พอใจรูม

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย ppojai, 3 ตุลาคม 2010.

  1. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 กุมภาพันธ์ 2018
  2. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    กฎทองของวัยแห่งความสุข

    ได้พบ “กฎทอง 21 ข้อของวัยแห่งความสุข” ใน

    อินเตอร์เน็ตและชอบมากจนอดไม่ได้ที่จะนำมาสื่อ

    สารต่อกับผู้สูงวัยทุกท่านครับ


    1.ถึงเวลาแล้วที่คุณจะใช้เงินที่หามาได้อย่างยากลำบาก

    ขอให้ใช้จ่ายและมีความสุขกับเงินของคุณ อย่าคิดแต่

    จะเก็บไว้ให้คนที่บางทีไม่เคยรู้เลยว่าคุณต้องลำบาก

    เพียงใดกว่าจะหาเงินมาได้ ขอให้จำไว้ว่าไม่มีอะไร

    จะอันตรายไปกว่าลูกหลานหรือเขยสะใภ้ที่มีไอเดีย

    บรรเจิดกับการเอาเงินเก็บของคุณไปลงทุน วัยนี้ไม่

    เหมาะกับการลงทุนอย่างยื่ง ไม่ว่ามันจะดูวิเศษแค่ไหน

    เพราะมีแต่จะทำให้คุณอยู่กับปัญหาและความกังวล

    เวลานี้คุณควรมีชีวิตที่สุขและสงบได้แล้ว


    2.เลิกกังวลกับเรื่องเงินๆทองๆของลูกหลาน ไม่ต้อง

    รู้สึกผิดที่คุณใช้จ่ายเงินเพื่อตัวเอง คุณเลี้ยงเขามานาน

    สอนเขาทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ให้ทั้งการศึกษา อาหาร

    ที่อยู่ ดูแลเอาใจใส่ ตอนนี้เป็นหน้าที่ที่เขาจะดูแลรับ

    ผิดชอบตัวเองแล้ว


    3.เอาใจใส่สุขภาพ แต่อย่าหักโหม ออกกำลังกาย

    ปานกลาง เช่นเดินทุกวัน กินดี อยู่ดี นอนให้เพียงพอ

    เพราะวัยนี้ป่วยง่าย และยิ่งวันเรายิ่งรักษาสุขภาพได้

    ยากขึ้น สนใจเรื่องทางการแพทย์และยาบ้าง ไปหา

    หมอสม่ำเสมอ ตรวจร่างกายแม้ในยามที่คุณไม่ได้เจ็บ

    ป่วย หาความรู้ทางการแพทย์ไว้ด้วย


    4.ซื้อของที่ดีที่สุด สวยที่สุดให้กับคู่ของคุณ ข้อสำคัญ

    คือจงใช้เงินอย่างมีความสุขกับคู่ชีวิตของคุณ เพราะ

    วันหนึ่งจะต้องมีใครคนหนึ่งที่ยังอยู่และคิดถึงอีกคน

    ถึงเวลานั้นเงินทองก็ไม่อาจให้ความอบอุ่นได้ ฉะนั้น

    จงมีความสุขร่วมกันเสียแต่วันนี้


    5.อย่ากังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ คุณผ่านเรื่องใหญ่ๆใน

    ชีวิตมามากแล้ว คุณมีทั้งความทรงจำที่ดีและไม่ดี แต่

    สิ่งสำคัญคือปัจจุบัน อย่าให้อดีตมาทำให้คุณหดหู่ อย่า

    ให้อนาคตมาทำให้คุณกังวล มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน

    ไม่นานคุณก็จะลืมกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านั้น


    6.ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ จงหล่อเลี้ยงความรักไว้เสมอ

    รักคู่ของคุณ รักชีวิต รักครอบครัว รักเพื่อน(บ้าน) ขอ

    ให้จำไว้ว่า คนเราจะไม่มีวันแก่ตราบใดที่ยังมีสมอง

    และมีความรัก


    7.ขอให้อยู่อย่างภาคภูมิ ทั้งภายในและภายนอก อย่า

    เลิกไปร้านทำผม ทำเล็บ หาแพทย์ดูแลผิวและฟัน หา

    ครีมและน้ำหอมดีๆไว้ใช้ เพราะเมื่อคุณดูแลร่างกาย

    ภายนอกอย่างดี ความรู้สึกดีๆจะซึมซาบเข้าไปภายใน

    ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจและเข้มแข็ง


    8.อย่าทิ้งแฟชั่นที่เหมาะกับวัย แต่ขณะเดียวกันให้คง

    สไตล์ที่เป็นตัวคุณไว้ ไม่มีอะไรน่าเกลียดไปกว่าคน

    สูงวัยที่พยายามเลียนแบบแฟชั่นปัจจุบันของวัยรุ่น ใน

    ช่วงชีวิตที่ผ่านมา คุณสร้างบุคลิกภาพของคุณไว้แล้ว

    รู้ว่าสิ่งใดดูดีสำหรับคุณ ขอให้ทำตามนั้น และจง

    ภูมิใจว่านี่คือส่วนหนึ่งที่เป็นตัวตนของคุณ


    9.ติดตามดูข่าวสารบ้านเมืองเสมอ อ่านหนังสือพิมพ์

    ดูข่าว เข้าออนไลน์ ดูและฟังสิ่งที่เขาพูดกัน ใช้งานอี

    เมล์และโซเชียล เน็ตเวิร์คต่างๆบ่อยๆ การรับรู้ความ

    เคลื่อนไหวและเสวนากับเพื่อนฝูงเป็นสิ่งสำคัญ

    สำหรับคนทุกวัย


    10.ให้ความสำคัญกับคนรุ่นหลัง รับฟังความคิดเห็น

    ของพวกเขาซึ่งอาจไม่เหมือนของคุณ แต่คนรุ่นหลัง

    คืออนาคต และจะนำโลกไปในทิศทางของเขา ให้คำ

    แนะนำไม่ใช่คำตำหนิ พยายามให้เขาตระหนักถึง

    ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ยังนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน


    11.อย่าใช้คำว่า “ในสมัยของฉัน” เป็นอันขาด สมัย

    ของคุณคือปัจจุบัน ตราบใดที่คุณยังมีชีวิตอยู่ สมัยนี้

    คือสมัยของคุณ สมัยก่อนคุณอายุน้อยกว่านี้ก็จริง แต่

    ปัจจุบันคุณก็ยังเป็นคุณ ฉะนั้น จงสนุกกับชีวิตให้มาก


    12.บางคนยอมรับความสูงวัยอย่างมีความสุข แต่บาง

    คนกลับหดหู่ หงุดหงิด ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะไปเสีย

    เวลาอยู่กับคนกลุ่มหลัง ใช้เวลาของคุณกับคนที่มี

    ทัศนคติบวก รื่นเริงแจ่มใส คุณจะสดชื่นไปด้วย ใช้

    เวลากับคนกลุ่มหลัง คุณจะแก่มากขึ้น และกลายเป็น

    คนน่ารำคาญไปด้วย


    13.อย่าพ่ายแพ้กับความเย้ายวนที่จะไปอยู่กับลูกหลาน

    (ถ้าคุณมีทางเลือกด้านเศรษฐกิจ) แน่นอนว่าการมีลูก

    หลานแวดล้อมฟังดูดีมากๆ แต่เราทุกคนต้องการความ

    เป็นส่วนตัว ทั้งคุณทั้งเขา หากคุณสูญเสียคู่ชีวิตไปแล้ว

    หาคนมาอยู่เป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือ แต่จงทำเมื่อคุณ

