พลังงูไฟ( กุลฑณี )

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 1111, 9 มีนาคม 2005.

  1. narata 12

    narata 12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2010
    โพสต์:
    992
    ค่าพลัง:
    +1,458
    แหมป้าจารุ จะมาลองภูมิคนแถวนี้เหรอ แต่ดูจากที่โพส ดูเหมือน คุณกระต่ายป่า คงอยากจะเปิดสำนักละมั่ง เห็น พรีเซ็น วิชา เยอะแยะเลย ว่าแต่ป้าจารุ จะฝึกทำไมอีกละ รึว่า อยากหาคู่ให้งูไฟ สงสัยพลังล้นเหลือ เอามือแตะพื้นแล้วโฟรออกไปเลย แหมป้าก็รู้อยู่แล้วว่า คนที่ได้กุลทาลินีแล้ว สามารถหมุนจักร หรือปิดจักรให้ใครก็ได้ ว่าแต่ช่วงนี้ ดูท่าป้าจะเจริญอาหารเกินไปแล้วนะ อิอิ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 สิงหาคม 2016
  2. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,243
    ค่าพลัง:
    +11,970
    บวมน้ำ. เพราะป่วยค่ะ

    อยากทราบคำตอบจากท่านอื่นๆค่ะ
     
  3. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268

    เจ้าแม่เแห่งมืองบังบดแวะเข้ามาเจิมกระทู้ เล่นยิงคำถามใส่เป็นชุดเชียวนะครับ ครับ สวัสดีครับ คุณจารุ

    ผมขอตอบตามความเข้าใจของตนเองครับว่า....ผู้หญิง และชนทุกชาติศาสนาฝึกได้หมดครับ เพราะเรื่อง

    ของพลังงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติครับ....ส่วนเรื่องธาตุขันธ์ ที่รับพลังงานเข้ามา ขึ้นอยู่กับการกระตุ้น

    ในจุดต่างๆ หากกระตุ้นเข้ามามาก หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ท่อทางของเส้นพลังงาน ขยายตัวและเปิดกว้างออก

    จนสามารถรับพลังงานที่เข้ามาได้จำนวนมาก ทำให้รู้สึกร้อน แน่น อึดอัด ถ้าทนได้ ให้ทนไปครับ เป็นผลดี

    กับตัวเรา แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ให้ถ่ายลงสู่พื้น หรือนำไปรักษาโรคให้ผู้อื่น หรือนำไปใช้สร้างตัวโปเกมอน วางไว้

    ตามสถานที่ต่างๆ ก็ได้ครับ....ส่วนเรื่องการดูดเข้าและคลายออก ปล่อยให้ร่างกายเป็นตัวตัดสิน เช่น รู้สึกหมด

    เรี่ยวแรง อ่อนเพลีย หดหู่ หรือท้อแท้ พอเราไปกระตุ้นพลังงาน มันจะไหลเข้ามาหาเราเองครับ ทำให้ร่างกาย

    สดชื่น กระฉับกระเฉง หูตาสว่าง เลือดลมกระฉูด ส่วนการคลายออก เขียนไปด้านบนแล้วครับ หรือไม่ก็รอ

    ประมาณสอง สามวัน เดี๋ยวมันก็คลายไปเอง....ส่วนการหมุนจักรให้ผู้อื่น หากหมายถึง การเปิดจักกระให้ใคร

    ต่อใคร แนะนำให้ไปเรียนตามสถาบันดีกว่าครับ แต่หากหมายถึง การส่งพลังงานให้แก่ผู้อื่น สามารถส่งได้ครับ

    แต่ หากใช้ในการรักษาโรค จะมีเงื่อนไขหลายอย่าง ที่เกี่ยวพันกันครับ
     
  4. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268

    ฝึกเรียกสีเข้าไปในกายด้วยครับ มีในหลักสูตรของพลังกายทิพย์

    สายท่านย่าเยาวเรศ บุนนาค หากไม่ถนัด นึกถึงดอกไม้ก็ได้ครับ



    (จักรหนึ่ง เว้นไว้ก่อน)

    สำหรับจักรหกหน้าผาก ให้นึกเป็นวงกลมสีแดงได้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 26 สิงหาคม 2016
  5. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    [​IMG]


