รบกวนสอบถามเรื่องนั่งสมาธิแล้วเห็นตัวเองหน่อยเจ้าค่ะ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Snooty, 10 สิงหาคม 2010.

  1. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +670
    เพิ่งเริ่มนั่งสมาธิได้สองเดือนกว่า ช่วงแรกที่นั่งก็ใช้อานาปาณสติและพุธโธค่ะ ก็จะเอาจิตแนบกับลมหายใจตอนเข้าออก ตอนแรกที่นั่งไม่มีความรู้อะไรเลยค่ะ ปรากฎว่านั่งได้นานกว่าช.ม. มีอยู่ครั้งนึงเหมือนสัปหงก รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหัวตัวเองและช่วงบ่าจากด้านซ้ายมือ ทั้งที่นั่งตอนเย็นกลับรู้สึกเหมือนกลางวันค่ะ ก็แปลกใจระคนตกใจนิดหน่อย มีความรู้สึกว่ามีตัวตนอีกคนดูตัวเราที่นั่งสมาธิอยู่

    อีกครั้งนั่งดูลมหายใจ และภาวนาพุทโธก่อนจะหลับ เน้นยังไม่หลับค่ะ รู้ตัวตลอด รู้สึกเหมือนมีอาการคล้ายผีอำค่ะ แต่ขนลุกด้านหลังแบบเย็นวาบ เลยค่ะ แต่เรากลับเห็นแขนเรา กะขาหนึ่งข้าง (เรานอนตะแคงขวา) เราก็เกิดความกลัวระคนแปลกใจ นึกในใจว่า เฮ้ย วิญญานออกจากร่าง ก็เลยพยายามขยับแขนกะขาข้างที่เห็น ปรากฎว่าไม่สามารถค่ะ แถมมันสว่างเหมือนกลางวัน ต้องพยายามหมุนตัวให้แขนมันตรงกัน จนค่อยขยับออกมาได้ (ยังขำตัวเองจนถึงปัจจุบัน ที่พยายามหมุนให้แขนมันตรงกัน :) อิอิ

    ปัจจุบันศึกษาเพิ่มเติมเรื่องสมาธิก็พอทราบว่าเป็นอาการสมาธิละเอียด แต่ปัจจุบันไม่สามารถนั่งได้แบบเก่าอีกเลยค่ะ แต่เรื่องลมหายใจดับ หรือละเอียดจนจิตจับแทบไม่ได้ เกิดตลอดค่ะ แต่ไม่เห็นตัวเราอีกเลย จะรู้สึกวูบเล็กๆ บ้างก่อนจิตรวมค่ะ จิตเห็นแสงค่อนข้างสว่างมาก แต่ไม่สว่างเหมือนกลางวัน แต่เด๋วมัวบ้าง สว่างบ้าง จิตจะนิ่งเป็นช่วง ๆ วิ่งเข้าออกระหว่างจิตนิ่งกับ จิตคิด (น่าจะเป็นอุปจารสมาธิมั้ง) เป็นมาเป็นเดือนแล้วค่ะ ทำไงดีคะอยากรับรู้ประสบการ์ณเหมือนช่วงแรกๆ ที่นั่งอีกค่ะ อ้อ ลองมาหมดแล้วค่ะทั้งพอง-ยุบ จับคำบริกรรม รู้สึกว่าพุธโธไม่ได้ผลค่ะ จิตทิ้งคำบริกรรมเร็วมาก ตอนนี้ลองท่องพุธโธ ธรรมโม สังโฆ ก็นิ่งได้เร็วค่ะ (สงสัยยังใหม่ จิตเลยยอม) รู้สึกยังไม่ลงตัวเลยค่ะ บางวันก็จับที่ใต้สะดือ บางวันก็จับลมหายใจ บางวันก็นั่งได้ดีมาก ได้ทั้งวิปัสสนา ทั้งสมถะ บางวันฟุ้งอย่างเดียว บางวันจิตหล่นวูบจากลมหายใจหาย มาภวังค์ปรกติเลยค่ะ ไม่รุว่าปรกติหรือเปล่าคะ