    จำเป็นต้องมีคนช่วย หรือไม่อยากอยู่คนเดียวแล้วเท่า

    นั้น


    14.อย่าทิ้งงานอดิเรก ถ้ายังไม่มีก็จงมองหา จะเป็นการ

    เดินทางท่องเที่ยว ทำอาหาร เต้นรำ ฯลฯ หรืองาน

    อาสาสมัคร ข้อสำคัญหาสิ่งที่ชอบและใช้เวลาสนุกกับ

    มันอย่างจริงจัง


    15.ตอบรับคำเชิญบ้าง แม้ไม่ชอบนัก ไม่ว่าจะเป็นงาน

    วันเกิด งานรับปริญญา งานแต่งงาน ฯลฯ ออกจาก

    บ้านไปพบปะผู้คน หาประสบการณ์ใหม่ๆ พบปะคนที่

    ไม่ได้พบกันนานแล้ว ข้อสำคัญคือได้ออกจากบ้าน

    ไปพิพิธภัณฑ์ ไปเดินเล่น ไป ฯลฯ


    16.เป็นคู่สนทนาที่ดี พูดน้อย ฟังมาก บางคนพล่ามแต่

    เรื่องในอดีต ไม่สนใจว่าใครจะฟังหรือไม่ เป็นวิธีที่

    ยอดเยี่ยมที่จะให้คนหลีกลี้หนีหน้าคุณ ฟังเสียก่อน

    ตอบคำถามเท่าที่จำเป็น อย่าเล่ายืดยาว ยกเว้นมีคนขอ

    ร้อง พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่พยายามบ่นหรือตำหนิ

    ยกเว้นจำเป็นจริงๆ พยายามยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น

    เพราะถึงทุกคนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน แต่ก็ไม่มี

    ใครอยากฟังคำบ่น พยายามหาจุดดีมาพูดจะดีกว่า


    17.ความเจ็บปวดไม่สบายเนื้อสบายตัวเป็นเรื่องปกติ

    ธรรมดาของการสูงวัย อย่ากังวลกับมันมาก ยอมรับ

    ว่านี่เป็นวงจรของชีวิตที่เราต้องเผชิญ พยายามใส่ใจ

    กับมันให้น้อยๆ คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆที่เพิ่มเติมเข้ามา

    ในชีวิต เพราะถ้าคุณมุ่งใส่ใจกับมันมาก คุณจะสูญเสีย

    การมองโลกอย่างที่คุณเคยมี


    18.ถ้ามีใครมาทำให้คุณหงุดหงิด อภัยให้เขา ถ้าคุณทำ

    ให้ใครหงุดหงิด ขอโทษเขาเสีย อย่าเอาความขุ่นข้อง

    ติดตัวไป มันรังแต่จะทำให้คุณเศร้าหมอง ครั้งหนึ่งมี

    คนพูดว่า “คุณพกความโกรธไว้ก็เหมือนคุณกินยาพิษ

    แต่หวังจะให้อีกคนหนึ่งตาย” ฉะนั้นอย่ากินยาพิษ

    อภัยให้กัน ลืมซะแล้วเดินหน้าต่อไป


    19.ถ้าคุณศรัทธาในสิ่งใด จงศรัทธาต่อไป แต่อย่าเสีย

    เวลาโน้มน้าวคนอื่น เพราะไม่ว่าคุณจะพูดอย่างไร

    เขาจะเลือกเอง แล้วคุณจะหงุดหงิดเปล่าๆ ทำตามสิ่ง

    ที่คุณเชื่อทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และปล่อยให้สิ่งนี้ช่วย

    ให้เขาปรับเปลี่ยนความคิดเอง


    19.หัวเราะ และหัวเราะให้มากๆ คิดว่าคุณคือหนึ่งในผู้

    โชคดี ที่คุณสามารถมีชีวิตมาถึงวันนี้ได้ หลายคนมา

    ไม่ถึง ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เหมือนคุณ แล้วมี

    อะไรที่เราไม่ควรหัวเราะกันเล่า หาแง่ขำๆในชีวิตกัน

    ดีกว่า


    20.อย่าสนใจขี้ปากชาวบ้าน ยิ่งเรื่องที่เขาคิดยิ่งไม่ต้อง

    สนใจ ยังไงคุณก็ห้ามเขาไม่ได้ คุณต้องมีความภูมิใจ

    ในตัวเอง และในความสำเร็จของคุณ ปล่อยให้เขาพูด

    ไปและไม่ต้องกังวล พวกนี้ไม่เคยรู้ภูมิหลังของคุณ ยัง

    มีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก ขอให้มุ่งมั่นทำไป ไม่ต้องสนใจ

    ว่าใครคิดอย่างไร ขณะนี้ขอให้เป็นชีวิตที่สุขสงบให้

    มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้”


    21.ถ้าไม่ทำสิ่งที่อ่านมาก็ไร้ประโยชน์ครับ


    Cr:ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ-กรุงเทพธุรกิจ
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,608
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,066
  4. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    Codo muang tong
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_2808.JPG
      IMG_2808.JPG
      ขนาดไฟล์:
      54 KB
      เปิดดู:
      232
    • IMG_2719.JPG
      IMG_2719.JPG
      ขนาดไฟล์:
      60.7 KB
      เปิดดู:
      41
    • IMG_2718.JPG
      IMG_2718.JPG
      ขนาดไฟล์:
      65.1 KB
      เปิดดู:
      35
    • IMG_2519.JPG
      IMG_2519.JPG
      ขนาดไฟล์:
      181.2 KB
      เปิดดู:
      36
    • IMG_2512.JPG
      IMG_2512.JPG
      ขนาดไฟล์:
      142.9 KB
      เปิดดู:
      30
    • IMG_2490.JPG
      IMG_2490.JPG
      ขนาดไฟล์:
      150.2 KB
      เปิดดู:
      74
    • IMG_0097.PNG
      IMG_0097.PNG
      ขนาดไฟล์:
      932.1 KB
      เปิดดู:
      35
    • IMG_0099.JPG
      IMG_0099.JPG
      ขนาดไฟล์:
      161.3 KB
      เปิดดู:
      26
    • IMG_0100.jpg
      IMG_0100.jpg
      ขนาดไฟล์:
      52.5 KB
      เปิดดู:
      202
  5. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    ช่อดอกไม้สวย ๆ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    เก่ง 10 อย่าง"" ของคนที่ทำอะไรก็สำเร็จ

    1. เก่ง ในการชื่นชมผู้อื่น

    2. เก่ง ในการหาข้อดี จุดเด่น ของผู้คนได้ แม้จุดเล็กๆ ก็ยังเห็น

    3. เก่ง ในการให้กำลังใจคนอื่น เป็นต้นแบบที่ดี

    4. เก่ง ในการให้พลังตัวเองทุกวัน ใส่ความเชื่อมั่นลงไป

    5. เก่ง ในการแอบชื่นชมตนเอง และคิดแต่เรื่องดีๆ

    6. เก่ง ในการที่มีอะไรทำทันที ไม่เป็นโรคเดี๋ยวก่อน

    7. เก่ง ในการมองหาคุณค่าของทุกอย่างที่อยู่รอบตัว มองเห็นเป็นแต่เรื่องดี

    8. เก่ง ในการมองหาข้อดีให้ตัวเอง ยินดีกับสิ่งที่ตนมี และเอาออกมาเป็นจุดเด่นเพื่อช่วยคนอื่นและสังคม