    สรรพสิ่งทั้งหลายในอนันตจักรวาลนั้น แยกประเภทได้เป็น 3 ส่วน คือ

    1.) ส่วนที่เป็นวัตถุทั้งหลาย ได้แก่ สสารทั้งหลาย แสง สีทั้งหลาย เสียง กลิ่น รส ความเย็น ความร้อน ความอ่อน ความแข็ง ความหย่อน ความตึง อาการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ช่องว่างต่างๆ อากาศ ดิน น้ำ ไฟ ลม สภาพแห่งความเป็นหญิง เป็นชาย เนื้อสมองและระบบของเส้นประสาททั้งหลาย อันเป็นฐานให้จิตเกิด รวมทั้งอาการแห่งความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับไปของวัตถุทั้งหลายด้วย
    ซึ่งรวมเรียกว่ารูปขันธ์ (ขันธ์ = กอง หมวด หมู่)

    2.) ส่วนที่เป็นความรู้สึกนึกคิด และความคิดทั้งหลาย รวมเรียกว่านามขันธ์ แยกได้ 4 ชนิดคือ

    2.1) เวทนาขันธ์ คือความรู้สึกเป็นสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย โสมนัส(สุขทางใจ) โทมนัส(ทุกข์ทางใจ) อุเบกขาหรืออทุกขมสุขเวทนา(เป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์)

    2.2) สัญญาขันธ์ คือความจำได้หมายรู้ในสิ่งต่างๆ คือส่วนที่ทำหน้าที่ในการจำนั่นเอง (ไม่ใช่เนื้อสมอง แต่เป็นส่วนของความรู้สึกนึกคิด เนื้อสมองนั้นจัดเป็นรูปขันธ์ เนื้อสมองเป็นเหมือนสำนักงาน ส่วนนามขันธ์ทั้งหลายเหมือนผู้ที่ทำงานในสำนักงานนั้น)

    2.3) สังขารขันธ์ คือส่วนที่ปรุงแต่งจิต คือสภาพที่ปรากฎของจิตนั่นเอง เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทาน(สภาพของจิตที่สละสิ่งต่างๆ ออกไป) ความเมตตา กรุณา มุทิตา สมาธิ ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ท้อถอย ความง่วง ความละอาย ความเกรงกลัว ความไม่ละอาย ความไม่เกรงกลัว เจตนาในการทำสิ่งต่างๆ ความลังเลสงสัย ความมั่นใจ ความเย่อหยิ่งถือตัว ความเพียร ปิติ ความยินดีพอใจ ความอิจฉา ความตระหนี่ ศรัทธา สติ ปัญญา การคิด การตรึกตรอง

    2.4) วิญญาณขันธ์ หรือจิต คือผู้ที่รับรู้สิ่งทั้งปวง คือรับรู้ความรู้สึกต่างๆ
    ตั้งแต่ ข้อ 2.1 จนถึงข้อ 2.3 และเป็นผู้รับรู้ถึงส่วนที่เป็นรูปขันธ์ทั้งหลายด้วย อันได้แก่เป็นผู้รับรู้สิ่งทั้งหลาย ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย นั่นเอง รวมถึงเป็นผู้รับรู้ในสภาวะแห่งนิพพานด้วย

    3.) นิพพาน คือสภาวะที่พ้นจากรูปขันธ์และนามขันธ์ทั้งปวง
    หรือสภาวะจิตที่พ้นจากความยึดมั่นผูกพันธ์ในสิ่งทั้งปวง รวมถึงไม่ยึดมั่นในนิพพานด้วย
    นิพพาน = นิ + วาน (ในภาษาบาลีนั้น ว. กับ พ. ใช้แทนกันได้ วาน จึงเท่ากับ พาน)
    นิ = พ้น
    วาน = สิ่งที่เกี่ยวโยงไว้ ได้แก่ ตัณหาคือความทะยานอยาก และอุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นนั่นเอง
    นิวาน หรือนิพพาน แปลตามตัวจึงหมายถึงความพ้นจากเครื่องเกี่ยวโยง(ตัณหาและอุปาทาน) นั่นเอง
     
  6. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    ลองดูกันเองนะครับ สำหรับแนวการฝึกในรูปแบบของจักกระ หรือวงล้อพลังงาน

    หรือสายวิชาเต๋าทุกประเภท หรือชื่ออื่นๆ ที่มีเนื้อหาลักษณะเดีบวกัน เมื่อฝึก

    ไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ตัวจิตจะสามารถสัมผัส กับสิ่งที่เรียกว่า "ขันธ์ห้า" ได้หรือ

    ไม่ วันและเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ "รู้ชัด" ครับ ตามแต่สติปัญญา ของแต่ละคน


    ป.ล. พลังงานต่างๆ เป็นการฝึกในฝ่ายพุทธ สายวัชรยาน
     
  7. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    ขอเล่าประสบการณ์ตนเองให้ฟัง ก็แล้วกันครับ เพราะมีผู้ถามใน p.m.ส่วนตัว

