒๐ ชั้น เป็นพรหมที่มีรูป ๑๖ชั้นและพรหมที่ไม่มีรูปที่เรียกกันว่าอรูปพรหมอีก ๔ ชั้นความจริงไม่ได้เป็นชั้นที่ต่อสูงขึ้นไปเป็นชั้นที่ ๑๗,๑๘,๑๙,๒๐หมายถึงไม่ได้อยู่สูงกว่าพรหมที่มีรูปและ

    อรูปพรหม ไม่ได้ตั้งปนอยู่กับรูปพรหม แต่อยู่ในช่องกึ่งกลางระหว่างรูปพรหมชั้นที่ ๘ กับรูปพรหมชั้นที่ ๙ จะเห็นเป็นทะเลอากาศขาว เป็นประกายระยิบระยับ แพรวพราวมีความกว้างขวาง มองหาที่สุดของพื้นที่ไม่ได้

    หาวิมานสักหลังก็ไม่มีหารูปกายสักรูปหนึ่งก็ไม่มีสิ่งที่จัดว่าเป็นวัตถุในด้านของความเป็นทิพย์สักหน่อยหนึ่งก็ไม่มีแดนนี้เขาเรียกว่าแดนอรูปพรหม ที่เขาบอกว่าเป็นพรหมแล้วมีรูปร่างเหมือนฟักแฟงแบบนี้ยังไม่รู้จริง ถ้าหากว่ารูปไม่มีแล้วอะไรเป็นพรหมก็จิตของพรหมแต่ละพรหมที่เห็นเป็นประกายระยิบระยับแพรวพราวอยู่ในบริเวณของอากาศนั้นแต่ไม่มีรูปพรหมทั้งหลาย

    พวกนี้ไม่มีรูปก็เพราะในสมัยที่เป็นมนุษย์เขาไม่ต้องการรูปเขาเกลียดรูปเนื่องจากเวลาหนาวก็ดี ร้อนก็ดี หิวก็ดี กระหายก็ดี ป่วยไข้ไม่สบายก็ดีปวดอุจจาระปัสสาวะก็ดี ถูกเพื่อนต่อว่าหรือถูกเจ้าหนี้มาทวงหนี้ก็ดีเขาคิดว่าอาการที่ไม่ชอบใจทั้งหมดเป็นเพราะมีร่างกายเป็นสำคัญถ้ายังมีร่างกายอยู่เพียงใด ความทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ก็จะปรากฏแก่เราฉะนั้นจึงได้บำเพ็ญบารมีในด้านอรูปฌานคือ

    ๑) อากาสานัญจายตนะ พิจารณาอากาศเป็นสำคัญว่าอากาศหาที่สุดมิได้
    ๒) แล้วพิจารณา วิญญาณัญจายตนะ ดูวิญญาณว่าวิญญาณนี้ก็หาที่สุดมิได้เหมือนกัน
    ๓) แล้วก็ได้ อากิญจัญญายตนะถือว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นสำคัญ มันสลายตัวหมด
    ๔) แล้วก็พิจารณา เนวสัญญานาสัญญายตนะ เลยทำอารมณ์ของตัวเป็นคนที่มีความจำแต่ทำเหมือนว่าจำไม่ได้คือไม่รับรู้อะไรทั้งหมด

    สำหรับอรูปพรหมทั้งหมด ๔ ชั้นนี้เป็นพรหมที่มีความอาภัพมากเพราะว่าเวลาพระพุทธเจ้าเทศน์โปรดไม่มีโอกาสจะรับฟังไม่เหมือนบรรดารูปพรหมทั้งหลายที่มีโอกาสฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าเมื่อฟังเทศน์แล้วแต่ละคราวบรรดาพรหมที่เป็นพระอริยเจ้าอยู่บ้างก็เป็นพระอรหันต์เข้านิพพานไปบรรดาพรหมที่ทรงฌานโลกีย์ก็เป็นพระอริยเจ้าเสียก็มาก เป็นอันว่าพรหมมี ๒๐ชั้นก็จริง เป็นรูปพรหมเสีย ๑๖ ชั้น ตั้งอยู่ระดับหนึ่ง สำหรับอรูปพรหม ๔ชั้นอยู่อีกเขตหนึ่งไม่ได้ปนกัน..

