มีภิกษุอาพาธหนักใส่สายสวนปัสสาวะหน้า 4 #68 มาอยู่ที่กาฬสินธิ์ทั้งพรรษานี้

ในห้อง 'งานบุญอื่นๆ' ตั้งกระทู้โดย glassbuddha2009, 17 เมษายน 2019.

  1. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    ขออนุโมทนาครับคุณ shaj
     
  2. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    วันนี้ท่านผู้ไม่ออกนามโทรบอกว่า ผมเข้าใจผิดว่า ผิดวัตถุประสงค์ ถ้าเป็นกรณีที่คนโอนเข้าบัญชีแล้ว บอกกำชับเช่นนี้ คือ ให้ผมจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ จัดส่งข้าวสาร อาหารแห้งหรือน้ำผึ้งใดๆ หรืออนุญาตให้ใช้ในวัตถุประสงค์ของกระทู้ ก็แปลว่า ให้ใช้ซื้ออาหารแห้งส่งวัดได้ ไม่ผิดวัตถุประสงค์

    ครับ ผมขออภัยคือไปยึดหลักการของกระทู้ ลืมไปว่าผู้ร่วมบุญกำชับเพิ่มด้วยครับ
     
  3. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    เดี๋ยวผมว่างอีก 3 - 5 วัน ว่างแล้วผมจะลองศึกษาเรื่องน้ำผึ้งสาบเสือดูครับว่า เป็นยาด้วยหรือไม่ ? หากใช่ ก็อาจขออนุญาตผู้ไม่ออกนามส่งเป็นน้ำผึ้งสาบเสือแทนนะครับ หรืออาจร่วมกับอาหารแห้งอื่นใด

    ขอบคุณที่แนะนำครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤษภาคม 2019 at 21:41
  4. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
  5. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
  6. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    วันนี้ผมกด ATM จากบัญชี " กองทุนพระอาพาธ " กสิกรออกมาถือไว้ 600.- บาท ยังเหลืออยู่ในบัญชี 203.- บาท ( แต่ถือว่าคงเหลือ 209.- บาท )

    ผมได้โทรเรียนผู้ร่วมบุญว่า หากเราซื้อเป็นสลาก ธ.ก.ส. หรือออมสิน แล้วนำสลากนั้นมาโพสต์ไว้บนกระทู้ เพื่อที่หากมีรางวัลจะได้นำไปใช้ประโยชน์ได้ และผมขอผู้ร่วมบุญให้โพสต์ในบัญชี " กองทุนสารพัดวัตถุประสงค์ " ( ท่านอนุญาต )
     
  7. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    ค่ำนี้ผมกลับมาโพสต์หลักฐานนะครับ เงินเข้ากองทุนสารพัดวัตถุประสงค์ด้วยการเป็นสลาก ธ.ก.ส. 600.- บาท

    และผมให้สลากเพิ่มอีก 1,000.- บาท

    รวมเข้ากองทุนสารพัดวัตถุประสงค์ 1,600.- บาทครับ
     
  8. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    วันศุกร์ วันนี้เวลาประมาณ 17:00 น. พระ อ. ประสิทธิ์ ยโสธโร ประธานกองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง กาฬสินธิ์โทรแจ้งผมว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่ง อายุประมาณ 70 ปี อาพาธด้วยโรคโรคหนึ่ง ผมจำไม่ได้ เอาไว้เมื่อกราบเรียนกับท่านใหม่จะได้ทำความเข้าใจ พระ อ. ประสิทธิ์บอกว่า พระภิกษุอาพาธรูปนี้ท่านกำลังจะมาอยู่จำพรรษาด้วยที่กาฬสินธิ์โดยแจ้งมาว่า ท่านมีอาพาธค่อนข้างหนัก พอดีพระ อ. ประสิทธิ์เพิ่งได้เป็นประธานกองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามงใหม่ๆหมาดๆเลย พระประสิทธิ์จึงปรึกษาผมเกี่ยวกับอาพาธหนัก และอาจจะต้องรักษาท่านตลอดพรรษานี้