    9. เก่ง ในการเห็นจุดบกพร่องของตนเอง ปรับปรุงตัวเอง คือ มองหาเรื่องที่จะ Correct(แก้ไขให้ถูกต้อง)

    10. เก่ง ในการขอบคุณคนให้เป็นนิสัย เป็นที่รักใคร่ของ ผู้พบเห็น

    ที่มา : กล่องความทรงจำ"
     
  7. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    "คำเดียว"เปลี่ยนมุมคิด

    รู้ไหมครับว่าทำไมดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการธนาคาร
    ทั้งที่เขาไม่ได้เรียนจบด้านไฟแนนซ์
    ดร.วิชิตจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์
    ปริญญาโทและเอกด้านบริหารธุรกิจ
    ตอนที่เรียนจบมาเขาไม่เคยคิดว่าทำงานในแวดวงการเงินเลย
    ผู้บริหารแบงก์กรุงเทพเคยให้เพื่อนมาชวนเขาหลายครั้งให้ไปทำงานที่แบงก์
    ชวนกี่ครั้ง เขาก็ปฏิเสธทุกครั้ง
    จนวันหนึ่งเพื่อนบอกว่าให้ไปปฏิเสธผู้ใหญ่เองได้ไหม
    ขี้เกียจเป็น"คนกลาง"แล้ว
    เขาจึงตัดสินใจไปคุยกับผู้ใหญ่
    ปฏิเสธไปอีกครั้ง
    แต่ผู้ใหญ่คนนั้นบอกว่าให้เข้าไปคุยกับคุณบุญชู โรจนเสถียร ซึ่งตอนนั้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของแบงก์กรุงเทพเอง
    เชื่อไหมครับ. คุณบุญชูไม่ได้คุยเรื่องตำแหน่งงานเลย
    เขาเริ่มต้นด้วยการเล่าให้ฟังว่าเพิ่งไปคุยกับ"ร็อคกี้ เฟลเลอร์"มา
    มหาเศรษฐีของโลกในยุคนั้นบอกว่าเรื่องใหญ่สุดของแบงก์ต่อไป คือ เรื่อง Fund management
    "คุณรู้เรื่องนี้ไหม"คุณบุญชูถาม
    "วิชิต"ส่ายหน้า
    "ผมไม่รู้เรื่องครับ"
    "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"คุณบุญชูบอก"คุณก็ไม่รู้ ผมก็ไม่รู้"
    แล้วทิ้งหมัดเข้ามุม
    "งั้นเรามาหาความรู้ด้วยกัน"
    ไม่ได้ชวนมาทำงาน
    แต่ชวนมาหา"ความรู้ใหม่"ด้วยกัน
    ครับ. เพียงประโยคนี้ประโยคเดียว
    คุณวิชิตก็ตัดสินใจเข้าทำงานที่แบงก์กรุงเทพ
    และอยู่ในวงการธนาคารมาตลอดนับตั้งแต่วันนั้น
    ผมฟังเรื่องนี้แล้ว นึกถึงตอนที่"สตีฟ จ็อบส์"เชิญ"จอห์น สคัลลีย์"ผู้บริหารของเป๊ปซี่
    เขาใช้"ประโยคเดียว"เปลี่ยนชีวิตเหมือนกัน
    "คุณอยากใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตขายน้ำหวานต่อไป หรืออยากจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยกัน"
    หมัดเดียวอยู่เลย
    คนเราทุกคนต้องเจอประโยคเปลี่ยนชีวิตเช่นนี้อยู่เป็นประจำ
    ล่าสุด ผมเพิ่งได้นั่งคุยกับดร.วิชิต อีกครั้ง
    มีเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก
    เป็นเรื่อง"ประโยคเดียว"เหมือนกัน
    แต่ครั้งนี้ไม่ได้"เปลี่ยนงาน"
    หากเป็น"ประโยคเดียว"ที่เปลี่ยน"ความคิด"ของเขา
    และไม่ได้มาจาก"ผู้ใหญ่"คนไหน
    แต่มาจาก"ลูกน้อง"คนหนึ่ง
    ดร.วิชิต เป็นคนทำงานจริงจัง. ทำงานทุกอย่างต้องเนี๊ยบ. ห้ามผิดพลาด
    จนวันหนึ่งระหว่างที่คุยงานกับลูกน้อง
    คุยกันหลายเรื่อง และอาจมีความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน
    ตามปกติลูกน้องจะยอมทำตาม"วิชิต"
    แต่ครั้งนี้ลูกน้องคงเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง
    เขาเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง
    "ผมขอลองผิดบ้างได้ไหมครับ"
    เชื่อไหมครับ เพียงแค่ประโยคเดียว เปลี่ยนความคิดของดร.วิชิตไปเลย
    เขาเคยเชื่อมั่นว่าการทำงานต้องถูกต้อง
    ห้ามผิดพลาดเป็นอันขาด
    แต่เพียงประโยคเดียวของลูกน้องทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่าที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำงานถูกต้องทั้งหมด
    เขาก็เคยผิด
    แล้วทำไมลูกน้องจะผิดพลาดบ้างไม่ได้
    ในโลกนี้ถ้าทำทุกอย่างระมัดระวังมากเกินไป. ไม่กล้าออกจากกรอบเดิมที่เคยทำ
    กลัวจะทำอะไรผิด
    "ความคิดสร้างสรรค์"คงไม่เกิด
    "สิ่งใหม่-ของใหม่"ในโลกนี้ล้วนเกิดจาก"ความกล้าหาญ"ที่จะทดลอง
    ไม่ใช่ลองถูก
    แต่ลองผิด
    นี่คือ ประโยคเดียวเปลี่ยนความคิด
    ของ"วิชิต สุรพงษ์ชัย"

    FB: หนุ่มเมืองจันท์
     
  8. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    อ่านบทความนี้...เลยพอไว้ก่อน..555

    ?อ่านแล้วตัวเบ๊าเบา
    ? ถ้าทุกคน ได้ทุกอย่าง ได้ดั่งคิด
    ? สิ้นชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน
    ? ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง ช่างปะไร
    ? หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้พอ
    ? อีกไม่นาน วันผันผ่าน ก็ต้องจาก
    ? จะมีมาก หรือมีน้อย วัยถอยถอน
    ? เอาอะไร ไปไม่ได้ นั้นแน่นอน
    ? วันจากจร เหลือเพียงแต่ แค่ตำนาน
    ? ก็วันนี้ มีพอกิน มีพอใช้
    ? ไม่เท่าใคร แต่เพียงพอ ก็สุขได้
    ? ทำหน้าที่ สมควร ก่อนด่วนไป
    ? จากเมื่อไหร่ หลับตาได้ ไม่อาวรณ์......
    จงดูแลรักษาของล้ำค่า 4 อย่างนี้ดีๆ
    1. ร่างกาย เป็นสิ่งเดียวที่จะอยู่ไปกับเราตราบสิ้นชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไร ไม่มีใครจะดูแล เขาได้ดีเท่ากับตัวเรา
    2. คู่ชีวิต คือ คนที่จะดูแล เข้าข้างและ ปกป้องเราไปตลอดชีวิต ลงทุนเพียงนิด ผลได้ทวีคูณ
    3. เพื่อน เพื่อนดีๆ มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินทุกอย่างบนโลก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน จริงใจ ฯลฯ มีเงินก็ซื้อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้
    4. ทรัพย์สมบัติ ยิ่งอายุมากขึ้น ความสามารถในการหามันเพิ่มจะยิ่งลดลง ดังนั้นต้องรู้จักใช้มันให้คุ้มค่าสูงสุด ?? ????

