มีผู้กล่าวว่า ถ้าจิต เกิดความคิดอะไรขึ้นมา เกิดความรู้อะไรขึ้นมา ให้พิจารณา สิ่งนั้น

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปราบเทวดา, 20 ธันวาคม 2020.

  1. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    เกร็ดธรรม
    หลวงปู่พุธ ฐานิโย
    วัดป่าสาละวัน
    อ.เมือง จ.นครราชสีมา




    มีผู้กล่าวว่า ถ้าจิต เกิดความคิดอะไรขึ้นมา
    เกิดความรู้อะไรขึ้นมา
    ให้พิจารณา สิ่งนั้น
    แล้วก็ไปเข้าใจว่า
    เราตั้งใจพิจารณา ตั้งใจคิด

    แต่ความจริงน่ะ
    ไม่ใช่อย่างนั้น
    คำว่า พิจารณา นี่ ก็หมายถึงว่า
    กำหนดรู้สิ่ง ที่มันเกิดขึ้นดับไปเอง โดยอัตโนมัติ

    ที่นี่ ถ้าสิ่งที่มันเกิดขึ้น
    เราข้องใจสงสัย
    เราไปตั้งใจพิจารณาเท่านั้น
    จิตมันจะถอนจากสมาธิเด๊ะ

    แต่ถ้าอะไรมันเกิดขึ้น
    เรามี สติกำหนดดู ให้มันรู้อยู่ในที
    จิตมันจะไม่ถอนจากสมาธิ
    แล้วมันจะย้อนกลับ สงบละเอียดเข้าไป
    สู่สมาธิตามขั้นตอนอีกครั้งหนึ่ง

    เพราะฉะนั้น เวลาท่านนั่งสมาธิ จิตสงบดีแล้ว
    เมื่อจิต ถอน จากสมาธิมา พอรู้สึกว่ามีกาย
    อย่ารีบ ออกจากที่นั่งสมาธิ
    ให้กำหนดรู้จิต ของตนเองอยู่ซักพักหนึ่ง ก่อน
    ถ้าหากว่าจิต ไม่เกิดความรู้ ความคิด ขึ้นมาเอง
    ก็ให้พิจารณา ทบทวนอ่า.. ที่เราเริ่มปฏิบัติมา
    ตั้งแต่เบื้องต้น เราได้ไหว้พระสวดมนต์
    เราได้อธิฐานจิต เราได้แผ่เมตตา เราได้กำหนดอารมณ์จิต
    จิตของเรา สงบหรือไม่ สงบ
    รู้หรือไม่รู้
    สว่างหรือไม่ สว่าง

    กำหนดพิจารณา ทบทวนดูซัก สอง สามที
    ก่อนออกจากที่นั่งสมาธิ
    อันนี้เป็นแนวทางของท่าน พระอาจารย์ สิงห์
    ที่ท่านเขียนไว้
    ในพระไตรสรณคมณ์ ย่อ

    อ่านต่อที่นี่ https://palungjit.org/threads/ศีลเป็นคุณธรรมของมนุษย์-หลวงปู่พุธ-ฐานิโย.279665/page-2


    ฟังต่อที่นี่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 ธันวาคม 2020
  2. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,416
    ค่าพลัง:
    +1,425
    ปกติเวลาเกิดความคิดขึ้นมาผมก็รู้เฉยๆคับขอบคุณที่ตั้งกระทู้ขึ้นมา คำถามคือเกิดความคิดขึ้นทำไมพระอาจารย์หลวงพ่อพุธให้พิจารณาอีกคับ เพราะความคิดนั้นมันดับไปแล้ว
     
  3. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    ตรงไหนอ่า ?
     
  4. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,416
    ค่าพลัง:
    +1,425
    ทำไมต้องให้พิจารณาสิ่งที่ผุดขึ้นมาคับ
     
  5. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    ท่านแปล คำว่า พิจารณา ให้ ฟัง

    ว่า พิจารณา คืออะไร อาการอย่างไรเรียกว่า พิจารณา
     
  6. ..xx..

    ..xx.. เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    531
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +666
    พิจารณาเกิดดับในสมาธิ และเกิดดับในชีวิตประจำวัน คิดว่าแบบนั้นนะคะ
     
  7. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    คือ คำว่าพิจารณา ถ้าคนเข้าใจผิดในเหตุการที่หลวงปู่ท่านสอน

    พิจารณา ก็หมายถึง กำหนดรู้สิ่งที่เกิดดับอัตโนมัติ
    ไม่ใช่หมายถึง ไปช่วยคิดช่วยวิเคราะห์ ช่วยยกไปนั่นยกไปนี่

    ให้กำหนดรู้ที่จิตเฉยๆช่วงนี้
    จะเป็นช่วง ที่ จิตจะสามารถเข้าสู่วิปัสนาขั้นละเอียด
    เข้าไปเห็นเกิดดับเกิดดับ
    โดยที่พ้นความเป็นเราเข้าไปเห็นเกิด ดับ ได้
    เป็นหน้าที่ของจิตที่มันทำงานได้ด้วยตัวมันเอง
    ไม่มีเราเข้าไปข้องเกี่ยว
    มันจึงสามารถตัดกิเลส เป็นสมุทเฉทประหานได้
     
  8. ..xx..

