พุทธพยากรณ์ ตอบพระสุบิน 16 ข้อ

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย aprin, 29 ธันวาคม 2010.

  1. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,492
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,514
    (ถอดความจากอรรถกถาพระไตรปิฎก มหาสุบินชาดก เอกนิบาตชาดก ขุททกนิกาย)

    คืนวันหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ครองกรุงสาวัตถี ได้ทรงสุบินเป็นนิมิตประหลาดถึง 16 ประการ เหล่าพราหมณ์ปุโรหิตประจำราชสำนักต่างทำนายว่าสุบินร้ายเป็นอันตรายแก่บ้านเมือง จึงเสด็จไปยังเชตุวันมหาวิหาร ขอให้พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์

    พระพุทธองค์ทรงประทานพุทธพยากรณ์โดยพิสดารตามลำดับดังนี้

    ข้อที่ 1 ทรงสุบินว่า"มีโคถึกกำยาสีดอกอัญชัน 4 ตัว วิ่งมาจาก 4 ทิศทาง ทะยานสู่ท้องพระลานหลวงอย่างดุดันพร้อมคำรามลั่นจะเข้าปะทะกัน ฝูงชนเฝ้าดูด้วยความตระหนก แต่พอเข้าใกล้กลับถอยออกห่างออกไป"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อโลกถึงจุดเสื่อม ผู้คนไม่มีศีลธรรม ฟ้าดินจะวิปริตเพราะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายด้วยความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ฤดูกาลจะแปรเปลี่ยน บ้านเมืองจะเกิดทุพภิกขภัย ผืนดินจะแห้งแล้ง ขณะที่ฝนฟ้าทะมึนน่ากลัวกลายเป็นอุทกภัยเข้าท่วมทำลายบ้านเรือนและธัญพืช ปฐพีจะสะท้านสะเทือนไหว ทะเลพิโรธเป็นคลื่นใหญ่ถาโถมเข้าซัดฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตผู้คนให้บาดเจ็บล้มตายนับหมื่นแสน เกิดเป็นวิปโยคทั่วแผ่นดิน ปานประหนึ่งปฐพีจะถล่มด้วยสัตว์ใหญ่พลังมหาศาลจาก 4 ทิศ แต่สุดท้ายกลับสลายคลายวิกฤติไปได้ เหมือนโคใหญ่ต่างถอยออกห่างไม่เข้าปะทะกัน"

    ข้อที่ 2 ทรงสุบินว่า "ต้นไม้เล็กๆและกอไผ่ที่โตเพียงคืบเพียงศอก ต่างพากันแตกหน่อออกดอกผลเป็นที่น่าประหลาด"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปเมื่อศีลธรรมเสื่อมทรามลง เด็กเยาว์วัยแม้จะยังไม่เติบใหญ่สมบูรณ์ แต่กลับจะมีจริตราคะแก่กล้าเข้ามั่วสุมกามตัณหาและสมสู่กันตั้งแต่อายุยังไร้เดียงสา ทารกน้อยจำนวนหนึ่งจะถูกทำร้ายตั้งแต่อยู่ในครรภ์เป็นที่น่าสมเพช ผู้มีบุตรในวัยเด็ก เหมือนต้นไม้ที่ออกดอกผลมาตั้งแต่ยังเป็นไม้เล็กย่อมไม่สมบูรณ์"

    ข้อที่ 3 ทรงสุบินว่า "เหล่าแม่โคตัวใหญ่ พากันดูดดื่มน้ำนมจากเต้าลูกโคตัวเล็กๆ"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในภายภาคหน้า ผู้เฒ่าผู้แก่จะอ่อนแอหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาลูกหลานเลี้ยงดูอุปการะ ความเคารพยำเกรงพ่อแม่ครูอาจารย์จะเสื่อมถอยลดน้อยลง ผู้ใหญ่ต้องพึ่งพาอาศัยเด็กเลี้ยงชีพ เหมือนแม่โคต้องดูดดื่มน้ำนมจากลูกโคตัวเล็กๆ"

