ภาพถ่ายของพระพุทธเจ้า เป็นของจริงหรือเปล่าครับ?

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย rojrawee, 20 มกราคม 2009.

  1. สมถกรรมฐาน

    สมถกรรมฐาน สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +7
    แน่ใจหรอท่่าน...เท่าที่รู้มาพระโพธิสัตว์เจ้าจะมากำเนิดที่ประเทศอินเดียเท่านั้นนิครับ:cool:
     
  2. Army56

    Army56 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,106
    ค่าพลัง:
    +1,869
    เกิดใน(แจมบู)ชมพูทวีปเท่านั้นครับ

    ซึ่งได้ทราบความภายหลังจากไตรภูมิพระร่วง ตำราพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่

    ของไทย ทรงพระราชนิพนธ์โดยพญาลิไทว่า ชมพูทวีปคือแผ่นดินผู้มีมนุษย์

    ใบหน้ารูปไข่อาศัยอยู่
     
  3. manit25

    manit25 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤศจิกายน 2018
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +0
    ที่มาของรูปวาด พระพุทธเจ้า ภาพนี้เป็นจิตรกรรมที่วาดโดยจิตรกรชาวสเปนชื่อ Eduardo Chicharro ครับ
    ชื่อภาพว่า Las tentaciones de Buda (The temptation of Buddha) วาดเมื่อประมาณปี 1922 ครับ อ่านรายละเอียดที่ลิงค์นี้ครับ https://pantip.com/topic/36546666
     
