ยังฝันอยู่เหมือนกัน เพราะยังไม่พ้น

ในห้อง 'ดูดวง และ ทำนายฝัน' ตั้งกระทู้โดย เสขะปฎิสัมภิทา, 20 พฤศจิกายน 2017.

  1. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    *ขอมอบองค์ความรู้นี้เป็นธรรมทานและวิทยาทาน*

    ฝันก็คือการนอนหลับไปแล้วจึงฝัน

    แต่นิมิตภาคปาฎิหาริย์ ก็คือนิมิต การรู้ การทำให้รู้แจ้งขึ้น โดยการปราถนาเอง หรือมีผู้มีฤทธิ์บันดาล เป็นต้น (อุคคหนิมิต(อารมณ์กรรมฐาน) ที่นึกกําหนดจนแม่นใจ หรือเพ่งดูจนติดตา)
    ไม่เกี่ยวกับการนอนหลับฝัน
    คนละเรื่องกัน

    การฝันก็ยังแยกออกไปอีกหลายแขนง

    ฝันที่มิสติควบคุมตนเองได้รู้ตนเองว่าฝันอยู่มีความรู้สึกนึกคิด

    หรือ ฝันที่ไม่สามารถควบคุมได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวประกอบ อาจเป็นตัวเอกก็ได้
    เป็นต้น ต่างจากนี้ยังมีอีก



    (พระอรหันต์ย่อมไม่ฝัน)

    *ความ ฝัน มัน เป็น แบบ นี้ จึงไม่ถือเป็นนิมิต*
    ผู้ที่จะแยกแยะได้จะต้อง ผ่านความฝันมาทุกแบบ?
    เป็นผู้ระลึกชาติได้
    เป็นผู้ได้รับนิมิตจากผู้มีฤทธิ์บันดาล
    เป็นผู้เข้าถึงนิมิตด้วยการเจริญภาวนา
    และเป็นผู้เข้าถึงวิมุตติ

    เมื่อแยกแยะได้ก็จะไม่มีความผิดเพี้ยน
    หรือทึกทักเอาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า จึงชัดเจนเชื่อถือได้


    ฝันที่บังคับตนเองต่อให้เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร ก็ตีบทแตก ไม่แสดงไปตามบทในสคริปของเรื่อง เพราะรู้ว่าฝันอยู่ตื่นอยู่
    กับ
    ฝันที่บังคับตนเองต่อให้เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร ก็ตีบทแตก แสดงไปตามบทในสคริปของเรื่อง โดยไม่รู้ตัวว่าฝันอยู่
    กับ
    ฝันที่ไม่สามารถบังคับตนเองและต้องแสดงไปตามเนื้อเรื่อง ตีบทแตก แสดงไปตามบทในสคริปของเรื่อง แม้จะรู้ว่าฝันอยู่ตื่นอยู่
    กับ
    ฝันที่ไม่สามารถบังคับตนเองและต้องแสดงไปตามเนื้อเรื่อง ตีบทแตก แสดงไปตามบทในสคริปของเรื่อง โดยไม่รู้ตัวว่าฝันอยู่
    กับ
    ฝันที่ไม่สามารถบังคับตนเองและไปแสดงออกนอกเนื้อเรื่อง ตีบทไม่แตก แสดงไม่รู้เรื่องเพราะจำบทในสคริปไม่ได้ แม้จะรู้ว่าฝันอยู่ตื่นอยู่
    กับ
    ฝันที่ไม่สามารถบังคับตนเองและต้องแสดงไปตามเนื้อเรื่อง ตีบทแตก แสดงไปตามบทในสคริปของเรื่อง โดยไม่รู้ตัวว่าฝันอยู่

    ฯลฯ เป็นต้น
    ถ้าไม่รู้ตรงนี้ก็เป็นเพียงฝันกลางวันแสกๆเท่านั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤศจิกายน 2017
  2. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึง สาเหตุแห่งความฝันไว้ ๔ ประการ คือ
    ๑. กรรมนิมิต [บุพพนิมิต ] กรรมดีหรือชั่วในอดีต จะมาให้ผล
    ๒. จิตอาวรณ์ [อนุภูติบุพพะ] จิตไปผูกพันอยู่กับสิ่งใดมากๆ ก็อาจฝันถึงสิ่งนั้นได้
    ๓. เทพสังหรณ์ [เทวโตปสังหรณ์] เทวดานำข่าวมาบอก อาจเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ได้
    ๔. ธาตุกำเริบ [ธาตุโขก] ร่างกายไม่ปกติ อาจทำให้ฝันไปได้แปลกๆ

