ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดชำระวิบากดำ,ตัดแรงและบรรเทา(บรมพรหมสำเร็จวิชา) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา พี่สุดหล่อจอมปาฏิหาริย์(พ่อเนื้อทอง)

    เอ๊ะ..นี่ใคร เวลาที่คนขออะไรแล้วเกินกำลัง เกินวาสนา หรือเหล่ากุมารและมหาภูติไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดีก็จะพาไปหาชายคนนี้ โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง,เรื่องขอหวย,ขอเรื่องที่เขาให้ไม่ได้,ขอเรื่องที่เกินวาสนาตนเอง,ขอเรื่องที่ผิดกฏ,เรื่องที่ยังไม่ถึงเวลาต่างๆ...เหล่ามหาภูติและกุมารก็จะนำผู้เป็นเจ้าของเข้าไปหาชายคนหนึ่ง ชายที่มีร่างเป็นทองคำนอนคุดคู้อยู่กับแท่นศิลา หลายคนว่าต้องไปตะโกนเรียกตามบทตามคำที่เหล่ามหาภูติกะซิบบอกให้ ซ้ำมหาภูติหรือกุมารยังบอกเหมือนกันทุกคนว่าห้เรียกท่านว่าพี่สุดหล่อต้องพี่สุดหล่อคำนี้เท่านั้น ส่วนใหญ่มีแต่คนเจอปัญหาหนักๆหรือตึงมือจริงๆที่เหล่ามหาภูติจะพามาหาพี่สุดหล่อนี้ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วยล่ะก็ถึงกับเคลิบเคลิ้มกันทีเดียว เขาว่าพอเรียกพี่สุดหล่อปุ๊ปทางนั้นก็ตอบกลับมาว่า"แม่สุดสวยบ้างแม่โฉมงามบ้างมาหาฉันทำไม"(ปากหวานอย่างนี้ไงเล่า)ผู้ชายบางคนท่านก็เรียกว่าพ่อตาหวาน,พ่อรูปงามบ้าง นี่แบบนี้เหล่ากุมารและมหาภูติจึงกำชับหนักหนาว่าต้องเรียกท่านว่าพี่สุดหล่อตามที่พวกเขาเรียกเพราะมันจะคุยกันง่าย และคนที่มาเจอพี่สุดหล่อได้นั้นร้อยทั้งร้อยกลับไปต้องเจอดีได้ดีกันทุกคน **ที่ว่าดีนี่ก็เรื่องที่ขอท่านทั้งนั้น..มันได้เรื่องขึ้นมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่เลยก็หนีไม่พ้นเรื่องขอหวยทั้งที่ตัวเองยังไม่มีวาสนา หลายคนเล่ามาตรงกัน เล่ามาบ่อยๆจนจับสังเกตุได้อย่างหนึ่ง เวลากุมารและเหล่ามหาภูติพาไปหาพี่สุดหล่อนั้นถ้าเป็นเรื่องหวยท่านจะให้แบบงวดนั้นออกตรงๆเลย แต่ถ้าท่านหัวเราะขึ้นมา,หรือทักว่าบุญเราไม่พอบ้างอันนี้ต้องขึ้นแต้มลดแต้มถึงจะถูกท่านจะไม่ให้ตรงๆ(จากที่ฟังๆเล่ากันมา) แล้วจริงๆท่านเป็นเทพองค์ไหนหรือเป็นอะไรกันแน่ บางคนตาดีเพราะเรียนมาทางมโนมยิทธิก็พยายามหาพยายามตามหรืออธิษฐานให้พบท่านอีกครั้งแต่กลับปรากฏว่าไม่ได้พบเลย จึงเป็นปริศนาอยู่ว่าบุรุษร่างทองผู้ที่มีรัศมีดั่งแสงทองคำนั้นคือใคร ทำไมนอกจากเหล่ากุมารหรือมหาภูติของพ่ออาจารย์ท่านจะนำทางไปพบเองแล้วแม้ปรารถนาจะเจออีกก็พบไม่ได้

    นามพ่อเนื้อทอง(พี่สุดหล่อนั้น)ดังกระหึ่มมานานนักหนาพ่ออาจารย์ท่านสร้างตามคำแนะนำของครูพรหมสฮัมบดีเพื่อให้เขากลายเป็นผู้นำเหล่kรุกขเทวดา,มหาภูติและเทพเดรัจฉานทั้งหลายในความดูแลของท่าน ซึ่งต่อมาท่านก็ได้เมตตาทำเป็นเครื่องมงคลและเสกเก็บไว้ตามคำแนะนำของทิพย์กายทั้งหลายเพราะท่านรู้ว่าพ่อเนื้อทองนี้จะได้สร้างคุณประโยชน์อีกมาก ดั่งอมตะวาจาที่กล่าวว่า ### หากวันใดที่เรียกฟ้าแล้วฟ้าไม่ขานรับ ก้มเรียกดินดินก็ไม่ตอบ แม้บนบอกเทวดาท่านก็ไม่ช่วย..เมื่อนั้นให้มาบอกกับพ่อเนื้อทองเขานี่
    - ตำนานพ่อเนื้อทองนั้น มาจากตำนานพญาคันคาก(คางคก) พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สำคัญนัก จากบุรุษที่เกิดมาอัปลักษณ์น่าหวาดกลัวเป็นที่รังเกียจแก่ผู้พบเห็น แม้มีผิวสีทองเหลืองอร่ามแต่ก็มีตุ่มตมขึ้นตามตัวถึงกระนั้นด้วยบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ก็ยังอธิษฐานให้ร้อนอาสน์พระอินทร์บนสวรรค์ได้ ถึงกับพระอินทร์ต้องอัญเชิญเครื่องบริโภคแห่งมหาจักรพรรดิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะประสาทแก้ว,นางแก้ว,....ครบถ้วนลงมาให้ถึงเมืองมนุษย์พ่ออาจารย์ท่านว่าแต่ละสิ่งนั้นสวยงามเลอค่าดั่งไพชยนต์มหาปราสาททีเดียวกล่าวได้ว่าชะลอสวรรค์ลงมาไว้ในแดนดินก็ไม่ผิดเพราะพญาคันคากนี้มีบุญมากซ้ำพระอินทร์ยังถอดรูปคางคกนั้นให้อีกด้วย ในยุคของพญาคันคากนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเขามีฤทธิ์มาก มีอำนาจยิ่งใหญ่ถึงขนาดบงการคนได้ทั้งโลกสมกับเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ นอกจากนั้นเหล่าสัตว์จตุบททวิบาททั้งหลายก็ล้วนแต่จงรักภักดีและบูชาพญาคันคากนี้เสมอด้วยเทพยดาทีเดียว แม้ต่อมาพระพิรุณกำเริบดลบันดาลไม่ให้ฝนตกต้องโลกมนุษย์ พญาคันคากท่านก็เกณฑ์ไพร่พลเหล่าสัตว์จตุบทวิบาททั้งน้อยใหญ่บุกขึ้นสวรรค์เปิดสงครามขั้นเด็ดขาดกับเทพบดีนั้นทันที มหายุทธระหว่างพญาคันคากและพระพิรุณนั้นดำเนินไปยาวนานไม่รู้แพ้ชนะด้วยเล่ห์กลอุบายทางสงครามของแต่ละคน จนพระพิรุณท้าพญาคันคากรบตัวต่อตัวนั่นเองจึงเพลี่ยงพล้ำถูกจับตัวได้ นับแต่นั้นโลกก็ต้องจารึกนามบุรุษผู้ยิ่งใหญ่มากบารมีที่เอาชัยชนะได้แม้กระทั่งเทพบดีชั้นสูงนี้
    พ่ออาจารย์ท่านรู้ว่าพญาคันคากอันเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์นั้นย่อมเป็นที่พึ่งแก่ฝูงชนและสัตว์อันได้ชื่อว่าเดือดร้อนทุกคน ดูอย่างสมัยที่มนุษย์และสัตว์โลกมีเรื่องกับเทวดาด้วยโดนกลั่นแกล้งไม่ให้ฝนตกให้ชีวิตทั้งหลายเดือดร้อนทุกข์ใจนั้นท่านยังประกาศสงครามเอาชัยพระพิรุณได้ เรียกว่าเรื่องใดแม้เทวดาไม่ช่วยเหลือพ่อพญาคันคากท่านย่อมรับช่วยเองขอเพียงให้เป็นเรื่องทุกข์ร้อนของมนุษย์ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้างพญาคันคากไว้ผสมกลมกลืนกับวิชาพญาคางคกอันสืบทอดมาในสายหลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า


    ท่านตั้งใจจะทำเป็นรูปคางคกสามขาตามคติจีนด้วยว่าจะเอาให้ดีและเป็นมงคลสูงสุด เป็นที่รู้กันดีว่าคางคกหรือเซียมซูของจีนนั้นเป็นสัตว์เทพที่คนนิยมบูชาไว้มากที่สุดเพื่อใช้ชเรียกเงิน-ทอง โชคลาภให้เข้าหาตัวเองรวมถึงกิจการที่ตัวเองทำอยู่
    - ที่มาของคางคกทองสามขาหลังเจ็ดดาวนี้เขาเป็นสัตว์เลี้ยงวิเศษในพระชนนีแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้ สัตว์ตัวนี้มีฤทธิ์มากดุจเทพเซียนวันๆหนึ่งเขาจะไม่ทำอะไรเลยจะใช้แต่ความสามารถพิเศษเรียกเงินเรียกทองมาเล่นสนุกในสระบัว พระชนนีจึงตั้งชื่อให้ว่า"กิมเซียมซู" ...ซึ่งต่อมาก็ได้หนีมาเที่ยวเล่นบนโลกในเขตแห้งแล้งกันดารและอดอยากมาก เจ้าคางคกน้อยนี้ได้เข้าไปอยู่ในบ้านคนบันดาลก้อนเงินก้อนทองออกมาเล่นให้กับคนนำไปแจกจ่ายกันทั้งบันดาลให้ฟ้าฝนตกต้องอุดมสมบูรณ์ยกระดับให้คนทั้งหมดร่ำรวยขึ้นทุกคนหาคนจนไม่ได้เลย พอเจ้าแม่สวรรค์รู้ว่าคางคกน้อยทำบุญทำความดีก็มีความยินดีประทานพรให้ "เมื่อเจ้านั้นอยู่ที่ไหนก็ให้ที่นั้นมีแต่ความร่ำรวยอุดมสมบูรณ์"
    นอกจากจะเสกเงินเสกทองได้เองแล้วยังทำให้บริเวณที่สถิตย์อยู่นั้นมีแค่ความเจริญ,เงินทองไหลมาเทมา,ค้าขายดีอยู่ที่ไหนก็ทำให้ที่นั้นไม่ยากจนไม่ขัดสน,ให้ร่ำรวย,มีทรัพย์สมบัติเงินทองมากมายก่ายกอง ต่อมาคนจึงนิยมบูชากันมากและทุกคนก็มั่งมีเงินทองทำมาค้าขายก็ดีทำธุรกิจการงานก็มีแต่ความเจริญเพราะเขาจะช่วยเสริมอำนาจบารมีทางด้านการเงินดูดโชคลาภความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับผู้ครอบครอง

    พ่ออาจารย์ท่านพูด(ติดตลก)ว่าเดี๋ยวนี้แล้งนัก ร้อนเหลือเกิน ให้เอาพ่อเนื้อทองนี่แหละไปใช้จะได้นำความอุดมสมบูรณ์เข้าหาผู้คน ด้วยว่าพญาคางคกนั้นแบกกลุ่มดาวทั้งเจ็ดที่เป็นเทพผู้รักษาดวงชะตาคนทั้งโลกดังนั้นคนที่เกิดแต่ละวันจึงบูชาท่านได้เสมอกันไม่มีแบ่งแยก ด้วยอำนาจแห่งดาวทั้งเจ็ดนี้จะยังให้ภัยพิบัติและอันตราย,โรคร้ายทั้งหลายย่อมดับสูญ ใครที่ทุกข์ยากเหมือนจะสิ้นใจสิ้นชีวิตก็จะต่อชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ต่อไป นี่คือเคล็ดลับของพญาคางคกที่ไม่มีอำนาจใดๆลบล้างเขาได้ และเพราะเช่นนี้เขาจึงหนุนได้ทุกคนแก้อาถรรพ์ได้ทุกอย่างท่านว่าต่อให้คนชะตายาจกหรือถึงที่ชะตาขาดแล้วก็ตามพญาคางคกนี้ก็ยังบรรเทาได้ขาชอบช่วยเหลือคนยากคนจนด้วยการแจกเงินแจกทองเพราะเขามีความสามารถในการคายเงินคายทองออกจากปากได้ วิชาคางคกนี้จึงเน้นเพื่อเพิ่มพูนเงินทองและอุดรอยรั่วที่จะทำให้เงินทองรั่วไหลโดยเฉพาะ ให้มั่งมีเงินทองทำมาค้าขายดีมีแต่ความสุขความเจริญลาภผลไหลมาเทมาไม่ยากจนไม่ขัดสนเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านแกะบล๊อคให้มีลักษณะเด่นคือคางคกนั้นจะมีสามขา,ขาด้านหลังคล้ายปลา,จมูกเหมือนพญามังกร,กรงเล็บเหมือนสิงโต,ไม่มีทวารเงินทองเข้าแล้วไม่มีทางออก, คาบเงินคาบทองเล่นตลอดเวลา และพญาคันคากท่านยังเน้นย้ำว่าต้องทำให้เป็นกายทองคือมีสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งตัวจึงจะดึงดูดมงคลได้ดี ท่านได้นำมวลสารต่างๆที่พญาคันคากท่านให้หามาใช้โดยเฉพาะไม่ว่าจะผงไข่กบสามขา,ผงกบจำศีลตายคารู,อิฐเก้าพระธาตุ,ผงหินศิวะลึงค์,ผงโยนีพระอุมา,ผงลูกกรอกแมวเก้าตัว,ดักแด้หิน,ดินจอมปลวก,ดินโป่ง,ผงงวงช้างเผือก,ผงครั่งพุทราตายพราย,ผงบันไดเรือนแม่หม้ายผัวตายลูกชายเดียว,หิ่งหายผี,ไม้ไก่กุก,ไม้แหย่แย้,ว่านพญาปากเข็ด,น้ำตาเด็กร้องไห้ตามแม่,ขี้สูตรดินเพียง,ดินขุยปู,รังหมาร่า,ผงหางนาค,ผงว่านโยนี,เถาวัลย์หลง,ว่านดอกทองสิบสองจำพวก,ขมิ้นแดง,ดอกรักซ้อน,ดอกกาหลง,น้ำมันตานี,น้ำมันตะเคียน,น้ำมันกะลาตาเดียว,น้ำมันช้างโขลง,ผงโองการมหาปัถหมื่น,ผงโองการเอิกเกริกพระราม,ผงพระคาถามหาลาภ,ผงมนต์ดวงแก้วพระสีวลี,ผงราหูอมจันทร์,ผงต์พระพุทธเจ้าเปิดโลก,ผงตรีนิสิงเห,ผงต์อิติปิโสตรึงไตรภพ,ผงอิติปิโสนารายณ์คายจักร,ผงอิติปิโสเดินหน้านารายณ์บรรทมสินธุ์,ผงอิติปิโสถอยหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์,ผงอิติปิโสนารายณ์แปลงรูป,ผงอิติปิโสภุชงค์เดินหน้าลีลาซ่อนหาง,ผงธงพิชัยสงคราม,ผงอิติปิโสทรงชัยมหาทิพมนต์,ผงมหาสาวัง...ท่านว่านำผงทั้งหมดมาปั้นเขียนวิชาคางคกทำผงตำรับหลวงปู่ศุขอีกคำรบหนึ่ง

