เรื่องเด่น รำรึกวันครบรอบ วันมรณภาพ หลวงปู่ทิม และ หลวงปู่ดู่พูดถึงผงพรายกุมาร

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย montrik, 16 ตุลาคม 2019.

  1. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    7,439
    กระทู้เรื่องเด่น:
    30
    ค่าพลัง:
    +8,131
    ๑๖ ตุลาคม ๖๒ น้อมรำลึกถึงวันคล้ายวันมรณภาพ ครบ๔๔ปี หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง

    " คนเราเมื่อมีเมตตาให้กับผู้อื่น
    ผู้อื่นเขาก็จะให้ความเมตตา ตอบ
    สนองต่อเรา ถ้าเราโกรธเขา เขา
    ก็จะโกรธเราตอบ เช่นกัน..
    ความเมตตานี่แหละคือ อาวุธที่
    ใครๆจะนำเอาไปใช้ก็ได้..
    จัดว่าเป็นของดีนักแล "

    หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่

    หลวงปู่ดู่ตอบคำถาม...
    ทำไม!!! พระผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมถึงมีพุทธคุณมาอ่านกันครับ

    เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผงผีพรายกุมาร

    หลวงปู่ดู่ วัดสะแก.จ.หวัดพระนครศรีอยุธยา
    กับลูกศิษย หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยอง

    เมื่อประมาณปี ๒๕๒๐
    ขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายเย็น
    หลวงปู่ดู่ แห่งวัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    ได้ออกมานั่งคุยกับศิษย์ที่บริเวณระเบียงกุฏิของท่าน
    เมื่อนั่งคุยกันชั่วครู่ใหญ่
    หลวงปู่ดู่และศิษย์เห็นรถยนต์คันหนึ่งวิ่งเข้ามาในวัดแล้วจอด
    มีชาย ๔ คนลงจากรถ และเดินตรงมาที่กุฏิของท่าน

    "เอ๊ะ..อ้ายพวกนี้มาแปลก..." หลวงปู่ดู่อุทาน
    "มันเอา ผี มาด้วย"

    บรรดาศิษย์ของหลวงปู่ดู่ เมื่อได้ยินหลวงปู่พูดถึงผี
    ก็พากันชะเง้อดูคนทั้งสี่ "เอ...ผมมองไม่เห็นผี"
    ศิษย์คนหนึ่งบอกกับหลวงปู่
    "ผมไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ มีอะไรหรือครับหลวงปู่..."

    หลวงปู่ดู่หัวเราะกับศิษย์ และพูดกับศิษย์ว่า..
    "ฉันเห็นผีมันล้อมรอบพวกสี่คนที่กำลังเดินมาเต็มไปหมด"

    คนทั้งสี่ เมื่อเดินมาถึงหน้าบันได้กุฏิ ก็พากันถอดรองเท้า
    แล้วพากันขึ้นบนกุฏิ คลานเข้ามากราบหลวงปู่ดู่..

    "นี่...พวกเธอมาหาฉัน ทำไมจึงเอาผีมาด้วย"
    หลวงปู่ดู่ถามชายทั้งสี่ พร้อมกับหัวเราะด้วยอารมณ์ดี

    คนทั้งสี่มองหน้ากัน ตีหน้าเลิ่กลั่ก
    เมื่อได้ยินหลวงปู่ดู่บอกว่า พวกตนที่มาหา...พาผีมาด้วย

    "ผีที่ไหนครับหลวงปู่"
    หนึ่งในสี่คนที่มาหาหลวงปู่
    ถามขึ้นด้วยความสงสัย

    "ยังไม่รู้อีกเรอะ"
    หลวงปู่ดู่หัวเราะด้วยอารมณ์ดี
    "ผีมันออกมาจากพระที่แขวนอยู่ที่คอน่ะสิ"
    คนทั้งสี่ที่มาหาหลวงปู่ดู่
    เป็นศิษย์ของ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง

    และทุกคนมีพระเครื่องที่หลวงปู่ทิมสร้าง แขวนอยู่บนคอ
    เช่น พระพรายเพชร พรายบัว (พระสององค์ติดกัน)

    พระพิมพ์สี่เหลี่ยมหัวโต...หรือพระเล็กๆ แบบสามเหลี่ยมเรียกนางพญา
    และพระขุนแผนเล็กและใหญ่
    บรรดาพระเครื่องที่เอ่ยนามมานี้
    นอกจากจะมีผงพระพุทธคุณแล้ว
    ยังผสม "#ผงผีพรายกุมาร" ที่ได้มาจากเด็กที่ #ตายทั้งกลม....

