พลังจักรวาลบำบัดโรค (จักระ..ยุคนี้กำลังฮิต)

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย กระเจียว, 20 กันยายน 2004.

  1. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    พลังจักรวาลคืออะไร


    ปีค.ศ.2000
     
  2. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    ความเป็นมา

    วิชาพลังจักรวาลกำเนิดมานานมากจนไม่อาจระบุได้แน่นอน ความเป็นมา วิธีการดั้งเดิมของพลังจักรวาลคือการใช้พลังของมนุษย์ และพลัง จักรวาลผสมผสานกัน เดิมวิชานี้มีความเจริ_สูงสุดในยุคอาณาจักรแอตแลนติส หลังจากที่อาณาจักรนี้ล่มสลาย เนื่องจากมนุษย์มากด้วยกิเลส ตัณหา หลงตัวเองจนลืมปฏิบัติ ทำให้มลภาวะเข้าสู้ร่างกายและจิตใจ วิชานี้จึงได้เสื่อมคลายไป เป็นผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนาๆมากมาย จนบางครั้งการแพทย์ ปัจจุบันยังไม่สามารถทำการรักษาได้
    ต่อมาท่าน ดาสิรา นาราดา พระภิกษุชาวศรีลังกาได้รื้อฟื้นวิชานี้ ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ. 2389 และมรณะ ภาพเมื่อ พ.ศ.2467ได้บำเพ็_เพียร ศึกษาจนได้เคล็ดลับในการที่จะสามารถ ซึบซับพลัง จักรวาลซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติรอบๆตัวเรา และสามารถถ่ายทอดพลังนี้ไปยัง ผู้ที่มีความทุกข ์จาก โรคภัยไข้เจ็บได้

    ในห้วงเวลาเกือบ 200 ปี นับตั้งแต่ที่ท่านได้วิธีรับพลังลี้ลับนี้ และถ่ายทอดวิชานี้ต่อๆมาจนปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันมากกว่า 60 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ผู้ที่นำวิชานี้มาสู่คนไทย เป็น อาจารย์ให_่วิชาพลังจักรวาล คือ ศ. ดร. เซอร์ เลือง มินห์ ด๋าง เป็นชาวเวียดนาม เคยเป็นทหารร่วมรบกับอเมริกันในสมัยสงครามเวียดนามต่อมาได้อพยพไปอยู่สหรัฐอเมริกา และได้รับสั_ชาติเป็นชาวอเมริกัน ตั้งถิ่นฐาน อยู่ที่เมืองเซ็นต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่


    เดิมท่านอาจารย์ให_่ใช้ชีวิติส่วนให_่ปฏิบัติกิจด้านศาสนาเป็นประจำ จนในที่สุดท่านได้มีโอกาสพบวิชาพลัง จักรวาลจากพระภิกษุชาวอินเดีย และได้ศึกษาปฏิบัติต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ ขณะเดียวกันได้พยายามเผยแพร่วิชาน ี้จนกระจายไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยเริ่มอย่างจริงจังที่สหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ตลอดจนทวีปเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วยท่านอาจารย์ให_่ได้มาสอนในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 19-21 ตุลาคม 2538 โดย พลเอก เกษม นภาสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิเพื่อฝึกพลังจักรวาล ได้เชิ_ท่านมาสอนระดับ 4 ให้กับคนไทย จัดที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีผู้เข้ารับการอบรมประมาณ 2000 คน จากนั้นท่านก็มาสอนในประเทศไทย อีกหลายครั้งในระดับสูง และได้ให้มูลนิธิเพื่อฝึกพลังจักรวาลจัดสอนระดับ 6 รุ่นแรกของโลกจำนวน 148 คน จาก 18 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2539 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2540 รวมเวลาเรียน 15 วัน จัดที่คำแสดรีสอร์ท จังหวัดกา_จนบุรี
     
  3. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    การรักษาโรคด้วยพลังจักรวาล

