ภูเขาไฟ Etna ในอิตาลี ปะทุครั้งใหญ่

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย pongsiri, 28 มิถุนายน 2005.

  1. pongsiri

    pongsiri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2005
    โพสต์:
    1,077
    ค่าพลัง:
    +638
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#ffffff border=0><TBODY><TR><TD align=left bgColor=#ffffee><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=1 width="100%"><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=1 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>กระทู้ VN174 ในส่วนของ: วิชาการ.คอม > vCafe > ข่าววิชาการ > ข่าวธรณีวิทยา</TD><TD align=right>ชมแล้ว :31520 ตอบแล้ว: 220 </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD background=/images/dotted_line.gif height=5></TD></TR><TR><TD>[size=+2]ภูเขาไฟ Etna ในอิตาลี ปะทุครั้งใหญ่[/size]


    ภูเขาไฟเอ๊ตน่า เป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป (สูง ๓,๓๑๕ เมตร) และมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดในยุโรปด้วย ตัวภูเขาตั้งอยู่บนเกาะซิซิลี ของประเทศอิตาลี มีการจดบันทึกเกี่ยวกับการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้มามากที่สุดในโลก เพราะความที่อยู่ใกล้กับแอ่งอารยธรรมเก่าแก่มาก่อน

    ภูเขาไฟเอ๊ตน่า เป็นภูเขาไฟที่มีโครงสร้างสลับซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่เป็นที่เข้าใจแจ่มแจ้งดีนัก เนื่องจากมีการปะทุอยู่เนืองๆนับแสนๆปีมาแล้ว ลาวาเก่าทับถมลงไปบนลาวาใหม่ บางส่วนปลิวไปกับแรงปะทุ บางส่วนถล่ิมทลายลงมาเมื่อลาวาไหลออกไปแล้ว แล้วเกิดมีลาวาใหม่ๆมาท่วมทับทีหลัง จึงทำให้โครงสร้างปะปนกันไปมาก ประมาณว่า เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ภูเขาไฟแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ ห้าแสนปีมาแล้ว มีลาวาไหลออกมาทับถมกันเป็นชายฝั่งยืดออกไปในทะเล แม้จะเรียกว่าเป็นภูเขาไฟแบบ shield ซึ่งโดยปกติจะมีไหล่เขาลาดๆ เช่้นภูเขาไฟในฮาวาย แต่จากความต่อเนื่องของการปะทุของลาวากล่าว จนโครงสร้างเปลี่ยนไปจากเดิมมามาก ทำให้นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า เป็น unsymetric shield volcano และยังมีรอยแยกมากมายที่ทำให้การปะทุของลาวา เป็นที่คาดการณ์ได้ยากมาก เพราะมีที่ให้ไหลออกมาได้หลายที่ นักวิทยาศาสตร์บางท่านก็จัดให้เป็นภูเขาไฟแบบกึ่ง shield กึ่ง strato(คือภูเขาไฟแบบสูงชันอย่างภูเขาไฟฟูจี)

    และก็เช่นเดียวกับการปะทุของลาวาจากภูเขาไฟในฮาวาย shield vocano มักจะไม่ระเบิดรุนแรงตูมตาม แต่มักจะไหลออกมาช้าๆ แต่ก็มีอันตรายได้มาเหมือนกัน เพราะหากก๊าซที่แยกตัวออกจากเมื่อลาวาขึ้นมาชั้นบนๆของเปลือกโลก เพราะแรงกดดันลดลง ถูกอัดไม่มีทางไป นานๆเข้าก็ระเบิดออกมาได้ หากก๊าซมีช่องรอยแยกของหินให้เล็ดรอดออกมาทีละน้อย การปะทุก็ไม่รุนแรงเท่าไร แต่ภูเขาไฟลูกนี้มีประวัติการปะทุหลากหลาย ทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรง และส่วนมากจะไม่ปะทุออกมายอดภูเขา แต่จะทะลักออกมาจากด้านข้างๆ ที่เรียกว่า flank eruption

    ในช่วงประมาณสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ภูเขาไฟเอ๊ตน่า ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงที่มีกิจกรรมการปะทุคึกคักที่สุด เท่าที่เคยมีมานับตั้งแต่ปี คศ ๑๙๙๑ - ๑๙๙๓ เถ้าถ่านที่ถูกพ่นออกมา ก็ตกไปถึงเมือง Catania ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ทั่วทั้งเมือง Catania ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าสีเทาๆเต็มไปหมด

