รู้แล้วลด โรตีบอย

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย paang, 6 มิถุนายน 2006.

  1. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    [​IMG]

    เมื่อพูดถึงขนมยอดฮิตที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่วัยรุ่นเมืองกรุงช่วงนี้คงไม่พ้นขนมปังก้อนกลมๆ ราดหน้าซึ่งมีกลิ่นหอม หลายรสชาติ ดึงดูดใจวัยโจ๋และคนที่สัญจรผ่านไปมาหน้าร้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรียกกันติดปากตามยี่ห้อทั้งมิสเตอร์บัน โรตีบอย หรือร็อตตี้บอย ความจริงแล้วก็คือเม็กซิกันบันนั่นเอง จากข้อมูลสุขภาพที่เก็บตกมาจากงาน "ภัยขนมกรุบกรอบ ทำร้ายสุขภาพเด็กไทย" ซึ่งทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจัดขึ้น พบว่าเม็กซิกันบันที่กำลังเป็นขนมขึ้นชื่อลือชานั้น นอกจากจะไม่ได้ให้ประโยชน์กับร่างกายแล้วยังสามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆเช่นเบาหวาน ไขมันสุง ความดันสูง เส้นเลือดอุดตัน หัวใจขาดเลือด และโรคอ้วนตามมาได้

    เนื่องจากขนมเม็กซิกันบันมีปริมาณคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะไขมันสูงมาก โดยพบว่าปริมาณสารอาหารที่ได้รับต่อขนมปัง 1 ก้อนให้พลังงานสูงถึง 600 กิโลแคลอรี เมื่อเทียบปริมาณที่ควรได้รับอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน ปริมาณไขมันอยู่ที่ 32.5 กรัม คิดเป็นร้อยละ 50 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน (RDI) ไขมันอิ่มตัวอยู่ที่ 13.88 กรัม คิดเป็นร้อยละ 69 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คอเลสเตอรอลอยู่ที่ 117 มิลลิกรัม คิดเป็นร้อยละ 39 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ส่วนน้ำตาลอยู่ที่ 27.7 กรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ที่น้ำตาลไม่ควรเกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน ซึ่งถือว่าอันตรายมาก เพราะขนมเพียง 1 ชิ้น ให้ปริมาณไขมันอิ่มตัว น้ำตาลสูงอย่างมาก เมื่อนำไปคิดรวมกับปริมาณอาหารในมื้อหลักจะทำให้ปริมาณคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งอันตรายเพราะจะนำไปสู่โรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ หรือเบาหวานได้ หากทานเพียง 1 ก้อน ต้องวิ่งเร็วประมาณชั่วโมงครึ่ง หรือว่ายน้ำประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถเผาผลาญได้หมด

    ขณะที่ในต่างแดนทั้งประเทศทางแถบยุโรปและญี่ปุ่นต่างพร้อมใจกันเลิกนิยมบริโภคโรตีบอยเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะสาวๆ เพราะนอกจากค่าของคอเรสเตอรอลและไตรกรีเซอร์ไรด์จะสูงกว่าขนมปังธรรมดาถึง 200 เท่า แต่หากยังไม่หยุดกินเม็กซิกันบันโอกาสที่ปริมาณไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องและใต้แขนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเสียทั้งเงินทั้งบุคลิกภาพเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตามยังมีผู้บริโภคอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับอันตรายของการกินเนย น้ำตาลในปริมาณสูงซึ่งจะได้จากขนมปังชนิดนี้ ดังนั้นการเลือกรับประทานขนมครั้งต่อๆไปอาจจะต้องคิดก่อนซื้อสักนิด อย่าบ้าเห่อตามแฟชั่นเพื่อให้ไม่ตกเทรนด์จนถึงกับยอมเข้าคิวรอนานนับชั่วโมงเพียงเพื่อจะได้ชิมรสชาติของขนมที่ไม่มีคุณค่า ถึงรสชาติจะถูกปากแต่อาจลำบากกายและตายเพราะโรคอ้วนได้ถ้าไม่ระวัง


