เรื่องเด่น มีวิธีเช็คยังไงครับว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่รับพยากรณ์แล้ว

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย ทอนเงิน, 28 มีนาคม 2017.

  1. Gunny158

    Gunny158 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +11
    สวัสดีครับ คำตอบนี้ตั้งใจเขียนให้ คุณทอนเงินโดยเฉพาะนะครับ
    ******ฉะนั้น ตั้งใจอ่าน และควรอ่านให้ละเอียดหลายๆรอบนะครับ เพราะผมไม่ค่อยได้มาตอบ
    และ คิดว่าคงไม่ช้าไปที่จะมาตอบนะครับ พอดีไม่ได้เข้าเว็บนี้มานานมากแล้ว พอดีเห็นกระทู้นี้ แล้ว มองเห็นตัวเองในอดีต เข้าใจความรู้สึกของเจ้าของกระทู้ ว่า การสร้างบารมีต้องใช้เวลานานหลายอสงไขย กำลังใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว เป็นกำลังใจให้นะครับ เพราะแม้แต่ พระพุทธเจ้าของเรา ก็ยังต้องใช้กำลังใจมากทีเดียว จะเห็นได้จาก แม้ชาติสุดท้ายที่พระองค์เป็น
    เจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์ก็ยังเสี่ยงลอยถาดทอง โดยอธิษฐานว่า หากสำเร็จ ขอให้ถาดทองลอยทวนน้ำ เฉกเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ก็ทำเช่นเดียวกันครับ
    การที่จะทราบว่า เป็นนิยตะโพธิสัตว์ นอกจากวิธีที่คนอื่นกล่าว มา ยังมีวิธีทางอ้อม ได้หลายวิธีครับ

    1. ดูจากกำลังใจของเราครับ เพราะบารมี คือ กำลังใจ นิยตะโพธิสัตว์ ต้องมี ปรมัตบารมี พร้อมหมายถึงมีกำลังใจแน่วแน่ที่จะสละชีวิตเพื่อทำความดีหรือสร้างบารมีได้หรือไม่ ถ้าจิตใจแน่วแน่แบบนี้ ถึงจะเข้าขั้น นิยตโพธิสัตว์ครับ ในวันที่มีความทุกข์ที่สุด ผมเคยถามว่า อยากจะลาพุทธภูมิหรือไม่ คำตอบที่ได้ คือ ไม่ครับ ไม่เคยมีวันไหนที่มีความคลางแคลงใจ ในการลาพุทธภูมิสักวัน แม้ในวันที่ทุกข์ หรือ ลำบากที่สุดในชีวิตครับ ถ้า ยังมีความลังเล เดี๋ยวลา เดี๋ยวไม่ลา (ไม่จำเป็นต้องอ้างว่า พอจะลาแล้ว มีเหตุการ์ณ์อย่างนี้ไม่ให้ลา แล้วสรุปว่าทึกทักเองว่าเราเป็นนิยตโพธิสัตว์ อันนี้ไม่ใช่ของแท้ครับ) เพราะ ถ้าบารมีเต็มแล้ว จะไม่มีคำว่า ลา อยู่ในสารระบบ ของนิยตโพธิสัตว์แน่นอนครับ ถ้าคิดจะลา แม้เสี้ยวนาที แสดงว่า กำลังใจยังไม่เต็มครับ บารมียังไม่เต็มครับ ยังไม่ผ่าน ข้อ ต่อไป อ่านข้อ 2 ก่อนนะครับ เพราะเกิดก่อน

    3. อธิษฐานบารมีครับ อย่างที่เกริ่นมาแต่ต้น ว่า อธิษฐานบารมี คือ หนึ่งในบารมีสิบทัศน์ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กับบารมีข้ออื่นๆ ซึ่งก็คือ กำลังใจครับ ถ้าอยากทราบก็อธิษฐานขอทราบว่า เราเป็นนิยตหรือไม่ครับ แต่ การอธิษฐาน ไม่ใช่ว่า นึกจะอธิษฐาน แล้วก็จะได้คำตอบเลยนะครับ ก็ต้องมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดผลด้วย คือ เราต้องทำบุญใหญ่ ด้วยจิตอันเป็นกุศล และด้วยความอยากรู้จริงๆ โดยอธิษฐาน ขอให้ทราบ เพื่อที่เราจะได้มีกำลังใจในการสร้างบารมีต่อไป
    (อย่างที่ผมบอกว่า ไม่แปลก ที่เราจะมีกำลังใจตกบ้าง ในบางคราว เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้า ของเราก็ยังต้องอธิษฐานเสี่ยงทายแม้ในชาติสุดท้ายของพระองค์)

