เรื่องเด่น ภัยมืดในอาหาร มัจจุราชเงียบ 12 ประการที่คุณไม่รู้

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 8 มกราคม 2011.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,547
    กระทู้เรื่องเด่น:
    152
    ค่าพลัง:
    +147,907
    ภัยมืดในอาหาร มัจจุราชเงียบ 12 ประการที่คุณไม่รู้

    นพ.กฤษดา ศิรามพุช

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

    เรื่องโดย...นพ.กฤษดา ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ)

    ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์
    (American Board of Anti-aging medicine)
    <!-- e -->
    drkrisda@gmail.com<!-- e -->


    [​IMG] [​IMG] [​IMG]


    ในอนาคตนั้นสาเหตุการเสียชีวิตของปุถุชนคนเดินดินอย่างเรา
    จะเปลี่ยนจากเรื่องของโรคทางกายไปเป็นโรคที่เกิดจาก “จิตทำร้ายกาย”
    หรือโรคทางจิตใจกันมากขึ้น ซึ่งก็มักเป็นโรคที่เกิดจากการทำตัวเอง
    โดยเฉพาะนโยบายตัดช่องน้อยแต่พอตัว
    ไม่รู้จะมัวอยู่ไปใยชวนให้ฆ่าตัวตายกันเป็นเบือดังที่เป็นข่าวครึกโครมไป


    ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้ให้เกียรติประเทศไทยมากโดยได้จัดว่า
    การฆ่าตัวตายจะนำโด่งขึ้นมาเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสอง
    รองจากมัจจุราชโรคหัวใจใน อีก 12 ปีข้างหน้า


    นอกจากนั้นเหล่าซือแป๋ฟิวเจอริสต์นักทำนายอนาคต
    อันไม่เกี่ยวกับโหรดวงตกทั้งหลายท่านยังกะการณ์ไว้ว่า
    อีกไม่ถึงห้าสิบปีเราจะกำจัดโรคทางกายได้หมด
    จนทำให้เหตุการณ์ตายเปลี่ยนเป็นเกิดจากผู้ก่อการร้ายและภัยธรรมชาติแทน
    ดังที่อเมริกาได้ทำรูป “นาฬิกาสิ้นโลก(Doomsday clock)” ไว้ ให้ดูง่ายๆ
    ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
    เข็มของนาฬิกานั้นยิ่งเข้าใกล้เที่ยงคืนมากเท่าใด
    แปลว่า โลกอยู่ใกล้หายนะมากเท่านั้น


    แต่แท้จริงนั้นถ้าดูกันให้ดีเราอาจลืมเผอเรอไปว่าเรื่องของอาหารการกิน
    ก็มีส่วนสำคัญในการลาลับโลกของมนุษย์ไม่แพ้การก่อการร้ายเลย
    แถมยังแย่กว่าเสียอีกด้วยว่ามักงุบงิบสะสมพิษร้ายไปเรื่อย
    ให้เราตายใจไม่ใคร่จะกลัวกันนัก
    แต่เมื่อถึงเวลาก็กลายเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายหรือหัวใจวายตายไปเลย

    [​IMG]

    รูปที่ 1 “นาฬิกาสิ้นโลก” ที่ใช้เป็นหน้าปกของวารสารอะตอมมิกไซแอนทิสต์
    มาตั้งแต่ปี 1947 แล้ว เป็นสัญลักษณ์บอกถึงปัญหานานาประเภทที่มนุษย์ก่อขึ้นมา
    แล้วทำให้โลกเข้าใกล้กาลอวสานมากเพียงใดแล้ว
    โดยดูจากเข็มยาวว่าใกล้เที่ยงคืนมากเท่าใด


    เมื่อพูดถึงประเด็นเรื่องอาหารปลอดภัยแล้ว
    ถึงแม้อาหารของชาติใดจะมีอันตรายร้ายกาจอย่างไรก็ตาม
    แต่อาหารชาติไทยนั้นอย่างไรก็ยังปลอดภัยและมีสารอาหารต้านแก่อยู่อย่างเต็มล้นปรี่
    ทำให้ผมหวนนึกไปถึงเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนที่ท่านอดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้
    ได้กล่าวอมตะวาจาไว้ ณ ประเทศเยอรมันตะวันตกว่า
    “เมื่อ สองพันกว่าปีที่แล้ว คำพูดที่ถือว่าเป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจของมนุษย์
    คือ ข้าพเจ้าเป็นประชาชาติโรมัน แต่ ณ บัดนี้
    คำกล่าวอ้างอันน่าภูมิใจนั้นต้องเปลี่ยนไปเป็นว่าข้าพเจ้าเป็นประชาชน แห่งเบอร์ลินแทน...”


    ถือได้ว่าเป็นสุนทรพจน์อันยิ่งใหญ่กินใจคนทั้งโลก
    เพราะกล่าวหลังจากสตาลินสร้างกำแพงเบอร์ลินกั้นแยกชาติเยอรมันได้ไม่นาน
    แต่สำหรับตัวผมเองนั้นผมว่า ณ ขณะปี พ.ศ. 2551 นี้
    คำพูดที่ควรจะพูดได้เต็มปากและแสดงความภาคภูมิใจให้ชาวโลกเห็นได้ดีที่สุด
    คือ “ข้าพเจ้าเป็นคนไทย” ครับ
    เพราะคนไทยนั้นมีทั้งหลักยึดเหนี่ยวแห่งจิตใจอันประเสริฐ
    ทำให้มีกำลังใจแข็งแกร่งกันอยู่ชั้นหนึ่ง
    แล้วยังมีเรื่องของความอุดมสมบูรณ์จากพฤกษมังสาหารทั้งหลาย
    จนเป็นที่น่าอิจฉาของประเทศอื่นเป็นยิ่งนัก แม้จะไร้เงาเขาพระวิหารไปแล้วก็ตาม(โฮ!)

