รู้สึกยังไงกับหนังเรื่อง "ศพไม่เงียบ "

ในห้อง 'พุทธศาสนากับคนดัง' ตั้งกระทู้โดย sixsenseman, 7 เมษายน 2011.

  1. sixsenseman

    sixsenseman Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +40
    เมื่อวานเพิ่งไปดูมาเลยอยากทราบว่าเพื่อนๆพี่ๆ ในบอร์ดคนไหนได้ดูแล้วรู้สึกยังไง
    [​IMG]

    เรื่องย่อ ศพไม่เงียบ

    เมื่อเด็กจรจัดในโครงการมูลนิธิสำหรับเด็กไร้บ้านภายในวัดเกิดถูกฆ่าตาย และตำรวจไม่ได้ให้ความสนใจในคดีนี้ ท่านเจ้าอาวาสจึงให้หลวงพ่ออนันดาซึ่งเคยเป็นอดีตตำรวจสืบสวนคดีฆาตกรรมมาก่อนพร้อมได้ร่วมมือกับลูกศิษย์ที่เป็นปอลิโอเด็กกำพร้าที่ชื่อแจ๊ค ค้นหาสาเหตุและคดีฆาตกรรมในครั้งนี้ จนในที่สุดหลวงพ่ออนันดาได้เปิดโปงผู้ที่กระทำผิดและฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังได้สำเร็จ

    ศพ ฆาตกรรม ตำรวจ ยาเสพติด พระนักสืบ มารศาสนา ทุกความจริง ต้องถูกเปิดเผย!! มาร่วมเปิดโปง ไขความจริง ของคดีฆาตกรรมอำพราง ใน ศพไม่เงียบ 6 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

    ที่มาเรื่องย่อ www.kapook.com
     
  2. Scorpius

    Scorpius เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    844
    ค่าพลัง:
    +641
    Trailer เรื่องนี้ ดูน่ากลัวครับ แต่น่าสนใจมาก มีบางกระแสบอกว่า ไม่ชอบที่นำพระสงฆ์มาเป็นประเด็นในการนำเสนอ

    แต่สำหรับผม คิดว่า เป็นหนังที่น่าสนใจมากเชียวละ แต่ไม่รู้ว่าจะโดนแบนไหม
     
  3. ธรรมาว่างเปล่า

    ธรรมาว่างเปล่า Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    55
    ค่าพลัง:
    +25
    เฉยๆ หากินกับศาสนา ใจจริงขอคนทำไม่ได้ทำเพื่อศาสนาอยู่แล้ว เหมือนภาพภิกษุสันดารกา เพื่อรางวัลและเงิน จะส่งเสริมศาสนาหรือซ้ำเติมก็ไม่รู้
     
  4. rak-dee001

    rak-dee001 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    154
    ค่าพลัง:
    +481
    ถึงแม้ว่าเรื่องพวกนี้มันจะเกิดจริงในหมู่คณะสงฆ์แต่มันก็เป็นส่วนน้อย...ที่ทางคณะสงฆ์ต้องมีมาตราการจัดการเองได้...แต่พอมีภาพยนต์เรื่องนี้ออกมาตีแผ่มันก็เหมือนดาบสองคม...อาจสั่นคอนถึงความรู้สึกของคนไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหณ่นะคับ
     
  5. peerayuth

    peerayuth เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    627
    ค่าพลัง:
    +1,000
    ไม่ชอบเลยที่เอาเรื่องของพระสงฆ์องค์เจ้ามาทำเป็นหนังแนวนี้ :(
     