    ตอนผมอธิษฐาน คือ ในขณะที่ผมบวชเป็นภิกษุแล้ว และมีจิตตั้งมั่นในการอธิษฐาน คือ อยากรู้จริงๆ ไม่ใช่อยากรู้พร่ำเพรื่อ โดยอธิษฐานว่า หากเราเป็นนิยตโพธิสัตว์ ขอให้มีเหตุบอกเราในเวลาสามวันนี้ด้วยเทอญ เป็นตอนกลางคืนที่ผมอธิษฐาน หน้ากุฎิ มีอ่างบัว ที่มีบัวใกล้ตาย (ขอย้ำว่าใกล้ตายแล้วจริงๆ เพราะ มีใบเล็กๆเพียงหนึ่งใบ ที่ขาดล่อแล่ เพราะ ไม่มีใครดูแลก่อนหน้านี้) รุ่งเช้าของวันอธิษฐานหลังจากกลับจากบิณฑบาต มีดอกบัวผุดออกมาจากกอที่ใกล้ตาย ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่คิดอะไร จนครบสามวัน ขณะกำลังรดน้ำต้นไม้ ซึ่งลืมเรื่องนี้ไปแล้ว คิดขึ้นมาเล่นๆว่า ถ้าดอกบัวนี้ คือ คำบอกว่า เราเป็นนิยตโพธิสัตว์จริง วันนี้ คือ วันที่สาม ดอกบัวจะต้องหายไป เพียงชั่ว นาทีที่ผมเดินไปรดน้ำต้นไม้ แล้วเดินกลับมา ดอกบัวดอกนั้น พับลง เหมือนมีคนมาหักครึ่ง อย่างไม่น่าเชื่อครับ โดยที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย เพราะกุฎิพระวัดป่า จะอยู่ห่างกันหลายเมตร ไม่มีทางที่ดอกบัวจะหักโดยคนอื่น ระยะเวลาแค่เดินไป 3 เมตร แล้วเดินกลับ แค่นั้นจริงๆ ได้คำตอบแล้ว คราวนั้น เป็นคราวสุดท้าย ที่ตั้งใจแล้ว ว่า เราจะไม่อธิษฐานพร่ำเพรื่อแบบนี้อีก ก็ทำตามสัญญาครับ ว่า รู้แล้วจะไม่อธิษฐานถามอีก

    2. การที่ได้อธิษฐานต่อหน้าพระพุทธเจ้า ในความกล่าวว่า นิยตโพธิสัตว์ จะต้องมีโอกาสอธิษฐานต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้า แล้วได้รับ การพยากรณ์ ในเกือบทุกๆชาติที่เจอพระพุทธเจ้า ซึ่งแน่นอนว่า พระพุทธเจ้าเราไปนิพพานแล้ว ปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แต่อย่างน้อย ที่ผมคิดตอนนั้น คือ การที่เราได้เปล่งวาจา กับ ตัวแทนพระพุทธเจ้า ก็น่าจะทำให้เราอยู่ใน อุปบารมี เป็นอย่างน้อย จึงมีจิตตั้งมั่นว่า จะเปล่งวาจาอธิษฐานต่อหน้าพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า แต่แล้วก็มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นครับ ผมไปปฏิบัติกรรมฐานวิปัสนา 7 วัน ในวันที่ผมได้ปฏิบัติธรรม และได้บรรลุถึงอนุโลมญาณ ในวันที่ 5 มีเรื่องแปลกคือ ท่านเจ้าอาวาสวัดอินทร์ ได้อัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุพระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา มาอยู่บนเวที ซึ่งปกติ ถ้าจะไปนมัสการพระธาตุ ต้องไปอีกแห่ง ไม่ใช่วัดนี้ แล้วก็ต้องต่อคิวนาน รวมถึง นมัสการในระยะไกลๆ น่าแปลกที่วันนี้ไม่มีคนมาเฝ้า เนื่องจากเป็นวันปีใหม่ เจ้าอาวาส อยากเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้อย่างใกล้ชิด เฉพาะผู้ที่มาปฏิบัติธรรมเท่านั้น เป็นกรณีพิเศษ (ซึ่งถ้าทราบดีว่า พระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่นำมาจากศรีลังกา เป็นการชั่วคราว ต้องมีคนเฝ้าตลอดและไม่ให้เข้าใกล้พระธาตุ เนื่องจากกลัวการถูกขโมย) โดยจะให้ทุกคนลงไปกินข้าวกลางวันก่อน แล้วขึ้นมารวมกัน น่าแปลกมากที่ตอนกลางวันไม่มีใครขึ้นมานมัสการพระธาตุเลย ทุกคนลงไปกินข้าวกันหมด มีผมคนเดียว ที่ออกไปซื้อพวงมาลัยแล้วขึ้นมานมัสการเพียงคนเดียวและก็ได้ทำ เปล่งวาจาปรารถนาพุทธภูมิในชาตินี้ กับ พระธาตุเขี้ยวแก้ว ระยะห่างจากพระธาตุเพียงแค่ศอกเดียว ดีใจมาก ที่เราได้เปล่งวาจาอธิษฐานด้วย จิตอันเป็นมหากุศล กับตัวแทนของพระพุทธเจ้า เพราะได้อนุโลมญาณตอนนั้น เหมือนพระพุทธเจ้า กำลังจะบอกเป็นนัยกับผม ว่าพระองค์ท่านรับรู้ จึงทำให้มีเหตุการ์ณอัศจรรย์นี้เกิดขึ้น