    พญาคันคากหรือพ่อเนื้อทองนี้ดีทุกด้านเพราะท่านถือเคล็ดใช้ผงกบจำศีลเป็นมวลสารหลักดั่งกบจำศีลบำเพ็ญภาวนาดังนั้นตบะเดชะของพญาคันคากนั้นย่อมอยู่ในช่วงรุ่งเรืองเฟื่องฟูมากที่สุด พญาคันคากนี้ท่านว่าทำเอาไว้ให้สวนกระแสทุกอย่างจริงๆต้องเพ่งกสิณธาตุ,ปั่นธาตุ,หนุนธาตุ,เรียกอาการ,ร่ายพระเวทย์คาถามหาอาคมประจุใส่ไว้ให้พญาคันคากนี้ตามจิตของผู้นำไปใช้ จิตเราคิดเห็นอย่างไร,ต้องการอะไรพญาคันคากท่านจะตามส่องตามดูวาระจิตของเราเพื่อยังผลนั้นให้สำเร็จอย่างแท้จริงรวมไปถึงใช้แก้คราสเคราะห์ได้อย่างวิเศษสามารถข่มฝ่ายตรงข้ามได้เหมือนกบกินเดือนกินตะวัน***ท่านว่าใครมาแข่ง,มาบัง,มาบดหรือมาเบียดเบียนรังแกเราก็อธิษฐานให้พญาคันคากนั้นไปอมไปดับรัศมีความรุ่งโรจน์ของเขาซะ พญาคันคากนี้ฝังเครื่องมงคลสองชนิด คือ
    - ตะกรุดแรงครูทักษิณาทาน ใช้เหรียญเงินที่รับทักษิณาทานเวลาพ่ออาจารย์ท่านประสิทธิวิชาให้ศิษย์ที่ท่านเลือกเงินทักษิณาทานนี้ท่านจะนำมาใส่ไว้ในขันครู แน่นอนว่าย่อมต้องมีแรงครูสูงสุดๆ ท่านว่าวิชาทำตะกรุดนี้เปรียบดั่งพราหมณ์ดั่งครูบาอาจารย์เมื่อกระทำพิธีใดๆให้สมปรารถนาแล้วจะสามารถร้องขออะไรก็ได้กับเจ้าภาพไม่เลือกว่าจะเป็นกษัตริย์หรือมีอำนาจเพียงใดก็ต้องรีบหามาประเคนให้เช่นนั้นเหรียญแรงครูทักษิณาทานนี้จึงมีฤทธิ์มีอำนาจมาก กล่าวคือเวลาเราขออะไรครูก็ต้องให้ไม่เลือกเช่นนั้น ท่านสร้างตะกรุดนี้ในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 9 โดยนำเหรียญมาเสกบรรจุหัวใจโภคทรัพย์ให้อีกคำรบหนึ่งและนำแผ่นยันต์ที่จารกำกับฤทธิ์แรงครูหุ้มเหรียญเงินนั้นอีกที ท่านว่าตะกรุดนี้เหมาะยิ่งสำหรับคนหาเงิน,ต้องการเงิน ด้วยแรงครูนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะทำให้ที่นั้นกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์,แหล่งเงินแหล่งทองไปได้ หากหาเงินไม่คล่องหาใช้ไม่ทัน...แม้กระทั่งหากหาเงินคล่องแต่ไม่เหลือเก็บ ท่านว่าตะกรุดนี้ช่วยหาเงินได้นอกจากนั้นก็ช่วยเก็บเงินได้ด้วย จะเอาอะไรมากแม้ในตัวตะกรุดเองก็ยังมีเงินเก็บของมันอยู่นี่ทำให้ทั้งเรียกเงินมาทั้งเก็บเงินได้ครบเลย ตะกรุดนี้ให้ใช้ในด้านหาโชคหาลาภเท่านั้น
    - กระดิ่งพลังจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านมีวิชาเสกกระพรวนเป็นเลิศ เช่นนั้นเมื่อทำพญาคันคากนี้ท่านจึงให้หากระดิ่งเล็กๆมาเตรียมไว้เพื่อจะเสกบรรจุพลังจักรวาลให้เต็มที่เหมือนเช่นท่านเสกกระพรวน ท่านว่าแต่เดิมนั้นวิชาทำกระพรวนเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่ง,ความอุดมสมบูรณ์,เกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งยังเป็นเครื่องรางที่ใช้ขจัดสิ่งชั่วร้าย ป้องกันเสนียดจรัญไรคุณไสยอวิชาต่างๆจึงเป็นที่นิยมของคนชั้นสูงตั้งแต่กษัตริย์ไปจนถึงเจ้าครองแคว้นทั้งหลาย ***จะใช้เพื่อขจัดวิญญาณชั่วร้าย(รวมไปถึงเจ้ากรรมนายเวร)ที่เข้ามารบกวน ก็ได้แม้พกปกติก็เป็นเครื่องนำโชค,ทั้งทำให้อายุมั่นขวัญยืน,นำมาซึ่งชัยชนะในสงครามการแข่งขันนำมาซึ่งความร่ำรวยและโชคลาภ เมื่อทำการเขย่าให้กระพรวนเกิดเสียงดังจะช่วยปัดเป่า สิ่งชั่วร้ายและเสริมโชคลาภความมั่งคั่งมั่นคงให้กับผู้ที่มีไว้ติดตัวเสียงของกระพรวนจะช่วยไล่สิ่งไม่ดีได้,ติดบ้านเรือนป้องกันสิ่งไม่ดีทั้งหลายไม่ให้เข้ามาใกล้หรือแขวนไว้เรียกเงินเรียกทองก็ได้ ท่านว่าให้สั่นกระดิ่งหรือพรวนเพื่อเรียกลูกค้าเป็นเสน่ห์เมตตาแก่ผู้พบเห็นเป็นที่รักใคร่แก่ผู้ได้ยินเสียงแล้วแต่สารพัดจะอธิษฐาน


    พ่อเนื้อทองหรือพี่สุดหล่อท่านจะช่วยเพิ่มพูนเงินทองให้กับเจ้าของเนื่องจากคางคกสามขา สามารถคายเงินคายทองได้พ่ออาจารย์ท่านจึงใช้ตะกรุดแรงครูทักษิณาทานกำกับพญาคางคกช่วยให้การคายเงินคายทองออกมาทุกครั้งเมื่อมีเหรียญแรงครูอยู่กับคางคกสามขาจะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งอย่างมหาศาลเข้ามาสู่ตัวคนใช้ได้ตลอดเวลา พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาคางคกของท่านไม่ได้เน้นให้เหนียวให้ไปตีกับใครแต่เน้นให้เป็นมงคลอย่างยิ่งและจะนำโชคดีมาให้ไม่ขาด ทั้งดีเรื่องเสี่ยงดวงเป็นอย่างมากช จะเอาไปทำมาค้าขายก็มีกำไรมีโชคมีลาภ,จะเอาไปเสี่ยงดวงดวงก็ขึ้นมีแต่ได้กับได้ อธิษฐานเอาเลยเรื่องเงินๆทองๆเรื่องโชคลาภมหาลาภนับว่าดีทีเดียวท่านลงให้ครบทั้งเมตตา,มหาลาภ,มหาเสน่ห์,กันแก้คุณไสย์มนต์ดำ,คลาดแคล้วป้องกันภัย เรื่องการเงินไม่เป็นสองรองใครให้การเงินราบรื่น,งานคล่องตัว ...อะไรที่ขอฟ้าไม่ได้ขอดินไม่เอ่ยขานให้มาขอกับพี่สุดหล่อเขานี่จำกันเอาไว้นะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเสกไปก็ตามเก็บกันไปทีเสียงกระดิ่งนี่เกรียวกราวเหมือนกบกระโดด เขากระโดดพานกันทุกตัวเสกเสร็จก็ตามเก็บตัวไหนคึกหน่อยก็กระโดดไปไกล พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเชิญพ่อเนื้อทองมาสถิตย์ในร่างเขาทุกตัว คนที่ได้ไปมักจะได้ยินเสียงกบเสียงคางคกร้อง***ท่านว่ามีแต่เฮง(ถ้าสั่นกระดิ่งบ่อยๆนี่ยิ่งดีใหญ่เพราะกระดิ่งก็มีอานุภาพของเขา) ใช้เรียกทรัพย์ดีมากๆให้พกติดตัวจะใช้ทางไหนก็แล้วแต่ ใครไม่มีคู่พกเอาไว้ให้มีคนมารักมาทักมาสนใจเข้ามาหาเราจนรักเราแบบนี้ก็ได้ จะอธิษฐานด้านใดเป็นพิเศษก็ได้มีดีทุกด้าน แต่เรื่องทำมาหากินนี่เก่งนักเพราะเขาคายเงินคายทองมาเล่นได้ตลอดเวลา
    ### ชีวิตใครที่มีปัญหาหนักท่านให้เอากระดาษเขียนชื่อตัวเองแล้วเอาคางคกทับไว้ในจุดที่ฝังเหรียญครู ท่านว่าจะเอาเชือกมามัดมาพันชื่อเราติดกับตัวคางคกไว้เลยก็ได้ อธิษฐานบอกเขาว่าพี่สุดหล่อ ฉันเป็นเจ้านายของพี่นะเดือดร้อยอย่างงี้ๆ...จะให้พี่ช่วยอะไรก็ว่ากันไป(พ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าลืมคำเรียกแทนตัวเขาว่าพี่สุดหล่อเท่านี้ก็แล้วกัน)

    ผู้บูชาควรตั้งใจบอกกล่าวเพื่อให้พี่สุดหล่อนำโชคลาภเงินทองมาให้กับตนเองทั้งแสดงความรักเหมือนเขาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย เช่นคอยลูบตามลำตัวตามอกตั้งแต่หลังจรดหางลูบเขาบ่อยๆลูบไปก็พูดไปบอกประมาณว่าเราเป็นเจ้าของให้ช่วยหาทรัพย์สินเงินทองมาให้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ดูแลเขาให้ดีอย่าให้เลอะเทอะหรือสกปรกได้(เลี่ยมกันไว้เลยจะดีที่สุดนี่เป็นเคล็ด"ท่านว่าถ้าตัวเขาสะดาดจะดวงก็ดี,จะโชคก็ดีทั้งโชคทั้งดวงของเรานี้ย่อมสว่างสดใสอยู่เสมอ") ขอท่านดีๆให้ท่านเข้ามาดูแลเรานำโชลาภเงินทองมาให้กับเรา อย่าลืมนำพาท่านติดตัวไปไหนมาไหนกับเราด้วยตลอดพ่ออาจารย์ท่านว่าพี่สุดหล่อเขาชอบเที่ยวไม่ชอบอยู่นิ่งๆถ้ามีเจ้านายเขาก็จะตามไปด้วยตลอดเวลาไปไหนเขาก็จะประทานโชคลาภให้เราตลอดระยะทางที่เราพาเขาไป ท่านว่าจะพกจะคาดเอวทำพวงกุญแจหรือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้เพราะท่านทำให้เป็นเครื่องรางจะได้ใช้กันสะดวกขึ้น

    คาถาบูชา
    พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าฉันทำสำเร็จแล้ว ไม่ต้องใช้คาถาใดๆนอกจากสื่อใจกันเท่านี้ก็พอ เขาอ่านจิตส่องใจเราอยู่เขารับรู้ได้ขอเพียงเราคิดถึงเขาว่าให้ช่วยอะไร


    *** พ่อเนื้อทองนี้เป็นยอดของบริวาร ท่านว่าถ้าตามเคล็ดที่ครูสฮัมบดีท่านแนะนำจริงๆว่าคนที่จะเอาไปแก้ดวงแก้คราสแก้เคราะห์หรือหนุนกิจการหนุนชีวิตตัวเองจริงๆจังๆแบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้นจะต้องใช้เป็นคู่จึงจะมีอานุภาพสมบูรณ์ แต่หากจะใช้เพียงเป็นเครื่องรางเท่านั้นท่านว่าพกเป็นตัวเช่นนี้ก็ได้ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ท่านว่าวิชาของพรหมทุกอย่างล้วนแต่ถูกลิขิตให้มีเจ้าของมีผู้ครอบครองอยู่แล้ว เราทำให้เต็มที่แล้วไม่กลัวเลยว่าคนใช้จะเอาไปใช้แล้วไม่ดี ท่านว่ามีแค่คนประเภทเดียวเท่านั้นที่ไม่ควรเอาไปใช้นั่นคือไม่ได้ศรัทธาและไม่ใช้จริงจัง รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างวิหารทานสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พี่สุดหล่อจอมปาฏิหาริย์(พ่อเนื้อทอง) บูชา 2,500 บาท

    60814660-334426193933495-5620665061363154944-n.jpg 60642791-440951273387021-2917088615748075520-n.jpg
    60669234-336503576969311-1926005507533832192-n.jpg
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา พลองประหารเทพ,ตีเทพ(ไพรีพิฆาต)

    "เทพมาตีเทพ มารมาตีมาร ใช้ตีกำราบสั่งสอนหรือกำจัดได้ทั้งสิ้น"
    เสด็จพระใหญ่ท่านให้แกะด้วยไม้กำจัดและจะทำให้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพลองนี้เปรียบเสมือนตัวแทนการปราบปรามและสามารถใช้อธิษฐานขจัดอุปสรรคตต่างๆโดยเฉพาะเจ้ากรรมนายเวรที่กลั่นแกล้งเราตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ไม่อยู่ในทำนองคลองธรรม เพราะเจ้ากรรมนายเวรและจิตวิญญาณทั้งหลายจะเกรงกลัวพลองนี้นักดุจเห็นพลองประหารเทพนั่นทีเดียว(ด้วยเทพนั้นท่านว่าเป็นคำจำกัดความไว้เรียกรวมๆหมายถึงตัวตนที่มีฤทธิ์มากยากที่เราจะแตะต้อง ตัวตนเหล่านั้นเรียกรวมๆว่าเทพ ส่วนพลองตีเทพนั้นก็เป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้ลงโทษเทพเหล่านั้นนั่นเอง)


    ด้วยพลองตีเทพนั้นเป็นศาสตราแห่งอำนาจและมีอำนาจบงการจิตใจสรรพสิ่งจึงถือเป็นอำนาจอย่างแท้จริงที่สุด เขาจะมีประสาทสัมผัสและจะคอยสังเกตดูผู้ที่พกพาเขาตลอดเวลา ถ้าคนใช้มีชีวิตที่ดียิ่งเป็นคนดีเขาก็จะอยู่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเคียงข้างกายจะดลบันดาลให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า แต่ถ้าคนใช้เลวทรามอย่างถึงที่สุดพ่ออาจารย์ท่านว่าพลองนี้เขาจะไม่อยู่ด้วยนานเดี๋ยวเดียวเขาก็จะหายไปเพราะคนๆนั้นชีวิตจะเสื่อมลงเรื่อยๆกลับกันในขณะที่สุจริตชนถือหรือนำไปใช้พ่ออาจารย์ท่านแย้มคร่าวๆว่าความฝันของเขาจะเป็นจริง พลองตีเทพนี้จะกลายเป็นพลองสมปรารถนาอยู่ส่งเสริมเขา

    นอกจากนั้นพลองยังใช้ข่มพลังร้ายทั้งหลายรอบตัวสะกดเอาไว้ไม่ให้กำเริบได้อีกด้วย ท่านว่าเวลาจะใช้ถนัดมือไหนก็ถือไว้มือนั้น...จะใช้ก็ต่อเมื่อเอาไว้ปราบอย่างรุนแรง ปราบทุกชนิดเพราะพลองนี้มีอานุภาพเน้นในเรื่องปราบอย่างรุนแรง,ปราบภูติผีปีศาจ###ปราบแม้กระทั่งเรื่องร้ายและเหตุการณ์ทั้งหลายที่ผ่านเข้าชีวิต และที่ดีกว่านั้นคือพลองตีเทพนอกจากใช้สะกดพลังร้ายรอบๆตัวแล้วยังเป็นเทพศาสตราที่พ่ออาจารย์ท่านว่าสร้างมาให้เป็นคู่ปรับกับพลังวัฏจักรโดยเฉพาะ นั่นคือพลังของวิถีดวงดาวต่างๆที่จะผันเปลี่ยนเส้นทางดวงชะตาคนให้ตกต่ำหรือเรียกสั้นๆว่าพลังดาวพิฆาตซึ่งดาวพวกนี้จะแผ่พลังคอยกัดกินคอยพิฆาตชีวิตคน...พลองตีเทพนั้นจะสะกดพลังงานดาวพิฆาตพลังงานที่สร้างเรื่องร้ายแรงเหล่านี้ให้สยบลงได้(รวมไปถึงเรื่องร้ายที่เกิดจากวิญญาณ...พ่ออาจารย์ท่านว่าเจ้ากรรมนายเวรเทวดาก็นับ)

    นอกจากนี้ยังใช้ไล่ผีได้ทุกสัญชาติ จะไม่พกติดตัวก็ได้เพราะเขามีชีวิตยกเว้นมีเหตุหรือทำพิธีปราบวิญญาณร้ายนี่ท่านว่าต้องใช้ รวมไปถึงสถานที่ใดที่เราไปข้องเกี่ยวที่มันมีอาถรรพ์มากๆอย่างทางสามแพ่ง,ช่องลม,สุสาน,โบสถ์,วัด,โรงพยาบาลหากได้ต้องอาถรรพ์หรือพักอาศัยหันหน้าชนกับสถานที่เหล่านี้ย่อมเป็นเรื่องร้ายมากกว่าดี แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าพลองตีเทพนั้นเอาอยู่เพราะท่านเคยลองให้คนที่บ้านอยู่ตรงข้ามร้านขายโรงศพเอาไปใช้ท่านว่าไม่ต้องไปติดสิงห์ติดคันฉ่องอะไรเลยมีแค่พลองตีเทพนี้หันหน้าต้านพลังร้ายเดี๋ยวนี้กลับเจริญกว่าเก่ารวยกว่าเมื่อก่อนแบบคาดไม่ถึง ***นอกจากนี้พลองตีเทพยังมีอำนาจลึกลับในการดึงดูดคนที่มีอำนาจสูงลงมาเป็นบริวารให้กับเราได้และยังทำให้เราเจริญก้าวหน้าในยศถาบรรดาศักดิ์และอำนาจวาสนาที่จะพุ่งทยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านจึงเสกและกำชับพ่ออาจารย์ท่านเสมอว่าให้เก็บเอาไว้ให้ดีเพราะพลองนี้มีจิตวิญญาณและมีเจ้าของทุกเล่ม ก็ขนาดว่าแม้ดวงดาวที่ส่งผลร้ายกับมนุษย์ก่อให้เกิดความเดือดร้อนก็ยังสะกดดาวร้ายเหล่านั้นได้ ทีนี้อย่างอื่นก็ย่อมสามารถสะกดได้ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องร้ายเช่นกัน

    ท่านว่าพลองตีเทพนี้ใครใช้เป็นจะมีผลดีมากเพราะนอกจากเราใช้เองแล้วยังสามารถใช้อธิษฐานช่วยเหลือมนุษย์หรือแผ่อานุภาพไปถึงภพภูมิต่างๆได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้อธิษฐานใช้คราวใดก็ทำได้เต็มกําลังทั้งรุนแรงและดุดันอย่างถึงที่สุด ใช้ได้ทั้งป้องกันและปราบปรามทุกสิ่งที่ไม่ดีรวมทั้งคุณไสยอวิชชาทุกชนิด เป็นการปราบด้วยธรรม,ปราบด้วยบารมีที่เสด็จพระใหญ่ท่านลงไว้ให้จึง เรียกว่าทั้งปราบและโปรดไปพร้อมๆกัน

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพลองตีเทพนี้คนที่ใช้เป็นจะสามารถส่งจิตกำกับพลองออกไปได้ไกลมาก...แม้ตัวเราอยู่ตรงนี้จะกำหนดจิตไปที่ไหนก็ได้ท่านว่าตีได้ไกลถึงพรหมโลกทีเดียว ###ด้วยพลองนี้ท่านห้ามนำมากวัดแกว่งเล่นเด็ดขาด พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านกำชับไว้หนักหนาหากนำมากวัดแกว่งเมื่อใดโลกทิพย์รอบด้านจะสั่นสะเทือน พอเราแกว่งพลองเขาจะได้ยินเสียงดังเลื่อนลั่นเหมือนสายอสุนีบาตตกต้องโลกของเขา ท่านว่าเช่นนั้นจึงห้ามแกว่งเล่นหรือถือไปเล่นมั่วๆเพราะต่างภพต่างภูมิเขาจะเดือดร้อนกันได้ ให้เพียงอธิษฐานใช้ท่านว่าจะได้ใช้แต่อาราธนาแผ่กำลังฤทธิ์กวาดไปตามที่เราต้องการ