  4. ครูเรือง

    ครูเรือง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2010
    โพสต์:
    880
    ค่าพลัง:
    +653
    เมื่อปี พ.ศ. 2523 ได้มีฝรั่งชาวอังกฤษท่านหนึ่ง ชื่อนายแพทย์เบอร์นาร์ด ได้มาเที่ยวที่ประเทศอินเดีย ได้พบเห็นประเพณีโบราณของชาวอินเดียหลายอย่าง บางอย่างก็ดูทารุณโหดร้าย บางอย่างดูสกปรก มีการเหยียดหยามกันในหมู่ชนชั้น นึกตำหนิอยู่ในใจ ครั้นได้มาเที่ยวที่พุทธคยา ได้พบเห็นประเพณีเวียนเทียนวันวิสาขบูชา ที่เจดีย์พุทธคยา เห็นประชาชนพากันกราบไหว้ต้นโพธิ์ที่สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เคยประทับนั่งตรัสรู้ ก็นึกตำหนิในใจว่า ประชาชนพวกนี้โง่มาก ขนาดกราบไหว้ต้นไม้ได้ ครั้นสอบถามดูได้รับคำตอบว่า เป็นต้นโพธิ์ที่เจ้าชายสิทธัตถะนั่งตรัสรู้ เป็นครั้งแรกที่ทำให้เกิดศาสนาพุทธขึ้น ฝรั่งผู้นี้ก็นึกใจใจว่า เรื่องเจ้าชายสิทธัตถะเป็นเพียงนิยายที่แต่งขึ้นมาให้คนนับถือเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องจริง นึกเหยียดหยามชาวพุทธในใจว่า ช่างโง่เง่างมงาย แต่ไม่กล้าพูดออกมากลัวมีเรื่อง
    ครั้นกลับถึงที่พักแล้วก็พักผ่อนหลับนอน ในตอนดึกของคืนนั้นก็ฝันไปว่า ตนเองได้ย้อนกลับมาที่พุทธคยานี้อีก แต่เห็นสถานที่เป็นป่าแปลกตาจากที่เห็นไปในตอนแรก เห็นต้นโพธิ์ใหญ่มีพระนั่งประทับอยู่องค์หนึ่ง มีรัศมีผิวพรรณงดงาม จึงได้เข้าไปถามว่า ท่านเป็นใคร มานั่งที่นี่ทำไม ได้รับคำตอบว่า
    "เราชื่อพระสิทธัตถะ ได้สละราชสมบัติออกบวช และได้เคยมานั่งค้นคว้าพระธรรมที่นี่ จนได้ตรัสรู้สัจจธรรม" ฝรั่งสงสัยจึงย้อนถามว่า
    "เจ้าชายสิทธัตถะ มีจริงหรือ" ทรงตอบว่า
    "ใช่ เจ้าชายสิทธัตถะมีจริง ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริง ที่โคนต้นไม้โพธิ์นี้ เป็นที่แรกตรัสรู้ของเรา ท่านไม่เชื่อ เพราะไม่เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อนเลย ท่านเก่งทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่เก่งเรื่องธรรมะ ถ้าท่านได้ศึกษาธรรมะท่านก็จะรู้ได้ และไม่ไปนึกตำหนิผู้อื่นเขาอย่างนี้อีก สิ่งใดที่เราไม่เคยศึกษาเล่าเรียนและค้นคว้ามาก่อน แล้วจะไปว่าคนที่เขาศึกษาค้นคว้ามาแล้ว ว่าโง่เง่าอะไรนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้าท่านได้ศึกษาแล้วพิสูจน์แล้วเห็นว่า เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระจริง จึงประณามก็สมควรทำ แต่ถ้าท่านไม่ศึกษาเลย แล้วมาประณาม เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม อาจผิดพลาดได้"
    ในฝันของฝรั่งคิดว่า ถ้าตนได้เอากล้องถ่ายรูปมา จะถ่ายภาพพระสิทธัตถะองค์นี้ออกอวดชาวโลกว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีจริง จะได้แก้ข้อสงสัยของชาวโลกได้ แต่ในฝัน ตนลืมเอากล้องถ่ายรูปไป ได้สนทนาจนได้รับคำตอบที่ถูกใจมาก จึงลากลับ
    พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้ายังติดใจในความฝัน ลุกขึ้นค้นหากล้องถ่ายรูป คิดว่า จะไปถ่ายรูปนี้มาให้ได้ ครั้นทำกิจธุระส่วนตัวของตนเสร็จแล้ว จึงไปซื้อฟิล์มมาใส่กล้อง 1 ม้วน แล้วออกเดินทางไปที่พุทธคยาอีกครั้ง ตั้งต้นถ่ายรูปไปทีละมุมรอบต้นโพธิ์ นึกในใจว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีจริงหรือ นั่งตรงไหนจึงได้ตรัสรู้ ถ้ามีจริงขอให้ได้ติดสักภาพเถิด ถ่ายทุกแง่ทุกมุมจนหมดม้วน จึงนำไปให้ช่างล้างให้ ปรากฎว่า ได้มาเพียงภาพเดียวคือภาพนี้ (ภาพนั่งสมาธิ ยกมือขวา) ผมเอาภาพลงไม่เป็นครับ ขออภัยด้วย
    ภาพอื่นที่ถ่ายมาด้วยกันไม่ติดเลยแม้แต่ต้นหญ้า ทั้งนี้เพราะฝรั่งตั้งใจขอภาพเดียว จึงได้มาเพียงภาพเดียว เมื่อได้ภาพมาแล้วก็ดีใจ รีบกลับประเทศของตน เอาภาพอวดลูกอวดเมียก็ไม่มีใครเชื่อ อวดใครก็ไม่มีใครเชื่อ ซ้ำยังถูกว่า โง่เง่า เชื่อในสิ่งที่เหลวไหลอีก จึงได้เก็บภาพไว้ในอัลบั้มอยู่อย่างนั้น ไม่นำมาอวดใครต่อใครอีกต่อไป ฝรั่งผู้นี้ไม่รู้ว่า การปิดภาพบุคคลที่ทำบุญบารมีมาเพื่อโปรดสัตว์ สร้างบารมีมามากมาย หลายร้อยหลายพันชาติ ถ้าได้นำไปใส่กรอบแขวนไว้ข้างฝาก็จะพ้นบาป ไม่ผิดสัจจะที่ได้ขอมาว่า จะนำมาให้ชาวโลกดู เมื่อผิดสัจจะอย่างนี้ ฝรั่งผู้นี้จึงประสบวิกฤติส่วนตัว ชีวิตผันผวนลงไปอย่างมาก ผิดหวังในชีวิตหลายอย่าง รู้สึกสิ้นหวัง จึงได้นึกถึงคำสอนของพระสิทธัตถะที่ว่า
    "ให้ทดลองศึกษาธรรมะดูบ้าง เพราะวิทยาศาสตร์ก็ได้ศึกษาจนจบแล้ว"
    จึงได้ตัดสินใจ หิ้วกระเป๋าใบเก่า กลับมาขอบวชอยู่ที่ วัดพุทธคยา เมื่อคนไทยที่ได้ไปเที่ยว ผู้ที่พูดภาษาอังกฤษได้มีโอกาสสนทนากับท่าน ถามว่า มีเหตุอะไร จึงได้มาบวช จึงได้ทราบเรื่องราวดังที่กล่าวมานี้.
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...