พระพุทธเจ้าทั้ง ๒๗ พระองค์ ก่อน องค์สมเด็จองค์ปัจจุบัน

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย wonderisland, 28 กันยายน 2007.

  1. wonderisland

    wonderisland เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    541
    ค่าพลัง:
    +8,009
    พระพุทธเจ้าในอดีต ๒๗ พระองค์
    ( นับแต่กัปซึ่งพระโพธิสัตว์เจ้า ทรงได้รับพุทธพยากรณ์ )

    โดยในแต่ละกัลป์(กัป) จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ดังนี้
    - สารมัณฑกัลป์ มี ๔ พระองค์ คือ ตัณหังกร, เมธังกร, สรณังกร, ทีปังกร
    - สารกัลป์ มี ๑ พระองค์ คือ โกณทัญญญะ
    - สารมัณฑกัลป์ มี ๔ พระองค์ คือ มังคละ, สุมนะ, เรวัตะ, โสภิตะ
    - วรกัลป์ มี ๓ พระองค์ คือ อโนมทัสสสี, ปทุม, นารทะ
    - สารกัลป์ มี ๑ พระองค์ คือ ปทุมุตระ
    - มัณฑกัลป์ มี ๒ พระองค์ คือ สุเมมธะ, สุชาตะ
    - วรกัลป์ มี ๓ พระองค์ คือ ปิยะทัสสสี, อรรถทัสสี, ธรรมทัสสี
    - สารกัลป์ มี ๑ พระองค์ คือ สิตธัตตถะ
    - มัณฑกัลป์ มี ๒ พระองค์ คือ ติสสะะ, ปุสสะ
    - สารกัลป์ มี ๑ พระองค์คือ วิปัสสี
    - มัณฑกัลป์ มี ๒ พระองค์คือ สิขี, เวสสภู
    - ภัทรกัลป์ (กัลป์ปัจจุบัน) มี ๕ พระองค์คือ กกุสนธะ, โกนาคมน์, กัสสปะ, โคดม(ปัจจุบัน)


    พระนามพระพุทธเจ้า ๒๗ พระองค์ในอดีต ถึงปัจจุบัน
    ๑ พระพุทธตัณหังกร
    ๒ พระพุทธเมธังกร
    ๓ พระพุทธสรณังกร
    ๔ พระพุทธทีปังกร
    ๕ พระพุทธโกณทัญญะ
    ๖ พระพุทธมังคละ
    ๗ พระพุทธสุมนะ
    ๘ พระพุทธเรวัตะ
    ๙ พระพุทธโสภิตะ
    ๑๐ พระพุทธอโนมทัสสี
    ๑๑ พระพุทธปทุม
    ๑๒ พระพุทธนารทะ
    ๑๓ พระพุทธปทุมุตระ
    ๑๔ พระพุทธสุเมธะ
    ๑๕ พระพุทธสุชาตะ
    ๑๖ พระพุทธปิยะทัสสี
    ๑๗ พระพุทธอรรถทัสสี
    ๑๘ พระพุทธธรรมทัสสี
    ๑๙ พระพุทธสิทธัตถะ
    ๒๐ พระพุทธติสสะ
    ๒๑ พระพุทธปุสสะ
    ๒๒ พระพุทธวิปัสสี
    ๒๓ พระพุทธสิขี
    ๒๔ พระพุทธเวสสภู
    ๒๕ พระพุทธกกุสนธะ
    ๒๖ พระพุทธโกนาคมน์
    ๒๗ พระพุทธกัสสปะ
    ปัจจุบัน พระพุทธโคดม

    ๑.พระตัณหังกรพระพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้กล้าหาญ
    ความสูง : ไม่ปรากฏ
    รัศมี :ไม่ปรากฏ
    บำเพ็ญบารมี : ๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา:พระเจ้าอานันทะ
    พุทธมารดา:พระนางสุนันทา
    พระนคร : ปุปผวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงประทับบนหลังช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗ วันจึงตรัสสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ต้นไม้พญาสัตตบรรณ
    อายุขัย : ๑๐๐,๐๐๐ ปี จึงปรินิพพาน

    ๒.พระเมธังกรพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้มียศใหญ่
    ความสูง : ไม่ปรากฏ
    รัศมี :ไม่ปรากฏ
    บำเพ็ญบารมี :๑๖ อสงไขยแสนกัป
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุเมธ
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธมารดา: พระนางยโสธรา
    พระนคร : เมขละ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๘,๐๐๐
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ไม่ระบุ
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ครึ่งเดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ต้นไม้กิงสุกะ (ต้นทองกวาว)
    อายุขัย : ๙๐,๐๐๐ ปี จึงปรินิพพาน

    ๓.พระสรณังกรพระพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เกื้อกูลแก่ชาวโลก
    ความสูง : ไม่ปรากฏ
    รัศมี :ไม่ปรากฏ
    บำเพ็ญบารมี : ๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุมงคล
    พุทธมารดา: พระนางยสวดี
    พระนคร : สุวิบุล
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑,๐๐๐ปี
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช :ทรงประทับบนหลังช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๑ เดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้น ปิปผลิ (ต้นไม้เลียบ)
    อายุขัย : ๘๐,๐๐๐ปี จึงปรินิพพาน

    ๔.พระปัจฉิมทีปังกรพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญษอันรุ่งเรือง
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซานออก ๑๐ โยชน์โดยรอบ
    บำเพ็ญบารมี : ๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา:พระเจ้าสุเทวัจฉะ
    พุทธมารดา:พระนางสุเมธา
    พระนคร : รัมมวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี : ปทุมา
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงประทับบนหลังช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๑๐ เดือน จึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ :ที่โคนต้น ปิปผลิ (ต้นไม้เลียบ)
    บัลัลงก์สูง : ๕๓ ศอก (บัลลังก์ที่ประทับนั่งในวันตรัสรู้)
    อายุขัย : ๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนนันทาราม

    ๕. พระโกณฑัญญพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน
    ความสูง : ๘๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซานออกไปไม่ประมาณ
    บำเพ็ญบารมี :๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุนันท
    พุทธมารดา: พระนางสุชาดาเทวี
    พระนคร : รัมมวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐๐๐๐ ปี
    พระมเหสี : รจิเทวี
    บุตร:ชีวิตเสนะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงราชรถออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๑๐ เดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นสาลกัลยาณี ( ต้นขานาง)
    บัลัลงก์สูง ๕๗ ศอก
    อายุขัย : ๑๐๐,๐๐๐ปีจึงปรินิพพานที่สวนจันทาราม

    ๖.พระมงคลพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เป็นบุรุษประเสริฐ
    ความสูง : ๘๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี :๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าอุตตระ
    พุทธมารดา: พระนางอุตตราเทวี
    พระนคร : อุตตระ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙,๐๐๐ ปี
    มเหสี ยสวดี
    บุตร สีวละ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นนาคะ (กากะทิง หรือ บุนนาค)
    บัลลังก์สูง : ๕๗ ศอก
    อายุขัย : ๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวน เวสสภู

    ๗.พระสุมนพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เป็นวีรบุรุษผู้มีพระหฤหัยงาม
    ความสูง : ๙๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : ๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าทุสัต
    พุทธมารดา: พระนางสิริมาเทวี
    พระนคร : เขมละ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙,๐๐๐ ปี
    มเหสี วฏังสี
    บุตร อนูปโม
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงประทับบนหลังช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๑๐ เดือน จึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นนาคะ
    อายุขัย : ๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวน อังคาราม

    ๘. พระเรวตพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เพิ่มพูนความยินดี
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี :๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าวิปุล
    พุทธมารดา: พระนางเจ้าวิปุลาเทวี
    พระนคร : สุธัญญวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๖,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุทัสนา
    บุตร วรุณ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงราชรถออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗ เดือน จึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นนาคะ
    อายุขัย : ๖๐,๐๐๐ปีจึงปรินิพพานที่เมืองหลวงสุธัญญวดี

    ๙. พระโสภิตพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ
    ความสูง : ๕๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : ๔ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุธรรม
    พุทธมารดา: พระนางสุธรรมาเทวี
    พระนคร : สุธรรมนคร
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙๐๐๐ ปี
    มเหสี มกิลา
    บุตร สีหะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ออกบวชทั้งปราสาท (ลอยไปทั้งปราสาท)
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗ วัน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นนาคะ
    อายุขัย :๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนสีหาราม


    ๑๐. พระอโนมทัสีพุทธเจ้าพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้สูงสุดในหมู่ชน
    ความสูง : ๕๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : ๑๖ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้ายสวันต
    พุทธมารดา: พระนางยโสธราเทวี
    พระนคร : จันทวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี: สิริมา
    บุตร: อุปสาละ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงเสลี่ยงออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๑๐ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นอัชชนะ(ต้นกุ่ม)
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนธรรมาราม


    ๑๑. พระปทุมพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้ทำให้โลกสว่าง
    ความสูง : ๕๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าอสมะ
    พุทธมารดา: พระนางอสมาเทวี
    พระนคร : จัมปกะ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี อุตตรา
    บุตร รัมมะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นมหาโสณะ (ต้นอ้อยช้างใหญ่)
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนธรรมาราม

    ๑๒. พระนารทพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เป็นสารถีประเสริฐ
    ความสูง : ๘๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : ๔ อสงไขยแสนกัป
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุเทวะ
    พุทธมารดา: พระนางอโนมาเทวี
    พระนคร : ธัญวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙๐๐๐ ปี
    มเหสี วิชิตเสนา
    บุตร นันทุตตระ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงเดินเท้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗ วัน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นมหาโสณะ (ต้นอ้อยช้างใหญ่)
    อายุขัย :๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนธรรมราชา


    ๑๓. พระปทุมุตตรพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์
    ความสูง : ๕๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านไปไกล ๑๒ โยชน์
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุนันทา
    พุทธมารดา: พระนางสุชาดาเทวี
    พระนคร : หงสวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุตทัตตา
    บุตร อุตระ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ออกบวชทั้งปราสาท (ลอยไปทั้งปราสาท)
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗ วัน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นไม้สลฬ (ต้นสน)
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนนันทาราม

    ๑๔. พระสุเมธพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้หาบุคคลเปรียบมิได้
    ความสูง : ๘๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุทัต
    พุทธมารดา: พระนางสุทัตตาเทวี
    พระนคร : สุทัสสนะ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙๐๐๐ ปี
    มเหสี สุมนา
    บุตร ปุนัพพะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ครึ่งเดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นนีปะ (ต้นกระทุ่ม)
    อายุขัย :๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนเมธาราม

    ๑๕. พระสุชาตพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง
    ความสูง : ๕๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าอุคคตะ
    พุทธมารดา: พระนางปภาวคี
    พระนคร : สุมงคล
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙๐๐๐ ปี
    มเหสี ศิรินัททา
    บุตร อุปเสนะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๙ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นไผ่ใหญ่ (มหาเวฬุ)
    อายุขัย :๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนสีลาราม


    ๑๖. พระปิยะทัสสีพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสุทัต
    พุทธมารดา: พระนางจันทวดีพระนคร : สุทัสสนะ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๙๐๐๐ ปี
    มเหสี วมลา
    บุตร กัญจนเวฬะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงรถพระที่นั่งออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๖ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นไม้กักกุธ (ต้นกุ่ม)
    อายุขัย :๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนอัสฏฐาราม

    ๑๗. พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้มีพระกรุณา
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสาคร
    พุทธมารดา: พระนางสุทัสนาเทวี
    พระนคร : โสภณ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี วิสาขา
    บุตร เสละ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นจัมปปะ (ต้นจัมปาป่า)
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนอโนมาราม


    ๑๘. พระธัมทัสสีพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้บรรเทาความมืด
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าสรณะ
    พุทธมารดา: พระนางสุนันทาเทวี
    พระนคร : สวณะ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๘๐๐๐ ปี
    มเหสี วิจิโกลี
    บุตร ปุญญวัฑฒะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ออกบวชทั้งปราสาท (ลอยไปทั้งปราสาท)
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗ วัน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นรัตตกุรวกะ(ต้นซ้องแมวแดง)
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนเกสราราม

    ๑๙. พระสิทธัทตถพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้หาบุคคลใดเสมอมิได้ในโลก
    ความสูง : ๖๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าอุเทน
    พุทธมารดา: พระนางสุปปัสสาเทวี
    พระนคร : เวภาระ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุมนา
    บุตร อนูปมะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ประทับวอทองออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๑๐ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นกรรณิการ์
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนอโนมาราม

    ๒๐. พระติสสพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย
    ความสูง : ๖๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าชยสันต์
    พุทธมารดา: พระนางปทุมา
    พระนคร : เขมะ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๗,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุภัททา
    บุตร อานันทะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นไม้อสนะ (ต้นประดู่ลาย)
    อายุขัย :๑๐๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนนันทาราม


    ๒๑. พระปุสสพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้ประธานธรรมอันประเสริฐ
    ความสูง : ๕๘ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าชนเสน
    พุทธมารดา: พระนางสิริมา
    พระนคร : กาสิกะ
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑,๐๐๐ ปี
    มเหสี กิสาโคตรมี
    บุตร วานันทะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๖ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นอามลกะ (ต้นมะขามป้อม)
    อายุขัย :๙๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนเสนาราม

    ๒๒. พระวิปัสสีพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้หาที่เปรียบมิได้
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปไกล ๗ โยชน์
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าพันธุมันตะ
    พุทธมารดา: พระนางพันธูมดี
    พระนคร : พันธุมดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุมนา
    บุตร อนูปมะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงรถเทียมม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นปาตลี (ต้นแคฝอย)
    อายุขัย :๘๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนสุมิตตาราม

    ๒๓. พระวสิขีพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์
    ความสูง : ๘๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปไกล ๓ โยชน์
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าอรุณวันต
    พุทธมารดา: พระนางปภาวดี
    พระนคร : อรุณวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๗,๐๐๐ ปี
    มเหสี สรรพกามา
    บุตร อตละ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงช้างออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นปุณฑริกะ(ต้นมะม่วงป่า)
    อายุขัย :๗๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนทุสสาราม

    ๒๔. พระวเวสสภูพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้ประทานความสุข
    ความสูง : ๖๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกเหลือประมาณ
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : กษัตริย์
    พุทธบิดา: พระเจ้าปุปผวติกะ
    พุทธมารดา: พระนางยสวดี
    พระนคร : อโนมนคร
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๑๐,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุจิตรา
    บุตร สุปปพุทธ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ประทับวอทองออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๖ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นมหาสละ (ต้นรังใหญ๋)
    อายุขัย :๖๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนเขมาราม


    ๒๕. พระกกุสันธพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้นำสัตว์ออกจากที่กันดาร คือ กิเลส
    ความสูง : ๔๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปไกล ๑๐ โยชน์
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : พราหมณ์
    พุทธบิดา: อัคคิทัตพราหมณ์
    พุทธมารดา: นางพราหมณีวิสาขา
    พระนคร : เขมาวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๔,๐๐๐ ปี
    มเหสี ไม่ปรากฏชื่อ
    บุตร อุตระ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : นั้งรถเทียมม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๘ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นสรีสะ (ต้นไม้ซึก)
    อายุขัย :๔๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนเขมาราม

    ๒๖. พระโกนาคมนพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้หักเสียซึ่งข้าศึกคือ กิเลส
    ความสูง : ๓๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปหาประมาณมิได้
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : พราหมณ์
    พุทธบิดา: ยัญญทัตพราหมณ์
    พุทธมารดา: นางพราหมณีอุตตรา
    พระนคร : พโสภวดี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๓,๐๐๐ ปี
    มเหสี รุจิคคตา
    บุตร สัตตวาหะ
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงม้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๖ เดือน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นอุทุมพร (ต้นมะเดื่อ)
    อายุขัย :๓๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่สวนปัพพตาราม


    ๒๗. พระกัสสปพุทธเจ้า
    ฉายา : ผู้สมบรูณ์ด้วยสิริ
    ความสูง : ๒๐ ศอก
    รัศมี : แผ่ซ่านออกไปหาประมาณมิได้
    บำเพ็ญบารมี : บำเพ็ญบารมีครบถ้วน
    วรรณะ : พราหมณ์
    พุทธบิดา: พรหมทัตพราหมณ์
    พุทธมารดา: นางพราหมณีธนวดี
    พระนคร : พาราณสี
    ใช้ชีวิตฆราวาส : ๒,๐๐๐ ปี
    มเหสี สุนันทา
    บุตร วิชิตเสน
    ยานพาหานะที่ใช้ออกบวช : ทรงเดินเท้าออกบวช
    ระยะเวลาการทำความเพียร : ๗วัน จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    ต้นไม้ตรัสรู้ : ที่โคนต้นนิโครธ (ต้นไทร)
    อายุขัย :๓๐,๐๐๐ ปีจึงปรินิพพานที่เสตัพยอุทยาน แค้วนกาสี


    ......ปฏิปทาพิเศษของพระโพธิญาณที่บำเพ็ญบารมีเฉพาะกิจ นอกเหนือจาก ปัญญาธิกะ สัทธาธิกะ วิริยะธิกะ ตัวอย่างเป็นบารมีเฉพาะกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุธเจ้า ๒๘ พระองค์
    .......ความเสียสละของพระโพธิญาณที่ทำบารมีเกิน จึงถือว่าท่านหาความประเสริฐสุดให้แก่เหล่าพุทธบริษัทแต่ละยุคแต่ละสมัยที่บำเพ็ญบารมีเกินปกติ
    ........ใคร่ให้พวกเราทั้งหลายมีความนอบน้อมในพระพุทธเจ้า แล้วระลึกถึงคุณท่านด้วยความจริงใจด้วยการปฏิบัติบูชา

    ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑


    นมัสการพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์

    นะโม เม สัพพะพุทธานัง
    ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวง
    อุปปันนานัง มะเหสินัง
    ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ซึ่งได้อุบัติแล้ว คือ

    ๑. ตัณหังกะโร มะหาวีโร
    ปฏิปทาพิเศษของพระตัณหังกรผู้กล้าหาญ

    .๒. เมธังกะโร มะหายะโส
    ปฏิปทาพิเศษของพระเมธังกรผู้มียศใหญ่

    ๓. สะระณังกะโร โลกะหิโต
    ปฏิปทาพิเศษของพระสรณังกรผู้เกื้อกูลต่อชาวโลก

    ๔. ทีปังกะโร ชุตินธะโร
    ปฏิปทาพิเศษของพระทีปังกรผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญาอันรุ่งเรือง

    ๕. โกณฑัญโญ ชะนะปาโมกโข
    ปฏิปทาพิเศษของพระโกณฑัญญะผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน

    ๖. มังคะโล ปุสิสาสะโก
    ปฏิปทาพิเศษของพระมังคละผู้เป็นบุรุษประเสริฐ

    ๗. สุมะโน สุมะโน ธีโร
    ปฏิปทาพิเศษของพระสุมนะผู้เป็นธีรบุรุษมีพระหฤทัยงาม

    ๘. เรวะโต ระติวัฑฒะโน
    ปฏิปทาพิเศษของพระเรวะตะผู้เพิ่มพูนความยินดี

    ๙. โสภิโต คุณสัมปันโน
    ปฏิปทาพิเศษของพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ

    ๑๐. อะโนมะทัสสี ชะนุตตะโม
    ปฏิปทาพิเศษของพระอโนมทัสสีผู้สูงสุดอยู่ในหมู่ชน

    ๑๑. ปะทุโม โลกะปัชโชโต
    ปฏิปทาพิเศษของพระปทุมะผู้ทำให้โลกสว่าง

    ๑๒. นาระโท วาระสาระถี
    ปฏิปทาพิเศษของพระนารทะผู้เป็นสารถีประเสริฐ

    ๑๓. ปะทุมุตโต สัตตะสาโร
    ปฏิปทาพิเศษของพระปทุมุตตระผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์

    ๑๔. สุเมโธ อัปปะฏิบุคคะโล
    ปฏิปทาพิเศษของพระสุเมธะผู้หาบุคคลเปรียบมิได้

    ๑๕. สุชาโต สัพพะโลกัคโค
    ปฏิปทาพิเศษของพระสุชาตะผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง

    ๑๖. ปิยะทัสสี นะราสะโภ
    ปฏิปทาพิเศษของพระปิยทัสสีผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน

    ๑๗. อัตถะทัสสี การุณิโก
    ปฏิปทาพิเศษของพระอัตถทัสสีผู้มีพระกรุณา

    ๑๘. ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท
    ปฏิปทาพิเศษของพระธรรมทัสสีผู้บรรเทาความมืด

    ๑๙. สิทธัตโถ อะสะโม โลเก
    ปฏิปทาพิเศษของพระสิทธัตถะผู้หาบุคคลเสมอมิได้ในโลก

    ๒๐. ติสโส จะ วะทะตัง วาโร
    ปฏิปทาพิเศษของพระติสสะผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย

    ๒๑. ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ
    ปฏิปทาพิเศษของพระปุสสะผู้ประทานธรรมอันประเสริฐ

    ๒๒. วิปัสสี จะ อะนูปะโม
    ปฏิปทาพิเศษของพระวิปัสสสีผู้ที่หาเปรียบมิได้

    ๒๓. สิขี สัพพะหิโต สัตถา
    ปฏิปทาพิเศษของพระสิขีผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์

    ๒๔. เวสสะภู สุขะทายะโก
    ปฏิปทาพิเศษของพระเวสสภูผู้ประทานความสุข

    ๒๕. กะกุสันโธ สัตถะวาโท
    ปฏิปทาพิเศษของพระกกุสันโธผู้นำสัตว์ออกจากสันดารตัวกิเลส

    ๒๖. โกนาคะมะโน ระณัญชะโห
    ปฏิปทาพิเศษของพระโกนาคมนะผู้หักเสียซึ่งข้าศึก คือ กิเลส

    ๒๗. กัสสะโป สิริสัมปันโน
    ปฏิปทาพิเศษของพระกัสสปะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ

    ๒๘. โคตะโม สักยะปุงคะโว
    ปฏิปทาพิเศษของพระโคตมะผู้ประเสริฐแห่งหมู่ศากยราช

    เตสาหัง สิระทา ปาเท วันทามิ ปุริสัตตะเม วะจะสา มะนะสา เจวะ วันทาเมเต ตะถาคะเต
    ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระบาทของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วยเศียรเกล้า และขอกราบไหว้พระพุทธเจ้าเหล่านั้นผู้เป็นบุรุษอันสูงสุด ผู้เป็นตถาคตด้วยวาจาและใจทีเดียว

    สะยะเน อาสะเน ฐาเน คะมะเน จาปิ สัพพะทา
    ทั้งในที่นอนในที่นั่ง ในที่ยืน และแม้ในที่เดินด้วย ในกาลทุกเมื่อฯ

    ตัณ เม สะ ที โก มัง สุ เร โส อะ ปะ นา ปะ สุ สุ
    ปิ อะ ธะ สิ ติ ปุ วิ สิ เว กุ โก กะ โค นะมามิหัง

    พระนามพระพุทธเจ้าตั้งแต่องค์แรกถึงองค์ปัจจุบัน โบราณจารย์ท่านถือว่าเป็นพระคาถาแก้วสารพัดนึก
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 0621.jpg
      0621.jpg
      ขนาดไฟล์:
      41 KB
      เปิดดู:
      260
    • 0745.jpg
      0745.jpg
      ขนาดไฟล์:
      30.9 KB
      เปิดดู:
      181
    • 0865.jpg
      0865.jpg
      ขนาดไฟล์:
      40 KB
      เปิดดู:
      195
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ตุลาคม 2007
  2. wonderisland

    wonderisland เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    541
    ค่าพลัง:
    +8,009
    อาฏานาฏิยะปะริตตัง บทสวดกล่าวพระนามทุกพระองค์
    นะโม เม สัพพะพุทธานัง ทะวัตติงสาวะระลักขะโณ ตัณหังกะโร มะหาวีโร เมธังกะโร มะหายะโส สะระณังกะโร โลกะหิโต ทีปังกะโร ชุตินธะโร โกญฑัญโญ ชะนะปาโมกโข มังคะโล ปุริสาสะโภ สุมะโน สุมะโน ธีโร เรวะโต ระติวัฑฒะโน โสภิโต คุณะสัมปันโน อะโนมะทัสสี ชะนุตตะโม ปะทุโม โลกะปัชโชโต นาระโท วะระสาระถิ ปะทุมุตตะโร สัตตะสาโร สุเมโธ อัคคะปุคคะโล สุชาโต สัพพะโลกัคโค ปิยะทัสสี นะราสะโภ อัตถะทัสสี การุณิโก ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท สิทธัตโถ อะสะโม โลเก ติสโส จะ วะทะตัง วะโร ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ วิปัสสี จะ อะนูปะโม สิขี สัพพะหิโต สัตถา เวสสะภู สุขะทายะโก กะกุสันโธ สัตถาวาโห โกนาคะมะโน ระณัญชะโห กัสสะโป สิริสัมปันโน โคตะโม สักะยะปุงคะโว ฯ อัฏฐะวีสะติ สังขาตา อิเม พุทธา มะหิทธิกา กะรุณา คุณะสัมปันนา สัพพะโลกาภิปูชิตา เอเต ทะสะ พะลา พุทธา อุตตะมา อัคคะปุคคะลา เตปิ สังฆะคุณา อาสุง ปีติเย อะมะตัง ปะทัง เอเต พุทธา อะตีตา จะ มังคะลา โหนติ สัพพะทา อัฏฐะวีสะติ เม พุทเธ อะหัง วันทามิ สัพพะทา เตสัง ญาเณนะ สีเลนะ ขันตีเมตตาพะเลนะ จะ เตปิ โน อะนุรักขันตุ อาโรคะเยนะ สุเขนะ จะ อัฏฐะวีสะติ เม พุทเธ โย นะโร สะระณัง คะโต กัปปานิ สะตะสะหัสสานิ ทุคคะติง โส นะ คิจฉะติ อัฏฐะวีสะติ พุทธะปะริตตัง
     