    สมัยผมเรียนจบวิชาพลังกายทิพย์ระดับปฐมจักกระ และพัฒนาจักกระ ได้ใช้วิชานี้ไปรักษาโรคให้ผู้ป่วย....เคสแรกที่ผมรักษา

    เป็นผู้หญิงท่านหนึ่ง อาชีพแม่ค้าขายผักในตลาด จิตใจของท่านผู้นี้ใจบุญสุนทานยิ่งนัก บริจาคให้แก่วัดวาอาราม ต่างๆ มากมาย

    และแล้วท่านผู้นี้ก็ป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อน ชนิดรุนแรง ผ่านการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชน อาการเจ็บป่วยไม่ทุเลาลง ต่อมา

    แฟนผมได้พาเธอผู้นี้มาหาที่บ้าน "เออ เอาก็เอาวะ ขอลองวิชาหน่อย" เสร็จแล้วผมจึงใช้ฝ่ามือ ทาบไปบริเวณกลางท้อง อีกมือ

    ทาบไปที่กระหม่อม พอจัดการทาบเสร็จเรียบร้อย ฉับพลันนั้น ตัวผมมีอาการเจ็บจิ๊ด แถวบริเวณท้องทันที และเธอผู้นั้น มีอาการ

    เจ็บจิ๊ด พร้อมกับตัวงอ ลงมานิดนึง สรุปคือ ต่างฝ่ายต่างมีอาการเกิดขึ้นพร้อมกัน และในระหว่างการรักษา ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดเวลา

    ผมมองไปที่ฝ่ามือตนเอง เห็นแสงขาวๆแผ่ออกมาจากทุกนิ้วมือ แต่ช่วงสมัยนั้นผมไม่รู้ว่า ไอ้ตัวแสงขาวๆ นั้นเค้าเรียกอะไรกัน พอ

    สิ้นสุดที่เวลาห้านาที ก็เลยมานั่งคุยกัน จึงได้รู้ว่าเธอผู้นี้นั่งสมาธิ สวดมนต์เป็นเวลาหลายปีแล้วครับ และเธอมองเห็นแสงสีม่วง วิ่ง

    เข้ามาในระหว่างการรักษา สรุปแล้ว ผมได้ทำการรักษาหนึ่งครั้ง อาการทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด


    เคสต่อมาเป็นคุณป้ารายหนึ่ง โดนแผ่นไม้กระดานล้มทับ จนหัวแม่โป้งเท้าบวมแดง แฟนพามาหาผมอีก "แหม เจ้ากี้เจ้าการจริง"

    อืม ลองวิชาหน่อยก็ดีวะ จัดการรักษาตามขั้นตอนไปหนึ่งครั้ง ผลการรักษาคืออาการบวมแดงดีขึ้น เดินเหินได้คล่องตัวขึ้น จนหายขาด


    เคสต่อมาอีก เป็นของลูกสาวผมเอง เธอไปออกบู๊ทตั้งแต่เช้ายันมืด กลับมาบ้านนั่งร้องไห้ฮือๆ บ่นว่า ปวดน่วงจนทนไม่ไหว "มามะ

    มามา เดี๋ยวพ่อรักษาให้" จัดแจงทาบมือลงไปอีก พอครบห้านาที จึงปล่อยมืออก มีแถมใช้ขี้ผึ้ง นวดตบท้ายเป็นขวัญกำลังใจ สรุปว่า

    หลังจากนั้นซักสิบนาที ยิ้มได้ หัวเราะได้ แล้วก็หลับปุ๋ยๆๆๆๆๆอย่างสุขสบาย


    เคสต่อมาอีก คุณป้าท่านนี้เป็นผู้มีพระคุณ เดินขากระเผลกๆๆได้รับทุกข์ทรมานมาแปดปี ผ่านการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชน แล้วยัง

    ไม่หาย ผมจึงจัดแจงไปตามขั้นตอนของวิชาพลังกายทิพย์ พอครบห้านาทีจึงปล่อยมือออก โฮ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆว้าวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเธอบอก

    "พ่อหมอมือเทวดา" ป้าท่านนี้สะบัดแข็งขาที่ได้รับทุกข์ทรมาน แล้วบอกผมว่า รู้สึกเย็นวาบ จากเอวถึงฝ่าเท้า แถมจะตั้งท่าเดินไว โชว์

