รวมทุกสายทุกสำนักทุกภาค

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 8 พฤษภาคม 2019.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    http://www.topchiangmai.com/trip/หลวงปู่ครูบาน้อย-วัดบ้า/
    pic_118.jpg
    ข้อมูลประวัติ หลวงปู่ครูบาน้อย ชยวังโส วัดบ้านปง เชียงใหม่

    หลวงปู่ครูบาน้อย ชยวังโส วัดบ้านปง ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ท่านเกิดวันอังคาร ที่ ๓ เมษายน ๒๔๔๐ ตรงกับวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๗ เหนือ ปีจอ ท่านเป็นคนบ้านปง ต.อินทขิล อ.แม่แตง โดยกำเนิด โยมบิดาท่านชื่อ พ่อวงศ์ โยมมารดาชื่อ แม่ออน นามสกุล พงษ์คำ

    ท่านอายุได้ ๑๓ ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านปง โดยมีครูบามโนชัย วัดศรีภูมินทร์ ต. ช่อแล เป็นพระอุปัชฌายา และท่านได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาต่างๆ กับท่านครูบามโนชัย ซึ่งสมัยนั้นได้เรียนการปฏิบัติธรรมนั่งกรรมฐานเป็นส่วนมาก แล้วมักจะได้เรียน วิชาคาถาอาคมควบคู่กันไปด้วย ท่านเล่าเรียน จนท่านสามารถเข้าถึง และปฏิบัติได้ดี

    จนท่านอายุ ๒๓ ปี ท่านได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบ้านปง โดยมีท่าน ครูบามโนชัย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระศรีวิชัย วัดป่าบง อินทขิล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสิทธิ วัดม่วงคำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้เรียนนักธรรมชั้นต่างๆ จนสอบนักธรรมตรีได้ ในพ.ศ .๒๔๘๔ และนักธรรมโทได้ในปี ๒๔๘๖ และ นักธรรมชั้นเอก ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ในสมัยที่ท่านเป็นหนุ่มท่านได้เดินธุดงค์จาก อ. แม่แตง ไปสู่ อ.ฝาง ไปตามป่าช้าต่างๆ ถึงสี่เดือน ท่านจึงกลับมาจำพรรษา ที่วัดอีกครั้งหนึ่ง

    ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านปง เมื่อ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๗๘ และได้รับการแต่งตั้ง เป็นเจ้าคณะตำบลอินทขิล ในวันที่ ๑ กันยายน ๒๔๘๙ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นตรี ที่ "พระครู ชัยวงศ์ วิวัฒน์" ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๗ และ ชั้นโท วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๔ ชันเอกวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๖ และ หลวงปู่ท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้มีโอกาสได้ร่วมเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ ล้านนา ซึ่งก็คือในตอนที่ท่าน ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้เป็น ประธานการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ ท่านได้ร่วมกับโยมพ่อ วงษ์ และคณะศรัทธาญาติโยมวัดบ้านปง มาร่วมสร้างทางกับท่านครูบาเจ้าและท่านได้ฝากตัว และอุปัฏฐาก ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยและร่วมงานในการบูรณะวัดสวนดอก วัดพระสิงห์ และที่อื่นๆอีกมากมาย ครูบาน้อยท่านเป็นพระที่ใจดี มีเมตตาสูง ใครที่เคยไปกราบท่านมักจะประทับใจในรอยยิ้มของท่านอยู่เสมอครับ อีกทั้งท่านยังเป็นที่เคารพรักในบรรดา ลูกศิษย์ลูกหา และพระสงฆ์อีกจำนวนมากมายครับ หลวงปู่ครูบาน้อย

    ท่านได้มรณะภาพ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๑ เวลา ๐๘ . ๓๐ น ด้วยโรคชรา สิริรวมอายุของท่านได้ ๑๐๑ ปี ปัจจุบันทางวัดได้เก็บรักษา สรีระร่างกายของท่านไว้ ในโลงแก้วที่วัดบ้านปง โดยสรีระของท่านยังคงเป็นปกติไม่เน่าไม่เปื่อยแต่อย่างใด

    ขอบขอบคุณท่านเจ้าของที่มาบทความข้อมุลอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงปู่ครูบาน้อย ให้บูชา100บาทค่าจัดส่งEMS50บาทครับ

    ลป.น้อย.jpg ลป.น้อยหลัง.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    http://www.prakeji.com/watpradoo/mahasurasak.htm

