มนุษย์ต่างดาวมาเตือนภัย(1)

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย sen-seko-iya, 23 เมษายน 2018.

  1. เกษม

    เกษม เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    20,827
    ค่าพลัง:
    +74,481
    หายนะ..ภัยธรรมชาติที่กำลังมาเยือน

    เผยแพร่เมื่อ 23 พ.ย. 2011
     
  2. 9อมตะ9

    9อมตะ9 อมตะ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    569
    ค่าพลัง:
    +1,282
    มีใครมาเตือนอะไรเพิ่มอีกไหมครับ 2011-2018 จะเข้า 2019 อีกแย้ว
     
  3. เกษม

    เกษม เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    20,827
    ค่าพลัง:
    +74,481
    สรุปรวมเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

    เผยแพร่เมื่อ 15 มิ.ย. 2012
    ดูคำทำนายได้ ตั้งแต่นาทีที่ 29.00 เป็นต้นไปครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ธันวาคม 2018
  4. เกษม

    เกษม เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    20,827
    ค่าพลัง:
    +74,481
    ยุคของพระเจ้าจักรพรรดิราช
    (จากคำทำนายของศาสนาอิสลาม)


    ผยแพร่เมื่อ 29 มิ.ย. 2015

    ยุคทองและการปรากฎกายของมะฮฺดี "ในช่วงเวลานี้ ประชาชาติของฉันจะใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายไร้กังวล ชนิดที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย แผ่นดินจะให้ดอกผลและจะไม่หวงอะไรเอาไว้เลย" (สนัน อิบนุมาญะฮฺ) "บางคนที่เพาะปลูกธัญพืชไปจำนวนหนึ่ง ก็จะได้ผลกลับมา 700 เท่า บางคนจะหว่านเมล็ดพืชไปไม่กี่กำมือ แต่จะเก็บเกี่ยวได้ถึง 700 กำมือ ถึงแม้จะมีฝนตกลงมาอย่างมากมาย แต่มันก็จะไม่ตกลงมาอย่างไร้ค่าเลยแม้แต่หยดเดียว" (อิบนุฮาญัร อัลฮัยตามี , อัลเกาล์ อัลมุคตะซอร ฟีอะลามัต อัลมะฮฺดีย์ อัลมุนตะซารฺ หน้า24)
     
  5. ดาราแฟร์

    ดาราแฟร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2013
    โพสต์:
    1,307
    ค่าพลัง:
    +1,807
    ครับผม ขออนุญาตครับ
    You Are Number One.
     
  6. ดาราแฟร์

    ดาราแฟร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2013
    โพสต์:
    1,307
    ค่าพลัง:
    +1,807
    ญี่ปุ่น อากาศหนาวมั้ยครับ.
     
  7. karokwat

    karokwat Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +297
    ขออนุญาตครับ
    1 องศา ครับท่าน
    ที่ฟูจินะคับ...
    ผมขออนุญาติบอกทุกคนนะครับ
    ขอปลุกกำลังใจทุกท่านด้วยกัน..
    "ว่า เราจะไปสู่ยุคใหม่ด้วยกัน.. เพื่อความสุข ของโลกของพวกเราทุกคน.. สลัดทุกความกัลวล.. และความกลัวให้หมดสิ้น.. ด้วยคามเชื่อของทุกๆท่าน.. และทยานไปสู่ยุคอนาคตใหม่ เพื่อสันติสุขแก่โลกมนุษย์ของเราทุกคนครับ"

    :):)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 ธันวาคม 2018 at 01:29
  8. เกษม

    เกษม เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    20,827
    ค่าพลัง:
    +74,481
    .. Ok พวกเราทุกคนจะมีเวลาอีกเพียง 1 ปี นะครับ คือปี 2562 นี้ เรามาช่วยกันเต็มที่กันนะครับทุกคน..และในปี 2563.. เราจะผ่านทุกเหตุการณ์ไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ยุคใหม่ด้วยกันคับทุกคนผม..

    อ้าว....อย่างนี้ผมก็กลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะอีกแล้วซิครับ ถ้าเลื่อนออกไปได้เรื่อยๆ แบบนี้ คนชั่วก็จะยิ่งได้ใจ เข้ามาเบียดเบียนข่มเหงคนดีมากยิ่งขึ้นไปอีกนะครับ พอถึงปี 2563 จะบอกให้ใครเชื่อได้อีกละครับ ว่าภัยใหญ่กำลังจะมาถึงแล้ว.....
     
  9. leeminho

    leeminho เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    707
    ค่าพลัง:
    +1,257
    คำตอบนี้ท่านรู้ดีมากที่สุด ท่านรับรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 49 แล้ว ผ่านมา 12 ปีแล้ว ก็เลื่อนกันมาตลอดนั่นเพราะมันไม่ทางเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกแล้ว ยุครุ่งเรื่องมากที่สุดก็คงจะเป็นช่วงปี 55-56 หลากหลายคำทำนายและสำนัก ซึ่งผลสรุปก็ออกมาชัดเจนว่า หน้าแหกกันไปจนต้องหนีหายหน้าไปจากเวป สิ่งเหล่านี้เหมือนถูกสร้างมาให้ผู้คนกลัวตายและหันมาทำความดีกันมากกว่า