    ข้อที่ 4 ทรงสุบินว่า"ผู้คนไม่ใช้โคใหญ่แข็งแรงเข้าเทียมแอกลากเกวียน แต่กลับใช้โครุ่นอ่อนเยาว์ไร้ประสบการณ์เข้าลากเกวียนหนัก เมื่อพละกำลังไม่พอ ลากเกวียนไม่เคลื่อนก็พยายามสลัดแอกทิ้งเกวียนวิ่งหนี"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง มีสติปัญญาและประสบการณ์จะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง คนหนุ่มชื่อเสียงดีจะได้รับการมอบหมายให้เข้ารับงานใหญ่ ครั้นเมื่อตรากตรำด้วยงานหนักเกินแรงและขาดไร้ประสบการณ์ ก็ทดท้อพยายามถอดแอกสลัดเกวียนหนี กิจการสำคัญไม่สำเร็จ ทำให้เกิดความเสียหาย เหมือนใช้โครุ่นมาใส่แอกเทียมของหนักเกวียนจึงเดินหน้าไม่ได้"

    ข้อที่ 5 ทรงสุบินว่า "ม้าตัวหนึ่งมีปากสองข้าง ครั้นคนเอาหญ้าไปป้อนก็เอี้ยวปากกินหญ้าสองข้างทั้งซ้ายขวาอย่างตระกราม"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ในอนาคตเมื่อผู้บริหารไม่ดำรงอยู่ในธรรม เห็นแก่ลาภสักการะและการประจบสอพลอ ตั้งคนพาลไม่มีศีลธรรมไว้ในตำแหน่งสำคัญอันมีผลต่อผู้อื่น ตุลาการคนพาลเหล่านั้นจะละโมบไม่นึกถึงบาปบุญคุณโทษ ยามมีคู่คดีก็กินสินบนสองฝ่ายจากปากซ้ายขวาเหมือนม้าที่กินหญ้าทั้งสองปาก"

    ข้อ 6 ทรงสุบินว่า "มีคนเอาถาดทองคำราคาแพงไปรองรับน้ำปัสสาวะสุนัขจิ้งจอก"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปข้างหน้าคนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอำนาจวาสนา คนชั่วตระกูลต่ำ หรือคนพาลจะได้เป็นใหญ่เป็นโต คนดีมีตระกูลจะต้องน้อมคาระรองรับความสกปรกจากคนชั่วไร้สกุลรุนชาติเหล่านั้น เหมือนเอาถาดทองไปรองรับน้ำปัสสาวะสุนัขจิ้งจอก"

    ข้อ7 ทรงสุบินว่า"ชายคนหนึ่งนั่งบนตั่งเอาแผ่นหนังฟั่นเป็นเชือก ปลายเชือกที่ฟั่นแล้วหย่อนไปใต้ตั่ง สุนัขจิ้งจอกสาวซ่อนตัวอยู่ใต้ตั่ง คอยกัดกินเชือกหนังที่ฟันแล้วจนหมดสิ้นโดยชายผู้ฟั่นเชือกไม่รู้ตัว"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในกาลข้างหน้า เหล่าสตรีบางคนจะมีความประพฤติเหลวไหล มีจิตใจโลเลลุ่มหลงสุรายาเมาและอบายมุข เอาแต่แต่งตัว เที่ยวเตร่ ประพฤติทุศีล แล้วจะเอาทรัพย์ที่สามีหาได้ด้วยความเหนื่อยยากไปฟุ่มเฟือยปรนเปรอชายชู้ เหมือนนางหมาโซที่นอนแอบใต้ตั่ง คอยกัดกินเชือกที่เขาฟั่นไว้ให้อย่างดีเป็นอาหาร"

    ข้อ 8 ทรงสุบินว่า "ตุ่มน้ำใบใหญ่มีน้ำเต็มตุ่มวางอยู่หน้าประตูวัง ข้างตุ่มใหญ่มีตุ่มเล็กที่ว่างเปล่าวางรายล้อมจำนวนมาก ฝูงชนพากันตักน้ำมาใส่ตุ่ม แต่ต่างเทน้ำลงตุ่มใหญ่ที่มีน้ำเต็มอยู่แล้วจนน้ำล้นไหล ปล่อยให้ตุ่มเล็กทั้งหลายต่างว่างเปล่า

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อศาสนาเสื่อม ผู้มั่งคั่งมีอำนาจจะเบียดเบียนเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า ผู้คนต่างพะนอเอาใจจุนเจือผู้มีอำนาจและร่ำรวยอยู่แล้วจนรวยล้น ส่วนคนจนจะยังยากจนว่างเปล่าไร้คนอุดหนุนจุนเจือ คนรวยและคนจะจะแตกต่างห่างชั้นกันยิ่งขึ้น ดังฝูงชนที่พากันตักน้ำใส่ตุ่มใหญ่ที่เต็มอยู่แล้วจนล้น ส่วนตุ่มเล็กรายรอยที่ว่างเปล่าไร้คนเหลียวแล"