    ผมไม่ได้หนักใจอะไร เพราะเคยทำมาก่อนโดยตลอด ไม่ได้มีความกังวลใดๆ ก็จะได้บอกบุญตั้งแต่นี้ไปเพื่อรักษาพระภิกษุอาพาธรูปนี้ถึงแม้ว่าจะมีอาการหนัก

    ผมจึงมาโพสต์ไว้เพื่อเรียนทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกันครับ
     
  9. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕
    มหาวรรค ภาค ๒

    เรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วง

    [๑๖๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคท้องร่วง นอนจมกองมูตรกองคูถของตนอยู่ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคมีท่านพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะ เสด็จพระพุทธดำเนินไปตามเสนาสนะ ได้เสด็จเข้าไปทางที่อยู่ของภิกษุรูปนั้น ได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปนั้น นอนจมกองมูตรกองคูถของตนอยู่ ครั้นแล้วเสด็จเข้าไปใกล้ภิกษุรูปนั้น แล้วตรัสถามว่า เธออาพาธเป็นโรคอะไรภิกษุ?
    ภิ. ข้าพระพุทธเจ้าอาพาธเป็นโรคท้องร่วง พระพุทธเจ้าข้า.
    พ. เธอมีผู้พยาบาลไหมเล่า ภิกษุ?
    ภิ. ไม่มี พระพุทธเจ้า.
    พ. เพราะเหตุไร ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลเธอ?
    ภิ. เพราะข้าพระพุทธเจ้ามิได้ทำอุปการะแก่ภิกษุทั้งหลาย ฉะนั้นภิกษุทั้งหลายจึงไม่
    พยาบาลข้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าข้า.
    จึงพระผู้มีพระภาครับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า อานนท์ เธอไปตักน้ำมา เราจักสรงน้ำ
    ภิกษุรูปนี้.
    ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระพุทธบัญชาว่า เป็นดังนั้น พระพุทธเจ้าข้า ดังนี้แล้ว
    ตักน้ำมาถวาย พระผู้มีพระภาคทรงรดน้ำ ท่านพระอานนท์ขัดสี พระผู้มีพระภาคทรงยกศีรษะ
    ท่านพระอานนท์ยกเท้าแล้ววางบนเตียง
    ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ
    เหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ในวิหารหลังโน้น มีภิกษุอาพาธหรือ ภิกษุ
    ทั้งหลาย?
    ภิ. มี พระพุทธเจ้าข้า
    พ. ภิกษุรูปนั้นอาพาธเป็นโรคอะไร ภิกษุทั้งหลาย?
    ภิ. ท่านรูปนั้น อาพาธเป็นโรคท้องร่วง พระพุทธเจ้าข้า.
    พ. ภิกษุรูปนั้น มีผู้พยาบาลไหมเล่า ภิกษุทั้งหลาย?
    ภิ. ไม่มี พระพุทธเจ้า
    พ. เพราะเหตุไร ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลเธอ?
    ภิ. เพราะท่านรูปนั้นมิได้ทำอุปการะแก่ภิกษุทั้งหลาย ฉะนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาล
    ท่านรูปนั้น พระพุทธเจ้าข้า.
    พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอไม่มีมารดาไม่มีบิดา ผู้ใดเล่าจะพึงพยาบาลพวกเธอ ถ้าพวกเธอจักไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุอาพาธ ถ้ามีอุปัชฌายะ อุปัชฌายะพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีอาจารย์ อาจารย์พึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีสัทธิวิหาริก สัทธิวิหาริกพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีอันเตวาสิก อันเตวาสิกพึงพยาบาล
    จนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีภิกษุผู้ร่วมอุปัชฌายะ ภิกษุผู้ร่วมอุปัชฌายะพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีภิกษุผู้ร่วมอาจารย์ ภิกษุผู้ร่วมอาจารย์พึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้าไม่มีอุปัชฌายะ อาจารย์ สัทธิวิหาริก อันเตวาสิก ภิกษุผู้ร่วม
    อุปัชฌายะ หรือภิกษุผู้ร่วมอาจารย์ สงฆ์ต้องพยาบาล ถ้าไม่พยาบาล ต้องอาบัติทุกกฏ.


