มาบริจาค Stem Cell กับสภากาชาดไทยกันเถิดค่ะ (^_^)

ในห้อง 'ข่าวทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย สังสารวัฏ, 26 พฤษภาคม 2009.

  1. สังสารวัฏ

    สังสารวัฏ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +5,379
    เซลล์ต้นกำเนิดโลหิต คืออะไร?


    [​IMG]



    เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) คืออะไร
    เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) เป็นเซลล์ตัวอ่อนของโลหิต โดยจะเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง (ทำหน้าที่นำอ๊อกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย)
    เม็ดโลหิตขาว(ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค) และเกล็ดโลหิต (เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว) ซึ่งนอกจากจะเจริญเติบโตเป็นเม็ดโลหิตหลายชนิดแล้ว
    สเต็มเซลล์ยังสามารถให้กำเนิดตัวเองได้ตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว ทำให้สเต็มเซลล์ไม่มีวันหมดไปจากร่างกาย เราจึงสามารถบริจาคสเต็มเซลล์
    ให้กับผู้ป่วยโดยที่สเต็มเซลล์ของผู้บริจาคสามารถสร้างขึ้นทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

    โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่าย Stem Cell

    •โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (เป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น)
    • โลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ
    • มะเร็งเม็ดโลหิตขาวเฉียบพลัน / เรื้อรัง
    • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    • มะเร็งกระดูก Myeloma
    • มะเร็งเต้านม
    • มะเร็งรังไข่
    • มะเร็งปอด


    แสดงความจำนงบริจาค

    การแสดงความจำนงเป็นผู้บริจาค Stem cell
    1. คุณสมบัติผู้ที่ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
    - อายุ 18-50 ปี
    - น้ำหนัก 40 กิโลกรัมขึ้นไป
    - มีสุขภาพแข็งแรง
    - ไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อร้ายแรง และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง

    2. ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาค Stem Cell
    2.1 สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตอยู่แล้ว
    - แจ้งความจำนงลงทะเบียนพร้อมกับการบริจาคโลหิตปกติ ตรวจวัดความดัน ความเข้มข้นโลหิต
    และรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิตที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียน (ขั้นตอนหมายเลข 3)
    อย่าลืม!!! ย้ำกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าขอลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
    - กรอกรายละเอียดเพื่อแสดงความยินยอมเป็นผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
    2.2สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยบริจาคโลหิต
    - แจ้งความจำนงลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธก่อนที่จะไปห้องเก็บตัวอย่างโลหิต

    3.การเก็บโลหิตตัวอย่าง
    - ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะเก็บโลหิตตัวอย่างประมาณ 20 ml. (c.c.) เพื่อนำไปตรวจลักษณะเนื้อเยื่อ (HLA หรือ Tissue typing) และเก็บเป็นฐานข้อมูล (database) ไว้ เมื่ออาสาสมัครฯ มีลักษณะเนื้อเยื่อ HLA เข้ากันได้กับผู้ป่วยแล้ว ทางศูนย์ฯ จะเชิญอาสาสมัครมาบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ในภายหลัง ซึ่งโอกาสที่ลักษณะเนื้อเยื่อของผู้ป่วยและอาสาสมัครฯ จะตรงกันมีเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น

    วิธีบริจาค

    วิธีการบริจาค Stem Cell
    1. การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางหลอดโลหิตดำ(Peripheral Blood Stem Cell Donation) วิธีการนี้ใช้เวลาทั้งหมด 6-7 วัน ซึ่งต้องมาต่อเนื่องกัน โดยเริ่มจาก

    ขั้นแรก
    ฉีดยา G-CSF 4 วัน เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ออกจากไขกระดูก (Bone Marrow) มากระจายตัวในกระแสโลหิตให้มากพอ ที่ต้องฉีดยาชนิดนี้ก่อน เพราะว่า โดยปกติในกระแสโลหิตจะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) อยู่น้อยมาก จึงต้องมีการเตรียมตัวก่อนเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาค

    ขั้นต่อไป
    จะเข้าสู่กระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งใช้เวลา 2-3 วัน และแต่ละวันใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยแทงเข็มที่หลอดโลหิตดำบริเวณข้อพับแขน (Vein) ให้โลหิตไหลเข้าสู่เครื่อง Automated Blood Cell Separator เพื่อแยกเก็บเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต กระบวนการนี้คล้ายกับวิธีการเก็บเกล็ดโลหิต (platelet) หรือน้ำเหลือง (Plasma) ซึ่งจะเก็บปริมาณเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ป่วย