    กว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กค ก็ปรากฏว่า มีแผ่นดินไหวอย่างอ่อนๆ มากถึง ๒,๕๐๐ ครั้ง ภายในเวลาเพียง ๒ วัน แล้วด้านข้างภูเขาไฟก็เริ่มแยกออก ปล่อยให้ลาวาร้อนๆทะลักไหลออกมา เมื่อวันที่ ๑๗ และ ๒๐ ที่ผ่านมา มีการปะทุของลาวาจากอยู่ ๕ จุด ที่มีระดับความสูงประมาณ ๒,๑๐๐ ถึง ๒,๗๐๐ เมตร ในด้านใต้ และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของยอดเขา และมีการระเบิดย่อมๆแบบที่เรียกว่า stromboli eruption คือการปะทุของลาวาเหมือนบ่อน้ำพุพุ่งพล่านออกมา มีรายงานข่าวว่ามีคนบาดเจ็บสาหัส ๑ คน สนามบินท้องถิ่นก็ถูกปิดไปแล้ว และเริ่มมีการประกาศกรณีฉุกเฉินในเมืองใกล้เคียง มีตัวอาคารบางแห่งที่อยู่นอกๆเมืองออกไปได้รับความเสียหาย และลาวากำลังไหลเข้ามาใกล้สถานีรถรางแห่งหนึ่งด้วย สภาพใกล้เคียงก็ยุ่งเหยิงพอดู บริเวณที่มีลาวาไหลก็ถูกปิดกั้นไม่ให้คนเข้านอกจากแต่นักวิทยาศาสตร์เท่านั้น

    ภาพข้างล่างเป็นภาพถ่ายโดยอุปกรณ์ Multi-angle Imaging SpectroRadiometer (MISR) บนยานอวกาศ Terra ในภาพสีจริง ควันสีน้ำตาลอ่อนที่ลอยไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ Ionian Sea ประกอบด้วยเถ้าถ่านจากภูเขาไฟเป็นส่วนใหญ่ อีกลำหนึ่งเป็นสีออกฟ้าๆ อยู่ใกล้ยอดเขา ประกอบด้วยหยดน้ำและกรดซัลฟุริคอย่างอ่อนเป็นหยดฝอยละเอียดมาก ที่เรียกว่า aerosol

    อ้างอิง
    1 Space View Shows Two Plumes from Mt. Etna Eruption
    http://www.jpl.nasa.gov/releases/2001/release_2001_152.html

    2 MISR Homepage http://www-misr.jpl.nasa.gov/

    3 Etna's News page http://www.geo.mtu.edu/~boris/ETNA_news.html
    [​IMG]


    </TD></TR><TR><TD background=/images/dotted_line.gif height=5></TD></TR><TR><TD>พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden] วันที่ 29 ก.ค. 2544 - 04:30:59

    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD align=middle bgColor=#ffffee></TD></TR><TR><TD align=middle bgColor=#ffffff></TD><TD align=left bgColor=#ffffff>


    </TD><TD align=middle bgColor=#ffffff></TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=3 width="100%" bgColor=#000000><TBODY><TR align=left><TD bgColor=#ffff99>ความเห็นเพิ่มเติมหน้าที่ | -1- </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1


    ภาพแสดงที่ตั้งของภูเขาไฟต่างๆในประเทศอิตาลี โดย Boris Behncke, Dipartimento di Scienze Geologiche (Sezione di Geologia e Geofisica)
    [​IMG]

    วันที่ 26 ก.ค. 2544 - 14:25:44
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2


    ภาพแสดงการเคลื่อนไหวของลาวา ถนนช่วงหนึ่งเสียหายใช้การไม่ได้ไปแล้ว ลาวาอีกสายหนึ่งก็กำลังจะเข้าจ่อสถานีรถราง และโรงแรม Corsaro ซึ่งมีกล้องถ่ายทอดสด(webcam) ติดตั้งอยู่ ก็กำลังถูกคุกคามด้วยเช่นกัน ดูถ่ายทอดสดจากโรงแรมดังกล่าวได้ จะเห็นควันร้อนๆจากลาวาลอยอ้อยอิ่งเหมือนหมอกควันอยู่ http://www.videobank.it/etna2001/
    [​IMG]

