พระวังหน้า ที่หลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดรเสก ถ้าต้องการที่จะได้.....

ในห้อง 'งานบุญอื่นๆ' ตั้งกระทู้โดย sithiphong, 23 ธันวาคม 2005.

  1. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,333
    ค่าพลัง:
    +141,934
    อยากจะมาเขียนเรื่องนี้
    .
    ในการทำงาน ต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
    .
    ความเดือดร้อนนั้นๆ มีผลต่อความก้าวหน้าในการทำงานของคนที่ถูกกระทำด้วย
    .
    เงินที่ได้ไปจากการกระทำผิด ก็เป็นเงินร้อน อยู่กับคนที่ได้ไปไม่นาน
    .
    ยังมีอีกคือ การใช้ความไว้ใจของเพื่อนร่วมงาน มาเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง
    .
    ลองคิดดูว่า หากมีคนอื่นมาสร้างความเดือดร้อนและปัญหาให้กับเรา ตัวเราจะรู้สึกอย่างไร
    .
    เรื่องของการใช้จ่ายเงิน อย่าไปฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินเกินตัว การทำบุญก็ทำแต่พอประมาณตามกำลังของตนเอง
    .
    ต่อให้ไปกราบพระพุทธรูปทั่วโลก ไปกราบพระสงฆ์ทั่วโลก แต่การกระทำของตนเองไปสร้างผลกระทบกับบุคคลอื่น ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่น การกราบและการขอหรือการบนบานต่างๆนั้นๆ ไม่มีผลต่อกรรมที่ตนเองจะได้รับในปัจจุบัน และ อนาคต
    .
    เพราะว่า ไม่ว่าใครที่มาช่วย ต้องรับผลนั้นๆด้วยไม่มากก็น้อยแน่นอน ไม่มีอะไรฟรีในโลกทิพย์
    .
    ที่สำคัญจะสร้างกรรมกันไปทำไม
    .
    กฎระเบียบของบริษัท หรือ กฎระเบียบของหน่วยงานราชการ หรือ กฎระเบียบของรัฐวิสาหกิจ ถึงแม้จะลงโทษผู้กระทำผิดได้ นั้นคือ โดนในเรื่องแรก
    .
    กฎหมาย ที่สามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ นั่นคือ โดนในเรื่องที่สอง (เรื่องที่สองนี้ บางกรณีก็ไม่สามารถที่จะเอาผิดได้)
    .
    แต่กฎที่ไม่เคยละเว้น และไม่สามารถหนีได้ คือ กฎแห่งกรรม ที่เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ด้วยตนเองเท่านั้น นั่นคือ โดนในเรื่องที่สาม ที่เป็นเรื่องสุดท้าย
    .
    ระยะเวลาที่ใช้กรรมตามกฎระเบียบของบริษัท หรือ กฎระเบียบของหน่วยงานราชการ หรือ กฎระเบียบของรัฐวิสาหกิจ หรือ กฎหมาย ระยะเวลาที่ใช้กรรม ไม่เกิน 100 ปีแน่นอน
    .
    แต่ระยะเวลาที่ใช้กรรมตามกฎแห่งกรรม ใช้ระยะเวลาที่ยาวนานแสนนาน ไปพิสูจน์เองว่า นานแค่ไหน
    .
    #ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน
    #ไม่ว่ารวยล้นฟ้าเพียงใด
    #ไม่มีใครหนีกรรมพ้น
    #แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    #ที่ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
    #พระพุทธองค์ยังหนีกรรมที่เคยก่อไว้ไม่พ้น
    .
    ขออัญเชิญพระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 9 นำมาให้อ่านกันเพื่อให้เป็นสติในการคิด และ การกระทำของตนเอง
    .
    “…เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจ ทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริง ๆ นั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมี ความเอาใจใส่ มีความขยันและซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น…’’
    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา8 กรกฎาคม 2530
    .
    “…การทำงานให้สำเร็จผลแน่นอนและสมบูรณ์ ตามเป้าหมายนั้นจะต้องใช้ความรู้ความสามารถ พร้อมทั้งคุณสมบัติที่สำคัญ ๆ ในตัวบุคคลหลายประการ ทั้งความตั้งใจที่มั่นคง ความคิดสร้างสรรค์ ความ อุตสาหะพยายาม ความรับผิดชอบ ตลอดจนความสุจริต เป็น ธรรมนำมาปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ…’’
    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์19 กรกฎาคม 2528
    .
    “…การทำงานให้สำเร็จขึ้นอยู่กับความ สุจริตกาย สุจริตใจ ด้วยความคิดเห็น ที่เป็นอิสระปราศจากอคติ และด้วย ความถูกต้องตามเหตุตามผลจึง จะช่วยให้งานบรรลุจุดมุ่งหมาย และประโยชน์ที่พึง ประสงค์โดยครบถ้วนแท้จริง…’’
    พระบรมราโชวาท พระราชทานเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน1 เมษายน 2528
    .
    #พระบรมราโชวาทรัชกาลที่9
    #ความซื่อสัตย์สุจริต
    #กฎระเบียบของบริษัท
    #กฎระเบียบของหน่วยงานราชการ
    #กฎระเบียบของรัฐวิสาหกิจ
    #กฎหมาย
    #กฎแห่งกรรม
    #บุพกรรมพระพุทธองค์
    #พยามัจจุราชเจ้า
     