    คนทั้งสี่นำสร้อยคอที่แขวนพระที่มีส่วนผสมของผงพรายกุมาร
    ให้หลวงปู่ดู่ หลวงปู่นั่งหลับตาชั่วครู่ใหญ่บอกว่า
    "ของเขาแรงใช้ได้ดีทีเดียว แต่ดูเหมือนผู้สร้าง..ได้เสีย..เสียแล้ว"

    "ครับ...เป็นพระเครื่องของท่านหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ที่ได้สร้างขึ้น
    และหลวงปู่ทิมได้มรณภาพมากว่า ๒ ปีแล้ว..."
    นายเบิ้ม พบร่มเย็น บอกแก่หลวงปู่ดู่...

    คนทั้งสี่อัศจรรย์ใจที่หลวงปู่ดู่ท่านรู้ว่า
    ที่คอของพวกตน มีพระเครื่องที่ท่านหลวงปู่ทิม
    ใช้ผงพระพุทธคุณ และผงพรายกุมารผสมป่นลงไป
    แล้วปลุกเสกสร้างเป็นองค์พระขึ้น
    คนทั้งสี่ที่มาหาหลวงปู่ดู่ จึงเคารพหลวงปู่ดู่ยิ่ง
    ทั้งสี่คนนั่งคุยกับหลวงปู่ดู่ครู่ใหญ่

    ชินพร ศิษย์เอกของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ถามหลวงปู่ดู่ว่า...
    "ท่านหลวงปู่ทิม อาจารย์ของผม
    เป็นพระเถระที่ยึดมั่นพระธรรม และพระวินัยของพระพุทธองค์อย่างเคร่งครัด
    ไม่ยินดียินร้ายในรูป รส กลิ่น เสียง และถือสันโดษ
    เป็นพระภิกษุที่มีศีลลาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส
    หลวงปู่ทิมได้สร้างพระเครื่องโดยมีผงพรายกุมาร
    ที่ท่านทำมาจากเด็กตายทั้งกลมจากท้องมารดา
    การกระทำของหลวงปู่ทิม จะเป็นบาปหรือไม่"

    หลวงปู่ดู่ "ไม่บาป การที่ไม่บาปเป็นเพราะว่า
    เด็กที่อยู่ในท้องแม่ยังไม่เกิดเป็นตัวตน
    คือยังไม่มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ยังไม่มีวิญญาณ
    และแม่เด็กก็ได้ตายไปแล้ว
    ซึ่งแม่เด็กและเด็ก ก็จะกลับสู่สภาพเดิม
    คือ เป็นผงธุลีไป"

    หลวงปู่หยุดเล็กน้อย
    "การที่ถามว่า เอาหัวกระโหลกเด็กที่อยู่ในท้องของแม่
    ที่ตายทั้งกลมมาทำของ
    จะบาปไหม...เรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน
    เด็กที่อยู่ในท้องของแม่ที่ตายทั้งกลมนั้น
    อยู่ในลักษณะที่ว่า ไม่มีตัวตน ไม่มีวิญญาณที่จะไปเกิด
    สภาพของเด็กที่อยู่ในท้องของแม่ที่ตายทั้งกลม
    จึงเหมือนกับก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง
    และถ้านำเด็กที่อยู่ในท้องของแม่ที่ตายทั้งกลมมาปลุกเสกด้วยอาคม
    และปลุกเสกด้วยธาตุทั้งสี่ คือ #ดิน #น้ำ #ลม #ไฟ
    ก็จะอยู่ในลักษณะหนึ่งที่ทางไสยศาสตร์เรียกว่า
    ภูติ หรือ มหาภูติ
    และถ้าเราเอาตัว ภูติ ที่ปลุกเสกด้วยอาคมและธาตุทั้งสี่มาทำของ
    ของนั้นก็จะมีอิทธิฤทธิ์ยิ่ง.."