    ท่าน เกษม อย่าโทษว่าตัวเองเป็นเด็กเลี้ยงแกะเลย เพราะเด็กเลี้ยงแกะตัวจริงนี่ก็คือพวกที่มาแจ้งเตือนภัยพิบัตินี่ล่ะ ท่านแค่เอาข้อมูลพวกนี้มาบอกเล่าแต่นั้นเอง
    ถ้าสังเกตให้ดีๆ คำทำนายเดิม หรือ ของเดิมเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยแล้วเปลี่ยนแค่ตัวเลขปีข้างหลังเท่านั้นเอง จำได้ว่าท่านเซฟกระทู้รวบรวมเอาไว้ลองไปไล่เทียบเอานะแล้วจะพบว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง
     
  10. karokwat

    karokwat Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +297
    ปี 2563 = 2020 ไม่ได้เลื่อนนะคับ กำหนดการณ์เป็นเลขนี้อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว..

    ส่วนหลังจากสิ้นปีนี้ ปี 2562 ทุกอย่างจะค่อยๆเกิดขึ้น และเปิดเผยออกมา..
    แต่กำหนดการณ์ครั้งใหญ่ คือ เมษายน 2563 ครับ

    :):)
    ปล..
    และที่เรารอนี้ ไม่ได้รอใครนะครับ แต่รอโลก กำลังปรับเปลี่ยนสภาพตัวเองอยู (Evo เปลี่ยนร่าง)
    เมื่อโลกพร้อม ก้จะเข้าสู่กำหนดการณ์ทันที
     
  11. leeminho

    leeminho เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    707
    ค่าพลัง:
    +1,257
    โผล่มาอีกคนละ ทุกอย่างเหมือนเดิมเลย
    "ส่วนหลังจากสิ้นปีนี้ ปี 2555 ทุกอย่างจะค่อยๆเกิดขึ้น และเปิดเผยออกมา..
    แต่กำหนดการณ์ครั้งใหญ่ คือ เมษายน 2556"


    ตอนปลายปี 55 ก็มีคนโพสข้อความในลักษณะทำนองนี้ เดี๋ยวไม่เกิดตามคำทำนายก็เปลี่ยนเลขปีข้างหลังไปเรื่อยๆ อีกนั่นล่ะ สรุปแล้วไม่รู้เชื่อใครดีบอกไม่ตรงกันซักคนทีหลังไปคุยให้เข้าใจตรงกันก่อนแล้วค่อยมาโพสนะ
     
  12. Junip

    Junip เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2012
    โพสต์:
    189
    ค่าพลัง:
    +180
    ใครจะะมากอบกู้... ถ้าไม่แน่ใจอย่ามาพูด
    เอาให้แน่ใจก่อนดีกว่าไหม
    เดี๋ยวเมื่อถึงเวลาก็บอกเลื่อนอีก
     
  13. karokwat

    karokwat Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +297
    ดูที่ปัจจุบันก็พอแล้ว
    สิ่งที่พูดถึงในอนาคต หมายถึงปัจจุบันนี้ยังไม่เกิด
    ซึ่งถ้ามันจะเกิด หรือ ไม่เกิด ต้องรอให้อนาคตเป็นปัจจุบันก่อนคับ..
    ไม่ต้องวิตก กังวลไดๆกับมัน

    ถ้าเกิดก็ Serprise ได้กำไร...
    ไม่เกิด ก็ เฉยๆ งั้นๆ..

    แต่ดูที่ปัจจุบัน เป็นหลักนะครับ
    และในปัจจุบันนี้ ไม่มีอะไรจริงครับ
    จนกว่าจะเห็นประจักษ์ด้วยตาตัวเองในปัจจุบัน ค่อยถือว่าจริง ครับ

    :):)
     
  14. karokwat

    karokwat Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +297
    ไม่ว่าใครก็เป็นผู้กอบกู้ได้ครับ เราทุกคน ขอเพียงมีความคิดและหัวใจ ที่จะ "ช่วยเหลือโลก ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม"

    เช่นกันครับ ที่ท่านก็มีความคิดและหัวใจเช่นนี้..
    ท่านก็คือ "ผู้กอบกู้สันติสุข" ครับ
    :):)
     
  15. leeminho

    leeminho เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    707
    ค่าพลัง:
    +1,257
    สรุปสั้นๆ ให้เลยเผื่อบางคนอ่านแล้วกำกวม "ไม่เกิดตามคำทำนายใดๆแน่นอน" ก็อ้างกันไปเรื่อยๆ พอไม่เกิดก็บอกไม่เกิดอ่ะดีแล้วมี Something บลาๆๆๆ มาทำให้เลื่อนออกไป แล้วซักพักก็มากำหนดวันเอาคำทำนายเก่าๆมาเขียนใหม่เปลี่ยนเลขท้ายของปี อยากขอให้เจ้าของโพสมีสติมากกว่านี้การกำหนดวันเวลาตายตัวแบบนี้ผิดกฎหมายหลายข้อนะ โทษมันหนักเอาเรื่องอยู่นะ "นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ"

    ท่าน Junip น่าจะผ่านเหตุการณ์ช่วงปี 2012 ในเวปนี้มาแล้ว มันเลื่อนอีกแน่นอนเลื่อนไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด
     
  16. Junip

    Junip เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2012
    โพสต์:
    189
    ค่าพลัง:
    +180

    ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ.. ไม่เกิดมันก็ดีแล้ว
     
  17. karokwat

    karokwat Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +297
    หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะเป็นคำว่า "เหมือนเดิม"
    หากมีการเปลี่ยนแปลง จะเป็นคำว่า "ใหม่"

    โดยพื้นฐานมนุษย์ทั่วไปแล้วจะปฏิเสธ การเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
    เพราะติดอยู่กับความ "กลัว"

    และคำว่า"กลัว" ไม่มีในพจนานุกลมของ Super Hero
    มีแต่ความ "กล้า" เท่านั้น คับ

    :)
     
  18. ดาราแฟร์

    ดาราแฟร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2013
    โพสต์:
    1,307
    ค่าพลัง:
    +1,807
    ครับผม ขออนุญาตครับ
    อากาศขนาดนี้ กำลังเหมาะพอดีครับผม.สบายๆๆๆ...
     