  3. ว.อริยะ

    ว.อริยะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2007
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +346
    สาธุธรรมใดที่ปรากฎ ขอให้ข้าพพุทธเจ้าถึงพร้อมด้วยธรรมนั้นด้วยเถิดสาธุๆๆๆ
     
  4. nawee99

    nawee99 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    0
    ค่าพลัง:
    +1
    มีเรื่องสงสัย ต้องการความกระจ่าง

    กระผมหาได้มีเจตนาไม่ดี หรือจะก่อกวนใดๆ หรือ
    ลบหลู่หรือรบกวนใดทั้งสิ้น แค่มีข้อสงสัยอย่างมาก
    ต้องการคำตอบที่ดีๆ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครให้คำตอบที่ดีๆเลย
    เรื่องก็มีอยู่ว่า.....
    ที่ว่ามีพระพุทธเจ้าในอดีตอยู่27พระองค์
    และยังจะมีในอนาคตอีก10พระองค์
    รู้ได้ยังไงครับ? หลักฐาน!!~ เหตุผล!!~
    ผมได้ยินมาก็เยอะ แต่ไม่รูว่ามีใครสงสัยเหมือนผมบ้างไม๊
    รู้ได้ยังไงว่าในอดีตมีพระพุทธเจ้าอยู่ถึง27พระองค์
    และรู้ได้ยังไงว่า องค์ไหนพระนามว่าอะไร
    รู้ถึงขนาดมีอายุเท่าไร ครองศาสนาเท่าไร
    แถมไปถึงอนาคตอีก เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ
    โดยรวมมันเหมือนเรื่องที่ไร้เหตุผล และขัดกันหลักวิทยาศาตร์
    ผมเป็นพุทธนับถือพระพุทธเจ้า แต่เป็นคนมีเหตุและผล
    ท่านผู้ใดพอจะมีคำอธิบายที่ดีๆ ช่วยไขปัญหาให้ผมที
    จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
    ต้องขออภัยหากกระทู้นี้ไปทำให้ใครบางคนเกิดความไม่พอใจกับคำถาม
    อย่างที่บอกไป ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ทั้งสิ้น แค่สงสัยตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น
     
  5. ประทีปแก้ว

    ประทีปแก้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2008
    โพสต์:
    3,507
    ค่าพลัง:
    +8,265
    [​IMG]

    กราบอนุโมทนาเป็นอย่างสูงค่ะ
    ---------------------------------------
    * คนเจ้าปัญญา ย่อมบริหารอารมณ์
    สร้างอารมณ์ที่ควรสร้าง
    เสพอารมณ์ที่ควรเสพ
    ควบคุมอารมณ์ทีควรควบคุม
    รักษาอารมณ์ที่ควรรักษา
    สลายอารมณ์ที่ควรสลาย
    เขาจึงเป็นนายของอารมณ์โดยสมบูรณ์ *
     
  6. k_thana1

    k_thana1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 เมษายน 2007
    โพสต์:
    32
    ค่าพลัง:
    +120
    เพื่อความสะดวกครับ

    แอบทำไฟล์เอ็กเซลไว้ (จากพระไตรปิฎก พระพุทธวงศ์) ตามนี้เลยครับ
    เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใด
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. Freddy_Kruger

    Freddy_Kruger เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    195
    ค่าพลัง:
    +758

    ๑๐ พระองค์ต่อไป อยู่ในคัมภีร์พระอนาคตวงศ์ครับ สามารถศึกษาได้

    ส่วนของกรณีพระศรีอาริยเมตไตรย

    เรื่องเหตุการณ์ พระอชิตะภิกษุที่เป็นพระโพธิสัตว์ ไม่มีแสดงรายละเอียดใน
    พระไตรปิฎกอรรถกถา แต่เรื่อง พระศรีอาริยเมตตรัย มีแสดงโดยตรง
    ใน จักกวัตติสูตร ตั้งแต่สมัยท่านพระศรีอาริยเมตไตรยยังเป็นพระเจ้าจักรพรรดิเลยครับ


    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=11&A=1189&Z=1702

    --------------------------------------------------------------

    เรื่องเหตุการณ์ พระอชิตะภิกษุ นั้น แสดงไว้ใน ปฐมสมโพธิกถา
    และคัมภีร์อนาคตวงศ์ โดยเล่าขยายเหตุการณ์ตอนที่ พระนางมหาปชาบดีโคตมีทรงถวายทาน และแสดงใน