    วันที่ 26 ก.ค. 2544 - 14:34:25
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3


    ภาพวาด fresco ในโบสถ์ที่เมือง Catania แสดงการปะทุของภูเขาไฟเอ๊ตน่า เมื่อปี ค.ศ. ๑๖๖๙
    [​IMG]

    วันที่ 26 ก.ค. 2544 - 14:37:10
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4


    ใต้ภูเขาไฟจะมักจะมีแหล่งรวมลาวาอยู่หลายแห่งด้วยกัน มกจะมีห้องหรือ chamber ที่ส่งลาวาไปปะทุออกที่ยอด ส่วนการปะทุด้านข้างหรือ flank eruption นั้น ลาวาจะออกมาจากคนละแหล่งคนละห้องกัน ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีส่วนติดต่อกับ chamber ที่ไปออกยอดเขาก็ได้ และหากมีการปะทุที่ยอดเขา เมื่อเกิด flank eruption ขึ้น การปะทุจากยอดเขาก็มักจะซาลง

    ภาพการปะทุของลาวาแบบ flank eruption ถ้าลาวาไม่ได้ไหลออกมาจากส่วนยอดของภูเขาไฟ ก็จะเรียกว่าเป็น flank eruption
    [​IMG]

    วันที่ 26 ก.ค. 2544 - 14:46:14
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  2. pongsiri

    pongsiri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2005
    โพสต์:
    1,077
    ค่าพลัง:
    +638
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5



    การปะทุของภูเขาไฟแบบ Stromboli
    [​IMG]

    วันที่ 26 ก.ค. 2544 - 14:50:51
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6



    ภาพอาคารที่ถูกทำลายโดย ภูเขาไฟเอ๊ตน่า ในปี ค.ศ. ๑๙๗๑ ตัวอาคารจะค่อยๆถูกลาวาท่วม เมื่อลาวาแข็งตัวลง ก็จมหายไปในกองหินลาวาแข็งๆไปเลย
    [​IMG]

    วันที่ 26 ก.ค. 2544 - 14:55:55
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>





    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9



    <TABLE cellPadding=20 bgColor=white><TBODY><TR><TD>




    <CENTER>[​IMG]







    [size=-1][ภาพถ่ายจากอวกาศ] [แผนที่ตำแหน่งภูเขาไฟ] [แนวการไหลของลาวา]


    [ภาพวาดการประทุครั้งกระนู้น] [Flank Eruption] [ซากที่เหลือของอาคาร][/size]


    </CENTER>





    </TD></TR></TBODY></TABLE>


    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 05:32:56
    โดย: Z-1 [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ Z-1 ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 176 ครั้ง)[/size]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10



    Thank you so much ka, Khun Z-1.

    Sorry about my English, I'll change it into Thai later when I get to my other computer na ka.

    This is the vent, the openning where lava comes out.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 05:59:07
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11



    Et na is very complex system. The eruptions come out in many differnt shapes and forms. This one is quite passive, mild, flow. It's called 'pahoepahoe', a Hawaiian term for slow flowing lava. In the daylight, you can see the lava cooling and form dark crust already.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 06:02:15
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12



    The road that was destroyed by lava flow.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 06:03:52
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  3. pongsiri

    pongsiri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2005
    โพสต์:
    1,077
    ค่าพลัง:
    +638
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14




    Etna at night. On May 28th. This is mild strombolian activity. You can see Mars near the center horizon, appearing as yellow-orange stars near Scorpius.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 06:07:28
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15




    A rift vent.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 06:08:11
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16




    A strombolian fountain on June 19th, one of the densest one during this period of eruption.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 06:14:07
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17




    I'll come back to answer questions in Thai na ka. All photos are taken by the Swiss-Italian team of volcanologists. There website is called "Stromboli On-line" at http://educeth.ethz.ch/stromboli/index-e.html na ka.