  19. เกษม

    เกษม เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    20,827
    ค่าพลัง:
    +74,481
    ที่สุดแห่งเทคโนโลยี (จักรแก้ว) ยุคชาววิไล

    universe-475x356.jpg


    กรกฎาคม 5, 2018

    เมื่อนั้น พระราชาก็เริ่มคิดค้นถึงเทคโนโลยีขั้นสูงสุด ที่เป็นที่รวมของทุกสิ่งทุกอย่าง คือ เป็นเครื่องมือที่สามารถจะดึงอณูธาตุที่มีในอากาศมาขึ้นรูปเป็นวัตถุสิ่งของต่างๆได้ตามปรารถนา โดยไม่ต้องได้ตัดไม้เพื่อมาทำกระดาษ ไม่ต้องขุดดินระเบิดหินเพื่อมาทำซีเมนต์หรือก้อนอิฐ ไม่ต้องผลิตคอมพิวเตอร์เป็นจอๆ แบบมีแป้นควบคุมนี้มาใช้ ด้วยว่า ข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ มีความสิ้นอายุไป แล้วก็กลับกลายเป็นของเสียในภายหลัง มีความล้าหลัง มีคุณสมบัติหลายอย่างไม่ตรงตามปรารถนา ประกอบกับในเวลานั้น ปัญหาขยะในโลกก็ยังคงมีอยู่ แม้ว่าเทคโนโลยีที่พยายามพิจารณาดีแล้วนั้นจะก่อมลพิษน้อยก็ตาม แต่มันก็ยังมีอยู่ สืบต่อไปในระยะกาลประมาณหนึ่ง ก็มีอันต้องสะสมกันล้นพื้นที่ได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ พระราชาจึงพิจารณาเพื่อสร้างวัตถุอันเป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยีขึ้นมา คือจักรรัตนะ หรือจะเรียกว่า เครื่องควบคุมพลังงานหรือธาตุในจักรวาลให้เป็นไปตามใจปรารถนา ก็ได้

    ก็จักรรัตนะนี้นั้น เมื่อปรากฏสำเร็จขึ้นมาแล้ว จะมีคุณสมบัติในการควบคุมธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในขอบเขตเท่าที่ใจนึกได้ โดย เครื่องมือชนิดนี้จะตอบสนองโดยตรงต่อความนึกของมนุษย์ ในการป้อนข้อมูลเข้าจักรรัตนะ จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยแป้นพิมพ์ ไม่ต้องอาศัยหน่วยความจำภายนอก และขอบเขตในการควบคุมธาตุ กว้างใหญ่ไปเท่าที่ใจของผู้เป็นเจ้าของจะนึกถึงได้ … จักรรัตนะนี้ รับข้อมูลเข้าไปในรูปของอารมณ์จิต จึงมีอานุภาพเป็นทิพย์ มีความสามารถในการเร่งพลังงานข้ามมิติแห่งกาลเวลาเข้าไปยังภพภูมต่างๆในต่างมิติได้ สามารถจะไปนรกสวรรค์ได้ ไปพรหมโลกได้ คือ ไปได้ทุกที่ที่มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เท่าที่ใจของเจ้าของจะนึกถึง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ก็จะใช้งานแค่ในขอบเขตจักรวาลหนึ่งเท่านั้น ไม่ค่อยนำไปใช้งานข้ามแกแล็กซี่นัก แต่ในความจริง จักรรัตนะ สามารถเดินทางข้ามแกแล็กซี่ได้

    เมื่อต้องการจะเข้าไปศึกษาเรื่องราวของวัตถุธาตุในจักรวาล เช่น โครงสร้างดาวโลกชมพู โครงสร้างดวงอาทิตย์ หรือเนบิวลา หรือวัตถุอื่นใดในวงกว้างนั้น จักรรัตนะจะเร่งพลังงานเข้าไปไว้ในระดับทิพย์ที่ไม่แตะต้องกับธาตุ4แบบมนุษย์ แล้วแทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัตถุธาตุเหล่านั้นได้ มีการนำเสนอโครงสร้างของดวงดาวเหล่านั้นได้คล้ายอย่างที่คอมพิวเตอร์นำเสนอข้อมูลในรูปกราฟฟิก จะต่างกันก็แค่ว่า จอมอนิเตอร์สำหรับจักรรัตนะแล้ว เป็นจอที่ไม่มีขอบเขตแน่นอน

    ไม่ใช่เพียงเท่านั้น จักรรัตนะนั้นเอง ยังมีกำลังอำนาจในการขยายอณูแห่งธาตุเข้าไปยังระดับโครงสร้างที่เล็กลงๆไปเรื่อยๆได้ตามปรารถนา เรียกจักรรัตนะว่า เป็นเครื่องมือสารพัดจะนึก สารพัดจะใช้ก็ได้