    อ้างอิงจาก...เหตุแห่งความฝัน (สุปินสูตร)

    พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ ๔๓๓ - ๔๓๕

    อรรถกถา
    พึงทราบวินิจฉัยในสุปินสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้:-
    บทว่า มหาสุปินา ความว่า ชื่อว่า มหาสุบิน เพราะบุรุษผู้ใหญ่
    พึงฝัน และเพราะความเป็นนิมิตแห่งประโยชน์อันใหญ่. บทว่า ปาตุรเหสุ
    แปลว่า ได้ปรากฏแล้ว.
    ในบทนั้น ผู้ฝันย่อมฝันด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ
    เพราะธาตุกำเริบ ๑
    เพราะเคยเป็นมาก่อน ๑
    เพราะเทวดาดลใจ ๑
    เพราะบุรพนิมิต ๑

    ในฝันเหล่านั้น คนธาตุกำเริบ เพราะ(น้ำ)ดีเป็นต้น เป็นเหตุทำให้กำเริบย่อมฝัน เพราะ
    ธาตุกำเริบ และเมื่อฝัน ย่อมฝันหลายอย่าง เช่น ฝันว่าตกจากภูเขา ว่าไปทางอากาศ
    ว่าถูกเนื้อร้าย ช้างและโจรเป็นต้นไล่ตาม.

    เมื่อฝันโดยเคยเป็นมาก่อน ย่อมฝันถึงอารมณ์เป็นมาแล้วในกาลก่อน.

    สำหรับผู้ฝันโดยเทวดาดลใจ ทวยเทพย่อมบรรดาลอารมณ์หลายอย่าง
    เพราะประสงค์ดีก็มี เพราะประสงค์ร้ายก็มี ผู้นั้นย่อมฝันเห็นอารมณ์เหล่านั้น ด้วยอานุภาพของทวยเทพ
    เหล่านั้น.
     
  3. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    เมื่อฝันโดยบุรพนิมิต (ลางบอกล่วงหน้า) ย่อมฝัน อันเป็นบุรพนิมิต
    ของประโยชน์หรือของความพินาศที่ประสงค์จะเกิดด้วยอำนาจบุญและบาป
    ดุจพระชนนีของพระโพธิสัตว์ ได้นิมิตในการได้พระโอรส
    ดุจพระเจ้าโกศล ทรงฝันเห็นสุบิน ๑๖
    และดุจพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้แล
    ครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงฝันเห็นมหาสุบิน ๕ ประการนี้.

    ในฝันเหล่านั้น ฝันเพราะธาตุกำเริบ และเพราะเคยเป็นมาก่อน ไม่จริง.

    ฝันเพราะเทวดาดลใจ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะว่า เทวดาทั้งหลาย
    โกรธขึ้นมา ประสงค์จะให้ถึงความพินาศด้วยอุบาย จึงแสร้งทำให้ผิดปกติ.

    แต่ฝันเพราะบุรพนิมิต เป็นจริงโดยส่วนเดียวแท้.

    แม้เพราะความเกี่ยวข้องของมูลเหตุ ๔ อย่างเหล่านี้ต่างกัน ฝันจึงต่างกันไป
    ฝันแม้ทั้ง ๔ นั้นพระเสกขะและปุถุชน ย่อมฝัน เพราะยังละวิปัลลาสไม่ได้
    พระอเสกขะไม่ฝัน เพราะละวิปัลลาสได้แล้ว.