    4. อย่างที่มีคนกล่าวไว้ข้อต้นๆแล้ว ว่า นิยตโพธิสัตว์ จะเข้าถึง อนุโลมญาณได้ อันนี้ผมก็ได้ครับ ซึ่งแน่นอน ว่ามันมีเหตุผล อยู่ครับ ว่า ทำไม นิยตโพธิสัตว์ ต้องได้อนุโลมญาณครับ เพราะเมื่อผ่านจุดรอยต่อ ทางเลือกแล้ว การที่มีจิตพุทธะ อันปราศจากการเจือด้วยกิเลส ได้ทำ สัตยาอธิษฐาน ย่อม มีผลบุญมากกว่า การอธิษฐานในขณะที่เป็นจิตปุถุชนครับ เป็นการตอกย้ำในความแน่วแน่ของการปรารถนาพุทธภูมิครับ ผมได้อนุโลมญาณในวันที่ 5 ของการปฎิบัติธรรมครับ

    ฉะนั้น ที่ผ่านมา ใครสงสัย หรือ มาบอกว่า ตัวเองเป็นอเสขบุคคลแล้ว ผมสามารถบอกได้ระดับนึงครับ ว่า ได้ของจริง หรือ ไม่ใช่ของจริง เพราะผ่านมาแล้ว ยังมีเหตุการ์ณอีกมากเอาแค่นี้ก่อน

    ปล. จุดประสงค์ของการตอบกระทู้นี้ เผื่อให้คุณทอนเงินมีกำลังใจในการปฏิบัติต่อไปนะครับ ไม่อยากให้ถามแล้ว ละเลยการปฏิบัติไปนะครับ เพราะการเกิดในสมัยที่มีพระพุทธศาสนาอยู่นั้นยากแล้ว แต่การเกิดในสมัยของปัญญาธิกะพระพุทธเจ้า ในสมัยที่เราอยู่นี้ นั้นยิ่งยากกว่ามากกกกกกกนัก เพราะ ที่ผ่านมา มีปัญญาธิกะพระพุทธเจ้าองค์เดียวในรอบ 35 พระพุทธเจ้า ฉะนั้นจงอย่าเอา การเป็นหรือไม่เป็นนิยตโพธิสัตว์ มาขัดข้องให้มาก ตั้งใจปฏิบัติต่อไป เพราะผมก็ต้องทำเช่นกันครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กุมภาพันธ์ 2018
  2. Gunny158

    Gunny158 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +11
    เพิ่มเติมเหตุการณ์ครับ ก่อนผมจะเกิด แม่ผมฝันว่า มีพระองค์หนึ่ง มีเข่าเพชรสองข้าง มีขนาดสูงใหญ่เท่ากับเจดีย์แห่งหนึ่ง ฝันเห็นอยู่สองครั้ง และจากนั้นจึงเกิดผมมา แม่ไม่เคยเล่นเรื่องนี้ให้ผมฟัง จน เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสพาพ่อกับแม่ไปอินเดียครับ ได้ไปนมัสการ เจดีย์พุทธคยา เจดีย์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ วันนั้นเป็นวันแรก ที่แม่เล่าให้ฟังว่า ก่อนผมเกิดที่แม่ฝัน เห็นพระรูปหนึ่ง ยืนอยู่ข้างเจดีย์ ซึ่งก็คือ เจดีย์ที่พุทธคยาครับ พอดีแม่ผมจบ ป.4 แม่เลยไม่รู้จักเจดีย์นี้ จนแม่มาเห็นของจริง จึงได้รู้ว่า เจดีย์ที่แม่ฝัน คือ เจดีย์พุทธคยานั่นเองครับ
     
  3. Gunny158

    Gunny158 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +11
    อันนี้มาตอบ คุณ Veeravit นะครับ ก่อนอื่น ต้องบอกจุดประสงค์ ของการตอบนี้ก่อนนะครับ ตอบเพื่อในฐานะเป็น กัลยาณมิตรธรรม ที่เป็นพุทธภูมิด้วยกันนะครับ ไม่ได้ต้องการ discredit หรือ จุดประสงค์ในแง่ร้ายกับ คุณ Veeravit แต่อย่างใดนะครับ พอดี พยายามไล่อ่านกระทู้นี้ที่คุณตอบ ว่า คุณได้เป็น นิยตโพธิสัตว์ โดยดูจาก ญาณที่ได้ อันนี้ ก็ดีใจด้วยครับ แต่พอมาอ่านรายละเอียด ญาณที่คุณได้ไว้ Veeravit ผมก็ไม่มีความรู้มากหรอกนะครับ แต่รู้สึกว่า มันแหม่งๆ ยังไงไม่รู้ คุณ Veeravit อาจจะต้องทบทวน วิปัสนาญาณดูใหม่นะครับ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ คุณ Veeravit เป็นศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์ด้วย ความจริง ซีดีรุ่นก่อนๆ (ก่อนที่จะมีปัญหาฟ้องร้องกับโยมบางกลุ่ม) ความจริงก่อนหน้า หลวงพ่อปราโมทย์ เคยสอนสอดไส้ไว้ด้วยครับ ว่า การได้ วิปัสนาญาณมีสองส่วน (ซึ่งตรงกับที่ผมได้ แล้วเอามาเปรียบเทียบกับหลวงพ่อ เลยค่อนข้างมั่นใจว่า สิ่งที่ผมได้นั้นถูกต้องครับ) เพียงแต่ ข้อความที่หลวงพ่อเทศน์นั้น มีสั้นมาก แต่รับรองว่า มีซ๋อนไว้จริงๆ ถ้าคนไม่เคยผ่าน ตรงนี้ รับรองว่า จะต้องฟังแล้วผ่านไปเลย แต่พอดีผมจำข้อความนี้ได้แม่นมากครับ เพราะตัวเองเคยผ่านมาแล้ว แต่ปัจจุบัน พยายามนั่งฟัง ว่า อยู่ในแผ่นไหน หาไม่เจอ (เพราะตอนฟัง อัด mp3 ใส่เครื่องเล่นพกพา แล้วฟังเรื่อยๆ เลยไม่รู้ว่ามันอยู่แผ่นไหน) เอาเป็นว่า จากปัญญาที่ผมได้จากการปฏิบัติ และ จากที่อ่าน คุณ Veeravit อธิบาย มันมีบางส่วนที่จะผิดครับ (ส่วนใหญ่ก็เกือบถูก) แต่มีบาง key words ที่ทำให้ไม่แน่ใจว่า อนุโลมของจริงหรือเปล่า
    ปล. หากสติปัญญาน้อยนิดผมคิดผิดไปก็ขออภัยคุณ Veeravit ด้วยครับ ต้องขออโหสิกรรมล่วงหน้า ไม่ได้มีเจตนาปรามาสท่านแต่อย่างใด ต้องการเป็นกัลยาณมิตรที่ดีนะครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กุมภาพันธ์ 2018
  4. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    ขอบคุณที่มาเติมเต็มไห้นะครับและทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้คลายลงไปด้วยการพาหมูคณะไปฝึกมโนมยิทธิครับสายหลวงพ่อวัดท่าซุงที่อุบลครับขอ อนุโมทนากับพระโพธิสัตว์ทุกท่านนะครับ
     
