ยักษ์แม่ใหญ่ วัดนางตะเคียน สมุทรสงคราม ขอลูก ได้ลูก สมใจหวัง อัศจรรย์จริงๆ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย sitmatrix, 16 เมษายน 2014.

  1. sitmatrix

    sitmatrix เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    675
    ค่าพลัง:
    +1,365

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]







    ไปไหว้ท่านมาเมื่อวันที่14เมษานี้เองค่ะ



    [​IMG]




    น้องชายก็ไปขอลูกเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ท้องได้2เดือนแล้วค่ะ ศักดิืสิทธิจริงๆๆ



    [​IMG]




    <iframe src="http://www.dailymotion.com/embed/video/xr977l" allowfullscreen="" frameborder="0" height="270" width="480"></iframe>
    บันทึกลึกลับ ตอน ปรากฏการณ์ลึกลับ... by kaewchai


    ปัจจุบัน เป็นที่กล่าวขานกันมาก ว่าที่วัดนางตะเคียน ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มี ยักษ์ชื่อว่า แม่ใหญ่ หรือ พระนางสุพรรณอัปสร

    ให้โชคลาภแม่นมาก มีผู้คนทั่วไปถูกหวยกันมากมาย
    #ยักษ์ #เลขเด็ด #หวยเด็ด #วัดนางตะเคียน #สมุทรสงคราม


    เมื่อผู้เขียนทราบข่าวลือดังกล่าวก็รีบบึ่งไปพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเป็น เรื่อง จริง หรือ เปล่า เพื่อจะได้นำเรื่องราวมาเสนอแนะให้ท่านผู้อ่านที่เคารพรักทันที ที่ชอบ

    ด้านแสวงโชคลาภได้ทราบกันและเผื่อมีโอกาสว่างจะได้เดินทางมากราบไหว้ ขอโชคลาภกันบ้าง



    เมื่อเดินทางไปถึงวัดนางตะเคียนและได้พูดคุยกับชาวบ้านละแวกนั้นๆ ก็ได้รับคำยืนยันว่า เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง และเกิดมานาน หลายปี จนถึงปัจจุบัน



    ในสมัยก่อนวัดนางตะเคียน แห่งนี้ยังไม่เจริญเหมือนปัจจุบันนี้ วัดมีสภาพรกร้างน่ากลัวมาก ชาวบ้านเล่าว่า ผีดุมากหลอกหลอนผู้คนเป็นประจำทำให้

    ยามค่ำคืนมักจะไม่ค่อยมีใครกล้าเดินผ่านวัด โดยเฉพาะต้นตะเคียนใหญ่ 2 ต้นที่ลือว่ามีเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ (ปัจจุบันตายหมดแล้ว)



    วัดนางตะเคียน สมัยก่อนด้านริมคลองหน้าวัดจะมีรูปปั้นยักษ์ รูปปั้นฤาษี เรียงรายเป็นทิวแถว และเข้าใจว่ามีวัดเดียวในจังหวัด สมุทรสงครามก็ว่าได้

    ซึ่งรูปปั้นต่างๆ เหล่านี้เก่าแก่มาก ครั้นกาลเวลาล่วงมาหลายสิปปี สายน้ำได้เซาะตลิ่งด้านริมคลองหน้าวัดไปเรื่อยๆทำให้ตลิ่งซึ่งมีรูปปั้น ยักษ์ รูปปั้นฤาษี และ รูปปั้นอื่นๆ พังทลายจมลงไปในน้ำและ ก็ไม่มีใครคิดที่จะงมขึ้นมา



    จนเวลาล่วงเลยไปนานหลายสิบปีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั้งประมาณปลายปี พ.ศ 2551 ที่ผ่านมาก็เกิดมีข่าวขึ้นมาว่า ... มีชาวบ้านคนหนึ่งฝันไปว่ามียักษ์ตนหนึ่งจมอยู่ในน้ำริมคลองวัดนางตะเคียนมา นานหลายสิบปีแล้วและนอนหนาวอยู่ในน้ำด้วย ตอนแรกชาวบ้านคนนี้ไม่เชื่อภายหลังได้นำความฝันไปพูดคุยและปรึกษากับผู้รู้ หลายๆ คน