    ก็เมื่อฝันนั้น หลับฝัน ตื่นฝัน หรือว่าไม่หลับไม่ตื่นฝัน. ในข้อนี้มี
    อธิบายไว้อย่างไร ผิว่าหลับฝันก็ผิดอภิธรรม ด้วยว่าสัตว์ย่อมหลับด้วยภวังคจิต
    ภวังคจิตนั้นหามีรูปนิมิตเป็นต้นเป็นอารมณ์ หรือสัมปยุตด้วยราคะเป็นต้นไม่
    จิตเช่นนี้ย่อมเกิดแก่ผู้ฝัน หากตื่นฝันก็ผิดวินัย เพราะว่าฝันที่ตื่นฝันด้วยจิต
    เป็นอัพโพหาริก (เห็นเหมือนไม่เห็น) จะไม่เป็นอาบัติไม่ได้ เพราะล่วงละเมิด
    ด้วยจิตเป็นอัพโพหาริก เพราะแม้ผู้ฝันทำล่วงละเมิดก็ไม่เป็นอาบัติโดยส่วนเดียว
    เท่านั้น เมื่อไม่หลับ ไม่ตื่นฝัน ชื่อว่าไม่ฝัน ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงไม่มีฝัน
    และจะไม่มีก็ไม่ใช่. เพราะเหตุไร เพราะผู้ฝันเข้าสู่ความหลับดุจลิง.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 ธันวาคม 2017
  4. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    สมดังที่
    พระนาคเสนกล่าวไว้ว่า มหาบพิตรผู้ที่หลับดุจลิงแลย่อมฝัน. บทว่า กปิมิทฺธป
    เรโต ได้แก่ ประกอบแล้วด้วยการหลับของลิง. เหมือนอย่างว่า การหลับของลิง
    เป็นไปเร็วฉันใด การหลับที่ชื่อว่า เป็นไปเร็ว เพราะแทรกแซงด้วยจิตมีกุศลจิต
    เป็นต้นบ่อย ๆ ก็ฉันนั้น ในความเป็นไปของการหลับใด จิตย่อมขึ้นจากภวังค์
    บ่อย ๆ ผู้ประกอบแล้วด้วยการหลับนั้น ย่อมฝัน.

    ด้วยเหตุนั้น ฝันนี้ จึงเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง อัพยากฤตบ้าง.
    ในฝันนั้นพึงทราบว่า เป็นกุศลแก่ผู้กระทำการไหว้เจดีย์ ฟังธรรม และ
    แสดงธรรมเป็นต้น เป็นอกุศลแก่ผู้ทำปาณาติบาตเป็นต้น พ้นจากสองอย่างนั้น
    เป็น อัพยากฤตในขณะอาวัชชนจิตนึก และขณะตทาลัมพนจิตยึดฝันนั้นเป็น
    อารมณ์. ฝันนี้นั้นเพราะมีวัตถุเป็นทุรพล จึงไม่สามารถจะชักปฏิสนธิของเจตนา
    มาได้ ก็เมื่อเป็นไปแล้ว ฝันอันกุศลและอกุศลอื่นอุปถัมภ์ไว้ย่อมให้วิบาก ให้
    วิบากก็จริง ถึงอย่างนั้น เจตนาในฝันก็เป็นอัพโพหาริก คือกล่าวอ้างไม่ได้เลย
    เพราะเกิดในที่อันมิใช่วิสัย.
     
  5. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    ก็สุบินนี้นั้น แม้ว่า โดยเวลาฝันในเวลากลางวัน ย่อมไม่จริง ใน
    ปฐมยาม มัชฌิมยาม และปัจฉิมยาม ก็เหมือนกัน. แต่ตอนใกล้รุ่ง เมื่อ
    อาหารที่กิน ดื่ม และเคี้ยวย่อยดีแล้ว โอชะอยู่ตามที่ในร่างกาย พออรุณขึ้น
    ความฝันย่อมจริง เมื่อฝันอันมีอิฏฐารมณ์เป็นนิมิต ย่อมได้อิฏฐารมณ์ เมื่อ
    ฝันมีอนิฏฐารมณ์เป็นนิมิต ย่อมได้อนิฏฐารมณ์. ก็มหาสุบิน ๕ เหล่านี้
    โลกิยมหาชนไม่ฝัน มหาราชาทั้งหลายไม่ฝัน พระเจ้าจักรพรรดิทั้งหลายไม่ฝัน
    อัครสาวกทั้งหลายไม่ฝัน พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไม่ฝัน พระสัมมาสัม-
    พุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่ฝัน พระสัพพัญญูโพธิสัตว์พระองค์เดียวเท่านั้นย่อมฝัน.
     