  2. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,333
    ค่าพลัง:
    +141,934
    อ่านแล้วชอบครับ
    เพราะทุกวันนี้ จะเจอกับคนในลักษณะนี้เยอะมาก
    #ประเภทที่ชอบมุสาวาท
    ถ้ามีใครที่เข้าใจเราผิด เนื่องจากมีคนที่คอย #ใส่ความเท็จให้เรา
    ปล่อยเขาไป เพราะเขาชอบ #มุสาวาท
    ประเด็นที่สำคัญ ถ้าเราไม่ผิด #เราขอความเป็นธรรมต่อองค์พยามัจจุราชเจ้าได้
    ถ้าท่านใดที่ไม่มีองค์พยามัจจุราชเจ้า มาหาผม
    มาขอความเป็นธรรมได้
    #เราไม่ได้ใช้ปืนไปจ่อหัวใครให้ทำ
    #เขาทำด้วยตัวเขาเองทั้งนั้น
    #ให้ไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง
    .
    **************************************
    .
    อย่าไปเสียเวลาเปล่า กับการอธิบายคนที่ “เข้าใจคุณผิด”

    โดย รักยิ้ม
    .
    .
    ตาเหมือนกันยังมองไม่เหมือนกัน…
    .
    ปากเหมือนกันยังพูดไม่เหมือนกัน…
    .
    มีสมองเหมือนกันก็ยังคิดไม่เหมือนกัน…
    .
    เพราะฉะนั้น ย่อมมีคนที่เข้าใจคุณผิดได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว จงอย่าได้แคร์ และ อย่าได้เสียเวลาไปหาข้อแก้ตัว หรือ อธิบาย เพื่อให้เขาเข้าใจถูก ตราบใดที่ เรายังเป็นตัวเองที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน
    .
    คนทุกคนล้วนดื้อรั้น คนที่เข้าใจคุณ ก็จะเข้าใจคุณตั้งแต่แรก คนที่ไม่เข้าใจคุณ เขาก็จะเลือกที่จะไม่เชื่อคุณไปตลอด
    .
    อย่าเสียเวลาอธิบายกับคนที่จะฟังในสิ่งที่เขา.. อยากจะได้ยินเท่านั้น ควรรู้ไว้ว่า… การที่มีคนพูดถึงคุณ แสดงว่าคุณมีอิทธิพลต่อชีวิตเขา
    .
    ถ้าคุณกลัวมากไปว่า คนอื่นจะคิดยังไง คุณจะไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่พยายามเป็นอย่างที่คนอื่นชอบ คุณจะไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ
    .
    แล้วไปมัวทำแต่อะไร… ที่คนอื่นบอกว่าดี สุดท้ายคุณจะสูญเสียความเป็นตัวเองไป ควรฉุดคิดได้แล้วว่า… คนอื่นที่คุณพยายาม ทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเขาชอบ
    .
    เขาไม่ได้ ‘แคร์’ คุณ เหมือนที่คุณ ‘แคร์’ เขา พวกเขามาวิจารณ์แล้วก็ไป แต่ทิ้งผลลัพธ์มากมายไว้ในชีวิตคุณ ทำให้คุณเสียความเป็นตัวเอง เสียความมั่นใจ เสียโอกาส เสียเวลา
    .
    ถ้าคุณกลัวมากไปว่า คนอื่นจะคิดยังไง คุณย่อมไม่ได้ใช้ชีวิตเต็มที่ และ คนอื่นที่คุณแคร์คำพูดเขา เขาก็ไม่ได้แคร์ชีวิตคุณ ‘พลาด’ มาก…!!
    .
    อย่าไปเสียเวลาอธิบายคนที่เข้าใจคุณผิด… สักวันความจริงย่อมปรากฎ มีหญิงสาวคนหนึ่งตั้งท้องโดยไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเด็ก พ่อแม่บังคับให้ลูกบอกว่าใครเป็นพ่อของเด็ก
    .
    เด็กสาวทนแรงกดดันไม่ไหว จึงบอกว่า… “พ่อของเด็กเป็นพระอาวุโสรูปหนึ่งในวัดใกล้บ้าน” เมื่อเด็กคลอด คนที่บ้านก็เอาเด็กไปหาพระอาวุโสรูปนี้ พระบอกเพียงว่า “อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” ก็รับเด็กไว้
    .
