ระหว่าง สัมปชัญญะ กับ วิญญาณ ?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย hyuga, 24 สิงหาคม 2019.

  1. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215
    ผมก็พยายามปรับภาษาอยู่เพราะมีความต่างทางภาษาอยู่พอประมาณเลยทีเดียว

    ในส่วนผม สติรู้ + สัมปชัญญะ/เจตสิก

    ในส่วนท่านปราบ สติ/สัมปชัญญะ/เจตสิก ที่ผมให้คำว่าเห็น
    ก็เพราะ จากที่ฟังท่านอธิบาย มันสะท้อนซึ่งกันและกันเพื่อให้เห็นกันเองได้



     
  2. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    ใจเป็นประธาน สติช่างยิ่งใหญ่ กว่าตัวประธาน
     
  3. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215
    ญาญะ นี้คืออะไร ผมไม่รู้จัก
     
  4. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    มีสติอยู่ที่ไหน มีรู้อยู่ที่นั่น..ไม่ต้องไปนั่งแยกแยะคำ
     
  5. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    วางสติไว้ที่เท้า ไว้ที่หน้าอก คือรู้ตัวเดียวกัน
     
  6. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215
    แยกอาการเฉยๆ ส่วนคำนี้ผมปรับให้พอคุยกันรู้เรื่องแต่เพียงเท่านั้น

    ในส่วนนี้ มันเป็นการกำหนดดูเฉพาะส่วน ในส่วนนี้เป็นการใช้งานตัววิญญาณ
    จะคนละอย่างกับ สติรู้ ที่รู้พร้อมทั้งร่างกายในคราวเดียว
     
  7. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    ให้มีสติ รู้ชัดส่วนไหนของกายก็ได้ครับ
    ส่วนวิญญาณของคุณ อย่าไปเอามาครับ
     
  8. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    เดี๋ยวจะหลงทางครับ
     
  9. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    823
    ค่าพลัง:
    +1,283

    คือ ท่าจะอุปมาอีกแบบ ง่าย ๆ

    จิตเหมือน สิ่งมีชีวิต
    พวก สติ สัมปชัยญะ ปัญญา มันไม่ใช่ สิ่งมีชีวิต
    เพียงแต่ เป็นเครื่องประดับ เครื่องประกอบ
    ที่ สิ่งมีชีวิตนั้น สร้างเอามาใช้งาน แค่นั้นเอง

    เมื่อเปรียบ สติเป็นกระจก กระจกไม่ได้มีหน้าที่เห็น

    ตัวที่เห็นก็คือตัวจิต กระจกแค่เป้นภาพสะท้อน ให้จิตเห็นจิต

    สติ จึง เป็น ใหญ่ ในธรรมทั้งปวง


    ธรรมทั้งปวง

    มีฉันทะเป็นรากเหง้า
    มีมนะสิการเป็นแดนเกิด
    มีผัสสะเป้นเครื่องให้กำเหนิด
    รวมลงในเวทนา
    มีสมาธิเป็นหัวหน้า
    มีสติเป็นใหญ่
    มีปัญญาเป็นเยี่ยม
    มีวิมุติเป็นแก่นสาร
    มีนิพพานเป็นที่สุด
     
  10. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    823
    ค่าพลัง:
    +1,283
    แม่น คักแท้ครับ เป็นใหญ่ ขนาด สติตัวเดียวทำโลกพัง

    ที่ฝึกๆ อยู่ นี่ เพื่อ สติตัวเดียวเท่านั้น
     
  11. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215
    ตอนมีสัมปชัญญะกาย การที่จะไม่ให้มีวิญญาณอยู่ด้วย นี้ทำอย่างไร ?

    ถึงหลงก็ไม่น่าจะออกไปไกลนะเพราะผมก็ตั้งถามเรื่องสัมปชัญญะกับวิญญาณเท่านี้หละครับ
     
  12. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215
    เมื่อเปรียบ สติเป็นกระจก กระจกไม่ได้มีหน้าที่เห็น
    ตัวที่เห็นก็คือตัวจิต กระจกแค่เป้นภาพสะท้อน ให้จิตเห็นจิต

    จิตเห็นจิต กับ สติเป็นตัวเดียวกับจิต แบบนี้ใหมครับ
    หรือว่า จิตเห็นจิต แบบท่านปราบ สติ กับ จิต เป็นคนละตัวครับ
     