    ในที่สุดก็สรุปว่าให้ลองดูก่อนโดยได้ไปจ้างประดาน้ำที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ทางด้านการดำน้ำโดยเฉพาะ

    เมื่อประดาน้ำลงไปงมดูปรากฏว่า พบท่อนหินขนาดค่อนข้างใหญ่ อยู่กลางคลอง แต่ก็ไม่สามารถนำขึ้นมาได้จึงนำเรือเครนมายกก็ยกไม่ขึ้นอีก

    สร้างความอัศจรรย์ให้แก่ผู้ที่อยู่บนริมฝั่งทั้งสองเป็นอย่างมาก



    ภายหลังมีชาวบ้านแถวนั้นให้ทำบายศรีและทำพิธีบวงสรวงขึ้นก็ปรากฏว่าเรือเครนสามารถยกท่อนหินนั้นขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

    พอได้ขึ้นมาแล้วเมื่อสำรวจดูก็พบว่ามีแต่ส่วนตัว (เศียร) นั้นไม่มีและทราบต่อมาท่อนหินนั้นเป็นยักษ์ชื่อพระนางสุพรรณอัปสรที่จมอยู่ ใต้น้ำนานหลาย

    สิบปี(บางคนก็บอกว่าประมาณ 100ปี)



    ส่วนสภาพที่เห็นใน ขณะนั้นซึ่งเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์มาก คือในอ้อมแขน ของพระนางสุพรรณอัปสรนั้นอุ้มบุตรชายของตนไว้ด้วย แต่สำหรับส่วนหัวที่หายไปนั้น เมื่อก่อนเคยมีคนนำมาไว้ที่ใต้ต้นไทรหน้าวัด แต่ภายหลังมีนักนิยมสะสมของเก่ามาเช่าบูชาเอาไป และไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน เนื่องจากไม่ได้มีใครสนใจ จึงทำให้หายไปตั้งแต่บัดนั้นจนถึงทุกวันนี้



    สมัยก่อนวัดนางตะเคียนคนเฒ่าคนแก่เล่าว่ามีคนเคยเห็นยักษ์ออกมาเดินเผ่น พล่านภายในบริเวณวัดด้วยบางครั้งก็เป็นพวกบริวารยักษ์ลงมาเล่นน้ำที่ลำคลอง หน้าวัดนางตะเคียนนั้นอย่างสนุกสนาน ต่อมาภายหลังยักษ์ที่สร้างไว้ริมตลิ่งได้จมลงไปในน้ำหายไปจนหมดและได้มา ทำพิธีงมขึ้นมา ตามความฝันของชาวบ้านคนหนึ่ง และ เมื่อข่าวการงมยักษ์พระนางสุพรรณอัปสรขึ้นมาจากลำคลองหน้าวัดนางตะเคียนได้ แล้วข่าวนี้ก็เริ่มแพร่กระจายจากปากต่อปาก รวมทั้งสื่อแขนงต่างๆไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ต่างก็ลงข่าว และ แพร่ภาพออกไปทั้งที่ทราบกันอยู่

    เป็นเหตุทำให้ผู้ที่ทราบข่าวต่างก็เริ่มทยอยมายังวัดนางตะเคียนตลอดเวลาวัดที่เคยเงียบเหงาก็กลับคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง



    ขอย้อนมาถึงเรื่องการงมยักษ์นางสุพรรณอัปสรกันต่อ เมื่อได้มีการงมยักษ์สุพรรณอัปสรขึ้นมาได้แล้วก็ได้นำมาไว้บนศาลาริมน้ำใกล้ กับที่งมขึ้นมา ในวันนั้นและวันต่อๆมาก็เริ่มมีนักแสวงโชคลาภ หรือผู้ที่ชอบเล่นหวยต่างก็เดินทางมากราบไหว้ขอเลขเด็ดโดยการเขย่าติ้วบ้าง ขัดถูและเพิ่งพินิจพิจารณาดูบ้าง ผลก็ ปรากฏว่ามีผู้โชคดี ถูกหวยตรงๆ ได้เงินคนละหลายแสนบาท พอมางวดต่อไปก็มีผู้ถูกอีก ทำให้ข่าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้คนในละแวกสมุทรสงครามและใกล้เคียงเดินทางมาขอโชคลาภแทบทุกวัน และหลังจากนั้นค่อนๆ ก็มีผู้ที่มีจิตศรัทธาทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มสาวพากันมาบริจาคทรัพย์คนละเล็กละน้อย เพื่อให้ช่างปั้นศรีษะหรือส่วนหัวของยักษ์พระนางสุพรรณอัปสรขึ้นแทนของเก่า ที่สูญหาย (ที่เห็นส่วนศรีษะ (หัว) ปัจจุบันคือของใหม่ที่ปั้นขึ้นมาแทนของเดิม)



