*** ยุคศิวิไลซ์ ****

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย หนุมาน ผู้นำสาร, 7 มกราคม 2020.

  1. นาฬิเกร์

    นาฬิเกร์ อดทนชนะใจตน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2020
    โพสต์:
    426
    ค่าพลัง:
    +408
    พอ เหมือนพบทอง หากไม่เป็นอะไรเลย เหมือนพบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้แล้ว (อนัตตา)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มกราคม 2021
  2. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** ยารักษาโลก ****

    คือ สัจจะปฏิบัติ
    การให้สัญญากับใจตนเอง

    ...ข้าพเจ้าให้สัจจะว่า
    ไม่เห็นผู้อื่นผิด....
    วันละ 1 ชั่วโมง
    ตั้งแต่กี่โมง ถึงกี่โมง
    ก็แล้วแต่ตนเองกำหนดขึ้นมา

    ดับทุกข์ที่ใจตนเอง
    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  3. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,710
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,192
    สาเหตุ ที่ชอบตัดสินตัวเองและผู้อื่น

    10 ม.ค. 2021
     
  4. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,710
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,192
    อันตรายจากความคิดแบ่งขั้ว ‘ทวิภาวะ’

    911.jpg

    ศีลธรรมและสันติภาพจะกลับมามีจริงได้หรือไม่? อันตรายจากความคิดแบ่งขั้ว : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพระไพศาล วิสาโล

    “ความสงบสุขไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จากการกำจัดคนที่ก่อความรุนแรง" รากเหง้าประการหนึ่งของความโกรธ ความเกลียด ก็คือความคิดแบบ ‘ทวิภาวะ’

    ทวิภาวะ คือการมองเป็นขั้ว มองเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นขาวเป็นดำ เป็นพวกเราเป็นพวกเขา ไม่ใช่แค่มอง แต่ยังมีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายที่เห็นต่างด้วย

    ตัวอย่างความคิดแบบทวิภาวะที่ชัดเจนมาก คือคำพูดของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช หลังจากเกิดเหตุการณ์ ๑๑ กันยาว่า “ถ้าคุณไม่เป็นพวกเราก็เป็นศัตรูของเรา" เมื่อมองแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีเรา มีเขา ก็เกิดความคิดว่า พวกกูดี พวกมึงเลว นี่เป็นความคิดสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงในบ้านเมืองและในโลก

    ความคิดว่า สีเราดี สีอื่นเลว นี่เป็นความคิดแบบทวิภาวะ ความคิดว่าศาสนาของเราดี ศาสนาของคนอื่นเลว นี่ก็เป็นความคิดแบบทวิภาวะ ความคิดว่าคนดีกับคนชั่ว อยู่คนละพวก ความดีกับความชั่วแยกกัน นี่ก็เป็นความคิดแบบทวิภาวะ รวมทั้งความคิดว่า สั้นกับยาว นั้นเป็นคนละขั้ว อยู่แยกกัน แต่พุทธศาสนาไม่ได้มองอย่างนั้น

    พุทธศาสนามองอย่างไร?

    หลวงพ่อชา สุภัทโท เคยสอนศิษย์ โดยนำกิ่งไม้มากิ่งหนึ่ง แล้วถามว่า กิ่งไม้นี้สั้นหรือยาว แล้วท่านก็บอกต่อว่า ถ้าคุณต้องการกิ่งที่ยาวกว่านี้ กิ่งที่ผมถือมันก็สั้น ถ้าคุณต้องการกิ่งที่สั้นกว่านี้ กิ่งที่ผมถือมันก็ยาว

    แปลว่าสั้นและยาวนั้นอยู่ในกิ่งเดียวกัน นี่คือความเข้าใจที่ไปพ้นทวิภาวะ พุทธศาสนามองแบบนี้ ไม่ได้มองอะไรเป็นขั้วที่แยกขาดจากกัน

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ความตายอยู่ในชีวิต ความแก่อยู่ในความหนุ่มสาว โรคอยู่ในความไม่มีโรค”

    คนเรามักคิดว่า เกิดกับตายอยู่กันคนละขั้ว เหมือนกับกิ่งไม้ ที่แยกเป็นโคนกับปลาย แต่ไม่ใช่ นั่นเป็นความคิดแบบสามัญ เป็นความคิดแบบสมมติ ที่เหนือกว่านั้น คือความจริงที่ว่า เกิดกับตายอยู่ด้วยกัน ขณะที่เรามีชีวิตอยู่นี้ ก็มีความตายเกิดขึ้นทุกขณะ มีเซลล์ในร่างกายเราตาย ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ ล้านเซลล์ ทุกวันที่เราหายใจ ขณะที่เราสุขภาพดี โรคก็ปรากฏในตัวเรา เพียงแต่ยังไม่แสดงตัวจนเราล้มป่วยเท่านั้น เช่นเดียวกับความชราก็อยู่ในความหนุ่มสาว หนุ่มสาวทุกคนล้วนแก่เมื่อเทียบกับเด็ก
    นี่เป็นการมองโลกแบบอยู่เหนือทวิภาวะ