    ข้อคิดดีสำหรับผู้ที่อายุจะถึง 50 ปีหรือเกิน 50 ปีในอนาคต

    ?? คนอายุเกิน 50 ต้องเลิกเอาสุขภาพไปแลกกับความร่ำรวยได้แล้ว มีเงินเท่าไร ก็ซื้อสุขภาพคืนมาไม่ได้

    ?? ต่อให้มีไร่นามากมาย ก็กินข้าวได้แค่วันละสามจาน แม้นจะมีคฤหาสน์หลายสิบหลัง ก็ต้องการ พื้นที่หลับนอนยามค่ำคืนเพียงแปดตารางเมตร ดังนั้น..ตราบใดที่ยังมีข้าวปลาอาหารกินอย่างเพียงพอ มีเงินพอใช้สอยได้ทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ดีเหลือหลายแล้ว

    ?? อายุเท่านี้แล้ว ควรอยู่อย่างเป็นสุข ทุกบ้านต่างก็มีปัญหาของตนเอง อย่ามัวไปคิดเปรียบเทียบ แก่งแย่งแข่งขันกัน ไม่ว่าชื่อเสียง ฐานะในสังคม หรือความก้าวหน้าของงาน ฯลฯ

    ?? สิ่งที่ควรจะแข่งกันจริงๆนั้น คือ แข่งกันมีความสุข, มีสุขภาพดี และอายุยืนนาน ส่วนอะไรที่เราเปลี่ยนมันไม่ได้ ก็อย่าไป ฝังอกฝังใจให้ป่วยการ และทำลายสุขภาพตัวเองเลย

    ?? หลัง 50 แล้วอย่างนี้ ควรค้นหาหนทางที่จะสร้างชีวิตที่เป็นอยู่ที่เป็นสุข มีอารมณ์ดี คิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสุข นั่นก็หมายความว่าได้ผ่านวันเวลาอย่างเป็นสุขแล้ว

    ?? ทุกวันที่ผ่านไปจะสูญเสียไป ๑ วัน แต่ถ้ามันผ่านไปอย่างเป็นสุข วันนั้นคือได้กำไร จิตใจที่ดีจะช่วยรักษาโรคภัยได้ ถ้าจิตใจเป็นสุข โรคก็จะหายเร็วขึ้น แต่ถ้าจิตใจทั้งดีทั้งเป็นสุขด้วยแล้วล่ะก็ ความเจ็บป่วยจะไม่มีทางมาแผ้วพานได้เลย

    ?? ด้วยอารมณ์ที่ดีแจ่มใสอยู่เป็นนิจ ออกกำลังกายให้เพียงพอ อยู่กลางแจ้ง บ่อยๆ กินอาหารให้ครบหมู่ ได้วิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้ก็เชื่อ ได้แน่นอนว่า ชีวิตที่ เป็นสุขอีก 30 หรือ 40 ปี

    ?? เหนือสิ่งอื่นใด..ต้องรู้จักบ่มเพาะและเก็บเกี่ยวความสุขดีๆ จากการได้อยู่ ได้เที่ยว ได้คุยกับเพื่อนๆ เพราะเขาเหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกเยาว์วัยและมีความหมายเสมอ

    ?? ขอบรรดาสิ่งดีที่สุดจงบังเกิดแก่คุณ "ความร่ำรวยของชีวิต คือ การมีสุขภาพที่แข็งแรง"
    โปรดเผยแพร่ให้เพื่อน ๆ ที่วัย 50 ขึ้นไป เพื่อเป็นกุศล
     
  9. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    ปาฏิหาริย์แห่งการให้

    ดีมาก ถ้าส่งต่อนะจะได้บุญกุศลกับตัวเอง



    "ปาฏิหาริย์แห่งการให้" ??

    ??: - โดย..หลวงปู่ชา.

    ?? ๑ ให้ "เวลา" แก่คนที่คุณรัก

    ?? ๒ ให้ "ความรัก" แก่คนในครอบครัว

    ?? ๓ ให้ "ความกตัญญู" แก่บุพการี

    ?? ๔ ให้ "ความรับผิดชอบ" แก่การทำงาน

    ?? ๕ ให้ "อภัย" แก่คนที่หลงผิด

    ?? ๖ ให้ "ความรู้" แก่ผู้ที่ยังเขลา

    ?? ๗ ให้ "ทาน" แก่คนที่ยังขัดสน

    ?? ๘ ให้ "อนาคตที่ดี" แก่คนรุ่นหลัง

    ?? ๙ ให้ "มิตรภาพ" แก่คนทั้งโลก

    ?? ๑๐ ให้ "ความทุ่มเท" แก่งานที่ทำ

    ?? ๑๑ ให้ "ความจริงใจ" แก่สัมพันธภาพ

    ?? ๑๒ ให้ "ความซื่อสัตย์" แก่การทำงาน

    ? ๑๓ ให้ "ความเสียสละ" แก่ประเทศชาติ

    ?? ๑๔ ให้ "ความยินดี" แก่ผู้ประสบความสำเร็จ

    ?? ๑๕ ให้ "ความปล่อยวาง" แก่สิ่งสุดวิสัย

    ?? ๑๖ ให้ "ความเป็นธรรม" แก่ผู้ถูกรังแก

    ??? ๑๗ ให้ "มรรคา" แก่ผู้ที่ยังหลงทาง

    ? ๑๘ ให้ "ที่พึ่งทางใจ" แก่ผู้สับสน

    ? ๑๙ ให้ "อิสรภาพ" แก่ผู้ถูกกิเลสครอบงำ

    ?? ๒๐ ให้ "โอกาส"แก่ตนเองได้ลิ้มรสพระธรรม

    มีคนส่งไปให้ ดีมากขอส่งต่อนะ

    "ปาฏิหาริย์แห่งการให้" ??

