เรื่องเด่น พรานบุญหนา ใจบาป

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 5 มีนาคม 2018.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,548
    กระทู้เรื่องเด่น:
    143
    ค่าพลัง:
    +147,427
    hqdefault.jpg


    สมัยที่หลวงปู่ขาว อนาลโย มาอยู่วัดถ้ำกลองเพลใหม่ๆ นั้น ในถ้ำมีพระพุทธรูปขนาดต่างๆมากมาย ทั้งที่ซ้อนไว้ในที่ลับตาคน ทั้งที่ประดิษฐานในถ้ำอย่างเปิดเผยแต่ดั้งเดิม ที่คนนำมาประดิษฐานรวมกันไว้ในถ้ำมีมากมาย แม้พระพุทธรูปทองคำ เงิน นาก ทองสัมฤทธิ์ ก็มีไม่น้อย “แต่ถูกมารศาสนาเอาไปกินเรียบวุธไม่มีเหลือมานานแล้ว” เหลือแต่พระพุทธรูปธรรมดาที่เห็นกันอยู่เท่านี้

    ตามธรรมดาพระพุทธรูปทั้งมวล ย่อมเป็นที่กราบไหว้บูชาของชาวพุทธทั่วไป ไม่มีใครถือเป็นเสนียดจัญไรให้โทษทุกข์แต่อย่างใด แม้จะเป็นคนดีคนชั่วขนาดไหน เมื่อมาเจอพระพุทธรูปเข้า จิตใจย่อมอ่อนโยน เคารพบูชา ไม่ถือเป็นอริศัตรูแต่อย่างใด

    พระพุทธรูปที่ถ้ำกลองเพลนี้ก็เช่นเดียวกัน พวกนายพรานที่มาพักค้างคืนที่ถ้ำต่างก็กราบไหว้บูชา และขออธิฐาน ขอขมาลาโทษในสิ่งที่ตนทำ ในบรรดาพรานที่มาพักที่ถ้ำกลองเพล มีนายพรานพิสดารคนหนึ่งชื่อ นายพรานบุญหนา (ท่านหลวงตามหาบัวเรียกว่า นายบาปหนา)

    มีวันหนึ่ง พรานบุญหนาเที่ยวล่าสัตว์ไปตั้งแต่เช้าจนค่ำแต่ไม่เจอสัตว์ใดๆเลยแม้แต่ตัวเดียว รู้สึกหงุดหงิด เพลียทั้งกายทั้งใจ จึงได้แวะพักที่ถ้ำกลองเพล ซึ่งมีเพื่อนพรานคนอื่นๆเข้ามาพักอยู่ตามปกติ ด้วยความหงุดหงิด พรานบุญหนาเหลือบไปเห็นพระพุทธรูปในถ้ำ มีทั้งองค์ใหญ่องค์เล็กจำนวนมากมาย พลันความคิดชั่วของแกก็ผุดขึ้นมา แกกล่าวหาว่า คงเป็นด้วยพระพุทธรูปทั้งหลายนี้แหละที่แกล้งแก ทำให้แกไม่สามารถล่าสัตว์มาเป็นอาหารได้เลยแม้แต่ตัวเดียว

    ด้วยความวิตถาร แกไปยกพระพุทธรูปน้อยใหญ่มาตั้งแถวเรียงหน้ากันเหมือนกองทหาร แกเอากิ่งไม้มาถือเป็นแซ่ในมือ แกทำหน้าที่เป็นนายทหารฝึกแถว สั่งพระพุทธรูปให้ซ้ายหันขวาหัน พร้อมทั้งใช้แซ่หวดพระพุทธรูปองค์ที่แกเห็นว่าอ่อนแอหรือไม่ทำตามคำสั่ง ปากแกก็สั่ง บ่น สั่งอบรมสั่งสอนพระพุทธรูป เพื่อให้หลาบจำ คราวหน้าจะได้ไม่แกล้งแกอีก

    บรรดาเพื่อนพรานพยายามห้ามปราม แกก็ไม่ฟังเสียง พรานเหล่านั้นจึงต่างหลบหนีกลับบ้าน โดยไม่มีใครกล้าปริปากอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