  13. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    823
    ค่าพลัง:
    +1,283
    คนละตัวอยู่แล้วครับ

    กระจกกับคนส่อง

    มันก็คนละตัวกันอยู่แล้วนะ

    ในตำราก้บอกชัดจนอยู่แล้ว

    จิต เจตสิก รูป ล้วน คนละอย่าง

    เจตสิก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นประกอบกับจิต

    ตัวเราจะไม่สามารถเห็นตัวเองได้
    ถ้าไม่มีภาพสะท้อน ของกระจก

    จิตจะไม่สามารถเห็นจิตได้ ถ้าไม่มีสติ

    จิตเห็นจิต จึงเป็น มรรค
    ที่มันเห็นตัวเองได้เพราะมันมีสติ

    ถ้าไม่มีสติ มันก็ไม่เห็นตัวเอง


    ธรรม สติ ตัวนี้ หรือ สติธรรม หรือ สัมมาสติ หรือสติสัมโพฌชง

    ถ้ามันได้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
    พวก ปัญญา หรือธรรมอะไร ตามโพฌงชง
    มันจะตามมาเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องควานหา มันจะมาเอง

    เพราะมันเป็น อัญญะมัญญะกัน

    จึงได้บอกว่า แค่มี สติตัวเดียว ทำให้โลกพังได้

    ฝึก สมาธิภาวนา ก็เพื่อ สติตัวเดียว

    เมื่อกล่าวถึง สติตัวเดียว ยิ่งได้ต่อเนื่องเป็น สติ วินะโย
    สมาธิ ปัญญา มันจะตามมาเองโดยอัตโนมัติ
    เรียกว่าเป็น ธรรมชาติของสมาธิของพุทธศาสนา(ลักขณูปนิชฌาน)

    เกิดขึ้นมาแล้ว มันจะทำหน้าที่ ละกิเลสอาสวะโดยถ่ายเดียว
     
  14. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215
    ระลึก > สัญญา
    การระลึกรู้ ก็เพื่อได้มีสัญญากลับมาเตือนจิตว่าได้ทำอะไรๆไป
    การระลึกต้องอาศัยเข้าไปในขันธ์ 5
    ขันธ์5ก็จัดเป็นเจตสิก การระลึกรู้จึงเป็นการสร้างเจตสิกเพื่อย้อนกลับมาที่ จิต/รู้

    ความเพียรที่หมั่น ระลึกอยู่สม่ำเสมอจึงเป็นความเพียรที่เข้ามาหาจิต
    จนกลายเป็น จิตเห็นจิต ประมาณนี้ใหมครับ

     
  15. ผู้ไม่มีตัวตนรู้เราสงบ

    ผู้ไม่มีตัวตนรู้เราสงบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤศจิกายน 2018
    โพสต์:
    6,020
    ค่าพลัง:
    +8,390
    เวลาหิวข้าวร่างกายหิว...แต่ร่างกายได้บอกมั๊ยว่าอยากกินอันนั้นอยากกินอันนี้หรือเป็นแต่เพียงใจบอก

    สติมีอยู่แล้วกับตัวส่วนจิตมันไม่นิ่ง...จิตที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเรียกว่าจิตหนึ่ง..จะเรียกว่าใจก็ได้

    สติถูกเวทนากดทับปิดบังไว้...แยกเวทนาออกได้ก็ได้สติเท่านั้นแหละ
     
  16. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +142
    ต้อง ระลึก ในส่วน สัญญาขันธ์ ด้วย
    ว่า ไม่เที่ยง ขณะระลึกได้

    ถ้า ใช้ สัญญาขันธ์ โดย ปราศจาก
    ความแยบคาย ลงความไม่เที่ยง

    สัญญาตะเคลื่อน(ย้อมจิต) กลาย
    เปนเพียง การเทียบเคียง

    แต่ถ้า แยบคายเหนสัญญาไม่เที่ยง
    ด้วย การรัลึกนั้นจะเกิดการ สลัด
    ตัวออกห่างสัญญา เหนสติเปนสิ่ง
    เกิดดับด้วย

    พระไตรปิฏก จึงมี วลี " ญาณ ไม่ใช่
    สติ สติเกิดด้วย เปนสติด้วย"