  5. นักเดินทางบอล

    นักเดินทางบอล สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ธันวาคม 2017
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +7
    ผมอายุ 21 อยากได้พระโพธิญาณ และเคยได้เข้าฌาน 1 ตอนอายุ15 ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เลยนะว่าอาการที่ได้คือฌานแต่มารู้ทีหลังหลังจากอ่านคำสอนของหลวงพ่อวัดท่าซุง และทรงฌานได้เกือบเดือน หลังจากนั้นฌานเสื่อมและผมไม่เคยได้เข้าฌานอีกเลย แต่จำอารมณ์ฌานได้ว่ามันสุขที่สุดในโลก เลยคิดว่าขนาดฌานมันสุขขาดนี้ถ้ากิเลสหมด หรือเป็นพระอรหันต์จะสุขขนาดไหนเลย อยากจะเป็นพระพุทธเจ้าอยากได้พระโพธิญาณ เพื่อช่วยเหลือดวงจิตอื่น ๆ ไปแดนพระนิพพาน จะได้เจอสุขยิ่งกว่า ฌาน 1 แต่ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นพระโพธิสัตว์นะ แค่อยากได้พระโพธิญาณ และปัจจุบันผมก็เหมือนคนทั่วไป ชอบฟังเพลง เล่นเกม ชอบสาว ๆ สวย แต่ตัวผมก็ไม่รู้สึกตัวเองเป็นคนดี หรือคนเลว รู้สึกว่าถ้าสิ่งไหนทำอย่างนี้ จะได้ผลที่เราต้องการ ก็ทำ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ทำ ปัจจุบันก็ทำสมาธิหวังว่าจิตจะเข้าฌานสมาบัติเหมือนเดิม จะได้ทำหน้าที่ได้เต็มที่
    ถ้าถามถึงนิสัยผม เป็นคนตลก เกรียน ๆ ชอบกวนบาทาเพื่อน

    สุดท้ายนี้ขอทิ้งคำพูดเล็ก ๆ น้อยเพื่อท่านที่อยากได้พระโพธิญาณ
    อย่าย้อมแพ้ เข้มแข็งไว้ เพื่อความสุขของดวงจิตที่มีความลำบากเกิดในวัฎฎะสงสาร สู้ ๆ
     
  6. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    แจ่มเลยครับ
     
  7. คะนึง

    คะนึง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +404
    เมื่อคืนได้คำตอบอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในใจขณะที่นั่งสมาธิค่ะ และได้มาวิเคราะห์กับตนเองในเหตุการณ์เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา

    ฟ้าจัดสรร กรรมเป็นผู้กำหนด

    ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเหตุและปัจจัย มิได้เป็นไปตามความอยากของใคร ๆ

    อย่าอธิษฐานตามใครเพราะด้วยความรักและตัณหา แต่เพราะด้วยความากและความศรัทธาอย่างแรงกล้าที่มีต่อพระโพธิสัตว์องค์นั้น