    2.การบริจาค เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตทางไขกระดูก (Bone Marrow Donation)
    เป็นกระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากโพรงไขกระดูก โดยใช้เข็มพิเศษเจาะเก็บจากบริเวณสะโพกด้านหลัง โดยผู้บริจาคจะได้รับการดมยาสลบ กระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ
    2 ชั่วโมง ทั้งนี้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริจาคสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น และควรพักฟื้นร่างกายประมาณ 5 - 7 วัน
    ผู้บริจาคจะได้บริจาควิธีการแบบใด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริจาคด้วย

    การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต เป็นการบำเพ็ญ “อุปบารมีทาน ซึ่งเป็นทานบารมีที่เหนือกว่าการให้ทานทรัพย์สมบัติใดๆ เช่นเดียวกับการบิรจาคโลหิตนั้นก็อาจเป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ประสบโรคร้ายดังที่กล่าวมาในตอนต้นๆ ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตก็จะมีชีวิตใหม่ที่แข็งแรงโรคทางโลหิต บางชนิดหายขาด บางชนิดก็ดีขึ้นกว่าเดิม
    นอกจากจะเป็นการทำให้ผู้บริจาคเกิดความสุขใจแล้ว ยังเป็นการทำให้ผู้รับอยากที่จะเป็นผู้ให้แก่ผู้เดือดร้อนต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด

    “ ขึ้นชื่อว่ากาชาดก็เป็นที่รู้กันดีว่า หมายถึงผู้ช่วยด้วยเมตตา ด้วยกรุณาอย่างยิ่งต่อทุกชีวิต ไม่เลือกชาติ ศาสนา หรือฐานะจะยากจนมีดีชั่วอย่างไร กาชาดมิใส่ใจ ช่วยได้เพียงไร กาชาดก็จะช่วย นับเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ผู้ร่วมงานด้วยจิตใจเป็นบุญเช่นนี้ ควรได้รับอนุโมทนาสาธุการอย่างยิ่ง ”

    [​IMG]



    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

    ---------

    [​IMG]


    ผลที่ได้รับจากการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต


    1. มอบโอกาส และชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วย
    2. มีโอกาสตรวจร่างกายอย่างละเอียด ก่อนการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
    3. มีโอกาสได้รับพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 จากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    ความรู้สึกจากใจผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือสเต็มเซลล์(Stem Cell)


    [​IMG]



    คุณธวัชชัย ชาญวิทยากุล อาจารย์โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก

    “ การให้ใดเล่า จะสุขใจเท่ากับการได้ให้ความรัก และได้ให้โอกาสใหม่แห่งชีวิต ”
    “หลังจากที่ผมบริจาคสเต็มเซลล์ได้ประมาณ 5-6 วัน ผมก็ไปแข่งกีฬาเลย ซึ่งถ้าผมไม่ได้ทำตรงนี้ ผมก็ ไม่มีโอกาสได้เข้ามาเล่นกีฬา นอกจากนี้ทุกๆวันผมยังดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เวลาที่มี ปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆเข้ามาในชีวิต เมื่อผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เหมือนกับเป็นกำลังใจที่ขจัดความทุกข์ให้ หายไป และสิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดก็คงจะเป็นการได้เข้ารับเข็มพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็น ครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆครับ สำหรับผู้ป่วย ผมไม่ทราบว่าเป็นใคร รู้แต่ว่าเป็นเด็กอายุ 10 ขวบ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ มีลูก ก็เลยคิดว่าเขาก็คือลูกคนหนึ่งของเรา ซึ่งผมก็หวังว่าเขาจะมีโอกาสเติบโตขึ้น เพื่อสร้างสิ่งดีๆให้กับสังคม ต่อไป”


    [​IMG]



    คุณอัมภิณี ชิวปรีชา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    “ แค่รู้ว่าตัวเองมีสเต็มเซลล์ตรงกับผู้ป่วย แม้ว่ายังไม่ได้บริจาค ก็มีความสุขแล้ว ”
    “ ปกติตัวเองบริจาคโลหิตอยู่แล้ว พอทราบว่าเพื่อนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก็เลยลงทะเบียน บริจาคส เต็มเซลล์ตรงนี้ไปด้วยเลย พอรู้ว่าสเต็มเซลล์ของตัวเองตรงกับผู้ป่วย ก็แอบดีใจ เพราะรู้สึกว่าโอกาสที่สเต็ม เซลล์ของเราจะตรงกันนี้มันยากมาก อยากฝากเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ ให้มาลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์ ถึงเราจะเสียเวลา ณ ขณะที่เราบริจาคเพียงเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่ากับชีวิตคนๆนึง"