    ขอบคุณ http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=5&A=4357&Z=4474
     
  10. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    bauchom-1.png พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
    “ โย ภิกขเว มํ อุปฏฐเหยย โส คิลานํ อุปฏฐเหยย ”

    ” ผู้ใดปราถนาจะอุปปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงอุปัฏฐากภิกษุอาพาธเถิด “

    ตามพระพุทธดำรัสที่กล่าวมาข้างต้นนั้น การที่เราดูแลช่วยเหลือปรนนิบัติต่อพระภิกษุผู้อาพาธ เท่ากับว่าเราได้สร้างกุศลต่อพระพุทธองค์โดยตรงเลยทีเดียว ดังนี้ ผลบุญมหาศาลจักบังเกิดขึ้นแก่เราผู้ได้ปรนนิบัติอุปัฏฐากพระภิกษุสงฆ์ผู้อาพาธ เปรียบเสมือนเราได้ถวายทานต่อพระพุทธเจ้านั่นเอง ดังนั้นการที่เรามีโอกาสหรือตั้งใจที่จะปรนนิบัติดูแลช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ที่ป่วยไข้ อาพาธ แล้วเราน้อมจิตของเราระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะส่งผลต่อจิตใจอันเป็นกุศลเป็นอย่างมาก และอานิสงส์ดังกล่าวนั้น บุญจากการอุปัฏฐากพระพุทธองค์ย่อมมีกำลังกุศลมหาศาล หากตั้งจิตธิษฐานว่า “ขอให้เราเจริญในธรรมในพระศาสนาของพระพุทธองค์” แล้วกำลังแห่งความตั้งใจนั้นก็ย่อมมีมากมายและส่งผลให้เราก้าวหน้าในธรรม มีพละและอินทรีย์ เพื่อความหลุดพ้นในโอกาสภายหน้าได้เป็นแน่แท้ เหตุดังนั้นพวกเราอย่ามัวประมาทอยู่เลย พึงกระทำมหากุศลดังกล่าวให้เกิดขึ้นแก่ตัวเอง ครอบครัว และสหธรรมิกของเราโดยพลัเทอญ

    อานิสงส์การบริจาคเงินบำรุงพระภิกษุ-สามเณรอาพาธ

    (เสมือนอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า “ผู้ใดต้องการอุปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นจงไปอุปัฏฐากภิกษุไข้เถิด”)

    1. อกุศลกรรมในอดีตชาติ จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ ถือเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่งได้
    2. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ เมื่อได้รับส่วนบุญนี้จะเลิกจองเวรจองกรรม ช่วยให้พ้นเวรพ้นกรรม
    3. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เทวดารักษา สรรพวิญญาณเมตตาปราณี
    4. เหล่าวิญญาณร้ายไม่อาจเบียดเบียนบีฑาได้
    5. จิตใจสงบร่มเย็น ปวงภัยไม่เกิด ฝันร้ายไม่มี มีสง่าราศีผ่องใส สุขภาพเเข็งเเรง กิจการงานเป็นมงคล แก่ตัว อายุยืนยาว ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
    6. คุณธรรมเจริญมั่นคง ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า ปัญญาเกิด
    7. ไม่พลัดพรากจากคนรัก ของรัก ก่อนเวลาอันควร
    8. ชื่อว่าได้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคง ยั่งยืน
    9. ถือเป็นการทำสังฆทานอย่างหนึ่ง เพราะเป็นการถวายการอุปัฏฐากบำรุงแก่พระภิกษุสงฆ์จำนวนมาก
    10. จะไม่ไร้ญาติขาดมิตร เวลาแก่ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยจะมีคนคอยดูเเล ไม่ถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว
    11. มีเดชบารมีมาก มียศวาสนา เป็นใหญ่เป็นโต ไม่มีใครข่มขี่เบียดเบียนได้
    12. จะเป็นที่รักแก่คนทั้งปวง ไปที่ใดจะมีผู้คอยช่วยเหลือเกื้อหนุน ไม่ถูกปล่อยให้ขัดข้องในเรื่องทั้งปวง
    13. จะมีสมบัติมาก และสมบัติจะไม่ถูกทำลายโดยราชภัย โจรภัย อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ
    14. จะได้พบพระอริยสงฆ์ ได้พบพระอรหันต์ ได้พบพระดี ได้พบพระเครื่องพระบูชาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ไมเจอพระปลอม ไม่เจอพระเก๊ พระทุศีล
    15. จะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้า และเข้าถึงธรรมได้โดยง่ายดาย
    16. จะได้เจอครูบาอาจารย์และเพื่อนที่ทรงคุณธรรม
    17. ด้วยบุญที่อุปัฏฐากภิกษุอาพาธนี้จะเป็นปัจจัยแก่สวรรค์และนิพพาน
    18. ด้วยบุญที่อุปัฏฐากภิกษุอาพาธนี้ สามารถอธิษฐานให้เป็นปัจจัยแก่การบรรลุเป็นพระมหาสาวก พระอัคสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอนาคตกาลได้
    ขอบคุณ
    https://kuakiddeedee2.wordpress.com/2016/02/24/59956545365/
     