    picmh%20%282%29_resize.jpg
    เมื่อเอ่ยถึงเมืองแม่กลอง หรือจัดหวัดสมุทรสงครามแล้ว นักเล่นนักสะสมพระเครื่องจะต้องนึกถึงพระเกจิที่แก่กล้า วิทยาคมอย่างยอดเยี่ยม อาทิ “ หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม , หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ , หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี และหลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ ” ซึ่งในปัจจุบันพระเกจิอาจารย์ทีได้กล่าวนามไปแล้วนั้น ได้มรณภาพละสังขารไปแล้วทั้งสิ้น แต่ในปัจจุบันยังมีพระเถราจารย์ที่มากไปด้วยความรู้ความสามารถและได้สืบทอดสรรพวิชาอาถรรพณ์และศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเอาไว้ได้อย่างเข้มขลัง ไม่แพ้ครูอาจารย์ ในอดีต เป็นเพชรน้ำเอกแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลองในปัจจุบัน
    พระเถราจารย์ที่มหาชนกราบไหว้ด้วยหัวใจท่านนี้คือ หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง ตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม หลายท่านที่เข้าไปนมัสการกราบขอศีลขอพรจากท่าน ล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่เคยพบพระที่มีอัธยาศัยดี ยินดีต้อนรับญาติโยมโดยไม่เลือกชั้นวรรณะเช่นท่านมาก่อน ยิ่งได้สนทนาธรรมรับฟังคำสอนสั่งของท่าน หลายท่านถึงกับเปลี่ยนแปลงปรับนิสัย มีชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น ได้พบแสงสว่างแห่งธรรมนำมาปฏิบัติในชีวิต จนเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ตลอดจนครอบครัว และผู้ใกล้ชิดก็มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
    “ พ่อผมอยากบวช ” เด็กน้อยที่ชื่อ ด.ช.ปอย อยู่กำเนิด บอกกับบิดาเมื่อครั้งไปงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนที่หลวงพ่อท่านเจ้าคุณกิตติวุฑโฒ ( พระเทพกิตติปัญญาคุณ) อดีตเจ้าสำนักจิตตภาวันวิทยาลัย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้จัดงานในครั้งนั้น
    คำตอบทีได้รับจากผู้เป็นพ่อคือเสียงเอ็ดตะโรทำให้เด็กตัวน้อยถอดใจ และไม่กล้าขอบวชอีกเลย เพราะกลัวผู้เป็นพ่อตี ตามประสาเด็ก แต่ด้วยบุญวาสนาที่เคยก่อเกิดไว้ในชาติภพและได้ถูกกำหนดเส้นทางชีวิตให้เป็นผู้สืบทอดสรรพวิทยาคุณจากครูบาอาจารย์ผู้เรืองอาคมแถบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเมื่อครั้งอดีตกาล และได้รับมอบหมายเป็นที่วางใจจากเกจิอาจารย์หลายท่านให้คงรักษาสรรพคุณวิทยาการให้ดำรงคงอยู่ โชคชะตาที่เป็นดังเส้นทางชีวิตจึงลิขิตให้ ด.ช.ปอย ได้ก้าวสู่ร่มกาสาวพัตกร์ในเวลาต่อมาอย่างไม่คาดฝัน
    ด้วยจริยาวัตรงดงาม สุภาพอ่อนโยน มีอัธยาศัยดี เมตตาต่อทุกผู้ทุกนามที่เข้าไปกราบนมัสการศีล โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนามากความสามารถ ความศรัทธาที่ก่อเกิดจากประชาชนอย่างล้นหลามนี้เอง ที่ทำให้หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข เจ้าอาวาสวัดประดู่ ตำบลประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพระที่ประชาชนกราบไหว้ด้วยหัวใจอย่างแท้จริง
    ด.ช. ปอย อยู่กำเนิด ผู้ถูกลิขิตให้เป็นผู้สืบทอดสรรพวิทยาแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2504 เดือน 8 ปีฉลู ณ บ้านบางสะใภ้ ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นบ้านเดิมของมารดาชื่อนางบุญเรือง อยู่กำเนิด บิดาชื่อนายประสิทธิ์ อยู่กำเนิด มีพี่น้องร่วมครรภ์มารดา 5 คน ตัวของท่านเป็นบุตรคนที่ 3 แต่ด้วยแสงไฟแห่งอายุขัยของพี่ชายทั้ง 2 ดับมอดลงตั้งแต่เด็ก ๆ ท่านจึงกลายเป็นพี่ชายคนโตโดยปริยาย
    ครอบครัวของท่านได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อำเภออัมพวา ซึ่งเป็นบ้านของโยมพ่อ และเข้าเรียนฝึกเขียนอ่านถึง 3 ที่ โรงเรียนวัดช่องลม โรงเรียนวัดประดู่ และจบชั้น ป.7 ที่โรงเรียนวัดใหญ่สามัคคี
    วิบากกรรมในอดีตชาติเปรียบดังมารผจญวัยเด็กของท่านไม่เคยแข็งแรงเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป ท่านเป็นเด็กร่างกายอ่อนแอ เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอจวนเจียนจะตามพี่ชายทั้ง 2 ไปก็หลายคราจนพ่อของท่านได้นำตุ๊กตาเด็กไว้ผมจุก ผมแกละ ผมเปีย และผมปอย ซึ่งเป็นผมทรงโบราณมาให้ท่านเลือก ท่านก็เลือกตุ๊กตาผมปอยถึง 2 ครั้ง
    ตามโบราณกาลของไทยในการให้เด็ก ๆ ที่ไม่รู้ประสีประสาเป็นผู้เลือกตุ๊กตา เพราะผู้ใหญ่ท่านเห็นว่าเด็ก ๆ ที่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือเลี้ยงยาก ถ้าให้ไว้ผมธรรมดาคงจะไม่ดี จึงแก้เคล็ดด้วยการให้เด็กเสี่ยงทายทรงผม พอเปลี่ยนทรงผมแล้วจะกลายเป็นเด็กแข็งแรง เลี้ยงง่าย นับจากนั้นมาท่านก็ไว้ผมปอยจนกระทั่งบวชเป็นสามเณร
    ผลกรรมของท่านในวัยเยาว์ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อครั้งที่ท่านยังจำความได้ท่านป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด บ้วนปากออกมามีแต่ลิ่มเลือดสีดำ โยมพ่อของท่านเห็นเช่นนั้นก็ตกใจรีบอุ้มลูกรักลงเรือจากคลองวัดประดู่ไปหาหมอที่จังหวัดราชบุรีทันที
    เคยมีผู้รู้กล่าวว่า “ วันมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้ทุกวัน เพียงแต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นกับเราในวันนี้เท่านั้น ” ในวันนั้นเองวันมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวอยู่กำเนิด โดยปกติแล้วเส้นทางสัญจรทางเรือจะมีการรับส่งผู้โดยสารเป็นระยะ
    แปลกแต่จริง ! วันนั้นไม่มีผู้โดยสารขึ้นลงเรือสักคนเดียว เรือวิ่งฉิวถึงจุดหมายในพริบตา ทันที่หมอจะช่วยชีวิตของท่านไว้ได้อย่างฉิวเฉียด
    ในช่วงที่ท่านเรียนชั้น ป.6 ท่านมีฝีขึ้นที่คอบวมจากคางขึ้นไป หมอเจ้าของไข้บอกเพียงว่าท่านอาจจะเป็นมะเร็ง ให้เพียงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ และให้นอนดูอาการอยู่ในโรงพยาบาลเท่านั้น
    คนเราทุกคนย่อมมีผลกรรมที่ได้กระทำไว้ในอดีตชาติกันทุกคน เพียงแต่จะได้รับการผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือมีวาสนาต้องกันกับใครในชาติปางก่อน ณ โรงพยาบาลแห่งนั้น มีนายแพทย์ท่านหนึ่งชื่อคุณหมอสมหมาย วันนั้นคุณหมอเดินตรวจคนไข้ตามปกติ แล้วมาหยุดที่ ด.ช.ปอย ต่างคนต่างมองตาเหมือนมีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน คุณหมอสมหมายรีบเข้าไปหาโยมพ่อของท่านขอทำการผ่าเอาฝีออก เพราเกรงว่าจะช้ำอยู่ข้างใน
    โยมพ่อของท่านอนุญาตให้ทำการาผ่าฝีทันทีและพบว่าหนองอยู่เต็มไปหมด หัวฝีโผล่ขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้วถ้าช้าเกินกาลว่านี้เชื้อร้ายจะขึ้นสมองแน่นอน คุณหมอสมหมายผ่าเอาฝีออกให้ เป็นตัววาสนาที่มีคนมาดูแลรักษาเหมือนเคยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันมาก่อน
    เมื่อโชคชะตากำหนด ย่อมยากที่จะหลีกพ้นไม่ว่าจะหลีกหนีไปลู่ทางไหน สุดท้ายก็ย่อมต้องกลับมาดังพรหมท่านลิขิตไว้ หลังจากที่ท่านเคยร้องขอต่อผู้เป็นพ่อว่าขอบวช แต่กลับถูกเอ็ดตะโรเสียยกใหญ่ จนท่านเลิกล้มความตั้งใจไปแล้วครั้งหนึ่งเท่านั้น ก็มีเหตุบังเอิญอย่างไม่ทราบสาเหตุ โรคหอบเข้ามาเคาะประตูชีวิตถึงหน้าบ้านท่านอย่างไม่มีใครรู้ตัว ท่านหอบโยนทั้งตัวหายใจไม่ออกแน่นหน้าอก โยมแม่ของท่านต้องลุกขึ้นมาติดเตาไฟให้ นอนเหมือนคนอยู่ไฟอาการหอบจึงค่อย ๆ คลายทุเลา
    ความเจ็บปวดของลูกทำให้ผู้เป็นพ่อทรมานสุดหัวใจ ระลึกนึกได้ว่าลูกเคยขอบวช หากยังให้เป็นฆราวาสเช่นนี้คงไม่ดีแน่ จึงถามลูกรักว่า “ อยากบวชใช่ไหม ”
    ถ้าให้บวชก็บวช ” เสียงที่เปล่งออกมาของท่าน เหมือนคนปกติทั่วไป ไม่มีอาการของคนเจ็บไข้ได้ป่วยปรากฏ เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น โยมพ่อของท่านไม่รอช้ารีบอุ้มลูกรักเข้าสู่อ้อมกอดตรงไปที่วัดทันที เมื่อถึงวัดท่านเจ้าอาวาสถามถึงวัตถุประสงค์ของสองพ่อลูกในเย็นย่ำวันนั้น
    “ เอ็งมาทำไมกัน ”
    ผมจะเอาลูกมาบวชครับ ”


    อ่านเพิ่มเติมในเวป ลิ้งค์ข้างบนครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงเจ้าสัวอัมพวาหลวงพ่อมหาสุรศักดิ์ฝั่งตะกรุดให้บูชา200บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ

    เจ้าสัวกล่อง.jpg เจ้าสัว.jpg เจ้าสัวหลัง.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    เข็มกลัดที่ระลึกครบรอบวันเกิดหลวงพ่อพระราชพรหมายาน วัดท่าซุงปี ๒๕๕๓
    มี2องค์ ให้บูชาองค์ละ 250 บาทค่าจัดส่งEMS 50 บาทครับ

    ลพ.มหาวีระกล่อง.jpg ลพ.มหาวีระ.jpg ลพ.มหาวีระหลัง.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    showimage.jpg
    “พ่อท่านหวาน” ถือเป็นหนึ่งในพระคณาจารย์ที่ร่วมพิธีสร้างพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ และยังเป็นสหมิกธรรมของ “พระครูวิสัยโสภณ” หรือ “พระอาจารย์ทิม” แห่งวัดช้างให้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ หากพระภิกษุรูปนี้จะเป็นที่พึ่งพาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธสะบ้าย้อยในยามนี้ ด้วยความที่เป็นพระที่ไม่ยึดติดกับวัตถุ และใช้ชีวิตอย่างสมถะ สิ่งที่ชาวพุทธทุกคนที่ได้รับจากการมากราบเจ้าอาวาสวัดสะบ้าย้อยแห่งนี้ นั่นคือ “ธรรมะ” เพื่อนำไปเป็น “หลักคิด” เพื่อ “ดำเนินชีวิต” อย่างรู้เท่าทันสถานการณ์ และไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงที่ผู้ไม่หวังดีก่อขึ้น