  6. wat2518

    wat2518 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +147
    พอเถอะคุณท่านทั้งหลาย พระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไรพระพุทธองค์ได้ตรัสเอาไว้แล้ว
    คุณอย่าเอาศาสนามาหากินสร้างหนังเป็นบันไดเพื่อจะได้รับรางวัล โน่น นี่ นั่น แม้กระทั่ง
    หนังไทยแนวตลกบางเรื่อง อย่าได้ทำมาอีกเลย อย่างฉากพระสงฆ์วิ่งหนีผี คุณสร้างมา
    เอามันอย่างเดียว โดยมิได้คำนึงถึงคนต่างศาสนาจะมองอย่างไร พระสงฆ์เป็นผู้ประกาศ
    ศาสนาแทนองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เปรียบเสมือนลูกพระพุทธเจ้าก็ว่าได้ เรียกว่า
    พุทธบุตร เพราะฉะนั้นการที่สื่อภาพยนต์หรือละครทีวี ที่จะมานำเสนอเกี่ยวกับศาสนาหรือพระสงฆ์ต้องไตร่ตรองคิดให้รอบคอบ ยกตัวอย่างเช่น คนนี้เคยเป็นคนไม่ดีคิดกลับตัวกลับ
    กลับใจมาบวชเพื่อช่วยเหลือพระพุทธศาสนา หรือมีฉากใส่บาตรที่มองดูแล้วอิ่มบุญไปเลย
    คิดว่าน่าจะประมาณนี้ เอาคร่าวๆแค่นี้ หยุดเถอะขอร้องอย่าเอาศาสนาพุทธมาเป็นเรื่องตลก
    ให้คนมานั่งหัวเราะเล่นดีไม่ดีจะเป็นบาปกับคนที่หัวเราะโดยไม่รู้ตัว
     
  7. ลมไหว

    ลมไหว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    28
    ค่าพลัง:
    +9
    ไม่ทราบว่าภาพยนต์เรื่องนี้ ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมตรงไหนครับ ขอข้อมูลหน่อย
     
  8. randonrof

    randonrof สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    0
    ค่าพลัง:
    +0
    ภาพลักษณ์ และภาพพจน์

    สิ่งที่ทำให้ศาสนาเสื่อม ก็คือคนในศาสนานั้นเอง มากกว่าคนนอกศาสนา ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการหากินกับศาสนา จะมาตีแผ่สังคมด้วยหนังหรือ ถามเจนาคนสร้างดีกว่าว่าต้องการ จรรโลงสังคมจริงหรือ ผมคิดว่าคงไม่มีคนไปนั่งชม และเสียตังค์เพื่อดูการจรรโลงสังคมหรือดูแง่คิดของหนังหรอกนะครับ เจตนาของการสร้างหนังคือ เพื่อความเพลิดเพลิน น่าติดตาม โดยการนำ ผู้นำศาสนามาเป็นตัวละคร ดึงเรื่องราวทางโลกเข้ามาทางธรรม แล้วผลประโยชน์ตกถึงใครหรือครับ เคยมีการนำเงินค่าดูหนังไปบริจาควัดใดหรือครับ หรือหนังจะช่วยให้จับคนร้ายได้มากขึ้นหรือเปล่า ครั้งหนึ่งมีคนแก่เคยเล่าให้ผมฟังว่าการได้เจอผีหรือเปรต แสดงว่าเราเป็นคนดี มากด้วยบุญบารมีเขาจึงมาขอส่วนบุญ แต่พอหนังผีเยอะเข้าภาพลักษณ์ของผีกลายเป็นเรื่องน่ากลัว น่าสะอิดสะเอียด ไปซะ แล้ววันหนึ่งคงมีหนังที่มีพระไปเกี่ยวข้องกันทุกเรื่อง เพื่อแสดงออกว่าหนังที่มีพระแสดงคือหนังไทย หรือเปล่าครับท่าน (ระวังเรื่องการเลียนแบบสงฆ์นะครับ...เปรตสถานเดียวนะ)
     
  9. miu-miu

    miu-miu สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +3
    ขอแสดงความคิดเห็นด้วยหน่อยนะค่ะ....
    ส่วนตัวคิดว่าหนัง หรือภาพยนตร์เป็นการแสดงเพื่อให้ความบันเทิงเท่านั้น แต่ก็แฝงแง่คิดและบางมุมมองของสังคมไทยไว้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสีย อันนี้ต้องใช้วิจารณญาณและทัศนคติของท่านผู้ชมเอง อย่างเช่น ละครดอกส้มสีทอง บางคนก็ดูละครเรื่องนี้แล้วรับไม่ได้ จริงอยู่ ละครเรื่องนี้สะท้อนถึงสังคมที่รุนแรง แต่ก็เป็นเรื่องจริงในสังคมไทยที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแตกแยกในครอบครัว การมีภรรยาน้อย ควรดูให้เกิดแง่คิด มิใช่ปฏิเสธความจริงที่ละครสะท้อนปัญหาสังคมออกมาให้เห็น
    ส่วนตัวแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่ได้รับชม จึงมิบังอาจที่จะมาแสดงความคิดเห็นได้ จึงขอที่จะแสดงความคิดเห็นไว้เท่านี้
     