  11. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    01-jpg.jpg
    พระ อ. ประสิทธิ์ ยโสธโร
    พระภิกษุผู้รับเป็นประธานกองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง
    กาฬสินธิ์ โทรของวัด 087-9446237
    screenshot_25620510_132029z-jpg.jpg
    ธ. ออมสิน สาขาวังสามหมอ
    เลขบัญชี 020283316097

    ชื่อบัญชี " กองทุนภิกษุอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง "
    เงื่อนไขการเบิก 2 ใน 3 โดยต้องมีลายเซ็นต์พระ อ. ประสิทธิ์ร่วมด้วยทุกครั้ง

    ลักษณะกองทุน : ใช้ในพระอาพาธได้ทั่วโลกไม่มีการแบ่งนิกายหรือขอบเขตแห่งดินแดน
     
  12. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    หากท่านที่ไม่สะดวกบัญชีของ " กองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง " อาจเนื่องจากเป็นสาขาต่างจังหวัด ธนาคารคิดค่าทำธุรกรรมครั้งละ 30.- บาท ก็สามารถโอนเข้าบัญชี " กองทุนพระอาพาธ " ด้านล่างนี้ได้ เพราะผมก็จะโอนเข้า " กองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง " ในจำนวนเงินที่ทางพระ อ. ประสิทธิ์ท่านต้องใช้ในเรื่องพระอาพาธครับ

    เลขบัญชีร่วมบุญ " กองทุนพระอาพาธ "

    ธ. กสิกรไทย สาขาสี่แยกวังหิน
    เลขที่บัญชี 757-2-41867-1

    ชื่อบัญชี นายสมบูรณ์ ติยะวงศ์สกุล

    มือถือ 087-7459995

    Line ID : glassbuddha2009
     
  13. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    11-51-00.jpg
    นับเป็นโชคดีที่ได้รู้จักพระภิกษุที่มีศีลจากคุณวันเพ็ญและท่านยังอ่อนน้อมถ่อมตน อีกทั้งยังดูแลอุปัฏฐากพระภิกษุอาพาธถึงแม้จะไม่ใช่พระลูกวัดของท่านก็ตาม
     
  14. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    วันอาทิตย์ที่ 19 เวลาประมาณ 17:00 น. พระ อ. ประสิทธิ์โทรมาปรึกษาผมว่า ในกรณีที่ค่ารถเหมาคันจากทางวัดไปถึงโรงพยาบาลนั้นเป็นพันบาท แต่ก็จำเป็นต้องใช้เพราะใส่สายสวนปัสสาวะเอาไว้ด้วย ท่านถามว่าผมมีความคิดเห็นอย่างไร ? ผมได้กราบเรียนท่านว่า ท่านในฐานะตัวแทนของสงฆ์อาพาธท่านสามารถใช้ได้เลย ผมจะทำหน้าที่หาเงินค่ารถเหมาคันเอง ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรือแม้แต่เรื่องค่ายานอกบัญชี หรือค่าอื่นใดที่เกี่ยวกับสงฆ์อาพาธ