    -------------------------


    ที่มาของข้อมูล -->
    1. National Blood Centre,Thai Red Cross Society : www.blooddonationthai.com
    2. http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q7890942/Q7890942.html
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • stemcell1.JPG
      stemcell1.JPG
      ขนาดไฟล์:
      25 KB
      เปิดดู:
      2,822
    • stemcell2.jpg
      stemcell2.jpg
      ขนาดไฟล์:
      28.8 KB
      เปิดดู:
      3,020
    • stemcell3.jpg
      stemcell3.jpg
      ขนาดไฟล์:
      46.4 KB
      เปิดดู:
      2,961
    • stemcell4.jpg
      stemcell4.jpg
      ขนาดไฟล์:
      27.5 KB
      เปิดดู:
      2,579
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 พฤษภาคม 2009
  2. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    19,991
    กระทู้เรื่องเด่น:
    261
    ค่าพลัง:
    +63,484
    [​IMG]

    สาธุ!!! ขออนุโมทนาในกุศลจิตของเจ้าของกระทู้ด้วยนะคะ ^_^

    [​IMG]


    ช่วงนี้กระแส “สเต็มเซลล์”ค่อนข้างรุนแรงทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ
    ทำให้ประชาชนรวมถึง ตัวตาเอง ก็ลังเลและสงสัย

    อ่านในคุณอนันต์..ของ“สเต็มเซลล์”หรือเจ้า เซลล์มหัศจรรย์ ในฐานะที่เป็น ความหวังใหม่ ของวงการแพทย์ที่จะสามารถรักษาโรคร้ายแรงให้หายได้
    แต่ก็อ่านเจอในส่วนเชิงลบที่มีคำถามออกมา เป็นที่วิพากษ์กัน แล้วอย่างที่บอกแหล่ะค่ะ..สงสัยและลังเล


    *จากที่ Search อ่านรายละเอียดและเคยอ่านแบบผ่านๆตามาบ้าง..

    ถึงแม้ว่าการวิจัยด้าน สเต็มเซลล์จะก้าวหน้าไปไกลมาก แต่ปัจจุบันยังไม่มีองค์ความรู้เพียงพอ ที่จะอธิบายกระบวนการพัฒนาไปเป็นเซลล์อื่นๆ ในร่างกายของเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งหากยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนและสามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ การนำเอาไปใช้ในการรักษาถือว่าอันตรายมากต่อผู้ป่วย
    ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการวิจัย สเต็มเซลล์ ในส่วนเซลล์เต็มวัย (Adult stem cell) อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะส่วนที่ได้จากไขกระดูกและสายสะดือเด็กหลังคลอด ซึ่งสามารถนำมารักษาโรคต่างๆ อาทิ มะเร็งเม็ดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบตัน เบาหวาน ธาลัสซีเมีย ปัจจุบันได้มีการรักษาไปแล้วประมาณ 1,000 ราย แต่การนำ สเต็มเซลล์มารักษา ค่อนข้างมีข้อจำกัดในส่วนของหมู่เลือดเม็ดโลหิตขาว และเนื้อเยื่อจะต้องตรงกับผู้ป่วย ในส่วนที่ผู้ป่วยไม่สามารถนำเซลล์ต้นกำเนิดของตนเองมารักษาได้


    ดังนั้น สภากาชาดไทยจึงได้จัดตั้งธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต เพื่อขอรับบริจาคจากบุคคลทั่วไป หรือต้องสละชีวิตเพื่อชีวิต

    ขณะที่การวิจัยเรื่อง สเต็มเซลล์ กำลังก้าวเดินรุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีการฉายให้เห็นแต่ภาพความดีงามและคุณประโยชน์มหาศาลต่อชีวิตมนุษย์ ในมุมกลับกัน การได้มาซึ่ง สเต็มเซลล์ ซึ่งเป็นมุมอีกด้านกลับถูกละเลยที่จะกล่าวถึง
    คำถามที่ท้าทายคือ เราจะนิยามความหมายอย่างไรของการได้มาซึ่ง สเต็มเซลล์ในบางประเด็นที่มีปัญหาในเชิงศีลธรรม

    ก็คิดว่า ในอนาคตข้างหน้าเรื่องนี้ต้องพัฒนาและมีวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่านี้แน่นอน ^_^


    >> มุมมองในการใช้สเต็มเซลล์ ดีจริงหรือไม่…!!! สะท้อนมุมมองของคุณหมอคนหนึ่ง...