    This is a scientist at work, taking sample of fresh lava.
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 06:19:39
    โดย: puangroi [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19




    ข่าวล่าว่าอันตรายคงซาลงไปแล้วค่ะ

    เรื่องการจัดประเภทการระเบิดของภูเขาไฟนี่ ไม่ใช่เรื่องทำได้ง่ายๆหรืออธิบายได้ง่ายๆเลยค่ะ เพราะการระเบิดแต่ละครั้ง มีปัจจัยหลายๆอย่างมากำหนด เช่น ส่วนประกอบของแมกมาเป็นอย่างไร เป็นพวกบะซ้อลท์(basalt) หรือพวกซิลิก้า ชั้นดินชั้นหินแถวๆที่แมกม่าดันตัวขึ้นมาเปียกหรือแห้ง แล้วต้นเหตุของการเกิดรอยร้าวในเปลือกโลกให้แมกม่าดันตัวขึ้นมา เกิดจากอะไร ฯลฯ แล้วก็ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย บางครั้งการปะทุตัวก็สั้นๆ บางครั้งก็พ่นประทุออกมาเป็นห้วงๆติดต่อกันไปเป็นอาทิตย์เป็นเดือน เมื่อมันมีปัจจัยหลายอย่างเช่นนี้ นักภูเขาไฟวิทยา(volcanologists) ก็ต้องหาศัพท์แสงต่างๆมาเรียก ก็ให้มาปวดหัวนั่งจำคำศัพท์พวกนี้อีก ดิฉันเองก็ต้องเขียนไปนั่งประดิษฐ์คำไทยตามไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าตำราในเมืองไทยเรียกว่าอะไร ถ้าเรียกไปไม่ตรงกันอย่างไรก็ขออภัยด้วยค่ะ จะพยายามกำกับคำอังกฤษตามไปด้วย จะได้ไม่สับสนกัน

    การ classify vocanic activity แตกแขนงออกไปตามลักษณะทางกายภาพหลายๆอย่าง คือ

    ๑ Effusive vs Explosive(extrusive) activity
    effuse (คำกิริยา) คือการไหลออกมา เช่น เปลือกโลกแยกออกแล้วลาวาก็ไหลทะลักออกมา และในทางตรงกันข้ามคือการที่ลาวาถูกระเบิดออกมา ก็คงพอมองเห็นว่า เป็นการแบ่งแยกไปตามพลังงานที่ผลักดันลาวาออกมาจากเปลือกโลก ว่าเป็นแบบทะลักออกมาสบายๆ หรือแบบระเบิดตูมตาม

    ๒ Conventional หรือ hydrovolcanic activity
    ที่เค้าเรียก conventional หมายถึงการปะทุด้วยแรงที่เกิดจากแปลือกโลกและส่วนประกอบทางเคมีของลาวาเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดความรุนแรงไปได้ถึงขั้นหนึ่ง คือไม่หนักหน่วงรุนแรงมากนัก ต่างกับแบบ hydrovocanic คำว่า hydro แปลว่า น้ำ ซึ่งก็หมายความว่า ลาวามาเจอกับน้ำ อาจจะเป็นน้ำที่ขังอยู่ในชั้นหินพรุนๆที่เรียกว่า aquifer หรือแหล่งน้ำบาดาล หรือภูเขาไฟอยู่ติดทะเล แล้วลาวามาจ๊ะกับน้ำทะเล เมื่อหินหลอมแหลวที่อุณหภูมิเป็นพันองศามาเจอน้ำ ก็ทำให้น้ำเดือดเป็นไอ เกิดแรงดันมหาศาล ทำืำให้การระเบิดของภูเขาไฟแบบนี้รุนแรง และฉับพลันมาก มักจะเกิดความเสียหายบาดเจ็บล้มตายจากการระเบิดแบบนี้มาก เพราะหนีไม่ทัน

    ๓ แบ่งตามตำแหน่งที่เกิด และความถี่ที่เกิด
    ดังที่กล่าวไปบ้างแล้วถึงการปะทุของลาวาจากยอดเขา(summit eruption) หรือที่ออกมาจากไหล่เขา ที่ไม่ได้เกิดที่ยอดเขาก็ยังมีแบบ flank, lateral, และั satellite

    ๔ แบ่งตามกำลังของการปะทุ ซึ่งใช้เป็นหน่วยวัดการระเบิด เช่น ปริมาตรของลาวาที่ปะทุออกมา พื้นที่ที่ถูกครอบคลุม ความสูงที่ลาวาถูกพ่นขึ้นไปในอากาศ เป็นต้น