    ปัจจุบันยักษ์พระนางสุพรรณอัปสรได้เคลื่อนย้ายมาประดิษฐาน ณ สถานที่แห่งใหม่ เป็นฐานปูนปูกระเบื้อง ลดหลั่นตาม ลำดับโดยแบ่งสถานที่ประดิษฐานให้พระ นางสุพรรณอัปสรอยู่ทางทิศตะวันออก พร้อมเหล่าบริวารและมีรั้วล้อมรอบทั้งสี่ด้าน และ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามณฑปเก่าแก่



    เมื่อพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวีได้ประดิษฐาน ณ ที่ใหม่ดังกล่าวผู้คนจากทั่วสารทิศ ก็เดินทางมากราบไหว้ตลอดเวลา ตั้งแต่เช้าจรดเย็น กระทั้งมืดค่ำ

    จากการสอบถาม พูดคุยกับคุณ ป้าแย้ม สมบูรณ์ อายุ 70 ปี เรื่องแม่บ้านผู้สละเวลาการทำงานบ้านมาช่วยเหลือในด้านการบริการดอกไม้ธูป เทียนตามกำลังศรัทธาแก่ผู้ที่เดินทางมากราบไหว้พระนางสุพรรณอัปสรได้เปิดเผย ว่า

    ทุกวันไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดา เสาร์ อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์ จะมีผู้คนเดินทางมาด้วยรถส่วนตัวบ้าง เหมารถมาบ้าง ขับรถมอเตอร์ไซด์มากราบไหว้กันเป็นประจำ และบางรายที่มีโชคลาภ ถูกหวยมากๆ ก็จะนำสิ่งของที่ได้บนบานมาถวายให้ ทั้งของคาวของหวาน พวงมาลัย ประทัด หรือ บางรายที่บนด้วยละคร ภาพยนต์ พอถึงเวลาก็นำมาแสดง และฉายถวายให้ ดังเช่นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาหยกๆ ก็มีชาวบ้านคนหนึ่งบ้านอยู่แถวๆวัดนางตะเคียนไม่ห่างไกลกันมากนัก ทราบข่าวว่ามากราบไหว้บนบานต่อหน้ารูปปั้นพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี ขอโชคลาภกับท่าน



    ปรากฏว่าถูกตรงๆ ได้เงินไปมากพอสมควร (แต่ไม่ขอเปิดเผยจำนวนเงินที่แท้จริง) หลังจากนั้นก็นำภาพยนต์มาฉายให้เป็นภาพยนต์ใหม่เอี่ยมชนโรงเลยทีเดียว



    ในด้านความศักดิ์สิทธิ์ของยักษ์พระนาง สุพรรณอัปสรจอมเทวี เท่าที่เล่าขานสืบต่อๆ กันมาปากต่อปาก ท่านมีความศักดิ์สิทธิ์มาช้านานตั้งแต่อดีตก่อนที่จะจมลงไปอยู่ในน้ำ สมัยก่อนก็จะมีชาวบ้านมากราบไหว้บนบานเสมอ ครั้นพองมเจอขึ้นมาแล้วนำมาประดิษฐานไว้บริเวณดังกล่าว ความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เสื่อมคลาย บางรายมีเรื่องเดือดร้อนเพราะขายที่ขายทางไม่ได้ก็มาจุดธูปเทียนอธิฐาน บอกกล่าวกับท่าน ก็ ปรากฏว่าขายที่ขายทางได้อย่างเหลือเชื่อ ส่วนบางคนรับราชการตามกองต่างๆ ที่มีความเชื่อถือเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับที่ตนประสบมาแล้วประสบผลสำเร็จก็เดิน ทางมาขอให้มีหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า ให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก็ประสบผลสำเร็จสมหวัง

