พุทธประวัติ(แบบสากลยอมรับ)ความกรุณาของพระพุทธองค์

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย DevilBitch, 22 มิถุนายน 2005.

  1. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,777
    ค่าพลัง:
    +36,847
    ครั้งหนึ่ง เมื่อพระองค์เสด็จจาริกเที่ยวสั่งสอนประชาชนตามถิ่นต่างๆ ทรงพักค้างคืนอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง พราหมณ์ชาวนาคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในถิ่นใกล้ๆ กันนั้นได้ตั้งใจไว้แต่กลางคืนว่า รุ่งเช้าจักไปฟังธรรมของพระองค์ แต่โชคไม่เข้าข้างเขา อย่างที่เขานึกไว้ โดยที่พอวันรุ่งขึ้น ถึงเวลาที่เขาควรจะไปฟังธรรมนั้น ปรากฏว่าวัวตัวหนึ่งของเขา ได้หายไปเสียตั้งแต่เวลากลางคืน เขาเป็นคนยากจนมาก ไม่อาจจะปล่อยให้หายเสียเช่นนั้น จึงออกจากบ้าน รีบติดตามวัวไปในป่า โดยหวังว่าจักพบได้ในเวลาอันไม่นานแล้วกลับมาให้ทันฟังธรรมเทศนาพอดี

    แต่วัวได้ไปไกลเกินกว่าที่เขาหวัง แม้เขาจะได้พยายามติดตามเป็นอย่างดีแล้ว กว่าจะพบได้ ก็เป็นเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้ว เขารีบนำวัวกลับบ้านด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลียเพราะการเที่ยววิ่งหาที่นั่นที่นี่ท่ามกลางแดด ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ประสงค์ที่จะพักผ่อน หรือไปรับประทานอาหารเสียก่อน แล้วจึงไปฟังธรรม เขารีบตรงไปสู่ที่ที่พระพุทธองค์ประทับโดยหวังว่าอย่างน้อยที่สุด เขาจะได้ฟังธรรมเทศนาตอนท้ายสักนิดหนึ่ง ก็ยังดี แต่เมื่อเขาไปถึงที่แสดงธรรม ก็มีความประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะว่าธรรมเทศนาสำหรับในวันนั้นยังไม่ได้เริ่มแสดงเลย ในที่แสดงธรรมนั้นพระพุทธองค์ยังคงประทับอยู่นิ่งๆ ในท่ามกลางประชาชนเป็นอันมาก เพื่อรอคอยเขาอยู่ด้วยความอดทน เขามีความดีใจอย่างสูงสุด เมื่อรู้สึกว่าเขามาได้ทันเวลา และได้ค่อยๆ คลานเข้าไปอย่างเงียบๆ ทางท้ายที่ประชุม เพื่อหาที่นั่งสักแห่งหนึ่ง

    แต่พอเขาเข้ามาที่ประตู พระพุทธองค์ก็ได้ทอดพระเนตรเห็นเขาและได้ตรัสถามว่า เขาได้รับประทานอะไรมาบ้างแล้วหรือเปล่า? ชาวนาผู้นั้นได้ทูลว่า เขาเพิ่งกลับมาจากการตามวัวตั้งแต่เช้า และไม่ได้หยุดหาอะไรรับประทาน เพราะประสงค์จะไม่ให้พลาดการฟังธรรม เมื่อได้ทรงสดับดังนั้น พระพุทธองค์รับสั่งให้อุปัฏฐากผู้หนึ่งของพระองค์ไปนำอาหารบางอย่างมาให้ชาวนาผู้นั้น และได้ทรงรอจนกว่าเขาจะรับประทานอาหารเสร็จ

    ฝ่ายชาวนานั้นเมื่อรำงับความหิวและความกระหายแล้ว ได้เข้ามาเฝ้าอยู่ใกล้ๆ พระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงเริ่มการแสดงธรรม เขาจึงได้ทราบ ณ บัดนั้นเองว่าพระพุทธองค์ได้ทรงทราบวาระน้ำใจของเขาว่า เขาต้องการฟังธรรม และได้ทรงนั่งรอคอยเขาอยู่ท่ามกลางที่ประชุมพร้อมด้วยคนเป็นอันมาก จนกระทั้งเขากลับมา พวกชาวบ้านและภิกษุเป็นอันมากพากันเห็นว่าเป็นของแปลกประหลาดอย่างยิ่ง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่พระพุทธองค์ไม่ทรงเอาใจใส่ในเรื่องอาหารของคนเพียงคนเดียว ทั้งเป็นเพียงฆราวาสไม่ใช่ภิกษุ มิหนำซ้ำยังเป็นพราหมณ์ ไม่ใช่สาวกของพระองค์มาก่อนเลย แต่พระกรุณาและความตั้งพระทัยของพระองค์ ซึ่งมีต่อพราหมณ์นั้นได้เป็นผลดียิ่ง หัวใจของพราหมณ์นั้นเต็มตื้นไปด้วยควาเผื่อแผ่ของพระองค์ และเมื่อจบธรรมเทศนาแล้ว เขาก็ได้กลายเป็นสาวกของพระองค์จนตลอดชีวิต
     