    ทีนี้ก็ยังมี Type ของการระเบิดที่เค้าให้ชื่อต่างๆกัน เพื่อเป็นการจำแนกหมวดหมู่ไปตามกำลังการเกิดอย่างคร่าวๆ ดังที่กล่าวไปข้างต้นถึง Strombolian eruption ก็เป็นแบบหนึ่งของการระเบิด นัำกภูเขาไฟวิทยาเริ่มจัดแบ่งหมวดหมู่การปะทุไปตามกำลังการระเบิดมาตั้งแต่ราวๆ คศ ๑๙๓๐ เป็นต้นมา ซึ่งก็มีลำดัีบจากแรงอ่อนไปหาที่รุนแรงที่สุด โดยเอาการระเบิดที่มีมาก่อน แบ่งแยกไปตามระดับพลังงาน แล้วตั้งชื่อไปตามนั้น (แล้วหากไปเจอการระเบิดใหม่ๆที่ไม่ตรงกับที่เคยเห็นมา ก็ยังมาจำแนกกันใหม่อีก) ดังนี้

    1 Icelandic เป็นแบบ fissure มีกำลังอ่อนที่สุด คือเปลือกโลกแยกออกมาแล้วลาวาก็เยิ้มไหลออกมาแผ่ครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ หากมีการปะทุออกมาหลายๆครั้ง นานๆไป พื้นที่ตรงนั้นก็อูมขึ้นมาเป็นเนินกว้างมากๆ

    2 Hawaiian เป็นทั้งแบบ fissure แบบ caldera คือ แมกมาดันให้เปลือกโลกค่อยๆโป่งขึ้น เมื่อพื้นแข็งๆถูกดันขึ้นมาจากข้างใต้เช่นนั้น ไม่นานก็เกิดรอยร้าวแตกแยก แล้วส่วนที่นูนสูงที่สุดมักจะทลายยุบตัวลงไปเกิดเป็นบ่อขนาดกว้าง บางแห่งเส้นผ่าศูนย์กลางเห็นหลายๆกิโลเมตรก็มี ทึ่ตรงกลางถล่มลงไปเป็นวงกลม เกิดมีบ่อที่ผนังเป็นวงกลม เรียกว่า caldera แล้วลาวาก็ทะลักออกมา เป็นธารไหลที่ไม่เร็วนัก ตัวอย่างที่สำคัญก็คือ ภูเขาไฟที่หมู่เกาะฮาวาย จนลักษณะการไหลอูดแบบนี้ได้คำฮาวายมาเรียกเป็นชื่อ คือ pahoepahoe (พาฮอยพาฮอย)

    3 Strombolian
    มักจะเกิดจากที่ที่เคยมีการไหลของลาวามานานๆจนพอกเป็นภูเขาขึ้นมาแล้ว (stratocone) เกิดจากทางออกถูกอุดกั้น ทำให้ก๊าซที่เมื่อเริ่มแยกตัวออกจากแมกมา สร้างแรงดันขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พ่นลาวาออกมาเหมือนนำ้พุร้อน ดังในภาพที่ ๕ และ ๑๖ ชื่อนี้ใช้กันกว้างมาก ครอบคลุมตั้วแต่ การพ่นฟ่อดๆแรงไม่มาก ไปจนถึงการปะทุส่งลาวาสาดสูงไปร่วมกิโลทีเดียว เพราะคำๆนี้ใช้กันมาแต่โบราณแล้ว ลักษณะการประทุแบบนี้อยู่ที่ ต้องมีการปะทุออกมาเป็นห้วงๆอย่างต่อเนื่องกัน แต่ละห้วงก็เกิดขึ้นนานไม่กี่วินาทีก็เป็นได้ ตั้งชื่อนี้ตามชื่อเกาะ Stromboli ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก ซิซิลี ไปเท่าใดนัก เพราะบนเกาะนี้มีภูเขาไฟที่ปะทุเป็นห้วงๆอยู่เนืองๆมาแต่โบราณ จนภูเขาลูกนี้ได้ชื่อว่า เป็น "ประภาคารแห่งเกาะสตรอมโบลี"