    ตั้งแต่นั้นมา… พระรูปนั้นก็พาเด็กไปบิณฑบาตทุกเช้า คนในหมู่บ้านต่า ตำหนิ นินทา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง 1 ปี ผ่านไป… หญิงสาวรู้สึกผิด จึงสารภาพกับพ่อแม่ว่า พ่อที่แท้จริงเป็นอีกคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับพระรูปนั้นเลย ครอบครัวนี้รู้สึกละอายใจมาก ไปพบพระอาวุโสรูปนั้น ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าครอบครัวนี้คือ พระท่านโทรมมาก แต่ลูกกลับอ้วน ๆ ขาว ๆ เป็นที่น่ารักมาก
    .
    หญิงสาวรู้สึกผิดมาก ขอโทษพระอาวุโสรูปนั้น ท่านพูดเพียงว่า…. “อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” พระอาวุโสถูกกล่าวหาจนชื่อเสียงป่นปี้ แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้แก้ตัวเลย เพราะอะไร…?
    .
    พระอาวุโสรูปบอกว่า…. ” บวชเป็นพระ ชื่อเสียงเงินทองต่างเป็นของนอกกาย คนเข้าใจผิด ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอาตมาช่วยแม่ และ ลูกให้พ้นวิกฤตได้ เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง “
    .
    ตอนคนอื่นเข้าใจเราผิด เราต้องใช้เวลามากในการอธิบาย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเรา แต่ไม่มีประโยชน์อันใด…. ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ คนเราจะเชื่อกับข้อมูลที่ได้รับมาครั้งแรก
    .
    โดยไม่ค่อยพิจารณาว่า ความจริงเป็นเช่นไร ใช้หลักจากการรับรู้ของตัวเองในการเข้าใจ และ ตัดสินไปก่อนแล้ว เพราะทุกคนล้วนเชื่อแค่ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อเท่านั้น จึงเกิดความเข้าใจผิดอยู่เรื่อยไป
    .
    ขอบคุณแหล่งที่มา : บทความจาก newface , เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล
    .
    https://www.rugyim.com/22456?fbclid=IwAR1aezO2R1QPhR4kdtyX3Is8iCypkvkRLTrAucxzwfAQyh3KtJPE1vvW5Hg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • s001.jpg
      s001.jpg
      ขนาดไฟล์:
      237 KB
      เปิดดู:
      4
  3. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,333
    ค่าพลัง:
    +141,934
  4. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,333
    ค่าพลัง:
    +141,934
    จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า LTF ไม่ต่ออายุหลังสิ้นปีนี้?
    .
    ป็นประเด็นมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะครับที่ออกข่าวแย้มๆ มาว่า สรรพากรจะไม่ต่อสิทธิลดหย่อนภาษีจากการซื้อกองทุนรวม LTF แล้วหลังปี 2562 (2019) หรือปีนี้
    .
    ถ้ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อยังยืนยันเช่นเดิม ก็จะแปลว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เราจะใช้สิทธิซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนนะครับ คราวนี้ มันมีหลายประเด็นที่เราในฐานะผู้เสียภาษีอาจสงสัยและเกิดตั้งคำถามขึ้นมา ผมลองรวบรวมคำถาม และตอบเป็นข้อๆ ให้หายสงสัยตามนี้ก็แล้วกัน
    .
    1.ถ้าไม่ต่ออายุ LTF เงินที่ครบเงื่อนไข ควรขายหรือย้ายกองออกไปไหม?
    .