    เพราะเหตุที่จักรรัตนะมีความพิเศษอย่างนี้ จึงมีอานุภาพครอบงำแม้กระทั่งอานุภาพของเหล่าเทวดา จึงมีอำนาจในการจัดอารักขาป้องกันภัยอันตรายให้พระราชาได้ตามที่พระราชาปรารถนา

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้รู้แจ่มแจ้งโลก เมื่อกล่าวถึงโลกในมุมอันเป็นทีสุดแห่งความเจริญในด้านความรู้เทคโนโลยี พระองค์จึงกล่าวถึง จักรรัตนะนี้ ว่า เป็นสิ่งพิเศษสูงสุด และตรัสเรียกพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้สามารถก่อเหตุปัจจัยให้เหมาะสมในการปรากฏจักรรัตนะนั้นว่า เป็นอัจริยะมนุษย์ เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นอัจริยะมนุษย์ คือสามารถคิดค้นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจจะคาดคิดถึง แม้กระทั่งจะจินตนาการว่ามันมี มนุษย์ทั้งหลายก็ไม่กล้าจะจินตนาการ แต่บุคคลพิเศษผู้นั้น กลับมีกำลังปัญญาข้ามกรอบมนุษย์ทั่วไปนั้นไป จึงกล่าว่า พระเจ้าจักรพรรดิเป็นบุคคลพิเศษ และเพราะความที่พระเจ้าจักรพรรดิทำประโยชน์เกื้อกูลโลก เพื่อประโยชน์สุขแก่เทวดาและมนุษย์ จึงดำรงอยู่ในฐานะที่ควรเคารพสักการะ ควรแก่การระลึกถึง ผู้ที่ระลึกถึงพระเจ้าจักรพรรดิ มีผลให้เข้าสู่สุคติภูมิได้ หลังจากตายเพราะกายแตก

    พระเจ้าจักรพรรดินั้นเอง คือพระธรรมราชา เป็นราชาโดยธรรม เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลก ในคุณสมบัติต่างๆ
    แม้จะอย่างนั้นก็ตาม พระเจ้าจักรพรรดิผู้พิศษเยี่ยงนั้น ก็เปรียบไม่ได้แม้เสี้ยวหนึ่งในแสนโกฏิเสี้ยวแห่งองค์คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย

    ต่อไปจะได้กล่าวถึงวิธีการสร้างจักรรัตนะ

    หลักการสร้างจักรรัตนะ

    ขั้นตอนการออกแบบ

    การออกแบบจักรรัตนะนั้น ประกอบไปด้วยสองส่วน คือส่วนฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ (ให้พิจารณาเทียบเคียงกับเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้)

    การออกแบบฮาร์ดแวร์ของจักรรัตนะ

    ฮาร์ดแวร์ คือส่วนที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นี้
    จักรรัตนะจะถูกออกแบบให้มีรูปเหมือนกงล้อ คล้ายจานบิน คล้ายๆล้อเกวียน แต่ซี่ของจักรรัตนะนั้น จะไม่ปล่อยเป็นซี่แบบอากาศเหมือนซี่รถจักรยาน หากแต่จะบุไว้เป็นตาๆ หากแบ่งส่วนออกก็จะได้สามส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนดุมจักร๑ ส่วนกำหรือซี่จักร๑ และส่วนกงจักร๑

    ส่วนดุมจักรนั้นจะอยู่ตรงกลางสุด ใช้เป็นแกนหมุนได้ ทำมาจากแก้วไพทูรย์
    ส่วนซี่หรือกำของจักรคือส่วนที่อยู่ตรงวงกลาง มีอยู่พันซี่คือ การขีดเส้นในแนวรัศมีของวงจักร และมีการแบ่งซี่เหล่านั้นออกเป็นวงย่อยๆ หรือเรียกว่าเป็นแทร็กๆก็ได้ ช่วงกำของจักรนี้ เมื่อลากตัดวงด้วยแนวซี่จักรแล้ว ก็จะได้เซกเตอร์ของซี่กำ แต่ละเซกเตอร์เอง ทำจากแก้วมีค่าหลากสีสัน มีการสลักรูปต่างๆไว้ในแต่ละเซกเตอร์ คือ รูปแบบต่างๆของแกแล็กซี่ รูปแบบต่างๆของดวงอาทิตย์ ของดวงจันทร์ ของโลก ของเทวดาเหล่าต่างๆ และรูปที่เกี่ยวกับมนุษย์ คือสัญลักษณ์ทั้งหมดที่สลักไว้ จะครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมดในแกแล็กซี่

    ในส่วนกงจักรนั้น จะแบ่งออกเป็นร้อยเซกเตอร์ พระอรรถกถาเรียกว่า ร้อยคัน และในแต่ละเซกเตอร์นั้นจะประดิษฐานฉัตรไว้ มีแถวลวดลายดอกไม้ทองคำแล่นโดยรอบขอบเขตแต่ละเซกเตอร์ของกงนั้น วัสดุที่ใช้ทำคันกงจักร คือ แก้วแดงบริสุทธิ์