    ข้อ 9 ทรงสุบินว่า "สระบัวใหญ่แห่งหนึ่งมีบัวนานาพันธุ์หลากสีสัน มีท่าขึ้นลงสระโดยรอบ มีสัตว์ใหญ่น้อยจำนวนมากชุมนุมเหยียมย่ำลงไปดื่มน้ำที่ขอบสระ น้ำขอบสระที่ถูกเหยียบย่ำกลับใสสะอาด ส่วนน้ำกลางสระที่ปราศจากการเหยียบย่ำรบกวนกลับขุ่นข้นเป็นโคลนตม"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปเบื้องหน้า เมื่อศูนย์อำนาจในเมืองไม่ตั้งอยู่ในธรรม ขาดเมตตา คอยใช้อำนาจ รีดนาทาเร้นประชาชน ทุจริตกินสินบน คนดีๆในเมืองต่างหนีออกจากเมืองไปอยู่ชนบทรอบนอก ทำให้ในกลางมากด้วยคนสกปรกโสมมเหมือนน้ำกลางสระที่ขุ่นข้นด้วยโคลนตม ส่วนรอบนอกถึงแม้จะชุมนุมด้วยคนดีจำนวนมากแต่ก็ยังสะอาดใสไม่เปื้อนมลทินเหมือนน้ำที่ขอบสระ"

    ข้อ 10 ทรงสุบินว่า "เห็นข้าวที่หุงในหม้อดินใบเดียวกัน ด้านหนึ่งของหม้อข้าวเป็นข้าวสุก ด้านหนึ่งเป็นข้าวดิบ อีกด้านหนึ่งเป็นข้าวสุกๆดิบๆเป็นที่น่ากังขา"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ในอนาคต เมื่อผู้คนทั้งหลายไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม มีการก่อกรรมทำชั่วมากขึ้น จะทำให้ดินฟ้าอากาศวิปริต แผ่นดินแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลและไม่ทั่วถึง การเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารให้ผลไม่เสมอเหมือนกัน บางแห่งได้ผลดี บางแห่งก็ล้มเหลว ขณะเดียวกันในสังคมเดียวกันจะคละเคล้าด้วยคนดีคนชั่ว ต่างคุณธรรมและต่างมาตรฐาน แล้วแต่กรรมดีกรรมชั่วของแต่ละคนที่แตกต่างกัน"

    ข้อ 11 ทรงสุบินว่า "มีภิกษุเอาไม้แก่นจันทน์ราคาแพง ไปแลกกับเศษไม้เปรียงเน่า"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "กาลภายหน้าเมื่อพระศาสนาเสื่อมโทรม พระภิกษุอลัชชีทุศีลบางหมู่เหล่าจะทอดทิ้งอภิธรรมคำสอนอันมีค่า และละศีลละวินัยไปลุ่มหลงมัวเมาอวิชชา เพื่อแลกลาภสักการะที่บูดเน่าด้วยความละโมบโลภหลง เหมือนภิกษุเอาไม้แก่นจันทน์ราคาแพงไปแลกไม้เถาวัลย์เปรียงเน่า"

    ข้อ 12 ทรงสุบินว่า "เห็นกะโหลกน้ำเต้าแห้งจมน้ำผิดวิสัย"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในกาลข้างหน้า คำพูดของคนดีมีสัจจะไม่ได้รับความเชื่อถือ คนดีมีสัตย์ซื่อควรยกย่องเชิดชูกลับจมหาย นักบวชสมณะผู้บริสุทธิ์ และสุจริตชนผู้เบาบางจากความละโมบและกิเลสตัณหากลับจมน้ำไม่ได้พบเห็น เหมือนกะโหลกน้ำเต้าแห้งที่ควรล่องลอยกลับต้องจมน้ำอย่างประหลาด"

    ข้อ 13 ทรงสุบินว่า "เห็นแผ่นศิลาลอยล่องอยู่เหนือน้ำ "

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในภายภาคหน้า คนใจบาปหนักหนาด้วยกิเลสหยาบช้า พอกพูนด้วยความชั่วร้ายโลภโมโทสัน แต่กลับเรืองอำนาจวาสนาฟูเฟื่องอยู่ในสังคม ประดุจแผ่นศิลาลอยล่องอยู่เหนือน้ำได้"