    ความคล่องตัว ให้ผมดูอีกแน่ะ.....และๆๆๆๆๆ ใช้วิชารักษาสัตว์เล็กน้อยใหญ่ ได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์....แต่เรื่องราว ยังไม่จบเท่านี้นะ
     
  8. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    เคสรายต่อไป เป็นคุณตาท่านหนึ่ง มีอาการที่ขาเหมือนกันครับ ลองสำรวจแล้ว ตั้งแต่ฝ่าเท้าถึงช่วงหัวเข่า เนื้อแกจะแข็ง

    มากๆ เดินกระโผกเผกมาตลอด พอเห็นแล้วเกิดความสงสารครับ ผมจึงไปบอกคุณตาท่านนี้ว่า จะลองรักษาให้ ผมจึง

    วางมือไปตามแบบที่เคยทำ พอวางมือเสร็จ ประมาณสองสามนาที ผมสัมผัสถึงการเคลื่อนตัวอย่างรุนแรง คล้ายมัน จะกระดุก

    กระดิกได้ อยู่ภายใน พอรักษาเสร็จจึงถามว่า "รู้สึกมีอะไรเคลื่อนไหวที่ขามั๊ย" แกตอบผมว่า "ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น สักกะนิด"

    พอวันรุ่งขึ้น เข้าไปรักษาอีก สัมผัสถึงสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในขา "แกก็ตอบอีก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยครับ" ครับๆๆๆๆจิตของของผม

    หล่นแตกพื้นกระจาย แถมเจอคำพูดตบท้ายว่า "ผมให้คุณสองร้อยบาท เป็นค่าเสียเวลา" แต่ ผมไม่รับซักกะบาทเดียว


    เคสต่อมา เป็นแม่บ้านผมเองครับ โรคสุดฮิทรักษายาก คือต้อหินทั้งสองข้าง จัดแจงเตรียมวางมือไปตามแบบ ระหว่างที่เอื้อมมือ

    จะไปแตะแถวเปลือกตา มีเข็มขนาดเล็กๆ จิ๋วๆ จำนวนมากมาย วิ่งออกมาปะทะเข้าที่ฝ่ามือ...อิอิ ชักมือกลับทันทีครับ


    เคสต่อมา เป็นคุณป้าที่มีจิตใจเป็นบุญกุศลมาก ทำทานมาตลอด และที่สำคัญ คือ เป็นศิษย์วัดมเหยงค์ครับ และตัวผมเอง

    เคยฝากตัวเป็นศิษย์เหมือนกันครับ พอเห็นแกป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน(ในกระทู้ อ.suwi)ความทะลึ่งอยากใส่เกือก จึงวิ่งเข้าไป

    เลยครับ สมมุตกายใหม่ขึ้นมาหนึ่งกาย แล้วสมมุตแสงอาทิตย์อาบไปตลอดทั่วร่าง ทั่วผิวหนัง แล้วมีแอบส่งพลังงาน"ขนลุก" เพื่อ

    ให้แผลสะเก็ดเงินแห้งไว และ พอในวันต่อมา คุณป้ามาโพสบอกในกระทู้ "รู้สึกมีอาการขนลุกตามผิวหนัง" ครับ คุณป้าท่าน

    ทานยาของหมอsuwi ด้วยนะครับ อาการตอนนี้หายแล้วครับ และพอต่อมาอีก คุณป้าท่านนี้มีอาการบวมที่นิ้วหัวแม่โป้ง ความทะลึ่ง

    อยากใส่เกือก วิ่งเข้าหาอีก ส่งจิตเข้าไปเชื่อมต่อที่นิ้วหัวแม่มือ ไม่ทันไรเลยครับ เข็มเล่มขนาดโตๆ วิ่งเข้ามาเสียบที่แขน อิอิ และ

    ยังเจอกับเคสอื่นอีก ที่ไปตามงานศพงานวัดครับ แอบส่องนิดเดียว วิ่งเข้ามาหาเลยครับ


    การส่งพลังเข้าไปรักษาในหลายกรณี อาจเจอของแข็ง หรือเจ้าของไข้ได้ครับ และช่วงดึงพลังงานของเรากลับ อาจมีตัวประหลาด

    ที่ไม่พึงประสงค์ ตามติดกับพลังงานของเรามาได้ครับ และตัวเรา ที่ไปฝืนอำนาจของกรรม ย่อมได้รับผลตอบแทน เช่นเดียวกันครับ
     
  9. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    เข้ามาพูดถึง p.m. ที่สอบถามมานะครับ หากเป็นตัวผมเอง ใครจะมีอาการเป็นหยิน ก็ช่างเขา (สงบ เย็น นิ่ม หดหู่)