    คิดว่าตอนแรกๆ คงฟลุ๊คเพราะไม่ค่อยรู้เรื่อง ต่อมาคงคาดหวัง เลยไม่ได้ ไม่ทราบว่ามีท่านใดมีประสบการ์ณแบบนี้แล้ว สามารถเข้าได้ถึงระดับที่เคยเข้าได้ ครั้งแรกแล้ว ใช้เวลานานมั้ยคะ

    ท่านใหนมีประสบการ์ณช่วงเหลือมือใหม่ รบกวนด้วยค่ะ จะได้ไปต่อ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
     
  2. nachan

    nachan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15
    ค่าพลัง:
    +109
    อาการที่พบ ในภาวนา

    อาการที่พบในสมาธิ ภาวนา ลมหายใจ เสียง ตัวตนเหมือนจะหายไป และรู้อยู่เฉยๆ คือ อัปปนาสมาธิครับ แสดง สว่างที่เกิดหรือยังเห็นใยความมืดขณภาวนาไม่ลืมตา จิตออกมารู้ออกมาเห็น ถ้าเห็นตัวเองได้ เกิด การแยกรูปและนามให้ได้รู้แล้วครับ ของจริงจะไม่เกิดขึ้นบ่อย เพราะเพราะไม่ใช่สัญญา จำ นี่คือความรู้ของจริงในภาวนาครับ เวลาภาวนาต้องทิ้งตำราและปัจจุบันนึกคิด ภาวยาให้ถึง สงบแล้วออกมาพิจารนาที่ อุปจารสมาธิดังที่บอก เอาธรรม ขึ้นมาวิเคราะวิจัย ช่วงนี้ หรือ จะคิดไปเองตามกำลังที่ได้จากสมาธิแล้ว เป็นช่วงที่จะรู้ธรรมได้ นิมิต เห็น ทิ้งให้หมด เป็น วิปัสนูกืเลส 10 ได้ หวังคงเข้าใจ ไปอ่าน หลวงพ่อพุทธ เรื่อง สมาธินะ หรือหลวงปู่เทศ จะหายสงสัย ครับ
     
  3. มาจากดิน

    มาจากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 เมษายน 2008
    โพสต์:
    5,912
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +2,492
    ตามดูรู้ทันตามที่มันเป็น เป็นยังไงกำหนดยังงั้น ทั้งทางกายทางจิตใจ แล้วจะรู้เห็นธรรมตามที่มันเป็น มิใช่เราไปทำให้เป็นแล้วดู ไม่ใช่

    สภาวธรรม
     
  4. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    ความ อยากเป็น อยากเห็น สิ่งนั้น เหมือนเดิม เหมือนที่เคยได้ มันก่อตัวได้อย่างไร


    นักปฏิบัติส่วนใหญ่ มักติดอาการอยู่อย่างหนึ่ง คือ อยากเห็นหรือรู้สึกได้ในสิ่งที่เชื่อ
    ว่าเป็นกุศลนั้นอีกสักครั้ง แม้จะมีผู้รู้ หรือ กัลยาณมิตร ทัดทานแล้วว่า "อย่าไปปรุง
    อยากเป็นเชื้ออธิปัจจัยตา มันจะทำให้พื้นจิตไม่มีทางเกิดกุศล" นักปฏิบัติเหล่านั้นก็
    ไม่อาจปลงใจเชื่อได้ ยังอยากที่จะทำได้ เพราะ สำคัญว่า "เราเคยทำได้ เราเคยเป็น
    มันเคยเป็นของเรา เราเคยควบคุมมันได้ เราเคยเข้าไปอยู่" ใครมาชี้สมบัตินี้ว่าไม่ปรากฏ
    แก่นักปฏบัติผู้นั้น ก็ไม่อาจทำใจเชื้อได้ เพราะเห็นว่า เป็นปัจจัตตังของตนเป็นแน่แท้

    ตรงนี้ เลยทำให้เกิดอาการ ยึดในรู้ เรียกตรงๆว่า เกิดอุปทานขันธ์ หรือ เกิดการยึด
    ขันธ์5เป็นตนขึ้น ทำให้ นักปฏิบัติตกเข้าไปในหลุม การใช้อุปทานขันธ์ละอุปทานขันธ์
    เลยทำให้ ไม่สามารถปฏิบัติเห็นได้อย่างที่ดำริ ตั้งทิฏฐิไว้อีกเลย

