รวมหลวงพ่อตอบปัญหา/จากคำบอกเล่า

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย Wannachai001, 21 กรกฎาคม 2012.

  1. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    24
    ค่าพลัง:
    +219,755
    9-3.jpg

    บูชา ร. 5 มีลาภมาก

    มีคนหนึ่งมันเล่าให้ฟังว่าในโลกนี้ไม่นับถือใครเลย เราก็ตกใจ เอ้า แล้วมึงห้อยอะไรละนี่ มันก็บอกนี่รัชกาลที่ 5 พระเจ้าไม่เอาพระช่วยผมไม่ได้ ไม่ไวเท่ากับรัชกาลที่ 5

    ถามว่าช่วยได้ยังไง มีอยู่วันแกก็ไปไหว้ที่เขาไปไหว้กันน่ะ แกก็ไปอธิษฐาน เจ้าประคู๊ณขอให้รัชกาลที่ 5 โปรดสงเคราะห์ ไอ้ผมนี่เป็นลูกจ้างขับแท็กซี่จนกระทั่งเถ้าแก่รวยมามาก ขอให้ผมมีรถเป็นของตัวเองสักคันหนึ่งเถอะ

    พออธิษฐานเสร็จมาประมาณไม่ถึงปีน่ะ แกมีโอกาสผ่อนแล้วได้ 1 คัน แกก็นับถือ ยังไม่พอใจก็ยังกะลิ้มกะเหลี่ยไปอีก แหมถ้าเป็นไปได้เอาอีกซักคันหนึ่งนะครับ จะให้เขาเช่าจะได้มีรายได้ได้ครับ ได้ 2 คันแกก็เลยนับถือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    "ปัญหาก็มีอยู่ว่าถ้าสมมติว่าองค์เดียวกันนะ ทำไมถึงได้เมตตาขนาดนั้น
    หลวงพ่อที่ไปนิพพานจะช่วยคนได้หรือไม่ เพราะไปนิพพานอยู่เย็นเป็นสุขแล้วนี่ จะเป็นไปได้หรือไม่"

    อ๋อ...หมายความว่ายังไง (หัวเราะ) หมายความว่าหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม เขาไปขอที่พระรูปทรงม้านั่น ทำไมถึงมีผล ใช่ไหม

    ก็จริงๆแล้วนี่ หลวงพ่อบอกว่า อย่างอ่านหนังสือของพลตรีมนูญแล้วมีหลักฐานเอาวัตถุกัน เห็นง่ายๆพลตรีมนูญอยู่ที่เมรุกับหลวงพ่อนี่ หลวงพ่อครับแขกมารอที่กุฏิ หลวงพ่อบอกมนูญแกไปก่อนไป ไปรับหน้าก่อนไป มนูญก็รับตาลีตาเหลือกมา หลวงพ่อยังอยู่ที่เมรุอยู่นี่ ก็รีบมารับแขก ไปถึงหลวงพ่อไปอยู่ที่นั่นเสียแล้ว
    ก็เรามาไวกว่าหลวงพ่อ ทำไมหลวงพ่ออยู่ที่กุฏิเสียแล้ว

    แต่จริงๆท่านบอกว่าเทวดาที่เป็นองค์แทน ก็เรียกว่าเทวดาที่รับหน้าที่ตรงนี้ที่คุมพระรูปอยู่นี่ อย่างกับพระพุทธรูปบางองค์ก็ศักดิ์สิทธิ์ ใช่ไหม หลวงพ่อโสธรนี่ อู้หู...คนไปปิดทองจนตัวนิ่มหมดแล้วนี่ จับอย่างกับจับผู้หญิงเลย เขาว่าอย่างนั้น ความหนาของทอง


    ทำไมท่านถึงศักดิ์สิทธิ์ เทวดาที่รักษาองค์พระนี่ ที่มีฤทธิ์ ใช่ไหม ที่หลวงพ่อบอกเทวดาที่มีฤทธิ์ก็มี ไม่มีฤทธิ์ก็มี ทีมีฝ่ามือแดงก็มีฤทธิ์อะไรอย่างนี้ เทวดารักษาพระ

    แต่พูดตามหลักพุทธศาสนาจริงๆแล้วนี่ การบูชาต้องได้รับการบูชาตอบ หลวงพ่อท่านปราถนาพุทธภูมิวิริยาธิกะ คือบูชา ร.5 ทำไมมีลาภ เขาว่าไวกว่าสมัยก่อนอีก ไวกว่าหนึ่งท่านวิริยาธิกะ สมบัติของประเทศไทยของท่านจะมีมากกว่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทองเป็นกี่ร้อยตัน นี่ท่านใช้มา 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่สร้างวัดสร้างวา เราทำบุญมานี่ใช้สมบัติไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