    เพราะความอยากช่วยนั่นแหละ เป็นจุดเริ่มต้นของรักแท้

    จากประโยคของคำข้อความที่ได้อ่านพบมาแล้วจดจำเอาไว้ในใจถึงความหมายของข้อความเหล่านั้น ทำให้มาพิจารณากับตนเองว่า แน่ใจแล้วหรือที่ต้องการเดินเส้นทางสายนี้ มันทุกข์มากนะ ถ้าปราถนานิพพานจริง ๆ หากเราได้ประสบกับสภาวะนั้นมาแล้วทำไมเราจึงปราถนาสิ่งนี้อยู่ ก็ในเมื่ออดีตที่ผ่านมาไม่เคยได้สมปราถนาสักคราเดียว ได้พบพระโพธิสัตว์ทั้งที่เจอหน้า และไม่ได้เจอหน้าหลายต่อหลายท่าน แต่ทำไมไม่กล้าอธิษฐานก้บท่านใดด้วยหัวใจหนักแน่นมั่นคงเสียที เพราะรู้อยู่เต็มอกว่า เส้นทางสายนี้เปรียบเสมือนจูงมือกันเดินผ่านทะเลทรายอันร้อนระอุ หากแม้นไร้ซึ่งน้ำใจอันแสนอบอุ่นแล้ว เหมือนกับเรากำล้งถูกทอดทิ้งให้โดดเดียวเดียวดายที่ต้องผจญกับความทุกข์ยาก เพราะว่าไม่รู้จะถูกทอดทิ้งให้โดดเดียวเดียวดายตามลำพ้งในช่วงเวลาไหน!!

    ที่ผ่านมาจะรู้อยู่เสมอว่า พระโพธิสัตว์นั้นต้องมีนางแก้วหลายนาง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วหากทุกคนเข้าใจนิสัยของความเป็นหญิงโดยมากย่อมอยากเห็นตนเองเป็นที่รักแต่เพียงผู้เดียว หากยามใดที่มีมากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน การไม่ชอบใจกัน ความอิจฉาริษยาชิงดีชิงเด่นย่อมตามมา และมีการเบียดเบียนกัน ก่อกรรมย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เมื่อนางเห็นเป็นเช่นนี้แล้ว นางไม่อยากแข่งขันกับใคร และไม่เคยคิดปราถนาที่จะอยากได้ต่อของที่เป็นของรักของใคร เพราะทราบดีว่า การเอาชนะคะคานกันล้วนนำมาซึ่งการก่อกรรม วันนี้เราชนะ สักวันหนึ่งเราก็ต้องแพ้ เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ได้ปราถนาว่าหากใครที่รักกันและเข้าใจกันได้ดีกว่าเรา ไม่ว่าเรานั้นจะมาก่อนหรือมาหลังจะเป็นผู้เสียสละให้เสมอ เพราะคิดว่า สิ่งที่เหมาะสมที่สุด คือ สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้ว นั้นคือ ทุกสิ่งล้วนมาจากเหตุที่ได้กระทำไว้ ถ้าไม่ใช่เราก็ควรจะเสียสละให้กับผู้ที่ควรค่าแก่กันและกันได้ทำประโยชน์แก่ส่วนรวมมากกว่าที่เราจะหวงแหนสิ่งนี้ไว้ เพราะเหตุนี้ทำไมจึงมีความเห็นเป็นเช่นนั้น และผู้ที่ท่านทราบบางคนไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นความเห็นของตนที่สั่งสมไว้แบบนี้๑

    ในการอธิษฐานตาม ที่บอกว่าฟ้าจัดสรร กรรมเป็นผู้กำหนด ประสบการณ์ ฟ้าจัดสรรให้ได้พบกัน แต่การกระทำของทั้งสองจะเข้ากัน หรือสร้างเหตุให้ไปด้วยกันนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง หากแม้นว่าฟ้าจะจัดสรร แต่กรรมที่ทำต่อกันก็เป็นตัวกำหนด มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการที่เราอยากจะให้ได้อย่างสิ่งที่ต้องการเลย ทำไมไม่กล้าอธิษฐานกับผู้ใดสักที นอกจากประเด็นดังกล่าวข้างต้น๑แล้ว ยังมีอีกประเด็นหนึ่ง การสร้างความรักและความศรัทธาอย่างแรงกล้าให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของนางมันต้องสักขนาดไหน นางผิดไหม!! หากนางต้องพิจารณาในหัวใจอย่างถ่องแท้ก่อน เพราะนางรู้ว่าเส้นทางนี้ต้องเจอกับสิ่งใดบ้าง และอะไรจะเป็นสิ่งที่นำพาหัวใจที่ปราถนาอย่างแรงกล้าของนางให้สำเร็จจนไปถึงจุดหมายปลายทางนั้น โดยที่ไม่ต้องเคว้งคว้างท่ามกลางทะเลทรายอันแผดเผา มิใช่เพราะความเห็นแก่ตัว เพราะรู้ดีว่าเส้นทางสายนี้คือ การช่วยเหลือกันนำสรรพสัตว์พ้นออกจากทุกข์ มิใช่เป็นการช่วยเหลือนางคนเดียวเสียเมื่อไหร่ แม้นางคิดได้ดังนี้นางจึงมีความยินดีที่ท่านนั้นหยิบยื่นการช่วยเหลือทุก ๆ คนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ทำให่เขาเหล่านั้นพ้นทุกข์ได้ ถ้านางคิดอย่างนี้ แสดงว่านางไม่ได้หวงไว้แต่เพียงผู้เดียวอย่างแน่นอน จึงเป็นเหตุที่มาแห่งคำถามค่ะ นิสัยของนางนั้น มีสภาวะเหมาะสมกับสิ่งที่ปราถนาไว้ไหมค่ะ หรือว่านางมีนิสัยเป็นเช่นนี้จะไม่สมปราถนากับท่านใดเลย เชื่อว่ากระทู้นี้มีบุคคลที่ไม่ธรรมดามาอ่านกันมากช่วยแนะนำสิ่งกำลังเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ให้ด้วยค่ะ หรือว่าเป็นเพราะนางกำลังตามหาใครสักคนแต่ยังไม่เจอ หรือว่านางมีใครอยู่ในใจแต่ก็ยังไม่มั่นใจ หรือ ว่านางหมดโอกาสนั้นแล้ว...
     
