รักมากเจ็บมากแต่นั่นคือการเสวยกรรม

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย john2518, 22 ตุลาคม 2010.

  1. john2518

    john2518 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    66
    ค่าพลัง:
    +561
    กระผมได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับครูบาเจ้าเทพมุนีที่ตอนนี้ท่านธุดงค์อยุ่ที่กาญจนบุรีเดิมท่านอยู่ที่ศรีราชาครูบาเจ้าเทพมุนี สวนพุทธธรรมสถานล้านนา ม.8 บ้านทางตรง ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.<WBR>ชลบุรี อยู่ในซอยสวนเสือศรีราชา ท่านเมตตาสนทนาธรรมกับผมตอนที่ผมมีความทุกข์ใจเกี่ยวกับเรื่องความรักที่แฟนหนีจากไป ทั้งที่เราดีมากให้ทุกอย่างแต่กลับโดนทิ้ง ผมหมดกำลังใจทุกอย่างในชีวิต.จิตตกมาก.ผมได้คุยกับท่านเหมือนได้เกิดใหม่ครับ ตลอดเวลาที่คุยมาหลายอาทิตย์ผมเหมือนบาปที่ทำให้ท่านต้องรับฟังแล้วเครียดกับผม แต่ท่านก็ยอมช่วยทุกอย่างและหาทางพ้นทุกข์ได้ จะว่าไปแล้วไม่มีใครหรอกครับที่จะมาฟังเรื่องทางโลกและแก้ไขให้เรา ผมโชคดีที่ท่านเมตตาท่านชี้ทางสว่างเสมอ ท่านบอกว่าตอนนี้ต้นไม้ของเรามันไม่มีใบ เราทำอย่างไรล่ะให้มีใบ และมีต้นที่แข็งแรงและมีผลที่งดงาม เมื่อถึงเวลาตรงนั้นนกกาก็จะมาเกาะกินเองมากมาย ดีไม่ดีนกตัวเดิมก็จะกลับมา..มันก็ได้ปัญญามากครับดีกว่าเรามานั่งเสียใจในตอนนี้ เราทำงานทำการทำอะไรๆดีกว่าครับ..มานั่งเสียใจทำไมเมื่อถึงเวลาอะไรๆก็จะกลับมาเอง..นี่แหละครับธรรมชาติอย่างแท้จริง..ทำความดีมากๆครับเมื่อช่วงที่เราเจ็บอาจเป็นช่วงที่เราเสวยกรรมจริงๆเลย..ทำไรไว้..ได้รับกรรมนั้นจริงๆเลย..ถ้าเราทำดีก็ไม่สายครับ...ครูบาเทพมุนีท่านสอนธรรมะดีมากครับ..ยังมีอีกมากมายครับ..ขอให้เรามีสติมากๆครับ....และรักตัวเองมากๆต้อง..ทำความดีมากๆครับ
     
  2. ศิษย์ฤาษี

    ศิษย์ฤาษี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    86
    ค่าพลัง:
    +257
    รักอย่างมีสติ มีสติกับความรัก<!-- google_ad_section_end -->
    <HR style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff; COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- google_ad_section_start -->อนุโมทนาครับ จากการที่รู้จักท่านครูมาครับ ผมว่าท่านไม่น่าจะเครียดกับคุณ แต่คุณเข้าใจว่าเครียด ท่านคงจะแสดงบุคลบัญญัตติกรรม ให้คุณเห็นสภาพ ที่น่ากระวนกระวายอยู่หรือเปล่าครับ เมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้วตอนที่ คุณโทรศัพย์ไปหาท่าน ตอนนั้นท่านอยู่ที่กาญจนบุรี ผมนิมนต์ท่านลงจากเขาเพื่อเอาของไปถวายให้ น่าจะเป็นช่วงที่คุณโทรมาพอดีแล้วท่านดุแบบเอาจริงเอาจัง แต่พอท่านวางโทรศัพย์ไป ท่านยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    พวกเราถามว่า
    ท่านครูเป็นอะไร
    ท่านก็ย้อนคำถามว่าแล้ว
    พวกเธอเห็นอะไร
    พวกเราก็ตอบว่า
    เห็นครู เครียดนิดหน่อยเมื่อตอนคุยโทรศัพย์
    ท่านก็ถาม
    แล้ว เธอเห็นว่าครูเครียดจริงๆไหมหล่ะ
    พวกเราตอบ
    ก็ไม่เห็นเครียดอะไร
    (ภาพในสายตาเราทั้งสีหน้าคำพูด ท่าทางท่านอารมณ์เป็นปรกติมาก)
    ท่านก็ถามว่า
    แล้วดูตอนนั้นน่ารังเกียจไหม
    เราก็ตอบว่า
    เรายังตกใจเลย ไม่เคยเห็น และก็ดูไม่ใด้ด้วย
    ท่านจึงบรรยายว่า
    ความกังวลใจ ความเบื่อหน่าย ความทุกข์เศร้า อารมณ์สับสนปนกับความคิดที่ว้าวุ่น กระวนกระวายใจ เป็นเรื่องน่ารังเกียจแก่ผู้พบเห็น เป็นเรื่องน่ารังเกียจแก่ผู้พบเจอ เป็นเรื่องน่ารังเกียจแก่ตนเองและมิตรสหาย ผู้ประพฤติธรรมแม้ขั้นเล็กน้อยก็รังเกียจไม่อยากให้เข้ามาในจิตใจตัว ผู้ปราถนาสุข สงบ เย็น เห็นเข้าก็ปลีกและหลีกเล้น ปุถุชนก็ไม่อยากเข้าใกล้
    ถ้าเธอเข้าใจ เธอก็ละเสียจะใด้เป็นผู้น่าพบปะ
    สรุปท่านไม่ใด้เครียดครับ อย่างท่านครูผมคลุกคลีมา ท่านน่าจะ แสดงอุบายอะไรมาสักอย่างหนึ่ง ให้คุณพิจจารณามากกว่า เพราะท่านวางหูโทรศัพย์ตอนคุยกับคุณแล้ว ท่านหันมายิ้มแล้วพูดว่า
    ขอให้เขารู้นะว่าเขาเป็นแบบนี้ เฮ่อ!!!!
     

แชร์หน้านี้

Loading...