    ในทำนองเดียวกันคนดีกับคนชั่ว ไม่ได้แยกกัน เพราะในคนคนหนึ่ง มีทั้งความดีและความชั่วอยู่ด้วยกัน แต่เรามักจะมองว่า คนดีกับคนชั่วแยกกัน ความดีกับความชั่วก็แยกกัน ความคิดแบบนี้ทำให้แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ถ้าใครคิดไม่เหมือนเราก็ชั่ว ถ้าคิดเหมือนเราก็ดี ตรงนี้แหละที่นำไปสู่ความคิดที่คับแคบ นำไปสู่การมองซึ่งกันและกันเป็นปฏิปักษ์ นำไปสู่ความโกรธ ความเกลียด และในที่สุดก็นำไปสู่ความรุนแรง

    ความคิดแบบทวิภาวะเป็นความคิดแบบฝรั่งก็ว่าได้ เกิดจากการที่มนุษย์เราแยกขาดออกจากธรรมชาติ เราก็เลยไม่ปรานีปราศรัยกับธรรมชาติ เห็นธรรมชาติเป็นศัตรูหรือสิ่งที่ต้องตักตวงเอาเปรียบ แต่ถ้าเราตระหนักว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และธรรมชาติก็มีอยู่ในตัวเรา ดินน้ำลมไฟในธรรมชาติประกอบเป็นตัวเรา และเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เราจะเคารพธรรมชาติมากกว่านี้

    มีคำสอนธิเบตให้ข้อคิดที่ดีมาก คือเปรียบจิตเราเหมือนอากาศในแก้วน้ำ ส่วนธรรมชาติเหมือนกับอากาศข้างนอกแก้ว ความจริงแล้วอากาศในแก้วกับนอกแก้ว ก็เหมือนกัน เป็นอันเดียวกัน เพียงแต่มีแก้วขวางกั้น แก้วที่ขวางกั้น เปรียบได้กับอวิชชา ที่ทำให้เราเห็นว่า อากาศนอกแก้ว กับอากาศในแก้วแยกจากกัน คนละอย่างกัน

    การปฏิบัติธรรมก็คือ การทำให้อวิชชาหมดไป เปรียบเหมือนกับการทำให้แก้วหายไป ทำให้อากาศข้างนอกกับข้างในแก้ว กลับคืนมาเป็นหนึ่งเดียวกัน ธิเบตเรียกว่า ลูกกับแม่มาพบกัน การปฏิบัติธรรม ถึงที่สุดคือการเห็นความจริงว่า มันไม่มีเส้นแบ่งระหว่างเรากับธรรมชาติ ธรรมชาติภายนอกกับธรรมชาติภายในเป็นหนึ่งเดียวกัน

    ท่านอาจารย์พุทธทาสให้ความสำคัญมากกับการปฏิบัติเพื่อไปให้พ้นความคิดแบบทวิภาวะ กล่าวคือถ้าเราไปไม่พ้นความคิดแบบนี้ เราจะมองเห็นกันและกันเป็นศัตรูได้ง่าย และทำให้เกิดความโกรธ ความเกลียด และนำไปสู่ความรุนแรง

    ทั้งหมดนี้มีความสำคัญอย่างไร?

    หากต้องการ ให้สันติสุขกลับคืนมา อยากให้ศีลธรรมกลับมา เราต้องทำให้ความโกรธ ความเกลียดลดน้อยลง เบาบางลง เพราะมันคือรากเหง้าของความรุนแรง รากเหง้าของการเบียดเบียน รากเหง้าของความไม่มีศีลธรรม

    ความสงบสุขไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จากการกำจัดคนที่ก่อความรุนแรง ถ้าคิดว่ากำจัดคนเหล่านั้นแล้วบ้านเมืองจะสงบสุข กำจัดผู้ร้ายแล้วความสงบสุขจะกลับคืนมา แต่ไม่จัดการกับตัณหา มานะ ทิฐิ เราก็หนีความรุนแรงไม่พ้น หนีการเอาเปรียบเบียดเบียนกันไม่พ้น

    ความรุนแรงเกิดขึ้นจาก ๓ ก. คือ เกลียด โกรธ และกลัว การจะกำจัดความรุนแรงให้หมดไป หรือเบาบางลง เราไม่สามารถทำได้ด้วยการกำจัดตัวบุคคล แต่ต้องจัดการที่ความโกรธ ความเกลียด และความกลัว ถ้าเราไม่กำจัดความโกรธ ความเกลียด ความกลัว แต่ยังทำให้มันเกิดขึ้นทั้งในจิตใจของเราและในสังคม ความรุนแรงก็จะเกิดขึ้นไม่มีสิ้นสุด

    แต่เราจะจัดการกับความโกรธ ความเกลียด และความกลัวได้อย่างไร?

    ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ถ้าเราต้องการให้ศีลธรรมกลับมา ต้องการให้ผู้คนมีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ไม่มีการทำร้ายกัน ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา สิ่งที่เราทำได้ประการแรกคือ ไม่ส่งเสริมความโกรธ ความเกลียดให้แพร่กระจายไปมากกว่านี้ อย่ากระพือความโกรธ ความเกลียดให้มากไปกว่าที่เป็นอยู่ นี่คือสิ่งที่เราทำได้อย่างง่ายๆ เหมือนกับการที่เราไม่ทำชั่ว ไม่ผิดศีล ก็ช่วยสังคมได้มาก แต่ถึงแม้เราจะไม่ผิดศีล เราถือศีลห้าครบ แต่ถ้าเราส่งเสริมความโกรธ ความเกลียดให้กระพือ ก็สร้างปัญหาได้เหมือนกัน ทุกวันนี้การพูดหรือเขียนให้เกิดความรู้สึกโกรธเกลียดต่อกัน เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก

    ตอนนี้ทุกคนเหมือนมีไม้ขีดไฟอยู่ในมือ ส่วนบรรยากาศที่อยู่รอบตัวก็เหมือนกับอบอวลไปด้วยน้ำมัน ถ้าทุกคนจุดไม้ขีดแล้วโยนลงไป ก็สามารถทำให้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยน้ำมันนี้ลุกเป็นไฟได้

    สิ่งที่เราควรทำอย่างแรกคือ เราไม่จุดไม้ขีด คือไม่กระพือความโกรธ ความเกลียด ไม่ว่าจะเป็นทางเฟซบุ๊ก ทางไลน์ หรือจากการพูดจาสนทนากัน

    เดี๋ยวนี้ เฟซบุ๊ก ไลน์ เป็นแหล่งแพร่เชื้อความโกรธ ความเกลียดที่สำคัญมาก หลายคนพอเปิดเฟซบุ๊กแล้วก็เริ่มติด พอติดแล้ว ความโกรธ ความเกลียดก็ซึมเข้ามาในจิตใจ พอเชื้อความโกรธความเกลียดแพร่เข้ามา เกิดอะไรขึ้นกับใจของเรา เกิดความรุ่มร้อน เกิดความทุกข์

    หากไม่อยากกระพือความโกรธ ความเกลียด เราต้องพยายามทำให้ความโกรธ ความเกลียด ไม่ครองใจเราก่อน เพราะตราบใดที่ความโกรธ ความเกลียด ครองใจเรา มันก็อยากกระพือต่อ ไม่ต่างจากเชื้อโรคหรือไวรัส เมื่อมันอยู่ในตัวเรา มันจะขยายและเพิ่มทวีตรีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ ในเซลล์ของเรา จนกระทั่งเซลล์เหล่านั้นระเบิดออก เพื่อไวรัสจะได้แพร่กระจายหนักขึ้น ความโกรธ ความเกลียดก็เช่นกัน เมื่อมันเกิดขึ้นในใจ มันจะลุกลามจนอัดแน่นใจใจ อยากจะระเบิดออกไป เพื่อแพร่กระจายให้กว้างไกล ให้คนอื่นติดเชื้อเดียวกับเรา ถ้าเราไม่อยากมีส่วนในการกระพือความโกรธ ความเกลียด เราต้องรักษาใจอย่าให้มันครองใจเรา

    โกรธเกลียดได้ แต่ให้รู้ทัน จะบอกว่า อย่าโกรธ อย่าเกลียด เป็นการเรียกร้องมากเกินไป แต่ว่าสิ่งที่เราทำได้คือ เมื่อความโกรธ ความเกลียดเกิดขึ้น อย่าให้มันครองใจเราต้องรู้ทัน จะรู้ทันด้วยสติ หรือรู้ทันด้วยปัญญา ก็ได้ทั้งนั้น

    ที่มา
    https://www.komchadluek.net/news/knowledge/220136
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มกราคม 2021
  5. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,710
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,192
  6. นาฬิเกร์

    นาฬิเกร์ อดทนชนะใจตน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2020
    โพสต์:
    426
    ค่าพลัง:
    +408
    ปลาผู้มองวงกลมรอบด้าน ผึ้งผู้มองหกด้าน คนผู้มองแปดด้าน ด้วยเหตุนี้พระพุทธะจึงเป็นมหาบุรุษเท่านั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มกราคม 2021
  7. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,710
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,192

    6 ธ.ค. 2020
    *** ดับทุกข์ที่ใจตนเอง ****

    ยารักษาโลก คือ สัจจะปฏิบัติ
    การให้สัญญากับใจตนเอง


    ...ข้าพเจ้าให้สัจจะว่า
    ไม่เห็นผู้อื่นผิด....