    ผมจึงมายกกระทู้อีกครั้ง เพื่อหาเงินค่ารถเหมาคันครั้งละเป็นพันบาท เพราะวัดท่านอยู่ในป่า ออกมาถึงเมืองก็ต้องเป็นพันบาทอยู่แล้ว ผมยังหาเงินค่ายานอกบัญชี ค่าอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสายสวนปัสสาวะที่อาจติดเชื้อได้ง่าย ค่าอุปกรณ์อื่นใด เช่น แพมเพิร์ส สำลี ยาล้างแผล หรืออื่นใดที่จำเป็นทั้งหมดด้วย

    มาร่วมบุญกันนะครับ ขออนุโมทนาครับ
     
  15. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สุทัตตสูตร ว่า

    “บุคคลใดให้โภชนาหาร แก่ปฏิคาหกผู้มีศีล ผู้บริโภคของที่คนอื่นให้โดยเคารพตามกาลอันควร บุคคลนั้นชื่อว่าให้ฐานะ ๔ ประการ คืออายุ วรรณะ สุขะ พละ นรชนผู้ให้อายุ ให้วรรณะ ให้สุขะ ให้พละ จะไปบังเกิดในภพใดๆ ย่อมเป็นผู้อายุยืน มียศ ในภพนั้นๆ”

    มนุษย์ส่วนใหญ่เห็นว่า ความสุขและความสำเร็จในชีวิตที่ตนได้มานั้น เกิดจากความรู้ความสามารถของตน ที่ได้ทุ่มเทให้กับหน้าที่การงาน อาศัยความขยันหมั่นเพียรไม่ลดละ จึงทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ซึ่งถือว่าเป็นความคิดเห็นที่ถูกต้องในระดับหนึ่ง ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งเห็นว่า เป็นเพราะเกิดจากพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เวลาจะหยิบจับอะไร ก็สำเร็จทุกอย่าง สำเร็จอย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่คนอื่นต้องใช้ความเพียรพยายามมาก จึงจะได้ในสิ่งที่ตนปรารถนา

    คำว่า พรสวรรค์นี้ อันที่จริงก็เกิดจากอานุภาพแห่งบุญที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ผู้มีพรสวรรค์จึงหมายถึงผู้ที่ได้สั่งสมบุญเอาไว้อย่างดีแล้ว เมื่อถึงคราวจะประกอบธุรกิจการงานใด ก็สำเร็จอย่างง่ายดายเป็นอัศจรรย์ อะไรที่คนอื่นเห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้มีบุญ และหากมีพรสวรรค์ควบคู่กับพรแสวง คือมีทั้งบุญที่สั่งสมมาดีแล้ว ประกอบกับมีความเพียรพยายามทำในสิ่งที่ดี ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมโลก ก็จะยิ่งทำให้เป็นคนที่ทั้งเก่งและเฮง นับวันชีวิตก็จะเจริญรุ่งเรือง มีอนาคตที่รุ่งโรจน์ยิ่งๆ ขึ้นไป

    ดังเช่นพระพากุละเถระ -พระพากุลเถระ
    เอตทัคคะในทางผู้ไม่มีโรคาพยาธิ

    พระพากุละ เกิดในวรรณะแพศย์ ตระกูลคหบดี ในเมืองโกสัมพี ที่ได้ชื่อว่า “พากุละ” เพราะชีวิตของท่านเจริญเติบโตในตระกูลเศรษฐี ๒ ตระกูล (พา = สอง, กุละ = ตระกูล) ประวัติของท่านมีดังต่อไปนี้:-

