พระลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย เบองซูร์, 3 เมษายน 2011.

  1. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    หลวงตาธรรมบุตร






    P1040227.jpg

    P1040226.JPG

    หลวงตาธรรมบุตร.jpg





    ลูกนี้มีบุญน้อยด้อยปัญญา มองเห็นภัยใหญ่ในวัฏฏะทุกข์เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้งสาม ลูกขออาราธนาพระบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระเบื้องบนพระนิพพานทุกๆพระองค์ คุณเทพไท้เทวา คุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน ทุกๆหลายแสนชาติได้โปรดเมตตาลูกด้วยลูกต้องการไปนิพพานชาตินี้ครับและจะชวนพี่ๆน้องๆกลับบ้านพระนิพพานด้วยกัน ผู้ใดเข้ามาอ่าน เข้ามาเห็นผ่านหูผ่านตา ในข้อความหน้านี้ ขอพระองค์ทั้งหลายเบื้องบนพระนิพพาน โปรดส่งพลังแสงทิพย์ พลังแสงฉัพพรรณรังสีรัศมีหกประการ ลงมาให้ทุกท่านได้รับอัตโนมัติ ให้มีปัญญา เข้าใจพระธรรมของพระพุทธองค์ รีบเร่งรัดตัดตรงเข้าสู่พระนิพพานในชาตินี้ ขอให้พระองค์ดลจิตดลใจพี่น้องทั้งหลายได้อ่านแล้วมีศรัทธาเข้าใจเชื่อมั่น กลับบ้านพระนิพพานบรมสุขในชาตินี้พร้อมกันด้วยเทอญ สัมปะติจฉามิ สัมปะจิตฉามิ

    เรียนท่านผู้ได้เข้ามาอ่านทุกท่าน เรื่องราวต่อไปนี้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นคนธรรมดาชื่อว่ามีกิเลสหนาปัญญาทึบได้เอามาลงไว้ ขอท่านทั้งหลายโปรดจงพิจารณาด้วยตนเอง อย่าเพิ่งเชื่อตามเรื่องที่มีในนี้ และขออย่าได้ตำหนินะครับ หากท่านเห็นว่าจะเป็นประโยชน์บ้างขอให้บอกต่อด้วยครับ

    ด้วยพระบารมีอันมิอาจประมาณของสมเด็จพระพุทธเจ้าลูกขอกราบนมัสการด้วยจิตใจบุญกุศลใดพึงได้จากการบอกเล่าเรื่องราวนี้ลูกขอยกให้คนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับลูก และสรรพวิญญาณทั้งสามโลกโปรดโมทนาสาธุและมอบให้คุณผู้อ่านทุกท่าน ขอให้เป็นไปเพื่อพระนิพพานในชาตินี้ครับ


    เมื่อข้าพเจ้าได้พบของจริง

    ข้าพเจ้าได้พบหลวงตาธรรมบุตรตอนที่ไปบวชธรรมจารีย์ที่วัดใหม่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปลายปีที่แล้ว หลวงตามาร่วมเป็นพระวิทยากร อยู่ฐานสอนการนั่งสมาธิ มโนมยิทธิ หลวงตาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ทีแรกที่ข้าพเจ้าเห็นหลวงตากิริยาท่านสงบเสงี่ยมมากน่าเลื่อมใส ท่านจะดูเงียบมาก



    พอข้าพเจ้ารู้ว่าหลวงตามาสอนมโนมยิทธิ ข้าพเจ้าขนลุกเลย คิดในใจว่าฉันพบของจริงเข้าแล้ว ดีใจมากๆเพราะว่าข้าพเจ้าก็กำลังศึกษาเกี่ยวกับมโนมยิทธิอยู่จากเน็ตแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติ หลวงตาได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่าหลวงตาไปฝึกมโนมยิทธิที่วัดท่าซุงเป็นเวลาหลายวันก็ได้เลยครั้งแรก ตอนเป็นฆารวาสก็ถือศีลห้า มิได้ขาด ไปๆมาๆถึงเวลาพระท่านก็บอกให้ไปบวช



    ข้าพเจ้าก็มีความเคารพและศรัทธาในองค์หลวงตามาก ติดต่อกับหลวงตาทางโทรศัพท์ตลอดทั้งปรึกษาปัญหาทางธรรม และปัญหาต่างๆ หลวงตามีเมตตาสูงมาก หลวงตาบอกกับข้าพเจ้าว่า ถ้าเป็นเรื่องธรรมะหลวงตาให้เวลาตลอด 24 ชั่วโมง หลวงตามีอารมณ์ขัน ยิ้มแย้มแจ่มใส เวลาสนทนากับท่าน

    หลวงตาบอกกับข้าพเจ้าว่าเมื่อย้อนเวลาล่วงไปในอดีตอันยาวนาน หลวงตาเคยเกิดเป็นลูกของพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม



    แต่ในสมัยนั้นท่านดื้อมากและท่านเห็นท่านพ่อของท่านเป็นพระพุทธเจ้าท่านก็มีความอยากจะเป็นบ้างท่านก็บำเพ็ญมาเรื่อย หลายภพ หลายชาติ จนมาในชาติปัจจุบัน หลวงตาก็ได้พิจารณาว่าชีวิตนี้เป็นทุกข์ ท่านจึงลาเป็นสาวกภูมิ ตามหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    เดี๋ยวคราวหน้าจะลงประวัติหลวงตาด้วยนะครับ


     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 27 เมษายน 2013
  2. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,893
    กระทู้เรื่องเด่น:
    6
    ค่าพลัง:
    +35,184
    *
    [​IMG]

    เชิญแวะอ่านธรรมะของหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ที่
    เฟสบุ๊ค ศูนย์พุทธศรัทธา
    และร่วมกันแบ่งปันธรรมะของหลวงพ่อฯ ไปยังกระดานของท่าน

    <IFRAME style="BORDER-BOTTOM: medium none; BORDER-LEFT: medium none; WIDTH: 600px; HEIGHT: 300px; OVERFLOW: hidden; BORDER-TOP: medium none; BORDER-RIGHT: medium none" src="http://www.facebook.com/plugins/likebox.php?href=http%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpages%2FBuddhaSattha%2F158726110822792&width=600&connections=20&stream=true&header=false&height=300" frameBorder=0 allowTransparency scrolling=no></IFRAME>
    *<!-- google_ad_section_end -->
    เว็บทางนิพพาน เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O:p

    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O:p
    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่
    www.tangnipparn.com
    <O:p>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา

    [​IMG]</O:p>
     
  3. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    ข้าพเจ้าจึงได้อาราธนาให้หลวงตาช่วยเขียนประวิติโดยสังเขปของหลวงตาเพื่อนำมาลงในเว็บ เพื่อเป็นการเผยแผ่ธรรมะอีกช่องทางหนึ่ง


    หลวงตาเมตตาเขียนประวัติของท่านมาพอสังเขป ด้วยตัวท่านเอง และเป็นสำนวนของท่านเอง ดังนี้


    ประวัติโดยย่อหลวงตาธรรมบุตร

    ชื่อ นายวิเศษ ปุยผา

    1.พระวิเศษ โตชวโร

    2.พระวิเศษ วิสุทธิธมฺโม

    3.นามแฝง ธรรมบุตร พุทธประทาน



    26 กันยายน 2502 เป็นวันที่เราลืมตาดูโลก เวลา 20.00 น. เศษ แรม 9 ค่ำ ตอนเกิดรกเฉลียงบ่า จังหวัดร้อยเอ็ด ชีวิตวัยเด็กเป็นคนหัวดีเรียนเก่ง เห็นอะไรจะจำได้หมด ใครพูดอะไรจะจำได้หมด แม้แต่การเรียนครูสอนอะไรจะจำได้ทุกอย่างไม่เคยลืมแม้แต่ถึงเวลาสอนก็ไม่ต้องดูหนังสือจะจำได้ตลอดเวลา ถึงเวลาสอบก็ได้คะแนนดีด้วย แต่พอโตขึ้นเป็นวัยรุ่น คบเพื่อนติดยา ติดเหล้า กัญชา อยู่หลายปี สมองเสื่อม จำอะไรไม่ค่อยได้ เลอะๆ เลือนๆ



    ตอนมีครอบครัวก็พยายามเลิกทุกอย่าง สงสารแม่บ้านเขา เป็นคนดี ไม่อยากให้ลูกเมียต้องลำบากเลิกได้ทุกอย่างเด็ดขาดเมื่อปี พ.ศ. 2524 เริ่มเข้าทางธรรมหาคำตอบให้อภัยตัวเองการเลิกสิ่งเสพติดต่างๆ มันก็ไม่ยาก แต่ต้องมีจิตใจเข้มแข็งถึงจะเอาชนะมันได้



    คือนำสิ่งเหล่านั้นมาพิจารณาก่อนว่ามันมีประโยชน์อย่างไร และมีโทษอย่างไร อย่างบุหรี่ สูบเข้าไปทางปากแล้วม้วนเป่าออกทางจมูก เออ!! แค่นี้เองเหรอฮึไม่ได้ประโยชน์ก็โยนทิ้งตอนนั้นเลย

    แต่นั้นมาก็ไม่แตะอีกเลย ถามว่าอยากไหม อยากแต่ไม่ยอมสูบมัน คิดในใจ แกจะหิวก็ช่างแก แต่ฉันจะเลิก หรือจะตายก็เชิญแต่มันก็ไม่ตาย และเหล้าก็เหมือนกันประมาณปี 2525 วันสงกรานต์วันสุดท้ายวันนั้นเมามากไม่ได้สติสตัง เหนื่อยมากทั้งเพลีย เริ่มพิจารณาเรานี่เมาไม่รู้เรื่องเหมือนหมาตัวหนึ่ง น้ำก็ไม่อาบ ข้าวก็ไม่ได้กิน เหม็นคลุ้งไปทั้งตัว ไม่เห็นได้ประโยชน์ เลิกเถอะเรา พูดกับตัวเอง เอ้าเลิกก็เลิก



    ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่แตะอีกเลยรู้สึกสบายใจมาก ร่างกายก็แข็งแรงไม่เคยป่วยเลย 28 ปีแล้ว รู้สึกโชคดีมาก ปฏิบัติธรรมก็ไม่มีปัญหา ปฏิบัติอยู่กับหลวงปู่ชา สุภัทโธ วัดหนองป่าพง อยู่ 8 ปี



    ตอนนั้นยังหนุ่มแน่น นั่งยันสว่างแทบทุกคืนก็รู้สึกเย็นกายเย็นใจมาก บางวันเดินถึงสว่าง ขาแทบหลุดออกจากกัน ได้ระยะทาง 32 กิโลเมตร วันนั้นปรากฏว่าเดินกลับไม่ได้ ขาไม่มีแรง บางวันก็เห็นนิมิตต่างๆที่เป็นจริงก็มี ไม่จริงก็มี แล้วแต่มันไม่สนใจ แล้วแต่จะเป็นไป เราไม่เข้าไปยินดียินร้ายกับมัน



    จิตมันปล่อยวางหมดเห็นอะไรก็สักแต่ว่าเห็น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ก็กำหนดรู้เรื่อยไปแล้วปล่อยทำอย่างนี้เรื่อยไป จนกระทั่งวันหนึ่ง เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า นั่งไปทำไมฟ้าวันนี้จึงเป็นสีเหลือง ก็มีเสียงตอบมาว่า พรุ่งนี้ฝนจะไม่ตก ตอนนั้นพายุเข้าฝนตกหนักตลอดทั้งวัน ชาวบ้านกำลังมุงหลังคาศาลาอยู่ วันมะรืนจะมีผ้าป่ามาทอด



    ก็เลยบอกโยมเขาว่า ไม่ต้องมุงก็ได้ พรุ่งนี้ฝนไม่ตก ชาวบ้านเขาก็ฟังอย่าง งงๆ แล้วก็ทำต่อไปจนเสร็จ พอถึงพรุ่งนี้ฝนก็ไม่ตกจริงๆ ตั้งแต่วันนั้นมาชาวบ้านที่รู้เรื่อง เขาก็ไม่เคยล่วงเกินอะไรอีก ถ้าพูดอะไรเขาก็เชื่อฟัง และให้ความเกรงใจ



    ตอนนั้นเราเกิดอยู่ในดงมิจฉาทิฐิ ชาวบ้านที่นั่นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยทางพระพุทธศาสนา นับถือก็สักแต่ว่านับถืออย่างเดียว แต่ไม่เชื่อถืออะไรก็ว่าตามเขา แต่ไม่คิดจะปฏิบัติให้จริงจัง แล้วประโยชน์ที่ได้เลยไม่มี แล้วก็หาว่าพระพุทธศาสนาไม่เคยให้อะไรฉันเลย อย่างนั้นก็ไม่ถูกต้อง คิดให้ดีว่าท่านให้อะไรเราบ้าง ถ้ายังไม่รู้จะพูดให้ฟังว่าท่านให้อะไรเราพระพุทธเจ้าเรียนจบมาแล้ว 18 ศาสตร์