    ??: - โดย หลวงปู่ชาดอยแก้วตาก
     
  10. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    . “ปัสสาวะ"
    กับภาวะหัวใจอุดตัน
    ....นำเสนอโดย
    หัวหน้าพยาบาลเกษียณ

    อยากให้เพื่อนๆที่รัก
    ทั้งหลาย ทั้งเพื่อนนัก
    เรียนเก่า และเพื่อนฝูงเก่าๆ สละเวลาซัก 2 นาที. เพื่ออ่านบทความอันมีค่านี้
    แพทย์ชาวอเมริกันได้กล่าวถึง ปัญหาความเกี่ยวเนื่องระหว่างการปัสสาวะตอนกลางคืน กับ ภาวะการอุดตันของหัวใจและสมอง
    วันนี้เอาความรู้ที่สำ
    คัญที่พวกเราต้องระวังมาเล่าสู่กันฟัง คนแก่มักมีปัญหาของการปัสสาวะตอนกลางคืน ทำให้ไม่ยอมดื่มน้ำก่อน
    นอน และไม่ยอมดื่มน้ำหลังจากที่ตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึก แต่นี่กลับกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะสมองอุดตันในยามเช้าของคนแก่ได้ จริงๆแล้ว
    ภาวะการปัสสาวะสองครั้งในเวลาคืน ไม่ใช่ปัญหาการเสื่อมสมรรถ
    นะของกระเพาะปัสสา
    วะที่ปัสสาวะตอนกลาง
    คืนก็เพราะคนแก่มีประ
    สิทธิภาพของหัวใจที่เสื่อมถอย หัวใจห้องขวาสูบโลหิตจากร่าง
    กายช่วงล่างเข้าหัวใจอ่อนแรงลง....
    อิริยาบถของคนเรา
    ที่ทำงานในเวลากลางวัน ทำให้เลือดไหลลงสู่ด้านล่างของร่างกายได้ง่าย และคนที่หัวใจไม่ปกติ หัวใจไม่ค่อยมีที่จะแรงสูบเลือดให้กลับขึ้นสู่หัวใจ แรงโน้มถ่วงเป็นแรงกดที่จะทำให้ช่วงล่างของคนแก่เหล่านี้มีลักษณะบวมน้ำ พอตกกลางคืน เวลานอนราบ ร่างกายช่วงล่างมีแรงกดน้อยลง น้ำที่สะสมอยู่ในร่างกายช่วงล่าง ก็จะซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือด. เวลาน้ำในร่าง
    กายมากเกินไป ไตก็จะเริ่มขับน้ำออก ทำให้กระเพาะปัสสาวะกระ
    ตุ้นเราให้ตื่นขึ้นมาปัสสา
    วะในเวลากลางคืน ดังนั้น หลังจากนอนราบได้ 3-4 ชั่วโมง ก็ต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำครั้งหนึ่ง แต่น้ำในเลือดที่ยังไม่หมด ยังคงสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง ก็ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเป็นครั้งที่ 2 ...แล้วทำไมจึงเป็นสาเหตุสำคัญทำให้สมองอุดตัน หรือหัวใจอุดตันล่ะก็เพราะว่าหลัง
    จากถ่ายปัสสาวะไป
    2-3 ครั้ง ระดับน้ำในเลือดมีปริมาณน้อยลงมาก ในฤดูหนาวอากาศที่แห้งจะดูดความชื้นจากลมหายใจของเรา ด้วย ทำให้เลือดเริ่ม
    กลายสภาพหนืดข้นขึ้น อีกทั้งเวลานอนร่างกายมี activity ต่ำและหัวใจ
    เต้นช้าลง ทำให้เลือดที่หนืดข้นเกิดการอุดตันได้ง่าย นี่คือ สาเหตุสำ
    คัญที่ว่า ทำไมคนแก่ส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญ
    หาหัวใจอุดตัน หรือสมองอุดตันในเวลาตี 5 หรือ 6 โมงเช้า และทำ
    ให้เกิดภาวะการตายในขณะนอนหลับ
    เรื่องแรกที่จะบอกทุกท่านก็คือ การปัสสาวะตอนกลางคืนไม่ใช่ความบกพร่องของกระ
    เพาะปัสสาวะ หรือปัญ
    หาของหัวใจอ่อนแรง
    เรื่องที่ 2 ที่ต้องบอก
    ทุกท่านก็คือ ก่อนนอนจะต้องดื่มน้ำอุ่น และหลังลุกขึ้นมาปัสสาวะในตอนกลางคืนแล้ว ก็ควรดื่มน้ำอุ่นอีก อย่ากลัวการปัสสาวะในเวลากลางคืน เพราะการไม่ดื่มน้ำจะทำให้เกิดอัน
    ตรายถึงชีวิตได้
    เรื่องที่ 3 ที่ต้องบอก
    ทุกท่านก็คือ ในเวลาปกติควรฝึกออกกำลังกายให้หัวใจแข็งแรง ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรใช้บ่อยๆจะสึกหรอได้ แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม ถ้าฝึกบ่อยๆจะแข็งแรงขึ้น. ในเวลาปกติ
    จะต้องไม่กินอาหารที่ทำให้เสียสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง และอาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน
    ถ้าคุณชอบบทความ
    นี้ กรุณาส่งต่อให้เพื่อนสูงอายุที่คุณรัก
    นำเสนอโดย หัวหน้าพยาบาลเกษียณ
    ***************
    ยอมตื่นมาปัสสาวะกลางคืน ถูกต้องตามนี้เลยค่ะ

    ^^^^^???^^^^^
    Cr. ห้องไลน์
    "ยอดอ้อ ก่อธรรม"
    ๔ มิย.๒๕๖๐
     
  11. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    มีสักกี่คนที่อายุ 78 ปีแล้วจะสดชื่น เบิกบานทั้งกายใจ อย่างที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินชีวิตอยู่ในเวลานี้ นอกจากชีวิตนี้จะไม่เคยมีคำว่า “เกษียณ” อุทิศตัวทำงานอาทิตย์ละ 7 วันแล้ว ในวันนี้ของ ดร.สุเมธ ยังคงแอ็กทีฟ กระฉับกระเฉง แถมยังเดินป่าไหว จนหลายๆ คนอดถามไม่ได้ถึงเคล็ดลับการใช้ชีวิต และนี่คือ 9 เคล็ดลับดีๆ ของการ “แก่อย่างมีคุณภาพ ชราอย่างมีสุข” จาก ดร.สุเมธ

    1.อย่าลืมเอาจิตไปพักผ่อนบ้าง
    หลายคนเมื่อเกษียณแล้ว มักใช้เวลาหาแต่ความสุขทาง “กาย” พากายไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปสูดอากาศ ไปกินอาหารดีๆ แต่กลับละเลยไม่คิดที่จะเอาจิตไปพักผ่อน ทั้งที่กายกับจิตนั้นสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อกัน ดร.สุเมธ บอกว่า โดยส่วนตัวทุกครั้งที่มีจังหวะได้พักผ่อนเว้นวรรคชีวิตนานๆ จึงมักถือโอกาสเอาจิตไปพักด้วยการบวช ครั้งล่าสุด บวชตอนอายุ 65 เป็นพระสายวัดป่าอยู่ที่สกลนคร

    2.ใช้ชีวิต อย่างมี “สติ”
    ไม่ว่าจะเป็นการมีสติในการกิน แทนที่จะกินตามใจปาก สนองความอยากของตัวเอง แล้วต้องให้หมอจ่ายยาลดไขมัน ลดน้ำตาล ทำไมเราไม่ลองหันมาลดที่ “ปาก” ของตัวเอง ด้วยการใช้สติในการพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลทุกครั้งในการกิน

    3.น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยมี “เหตุผล” เป็นเครื่องนำทาง
    เหตุผลเป็นผลผลิตของปัญญา ดังนั้น จึงต้องรักษาศีลเสียก่อน และมีสติ สมาธิ ผลสุดท้ายจะทำให้เกิดการพิจารณาโดยใช้ปัญญาเป็นที่ตั้ง เมื่อดำเนินทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผล ก็จะเกิดความพอเพียง

    4.ฝึกการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ด้วยหลัก “ทาน” ของทศพิธราชธรรม
    เกษียณแล้ว อย่าเอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ แต่ให้พยายามหาเรื่องช่วยคนโน้นคนนี้ เท่าที่ร่างกายของเราจะทำได้ รักษาร่างกายให้แข็งแรง เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น