    หรือใครจะมีอาการเป็นหยาง ก็ช่างเขา (กระตือรือร้น ฮึกเหิม) ปล่อยให้เป็นกรรมของเขาเองครับ เมื่อถึงวาระที่สุดโต่ง

    สามารถไหลกลับคืนมาได้ครับ หากไม่ใช่กรรมหนัก หรือปล่อยให้ "วัวใคร เข้าคอกคนนั้น" และ ขอสมมุตมานะครับ

    จิตคนที่ถามผมใน p.m. เปรียบเหมือนแผ่นกระจก ที่ตั้งฉากกับอากาศ แล้วกระจกนั้น เอียงซ้าย....ถ้าเปรียบกับการ

    ส่งพลังงาน คือ ตัวจักรมันเอียง การส่งจึงไม่มีผลสมบูรณ์ ครับ....นอกนั้นไม่ตอบครับ
     
  10. น้ำเกลี้ยง

    น้ำเกลี้ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กุมภาพันธ์ 2014
    โพสต์:
    212
    ค่าพลัง:
    +505
    จะว่าไป ผมเคยอยากไปศึกษาแนวทางของท่านย่าเยาวเรศเหมือนกันครับแต่ยังไม่มีได้โอกาส วันนี้มีคำถามเกี่ยวกับ aura field หรือสนามพลัง ออร่าของเรา และ อัญมณีสี

    crystal รวมถึงธาตุที่มีพลังงานเช่น gold, silver, และวัตุที่บรรจุพลังงานต่างๆเช่นพระเครื่อง ในความรู้สึกส่วนตัวผมก็คือ วัตถุต่างๆที่เรานำมาใกล้ๆตัว จะมีการ รวมตัวกับ

    สนามพลังงานของร่างกายอันนี้ผมเข้าใจถูกไหมครับ เพราะว่ามันเกิดจากการสังเกตุว่า บางครั้งเราพอจะจับ คลื่นของวัตถุที่มีพลังงานได้แต่หลังจากที่มันอยู่ในตัวเรามันเหมือนจะ

    หายๆไป อาจจะตรงกับที่พวกฝรั่งเอามาใส่เพิ่มพลังงาน aura ของตัวเองอันนี้คุณมังกรบูรพามีความคิดเห็นอย่างไรครับ :cool:

    ปล ช่วงนีเคุณมังกรบูรพาแชร์ข้อมูลดีๆเยอะเลยครับได้ความรู้เพิ่มเติม :cool:
     
  11. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    ถ้าเรานำวัตถุที่มีกระแสพลังงานจำนวนมาก เข้าใก้ลตัวเรา ผมว่านะครับ สนามพลังงานออร่าของเราต่างหาก จะถูกเบียด

    ชิดซ้ายตกกระป๋อง หรือไม่ก็ถูกปรับแต่งให้ออกมาเป็นผลลัพท์บวก และไปได้ไกลมากขึ้นครับ....ส่วนการสัมผัสพลังงาน

    ที่ไหลเข้าตัว น่าจะไม่เกินสองหรือสามวันครับ....แต่ถ้ามีอุบายนิดนึง เช่น ความร้อนไหลเข้า หรือความเย็นไหลเข้า หรือพลัง

    มหาอุด พลังเมตตาไหลเข้า เราสามารถนำมาฝึกต่อยอดได้ สุดแท้แต่กระแสนั้นๆ ครับ
     
  12. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    หากคุณน้ำเกลี้ยงชอบคริสตัล พลอย หรือหินสี ผมขอแนะตัว "สะเก็ดดาว" พกติดตัว หรือติดบ้านไว้ก็ดีครับ

    (เป็นกระแสร้อน)และช่วยส่งเสริมพลังงานที่เราฝึก กับใช้ป้องกันพวกจิตวิญญาณได้ครับ
     
  13. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,496
    ค่าพลัง:
    +9,268
    ผมกำลังตามหาตัวโปเกมอน ชนิดสายพันธ์ ที่มีปีกนกสีขาว

    และปีกนกนั้น ได้กางสยาย แผ่ออกแถวเหนือใบหู จนเกิดธาตุลมที่

    ข้างลำตัว พอจะเข้ามาพูดคุยกันได้มั๊ยครับ แลกเปลี่ยนกันครับ
     
  14. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,512
    ค่าพลัง:
    +3,883
    ลูเกีย ?
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • hqdefault.jpg
      hqdefault.jpg
      ขนาดไฟล์:
      29.4 KB
      เปิดดู:
      53

แชร์หน้านี้

Loading...