    4 Volcanian
    แบบนี้ออกมาจากยอดเขา เป็นห้วงๆแต่นานๆที ลาวาเก่าที่มาก่อน เย็นตัวลงกลายเป็นของแข็งไปจุกทางออก พอต่อมามีแมกมามาออมากขึ้น ก๊าซที่แยกตัวออกมาดังกล่าว ก็ค่อยๆสะสมแรงดัน จนในที่สุดก็เอาชนะจุกที่อุดไว้ได้ เป็นการระเบิดที่มีกำลังแรงพอสมควร แม้จะคล้ายๆกับแบบ สตรอมโบลี แต่มักจะปะทุลาวาขึ้นไปสูงมากกว่า บางครั้งเป็นกิโลเมตรก็มี ได้ชื่อมาจากภูเขาไฟบนเกาะ ระหว่างสตรอมโบลี และ ซิซิลี ตั้งตาม เทพแห่งไฟ Vulcan ของชาวโรมัน ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุบ่อยมากในสมัยกรีกและโรมัน จึงได้ชื่อมาเป็นตำนานดังนี้ และชื่อนี้ก็เป็นแบบอย่างของคำที่ใช้เรียกภูเขาไฟในภาษาอังกฤษ คือ volcano

    5 Vesuvian
    เหมือนอย่างที่ ๔ แต่กำลังแรงกว่ามากๆ เนื่องจากการระเบิดเกิดหลังจากภูเขาไฟสงบไปเป็นเวลานาน vent หรือรอยแยกให้ลาวาเล็ดรอดออกมามักจะอยู่ลึกๆ ทำให้สะสมแรงดันได้มากมาเป็นเวลานาน ตั้งชื่อตามภูเขาไปวิซูเวียสที่ถล่มเมือง ปอมเปอี มาก่อน ลาวาจากการระเบิดแบบนี้จะพุ่งปะทุออกมาเหมือนหัวกะหล่ำปลี ที่สาดตัวขึ้นไปสูงมาก ถึง ๓๐ กิโลเมตร แล้วทับถมพื้นที่เบื้องล่างด้วยเถ้า( ash)

    6 Plinian
    เป็นการระเบิดแบบ vesuvian อย่างแรงที่สุด ในห้วงสุดท้ายของการพลุ่งพล่านก๊าซออกมาจากแมกม่า พ่นเป็นควันออกมาที่มีจำนวนเถ้าด่านน้อยกว่าแบบ vesuvian แล้วมีเถ้าร้อนๆตกลงมาไหม้ผู้คนบ้านเรือนที่ขวางหน้า เถ้าที่แข็งตัวแล้ว จะมีฟองอากาศแทรกอยู่มากมาย กลายเป็นหินที่มีนำ้หนักเบามาก เรียกว่า pumice(พัมมัซ)

    7 Pelean เกิดจากลาวาที่มีความหนืดสูงมากๆ ทำให้สะสมแรงกดดันได้มากกว่าและนานกว่า มักจะมีหิดอุดทางออกอยู่ จึงต้องสะสมแรงกดดันอยู่นานกว่าจะผลักดันหินที่อุดคาปล่องให้หลุดออกมาพร้อมด้วยแรงระเบิดมหาศาล ควันเมฆที่ะ่นปะทุออกมามีความร้อนสูงจะเรืองเปลวแสงได้เอง ที่มีกำลังระเบิดสูงขนาดที่ได้รับการขนานนามว่า tornadic blast

    การจัดลำดับแบบนี้ก็เป็นเพียงคร่าวๆเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว ก็แยกลำบากมาก ตัวอย่างเช่นการปะทุของภูเขาไฟเอ๊ตน่านี้ แม้ในชั่วเวลาอาทิตย์เดียวกัน ก็มีทั้งแบบ fissure แบบ ฮาวาย และแบบ สตรอมโบลี เพราะลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันมากค่ะ


    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 13:29:51
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  4. pongsiri

    pongsiri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2005
    โพสต์:
    1,077
    ค่าพลัง:
    +638
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20