    5.ฝึกระลึกถึง “มรณานุสติ”
    ใครๆ ก็ตายได้ ไม่ว่าใครก็ต้องเจอความตายเท่าเทียมกันหมดทุกคน เมื่อมองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา จะทำให้เรานิ่งกับความตาย

    6.อยู่อย่างสง่า ตายอย่างสงบ
    ตอนมีชีวิตอยู่ต้องมีความสง่างามในตัวเอง ทุกอย่างต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ใครเห็นก็ให้ความเคารพนับถือ และเมื่อถึงเวลาตายก็ตายอย่างสงบ อย่าไปกลัวความตาย จะยิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อตายแล้วเกียรติยศเงินทองสะสมไว้แค่ไหนก็ต้องส่งคืนหมด สิ่งเดียวที่เหลือไว้ คือ ความเป็นตัวตนของเรา ถ้าประกอบคุณงามความดีไว้คนก็ยังนึกถึง แต่ถ้าประกอบความชั่วไว้มาก คนก็ยังด่าทอไปจนถึงลูกหลาน

    7.ร่าเริง รื่นเริง คึกคัก ครึกครื้น
    คาถาที่ว่านี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งเสมอ เพราะจิตเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา มองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก จึงจะสามารถทำงานได้สำเร็จรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อตัวเราร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศรอบตัว คนรอบข้างที่อยู่กับเราก็รื่นเริงไปด้วย

    8.อักโกธะ หรือ ความไม่โกรธ
    เป็นอีกหลักข้อหนึ่งในทศพิธราชธรรม เพราะเมื่อโกรธแล้ว มักจะเสียหายหากคุมอารมณ์ไม่อยู่ในเรื่องไร้สาระ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเรื่องมากระทบใจ แค่ลองพลิกอารมณ์มองให้เห็นเป็นเรื่องสนุกๆ เท่านี้ทุกอย่างก็จบ

    9.อวิโรธนะ คือ การดำรงอยู่ในความถูกต้องเสมอ
    เป็นหลักทศพิธราชธรรมที่ต้องรักษาให้มั่น หากอย่างปฏิบัติตามในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยึดหลักธรรมะที่ต้องมีทั้งสองอย่าง คือ ทั้งความดีและความถูกต้อง เพราะบางอย่างดีแต่ไม่ถูกต้อง บางอย่างถูกต้องแต่ไม่ดี การกระทำของเราต้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เป็นธรรมหรือเปล่า นั่นคือ ดีและถูกต้องหรือเปล่า

    10.รักษากายและจิต
    ผู้สูงอายุต้องรักษากายให้ดี เพราะเงินทองไม่มีประโยชน์ เอาแค่พอเพียงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ที่เหลือเป็นส่วนเกินที่เราไม่ได้ใช้ เรื่องจิตก็สำคัญเช่นกัน ต้องโปร่งใส อย่าไปขุ่นมัวโดยที่ไร้ประโยชน์ คำนึงไว้ว่า เวลาอยู่ในโลกนี้สั้นแล้ว ดังนั้น อย่าเสียเวลาเป็นทุกข์ แต่ให้ Enjoy last minute

    11.อย่าหยุดทำงาน
    เกษียณแล้ว อย่าเอาแต่นั่งๆ นอนๆ เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดทำงาน ร่างกายของเราก็จะหยุดตามลงไปด้วย เหมือนรถที่จอดเฉยๆ สตาร์ตไม่ติด ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งว่า อย่าหยุดด้วยจิต และกายก็อย่าหยุดด้วย ทำให้ ดร.สุเมธ ยังคงทำงานทุกวัน ส่งผลให้แข็งแรงจนถึงวันนี้

    12.ใช้ชีวิตโดยรักษาความเป็นธรรมดาเอาไว้
    อย่ายึดติดยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ให้ทำชีวิตอยู่อย่างธรรมดา เรียบๆ ง่ายๆ เพราะจะยิ่งใหญ่มาจากไหน เกษียณแล้ว ทุกอย่างสูงสุดคืนสู่สามัญ ไม่ต้องเป็นวีไอพีหรอก เพราะจะเป็นวีไอผีอยู่แล้ว

    13.ยึดถือคำว่า “ประโยชน์สุข” เป็นเป้าหมายของชีวิต
    อะไรไม่มีประโยชน์อย่าทำ อย่าคิดทำ ให้ทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ผลสุดท้ายสิ่งที่เราจะได้รับคือความสุข


    แง่คิดดีๆ จาก ดร.สุเมธ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าและความสุขในชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอายุ แต่อยู่ที่ไลฟ์สไตล์และหัวใจที่ไม่มีคำว่าเกษียณ
    ... ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สูงวัยอย่างมีคุณค่า น้อมพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง” ในงานประชุมวิชาการประจำปีที่ประชุมผู้บริหารองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ (ทอพ.) “ประชารัฐร่วมใจ สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ”


    Cr:สสส


    อ่านแล้วช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ เพื่อเป็นวิทยาทาน
    "มาร่วมกันสร้างบุญด้วยการแบ่งปันความรู้"
    เกิดชาติใดขอให้มีความมั่งคั่งเป็นคุณสมบัติติดตัว
     
  12. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    เจอบทความดีๆ อยากให้เพื่อนๆรู้ด้วยค่ะ เลยเอามาฝาก จุ๊ฟฟ
    จาก fb นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์
    วัยเกษียณ อยู่ยังไง

    12 พฤษภาคม 2560

    คุณหมอสันต์ที่เคารพ

    เพิ่งได้ทราบจาก HR ว่าปีนี้คุณหมอปฏิเสธว่าอายุมากแล้วจึงไม่มาสอนในแค้มป์ผู้เกษียณของแบงค์ น่าเสียดายจัง ดิฉันฟังจากรุ่นพี่เกษียณรุ่นก่อนๆก็ตั้งใจมากว่าปีนี้จะได้มาพบและเรียนรู้จากคุณหมอสันต์ แต่ต้องผิดหวัง ที่เขียนมานี้ไม่ได้มีคำถามสุขภาพ แต่อยากจะให้คุณหมอสันต์ให้คำแนะนำแก่ผู้เกษียณน้องใหม่ค่ะ

    .......................................

    ตอบครับ

    สูตรเกษียณเหรอ ถามหมอสันต์แต่ละวันก็จะได้คำตอบไม่เหมือนกันนะ เพราะมันเป็นการตอบจากใจส่วนลึกโดยไม่ได้คิด วันนี้จะตอบสูตรของวันนี้ ว่า

    1. จัดเวลาเพื่อตัวเองวันละ 1-2 ชั่วโมง ทุกวัน ตอนเช้าหลังตื่นนอนใหม่ๆดีที่สุด เพื่อออกกำลังกายและฝึกสมาธิ ข้อนี้สำคัญที่สุด ถ้าคุณทำข้อนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปอ่านข้ออื่น เพราะถ้าคุณทำข้อนี้ไม่ได้แสดงว่าคุณเป็นทาสความคิดของคุณเองจนโงหัวไม่ขึ้นกู่ไม่กลับไปเสียแล้ว เพราะลูกเล่นที่ความคิดของคุณจะใช้กีดกันไม่ให้คุณเข้าถึงความรู้ตัวก็คือการพยายามบอกว่าคุณไม่ว่าง คุณไม่มีเวลา แม้คุณเกษียณแล้วความคิดมันยังพร่ำบอกคุณว่าคุณไม่มีเวลา ถ้าทั้งๆที่คุณได้เวลามาวันละ 8 ชั่วโมงสัปดาห์ละ 5 วันแล้วคุณยังเชื่อความคิดของคุณอยู่อีกว่าคุณไม่มีเวลา ผมก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้แล้ว เพราะคุณได้ตกเป็นทาสความคิดของคุณโดยสมบูรณ์แบบเสียแล้ว

