พลังหินบำบัด-กลไกการทำงานของหินที่ช่วยด้านโชคลาภ-เงินทอง

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Chayutt, 13 กันยายน 2021.

  1. Chayutt

    Chayutt ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,763
    **กลไกการทำงานของหินที่ช่วยเรื่องโชคลาภ-เงินทอง**

    Alchemistic Power of Stones-02 (1).jpg
    (ภาพประกอบจาก Alchemistic Power of Stones : https://facebook.com/chayutt.naowarat)

    หินที่เกี่ยวกับโชคลาภ-เงินทอง หลักๆก็จะเป็นหินจักระที่ 3 และ 4 ของเรานะครับ (แต่จริงๆแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับหลายๆจักระอยู่ เช่น จักระ 1, 3, 4, 6 เป็นต้น)

    ซึ่งจักระ 3 ก็จะควบคุมด้านพลังอำนาจในการเนรมิตความสำเร็จทางโลกของเราอยู่แล้ว ส่วนจักระ 4 ก็จะเกี่ยวกับความรัก และพลังแก่นแท้ของชีวิตจากจิตวิญญาณของเราที่จะส่งมาหล่อเลี้ยงชีวิตของเราผ่านทางจักระหัวใจ

    ดังนั้น ถ้าจะให้ราบรื่นและอุดมสมบูรณ์ด้านความสำเร็จทางโลกหละก็ พลังอำนาจในการเนรมิตและดึงดูดความสำเร็จของเรา ก็จะต้องแข็งแกร่งมากๆ (ซึ่งเป็นหน้าที่ของจักระที่ 3 ที่อยู่ตรงกลางท้องเหนือสะดือขึ้นมาราวๆ 2 นิ้ว หรือก็คือตรงตำแหน่งที่เขาฝึกวิชาธรรมกายกันนั่นแหละครับ..เห็นไหมหละครับ ว่าทำไมเขาถึงรวยกันนักหนา ฮิฮิ)

    และในขณะเดียวกัน ตัวเราเองก็จะต้องมีศักยภาพในการดึงดูดเอา หรือรองรับเอา พลังแก่นแท้ของชีวิตที่จิตวิญญาณของเราจะส่งมาหล่อเลี้ยงเราผ่านทางจักระหัวใจของเราให้ได้มากๆอีกด้วย ความอุดมสมบูรณ์มันถึงจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้น จักระที่ 4 ของเราก็จะต้องเปิดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    ซึ่งหินแห่งจักระที่ 3 ก็ เช่น ไหมทอง, ไหมทองผสมเฮมาไตต์, ไหมทองใน Smoky Quartz, Libyan Gold Tektite, Himalaya Gold Azeztulite, Pyrite, Citrine, Gold Apatite, Golden Labradorite, Yellow Sapphire หรือบุษราคัม และ อำพัน เป็นต้น

    ส่วนหินจักระ 4 ที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ ก็เช่น หยก, Green Aventurine, Green Tourmaline, Green Garnet, Green Apatite, มรกต, Kambaba Jasper, Moss Agate, Unakite และ Peridot เป็นต้น

    ส่วนหินจักระอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ด้วยก็เช่น Topaz, Ruby, ไพลิน และ Amethyst เป็นต้น

    ดังนั้น ผมก็เลยมีทำ สร้อยคอ และ สร้อยข้อมือ ที่รวมเอาหินด้านนี้โดยเฉพาะเข้าไว้ด้วยกันหนะครับ เช่น เส้นที่ชื่อ Love & Prosperity Mix เวอร์ชั่นต่างๆเป็นต้น

    เพราะว่าปกติแล้วหินที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน จะส่งเสริมพลังซึ่งกันและกัน และจะช่วยขยาย Spectrum ของย่านความถี่รวมออกไปให้มากกว่าการใช้หินชนิดเดี่ยวๆหนะครับ

    เราไม่ต้องไปนั่งกลัวว่าพลังของหินจะตีกันไหมนะครับ เพราะธรรมชาติเขาจะมีวิธีการทำให้ตัวเองอยู่ด้วยกันได้อย่างรักใคร่ปรองดองกันเสมอนั่นแหละครับ เพราะมันก็เป็นเช่นนั้นเสมอมาอยู่แล้ว