    ถ้าเป็นทุกวันนี้คงเป็นดอกเตอร์ 18 ใบ ซึ่งหาได้ยากมาก หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ เพราะไม่ใช่ของง่ายเลยที่จะทำได้ ซึ่งก็สมแล้วที่ได้ชื่อว่าศาสดาเอกของโลก ท่านรู้ได้ทุกอย่าง และสอนตามความเป็นจริงทุกอย่าง



    1.คนที่เกิดมาเป็นคนได้นี่ไม่ใช่ของง่าย คือ ต้องเคยมีศีล 5 บริสุทธิ์มาก่อน ศีล 5 ก็เป็นคำสั่งสอน คือ พระธรรมของศาสนาพุทธทั้งนั้น ซึ่งศาสนาอื่นไม่มีอย่างนี้ หรือใครว่ามีให้บอกด้วย อาตมาอาจจะไม่รู้ทั้งหมดก็ได้เพราะยังใหม่อยู่มาก



    2.ทรัพย์สินเงินทองต่างๆ ที่เรามีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้ ที่มีมาได้ก็เพราะเรามีจาคะหรือการบริจาคทานไว้ในกาลก่อนทั้งนั้น ถ้าไม่เคยทำไว้เราก็ไปเกิดเป็นคนจนไม่มีทรัพย์สินเงินทองจับจ่ายใช้สอย กล่าวคือคนที่บริจาคทานแล้วไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตามตายแล้วจะไปเกิดบนสวรรค์เป็นนางฟ้าเป็นเทวดา พอหมดบุญจากเทวดาก็มาเกิดเป็นคนรวยและมีความสุข สิ่งเหล่านี้พุทธศาสนาให้เราทั้งนั้น คนไหนทำตามก็โชคดีไป และมีอีกหลายอย่างที่พุทธศาสนาให้เรา



    3. ปัญญา เรารอบรู้ในสิ่งต่างๆได้นี้เพราะเราเคยทำสมาธิมาในชาติก่อนๆโน้น



    4. การทำงานในชีวิตประจำวันของเราก็เหมือนกันท่านบอกได้หมดว่าจะทำอย่างไรเราจึงจะมีความสุข และทรัพย์สินเงินทองจะทำอย่างไรจึงจะมีใช้จ่ายแบบไหนจึงจะพอดี แม้แต่การกินท่านบอกไว้หมด ทางสุคติหรือทางของความสุขมีสวรรค์ เป็นต้น และทางที่มีความลำบากหรืออบายภูมิมีนรก เป็นต้น



    เห็นไหมพระพุทธศาสนาพยายามให้เราทุกอย่างแต่เราไม่เคยเอามาใส่ใจ ไม่เข้ามาปฏิบัติ หรือพิสูจน์คำสอนของท่าน แล้วก็โมเมว่า ศาสนาไม่ให้อะไรเรา ที่จริงนะท่านให้เราทุกอย่างแต่เราไม่สนใจเอง ก็อาหารจานเด็ดท่านปรุงให้เรียบร้อยแล้วคือท่านชี้ทางไว้หมดแล้ว ให้รักษาศีลนะ ให้ทำสมาธิแล้วปัญญาจะเกิด แล้วจะหนีทุกข์ได้ในที่สุด



    มีต่อนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 7 เมษายน 2011
  4. pangbualun

    pangbualun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 เมษายน 2010
    โพสต์:
    140
    ค่าพลัง:
    +285
    มารออ่านด้วยคน เราก็ศรัทธาหลวงพ่อฤษีและอ่านคำสอนของท่านอยู่
     
  5. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    แต่ของหลวงตาขอบอกว่าอาหารจานนี้เราต้องกินมันถึงจะรู้ว่าอร่อยขนาดไหน คือต้องเอาจิตเอาใจของเราเข้ามาปฏิบัติ จึงจะได้ผลจริงๆ หรือถ้าทำจริงๆ แล้วไม่เกิดผลอะไรเลยขอให้ไปตัดหัวหลวงตาทิ้งได้เลย เพราะทำแล้วไม่มีผลขอเอาหัวเป็นประกัน ขอให้ทำจริงเถอะมีผลแน่ๆ



    แล้วต่อมาอีกวันหนึ่งก็มีคำถามขึ้นมาว่าเราเกิดมาทำไม เกิดมาแล้วก็แก่ แต่งการแต่งงาน มีลูกแล้วก็เลี้ยงลูก แล้วลูกก็แก่ แต่งงาน แล้วมีลูกอีก ต่อไปไม่สิ้นสุด เป็นอยู่อย่างนี้เวียนไปเวียนมา หากินไปวันๆแล้วก็ตายมีแค่นี้เองหรือ ชีวิตคนไม่เห็นได้ประโยชน์อะไร

    มีต่อครับ



    เอ๊ะ! เราโง่หรือว่าเราฉลาดกันแน่ นี่มาเวียนตายเวียนเกิดอยู่ได้ไม่มีไม่เห็นมีสาระอะไรเลย เกิดมาแล้วต้องตาย เอ๊! ถ้าเราไม่เกิดนี่เราคงไม่ตายนะ! และอีกอย่างการกินของเราก็เหมือนกันกินเข้าไปแล้วก็ถ่ายออกมา แล้วก็หากินเข้าไปใหม่ แล้ววันหลังก็ออกมาอีก



    เอ๊ะ! ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้นะ แล้วที่ไม่เกิดมีไหม เกิดแล้วไม่ตายมีไหม คิดถามตัวเองกลับไปกลับมา แต่หาคำตอบไม่ได้ และปฏิบัติควบคู่ไปด้วย เพราะอยากรู้คำตอบในใจของตัวเองแต่ยังไม่เจอ



    3 วันต่อมาฝนตกหนักมากน้ำเจิ่งนองไปทั่ว กบ เขียด ร้องระงมเต็มท้องทุ่งเสียงดังมาก ตอนนั้นนั่งสมาธิอยู่ในห้อง ตอนนั้นไฟปิดหมดแล้วก็มองฝ่าความมืดไปปรากฏว่า เห็นกระดูกกบ เขียดเต็มท้องทุ่งขาวโพลนไปหมด โอ้! เป็นไปได้ไงเรานั่งอยู่บนห้องทำไมมองทะลุขนาดนั้นทั้งๆที่เราอยู่ห่างจากที่กบเขียดอยู่เป็นร้อยๆ เมตร และอีกหน่อยตุ๊กแกร้องอยู่บนบ้านมองทะลุฝาบ้านออกไปเห็นโครงกระดูกตุ๊กแก ขาวโพลน ปากที่เป็นกระดูกขาวงับขึ้นงับลง