    หากมองจักรรัตนะในทิศเบื้องบน จะเห็นรูปจักรรัตนะ คล้ายกับดวงอาทิตย์ทอแสงสีรุ้งโดยรอบ แล้วก็มีประกายรุ่งเรืองด้วยแสงจากแก้วมณีแต่ละสี คือ แก้วสีต่างๆที่นำไปทำจักรรัตนะนั้น เปล่งแสงได้ด้วย โดยตรงดุมนั้นจะมีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด

    ทีนี้มาดูลายวงจรของจักรรัตนะบ้าง

    คอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้ มีแผ่นPCBเป็นแผงวงจรนำไฟฟ้าเข้าไปผ่านIC ที่มีคุณสมบัติต่างๆ ซึ่งใตไอซีเหล่านั้น มีลายวงจรเล็กๆ มีความละเอียดระดับไมครอน และในอนาคตยังจะพัฒนาให้ผลิตไอซีที่เล็กลงไปยิ่งกว่านั้นอีก จนท้ายที่สุด มนุษย์จะค้นพบว่า วัสดุทุกชนิด มีคุณสมบัติในการจำทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะสารกึ่งตัวนำ และลักษณะวิธีการอ่านข้อมูลในอณูธาตุเหล่านั้นเอง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบฉายกระแสไฟฟ้าเพื่อตรวจจับสัญญาณแม่เหล็ก หรือฉายเลเซอร์กระทบอะไรเทือกนี้ ..

    ในส่วนนี้ บางที ในอนาคตอันใกล้ มนุษย์อาจสามารถใช้โมเลกุลของธาตุเพียงโมเลกุลเดียวในการทำตัวCPU ของคอมพิวเตอร์ก็ได้ เมื่อมนุษย์เห็นโครงสร้างของอุตอมได้ละเอียดขึ้น มีเครื่องมือระดับละเอียดปานนั้น

    ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมนุษย์ศึกษาถึงความเกี่ยวพันระหว่างจิตกับธาตุ4 แล้ว มนุษย์ก็จะสามารถสร้างวงจรความจำ ทำวัตถุให้เป็นวัสดุเมมมอรี่ได้ โดยการใช้กำลังจิต เมื่อรู้ไปถึงนั่น มนุษย์ก็จะอธิบายได้ถึงการทำเครื่องลางของขลังในสายเทคโนโลยีทางนามว่า มันก็หลักคล้ายๆกับเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์นี้

    คือ ผู้ทีเขาเรียกว่า เป็นผู้อัดพลังจิตนั้น ทำการบริกรรม เพ่งอารมณ์มุ่งหมายอยู่ อธิษฐานไว้ว่า วัตถุนี้ ให้มีคุณสมบัติอย่างนี้ เมื่อกระทบกับกระแสจิตอย่างนี้ของคนนี้ ทำนองนี้นะครับ ซึ่ง คุณสมบัติ ความพิเศษพิศดารของเครื่องลางของขลังเหล่านั้น จะมีอานุภาพมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความรู้แจ้งชัดของผู้อัดพลัง คือ ผู้ป้อนซอฟต์แวร์ให้แก่วัสดุนั้นเอง ซึ่งโดยมากแล้ว ผู้ที่ศึกษาทางการทำเครื่องลางของขลัง เรียนด้วยวิธีสืบทอดกันมา ไม่รู้แจ้งชัดในความข้อนี้ คุณสมบัติของเครื่องลางของขลังจึงกินอาณาเขตแคบๆ ใช้งานได้แคบๆ ทั้งๆที่สามารถประยุกต์ไปใช้งานให้กว้างขวางกว่านั้นมากมาย

    สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในเรื่องเกี่ยวแก่เทคโนโลยีทางนามที่ประสานกับหลักการคิดแบบเทคโนโลยีทางวัตถุนี้แล้ว ก็คือ จักรรัตนะ นี้เอง

    คงเคยได้อ่านพบกันมาบ้างว่า ได้ยินว่า เมื่อพระราชาจักรพรรดิพาจักรรัตนะพัดผันไปยังที่ใด มนุษย์ หรือบุคคลใดๆที่มีความคิดว่าจะหยิบศาสตราวุธขึ้นมาเพื่อจะทำร้ายพระองค์หรือทำร้ายใครๆนั้น จะไม่สามารถหยิบจับอาวุธขึ้นมาได้ นั่นก็ด้วยอานุภาพของจักรรัตนะ ซึ่ง พระราชาได้โปรแกรมให้ตอบสนองกับสัญญาณจิตรายบุคคลว่า เมื่อบุคคลนึกคิดอย่างนี้ ขอร่างกายของเขาจงตอบสนองอย่างนี้ เพราะร่างกายมนุษย์หรือเทวดาเอง ก็ประกอบขึ้นมาจากธาตุ 4 ทั้งนั้น
     
  20. เกษม

    เกษม เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    20,827
    ค่าพลัง:
    +74,481
    การออกแบบซอฟต์แวร์จักรรัตนะ

    ขั้นตอนที่ยากที่สุดของจักรรัตนะก็คือการออกแบบซอฟต์แวร์นี้เอง สมมติว่าออกแบบฮาร์ดแวร์ใช้เวลาสัก 1-3 ปี การออกแบบซอฟต์แวร์อาจจะใช้ 20-200 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัญญาของพระราชาองค์นั้นๆว่า แล่นไปช้าเร็วเท่าไรในการออกแบบ