  6. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    วิปัลลาส หรือ วิปลาส 4 (ความรู้เห็นคลาดเคลื่อน, ความรู้เข้าใจผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง - distortion)
    วิปลาส มี 3 ระดับ คือ
    1. สัญญาวิปลาส (สัญญาคลาดเคลื่อน, หมายรู้ผิดพลาดจากความเป็นจริง เช่น คนตกใจเห็นเชือกเป็นงู - distortion of perception)
    2. จิตตวิปลาส (จิตคลาดเคลื่อน, ความคิดผิดพลาดจากความเป็นจริง เช่น คนบ้าคิดเอาหญ้าเป็นอาหาร - distortion of thought)
    3. ทิฏฐิวิปลาส (ทิฏฐิคลาดเคลื่อน, ความเห็นผิดพลาดจากความเป็นจริง โดยเฉพาะเชื่อถือไปตามสัญญาวิปลาส หรือจิตตวิปลาสนั้น เช่น มีสัญญาวิปลาสเห็นเชือกเป็นงู แล้วเกิดทิฏฐิวิปลาส เชื่อหรือลงความเห็นว่าที่บริเวณนั้นมีงูชุม หรือมีจิตตวิลาสว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีผู้สร้าง จึงเกิดทิฏฐิวิปลาสว่า แผ่นดินไหวเพราะเทพเจ้าบันดาล - distortion of views)

    วิปลาส 3 ระดับนี้ ที่เป็นพื้นฐาน เป็นไปใน 4 ด้าน คือ
    1. วิปลาสในสิ่งที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง (to regard what is impermanent as permanent)
    2. วิปลาสในสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข (to regard what is painful as pleasant)
    3. วิปลาสในสิ่งที่ไม่เป็นตัวตน ว่าเป็นตัวตน (to regard what is non-self as a self)
    4.. วิปลาสในสิ่งที่ไม่งาม ว่างาม (to regard what is foul as beautiful)
     
  7. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    ทำไม่จึงฝันว่าได้ฆ่างูใหญ่หรือ ฆ่าพยานาคอยู่บ่อยๆ เมื่อสองวันก่อนก็เป็นแบบนี้ ให้บริวารจับและเอาดาบแทงทะลุของตาเขาทั้งคู่ แล้วตัดศรีษะทิ้ง ทั้งที่ในความฝันพยายามมองตาเขา พิจารณาความหวาดกลัวของเขาความรู้สึกที่จะอาฆาตแค้นของเขา เขาได้ตายอย่างไม่สงบ (ลูกตาเท่ากับกำปั้นคนตัวโตเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๐ ซม. คิดเอาเองว่าขนาดหัวและลำตัวจะใหญ่โตมโหฬารมากขนาด ขนาดที่เคยฝันเห็นใหญ่สุดก็ตัวเท่ารถบัส)

    ตัวผู้ฝันพยายามลดละเลิกการพยาบาทเบียดเบียนกัน แต่ในฝันกลับยุยงส่งเสริม

    เวรกรรมเมื่อไหร่จะเลิกฝันเสียที อยากเป็นเหมือนท่านที่ไม่ต้องฝันจริงๆหนอ
     
  8. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    เคยดูแต่รับสภาวะสวนกลับไม่ไหว เพราะที่ดูไปนั้น เสียชีวิตตามคำทำนายทั้งหมดนับ10เคส แม่นไปสำหรับเรื่องความเป็นตาย จนเหมือนแช่งชักหักกระดูกเขามากกว่า แม้ถึงกระนั้นก็ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในโชคชะตา
    https://m.pantip.com/topic/33735134?
     
  9. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    ฝันเห็นพระอินทร์
    ทำนายว่าจะมีลาภใหญ่และความสุขมาก
    เลขนำโชคหมวดเทวดา
    คือหมายเลข 812|876
    ความฝันในหมวดเทวดา
    ฝันเห็นเทวดา
    ทำนายว่า จะมีลาภใหญ่และความสุขมาก
    [​IMG]
    ฝันเห็นท้าวมหาพรหม
    ทำนายว่า จะมีลาภใหญ่และความสุขมาก
    [​IMG]
    ฝันเห็นมีงานเทพยสมาคม
    ทำนายว่า จะมีโชคดี
    [​IMG]
    ฝันว่าได้พูดจากับเทวดา
    ทำนายว่า จะมีบุญ
    [​IMG]
    ฝันว่าเทวดาขึ้งโกรธ
    ทำนายว่า จะมีเคราะห์ ให้ทำบุญบัตรพลีเสีย
    [​IMG]
    ฝันว่าเดินเข้าไปในสำนักนักพรตพบกับเทวดา
    ทำนายว่า จะมีโชคดี
    [​IMG]
    วันที่ฝัน
    วันอาทิตย์
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ คนทั้งปวง
    [​IMG]
    วันจันทร์
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ วงศ์ตระกูลของตน
    [​IMG]
    วันอังคาร
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ บิดามารดาของตน
    [​IMG]
    วันพุธ
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ บุตรภรรยาของตน
    [​IMG]
    วันพฤหัสบดี
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ ครูบาอาจารย์และอุปัชฌาย์
    [​IMG]
    วันศุกร์
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ สัตว์พาหนะได้แก่ ช้าง ม้า วัว ควาย
    [​IMG]
    เสาร์
    ทุกข์สุขจะอุบัติแก่ ตนเอง
    [​IMG]
    สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับคำทำนายฝัน
    มูลเหตุแห่งความฝัน