    คำอธิบายของหลวงปู่ดู่
    ทำให้คุณชินพรและพวกหายข้องใจ
    ในเรื่องที่นำเด็กในท้องของแม่ที่ตายทั้งกลมมาปลุกเสก
    แล้วป่นทำเป็นผงนำไปผสมกับผงพระพุทธคุณ
    แล้วนำไปสร้างพระ...หรืออุดผงนี้ลงที่ด้ามมีดหมอ
    หรือนำผงนี้อุดที่องค์พระที่สร้างขึ้น
    บรรดาคนทั่วไป มักจะเรียกผงนี้ว่า ผงพรายกุมาร
    ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เป็น #พระเถระที่จิตกล้าแข็งสามารถที่จะล่วงรู้จิต และความเป็นมาของผู้อื่นได้

    FB_IMG_1571201984433.jpg
    FB_IMG_1571202010075.jpg FB_IMG_1571201992044.jpg FB_IMG_1571201984433.jpg FB_IMG_1571202031725.jpg FB_IMG_1571202029553.jpg FB_IMG_1571202027428.jpg FB_IMG_1571202025124.jpg
     
  2. montrik

    montrik แดง แดนอุทัย สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2008
    โพสต์:
    7,439
    กระทู้เรื่องเด่น:
    30
    ค่าพลัง:
    +8,131
    ๔๔ ปี คล้ายวันมรณภาพ
    FB_IMG_1571211435401.jpg
    "หลวงปู่ทิม อิสริโก "
    .......................

    วันที่ ๑๖ ตุลาคม น้อมรำลึกวันคล้ายวันมรณภาพ

    หลวงปู่ทิม ท่านเป็นพระปฏิบัติมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูป-รส-กลิ่น-เสียง ท่านฉันอาหารเจ ไม่ยอมฉันแม้กระทั่งน้ำปลา ท่านฉันอาหารมื้อเดียว อาหารส่วนใหญ่ที่ท่านฉัน ส่วนมากจะเป็นผัก ถั่วหรือเส้นแกงร้อน น้ำพริกกับเกลือป่นท่านได้ปฏิบัติเช่นนี้มาเป็นเวลาเกือบ ๕o ปี แต่ร่างกายของท่านก็ยังแข็งแรงอ้วนท้วมสมบูรณ์ อาจจะเป็นเพราะบุญบารมีที่ท่านได้สร้างสะสมมาในอดีต จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ท่านเจริญอายุจนถึง๙๖ ปี จึงได้มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อวันที่๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลา ๒๓.๐๙น. ที่วัดละหารไร่ และทางคณะศิษย์ได้จัดให้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปแล้วเมือวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยสังขารของหลวงปู่ท่านไม่เน่าไม่เปื่อยเพียงแต่แห้งไปเพียงเท่านั้น โดยในวันพระราชทานเพลิงเกิดเหตุอัศจรรย์คือสังขารท่านเผาไม่ไหม้ “ไหม้หัวดับที่เท้า ไหม้เท้าดับที่หัว”
    จึงเรียกให้ลูกศิษย์มาทำน้ำมนต์ตามตำราของท่านที่สั่งเสียไว้ก่อนมรณภาพ รดแล้วจึงเผาไหม้ ซึ่งเป็นคำถ่ายทอดจาก อ.เพียรวิทย์ ได้บอกเล่าเหตุการณ์นี้ไว้
    ในการพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ ได้มีลูกศิษย์หลายคนโดยเฉพาะ โยมสาย แก้วสว่าง, อ.เพียรวิทย์ จารุสถิติ , ช่างมงคล นาคแพน ได้บวชหน้าไฟให้หลวงปู่ทิม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่หลวงปู่ทิม ในครั้งนั้นด้วย

    ..........................

    บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ "คนเก่าเล่าเรื่อง หลวงปู่ทิม อิสริโก"
    ...........

    เขียน / เรียบเรียง โดย : แชมป์คุงซ์
    ..........
    Cr. ข้อมูลและภาพประกอบบทความ อ.เพียรวิทย์ จารุสถิติ
     

แชร์หน้านี้

Loading...