    [​IMG]

    รูปที่ 2 “อิคช บิน ไอน์ แบลินเนอร์” หรือข้าพเจ้าเป็นพลเมืองแห่งเบอร์ลิน
    อมตะวัจนะแห่งประธานาธิบดีเคนเนดี้ที่กล่าวไว้ว่าจะเป็นประโยคที่ภาคภูมิใจแก่ผู้พูด
    ซึ่งก็คงไม่แพ้คำว่า “ข้าพเจ้าเป็นพลเมืองแห่งราชอาณาจักรไทย”
    ที่อุดมสมบูรณ์ทั้งอาหารกายอาหารใจเป็นแน่


    ทว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์ดีร้อยเปอร์เซ็นต์
    อาหารการกินในปัจจุบันนี้นอกจากจะไม่ประณีตเหมือนเมื่อก่อน
    แล้วยังแถมไปด้วยอันตรายแฝงอยู่ทุกอณูทั้งที่รูปลักษณ์ภายนอกดูสวยชวนชิมทีเดียว
    ดังที่ท่านผู้อ่านก็คงได้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวันจนทำให้หลายต่อหลาย
    ท่านท้อไปว่าการจะมีชีวิตอยู่ดีมีสุขนี่ก็ยากพอดูอยู่แล้ว
    แต่จะดำเนินชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขชักกระตุกทีเดียวตายนี้ยิ่งยากหนักหนา
    ด้วยก่อนตายอาจต้องทุพพลภาพ เป็นโรคสมองเสื่อมจากสารพิษ
    หรืออัมพฤกษ์อัมพาตนอนเป็นผักอยู่
    เพราะอาหารมันๆ ทั้งหลายประดังกันเข้าไปอุดหลอดเลือดเสียสิ้น


    แต่กระนั้นก็ดีคงไม่จำเป็นต้องถึงขนาดเก็บตัวเป็นดักแด้หนอนไหมอยู่ในบ้าน
    ไม่ออกไปเดินเล่นตลาดนัดหรือมีปฏิสัมพันธ์กับใคร
    ใฝ่ใจมุ่งแต่ประพฤติพรหมจรรย์ดุจชีมืด
    เพราะถึงแม้อุตส่าห์ทำถึงเพียงนั้นก็ตามทีถ้ายังมี “อวิชชา”
    ไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยีอาหารอยู่ท่านก็ยังเหมือนอยู่ใกล้ป่าช้าแค่เอื้อม
    ด้วยว่าสารพิษบางอย่างมาในรูปของยาและอาหารเสริม
    ก็มีดังในบทความที่ได้เคยคุยกันไปแล้ว


    ขนาดราชาธิราชใหญ่ค้ำฟ้าขนาดจิ๋นซีเมื่อสองพันกว่าปีก่อนยังเชื่อว่า
    น้ำปรอทเป็นหนึ่งในอมตะโอสถ
    จะช่วยให้ท่านดำรงขันธ์เป็นโอรสสวรรค์ต่อไปได้ เป็นหมื่นปี
    แต่ไม่ช้านานหลังจากนั้นก็กลับกลายเป็นว่า
    สวรรค์ทูลเชิญท่านไปเป็นโอรสอยู่ใกล้ชิดเง็กเซียนเบื้องบนแทน
    หรือแม้แต่เครื่องสำอางค์หน้าขาวสมัยอลิซาเบแธน
    (ในราวสมัยสมเด็จพระนเรศวร ของไทย)
    ก็ทำมาจากตะกั่วขาวซึ่งใช้กันตั้งในในราชสำนัก
    ท้าวพญามหากษัตริย์ไปจนถึงชั้นขุนน้ำขุนนางนางพญาอังกฤษ
    อย่างควีนอลิซาเบธที่หนึ่งหรือพระนางแมรี่ควีนแห่งสก็อตก็ทรงใช้อย่างสม่ำเสมอ


    หาดูได้ง่ายจากพระบรมฉายาลักษณ์ในสมัยนั้นที่สตรีชั้นสูงจะดูวงหน้าขาวเด่น
    ลอยออกมาจากรูปและรอบคอก็ใส่วงลูกไม้ระบายขนาดใหญ่โตเหมือนพาน