    ในคัมภีร์สารัตถสังคหะในพระพุทธศาสนา ได้ให้มูลเหตุแห่งความฝันไว้อย่างมีเหตุผลที่ดี คือกล่าวว่า คนที่มีความฝันนั้น มักจะเนื่องจากเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    ๑. ฝันเนื่องจากธาตุในร่างกายไม่ปกติ เช่น กินอิ่ม ท้องเสีย หรือเจ็บป่วยแล้วฝันประการหนึ่ง
    ๒. เนื่องจากจิตใจผูกพันประหวัดในสิ่งใดสิ่งหนึ่งประการหนึ่ง
    ๓. ฝันเนื่องจากเทวดาปรารถนา จะสังหรณ์ให้ทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าและ
    ๔. ฝันอันเนื่องจากอำนาจแห่งกุศลกรรม และอกุศลกรรมบันดาล ให้เป็นเรื่องดีหรือร้าย ที่เรียกว่า บุพนิมิต อีกอย่างหนึ่ง
    ความฝันในข้อ ๑ หรือ ๒ ย่อมเป็นความฝันที่ไม่แน่นอน เมื่อพิจารณาคำทำนายฝัน จะต้องดูสาเหตุเหล่านี้ว่า มีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย

    เวลาที่ฝัน
    นอกจากนั้นยังต้องดูเวลาที่ฝันที่เรียกว่ายามประกอบด้วย โดยความฝันในเวลากลางวันหรือปฐมยาม คือช่วงเวลา ๐๖.๐๐ - ๒๒.๐๐น. เป็นความฝันที่ไม่ควรเอามาทำนายฝันเนื่องจากอาหารที่กินเข้าไปยังไม่ย่อยหมดร่างกายไม่เป็นปกติ ส่วนมัชฌิมยาม เวลา ๒๒.๐๐-๐๒.๐๐ น. เป็นความฝันที่ไม่ค่อยแน่นอนเนื่องจากบางคนร่างกายปกติแล้วแต่อีกบางคนยังไม่ปกติ ส่วนความฝันในช่วงปัจฉิมยามคือเวลา ๐๒.๐๑-๐๖.๐๐ น. ร่างกายและจิตใจเป็นปกติแล้ว ฝันนั้นมักจะเป็นจริงเที่ยงแท้คือฝันดีคงได้ดี ส่วนฝันร้ายอาจจะร้าย อนึ่งท่านว่า
    ถ้าฝันในปฐมยามฝันดีหรือฝันร้ายจะเห็นผลภายใน ๘ เดือน
    ถ้าฝันในมัชฌิมยาม จะรู้เหตุภายใน ๔ เดือน
    ถ้าฝันในปัจฉิมยาม จะรู้เหตุในวันหรือ ๒ วัน
    วันที่ฝันทางจันทรคติ
    [​IMG]
    ขึ้น ๑ ค่ำ
    เป็นฝันที่ดี แม้ฝันร้ายก็จะบรรเทา
    [​IMG]
    ขึ้น ๒ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้ แต่ยังมีส่วนดีบ้าง
    [​IMG]
    ขึ้น ๓ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้เลย
    [​IMG]
    ขึ้น ๔ ค่ำ
    ฝันที่ดีจะเป็นจริง ฝันที่ร้ายจะไม่เป็นจริง
    [​IMG]
    ขึ้น ๕ ค่ำ
    เป็นฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    ขึ้น ๖ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้
    [​IMG]
    ขึ้น ๗ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อได้
    [​IMG]
    ขึ้น ๘ ค่ำ
    เป็นฝันที่พอเชื่อได้
    [​IMG]
    ขึ้น ๙ ค่ำ
    เป็นฝันที่พอเชื่อได้
    [​IMG]
    ขึ้น ๑๐ ค่ำ
    เป็นฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    ขึ้น ๑๑ ค่ำ
    เป็นฝันที่จะเป็นจริงตามคำทำนาย แต่รอหลายวันภายหลัง
    [​IMG]
    ขึ้น ๑๒ ค่ำ
    เป็นฝันที่ตรงกันข้าม คือฝันดีจะร้ายฝันร้ายจะดี