    ที่เหลือก็ให้ไอ้ขวัญ สาธุ (หัวเราะ)

    ให้ทุกคนแหละ ให้ทุกคน

    มีอยู่จุดหนึ่ง เคยถามปัญหาที่ซอยสายลม หลวงพ่อครับ หลวงพ่อมีลูกมีหลานมีลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง ในขณะเวลาเดียวกัน คนนั้นก็จุดธูป คนนี้ก็จุดธูป แล้วก็เรียกแล้วหลวงพ่อจะทำยังไง จะไปช่วยใครก่อน

    หลวงพ่อก็ตอบว่า ในขณะเดียวกันท่านสามารถแบ่งได้ถึงจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสน รู้เรื่องทุกอย่าง ได้ด้วยทุกอย่างแล้วก็บอกว่า ถ้ามันเกินไปกว่านั้นทำยังไง ฉันฝากเทวดาทุกเขตในประเทศไทย ทุกหนทุกแห่งว่าถ้าฉันไปไม่ทัน ฝากลูกฝากหลานฝากไอ้ขวัญ มันด้วย (หัวเราะ) เข้าล๊อกกันดี ท่านฝากจริง

    ท่านบอกความเป็นทิพย์ไปได้ ท่านว่าอย่างนั้น

    (คุณขวัญถามว่า "อยากจะให้เทวดาที่บ้านมีฤทธิ์มีเดช มีบุญญาธิการมากๆ จะทำอย่างไร")

    เฮี้ยนๆใช่ไหม คือตามหลักที่ว่าทำบุญแล้วมีอานุภาพยังไงบ้าง มีรัศมีบ้าง ถ้าอานุภาพมากก็ถวายพระพุทธรูป ให้เทวดาโมทนาใช่ไหม สร้างพระพุทธรูปมีเดชมีอำนาจมาก ที่บ้านอยู่ตรงไหนล่ะ จะไปสู้กับใครเขาล่ะ

    (จากธัมมวิโมกข์ ตุลาคม 2537 หน้า 89-90)








     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤษภาคม 2019
  2. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    24
    ค่าพลัง:
    +219,755
    35481881_1636565289731799_983934427207827456_o.jpg
    เอาของไหว้เจ้ามาทำบุญ


    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ขอถามปัญหานิดหนึ่งว่า ของที่ไหว้เจ้าแล้วมีมากเหลือเกิน ถ้าลูกจะนำไปถวายพระใส่บาตรพระ จะมีโทษมีบุญมีกุศลหรือไม่เจ้าคะ ?

    หลวงพ่อ : เดี๋ยวก่อน ! บูดหรือไม่บูด ถ้าไม่บูดได้นะ จริงๆนะ

    ผู้ถาม : ที่เขาว่าของเหลือเดนผี ของเหลือเดนเจ้า

    หลวงพ่อ : โอ๊ย ! เดนคนพระพุทธเจ้ายังไม่ถือเลย นี่เป็นความจริงนะ

    (จากธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 311 หน้า 70)
     
  3. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    24
    ค่าพลัง:
    +219,755
    30624366_1571218686266460_1964200875011517987_n.jpg
    ความแค้นเกิดขึ้นเมื่อจิตสงัด


    ผู้ถาม : เวลาปฏิบัติพระกรรมฐาน พอจิตเริ่มสงบสงัดความแค้นก็เกิดขึ้นทันที แล้วก็แก้ไม่ตกสักที ขอหลวงพ่อแก้แค้นให้หน่อยเจ้าค่ะ

    หลวงพ่อ : อ้อ...นี่ไปแค้นใคร เอาชื่อมาให้ฉัน ฉันจะฝังดินให้

    ผู้ถาม : (หัวเราะ) พอจิตไม่สงบก็ไม่แค้น พอสมาธิสงบ แหม...มันก็แค้น

    หลวงพ่อ : เรื่องนี้ดีมาก ที่ญาติโยมและที่ถาม ถามดีการเจริญพระกรรมฐานนี่ต้องพิจารณาถึง "มาร 4 อย่าง" ให้มาก