    เมื่อเกิดอุปทานขันธ์แล้ว แน่นอนที่สุดว่า มันจะต้องนำมาซึ่ง การปรุงแต่งการปฏิบัติ

    ผลที่ได้คือ การเที่ยวแสวงหาวิธีปฏิบัติวิธีอื่น การเที่ยวแสวงหาอาจารย์ใหม่ การที่ก่น
    ด่าอยู่ในใจว่าอาจารย์เก่าที่เคยสอนตนนั้นสอนไม่เป็นเสียแล้ว คือ นอกจากจะตกหลุม
    อุปทานขันธ์แล้ว ยังขุดหลุมฝังตัวเองเพิ่มเติมด้วย

    สิ่งที่ต้องทำก็คือ ไม่ต้องไปหลงเชื่ออุปทานขันธ์ อย่าไปยึดมั่นสำคัญ หรือ ติดในรู้

    ปัญญาของพุทธศาสนานั้น จะเป็นองค์ธรรมที่พาไปเห็น แล้ว คลายตัวทันที เราเพียงแต่
    เล็งเห็นสภาวะธรรมใดๆเพื่ออาศัยระลึกเท่านั้น ไม่มีการติดรู้ หรือ สำคัญตัวว่ารู้ หากเกิด
    สำคัญตัวว่ารู้ ว่าเป็น ว่าอยู่ ว่าเข้า ก็เท่ากับรู้ไม่จริง( คือ ไปยึดตัวรู้ที่ไม่ใช่การรู้ของ
    จิตเข้าแล้ว)

    สรุปแล้ว จะต้องทำอย่างไรต่อไปสำหรับนักปฏิบัติ

    ก็ต้อง กลับไปขยันทำที่เหตุ ก็คือ กรรมฐานกองเดิม ก่อนที่จะนำพาจิตเข้า
    ไปรู้ไปเห็นนั้นแหละ กรรมฐานกองนั้นแหละที่เป็นเหตุพาไปรู้ ก็ให้เพียรที่กรรม
    ฐานกองเดิม ที่มันเป็นเหตุปัจจัยพาไปรู้นั้นแหละ แต่สิ่งที่รู้ มันปรากฏนอก
    เหนือไปจากอารมณ์กรรมฐาน แถมเกิดขึ้นโดยไม่จงใจ(อาการนี้คืออารมณ์วิปัสสนามันเกิด
    แต่คนไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าตนไม่มีส่วนร่วม ทั้งๆที่ ธรรมะเข้าถ่ายทอดให้เห็น)
    ก็เลยเผลอคิดว่า กรรมฐานกองเดิมไม่ใช่เหตุ วิปลาสกันไป

    สรุปง่ายๆแล้ว อย่าไปเปลี่ยน ก็เท่านั้นเอง

    "ดูลมหายใจ และภาวนาพุทโธก่อนจะหลับ..." นั้นแหละ ทำไปนะเจ้าคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 สิงหาคม 2010
  5. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +670
    ขอบคุณ คุณ nachan ค่ะ จริงๆ ตั้งใจไว้ที่วิปัสสนาเป็นสำคัญ แต่ที่เหลือแค่ของแถมค่ะ นิมิตรอะไรไม่เคยดูค่ะ กลัวผี ^_^

    ขอบคุณคุณ มาจากดินค่ะ สำหรับคำแนะนำ

    ขอบคุณคุณ เอกวีร์ค่ะ ช่วงแรกเหมือนเป็นการทดลองว่าอะไรถูกจริตค่ะ ก็พระพุทธเจ้าสอนให้อย่าเชื่ออะไรจนกว่าจะทดลองทำดู แต่ขอบคุณสำหรับคำแนะนำติติงที่มีค่า ค่ะ จะลองดูลมหายใจ และพุธโธก่อนนอนค่ะ แต่ทำทีไรนอนไม่หลับทุกที อิอิ คิดว่าทำไปเรื่อยๆ เหมือนชาวนาทั้งสมถะ และวิปัสสนา รอวันเก็บเกี่ยวผล เมื่อปัญญาบังเกิดค่ะ