    ทักษิณาวิภังคสูตร
    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=14&A=9161&Z=9310


    อรรถกถา
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=14&i=706


    ขอบคุณข้อมูลจาก Blog ของคุณชาวมหาวิหารครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 30 สิงหาคม 2013
  8. Freddy_Kruger

    Freddy_Kruger เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    195
    ค่าพลัง:
    +758
    สำหรับพระนามขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าในอดีตกาลนั้น เท่าที่พอหาได้จากพระไตรปิฎกก็มี

    ทีปังกรพุทธวงศ์ที่ ๑
    ว่าด้วยพระประวัติพระทีปังกรพุทธเจ้า (องค์ที่ ๔ จาก ๒๗ พระองค์)​


    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
    ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก​


    www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?B=33&A=6874&w=%BE%D8%B7%B8%C7%A7%C8%EC



    โกณฑัญญพุทธวงศ์ที่ ๒
    ว่าด้วยพระประวัติพระโกณฑัญญะพุทธเจ้า​


    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
    ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก​


    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=33&A=7264&Z=7319

    ส่วนพระองค์ที่เหลือ ลองหาดูนะครับ ใน internet น่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ผมแค่ยกตัวอย่างมาให้ดูครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 30 สิงหาคม 2013
  9. Freddy_Kruger

    Freddy_Kruger เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    195
    ค่าพลัง:
    +758
    ในพระสูตร ทีปังกรพุทธวงศ์นั้น ก็จะเห็นได้ชัดว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ได้ทรงรับพุทธพยากรณ์ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาล

    ซึ่งองค์ผู้พยากรณ์ได้แก่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สมเด็จพระทีปังกร นั่นเองครับ ซึ่งเหตุการณ์ที่ได้ทรงพยากรณ์นั้น ก็หลายอสงไขยกัปล่วงมาแล้ว


    สำหรับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่

    พระตัณหังกรพุทธเจ้า พระเมธังกรพุทธเจ้า พระสรณังกรพุทธเจ้า ทั้งสามพระองค์นี้ จะอยู่ใน

    พุทธปกิรณกกัณฑ์
    ว่าด้วยเรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
    ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก


    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=33&A=8563&Z=8606&pagebreak=0


    เพราะฉะนั้น น่าจะตอบข้อข้องใจของคุณ nawee99 ได้บ้างนะครับ ส่วนจะเชื่อหรือไม่ อันนี้ก็ต้องแล้วแต่คุณล่ะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 30 สิงหาคม 2013
  10. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +6,837
    คนจริงก็มักจะพูดแบบนี้ สงสัยอะไรว่าก็ว่าไป ผมคนหนึ่งที่ไม่คิดว่าคูณลบหลู่ ขอแยกเป็นประเด็นน่ะครับ
    พระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียง 28 พระองค์ แต่มีมากมายเป็นอนันต์ โดยพระพุทธเจ้าพระองค์แรกมีพระนามว่า สมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเจ้า ดังนี้

    พระพุทธเจ้าที่ล่วงมาแล้วหลายพระองค์ มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน อุปมาว่าจำนวนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ล่วงไปแล้วมีจำนวนมากกว่าเม็ดทรายในมหาสมุทรทั้งสี่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเรื่องพุทธวิสัยเป็นอจินไตย คือเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชน

    ส่วนที่มาของคำว่า 28 พระองค์นั้น สืบเนื่องจากพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่านกล่าวถึงอดีตชาติของท่าน
    ที่ท่านได้รับพุทธพยากรณ์ ดังนี้


    ซึ่ง 28 พระองค์นี้ 3 พระองค์แรก คือ พระตัณหังกรพุทธเจ้า พระเมธังกรพุทธเจ้า และ พระสรณังกรพุทธเจ้า ไม่ได้พยากรณ์แก่พระโคตมพุทธเจ้าสมัยยังเป็นพระโพธิสัตว์ แต่เพิ่งจะได้รับการพยากรณ์ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าครั้งแรกจากพระทีปังกรพุทธเจ้า จึงนับพระทีปังกรเป็นพระองค์ที่ 1 ในพุทธวงศ์
    (หมายเหตุ พระโคดมพุทธเจ้าในอดีตได้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกเมื่อ 20 อสงไขยกับอีกหนึ่งแสนกัปที่แล้วโดยในครั้งนั้นพระองค์เห็นพระธุดงค์อยู่ในป่าแล้วศรัทธาถวายผ้าเก่า ดังที่พระองค์ตรัสเล่าไว้เองใน พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (พระไตรปิฎกเล่มที่ 32)[2] ไม่ใช่ปรารถนาครั้งแรกตอนแบกมารดาว่ายข้ามแม่น้ำอย่างที่เข้าใจกันตามข้อมูลในหนังสือมุนีนาถทีปนี [3] และหลังจากที่ได้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกแล้วก็บำเพ็ญบารมีอย่างต่อเนื่องจนได้มาพบกับพระทีปังกรพุทธเจ้าแล้วได้รับพยากรณ์จากพระทีปังกรพุทธเจ้าว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน)