    ผู้ถาม : เป็นไงครับหลวงพ่อ มาร 4 อย่าง

    หลวงพ่อ : มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ใช่ไหม มาร 4 อย่างคือ 1. กิเลสมาร 2. มัจจุมาร 3. เทวปุตตมาร 4. ขันธมาร

    มารแปลว่า ผู้ฆ่าความดี พระพุทธเจ้าท่านบอกมี 4 อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีความสำคัญๆก็คือ กิเลสมาร กับ ขันธมาร รบกวนเราเรื่อย

    ขันธมาร หมายความว่าเวลาจะทำความดี ปฏิบัติกรรมฐานทำสมาธิจิตหรือทำบุญทำทาน ไอ้ความป่วยไข้ไม่สบายมันเข้ามาขวาง อย่างนี้เรียกว่า "ขันธมาร"

    อย่างที่โยมถามมาเมื่อกี้นี้เป็น "กิเลสมาร" ตัวนี้สำคัญ ต้องถือว่าคนนี้เป็นคนที่น่าชมมาก คนดีนะคนนี้เพราะอะไร เพราะยามปรกติไม่โกรธใช่ไหม แสดงว่าอารมณ์หยาบหมดไป ไอ้กิเลสหยาบที่โกรธหมดไป

    ทีนี้เวลาที่จะทำจิตละเอียดเกิดความแค้นขึ้นมา กระตุ้นขึ้นมา ตัวนี้ไอ้กิเลสที่เป็น "อนุสัย" ตัวละเอียด อย่างนี้ถือว่าเขาชนะมากแล้วนะคนนี้นะ อย่างนี้ถือว่าชนะหยาบต่อสู้กันละเอียดแล้ว ถ้าต่อสู้กับละเอียดชนะก็จะชนะเด็ดขาดเลย วิธีทำแบบนี้ก็เคยมีมาด้วยกันทุกคนนะ ฉันก็เคยเจอมา

    ผู้ถาม : หลวงพ่อก็เคยมีเหมือนกันเหรอครับ

    หลวงพ่อ : มี ทุกอย่างที่ถามมามีทุกอย่าง

    ผู้ถาม : อ้อ มีครบเลยนะ

    หลวงพ่อ : มีครบถ้วน เพราะเลวมีครบถ้วน

    ผู้ถาม : เอ้อ...เป็นพระมีเลวเหมือนกันหรือครับ ?

    หลวงพ่อ : เลว...ถ้าพระไม่เลว บวชอยู่ไม่ได้

    ผู้ถาม : เอ๊ะ....เป็นยังไงครับหลวงพ่อ

    หลวงพ่อ : ถ้าพระดีเขาไม่ต้องบวช ไปนิพพานเลย

    ผู้ถาม : อ้อ !

    หลวงพ่อ : อรหันต์ใช่ไหม

    ผู้ถาม : ครับ

    หลวงพ่อ : ฉันมันเป็นกังหันนี่ หมุนดะ แต่ว่าเมื่อกี้ถามว่ายังไงนะ วิธีแก้ใช่ไหม ?

    ผู้ถาม : ครับวิธีแก้

    หลวงพ่อ : ถ้ารู้สึกตัวมา ถ้าอารมณ์ระงับ ก็ถอยหลังคิดว่า อารมณ์จิตอย่างนี้ไม่น่าจะมีกับเรา เพราะว่าตามปรกติเราก็ให้อภัยอยู่แล้ว ทำไมเวลาจิตสงบสงัดจะต้องมาคิดอย่างนี้ ให้คิดว่าอันนี้ไม่ควร อารมณ์อย่างนี้ ให้คิดแค่นี้ว่าอันนี้ไม่ควร อารมณ์อย่างนี้มันจะมีไม่นานนัก ถ้าเวลาเลิกจิตสบายแล้วก็คิดว่า อันนี้มันผิดไปแล้วไม่ควรจะทำให้เศร้าหมองแบบนี้ ความดีที่มีอยู่จะคุ้มครองไม่ได้เมื่อเวลาตาย ถ้าเวลาตายจิตเศร้าหมองแบบนี้เราต้องลงอบายภูมิ

    2-3 ครั้งมันจะหายค่อยๆเรื่อยๆ ไปไม่ช้ามันจะหาย

    อันนี้ดีมากต้องขอชม คนนี้กิเลสหยาบเฉพาะ โทสะ ผ่านไปแล้ว อันนี้ต้องน่าคิด

    ผู้ถาม : ควรแก่การอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง

    หลวงพ่อ : ใช่ ควรแก่การรับ "ทาน"

    ผู้ถาม : เอ๊ะ

    หลวงพ่อ : อ้าว....พระ "ให้" ไม่มี มีแต่ "ขอ" อย่างเดียว

    ผู้ถาม : อ๋อ.....