    สมาธิตอนเดินเข้าห้องนอนเห็นแม่บ้านเป็นโครงกระดูกกองอยู่กับพื้น ดูน่าเกลียดน่าขยะแขยงอยากเข้าใกล้ และขยับออกมานอนห่างๆ ไม่กล้าบอกเขากลัวเขาเสียใจรุ่งเช้าก็ขอเขาออกบวช ตอนนั้นเห็นคนเดินไปเดินมาเป็นโครงกระดูกไปหมด แม้แต่วัวควายอยู่กลางทุ่ง กินข้าวไม่ได้เป็นเดือน เห็นอะไรก็รู้สึกรังเกียจ ขอบวชก็ไม่ยอม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 7 เมษายน 2011
  6. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    กระทั่งปี 2550 เช้ามืดวันหนึ่งราวเดือนเมษายน กำลังเดินจงกลมอยู่ข้างบ้านเดินกลับไปกลับมาวันนั้นท่องอิติปิโส 108 ท่องไปเดินไปได้ 52 รอบ



    เห็นหลวงพ่อวัดท่าซุงและอีกองค์หนึ่งคือพระพุทธเจ้าท่านไปตาม บอกว่า “ถึงเวลาแล้วต้องบวชให้พ่อ ช่วยพ่อ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ถ้าลูกอยู่เป็นฆราวาสลูกจะช่วยได้เฉพาะลูกกับเมีย แต่ถ้าออกบวชจะช่วยคนได้ทั้งแผ่นดิน” ก็รับปากกับท่านว่า “ตกลงลูกจะออกบวชแต่ขออย่าให้ครอบครัวลูกต้องลำบาก ”



    ช่วงนั้นครอบครัวก็ยังลำบากอยู่ การค้าขายขาดทุน ตอนนั้นยังเดินอยู่ไม่ได้หลับแล้วเดินออกจากทางจงกลมขึ้นบ้านไปแม่บ้านตื่นพอดี เลยเล่าให้เขาฟังเขาปล่อยโฮออกมาน่าสงสารมากจับใจ ภาพนั้นยังติดตราตรึงใจอยู่ด้วยความสงสาร เขาบอก “ไม่ไปไม่ได้หรือ” บอก “ไม่ได้เพราะรับปากท่านแล้ว” ยืนกรานจะไปท่าเดียว



    3 วันต่อมาก็บวชที่ตัวจังหวัดร้อยเอ็ด บวชถวายในหลวงปี 2550 นั่นเองมีพระบวชเกือบร้อยองค์แบ่งไปหลายวัด ธรรมยุติบ้าง มหานิกายบ้าง อาตมาบวชมหานิกายเพราะคิดว่าธรรมยุติมีพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมากมายไม่เหมือนพระมหานิกายซึ่งต่างกันฟ้ากับดินไม่มีพระปฏิบัติ อาตมาคิดว่าจะมาเผยแผ่ทางนี้ พระท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร “ตามใจ”



    เหตุการณ์วันบวช ฟ้า ดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เทพ เทวดาเต็มท้องฟ้า ต่างองค์ต่างโมทนาบุญกันทั่วหน้า หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความยินดี วันนั้นแดดร้อนมากเวลา 13.00 น. แล้วเห็นเทพท่านหนึ่งบอกว่าอีกหน่อยฝนจะตก อาตมางง!



    เพราะบนฟ้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว เฮ้ย! เป็นไปได้เหรอไม่มีเมฆแล้วฝนจะตกได้อย่างไร ไม่เชื่อด้วย ดูเวลาผ่านไปครู่หนึ่งถึงคิวบวชท่านเรียก ก็เดินเข้าโบสถ์ไป พอเข้าโบสถ์ไปเท่านั้นกำลังขอบวชกับอุปชาลมไม่รู้มาจากไหนพัดเมฆฝนปั่นป่วนไปหมด วันนั้นท่องขานนาคไม่ได้เพราะเวลาไม่พอ พระกรรมวาจาจารย์บอกทุกอย่าง



    ตอนนั้นฝนตกซ่าลงมาห่าใหญ่ ฟ้าแลบแปร๊บปร๊าบ ร้องครวนครางเหมือนจะรับสู่การบวชของอาตมายังไงยังง้าน น้ำเจิ่งนองไปทั่ว พอบวชเสร็จฝนหยุดตก แดดร้อนเปรี้ยงเหมือนเดิม ญาติโยมรวมกันอย่าหน้าโบสถ์พูดกันพระบวชรุ่นนี้บุญมากน้อดินฟ้าอากาศรับรู้ก็พากันใส่บาตรกันใหญ่ได้ของเต็มบาตรพอดีและญาติโยมก็ไปส่งจนถึงวัด และอยู่จำพรรษาที่นั่นคือวัดสพังทองอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดนั่นเอง
     
  7. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    คืนแรกเทวดาล้อมหน้าล้อมหลังต่างองค์ต่างโมทนาบุญ แสดงความยินดีที่ได้บวช คืนนั้นทำสมาธิจิตสงบเห็นพื้นที่เก่าตอนยังไม่สร้างวัดเป็นหนองน้ำใหญ่เก่าแก่มากสมัยโบราณ



    ตอนเช้าถามญาติโยมดูบอกเป็นจริงตามนั้นภาพนี้พระภูมิเจ้าที่ท่านทำให้ดูและให้จำอยู่ที่วัดนี้แล้ว จะเจริญธรรม สมาธิเรื่อยมาและเข้าพรรษาและมีหลวงตารูปหนึ่งเข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านบวชก่อน 2 พรรษา และนะนำการปฏิบัติให้ท่านท่านก็ทำตาม ทางโลกท่านจบปริญญาตรีรามคำแหงและปฏิบัติรุดหน้าเรื่อยไป



    ถึงเดือนตุลาคม 2550 ตอนเช้ามืดตื่นตี 3 ทำวัตรสวดมนต์เสร็จทำสมาธิต่อ นั่งบ้าง ยืนบ้าง เดินบ้างไม่กล้านอน กลัวหลับจนถึง 06.00 น. ออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ให้มีความสุข คือพระธรรมวินัยบอกว่าบวชเข้ามาแล้วต้องเจริญสมณธรรมให้ได้ แล้วแก้กิเลสในใจของตนให้หมดหรือถ้าไม่หมดให้เบาบาง