    การออกแบบซอฟต์แวร์นั้น พระราชาจะต้องประมวลเรื่องระดับความคิดของบุคคลต่างๆที่มีในโลกว่ามีกี่ระดับ แล้วก็แยกแยะงานที่คนแต่ละระดับจะสามารถใช้งานจักรรัตนะได้ ว่า ใครจะใช้งานได้ในขอบเขตใดบ้าง

    เช่นว่า การใช้งานจักรรัตนะในเชิงของการเดินทางจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งด้วยวิธีการย้ายโมเลกุล หากว่าพระราชาอนุญาตให้มนุษย์ทุกคนใช้เทคโนโลยีนี้อย่างอิสระ จะเกิดอะไรขึ้น? ก็ต้องตอบได้อย่างไม่สงสัยว่า ความวุ่นวายจะเกิด เดี๋ยวก็เดินทางไปโผล่ห้องนอนของคนนั้นคนนี้ แล้วไปทำกรรมลามกต่างๆมากมายได้ง่าย ด้วยเหตุอย่างนี้ พระราชาจะโปรแกรมไว้ว่า ในการเดินทางนั้น จะมีการกำหนดจุดในการปรากฏ เป็นท่า เป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองอะไรทำนองนี้ ทั้งๆที่จริง จักรรัตนะสามารถจะส่งคนไปปรากฏในที่ใดๆก็ได้ แต่พระราชาไม่อนุญาตให้ผู้อื่นใช้จักรรัตนะในฟังก์ชันนั้นได้เท่านั้นเอง เพื่อประโยชน์ที่เหมาะสม

    พระราชาก็จะมาพิจารณาเรื่องการเดินทางว่า จะต้องมีลำดับเริ่มต้นอย่างไร คือ เริ่มจากการเดินทางในบ้านในเมืองนั้นก่อน โดยให้ประชาชนกำหนดจุดสถานีขนส่ง หรือป้ายรถเมล์เป็นจุดๆในการเข้าและออก แล้วพระราชาก็จะเป็นผู้ป้อนโปรแกรมว่า อนุญาตการเดินทางด้วยการย้ายมวลสาร ในระหว่างจุดนี้กับจุดนี้ ทำนองนี้ พระองค์จะกำหนดเป็นจุดๆไป แม้การเดินทางทางอากาศ ด้วยวิธีการเหาะไปก็ตาม อันนี้ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน พระราชาก็จะอนุญาตการใช้จักรรัตนะในกิจการการเดินทางด้วยการเหาะไว้ กำหนดเพดานเหาะไว้ กำหนดท่าเข้าท่าออกไว้ เพียงแค่ผู้ใช้งาน ต้องการเดินทาง ก็อธิษฐานกำหนดจุดเข้าจุดออกเท่านั้น จักรรัตนะก็จะควบคุมอณูธาตุในอากาศให้มีความหนาแน่นเข้า ยกร่างกายคนๆนั้นขึ้นสู่เพดาน แล้วก็ส่งไปด้วยระดับความเร็วที่กำหนดไว้ ทำนองนี้

    พระราชาไม่ได้พิจารณาการใช้จักรแค่ในมุมนั้น หากแต่ยังพิจารณาการใช้ประโยชน์จักรรัตนะในมุมของการผลิต มีการกำหนดเจ้าหน้าที่ควบคุมการผลิตว่า ใครสามารถเป็นเจ้าหน้าที่ผลิตสินค้าได้ เหมือนการเดินทางอย่างนี้ บางทีก็ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ในการกำหนดจุด มีการกำหนดโปรแกรมว่า ก่อนที่ประชาชนทั่วไปจะเดินทางได้ ต้องเข้าพบเจ้าหน้าที่คนนั้นก่อน บอกเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการไปลงที่เมืองนั้นๆ ตำแหน่งนั้นๆ แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะกำหนดจุด แล้วก็บอกอนุญาต เมื่อเจ้าหน้าที่อธิษฐาน จักรรัตนะจึงจะทำงานในการควบคุมพลังงานแบบนั้นให้สำเร็จ ….

    ผู้อ่านลองคิดดูเถิดว่า มีกิจการอะไรบ้างในโลกนี้ ที่พระราชาต้องประมวลเข้ามาแล้วจัดลำดับ เพื่อทำซอฟต์แวร์คือเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นเป็นอารมณ์จิต แล้วก็อัดอารมณ์จิตนั้นบรรจุไว้ในนิมิตแห่งรูปในจิต แล้วก็อธิษฐานดึงนิมิตนั้นขึ้นมาสู่ความปรากฏเป็นธาตุ4ขึ้นมา

    จะเห็นว่า ต้องได้พิจารณามากมายหลายเรื่องทีเดียว ทั้งเรื่องของมนุษย์และสัตว์ดิรัจฉาน เป็นต้นว่า เมื่อใดราชสีห์เกิดสภาพคิดว่าต้องการกินอาหาร แล้วเกิดความพยายามว่าจะค้นหาอาหาร เมื่อนั้น อาหารตามที่ราชสีห์ปรารถนานั้นจงปรากฏในเบื้องหน้าราชสีห์นั้น เป็นต้น … เมื่อราชสีห์ได้รับอาหารแล้ว ก็จะไม่ออกล่าเหยื่อ ก็จะไม่ฆ่าเนื้อ เนื้อก็จะอยู่เป็นสุข ไม่ถูกเบียดเบียน สัตว์ทั้งหลายล้วนได้อาหารตรงตามปรารถนา อย่างนี้เป็นต้น