    (จากธัมมวิโมกข์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 45 หน้า 87-89)
     
  4. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    24
    ค่าพลัง:
    +219,755
    1_original3.jpg
    ฝึกมโนฯ ไม่ให้สลายตัว

    ผู้ถาม : มโนมยิทธิที่ฝึกได้แล้ว ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้หนีคะ ?

    หลวงพ่อ : ก็ใช้ไปเรื่อยๆซิลูก อย่าทิ้งถ้าไม่ให้หนี ทุกวันต้องขึ้นนิพพานทุกวันตอนเช้ามืด อย่างนี้ไม่มีทางหนี พระนิพพานต้องใช้อารมณ์สูงสุดอยู่แล้ว และจิตละเอียดที่สุดจึงถึงนิพพานได้

    เช้าตื่นมาปั๊ปรวมรวมกำลังใจไปนิพพานทันที ถ้าทางที่ดีก่อนหลับ หัวถึงหมอนไม่ต้องนั่งหรอก ขึ้นไปนิพพานก่อนซัก 2-3 นาที แค่นั้นแหละ จะไม่สลายตัว

    แต่ว่าจงอย่าไปคิดอยากเห็นภาพชัดอย่างนี้ไม่ได้นะ เอาความรู้สึกเป็นสำคัญลูก เรื่องภาพชัดนี่ไม่แน่ เดี๋ยวชัดเดี๋ยวไม่ชัด มันเกี่ยวกับร่างกาย ให้ถือความรู้สึกเป็นสำคัญ

    ผู้ถาม : ถ้ามีอารมณ์เป็นมิจฉาทิฏฐิบ่อยๆ จะแก้อย่างไรคะ ?

    หลวงพ่อ : ก็แก้เป็นสัมมาทิฏฐิซิ ก็ต้องคอยระวัง ใช้ปัญญาเอาเหตุเอาผล มันต้องมีลูก มีแน่ ถ้ามีบ่อยเราก็ต้องตั้งท่าสู้ ตื่นเช้าปั๊ปอารมณ์อย่างนี้มันต้องไม่มีกับเรา แต่อดเผลอไม่ได้ ถ้าเผลออะไรบ้าง คิดว่าเราจะไม่ยอมให้มีอีก ก็นั่งไล่เบี้ยบารมี 10 เสียซิ

    นี่พระพุทธเจ้าท่านบอกหลวงพ่อมาให้เขียนไว้ข้างที่นอน อย่าไปทะนงว่าเราจำได้ เขียนตัวโตๆให้ตาเรามองเห็นสะดุด นั่งไล่เบี้ยว่าบารมี 10 มีอะไรบ้าง วันนี้เราจะไม่พร่องในบารมี 10 ต้องไล่ทุกวัน อย่านึกว่ามันไม่พร่อง อดพร่องไม่ได้ ถ้าทำจนชินนี่มันไม่พร่อง

    (จากธัมมวิโมกข์ เมษายน 2536 หน้า 95)

    ชอบเจริญพุทธบุพพวัตร

    ผู้ถาม : กระผมเป็นฆราวาสแต่มีใจชอบเจริญพุทธบุพพวัตรในหัวข้อที่ว่า เอ๊ะ ฆราวาสต้องกินชีนะ กินอาหารมื้อเดียว ทำมาอย่างนี้โดยตลอด ไม่ทราบว่าจะมีอานิสงส์เป็นไปข้างหน้าอย่างไรครับ ?

    หลวงพ่อ : อานิสงส์ปัจจุบันคือ 1. เปลืองอาหารน้อย (หัวเราะ) กินเวลาเดียว 2. มีเวลาทำงานมากขึ้น ข้างหน้าต่อไปอานิสงส์ใหญ่คือตาย

    ก็แค่กินเวลาเดียวยังวัดสถานอะไรไม่ได้เลย อย่าไปนึกว่ามันดีมันเด่นกับใครเขานะ กินเวลาเดียว กิน 2 เวลา กิน 3 เวลา มีความหมายเสมอกัน สำคัญว่าใจตัดกิเลสได้หรือเปล่า เขาเอากันตรงนั้น ถ้าถือแค่กินนี่มันเป็นมานะทิฏฐิเป็นกิเลสหยาบอีกอย่างหนึ่งตายเร็วมาก อย่าไปนึกว่าดีนะ และถ้านั่งคุยว่านี่ฉันกินเวลาเดียว เสร็จเลย โอ้อวด นี่เป็นมานะกิเลส พังเลย

    ผู้ถาม : อย่างนี้แทนที่จะไปดี ก็เลยไป......