    ภูเขาไฟพินาทูโบนี่ ร้ายแรงเป็นที่สองของศตวรรษที่แล้วเชียวค่ะ เป็นรองก็แต่ คราคะตัว เท่านั้น
    เพราะ magma chamber อยู่ลึกถึง ๒๐ กิโลเมตรใต้พื้น ในบริเวณนั้นก็มีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ และประจวบกับเป็นต้นฤดูมรสุมด้วยค่ะ (เดือน มิถุนายน คศ ๑๙๙๑) แล้วมีการระเบิดช่วงแรก ที่ไม่แรงนัก มีลาวาทะลักออกมาช่วยถางป่ารอบๆภูเขาจนราบไปหมด พอระเบิดลูกหลังออกมา พ่นเถ้าเป็นล้านๆลูกบาศก์เมตร แล้วก็มีฝนตกหนักถึง ๓๐ นิ้วในเวลาเพียง ๒๔ ชั่วโมง ทำให้เถ้าและนำ้ผสมกันเป็นโคลนที่แม้จะมีลักษณะคล้ายปูนซิเมต์เปียกๆ แต่ก็ไหลบ่าเร็วกว่านำ้ฝนธรรมดาเสียอีก คือไหลลงมาท่วมพื้นที่รอบเขาด้วยความเร็วกว่า ๔๐ ไมล์ต่อชั่วโมง

    และที่สำคัญ พินาทูโบ พ่นเถ้าและ aerosol หรือกรดซัลฟุริคอย่างอ่อนๆ ขึ้นไปในบรรยากาศด้วยกำลังระเบิดมหาศาล ถึงบรรยากาศชั้นบน aerosol นีั้ก็ไปเร่งปฏิกิริยาเคมีในการทำลายโอโซนในบรรยากาศชั้นบนด้วย ในเวลาร่วมสองปีหลังการระเบิด ระดับโอโซนในบรรยากาศลดลงไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยลดลง หน้าหนาวปลายปี คศ ๑๙๙๑_๑๙๙๒ และ ๑๙๙๒_๑๙๙๓ นั้นมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติด้วยค่ะ

    ภาพโดย กรมธรณีวิทยาสหรัฐ ถ่ายในเดือนมิย ๑๙๙๑
    [​IMG]

    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 13:58:57
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21




    การประทุของพินาทูโบยังสร้างภัยอันตรายที่ร้ายกาจที่สุดอีกอย่างหนึ่งของภูเขาไฟด้วยครับ
    นักธรณีวิทยาเรียกมันว่า Pyroclastic flows ( คิดว่าอ่าน ไพโรคลาสติก โฟลว์ นะครับ?
    Pyroclastic เป็น adjective มีความหมายว่าสิ่งต่างๆ ที่ออกมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ )

    เจ้า Pyroclastic flows นี้เป็นส่วนผสมของก็าซร้อน และเถ้าถ่านภูเขาไฟที่เกิดจากการระเบิด
    มันจะเคลื่อนที่ลงมาตามภูเขาไฟด้วยอัตราเร็วสูง อาจจะถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
    เนื่องจากว่ามันมีความร้อนสูงมาก จึงเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่มันวิ่งผ่าน แน่นอนว่ารวมทั้งมนุษย์ด้วย
    ดังนั้นหากการประทุภูเขาไฟแห่งใดที่นักธรณีทำนายว่าจะเกิด Pyroclastic flows จะจำเป็นอย่างยิ่ง
    ที่จะต้องอพยบผู้คนออกจากบริเวณนั้นโดยเร่งด่วนที่สุด เพราะหากเกิดขึ้นเมื่อไหร่ยากที่จะหนีพ้น

    Pyroclastic flows แบ่งเป็นสองชนิดครับ คือ Nuees ardentes กับ ignimbrites แบบหลังคือ
    Nuees ardentes ( นูเอ่ อาร์เด็นเต้ ) แปลว่าเมฆสีเพลิง พบครั้งแรกในการระเบิดของภูเขาไฟ Pelee
    บนเกาะอณานิคมของฝรั่งเศสในทะเลคาลิเบียน โดยนักธรณีวิทยาชื่อ Alfred Lacroix
    Nuees ardentes นั้นมีความหนาแน่น และอำนาจการทำลายรุนแรงมากกว่าแบบแรก
    มักจะเกิดขึ้นกับการระเบิดของภูเขาไฟแบบ Pelean และ แบบ Plinian

    ใครที่ได้ชมภาพยนต์เกี่ยวกับภูเขาไฟเรื่อง Dante's Peak ที่พระเอกเจมส์บอนด์ PIERCE BROSNAN แสดงนำ ในภาพยนต์ก็มีฉาก Pyroclastic flows แบบ Nuees ardentes ด้วยครับ

    แนะนำแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาไฟครับที่ Volcanoes Online
    http://library.thinkquest.org/17457/volcanoes/index.php