    อันนี้แล้วแต่วัตถุประสงค์ของเงินลงทุนของเราเอง ผมเห็นหลายกรณี นักลงทุนที่ลงทุนใน LTF แล้วครบกำหนด เขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรต่อ และพึงพอใจกับผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วงที่ผ่านมา ก็ถือต่อไป และให้ผู้จัดการกองทุนบริหารต่อ หากยังทำได้ดี เราก็ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่ม ดีกว่าไถ่ถอนออกมาแล้วเอาไปฝากประจำ หรือ ออมทรัพย์เอาผลตอบแทนต่ำติดดินครับ
    .
    แต่ถ้าจะโยกเงินออกมา สิ่งที่ต้องคิดคือ เรามีสินทรัพย์เป้าหมายที่จะลงทุนแล้วหรือยัง เปรียบเทียบแล้ว จะให้ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยงหรือเปล่า และอย่าลืมว่า การเข้าออกกองทุนมันมีค่าธรรมเนียม ซึ่งคุณคงต้องเอาส่วนนี้มาพิจารณาประกอบด้วย
    .
    2. เม็ดเงิน LTF ที่ถอนออกไป จะทำให้ตลาดหุ้นตกรึเปล่า?
    .

    หลายคนเชื่อว่า พอไม่ต่ออายุ LTF ก็แปลว่า เม็ดเงินในกองทุน LTF จะค่อยๆ ลดลง เพราะนักลงทุนทยอยไถ่ถอนออกไปเรื่อยๆ คำถามคือ มันจะถึงขั้นถอนกันจนตลาดหุ้นตกตามแรงขายไหม คำตอบคือ เม็ดเงินลงทุนใน LTF ทั้งหมด คิดเป็นเพียงแค่ประมาณ 4 % ของ Market Cap ของตลาดหุ้นไทย และเงื่อนไขการไถ่ถอน นักลงทุนไม่สามารถไถ่ถอนได้ทั้งหมดในปีเดียวอยู่แล้ว เพราะติดเงื่อนไขถือครองให้ครบ 7 ปีปฏิทิน
    .
    ซึ่งก็หมายความว่า เม็ดเงินลงทุนใน LTF จะค่อยๆ ถูกทยอยขายออกมาในอีก 6-7 ปีข้างหน้า (หากทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องขายออก) แต่มุมมองส่วนตัวผมก็เชื่อว่า มีนักลงทุนจำนวนหนึ่งที่จะไม่ขายออกมา และถือเงินลงทุนก้อนนั้นต่อไป ทำให้เชื่อว่าไม่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยเลยครับ ตรงนี้ขอให้สบายใจได้ระดับหนึ่ง
    .
    3. กองทุนจะติดลบไหม ถ้าไม่มีเงินใหม่เข้ามาใน LTF?
    .

    โดยปกติแล้ว ทีมบริหารกองทุน หรือ ผู้จัดการกองทุน แต่ละบลจ. จะมีการกำหนดกลยุทธ์และการลงทุนตามแต่ละโมเดลซึ่งเป็นไปได้นโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่ง LTF ของแต่ละบลจ. ส่วนใหญ่ เป็นหนึ่งในโมเดลการลงทุน ซึ่งมีกองทุนรวมปกติ ที่ไม่ใช่ LTF ที่ต้องบริหารจัดการต่ออยู่แล้ว ดังนั้น ในแง่การทำงานของผู้จัดการกองทุน จึงไม่ได้เกิดความยากมากขึ้น จากการที่ไม่มีเงินลงทุนเข้ามาใหม่ใน LTF
    .
    และจากการศึกษาของทีม Finnomena Analytics เราพบว่า ผลการดำเนินงานกองทุนรวมที่ไม่มี Flow ไหลเข้าออกจำนวนมาก ให้ผลตอบแทนสูงกว่า กองทุนรวมที่มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าออกในระยะสั้น อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งตีความได้ว่า กองทุนที่นักลงทุนทำการซื้อขายบ่อยๆ อาจทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องคำนึงถึงการบริหารสภาพคล่อง จนมีผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุนบ้าง ซึ่งถ้าเชื่อในประเด็นนี้ ก็แปลว่า การไม่มีเงินใหม่เข้าลงทุนใน LTF อาจเป็นการดีต่อผลการดำเนินงานกองทุนด้วย
    .
    จะยกเว้นก็แต่ว่า ถ้าขนาดของกองทุน LTF นั้นๆ ที่เราลงทุนอยู่ มีขนาดเล็กมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจในการบริหารพอร์ตของผู้จัดการกองทุนให้ลดลง นักลงทุนจึงควรคิดทั้งสองมุม และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องด้วย
    .
    4. NAV จะลดลงเรื่อยๆ รึเปล่า?
    .