    เมื่อพรานบุญหนาอบรมพระพุทธรูปจนหนำใจแล้ว แกก็กลับบ้าน บรรดาญาติพี่น้องและคนในบ้านต่างปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าถามแกในเรื่องที่แกทำ บรรดาเพื่อนพรานก็หลบหนีไม่กล้ามาพบหน้า คงเพราะกลัวเกรงความบ้าของแก ต่างคนต่างนิ่งเฉยเหมือนคอยเฝ้าดูเหตุการณ์ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่

    พอตกกลางคืน พรานบุญหนาเริ่มมีอาการคันตามร่างกายแล้วกลายเป็นตุ่มคันไปทั้งตัว ปวดแสบปวดร้อนไปหมด ทั้งแสบทั้งคันจนทนไม่ไหว ครวญครางร้องหาให้คนช่วย พวกเพื่อนพรานของแกหนีหมด ไม่มีใครกล้ามาเยี่ยมดูอาการ ก็มีเพียงคนเฒ่าคนแก่มาช่วยเหลือ แม้จะหายูกยามาทามาแก้ไขอย่างไรอาการก็ไม่ทุเลา มีแต่จะเห่อลุกลามมากขึ้นไปทั่วทั้งตัว อาการคันปวดแสบปวดร้อนเพิ่มมากขึ้นสุดแสนจะทนทานได้ คนแก่พยายามถามเลียบเคียงว่า ให้แกลองนึกดูว่าในระยะนี้แกไปทำเรื่องอะไรที่ไม่ดีไม่งามบ้าง เพราะดูอาการของแกมันผิดปกติธรรมดาทั่วไป คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่

    ในที่สุดพรานบุญหนาก็สารภาพออกมาเกี่ยวกับการที่ตนไปทำไม่ดีกับพระพุทธรูปที่ถ้ำกลองเพล แกอยากไปกราบขอขมาแต่ยังไม่สามารถไปได้ในเวลานั้น เพราะเป็นเวลากลางคืนและยังป่วยอยู่ คนเฒ่าคนแก่จึงให้ไปหาพระพุทธรูปมาองค์หนึ่ง จัดดอกไม้ธูปเทียนให้แกกราบขอขมา

    ปรากฎว่าอาการแสบคันของแกค่อยทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อแกหาย และมีเรี่ยวแรงแล้ว แกก็จัดดอกไม้ธูปเทียนไปกราบขอขมาพระพุทธรูปในถ้ำที่แกก่อความไม่ดีเอาไว้ แล้วก็ปฏิญาณเลิกอาชีพพราน เลิกฆ่าสัตว์ตัดชีวิตตั้งแต่บัดนั้น

    สาธุ…นับว่าโชคดีที่แกกลับตัวกลับใจได้ทัน

    หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ให้ความเห็นว่า เรื่องของพรานบุญเป็นตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ ในสมัยปัจจุบันซึ่งถูกกิเลสขโมยก่อไฟ แล้วก็มาหลอกให้พรานแกเข้ากองไฟด้วยความคึกคนองจับพระพุทธรูปอันเป็นสิ่งวิเศษศักดิ์สิทธิ์โดยธรรม มาฝึกทหารและเฆี่ยนตีด้วยประการต่างๆ จนกระทั่งเจอดี คือร่างกายเกิดผุพองหนองไหลขึ้นสดๆร้อนๆต่อหน้าต่อตา จะเป็นจะตายแหละ เตรียมลงนรกทั้งเป็นทั้งตายขณะนั้น จึงมีเทวบุตรมาโปรดให้เห็นโทษแห่งการกระทำของตนและได้กลับตัวมาทางธรรม ยอมรับความจริงว่าบาปมี บุญมี จึงรอดภัยพิบัติไปในเวลานั้น ไม่ถูกกิเลสตัวพาให้มืดบอดลากลงนรกทั้งเป็นเสียทีเดียว ชนิดจมไปเลยไม่มีวันโผล่


    จากหนังสือ : ประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย โดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
     

แชร์หน้านี้

Loading...