    ที่มา mcot.net
     
  2. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,432
    ค่าพลัง:
    +141,946
    โรตีบอยก้อนเดียวเท่าว่ายน้ำ2ชั่วโมง
    <HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->[​IMG]


    [​IMG]

    โรตีบอยก้อนเดียวเท่าว่ายน้ำ2ชั่วโมง


    นักวิจัยแฉ"โรตีบอย" หรือขนมเม็กซิกัน บัน สารอาหารสูงปรี๊ดเกินความต้องการ แค่ก้อนเดียวให้พลังงานถึง 600 กิโลแคลอรี ขณะที่น้ำตาลก็สูงเกินปริมาณที่ต้องการใน 1 วัน กิน 1 ก้อน ต้องวิ่งเร็วๆ นานถึงชั่วโมงครึ่ง หรือว่ายน้ำ 2 ชั่วโมง ถึงจะเผาผลาญอาหารได้หมด ส่วนขนมกรุบกรอบกว่า 700 ตัวอย่าง สารพัดยี่ห้อดัง มันฝรั่ง แป้งทอด เยลลี่ ลูกอม ช็อกโกแลต ปลาเส้น 90% เจอแต่ส่วนผสมหวานจัด มันเยิ้ม เค็มปี๋ พาเด็กไทยป่วยเบาหวาน ความดัน แถมส่วนใหญ่ไม่ติดกระทั่งฉลากโภชนาการ หมอชี้วิกฤต เด็ก 1 ใน 10 อ้วนอมโรค เด็กไทย 2 ล้านคนเป็นเบาหวาน เสี่ยงไตวาย เผชิญภาวะ"เมตาบอลิคซินโดรม" เสนออย.ติดฉลากโภชนาการขนม ให้ข้อมูลผู้บริโภค คุมโฆษณา หยุดขายน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวในโรงเรียน

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่โรงแรมเอเชีย ในการแถลงเรื่อง "ภัยขนมกรุบกรอบ ทำร้ายสุขภาพเด็กไทย" โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล หัวหน้าฝ่ายมนุษยโภชนา สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงผลการนำขนมและอาหารว่างประมาณ 700 ตัวอย่าง ที่จำหน่ายในท้องตลาดมาวิเคราะห์จากฉลากโภชนาการและส่วนประกอบ เพื่อให้ทราบคุณค่าทางโภชนาการ พบว่ามีเพียงร้อยละ 10 ของขนมทั้งหมดที่ผ่านเกณฑ์โภชนาการ แต่ก็ไม่ได้ผ่านทั้งหมด เพราะในร้อยละ 10 นั้น บางอย่างก็เค็มเกินไป หวานเกินไป โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มลูกอม หมากฝรั่ง เยลลี่ พบมีน้ำตาลและสารให้ความหวานอื่นๆ เป็นส่วนผสมจำนวนมาก 2.กลุ่มช็อกโกแลต มีไขมันกับน้ำตาลในปริมาณสูง 3.กลุ่มถั่วและเมล็ดพืช มีไขมันและโซเดียมมาก 4.กลุ่มปลาเส้นปรุงรสต่างๆ ปลาอบกรอบ แม้จะมีโปรตีน แต่มีโซเดียมสูง ยิ่งปรุงรสเข้มข้นก็ยิ่งมีโซเดียมมากขึ้น 5.กลุ่มมันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ ข้าวอบกรอบ ข้าวโพดอบกรอบ แป้งทอด จะเต็มไปด้วยโซเดียมและไขมัน