    การรักษาด้วยพลังจักรวาล
    วิธีการรักษาโรคด้วยพลังจักรวาล คือการส่งพลังจักรวาล ไปให้คนไข ้โดยไม่ใช้ อุปกรณ์ใดๆ นอกจากมือของผู้ให้การบำบัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถสูง อาจไม่ต้องสัมผัสตัวคนไข้ก็ได้
    การรักษาโรคด้วยพลังจักรวาล เป็นวิธีการอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยรักษาโรคทางกาย และใจวิธีการรักษาโรคด้วยพลังจักรวาลนี้ไม่ใช่ไสยศาสตร์ พลังจักรวาลทำให้ เกิดความสมดุลโดยผ่านจุดหลัก 7 จุดในร่างกาย ที่ เรียกว่า "จักระ"ซึ่ง เป็นภาษา สันกฤตแปลว่า วงล้อการรักษาวิธีนี้ ได้รับการค้นคว้าจากโลก ตะวันตกเช่นกัน กล่าวได้ว่าพลังจักรวาลเป็นศาสตร์ที่ยิ่งให_่ เกี่ยวกับพลังงานที่เราเรียกว่า พลังคอสมิคต้นกำเนิดของพลังจักวาลนี้ สืบสาวได้ถึงวิธีการรักษาโดยธรรมชาติ และวิธีนี้ได้ถูกค้นพบอีกครั้งภายใต้กฎความเป็นอยู่ของมนุษย์ซี่งขณะนี้มีความ พยายามไม่ใช้ยาจากสารเคมี

    ขบวนการการทำงาน
    พลังจักรวาลจะเข้าสู่ร่างกายคนไข้ และปรับความ สมดุลให้กับอวัยวะที่มีปั_หาของ คนไข้ ผลก็คือ ทำให้คนไข้หายป่วยหรือทุเลาจากโรคภัยไข้เจ็บ ที่กำลังเป็นอยู่ ทั้งนี้เพราะ เหตุผลที่ว่า บุคคลที่เจ็บป่วยมีสาเหตุเนื่องมาจาก อวัยวะที่เจ็บป่วยขาดความสมดุลของพลังจักรวาล จึงทำให้เกิดอาการของโรคต่างๆ ดังนั้น ผู้ที่มีความสามารถรับ และส่งพลังจักรวาลให้กับผู้ป่วยได้โดยส่งพลังจักรวาล ผ่านไปตามจักระของมนุษย์ ไปสู่ที่อวัยวะที่เจ็บป่วย เพื่อให้พลังจักรวาลปรับความสมดุลที่อวัยวะนั้น จึงทำให้ ผู้ป่วยหายหรือทุเลา จากการเจ็บป่วยนั้นๆ และกลับสู่สภาพปกติดังเดิม


    วิธีการรักษานี้ จะใช้การสัมผัสด้วยมือ (หรือไม่ใช้การสัมผัสก็ได้ เรียกว่าการรักษาทางไกล) โดยใช้เวลาแต่ละครั้ง จะต้องไม่เกิน 5 นาที และตามปกติวันหนึ่งจะทำการรักษาเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

    การบำบัดนี้ผู้ทำการบำบัดควรจะมีความคิดและจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1. ผู้ทำการบำบัด ต้องฝึกให้มีความคิดที่จะบรรลุถึงการควบคุมตนเองในภาระหน้าที่ต่างๆทุกประการ จากหน้าที่เล็กๆ ในครอบครัวไปจนถึงหน้าที่สูงสุดในสังคมนี่เป็นเป้าหมายของการฝึกฝนด้วยตนเองเมื่อผู้ทำการบำบัดบรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าว แล้วจะสามารถนำความผาสุกมาสู่คนไข้ได้

    2. ผู้ทำการบำบัดและครอบครัวต้องผ่านการพิสูจน์จากสังคม และยอมรับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา แม้จะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ยิ่งทนได้มากเท่าไร กรรมของเราก็จะหมดลงเร็วเท่านั้น ขณะที่เราทนต่อความทุกข์ยากได้ จิตวิ__าณจะพุ่งสู่ระดับสูงขึ้น เมื่อจิตวิ__าณของเราพัฒนาเข้าสู่ ระดับสูงขึ้น ร่างกายของเราก็จะดูดซับพลังจักรวาลได้ง่ายขึ้น ในสภาวะเช่นนี้เราจะมีความสามารถมากพอที่จะบำบัดคนไข้ทั้งหมดที่มาพบเราได้ ถึงแม้ว่าคนไข้เหล่านั้นจะมีโรคที่ยากต่อการบำบัด

    3. เราต้องให้ความรักคนไข้ให้มากเท่ากับที่รักครอบครัวของเรา และต้องไม่แบ่งแยกชนชั้น