    ยิ่งเริ่มภาวนา เพิ่งเห็นว่าเรานั้นหนอ กิเลสเยอะจิงๆ
     
  6. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    อันนี้ ไม่ใช่คุณพูดหลอก อย่าไปเชื่อมันนะ



    หลักการดี อนุโมทนา



    สาธุ สาธุ สาธุ
     
  7. ลุงมหา

    ลุงมหา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    307
    ค่าพลัง:
    +1,092
    หัดนั่งสมาธิภาวนาใหม่ ใจ เลย ใขว้ เขว

    ขออนุญาติตรับ
    สองเดือนนั่งได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วละครับ แต่ที่เสียหายเพราะความหนักแน่นไม่พอ และ ความนิ่งไม่พอ ที่ว่าความหนักแน่นไม่พอคือการภาวนาต้องยึดที่ครูบาอาจารย์สอนอย่างเคร่งครัดครับที่ว่า"จะเอาแบบใดก็เอาแบบนั้น อย่าไปลองแบบโน้นที แบบนี้ที เสียเวลาเปล่า เพราะเวลาจิตนิ่งเป็นสมาธิมันก็อันเดียวกันหมด เหมือนกันหมด"
    และที่ว่านิ่งไม่พอนั้น แค่มองเห็นตัวเอง แทนที่จะภาวนาต่อกลับมาคิดโน่นคิดนี่ซะนี่ นี่ถ้าเห็นพญานาคจะมากินคุณจะทำอย่างไร มิต้องลุกวิ่งหนีหรือ?
    แล้วเวลาปฏิบัติอย่าเที่ยวได้ไปตามเขาที่ว่าถึงขั้นโน้นขั้นนี้นั่นน่ะ มันไม่มีประโยชน์มีแต่โทษสถานเดียว ปฏิบัติไปเรารู้สภาวะจิตของเราว่าเป็นอย่างไรก็พอแล้ว จิตเข้าใจก็พอแล้ว ไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับอะไรอีก
    ตอนผมปฏิบัติใหม่ๆ ครูบาอาจารย์ระดับใกล้ๆยี่สิบพรรษาเรียกผมไปหาให้ผมเล่าให้ฟังว่าว่าปฏิบัติเป็นอย่างไรผมเล่าไปท่านก็เปรียบเทียบไป อันนี้ ฌาณสาม อันนี้ ฌาณสี่ อันนี้ อากาสัญญา อันนี้ เนวะสัญญา ไม่ทันไร หลวงปู่เรียกไปสั่งว่าอย่ามายุ่งกับผมอีก ผมก็โดนด้วยหลวงปู่ว่าเราปฏิบัติไปก็ดีอยู่แล้วอย่าไปฟังพวกอินเตอร์เขาอีก พวกนี้เผลอไม่ได้
    การปฏิบัติภาวนานั้นคุณแค่เข้าใจหลักง่ายๆก็พอเช่น
    การภาวนาเป็นการสร้างบุญบารมี
    การภาวนาเป็นการฝึกสติให้รู้เท่าทันจิต(ความคิด)เพื่อจะได้เอาสติไปควบคุมจิต
    เมือสติรู้เท่าทันจิตเรียกว่าจิตเป็นสมาธิ (ก็จิตก็ลมหายใจละเอียดที่คุณว่านั่นละครับ) ต่อไปก็ฝึกให้สติเร็วกว่าจิตเพื่อจะได้ควบคุมจิตให้ได้
    อันนี้คุณไม่รู้ก็เลยเที่ยวไปลองวิธีโน้นวิธีนี้ ทั้งมั่ว ทั้งเสียเวลา
    การจะฝึกให้สติเร็วกว่าจิตก็ง่ายๆแค่ว่า พอสติรู้เท่าทันจิต แล้วคุณก็แค่ภาวนาพุทธ หายใจเข้า โธ หายใจออก ต่อไปทั้งๆที่ลมหายใจมันละเอียดมากๆนั่นละ
    ต่อให้ละเอืยดแค่ใหนมันก็ยังหายใจอยู่ดี ดูซิว่าคุณจะจับลมหายใจได้ยาวได้ละเอียดขนาดใหน