    อย่างไรก็ตาม นับแต่ “พ่อท่านหวาน” ได้เดินทางมาจำพรรษา ณ วัดสะบ้าย้อย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๐ ถึงวันนี้ พ่อท่านหวานได้สร้างคุณูปการแก่ชาวสะบ้าย้อย และพัฒนาวัดให้มีความสวยงาม อีกทั้งยังสร้างถาวรวัตถุ และอาคารเสนาสนะต่างๆ มากมาย ทั้งอุโบสถ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง หอระฆัง และหอฉัน แต่ในทางกลับกันเจ้าอาวาสกลับเลือกจำวัดอยู่ในกุฏิเก่าหลังเล็กๆ รายล้อมไปด้วยลูกสุนัข และแมวจำนวนมาก

    นอกจากการยืนหยัดทำหน้าที่ปลุกกระตุ้นขวัญให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่แล้ว พ่อท่านหวานยังทำหน้าที่ของภิกษุอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการรับกิจนิมนต์ของชาวบ้านทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ก็ตาม ด้วยความมุ่งหวังเดียว คือ ต้องการให้พุทธศาสนิกชนสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้อย่างปกติเหมือนวันวาน เมื่อครั้งที่ท้องถิ่นแห่งนี้ยังไม่เกิดเหตุรุนแรง

    วันนี้ ชาวบ้านต้องการที่พึ่งในเรื่องขวัญและกำลังใจ ดังนั้นคนที่มาวัดแห่งนี้ พวกเขาล้วนทุกข์ร้อนใจทั้งนั้น ดังนั้น หากเราช่วยลดอุณหภูมิความหวาดกลัวแก่เขาได้ พร้อมๆ กับเพิ่มพลังใจให้กลับไปทำหน้าที่ หรือใช้ชีวิตในสังคมนี้ได้ต่อไป เราจะนิ่งดูดายได้อย่างไร ฉะนั้นกุฏิเราเปิดรับชาวบ้านทุกระดับ อย่างเท่าเทียม คำสอนของพระพุทธองค์คือเครื่องเตือนสติให้เรามีสมาธิอยู่เสมอ ดังนั้น การมีจิตที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม โดยไม่วอกแวก หรือขาดสติ จะช่วยให้เราดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย และฝ่าวิกฤติที่รุนแรงอยู่ในพื้นที่ไปได้” พ่อท่านหวาน กล่าวถึงแง่คิดที่ย้ำกับผู้มาเยือน
    ชาติภูมิ..."พ่อท่านหวาน"
    ชื่อของ “พ่อท่านหวาน” เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เมื่อวัดสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้จัดสร้างหลวงพ่อทวด เพื่อหารายได้สร้างอุโบสถ เมื่อปี ๒๕๓๙ ซึ่งพระรุ่นนี้ได้เกิดประสบการณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกที่เสิ่นเจิ้น ประเทศจีน แล้วมีผู้รอดชีวิต โดยแขวนพระหลวงปู่ทวด วัดสะบ้าย้อย รุ่นนี้ จนเกิดการเรียกขานพระรุ่นนี้ว่า "รุ่นเสิ่นเจิ้น"

    "หวาน เดชพุฒิ" เป็นชื่อและสกุลเดิมของ พระครูไพบูลย์สิกขการ หรือ พ่อท่านหวาน เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๖๑ ที่ ต.บางโกระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี บิดาชื่อ นายแก้ว มารดาชื่อ นางจันทร์ บรรพชาอุปสมบท ณ วัดมะเดื่อทอง ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๑ มี พระครูมนัสสมณคุณ เป็นพระอุปัชฌายาจารย์ พระอธิการแดง สุนทโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระชุม เกสฺสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    หลังจากสอบได้นักธรรมชั้นตรี ช่วยเหลือเจ้าอาวาสในการสอนนักธรรมแก่พระภิกษุสามเณรบวชใหม่ และเป็นผู้ช่วยเหลือในการสร้างอุโบสถ วัดมะเดื่อทอง จนสำเร็จ พร้อมกันนี้ได้สร้างกุฏิเจ้าอาวาส และกุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง

    ต่อมาได้ย้ายสังกัดไปรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคลองยอ ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๔๙๓ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการศึกษาคณะสงฆ์ อ.เทพา-สะบ้าย้อย ได้เลื่อนสมณศักดิ์ชั้นตรีเป็น พระครูไพบูลย์สิกขาการ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌายาจารย์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสะบ้าย้อย

    กระทั่ง พ.ศ.๒๕๒๐ ได้เดินทางมาจำพรรษา ณ วัดสะบ้าย้อย หลังจากอดีตเจ้าอาวาสวัดสะบ้าย้อย คือ พระใบฎีกาจ้วน สุปญฺโญ ได้อาพาธและมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๐ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสะบ้าย้อย เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๑ ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะอำเภอสะบ้าย้อย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นมา

    “คำสอนของพระพุทธองค์ คือ เครื่องเตือนสติให้เรามีสมาธิอยู่เสมอ ดังนั้น การมีจิตที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม โดยไม่วอกแวก หรือขาดสติ จะช่วยให้เราดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย และฝ่าวิกฤตที่รุนแรงอยู่ในพื้นที่ไปได้”
    เสมอ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญเสมาเล็กหลวงปู่ทวดหลังพ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย
    ให้บูชา100บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ
    พ่อท่านหวาน.jpg พ่อท่านหวานหลัง.jpg
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
  7. pe16009

    pe16009 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    847
    ค่าพลัง:
    +1,056
    แจ้งโอนรายการ เหรียญ หลวงพ่อฟื้น วัดสามพระยา และเหรียญหลวงพ่อรุ่ง หลวงพ่อโอดเสก ให้แล้วครับ
    ธ.SCB เข้า ธ.กรุงไทย เวลา 19.28น.
    นาย กฤศ กุลวัฒนาสุวรรณ บ. อาซาฮีอินเทค ไทยแลนด์ จำกัด แผนก SHAFT 142/1 ม.5 แผนก SHAFT สวนอุตสาหกรรมบางกะดี ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000 (089-6721629)
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    รับทราบจัดส่งตามแจ้ง ขอบคุณครับ
     
  9. ปัญญามรรค

    ปัญญามรรค เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    815
    ค่าพลัง:
    +1,173
    ขอจองครับ
     
  10. ปัญญามรรค

    ปัญญามรรค เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2014
    โพสต์:
    815
    ค่าพลัง:
    +1,173
    ขอจองทั้ง2องค์ครับ
     
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    https://palungjit.org/threads/หลวงพ่อแย้ม-วัดตะเคียน-นนทบุรี.268242/
    upload_2019-5-17_12-55-25.jpeg
    พระครูปิยนนทคุณ หรือหลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน ถนนนครอินทร์ (พระราม ๕) ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันวันพุทที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๒๐ น. ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ สิริรวมอายุ ๙๗ ปี ถือเป็นการปิดตำนานพระผู้สร้างและเจ้าตำรับ "ตะกรุดคอหมา-เสือปืนแตก” อันโด่งดัง

    หลวงปู่แย้มเป็นศิษย์สาย “ลุ่มแม่น้ำท่าจีน” ซึ่งเป็นศูนย์รวมเวทย์วิทยาคมชั้นสูง ฉบับแท้ดั้งเดิมแต่โบราณ ท่านมี วิชามากมายแต่ที่เป็นเอกอุของท่าน คือ ยันต์มหาเบา มหาอุดปืนแตก ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่นด้วยกัน วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมมากขอให้ท่านสร้างคือ ตะกรุดคอหมา เสือปืนแตก ตะกรุดโทน เหรียญรุ่นแรกสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ ปัจจุบันเป็นที่นิยมกัน เนื่องจากมีประสบการณ์ทางด้านมหาอุดและแคล้วคลาด