    นักลงทุนหลายคนเข้าใจผิดว่า เงินขายออกจากกองทุนเยอะๆ แล้วจะทำให้กองทุนมี NAV ที่ลดลง ยกตัวอย่างรูปด้านล่าง ซึ่งเป็นราคาต่อหน่วย และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน TMBCOF ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 3 เม.ย. 2562)
    .
    ดูรูป 4
    .
    จะเห็นว่า NAV ของกองทุน TMBCOF วิ่งขึ้นมาตามตลาดหุ้นจีนที่รีบาวน์ต่อเนื่องในไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา แต่จะเห็นว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไม่ได้วิ่งขึ้นตาม NAV สาเหตุเป็นเพราะ ระหว่างที่ขึ้นมา มีนักลงทุนขายทำกำไรออกจากกองทุนรวมออกไปด้วย ซึ่งนี่ก็คือ หลักฐานว่า ถึงจะมีแรงขายออกจากกองทุนที่เราถือ มันก็ไม่ได้เกี่ยวว่าจะทำให้ NAV กองทุนลดลง
    .
    (การดูกราฟมูลค่าทรัพย์สินสุทธินี้ นักลงทุนสามารถเข้าไปดูได้ผ่าน Mobile Application ของ FINNOMENA นะครับ)
    .
    NAV จะลดลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนในเวลานั้นๆ มากกว่าว่าราคาสูงขึ้นหรือลดลงหรือเปล่านะครับ
    .
    5. กองทุนรวม LTF ที่มีอยู่ไว้แล้ว จะต้องถูกปิดลงไปด้วยหรือเปล่า?
    .

    กองทุนรวมนั้นๆ จะยังคงมีสถานะตามกฎหมายอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้สิทธิลดหย่อนแล้ว โดย บลจ. น่าจะเปลี่ยนนโยบายกองทุนให้เป็นกองทุนเปิดที่สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการเหมือนกองทุนรวมทั่วไป และนักลงทุนที่ใส่เงินใหม่เข้าไป ก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีประจำปีอีกต่อไป
    .
    แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มีเงื่อนไขครับ เพราะถ้ากองทุนมีขนาดเล็กลงมาก จนบลจ.นั้นๆ เห็นว่า ค่าใช้จ่ายที่เก็บจากกองทุนอยู่ในระดับที่ไม่คุ้มทุน ทางบลจ. อาจมีการเสนอถือหน่วยเพื่อควบรวมกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนกัน ให้ได้ Economies of Scale หรืออาจเสนอผู้ลงทุนที่ครบเงื่อนไขระยะเวลาลงทุน ให้สับเปลี่ยนไปยังกองทุนที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และให้สิทธิลดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนในช่วงเวลานั้นๆ ก็ได้ครับ

    6. ถ้าไม่ต่ออายุมาตรการส่งเสริม LTF เราสามารถขายได้ทุกก้อนที่ซื้อมาก่อนเลยไหม?
    .