    ข้อ14 ทรงสุบินว่า"เห็นฝูงเขียดน้อยไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ แล้วกัดกลืนกินเนื้องูเห่าเหมือนกัดก้านบัว"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปในภาคภาคหน้าเมื่อศีลธรรมเสื่อมโทรม ผู้คนมักมากด้วยติดในกำหนัดกามรส ผู้มีอำนาจวาสนายิ่งใหญ่ประดุจดังพญางูแผ่พังพาน รวมทั้งนักบวชผู้มีชื่อเสียงอุโฆษ ทรงสมณศักดิ์ หากไม่ระมัดระวังเคร่งครัดสำรวมตน สุดท้ายอาจถูกทำลายง่ายดายด้วยเสน่ห์มายาของอิสตรี ประดุจดังงูเห่าตัวใหญ่ถูกกัดกินย่อยยับด้วยฝูงเขียดน้อย"

    ข้อ15ทรงสุบินว่า"เห็นพญาหงส์ทองที่ทรงศักดิ์ ถูกห้อมล้อมด้วยฝูงแร้งและกาดำจนเสื่อมเสียหมดราศี"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ในอนาคตกาลภายหน้า ผู้มีตำแหน่งการงานที่ยิ่งใหญ่ เพียบพร้อมด้วยอำนาจวาสนาและชาติตระกูลสูงศักดิ์ จะถูกทำให้มัวหมอง เพราะบริวารน้อยใหญ่ที่เข้าห้อมล้อมประจบสอพลอแอบอิงอำนาจบารมีแสวงหาประโยชน์ จนสุดท้ายตัวเองต้องเสื่อมเสียอัปราชัย เหมือนพญาหงส์ทองที่ทรงศักดิ์ ถูกฝูงแร้งและกาดำสกปรกเข้าติดตามห้อมล้อมจนสูญสิ้นศักดิ์ศรีบารมีพญาหงส์"

    ข้อ 16 ทรงสุบินว่า "ฝูงแกะน้อยใหญ่พากันร้องไล่กัดพญาเสือเหลืองผู้สงบ ทำให้ฝูงเสือต้องหวาดกลัวหลบซ่อนตัวหนีฝูงแกะ"

    พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า

    "ต่อไปภายภาคหน้า คนชั่วจะเรืองอำนาจจนบังอาจค่อนขอดจาบจ้วงพระราชา เหล่าไพร่จะระเริงเหลิงเสรีก่อความไม่สงบ มหาชนจะรวมกลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ คนชั่วสมคิดล้มล้างพระราชา คนดีมีตระกูลจำนวนมากต้องซ่อนตัวเงียบสงบหลบหนีหาย เหมือนพญาเสือเหลืองและฝูงเสือต้องซ่อนตัวหนีฝูงแกะ"

    เหตุทั้งสิ้นในนิมิตทั้งจะยังไม่เกิดในแผ่นดินมหาบพิตร ณ บัดนี้ แต่จะอุบัติทั่วปฐพีเมื่อล่วงพ้นกึ่งพุทธกาลไปแล้วพึงตระหนัก

    ยังมีพุทธทำนาย เพิ่มเติมที่มีผู้ถอดความจากศิลาจารึก เชตวันมหาวิหาร สวนมฤคทายวัน ความว่า

    พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า

    "ดูกรพระอานนท์....เมื่อศาสนาตถาคตล่วงเลยไปถึงกึ่งพุทธกาล สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดในยุคนั้น จะพบกับความลำบากทุกชาติทุกศาสนา ตามธรรมชาติของโลก ที่หมุนเวียนไปใกล้ความแตกทำลาย แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทิศ คนในสมัยนั้นจะมีวิสัยโหดดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิต ส่วนเวไนยสัตว์ผู้ขวนขวายในกุศลกรรมตามวัจนะของตถาคต ก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัย และคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติข้างหน้าอาจเบาบาง แต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น

    ในระยะนั้น ศาสนาของตถาคตเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมของคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพหลักธรรมนิยม คนประจบสอพลอได้รับการเชื่อถือในสังคม ผู้มีศีลธรรมประพฤติชอบ กลับไม่มีคนเคารพยำเกรง คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับเป็นกรรมของสัตว์โลกที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศีลห้าประการ เจริญเมตตากรุณา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษ รู้จักพอ ไม่หลงมัวเมาในอำนาจและลาภยศ ตั้งใจประพฤติตนตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในยุคกึ่งพุทธกาลแล"

    http://www.naewna.com/news.asp?ID=242709
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 ธันวาคม 2010
  2. โลกุตตระ

    โลกุตตระ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    448
    ค่าพลัง:
    +2,624
    เป็นจริงเกือบทุกข้อแล้ว เห็นได้ในปัจจุบันนี้

    อนุโมทนาครับ..
     

แชร์หน้านี้

Loading...