เรื่องเด่น พระเขี้ยวแก้วองค์จริง แค่ได้เห็นก็เป็นบุญตาแล้ว กราบสาธุ

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 5 มิถุนายน 2019.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    19,958
    กระทู้เรื่องเด่น:
    253
    ค่าพลัง:
    +63,359
    พระเขี้ยวแก้วองค์จริง แค่ได้เห็นก็เป็นบุญตาแล้ว กราบสาธุ

    87.jpg


    เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาในสมัยโบราณที่ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับ พระเขี้ยวแก้ว หรือ พระทาฐธาตุ คือพระทันตธาตุส่วนที่เป็นเขี้ยวของพระโคตมพุทธเจ้า เป็นที่นับถือของชาวพุทธ ซึ่งตามลักขณสูตรในพระไตรปิฎกภาษาบาลี ได้กล่าวถึงมหาปุริสลักขณะ 32 ประการ

    ลักษณะของพระทาฐะหรือเขี้ยวของบุคคลผู้มีลักษณะแห่งมหาบุรุษว่า “เขี้ยวพระทนต์ทั้งสี่งามบริสุทธิ์” ปีหนึ่งทางวัดหลิงกวงจะเปิดให้เข้าสักการะพระเขี้ยวแก้ว ในเจดีย์ได้ปีล่ะ 2 วัน ที่เหลือจากนั้น ก็ได้แต่เดินเวียน รอบเจดีย์เอาเป็นพุทธบูชาคราวที่อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ก็ชมไม่ถนัดตา มาวันนี้ได้เห็นภาพชัดๆ เป็นบุญตา เสียที ว่ารูปลักษณะสัณฐานของพระเขี้ยวแก้วเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะเคยมีคนบอกว่า พระเขี้ยวแก้วองค์จริงจะสอดอยู่ในกลักงาช้างสำหรับเขี้ยวแก้วนั้นจะมีทั้งหมด 4 องค์ ตามลักขณสูตรได้กล่าวไว้ล้วนแต่ขาวงามบริสุทธิ์

    Copy_of_Buddha_tooth.jpg

    องค์ที่ 1 พระเขี้ยวบนขวา ท้าวสหัสนัยน์ อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ไว้ที่พระจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    องค์ที่ 2 พระเขี้ยวต่ำขวา ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
    องค์ที่ 3 พระเขี้ยวต่ำซ้าย หายสาบสูญไปกับสายน้ำ
    องค์ที่ 4 พระเขี้ยวบนซ้าย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่วัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

    สำหรับพระเขี้ยวแก้วที่ประเทศจีน เขาจะนิยมเรียกว่า “พระทันตธาตุฟาเหียน” เพราะพระภิกษุฟาเหียนเป็นผู้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วองค์นี้ แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่อาณาจักรอูไดยานา ปัจจุบันอยู่ในเขตของประเทศปากีสถาน หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่ที่แคว้นโคตัน ในคริสต์ศตวรรษ ที่ 5 พระภิกษุฟาเหียนอัญเชิญเอามาจากเมืองโคตันประดิษฐานไว้ที่นานกิง เมืองหลวงของราชวงศ์จี๋ หลังจากนั้น ประเทศจีนก็รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสมัยราชวงศ์ซุ่ย พระเขี้ยวแก้วก็เลยย้ายไปประดิษฐานอยู่ ที่เมืองฉางอัน ต่อมาจีนก็รบกันเอง ช่วงนี้มีถึง 5 ราชวงศ์ ในแผ่นดินเดียว ก็ย้ายไปย้ายมาจนสุดท้ายก็ได้ไปประดิษฐานอยู่ในเจดีย์เจาเซียนบนภูเขาเมือง ปักกิ่งในสมัยราชวงศ์เหลียว หลังจากนั้นก็เงียบหายไป นานถึง 830 ปี

    3-136.jpg

    จนถึงปี พ.ศ. 2443 ยุคสมัยราชวงศ์ชิง เจดีย์เจาเซียนถูกปืนใหญ่ของฝ่ายพันธมิตรชาติตะวันตกทำลาย
    พระภิกษุที่อยู่ภายในวัดได้มาทำความสะอาดจึงได้พบพระเขี้ยวแก้วอีกครั้ง หนึ่ง ซึ่งบรรจุอยู่ในหีบศิลาภายใน
    ห้องใต้ดินขององค์เจดีย์อีกครั้ง ภายในหีบศิลาพบตลับไม้กฤษณาอีกชั้นหนึ่ง บนตลับนั้นระบุว่า ถูกนำมายัง ณ สถานที่นี้ในปี พ.ศ. 1506 โดยพระภิกษุชื่อซ่านฮุย ในยุคราชวงศ์ซ่ง ด้านข้างและด้านในกล่องนั้น เป็นลายมือของหลวงจีนซ่านฮุย แล้วในตลับนั้นก็พบพระเขี้ยวแก้ว อยู่ด้านบนในปี พ.ศ.2498 ทางพุทธ สมาคมแห่งประเทศจีน จึงได้อัญเชิญออกมาให้ประชาชนสักการชั่วคราวที่ วัดกวงจี่รอเวลาสร้างสร้างเจดีย์ที่วัดหลิงกวงเสร็จ จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2507 จึงมีพิธีบรรจุพระบรมธาตุพระเขี้ยวแก้ว ในพระมหาเจดีย์ไว้เป็นการถาวร

    1-152.jpg

    ขอบคุณที่มา Supong Chandashoto



    ------------------
    ขอบคุณที่มา
    https://www.kidnan.com/20421/?fbclid=IwAR0tYxrv243jhLHVlAwHYVAodx-VQrKGTfH2NJRwCUoklPqoYoBCg7YIANE
     

แชร์หน้านี้

Loading...