    "นอกจากขนมกรุบกรอบยังมีขนมปังประเภทเม็กซิกัน บัน ซึ่งมีกลิ่นหอม หลายรสชาติ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ จากการเก็บตัวอย่างพบว่าปริมาณคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะในส่วนของไขมันมีปริมาณสูงมาก พบว่าปริมาณสารอาหารที่ได้รับต่อขนมปัง 1 ก้อน ให้พลังงานสูง 600 กิโลแคลอรี เมื่อเทียบปริมาณที่ควรได้รับอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน ปริมาณไขมันอยู่ที่ 32.5 กรัม คิดเป็นร้อยละ 50 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน (RDI) ไขมันอิ่มตัวอยู่ที่ 13.88 กรัม คิดเป็นร้อยละ 69 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คอเลสเตอรอลอยู่ที่ 117 มิลลิกรัม คิดเป็นร้อยละ 39 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ส่วนน้ำตาลอยู่ที่ 27.7 กรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ที่น้ำตาลไม่ควรเกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน ซึ่งถือว่าอันตรายมาก เพราะขนมเพียง 1 ชิ้น ให้ปริมาณไขมันอิ่มตัว น้ำตาลสูงอย่างมาก เมื่อนำไปคิดรวมกับปริมาณอาหารในมื้อหลักจะทำให้ปริมาณคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งอันตรายเพราะจะนำไปสู่โรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ หรือเบาหวานได้ หากทานเพียง 1 ก้อน ต้องวิ่งเร็วประมาณชั่วโมงครึ่ง หรือว่ายน้ำประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถเผาผลาญได้หมด" รศ.ดร.ประไพศรีกล่าว

    รศ.ดร.ประไพศรี กล่าวต่อว่า ขนมกรุบกรอบกว่าร้อยละ 90 มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก และเต็มไปด้วยสารอาหารที่เกินพอดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เน้นความมันกับรสเค็ม จึงมีน้ำมันและโซเดียมหรือส่วนผสมที่ทำให้เกิดรสเค็มอย่างเกลือ ผงชูรส ซีอิ๊ว น้ำปลาปริมาณสูงมาก ทั้งๆ ที่เด็กไม่ควรได้รับโซเดียมจากขนม อาหารว่างเกิน 200 มิลลิกรัม น้ำมันไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน ตามเกณฑ์ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย แต่การศึกษาพบเด็กได้รับโซเดียมจากขนม มากกว่าเกณฑ์ 3-4 เท่า เพราะทานขนมกรุบกรอบ ส่วนผสมที่เป็นความอร่อยเหล่านี้ เมื่อทานต่อเนื่องจะทำให้ไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และส่วนประกอบหลักของขนมกรุบกรอบประเภทแป้ง ทำให้เด็กได้รับคาร์โบไฮเดรตสูง เด็กจึงทานอาหารหลักที่มีประโยชน์น้อยลง และกินแป้งที่ทอดน้ำมัน แล้วก็เอามาปรุงรส เมื่อทานเค็มๆ เลี่ยนๆ ก็ดื่มน้ำอัดลมตาม เด็กไทยจำนวนมากจึงขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย กลายเป็นเด็กอ้วน ฟันผุ เพราะขนมและความหวานของน้ำอัดลม อนาคตเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ เด็กที่ผอมก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะร่างกายมีแต่สารอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เด็กอายุ 2-15 ปี ควรได้รับอาหารมื้อหลักวันละ 3 มื้อ นมวันละ 2-3 แก้ว อาหารว่างกับขนมควรเป็นผลไม้ ที่ผู้ปกครองต้องเตรียมไว้ให้พร้อมหยิบทานได้ทันที