    4. ระหว่างการบำบัด ความคิดคำนึงของเราควรจดจ่ออยู่ที่คนไข้ และต้องไม่ยอมให้สภาวะแวดล้อมภายนอกทำให้เราไขว้เขว

    5. ผู้ฝึกฝนต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนด้วยการปฏิเสธความมีชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ และความรัก ความมีชื่อเสียงควรนำมา สู่บ้านเกิดเมืองนอนของตน ทรัพย์ศฤงคารควรอุทิศให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศของตน และความรักควรจะแบ่งบันไปสู่มวลมนุษย์

    6. ร่างกายของมนุษย์มีจุดสำคั_ 7 จุด เมื่อจุดเหล่านี้ถูกเปิด จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่าเต็มที่ ในชั้นต้นเมื่อได้รับการเปิดจุด 6 จุด และได้ฝึกฝนด้วยตนเอง จนประสบผลสำเร็จแล้ว จุดสำคั_อีก 1 จุด จะถูกเปิด ซึ่งถือว่าได้บรรลุถึงจุดสูงสุด และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
     
  4. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    จักระทั้ง7เป็นอย่างไร

    จักระ 1 (ดอกบัว 4 กลีบ)
    - อยู่ระหว่างอวัยวะเพศ และทวารหนัก
    - เป็นรากฐานของระบบจักระ หรือระบบพลังงาน เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต และเป็นกลไกที่ทำให้สืบทอดพันธุ์เป็นมนุษย์อยู่ในโลกทุกวันนี้
    - ผู้ที่ปฏิบัติได้ถึงระดับสูงสุด จักระนี้จะเปิดเองโดยอัตโนมัติ

    จักระ 2 (ดอกบัว 6 กลีบ)
    - อยู่ตรงปลายก้นกบ เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังทางเพศ รวมทั้งความเชื่อมั่นในตนเอง
    - ควบคุมระบบการสืบพันธุ์, การขับกากอาหารและของเสียออกจากร่างกาย (ระบบการขับถ่าย) รวมทั้งการตั้งครรภ์และการคลอด
    - ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับอัณฑะ, ท่อปัสสาวะ, อวัยวะสืบพันธุ์, มดลูก, รังไข่, ช่องคลอด, ทวารหนัก, กามโรค

    จักระ 3 (ดอกบัว 8 กลีบ)
    - อยู่ตรงแนวสะดือตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์กลางของการหยั่งรู้ ณ จุดนี้เป็นศูนย์กลางของร่างกาย
    - ควบคุมระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายของเสีย
    - ใช้รักษากระเพาะอาหาร, ลำไส้ให_่, ลำไส้เล็ก, ลำไส้อ่อน, ลำไส้แก่, ไส้ติ่ง, ตับ, ม้าม, ดี, กระเพาะปัสสาวะ, ไต, โรคเบาหวาน, ถุงน้ำดี, ต่อมหมวกไต

    จักระ 4 (ดอกบัว 10 หรือ 12 กลีบ)
    - อยู่ตรงแนวหัวใจตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริง รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ด้วยความเมตตากรุณา และความเสียสละ
    - ควบคุมระบบหมุนเวียนโลหิต, หัวใจและระดับไขมันในเส้นเลือด
    - ใช้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจโต, หัวใจเล็ก, หัวใจรั่ว, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเส้นเลือด, หัวใจเต้นอ่อนและเหนื่อยเร็ว

    จักระ 5 (ดอกบัว 16 กลีบ)
    - อยู่ตรงบริเวณเส้นแนวไหล่ตัดกับกระดูกสันหลัง
    - ควบคุมระบบทางเดินหายใจ และผิวหนัง
    - ใช้รักษาโรคปอด, หลอดลม, ลำคอ, ไซนัส, ต่อมผิวหนัง, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด, ไอ, จมูก, ผื่นคัน, โรคผิวหนัง