    คลอดจากท้องคนเข้าไปอยู่ในท้องปลา เมื่อท่านคลอดออกจากครรภ์ของมารดาได้ ๕ วัน บิดามารดา รวมทั้งวงศาคณาญาติได้
    จัดพิธีมงคลโกนผมไฟและตั้งชื่อให้ท่าน และมีความเชื่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษว่า ถ้านำเด็กที่เกิดใหม่ไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคา แล้วจะทำให้เป็นคนไม่มีโรคเบียดเบียนและมีอายุยืนยาว พี่เลี้ยงนางนมทั้งหลายจึงได้นำท่านไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคา ซึ่งนับถือกันว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อนั้น
    ขณะที่พี่เลี้ยงกำลังอาบน้ำให้ท่านอยู่นั้น มีปลาใหญ่ตัวหนึ่งแหวกว่ายมาตามกระแสน้ำ เมื่อมันเห็นท่านแล้วคิดว่าเป็นก้อนเนื้อ จึงฮุบท่านไปเป็นอาหารแล้วกลืนลงท้อง อาจเป็นเพราะ ท่านมีบุญญานุภาพมาก แม้จะถูกอยู่ในท้องของปลาก็มิได้รับความทุกข์ร้อนแต่ประการใด เป็นเสมือนว่านอนอยู่ในสถานที่อันสุขสบาย ส่วนปลานั้นก็ไม่สามารถจะย่อยอาหารชิ้นนั้นได้ จึงมี
    อาการเร่าร้อนทุรนทุราย กระเสือกกระสนแหวกว่ายไปตามกระแสน้ำ จนถูกชาวประมงจับได้ และขาดใจตายในเวลาต่อมา เนื่องจากเป็นปลาตัวใหญ่ ชาวประมงจึงพร้อมใจกันนำออกเร่ขาย เพื่อนำเงินมาแบ่งกัน ชาวประมงเหล่านั้น ช่วยกันนำปลาออกเร่ขายทั้งในหมู่บ้านและในตลาด ก็ไม่มีใครสามารถจะจ่ายเงินเป็นค่าซื้อปลาได้
    ขณะนั้น ภริยาเศรษฐีในเมืองพาราณสีผ่านมาพบ จึงได้ซื้อปลานั้นไว้ด้วยหวังจะนำไปแจกจ่ายให้แก่บริวาร และเมื่อให้จัดการชำแหละท้องปลาแล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนก็คือ เด็กทารกที่ยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนเมื่อหายตกตะลึงแล้วก็อุ้มเด็กออกจากท้องปลา ชำระร่างกายให้สะอาดแล้ว เด็กทารกนั้นเป็นผู้มีผิวพรรณผ่องใสน่ารัก ภริยาเศรษฐีดีใจสุดประมาณ เพราะตนเองก็ยังไม่มีบุตร จึงพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังในท่ามกลางฝูงชนว่า “เราได้บุตรแล้ว ๆ” และได้รับเลี้ยงทารกนั้นเป็นอย่างดีประดุจบุตรแท้ ๆ ในอุทรของตนเอง

    ลูกใครกันแน่ ข่าวการที่เศรษฐีในเมืองพาราณสีได้เด็กจากท้องปลา แพร่สะพัดไปทั่วอย่างรวดเร็ว ฝ่ายมารดาบิดาที่แท้จริงของเด็กนั้นอยู่ที่เมืองโกสัมพี ได้ทราบข่าวนั้นแล้ว จึงรีบเดินทางมาพบเศรษฐีเมืองพาราณสีทันที ได้สอบถามเรื่องราวโดยตลอดแล้ว จึงกล่าวว่า “นั่นคือบุตรของเรา” พร้อมกับชี้แจงแสดงหลักฐานเล่าเรื่องราวความเป็นมาโดยละเอียด แล้วเจรจาขอเด็กนั้นคืน ฝ่ายเศรษฐีเมืองพาราณสี แม้จะทราบความจริงนั้นแล้วก็ไม่ยอมให้คืน เพราะถือว่าตนก็ได้มาด้วยความชอบธรรม อีกทั้งมีความรักความผูกพันในตัวเด็ก ซึ่งเปรียบเสมือนลูกที่แท้จริงของตน ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้จึงพากันไปกราบทูลพระเจ้าพาราณสีเพื่อให้ทรงช่วยตัดสินคดี
    ความให้ พระเจ้าพาราณสี ได้ทรงสอบสวนทวนความ ทราบเรื่องโดยตลอดแล้ว ทรงพิจารณาวินิจฉัยให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ด้วยการตัดสินให้ทั้งสองตระกูลมีสิทธิ์ในตัวเด็กทารกนั้นเท่าเทียมกัน ให้ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเลี้ยงดู สุดแต่จะตกลงกำหนดระยะเวลาตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงได้นามว่า “พากุละ” แปลว่า คน ๒ ตระกูล เพราะท่านเจริญเติบโตในตระกูลเศรษฐีทั้งสองตระกูลละครึ่งปี ท่านมีชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขตามวิถีชีวิตฆราวาส ด้วยความอุปถัมภ์บำรุงของตระกูลทั้งสองนั้น จวบจนอายุถึง ๘๐ ปี

    เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา
    สมัยหนึ่ง เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เที่ยวประกาศหลักธรรมคำสั่งสอน ให้ประชาชนได้บรรลุมรรคผล ตามอำนาจวาสนาบารมีของตน ๆ เสด็จมาถึงยังเมือสาวัตถี พากุละพร้อมด้วยบริวาร ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและรับฟังพระธรรมเทศนาเกิดศรัทธาเลื่อมใส ตั้งใจอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา จึงกราบทูลของบรรพชาอุปสมบท พระพุทธองค์
    ประทานให้ตามประสงค์ และประทานพระโอวาทอันเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากนั้นท่านได้ปลีกตัวไปสู่สถานที่อันสงบสงัด เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร ท่านอุตสาห์ทำความเพียรอยู่ ๗ วัน ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์

    ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ไม่มีโรคาพาธ
    เมื่อท่านได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านได้ช่วยแบ่งเบาภาระทางพระพุทธศาสนาในการอบรมสั่งสอนพุทธบริษัท และท่านเป็นผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธุดงค์ ข้อ “เนสัชชิกธุดงค์” คือ การสมาทานธุดงค์ด้วยการอยู่ในอิริยาบท ๓ คือ ยืน เดิน และนั่งเท่านั้น ไม่นอน และข้อ “อรัญญิกธุดงค์” คือ การสมาทานธุดงค์ด้วยการอยู่ป่าเป็นวัตร ดังจะเป็นได้ว่า ตั้งแต่ท่านบวชมานั้น ท่านไม่เคยจำพรรษาในบ้านเลย นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่ไม่มีโรคเบียดเบียน ไม่เคยให้
    หมอรักษาพยาบาล ไม่เคยฉันแม้แต่ผลสมออันเป็นยาสมุนไพรแม้แต่เพียงผลเดียว เพราะว่าท่านไม่มีโรคใด ๆ เลยนั่นเอง ทั้งนี้เป็นเพราะด้วยอานิสงส์แห่งการสร้างเว็จกุฎี (ส้วม) แลการถวายยาเป็นทานแก่พระสงฆ์ เหตุการณ์ที่แสดงว่าท่านเป็นผู้อายุยืนยาวนั้น ได้มีเรื่องกล่าวไว้ใน กุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตรแห่งคัมภีร์มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ว่า.....

    ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพากุลเถระ พักอาศัยยู่ที่เวฬุวันมหาวิหารเมืองราชคฤห์ ขณะนั้น มีอเจลกะท่านหนึ่ง ชื่อว่า กัสสปะ (อเจลกะ คือ นักบวชประเภทหนึ่งที่ไม่สวมเสื้อผ้า ซึ่งเรียกว่าชีเปลือย) ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของท่าน เมื่อสมัยที่ยังเป็นคฤหัสถ์ ได้มาเยี่ยมเยือนและได้สนทนาไต่ถามพระเถระว่า
    “ท่านพากุละ ท่านบวชมาได้กี่ปีแล้ว”
    “กัสสปะ อาตมาบวชมาได้ ๘๐ ปีแล้ว”
    “ท่านพากุละ ตลอดระยะเวลา ๘๐ ปี ที่ท่านบวชมานั้น ท่านมีความเกี่ยวข้องกับโลกิยธรรมกี่ครั้ง”
    “ท่านกัสสปะ อันที่จริงท่านควรถามอาตมาว่า ตลอดระยะเวลา ๘๐ ปีนั้น กามสัญญาคือ ความใฝ่ใจในทางกามารมณ์เกิดขึ้นแก่ท่านกี่หนแล้ว กัสสปะ ตั้งแต่อาตมาบวชมาได้ ๘๐ ปีแล้วนี้ อาตมามีความรู้สึกว่า กามสัญญาที่ว่านั้นไม่เกิดขึ้นแก่อาตมาเลย”
    อเจลกกัสสปะ ได้ฟังคำของพระเถระแล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้ น่าอัศจรรย์ จริง ๆ” และได้สนทนาไต่ถามในข้อธรรมต่าง ๆ จากพระเถระ จนหมดสิ้นข้อสงสัยแล้ว ในที่สุดก็เกิดศรัทธาขอบวชในพระพุทธศาสนา และได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์อีกรูปหนึ่ง