  2. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,777
    ค่าพลัง:
    +36,847
    ในคราวอื่นอีก พระองค์ได้ทรงแสดงความกรุณาต่อชาวบ้านตามธรรมดาซึ่งเป็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่ง ในเมืองซึ่งพระองค์กำลังประทับอยู่ในขณะนั้น มีช่างทอผ้าคนหนึ่งอาศัยเลี้ยงชีพอยู่ด้วยกันสองคนกับบุตรสาว มีบุตรสาวเป็นผู้ช่วยทำงาน เด็กหญิงผู้นี้มีความปรารถนาที่จะฟังธรรมเทศนาของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง แต่ในวันที่พระองค์จะทรงแสดงธรรมเทศนานั้น เผอิญมีงานท่อผ้าด่วน ที่เขากับบิดาจะต้องทำให้เสร็จทันในวันนั้น ดังนั้นเด็กหญิงผู้นั้นจึงได้ตั้งใจ ที่จะรีบทำงานส่วนของตนให้แล้วเสร็จก่อนเวลา จนมีเวลาเหลือสำหรับการไปฟังธรรมเทศนาด้วย เมื่อเขาได้รีบทำงานส่วนที่เป็นหน้าที่ของเขา คือม้วนด้ายที่กรอนั้นเสร็จแล้ว ก็ตั้งใจจะไปส่งให้แก่บิดาที่โรงทองผ้าอีกแห่งหนึ่ง แต่ในระหว่างทางที่เดินไปนั้น ยังไม่ถึงโรงทองผ้า เขาได้ผ่านที่ซึ่งหมู่ชนกำลังนั่งฟังธรรมเทศนาของพระองค์อยู่ เด็กหญิงผู้นั้นได้วางหลอดด้ายลงและนั่งอยู่แถวหลังสุดของหมู่คนที่นั่งฟัง แต่พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า เด็กหญิงคนนี้พร้อมที่จะเข้าใจธรรมะ และปฏิบัติตามธรรมของพระองค์ จึงรับสั่งให้เข้าไปนั่งใกล้กว่านั้น เพื่อจะได้นั่งฟังถนัดไม่ผิดพลาด เด็กหญิงนั้นได้เข้าไปใกล้พระองค์ พระองค์ทรงทักทายเพื่อให้เกิดความดีใจโดยตรัสถามว่า เขามาจากไหนและกำลังจะไปข้างไหน แต่เด็กหญิงนั้น ทั้งๆ ที่ทราบดีอยู่ ว่าตนมาจากไหนและจะไปที่ไหนก็ตาม ได้ทูลว่า
     
  3. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,777
    ค่าพลัง:
    +36,847
    แต่ในขณะที่เขาเล็งลูกศรตรงไปยังสมณะผู้นั่งสงบนิ่งอยู่อย่างประหลาดนั้น ปรากฏว่ามือของเขาสั่น ดังนั้นลูกศรที่เขายิงไป จึงพลาดที่หมาย ตั้งแต่เป็นพรานมาในชีวิตเขาไม่เคยยิงอะไรผิดในระยะใกล้เช่นนี้ เขาจึงโกรธตัวเองหนักขึ้น เขาหยิบลูกศรมาอีกดอกหนึ่ง แล้วยิงไปใหม่ ก็พลาดอีก เขายิ่งประหลาดใจในการที่ความแม่นยำของเขามาสูญสิ้นไปอย่างกะทันหันเช่นนี้แต่ก็ได้ฝืนยิงไปอีกดอกหนึ่งเป็นดอกสุดท้าย ซึ่งก็พลาดที่หมายอีกอย่างเดียวกัน ในขณะนั้น ความรู้สึกซึ่งยิ่งไปกว่าความกลัว ได้เกิดขึ้นในใจของเขาจนคันศรและลูกศรตกจากมือ เขาได้หมอบคลานไปสู่ที่ที่พระพุทธองค์ประทับนั่งอยู่ แล้วทูลถามว่า
     

แชร์หน้านี้

Loading...