    [MUSIC]http://palungjit.org/attachments/a.1024089/[/MUSIC]​






    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 กันยายน 2010
  10. nuttyty

    nuttyty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    198
    ค่าพลัง:
    +579
    ขออนุโมทนาด้วยครับ และขอให้กระผมได้เกิดในพระศาสนาของพระองค์ทุกชาติไป เทอญ สาธุ สาธุ สาธุ
     
  11. คิดดีจัง

    คิดดีจัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    1,626
    ค่าพลัง:
    +5,354
    ขออนุโมทนาบุญจากการให้ธรรมเป็นทานนี้ด้วยครับ....สาธุ

    ผมเองก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชาทุกวันครับ หมั่นมีสติให้ได้ตลอกทั้งวัน

    อาจจะไม่ต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ขาดสตินานนักก็จะกลับมามีสติรู้ลมหายใจได้อีก

    นั่งสมมาธิตื่นนอนและก่อนนอนทุกวันครับ



    *ผู้ปฏิบัติพึงรู้ผลแห่งการปฏิบัติของตน*
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1_display.jpg
      1_display.jpg
      ขนาดไฟล์:
      23.1 KB
      เปิดดู:
      131
  12. Samarnl

    Samarnl เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    2,287
    ค่าพลัง:
    +4,704
    ชื่อภูมิ 31 ภูมิ


    อรูปภูมิ 4
    เนวสัญญานาสัญญายตนะภูมิ
    อากิญจัญญายตนะภูมิ
    วิญญาณัญจายตนะภูมิ
    อากิญจัญจายตนะภูมิ


    สุทธาวาสภูมิ 5
    อกนิฏฐาภูมิ
    สุทัสสีภูมิ
    สุทัสสาภูมิ
    อตัปปาภูมิ
    อวิหาภูมิ


    รูปภูมิ 11
    เวหัปผลาภูมิ * อสัญญสัตตาภูมิ
    ปริตตสุภาภูมิ * อัปปมาณาสุภาภูมิ * สุภกิณหาภูมิ
    ปริตตาภาภูมิ * อัปปมาณาภูมิ * อาภัสสราภูมิ
    พรหมปาริสัชชาภูมิ * พรหมปุโรหิตาภูมิ * มหาพรหมาภูมิ

    เทวดา 6
    ปรนิมมิตวสวัตตีภูมิ
    นิมมานรดีภูมิ
    ดุสิตาภูมิ
    ยามาภูมิ
    ดาวดึงส์ภูมิ
    จาตุมหาราชิกาภูมิ

    มนุษย์ 1
    มนุษย์ภูมิ


    [​IMG]
    อบายภูมิ 4
    เปรตภูมิ * อสุรกายภูมิ * นรกภูมิ * เดรัจฉานภูมิ


    ในเทวโลกชั้นดาวดึงส์

    มีปูชนียสถานอยู่แห่งหนึ่งคือ พระจุฬามณีเจดีย์ บรรจุพระเขี้ยวแก้วข้างขวากับพระเกษาทรงตัดทิ้งขณะเมื่อเสด็จออกสู่มหาวิเนษกรมณ์​

    ปูชนียสถานสำคัญที่อยู่ในชั้นอกนิฏฐาภูมิ

    สำหรับในพรหมโลกชั้นอกนิฏฐาภูมินี้ ก็มีปูชนียสถานที่สำคัญอยู่แห่งหนึ่งคือ ทุสสเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุเครื่องฉลองพระองค์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ในขณะที่ยังทรงเป็นพระสิทธัตถราชกุมาร ทรงสวมใส่ในขณะที่เสด็จออกจากพระนครเพื่อมาสู่มหาวิเนษกรมณ์
    ขณะที่พระองค์จะทรงเปลื้องฉลองพระองค์ออกนั้น ท้าวฆฏิการพรหม ได้เสด็จลงมาจากชั้นอกนิฏฐาภูมิ นำเอาเครื่องบริขารทั้ง ๘ มาถวายแก่พระสิทธัตถะ
    และรับเอาเครื่องฉลองพระองค์ทั้งหมดที่ทรงเปลื้องออกนั้น
    นำเอาไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ชื่อว่า ทุสสเจดีย์ มีความสูง ๑๒ โยชน์ อยู่ในชั้นอกนิฏฐาภูมินี้ ดังมีสาธกบาลีแสดงไว้ในพุทธวังสอรรถกถาว่า​