    ว่ากันว่าสารตะกั่วหน้าขาวนี้นอกจากสะสมทำให้เกิดพิษภัยกับผู้ใช้
    แล้วก็ยังไพล่ไปเกิดพิษกับบุรุษผู้อยู่ใกล้ชิดด้วย
    ดังที่ว่ามีเรื่องราวร้องเรียนกันในสมัยนั้นว่าสามีของสตรีชั้นสูงเหล่านี้
    ต่างพากันโอดครวญถึงพิษของสารตะกั่วที่ได้รับจากสุภาพสตรีมายเลดี้ทั้งหลาย
    แต่กระนั้นก็ดีปัจจุบันนี้หาใช่จะมีแต่อิตถีเพศหรือผู้ลากมากดีเท่านั้น
    ที่อยากจะมีสุขภาพดีผิวสวยงาม แต่ไม่ว่าจะเพศใดวัยใดก็ตาม
    ลึกๆในใจทุกท่านก็ล้วนแต่อยากมีรูปร่างดีมีเสน่ห์และสุขภาพเป็นเลิศด้วยกันทั้งนั้น
    บางท่านว่ามักน้อยไม่ได้อยากหล่อสวยอันใด
    แต่ขอให้ไม่ต้องเป็นโรคทุกข์ทรมานก่อนตายก็พอ
    แม้จะปรารถนาน้อยเพียงนี้แต่บางทีมันก็นำท่านไปสู่อันตรายได้เช่นกัน


    ด้วยว่าอาหารและยาส่วนใหญ่ที่จะเอามาใช้บำรุงขันธ์ห้าของท่านได้นั้น
    จำต้องใส่สารกันบูดกันเสียทั้งนั้น ดังนั้นก็เห็นจะมีวิธีเดียว
    ที่ท่านสามารถจะสามารถกินอยู่อย่าง “ทุกข์น้อยที่สุด”อยู่บนโลกใบได้
    ก็ด้วยการ “รู้เท่าทัน” เท่านั้น ต้องรู้เท่าทันพิษร้ายที่อาจปนเปื้อน
    หรือถูกใส่มาในอาหารให้ได้ดีที่สุด
    แล้วที่เหลือก็สุดแล้วแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนท่านจะกรุณาเราเอง

    [​IMG]

    รูปที่ 3 ตั้งแต่ก่อนคริสตกาลในยุคของจิ๋นซีมาจนถึงยุคเรอเนสซองส์ในยุโรป
    ผู้คนเชื่อว่าสารพิษโลหะหนักเช่นปรอทหรือตะกั่วขาวเป็นสารพิเศษ
    ที่ช่วยบำรุงสุขภาพและบำรุงผิวพรรณได้
    ถือเป็นสูตรหนึ่งของยาบำรุงร่างกายเลยทีเดียวครับ

    [​IMG]

    รูปที่ 4 สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่หนึ่ง
    และพระนางแมรี่แห่งสก็อตเป็นผู้นำแฟชั่น
    การใช้ตะกั่วขาวในการผัดหน้าให้ขาวสวยจะได้ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา
    ซึ่งสมัยนั้นเรียกเครื่องสำอางนี้ว่า “แป้งตะกั่วขาวของชาวเวนิส”

    [​IMG]


    ปริทรรศ์แห่ง"มัจจุราชเงียบในอาหาร"


    ทราบกันดีว่าถ้าไม่ถึงที่ตายก็ไม่วายชีวาวาตม์ใช่ไหมครับ
    แต่อาจต้องมองลึกไปสักนิดว่าถ้ามันยังไม่ถึงที่ตาย
    แต่ก็ไม่วายชีวาวาตม์เสียทีเดียวนี้มันก็ทรมานไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
    ดังนั้นต้องพยายามอย่าใช้ช้อมส้อมขุดหลุมศพให้ตัวเองครับ
    ถ้าจะกินหรือจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดต้อง “Use with good judgment”
    เหมือนสโลแกนของท่านโอบาม่า
    อย่าไปเลือกชนิดที่เก่าแก่หรือเก่าเก็บมากจนเกินไป
    ด้วยว่าอาจมีสารพิษเกิดขึ้นในตัวของมันเองได้
    เช่น สารพิษโบทูลินุ่มในอาหารกระป๋องปนเปื้อน ที่ไม่นุ่มนิ่มจิ๋มจุ๋มอย่างที่คิด
    แค่สะกิดชิมเพียงนิดก็อาจพากันนอนชักเกร็งเป็นอัมพาตไปได้
    อย่าไปคิดว่ายิ่งแก่ยิ่งเจ๋ง Old but not expired
    แบบคุณแม็คเคนไปทุกสิ่งสรรค์ครับ มันอาจเป็นยิ่งแก่ยิ่งแสบ ยิ่งบ่นเก่งก็เป็นได้


    เลยขอนำดาวเด่นของสารผสมอาหารสิบสองชนิดที่พบบ่อย
    ที่มีผลพลอยได้คือถ้ากินสะสมเข้าไปมากแล้ว
    ก็เป็นที่แน่นอนเลยว่าจะใช้แลกคูปองของรางวัล
    ไปทัวร์ยมโลกได้เร็วกว่าใครทีเดียวครับ


    [​IMG] เริ่มจาก 1) โซเดียมไนเตรท (โซเดียมไนไตรท์)
    หรือมืชื่อจุ๋มจิ๋มที่รู้จักกันว่า “ดินประสิว”


    พอได้ยินชื่อเพื่อนรักคนนี้แล้ว ต้องเห็นสีแดงตามมาเลยนะครับ
    ด้วยว่าอยู่ในกุนเชียงรสอร่อยมันเยิ้ม, ไส้กรอกรถเข็นสีแดงจัดจ้านราดน้ำจิ้มรสเด็ด,
    แหนมตุ้มขนาดพอคำ, ปลารมควันของฝากจากเมืองไกล
    หรือจะไส้กรอกฮ็อทด็อกสัญชาติอเมริกันสุดหรู จากร้านสะดวกซื้อ
    ที่เอามายืนถืองับกันจนน้ำราดแดงเหลืองไหลเยิ้มง่ามมือ