    วันละ 1 ชั่วโมง
    ตั้งแต่กี่โมง ถึงกี่โมง
    ก็แล้วแต่ตนเองกำหนดขึ้นมา

    ดับทุกข์ที่ใจตนเอง
    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มกราคม 2021
  8. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** สาเหตุที่โลกไม่สงบสุข ****

    เพราะ ....คำสอน...
    ศาสดาของโลก ถูกบดบัง
    จนคนมองไม่เห็นความสำคัญ

    คำสอน คือ ...สัจจะ....
    สัจจะ เป็นผู้นำ
    ทำให้เกิดการกระทำขึ้นจริง
    ตามที่ได้พูดได้ประกาศไปแล้ว

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  9. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** ตาบอดคลำช้าง ****

    ศีล...เป็นข้อปฏิบัติ
    สัจจะ....เป็นผู้นำการปฏิบัติ

    ศีลข้อที่ประกาศไปแล้ว
    ทำไม่ได้จริง
    จะกลายเป็นหอกทวน
    พุ่งย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง

    ...จะทำสิ่งใด ให้พิจารณาขอบเขต....
    ทำความดีเล็กๆได้จริง
    ดีกว่าพูดจะทำความดีที่ยิ่งใหญ่
    แต่ไม่สำเร็จไม่เกิดขึ้นจริง

    ได้ทำบ่อยๆ
    ก็จะเปลี่ยนแปลงนิสัยได้เอง

    - " หนุมาน ผู้นำสาร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 มกราคม 2021
  10. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** ถาม-ตอบ Q & A ****

    ถาม : ใครบ้างที่ต้องถือสัจจะ
    ตอบ : มวลมนุษย์ทั้งโลก

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  11. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** การฟังธรรม ****

    ก็ได้แต่ฟัง
    ยังไม่ได้ทำ

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  12. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** ความสำเร็จ ****

    สัญญาใจ สัญญาทำ

    สัจจะ ...
    คือ สัญญาที่ทำขึ้นไว้กับใจตนเอง

    ธรรม....
    คือ ทำสัญญาที่เคยให้ไว้สำเร็จ

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  13. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** วาระกรรมปรากฏ ****

    ใครทำความโหดร้ายเอาไว้
    ใครทรยศสัตย์ปฏิญาณ
    ให้รีบแก้ไขขออโหสิ
    ให้เริ่มต้นใหม่ด้วยสัจจะ
    ที่ดีกว่า

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  14. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** หอกทวนนำวิถี ****

    ความดี สิ่งที่พูดไว้
    ปฏิญาณไว้
    แล้วทำไม่ได้
    ก็จะย้อนกลับ
    ไปทิ่มแทงตัวเอง

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  15. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** ไม่เคยมีประเทศไหนโลก ****

    ที่สอนให้คนทุกคน
    เป็นคนมีสัจจะ
    รักษาสัจจะทุกวัน ?

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  16. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,710
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,192
    "มนุษย์โลก" กำลังมาถึงจุดสิ้นสุดของความเป็น
    "ทวิภาวะ"



    20 ม.ค. 2021
     
  17. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** สัจจะปฏิญาณตน ****

    นำความดีงาม
    มาเป็นสัญญาใจตนเอง
    นำความสงบสุข
    ความเจริญรุ่งเรือง
    ก้าวสู่ ...ยุคศิวิไลซ์

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2021
  18. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** พันธะสัญญา ****

    ก็คือ "สัจจะ"
    สัญญาใจตนเอง

    การกลับมา
    ของ "สัจจะ"

    ศาสนศาสตร์
    แก่นสาร คือ "สัจจะ"

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  19. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** สังคมสัจจะ ****

    เมื่อคนส่วนใหญ่มีสัจจะ
    ใช้ความจริง อยู่ด้วยความจริง
    คนดื้อด้าน ก็กลายเป็นคนโง่เขลา

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  20. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    13,671
    ค่าพลัง:
    +51,946
    *** ยุคศิวิไลซ์ ****

    ใช้สัจจะ พึ่งความจริง
    ไม่ใช้ความเชื่อ
    ไม่ใช้พิธีกรรม

    ทำการตรงประเด็น
    ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร
    ทุกการกระทำเกิดคุณค่า
    อย่างแท้จริง

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     

แชร์หน้านี้

Loading...