    พลองนี้ทรงพลังเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำ,การปราบ,การอัญเชิญพลังสวรรค์ ###ท่านว่าพลองนี้เป็นเหตุแห่งความเจริญดึงคนให้ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ ทั้งในการอธิษฐานจิต,สวดมนต์,ทำสมาธิ,หรือประกอบพิธีใดๆหากในมือเราถือพลองตีเทพไว้จะสามารถอัญเชิญพลังสวรรค์มาโปรดตัวเองได้ท่านจึงนับพลองนี้ว่าเป็นเทพศาสตราที่แรงมากปกติจะไม่เอาออกมาให้ใช้ ด้วยพลองนี้มีอำนาจมากแม้เอาไปใช้ทางทำมาหากินก็สามารถใช้เรียกคนให้มาชุมนุมได้ช่วยเรียกลูกค้าเข้ามาหาเราได้อย่างนี้ ด้วยเป็นสิ่งต้องห้ามไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้เล่นๆเพราะสามารถใช้ทำอาถรรพ์ได้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใครมีศัตรูนี่ให้เอาพลองวางบนโต๊ะหันด้านคมของพลองออกไปหน้าบ้าน(ในกรณีศัตรูอยู่บ้านตรงข้าม) หรือจะเอาข้าวสารใส่ชามแล้วเอาพลองปักไว้ให้ด้านคมชี้ขึ้นข้างบนจุดธูปปักไปดอกนึง ระหว่างปักธูปให้นึกถึงหน้าของคนที่เป็นศัตรูของเรารอจนกว่าธูปจะไหม้หมดจากนั้นจึงน้าข้าวสารไปโยนให้ไก่กินศัตรูเราจะพินาศสิ้น
    - ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกทำร้ายแต่เรามีพลองตีเทพรักษาอยู่ พลองจะสั่นเตือนเราตลอดเวลามีเหตุการณ์ร้ายแรงให้เรารู้ตัวล่วงหน้า
    - หากมีคนปล่อยของทำร้ายหรือมีคนรังแกเราท่านว่าพลองจะสั่น เราจะรู้สึกเหมือนโดนไฟดูดบางทีก็เหมือนสมองได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามทั้งๆที่บรรยากาศปกติ ท่านว่านั่นแหละสิ่งที่เขาทำร้ายเราต่างๆนั้นพลองเขาจะสนองให้ย้อนกลับไปหาคนทำ
    - เเม้มีคนสาปแช่งเรา พลองย่อมสนองกลับคำสาปนั้นให้ไปหาคนทำพร้อมทั้งคุ้มครองรักษาผู้เป็นเจ้าของไว้
    - ถ้าเป็นเราเองที่ตั้งใจจะทำร้ายคนอื่น ท่านว่าตอนทำนั้นหากพลองตีเทพสั่นให้หยุดทำเสีย เพราะฝ่ายนั้นเขามีบารมีมากพอที่จะต่อต้านได้ แล้วฮู้เทพพิทักษ์เราสั่น แปลว่าฝ่ายตรงข้ามมีของกัน ให้เลิกท้าโดยการถอน ธูปออก
    - พลองนี้สามารถใช้ป้องกันและแก้คุณไสยได้จะช่วยป้องกันให้บ้าน,จะช่วยป้องกันตัวคน,จะช่วยให้วิถีแห่งดวงดาวที่สร้างเหตุการณ์เรื่องร้ายไม่ส่งผลหาเรา
    - ใครที่โดนรังแกแต่ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะอีกฝ่ายมีของแก้ มีครู,มีเทวดารักษาคุ้มครองท่านว่านี่แหละให้เงื้อพลองขึ้นแล้วนึกเอาว่าเราใช้พลองทุบหัวเขา ยิ่งเขาทำเรารังแกเรามากเท่าไหร่ตัวเองก็จะโดนกลับไปเท่านั้น ทั้งครูและเทวดาอีกฝ่ายหนึ่งนั้นก็ไม่สามารถจะพิทักษ์รักษาได้
    - ถ้าเราเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรมพลองจะชอบใจดั่งได้อยู่กับกัลยาณมิตร เขาจะช่วยเราเรื่องงานให้เจริญขึ้น อันนี้ก้ขึ้นอยุ๋กัยว่าเราทำมาหากินอะไร เขาจะเรียกให้คนมาอุดหนุนส่งเสริมไม่ขาดสาย


    *** พลองตีเทพนั้นเป็นของมีชีวิตสื่อตรงกับใจคนถือ ท่านว่าคาถาไม่ต้องใช้เพราะเป็นของสำเร็จอธิษฐานเอาได้เลย ขอให้ทำตัวดีๆแล้วชีวิตจะดีมาก,จะได้ดี,จะพุ่งแรงอย่างไร้สิ่งฉุดดึง ท่านว่าพลองนี้ทำยากเพราะเป็นงานแกะมือขนาดเล็กแบบนี้แถมพ่ออาจารย์ท่านต้องแกะเองทุกชิ้นแล้วก็เสกเองชนิดแกะไปเสกไปก่อนนจะเชิญเสด็จพระใหญ่มาทำให้ งานแกะแบบนี้ยิ่งเล็กก็ยิ่งทำยากและทำได้น้อยเพราะท่านไม่ได้จ้างใครเขามาแกะให้ท่านทำของท่านเองได้แค่ไหนเอาแค่นั้นต้องทำเองทุกขั้นตอน...ดังนั้นของจึงมีน้อยมากๆถ้าอยากได้กันก็จะออกให้บูชาเท่าที่มีซึ่งก็มีเท่าที่เห็น ใครมีวาสนาก็มาเอาของตัวเองไปใช้เพราะเขาเป็นของที่รอเจ้าของ รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ### ถ้าใครจะวางอาถรรพ์ในบ้านหรือจะแก้ไขสยบพลังดึงดูดความเจริญ ให้ปักพลองไว้ในข้าวสารวางไว้ทั้งสี่มุมของบ้านหรือสถานที่อยู่ของเรา ท่านว่าที่แห่งนั้นจะเป็นอาณาเขตของเรา เราอยู่ก็จะเจริญรุ่งเรืองเทพผีใครมาไม่ดีนี่เขาเข้าไม่ได้ทั้งสิ้น

    ร่วมทำบุญบูชา พลองประหารเทพ,ตีเทพ(ไพรีพิฆาต) บูชา 900 บาท


    61132169-2374452499508314-9132590386861047808-n.jpg 60788776-2205468286430028-4399255518628020224-n.jpg
    60895626-389563064978345-5256746104346640384-n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2019
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตัวครูดัชนีปฐมภูมิดับย่อยวัฏจักร(คลายปมคลี่พันธนาการตัดการจองจำ)

    *** ในมหาวัฏนั้นย่อมมีวัฏจักรย่อยประกอบรวมกันอยู่มากมาย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าในห้วงเวลาหนึ่งที่พวกเราลงมาเกิดกันนี้ มันเป็นเพียงเวลาสั้นๆของเทพ,พรหมเท่านั้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าในภพที่เราอยู่นั้นจะมีภพภูมิทั้งหลายซ้อนทับกันและหมุนวนวัฏจักรดำเนินท่วงทำนองของการเกิด,ดับไปด้วยกัน หากแต่ต่างกันที่ข้อกำหนดของเวลาเท่านั้น ด้วยเราท่องเที่ยวไปในอาการที่เป็นวัฏฏะ คือหมุนวนอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิดหมุนวนอยู่เช่นนั้นตราบเท่าที่ยังตัดกิเลส,กรรม,วิบากไม่ได้ ดังนั้นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนก็ดำเนินอยู่บนพื้นฐานของเวลาที่ไหลไปในวัฏจักรเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือกิจกรรมใดๆก็ดีทั้งที่เราอยากให้เกิดหรือไม่อยากให้เกิดก็ดี,ที่เราพอใจหรือไม่พอใจก็ดี,จะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์,เป็นสิ่งที่เราต้องการปรารถนาหรือไม่ เมื่อมีการเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบในตัวเองและในบางทีกระแสเวลาอาจจะดึงหมุนเข้าไปสู่จุดเริ่มต้นนั้นอีก พ่ออาจารย์ท่านเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่าวัฏจักรย่อยที่จะกระตุ้นเร่งเร้าให้มหาวัฏจักรใหญ่เกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะช้าจะเร็วก็ตาม

    เช่นนั้นชีวิตเล็กๆของเราย่อมตกอยู่ในวงจรที่ซับซ้อนเหล่านั้น เวลาเธอมีทุกข์หรือเหตุการณ์ไม่พึงใจไม่พึงปรารถนาเรื่องเหล่านั้นมันก็ยังเกิดซ้ำๆวนเวียนไปไม่รู้จบบางคนเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยังเกิดขึ้นอีกทำให้การใช้ชีวิตนั้นยากเย็นเต็มทีจะพิจารณาสิ่งใดหนอก็เจอแต่เรื่องลำบากใจ จะแก้ไขสิ่งใดก็อึดอัดเต็มทน ###แล้วจะทำอย่างไรล่ะจึงจะสามารถตัดวงจรแห่งสังสารวัฏได้แม้จะเป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัว พอให้รอดให้ได้ลืมตาได้หายใจกันบ้างก็ยังดี

    ครานี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำตะกรุดพิเศษที่ทำไว้ออกมา ท่านว่าวิชานี้ใช้เพื่อเปิดวงจรย่อยให้กับตัวเอง ให้เราได้มีโอกาสกำหนดและลิขิตวัฏจักรที่เราจะเดินและเปลี่ยนมันด้วยตัวเองเพราะปกตินั้นมหาวัฏย่อมผูกพันธ์และโดนจองจำภายใต้เงื่อนไขพันธะของเวลา ซ้ำยังประกอบด้วยภพภูมิต่างๆอันจะมาซ้อนทับเหลื่อมล้ำกันมากมายทำให้ปัจจัยของเวลานั้นใหญ่และทรงพลังมากขึ้นไปอีกเพราะความแตกต่างของระบบเวลาในวัฏจักรย่อยต่างๆนั้นไม่ได้เสมอกันเลย เรื่องเลวร้ายต่างๆเมื่อเกิดขึ้นมันจึงดำเนินไปตามระยะเวลาของมันตั้งแต่ต้นจนจบจะเห็นว่าเราเป็นเพียงผู้อยู่ในเงื่อนไขของกาลเวลา ไม่สามารถเอาตัวรอดหรือตัดผ่านวงจรที่เกิดขึ้นออกมาได้ ทีนี้ตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญาที่ประกอบด้วยโลกุตตรมรรคเก้าย่อมสามารถตัดวงจรของสังสารวัฏได้ส่วนความสัมพันธ์และการตัดวงจรสังสารวัฏตามหลักอริยสัจสี่คือทุกข์,สมุทัย,นิโรธ และมรรคนั้นต้องดูที่กรรม เพราะมีกิเลสเป็นสาเหตุของการเกิดกรรมและกรรมเป็นสาเหตุให้เกิดวิบากวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏจนกว่าจะบรรลุพระนิพพานอันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต

    ด้วยการบรรลุนั้นย่อมไม่ง่ายเลยหากบารมียังไม่ถึงพร้อม ชนทั้งหลายก็จะขวนขวายในกิจและหน้าที่ดำเนินชีวิตบนภาระของตนในแต่ละวันให้ผ่านไปอย่างดีที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาโดยทั่วไปจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมหาวัฏจักรได้นอกจากจะทำด้วยวิปัสสนาญาณหรือ..เสด็จพระใหญ่ท่านใช้อำนาจแห่งโลกุตตรเพื่อตัดวงจรสังสารวัฏอันจะมีผลสืบทอดไปถึงกรรมวิบากที่เราวนเวียนประสบอยู่ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าตัดวงจรสังสารวัฏปุ๊ปไอ้ตัวกรรมวิบากที่เราเจออยู่นี้มันก็หยุดทันทีเลยนะไม่ได้ไหลไปตามกระแสเวลาของมันอีก มันจะดับ,จะหยุดและตัวเราจะได้ประโยชน์นั่นก็คือการพ้นทุกข์ แม้ไม่ใช้พ้นจากกองกิเลสบรรลุมหานฤพานแต่ก็ยังเป็นการออกจากทุกข์และเริ่มวัฏจักรย่อยที่เราเป็นผู้สร้างผู้ดำเนินด้วยตัวเราเองได้ จะได้เริ่มได้ทำให้มันดีที่สุดดั่งที่เราตั้งใจคิด ตั้งใจจะกระทำนั่นเอง สูตรที่นำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงและสามารถตัดวงจรแห่งสังสารวัฏคือกิเลส,กรรม,วิบากได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่คนทั่วไปทำไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเสด็จพระใหญ่ท่านไม่เมตตาจริงๆอันนี้ยังนับว่ายาก แม้องค์พระทั้งหลายท่านก็ยังละวางเอาไว้ด้วยเรื่องแห่งสังสารวัฏในมหาวัฏจักรนั้นย่อมไม่ใช่กิจธุระของท่าน

    อันปกติในโลกมนุษย์นี้ส่วนมากผู้ที่มาเกิดก็จำแนกออกได้ด้วยสองหลักใหญ่ๆนั่นก็คือ ผุดขึ้นมาหรือเกิดลงมา แม้ค่าของความเป็นคนจะมีอยู่เท่ากันแต่อย่าลืมวิสัยอันเป็นของติดตัวหรือของเก่าของตนเอง คนที่ผุดขึ้นมานั้นย่อมแน่นอนว่าเคยก่อกรรมทำเข็ญมามากไม่ได้คำนึงถึงบุญบาปใช้ชีวิตผูกติดอยู่แต่กับอกุศล พอถึงกาลกิริยาย่อมหนีไม่พ้นอบายภูมิทั้งสี่ นี่ตรงนี้พอกรรมหมดกำลังบุญก็จะเห็นจะส่งผลจึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่บาปกรรมที่ติดตัวอยู่ก็ตามมาติดๆให้เกิดมาแล้วต้องได้รับทุกข์สาหัสทั้งหลาย บางคนเกิดมาพิการเกิดมาไม่สมประกอบหรือมีร่างกายอัปลักษณ์ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นผลติดตามตัวเองทั้งสิ้นในขณะที่บางคนเกิดมาแล้วเจอแต่ความสุขอันปราณีตนั่นก็เพราะบุญเก่าเขาตามสนอง ตามปรุงแต่งให้ชีวิตเขาดำเนินไปอย่างปรกติสุข ให้สังเกตุได้เลยว่าเวลาเรามีทุกข์หรือมีปัญหานั้นไม่ใช่เพียงตัวเราคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่ต้องเผชิญกับปัญหา หากแต่คนรอบข้างก็ยังโดนไปด้วยจะเป็นในแง่ของภาระหรือร่วมกันแก้ก็ดี นั่นก็เพราะทุกคนมีวงจรกรรมที่ผูกมาร่วมกันตั้งแต่ในระดับตัวตนจนโตไปถึงในระดับประเทศนั่นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านอยากเห็นชีวิตคนโดยรวมนั้นมีสุขแบบปรกติ ไม่ต้องจมกองทุกข์หรือหาทางออกให้พ้นจากบ่วงกรรมวิบากไม่ได้ ด้วยศิษย์ทั้งหลายนั้นที่เป็นคนดีและตั้งใจทำความดีจริงๆก็มีอยู่หากแต่ชีวิตของเขาไม่ได้ดีเพราะไม่มีของเก่าหนุนส่ง ทำให้ไม่มีกำลังใจที่จะประกอบกรรมดีกันต่อไป พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอเมตตาเสด็จพระใหญ่ให้ท่านช่วย ท่านก็ให้พ่ออาจารย์ลงตะกรุดวัฏจักรย่อยนี่เสียซักครั้งเพื่อเปิดโอกาส,เปิดวงจรกาลเวลาและวัฏจักรสำหรับคนใช้จะได้คลายปมคลี่พันธนาการตัดการจองจำของตัวเอง

    เพื่อจะเริ่มสร้างชีวิตที่ดีให้เกิดสุขอันปราณีตให้ชนนั้นได้เสวยสมบัติอันประเสริฐสุดท่านว่าตะกรุดนี้มีอานุภาพมากดุจว่านั่นทีเดียว เสด็จพระใหญ่ท่านว่าตะกรุดวัฏจักรย่อยนี้จะดำเนินลีลาแห่งภพให้ชีวิตเราสูงขึ้นดุจพระเจ้าจักรพรรดิที่เสวยสมบัติไม่บกพร่องหรือดุจองค์อมรินทร์จอมสวรรค์ที่มีทิพยสมบัติอันรุ่งเรืองเหนือทวยเทพทั้งหลายทีความสุขความสำราญดั่งรูปพรหมเช่นนั้น แต่ทว่าให้พึงจดจำกันให้ดีว่าสรรพสิ่งใดๆก็ตามเมื่อรุ่งเจริญไปแล้วย่อมไม่ตั้งอยู่เช่นนั้นถาวรณ์ ที่จะเที่ยงแท้ยั่งยืนเรื่อยไปตลอดกาลนั้นเป็นไม่มี สิ่งที่จะดีที่สุดเที่ยงแท้ที่สุดนั่นก็คือตนพึ่งตน ตะกรุดนี้เป็นเพียงตะกรุดที่จะเปิดทาง เปิดช่องช่วงชิงโอกาสและความสุขสบายมาให้เรา เมื่อได้โอกาสนั้นตัวเราเองก็ต้องประกอบกรรมดีหมั่นสร้างกุศลด้วยไม่ใช่ใช้ชีวิตเละเทะเหลวไหลอย่างนี้ไม่ต้องเอาไปใช้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อจะได้เกิดประโยชน์ใหญ่แก่ตนได้อาศัยสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกเป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างบารมี เช่นนั้นคนใช้ตะกรุดนี้จึงถือคติที่ว่าสมบัติทั้งหลายนั้นเป็นของกลาง,ของโลก เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสร้างบุญกุศลได้สะดวกสบายมากขึ้นเช่นนั้น ท่านว่าไอ้ความสะดวกสบายนี้อย่าไปยึดติดมันเป็นแก่นสารทีเดียวให้จำไว้ว่าเรามีภาระที่ต้องพึ่งตัวเองอยู่ เราต้องแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิตเข้ามาพอกพูนขัดเกลาสติปัญญาของตัวเองอยู่เรื่อยๆ

    เพราะการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอนและไม่ปลอดภัยเลย ทุกชีวิตต้องท่องเที่ยวไปเกิดในสุคติบ้าง,ทุคติบ้างตามกรรมที่เผลอกระทำกันแต่งแต้มเข้าไปจะทุกข์ก็ดีจะสุขก็ดีสลับกันไปอยู่เช่นนี้ ดังนั้นการที่เสด็จพระใหญ่ท่านจะช่วยให้พ้นจากภัยในวัฏสงสาร จะดับย่อยวัฏจักรเพื่อตัดการจองจำให้กับเรานั้นตัวเราเองก็อย่าลืมจุดหมายที่แท้จริงในการเกิดเป็นมนุษย์ด้วย ว่าเรามีหน้าที่อย่างไรจะต้องไปให้ถึงฝั่งพระนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุขได้อย่างไร จะสะสมบารมีให้เต็มได้อย่างไรสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น อย่าได้ประมาทในการสั่งสมบุญบารมี ทั้งทาน ศีล ภาวนานั้นก็อย่าละเลย เพราะที่ไปของสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมมีคติไม่แน่นอน บ้างก็ไปนรก บ้างก็กำเนิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน บ้างก็เกิดในเปรตวิสัยคือคติของพวกเปรตและอสุรกาย บ้างก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ และคติที่สูงไปกว่านั้นคือเหล่าเทวดาซึ่งหมายรวมเอาทั้งที่เป็นพรหมและอรูปพรหม ที่ไปของสัตว์ที่ยังอยู่ในวัฏฏะมีเพียงเท่านี้ไม่ยิ่งไปกว่านี้ท่านจึงปรารถนาจะให้มีที่ไปที่ดีและสมบูรณ์ไม่ต้องพัวพันจองจำอยู่ในทุกขเวทนานับชาติไม้ถ้วน

    นี่คือโอกาส ...พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเราไม่ทำไว้แล้วใครจะทำ เพราะสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏนี้ดุจเหมือนถูกขังอยู่ในคุกขนาดใหญ่ ท่านอุปมาว่าเป็นเหมือนเชลยศึกที่ถูกจองจำ เป็นประดุจโคงานที่เขาเทียมไว้หรือเป็นดุจวัวที่ผูกหลักเอาไว้ เช่นนั้นตะกรุดนี้จึงเป็นเครื่องดับย่อยวัฏจักรและตัดการจองจำทั้งหลายที่พันธนาการจิตวิญญาณของเขาอยู่เพื่อเปิดให้เขาได้ลืมตาอ้าปากได้สร้างวัฏจักของตนเองอันเปรียบตัวเขาในโลกนั้นเป็นดั่งพระจักรพรรดิ,ดั่งองค์อมรินทร์ที่บริบูรณ์ด้วยความสุขเช่นนั้น ท่านว่านี่จึงเป็นโอกาสเป็นทางให้ได้สร้างบารมีกันสืบไป หากใครจะกินจะใช้แต่เพียงเท่านี้ชาตินี้ก็ช่างเขา เพราะภพชาติหนึ่งของมนุษย์นี้ก็เปรียบเสมือนการหลับของเทวดาเสียตื่นนึงพอตื่นมาก็เริ่มต้นกันใหม่ ถ้าเขาฉวยโอกาสพอได้ดีมีกำลังทรัพย์มากรู้จักทำบุญกับพระศาสนาหมั่นอบรมจิตใจบ่มเพาะปัญญาตนเองเขาก็จะมีคติมีที่ไปที่ดีขึ้นสูงขึ้นนับชาติไม่รู้จบ แต่ถ้าเขาได้โอกาสแล้วเขายังหลงระเริงเช่นนั้นก็ย่อมไม่มีโอกาสใดๆอีก ท่านว่าช่วยกันได้แค่นี้ ทุกอย่างในสังสารวัฏนั้นใช่ว่าจะประคองไปมอบให้ถึงมือกันได้

    ตะกรุดนี้ท่านว่าสร้างยากมากอย่างแท้จริง เสด็จพระใหญ่ท่านให้สงวนวิธีทำเอาไว้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่พระยันต์ด้านในก็ไม่มีภาษาใดๆที่มนุษย์ยุคไหนจะเข้าใจได้แล้วเพราะเป็นอักขระวิธีปฐมแรกเริ่มของพ่อพระพุทธท่านโดยเฉพาะ ทั้งเวลาทำท่านก็ต้องนำตะกรุดมาวัดเทียบกับนิ้วชี้(ดัชนีของท่านเอง) เป็นคติว่าจะได้ชี้สั่งคนอื่นได้ตลอดเวลา ทั้งยังมีขั้นตอนที่ปราณีตอย่างการแช่น้ำว่าน คลุกผงยันต์ เข้ามวลสารศักดิ์สิทธิ์ อาบว่านยา ท่านว่าทุกอย่างทำได้ยากมากในสิ่งที่เสด็จพระใหญ่ท่านสั่งให้หาแต่ละอย่าง ยังดีที่เราพอมีเก็บไว้อยู่บ้างจึงทำได้ ถ้าสั่งให้หาเดี๋ยวนี้และทำเดี๋ยวนี้เอาว่าถอดใจได้เลย ว่านแต่ละอย่างยาแต่ละตัวนั้นล้วนแต่ครูในโลกทิพย์ท่านเอาออกมาให้ทั้งสิ้นต้องเก็บมาทั้งชีวิตเท่านั้น

    ตะกรุดนี้สำคัญมากเพราะท่านทำเทียบกับดัชนี ท่านว่าแม้ตอนเสกเสด็จพระใหญ่ท่านก็นำตะกรุดแต่ละดอกเทียบกับดัชนีของพระองค์ท่านทีละดอกทั้งนั้น เช่นนั้นตะกรุดนี้นอกจากมีคุณวิเศษดังกล่าวข้างต้นแล้วยังใช้ชี้ธรรม,ชี้ทางสว่างได้อีกด้วย ตะกรุดนี้เป็นสัญลักษณ์บอกถึงการสิ้นสุดของการเดินทาง,บอกถึงจุดหมาย,ถึงความสำเร็จ ในวงจรของเวลานั้นท่านว่าเมื่อแรกเริ่มจะเหนื่อยต่อเมื่อสิ้นสุดเท่านั้นจึงจะพอหายใจได้สบายกันบ้าง เช่นกันตะกรุดนี้ก็เปรียบดั่งจุดสิ้นสุดคือจุดที่เราสบายที่สุดนั่นเอง ด้วยเสด็จพระใหญ่ท่านเทียบตะกรุดกับดัชนีให้ทีละดอก เช่นนั้นจึงใช้ชี้ได้สารพัด ท่านว่าถ้าใช้ชี้ให้พรตัวเองก็จะให้ทรัพย์ได้เร็วกว่าทุกสิ่ง ชี้ให้สำเร็จก็สำเร็จทุกประการ ชี้เพื่อขอพรใดๆก็ให้พรได้ทันใจทันคิด ชี้ไปที่ไหนที่นั่นจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง(จริงๆแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านทำให้ด้วยประสงค์จะชี้ให้พ้นทุกข์,พ้นความขัดข้อง) แต่เราคนใช้จะเอาไปอธิษฐานใช้อะไรมันก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะว่าไอ้ตัวทุกข์นั้นมันก็ครอบคลุมวิบากกรรมทุกอย่างอยู่แล้ว เรียกว่ามีผลสืบทอดกันไปเป็นช่วงๆจะกล่าวว่านี่เอาไปชี้ทีก็ลดวิบากกรรมไปได้อย่างหนึ่งนั้นก็ได้ ะชี้ให้รวย,ชี้ให้เลื่อนตำแหน่ง,ชี้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ,ชี้ให้หายจากโรคเวรโรคกรรมก็ได้ ท่านว่ามีอานุภาพดุจเสด็จพระใหญ่ท่านชี้ท่านให้พรประสิทธิ์กับเราด้วยตัวท่านเอง

    อันคำว่า"พร"นี้ เมื่อให้แล้วจะถอนไม่ได้มันเป็นบาปเพราะเทพ,พรหมและองค์พระนั้นท่านจะถือคติว่าเมื่อเขียนด้วยมือแล้วจะลบด้วยเท้าไม่ได้ ดั่งพ่อแม่ที่ให้พรลูกให้มีความเจริญรุ่งเรือง แล้วพอโมโหจะถอนพรก็จะถอนไม่ได้ด้วยจะเป็นบาปอย่างร้ายแรง เช่นนั้นทั้งองค์พระ,เทพ,พรหมทั้งหลายก็ดีเมื่อให้พรแก่ผู้ใดแล้วก็ย่อมประสิทธิอยู่เช่นนั้นจะถอดจะถอนไม่ได้เลย ดั่งตะกรุดนี้ท่านท่านทำไว้เพื่อให้ผู้ใช้ได้ชี้ตัวเอง ได้ให้พรตัวเอง ท่านว่าคิดเอา ปรารถนาเอาแต่สิ่งที่ดีที่เป็นสิริมงคลกับตัวเองอย่าไปขออะไรอันน่ารังเกียจ จะมีผลดุจเสด็จพระใหญ่ท่านให้พรกระทำอนุโมทนาให้เราด้วยตัวท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าหมั่นชี้หมั่นให้พรแก่ตัวเองไปเรื่อยๆติดอะไรเจออะไรคับข้องใจก้ชี้เข้าไป ชี้ตัวเองก็ให้พรตัวเอง ชี้งาน ชี้กิจการก็เปิดทางเปิดอุปสรรคชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิตตัวเองอยู่เช่นนั้น ท่านว่าชี้ได้เรื่อยไปทั้งตะกรุดยังจะดับย่อยวัฏจักรทำให้เราเป็นคนใหม่ในแบบคนเก่าที่มีชีวิตสุขได้มากขึ้นและสบายได้มากกว่าใคร ดุจเราอยู่ในโลกในวัฏจักรอันมีเราเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวเช่นนั้น

    นอกจากนี้ด้วยอานุภาพของดัชนีนั้นยังถือเป็นมหาปราบชั้นสูง เหนือเทพ พรหม ยมยักษ์ทั้งปวง เพียงอาราธนาติดตัวไปศัตรูหมู่มารทั้งหลายก็พ่ายแพ้แก่บารมี จะมีชัยยะ,มีเดช,มีศรี,มีตบะเดชะ และเป็นมหาอำนาจแก่ผู้พบเห็น ถ้าถึงคราวจำเป็นเจอหมู่มารรุกรานก็ให้อธิษฐานตะกรุดเป็นดั่งนิ้วเพชรที่ชี้ไปต้องหมู่มารใดๆย่อมพินาศสูญสิ้น ท่านว่าอย่าชี้ไปเรื่อยเพราะเพียงพกไว้ก็เจริญก้าวหน้ามากพอดูอยู่แล้ว ทั้งจะปราบศัตรู,ปราบอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าให้กับเรา,ทั้งจะสะกดสิ่งไม่ดี,สะกดเหตุเสื่อมทั้งปวง

    คาถาบูชา
    พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ยกตะกรุดไหว้เหนือหัวนึกถึงเสด็จพระใหญ่เ้พียงเท่านั้นก็ขลังกว่าว่าคาถาพันบท เพราะเสด็จพระใหญ่ท่านกำกับผู้ใช้เอาไว้ว่าเวลาใช้ "ให้นึกถึงเรา"

    ### ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าลงยากและทำยากที่สุด ยิ่งต้องเข้าผง เข้ามวลสาร เข้าว่านยา อาบน้ำว่านกว่าจะสำเร็จแต่ละสูตรนั้นไม่ง่ายเลย ต้องใจเย็นๆรอจนแห้งแล้วค่อยๆทำทีละขั้น ท่านจึงทำได้ทั้งหมดหกดอกเท่านั้นและท่านใช้อาราธนาไว้จี้หรือชี้ให้พรตัวเองเป็นตะกรุดประจำตัวของท่านดอกหนึ่ง จึงมีให้บูชาเพียงห้าดอก ท่านว่าแต่ก่อนเราตั้งราคาไว้นับแสน เพราะไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่ ไม่รู้ครูท่านจะยอมทำให้อีกชาติไหน แต่ปัจจุบันนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านกระตุ้นให้เอาออกไปให้คนที่เขาตกอยู่ในสภาวะการณ์อันเป็นทุกข์ตรงกับอิทธิคุณตะกรุดนี้ได้ใช้ ท่านว่าดุจรอเวลาสุกงอมจนได้ที่แล้วมีเจ้าของครบแล้วท่านจึงให้เอาออกเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงให้เอาออกมาในราคาปกติ(พูดได้เลยว่าถ้าไม่ถึงเวลามีเงินก็ยังเอายากจริงๆ) ตะกรุดนี้ให้บูชาเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างเมรุเผาศพที่ชำรุดตามวัดทุรกันดารสืบต่อไป
    61298006-2357390854336520-2148184397684146176-n.jpg
    60871327-288786288672947-1367080389440438272-n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2019
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา เทพรับสาสน์เต่าทองเทวดาล้างซวยให้โชค(แว่วเสียงกะซิบ,สดับ,รับปากคำ)

    อะไรเอ่ย...เวลาเสกพ่ออจารย์ท่านต้องกางมุ้งครอบกลัวมันจะบินหนี
    วิชาเต่าทองนั้น
    ไม่ค่อยมีใครทำกันและคนเห็นก็จะดูแคลนไม่รู้ค่า แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าทำแล้วต้องเอาให้สุดๆใช้กันเห็นผลคาตานั่นจึงจะทำ เพราะวิชาเสกเต่าทองนั้นไม่ใช่ของเล่นหากแต่มีอานุภาพเป็นยอดและทำยากมากกว่าการเสกวัว,ควายธนูเหล่านี้มากนัก ในอดีตนั้นท่านว่าหลวงพ่อใบวัดดอนยอก็เคยทำไว้จนโด่งดังไปถึงต่างประเทศ แต่สมัยนี้หาดูกันก็ยังยากจะหาเต่าทองที่ทำและเสกเต็มวิชาได้นั้นแทบไม่มีเลย ท่านว่าเต่าทองนั้นเป็นเครื่องรางที่มัดีอยู่ในตัวเองคนสมัยโบราณนั้นเชื่อกันสืบมาว่าแค่มันปรากฏตัว แค่ได้เห็นมันก็จะทำให้เราโชคดี,มือขึ้นเพราะมันจะนำโชคดีและเรื่องมงคลมาให้เรา ประกอบกับตัวเต่าทองนั้นเมื่อนำมาทำเป็นเครื่องรางยังมีคุณวิเศษอีกมาก พ่ออาจารย์ท่านว่ามันปรับตัวอยู่ได้ในทุกสถานที่ทั้งยังพัฒนารูปแบบการหากินได้ตลอดไม่ว่าจะตกลงไปในที่คับแคบแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคกับระบบการใช้ชีวิตของมันเช่นนั้นจึงเชื่อว่าเครื่องรางนี้จะช่วยให้คนใช้นั้นหากินได้ง่ายขึ้น,คล่องขึ้นปรับตัวได้แม้เจอสถานการณ์ที่เป็นอันตรายหรือบีบบังคับเป็นเรื่องยากเพียงใดก็ตามท่านว่าย่อมไม่คนามือหรือเป็นสิ่งขัดขวางได้เลย ด้วยเต่าทองนั้นเป็นแมลงนำโชคใครเผลอไปฆ่ามันก็จะนำโชคร้ายมาสู่ตัวเอง คนสมัยก่อนเขาเชื่อว่าถ้าเต่าทองบินมาเกาะแขนใครคนนั้นจะได้พบคู่ครองในไม่ช้า จากคติเหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ปกปิดและค่อยๆสร้างเต่าทองวิชาออกมาให้คนได้นำไปบูชากันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก็ปรากฏว่าเต่าทองของท่านนั้นเด่นด้านโชคลาภอย่างถึงที่สุด จนคนใช้ต่างโจษขานกันว่า"แค่บูชาไปก็ถูกหวยติดๆกันหลายงวด บางคนเอาไปนอนฝันเห็นเทวดามาบอกว่าจะให้ถูกหวยติดกันเจ็ดงวดก็ถูกจริงๆ" แม้เอาไว้ทำกิจการงานใดๆก็จะมีคู่ค้า,ลูกค้าเยอะกว่าเดิม มีรายได้,รายรับเยอะกว่าเดิมเช่นนั้น…นี่แหละคือยอดแห่งแมลงนำโชค