    นั่นคือ สภาพคิดทั้งหมดที่พระราชาต้องได้พิจารณานั่นล่ะว่า จะให้เกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อเกิดสภาพคิดอย่างนี้ในสัตว์ตัวนี้ ผู้มีปกติคิดอย่างนี้ มีศีลอย่างนี้ ทำนองนี้ แล้วจงได้ความสำเร็จตามนี้ หรือว่าจงได้ความสำเร็จเป็นอีกอย่างหนึ่ง

    และเมื่อพิจารณาแล้ว จะเห็นว่า ท้ายที่สุด ถึงจะมีเทคโนโลยีดีระดับนั้น สูงสุดระดับนั้น ก็ไม่อาจจะทำให้คนดีกลับชั่ว คนชั่วกลับดีได้ ไม่อาจทำคนไม่รู้ให้กลับรู้ ทำคนรู้ให้กลับไม่รู้ได้ ความเจริญหรือเสื่อมเฉพาะบุคคล เกิดขึ้นเป็นไปตามกรรมที่บุคคลนั้นๆกระทำแก่ตนเอง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว สัตว์ทั้งหลายในยุคพระเจ้าจักรพรรดิ ค่อนข้างอ่อนโยน เอื้อเฟื้อ อารีย์ เมตตากัน โดยมาก หลังจากตายเพราะกายแตก จึงเข้าสู่สุคติโลกสวรรค์

    ต่อไปจะได้กล่าวถึงกระบวนการสร้างจักรรัตนะ

    กระบวนการสร้างจักรรัตนะ

    หลักการสร้างจักรรัตนะ กับหลักการน้อมนำขุมทรัพย์จักรพรรดินั้น ใช้หลักเดียวกัน คือ ขึ้นกับกำลังจิต แต่ ขุมทรัพย์จักรพรรดินั้น เกิดจากกำลังบุญของบุคคลคนเดียว ส่วนจักรรัตนะนั้น เกิดจากกำลังบุญของบุคคลนั้น+กำลังจิตมวลรวมของหมู่มนุษย์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า การประชุมพร้อมกันแห่งเหตุปัจจัยเพื่อความปรากฏของจักรรัตนะนั้น จะต้องได้อาศัยจิตรวมจากหมู่มนุษย์โดยมากด้วย ซึ่งกระแสจิตเหล่านั้นจะไหลเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายพลังจิตขึ้น โดยมีความจดจ่อจิตจ้องรวมลงที่พระราชาผู้เป็นต้นเหตุให้พวกเขาเหล่านั้นได้ดำรงชีวิตอย่างสุขสบาย

    ทุกๆวัน พระราชาจะออกแสดงธรรม อบรมพสกนิกรของพระองค์ แล้วพิจารณาราชกิจในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน มีการอบรมสัมมาทิฏฐิให้ แล้วในช่วงวันอุโบสถ พระราชาจะหลีกเร้นอยู่แต่ผู้เดียว แล้วเพ่งธรรมอยู่ คือ ระลึกถึงอาการของจักรรัตนะ ระลึกถึงอาการมาของจักรรัตนะ ระลึกถึงการใช้งานจักรรัตนะ ซึ่งกระบวนการนี้คือการป้อนซอฟต์แวร์นั่นเอง แต่ โปรแกรมที่พิจารณานั้น จะยังไม่ได้ถูกอธิษฐานด้วยกลไกแห่งฤทธิ์ ตราบที่พระราชายังลงใจไม่ได้ว่า ซอฟต์แวร์ที่พิจารณานั้น เข้าถึงความบริบูรณ์ดีแล้ว ซึ่ง ที่จุดแห่งความบริบูรณ์อันนั้น เมื่อเข้าถึง จะรู้เฉพาะตนเอง จิตจะสงบรำงับลงจนถึงบาทแห่งฤทธิ์เอง

    ในระหว่างที่บรรเทาทุกข์ให้ประชาชนนั้น กระแสเมตตาเพราะความกตัญญูรู้คุณในพระราชาของประชาชนในราชธานีเองและในต่างประเทศก็จะจดจ่อหลั่งไหลเข้าไปสู่พระราชาผู้มีคุณเช่นนั้น แล้วพระราชานั้นอาศัยกระแสจิตเหล่านั้นที่ประสานกันเองโดยอัตโนมัติ มาเป็นปัจจัยหนึ่งในการอธิษฐานถึงความปรากฏแห่งจักรรัตนะ

    ด้วยอาการอย่างนี้ จักรรัตนะจึงมิได้สำเร็จมาจากการประกอบที่โรงงานแห่งใดแห่งหนึ่งบนพื้นดิน หรือบนเทวโลก หรือพรหมโลก หากแต่อุบัติขึ้นมาจากความประชุมพร้อมแห่งกำลังจิตที่กลมกลืนเป็นอันเดียวกันของมหาชน คือ มหาชนนั้น มีความรักความเคารพเป็นอันเดียวกันในพระราชาผู้มีพระคุณของเขานั่นเอง

    ในช่วงที่ปรากฏจักรรัตนะนั้น วันเดือนปี การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และฤดูกาลจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งเดือนมี30วัน 12เดือนเป็น1ปี ทำนองนี้ แม้ฤดูร้อนฤดูหนาวฤดูฝนก็ปรากฏสม่ำเสมอ อันเป็นผลจากกระแสจิตมวลรวม ซึ่งไม่มีสูตรคณิตศาสตร์ที่จะใช้ในการคำนวณ เนื่องจากเป็นเรื่องของนามที่ยากจะหยั่งวัดปริมาณอารมณ์ได้