    จักระ 6 (ดอกบัว 2 กลีบให_่ และกลีบย่อย 100 กลีบ)
    - อยู่ตรงกลางหน้าผาก เปรียบเสมือนนัยน์ตาของปั__า ใช้เป็นตาที่ 3 (_าณวิเศษ) สำหรับการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน ห้าม ผู้สำเร็จ ระดับ1, 2,3,4 และ 5 ใช้จักระนี้ในการรักษาโรคอย่างเด็ดขาด
    - ควบคุมสติปั__า, ความนึกคิด, ความเฉลียวฉลาด, และระบบประสาท
    - ผู้ที่เรียนถึงระดับ 5 จะใช้จักระนี้ทำสมาธิเท่านั้น (ถ้ารักษาโรคด้วยจักระนี้ จักระที่เปิดไว้ทุกจักระจะปิด)

    จักระ 7 (ดอกบัว 1,000 กลีบ)
    - อยู่ตรงกลางกระหม่อมหรือจุดตัดของเส้นที่ลากจากปลายจมูก ผ่านกลางหน้าผาก ตัดกับเส้นที่ลากจากหูซ้ายไปหูขวา เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว
    - ควบคุม ระบบประสาททั้งหมดของร่างกาย เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระ เป็นจุดรับพลังจักรวาล และทำการกระจายไปทั่วร่างกาย เป็นจุดที่ สามารถรักษาอาการเจ็บป่วย ที่จักระอื่นไม่สามารถรักษาได้โดยตรง
    - ใช้รักษาเส้นประสาท, สมอง, ตา, หู, อวัยวะในช่องปาก, โรคเจ็บป่วยซึ่งเกี่ยวกับระบบประสาททั่วไป ที่อยู่นอกเครือข่ายของ จักระอื่น เช่น ระบบกล้ามเนื้อ, ไทรอยด์, ต่อมทอนซิล, กล่องเสียง

    .
     
  5. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    กายจิต

    กายจิต ( Etheric Body หรือ Astral Body ) เป็นกายละเอียดที่มีลักษณะเป็นพลังงานเรืองแสงขนาดเท่ากายเนื้อหรือบางทีขยายตัวให_่กว่ากายเนื้อประมาณ 4-5 นิ้วโดยแทรกตัวอยู่ในกายเนื้อหรือแนบสนิทซ้อนเป็นพิมพ์เดียวกับกายเนื้อ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่สามารถเห็นได้ด้วยพลังสมาธิ ส่วนการติดต่อระหว่างกายเนื้อกับกายจิตสามารถทำได้ โดย ผ่าน
     
  6. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    รูปจักระเวลานั่งสมาธิ

    ...
     
  7. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,540
    กระทู้เรื่องเด่น:
    92
    ค่าพลัง:
    +62,432
  8. น้องไข่แมงสาบ

    น้องไข่แมงสาบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    421
    ค่าพลัง:
    +500
    พี่กระเจียวจ๋า หนุอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเจ้าค่ะ

    (||)
     
  9. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    น้องไข่ ค้นจาก www.google.com นะจ๊ะ


    ใช้คีย์เวิร์ดดังนี้นะ

    พลังจักรวาล

    จักระ

    พลังลมปราณ

    ปราณ
     
  10. ปาริสัชชา

    ปาริสัชชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2004
    โพสต์:
    256
    ค่าพลัง:
    +2,691
    ขอขอบคุณน้องกระเจียวมากนะครับ ... ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่

    ผมเองเมื่อต้นปี ๔๖ ก็ได้มีโอกาสไปเรียนวิชานี้กับสถาบันพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ ของคุณย่าเยาเรศ บุนนาค ...

    เรียนแล้วมีประโยชน์ดีมากจริงๆครับ ไม่เป็นหวัด และภูมิแพ้ก็หาย สามารถรักษาโรคตัวเอง และผู้อื่นได้ด้วยครับ ...
     
  11. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,007
    โอ้ดีจังค่ะ สถาบันนั้นอยู่ที่ไหนคะ กระเจียวอยากเรียนเรื่องนี้มากค่ะ กระเจียวอยากรักษาคนๆนึงให้หายจากโรคที่เขาเป็นอยู่

    พยายามจะฝึกกรรมฐานควบคู่กับฝึกพลังเหล่านี้เพื่อหวังรักษาคนๆนึงค่ะ

    ดีใจจัง พี่ปาริสัชชาก็สนใจพลังนี้ด้วยเหรอเนี่ย ดีมากๆ ไงพี่ช่วยมาเล่ารายละเอียดให้ฟังเป็นวิทยาทานทีนะคะ
     
  12. ปาริสัชชา

    ปาริสัชชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2004
    โพสต์:
    256
    ค่าพลัง:
    +2,691
    อาคารพรสวรรค์ ถนนเทศบาลนิมิตรใต้ ม.ประชานิเวศน์ ๑ มาทางวัดเสมียนนารี ใกล้ๆกับ สนง.น.ส.พ.ข่าวสด ดูได้ที่ www.khunya.org นะครับ...

    การเรียนไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ
    ๑. ปฐมจักระ ใช้เวลาเรียน ๖ วันติดต่อกันช่วงเวลาประมาณ ๑๘.๓0-๒0.00 น.
    ๒. พัฒนาจักระ ใช้เวลาเรียน ๒ วัน (จะสามารถฟอกเลือดได้, ใช้พลังของสีร่วมกับพลังของหินอั_มณีในการบำบัด, และจับพลังแฝง(ด้านลบ) ออกได้)
    ๓. กายทิพย์ แสง สี เสียง ใช้เวลาเรียน ๔ วัน (เป็นระดับสูงสุด)

    ผมเรียนถึงระดับพัฒนาจักระ ก็ช่วยรักษาโรคให้กับคนรอบข้างได้ด้วย ไว้ผมจะเข้ามาเล่าอีกนะครับ เรื่องรักษาปลาที่กำลังจะตาย และถ่ายพลังปราณช่วยกันได้... เดี๋ยวจะขอเข้ามาใหม่นะครับ (ต้องรีบพิมพ์เดี๋ยวเครื่องแฮงค์)
     
  13. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,540
    กระทู้เรื่องเด่น:
    92
    ค่าพลัง:
    +62,432
  14. wit31749@thaimail

    wit31749@thaimail บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    ผมก็เคยเพ่งจิตไว้ที่จุดต่างๆ ส่วนให_่จะเป็นตรงกลางทรวงอก ก็มีสภาวะเยอะดีครับ แต่ช่วงหลังจะหนักไปในทางรู้สึกตัวทั่วพร้อมเพราะรู้สึกว่า เวลาจะแผ่เมตตาหรือจับความรู้สึกเวลาอยู่ในอิริยาบถต่างๆจะทำได้ง่ายกว่าครับ พอนึกถึงสภาวะธรรมที่เคยเกิดขึ้นแล้วก็มีแปลกๆเยอะเหมือนกันครับ ส่วนให_่มักจะเกิดตอนนอน ส่วนให_่จะอยู่กับความรู้สึกแล้วแต่ว่ากำหนดอยู่ที่ฐานไหน บางครั้งรู้สึกตัวทั่วพร้อมก็จะรู้สึกได้ว่าเหมือนชีพจรทั่วร่างกายจะเต้น แล้วก็เหมือนมีกระแสความรู้สึกไหลเวียนไปมาทั่วร่าง(รู้สึกเฉพาะบางครั้ง) พอมีนิมิตอะไรเกิดขึ้นพอผมไม่สนใจจดจ่ออยู่กับความรู้สึก นิมิตต่างๆก็เลยดับไปเองครับ พอรู้สึกตัวมากๆผ่านมาหลายปี เดี๋ยวนี้เลยแทบจะไม่ค่อยมีนิมิตเกิดขึ้นเท่าไหร่เลยครับ ต้องตอนที่สมาธินิ่งจริงๆและต้องอยู่ในสถานที่บางอย่างที่มีอะไรพิเศษถึงจะเกิดครับ(ซึ่งตอนแรกๆนิมิตที่เกิดขณะทำสมาธิจะเยอะกว่ามาก) พอจะลองฝึกกสิณก็เลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเพราะน้อมจะให้เห็นภาพลำบากมากครับ พอทำใจสบายๆกลับมารู้สึกตัวพวกนิมิตต่างๆก็ดับไปเลยครับ
    ปัจจุบันสิ่งที่ได้รับจากการปฎิบัติก็เลยเน้นหนักไปในเรื่องของ สติ สมาธิ แล้วก็ความสงบครับ
     
  15. ไห่เฉากุหลาบไฟ

    ไห่เฉากุหลาบไฟ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    896
    ค่าพลัง:
    +2,170
  16. saiji555

    saiji555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มกราคม 2009
    โพสต์:
    133
    ค่าพลัง:
    +425
    sssssssssssssssssss
     
  17. audi1416

    audi1416 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    276
    ค่าพลัง:
    +853

แชร์หน้านี้

Loading...