    เช่น ในหิน Super Seven หรือ Auralite23 เป็นต้นที่มีแร่ธาตุอยู่รวมกันตั้ง 7 และ 23 ชนิดตามลำดับ เขาก็ยังมาอยู่รวมกันได้ แล้วกลายไปเป็นหินพลังงานสูงชนิดใหม่ ที่พลังงานสูงกว่าเดิมและยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิมซะอีกนะครับ ฮิฮิ

    กลไกในการทำงานของหิน ก็จะมีหลายโหมดนะครับ เช่น

    1). ส่งคลื่นความสั่นสะเทือนที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลข่าวสารเฉพาะตัวของมันเอง เข้าไปในระบบพลังงานของเรา ผ่านทางระบบจักระ และผ่านทางกระแสประสาทและเส้นเลือดของเรา

    ซึ่งก็จะไปช่วยเคลียร์กระจุกของพลังงานที่อุดตัน หรือติดขัดอยู่ในจักระต่างๆของเรา เพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้สะดวกขึ้น เพื่อให้จักระนั้นๆของเราทำงานได้ดีขึ้น และแรงขึ้น

    ซึ่งจักระต่างๆของเราก็ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆที่อยู่รอบๆตัวมัน และควบคุมความเป็นไปของด้านต่างๆของชีวิตเราอยู่แล้วใช่ไหมหละครับ เช่น จักระ 3 ก็จะควบคุมด้านพลังอำนาจในการเนรมิต, Inner Power, ความมั่นใจในตัวเอง, การเห็นคุณค่าในตัวเอง เป็นต้น

    ดังนั้น เมื่อจักระนั้นๆของเราทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ด้านนั้นๆของชีวิตของเราก็เลยจะพลอยดีขึ้นไปด้วยโดยอัตโนมัติ

    2). เหนี่ยวนำให้อารมณ์ และความรู้สึกของเรา สงบมากขึ้น และเปิดรับมากขึ้น ผ่านทางปรากฎการณ์ Entanglement

    เพื่อให้เราอยู่ในโหมด Receptive คือพร้อมที่จะรับเอาพลังงานแก่นแท้ของชีวิตที่ถูกส่งลงมาจากจิตวิญญาณของเรา เพื่อมาหล่อเลี้ยงกายเนื้อของเรา และหล่อเลี้ยงความเป็นไปในทางโลกของเรา ได้มากขึ้น

    เพราะว่ามันสำคัญมาก..เพราะต่อให้จักระของเราทำงานได้ดีขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าเรายังจิตใจว็อกแว็ก และว้าวุ่น และยุ่งอยู่กับอะไรบางอย่างตลอดเลย การเชื่อมต่อกับพลังงานแก่นแท้ของจิตวิญญาณของเราเอง ก็จะน้อยลง และเพราะฉะนั้น พลังอำนาจในการเนรมิตของเรา ก็จะน้องลงไปด้วย

    เพราะฉะนั้น การเป็นคนที่มีสติ สมาธิ และจิตใจสงบ จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเสมอมา ไม่ใช่มีความสำคัญเฉพาะด้านพัฒนาการทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังมีสำคัญต่อความสำเร็จทางโลกด้วย!!

    กลไกการทำงานตรงนี้ มันจะประมาณว่า ผลึกและพลังงานของคริสตัลทั้งหลาย เขาจะคงความสมบูรณ์แบบของเขาเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน และในสถานการณ์ไหนก็ตามแต่ ซึ่งจะต่างจากพลังงานของมนุษย์เรา ที่จะแปรปรวนและแปรผันตามอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และสิ่งที่มากระทำหรือกระตุ้นเราอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เราจึงเสียสูญอยู่ตลอดเวลา

    ดังนั้น พอคลื่นความสั่นสะเทือนของคริสตัลได้มาอยู่ในสนามพลังออร่าของเรา และเราก็ทำการเชื่อมต่อกับพลังงานของพวกเขาแล้ว พลังงานของเขาก็จะค่อยๆเหนี่ยวนำให้คลื่นความสั่นสะเทือนของเรา ค่อยๆกลับเข้าสู่สมดุลใหม่อีกครั้งหนึ่ง

    เขาเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Entanglement ซึ่งครายออนเคยส่งข้อความมาพูดเรื่องนี้บ้างแล้ว ซึ่งมันจะเป็นอะไรที่คล้ายๆกับการที่เรามีส้อมเสียงอยู่ 2 อัน ที่มีคลื่นความถี่เดียวกัน แล้วทีนี้ พอเราเอามาไว้ใกล้ๆกัน แล้วเคาะส้อมเสียงอันหนึ่ง ให้เกิดคลื่นความสั่นสะเทือนขึ้นมา ส้อมเสียงอีกอันหนึ่งก็จะเกิดคลื่นความสั่นสะเทือนตามมาด้วยเช่นเดียวกัน โดยที่เราไม่ได้เคาะเลย

    นั่นแหละครับ การ Entanglement ของคลื่นความสั่นสะเทือนของหิน ที่จะทำงานกับคลื่นความสั่นสะเทือนของเราหละครับ

    3). เหนี่ยวนำให้ความคิดของเราคล้อยตาม หรือสอดคล้องกับเจตจำนงค์ของเราเอง เพื่อที่จะนำไปสู่การสำแดงออกมาเป็นคำพูดและการกระทำที่สอดคล้องต่อเจตจำนงค์นั้นๆต่อไป

    อันนี้มันจะเกี่ยวข้องกับสนามพลังออร่าและสมองของเรา และผมเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับ "จิตใต้สำนึก" ของเราเองด้วยนะครับ

    คือ..เมื่อเราตั้งเจตจำนงค์ว่าเราอยากจะมีความร่ำรวยหรือความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นแล้ว และเราก็สื่อสารกับหินผ่านวิธีการเชื่อมจิตกับหินแล้ว

    (ดูวิธีการได้ที่นี่: http://Alchemistic.2.vu/ConnectWithCrystal2)

    เพื่อให้หินรับทราบเจตจำนงค์นั้นๆแล้ว หินก็จะบันทึกข้อมูลข่าวสารแห่งเจตจำนงค์นั้นไว้ แล้วก็ทำการขยายความเข้มข้นและรุนแรงของพลังแห่งเจตจำนงค์นั้นออกไปเป็นหลายเท่าตัว

    เพราะว่ามันเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน 4 อย่างของคริสตัลทั้งหลายอยู่แล้ว ที่จะสามารถ:

    - รับพลังงานได้
    - เก็บรักษาพลังงานเอาไว้ได้
    - ขยายความเข้มข้นและรุนแรงของพลังงานที่รับมาได้
    - ส่งพลังงานออกไปได้

    ซึ่งคำว่า "พลังงาน" ในที่นี้ ก็รวมถึง พลังงานความคิดและเจตจำนงค์, พลังงานความสั่นสะเทือนด้านอารมณ์, และพลังจิตของเราด้วยนะครับ เพราะว่า "พลังงาน คือ ข้อมูลข่าวสาร" นั่นเอง

    โอเคครับ..มาต่อกันที่..เมื่อหินได้รับทราบและขยายเจตจำนงค์ของเราให้แล้ว เขาก็จะส่งข้อมูลผ่านลงไปยังจิตใต้สำนึกของเราเพื่อให้ไปทำงานตามเจตจำนงค์อันนั้น ซึ่งจิตใต้สำนึกของเรา ก็จะมีวิธีการสั่งการให้สมองของเรา เริ่มทำงานเพื่อให้บรรลุเจตจำนงค์อันนั้นเองอีกต่อหนึ่ง

    เพราะฉะนั้น เราจะเห็นได้ว่า พลังงานของหินสี และอัญมณีทั้งหลาย หรือที่เราเรียกกันรวมๆว่า "คริสตัล" นั้น เขาจะทำงานครอบคลุมอยู่หลากหลายระดับ และหลากหลายมิติเสมอๆเลยนะครับ เพราะว่าพวกเขาก็เป็นรูปธรรมชีวิตหลากมิติเช่นเดียวกับเรา

    **สรุปว่า..กลไกในการทำงานของหินนั้น..ไม่มีสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์และความงมงายใดๆเข้ามาเกี่ยวข้องเลย!!** เห็นไหมครับ

    เพราะว่ามันจะมีศาสตร์ทางพลังงานของมันอยู่! และมันก็ไม่ใช่เรื่องราวของความเชื่อล้วนๆ ประเภท Placebo Effect แต่อย่างใดด้วย!

    ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า ทั้งหมดทั้งปวงนี้ หินเป็นแต่เพียงผู้มาช่วยกระตุ้น หรือมาช่วยเหนี่ยวนำเท่านั้นเอง แต่คนที่จะ "เลือก" ว่าจะทำหรือไม่ทำตามการกระตุ้น หรือการเหนี่ยวนำนั้น ก็คือเราเองแต่เพียงผู้เดียว เป็นเราล้วนๆครับ ที่จะพาตัวเองเดินไป หรือทำไป ตามการกระตุ้น หรือการเหนี่ยวนำนั้นหรือไม่?

    เพราะว่ามนุษย์เรามี "ทางเลือกเสรี" หรือ Free Will อยู่เสมอ และพวกเขาก็จะเคารพ Free will ของเราเสมอด้วย

    มันจะคล้ายๆกับว่า..หิน (และอุปกรณ์เสริมอื่นๆในทางพลังงาน ที่มนุษย์รู้จักนำมาใช้กันอยู่นี้ทุกๆชนิดเลย) คือรองเท้าคู่หนึ่งนั่นแหละ ที่ไม่ว่าเขาจะโฆษณาว่าดีเลิศประเสริฐสีแค่ไหนก็ตามแต่ แต่ถ้าเราได้มาแล้ว เราไม่เอามาสวมใส่ไว้ที่เท้าเรา แล้วใช้เท้าเราเอง "ก้าวเดินออกไป" หละก็ เราก็ไม่อาจที่จะไปถึงไหนได้เลย..ใช่ไหมหละครับ..ฉันใดก็ฉันนั้นครับ

    แต่ในทางตรงข้าม..ต่อให้เราไม่ได้สวมใส่รองเท้าอะไรเลย เราก็ยังจะสามารถเดินไปไหนต่อไหนได้อยู่ใช่ไหมหละครับ เพียงแต่ว่า การใส่รองเท้าเดินนั้น มันก็น่าจะเดินได้สะดวกสบายกว่า และเจ็บเท้าน้อยกว่า และไปได้ไวกว่าเท่านั้นเอง..ใช่ไหมหละครับ ฮิฮิ

    ดังนั้น ใครก็ตามที่ยังยึดติดความเชื่อแบบงมงายเกี่ยวกับการใช้หินอยู่หละก็ (รวมถึงคนขายหินเองด้วยนะครับ) ว่า..หินคือสิ่งที่ต้องไปบูชาเอามา แล้วเอามาขึ้นหิ้งบูชาไว้ แล้วก็กราบเช้ากราบเย็น แล้วก็มานั่งรอ-นอนรอให้หินชิ้นนั้น หรือเส้นนั้น ดลบันดาลโชคลาภ เงินทอง ความสำเร็จ ความรัก และสุขภาพมาให้ตัว

    ผมก็ว่า.รอไปถึงชาติหน้าเลยนะครับ เพราะว่านั่นไม่ใช่วิธีการทำงานของหินเลย! เพราะว่าหินจะทำงานร่วมกับพลังงานของเราเสมอ ซึ่งหมายถึง ระบบจักระของเรา และพลังแห่งเจตจำนงค์ของเราครับ

    มันมีคนที่ทำแบบที่ผมว่ามานี้จริงๆนะครับ ลูกค้าบางคนของผมก็ด้วย ซึ่งพอผมรู้แล้ว ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยครับ เพราะว่ามันก็ถูกต้องแล้ว ที่เขาซื้อหินไปเต็มบ้าน "แต่ไม่ได้อะไรเลย" มันถูกต้องดีแล้วครับ ไม่มีอะไรผิดปกติเลย!! 555

    Chayutt Naowarat
    13/09/21
    ''''''''''''''''''''''''''''''''''
    #Facebook: Chayutt Naowarat https://web.facebook.com/chayutt.deejaroen
    temp_hash-5b2a256136d0e513ecac26433db8d45a-jpg-jpg.jpg
    #เพจขายหินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย: Alchemistic Power of Stones (https://facebook.com/chayutt.naowarat)
    #ฝากกระทู้เกี่ยวกับหินด้วยนะครับ http://Alchemistic.2.vu/AlchemisticHere
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กันยายน 2021

แชร์หน้านี้

Loading...