รบกวนผู้รู้จริงๆเท่านั้นตอบนะครับ

ในห้อง 'ฝากคำถามถึงหลวงพ่อเล็ก' ตั้งกระทู้โดย banfh, 18 ธันวาคม 2011.

  1. banfh

    banfh เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    89
    ค่าพลัง:
    +144
    ช่วยอธิบายและช่วยหาวิธีปฏิบัติต่อให้หน่อยครับ คือผมนั่งสมาธิ ภาวนาพุท โธ กำกับลมหายใจเข้าออกตามวิธีที่คนอื่นๆเขาทำกัน พอไปได้นานๆ หน่อยรู้สึกว่ามันสว่างขึ้นๆเรื่อยๆในตาเรา เหมือนเราเงยหน้าลืมตาดูแสงพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน ผมก็ดูไปเรื่อยๆ ปรากฎว่ามันสว่างขึ้นเรื่อยๆจนผมทนไม่ไหว ต้องลืมตาในที่สุด และเพราะกลัวตาจะพร่ามัวบอดด้วย ผมเลยต้องลืมตา ซักพักตาจะค่อยๆกลับมาเหมือนเดิมหายพร่ามัว ผมก็หยุดทำ แล้วผมก็นอนปรากฎว่าขนาดตอนนอนหลับ บ่อยๆครั้งตาผมยังเห็นแสงสว่างนั้นอยู่เลยสว่างขึ้นเรื่อยๆอีก บางครั้งผมฝืนมองมัน มันก็เหมือนดวงอาทิตย์ส่องแสงนี่แหละครับ จนผมต้องลืมตาตื่นทุกครั้ง รบกวนถามด้วยครับมันคืออะไร หรือตาผมกำลังใกล้จะบอด รบกวนตอบด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
     
  2. ทศสึ

    ทศสึ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    91
    ค่าพลัง:
    +313
    .....

    จากที่พอจะรู้ น่าจะเป็น อาการของปิติ นะครับ

    คือเห้นแสงสี พระท่านสอนไม่ไปสนใจ ให้ตามมมมมม ลม หายใจ

    อย่างเดียว มีสติ จดจ่อที่ลมหายใจ แล้วจะผ่านไปได้คับ


    บางที ก็เป็นขันธมาร มาทดสอบ พอเราจิตเริ่มมีสมาธิ เขาก็เอาแสงสีมาหลอก

    ถ้า ไปยึด ก็ถือว่า สอบตก รึ เค้ามาทดสอบ

    ถ้า เป็นแสงสว่างมาก เรากลัว ตาบอด กลัวนั่นกลัวนี่ ก็เสร็จเขา อีก

    ( เห้นนั้น เห้นนี่ ภาพต่างๆ ก็กลัว และความกลัว ทั้งหมด คือ กลัวตาย

    เราจึง เลิกทำ ไม่กล้าทำ

    พระท่านสอนว่า ตามดู ตามรู้ แต่ อย่างไปสนใจ เดี๋ยวมันก็ไปเอง

    คือ เกิด ดับ ๆ

    ทางที่ดี อยู่กับลมหายใจ สติ รู้จี้ติดกับ ลมหายใจ


    รึ บางที่ อาจเป็นกสิณ เก่า ที่คุณทำได้ คือ กสิณแสงสว่าง
    ก็ลองเปลี่ยนคำภาวนาดู เป็นทางทิพจักขุญาณ อาจจะเป็น อาโลกสิณังๆ

    นะมะพะธะ หรือ สัมปจิตฉามิ ก็ได้ นะครับ

    เอาเป็นว่า ลองตามลมหายใจ ไปก่อน มันเกิดขึ้น เราก็รับรู้ว่าเกิด

    แล้ว ไม่ให้ความสนใจ แล้วจะผ่านไปได้

    ถ้าทำตามนี้ แต่ยังมาอีก แสดงว่า เป็นกสิณ(แสงสว่าง)ที่เคยทำได้ มาก่อน

    พระพุทธองค์ สอนว่า ที่ให้เจริญกรรมฐาน เพื่อให้เราเกิดความสุข
    ถ้า เราทำแล้ว ทุกข์ ถือว่า ผิด ตามเจตนารมณ์ ที่ท่านประสงค์ไว้ ครับ

    โมทนาบุญกุศลทั้งหมดตั้งแต่ต้น จนถึงนิพพานซึ่งกันและกัน คร๊าบบ ^^
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 ธันวาคม 2011
  3. banfh

    banfh เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    89
    ค่าพลัง:
    +144
    จะทำตามคำแนะนำครับและขอขอบพระคุณมากๆครับ ที่ช่วยมาแนะนำ แต่ว่าไม่เกี่ยวกับอาการตาจะบอดแน่นะครับ ยังติดใจ
     
  4. HipPo*

    HipPo* เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    3,102
    ค่าพลัง:
    +7,904
    มายืนยันอีกคนครับ ตาไม่บอดแน่นอน จริงๆในส่วนนี้น่าจะเป็นเรื่องของปีติ จริงๆแล้วพูดง่ายๆปีติก็คือสิ่งที่บ่งบอกว่าอารมณ์เราเริ่มเป็นสมาธิดีขึ้น แต่ในอีกทางหนึ่งถ้าเรามัวแต่สนใจในอาการของปิติมากมันก็จะกลายเป็นสิ่งที่มากวนใจคุณนะครับ อาจทำให้คุณหลงในแสง จนลืมการปฎิบัติ เพราะมันเป็นอาการที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเป็น กสิณหรือกรรมฐานเก่าๆนั้น ต้องอธิษฐานมาก่อน แล้วแสงจะมาในรูปแบบของภาพที่ติดใจ(คือแสงออกมาจากจิต ไม่มารบกวนหรือกระทบสังขาร) ดังนั้นทำใจให้สบายครับ ไม่ต้องสนใจแสง เดี๋ยวสมาธิก็จะนิ่งสุขุมกว่านี้ครับ
     
  5. banfh

    banfh เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    89
    ค่าพลัง:
    +144
    ขอขอบพระคุณครับท่านทั้งสอง ผมจะทำตามและทำต่อไปเรื่อยๆครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...