    หลวงพ่อ : ก็ไปดี หมายความว่าก่อนจะไปเปลืองน้อย เวลาตายก็เห็นจะแบกเบาหน่อย แต่ก็ไม่แน่ขึ้นอืดนี่ก็หนัก เพราะฉะนั้นอย่าถือเป็นเรื่องสำคัญนะ ไอ้กินเวลาเดียว 2 เวลา กินเนื้อสัตว์ไม่กินเนื้อสัตว์นี่อย่านะ อย่าถือเป็นเรื่องสำคัญ

    ถ้าคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ต้องตอบอย่างหลวงปู่แหวน เคยมีคนมาเล่ามีคนหนึ่งแกบอกหลวงปู่แหวนว่า "เวลานี้ผมถือมังสวิรัติครับ ไม่กินเนื้อสัตว์" หลวงปู่แหวนท่านบอก "ไอ้วัวควายกินหญ้าตั้งนานไม่เห็นเรียกพระอรหันต์ซักตัว" ตอบนำสมัย ไม่ใช่ทันสมัย ถ้าเรื่องเป็นความจริงตามนั้น แต่การกินไม่มีความหมายในการปฏิบัติ แต่ปฏิบัติจริงๆมันอยู่กับ

    1. เข้าถึงสะเก็ดพระศาสนาแล้วหรือยัง ?

    2. เข้าถึงเปลือก เข้าถึงกระพี้ เข้าถึงแก่นแล้วหรือยัง

    เข้าถึงแก่นนี่ยังใช้ไม่ได้นะ ยังเป็นเหยื่อของอบายภูมิ จะต้องเข้าถึงพระโสดาบันเป็นอย่างต่ำ เขาวัดกันตรงนี้ อย่าไปวัดแค่กิน

    (จากธัมมวิโมกข์ เดือนเมษายน 2536 หน้า 93)


    ขายพระ

    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา คือว่าลูกมีพระสมเด็จพระระฆัง ก็จะให้เขาเช่าไปแล้วก็จะเอาเงินไว้รับประทานบ้าง แบ่งทำบุญกับวัดท่าซุงบ้าง อย่างนี้จะบาปจะมีกรรมจะมีเวรหรือเปล่าเจ้าคะ.....?

    หลวงพ่อ : ความจริงก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่นะ จะถือว่าปรามาสก็ไม่ถูก ใช่ไหม เพราะเขาให้ราคาแพง แต่ความจริงสมเด็จวัดระฆังนี่ฉันทำได้นะ ใครจะซื้อแพงๆ ฉันทำขาย (หัวเราะ)

    ผู้ถาม : หลวงพ่อมีสูตรหรือครับ....?

    หลวงพ่อ : มี เอาไหม สูตรขี้ยานะ ที่นี่เขาจะฟังกันหรือเปล่านี่ก็พูดไถลเถลือกไป

    1. มีข้าวสุก
    2. มีกล้วยน้ำว้าสุกงอมๆ
    3. มีปูนขาว
    4. ถ้าต้องการให้แตกลายงามากหรือน้อย ใช้น้ำตาลสีดำน้ำตาลทรายแดงนั่นแหละนะ ต้องการให้แตกลายงามากใช้น้ำตาลทรายแดงมาก ต้องการแตกลายงาน้อยใช้น้ำตาลสีดำน้อยน้ำตาลทรายแดงแหละนะแค่นี้ แล้วก็น้ำมันตั้งอิ้ว น้ำมันตั้งอิ้วทำให้แข็ง เท่านี้แหละเรื่องกล้วยๆ

    แต่สูตรนี้เมื่อปีพ.ศ. 2500 เห็นคนขี้ยาแกทำขาย แกขายที่แผงวัดมหาธาตุ แกมีแผงตั้ง 3 แผงนะ แผงตัวแก แผงเมียแล้วก็แผงลูกชาย อาทิตย์แกวางไว้ที่แผงแก 1 องค์ ขายอาทิตย์ละองค์ ใครไปถามแกแกก็บอกก็แลกกันไปแลกกันมา แกตีราคาตามคน แพงนะ อาทิตย์ที่ 2 วางแผงเมีย อาทิตย์ที่ 3 ไปวางแผงลูกชาย แกขายอาทิตย์ละองค์เท่านั้นแหละ แกขายได้ทุกอาทิตย์ แกก็ไม่ได้โกหกบอกว่าถ้าชอบใจก็เอาไปซิ ไม่ชอบใจก็แล้วไป