    อนึ่ง ในการออกกำลังกาย ถ้าเบื่ออย่างหนึ่งคุณก็เปลี่ยนไปทำอีกอย่างหนึ่ง เปลี่ยนจนคุณพบวิธีที่ถูกใจทำแล้วสนุก

    2. เมื่อฝึกสมาธิ ให้มุ่งวางความคิด นอกจากวางความคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้แล้ว ให้วางความเป็นบุคคลว่าตัวฉันชื่อนี้อยู่บ้านเลขที่นี้จบเมืองนอกเมืองนามาอย่างนั้นอย่างนี้ วางไว้ก่อน วางความเป็นเจ้าของร่างกายนี้ว่านี่มันเป็นร่างกายของฉัน วางไว้ก่อน วางให้หมดชั่วคราว ให้เหลือแต่ความรู้ตัวที่เป็นความว่างแต่ตื่นอยู่และพร้อมรับรู้ อย่าหวังพบเห็นหรือบรรลุอะไรจากการฝึกนั่งสมาธิเป็นอันขาด เพราะนั่นคือช่องทางไปสู่ความบ้า แค่ให้จิตใจได้สงัดจากความคิดจนความเบิกบานที่ก้นบึ้งของจิตมีโอกาสได้โผล่ขึ้นมาบ้างก็พอแล้ว

    3. ยอมรับ ยอมแพ้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตรงหน้า (surrender) ยอมรับทุกอย่าง อย่างที่มันเป็น แยกความรู้ตัวซึ่งเป็นผู้ดู ออกจากสถานะการณ์ชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกดู ความได้เปรียบของคนแก่ก็คือไม่ต้องรู้สึกผิดว่าตัวเองละเลยสังคม เพราะใจมันยอมรับข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่าเดี๋ยวตัวเองก็จะตายแล้ว อย่าผูกขาดการแก้ปัญหาไว้คนเดียวเลย ทิ้งปัญหาไว้ให้เด็กรุ่นหลังเขาแก้กันเองบ้างเถอะ การปลดทิ้งความรู้สึกผิดแบบนี้เสียได้เป็นการเพิ่มโอกาสที่ใจจะยอมรับทุกอย่างที่มีอยู่เป็นอยู่มากขึ้น โอกาสบรรลุอิสรภาพทางใจก็มากขึ้น

    4. เมื่อมีปัญหาระดับจะเป็นจะตายเกิดขึ้น..อย่าคิด หายใจเข้าออกลึกๆ กลับไปสู่ความรู้ตัวอย่างน้อยสักสองสามนาทีก่อน อย่ารีบตัดสินใจหรือลงมือทำอะไร ปล่อยปัญหาทุกอย่างให้คลี่คลายตัวมันไปเอง เฝ้าดูอยู่นิ่งๆ อย่ายึกยัก อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แค่คอยรับมือเฉพาะส่วนเล็กๆเฉพาะหน้าที่แก้ไขได้ไปทีละช็อตๆ เรื่องใหญ่ๆที่แก้ไขไม่ได้ปล่อยไว้รอให้พระพรหมมาจัดการเอง มาถึงวัยนี้แล้วควรจะเรียนรู้ได้แล้วว่าปัญหาทุกอย่างมันมีวิธีคลี่คลายตัวของมันเอง ไม่มีใครไปยุ่งมันก็จะคลี่คลายตัวของมันเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุปัจจัยเป็นกลไกที่จะคลี่คลายตัวของมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าเป็นคนแก่แบกโลกหรือคนแก่ที่พยายามเข้าไปแก้ทุกปัญหา มิฉะนั้นคุณจะกลายเป็นคนแก่เจ้าปัญหาไปโดยไม่รู้ตัว

    5. ปล่อยวาง ที่ว่าปล่อยวางนั้นนะ ปล่อยวางอะไรหรือ "ความคิด" นั่นแหละคือสิ่งที่จะต้องปล่อยวาง เพราะสิ่งที่จะทำให้เป็นทุกข์ นอกจากความคิดของตัวเองแล้ว..อย่างอื่นไม่มี เกษียณแล้วยิ่งคิดให้น้อยยิ่งดี ยิ่งเบิกบานมากยิ่งดี ตัวชี้วัดความสำเร็จของชีวิตวัยเกษียณมีสองตัวเท่านั้น คือ (1) ความคิดน้อยลง (2) ความเบิกบานมากขึ้น

    6. ลดความคาดหวังในตัวคนอื่นลงจนเหลือศูนย์ รวมทั้งความคาดหวังต่อสามีหรือภรรยาหรือลูกหลานด้วย คนสูงอายุมักอดไม่ได้ที่จะมองเห็นคนอื่นเป็นคนโง่ง่าวไม่เอาไหนกิเลสหนากะโหลกกะลาไปหมด เกษียณแล้วให้เปลี่ยนโลกทัศน์ไปมองคนอย่างไม่พิพากษาบ้าง ลองหัดเทคนิคนี้กับหมากับแมวดูก่อนก็ได้ มองมันอย่างไม่พิพากษา อย่าไปเสียเวลาทะเลาะด่าว่าคนอื่น จงให้อภัยแทน คนที่สอนได้ก็สอน คนที่สอนไม่ได้ก็ปล่อยเขาไปตามยถากรรมของเขา

    7. อย่าไปหวังอะไรกับชีวิตที่เหลือ ในเรื่องนี้ผมอาจจะพูดไม่เหมือนคนอื่นนะเพราะผมพูดจากประสบการณ์ของผมเอง ผมมองว่า "ความหวัง" นี่แหละที่เป็นตัวร้าย มันร้ายพอๆกับ "ความกลัว" เลยทีเดียว เพราะทั้งความหวังและความกลัวมีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนกัน คือมันคอยลากเราหนีหรือลี้ภัยออกไปจากปัจจุบันไปอยู่กับอนาคตซึ่งเป็นเพียงความคิด ทำให้เราหมดโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันซึ่งเป็นวิธีใช้ชีวิตที่ดีที่สุด ชีวิตที่ดีคือชีวิต ณ ปัจจุบัน วันนี้ ทีละขณะๆ อยู่นิ่งๆ ปล่อยทุกอย่างให้เข้ามาหา ยอมรับมัน ไม่ต้องหนี มาร้าย มาดี ยอมรับหมด มันมาแล้วก็รับมือไปทีละช็อต การกระเสือกกระสนแสวงหาหลักประกันอนาคต เช่นเพิ่มวงเงินประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ขยันตระเวณหาหมอ ห้าหมอ เจ็ดหมอ ขยันกินยากินวิตามินทีละกำมือ เป็นการแสดงออกของความกลัวที่พาเราหนีไปจากปัจจุบัน ซึ่งวิธีนี้ไม่มีวันที่จะทำให้เรามีสุขภาพดีได้ เพราะสุขภาพจะดีก็ต่อเมื่อเราได้ใช้ชีวิตในวันนี้อย่างเบิกบาน ไม่ใช่ใช้ชีวิตแบบอยู่กับความหวาดกลัวและเอาแต่หนี