    สำหรับที่มาของตำนาน "ตะกรุดผูกคอหมา" หรือ "ตะกรุดคอหมา" นั้น หลวงปู่แย้มท่านเป็นผู้ที่มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ เมื่อก่อนท่านได้เลี้ยงหมาไว้หลายตัว หมาของท่านส่วนใหญ่จะดุ บางครั้งหมาก็ไปทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไกล้ๆ วัด ชาวบ้านที่ไม่ชอบก็ทำร้ายไล่ตี ปาก้อนหิน บ่อยๆ รุนแรงจนถึงขั้นยิงด้วยปืน ใช้มีดดาบไล่ฟัน ทำให้หมาได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก ครั้นจะห้ามไม่ให้ทำร้ายหมาก็คงไม่เป็นผลอะไร เพื่อไม่ให้เป็นเวรซึ่งกัน ดังนั้นแล้วจึงทำเครื่องรางของขลังให้ไว้ติดตัวหมา ทีคนยังทำให้ได้ ทำไมหมาจะทำให้ไม่ได้ โดยตะกรุดของหมาจะแตกต่างจากของคน ลงยันต์เหมือนกันแต่ลงแตกต่าง

    หลวงปู่แย้มได้ผูกตะกรุดไว้ที่คอหมาทุกตัว แต่แล้ววันหนึ่งหมาก็เจอดีจนได้ ชาวบ้านที่ไม่ชอบหมาก็นำปืนมาลองยิงหมาดู ปรากฏว่าปืนแตก ! เป็นเหตุให้เกิดความฮือฮาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คนที่ต้องการตะกรุดแบบเร็วๆ ก็แย่งเอาที่คอหมา คนที่มีศีลธรรมดีหน่อยก็ไปบอกกล่าวขอกับหลวงปู่เอง กิตติศัพท์ของหลวงปู่ก็กระฉ่อนแต่นั้นมา จนชาวบ้านเรียกขานว่า “ปู่แย้ม ตะกรุดคอหมา”
    หลวงปู่แย้มบวชเป็นพระสงฆ์ที่วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ ตามที่โยมพ่อและตัวของท่านเองได้ตั้งศรัทธาเอาไว้ มีท่านพระครูคณาสุนทรนุรักษ์เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการเหลือ เจ้าคณะตำบลหลักสอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ชื่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “ปิยวณฺโณ”

    วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ ส่วนใหญ่พระสงฆ์สมัยนั้นจะเก่งในเรื่องโยธา ไม่ว่าจะเป็นช่างไม้ ช่างปูน พระภิกษุแย้มเองเคยเป็นเด็กวัด ก็ทำให้เป็นงานช่างหลายอย่างทั้งเป็นช่างพิมพ์กระเบื้องในโรงงานของวัด วันหนึ่งต้องพิมพ์กลางแดดให้ได้ถึง ๕๓๐ แผ่นทีเดียว เพื่อให้ทันเวลาที่จะนำไปสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหม่ที่วัดได้สร้างขึ้น จนอาจกล่าวได้ว่า กระเบื้องทุกแผ่นที่วัดหลักสองใช้สร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงเรียน เป็นฝีมือของท่านทั้งสิ้น นอกจากงานด้านช่างแล้ว ยังได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ เพื่อสงเคราะห์ชาวบ้าน เพราะท่านมีเมตตาไม่อยากให้ชาวบ้านเดือดร้อนมากนัก

    จนกระทั่งบวชได้ ๑๑ พรรษา โยมลุงเคลิ้มได้นิมนต์ให้มาอยู่จำพรรษาที่วัดตะเคียน จ.นนทบุรี โยมลุงเคลิ้มเป็นพี่ชายของโยมแม่ ออกเรือนมาอยู่แถววัดตะเคียน เขาจะบวชลูกชาย ก็ไปนิมนต์มาเป็นพระคู่สวดให้ แต่ต่อมาโยมลุงก็เกิดนิมนต์ให้มาอยู่จำพรรษาที่วัดตะเคียนสักพรรษาหนึ่งเพื่อจะได้อยู่เป็นเพื่อนพระลูกชายของแก ดูแล้วก็น่าเห็นใจ

    เนื่องจากที่วัดตะเคียนนี้มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่องค์ มีหลวงพ่อแดง เจ้าอาวาส แต่ผ่านไปเพียงไม่ถึงเดือน หลวงพ่อแดงก็มรณภาพ เลยมาจำพรรษาที่วัดตะเคียน และไม่นานนักเจ้าคณะผู้ปกครองก็ให้รับภาระทำหน้าที่รักษาการเป็นสมภาร และต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่นั้นมาจวบจนปัจจุบัน หลวงปู่แย้ม เป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนมากว่า ๖๐ ปี จากวัดที่เกือบร้างที่ไม่น่าอยู่ ได้พัฒนาให้กลับกลายเป็นวัดที่สวยงาม ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านได้พัฒนาวัดมิได้หยุดหย่อน แม้จะเคยเป็นวัดที่อยู่ห่างไกลความเจริญดั่งในปัจจุบัน

    ยันต์มหาเบามหาอุด

    เอกลักษณ์ของวัตถุมงคลของหลวงปู่แย้มทุกชนิด คือ ท่านลงยันต์มหาเบาเป็นยันต์ครู ซึ่งท่านเรียนมาจากหลวงพ่อสายวัดหนองสองห้อง ผู้สืบวิทยาคมสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าอีกรูปหนึ่ง โดยท่านจะจารตะกรุดทุกวันพฤหัสบดี เสร็จแล้วท่านก็จะม้วนตะกรุดพร้อมคาถากำกับทุกดอก แล้วประจุเสกจนของขึ้นมีพลังท่านบอกว่าต้องอย่างนี้สิถึงจะใช้ได้ เอาไปลองได้เลย ปืนก็ปืน มีดก็มีด รับรองไม่ได้กินเนื้อกินเลือดเราแน่

    เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อแย้มสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้า เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ จำนวนการสร้างทั้งหมด ๓,๐๐๐ เหรียญ สุดยอดของหายาก รวมทั้งเสือปืนแตกรุ่นแรกสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๔๐เพื่อหาปัจจัยสร้างวัด ในครั้งนั้นมีคนเล่าให้ฟังถึงความขลังของวัตถุมงคลของหลวงปู่ จึงอยากลองของ ได้มาขอยืมจากลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้วัดเพื่อนำไปลอง ปรากฏว่ายิงนัดแรกไม่ออก นัดที่สองไม่ออก ยิงอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ปืนแตกใส่มือได้รับบาดเจ็บ เป็นแผลเป็นมาจนทุกวันนี้ ส่วนรุ่น ๒ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ และรุ่นล่าสุดสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๖
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระปิดตาไตรมาส หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียนปี๒๕๓๘ กล่องเดิมๆ ให้บูชา250บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ
    ลพ.แย้มกล่อง.jpg ลพ.แย้ม.jpg ลพ.แย้มหลัง.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    https://palungjit.org/threads/บอกเล่าประสบการณ์-พุทธคุณ-หลวงปู่บุญ-วัดทุ่งเหียง.209933/

    1393-be88.jpg

    หลวงปู่บุญ โสภโณ (พระครูโสภณพัฒนาภิรม) วัดทุ่งเหียง



    หลวงปู่บุญ โสภโณ (พระครูโสภณพัฒนาภิรม) วัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
    พระเกจิมหาเมตตา วิชาเข้มขลัง พลังศักดิ์สิทธิ์ บุญฤทธิ์บารมี