    เมนูอาหารสร้างสรรค์สังคมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีดินประสิว
    ช่วยเสริมให้เนื้อแดงจัดชวนกินทั้งนั้น
    แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ตัวเราไม่ใช่พลุหรือปุ๋ยมูลค้างคาว
    เราจึงไม่ต้องการดินประสิวมากขนาดนั้น
    เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะร้องค้านว่าเป็นส่วนเกินแล้ว
    ก็กระทำอารยะขัดขืนไม่ ยอมรับพร้อมกับสร้างกระแสมะเร็งขึ้นมาทันที
    โดยพบว่าเด็กที่กินไส้กรอกฮ็อทด็อกแบบนี้เพียงปีละโหลกว่าเท่านั้น
    จะมีโอกาส เกิดมะเร็งมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กินถึงสองเท่าเลยทีเดียว
    ในผู้ใหญ่ก็ไม่แพ้กันครับจะได้มะเร็งแถมมาด้วยพอกัน


    [​IMG] 2) บีเอชเอ และบีเอชที
    (Butylated hydroxyanisole, butylated hydrozyttoluene)


    ฟังดูชื่อแล้วยังกับต้องทายปรัศนีบุคคลในคอลัมน์ซ้อเจ็ด
    หรือราวกับ อ่านภาษาต่างดาวอยู่ แต่แท้จริงแล้วชื่อจริงของมันยาว
    จึงขอเรียกเป็นชื่อย่อให้ไม่ระคายหูกันครับ
    สารร้ายนี้มีมากในอาหารเช้าแบบฝรั่งจำพวกซีรีล, ธัญพืชสำเร็จรูป, หมากฝรั่ง,
    มันฝรั่งและน้ำมันพืชครับ สารนี้เป็นสนิมอนุมูลอิสระโดยตรงเลยครับ
    ด้วยว่าตัวมันไม่เสถียร สามารถแตกตัวไปกลายเป็นเสือหิวอิเล็กตรอน
    ไปกัดกินอณูร่างกายคุณให้กลายเป็นมะเร็งได้ครับ


    [​IMG] 3) โพรพิล แกลเลท

    ชื่อนี้ไม่คุ้นหูนัก แต่ก็ร้ายเงียบไม่ แพ้กัน
    โดยมักใส่มากับสหายสนิทคู่คิดเจ้าเก่าสองนายคือ
    “บีเอชเอ” และ “บีเอชที” โดยเป็นศัตรูร้ายของผู้ที่พิสมัยในการบริโภคเนื้อแดง
    เช่นเนื้อวัว, เนื้อหมูหรือแม้แต่เนื้อก็มีในซุปไก่ และในหมากฝรั่งเป็นต้น
    จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า
    สารนี้มีพรสวรรค์ในการรังสรรค์มะเร็งได้ไม่แพ้กันครับ


    [​IMG] 4) โมโนโซเดียมกลูตาแมท(เอ็มเอสจี)
    หรือที่รู้จักกันในชื่อสุดคลาสสิกว่า “ผงชูรส”


    เมื่อพูดถึงผงชูรส ก็ชวนให้คิดไปถึงเมื่อกาลก่อน
    ที่รถเข็นขายบะหมี่ป๊อกๆตามบ้านที่จอดลวกเส้น ทำก๋วยเตี๋ยวตามสั่งให้
    แล้วเมื่อใส่เครื่องเคราเสร็จแล้วก็จะหยิบช้อนปลายเล็ก
    ขนาดเท่าไม้แคะขี้หูมากระดกเทเกล็ดขาวเล็กๆ ใส่ลงไปด้วยนิดหนึ่ง
    เรียกว่า นับเกล็ดได้ทีเดียว ซึ่งมารู้ทีหลังว่านั่นเองคือ ผงชูรส
    และที่ใส่ให้น้อยกว่าไม่พรั่งพรูเหมือน กากหมูเจียวก็เพราะว่ามันแพงมากในสมัยนั้น
    ด้วยเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเพิ่งคิดค้นได้ว่าโลกนี้ยังมีรสที่ลิ้นรับสัมผัสได้
    ว่าอร่อยนอกจากเปรี้ยว, หวาน, เค็ม, ขม
    (แต่เผ็ดนั้นไม่ใช่รส เป็นความแสบร้อนจากกรดแคปไซสิกแทน)
    แล้วก็ยังมี “รสอุมามิ (Umami)” ซึ่งแปลว่า “โอชารส” หรือรสอร่อยนั่นเอง


    แต่ข้อเสียของผงชูรสคือ ในภัตตาคารที่ทำอาหารขายคนหมู่มากนั้น
    มักไม่มีเวลาที่จะมานั่งทำน้ำสต๊อกให้ได้ปริมาณมากเป็นถุงเป็นถัง
    จึงต้องใช้วิธี ลักไก่โยนผงซุปชูรสนี้ลงไป
    ซึ่งถ้าเหยื่อ เอ๊ย...ลูกค้ารับประทานไม่มากและไม่บ่อยนักก็ไม่เป็นไร
    แต่บางท่านต้องผูกปิ่นโตไว้กับร้านเดิมตลอดก็อาจเกิดอาการพิษจากผงชูรสได้