    ถ้าจิตเบาบางแล้วจะเกิดบุญแล้วญาติโยมใส่บาตรและจะได้อานิสงส์มากขึ้นให้ทำอย่างนี้ ที่ไม่ทำ ได้แต่กินแล้วนอนบ่ายพักผ่อน เย็นต้มมาม่า ไม่สนใจในข้อวัตรปฏิบัติ บวชสักแต่ว่าบวช ไม่รักษาศีล ไม่ศึกษาพระธรรมวินัย ไม่ฝึกฝนอบรมแก้กิเลสของตัวเองให้เบาบางลงบุญก็ไม่ได้หนำซ้ำได้บาปเพิ่ม


     
  8. jeenus

    jeenus เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    1,465
    ค่าพลัง:
    +3,496
    เมื่อวันก่อน..ได้นำเครื่องเล่น MP3 ถวาย ท่าน..และตอนนี้ กำลังรวบรวมปัจจัย หาหนังสือ หลวงพ่อท่าซุง ถวาย ท่าน อยู่ ครับ เพื่อท่านจะได้ มีสื่อ อุปกรณ์ ได้ สั่งสอน ศิษย์อีกมากมาย..ครับ
     
  9. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    หลวงพ่อวัดท่าซุงบอก

    “นี่ไอ้หนูถ้าไม่แน่จริงอย่าบวชเด็ดขาดถ้าบวชแล้วไม่ปฏิบัติขัดเกลาจิตใจของตัวเองล่ะก็ เท่ากับซื้อนรกให้ตัวเอง”

    “อ้าวทำไมล่ะครับท่าน”

    “บอกก็ถือว่าคนๆนั้นเป็นโจรปล้นชาวบ้านเขาว่าตัวเองเป็นพระแล้วเขาไม่รู้เขาก็ถวายอาหาร แต่ตัวเองไม่ทำอะไรเลย และเป็นโจรปล้นศาสนาด้วย ศาสนาสอนให้ละชั่วทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส แต่เราไม่ได้ทำ ละเลยต่อพระธรรมวินัยอันเป็นหน้าที่โดยตรงของนักบวช”



    “รู้ไหมว่าข้าวแต่ละเม็ดกว่าเขาจะได้มาให้เรากินเขาต้องเอาอะไรเข้าแลกบ้าง ไม่ว่าหยาดเหงื่อแรงกาย เงินทอง น้ำ ปุ๋ย ต้องเหนื่อยแล้วเหนื่อยอีกแทบล้มประดาตาย แล้วเราไปขอเขากินฟรีๆ โดยไม่ทำอะไรตอบแทนใครที่ไหนเขาจะยอมท่านเลย มีอเวจีมหานรกเป็นที่รองรับ ที่นั่นร้นมากและเป็นที่อยู่ของพระเทวทัตด้วย และมีอายุยาวนานด้วย สบายไหมถ้าชอบก็ไม่ต้องทำอะไร กินแล้วนอนพอ”

    มีอยู่วันหนึ่ง เดือนตุลาคม ปี 2550 ไปกิจนิมนต์ในบ้านเขาถวายน้ำส้มมาขวดหนึ่ง ในขวดนั้นมีน้ำ 2 แก้วพอดี มาถึงที่พักก็เปิดขวดชิมดู

    ฮึอร่อยถูกใจ

    และกินไปแก้วหนึ่งอีกแก้วไว้กินพรุ่งนี้

    เช้าตื่นเช้ารองท้องสักแก้วว้า

    พอจับขึ้นมาเท่านั้น พระท่านมาเจอ

    “ฉันไม่ได้นะ”

    “ของค้างคืนแล้วต้องสละไม่งั้นจะเป็นอาบัติ”

    อึ๊ย! แม้เสียดาย เอ้า! ไม่ฉันก็ไม่ฉันก็ทิ้งไปเดินหอบหนังสือไปทำวัตรเช้าและฉันน้ำแทนเสร็จก็เดินจงกลมต่อ เดินจนก้าวขาไม่ออก เหนื่อยและเพลีย และยืนภาวนาอยู่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 8 เมษายน 2011
  10. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    ตอนนั้นเห็นพระ 3 องค์ลงมายืนอยู่ข้างหน้าและบอกว่า

    “เธอนี่ได้อนาคามีผลแล้วนะ ต่อไปก็อรหัตมรรค”

    ตอนนั้นอาตมาไม่เชื่อคิดในใจเป็นไปได้หรือ เราไม่ได้เห็นทำอะไรนักหนาแต่ทำเล่นไปสบายๆไม่ได้จริง ทีนี้อีกองค์พูดว่าไม่เชื่อใช่ไหมที่พูดนี่ท่านพูดย้ำ 2-3 เที่ยว อาตมานั่งแล้วคอยดูต่อไป และท่านทั้ง 3 รูปนั้นก็ลอยขึ้นบนอากาศหายไปต่อหน้าต่อตา

    แล้วกำหนดจิตถามหลวงพ่อท่านบอกเป็นไปตามนั้น ก็ไม่ว่าอะไรกลับลงมา ตามหลักแล้วพระท่านมาท่านไม่มาองค์เดียว ท่านจะมา 2 หรือ 3 องค์เสมอ เพราะอาตมาจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เพราะท่านรู้ใจท่านต้องมาเพื่อยืนยันเสมอ



    อย่างตอนท่านมาตามให้ไปบวชท่านก็ลงมา 2 องค์ ตอนนั้นถ้าหลวงพ่อไม่มาด้วยอาตมาก็คงจะไม่เชื่อ ตอนนี้มาอีก 3 ถึงไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแต่ยังไม่ 100% ดูไปเรื่อยก่อน



    หลังจากนั้นความรู้สึกที่เข้ามากระทบ รัก โลภ โกรธ หลง จะเบาตัวลงมาก ถ้าเข้ามาจะรู้ว่ามาแล้วก็หายไป ไม่ปรุงแต่งเหมือนแต่ก่อน ใจสงบเย็นมาก เห็นใครก็ตามจะปรารถนาให้เขามีความสุขไม่ว่าสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่



    และเห็นทุกอย่างเต็มไปด้วยความทุกข์ไม่มีใครมีความสุข ถึงเขาจะยากจนเข็ญใจขนาดไหนก็ตามหรือร่ำรวยล้นฟ้าต่างก็หนีความทุกข์ไม่พ้น สุดท้ายก็ตายเสื่อมสลายไปในที่สุด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 เมษายน 2011
  11. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    ประมาณปี 2548 เห็นร่างกายของตัวเองเกิดดับอยู่ตลอดเวลา
    เคยถามครูบาอาจารย์หลายท่าน ท่านเหล่านั้นก็บอกว่านั่นแหละเห็นวิปัสสนาญาณชั้นสูงให้ดูมันต่อไปและบางท่านยังบอกอีกว่า
    เอ๊ะ! ภาวนาเป็นแล้วนี่ ยกมือสาธุโมทนาอีกด้วย ก็มีอารมณ์อย่างนี้หาได้ยากมาก
    และอีกหน่อยจะออกบวชเพราะอารมณ์สูงมาก แล้วคอยดูถ้าไม่เชื่อ