    ให้ภาวนาอยู่นั่นละจนกว่าสติจะเร็วกว่าจิต เกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยมาถามใหม่
    ว่าสติเร็วกว่าจิตเป็นอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรต่อไป
    บอกมากเดี๋ยวหัวหมอ เกิดอย่างข้ามไปเร็วๆเดี๋ยวจะฐานไม่แน่น
    แล้วที่ผ่านไปรู้ไปเห็นอะไรมาไม่ต้องไปเสียเวลาตามหามันอีกเพราะมันผ่านไปแล้ว
    แล้วเวลาอ่านอะไรก็ให้รู้จักพิจรนาด้วย คุณต้องการแนวทางไปปฏิบัติภาวนาไม่ใช่หรือ หรือว่าคุณจะไปสอบมหาเปรีียญ ไอ้ที่คุณว่าอุปจาระสมาธินั้นน่ะมันใช่จิตเข้าใจหรือว่าเป็นสัญญาความจำ ขนาดอาจารย์ปู่หลวงปู่มหาบัวยังบอกว่า"อยากอธิบายเปรียบเทียบกับปริยัติ แต่ก็บอกไม่ได้ เรียนมาตั้งนานลืมหมดแล้ว" ขนาดปรมาจารย์แห่งยุกต์ยังบอกว่าลืมหมดแล้ว ถ้ามันเป็นประโยชน์ท่านจะลืมทำไม หรือคุณเห็นว่าในประเทศไทยยังมีใครมีปัญญา มีความจำดีกว่าท่านอีก
    ตอนนี้ผมเข้าใจเว็บนี้พอสมควรแล้ว ขอสารภาพตามตรง เห็นแต่ชื่อผมก็ไม่ยอมไปเสียเวลาอ่าน ตอบให้แต่เด็กใหม่น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
    ถ้าขยันพอก็ตามชื่อผมไปอ่านคำตอบอื่นๆยามว่างก็แล้วกัน
    ขออนุโมทนาในกุศลผลบุญที่ท่านมีความตั้งอกตั้งใจในการสร้างบุญบารมีของท่าน
    ขอบคุณครับ
    ลุงมหา
     
  8. Snooty

    Snooty เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    180
    ค่าพลัง:
    +670
    ลุงมหาคะ หมายความว่ายังต้องจับคำภาวนาต่อไปใช่มั้ยเจ้าค่ะ ต่อให้ไม่รู้สึกถึงลมหายใจแล้ว จริงๆ เคยไปเข้าคอร์ส 7 วัน พอง-ยุบ ก็ดีคะ แต่ชอบหายใจมากกว่า เพราะเค้าให้ไปเพ่งที่ท้อง ฟุ้งมากกว่าตอนเริ่มฝึกด้วยตัวเองค่ะ เราเอามาผสมกันไม่ได้รึคะ คือดูรวมๆ ว่ากายหายใจ เห็นท้องพองยุบตามจังหวะ เข้าออก ยาวสั้นรู้ ร่างกายกระตุกก็รู้ อ้อ เริ่มแรกก็จะหายใจเข้าออกยาววววว ยาวมากค่ะเพราะดำน้ำด้วย เค้าจะมีวิธีหายใจออกแบบผ่อนๆ พอจิตเริ่มนิ่งก็จะเปลี่ยนเป็นดูลมสบายๆ ดูท้องด้วย ดูว่าเห็นกายนั่งหายใจอยู่ อย่างนี้ถูกมั้ยคะ สติที่ตามรู้จิตมีตลอดเป็นส่วนใหญ่ แต่เผลอคิดนู้นคิดนี่ พอเผลอก็จะพากย์กะตัวเองว่า เผลอไปแล้ว อ่ะ แว๊บไปที่หูอีกแล้ว ประมาณเนียะค่ะ จะรู้สึกกายนั่งอยู่ แต่เราเป็นคนดูที่กายอีกที พอช่วงที่จิตคิดก็ตามรู้ พอช่วงที่จิตพักก็ติดสุขอยู่กะความ นิ่ง สว่าง สบาย สงบ ก็ตามรู้ว่าจิตสงบ สบาย