    โดยอาการนั้นจะเป็นอาการของพิษต่อระบบประสาทเป็นส่วนใหญ่ครับ
    ตั้งแต่ปวดศีรษะไม่ทราบเหตุ, ลิ้นชาปร่าแปลกๆไป
    จนถึงขั้นที่ทำให้อาเจียนเวียนศีรษะและตาบอดได้เลยทีเดียว
    ซึ่งที่จริงแล้วนั้นเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผงวิเศษนี้
    เพื่อทำให้อาหารของเรา ประดุจออกมาจากห้องเครื่องแดจังกึม
    เพราะว่าแท้จริงแล้วรสอุมามินี้คือ รสของกรดอะมิโน
    ซึ่งก็มีอยู่ตามธรรมชาติในเนื้อสัตว์ทั่วไป,
    น้ำซุปเนื้อ, เนื้อปลา หรือแม้แต่ผักคะน้า


    ดังนั้นจะเห็นว่าภูมิปัญญาเราที่เอาคะน้ามาผัดกับปลานั้น
    ก็ถือว่า เป็นความอร่อยแบบอุมามิได้โดยไม่ต้องใส่ผงชูรสเลย
    หรือถ้าท่านรู้จักเลือกชนิดของอาหารและนำน้ำเนื้อมาปรุงรวมกับผัก
    ก็จะให้รส อร่อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผงชูรสสุดหวงของอาแปะบะหมี่เกี๊ยว
    หรือเพื่อทำให้อาหารของคุณรสเลิศ
    ประดุจเป็นฝีมือของจอมนางซางกุงแห่งวังหลวง เลย

    [​IMG]

    รูปที่ 5 ไส้กรอกแดงสวยราดน้ำจิ้มรสเด็ดหน้าโรงเรียนหรือเนื้อแดดเดียว,
    แฮมและเนื้อรมควันทั้งหลายเป็นแหล่งสำคัญของดินประสิว
    ที่แม้กินเพียงไส้กรอก เดือนละแท่ง
    ก็ช่วยเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งให้แซงหน้าเพื่อนพ้องได้แล้ว


    [​IMG] 5) ทรานส์แฟ็ท หรือไขมันล่องหน

    ผู้ร้ายรายนี้เป็นไขมันชนิดหนึ่งครับตัวไม่ใหญ่โตอะไรมาก
    มักอยู่ใน คุกกี้, บิสกิต, ขนมเค้ก, ฟาสต์ฟู้ด, เบเกอรี่, ปาท่องโก๋ทั้งหลาย
    แต่ขยันก่อเรื่องนานัปการ โดยสถานที่เกะกะเกเรที่สำคัญอยู่ที่ทำเนียบฯ
    เอ๊ย...ทันโทษ อยู่ที่หลอดเลือดหัวใจครับ
    มันโปรดปรานการอุดหลอดเลือดหัวใจที่ชื่อ โคโรนารีมาก
    วันร้ายคืนร้ายมันก็ไปจับตัวรวมหัวกับสนิมอนุมูลอิสระ
    เกิดเป็นตะกรันชวน ครั่นคร้ามให้หัวใจสูบเลือดไม่ออกเสียอย่างนั้น
    แล้วทีนี้จะไปหา กทม. มาลอกท่อที่ไหนก็ไม่ได้ด้วยว่า
    หลอดเลือดหัวใจนี้เล็กจิ๋วขนาดเพียงไม่ถึงปลายนิ้วก้อยเท่านั้นเองครับ


    สำหรับผู้ที่ติดการบริโภคเบเกอรี่นานาพันธุ์แบบหยุดไม่ได้นี้
    สิ่งที่ทำได้ก็คงจะเพียงนั่งหน้าป๋อหลอรอเปลี่ยนบายพาสหลอดเลือดเท่านั้นเองครับ

    [​IMG]

    รูปที่ 6 ถ้าไม่อยากใช้ผงชูรสก็ยังมีวัตถุดิบธรรมชาติอื่นที่ให้รส “อุมามิ” เหมือนกัน
    ได้แก่ เห็ดหอม เนื้อสัตว์ ปลา และกุ้ง
    ดังนั้นการจับคู่อาหารอย่างชาญฉลาดของแม่ครัวพ่อครัว
    จะทำให้อาหารมีรสอร่อยลิ้นขึ้นมาก ได้แก่ ผัดผักคะน้ากับ ปลาเค็ม
    ผัดผักกระเฉดใส่หมูกรอบ ผัดผัก กาดขาวใส่เห็ดหอม
    หรือพิซซ่าซึ่งมีมะเขือ เทศกับชีส เป็นต้น

    [​IMG]

    [​IMG]