    สุทฺธาวาสพฺรหฺม โลเก ฆฏิกาโร นาม มหาพฺรหฺมา
    อฏฺฐปริกฺขาเร ทตฺวา ตสฺส โพธิสตฺตสฺส วตฺถาลงฺการานิ
    คเหตฺวา พฺรหฺมโลเก ทฺวาทสโยชนิกํ ทุสฺสถูปํ อกาสิ.​

    สหัมปติพรหม<O:p</O:p

    ในสมัยที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว มีพรหมองค์หนึ่งมีนามว่า สหัมปติ
    ได้ลงมาพรหมโลกแล้วมาอาราธนาขอให้พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายนั้น มีคำถามว่า พรหมนี้อยู่ชั้นภูมิไหน ?
    ตอบว่าท้าวสหัมปติอยู่ในชั้นที่ ๓ ของปฐมฌานภูมิ<O:p</O:p
    มี่เรื่องเล่าว่า ในสมัยศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังมีภิกษุ ๒ รูป เป็นสหายกัน รูปหนึ่งพอใจในคันถธุระ อีกรูปหนึ่งพอใจในวิปัสสนาธุระ
    ภิกษุรูปที่พอใจในวิปัสสนาธุระนั้น พยายามเจริญสมถภาวนาอยู่เสมอจนได้ปฐมฌาน เมื่อสิ้นอายุขัยจากมนุษย์แล้ว
    ก็ไปเกิดในพรหมโลกอยู่ชั้นที่ ๓ ของปฐมฌานภูมิมีนามว่า สหัมปติ<O:p</O:p
    ส่วนภิกษุพอใจในคันธุระ เมื่อสิ้นอายุแล้วก็ได้ไปเกิดอยู่ในเทวโลก และได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราในปัจจุบันนี้ มีนามว่าสมณโคดม
    ดังมีสาธกบาลีแสดงไว้ในสคาถาวัคคสังยุตตอรรถกถาว่า<O:p</O:p

    โส กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สหโก นาม เถโร<O:p</O:p
    ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ กปฺปายุกพฺรหฺมา <O:p</O:p
    หุตฺวา นิพฺพตฺโต ตตฺร นํ สหมฺปติพฺรหฺมาติ สญฺชานนฺติ<O:p</O:p


    <O:p></O:p>


    <O:p</O:p


    <!-- google_ad_section_end -->
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 1 ตุลาคม 2010
  13. Numsai

    Numsai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    5,778
    ค่าพลัง:
    +87,678
    ขออนุโมทนาบุญค่ะ แต่หลวงพ่อบอกว่า อรูปพรหม อยู่ระหว่างชั้นพรหม ๘ กับชั้นพรหม ๙ ค่ะ ...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กันยายน 2010
  14. Deetom

    Deetom เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    355
    ค่าพลัง:
    +825

    โมทนาครับ ใช่ครับๆ ว่าจะตอบประมาณนี้แหละแต่ดันไปไกลเกิน สาธุ
     
  15. ผู้มีสติ1

    ผู้มีสติ1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    750
    ค่าพลัง:
    +3,637
    อนุโมทนาธรรม กับลูกหลานหลวงพ่อทุกๆท่านนะครับ

    สาธุ สาธุ สาธุ
     
  16. เลิกตาย

    เลิกตาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2010
    โพสต์:
    213
    ค่าพลัง:
    +416
    อนุโมทนาด้วยครับ...นอกจากอรูปพรหมทั้ง4ชั้นที่ไม่สามารถฟังเทศน์ได้
    แล้วอสัญญีพรหมสามารถฟังเทศน์บรรลุธรรมได้หรือไม่ คือ มีแต่รูป ไม่มีจิต ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญา ไม่มีสังขารการปรุงจิต
     
  17. เด็กสร้างบ้าน

    เด็กสร้างบ้าน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,195
    ค่าพลัง:
    +538
    ขออนุโมทนาบูญด้วยครับ สาธุ

    บทความก็ดี รูปภาพก็สวยครับ
     
  18. รู้รู้ไป

    รู้รู้ไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    951
    ค่าพลัง:
    +3,166
    ขอบคุณเจ้าของกระทู้และผู้มาให้ความรู้ทุกท่านครับ
    ขอบคุณท่าน อริยบุตร ที่ให้ลิงค์นี้มาครับ
    ทำให้ผมได้ต่อความรู้ต่อไปครับ
    อนุโมทนาครับ
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...