    วันนั้นท่านมางานกฐินวัดป่าแถวบ้าน ลองถามท่านดูและยังบอกพระเณรในที่นั้นด้วยว่าให้ดูโยมคนนี้ต่อไปอีกหน่อยเขาจะเป็นกำลังของพระศาสนา
    และหลังจากนั้นก็กำหนดจิตแยกส่วนต่างๆ ของร่างกายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นร้อย เป็นพัน หมื่นครั้ง หรือทุกลมหายใจก็ว่าได้ ทำไปเรื่อยเพลินดี บางวันลืมกินข้าวก็มี เพราะสนุกมาก ตอนนั้นไปทางไหน จะเห็นท่านกายทิพย์โมทนาบุญตลอดเวลา และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร



    และหลังจากนั้นความโกรธ ความใจร้อนก็ลดลงตามลำดับ ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองว่าความโกรธไม่มีแล้ว ถ้าวันไหนมีคนด่าว่าอะไรจิตจะบอกว่า เขาเหล่านั้นกำลังเข้าใจเราผิดในบางอย่าง มันจะไม่ตอบโต้เหมือนเมื่อก่อน และปล่อยวางช่างมันเถอะ เขาว่าก็คือเขาว่าไม่ใช่เราสักหน่อย เราจะภาวนาอย่างเดียว นี่จิตมันจะเป็นอย่างนี้



    ตอนนี้ยิ่งแล้วเลย ตัดทันทีโดยอัตโนมัติ เห็นอะไรก็เป็นธรรมไปหมด จิตใจปล่อยวางทุกอย่าง แม้แต่ตัวของเราเอง มันก็สักแต่ว่ามี สักแต่ว่าเป็น ไม่ยินดียินร้ายอะไรเลย วันสุดท้ายโดนรถชนแล้วคนชนหนีจิตใจมันก็เฉย และยังคิดต่อไปอีกว่าที่เราโดนรถชนนี่เพราะเรามีร่างกายนะ ถ้าเราไม่มีร่างกายคงไม่โดนชนอย่างนี้หรอก เขาไปแล้วก็ช่างเขาเถอะตัวเราก็ถลอกปอกเปิกนิดหน่อยเท่านั้นเอง รถก็พังนิดหน่อยเท่านั้นเอง นี่โทษของการเกิดมันเป็นทุกข์อย่างนี้แหละ



    สอนใจตัวเองจิตไม่เคยคิดจะโทษใครเลย และยังโทษตัวเองด้วยว่าเพราะเรามีถึงได้เป็น อย่างนี้ เป็นเมื่อก่อนไม่ได้ถึงไหนถึงกัน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 เมษายน 2011
  12. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    อารมณ์จิตบวชครั้งที่ 2 ปี 2553 ประมาณนี้ มีอารมณ์เข้มข้นมากคือ เราจะทำอะไรก็ตามจิตจะบอกเลยว่า

    “เราจะทำหน้าที่ตอนนี้ให้ดีที่สุด”

    และทำอย่างไม่ยินดียินร้าย ร้อนก็ตามจิตจะเฉยอย่างมีความสุข เย็นก็ตามจิตจะเฉยอย่างมีความสุข อะไรเกิดขึ้นก็ตาม มันจะดูเฉยอยู่ ไม่ปรุงไม่แต่งอะไร อารมณ์เข้ามากระทบมันก็เฉยไม่ว่าดีหรือร้ายมันจะดูอย่างมีสติ รู้เหตุ รู้ผล แล้วมันจะปล่อยทันที



    และรู้อีกว่าทุกอย่างเป็นปัจจัยของความทุกข์ แม้แต่เห็นเขาขี่รถคันงามจิตจะบอกว่านี่ถ้าเขาได้มาเขาเอาทุกข์เข้าไปและไม่รู้เท่าไหร่ อีกหน่อยมันก็เสื่อมสลายไป มันไม่อยู่กับเขาตลอดไปหรอก ไม่มีอะไรเป็นปัจจัยของความสุขเลยนอกจากพระนิพพานเท่านั้น

    เห็นเขาสร้างบ้านก็เหมือนกันโอ้เขาจะทุกข์กันอีกเท่าไหร่ กว่าบ้านจะเสร็จจะต้องเอาเงินอีกเท่าไหร่ ต้องเอาหยาดเหงื่อแรงกายเข้าแลกกว่าจะได้มาแต่ละบาท โอ! ช่างทุกข์เหลือเกิน คนจ้างก็ทุกข์ คนรับจ้างก็ทุกข์ เราคนดูก็ทุกข์ ไม่มีใครมีความสุขเลย



    ทีนี้เวลากินข้าวเอข้าวแต่ละเม็ดแต่ละคำก็มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของชาวนาทั้งนั้นกว่าเขาจะเอามาให้เรากินได้นี่ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เขาเหล่านั้นต้องขุดดิน ถางป่า ขุดหญ้า เอาน้ำเข้านา ใส่ปุ๋ย ใส่ยา ต้องหาเงินไปซื้อกว่าจะได้
     
  13. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    14 สิงหาคม 2553 ท่านลงมาพยากรณ์อีกว่าเธอนี่วรัญญูวิสัยนะ
    ตอนนั้นเวลาตี 3 จิตสว่างโพลงนอนไม่หลับจิตจะภาวนาอยู่ตลอดเวลา พิจารณาบ้าง ภาวนาบ้างสลับกัน พิจารณาแล้วจะตัดความรัก
    เข้าตัดความโลภ เข้ามาตัดความหลง ว่าทุกอย่างเป็นเราเป็นของเรา ตัดไม่ใช่ ไม่ถูกทุกอย่าง ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ตัดกลับไปกลับมา



    ตอนตี 5 นี้ง่วงจัดมากกะจะเอนหลังสักหน่อยเพลียมาก แต่มีเสียงบอกว่า
    “หลวงพี่อย่าอย่าหลับนะ เดี๋ยวไม่สำเร็จนะ”

    ก็ฝืนใจลุกขึ้นมาต่อสู้กับความเพลียและง่วง สุดท้ายก็พ้นไปได้ เห็นจิตตัวเองลอยอยู่เหนือโลกเหนือความรู้
    รู้สึกถึงความสว่าง และใจไม่เข้าไปปรุงแต่งในสิ่งต่างๆ เหมือนก่อนหน้านี้

    ตอนฉันข้าวเช้าพระท่านมาบอกว่า

    “พระอรหันต์ท่านไม่ปรับอาบัตินะ”