    [​IMG] 6) แอสปาแตม

    รู้กันดีอีกชื่อคือน้ำตาลเทียม มีหลายชนิดหลากยี่ห้อ
    แต่ที่ดั้งเดิมเจ้าเก่าเล่ายี่ห้อนี้ก็คือแอสปาแตมนี่เอง
    แต่ก่อนแต่ไรนั้นมีการใช้ขัณฑสกรให้ความหวาน
    โดยชื่อของมันก็แปลว่า ผู้ทำให้หวานอยู่แล้ว
    ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่า ซัคคารินก็ยิ่งฟังดูหวานเข้าไปอีก
    ต่อมารู้ว่ามีพิษก็เลยผลิตแอสปาแตมขึ้นมาให้ความหวานแทน
    แต่กระนั้นก็ดีไม่นานก็มีผู้พบว่า
    แอสปาแตมนี้ถ้าโดนความร้อนก็อาจกลายเป็น “หวานมรณะ”
    ก่อม็อบให้ร่างกายรำคาญใจให้เป็นมะเร็งไปเสียรู้แล้วรู้รอดเลย
    และเดี๋ยวนี้ก็ยิ่งมีน้ำตาลเทียมให้เลือกหลายชนิดขึ้น
    โดยอ้างว่า ปลอดภัยใส ซื่อมาก
    ซึ่งก็จริงอยู่ครับแค่ระวังอย่าไปใช้ชงกาแฟ
    หรือเหยาะบนก๋วยเตี๋ยวร้อนควันโฉ่เข้าก็แล้วกันเดี๋ยวมะเร็งถามหาครับ

    [​IMG]

    รูปที่ 7 ไม่ว่าจะ ปาท่องโก๋, โดนัท, แคบหมู,
    เนยเทียมหรือ เฟร้นช์ฟรายด์
    ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งอันอุดมของทรานส์แฟ้ท ชวนอุดตันหัวใจให้น่ากลุ้มทั้งสิ้น


    [​IMG] 7) อะเซซัลแฟม-เค

    ตัวนี้ก็เป็นตระกูลเทือกเถาเหล่ากอเดียวกับ “น้ำตาลเทียม” อีกเหมือนกันครับ
    แต่มักใช้กับขนมอบทั้งหลาย, วุ้นสีสวยสด
    และหมากฝรั่งเคี้ยวหนุบหนับผลัดกันเคี้ยว(อ้วก!)
    เหล่านี้มีสารนามประหลาดดังว่านี้แฝงอยู่เป็นส่วนใหญ่
    เพื่อให้เกิดความหวานติดลิ้นติดใจผู้ใหญ่และเด็ก
    ก็เอาเป็นว่าถ้าเป็นเรื่องของความหวานเทียมนี้
    ถ้ากลัวมันมากนักก็อย่าใช้จะดีกว่าครับ


    สมุนไพรอื่นที่ให้ความหวานแบบไม่ซ่อนมะเร็งยังมีอีกเยอะแถมไม่อ้วน ด้วย
    นั่นคือ ชะเอมเทศ (แต่อย่าไปใช้ชะเอมไทยนะครับ) และหญ้าหวาน
    ผมใช้แทนน้ำตาลให้ผู้ป่วยเบาหวานมานานแล้ว และได้ผลดีเสียด้วย
    เพราะน้ำตาลไม่ขึ้น มีข้อเสียอยู่สักหน่อยคือไม่ได้หวานจัดจ้านถึงใจนัก
    แต่ถ้ารักจะมีสุขภาพดีก็ต้องยอมครับ


    [​IMG] 8) สีผสมอาหาร บลู1, 2, เร้ด 3, กรีน 3, เยลโล่ 6

    สีผสมอาหารที่ใช้กันอย่างเบิกบานในปัจจุบันนี้มีทั้งแบบที่เป็นสังเคราะห์และธรรมชาติ
    ซึ่งแบบสังเคราะห์นั้นที่ปลอดภัยก็มีแต่ก็ต้องดูให้ดีครับ
    เพราะอย่างที่ว่าคืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่ของธรรมชาติร่างกายมักจะต่อต้าน
    และทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แยกได้ ในยุคหินใหม่จนถึงยุคกลางนั้น
    ผู้รังสรรค์งานศิลป์มักใช้สีจากธรรมชาติในการแต่งแต้มงานของตัวเอง
    ดังเช่นภาพการรับบัพติสมาของพระคริสต์โดยเวอร็อคคิโอซึ่งใช้สีที่ผสมด้วยไข่แดง
    ส่วนมิเคลันเจโลก็เคยวาดภาพพระแม่ที่มีผ้าคลุมสีฟ้าเข้ม
    ตามจารีตที่มีไว้ในไบเบิลโดยสีม่วงนี้ในสมัยนั้นได้มาจากหินสีน้ำเงินเข้มขาบสวย
    ที่หลายท่าน รู้จักดีในฐานะเครื่องประดับนั่นคือ “ลาพิซ ลาซูรี่” ครับ


    ส่วนสีผสมอาหารดังที่กล่าวมาทั้งห้าอย่างนี้มีการศึกษาพบว่า
    ก่อให้ เกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ในหนูทดลอง
    โดยมักถูกเจือไว้ในอาหารพวกสีเชอรี่สด, ค็อกเทลผลไม้,
    ลูกกวาด, ไส้กรอกและขนมอบทั้งหลายครับ

    [​IMG]

    รูปที่ 8 “น้ำตาลเทียม” ถ้าใช้ให้ปลอดภัย ขอให้ระวังอย่าใส่ในของร้อน
    เช่น กาแฟ, ก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารร้อนอื่น