    ประเด็นต่อมาคือหลักฐาน
    ตอบไม่มีครับ ไม่มีหลักฐานใดใดเลย เป็นการพูดกันแบบปากต่อปาก พระไตรปิฎก ก็เป็นเพียงการจดบันทึกของการพูด หรือคำสั่งสอน ถ้าจะหาหลักฐานตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ไม่มีครับ

    แต่ที่มีคือพยานครับ พยานที่น่าเชื่อถือ พยานหลายปากที่มีการกล่าวถึงพูดถึง ได้แก่ครูบาอาจารย์ต่างๆ เช่น หลวงพ่อฤาษีท่านกล่าวถึงสมเด็จองค์ปฐม หลวงตาม้าก็กล่าวถึงหลวงพ่อฤาษีและสมเด็จองค์ปฐม ดังนี้

    "อย่าง ที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านผูกพันกับสมเด็จองค์ปฐมเป็นพิเศษก็เพราะท่านเคย อธิษฐานอย่างนี้กับสมเด็จองค์ปฐมเนี่ยแหละ คราวนี้ถึงแม้สมเด็จองค์ปฐมท่านเข้านิพพานไป ท่านก็ยังตามมาดูแลหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้"

    การรับรองกันแบบคนต่อคน คนต่อคน เปรียบได้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการวนลูบ ซ้อนไปซ้อนมา อีกตัวอย่างครับ

    หลวงตามหาบัวกล่าวรับรองหลวงพ่อฤาษีว่าเป็นพระอรหันต์
    50. ท่านฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมญาณ ) (ท่านมรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี (หลวงปู่สิม เคยปรารภให้อาจารย์มหาบัวฟัง)

    นี้คือตัวอย่างหนึ่งครับ เพราะหลวงตามหาบัวท่านนับถือในจริยวัตรหลวงปู่สิม ว่าท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การที่จะมุสาฮาเฮเป็นไม่มี ซึ่งหลวงตามหาบัวก็ไม่อยู่ในสายหลวงพ่อฤาษี ไม่รู้จัก ไม่สนิทกัน แต่ท่านกล่าวรับรองได้ เพราะหลวงปู่สิมทำหน้าที่เป็นพยาน

    ดังนั้นพระพุทธท่านจึงได้ตรัสว่าเรื่องพุทธวิสัยเป็นอจินไตย คือเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยตรรกะสามัญของปุถุชนไงครับ ถ้าท่านอยากรู้ท่านก็ต้องปฏิบัติให้มาก เมื่อท่านได้มโนยิทธิ ท่านก็จะสามารถพิสูจน์ได้เอง แบบปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ

    ซึ่งหมายความว่า พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งที่วิญญูชนหรือผู้รู้แจ้งหรือผู้บรรลุผลด้วยการประพฤติปฏิบัติตามเท่านั้นจึงจะรู้ประจักษ์โดยเฉพาะตนคนเดียว คนอื่นที่ยังไม่รู้แจ้งยังไม่ได้บรรลุจะพลอยตามรู้ตามเห็นด้วยหาได้ไม่ เหมือนรสอาหาร ผู้ที่ได้ชิมเท่านั้นจึงจะรู้ว่ารสจริงๆ ของอาหารนั้นเป็นเช่นไร คนอื่นที่มิได้ชิมมิอาจรู้จริงได้ หากจะรู้ก็รู้เพียงคาดเดาหรือสันนิษฐานเอาเท่านั้น และพระธรรมนั้นมิใช่เป็นวิสัยของผู้มิใช่วิญญูชนที่จะพึงรู้พึงทราบได้โดยง่าย ต้องปฏิบัติจนกระทั่งเป็นวิญญูชนจึงจะทราบได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กันยายน 2013
  11. sirigul

    sirigul เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    806
    ค่าพลัง:
    +2,503
    ข้าพเจ้าก็ขอสงสัยด้วยคน มีพระพุทธเจ้า 27 องค์ ก่อนสมเด็จองค์ปฐม แล้วท่านจะมีพระนามว่าสมเด็จองค์ปฐมทำไม เพราะคำว่า ปฐม คือ แรก สมเด็จองค์ปฐม คือพระพุทธเจ้าที่บอุบัติขึ้นในโลกนี้ ตามที่หลวงพ่อบอก ท่านเป็นต้นบรมครูแห่งพระพุทธเจ้าเลย ท่าจึงยากลำบากกว่าจะสำเร็จผล เพราะไม่มีตัวอย่าง เหมือนพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆๆมา ผิดถูกอย่างไรก็ขอกราบขอขมาต่อพระรัตนตรัยเจ้าคะ
     
  12. sirigul

    sirigul เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    806
    ค่าพลัง:
    +2,503
    โอ้...ขอประทานโทษต่อคุณ wonderisland ที่เข้าใจผิดคะ สมเด็จองค์ปัจจุบัน เข้าใจเป็น สมเด็จองค์ปฐม ขอโทษคะที่ไม่ได้อ่านให้เข้าใจก่อน แล้วรีบส่งข้อความ
     

แชร์หน้านี้

Loading...