    หลวงปู่บุญ โสภโณ อายุ 78 ปี 57 พรรษา ( นับเมื่อปี 2551) เป็นพระเกจิแห่งยุคอีกองค์หนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติ
    งดงามมีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ มีสมาธิจิตใจอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยวมั่นคง มีบุญญาบารมีอันกว้างไกลไม่มีประมาณ ตั้งแต่พื้นราบฝั่งตะวันออกจรดภูสูงป่าดอยขุนเขาทางภาคเหนือที่ท่านรับ อุปการะเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาสชาวไทยภูเขา ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาไปแล้วว่าสองพันราย? สร้างบุคลากรให้แก่พระพุทธศาสนา ทั้งด้านปริยัติและปฏิบัตทั้งพระภิกษุและสามเณรหลายร้อยรูป นี่คือประจักษ์พยานที่เป็น?รูปธรรมสัมผัสได้? แห่งจิตอันเป็นบุญเป็นกุศล
    ของหลวงปู่บุญ โสภโณ ประกอบกับองค์ความรู้จากการเล่าเรียนวิทยาคมกับพระเกจิอาจารย์ดังในอดีต

    หลวงปู่บุญ โสภโณ บวชตั้งแต่อายุ 20 กับหลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม เป็นอุปปัชฌาจารย์ (หลวงพ่อห่อ พระหมอต่อกระดูกเป็นพระคู่สวด ) หลวงปู่บุญยังธุดงค์ไปเรียนวิชากับครูอาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ
    หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม ผู้สร้างเหรียญโภคทรัพย์ นางกวักโด่งดังที่สุด
    หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่านศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท
    หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน ผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์กล่าวกับพระอาจารย์บุญว่า ? ดีจังฮู้ ...ขลังเหม็ด? หมายถึง ? ดีจัง... เสกอะไรขลังหมด ?
    หลวงพ่อคง วัดวังสรรรส ได้วิชาเสือสมิงมหาอำนาจมา
    ขุนนครเขต ท่านขุนมีนิวาสสถานอยู่เกาะสีชัง มีเมีย 150 คน ท่านมีวิชาอาคมมหาเสน่ห์ พอตายแล้วเมียเอาผงมหาเสน่ห์ทิ้งน้ำหมด
    ปู่บุญได้ตำราวิชาจากท่านขุนมาองค์เดียว
    หลวงปู่เคยไปอยู่วัดระฆังไปพักอยู่กับกับหลวงปู่นาค วัดระฆังไปเรียนวิชากับหลวงปู่หิน
    ติดขัดอะไรก็กราบถามหลวงปู่นาค ครั้งนั้นได้ทั้งพระและผงสมเด็จวัดระฆัง และสูตรการลบผงพุทธคุณตำหรับสมเด็จโต
    สมัยเจ้าคุณจรัญ วัดอินทร ฯ เป็นสามเณรได้ผงหลวงปู่แก้วมาค่อนบาตร พอหลวงปู่บุญมาอยู่กับ หลวงพ่อบ๋วย วัดเครือวัลย์ท่านได้มอบตำลาหลวงปู่แก้วให้และผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ ที่เจ้าคุณจรัญมอบให้มาเกือบครึ่งบาตร
    พระอาจารย์อีกองค์คือ หลวงปู่ เปี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียงศิษย์ในสายหลวงปู่ทอง วัดราชโยธาวิชาที่หลวงปู่บุญ โสภโณ
    เรียนมาจากพระคณาจารย์แต่ละองค์ ท่านล้วนเป็นผู้ทรงวิทยาคุณ นอกจากหลวงปู่บุญท่านมีวิชาครูบาอาจารย์ดีแล้ว
    ท่านยังมีเมตตามากที่สุดด้วยช่วงปี พ.ศ.2530 ท่านจาริกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ บนดอยแถวสูงอาทิดอยปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
    ซึ่งเป็นท้องถิ่นทุรกันดารชาวเขาอยู่กันแบบตามมีตามเกิด เด็กชาวเขาขาดโอกาสทางการศึกษา อยู่อย่างอดยากยากจน ลำบาก
    ไม่มีอนาคต ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา ได้ได้เห็นภาพทุกเวทนาของผู้ยากไร้ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ถูกสังคมทอดทิ้ง
    พูดเขียนอ่านภาษาไทยไม่ได้ ชาวเขาสมัยนั้นนับถือผี ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา หลวงปู่บุญท่านได้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา
    ให้รู้จักสวดมนต์ ไหว้พระ รู้จักการเรียนเขียนอ่านภาษาไทย ให้การสงเคราะห์เครื่องอุปโภคบริโภค
    ชาวเขาศรัทธาท่านในฐานะพระผู้เมตตา เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ชาวเขาก็เข้ามานับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้
    น เด็กผู้ชายก็มาขอบวชเป็นสามเณร ท่านได้นำเด็กชาวเขามาอุปการะเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
    จากเด็กชาวเขาจำนวนสิบ เพิ่มเป็นจำนวนร้อย และหลาย ๆ ร้อยคน
    ท่านได้ตั้งโรงเรียนพระปริยติธรรมและทุนนิธิฯที่วัดทุ่งเหียงเพื่ออุปการะเลี้ยงเด็กชาวเขาเหล่านี้ เกือบ 20 ปี
    ที่ผ่านมาท่านสร้างโอกาสให้กับเด็กผู้ยากไร้ ให้มีการศึกษา มีอนาคต สำเร็จการศึกษาระดับเบื้องต้น ระดับอาชีวะ
    จนถึงระดับอุดมศึกษาประมาณ 2,000 กว่าราย โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน ท่านเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลาน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนดีของสังคม เป็นบุคลากรที่อุดมของประเทศชาติ ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในความดูแลหลวงปู่บุญ ร่วม 300 คน มีสามเณรอีก 80 รูป
    รายจ่ายค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เครื่องเขียนแบบเรียน หลวงปู่รับภาระทั้งหมด

    หลวงปู่บุญ โสภโณ
    ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจ อย่างมาก (นับว่าสุดยอดกับพระผู้ชราวัยใกล้ 80 ปี) เพื่อเลี้ยงเด็กเหล่านั้นด้วยเมตตา หลวงปู่กล่าวว่า......อีกไม่นานท่านก็ตายแล้วความดีต้องรีบทำ ท่านยอมอดดีกว่าให้เด็ก ๆ เหล่านั้นอด
    ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นจิตที่ดำเนินแบบพระโพธิสัตว์ที่ทรงเมตตาบารมีหาที่สุดมิได้ไม่มีประมาณ ด้วยกุศลเจตนาและบุญกริยานี้คงเป็นแรงส่งเสริมอันหนึ่งที่ทำให้วัตถุมงคลของ หลวงปู่เข้มขลังด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ บุญฤทธิ์บารมี
    กุศลผลบุญทานบารมีที่หลวงปู่บุญบำเพ็ญมา ย่อมส่งผลต่อผู้ศรัทธาผู้ร่วมทำบุญกับท่าน ได้ร่วมรับผลานิสงส์อนุโมทนา
    สาธุการเป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ทุกภพทุกชาติ สายครูสายตำราที่หลวงปู่บุญ ได้ร่ำเรียนมาจากครูอาจารย์ผู้มีวิชาดีสมัยท่านเดินธุดงค์
    มีหลายสาย อาทิ
    สายวิชาหลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ สายอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ฆราวาสผู้เรืองเวทย์
    สายวัดประดู่ในโรงธรรม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
    สายหลวงปู่ทองวัดราชโยธา หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว
    สายหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง
    สายหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด
    สายหลวงพ่อหรุ่ง เก้ายอด อัมพวา เป็นต้น
    บุญบารมีและสรรพวิชาวิทยาคมเหล่านี้ได้สั่งสมจนเป็นพื้นฐานรองรับความศักดิ์สิทธิ์ใน
    วัตถุมงคลของหลวงปู่บุญ โสภโณ(พระครูโสภณพัฒนาภิรม)
    ถ้าท่านอยากได้ทั้งของดี สร้างและปลุกเสกโดยพระดี ได้ที่ของดี ได้ทั้งบุญกุศลในการส่งเสริมภิกษุ
    สามเณรให้ได้ร่ำเรียนศึกษาพระธรรมวินัยสืบพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป ช่วยเหลือเด็กชาวเขาที่ด้อยโอกาส
    ของจริงเจตนาแรงอย่างนี้...ขลัง...แรงยิ่งนัก
    หลวงปู่บุญ โสภโณ กล่าวถึงการสร้างวัตถุมงคลของท่านว่า.....ถ้าทำแล้วไม่ขลัง ตายไปต้องไปใช้หนี้เขา สุกเอาเผากินข้าไม่เอา
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญพระพุทธชนะมาร หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง ชลบุรี ยุคต้นๆของวัตถุมงคลท่านปี๒๕๒๔ให้บูชา200บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ(ปิดรายการ)
    ลป.บุญ.jpg ลป.บุญหลัง.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤษภาคม 2019 at 13:50
  13. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    get_auc1_img.jpg

