รอดนรกหวุดหวิด!! เกือบได้ลงอเวจีมหานรก

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Apinya Smabut, 9 ตุลาคม 2019 at 20:52.

  1. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,062
    กระทู้เรื่องเด่น:
    28
    ค่าพลัง:
    +1,668
    พระอาจารย์บอกว่า "การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเอง ต้องซื่อตรงมาก ๆ ถ้าเผลอเมื่อไรตัวเลขจะเกินหรือขาดทันที สามารถโกงได้อย่างสบาย

    แต่ถ้าเป็นพระเขาให้แค่ ๙๙ สตางค์ ก็คือ ถ้าเอาของเขาถึงหนึ่งบาทเมื่อไรก็ขาดจากความเป็นพระไปเลย ถือว่าไม่คุ้มกับการเสี่ยง แต่ก็มีพระเป็นจำนวนมากที่ไม่คำนึงถึงเรื่องศีล คิดจะทำอะไรก็ทำตามใจตนเอง อาตมาเคยเตือนบรรดานาคที่กำลังจะบวชเป็นพระว่า ถ้าคิดจะทำอย่างนั้นอยู่บ้านเสียดีกว่า อย่าหานรกใส่ตัว เพราะไม่คุ้มกัน

    เคยได้ยินชื่อหลวงพ่อทิมไหม ? หลวงพ่อทิมท่านเป็นพระที่ทุ่มเททำงานเพื่อส่วนรวม ท่านไม่มีเงินส่วนตัวเหลืออยู่เลยแม้แต่บาทเดียว พอเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ท่านเอาเงินจากกองกลาง คือเงินสงฆ์จำนวน ๖๐ บาทไปซื้อยา บังเอิญว่าท่านตายก่อน ยังไม่ได้คืนเงิน ก็เท่ากับเป็นหนี้สงฆ์

    ปกติพวกที่เป็นหนี้สงฆ์จะลงอเวจีมหานรกอย่างเดียว แต่คราวนี้หลวงพ่อทิมท่านทำความดีมหาศาล พระยายมก็เลยให้เทวทูตมาตามหลวงพ่อวัดท่าซุง กับพระอีก ๒ รูปไปช่วย หมายความว่าพระอีก ๒ รูปที่ไปด้วยก็ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน ระดับที่ท่านพระยายมต้องเกรงใจ"

    "พอไปถึงก็เห็นหลวงพ่อทิมท่านโดนโซ่ล่ามอยู่ กำลังจะเอาตัวไปลงอเวจี พอสอบถามก็ทราบว่า ท่านเอาเงิน ๖๐ บาทไปซื้อยา ไม่ได้มีเจตนาโกง แต่เอาเงินไปใช้ผิดประเภท ปรับโทษเท่ากับการย้ายพระเจดีย์อันเป็นที่เคารพของคนอื่น พูดง่าย ๆ ก็คือไปรื้อสิ่งสักการบูชาของคนอื่นเขา โทษก็เลยต้องไปลงอเวจีมหานรก

    หลวงพ่อวัดท่าซุงบอกว่า ถ้าเงินแค่ ๖๐ บาท ผมใช้หนี้สงฆ์แทนให้เอง ขอให้หลวงพ่อทิมโมทนา แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อทิมท่านไม่สามารถโมทนาได้ ท่านพระยายมบอกว่า ถ้าลงมาถึงนี่แล้วไม่ใช่แค่ ๖๐ บาท

    หลวงพ่อถามว่าต้องแก้ไขอย่างไร พระยายมท่านบอกว่า ต้องสร้างพระพุทธรูปหน้าตัก ๓๐ นิ้ว ถึงจะทดแทนกันได้ หลวงพ่อก็ตกลงว่าจะสร้างให้ พระอีก ๒ องค์ก็ตกลงว่าจะสร้างให้ สรุปเอาเงินสงฆ์ไป ๖๐ บาท ต้องสร้างพระหน้าตัก ๓๐ นิ้วคืนไป ๓ องค์ หลวงพ่อทิมถึงโมทนาได้ แล้วก็หลุดจากพันธนาการไปสู่สุคติตามที่ท่านทำมา เพราะฉะนั้น..คนที่ไม่รู้ว่าโทษหนักแค่ไหน ก็มักจะไม่กลัว และทำกันเป็นเรื่องปกติ

    นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน มีท่านเจ้าคุณท่านหนึ่งโดนฟ้อง เพราะว่าโยมให้เงินไปสร้างโบสถ์ แต่ท่านเอาเงินไปซื้อรถเบนซ์ นั่นไม่ใช่คันละ ๖๐ บาทนะ..!"

    "จริง ๆ แล้วเป็นฆราวาสง่ายกว่ามาก สมมติว่าเราจะเดินบนเส้นทางไปสู่พระนิพพาน ของฆราวาสมีหลุมอยู่ ๕ หลุม หลบซ้ายเลี่ยงขวาก็พ้นแล้ว แต่ของพระมีตั้ง ๒๐๐ กว่าหลุม ยากกว่ากันไม่รู้กี่เท่า ถ้าไม่ใช่ประเภทกำลังใจเด็ดเดี่ยว ยอมเสี่ยงนรกเพื่อบวชได้ ก็ใช้วิธีเป็นเจ้าภาพบวชคนอื่นดีกว่า ปลอดภัยกว่ากันเยอะเลย

    ส่วนใหญ่แรก ๆ บวชเข้ามาก็ตั้งใจทำดีทุกคน แต่พออยู่นานไป เริ่มมีชื่อเสียงเกียรติคุณขึ้นมา ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ไหลมาเทมา ก็จะเริ่มเสียตรงนี้แหละ ถ้าสติสัมปชัญญะไม่พอ ก็มักจะเสียผู้เสียคน

    ดังนั้น..ในเรื่องของการบวชพระจึงต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างสูง ถึงเวลา ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เข้ามา ต้องมีสติสัมปชัญญะว่าเราเป็นใคร ? กำลังทำอะไร ? ถ้าไม่มีสติเดี๋ยวก็ไหลตามกระแสไป แรก ๆ ก็ทำทุกอย่างเพื่อความเจริญของพระศาสนา เมื่อโดนกระแสโลกชักนำก็จะเผลอ กลายเป็นว่าทำเพื่อความสุขความสบายของตัวเอง

    หลายท่านพอไปถึงระดับหนึ่งก็เริ่มทำกุฏิที่นอนดี ๆ ของตัวเอง ซื้อรถดี ๆ ของตัวเอง กลายเป็นว่าเจตนาเดิมที่ตั้งใจทำความดีก็แปรไป แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่ญาติโยมตั้งใจสร้างถวายหรือว่าซื้อรถดี ๆ ถวายท่าน นั่นคนละอย่างกัน แต่ถ้าทำเพื่อตัวเอง อย่างนั้นน่ากลัวมาก ถึงเวลาโดนลงโทษนี่สาหัสแน่ ๆ "


    ที่มา วัดท่าขนุน
     

แชร์หน้านี้

Loading...