    มีครั้งหนึ่งช่วงที่จิตสงบ อยู่ดีก็มีคำพูดขึ้นมาว่า ตัวเรามันอยู่ไหนนี่ จิตเค้าก็ไปดูกาย เค้าก็พูดว่า ไม่ใช่เรา แล้วเค้าก็ดูที่ตัวจิตที่รู้อยู่ ก็พูดว่า นี่ก็ไม่ใช่ แล้วความสงสัยก็เกิดขึ้นกับจิตว่า อ้าวแล้วตัวเราล่ะ แปลกดีค่ะ

    อ้อ หนูก็อ่านเอาจากที่นี่แหล่ะค่ะ เขาบอกว่าอาการแบบนี้ แบบนี้คือสมาธิเท่านี้ จริงๆ หนูไม่มีครูดูแลเป็นเรื่อง เป็นราวค่ะ เคยเข้าคอร์สก็รู้สึกไม่ค่อยถูกจริต เรียนเอง ลองเอง อ่านเอง สร้างสัญญาเอง :( ตอนนี้ขอปวารณาเป็นลูกศิษย์พระรัตนตรัยเท่านั้นค่ะ รู้แต่ว่าตั้งแต่เริ่มสมาธินี่ รู้สึกตัวเองเป็นเจ้านายกายตัวเองค่ะ แถมสามารถถือศีล 5 ได้อย่างมั่นใจขึ้น เป็นคนดีขึ้นจนเพื่อนๆ งง ว่าตัวตนที่เคยวีน เคยเห็นแก่ตัว เคยโลภ หายไปไหน ธรรมะนี่เห็นผลทันที ทันใดเลยค่ะ ยืนยัน

    จริงๆ ไม่คิดว่าตัวเองเก่งเลยค่ะ เพราะยังหลงไปกับกิเลสตลอดทั้งวัน แต่โชคดีที่นั่งได้นาน และไม่มีเวทนาเท่าไหร่ บางทีไม่มีเวลา ก็จะกำหนดว่าแค่ครึ่งชม จิตเค้าก็รีบดิ่งไปที่จุดที่ลมหายใจดับเลยค่ะ ภาวนา พุธโธไม่กี่ครั้ง จิตเค้าทิ้งเองเลยค่ะ

    อย่างนี้เราตามรู้ไป และปล่อยให้เป็นตามยถากรรม หรือเราควรแข่งกะเค้าคะด้วยสติ เพราะชอบรู้สึกเหมือนแข่งกะจิตตัวเองเวลาดูจิตค่ะ ส่วนใหญ่เราแพ้ ตามไม่ทัน แป็ปเดียวหลงไปคิดแล้ว (-_-')

    ขออนุโมทนาทุกๆ ท่านที่ช่วยตอบปัญหาเด็กใหม่นะเจ้าคะ
     
  9. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    24,213
    กระทู้เรื่องเด่น:
    53
    ค่าพลัง:
    +21,727
    อย่าไปยึดติดในอาการใดๆทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นกับเราระหว่างนั่งสมาธิครับ ปล่อยเขาไปครับ จับอยู่ที่ลมหายใจพุทโธของเราพอครับ

    ฝากกระทู้เหล่านี้ให้คุณ djbkk อ่านเเละฟังครับ ที่ผมจัดมาให้นี้ครอบคลุมหมดในการปฏิบัติธรรมทั้งทางด้านสมถะเเละวิปัสสนา ลองศึกษาเเล้วนําไปปฏิบัติตามเเล้วทุกอย่างจะดีเองครับ เจริญในธรรม
    วิธีนั่งสมาธิขั้นเบื้องต้นของหลวงพ่อฤาษีลิงดํา

    http://www.palungjit.org/smati/books/index.php?cat=420

    อุปสรรคและวิธีแก้ไขในการทำสมาธิ

    http://www.buddhism-online.org/board...hp?topic=891.0

    เวปเรียนปริยัติธรรม on line เรียนฟรีครับ เข้าไปในเวปเเล้วดูที่ขวามือครับ จะมีบทเรียนอยู่ หากสนใจก็ลงทะเบียนเป็นนักเรียนเเละทําข้อสอบได้เลยครับ ลองเรียนดูนะครับ จะได้เข้าใจถึงเเก่นเเท้ของพระพุทธศาสนาครับ