    8. หมั่นให้ทาน สละทรัพย์ แบ่งปันให้ผู้อื่น ลูกหลานจะว่าคุณเป็นคนแก่เลอะหลงใช้เงินไม่เป็นก็อย่าไปสนใจ เงินของคุณไม่ใ่ช่เงินของพวกเขา ถ้าพวกเขาอยากอดออมให้พวกเขาอดออมของเขาเอง อย่ามาบังคับให้คุณอดออมแต่พวกเขาจ่ายเงิน อย่าหวงเก็บเงินไว้ให้ลูกหลาน เพราะการหวงเงินไว้ให้ลูกหลานก็คือการหวงเงินไว้ให้อีโก้หรือตัวตนของคุณเองนั่นแหละ มันจะส่งผลให้คุณกลายเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ไปไหนไม่รอดโดยไม่ทันรู้ตัว การวางแผนการเงินเป็นสิ่งที่ดีหากวางแผนและทำตามแผนโดยไม่คิดกังวลต่อยอด แต่การบ่มเพาะความกังวลว่าวันหน้าจะมีเงินไม่พอใช้จะทำให้คุณต้องอยู่กับความกังวลนั้นตลอดไปจนตายไม่ว่าคุณจะมีเงินกี่แสนกี่ล้าน เพราะวันหน้ามันไม่มีอยู่จริงดอก แต่ความกังวลและหวงทรัพย์สมบัติมันมีผลลบต่อคุณในวันนี้แล้ว ผมจึงเชียร์ให้คุณขยันสละทรัพย์โดยไม่หวังอะไรกลับมา ทุกครั้งที่คุณสละทรัพย์ ความยึดถือในทรัพย์สมบัติของคุณจะลดลงไป ความพร้อมที่จะตายของคุณจะค่อยๆเพิ่มขึ้น

    9. เมื่อคิดจะทำอะไร ให้คิดทำเพื่อผู้อื่น หรือเพื่อโลก ไม่ว่าจะเป็นทำธุรกิจ ทำงานอดิเรก หรือทำงานจิตอาสา ให้คิดว่าทำเพื่อให้คนอื่นได้ประโยชน์ จะปลูกดอกไม้ก็เพื่อให้คนอื่นได้มาชื่นตาชื่นใจ จงใจเลือกทำเฉพาะเรื่องที่คุณทำแล้วมีความสุข เวลาทำให้ทำด้วยความตั้งใจจดจ่อราวกับเจ้าสาวตั้งใจทอเสื้อให้ชายคนรักใส่ แต่อย่าหวังผลว่าจะสำเร็จอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่องานเสร็จแล้วก็วาง ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลวก็วาง ไม่ต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงาน ไม่ต้องแสวงหาชื่อเสียงยามแก่ เพราะชื่อเสียงเป็นอีโก้ที่จะทำให้คุณเข้าถึงความรู้ตัวอันเป็นแหล่งของความสงบสุขที่ภายในยากยิ่งขึ้น

    นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
     
  13. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    ชีวิตเราก็เท่านี้ จ.11-9-60

    ช่วงนี้ก็มีเบื่อๆ บ้าง ไปงานสีดำ งานศพมาก็หลายงาน จนเคยคุยกับเพื่อนๆ เล่นๆ ว่า อายุปูนวัยหกสิบอย่างเรา ไม่ต้องไปตัดชุดสีอื่นแล้ว น่าจะสีดำอย่างเดียวพอ

    ดูข่าวพิธีกรดังสุดๆ รวยสุดๆ เก่งสุดๆ เข้าคุก เออ เป็นไปได้เนาะ ชีวิตคืออะไร สุดยอดของชีวิตต้องการอะไร เงิน งาน ชื่อเสียง ความสุข ความมั่งคั่ง ได้มาจนครบหมดจากความเก่งในทุก ๆ ด้าน ของตนเอง แล้วสุดท้าย..ชื่อเสียงยังไม่ทันหมด ทรัพย์สินที่หามาได้ยังไม่ได้ใช้หรือได้แตะสัมผัส บ้านสวยราคาหลายร้อยล้าน คนรักมากมาย ก็ได้แต่รำพึงรำพันเสียดายความสามารถ ความเป็นอัจฉริยะทางด้านการเก็บเกี่ยวข่าว เล่าเรื่องข่าว คุยคุ้ยข่าว ถึงลูกถึงคน มองเกมส์ทุก ๆ ด้านออก แต่น่าเสียดายที่ลืมคิดถึงเรื่องตัวเองไปนิด เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ก้าวพลาด ถามว่าทำแบบสรยุทธทำในบ้านเมืองเรา พี่แกทำอยู่คนเดียวเหรอ เราแค่มนุษย์ปุถุชนก็เห็นอยู่ทุกวันจนมันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว อะไรที่เงินซื้อไม่ได้แม้แต่ผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่ตัดสินคนอื่นว่าผิด ก็ยังมีข่าวว่าเงินง้างได้เลย เออ..คิดๆ ดู มันคงเป็นกงกรรมกงเกวียนเก่าของพี่แกน่ะแหละ ก็ชดใช้กรรมไป..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กันยายน 2017
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,608
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,066
    แสดงว่าเริ่มปลงตกแล้ว:):)
     
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,608
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,066

    สูงวัยไปด้วยกัน : บ้านหลังสุดท้าย GenO(LD) (2 ส.ค. 60)

    ThaiPBS :-
    Published on Aug 2, 2017
    การเลือกที่จะเข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลายของผู้สูงอายุต่างประเทศจำนวนหนึ่งในประเทศไทย ท่ามกลางภาวะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีความตื่นตัวที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ การเรียนรู้มุมมอง วิธีคิดและการตัดสินใจของผู้สูงอายุต่างชาติที่ปรากฏในสารคดีตอนนี้อาจช่วยสร้างความรู้และทัศนคติใหม่ต่อการเตรียมตัวเป็นสังคมผู้สูงอายุของไทยให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Older5.gif
      Older5.gif
      ขนาดไฟล์:
      156 KB
      เปิดดู:
      54
  16. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266

    พี่ต้อยเตรียมจะกลับมาอยู่บ้านเราเหรอคะ ดีใจจังค่ะ มีแนวโน้มไหมคะ..
     
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,608
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,066
    ป่าวค่ะ :D
     
  18. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    :oops:ป้าต้อยเป็นฝาหรั่ง ปายแย๊วววววววว....ใช่ไหมคะ?...:rolleyes:
    :)ยังคิดถึงอยู่เสมอ ๆ นะคะคุณพี่...;)
     
  19. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,608
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,066
    eyesquinted.jpg
     
  20. pporjai

    pporjai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    8,893
    ค่าพลัง:
    +16,266
    :pช่วงนี้ ตาไม่สามัคคีกันแบบนี้เหรอคะ คุณพี่....น่ารัก ๆ ดีออก คริ ๆ ๆ สงสัยน่าจะเกิดจากการตระเวณเล่นเนทเยอะไปไหมคะ..พอใจเป็นบ่อยค่ะ..ต้องหยุดเล่นเนท เป็นระยะ ๆ ก็จะกลับมาดีดังเดิมค่ะ...:oops:
     

แชร์หน้านี้

Loading...