    บางรายแต่งงานมาหลายปีไม่ มีบุตรไว้ชมเชยและเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า มีคนแนะนำให้ลองเดินทางมากราบไหว้ก็มาลองดู ปรากฏว่าได้บุตรไว้ชมเชยหลายคู่ด้วยกัน คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า



    ใครที่มาบนบานขอลูกกับพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวีแล้วได้บุตรสมใจแล้วก็ อย่า ลืมเลี้ยงดูให้ดีด้วยจะเลี้ยงทิ้งๆขว้างๆ หรือดุด่าทุบตีไม่ได้เด็ดขาดท่านอาจจะได้รับความเดือดร้อนหรือมีเรื่อง วุ่นวายในครอบครัว เนื่องจากลูกของท่านก็คือลูกของพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวีด้วย ดังจะเห็นได้จากรูปปั้นของท่านที่โอบกอดลูกไว้ในอ้อมแขนอย่างเหนียวแน่น แสดงให้เห็นว่าพระนางรักลูกน้อยมาก

    บางท่านที่มีความเชื่อมากๆ พอมีลูกน้อยเกิดขึ้นมาก็จะมาขอนม (นมกล่องที่ชาวบ้านนำมาถวายให้) ไปให้ลูกของตัวเองนำไปดื่มกิน เด็กก็จะสมบูรณ์แข็งแรง มีความเฉลียวฉลาด (อยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคลขอให้อยู่ในวิจารณญาณของท่านผู้อ่านด้วย)

    ในสมัยก่อนที่รูปปั้นพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี ประทับยืนอยู่ริมตลิ่งด้านลำคลองหน้าวัดนั้น บรรดาเรือหางยาวที่วิ่งรับผู้โดยสารจากตลาดแม่กลองไป ตามสถานที่ต่างๆ ละแวกวัด



    พอแล่นเรือผ่านก็มักจะยกมือขึ้นกราบไหว้แสดงความเคารพแทบทุกลำเพราะมี ความ เชื่อว่าท่านจะคุ้มครองให้ความ ปลอดภัยทางด้านอุบัติเหตุหรือมีผู้โดยสารเต็มลำ



    แต่ถ้าใครลบหลู่ดูหมิ่นไม่เชื่อถือเวลา แล่นเรือผ่านทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แถมไม่ยกมือขึ้นไหว้ แสดงความเคารพเหมือนเรือลำอื่นๆ เท่าที่ทราบเขาเล่ากันว่าเรือลำนั้นเครื่องจะเกิดอาการขัดข้องและดับไปเฉยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ก็เรือเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำหรือชนคอสะพานชนตลิ่งทำให้เรือเสียหาย

    สมัยก่อนคลองนางตะเคียนหน้าวัดนับเป็นเส้นหนึ่งที่บรรดาพ่อค้าขายพืชผัก ผล ไม้ ขายหมู ขายก๋วยเตี๋ยวเรือ และเรือขายสินค้าอื่นๆ มักจะพายเรือมาเร่ขายให้กับชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลอง (สมัยนี้แทบจะไม่มีหลงเหลือให้เห็นกันแล้ว เนื่องจากมีถนนหนทางดี ผู้คนจึงขับรถไปซื้อของกันเอง)

    คร้นพอพายเรือหรือขับเรือที่บรรทุกสินค้าเหล่านั้นมาผ่านรูปปั้นยักษ์พระ นาง สุพรรณอัปสรจอมเทวีจะยกมือขึ้นกราบไหว้อธิษฐานขอให้ขายดิบขายดี พร้อมกับใช้มือวักน้ำบริเวณสั้น ประพรมสินค้าพืชผัก ผลไม้ที่บรรทุกมาเต็มลำ ของนั้นจะขายดิบขายดีจนกลายเป็นความเชื่อสืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณีและ ยึดถือเรื่อยมาถึงปัจจุบัน