  10. jowpoy

    jowpoy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    326
    ค่าพลัง:
    +758
    มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในยุคกึ่งพุทธกาล ที่เราต่างไม่ยอมรับว่ามันมีจริง บางคนรู้ แต่ปกปิด บ้างกลัวบาป บ้างกลัวเขาไม่ศรัทธาในพระศาสนา บางคนอาจไม่ชอบหนังเรื่องนี้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกัยพระพุทธศาสนา แต่ลองถามกลับไปว่า เรื่องแบบนี้ มันมีอยู่ในสังคม จริงหรือไม่ อย่างไร ยอมเปิดใจ ยอมรับในเจตนาที่เขาทำหนังเพื่อ สะท้อน เพื่อตีแผ่ ความจริง เพื่อให้หาทางป้องกัน มิใช่การดูถูกหรือเหยียดหยามพระศาสนา
     
  11. Chang_oncb

    Chang_oncb ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    12,361
    ค่าพลัง:
    +80,203
    "กรรม" อำนาจของจักรวาล

    สรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เกิดมาแล้วล้วนแล้วถูกกำหนดโดย “กรรม” คือการกระทำในอดีตชาติ ทั้งกรรมดี ทั้งกรรมไม่ดี ปรับ ปรุง แต่ง ว่าสัตว์ตัวนั้น จะได้รับโปรแกรม แต่ง เติม เสริมต่อ อย่างไร ว่าจะได้รับผลกรรมอย่างใดบ้าง เริ่มแต่รูปพรรณ ผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตา พรสวรรค์ สติ ปัญญา เริ่มแต่ก่อตัวอยู่ในครรภ์มารดา โปรแกรมก็เริ่มทำงานแล้ว มารดาบางคนยากจนค้นแค้น แม้ตั้งครรภ์อยู่ก็ต้องออกไปรับจ้างแบกหาม เพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง อดบ้าง อิ่มบ้าง กรรมของมารดาย่อมมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์มารดา มารดาบางคนมีฐานะดีก็เพียงนั่งกิน นอนกิน ไม่ต้องทำอะไรมีผู้รับใช้อยู่รอบกาย เมื่อถือกำเนิดเกิดมาอีกคนหนึ่งยากจนเรียนโรงเรียนวัด แต่อีกคนหนึ่งเรียนโรงเรียนสาธิต เพียงเท่านี้ก็ย่อมเห็นความแตกต่าง ของผู้จะมาเกิด
    โปรแกรมของกรรมจะเริ่มแต่อยู่ในท้องจนตาย ตายแล้วโปรแกรมก็ยังทำงานของมันต่อ หมุนเวียนเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด พระพุทธเจ้าท่านได้พบสัจจะธรรม จึงได้สอนให้ผู้มีปัญญาว่า “กรรมชั่ว อย่าทำเลย เสียดีกว่า” หรือ “กรรมใดทำแล้ว ใจเป็นทุกข์ อย่าทำเสียดีกว่า” หรือถ้าอยากพ้นทุกข์ก็จงหยุดการเวียนว่าย ตายเกิด แล้วไปนิพพาน แต่สัตว์ที่เรียกว่า “มนุษย์” อาจจะโชคดีหน่อยที่สามารถเปลี่ยน แปลง โปรแกรม นั้นได้ ขึ้นอยู่ว่า มนุษย์ผู้นั้นมีความเข้าใจ คำสอนของศาสนาที่ตนนับถืออยู่หรือไม่ ว่าแก่นแท้ ศาสดาของตน “สอนอะไร” เมื่อได้ศึกษาแล้ว เกิด ปัญญาเห็นแจ้งตามคำสอนหรือไม่ สามารถทนต่อกิเลส ตัณหาของท่านพญามาร ที่มาคอยหลอก คอยล่อ คอยลวง คอยชักจูงอยู่ข้างกายได้หรือไม่ หากมีโอกาสไม่ว่าดี หรือไม่ว่าร้ายมาอยู่ต่อหน้าจะฉวยโอกาสนั้น