    มีนามเดิมว่านายอ่อน ใจเที่ยง เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2441 ตรงกับ วันอังคาร ขึ้น 5ค่ำ เดือน6 ปีวอก อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เป็นบุตรคนที่2 ในจำนวนพี่น้อง 5คน ของนายแสง-นางเอี่ยม ใจเที่ยง พออายุประมาณ 22ปี ได้อุปสมบท ณ วัดบ้านวัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมาต่อมา ลป.อ่อน เกิดอาพาธหนัก จำต้องลาสิกขาบทเพื่อรักษาตัวอยู่นาน จนหายเป็นปกติ การกลับสู่ฆราวาสในครั้งนี้ ท่านได้ครองเรือน กับนางใบ และมีบุตรด้วยกัน 2คน และได้อพยพครอบครัวย้ายมาจับจองที่ดินทำไร่ ทำนา อยู่ที่บ้านเนินมะเกลือ ต.ท่าหมื่นราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

    ต่อมาเมื่ออายุได้ 48ปี นางใบ ใจเที่ยง ถึงแก่กรรมลง ลป.อ่อน จึงตัดสินใจอุปสมบทอีกครั้ง ณ วัดวังทองวนาราม อ.วังทอง และได้มาจำพรรษา อยู่ที่สำนักสงฆ์บ้านเนินมะเกลือ ซึ่งในสมัยนั้น ยังเป็นป่าช้าและป่ารกร้าง จึงเหมาะแก่การทำสมาธิวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นได้พัฒนาทางด้านถาวรวัตถุ พร้อมกับได้ขอจดทะเบียน จนได้เป็นวัดที่ถูกต้อง และต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส องค์แรกของวัดเนินมะเกลือวนาราม

    ใน พ.ศ.2535 ลป.อ่อน ได้จัดสร้างวัดถุมงคลรุ่นแรก มีลักษณะเป็นรูปหล่อโบราญ และเหรียญทองแดง เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจากทรัพย์ สร้างพระอุโบสถ วัดเนินมะเกลือวนาราม

    ด้วยเพราะบุญบารมีของหลวงปู่อ่อน ที่ท่านมั่นคงเคร่งครัดในพระวินัย มีจริยาวัตรอันงดงาม และให้การช่วยเหลือแก่ลูกศิษย์ของท่านทุกคน ที่มีเรื่องร้อยใจร้อนกาย จนเป็นที่ประจักษ์แก่ศิษยานุศิษย์ของท่าน จึงทำให้หลวงปู่อ่อน เป็นเสาหลักทางด้านจิตใจของประชาชนทั่วไป ในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง พระผงรูปเหมือนหลวงปู่อ่อน วัดเนินมะเกลือ ให้บูชา100บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    ลป.อ่อนกล่อง.jpg ลป.อ่อน.jpg ลป.อ่อนหลัง.jpg
     
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    พระชัยวัฒน์ผง สมโภชน์พระกริ่งใหญ่วัดสุทัศน์ ปี2534 พระดีพิธีใหญ่ บูชาเบาๆครับ
    ให้บูชา100บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ
    พระชัยกล่อง.jpg พระชัย.jpg พระชัยหลัง.jpg
     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    https://palungjit.org/threads/หลวงปู่พิมพาและหลวงปู่จ้อย.553637/

    ประวัติ หลวงปู่พิมพา ธมฺมวโร วัดหนองตางู

    หลวงปู่พิมพา ธัมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองตางู ตำบลหนองตางู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เดิมชื่อ พิมพา สาริกิจ เกิด 22 กรกฎาคม 2452 ตำบลวังเมือง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ก่อนย้ายตามบิดา มารดา มาอยู่ที่ บ้านวังกระชอน ตำบลหูกวาง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เมื่ออายุ 20 ได้อุปสมบทที่วัดเขาดินใต้ โดยมีหลวงพ่อเฮง วัดเขาดินใต้ เป็นพระอุปัชฌาย์ ในระหว่างที่บวชเรียนได้ศึกษาวิชากับเป็นเกจิอาจารย์หลายท่านในภูมิภาคนี้ เช่น หลวงพ่อเฮง วัดเขาดินใต้ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และหลวงพ่อพวงวัดหนองกระโดน นครสวรรค์ ศิษย์ร่วมรุ่นคือ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท และยังเรียนกับหลวงพ่อเคลือบ วัดหนองกระดี่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี หลวงพ่อยี วัดดงตาก้อนทอง จังหวัดพิษณุโลก หลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา จังหวัดลพบุรี หลวงพ่อดี วัดหัวถนนใต้ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ศิษย์ร่วมรุ่นของท่านคือ หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ และหลวงปู่ ยังได้เรียนตำราเมตรามหานิยม ตำรายาสมุนไพรจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านวังกระชอนที่ท่านบวชอยู่อีกด้วย หลังจากนั้นท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อศึกษาธรรมและวิปัสสนากำมฐาน ที่วัดมหาธาตุฯและวัดระฆังฯ ในสมัยหลวงปู่นาค และได้เดินทางธุดงค์ ไปหลายแห่งทั่วประเทศเลยไปถึง ประเทศลาวและจีน
    ด้านการพัฒนา
    หลวงปู่พิมพา จำพรรษาวัดแรกคือวัดวังกระชอน อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ต่อมาจำพรรษาที่วัดชายเคือง อำเภอขาณุฯ จังหวัดกำแพงเพชร นายสุข บุญสวัสดิ์ ชาวบ้านหนองตางูเลื่อมใส จึงนิมนต์ให้มาโปรดชาวหนองตางู ท่านจึงมาสร้างวัดหนองตางู ประมาณ ปี ๒๔๘๐ และได้พัฒนาทั้งทางด้านการศาสนาการศึกษาและช่วยเหลือชาวบ้านในด้านต่างๆมากมาย เช่น สร้างโรงเรียน แหล่งน้ำ ได้ก่อสร้างวัด และช่วยหาทุนบำรุงรักษาเพื่อเผยแพร่ศาสนาให้กับญาติโยมที่ห่างไกล นับได้หลายสิบวัด ทั้งในและนอกจังหวัด เลยไปถึงประเทศลาว ท่านเคยนำคณะผ้าป่าและพระประธานขึ้นเรือนำไปถวายวัดฝั่งลาว จำนวนร้อยกว่าองค์ สมเด็จพระสังฆราชของประเทศลาว ยังมาให้การต้อนรับ การก่อสร้างวัดและบำรุงพระศาสนานี้ท่านก็คงเจริญรอยตามหลวงพ่อเดิม
    ด้านวัตถุมงคล
    หลวงปู่พิมพา ได้สร้างไว้หลายรุ่น ล้วนแต่มีประสบการณ์ทั้งสิ้น รุ่นแรกท่านได้สร้างที่วัดระฆังฯเป็นสมเด็จปิดทองโดยนำผงเก่าสมเด็จวัดระฆังผสมด้วย ประมาณปี ๒๔๙๑ แล้วนำมาวัดหนองตางู ประมาณ ๓ กล่องกระดาษใหญ่ บางส่วนท่านบอกฝังไว้ที่วัดระฆังฯ แต่ภายหลังให้ลูกศิษย์ไปดูปรากฏว่าเทคอนกรีตทับหมดแล้ว อีกรุ่นเป็นสมเด็จสนิมบาตรกรุโบสถ์เก่าประมาณ ๓ บาตรพระและยังนำผงสมเด็จวัดระฆังมาด้วยใช้ผสมทำพระของท่านอีกหลายรุ่น รุ่นแรกที่จัดสร้างที่วัดหนองตางู เป็นรูปขาวดำอัดกรอบกระจก ปี ๒๕๐๓ เหรียญรุ่นแรกเหรียญเสมา ปี ๒๕๐๖ จัดทำไม่มาก รูปหล่อรุ่นแรก ปี ๒๕๒๐ สมเด็จเกศาหลังเงารุ่นแรกใช้ผงสมเด็จวัดระฆังฯ ผสมด้วยเกศาท่าน ปี ๒๕๓๔ ตะกรุด มีดหมอ ท่านเคยเล่าให้ฟังว่าเรียนวิชาตะกรุดและมีดหมอ มาจากหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อพวง สิงห์งาแกะจากหลวงพ่อเฮงและหลวงพ่อเดิม เสือจากหลวงพ่อเฮงและหลวงพ่อยี ท่านเคยเล่าให้ฟังว่าปลุกเสกแล้วโยนไปตามกอหญ้าแล้วเอาหมูหรือเนื้อเกี่ยวเบ็ดหย่อนไปถ้าเสือตัวไหนติดมาด้วยจึงจะใช้ได้ถ้ายังไม่ติดก็ปลุกเสกจนติด คนแก่เล่าให้ฟังว่าท่านยังเคยเสกปลัดวิ่งบนน้ำแข่งกับ พระอาจารย์สุพจน์ วัดศรีทรงธรรม วัตถุมงคลของท่านสร้างน้อย ส่วนใหญ่ลูกศิษย์จะเก็บไม่ค่อยนำออกมา เช่นรูปหล่อรุ่นแรกสร้างแค่ ๒๕๒๐ องค์
    วัตถุมงคลหลวงปู่พิมพาที่เคยประสบมามีทั้ง แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน เมตรามหานิยม ลูกศิษย์ ท่านที่เป็นที่รู้จักกันดีหลายวงการ นักการเมือง เช่น ท่าน วราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการคลัง พลเอกประมาณ อดิเรกสาร สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการมหาดไทยเคยนำ ฮ.มาลงกราบนมัสการที่วัด และท่าน สวัสดิ์ คำประกอบ บุญชู โรจนเสถียร ดารานักร้อง ยอดรัก สลักใจ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ดอน สอนระเบียบ เคยมาบวชกับท่านและจำพรรษาที่วัดนี้ กรุง ศรีวิไล สรพงษ์ ชาตรี เอ็ดดี่ ผีน่ารัก โก๊ะตี๋ อารามบอย สุรชัย สมบัติเจริญ และนกน้อย อุไรพร วงเสียงอีสาน เป็นต้น
    หลวงปู่พิมพา มรณภาพเมือ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๑ อายุได้ ๙๑ ปี ร่างท่านบรรจุอยู่ในโลงแก้ว สรีระร่างไม่เน่าเปื่อย ที่วัดหนองตางู ถ้าท่านใดผ่านมาแถววัดหนองตางูอย่าลืมแวะมานมัสการท่านได้ ปัจจุบันลูกศิษย์ท่านที่เป็นผู้สืบทอดวิชาอาคม คือ พระครูนิภาธรรมวิสุทธ์ เจ้าอาวาสวัดหนองตางู องค์ปัจจุบัน และพระอาจารย์พนม ฐานิสฺสโร วัดวังปลากราย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร
    สุดท้ายนี้ขออัญเชิญพรหลวงปู่พิมพา ไม่เจ็บ ไม่จน รวย รวย รวย
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญหลวงปู่พิมพาให้บูชา100บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ

    ลป.พิมพา.jpg ลป.พิมพาหลัง.jpg

     
  16. wangbao

    wangbao สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤศจิกายน 2018
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +37
    ขออนุญาตจองครับ
     
  17. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    14463127_1174573779248387_7163823491674678844_n.jpg?_nc_cat=104&_nc_ht=scontent.fbkk24-1.jpg
    พระดี ที่ไม่ควรมองข้าม"

    หลวงพ่อไวทย์ อินทวังโส "สมภาร 3 วัด " (องค์กลาง)

    หลวงพ่อไวทย์ อินทวังโส ท่านเป็นสหายกับ หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย, หลวงพ่อวาสน์ วัดบ้านแพน หลวงพ่อปี วัดกระโดงทอง และหลวงพ่อกุหลาบ วัดรางจระเข้

    หลวงพ่อไวทย์ ท่านเป็นพระที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา ไม่เคยดุ ไม่เคยด่า ใจดี เป็นพระที่สมถะเป็นอย่างมาก ขนาดท่านเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัด แต่กุฏิของท่านก็ยังคงเป็นเพียงกุฎิเล็ก ๆ เล็กขนาดที่ว่า คนที่สูง ๆ ยืนนี่หัวชนเพดาน หลวงพ่อไวทย์ เป็นพระเกจิมากครู มากอาจาย์

    วิชาดูดวง วิชาผูกดวงชะตา เป็นหนึ่งในวิชาที่ท่านชำนาญ
    สมเด็จพระสังฆราชอยู่ วัดสระเกศ ฯลฯ ท่านได้ สอนวิชาเหล่านี้ให้กับ หลวงพ่อไวทย์

    นอกจากวัตถุมงคลของท่านแล้ว ของดีอีกอย่างก็คือ "ยาไวทย์ประสิทธิ์" แต่ชาวบ้านจะเรียกว่า "ยาลมหลวงพ่อไวทย์"

    คล้ายยา วาสนาจินดามณี ของสายวัดกลางบางแก้ว นครปฐม ยาไวทย์ประสิทธิ์ จึงเปรียบเสมือนดั่ง ยาจินดามณี ฉบับจังหวัดอยุธยา (วัตถุมงคลเนื้อผงของท่าน ก็มียานี้ผสมอยู่)

    ตำรายาจินดามณี ยาวาสนา น่าจะมาจากแหล่งวิชาเดียวกัน หลวงพ่อทองอยู่ วัดท่าเสา กระทุ่มแบน สมุทรสาคร เรียนวิชาจากพระอาจารย์ของท่าน ที่เป็นน้องชายหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เลยได้วิชายาวาสนา

    หลวงพ่อไวทย์ ท่านอยู่มาหลายวัด ท่านนอกจากเป็นพระเกจิ ก็ยังเป็นพระนักพัฒนา ไปอยู่วัดไหนก็จะไปสร้างพระพุทธรูป ไปพัฒนาวัดนั้น จนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านแถบละแวกวัดนั้นๆ ที่ไปอยู่ อาทิ อยู่วัดสุธาโภชน์ (เสนา) ก็ไปสร้างวัด สร้างโรงเรียน

    ครั้งหนึ่งก็ไปอยู่ วัดบางซ้ายใน สร้างวัดจนเจริญ ชาวบ้านในแถบนั้นรักและนับถือท่านมาก

    สุดท้ายบั้นปลายของท่านก็ได้มาอยู่ วัดบรมวงศ์ ( อ. พระนครศรีอยุธยา ) ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะ จังหวัดอยุธยา แต่ท่านก็ยังใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ ไม่ถือตัว ใจดียิ้มแย้ม กับทุกคน

    ครั้งหนึ่งเคยมีคนถาม หลวงพ่อไวยท์ ว่า พระหรือวัตถุมงคลใดดีทีสุด หลวงปู่ท่านนิ่ง แต่แม่ชีอุปฐาก(ใครทันกราบท่าน น่าจะรู้จักแม่ชี รูปนี้ดี) บอกว่าให้หา เหรียญรุ่นแรกที่แตกๆ ไว้ เพราะหลวงปู่ท่าน เสก แรงไปหน่อย โบสถ์ลั่น กล่องใส่แตก และเหรียญบางเหรียญ ร้าวเลย ให้หาเหรียญนั้นไว้นะ

    หลวงปู่ ท่านก็ยิ้มๆ แล้วพูดเชิงเย้าแหย่ จริงไม่จริงไม่รู้ บอกว่า อืม เสกแรงไปหน่อย เป็นรุ่นแรก กลัวไม่ขลัง แล้วท่านก็ยิ้ม ๆ ตามประสาของท่าน (ใครไปกราบท่าน ไม่เคยมีใครเห็นท่านทำหน้าบึ้งใส่เลย ท่านจะยิ้ม ตลอดเวลา)