  8. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    ถ้าเข้าสู่กระแสโลกุตรหรือเป็นพระโสดาบันก็คงหมดโอกาศละครับ
     
  9. คนไทบ้านๆ

    คนไทบ้านๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2018
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +267
    ก็ในเมื่อว่า ฟ้าเป็นผู้จัดสรร กรรมเป็นผู้กำหนด แล้ว แล้วเหตุใดจึงยังคงตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมาอีกล่ะ ในเมื่อฟ้าเป็นผู้จัดสรร หมายถึง เป็นไปตามเหตุปัจจัย หาใช่เป็นไปตามใจใครไม่ ส่วนกรรมเป็นผู้กำหนด หมายถึง การกระทำของตนๆนั้นแหละจะเป็นเหตุนำพาตนให้เวียนว่ายไปในวัฏฏสงสารต่อไป หรือออกจากวัฏฏสงสารไปได้ อยู่ที่ตนเป็นผู้กระทำตนเองทั้งสิ้น
     
  10. jannarong

    jannarong สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มีนาคม 2018
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +3
    สวัสดีครับทุกท่าน
    Gunny158 ผมก็พึ่งมารู้ตัวเองว่าปราถนาสัมมาสัมโพธิญาณครับ..เห็นภาพพระพุทธเจ้ามีความปิติอิ่มเอมใจทุกครั้ง ฟังเพลงพระพุทธเจ้าน้ำตำไหลทุกครั้งเลย ...ก่อนหน้าที่จะผมจะรู้ตัวเองผมจะเห็นพระพุทธเจ้าอยู่บ่อยๆๆครับ..คล้ายกับจิตทรงญาณ...ตอนเด็กๆผมชอบการบวชพระ..ใจคิดแต่จะบวช...ชอบอ่านประวัติพระพุทธเจ้า...รักพระพุทธเจ้า...อ่านสุเมธดาบสทีไรน้ำตาคลอตลอดเลยครับ....ก่อนนอนคืนหนึ่งผมเลยอธิษฐานจิตเหมือนGunny158 ว่าถ้าได้รับการพยากรณ์จากพุทธองค์แล้วเป็นนิตยโพธิสัตว์ขอให้พระพุทธองค์มาปรากฏให้เห็นในนิมิตรในความฝันด้วยเทอญ...และคืนนั้นผมเห็นพระพุทธเจ้าครับ...ประทับนั่งที่ดอกบัวปรางค์สมาธิ แล้วตัวผมเองก็นั่งคุกเข้าพนมมือขอพรจากพระองค์...คืนนั้นไม่เห็นอะไรนอกจากพระพุทธเจ้าครับ...จนรู้สึกตัวตอนประมาณตี2ครึ่งครับ...ผมทำบุญหรือทำอะไรก็แล้วแต่มีเป็นด้วยการช่วยเหลือหรือให้ผู้อื่นมีความสุขจิตจะอธิษฐานให้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณในทุกครั้ง....คือจะต้องทำไม่ทำไม่ได้จิตต้องการที่จะทำครับ...ไม่เคยคิดจะลาและไม่เคยคิด...อยู่มาวันหนึ่งลูกผมบอกว่าจะขอเป็นเกิดเป็นลูกผมตลอดไป (ลูกผม 7 ขวบ)....ทั้งๆๆที่ผมไม่เคยบอกว่าผมปราถนาพระโพธิญาณ...แต่ผมจะสอนธรรมให้กับลูกผมเสมอ...ตั้งแต่ลูกผมเกิดมาลูกก็ชอบพระพุทธรูปเห็นพระยกมือไหว้เองเลยครับ...ลูกผมชอบช่วยเหลือคนครับ...ผมเคยสังเกตุตอนดูซีรีย์พระพุทธเจ้าลูกผมจะชอบแอบร้องไห้อยู่บ่อยๆๆครับ...ผมตัวมีเหตุการณ์อะไรอีกเยอะเลยครับที่จะเล่าเอาแค่นี้ก่อนครับ
    ผมขอให้บุญรักษา...ธรรมรักษา...คุณพระรัตนตรัยปกป้องคุ้มครองทุกท่านครับ คิดปราถนาสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จทุกประการครับ
     
  11. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    อนุโมทนาสาธุครับมีพระโพธิสัตว์เข้ามาเพิ่มอีกองค์ละ
     
  12. นักเดินทางบอล

    นักเดินทางบอล สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ธันวาคม 2017
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +7