หรือไม่ หากรู้เท่าทัน หากเกิดสติ โปรแกรม อาจถูกเปลี่ยนแปลง ได้ชั่วพริบตา ในขณะนั้น และเวลานั้น ขึ้นอยู่กับสติ ปัญญาจริง ๆ และต้องตัดสินใจ เดี๋ยวนั้น เวลานั้น แต่เครื่องมือของพญามารท่านก็ร้ายแรงมาก นั่นคือ “ความโกรธ โมโห ความเครียด “ ครูบา อาจารย์จึงได้เน้นมากในการป้องกันอาวุธของท่านพญามาร คือต้องมีสติ ตัวรู้ ต้องมี อุเบกขา ตัววางเฉย หรือบางท่านก็สอนแบบง่าย ๆ ให้นับ ๑ – ๑๐ นับสั้น ๆ แต่หลายตลบ เพื่อเรียก สติ กลับคืนมาก่อนตัดสินใจ
    ตัวอย่างเรื่องจริง มีอยู่ว่า นายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบ มีลูกมี ๒ คน น่ารัก มีภรรยาทีดีเพรียบพร้อม ในด้านการทำงาน ขับรถอยู่ในซอยเล็ก ค่อนข้างจะแคบ แต่หากค่อย ๆ ขยับ ก็สามารถส่วนกันได้ ในขณะนั้นก็มีรถอีกคันหนึ่งวิ่งสวนมา เป็นผู้พิพากษา ลูกพ่อค้ามีฐานะ มีภรรยา และลูกที่กำลังมีอนาคต ก็แต่งกายแบบชาวบ้านธรรมดา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ถือทิฐิ นึกว่าตัวเองนั้น ยศใหญ่ ตำแหน่งใหญ่ ย่อมมีความเป็นมนุษย์สูงกว่า ผู้ที่มียศน้อย ตำแหน่งน้อย หรือพวกไม่มีตำแหน่งอย่างชาวบ้าน วางอำนาจเข้าใส่กัน กูต้องใหญ่กว่ามึง มึงต้องหลบให้กู อีกฝ่ายก็คิดไม่แตกต่างกัน เริ่มจาก ถก เถียง ด่า ทอ จนท่านพญามารเห็นเช่นนั้น เป็นโอกาส ท่านไปกระซิบข้างหูทั้งสองคนนั้นว่าปืนที่มีอยู่ในรถเอาวางไว้เฉย ๆ ทำไม เอาออกมายิงมันเลย ยอมมันทำไมเราใหญ่กว่ามัน มันต้องก้มหัวให้เรา จนสองฝ่าย ผู้ที่กำลังเกิดความโกรธ ความโมโห ความเครียด ขาดสติ ปัญญา การรู้เท่าทัน ในอารมณ์ ได้หยิบอาวุธมายิงใส่กัน แต่นายตำรวจใหญ่ ยิงแม่นกว่า ผู้พิพากษาตาย ในที่เกิดเหตุ นายตำรวจใหญ่บาดเจ็บพิการ และติดคุก ๒๕ ปี
    หากสามารถย้อนเวลาหาอดีตได้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านทั้งสองจะต้องเลือกหนทางของการเอื้อเฟื้อเผื่อแพร่ พึ่งพาอาศัยกัน ยิ้มแย้ม แจ่มใส
    กล่าวขอโทษ แม้จะเป็นฝ่ายถูก แล้ววันนั้นทั้งสองฝ่ายก็คงไปนั่งทานอาหาร ดูทีวีกับครอบครัวอย่างมีความสุข สุดท้ายนี้ขอยกพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาวิสัชชนา “กรรมใดทำแล้ว เป็นทุกข์อย่าทำเลยเสียดีกว่า โดยเฉพาะ อย่าทำบาปทำกรรม เพราะเห็นแก่กิน” เอวังกิ่ม [www.marateebook.com]

    [​IMG]
     
  12. interestor

    interestor สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +8
    พระพุทธองค์ทรงสอนว่า ให้พิจารณาตามความเป็นจริง ฉะนั้นจะกลัวอะไรกับความจริง ถ้าไม่มีก็คงไม่เป็นหนัง สำคัญว่าสิ่งที่หนังสร้างขึ้นมายังน้อยกว่าที่มีจริง ผมสัมผัสมามากล้วนแล้วแต่คนห่มเหลืองที่ทำให้ความศรัทธาเสื่อม ไม่ใช่ศาสนาเสื่อมครับ
     