    ด้วยความที่ท่าน เป็นผู้ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนเป็นเหตุให้ท่านมีอายุยืนยาวดังกล่าวมานี้ พระบรมศาสดาจึงทรงยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางผู้ไม่มีโรคาพาธ ท่านพระพากุลเถคะ ดำรงอายุสังขารสมควรแก่กาลแล้ว ในวันที่ท่านจะนิพพานนั้น ท่านนั่งอยู่ในท่ามกลางประชุมสงฆ์ ได้อธิษฐานว่า “ขออย่าให้สรีระของข้าพเจ้าเป็นภาระแก่หมู่ภิกษุสงฆ์เลย” ดังนี้แล้วท่านก็เข้าเตโชกสิณ ปรินิพพานในท่ามกลางหมู่สงฆ์นั้น พลันเปลว
    เพลิงก็เกิดขึ้นเผาสรีระของท่านจนเหลือแต่อัฐิธาตุ ซึ่งมีสีและสัณฐานดังดอกมะลิตูม

    พระพากุลเถระ - เอตทัคคะในทางผู้ไม่มีโรคาพยาธิ

    ขอบคุณที่มา : https://pantip.com/topic/30749263
     
  16. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    ขออนุโมทนาคุณ shaj โอนเข้าบัญชี ธ. ออมสิน " กองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง " ร่วมบุญ 500.- บาท ให้ใช้เป็นค่าเดินทางเหมารถได้ และอื่นๆของพระอาพาธได้

    ขออนุโมทนาครับ
     
  17. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    496263.jpg
    shaj
    ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต


    สวัสดีครับคุณสมบูรณ์ที่นับถือ
    ผมขอแจ้งโอน500บาทเข้าบช.ออมสิน กองทุนภิกษุอาพาธ
    ที่หลวงพ่อประสิทธิ์ ท่านดูแลครับ
    ท่านสามารถใช้ยอดนี้สมทบเป็นค่ารถเดินทางพระสงฆ์ที่ท่านอาพาธที่กล่าวไว้ในกระทู้ครับ
     
  18. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
  19. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    ช่วงนี้ที่มีพระภิกษุอาพาธหนัก ต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาทิ้งไว้ตลอดเวลา และต้องเดินทางไปโรงพยาบาลในช่วงนี้ คือช่วงเข้าพรรษาตลอดพรรษา ผมคาดการณ์เองว่า น่าจะต้องใช้เงินเพื่อเดินทาง ค่ายานอกบัญชี ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ระยะเวลา 4 เดือนจากนี้จนกว่าจะออกพรรษา คงใช้เงิน " กองทุนพระอาพาธที่พักสงฆ์ห้วยป่ามง " ประมาณ 10,000.- บาทหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย

    ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตตั้งเป้าเอาไว้ว่า ขอให้เลย 12,000.- บาทเอาไว้ก่อน

    ท่านที่ต้องการร่วมบุญสามารถร่วมบุญได้โดยตรง หรือจะส่งสิ่งของมาให้ขายในกระทู้ก็ได้ครับ

    ขออนุโมทนา

    หมายเหตุ
    ถ้าผมคาดการณ์งบประมาณ 12,000.- บาทผิดพลาด ผมขออภัยล่วงหน้าครับ อาจมากกว่านี้มากก็ได้ครับ
     
  20. glassbuddha2009

    glassbuddha2009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    26,882
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +53,265
    ข้อความขึ้นในมือถือ
    20/05/62 13:19 น.
    บชX241867X เงินเข้า 200.00 บาท
    คงเหลือ 403.38 บาท

    มีผู้โอนร่วมบุญ " กองทุนพระอาพาธ " ครับ

    ขออนุโมทนาสาธุการ
     

แชร์หน้านี้

Loading...