    ญานคือการกำหนดรู้ธรรมที่อาสัย
    เปนสิ่งถูกรู้ขณะวิปัสสนา ไม่ใช่สติ

    สติเกิดด้วย เปนสติด้วย ก้คือ เหนสติ
    เปนกองสัญญาชนิดหนึ่ง มีปรกติดับ
    ด้วย เหนความดับของสตินั้นด้วย
    ตรงเนี่ยะ คือ สัมปชัญญะ ถ้าจุดนี้
    พร่อง จะเปนแค่ สัมมสนญาน ไม่
    ถึงความเปน อุทัพยญาน

    ** เวลาได้อุทัพยญาน พึงทราบว่า
    จะต้องเกิดอุปกิเลส แน่นอนอย่าง
    ใดอย่างหนึ่ง ต้องยกกำหนดรู้ด้วย
    ไม่งั้น ฆราวาสหันต์ไม่ตายใน7วัน
     
  17. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +142
    ตรงจุดนี้ ต้อง ทบทวนให้เข้าใจ
    ว่า ศาสนาพุทธ ปรากฏบนโลก
    อย่างไร......ถ้า หลักแม่น จะไม่
    สับสน

    การยึดถือกาย การปล่อยกาย
    เปนสิ่งที่มีอยู่ก่อน ศาสนาพุทธ
    ปรากฏ

    ดังนั้น พุทธปรากฏ ก้ มี เป้าหมาย
    เดียวคือ เน้นย้ำเรื่อง ปล่อยวางจิต

    กระดุมเม็ดแรก จึงเริ่มที่ ปล่อยวิญญาน

    หาก ภาวนา นับแต่ ก้าวแรก ไม่มีรส
    ทาง ดับวิญญาน ก้ให้เหนลงไปเลย
    ว่า เอียงไปข้าง สิ่งที่นอกเหนือพุทธ

    สรุป

    สัมปชัญญะ หากเหน จะไม่มีการ
    วกกลับไป ตึ๋งหนึบกับ วิญญานอีก

    จิตเหนจิต พุทธจึงเรียกว่า เหนมรรค

    พอฝึกจิตเหนจิตได้คล่องตัว งาน
    มันเกิดเป้าหมายมีแนวโน้มสัมฤทธิ
    ผล จึงชื่อว่ามี สัมปชัญญะ รู้ชัดว่า
    กิเลสหายไปแน่โดยไม่ต้องนับเปน
    ตัวๆ ( อุปมา เข็นเรือขึ้นฝั่ง ตัวเพรียง
    ตะไตร่ ย่อมถูก ขัดออกไปแน่นอน
    โดยไม่ต้อง คำนึงถึง )
     
  18. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    จดหมายลับสุดยอด ถึงคุณปราบเทวดา

    บางทีเราอาจต้องใช้คำว่า "ชั่งหัวมัน"

    เฮ้อ
     
  19. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,539
    ค่าพลัง:
    +9,285
    เอาตัวหนึ่ง เข้าไปรวมกับอีกตัวหนึ่ง...หลง...ช่วยม่ายล่าย..สติ สติ
     
  20. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    637
    ค่าพลัง:
    +1,215

    เวลาหิวข้าวร่างกายหิว...แต่ร่างกายได้บอกมั๊ยว่า
    อยากกินอันนั้นอยากกินอันนี้หรือเป็นแต่เพียงใจบอก


    เวลาหิวข้าวอยู่ในส่วนสัมปชัญญะกาย

    อยากกินอันนั้นอยากกินอันนี้อยู่ในส่วนตัณหาปรุงแต่งวิญญาณ
    ให้ออกไปเลือกรับตามที่ชอบใจ

    สติมีอยู่แล้วกับตัวส่วนจิตมันไม่นิ่ง...จิตที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเรียกว่าจิตหนึ่ง..จะเรียกว่าใจก็ได้
    สติถูกเวทนากดทับปิดบังไว้...แยกเวทนาออกได้ก็ได้สติเท่านั้นแหละ

    สติรู้นั้นมีอยู่แล้วจะทำให้ไม่รู้ก็ทำไม่ได้
    จิตหนึ่งก็จิตอยู่กับเวทนาจิต จะไม่ติดข้องกับเวทนากาย
    การแยกเวทนาก็จากเวทนากาย
    อยู่เวทนาจิต

    ที่ผมกล่าวมานี้เป็นแบบเดียวกันรึเปล่า
    หากไม่ใช่ท่านแสดงในส่วนของท่านมาได้ครับ
    แต่ก็ขอที่ไม่หลุดไปจากหัวข้อ สัมปชัญญะกับวิญญาณ
     

แชร์หน้านี้

Loading...