    [​IMG]
    ขึ้น ๑๓ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อไม่ได้
    [​IMG]
    ขึ้น ๑๔ ค่ำ
    เป็นฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    ขึ้น ๑๕ ค่ำ
    เป็นฝันที่จะเป็นจริงใน ๑๐ วัน นับจากวันที่ฝัน
    [​IMG]
    แรม ๑ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อได้
    [​IMG]
    แรม ๒ ค่ำ
    เป็นฝันที่จะเป็นจริงใน ๓ วัน
    [​IMG]
    แรม ๓ ค่ำ
    เป็นความฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    แรม ๔ ค่ำ
    เป็นฝันที่ดี แม้ฝันร้ายก็จะกลายเป็นดี
    [​IMG]
    แรม ๕ ค่ำ
    เป็นฝันที่เป็นจริงใน ๔ วันข้างหน้า
    [​IMG]
    แรม ๖ ค่ำ
    เป็นความฝันที่เชื่อถือไม่ได้
    [​IMG]
    แรม ๗ ค่ำ
    เป็นความฝันที่มีผลในระยะเวลาอันใกล้
    [​IMG]
    แรม ๘ ค่ำ
    เป็นฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    แรม ๙ ค่ำ
    เป็นฝันที่ดี
    [​IMG]
    แรม ๑๐ ค่ำ
    เป็นความฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    แรม ๑๑ ค่ำ
    เป็นความฝันที่เชื่อถือได้ และเตือนให้ระวังตัว
    [​IMG]
    แรม ๑๒ ค่ำ
    เป็นฝันที่ไม่แน่นอน
    [​IMG]
    แรม ๑๓ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อได้
    [​IMG]
    แรม ๑๔ ค่ำ
    เป็นฝันที่เชื่อได้
    [​IMG]
    แรม ๑๕ ค่ำ
    ไม่ว่าจะดีหรือร้ายจะเป็นตามคำทำนายในวันนั้นเอง
    การแก้ฝัน
    ตามประเพณีของไทยเรานั้น นอกจะมีการทำนายฝันแล้วยังมีการแก้ฝันอีกด้วย การแก้ฝันนั้นเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี หลักการใหญ่ๆในการแก้ฝัน ก็คือถ้ามีคำทำนายฝันไปในทางด้านร้าย ก็ให้ทำบุญตักบาตรหรือทำบัตรพลีบูชาเทวดาหรือเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์เสีย และมีการแก้ฝันต่อบุคคล หรือในสถานที่กำหนด การแก้ฝันเท่าที่มีการทำกันมานับว่ามีผลดี และเป็นเครื่องช่วยกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่ง
    สำหรับผู้ไม่สะดวกในการแก้ฝันร้าย ท่านสามารถสวดพุทธมนต์ อภยปริตร จะผ่อนฝันร้ายที่หนักให้เป็นเบา โดยบทสวดอภยปริตรมีบทสวดดังนี้
    ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
    ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
    ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ


    ตำหนิพระปลอม๑รูปเลยสวดเอง

    ฝันยามสาย
    "ฝันว่าสวดส่งสัมภเวสี(เด็กหญิงวัยรุ่น)สองบรรทัด บรรทัดแรกด้วยฤทธิ์ด้วยเดช บรรทัดสองกำหนดภพภูมิ จนได้ไปเกิดเป็นมเหสีพระอินทร์บนตำหนัก พบพระอินทร์เขียวสวมชฏามงกุฏพักตร์งามนัก นั่งต้อนรับขับสู้ทั้งสององค์ "