    ต่อมาไปขอเรียนสูตรแกเข้า แกเอา 500 ฉันก็เลยไม่เรียน ให้เณรย่องดู (หัวเราะ) ไม่ใช่ขโมย ให้เณรไปเจริญพระกรรมฐานเป็นพุทธานุสสติ เพราะรูปพระนั่นเป็นรูปพระพุทธเจ้านะ เณรก็กะเหลี่ยมๆไปแอบมองฝาดูจำสูตรได้ ฉันก็มาทำเป็นองค์ที่ 3

    องค์ที่หนึ่งนักเลงเล่นพระไปเขารู้เลยปลอม

    องค์ที่สองชักดูกันนานหน่อย เราไม่รู้สูตรแน่นอน ใช่ไหม

    องค์ที่สามเอาได้เลยเรียบร้อยดีแล้ว แต่ว่าพอทำเสร็จนะให้แช่น้ำหมากหรือว่าน้ำชาแก่ๆ ใช่ไหม แล้วก็มาขัด ขัดแล้วก็เอาใบกล้วยใบตองขัดอีกที แกขึ้นเป็นเงามันปู ใช่ไหม

    แล้วต่อมานักเลงพระเยอะแยะเลยไปดูกัน ฉันไม่ออกชื่อนะกลัวแกจะเสียชื่อ แกก็เอาแว่นไปส่อง ส่องไปส่องมา รุ่งขึ้นแกก็พาพวกไป 5-6 คน ไปๆมาๆแกตีราคาให้ 4,000 บาท ก็บอกนี่คุณ ถ้าฉันไม่นุ่งผ้าเหลืองนะ ฉันเอาแหงๆเลย ถามทำไม ไอ้นั่นของคุณน่ะทุบทิ้งได้ ฉันทำเองจ๊ะ หงายท้องผึ่งเลย แกยังหาว่าโกหกอีก ก็ฉันเสียดาย ถ้านุ่งกางเกงนะ อาจารย์ฉันรวยแหงๆเลย

    แต่ว่าแกขาดความสังเกตุ ถ้าพระเก่าจริงๆ เนื้อจะเบาเพราะส่วนที่เป็นน้ำแห้ง ใหม่จะมีความชุ่มตัวอยู่ หนัก นี่ขาดความสังเกตุจุดนี้นะ เอาแว่นขยายมากเกินไป

    ก็เป็นอันว่าขายแล้วทำบุญบ้างกินบ้าง ไม่เป็นไรนะ ไม่ใช่เป็นปรามาสเพราะไม่ได้ทำเป็นการค้านี่ แต่ว่าเขามีความจำเป็น ฐานะก็ไม่สู้จะดี

    (จากธัมมวิโมกข์ ปีที่ 6 ฉบับที่ 55 หน้า 30-31)

    ผู้ที่ลืมแก้บน

    เนื่องในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมานี้ (8 พ.ค. 2533) หลวงพ่อได้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ท่านได้เตือนผู้ที่เคยบนไว้แต่ลืมแก้บน และจำไม่ได้ว่าบนอะไรไว้บ้าง ต่อมามีผู้มาถามกันมากว่าควรปฏิบัติอย่างไร หลวงพ่อท่านได้แนะนำไว้ว่า ให้จัดของแก้บนดังนี้

    1. บายศรีปากชาม 7 ชั้น
    2. ข้าวปากหม้อ
    3. ไก่ต้ม 1 ตัว
    4. หัวหมู 1 หัว

    ท่านให้ปูผ้าขาวตั้งเครื่องสังเวยเหล่านี้บนโต๊ะกลางแจ้ง จุดธูปเทียนอธิษฐาน "ขอให้ท่านผู้มีพระคุณได้โปรดรับเครื่องสังเวยที่ข้าพเจ้าได้เคยบนไว้ และขอให้อดโทษแก่ข้าพเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเถิด..."

    (จากธัมมวิโมกข์ มิถุนายน 2541 หน้า 88)

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 สิงหาคม 2019
  5. Wannachai001

    Wannachai001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    24
    ค่าพลัง:
    +219,755
    คำอาราธนาพระ
    คำอาราธนาพระ.jpg
     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    15,424
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,006

แชร์หน้านี้

Loading...