    ใจเย็นๆ นะครับ การไม่ต่ออายุ LTF คือ การไม่ให้สิทธิกับเงินก้อนใหม่ที่จะเข้ามาลงทุน ไม่ได้หมายความว่า เงินก้อนเก่าๆ ที่ลงทุนมาแล้วจะไม่ได้สิทธิด้วย ดังนั้น เงินลงทุนก้อนที่เราซื้อก่อนปี 2562 เรายังจำเป็นต้องถือให้ครบตามเงื่อนไขเดิม คือ 7 ปีปฏิทิน ไม่เปลี่นแปลงไปจากนี้แต่อย่างใดครับ
    .
    ซึ่งถ้าดูจากเงื่อนไขการขายคืนหน่วยลงทุนได้ ที่มีการปรับเปลี่ยนจาก 5 ปีปฏิทิน เป็น 7 ปีปฏิทินเมื่อปี 2559 ก็จะพบว่า ปี 2563 และปี 2564 กอง LTF จะไม่มีเงินถูกขายออกมา ทำให้ขนาดกองทุนจะไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และจะมีการขายอีกครั้งคือในปี 2565 ซึ่งมาจากยอดซื้อ LTF ในปี 2559 ที่ใช้เงื่อนไขใหม่ในการถือครองคือ 7 ปีปฏิทินนั่นเองครับ
    .
    7. ถ้าถือครบกำหนดขายคืนได้ แต่ตอนนั้น NAV ยังขาดทุน ควรทำอย่างไร?
    .

    ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนครับ เราคงต้องพิจารณาดูว่า ปัญหาขาดทุนที่เกิดขึ้น มาจากเงื่อนไขของตลาดหุ้นที่มันผันผวนเป็นขาลง หรือเกิดจากผลการดำเนินงานของกองทุนเองที่อาจจะไม่ดีเท่ากองทุนอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดเผย Peer Performance เปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุนกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มไว้ให้เราได้ตรวจสอบทุกเดือน รวมถึงศึกษานโยบาย วิธีการลงทุนของกองทุนว่าถูกจริตนิสัยกับเราหรือเปล่า ถึงตอนนั้นค่อยมาพิจารณาอีกทีครับว่า จะถือไปก่อน หรือว่าจะขายดี
    .
    ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ความสามารถของกองทุน สามารถดูได้ใน Mobile Application ของ FINNOMENA ใน Function “Fund” และเลือกเมนูผลตอบแทน
    .
    ดูรูปที่ 7
    .
    กองทุนตัวอย่างคือ UOBLTF จะเห็นว่า มีการแสดงผลตอบแทนย้อนหลังขอกองทุน และค่า S.D. เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของกองทุนประเภทเดียวกัน ซึ่งหากผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ก็แปลได้ว่า เป็นกองทุนที่ดีระดับหนึ่ง ในขณะเดียว ถ้าค่า S.D. ต่ำกว่าเฉลี่ยกลุ่ม ก็แปลว่า กองทุนมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนอื่นๆ ซึ่งก็แปลว่า มีการบริหารความเสี่ยงดีเช่นกัน
    .
    และใน App FINNOMENA จะเห็นว่า มีการใส่ tag สีเขียว แบ่งเป็น 3 tag คือ ดีที่สุด, ดีมาก และ ดี ตรงนี้ จากกองทุนนั้นๆ ได้ tag ดีที่สุด จะแปลว่า เป็นกองทุนที่อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 1-5 ซึ่งแปลว่า ให้ค่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน ขณะที่ tag ดีมาก แปลว่า เป็นกองทุนที่อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5-25 และ tag ดี คือ อยู่ในช่วงเปอร์เซ็นไทล์ 25-50 ก็ถือว่าดีกว่ากองทุนประเภทเดียวกันกับกองทุนอื่นๆ อีกกว่าครึ่งที่มีขายอยู่ในตลาด ตรงนี้ ก็จะช่วยในการวิเคราะห์กองทุนได้เช่นเดียวกัน
    .
    สรุปจากทั้งหมดเลยก็คือ หาก LTF ไม่ต่ออายุจริงๆ ในแง่ของเงินลงทุนเก่า ไม่น่ามีผลกระทบอะไรกับนักลงทุนมาก และหากกระทบจริง เราก็เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วหลังจากอ่านบทความนี้ ส่วนทางสรรพากรจะมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นๆ เพื่อชดเชยการหายไปของ LTF หรือไม่นั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาทางเลือกต่างๆ ซึ่งหากได้เป็นรูปเป็นร่าง ก็จะมาแจ้งให้ทราบอีกทีครับ
    .
    https://www.finnomena.com/mr-messen...ZUXZ3c6uXvhXJtGyob5ESLiugJ55yrNFPvVmZqNgbsSAE
    .
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,333
    ค่าพลัง:
    +141,934

แชร์หน้านี้

Loading...