    (หลวงตาให้อธิบายว่า เหมือนกับคนดีที่ไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ตำรวจเขาก็ไม่จับ ไม่เอาผิด ประมาณนี้ครับ)​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 เมษายน 2011
  14. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    หลังจากวันนั้นสงบร่มเย็นเรื่อยมาไม่เกาะกับอะไรทั้งหมด แม้แต่การป่วยไข้มันก็ไม่ทุกข์ร้อนมันดูเฉยอยู่ รักษาหายก็หายไม่หายตายก็ช่างมัน สว่างโร่ทั้งวันทั้งคืน ใจสบาย จิตไปอยู่เหนือบุญเหนือบาป เหนือเหตุเหนือผลเหนืออะไรทั้งหมด



    ไม่รู้จะพูดยังไงถึงจะเทียบได้กับสิ่งที่รู้ ที่เห็น เห็นเทวดามากมายมาโมทนาบุญไม่ว่าจะเดินไปไหน



    โอ้ คนมีแค่นี้เองเหรอ เออ เราหลงโง่อยู่ตั้งนาน เราหลงโกรธ หลงเกลียดอยู่ได้ ที่แท้ก็ไม่มีอะไร โง่บรมเลยเรา จิตตอนนี้สว่างจ้าเลย รู้แจ้งไปหมดในกายสังขาร



    มีอะไรเข้ามากระทบมันจะพิจารณาเร็วมากไม่ว่าปัญหาอะไรก็ตามพิจารณาแล้วตัดทิ้งทันทีไม่มีเยื่อใย อะไรผ่านเข้ามาจะตัดได้ทันที แม้แต่ตัวของมันเองมันยังไม่เอา แล้วคนอื่นมันจะเอาไปทำอะไร



    เราไม่มี เขาก็ยิ่งไม่มี เราจะเอาอะไร มันไม่มีให้เอามีแต่ความว่างทั้งนั้น ไม่มีสัตว์ไม่มีบุคคล ตัวตนเราเขาไม่มีทั้งนั้น ตอนนี้มันรู้อย่างเดียว อะไรผ่านเข้ามาก็รู้แล้วปล่อยไม่ยินดี ไม่ยินร้าย คิดอยู่เพียงว่า เราจะช่วยคนอื่นให้รู้เหมือนเราได้อย่างไร



    ดังนั้นจึงพยายามออกเผยแผ่ธรรมในที่ต่างๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย ก็ได้ค่าพุทธบุตรนี่แหละและเป็นที่เผยแผ่ ถึงจะมีผลน้อยนิดก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะยังใหม่อยู่มาก ไม่กี่เดือนเอง แต่ยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์



    ก็ไปกราบพระอีกท่านหนึ่งอยู่ อำเภอไชยา หลวงพ่อพุทธทาส ไปดูปฏิปทาของท่านก็อารมณ์เดียวกัน อยู่ในระดับเดียวกันคืออยู่เหนือบุญเหนือบาปเหมือนกัน



    และอีกองค์ที่ยังมีชีวิตอยู่บอกเป็นอย่างนี้ใช่ไหมท่านบอกใช่ ท่านได้แล้วรักษาไว้อย่าให้สูญหาย และถามท่านว่า ท่านก็หลุดแล้วใช่ไหม ใช่ ผมสบายแล้ว ปกติแล้วผมไม่เอาอะไรแล้วว่างเหมือนทะเลแล้ว ทิ้งอะไรลงไปก็ไม่เต็มรับได้หมด นี่คือจิตว่าง ถามไปถามมาต่างคนก็ต่างโมทนาซึ่งกันและกัน
     
  15. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    พระพุทธเจ้าท่านมาท่านบอก

    “นั่นเธอไปอยู่ตรงนั้นแล้วกิจที่จะทำไม่มีแล้ว”

    ท่านยิ้มอย่างพอใจ

    " อย่าลืมลูกของเธอล่ะ พระสงฆ์ทุกรูปเป็นลูกของเธอ จงช่วยเขาด้วย"

    ท่านฝากก่อนท่านจะไป

    “ขอเธอจงเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ”

    แล้วท่านก็จากไป เอวังก็มีด้วยการฉะนี้



    จิตใจตอนนี้ก็เป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆ รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยสารพัด ความรู้สึกบอกว่าเป็นหน้าที่ของเราโดยตรง เราต้องทำให้สำเร็จไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม้เอาชีวิตเข้าแลกก็ยอมขอให้ได้ทำ ความเมตตา หวังดีนี้ไม่มีประมาณ มันบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรแอบแฝง มีอยู่อย่างเดียวคืออยากให้คนและสัตว์ที่อยู่ใกล้หรือไกลให้มีความสุขเท่านั้น

    ตัวเองจะเป็นอย่างไรก็ตาม เหมือนพ่อแม่ที่รักและหวังดีต่อลูกตลอดกาลแล

    หลวงตาวิเศษ วิสุทธิธรรมโม(ปุยผา)

    (ธรรมบุตร พุทธประทาน)


     
  16. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    *****สอบถามข้อธรรมะหรือเรื่องการปฏิบัติกรรมฐาน

    มโนมยิทธิ ขอให้มีความเคารพและใช้คำที่เหมาะสมเวลา

    สนทนาด้วยครับ*****

    เบอร์โทรศัพท์หลวงตาธรรมบุตร 0821196716

    ……………………………………………………………….

    ลูกขอกราบขอบพระคุณหลวงตาธรรมบุตรมา ณ ที่นี้ด้วย

    ที่เมตตาเล่าประวัติทั้งทางโลกและทางธรรมเมตตาให้ลูกได้มา

    เผยแผ่ในที่นี้

    กราบนมัสการองค์หลวงตาได้ที่
    สำนักสงฆ์ ภูแพง ต.บางปอ อ. เกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี





    99999999999999999999999999999999999999999999999999999999
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 25 เมษายน 2011
  17. เบองซูร์

    เบองซูร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +663
    คติธรรมจากหลวงตาธรรมบุตร



    อะไรเกิดขึ้นก็ตามถ้าเราไม่เอาจิตเข้าไปยุ่งมันก็จบ

    นี่มันตัดมันตัดอยู่แค่นี้ไม่มีอะไรยาก

    …………………………………………………………………….

    เป็นบัณฑิต ที่ดี มีทุกสิ่ง

    ไม่ได้วิ่ง จำเขามา ว่ารู้ยิ่ง

    ท่านมีได้ ความรู้ มีจริงจริง

    ไม่กลอกกลิ้ง รู้ตาม ความเป็นจริง

    ……………………………………………………………………..