    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 16:06:30
    โดย: Jor [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ จ้อ ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 634 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>






    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22




    <TABLE cellPadding=20 width="100%" bgColor=white>







    <TBODY><TR><TD>



    [size=-1]
    <CENTER>



    Volcano galleries in JavaScript by Z-1 :)

    [​IMG]

    [0] [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7]
    </CENTER>
    [/size]



    </TD></TR></TBODY>






    </TABLE>


    วันที่ 27 ก.ค. 2544 - 16:09:30
    โดย: Z-1 [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ Z-1 ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 176 ครั้ง)[/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107




    เข้าใจว่า คงหมายถึง ภูเขา St. Helens มังคะ คุณหนุงหนิงเขียนไว้นานแล้ว คุณจ้อก็ไปอัพเดตไม่นานมานี้ ดิฉันก็เพิ่งไปอัพเดตมาค่ะ ดูได้ที่นี่นะคะ http://www.vcharkarn.com/snippets/vcafe/show_message.php?Cid=27&Pid=5613

    ส่วนแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นนี่เขียนไม่ทันค่ะ ขออภัย คงได้ติดตามทางทีวีกันบ้างนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากนะคะ มีอะไรที่อยากเขียนอีกมากๆเลยค่ะ เรื่องภูเขาไฟก็อยากเขียนเป็นบทความให้เป็นเรื่องเป็นราวมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักทีค่ะ

    วันที่ 5 พ.ย. 2547 - 13:05:35
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    เห็นมีคนทำรายงานเรื่องนี้กันมาก เลยเอารูปมาฝากอีกค่ะ

    นี่เป็นรูปจากราวๆปี ๒๐๐๐-๒๐๐๑ นะคะ

    ดูจากระยะไกล จะเห็นยอดเขาสองลูกกำลังพ่นลาวาอยู่ และมีลาวาไหลเป็นทางลงมาใกล้บ้านคนเลยทีเดียว


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 00:54:15
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    นี่เป็น Lava bomb คือลาวาที่ปะทุขึ้นมาเป็นก้อนๆ ที่เห็นเป็นลูกไฟจ้าๆนะคะ


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 00:58:51
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    Strombolian eruption


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 00:59:30
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    อาละวาดจนหมดแรงแล้วก็เป็นอย่างนี้ค่ะ


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 01:00:07
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    Laventino SEC Cone การพ่นจากแต่ละจุด จะสาดลาวาขึ้นฟ้า แล้วตกลงมากองข้างๆปากหลุม พอเย็นลงแล้วก็จะกลายเป็นภูเขาลูกย่อมๆที่มีลาวาเป็นก้อนๆเหมือนก้อนกรวดเรียกว่า cinder cone


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 01:02:05
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    Laventino Steam Fissure ลาวาที่ดันขึ้นมาถ้าไปเจอแหล่งน้ำ ก็ทำให้น้ำเดือดกลายเป็นไปในทันที อัตราของไอน้ำที่ขยายตัว จะมีปริมาตรมากกว่าน้ำที่เป็นของเหลวร่วมสองพันเท่า ก็เกิดแรงดันมหาศาล แต่ถ้าลาวาไม่ได้มาก และแหล่งน้ำก็ไม่ใหญ่โตจนเกิดการระเบิดรุนแรง แค่ดันให้ดินแตกออกมามีทางให้ไอน้ำออก ก็เรียกว่าเป็น steam fissure ค่ะ


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 01:04:46
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    ในรูปดูเหมือนไม่มาก แต่ลาวาถูกพ่นขึ้นไปสูงถึง ๑๕๐ เมตร


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 01:05:53
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=1 cellPadding=10 bgColor=#999999><TBODY><TR><TD bgColor=#ffffff>ความเห็นเพิ่มเติมที่ 119




    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD>[​IMG]



    พ่นตกลงมากยังร้อนๆเป็นก้อนแดงๆอยู่เลยค่ะ


    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    วันที่ 12 พ.ย. 2547 - 01:06:31
    โดย: พวงร้อย [​IMG] [IP: hidden]
    [size=-1](คุณ พวงร้อย ช่วยร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ผ่านวิชาการ.คอมแล้ว รวมทั้งสิ้น 1063 ครั้ง) [​IMG][/size]


    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     

แชร์หน้านี้

Loading...