รู้คือไม่รู้

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย L2R1, 15 ตุลาคม 2019.

  1. L2R1

    L2R1 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2019
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดมา ชีวิตครอบครัวไม่สมบูรณ์แบบพ่อแม่แยกทางกันบางครั้งก็เห็นความรุ่นแรงในครอบครัวมาตั้งแต่เด็กบอกก่อนว่าผมมีฝาแฝด จนอายุ15
    มีโอกาสได้ไปปฏิบัติกรรมฐานนะวัดแห่งหนึ่ง ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรคือปฎิบัติไปเชยๆ แต่เพราะอะไรก็ไม่ทราบ ผ่านไปแค่ 3คืน ผมเริ่มกำหนดจิตรู้ได้โดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร สามารถรับรู้ได้ว่าฝนจะตกตอนไหนและหยุดตกตอนไหน ในบางครั้งนึกสนุกกำหนดจิตตัวเองไปใส่ในร่างคนอื่นก็สามารถเห็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว
    หรือกำลังจะเกิดขึ้นได้เป็นบางเหตุการณ์นะคับ ไม่ใช่ทั้งหมด จากนั้นถึงได้เริ่มหาหนังสือการธุรดงของพระอาจารย์ท่านต่างๆมาอ่าน ก็เริ่มรู้ว่าสิ่งที่เรามีอาจจะเป็นฌานก็ได้ แต่ก็มีความส่งสัยอีกว่าทำไมโลกเรามีหลายศาสนาจัง ก็เริ่มศึกษาศาสนาที่ใกล้เคียงกับเราอย่างฮินดู
    ศึกษาไปก็สนุกดีนะคับ เพราะส่วนใหญ่เขาบอกถูกแต่งเพื่ออิธิพลทางการเมืองบาง เหมือนที่เขาแยกนิกายกัน จนเรากลับมาจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
    สรุปโลกเรามันมีจิงไหมโลกหลังความตายนะ

    รุ้สึกมืดมนอีกครั้งจนเริ่มกลับมาปฏิบัติอีกครั้ง
    แต่ครั้งนี่กลับต่างออกไป มันปฏิบัติยากกว่าเดิม
    แต่พอผ่านมาได้ เราลองเพ่งดูในสิ่งที่เราส่งสัย
    คือสวรรค์นรกมีจริงไหม คำตอบกลับย้อนกลับมาที่เราคือถ้าเจ้าคิดว่ามันมีมันก็จะมี
    ถ้าคิดว่าไม่มีมันก็ไม่มี
    ทั้งหมดอยู่ที่ช่วงความคิด
    แล้วเราก็อยากรู้ถึงศาสนาอื่นๆว่ามันมีไหม
    แต่เรายังไม่ได้คำตอบ
    จนเราฝันว่าอยู่ที่แห่งหนึ่งที่นั้นเราไม่กล้าพูดว่าใช่สวรรค์ไหม แต่เรามีความฝันอีกอย่างที่ตรงกับคนส่วนใหญ่ที่เคยไปสวรรค์ แต่ในครั้งนี้มันเหมือนศูนย์กลางมีคนเดินไปมาก่อนจะมีคนมีอ่อร่าสีฟ้าสีทองผ่านมา สีทองคือพระก็มานั่งเทศให้ลูกศิษย์ฟัง
    ส่วนสีฟ้าคือแนวเทพฮินดูก็มาหาสาวกตัวเอง
    เราที่กำลังมองไปทางเทพฮินดู เขาพูดกับเราว่า
    ท่านเป็นพุทธมามกะ เหตุใดจึงเห็นเราเหตุใดจึงสื่อกับเราได้ ผมก็งงสิครับ จากนั้นก็ตื่นจนคิดว่ามันเป็นแค่ฝัน จนเมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสไปถือศีลปฏิบัติธรรม ได้นั่งสมาธิเพ่งกสินน้ำเพราะพระอาจารย์ที่รู้จักท่านบอกเรากสินน้ำ
    เพ่งจนรู้สึกว่าจิตสงบกับเกิดเห็นภาพตัวเอง
    นั่งสมาธิลอยอยู่ในอากาศ มองหาพื้นไม่เจอเห็นแต่สีฟ้าๆความรูู้สึกตอนนั้นมันสบายมากๆ แต่มันยังมีอีกความรุ้สึกคือรู้สึกหนักมากๆจากอีกทางเรารู้ได้ทันที่ว่าที่หนักคือกายยาบ ตอนนั้นคิดได้ว่าเราคงอยู่แบบนี้ได้ไม่นานเลยนึกถึงเรื่องที่อยากรู้ตอนนั้นไม่ต้องเพ่ง อะไรอยู่ๆทุกสิ่งอย่างก็ไหลเข้ามาในหัวจนจำได้ไม่หมด สุดท้ายใช่สิ่งที่เรารู้มาคือเรารับรู้แต่ไม่ได้คิดตามคือแค่รูู้
    ในตอนนั้นในจิตเรารูู้ได้เลยว่ามีนรกมีสวรรค์มีศาสนาทุกศาสนาและทุกศาสนามีศาสดา
    ทุกอย่างมันอยูู่ที่เราเลือกว่าจะเชื่อแบบไหน
    ตอนตายเราก็จะไปตามความเชื่อนั้น
    จากนั้นผมก็หลุดออกจากสมาธิ สุดท้ายผมได้แต่พูดกับตัวเองเป็นเพลงเลย
    !ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ!
    #ผมสาบานว่าที่เรามาคือเรื่องจริง อยากปรึกษาท่านทั้งหลายเห็นว่าเป็นเช่นไรบ้าง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 ตุลาคม 2019
  2. นักบุญภาคอีสาน

    นักบุญภาคอีสาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 เมษายน 2008
    โพสต์:
    192
    ค่าพลัง:
    +334
    เห็นด้วยครับ ทุกอย่างอยู่ที่ความคิด และเชื่อในความคิดตัวเอง
     
  3. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    469
    ค่าพลัง:
    +167
    พุทธศาสนา ไม่ได้ใช้ "ความเชื่อ"

    จึง...เหนือ ..ความเชื่อ ไม่มีกำหนดหมาย

    จขกท ต้องกลัดกระดุมเม็ดแรกให้แน่น

    อย่าให้ผิดช่อง ผิดลำดับ

    " เชื่อ " เปน สิ่งหนึ่งที่เกืดขึ้นเพราะ
    เหตุปัจจัย เช่น รูป นาม อะไรอย่าง
    ใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอิงอาสัย วัตถุธาตุ
    4 อย่างคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

    เมื่อ ที่ใดยังมี ดิน น้ำ ลม ไฟ จขกท
    กลัดกระดุมเม็ดแรกถูก จะเหนเลย
    ว่า..ความเชื่อ เกิดลอยๆ ไม่ได้ ต้อง
    อิงอาสัย ดิน น้ำ ลม ไฟ แน่นอน

    เช่น ความเชื่อ นิพพาน เปน เมืองขวด

    ขวดใสๆ ก้ยังมี ดิน น้ำ ลม ไฟ แสดง
    ปริเฉทเปน ปรมัตถธรรม

    ดังนั้น นิพพาน เปน เมิองขวด ยัง
    จัดว่า เปนความเชื่อ หาเบื้องต้น
    พรหมจรรยพุทธ ไม่เจอ

    นะ

    ถ้า กลัดกระดุมถูก กระดุมเม็ดที่สอง
    จขกท จะไม่ต้องกลัดให้เมื้อยตุ้ม

    หาก สามารถเหน ความดับของเหตุ
    เหล่านั้น ได้

    ธาตุ ที่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เข้าไปตั้งไม่ได้

    ความเชื่อ ย่อมดับ ใน ธาตุนั้นๆ

    พุทธศาสนา จึง เหนือ เชื่อตามๆกันไป

    เรียกว่า ตรัสรู้โดยชอบ
     
  4. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,245
    ค่าพลัง:
    +8,969
    +++ "รู้คือไม่รู้" ของ L2R1 นั้น "เป็น รู้ แบบอัตตา"
    +++ ไม่ใช่ "สภาวะรู้" แบบ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
    +++ และ "ไม่ใช่" การหยั่งรู้ (ญาณ/วิชชา) ในพุทธศาสนา

    +++ เช่น ในท่อนนี้
    +++ ตรงนี้ "ไม่จริง" คำตอบที่แท้จริง แบบพุทธศาสนา คือ
    +++ "มันมี อย่างที่มันมี" ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ความคิด"

    +++ ตรง "คำตอบกลับย้อนกลับมาที่เรา" ของคุณ ตรงนั้น
    +++ คุณ L2R1 อาจยังไม่รู้จัก "วจีจิตตะสังขารขันธ์"
    +++ "คำตอบกลับย้อนกลับมา" ของคุณ เป็นอาการของมัน
    +++ ค่อย ๆ หาอาการของ "วจีจิตตะสังขาร" ดูนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...