  13. พระดร

    พระดร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    106
    ค่าพลัง:
    +49
    เห็นด้วย
     
  14. porntips

    porntips เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    970
    ค่าพลัง:
    +2,416
    ไม่เกี่ยวกับหนังหรอกกับคำว่าทำให้เสื่อม
     
  15. SkyFairy2

    SkyFairy2 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +2
    กล่องเสียง ovale นิโครติน ขนาด High ขวด 10CC เท่ากับบุหรี่ 8.5 ซอง หากขวดนึงเราใช้ 8.5 วันครึ่งถือว่าได้นิโครติน เท่ากับได้นิโครติน เท่ากับสูบบุหรี่จริงวันละซอง joyetech ส่วนแบตสมัยเก่าที่ตอนนี้น่าจะเลิกใช้ไปแล้ว คือ เมทัลไฮดรายด์ ซึ่ง "จำเป็น" จะต้องใช้ให้หมดเกลี้ยงก่อนแล้วจึงชาร์จ ถ้าไม่หมดจะต้องมีการ Discharge ให้มันหมดก่อน เพราะแบตชนิดนี้ สมมุติว่าเหลือ 30% แล้วนำไปชาร์จ (โดยไม่ discharge) มันจะจำว่า 30% คือตำแหน่งที่แบตหมด (บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ใช้แบตแบบนี้นะครับ ไม่ต้องกังวล) บุหรี่ไฟฟ้า อัตราบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยา แพงกว่าในเดือนแรก เดือนที่ 2 เป็นต้นไป ต้นทุนจะค่อย ๆ ลดลง จนในเดือนที่ 3 ต้นทุนจะถูกกว่าครึ่งของดูดบุหรี่จริง ovale ราคา เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆทั้งในไทยและต่างประเทศ จากนวัตกรรมใหม่ๆ และดีไซด์ทันสมัย ที่ตรงต่อความต้องการของผู้ที่อยากเลิกบุหรี่ เพื่อสุขภาพของตนเองและคนที่คุณรัก ด้วยการทดลองใช้ บุหรี่ไฟฟ้า คุณภาพจาก ovale สาร PG ที่ว่านี้เป็นสารที่ใช้เป็นตัวทำละลายระดับ Food-Grade ให้แก่สารตัวอื่นทั้งหมด ให้สามาราถอยู่รวมตัวกันได้ กันการตกตะกอนเมื่อทิ้งไว้นานๆ PG เป็นสารที่อยู่ในเครื่องสำอางค์แทบทุกชนิด รวมทั้งแชมพู สบู่ โฟมล้างหน้า หรือแม้กระทั่งลูกอม ก็มีสารที่ว่านี้เช่นกัน
     
  16. Putter224

    Putter224 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +0
    หลอดลม. หลอดอาหาร อัตราบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยา แพงกว่าในเดือนแรก เดือนที่ 2 เป็นต้นไป ต้นทุนจะค่อย ๆ ลดลง จนในเดือนที่ 3 ต้นทุนจะถูกกว่าครึ่งของดูดบุหรี่จริง บุหรี่ไฟฟ้า ovale คาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ เกิดการขาดออกซิเจน ทำให้ มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ ก๊าซพิษ ทำลายเยื่อบุผิวหลอดลมส่วนต้น ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นบ่อยโดยเฉพาะตอน เช้า ovale กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ ร้อยละ 50 ของน้ำมันดิน จะไปจับที่ปอด เกิดระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี่ที่จะสร้างความรู้สึกเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ joyetech หากคุณต้องการเลิกบุหรี่ในทันทีไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ คุณสามารถลดปริมาณนิโคตินลงได้ทีละน้อยจนไม่มีนิโคตินเลย หรือหากคุณต้องการสุขภาพที่ดีของคุณและคนรอบข้างบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทดแทนการสูบบุหรี่จริงได้ บุหรี่ไฟฟ้า ขอยืนยันว่า E-Liquid ทางเราผลิตและบรรจุขวดจากโรงงาน Dekang ไม่มีการปลอมแปลงหรือบรรจุขวดเองโดยเด็ดขาด
     

แชร์หน้านี้

Loading...