    [​IMG] 9) โอเลสตร้า

    โอเลสตร้าเป็นไขมันสังเคราะห์ที่พบมากในมันฝรั่งแผ่นทอดกรุบกรอบ
    และ ขนมทอดใส่ถุงชวนหยิบเคี้ยวเล่นแก้เหงาปากทั้งหลาย
    โดยโอเลสตร้านั้นถ้าเผลอหยิบกระแทกปากมากไปก็จะเกิดอาการท้องเดิน,
    ปวดมวนท้องแบบบีบๆ และท้องอืดหลามไปด้วยแกสได้
    นอกจากนั้นโอเลสตร้ายังก่อกรรมให้วิตามินเอ
    ที่คุณอุตส่าห์กินจากผลไม้เข้าไปนั้นไม่สามารถดูดซึมได้ดีด้วย

    [​IMG]

    รูปที่ 9 ขนม “มาซิแพน (Marzipan)” ของฝรั่งที่ทำจากถั่วอัลมอนด์บดเคลือบน้ำตาล
    เป็นต้นกำเนิดของ “ลูกชุบ” บ้านเรา
    ที่ต้องระวังเรื่องของสีสันอันสดใสจากสารสังเคราะห์ให้ดี


    [​IMG] 10) โพแทสเซียม โบรเมต

    ใช้เป็นสารปรุงแต่งอาหารเมื่อต้องการเพิ่มปริมาตรของขนมปัง, เค้ก, แยมโรลและขนมแป้งทั้งหลาย มันเป็นสารที่รู้กันดีในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่าทำให้เกิดมะเร็งได้ไม่ยากเย็น นักในสัตว์ทดลอง ส่วนในคนนั้นแม้มีปริมาณเพียงน้อยในขนมปังขาวสักแผ่นก็ทำให้เกิดความเสี่ยง ต่อมะเร็งได้แล้วครับ


    [​IMG] 11) น้ำตาลขัดขาว

    ท่านที่อ่านงานของผมมาตลอดอย่างน้อยต้องจำคาถาพาอายุ ยืนข้อหนึ่งที่ผมขอให้ท่องกันให้ได้ขึ้นใจครับ นั่นคือเลี่ยง “แป้งกับน้ำตาลขัดขาว” ซึ่งมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในเบเกอรี่ทั้งหลาย, ธัญพืชสำเร็จรูป, คุกกี้, แคร็กเกอร์, ซอสปรุงรสและอาหารที่ผ่านกระบวนการทำให้น่ากินตามห้าง ด้วยว่าแป้งและน้ำตาลขัดขาวนี้ถ้าได้มากเกินไปร่างกายก็ต้องทำงานหนักในการ ช่วยลดมันลงให้ไม่ไปจับตามอวัยวะต่างๆ เมื่อทำงานหนักมากเข้าร่างกายก็อาจสไตร๊ค์และปล่อยให้คุณแก่เลยตามเลยไปก็ ได้

    รูปที่ 10 มันฝรั่งทอดกรุบกรอบรสยอดนิยมที่ไว้กินเล่นยามเหงาปากหรือเชียร์บอลนั้น ถ้ารับประทานมากไปจะได้สาร “โอเลสตร้า” ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเดินปวดท้อง และขาดวิตามินเอได้ครับ

    [​IMG]

    [​IMG] 12) ถ้าไม่อยากแก่เร็วให้เลี่ยง “แป้งและน้ำตาลขัดขาว”

    ซึ่งเจืออยู่ในอาหารเกือบทุกอย่างในยุคนี้
    และเมื่อกินเข้าไปมากจะทำให้ร่างกายยิ่งหลั่งฮอร์โมนแก่ออกมามากขึ้น

    [​IMG] 13) โซเดียม คลอไรด์ หรือชื่อที่ซับซ้อนกว่าคือ “เกลือแกง”

    เรียกได้เต็มปากว่าเป็น “ภัยเงียบ” เลยทีเดียวครับ
    สำหรับเกลือแกงนี้ ด้วยว่าปัจจุบันแทรกซึมเป็นยาดำอยู่
    จนแม้กระทั่งอาหารเด็กอ่อนด้วยว่า เมื่อสำรวจแล้วพบว่าเด็กก่อนวัยเรียนนี้
    ได้รับเกลือแกงสูงกว่าที่ควร จะได้หลายเท่าทีเดียว
    ซึ่งเป็นปริมาณที่เกินกว่าไตอ่อนๆของเด็กจะขัดล้างออกไปได้หมด
    และเมื่อเกลือมีค้างอยู่ในกายมากก็จะทำให้ความดันสูงขึ้น เกิดไตวายและตายไวได้
    ดังจะเห็นได้ว่า เด็กเดี๋ยวนี้หลายคนต้องไปนั่งไขว่ห้าง
    ล้างไตแข่งกับผู้ใหญ่ ก็มีให้เห็นหนาตาแล้วเหมือนกัน


    ส่วนในผู้ใหญ่นั้นก็หายห่วงได้เลยว่า เกลือแกงที่สูงจะไปช่วยดองเค็มหัวใจ
    ให้ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อคุมความดันที่พากันสูงขึ้น
    อย่างไม่ปรานีปราศรัยจากฤทธีของโซเดียมตัวร้าย
    ถ้ายังนอนใจไม่แก้ไขลดเกลือก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากไปกว่า
    หัวใจไร้รักเปลี่ยนเป็นเต้นกระตุกผิดจังหวะฮิปฮอปแล้วก็ขี้เกียจเต้นไปเองในที่สุดครับ

    [​IMG]