    เพราะความที่จักรรัตนะสำเร็จได้มาจากกำลังแห่งกระแสจิตมวลรวม จักรรัตนะ จึงมีอานุภาพเป็นทิพย์และตอบสนองโดยตรงต่อกระแสจิตของสัตว์ จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยการป้อนข้อมูลทางคีย์บอร์ดหรือกระแสไฟฟ้า
    เพราะความที่จักรรัตนะ สำเร็จมาจากอธิษฐานของพระราชา จักรรัตนะจึงอยู่ใต้อำนาจจิตของพระราชาเท่านั้น ไม่ขึ้นแก่อำนาจจิตของบุคคลอื่น แต่ เพราะความที่ปัจจัยประกอบของจักรรัตนะมาจากกระแสจิตมวลรวมของสัตว์ พระเจ้าจักรพรรดิจึงสามารถแยกแยะขอบเขตอำนาจการใช้งานจักรรัตนะในบุคคลต่างๆได้

    และเพราะความที่จักรรัตนะ ตกอยู่ใต้อำนาจจิตของพระราชาและสามารถจะกำหนดให้ตกอยู่ใต้อำนาจของบุคคลใดๆได้ตามขอบเขตกำหนด พระราชาจึงอบรมพระราชโอรสองค์โต ผู้จะสืบวงศ์จักรพรรดิให้รู้ถึงวิธีการเข้าควบคุมอำนาจจักรรัตนะได้ว่า กระแสจิตเท่าใด มีความระลึกรู้รอบคอบในการบริหารราชกิจเท่าไร จึงจะสามารถหมุนจักรรัตนะได้เหมือนอย่างที่พระเจ้าจักรพรรดิสามารถกระทำ และเมื่อพระราชโอรสองค์นั้นอบรมจิตตนเข้าถึงภูมินั้น ความรู้เฉพาะตนจะปรากฏแก่จิตพระราชโอรสเองว่าสามารถหมุนจักรได้แล้วโดยไม่ต้องรอพระราชาอนุญาต เมื่อนั้น พระราชโอรสจะได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าถึงนามแห่ง ปริณายกรัตนะ ต่อแต่นั้น พระราชโอรสจะเข้าไปพบพระราชาเองโดยธรรม เพื่อขอแบ่งเบาพระราชกิจในการบริหารบริษัท
    เช่นกัน

    ขุนคลังของพระเจ้าจักรพรรดิเอง ก็อบรมจิตตน จูนจิตเข้าไปตามคำแนะนำของพระราชา จนสามารถจะใช้อำนาจจักรรัตนะในการใช้อานุภาพแห่งตาทิพย์ในการเห็นทรัพย์ทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ ในที่ต่างๆ ทั้งในแผ่นดิน ในแม่น้ำ ในมหาสมุทร หรือในอากาศ ในดวงดาวในอวกาศ เป็นต้น .. นอกจากเห็นทรัพย์แล้ว ขุนคลังนั้นยังมีความสามารถในการใช้จักรรัตนะในการดึงธาตุต่างๆเหล่านั้นจากที่นั้นๆมาไว้ในที่ๆตนกำหนดไว้ได้ด้วย … เมื่อขุนคลังอบรมตนได้ถึงขีดนั้น จะเกิดญาณแจ่มชัดแก่จิตเองว่า ตนสามารถ แล้วเขาก็จะเข้าไปพบพระราชา เพื่อประกาศความสามารถตนในการแบ่งเบาราชกิจเกี่ยวแก่เรื่องทรัพย์ทั้งหลาย….. เมื่อนั้น่ขุนคลังจึงได้ชื่อว่า คหปติรัตนะ

    เรื่องวิธีการอบรมจิตเพื่อความถึงฝั่งแห่งปริณายกรัตนะ คหปติรัตนะนั้น สำหรับผู้ใส่ใจอยากรู้ ก็สามารถหาอ่านเอาได้ในพระไตรปิฎก และข้อจำกัดคือ ปริณายกรัตนะ พัฒนามาจากพระราชโอรสองค์โต ผู้มีนิสัยใคร่ต่อสิกขา…. ส่วนขุนคลังแก้วนั้น เป็นขุนคลังของพระราชาเอง เป็นผู้มีปัญญา ฟังโอวาทพระราชา แทงตลอดในวาทะเหล่านั้นได้… นั่นก็คือ บุญของท่านเหล่านั้น เนื่องอยู่กับพระเจ้าจักรพรรดิ ไม่อาจปรากฏโดดๆได้ คล้ายอย่างตำแหน่งเอตทัคคะในศาสนาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตำแหน่งเหล่านั้น เนื่องกับพระพุทธเจ้า การอบรมบารมีตนเพื่อถึงฝั่งแห่งบารมีนั้น จึงไม่อาจละการคลุกคลีกับเจ้าต้นบุญในเรื่องนั้นๆ เพราะความที่สิ่งเหล่านั้น มิอาจปรากฏสำเร็จได้ด้วยลำพังตน ไม่เหมือนพระเจ้าจักรพรรดิกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นโจกหมู่ เป็นผู้นำหมู่ ไม่ต้องเดินตามหลังใครนอกจากธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...