    >> มหัศจรรย์สเต็มเซลล์

    >> อย.ชี้ 'สเต็มเซลล์' แค่รักษาโรคเลือด | ThaiHealth.or.th

    >> ถอดเปลือกโฆษณาสเต็มเซลล์

    >> ศิริราชทดลองใช้"สเต็มเซลล์"

    >> ขายว่อนเน็ต"สเต็มเซลล์เฒ่าทารก"เสี่ยงมะเร็งถึงตาย

    >> "เจาะลึกสเต็มเซลล์กับแสงซินโครตรอน”กับ ฉันท์วิทย์

    >> เจ้าหน้าที่ดูแลข่าวด่วน จาก สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข


    ;aa37

    และก็มีข่าวของวันนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ^_^

    >> มหิดลหนุนแพทยสภา ร่างกฎคุม"สเต็มเซลล์"

    ---------
    มหิดลหนุนแพทยสภา ร่างกฎคุม"สเต็มเซลล์"


    [​IMG]

    รูปประกอบข่าวจากอินเตอร์เน็ต

    นพ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ นักวิจัยโครงการวิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีแพทยสภาเตรียมออกประกาศร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (สเต็มเซลล์) เพื่อควบคุมงานวิจัย ว่า เห็นด้วยกับมาตรการของแพทยสภา เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันโรงพยาบาลและคลีนิคเอกชนมีการอวดอ้างสรรพคุณการใช้สเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคต่างๆ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันมีเพียงโรคที่เกี่ยวกับเลือดเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นอกนั้นยังอยู่ในการวิจัยและพัฒนาทั้งสิ้น

    "แต่ร่างข้อบังคับดังกล่าวต้องชัดเจน โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะกรรมการวิชาการและจริยธรรมด้านการวิจัยในคนของเซลล์ต้นกำเนิดจะต้องไม่ครอบจักรวาล ต้องมีบทบาทหน้าที่ชัดเจน และไม่ซ้ำซ้อนกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ซึ่งเห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ควรทำหน้าที่ดูแลเฉพาะโรงพยาบาลและคลีนิคเอกชนที่ไม่เข้มแข็งในกระบวนการตรวจสอบก่อนทำวิจัย โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม เนื่องจากเอกชนก็จะอิงผลกำไรเป็นสำคัญ" นพ.สุทัศน์กล่าว และว่า ที่ผ่านมา สถาบันการศึกษา โรงเรียนแพทย์ต่างมีกระบวนการตรวจสอบก่อนทำวิจัยสเต็มเซลล์เป็นขั้นตอนแล้ว หากให้คณะกรรมการของแพทยสภาควบคุมอีกเกรงว่าจะซ้ำซ้อนหน้าที่

    ---------
    มติชนออนไลน์
    วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11400
    http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lif05270552&sectionid=0132&day=2009-05-27


    ;aa26
    [​IMG] ขอบคุณและโมทนาสาธุอีกครั้งค่ะสำหรับข้อมูลข่าวสารดีๆ ของคุณ สังสารวัฏ [​IMG]
     
  3. สังสารวัฏ

    สังสารวัฏ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +5,379
    ขอขอบพระคุณผู้จัดระเบียนหน้าตาให้ใหม่นะคะ (^_^)
    พอดีว่าแทรกรูประหว่างบรรทัดไม่ได้น่ะค่ะ ...
    เข้ามาดูอีกทีมีคนทำให้ใหม่..แล้วยังแถมรูปพระสังฆราชมาให้ด้วย
    ขอบพระคุณมากนะคะ .. สาธุค่ะ (^_^)

    http://palungjit.org/threads/4-ก-ค5...เด็จองค์ปฐมหน้าตัก-2-ม-วัดคลอง-14-ค่ะ.188430/
     
  4. สังสารวัฏ

    สังสารวัฏ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +5,379
  5. เจี๊ยบ รักพ่อหลวงภูมิพล

    เจี๊ยบ รักพ่อหลวงภูมิพล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    1,646
    ค่าพลัง:
    +4,255
    ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากค่ะ สักวันหนึ่งคงมีโอกาส
     
  6. mahamate

    mahamate เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,575
    ค่าพลัง:
    +1,815
    ตั้งใจอยู่แล้วครับว่าบริจาคเลือดครั้งนี้จะลงทะเบียนบริจาคสเต็มเซลล์ด้วย อย่างน้อยเราก็สามารถช่วยคนอื่นได้ครับ
     
  7. สังสารวัฏ

    สังสารวัฏ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    562
    ค่าพลัง:
    +5,379
    โอ้! .. ดีจังเลยคุณมีโอกาสทำบุญใหญ่..ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ .. สาธุ (^_^)
    อยากบริจาคเลือด และสเต็มเซลล์มากเลย .. แต่เขาไม่เอา...น้ำหนักไม่ถึง ...
    ต้องกินให้อ้วนกว่านี้ก่อน ...อิ อิ

    http://palungjit.org/threads/4-ก-ค5...เด็จองค์ปฐมหน้าตัก-2-ม-วัดคลอง-14-ค่ะ.188430/
     
  8. GUYTHUM

    GUYTHUM เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2008
    โพสต์:
    1,337
    ค่าพลัง:
    +1,084
    แล้วน้ำเชื้อ(อสุจิ)เขารับหรือเปล่าครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...