    ด้วยเต่าทองนั้นมีนิสัยเป็นนักล่าที่เก่งกาจและกินจุ พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเอาไปใช้จึงได้รู้ได้เห็นกันว่ามันช่วยหากินเก่งขนาดไหนเห็นตัวเล็กๆเช่นนั้นมันกินอาหารกินเพลี้ยได้หลายพันตัว ทั้งยังเก่งในการข่มขู่สัตว์รอบข้างไม่ให้กล้าเข้ามาใกล้ได้อีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าสีและจุดของเต่าทองนี่แหละที่เป็นเสมือนสาสน์เอาไว้ข่มขู่ผู้อื่นให้อยู่ห่างๆไม่ต้องมายุ่งมารังแกตัวของมัน จึงเรียกได้ว่าเป็นเครื่องรางที่มีครบทั้งด้านเมตตา,มหาเสน่ห์,การทำมาหากิน,การคุ้มครองป้องกัน...### แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วมันคือผู้ส่งสาสน์ของพระเจ้า ผู้ที่บูชาแมลงเต่าทองนี้จะสังเกตุได้ว่าเวลาขอหรือมีความปรารถนาสิ่งใดก็ตาม เอ๊ะ ทำไมแค่คิดหลายๆเรื่องมันจึงออกมาดูดี,มันจึงสำเร็จได้ง่ายๆแปลกๆไม่ต้องใช้ความพยายามมากเหมือนแต่ก่อน นั่นก็เพราวิชาสร้างเต่าทองนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าก็เหมือนสร้างเทพรับสาสน์นั่นเองเช่นนี้จึงทำยาก เพราะเขาจะรับฟังคำขอความคิดและคำอธิษฐานผู้บูชาส่งตรงให้ถึงเทพเจ้าโดยตรงตามหน้าที่เขา...ดังนี้อะไรๆจึงสำเร็จได้โดยง่ายเพราะเทพเจ้าทั้งหลายจะคอยช่วยเหลือ พ่ออาจารย์ท่านจึงกล่าวแบบง่ายๆถ้าใครมาถามว่าเต่าทองวิชาของท่านดีอย่างไรท่านว่าก็เป็นสัญลักษ์ของความช่วยเหลือจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเจ้า,เป็นเทวดา คิดเอาเองเถิดว่าดีอย่างไร

    เมื่อนำมาทำเป็นเครื่องรางให้บูชาติดตัวนั้น เต่าทองน้อยๆนี้ยังมีคุณวิเศษอันแปลกประหลาดอีกประการหนึ่งด้วยก็คือช่วยลดปัญหา ใครที่มีปัญหาชีวิตหมักหมมมาเยอะๆนี่ท่านว่าต้องรีบแก้ก่อน เพราะเต่าทองวิชานั้นจะช่วยลดปัญหาซ้ำยังกู้วิกฤติต่างๆในชีวิตคนใช้ให้ผ่านไปได้อย่างง่ายๆ เรื่องที่หนักก็ลดลง ยิ่งชีวิตใครทำงาน,เสี่ยงโชคเจอแต่เรื่องเจ๊งเรื่องขาดทุนทั้งหลายนั้นท่านว่าปิดประตูเจ๊งกันไปได้เลยถ้าเขาได้พบกับเต่าทองวิชานี้ชีวิตจะยกขึ้นมาให้สมบูรณ์ ให้จำไว้ว่าเมื่อเต่าทองเข้าบ้านจะเจอแต่เรื่องดีๆ เช่นนั้นเมื่อเต่าทองอยู่กับเราจึงเป็นกำลังที่จะขับเคลื่อนสิ่งดีๆเข้ามาหาเรา ความหวัง,ความปรารถนาใดก็ดีถ้าเราอยู่กับเต่าทองวิชานี้ไปตลอดพ่ออาจารย์ท่านว่าจะได้อย่างที่หวัง จะเจอแต่ความโชคดีความรุ่งโรจน์ไม่รู้จบ ยิ่งใครหมั่นจับหมั่นลูบเขาเล่นก็เหมือนดุจว่ามือตัวเองได้จับโชคลาภแก้เคล็ดที่ว่าซวยว่าพลาดทั้งหลาย เงินทองจะเข้ามือตราบใดที่ในมือมีเต่าทองวิชาท่านว่านั่นแหละกำลังจะได้รับทรัพย์ในเวลาอันใกล้ ด้วยเต่าทองวิชานั้นเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า ดังนั้นผู้บูชาเขาพ่ออาจารย์ท่านจึงมักเน้นย้ำว่าให้อธิษฐาน(กระซิบความปรารถนา)บอกความต้องการหรือขอสิ่งที่เราอยากจะขอต่อเทพเจ้ากับเต่าทอง ให้เป็นภาระของเต่าทองที่จะนำคำอธิษฐานของเราลอยล่องไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า...ดุจความเชื่อที่ว่าเทวดาจะรับสาสน์ทุกอย่างและจะให้ผู้รับทุกอย่างดั่งคำที่เต่าทองนำขึ้นมาเช่นนั้น

    เมื่อจะทำเป็นเครื่องราง พ่ออาจารย์ท่านย่อมคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้งานจริงเป็นหลักใหญ่ เช่นนั้นท่านจึงลงคาถาต่างๆปลุกเสกเต่าทองวิชานี้ให้มีคุณครบเครื่องรอบด้านครอบจักรวาลเลยทีเดียว ทั้งในด้านการทำมาค้าขายให้โชคให้ลาภ,เรียกโชคลาภหรือลูกค้าเข้าหา,ให้ทำมาค้าขายคล่อง,ธุรกิจเจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง,ให้ชีวิตมีแต่เจริญขึ้นไปไม่มีเสื่อม,มั่งคั่งมั่นคง,ปกป้องคุ้มครองป้องกันภัย..ท่านว่าพกติดตัวไว้คุ้มครองป้องกันภัยได้นานาประการอย่าไปดูถูกเขาว่าตัวเล็ก เห็นแบบนี้เธอรู้มั๊ยว่าพวกเขาเยอะแค่ไหน ก็เต่าทองวิชานี้เทวดาทั้งหลายทุกชั้นล้วนแต่เมตตาเอ็นดูดุจญาติสนิทมิตรสหายตนเราจึงบอกว่าอย่าประมาทกับสิ่งเล็กๆ ทั้งยังลงให้เป็นเมตตามหานิยมใครพบเห็นก็บังเกิดความรักใคร่เอ็นดูตามคุณลักษณะของเต่าทองวิชาท่านว่าหากบูชาดีจะมีแต่โชคมีลาภไม่ขาดทั้งค้ำคูณเจ้าของ มีฤทธิ์ทำให้เกิดโชคลาภน้อยใหญ่บันดาลทรัพย์สินเงินทองจากหน้าที่การงานมีโชคบอกลาภอยู่เป็นประจำ ช่วยในการค้าขายเรียกลูกค้าเข้าหาได้เป็นอย่างดี เวลาเราไปไหนก็ดีเต่าทองวิชานี้เขาจะใช้จิตวิญญาณของตนเองติดตามให้การช่วยเหลือด้วยพ่ออาจารย์ท่านลงวิชาสำคัญไว้ให้กระแสชีวิตของเต่าทองวิชานั้นเชื่อมต่อกับผู้ใช้เพื่อจะได้ใช้งานได้เป็นประโยชน์สูงสุดและซึมซับพลังเข้ากับเขาได้อย่างแน่นแฟ้น ท่านว่ากระแสชีวิตของเรากับเขาจะเชื่อมต่อกันนี่ถ้าใครจิตดีแค่มองเขาก็จะรู้สึกได้ว่าเขาพูดหรือสื่อสารอะไรกับเรา

    นอกจากนั้นเต่าทองวิชาเมื่อพกติดตัวแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากจะใช้แก้เคล็ดล้างซวยให้โชคดียังใช้ปรับแก้ฮวงจุ้ยส่งเสริมข้อด้อยยกให้เด่นให้รุ่งได้อีกด้วย ใครที่ดวงชะตาตกอับมีเคราะห์หรือสถานที่อาถรรพณ์ทำมาหากินไม่ขึ้นสามารถแก้ให้มีความรุ่งเรืองได้ในเวลาไม่นานนักไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านโชคลาภ,กิจการไม่ดี,ธุรกิจไม่เจริญก้าวหน้า ท่านว่าใช้ปรับแก้ได้ได้ตั้งแต่งานหรือธุรกิจเล็กๆไปจนถึงขนาดใหญ่ๆทีเดียว คนที่เก็บเงินไม่อยู่,ทำมาหากินไม่ขึ้น,ทำคุณคนไม่ขึ้น,เจ้านายเพื่อนฝูงไม่รัก,มีดวงไม่ดีในเรื่องความรักทั้งหมดเหล่านี้รวมไปถึงคนประเภทที่ใจร้อนหรือสถานที่อันมีธาตุร้อนซึ่งจะทำให้เสียเรื่อง,เสียงานเสียการ,อยู่ไม่เป็นสุข,ไม่สบาย ท่านว่าให้ใช้เต่าทองวิชานี้ติดตัวหรือติดบ้านจะสามารถช่วยให้มีความสงบร่มเย็นขึ้นมาได้ ด้วยเต่าทองวิชานั้นถือได้ว่าเป็นของดีมีเทวดารักษามีความศักดิ์สิทธิ์ให้คุณทางหนุนส่งดวงชะตาให้อุดมด้วยความสงบร่มเย็นค้าขายดีมักมีโชคลาภมีลาภลอยปรับชีวิตให้ดีขึ้นตามธรรมชาติหรือสภาวะการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เราเป็นอยู่ นอกจากนั้นยังใช้ได้ทั้งกันและแก้ อาถรรพณ์ในสถานที่มีธาตุร้อนผู้ใดมีไว้ครอบครองจักมีความสงบร่มเย็นในชีวิต หากนำเต่าทองวิชานี้เก็บไว้ในที่เก็บเงินจะช่วยทำให้ส่งเสริมให้มีโชคลาภเข้ามาไม่ขาดสาย

    พ่ออาจารย์ท่านกำชับให้หาเต่าทองไม้แกะสลักมาเก็บไว้ให้ท่านทำพิธีชุบและปลุกเสกทำการประจุพลังลงอาคมตั้งธาตุทั้งสี่(ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ)และเปิดอาการทั้งสามสิบสองจนครบให้กับเต่าทองวิชาตั้งแต่หัวจรดขาอนุโลมและปฎิโลมจนครบสามสิบสองครั้ง แล้วจึงเรียกจิตเรียกนามอัญเชิญดวงวิญญาณของเต่าทองวิชาให้มาสถิตอยู่ในหุ่นเต่าทองนี้ พ่ออาจารย์ท่านกำชับไว้แต่แรกว่าให้กางมุ้งครอบตอนทำพิธีด้วยเพราะว่าถ้าเสกเสร็จแล้วเต่าทองวิชานั้นจะเป็นของทิพย์เป็นของเทวดา เขาจะบินกลับและเทวดาท่านก็จะเอากลับคืนไปเช่นนั้นตอนเสกท่านจึงกางมุ้งครอบไว้และลงคาถาอาคมที่มุมทั้งสี่ทิศป้องกันเทพและเพชรพญาธรทั้งหลายมาโขมยของหรือทำให้เสียพิธี และเพื่อให้เต่าทองนี้บังเกิดฤทธิ์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าพ่ออาจารย์ท่านจึงได้กำหนดพลังลมหายใจให้กับเต่าทองให้มีชีวิตทีละตนเพื่อให้เป็นเครื่องรางที่มีฤทธิ์แรงด้านโชคลาภและช่วยทำมาหากิน ท่านนำไปปลุกเสกจนร่างเต่าทองนี้คลานเคลื่อนไหวดุจมีชีวิตและต้องเสกต่อไปจนมันบินได้ ท่านว่าต้องเสกจนเต่าทองบินได้,เดินได้,ดำน้ำได้เท่านี้จึงเป็นอันใช้ได้ พอเสกเสร็จก็ตามเก็บกันภายในมุ้ง ท่านว่าไม่มีตัวไหนอยู่บนพานซักตัว

    เมื่อเสกเต่าทองวิชาเสร็จแล้วท่านจึงนำไปติดกับตะกรุดที่ท่านทำและเสกไว้เรียบร้อยแล้วอีกหนหนึ่งนั่นก็คือ
    - ตะกรุดเรียกเงินมา พ่ออาจารย์ท่านว่า"เงินย่อมต่อเงิน เงินย่อมเรียกหาเงิน" ตะกรุดนี้จึงดลบันดาลไม่ให้เงินหรือทรัพย์สมบัติของคนใช้ลดลงเหมือนหาดทรายที่น้ำพัดเท่าไหร่ทรายก็ไม่พร่อง ไม่ให้ธนสารสมบัติลดลงเกินวังน้ำถึงแม้มีลงก็ต้องขึ้นเต็มขอบฝั่งฉันใดก็ฉันนั้น ตะกรุดนี้ท่านลงให้ครบเพราะเสกใส่วิชาทำตะกรุดสาลิกาผสมลงไปด้วย จึงเป็นทั้งเสน่ห์ เมตตา ท่านว่ายิ่งโชคลาภนี้ยิ่งดีมาก จะค้าขายก็ดี ยิ่งพูดยิ่งเจรจาอะไรกับใครยิ่งมีแต่เรื่องดีๆยิ่งพูดยิ่งรวยแค่อ้าปากก็ได้เงินแบบนั้น ทั้งอธิษฐานจิตปลุกเสกให้ชนะทุสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งใจของคน จะเอาไปใช้ทางใดก็สุดแล้วแต่เพราะเป็นมหาลาภ,กลับร้ายกลายเป็นดี,ผ่อนหนักเป็นเบาดุจแก้วสารพัดนึกอธิษฐานได้ร้อยแปดประการ นอกจากนั้นท่านยังลงกันคุณไสยทั้งเสริมดวงให้ดีขึ้น,ปกป้องจากภัยร้าย,สะท้อนสิ่งชั่วร้ายที่เข้ามาออกไปให้หมด พ่ออาจารย์ท่านว่าลงเอาไว้ครบเพราะตั้งใจจะติดเสริมอานุภาพให้เต่าทองวิชานั้นใช้ได้ทุกด้าน


    วิธีใช้
    ให้เรียกเขาว่า
    ...พ่อเต่าทองจ๋าไปอยู่กับฉันนะ แล้วให้ตอบรับเองว่าฉันจะไปอยู่ด้วยจ๊ะแล้วฉันจะไปช่วย(จะให้ช่วยด้านไหนก็ตอบเอาเอง)ทำมาหากินหาเงินหาทองทำให้ร่ำรวยนะจ๊ะ
    - สำหรับขั้นตอนการขอโชค ให้นำกระดาษมาเขียนเลขศูนย์ถึงเก้าทำสามชุดแล้วใส่ในพานหรือภาชนะที่ไม่เคยผ่านการใช้งานอย่างอื่นมาก่อน จากนั้นให้เราอาบน้ำให้สะอาดแต่งกายให้เรียบร้อย แล้วตั้งนะโมสามจบสวดต่อด้วย พุทธังสรณังคัจฉามิ ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสรณังคัจฉามิ พร้อมนั่งสมาธิเสียเล็กน้อย จากนั้นให้ว่าลูกขอบารมีพ่อเต่าทองวิชาและเทวดาทั้งหลายให้ช่วยดลบันดาลให้ลูกหยิบได้เบอร์หวยประจำงวดวันที่..เดือน.. ปี.. แล้วจากนั้นนำเต่าทองกวนในม้วนกระดาษ ที่พานซ้ายสามครั้ง,กลางสามครั้ง,ขวาสามครั้ง เสร็จแล้วกลั้นหายใจหยิบเบอร์มาสามใบ(พานละใบ)แล้วจึงนำเบอร์ไปซื้อหวย ถ้าประสบความสำเร็จให้ใส่บาตรทำบุญให้เต่าทองวิชาและเทวดาเขาด้วย
    - เมื่อจะใช้ข่มศัตรู ท่านว่าถ้าเป็นคดีความให้เอาเต่าทองวิชาทับชื่อของผู้ที่ขัดแย้งกับเราเอาไว้เขาจะขัดแย้งกันเองจนเลอะเลือนจับต้นชนปลายไม่ถูกและแพ้คดีไปในที่สุด แม้จะข่มศัตรูก็ใช้ได้ดังนี้เช่นกัน


    พ่ออาจารย์ท่านว่าเสกมาให้ดีแล้วเต็มวิชาแล้ว ที่เหลือก็คือการนำไปใช้ยิ่งใครที่ทำงานขาดทุนหรือเจอปัญหาทางเศรษฐกิจส่งผลแบบกว้างๆแก้ไขไม่ถูกท่านว่าให้เร่งอาราธนาเต่าทองนี้เถิดเอาติดตัวไปไหนมาไหนไม่ต้องกลัวอันตราย จะทำการค้าขายก็ใช้ได้ผลดีเมื่อจะเข้าหาเจ้านายหรือจะให้คนมีเมตตาลืมความโกรธไปชั่วขณะก็ยังใช้ได้ จะทำให้มีโชคลาภหลั่งไหลมาดังที่กล่าวว่า"ทรัพย์สินเงินทองหลั่งไหลมาดุจนทีธารท่วมท้นอย่ารู้ขาดสูญเลยนา" ด้วยเต่าทองวิชาจะล้างซวยช่วยให้พ้นเคราะห์ ให้คนที่หากินลำบากเห็นเงินทองง่ายขึ้นมีกินไม่มีอด ทั้งเป็นมหานิยมโชคลาภเรียกทรัพย์เสริมหน้าที่และการงานให้เจริญรุ่งเรือง,เสริมความเป็นมงคลทั้งหลายในบ้านเรือน,คุ้มครองป้องกันคุณไสยต่างๆวิชาต่างๆเสนียดจัญไรทั้งหลายไม่ให้เข้าใกล้ ดั่งปกาศิตที่พ่ออาจารย์ท่านกล่าวไว้ ว่า...แว่วเสียงกระซิบ,สดับ,รับปากคำ ###นั่นคือความต้องการและคำอธิษฐานของเราแม้จะเบาดั่งเสียงกระซิบเขาก็ได้ยินได้สดับและรับปากคำของเราที่ขอที่ต้องการนั้นส่งต่อถึงทวยเทพทั้งมวล

    คาถาบูชา
    สิริโภคานะมาสะโย นะชาลิติจะมหาลาโภ นะชาลิเตจะมหาลาภัง สังชาลิเตจะมหาโภคัง ปุริโส อิตถีโย เมตตาจิตตังปิยังมะมะ สัพเพโวรา พะหูโจรา สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพพะศัตรูวินาสสันติ


    *** เต่าทองวิชานี้ตามที่ครูท่านโองการไว้พ่ออาจารย์ว่าจะดีมากยิ่งกว่าทวิทวีหากได้บูชาเป็นคู่ ซึ่งจะเปิดให้บูชาเฉพาะทาง PM เท่านั้น ท่านว่าเต่าทองนั้นเขามีคู่บุญคู่พันธะของเขาทุกตัว ถ้าใครยังไม่ใช่บุคคลที่สมควรจะได้เขาก็จะมองไปว่าเป็นเรื่องไร้สาระหรือไม่เห็นคุณค่าอยู่เช่นนั้น

    ร่วมทำบุญบูชา เทพรับสาสน์เต่าทองเทวดาล้างซวยให้โชค(แว่วเสียงกะซิบ,สดับ,รับปากคำ) บูชา 900 บาท

    61680384-361150941421563-1795727067703148544-n.jpg 61844113-361038874763419-4524545929470017536-n.jpg
    61451858-628088651041197-8519230488185929728-n.jpg
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดล้างหนี้เวรซ้อนธาตุซ้อนขันธ์บรรเทาความเดือดร้อนทั้งผอง(ผงมหานาวาพุทธรักษา)

    ชีวิตคนปกตินั้นย่อมหนีไม่พ้นความทุกข์แลเดือดร้อนเป็นเรื่องสามัญ ด้วยปัญหา,เรื่องไม่ดี,เรื่องอัปมงคล,เรื่องเลวร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตนั้นมีอยู่มาก อาทิ ป่วยเป็นโรคร้ายรักษาไม่หาย,ถูกโกง,ถูกใส่ร้ายป้ายสี,บุตรไม่รักดี,ครอบครัวแตกแยก,คนรักนอกใจ,ทำมาหากินไม่ขึ้น,ไม่พบความเจริญ...สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผลของกรรมที่ตนเคยสร้างไว้กับคนอื่นทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะถูกเจ้ากรรมนายเวรตามทวงกรรมชั่วที่ตัวเคยทำไว้สิ่งอันวิบัติทั้งหลายจึงเกิดขึ้นทีละเรื่องๆอย่างช้าๆ ทีนี้เจ้ากรรมนายเวรนั้นก็อุปมาได้กับสุนัขไล่เนื้อท่านว่ามันจะตามเราไปทุกภพทุกชาติอย่างไม่ลดละ เมื่อใดที่เราอ่อนล้า(กำลังบุญอ่อนแรง)และสบโอกาสมันก็จะเข้างับกัดกินเราอย่างไร้ความปรานี เช่นนั้นปัญหาที่มีคนมาปรึกษามากมายท่านว่าต่างคนก็ต่างชีวิตย่อมมีปัญหาแตกต่างกันไป หากแต่เมื่อพิจารณาดูแล้วจะพบว่าทุกปัญหาล้วนมีสาเหตุมาจากต้นตอเดียวกันทั้งสิ้น ท่านว่าถ้าบอกว่าง่ายมันก็ง่ายที่จะแก้ แต่ถ้าแก้ผิดจุดทั้งชาติมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้

    เมื่อพิจารณาดูแล้วพ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าคนเรานั้นมีหนี้เวรหนี้กรรมที่ก่อไว้ตามภพชาติที่ตนเกิด พอกรรมส่งผลมันก็เปลี่ยนทะเลชีวิตให้เชี่ยวกรากดุจช่วงเวลาที่ตนเองเข้าไปในมหาวายุ ทั้งแดด,ทั้งคลื่น,ทั้งลมล้วนแต่พร้อมจะทับถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน ด้วยกรรมนั้นเป็นเสมือนสุนัขล่าเนื้อไม่ว่าเราจะอยู่ภพไหนในร่างใดมันก็ตามกลิ่นเราถูก พ่ออาจารย์ท่านจึงเรียกกรรมเหล่านี้ว่าเป็นหนี้..หนี้ของเวรที่ต้องชดใช้..เป็นหนี้ที่ซ้อนอยู่ในร่างกายรวมกับตัวของเรา..เป็นหนี้ที่ซ้อนธาตุซ้อนขันธ์ของเราอยู่ พูดเช่นนี้ก็คือแยกกันไม่ออกขาดกันไม่ได้นั่นเอง มีทางเดียวที่จะแก้ไข นั่นก็คือไปหยุดให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายเขาเลิกเพ่งโทษ,เลิกติดตามทวงบัญชีหนี้ที่เราก่อไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราเคยทำร้ายหรือสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เขาก็ดี ถ้าคลายความอาฆาตแค้นลงได้และเขายอมให้อภัย นั่นจึงจะเป็นการหยุดคราเคราะห์ทั้งหลาย เป็นการแก้ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง ตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งที่จะเอาชนะความอาฆาตพยาบาทได้ก็มีเพียงการเจริญเมตตาให้เขาเท่านั้น ทีนี้หลายๆคนพอรู้ว่าตนอยู่ในช่วงชีวิตที่ร้ายมากกว่าดีก็เลยขยันทำบุญอุทิศให้เขากันใหญ่โดยไม่ได้สนใจว่าเขาจะรับบุญหรือไม่ บางทีก็พาลไปทำให้เขานึกถึงอดีตทวีแรงแค้นแรงอาฆาตมากขึ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าบางอย่างถ้าเขาตั้งใจจะล้างผลาญเราจริงๆนั้นไปพูดดีๆเขาก็ไม่ฟังเราหรอกต่อให้ไปกรวดน้ำทำบุญให้เท่าไหร่เขายิ่งจะคว่ำขันไม่รับอยู่อย่างนั้น นั่นหมายถึงว่าอำนาจบุญของเราที่ส่งไปเมื่อเทียบกับปัญหาที่เราก่อนั้นยังไม่พอ แรงเมตตาน้ำใสใจจริงของเราเมื่อเทียบกับความอาฆาตของเขานั้นยังเทียบกันไม่ได้ จึงพาลให้มรสุมทั้งหลายตามเข้ามาถาโถมอีกหลายระรอก เป็นสาเหตุที่คนเข้ามาปรึกษากันเป็นส่วนมากว่าทำไมทำบุญแผ่เมตตาแล้วปัญหาถึงเลวร้ายลงและหนักหน่วงมากขึ้นทุกที

    ในส่วนของวิชาที่พ่ออาจารย์ท่านทำเป็นเครื่องมงคลไว้นั้นก็เห็นจะมีแต่"ตะกรุดล้างหนี้เวรซ้อนธาตุซ้อนขันธ์"เท่านั้นที่จะรั้งและแก้ไขปัญหาได้ถึงต้นตอและแก้ได้ตรงจุด พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้สร้างยากอย่างแท้จริงเพราะอยู่ดีๆนึกอยากจะทำนึกอยากจะเขียนนั้นทำไม่ได้เลย แม้ฝืนทำไปก็หาได้มีอานุภาพควรแก่การนำไปใช้ไม่ เมื่อจะทำแล้วจึงต้องสร้างให้คู่ควรให้สำเร็จผลอย่างแท้จริงซ้ำเสด็จพระใหญ่ท่านยังให้คาถาในการลงจารและผูกตะกรุดด้วย จะบอกว่านี่คือกำลังบุญของมหาพุทธะ(เสด็จพระใหญ่)ที่ท่านแผ่เมตตาไว้ภายในตะกรุดนี้ เป็นกำลังบุญที่สั่งสมมาผ่านกาลเวลาแทบจะเรียกว่าอนันตกาล ด้วยกำลังนั้นจะปลดเงื่อนแก้จิตอันอาฆาตพยาบาททั้งหลายลงแบบส่งตรงถึงตัวทันทีเช่นนั้นก็ย่อมได้ เป็นกระแสมหาเมตตาใหญ่ที่อุปมาดั่งมหาสมุทรอันหล่อเลี้ยงแผ่นดินทั้งสี่ทวีปจะได้ชักนำได้นำพาไปปลดเปลื้องเจือจางความขุ่นแค้นหมองมัวทั้งหลายเหล่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเครื่องมงคลที่ได้จากการเจริญเมตตาด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจจริงๆขององค์มหาพุทธะ ด้วยกระแสแห่งเมตตานั้นความเดือดร้อนทั้งผองอันส่งผลมาแต่กรรมและเจ้ากรรมยายเวรทั้งหลายย่อมคลี่คลายไปทีละชั้นอย่างช้าๆ เมื่อเจ้ากรรมยายเวรนั้นรับรู้ถึงกระแสธรรมและความเมตตาเขาจะเต็มใจให้อภัยและหยุดให้ร้ายแก่เราเมื่อนั้นจึงเรียกว่าตัดเวรกรรมได้อย่างแท้จริงและเป็นการตัดที่ต้นตอออกไปทั้งหมด

    ...ทำไมต้องคลี่คลายอย่างช้าๆ ท่านว่ากรรมนั้นก็เหมือนเปลือกหุ้มตัวเอาไว้ ถ้าถามมาว่าทำไมก็ต้องย้อนถามกลับไปว่าไอ้เปลือกที่หุ้มตัวเราอยู่นี่มีไม่รู้กี่ร้อย.พัน..หมื่นชั้นก็เท่านั้น อย่าลืมว่าเราไม่ได้เพิ่งเกิดแต่เรานั้นเวียนว่ายกันมาในวัฏสงสารนับชาติไม่ถ้วนประมาณกันไม่ได้เรียกว่าทำกรรมสร้างเวรมาไม่รู้ตั้งกี่ชาติ ไอ้ที่จะปลิดเปลือกออกชั้นหนึ่งแล้วเรื่องจบทันทีท่านว่าคงมีแต่คนโกหกเท่านั้นถึงจะพูดได้ ด้วยกรรมแต่ละอย่างมันก็นอนนิ่งรอเวลาสนองและให้ผลของมันอยู่ดั่งสุนัขล่าเนื้อที่จะคอยตามกลิ่นเรา พอมันรู้ว่าเราอยู่ไหน..มันจะกัดเราเมื่อไหร่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ทีนี้ต้องพึงรู้เอาไว้ว่าไอ้สุนัขล่าเนื้อที่พูดถึงกันอยู่นี่มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวและบางทีมันก็ไม่ได้มาแค่ตัวเดียว บางครั้งมันก็มากันเป็นฝูงรุมขย้ำเราเพราะกรรมบางอย่างนั้นมันเป็นกรรมซ้อนกรรมมีผู้เกี่ยวข้องและเดือดร้อนเป็นทอดๆอย่างนี้ เช่นนั้นตะกรุดนี้จึงจำเป็นต้องคาดไว้ตลอดเวลาไม่ควรจะถอดออกในกรณีใดๆทั้งสิ้น...ท่านว่าพอจะกระจ่างแจ้งแก่ใจกันหรือไม่

    ด้วยปรารถนาให้ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นกับเธอเสมอไม่ถูกจำกัดไว้เพียงหนทางที่เลือกเดิน ท่านจึงให้อาราธนาตะกรุดนี้ติดตัวตลอดเวลาเพราะจะได้ไม่เป็นกังวลและไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งแก้กรรมให้โดนหลอกหรือถูกต้มถูกตุ๋นที่ไหน ตะกรุดนี้นอกจากใช้แก้กรรมแล้ว...ยังดีทางขจัดหนี้สินอีกด้วย พราะท่านลงไว้ให้มนุษย์ใช้เพื่อออกจากพันธนาการ ดังนั้นทั้งภาระและหนี้สินที่พันธนาการเราอยู่หรือไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดย่อมได้รับอานิสงค์ไปทั้งหมดเช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้แต่คำสาปและความผิดพลาดทั้งหลายอันปรากฏในอดีตสิ่งเหหล่านั้นก็นับด้วยพันธนาการทั้งสิ้น...เห็นหรือยังว่าควรกันหรือไม่ที่จะถอดตะกรุดนี้ให้พ้นตัว ท่านว่าตะกรุดนี้เสด็จพระใหญ่ท่านให้ทำเขึ้นเพื่ออำนวยผลดีสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ให้ดีขึ้น แม้จะเป็นการพลิกดวงชะตา,แก้ไขกรรมเก่า,ทุกข์,โทษ,เคราะห์ทั้งปวง,ให้ปลดหนี้สินล้างมลทินทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านยกตัวอย่างว่าคนที่เสวยกรรมต่างๆเช่นกรรมจากการฆ่าทำให้สุขภาพไม่ดีสามวันดีสี่วันไข้ เมื่อติดตัวไว้จะลดวิบากกรรมต่อเนื่องด้วยกระแสเมตตาจิตจะผ่อนผันบรรเทาช่วยให้ผู้ที่ได้บูชามีร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดีขึ้น เพราะเช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นผลพวงและผลกระทบต่างๆอันเกิดจากวิบากกรรมมาตัดรอนก่อให้เกิดวิบากกรรมต่อเนื่อง ส่งผลให้การงานติดขัดทำอะไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จบ้าง,ขาดคนอุปถัมภ์บ้างท่านว่าคนเหล่านี้ถ้าเจอสถานการณ์เช่นนี้แล้วทำบุญเก่ามาไม่ดีชีวิตจะตกต่ำมาก หลายคนหาทางออกไม่ได้ก็เครียดมีทั้งทำร้ายตัวเองไปจนถึงฆ่าตัวตาย บางคนจากฐานะดีๆกลายเป็นสิ้นเนื้อประดาตัวก็มีมาแล้วเพราะขาดแรงบุญหนุนนำ เช่นนั้นตะกรุดนี้จึงเป็นทั้งกำลังบุญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะหนุนนำตัวเธอออกจากต้นตอของปัญหา เพราะเป็นของมงคลเฉพาะทางอันมีหน้าที่แก้กรรมและหนุนนำเปิดโอกาสให้คนสร้างบุญซึ่งท่านตั้งใจยกตะกรุดนี้มาสร้างโอกาสให้แก่คนที่ชีวิตหนีปัญหาไม่พ้นทั้งหลายด้วยมีกรรมซ้อนกรรมซ้อนธาตุซ้อนขันธ์จริงจะได้ใช้กระแสแห่งมหาเมตตาใหญ่นั้นช่วยป้องกันภัยแก้ไขเวรกรรม

    ทั้งนี้ตะกรุดนั้นจะไม่สมบูรณ์ขึ้นเลยหากขาดผงวิเศษชุดสำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านเอาแร่ต่างๆมาลบผงสำเภาทอง ผงที่มีพุทธคุณวิ่งหา,วิ่งเข้า,วิ่งชนความสำเร็จแต่เพียงอย่างเดียว หากเจออุปสรรคปัญหาขวางกั้นก็ให้หลบเบี่ยงพ้นไปไม่ย่างกรายมายุ่งกับเราดุจเราควบคุมสำเภาอันเป็นนาวาวชีวิตให้หลบพ้นหรือพุ่งชนก็ได้ตามใจหมาย ท่านว่าผงนี้เป็นมหามงคลนักเพราะเวรกรรมทั้งหลายบรรดามีเป็นอเนกชาตินั้นก็เหมือนท้องน้ำที่ไม่มีประมาณ ดังนั้นจึงใช้ตะกรุดนี้แก้เคล็ดดุจว่า"น้ำคอยพยุงเรือฉันใด แม้กรรมทั้งหลายก็ต้องเกื้อหนุนเราด้วยฉันนั้น" เป็นเคล็ดที่ว่าเปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชคดี ทั้งเรือนั้นยังหนุนชีวิตเราดุจมีพาหนะที่ใช้ผ่อนแรงเวลาเราเดินทางแหวกว่ายไปหาธงแห่งความสำเร็จ ที่ควรเหนื่อยก็ไม่เหนื่อย,ที่ไกล,ที่ยาก,ที่ลำบากลดทอนเวลาก็มีแต่จะเร็วและสะดวกขึ้น ท่านนำผงธูปที่จุดตอนเข้ากรรรมฐานมาผสมกับผงดินที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า,ผงดินใจกลางองค์พระปฐมเจดีย์,ทองคำเปลวที่ติดเสาหลักเมืองจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ,ผงไม้เสากุฏิอาจารย์มั่น,ข้าวตอกพระร่วงบนพระแท่นดงรัง,แร่เกาะล้าน,แร่เหล็กน้ำพี้,แร่ขี้เหล็กไหล,แร่เหล็กเปียก,ผงแร่กายสิทธิ์ทุกตระกูล,ผงเหล็กยอดปราสาท ยอดเจดีย์ เหล็กบ่อน้ำพี้ เหล็กตรึงปั้นลม,กาฝากไม้มงคล,ว่านยาผีหัวลู,ผงยาสุระสะตี่,ผงยันต์อาง,ผงส้มป่อยเดือนห้า,ผงใบหนาด,ผงหญ้าคา,ผงต้นล้านผีพ่าย,ผงไพลดำ,น้ำมะพร้าว,ผงอิทธิเจ,ผงปถมัง,ผงมหาราช,ผงพุทธคุณ,ผงตรีนิสิงเห นอกจากนั้นเพื่อที่จะลบผงสำเภาทองนี้เสด็จพระใหญ่ยังสั่งให้ท่านหามวลสารสำคัญอีกสองชนิดมาผสมลงไปด้วยก่อนจะคลุกคลีปั้นเป็นแท่งผงแล้วทำการลบยันต์ ซึ่งผงทั้งสองก็คือผงเม็ดพุทธรักษากับผงกะลามหาอุตม์
    - เม็ดพุทธรักษา เป็นเม็ดไม้มงคลที่มีฤทธิ์อยู่ในตัวมีพุทธคุณปกป้องสิ่งเลวร้ายและรักษาความเป็นมงคลไว้เชื่อกันว่าพุทธคุณของเม็ดพุทธรักษานั้นไม่มีอำนาจใดๆมาตัดรอนหรือลบล้างได้นอกจากอำนาจของกฏแห่งกรรมเท่านั้น เช่นนั้นท่านจึงให้ใส่ผงเม็ดพุทธรักษาเพื่อหนุนแรงเสริมกำลังในตะกรุดด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าอุปสรรคและการกระทำทั้งหลายจะได้ย่อยยับไปด้วยอำนาจแห่งเม็ดพุทธรักษานี้ส่วนอะไรที่เกินกรรมก็ให้เป็นเรื่องของตะกรุดไปเพราะเขาจะหนุนจะทำงานกันเป็นทอดๆ ท่านว่าผงพุทธคุณที่สร้างจากเม็ดพุทธรักษานั้นผู้ใดมีไว้ครอบครองจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองด้วยลาภ,ยศ,สุข,สรรเสริญ แม้การสร้างพระสมัยโบราณครูบาอาจารย์ก็นิยมกันมากไม่ว่าจะเอามาตำแล้วผสมลงไปในเนื้อพระเช่นนั้นสูตรทำผงพระของโบราณจารย์จึงมีพุทธคุณสูงมากเช่นนั้น แต่เม็ดพุทธรักษานั้นหาได้ยากมากเรียกว่าในหลายร้อยหลายพันต้นจะหาต้นที่ออกเป็นเม็ดนั้นยากมาก โดยส่วนมากแล้วจะเอาเม็ดพุทธรักษามาทำเป็นประคำหรือเอามาทำเป็นเม็ดกริ่งบรรจุลงไปในองค์พระมากกว่าพระกริ่งคลองตะเคียนอันมีอานุภาพลือลั่นเช่นนั้น
    - กะลามหาอุตม์ เป็นกะลาที่ไม่มีตาและไม่มีปากจัดได้ว่าหายากที่สุดแต่มีพุทธคุณมากใช้ได้หลายทางแม้แต่เป็นมหาลาภ ว่ากันว่าในลูกมะพร้าวหนึ่งแสนถึงหนึ่งล้านลูกจะเจอกะลามหาอุตม์แบบนี้เพียงหนึ่งหรือสองลูกเท่านั้น หายากมากกว่ากะลาตาเดียวหลายเท่านักพุทธคุณนั้นเด่นมากทางด้านโชคลาภ ค้าขาย เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ มีคุณให้ลาภแก่ผู้ครอบครองสูงมาก ใช้แก้ดวงตกได้ผลชะงัด ด้วยกะลามหาอุตม์หายากมากกว่ากะลาตาเดียวมากพุทธคุณจึงโดดเด่นและทำขลังได้มากกว่ากะลาตาเดียวหลายเท่าทวีคูณ ว่ากันว่าแม้ผู้ที่จะได้ครอบครองวัตถุมงคลที่ทำจากเนื้อกะลามหาอุตม์ ย่อมต้องเป็นผู้มีบุญวาสนาเท่านั้น
    ผงนี้ท่านว่าตอนเสกแล้วเอามาอุดตะกรุดนั้นท่านเน้นให้ครบหมดทั้งเรื่องเสริมดวง,ปัดเคราะห์,ล้างกรรม,พลิกดวงชะตาชีวิตจากร้ายกลายเป็นดี สำหรับคนที่มีเคราะห์มีกรรมทำมาหากินไม่คล่อง,ดวงไม่ดีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกท่านว่าตะกรุดนี้จะผ่อนให้หมดเลยจากเรื่องที่หนักจะกลายเป็นเรื่องเบามีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต สำหรับคนที่มีแรงบุญมีวาสนาดีดวงดีอยู่แล้วก็ช่วยส่งเสริมให้ยอดดียิ่งๆขึ้นไปไม่ดีเท่าเดิมไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่เรียกว่าใช้ส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่หน้าที่การงานให้เจริญยิ่งๆขึ้นไปไม่รู้ยากรู้จนเลย เจริญในลาภยศทุกประการคุ้มกันเสนียดจัญไรได้สารพัด กันคุณไสยนานาประการบูชาติดตัวจะเป็นเมตตา