    ..xx.. เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กรกฎาคม 2020
    โพสต์:
    531
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +666
    หวีเข้าใจว่าท่านอาจพูดขั้นจิตเดินวิปัสสนาเองอัตโนมัติเหมือนกันค่ะพี่ณุ
     
  9. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    จิตที่อ่อน ควรแก่การงาน เป็น จิตที่ทำสมถะมา
    ออกสมถะ ก็น้อมไป ในวิปัสนา พวกที่ตั้งสมถะเป็นฐาน จะใช้ วิธีนี้

    แต่พวกที่เป็น วิปัสนายานิก ไม่ต้องน้อม ไม่ต้องยกนั่น ยกนี่
    กำหนดรู้ที่จิตอย่างเดียวเฉยๆ วิธีทำเหมือนง่าย
    แต่ในการทำไม่ง่าย แต่ใครทำได้ จะไว
    วิปัสนายานิกทำให้กิเลสหลุดเหมือนการกระเทาะออกไปทีละนิด เป็นสมุทเฉท จนไปถึงที่สุดไม่มีเชื้อ
    จึงเรียกว่าเป็น สุขวิปัสโก
     
  10. Tboon

    Tboon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    2,095
    ค่าพลัง:
    +3,422
    จิตที่ควรแก่งาน คือจิตที่เป็นกลาง
     
  11. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    ต้องเป็นพระอรหันต์ก่อนดิพี่ เช่นนั้น งั้นเป่า
     
  12. Tboon

    Tboon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    2,095
    ค่าพลัง:
    +3,422
    ดูบทธัมมจักฯ สิครับ อรหันต์เลยป่าว
     
  13. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,416
    ค่าพลัง:
    +1,425
    "
    เพราะฉะนั้น เวลาท่านนั่งสมาธิ จิตสงบดีแล้ว
    เมื่อจิต ถอน จากสมาธิมา พอรู้สึกว่ามีกาย
    อย่ารีบ ออกจากที่นั่งสมาธิ
    ให้กำหนดรู้จิต ของตนเองอยู่ซักพักหนึ่ง ก่อน
    ถ้าหากว่าจิต ไม่เกิดความรู้ ความคิด ขึ้นมาเอง
    ก็ให้พิจารณา ทบทวนอ่า.. ที่เราเริ่มปฏิบัติมา"

    ผมสงสัยตรงนี้มากกว่า ตรงนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ในสมาธิแล้ว
     
  14. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    ทางสายกลาง กับ จิตเป็นกลาง อย่างเดียวกันหรือครับ
     
  15. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    ยกมาแบบนี้ก็ สิ้นเรื่องครับ
     
  16. Piccola Fata

    Piccola Fata Assassino mio

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2010
    โพสต์:
    619
    ค่าพลัง:
    +612
    แนนเข้าใจว่า หลังจากที่เราออกจากสมาธิ จิตเราอาจจะนิ่งไร้ความคิดจากอารมณ์ข่มไว้ของฌาน ซึ่งหากจิตยังนิ่ง ไม่มีนึกคิดอะไร มันจะเดินวิปัสสนาเพื่อดูเกิดดับของจิตไม่ได้ จึงต้องมีกระตุ้นจิตให้กระเพื่อมให้ไหวติงก่อน

    ไม่แน่ใจว่าแนนเข้าใจท่านถูกรึเปล่านะคะ
     
  17. Tboon

    Tboon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    2,095
    ค่าพลัง:
    +3,422
    ทางมันข้างนอกๆนะครับ จิตมันข้างใน ผมว่าอุปมาทางสายกลางก็คือจิตต้องให้อยู่บนพื้นฐานที่ปราศจากอคติความลำเอียงไปตามความเชื่อใดๆก็ตามก่อน มิเช่นนั้น พอเกิดสภาวธรรมอะไรขึ้น ด้วยความที่จิตยังไม่เท่าทันในความลำเอียงก็จะถูกวิบากแห่งความลำเอียงลากไปตีความตามความเชื่อตลอดๆน่ะครับ การจะเห็นความจริง ถ้าจิตไม่เป็นกลางพอจะเห็นธรรมตามความเป็นจริงได้อย่างไร อันนี้ความเห็นผมครับ
     
  18. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,416
    ค่าพลัง:
    +1,425
    อันดับแรก ผมถามคุณแนนก่อน สมาธิ
    ที่คุณแนนเข้าใจเป็นแบบไหนครับ
     
  19. Tboon

    Tboon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    2,095
    ค่าพลัง:
    +3,422
    ผมว่าเป็นการเอาอานิสงส์จากการระงับนิวรณ์ได้มาเป็นตัวตั้งในการทบทวนพิจารณาหรือเห็นตามความจริง จะเท่าทันตรงนี้หรือไม่เท่าทันตรงนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง
     
  20. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา มีความสุขอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    5,027
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,163
    บทธัมจักร พระพุทธเจ้า ท่านแสดง ส่วนสุดสองทาง

    แล้วมาแสดง

    มัชฌิมาปฏิปทา
    คือ ทางสายกลาง

    แล้ว จึง แสดง อริยสัจ4
    เริ่มต้นด้วยทุกข์ สมุทัย นิโรธ แล้วก็มรรค (มัชฌิมาปฏิปทา)


    ถ้าไม่เดินตาม มัชฌิมาปฏิปทา
    หรือทางสายกลางที่เป็นมรรคนั้น

    จิตก้จะไม่มีทางเข้าถึงความเป็นกลาง

    ฉะนั้น เมื่อไม่ลงมือปฏิบัติ
    ความเป็นกลางของจิต จะไม่มีวันเกิดขึ้น

    อันนี้ความเห็นผมครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...