    "ขนมกรุบกรอบถ้าห้ามไม่ให้ทานไม่ได้ ต้องจำกัดปริมาณ ไม่ควรเกิน 1 ห่อต่อวัน และต้องเป็นห่อเล็ก ทั้งนี้ ขนมบางชนิดขนาดห่อเล็กก็จริง ในกรณีที่มีฉลากโภชนาการ และฉลากระบุให้ทานครั้งละครึ่งห่อ แล้วเก็บไว้ทานในมื้อต่อไป หรือในความหมายว่าให้ทานสองคนต่อหนึ่งห่อ จึงจะได้รับพลังงานและสารอาหารอื่น ในปริมาณที่ระบุบนฉลากโภชนาการ แต่ปัญหาที่พบในการวิจัยคือ ขนมเหล่านี้มีเพียง 1 ใน 3 ที่ติดฉลาก ซึ่งฉลากโภชนาการที่มีตัวหนังสือก็ขนาดเล็ก และยากที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจ จึงจำเป็นต้องแปลงข้อมูลวิทยาศาสตร์ให้เป็นสัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กเข้าใจได้ง่าย ซึ่งขณะนี้ได้ทุนจากมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติกำลังทำการวิจัยหารูปแบบสัญลักษณ์ที่เป็นที่ยอมรับสำหรับคนไทย ผลงานวิจัยจะเสร็จสมบูรณ์ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้" รศ.ดร.ประไพศรีกล่าว

    รศ.น.พ.จิตติวัฒน์ สุประสงค์สิน หัวหน้าหน่วยสำนักงานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี และนักวิชาการจากเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยเด็กประมาณ 10 ล้านคน มีเด็กอ้วนประมาณร้อยละ 20 หรือประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งครึ่งหนึ่งของเด็กอ้วนมีความเสี่ยงเรื่องความดันโลหิตสูง อีกประมาณร้อยละ 30-40 เริ่มมีปริมาณน้ำตาลผิดปกติ พบว่า ปริมาณเด็กที่เป็นโรคเบาหวานจากกรรมพันธุ์มี 2 ชนิด ชนิดที่ 1 เกิดจากสารภูมิคุ้มกันทำลายตับ ชนิดที่ 2 เกิดจากอินซูลินในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งชนิดที่ 2 เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเพราะในอดีตแทบไม่เจอหรือเจอน้อย แต่ปัจจุบันพบสูงขึ้นตลอดเวลา และพบในวัยผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปส่งผลให้เกิดโรคขึ้น ซึ่งสาเหตุการติดหวานเกิดจากช่วงวัยเด็กสมองกำลังเจริญเติบโต การกินขนมรสเค็มรสหวานตั้งแต่อายุน้อย ทำให้รสชาตินี้ติดอยู่ในกระแสประสาท เด็กเสพติดได้ง่าย กินจืดไม่เป็น ส่งเสริมให้มีแนวโน้มเป็นโรคอ้วน อีกทั้งยังเสี่ยงทำให้เกิดภาวะไตวายในอายุน้อยลงจากโรคเบาหวาน โรคอ้วน

    "สถานการณ์โรคอ้วนของเด็กไทยน่าวิตกมาก โรงเรียนขนาดกลางมีเด็กอ้วนร้อยละ 20 และครึ่งหนึ่งของร้อยละ 20 มีปัญหาทางสุขภาพหนึ่งในสามด้าน คือ 1.ความดันสูง 2.ปริมาณน้ำตาลสูง 3.ปริมาณไขมันสูง คิดง่ายๆ ว่า 1 ใน 10 ของเด็กทั้งโรงเรียนมีปัญหาสุขภาพจากความอ้วนและขนมขบเคี้ยว หากนับรวมเด็กทุกโรงเรียน ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ไม่อาจรับภาระได้ทั้งหมด ทุกวันนี้เด็กไทยจำนวนหนึ่งกำลังมีปัญหา "เมตาบอลิคซินโดรม" คือมีเมตาบอลิซึ่มผิดปกติ ซึ่งมีความดันโลหิตสูง ไขมันผิดปกติ น้ำตาลผิดปกติ สัมพันธ์กับภาวะที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เป็นผลจากความอ้วน มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานได้ง่าย ประกอบกับข้อมูลว่า คนเอเชียมีโอกาสเป็นเบาหวาน และหลั่งอินซูลินได้น้อยกว่าฝรั่งยิ่งทำให้น่าเป็นห่วง ผู้ปกครองต้องช่วยสร้างวัฒนธรรมการกินของเด็ก เน้นให้กินพืชผักผลไม้ อาหารปรุงเอง โรงเรียนควรมีแนวคิดเรื่องสุขภาพ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากขนม ของหวาน น้ำอัดลม" รศ.น.พ.จิตติวัฒน์กล่าว