    และ อีกเรื่องหนึ่งจริงเท็จอย่างไรไม่อาจทราบได้ เพราะเรื่องนี้เกิดมานานหลายสิบปีตั้งแต่วัดยังไม่เจริญ เขาเล่ากันว่าตอนกลางคืนเคยมีคนพรายเรือมาเจอเหล่ายักษ์ลงมาอาบน้ำและเล่น น้ำกันอย่างสนุกสนาน พอพาคนไปดูก็ปรากฏว่าไม่มีแล้วจะเห็นแต่รูปปั้นที่ยืนอยู่ลักษณะเหมือนเปียก น้ำหรือเล่นน้ำมาใหม่ๆ เท่านั้น



    ความเฮี้ยนและความศักดิ์สิทธิ์ของยักษ์พระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวีชาวบ้าน ละแวกนั้นต่างก็ยอมรับนับถือมากแม้ปัจจุบันจะงมขึ้นมาจากท้องน้ำมาประดิษฐาน กลางแจ้งด้านหน้ามณฑปจตุรมุขเก่าแก่แล้วก็ตามที่ผู้คนก็ยังให้ความเคารพ นับถือเสมอมา

    ในวันที่ผู้เขียนเดินทางไปทำข่าวนั่งสังเกตุเห็นผู้คนทยอยกันมาเรื่อยๆ พอคนนี้กราบไหว้บนบานเรียบร้อยแล้ว คนใหม่ หรือชุดใหม่ ก็เข้ามาแทนที่สลับหมุนเวียนเช่นนี้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

    เมื่อเข้าไปสอบถามก็ล้วนจะมาจากแดนไกลแทบทั้งสิ้น บางคนก็บอกว่าพึ่งมาครั้งแรก จากคำบอกกล่าวของเพื่อนๆ ที่เคยเดินทางมาแล้วประสบผลสำเร็จ

    บางคนก็บอกว่ามาหลายครั้งแล้วที่มาอีกก็เนื่องจากได้โชคลาภเลขเด็ดตรงๆ เลย เกิดความเชื่อมั่นอยากจะมาลองพิสูจน์อีก ครั้งและเหมือนอัศจรรย์ถึงมาอีกครั้งก็ถูกอีก จึงได้นำของมาแก้บนถวายให้

    บางคนบอกว่าไม่เคยเดินทางมาวัดนางตะเคียนแม้แต่ครั้งเดียว ภายหลังทราบข่าวว่ารูปปั้นพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี ให้โชคลาภแม่นถูกกันหลายรายก็ลองเดินทางมาขอดูบ้าง

    มีอยู่ครอบครัวหนึ่งมากับประมาณ 7-8 คน มีเด็กเล็กอายุประมาณ 7 ขวบ หรือ 8 ขวบไม่แน่ใจ คุณแม่กำลังพากันไปกราบไหว้รูปปั้นพระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี เผอิญผู้เขียนได้ยินคุณแม่พูดกับบรรดาญาติที่มาด้วยกันว่า ลูกชายตนเองเมื่อคืนนี้ฝันเห็นยักษ์ท้าวเวสสุวรรณและบอกให้คุณแม่พาไปดูท้าว เวสสุวรรณที่ไหนก็ได้



    คุณแม่ของเด็กคนนั้นจึงพามาที่วัดนางตะเคียน จังหวัดสมุทรสงครามพอเด็กคนนี้เห็นรูปปั้นยักษ์พระนางสุพรรณอัปสรจอมเทวี เท่านั้นแหละ แกก็บอกว่าเหมือนยักษ์ที่แกฝันเมื่อคืนนี้เลยนับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก

    เรื่องราวอภินิหารเร้นลับ แปลกมหัศจรรย์ของรูปปั้นยักษ์พระนางสุพรรณอัปสรเชื่อว่ายังมีอีกมากมายเล่า ขานไม่รู้จบแน่นอน ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็อยู่ที่ตัวท่านเองเป็นผู้ตัดสิน แต่เชื่อเหลือเกินว่าคนที่เคยพบเห็นมากับตัวเอง และ ประสบผลสำเร็จมักจะให้ความศรัทธานับถือเป็น อย่างมาก



    [​IMG]

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 เมษายน 2014

แชร์หน้านี้

Loading...