    ถ้าคุณกับพระโพธิสัตว์ทำบุญร่วมกันมา ไม่ว่าอย่างไรบุญกุศลก็ต้องพามาเจอกันอยู่ดี
     
  13. Chabob

    Chabob Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 เมษายน 2018
    โพสต์:
    49
    ค่าพลัง:
    +58
    อาการพี่เหมือนของผม แต่ผมไม่รู้ว่าอาการนี้ชื่อว่าอะไร ผมหาข้อมูลเปรียบเทียบอาการที่ตัวเองกำลังติดอยู่ จนมาถึงอนุโลมญาน ผมคิดแบบในแง่ลบเลย ไม่ใช่อนุโลมญานหรอก ผมเลยพิจารณาว่าผิดตรงไหน ศีลครบ ทุกอย่างครบหมด ไม่หลงปิติไม่คิดตามในนิมิตร แล้วทำไมไปต่อไม่ได้จิตออกจากสมาธิดื้อๆเลย แต่จิตใจของผม ไม่อยากเป็นพระอรหันต์นะ ผมเรียกไม่ถูก ไม่อยากเป็นสายเดียวกับหลวงปู่มั่นอ่ะ ผมอยากไปให้สุด ผมไม่มีอาจารย์สอน อาจารย์ที่อยู่กับผมตลอดเวลาคือ อย่าหลงตัวเอง ตอนนี้ผมเลือกหนทางตัวเองแล้ว แต่ไม่มีใครยืนยันอีกเสียงให้ผมแค่นั้น มีคนเคยบอกว่า ตัวเองย่อมรู้เอง จริงครับแต่สำหรับผมตัวเองรู้แล้วจะต้องเรียกคนมาตรวจสอบอีกทีเพื่อความแน่ใจ แถมนิดนึง เวลาที่จิตผมรวมยากหน้าของหลวงปู่โตจะลอยมาในจิตผม หลวงปู่โตก็เป็นอาจารย์ผมอีกคนครับ
     
  14. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    ขอบคุณที่มาอัพเดทครับช่วงนี้พากันสวดมนต์เจริญสติแผ่เมตตานะครับสถานการณ์ไม่ค่อยปกติครับสาธุ
     
  15. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,736
    ค่าพลัง:
    +1,368
    อย่าเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นสาระเลย จะอนิยตหรือนิยตะ เขาไม่มาเสียเวลาสนใจเรื่องแบบนี้นะ ไม่อยากก้าวล่วงนะแต่ ไร้สาระจะคิดว่าต้องเป็นแบบนั้นถึงทำแบบนี้ได้ ถ้าไม่เป็นก็จะทำไม่ได้ ความคิดแบบนี้นะโพธิสัตว์ไหนมันจะมี พระโพธิสัตว์เขาจะมาสาระวนกับความคิดปัญญาอ่อนที่เอาชนะตนเองไม่ได้เสือกอยากชนะมารหรือคนอื่น...สงสัยจะพากันกินอิ่มและฝันมากไป
     
  16. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    เป็นไงบ้างครับสบายกันดีอยุ่ไหมครับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายการบำเพ็ญบารมีเป็นไงบ้างครับ
     
  17. pandykub

    pandykub Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มกราคม 2013
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +58
    ขอสอบถามสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นทีครับ เนื่องจากเห็นว่าบอร์ดนี้มีผู้ทรงธรรมเยอะ
    -เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้ ผมเลิกงานตอนเย็น นั่งรถเมล์กลับบ้าน อากาศในรถค่อนข้างสบายผสมความเหนื่อยจากการทำงาน จึงผลอยหลับไป(ลักษณกึ่งหลับกึ่งตื่น) ในขณะนั้นจิตมันคิด มันพิจารณาของมันเองอ่ะ เรื่องภพ มันคิดของมันแบบไหลลื่น ไม่ติดขัดเลยคับ ไม่เว้นว่างเลย (ไม่เหมือนความคิดที่คิดกันในยามปกติ ที่มีชะงักบ้าง แต่นี่ไม่มีติดขัดเลย) จิตมันพิจารณาเรื่องภพคืออะไร กรรมของสัตว์ที่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง ผสมผสานอยู่ในภพนี่แหละ จากนั้นมันจึงพิจารณาความเสื่อมไป ความควบคุมไม่ได้ของภพ เมื่ออิ่มแล้ว(ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายคำว่าอิ่มยังไงดีคับ อธิบายไม่ถูก) มันจึงพิจารณาสิ่งอยู่ในภพต่อมา นั่นคือชาติ(คือมันคิดของมันต่อไปเลยคับ เพราะมันพิจารณาถึงสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด เป็นสิ่งปัจจุบันที่สุด) มันพิจารณาว่าตัวเรานี่แหละคือชาติ คิดว่าย่อมมีความเหนื่อยยาก ย่อมเป็นไปเพื่อชราและมรณา(มันคิดเป็นคำนี้เลยคำ ไม่ได้ใช้คำว่าแก่หรือตาย) ตอนนั้นรู้สึกอิ่มเอิบมาก ชัดมาก มีกำลังมากตอนที่พิจารณาเรื่องชาติอยู่ ขณะที่กำลังพิจารณาถึงความชราและมรณาในชาติ ผมจึงสะดุ้งตื่นและตกใจมากครับ(ตื่นมาพบว่าใกล้ถึงบ้านล่ะ) เกิดมาจิตไม่เคยคิดพิจารณาแบบต่อเนื่องถึงเรื่องแบบนี้เลยครับ (เคยเกิดลักษณะนี้บ้างตอนผมจะเผลอหลับ แต่เป็นลักษณะจิตถามเองตอบเองในเรื่องต่างๆ) เลยอยากจะสอบถามท่านทั้งหลายว่า การที่จะให้จิตพิจารณาได้ในลักษณะนี้ต้องทำอย่างไรโดยที่ผมไม่ต้องรอจะผลอยหลับครับ? เพราะผมคิดว่าผมยังขาดสติ คอยกำกับอยู่มาก