    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ถึงจะเป็นมหาเมตตาที่ใช้คลี่คลายวิบากกรรมก็จริง แต่หากถ้าผู้ใดคิดร้ายต่อเราผลนั้นก็จะสะท้อนกลับไปถึงผู้นั้นข้าศึกพ่ายแพ้ไปสิ้นมิอาจทำอันตรายแก่เราได้เพราะท่านลงไว้ให้ใช้ได้ในชีวิตจริง(ท่านย้ำตรงนี้มากว่าห้อยต้องไม่หนักคอเปล่าเพราะสังคมสมัยนี้การแข่งขันมันสูง) ท่านว่าขอให้ใจเรานิ่งอย่างเดียว***ขอให้เชื่อมั่นเท่านี้แม้จะมีอุปสรรค์อันตรายบาปเคราะห์รบกวนสักเท่าไหร่ก็ดีก็จะสามารถฝ่าฟันไปได้ จะเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จะเป็นคนมีบารมีมีวาสนามาหนุนมาผลักดันเราอยู่เรื่อยๆ ทั้งยังใช้อาราธนาคุณพระให้บรรเทาโรคภัยแก้กรรมโรคพิสดารต่างๆที่แพทย์หาสาเหตุไม่เจอ มีพุทธคุณล้นเหลือแล้วแต่จะปรารถนาเอาเถิด จะใช้แก้คุณไสย์,เสนียดจัญไร,คุณผีคุณคน,เคราะห์ร้ายดวงตก,พกติดตัวจะเป็นมหานิยม,กันสิ่งชั่วร้ายต่างๆมีคุณอนันสมปราถนาทุกประการแล...ตะกรุดชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าผู้ใดที่ได้ไปครอบครอง ขอให้ตั้งมั่นด้วย “คุณธรรม” พุทธคุณในตะกรุดจะหนุนนำและดลบันดาลให้อุดมไปด้วยโภคทรัพย์และโชคลาภ ชีวิตจะมีแต่ความสุขความร่มเย็น ปัดเป่าภัยพิบัติต่างๆนานา สมกับชื่อตะกรุดล้างหนี้เวรซ้อนธาตุซ้อนขันธ์บรรเทาความเดือดร้อนทั้งผอง

    คาถาบูชา
    ปฐมพุทธะเตชะ นะโมพุทธายะ นะรานะระรัตตังญาณัง นะรานะระรัตตังหิตัง นะรานะระรัตตังเขมัง วิปัสสิตังนะมามิหัง


    ท่านว่าหากจิตใจไม่เป็นปรกติรู้สึกร้อนใจหรือหรือสังหรณ์ใจกระวนกระวายใจแปลกๆก็ให้อาราธนาตะกรุดด้วยพระคาถานี้ ลางร้ายทั้งหลายจะเสื่อมสูญไป อาการจิตใจที่กระวนกระวายก็จะกลับมาเป็นปกติ หากมีสิ่งปองร้ายอันเกิดจากอวิชชา,คุณไสย,มนต์ดำหรือลมเพลมพัดใดๆอยู่ในร่างกายเราท่านว่าเพียงคาดตะกรุดไว้ ทุกสิ่งเหล่านั้นจะค่อยๆเสื่อมๆค่อยๆเจือจางหายไปจากตัวเราเองอย่าได้เดือดเนื้อร้อนใจใดๆเลย เช่นนั้นตะกรุดนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคาดและควรคาดติดตัวเป็นประจำตลอดเวลา,ทุกเวลาเพราะมีผลให้แรงกรรมในตัวเราค่อยๆเจือจางเบาบางลงไปได้ ดังพ่ออาจารย์ท่านอุปมาว่าเหมือนเอาหมึกดำไปเจือจางในท้องพระมหาสมุทร ที่ว่าดำว่าเข้มนั้นมันก็ค่อยๆละลายหายไปเพราะไม่มีมหาสมุทรใดในโลกจะกว้างใหญ่และยิ่งใหญ่ไปกว่าน้ำใจของพระพุทธเจ้าแล้วเช่นนั้น ทั้งตะกรุดนี้ท่านยังย้ำว่า"คนไม่ดีไม่ได้ใช้" ถึงมีตาเขาก็มองไม่เห็นเพราะเป็นตะกรุดสายโหดที่ท่านว่าทำเอาไว้ให้รบ แต่ไม่ใช่รบกับคนอื่นหากเป็นรบกับพันธสัญญาและเวรกรรมในตัวเอง ซึ่งตอนเสกตะกรุดนี้ท่านบอกว่า เราทำให้คนที่มีกิเลสอยู่ในโลกโลกีย์ใช้ เราไม่ได้ปลุกเสกเพื่อให้คนเอาไปใช้แล้วกลายเป็นพระอรหันต์ชาตินี้หรือว่าเดี๋ยวนี้ เพราะท่านหมายใจจะให้คนมีโอกาสได้สร้างบุญมีกำลังต่อทางเดินชีวิตตัวเองให้ดีที่สุด

    ***ตะกรุดล้างหนี้เวรซ้อนธาตุซ้อนขันธ์บรรเทาความเดือดร้อนทั้งผอง(ผงมหานาวาพุทธรักษา)นี้ พ่ออาจารย์ท่านให้ออกให้บูชาเพียงห้าดอกเท่านั้น ท่านว่าตะกรุดนี้แต่แรกเริ่มแล้วเสด็จพระใหญ่ท่านก็ตรวจดูสัตว์โลกที่ท่านสมควรจะโปรดเอาไว้ทั้งหมดตามพุทธกิจ...จึงเรียกว่าทำเท่าที่ผู้มีวาสนาได้พบเจอได้มีโอกาสบูชาเท่านั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าให้เป็นเรื่องของสิ่งที่ท่านลิขิตเอาไว้ใครรู้ค่าก็คนนั้นแหละมาเอาไป ท่านให้ส่งจองเฉพาะทาง PM เท่านั้นรายได้ร่วมบุญไถ่ชีวิตโคกระบือสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดล้างหนี้เวรซ้อนธาตุซ้อนขันธ์บรรเทาความเดือดร้อนทั้งผอง(ผงมหานาวาพุทธรักษา) บูชา 4,000 บาท


    62028021-1046685505535267-3032578151738769408-n.jpg 62155747-481613315932902-4668714409500082176-n.jpg
    61538844-1187332838112416-3827294204128657408-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา พญาเต่ามังกรแย่งชิงวาสนา,ดวงผงาดผงโลกศักดิ์สิทธิ์(เต่าสร้างตัว)

    ในบรรดาเทพเดรัจฉานทั้งหลาย เต่ามังกรนั้นพ่ออาจารย์ท่านยกย่องเอาไว้อยู่มากเพราะท่านเคยเจอกันด้วยตาเนื้อถึงสองครั้ง(และสัมผัสกันทางจิตนับไม่ถ้วน) ท่านจึงมักเรียกขานสหายว่าท่านผู้เฒ่าบ้างหรือเพื่อนในโลกทิพย์บ้าง ...จำเนียรกาลผ่านไปครั้งหนึ่งท่านเคยนั่งทำผง นั่งนวด นั่งปั้นรูปเต่ามังกรนั้นขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงเพื่อนของท่านในโลกทิพย์ แล้วเต่ามังกรนั้นเป็นของประเสริฐเช่นใด

    การปรากฏขึ้นของเทพเต่าเสวียนอู่นั้นเกิดจากการรวมตัวของก้อนผลึกจักรวาลปรากฏเป็นเทพแห่งดวงดาวขึ้นมาเอง(มีกำเนิดด้วยตัวเอง)และภายหลังจึงจุติสู่โลกมนุษย์มีนามว่าเสวียนอู่ในรูปลักษณ์พญาเต่ามังกร บ้างก็ว่าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงเบื่อหน่ายในโลกโลกีย์จึงจุติมายังโลกมนุษย์เก็บตัวบำเพ็ญภาวนาบนเขาบู๊ตึ๊งจนสำเร็จมรรคผล...พ่ออาจารย์ท่านว่าเทพเสวียนอู่นั้นเป็นสัญลักษณ์ของการกำเนิดจักรวาลและฟ้าดิน และทางเต๋าก็ยกย่องท่านมากว่าเป็นเทพที่ทรงอิทธิฤทธิ์แรงกล้า บางคนก็เชื่อกันว่าท่านเทพนั้นสถิตย์อยู่ในภูเขาบู๊ตึ๊งอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักพรตเต๋าเรียกขานกันว่าราชันอุดร มีขุนพลงู,ขุนพลเต่าคอยถวายงาน ด้วยมีร่างกายสูงใหญ่และเป็นที่เกรงกลัวของเหล่าภูติผีปีศาจ เหล่าเทพทั้งหลายจึงยำเกรงกันมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าเทพเสวียนอู่นั้นท่านปั้นขึ้นมาเพราะมีจุดประสงค์เฉพาะกาลอย่างหนึ่ง ###นั่นคือท่านตั้งใจทำเพื่อให้คนที่ต้องการหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยได้ใช้ อะไรที่เห็นว่าหลบไม่ได้,เลี่ยงไม่พ้นต้องปะทะหรือมีผลกับตัวเราอย่างแน่นอนที่สุดแล้ว ท่านว่าให้ขอบารมีเทพเสวียนอู่นั้นเถิดหากสิ่งที่หลบไม่ได้นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่พึงประสงค์ กาลเหล่านั้นก็จะหลบเร้นพ้นเนื้อตัวไปได้อย่างน่าฉงน ดั่งในอดีตเมื่อกำเนิดเทพเสวียนอู่นั้นท่านก็ได้หลีกหนีเคราะห์ภัยลงมาเกิดเพื่อบำเพ็ญตบะจนสำเร็จมรรคผลเช่นกัน

    ด้วยเทพเสวียนอู่นั้นเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง,อายุยืน,การมีสุขภาพดี,ความตั้งใจ,ความมุมานะ,หนทางอันนำไปสู่ความก้าวหน้า,ความสำเร็จอย่างมั่นคงยืนยาว และรวมไปถึงการเพิ่มพูนด้านทรัพย์สินเงินทองตลอดจนป้องกันคุ้มภัยจากสิ่งชั่วร้าย ด้วยเต่านั้นเป็นตัวแทนของความยั่งยืน,แข็งแรง,อดทน,มีเกราะป้องกันอันตราย ส่วนมังกรนั้นเป็นตัวแทนความยิ่งใหญ่,ความดีงาม,ความกล้าหาญ,วาสนาบารมีที่สูงส่ง เมื่อพ่ออาจารย์ท่นเมตตาสร้างเต่ามังกรจึงถือเป็นมงคลสูงสุดที่รวมคุณลักษณะทั้งสองอันเป็นสุดยอดปรารถนานับแต่อดีตกาลของเต่าและมังกรเข้าไว้ด้วยกัน ในยุคนี้หากเป็นการสร้างเทพเสวียนอู่แล้วคงกล่าวได้ว่าถ้าท่านไม่ทำแล้วใครล่ะจะทำ เช่นนั้นท่านจึงตั้งใจเชิญท่านผู้เฒ่าให้มารักษาและเปลี่ยนดวงชะตาคนที่เอาไปใช้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเทพเสวียนอู่ท่านมีความสามารถพิเศษที่ถ่ายทอดให้กับศิษย์หรือผู้บูชาได้อย่างน่าประหลาดใจ นั่นก็คือเปลี่ยนโชคชะตาหรือเพิ่มดวงด้านโชคลาภทรัพย์สินเงินทองความมั่งคั่งให้กับผู้ครอบครองและยังลดทอนความอัปมงคลในชีวิตรวมไปถึงเรื่องอัปมงคลต่างๆได้ นอกจากจะใช้อาราธนาท่านเพื่อหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยต่างๆแล้วยังจะแก้เคล็ดคนที่อายุสั้นชะตาขาดเหล่านี้ได้อีกด้วย ใครที่ไม่มีบุญพอจะอยู่ในวาสนาในโภคสมบัติได้ยาวนานพ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเทพเสวียนอู่ส่งเสริมก็จะอยู่ในวาสนานั้นได้นานยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคภัยทั้งหลายจะไม่ทำอันตรายให้เจ็บไข้ได้ป่วย มีทุกข์..ทุกข์ก็หาย,มีไข้...ไข้ก็จืดจางไร้โรคภัย กลายเป็นคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง คนแก่ใช้อายุก็จะยืนยาวมั่นคง คนหนุ่มสาวก็จะอุดมโชคลาภวาสนา แม้เด็กเล็กก็จะเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง ทั้งยังเป็นอาถรรพ์ที่ใช้สลายพลังชั่วร้ายที่นอกเหนือกำลังสิริมงคลแห่งฟ้าดินได้ทั้งสิ้น

    พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ผงสำคัญต่างๆในการสร้างพญาเต่ามังกรนั้นประยุกต์เข้ากับวิชาพญาเต่าเลือน นั่นคือต้องใช้กระดองเต่าที่จำศีลตายเท่านั้น(เราจะไปฆ่าไปกักขังหรือทำให้เขาตายไม่ได้) ท่านว่ากระดองเต่าจำศีลเป็นของดีดุจของวิเศษจำพวกรกแมว,เพชรตาแมวเหล่านั้น ท่านต้องใช้กระดองเต่าจำศีลตายแปดตัวมาลงวิชาเต่าแปดบทจากนั้นจึงนำกระดองไปเผาไฟแล้วนำมาโขลกทำเป็นผงหลักเสกด้วยหัวใจพญาเต่าเลือนแสนคาบลม(ท่านว่าไม่ใช่จะนั่งท่องๆให้มันครบไปแต่ต้องกำหนดลมทำคาบทำวิชาเข้าฌาณตามไปด้วย)จึงได้ผงพญาเต่าเลือน ซึ่งในส่วนของวิชาพญาเต่าเลือนนั้นพ่ออาจารย์ท่านไม่ค่อยจะได้ทำโปรดใครเท่าไหร่ แต่สังเกตุได้ว่าถ้าท่านทำทีไรย่อมฮือฮามีประสบการณ์มากเสมอ ครั้งนี้ท่านได้ทำผงพญาเต่าเลือนขึ้นมาด้วยซึ่งผงนี้ท่านว่าดีทุกประการตามแต่ผู้ใช้จะอธิษฐานได้ทั้งสิ้น จะเป็นคงกระพันชาตรี,แคล้วคลาดก็ดีนัก,เป็นกำบังล่องหนหายตัวก็ทำได้,ใช้ลูบหน้าลูบตาว่าคาถากำกับแม้จะโกรธมากมายเพียงใดก็จะหายเหือดสูญสิ้นหมดและยังจะเกิดความเมตตาสงสารอีกอย่างหนึ่งด้วย หากแม้ต้องคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลให้อาราธนาผงวิเศษนี้ไปด้วยจักชนะในคดี,แม้ทำการแข่งขันใดก็พ่ายแพ้ไม่เป็น,ทั้งเป็นมหาจังงังให้คนงงงวยไปทั้งสิ้น,จะใช้พนันขันต่อก็สามารถใช้ได้ทุกประการ ผงวิชาเต่าเรือนนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีค่าดุจฝอยท่วมหลังช้างประมาณค่าไม่ได้ประเมินค่าไม่ถูกตามแต่ผู้ใช้จะอธิษฐานขอเอาในทางใด จะใช้ทำความก็ได้,จะใช้ทำเสน่ห์ก็สามารถทำได้,ทั้งเป็นมหาจังงังทำให้รักให้หลงก็ทำได้,จะใช้ในการขอยศขอตำแหน่งก็ได้เช่นเดียวกัน,แม้แต่สามารถกันภูติผีปีศาจวิญญาณร้ายไม่ให้มารบกวนก็ยังได้,จะใช้เสริมดวงชะตาบารมีแก่ผู้ครอบครองก็มั่นคงดีนัก ท่านได้นำผงพญาเต่าเลือนมาเข้ากับผงพระเจ้าเรียกทรัพย์,ผงจินดามณี,ผงตะเพียนเงินทอง,ผงคัมภีร์ใบลานเก่า,ว่านเต่ามหาลาภ,ว่านมหาโชค,ว่านมหาลาภ,ว่านมหาอุดม,ว่านกวักพระพระเจ้าหลวง,ผงกาฝากร้อยแปด,ผงงาช้าง,ผงไม้มะม่วงคำ,ผงเม็ดพระธาตุข้าวบิณฑ์,แร่เงินไหลมา,แร่ทองไหลมา,แร่เหล็กไหลปีกแมงทับ...