    รูปที่ 11 ขอให้เปลี่ยนจากแป้งและน้ำตาลขัดขาวเป็นแป้งที่มีกาก
    (Complex carbohydrate, High GI) แทน
    เพราะจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดขึ้นอย่างพรวดพราด
    จนร่างกายตั้งรับไม่ทันแล้วทำให้เกิดสนิมแก่ขึ้นมากมาย


    สรุปส่งท้ายไว้อย่าให้ “กลัวจนอดตาย”

    เท่าที่อ่านๆดูก็เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็คงสรุปได้ เช่นเดียวกันว่า
    การจะรู้ว่าอาหารใดใส่สารปรุงแต่งอันใดบ้างนั้นค่อนข้างยาก
    ราวกับประกวดเอเอฟให้ได้ถูกใจครูเป็ด
    แต่ก็พอจะบอกได้ว่าอาหารที่ควรจะเลี่ยงเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้สารพิษแถม
    คือ อาหารสอดไส้สองล้าน
    เอ๊ย...ทันโทษ อาหารจำพวกของทอดกรอบเกรียมเปี่ยมน้ำมัน,
    อาหารแปรรูปรมควันทั้งหลายได้แก่ ไส้กรอก, กุนเชียง, หมูแฮม,
    หมูแผ่น, เนื้อรมควัน, ปลาเค็มทั้งหลายครับ
    และอาหารที่มีสีสันสดใสไร้ขีดจำกัดจนแทบจะเรืองแสงฉับเมื่อดับไฟ
    รวมถึงอาหารตามเหลาดังคนนั่งเต็มล้นเพราะมีโอกาสสูง
    ที่จะใช้ผงชูรสแทนความหวานจากการนั่งเคี่ยวกระดูกคาตั๊งหรือโครงไก่
    ให้โอชะจากกระดูกออกมาเจือจน
    น้ำซุปหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติ
    เพราะไม่มีเวลาและไม่มีคนพอที่จะมานั่งทำงาน ให้เกินเวลาอย่างนั้น


    ดังที่ได้เล่าไปแล้วว่า การจะอยู่ได้ในสังคมปัจจุบันอย่างมีสุขภาพดีนั้น
    สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมีเงินทองกองมากพากันลากซื้อของดีมากินบำรุง
    มุ่งแต่สวยหล่อ ด้วยว่าของดีเหล่านั้น
    อาจเป็นพิษก็ได้ใครจะรู้ เช่นหูฉลามหรือปลิงทะเลที่มีโลหะหนักแถมอยู่มากมาย
    รวมถึงอาหารเสริมต่างๆนาๆราคาเฉียดซื้อรถได้นั้น
    ก็อาจทำให้เราได้รับสารอาหารเกินไปแล้วไปสะสมก็ได้


    แต่สิ่งสำคัญของการกินให้มีสุขภาพดีคือ “กินด้วยปัญญา” หรือกินอย่างรู้เท่าทัน
    ไม่มันส์ไปกับการกินอย่างคะนองปากหรือกิน
    เพราะความเสียดายบุฟเฟ่ต์หมูกระทะ ที่เหลืออยู่ค่อนหม้อ
    ไปจนถึงเนื้อชาบูที่ถูกเคี่ยวกรำจนหดเหี่ยวจับจีบ
    ประดุจงานฝีมือทำดอกไม้จากวัสดุธรรมชาติ
    คือถ้าท่านได้บริโภคโดยใช้สมองไปพร้อมกับกล้ามเนื้อช่วยเคี้ยวที่ครอบอยู่
    รอบกระพุ้งแก้มที่เรียกว่า กินด้วยปัญญาและมีสติก่อนนำอาหารแต่ละคำใส่ปาก
    แล้วก็ถือว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้วครับ
    ที่เหลือถ้าจะมีสิ่งใดเกิดก็ขอให้อย่าไปโทษตัวเองครับ


    [​IMG]

    รูปที่ 12 ภาพ “มรณพิธีของท่านเคาท์แห่งออกาซ”
    โดยฝีมือจิตรกรเอกลูกรักของชาวสเปนนาม “เอล เกรโค่”
    แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรานั้นถ้าแม้นทำดีใฝ่ดีมาตลอดชีวิตแล้ว
    สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนก็อาจเมตตาถึงขนาดเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นได้


    www.dhammajak.net
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 23 มกราคม 2011
  2. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,272
    ค่าพลัง:
    +82,737
    อันตรายเป็นภัยเงียบจริงๆ เพราะทานประจำเลย....
     
  3. ปรมัตถบารมี

    ปรมัตถบารมี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    667
    ค่าพลัง:
    +3,449
    ได้ความรู้มากๆครับ ขอบคุณครับ
     
  4. toyhonda

    toyhonda เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    542
    ค่าพลัง:
    +1,782
    ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มกราคม 2011
  5. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    14
    ค่าพลัง:
    +35,260

    *
    [​IMG]

    เว็บทางนิพพาน เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O:p
    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O:p
    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่
    www.tangnipparn.com
    <?XML:NAMESPACE PREFIX = O /><O:p>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา </O:p>
    *
    [​IMG]
     
  6. aoyleo

    aoyleo Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    212
    ค่าพลัง:
    +99
    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ
     
  7. Inner Smile

    Inner Smile เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    699
    ค่าพลัง:
    +451
    กินหมดทุกรายการเลย 555
     

แชร์หน้านี้

Loading...