    เคยมีผู้ถาม หลวงพ่อไวทย์ว่า พระอยุธยาสมัยก่อนใครเก่ง ท่านบอกเก่งหลายองค์หลวงพ่อปาน หลวงปู่กลั่น หลวงพ่อขัน ฯลฯ แต่ที่เรียนสมาธิ กรรมฐาน อยู่กับท่านนานสุด ก็หลวงพ่อจง หลวงพ่อจง ท่านเสกตะกรุดเล็กๆ ลอยน้ำ วิ่งวนรอบขัน ท่านยังให้ไว้ดอกหนึ่งเลย หลวงปุ่ไวทย์ท่านเหน็บตะกรุดหลวงพ่อจง ไว้จนมรณภาพ

    ในตอนที่หลวงพ่อไวทย์ ไปขอเรียนวิชาจากหลวงพ่อจง
    ท่านเคยถูก หลวงพ่อจง ตำหนิ ตอนไปขอเรียนวิชาจากท่าน ท่านว่าคุณอยู่กับพระทองคำมาตั้งนาน แต่ไม่ขอเรียนอะไรมาจากท่านเลย หลวงพ่อห่วง น่ะ!!! ท่านเป็นพระอรหันต์

    (หลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โท เป็นศิษย์พี่ ของหลวงพ่อจง เรียนวิชามาจากอาจารย์เดียวกัน คือ หลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสคันธ์ พระอภิญญาบารมี แห่งทุ่งบางบาล สหายของหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ )

    วัตถุมงคลของท่านจึงมีการสร้างออกมาหลายวัด หลายรุ่น ท่านเป็นเกจิที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน เป็นพระหลักร้อย ราคาไม่แพง เป็นพระดี ที่ไม่ควรมองข้าม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ล๊อคเก็ตหลวงพ่อไวย์ยุคเก่า หายากไม่ค่อยเจอ ให้บูชา300บาทค่าจัดส่งEMS50 บาทครับ
    ลพ.ไวย์.jpg ลพ.ไวย์หลัง.jpg
     
  18. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    วันนี้จัดส่ง

    EW 0919 3930 8 TH ปทุมธานี

    ขอบคุณครับ
     
  19. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน ฉบับย่อ

    Submitted by wd on Wed, 20/10/2010 - 19:43
    somdechsuk_001.jpg สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๓ อยู่ใน ตำแหน่ง ๒ พรรษา สิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๕ พระชนมายุได้ ๙๐ พรรษา

    พระองค์ประสูติเมื่อปี พ.ศ. ๒๒๗๖ พระชนกพระนามว่า เส็ง พระชนนีพระนามว่า จีบ ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อเจริญวัยพระองค์ได้ทรงบรรพชากับท่านขรัวตาทอง ที่วัดท่าหอย โดยพระองค์ท่านได้ทรงศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นประมาณ ๕ พรรษา ทรงลาสิกขาออกมาเพื่ออุปัฏฐากพระชนกพระชนนี

    เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๙๗ พระชนมายุครบบวช พระองค์ได้ทรงอุปสมบทที่วัดโรงช้าง โดยมีพระครูรักขิตญาณ(สี) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับการถวายพระนามว่า พระปุณณะปญญาภิกขุ ที่นี่พระองค์ได้ศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมาฯ กับพระอาจารย์ใหญ่ คือ พระพนรัต (แก้ว) วัดป่าแก้ว และได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดราชาวาสจนมีความรู้แตกฉาน ล่วงไป ๗ พรรษาท่านได้รับนิมนต์กลับมาจำพรรษาที่วัดท่าหอย และได้ทรงรับเป็นพระอธิการวัดท่าหอยในปีนั้นเอง

    เวลาล่วงไป ๒ แผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ.๒๓๒๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกได้โปรดให้นิมนต์พระองค์ท่านมายังกรุงเทพฯ ด้วยพระองค์ทรงเป็นเคยพระอาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกตั้งแต่ยังอยู่ที่วัดท่าหอย ได้จำพรรษาที่วัดพลับ(วัดราชสิทธาราม) ซึ่งเป็นวัดสำคัญฝ่ายอรัญวาสีของกรุงธนบุรีมาแต่เดิม โดยให้เป็นที่พระญาณสังวรเถร

    สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ทรงเป็นที่ทรงเคารพนับถือเป็นอันมากของพระบรมราชวงศ์มาแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ ปรากฏนามพระญาณสังวรเถร เป็นพระกรรมวาจาจารย์แทบทุกพระองค์ ทำให้การศึกษาพระกรรมฐานฯ ในยุคของพระองค์ท่านรุ่งเรืองมาก พระองค์จึงได้ทรงวางรากฐานการศึกษาพระกรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ ไว้อย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่นสืบมา

    พระองค์ได้รับ สถาปนาเป็นสมเด็จพระญาณสังวร เมื่อปี พ.ศ.๒๓๕๙ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชในอีก ๔ ปีต่อมา คือในปี พ.ศ.๒๓๖๓ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชอยู่ ๑ ปีกับ ๑๐ เดือน ก็สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปีมะเมีย พ.ศ.๒๓๖๕ มีพระชนมายุได้ ๙๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระราชทานพระโกศทองใหญ่ให้ทรงพระศพ หลังพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว ได้โปรดให้ปั้นพระรูปบรรจุพระอัฐิประดิษฐานไว้ในกุฏิกรรมฐานหลังหนึ่งบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถวัดราชสิทธาราม เพื่อเป็นที่ทรงสักการะบูชาตลอดจนสานุศิษย์และผู้เคารพนับถือ สืบมาจนกระทั่งทุกวันนี้.

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญสมเด็จพระสังฆราช ญาณสังวร (สุกไก่เถื่อน) รุ่นทุนพัฒนาวัดราชสิทธาราม สร้าง พ.ศ. 2515 ตามพระราชปรารภพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุยเดช เป็นเหรียญกะหลั่ยทอง หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลีอธิฐานจิตปลุกเสก เนื้อกะไหล่ทอง ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งEMS 50 บาทครับ

    พระสังฆราชสุก.jpg พระสังฆราชสุกหลัง.jpg
     
  20. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    10,549
    ค่าพลัง:
    +20,940
    upload_2019-5-17_20-13-52.jpeg
    หลวงปู่มั่น ทัตโต วัดโนนเจริญ อ.นาจะหลวย จ.อุบล พระเกจิผู้เรืองวิชาทั้งทางด้านคาถาอาคมต่างๆและยังเป็นพระเกจิสายวิปัสสะนากรรมฐานที่เคร่งครัดในวัติปฏิบัติอีกด้วยครับ เป็นที่เคารพนับถือของชาวอุบลโดยเฉพาะอำเภอนาจะหลวยสมัยที่ท่านยังมีชิวิตอยู่ท่านเปรียบเสมือนเสาหลักของชาวบ้านเพราะอำเภอนาจะหลวยและน้ำยืนติดกับชายแดนเขมรทำให้พื้นที่แถบนั้นมีความอันตรายจากผู้ร้ายชายแดนและกับระเบิดเป็นอย่างมาก ใครที่มีวัตถุมงคลของท่านไว้ต่างก็อุ่นใจ วัตถุมงคลแต่ละรุ่นของท่านล้วนมีประสบการณ์นานับประการคนพื้นที่อำเภอนาจะหลวยรู้ดีครับ ไล่ตั่งแต่เหรียญรุ่นแรก รูปหล่อฐานสูง เหรียญพระเจ้า5พระองค์ ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ เสือมหาอำนาจ ตะกรุดเขาควายเผือก ปลักขิกเขาความเผือก พระผงดิน9บัง9ป่าช้า ท่านมรณะภาพตอนอายุถึง105ปี ยังความเศร้าสลดเสียใจแก่ลูกศิษ์ทั้งหลาย และที่สำคัญ อัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุอย่างน่าอัศจรรย์ครับ แม้แต่หลวงปู่ชายังให้ความเคารพนับถือในวัติปฏิบัติของท่าน

    http://www.ubonpra.com/board/index.php?topic=230.0
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงปู่มั่น ทัตโต อุบลราชธานีออกที่สรรคบุรี ชัยนาท สภาพสวยเดิม

    ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งEMS 50 บาทครับ

    ลป.มั่นทัตโต.jpg ลป.มั่นทัตโตหลัง.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...