    ปล.ตอนนี้ผมหายสงสัย ความมีอยู่ของชาติก่อน ชาติหน้าแล้วล่ะครับ การดำเนินไปของจิตเช่นนี้กระจ่างเลย เพิ่มเติมคือความศรัทธาในพระรัตนไตร และพระธรรมคำสั่งสอนพระองค์ที่เพิ่มมากขึ้น
    ปล.2 ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า พระอริยะเจ้าท่านทำวิปัสสนา ท่านพิจารณาอะไร พิจารณายังไง ตอนนี้พอจะกระจ่างขึ้นบ้างแล้ว ว่าท่านพิจารณาความตั้งอยู่ ความเสื่อมไป ความควบคุมไม่ได้ของสิ่งต่างๆ (ผมค้น google ดู เรื่อง ภพ-ชาติ มันอยู่ในหมวดธรรมปฏิจจสมุปบาท นั่งแสดงว่า จิตมันคิดเรื่อง ความเสื่อมไป และความควบคุมไม่ได้ ของธรรมที่อยู่ในปฏิจจสมุปบาท)
    ปล.3 ความคิดของเราที่คิดๆกันอยู่ทุกๆวันนี้ เทียบไม่ได้กับตอนที่จิตมันคิดของมันเองเลยคับ ทั้งความกระจ่างชัด ความเข้าใจ
    ขอบคุณทุกท่านครับและขอให้เจริญในธรรม
     
  18. pandykub

    pandykub Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มกราคม 2013
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +58
    ขอสอบถามหน่อยครับ สภาวะของภพในความหมายของท่านทั้งหลายคืออะไรครับ เพราะที่ผมอ่านๆมาส่วนใหญ่จะแปลถึงสถานที่หรือภาวะต่างๆกันไปที่สัตว์อาศัยดำรงอยู่ แต่สภาวะการณ์ที่จิตผมมันคิดมันพิจารณาของมัน มันไม่ได้คิดแยกเป็นสถานที่ต่างๆ มันพิจารณาเป็นองค์รวมไปเลย ไม่มีพื้นที่มาเกี่ยวข้องเลย อธิบายคล้ายๆว่าเป็นสภาวะธรรมที่มันครอบชาติเอาไว้ (ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไง) และอีกอย่างนึงครับ ตอนจิตมันพิจารณาไตรลักษณะในภพหรือในชาติก็ตามแต่ มันต้องพิจารณาทั้ง 3 ประการรึเปล่าครับ เพราะจิตผมมันพิจารณาแต่ ความควบคุมไม่ได้,บงการสั่งการไม่ได้อยู่อย่างนั้น(จิตมันคิดของมันอย่างนี้ ผมได้แต่เฝ้าดูมัน) ข้อความข้างต้นมันแปลว่าอนัตตารึเปล่าครับ เพราะเท่าที่เคยอ่านมา อนัตตาแปลว่า ความไม่มีตัวตน แต่สภาวะที่เกิดขึ้นกับผม มันไม่ค่อยตรงความหมายเท่าไร
    ขอบคุณทุกๆท่านครับ
     
  19. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +660
    เอาอย่างงี้ครับสมมุติว่าจิตเป็นดวงขาวๆวิญญาณเป็นตัวหุ้มจิตตัวนี้ละครับเป็นตัวสำคัญที่จะไปสู่ภพต่างๆตามกรรมที่สัตว์เหล่านั้นได้ทำเช่นบำเพ็ญณานประจำตัวนี้ก็จะเป็นพรม/มีหิริโอตตัปปะก็จะเป็นเทว/มีศีล5ก็จะได้ความเป็นมนุษย์/ทำกรรมอันหยาปก็จะเป็นอบายภูมิทั้ง4นั่นละครับแล้วแต่ความหนักความเบาขึ้นอยู่กับกรรมที่สะสมตัวนี้ละครับถ้าเราอยู่กับปัจจุบันเราจะเข้าใจธรรมชาติตัวนี้ละครับเป็นตัวก่อภพต่างๆต้นเหตุมันก็มาจากอวิชชานั่นละครับเป็นตัวพาทำๆเพราะไม่รู้ยกตัวอย่างเช่นพระเจ้าอชาติศรัตตรูท่านทำอนันตริยกรรมคือปิตุฆาตแม้ภายท่านจะกลับตัวทำความดีก็มิวายที่ต้องลงนรกเพราะกรรมนั้นเป็นกรรมอันหนักครับตัววิญญานที่มันหุ้มจิตอยุ่นั้นละครับมันจะแปรสภาพไปตามอารมณ์ที่จิตเสวยอยู่ในปัจจุบันครับพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ท่านจึงสอนให้อยุ่กับอารมณ์ที่เป็นกุศลเพื่อยกจิตให้สูงขึ้นเป็นประจำเมื่อทำได้บ่อยๆจิตจะเกิดปัญญาเห็นทั้งคุณและโทษอย่างแจ่มชัดตรงนี้ละครับตรงนี้ละครับท่านเรียกว่าปัญญาหรือวิชชาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่บัญญัติเข้าไปครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กันยายน 2018
  20. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +163
    สาธุคับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...