    ก็สังขาร มีไว้ เพื่อเรียนรู้

    ให้นิ่งดู จะเห็นได้ อย่าหน่ายหนี

    ดูให้ได้ ดูให้รู้ อยู่ที่ตัว

    ทั้งดีชั่ว จะเห็นได้ ภายในตน

    ……………………………………………………………………..

    อันร่างกาย ยาววา และหนาคืบ

    ท่านเรียนรู้ สืบค้นมา อย่าฉงน

    ดูให้มาก ดูให้นาน จะผ่านพ้น

    ความวกวน ในวัฏฏะ จะหายไป

    ……………………………………………………………………..

    ใจเที่ยววิ่ง หาธรรม จากไหนเล่า

    ในตัวเรา มีพร้อม ไม่ยอมหา

    ที่กายา เรานี้ มีพร้อมมูล

    แสนอาดูร สกปรก รกรุงรัง

    มีทั้งโกรธ โลภหลง พงราคะ

    ทั้งพุทธะ ธรรมมา น่าฉงน

    ถ้าดูได้ ดูรู้ แก่กมล

    จะได้พบ พระทศพล ที่ฉ่ำเย็น

    คนเกิดมา ในโลก เพราะเห็นผิด

    ว่าชีวิต เกิดมา จะสุขสม

    แต่ที่แท้ เกิดมา แล้วทุกข์ทน

    ไม่มีคน เป็นสุข ทุกข์จริงเอย

    ……………………………………………………………………..

    พุทธองค์ ทรงสั่งสอน ทั้งไตรโลก

    ให้ทิ้งโศก หนีหลบ สงบจิต

    เพ่งพินิจ ให้รู้ ว่าอยู่ไหน

    ท่านเคยบอก ให้ดู อยู่ที่ใจ

    ในฤทัย ของสัตว์ ทุกตัวตน

    บอกมีสุข และทุกข์ ระคนกัน

    ดูให้มั่น ดูให้เป็น เห็นได้จะปล่อยเอง

    หากว่ายัง ไม่รู้ดู ไม่เห็น

    ปล่อยไม่เป็น เพราะโง่ น่าสงสาร

    ยิ่งอยู่นาน พอกพูน สมบูรณ์เอย

    …………………………………………………………

    จะหนีทุกข์ ต้องทำจิต ให้ว่าง

    ต้องหนีเก่ง อุปปาทาน เหล่านั้นได้

    ต้องให้รู้ ว่าขันธ์นี้ เป็นเช่นไร

    ต้องหนีไกล อย่าเข้าใจ ของไม่ดี

    ………………………………………………………………….



    จิตของเรา อันนี้ ดีและแปลก

    มันชอบแบก ของหนัก ไว้ไม่หน่ายหนี

    เรามันโง่ แบกไว้ ตั้งหลายปี

    ชั่วชีวี มันไม่ปล่อย น้อยบารมี

    จิตคนโง่ ดักดาน พาลก็คบ

    ไม่ยอมหลับ หนีบโง่ ไปทางไหน

    ทั้งโกรธเกลียด หลงโลภ หลงเข้าไป

    ในหัวใจ ดำปี๋ ไม่ดีเลย

    …………………………………………………………………………

    อย่าไปโทษ ใครเขา เพราะเราโง่

    ยืนหัวโด่ มองไม่เห็น เป็นไฉน

    ทั้งโกรธเกลียด โลภหลง ในดวงใจ

    แล้วทำไม ตัดไม่ได้ ละอายจริง

    อาจารย์บอก อย่าโลภ และโกรธหลง

    เหมือนเดินดง หลงป่า หาทางพบ

    จิตสงบ ถึงได้รู้ ว่าอยู่ไหน

    อยู่ที่ใจ ของเราเอง ให้เพ่งดู

    ……………………………………………………………….

    จับให้อยู่ ดูให้มั่น ดันให้ตาย

    ในจิตกาย ของท่าน มันซ่อนอยู่

    จากคำสอน ของท่าน บรมครู

    น่าอดสู อยู่ที่เรา เอาไม่เป็น

    …………………………………………………………………

    คำว่าจิต ดวงนี้ มีลึกลับ

    มันขยัน หลบหลีก และปีกหนา

    จับไม่ได้ โทษนั้น จะมากมี

    จับให้ดี แล้วจะมี คุณอนันต์

    จับไม่ได้ อาจจะมี โทษมหันต์

    จับให้ทัน จะพ้นทุกข์ มีสุขเอย

    …………………………………………………………………

    ความทุกข์ร้อน นี้จะเกิด ขึ้นจากจิต

    มันน่าคิด ปรุงแต่ง ไร้จุดหมาย

    ทั้งร้อนรุ่ม กลุ้มจิต จนวันตาย



    มันวุ่นวาย เพราะจิตนี้ มีโทษทัณฑ์

    ……………………………………………………………………….

    จิตไม่ว่าง วุ่นวาย ไม่รู้จบ

    หาให้พบ ที่ว่าง อยู่ตรงไหน

    จะบอกว่า ความว่าง อยู่ที่ใจ

    อย่าอาลัย ปล่อยแล้ว จะอยู่เย็น

    คำว่าละ ปล่อยวาง ใช้ของง่าย

    มีมากมาย ค้นไม่พบ หลบหนีหาย

    ทั้งศึกษา ลาเพศ กันวุ่นวาย

    อีกมากหลาย หาไม่พบ บรรจบทาง

    ชีวิตคือ ลมหายใจ ใครรู้บ้าง

    ชีวิตคือ การเดินทาง หามรรคผล

    ชีวิตคือ การต่อสู้ ในจิตตน

    เกิดเป็นคน หนีให้ได้ อบายภูมิ

    ……………………………………………………………………
     
  18. แสงศร

    แสงศร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    77
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +616
    สาธุ อนุโมทนากับคุณjeenusค่ะ ขอให้คุณได้เข้าถึงพระนิพพานในชาตินี้นะคะ
     
  19. แสงศร

    แสงศร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    77
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +616
    อนุโมทนาคุณเบยองซูด้วยค่ะ ที่นำประวัติท่านมาบอกกล่าวให้ทราบกัน ขอให้คุณมีความสุข เข้าถึงมรรคผลนิพพานในชาตินี้เทอญ..
     
  20. jeenus

    jeenus เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    1,465
    ค่าพลัง:
    +3,496
    แจ้งข่าว ครับ

    หลวงพ่อวิเศษ ตอนนี้ท่านได้ไปอยู่ ที่ สำนักสงฆ์ ภูแพง ต.บางปอ อ. เกาะสมุย แล้วคับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...