    ฝันยามเย็น
    พระยามารกระทืบใจที่เมตตาไม่อยากให้มีเมตตาและทำดีช่วยบิดาผู้อดอยากด้วยน้ำและด้วยข้าวที่ตนสละ แม้อีกหลายภพชาติเขาจะแร้งแค้นตกยากลำบากแบบนี้ก็ตามแต่มันก็ไม่ยินดียินยอมให้เราช่วย จึงถล่มผืนธรณีแผ่นวงลอธรรมจักรที่่เรายืนอยู่ (ในวงล้อธรรมจักร เราเป็นเพียงพระพุทธรูปที่เศียรหันหัวปักจมลงพระธรณี ที่กำลังจะหมดความอดทนอดกลั้นพยายามจะลอยฝ่าแผ่นดินขึ้นมาปกป้อง บิดาและแผ่นศิลาธรรมจักรนั้น)

    ความเมตตาสุดประมาณ แม้รองไห้ระทมปานใดมันก็ไร้เมตตา มารหนอมาร


    หรือเป็นสัญญานเตือนอะไรบางอย่าง?
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 ธันวาคม 2017
  10. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ตถาคต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,477
    ค่าพลัง:
    +3,005
    ปฏิทินไทย ปฏิทินสุริยคติไทย จันทรคติไทย
    พ.ศ.2560 / ค.ศ.2017
    ปีวอก - ปีระกา 1 อัฐศก จุลศักราช 1378 ถึง นพศก จุลศักราช 1379 2
    คริสตศักราช 2017 , มหาศักราช 1938 - 1939 2 , รัตนโกสินทร์ศก 235 - 236 2
    สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน , จันทรคติ เป็น ปกติมาส ปกติวาร
    กาลโยค วันธงชัย : อังคาร (3) , วันอธิบดี : พฤหัสบดี (5) , วันอุบาทว์ (อุบาสน) : จันทร์ (2) , วันโลกาวินาศ : เสาร์ (7)

    https://www.myhora.com/ปฏิทิน/
     
  11. Nagamanee

    Nagamanee Manassa

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    526
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,554
    มล เมื่อก่อนฝันบ่อยและมักจะเป็นเรื่องฝังใจตอนเด็กๆ จน เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่หาย

    จนมาเริ่มปฏิบัติธรรม ยิ่งสวดมนต์สวดพระจักรพรรดิ ยิ่งไม่ฝัน แต่จะเห็นภาพทั้งที่ลืมตา ถ้าหลับตาจะฟุ้งซ่าน และแปลกใจที่ ไอ้ฝันเก่าๆ ก้อไม่ฝันอีก

    ถ้าจะฝันทั้งที่มีพระคล้องคอในปัจจุบัน และเมื่อคืนย่ำรุ่งเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ในฝันก็จะตีหน้าตนเองหลายๆครั้ง ว่า เราเป็นใคร อยู่ที่ไหน มาทำอะไร

    ดันฝันว่าไปขโมยตำรามา20 กว่าเล่มจากหอสมุด

    จะพูดกับตัวเอง เพราะ ไม่ชอบฝัน ไม่ชอบอดีต ชอบปัจจุบัน และ มีสติ

    อุปทานคงเป็นไปไม่ได้เพราะ กำหนดจิต ก่อนนอน
    และถ้าเป็น คงน่าจะฝันเห็นผีสางมากกว่าเพราะเพิ่งไปนั่งสวดมนต์คนเดียวที่ป่าช้าฝรั่งมาค่ะ ก็เฉยๆ กลับรู้สึกอิ่มบุญ มีความสุข ที่ได้สวดมนต์ นั่งสมาธิแผ่เมตตาให้พวกเขา ช่วยหลวงปู่ปรับภพภูมิวิญญาณ
    และดีใจที่เอาชนะความกลัว ในอสุภะ เห็นแจ้งในความตาย หลุมฝังศพที่นี้นั้น มีป้าย ว.ด.ป.เกิดและตายชัดเจน ชีวิตคนมันสั้นจริงๆ ตายแล้ว เอาอะไรไปไม่ได้เลย เพื่อนสักคนก็ไม่มีใครมาหา มีแต่มล นั่งสมาธิกลางหลุมนั้นน่ะ สงสารพวกเขานะ เกิดมาคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว ....

    BDDEE5DD-C993-4772-BF54-D485E3C331BE.jpeg

    สรุปว่า ถ้า ฝัน มันก็ไม่ใช่ฝันอะนะ เพราะตื่นมามันเหมือนไม่ได้นอน adventure สุดกู่

    Goodnight
     

แชร์หน้านี้

Loading...