    http://www.buddhism-online.org/web/

    ชั้นของสมาธิ ( ฟังกันหลงเรื่องนิมิตในสมาธิ )

    http://palungjit.org/threads/%E0%B...8%B4.1589/

    อาการของปีติ

    http://palungjit.org/threads/%E0%B...8%B4.1649/

    ส่วนเรื่องของการวิปัสสนา ผมขอเเนะนําหนังสือ 2 เล่มนี้ให้ไปอ่านครับ จะได้ปฏิบัติในด้านของการวิปัสสนาได้อย่างถูกต้องครับ

    1. หนังสือวิปัสสนาภูมิ

    เล่มนี้เป็นวิธีสอนการวิปัสสนาที่ถูกต้อง เข้าไปในเวปที่ให้มาเเล้วเลื่อนลงไปเรื่อยๆจะเจอหนังสือครับ เจอเเล้ว download ได้เลยครับ อนุโมทนาครับ

    http://www.kanlayanatam.com/booknaenam_.htm

    2. หนังสือ สติปัฏฐาน ๔

    เ้้ข้าไปเเล้วค่อยๆเลื่อนลงเเล้วหาดูครับ อยากให้อ่านครับ จะได้นําไปปฏิบัติได้อย่างถูกทางครับ

    http://www.kanlayanatam.com/booknaenam.htm
     
  10. ลุงมหา

    ลุงมหา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    307
    ค่าพลัง:
    +1,092
    อ่อน อก อ่อน ใจ

    ขออนุญาติครับ

    ถ้าคุณไม่เข้าใจ คุณก็ต้องพิจรณาหลายๆรอบซิครับ

    การปฏิบัติภาวนานั้นคุณแค่เข้าใจหลักง่ายๆก็พอเช่น

    การภาวนาเป็นการสร้างบุญบารมี

    การภาวนาเป็นการฝึกสติให้รู้เท่าทันจิต(ความคิด)เพื่อจะได้เอาสติไปควบคุมจิต

    เมือสติรู้เท่าทันจิตเรียกว่าจิตเป็นสมาธิ (ก็จิตก็ลมหายใจละเอียดที่คุณว่านั่นละครับ)

    ต่อไปก็ฝึกให้สติเร็วกว่าจิตเพื่อจะได้ควบคุมจิตให้ได้

    อันนี้คุณไม่รู้ก็เลยเที่ยวไปลองวิธีโน้นวิธีนี้ ทั้งมั่ว ทั้งเสียเวลา

    การจะฝึกให้สติเร็วกว่าจิตก็ง่ายๆแค่ว่า พอสติรู้เท่าทันจิต แล้วคุณก็แค่ภาวนา พุทธ หายใจเข้า โธ หายใจออก ต่อไปทั้งๆที่ลมหายใจมันละเอียดมากๆนั่นละ
    ต่อให้ละเอืยดแค่ใหนมันก็ยังหายใจอยู่ดี ดูซิว่าคุณจะจับลมหายใจได้ยาวได้ละเอียดขนาดใหน

    ให้ภาวนาอยู่นั่นละจนกว่าสติจะเร็วกว่าจิต


    เกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยมาถามใหม่

    ว่าสติเร็วกว่าจิตเป็นอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรต่อไป บอกมากเดี๋ยวหัวหมอ เกิดอยากข้ามไปเร็วๆเดี๋ยวจะฐานไม่แน่น
    แล้วที่ผ่านไปรู้ไปเห็นอะไรมาไม่ต้องไปเสียเวลาตามหามันอีกเพราะมันผ่านไปแล้ว

    ผมก็เลยต้องยกอันเก่ามาตอบอีกที หรือ จะให้ผมทำอย่างไร

    ธรรม เป็นเรื่อง ละเอียด คุณ จะอ่านผ่านๆเหมือนอ่านนิยายได้หรือ

    แล้วถ้าคุณนั่งฟังครูบาอาจารย์แสดงธรรมรอบเดียวแล้วคุณจะได้อะไร

    ขอบคุณครับ

    ลุงมหา
     

แชร์หน้านี้

Loading...