    ท.พ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงรอง สสส. กล่าวว่า มาตรการสำคัญเพื่อควบคุมการบริโภคขนมกรุบกรอบของเด็กๆ นอกจากผู้ปกครองควรแนะนำการเลือกขนม ควรมีการดำเนินการ ดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้ขนมทุกชนิด ติดฉลากโภชนาการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค 2.ขอให้มีการดำเนินการติดฉลากอย่างง่าย เป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกขนมและอาหารว่างได้ง่ายขึ้น ดังมีตัวอย่างในยุโรปบางประเทศ ที่เน้นดูปริมาณส่วนประกอบ อย่างไขมัน น้ำตาล เกลือ หาก 1 หน่วยบริโภค มีไขมัน น้ำตาล หรือเกลือ เกินร้อยละ 10 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน จะจัดอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นโทษต่อร่างกาย อาจติดสัญลักษณ์เป็นไฟสีแดง ถ้ามีไขมัน น้ำตาล หรือเกลือ ไม่เกินร้อยละ 5 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน จะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ให้ติดสัญลักษณ์เป็นไฟสีเขียว

    "ข้อ 3.อย.ควรจำกัดการโฆษณาขนมกรุบกรอบ ลูกอม โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ เพราะผลการศึกษาทั่วโลกชี้ชัดว่า โฆษณาจะกระตุ้นให้เด็กวัยต่ำกว่า 12 ปี เลือกกินตามที่ได้เห็นจากโฆษณา เพราะเป็นวัยที่ยังไม่สามารถพิจารณาด้วยหลักเหตุผลได้ดี จึงเห็นว่าเฉพาะปี 2548 ผู้ผลิตขนมทุ่มเงินไปกับการโฆษณาขนมกรุบกรอบและลูกอมสูงถึง 1,117 ล้านบาท เป็นงบฯโฆษณาทางโทรทัศน์มากที่สุด 970 ล้านบาท ทำให้โฆษณาเหล่านี้ ในไทยมีมากถึงชั่วโมงละ 132 ครั้ง ในช่วงรายการการ์ตูนเช้าวันหยุด ขณะที่ประเทศสวีเดน และรัฐควิเบก แคนาดา ห้ามไม่ให้โฆษณาอาหารและเครื่องดื่มสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีทุกรูปแบบ และสเปนกำหนดให้โฆษณาได้ไม่เกิน 50 ครั้งต่อชั่วโมง" ท.พ.ศิริเกียรติกล่าว และว่า 4.กระทรวงศึกษาธิการ ควรกำหนดให้โรงเรียนทุกแห่ง เลิกจำหน่ายน้ำอัดลม เพราะหลักฐานจำนวนมากบ่งชี้ว่า น้ำอัดลมเป็นตัวหนุนเสริมให้เด็กกินขนมกรุบกรอบเพิ่มขึ้น และยังเป็นแหล่งที่มาของน้ำตาลส่วนเกิน ที่เป็นเหตุสำคัญของการมีน้ำหนักเกิน และโรคอ้วนในเด็กๆ ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขนมเม็กซิกัน บัน ที่กำลังมีชื่อฮิตติดลมบนในประเทศไทย ได้แก่ยี่ห้อ โรตีบอย ซึ่งผู้ซื้อถึงกับต้องต่อคิวรอนานเป็นชั่วโมงเพียงเพื่อจะได้ลิ้มชิมรส จากนั้นก็มีห้างใหญ่ต่างๆ ทำขนมสไตล์โรตีบอยออกมาจำหน่ายกันมากมายในราคาที่ถูกกว่า
    <!-- / message --><!-- sig -->
     

แชร์หน้านี้

Loading...