    เมื่อจะทำพญาเต่ามังกรนั้น ท่านว่าเราตั้งใจจะทำให้มีกฤติยาคมแฝดนั่นคือผสานวิชาทำผงของเทพเสวียนอู่เข้าไปด้วย ท่านได้ทำผงวิเศษสูตรเฉพาะของท่านผู้เฒ่าที่เคยบอกเคยสอนท่านเรียกว่าผงโลกศักดิ์สิทธิ์...ผงนี้มีอิทธิคุณหนักมากทางทำมาหากินช่วยเหลือให้ชีวิตที่ล้มไปแล้วให้"ผงาด"ขึ้นมาได้ทั้งให้เติบโตต่อไปอย่างโดดเด่นและรวดเร็ว * ไม่ว่าจะเคยล้มนานซักเพียงใดเมื่อตั้งใจที่จะลุกก็ย่อมผงาดขึ้นมาได้ เพราะผงนี้ท่านได้ผูกและดึงเอากระแสชีวิตของผู้บูชาถ่ายทอดเข้าสู่ตัวเต่ามังกรโดยตรงเป็นการใช้อำนาจเทพเสวียนอู่เปลี่ยนกระแสดวงชะตาของผู้ใช้ให้ท่านมีอำนาจเต็มที่ในการที่จะแก้ไขจุดด้อยเสริมจุดเด่นของตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าเล่นกันง่ายๆเห็นกันไวๆเลยแม้ใครที่ชะตาตกอับมีเคราะห์หรือต้องอาถรรพ์ให้ทำมาหากินไม่ขึ้น ท่านว่าลองพกเทพเสวียนอู่ไปสักพักไอ้ที่ตกอับท่านจะแก้ไขให้รุ่งเรืองได้ไม่นานนัก ทั้งซื้อง่ายขายคล่องมีโชคลาภทำให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า...ไม่ว่าจะทำคุณคนไม่ขึ้น,ทำมาหากินไม่ขึ้น,เจ้านายริษยากลั่นแกล้ง,มีความรู้สึกว่าทำงานหรือใช้ชีวิตแล้วมันไม่ใช่มันยังไม่มีความสุข พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ใช้เต่ามังกรนี้เถิดแล้วดูกันไปว่าจะเปลี่ยนไปแบบ1.2.3.4...ได้อย่างไร

    พญาเต่ามังกรทุกองค์นั้นท่านได้ลงตะกรุดสร้างตัวฝังลงไปให้เป็นการเฉพาะด้วย ท่านว่าไม่ว่าจะคนฐานะไหนก็สร้างตัวทำตัวเองให้มีพัฒนาการให้ดีมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้ทั้งสิ้น เอาเป็นว่าเต่าของฉันเอาไปใช้แล้วจะหยุดนิ่งๆอยู่กับที่ไม่ได้ ท่านได้อัญเชิญบารมีครูบาอาจารย์และครูพระทุกพระองค์และอัญเชิญบารมีพระโพธิสัตว์ทั้งหลายด้วยทุกครั้งมาอธิษฐานจิตเต่ามังกรเนื้อผงวิเศษทั้งหนุนด้วยธาตุทั้งสี่คือดินน้ำลมไฟ แล้วจึงเชิญองค์พระกัสสปะสัมพุทธเจ้าได้เมตตาแผ่บารมีธาตุโลกุตระให้พ้นรูปธาตุทั้งหลายเพื่อให้พญาเต่ามังกรมีอำนาจเหนือญาณโลกีย์ทั้งปวงสุดท้ายแม้ในตอนเสกสำเร็จก็ยังยกให้เป็นหน้าที่ของเทพเสวียนอู่ท่านแบ่งจิตลงสู่พญาเต่ามังกร พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านผู้เฒ่านั่งทำของท่านเองทีละตัวๆจนปรากฏมงคลนิมิตฟ้าร้องฟ้าผ่าท่ามกลางสุริยาทรงกรดและเต่าทั้งหมดก็ลอยขึ้น คลานขึ้นจากบาตรน้ำมนต์จึงได้ชื่อว่าเสกจนสำเร็จ

    พญาเต่ามังกรนี้มีอำนาจพุทธคุณทางด้านเงินทอง โชคลาภ การค้าขาย การรวมคนจำนวนมาก ช่วยให้เราได้รับแรงหนุนการผลักดันจากผู้อื่น และยังสามารถป้องกันภัยได้อีกด้วย ด้วยมีส่วนผสมของผงวิชาพญาเต่าเลือนที่พ่ออาจารย์ท่านเสกจนท่านมั่นใจอย่างถึงที่สุดว่ามีอิทธิคุณเต็มขั้น ท่านจึงกำชับว่าให้เอาไปใช้เฉพาะในทางที่ดีเพราะผงนี้ใช้ในเรื่องเมตตาก็ได้..เอาไปใช้ฆ่าคนก็ยังได้ซึ่งปกติแล้วท่านจะไม่เสกให้ใครเต็มวิชาเช่นนี้ แต่ในเมื่อคิดจะทำของดีแล้วท่านก็อยากให้ดีถึงที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเพียงพกไว้เพื่อความเจริญส่วนตัวเท่านั้นอย่าได้เอาไปรังแกกดขี่ใครเขาก็พอ * หากเป็นคดีความกับใครหรือตัวเรามีศัตรูก็ให้เขียนชื่อคนๆนั้นแล้วเอาเต่าวางทับไว้คดีความหรือข้อพิพาทและเรื่องทะเลาะทั้งหลายก็จะดับลงได้ ทั้งเต่ามังกรนี้แม้พกไว้กับตัวก็จะหนุนตัวเราดุจมีเทพเสวียนอู่เป็นฐานดันชีวิตเราขึ้นไปจนรู้สึกได้ด้วยตนเอง ###ท่านว่าผู้บูชาเทพเสวียนอู่นั้นจะต้องพร้อมรับกับความเจริญขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดั่งในอดีตตอนถังไท่จงยึดอำนาจก็ก่อการที่ประตูเสวียนอู่หรือแม้แต่ฮ่องเต้หย่องเล่อก็อ้างว่าเทพเสวียนอู่ช่วยเหลือในการชิงอำนาจ(เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงย้ำว่าเฉพาะผู้ที่ใฝ่หาความเจริญและอยากก้าวกระโดดขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น,หรือแม้แต่คนที่ต้องการ"แย่งชิงวาสนา"จากผู้อื่นจึงจะบูชาพญาเต่ามังกรหรือเทพเสวียนอู่ผู้เฒ่าของท่านได้)

    การเพิ่มพลัง
    พญาเต่ามังกรนี้พ่ออาจารย์ท่านว่า
    คนใช้สามารถเพิ่มพลังให้กับท่านได้ด้วยตัวเอง หากวันไหนรู้สึกไม่มั่นใจ คิดว่ายังแรงไม่พอ...อยากให้แรงกว่านี้อีก...ให้ใช้งานเห็นผลไวกว่านี้อีก ท่านว่าไม่ต้องไปหาใครที่ไหนมาเสกให้ หรือไม่ต้องไปนั่งภาวนาคาถาอะไรให้วุ่นวายเลย หากเพียงแต่นำเทพเสวียนอู่นั้นไปอยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่างจ้ามากๆ บอกท่านว่าขออาราธนามาชารจพลังเสียหน่อย ให้วางท่านไว้ในที่สว่างๆ***บางคนหัวดีวันไหนแดดจ้าก็ตากแดดชารจแบตทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าทำง่ายๆนึกจะทำก็ทำได้ตลอดเช่นนี้จึงแรงไม่มีตก ยิ่งอยู่ในที่อันมีแสงสว่างมากเท่าไหร่ เทพเสวียนอู่ก็ยิ่งมีกำลังมากขึ้นเท่านั้น

    *** พญาเต่ามังกรดวงผงาดผงโลกศักดิ์สิทธิ์(เต่าสร้างตัว) พ่ออาจารย์ท่านว่าตามที่ท่านผู้เฒ่าท่านแนะนำจริงๆแล้วถ้าจะใช้อำนาจของเต่ามังกรก็ให้พกประกบคู่กันสองตัวตามกำลังหยินหยางหมุนวนเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งอันเป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นแต่กระดองเต่า แต่หากจะใช้เพียงอำนาจของพญาเต่าเลือนก็พกเดี่ยวตัวเดียวได้เช่นนั้น พญาเต่ามังกรนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าใช้ผงมวลสารล้วนๆกดขึ้นมาจึงปั้นแต่งได้น้อย รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างซุ้มประตูวัดสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พญาเต่ามังกรแย่งชิงวาสนา,ดวงผงาดผงโลกศักดิ์สิทธิ์(เต่าสร้างตัว)บูชา 900 บาท

    61863896-933710880305572-293104292154310656-n.jpg
    62009141-2524195964258655-8095076461678952448-n.jpg 62571318-1663377640461171-6905346043668332544-n.jpg
    62059117-2356940231185825-2867008773090705408-n.jpg
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา บรมครูเจ้าปู่ภูเตศวรบัญชาสิบสองมหาภูติ(น้ำมันบันไดฟ้าสลับกลับขั้วยิ้มรับเสมอใจ)

    เจ้าปู่ภูเตศวรเป็นปางหนึ่งของครูพระสยมซึ่งเป็นมหาเทพสูงสุด ด้วยเป็นปฐมแห่งฤษีท่านเป็นผู้มีอำนาจอิทธิฤทธิ์มากมายเหนือเทพทั้งปวง ด้วยท่านมีความสันโดษไม่ประมาทในกฏไตรลักษณ์ เช่นนั้นท่านจึงชอบนั่งสมาธิเข้าฌาณสมาบัติประทับอยู่ในป่าช้าเป็นวัตร ทำให้ภูติ,ผี,พราย,วิญญาณเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและสมัครใจเข้ามาสวามิภักดิ์ ดังนี้นามภูเตศวรจึงเป็นนามที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าพระผู้เป็นเจ้าแห่งภูติหากแต่เป็นนามที่แฝงไปด้วยฤทธิ์ของอำนาจตบะขั้นสูงสุด

    ในปางนี้นั้นเป็นปางที่อยู่เหนือเหล่าฤาษีและเทพทั้งหลายอย่างแท้จริง ด้วยอำนาจแห่งการถือพรต ด้วยอำนาจแห่งโยคะ โดยปกตินั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมก็มีอำนาจในการทำลายทุกสรรพสิ่งอยู่แล้ว และยิ่งสำหรับผู้ที่มีใจศรัทธาก็คงจะทราบกันดีว่าเมื่อได้สักการะท่านอยู่เป็นนิจแล้วท่านย่อมประธานพรอันวิเศษให้แก่บุคคลนั้นทุกประการเพราะองค์พระสยมผู้เป็นเจ้าท่านหยั่งรู้ถึงความต้องการและจิตใต้สำนึกของมนุษย์ทุกคน ท่านเป็นผู้ประสานพลังแห่งจักรวาล เช่นนั้นองค์ภูเตศวรจึงมีอำนาจแห่งการเนรมิตสร้างสรรค์ พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์อวตารปางนี้ใครได้บูชาจะมีอำนาจกว่าคนทั้งหลายในทุกๆด้านทำกิจใดก็สำเร็จ ทั้งยังได้ชื่อว่ามีครู,มีเทพเจ้าที่อยู่เหนือความตายคอยอภิบาลรักษาเป็นที่ยำเกรงและหวาดกลัวเหนือภูติพรายและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงครูพระสยมท่านตั้งใจจะให้พ่ออาจารย์ได้สร้างองค์ภูเตศวรนี้แต่ให้แกะรูปท่านเป็นฤาษีเพราะเป็นปางที่ท่านถือพรตซ้ำยังจะสื่อถึงความเป็นบรมครูซึ่งเป็นเจ้าแห่งโยคะที่ฤาษีทั้งหลายต้องยึดถือแนวทางของท่านนำมาปฏิบัติตาม โดยท่านกำชับพ่ออาจารย์ว่าในมือนั้นต้องถือหัวกะโหลกไว้ด้วย ซึ่งครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ไม้ตะเคียนที่เอาไว้สร้างเสาชิงช้าตั้งแต่เมื่อครั้งต้นกรุงมาแกะสลัก ท่านว่าตะเคียนนี้มีอาถรรพ์มากด้วยพราหมณ์ทำพิธีรับส่งพระเป็นเจ้าเป็นประจำก่อนจะเปลี่ยนเสามาใช้เสาในปัจจุบัน ดังนั้นท่านจึงนำไม้สำคัญที่เก็บรักษาไว้มาสร้างองค์ภูเตศวรขึ้น

    บางคนอาจจะคิดว่าเพราะเป็นองค์ภูเตศวรคงจะเล่นเกี่ยวกับผีบูชาไปคงมีแต่ผีเต็มบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องบอกว่าคนละเรื่องเหมือนหนังคนละม้วน เพราะองค์ท่านเป็นที่เกรงกลัวแก่อสูรและสิ่งชั่วร้าย ด้วยฐานะเทพแห่งการถือพรตและมุ่งเข้าสู่เป้าหมายสูงสุดแห่งการปฏิบัติธรรมจึงทำให้พระองค์เป็นผู้อยู่เหนือเหล่าฤาษีโยคี,เทพเทวาและมหาภูติทั้งหมด พลังเทวานุภาพขององค์ภูเตศวรนั้นจะใช้ในการขจัดสิ่งชั่วร้าย,คุณไสยมนต์ดำ,กันสิ่งไม่ดี,ปกป้องเภทภัย,หนุนหน้าทีการงาน,คุ้มครองคุ้มภัยกันมนต์ดำ,คุมภูติพรายที่ประสงค์ร้ายไม่ให้กำเริบ,ป้องกันภูติผีปีศาจรวมทั้งแก้ไขอัปมงคลและโรคภัยต่างๆ ที่ท่านให้ถือหัวกะโหลกนั้นจริงๆแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าท่านกำลังแผ่เมตตาให้กับอสรุรกายและสัตว์ในนรกทั้งหลายตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งปวงที่มีนามมีรูปมีจิตวิญญาณ ด้วยเป็นผู้ที่อยู่เหนือจุดชีวิตและความตายซึ่งปกติแล้วพระองค์ก็ทรงมหากรุณาเปี่ยมล้น เมื่อทำองค์ภูเตศวรในลักษณะกำลังยืนแผ่เมตตาเช่นนี้ความปรารถนาใดๆที่ต้องการขอพรต่อท่านก็ดีย่อมสำเร็จได้เร็วไว ด้วยพระองค์กำลังแผ่เมตตาและเราก็รับเอาความเมตตาของท่านเช่นนั้น

    นอกจากนี้องค์ภูเตศวรยังมีฤทธิ์ในการกำกับและควบคุมเหล่าฤาษีและเทวดาตลอดจนภูติพรายทั้งหลาย พ่ออาจารย์ว่าอาราธนาท่านติดตัวไว้สามารถแก้อาถรรพ์ชีวิตได้ แม้ติดหล่มจมโคลนหรือต้องอาเพศใดๆอยู่อุบาทว์ทั้งหลายก็จะอันตรธานหายไป ด้วยนามภูเตศวรนั้นเป็นช่วงเวลาที่พระเป็นเจ้าท่านเสด็จนิราศจากมิติของท่านลงมาอยู่ในโลกมนุษย์ ท่านมีบริวารเป็นมหาภูติถึงสิบสองตน พ่ออาจารย์ท่านว่ามหาภูตินี่คือเหนือกว่าผีหรือภูติพรายทั้งหมดเป็นจอมภูติที่เรียกง่ายๆว่าผีเจ้า,ผีชั้นสูงหรือผีมีระดับ ท่านมีบริวารทั้งสิบสองคอยรับใช้ซึ่งมหาภูติทั้งสิบสองนี้หาได้มีรูปกายน่าเกลียดน่ากลัวแต่อย่างใด หากแต่ละคนกลับเป็นอิตถีนารีเพศที่มีความงดงามเกินเทพอัปสรทั้งสิ้น(พ่ออาจารย์ท่านว่าจริงๆแล้วเป็นองค์มหาศักติท่านจำแลงกายมาเพื่อคอยดูแลครูพระสยมเวลาท่านอยู่ในป่าช้าถือพรตถือสันโดษ ย่อมต้องมีคนคอยปฏิบัติ) ด้วยมหาภูติทั้งสิบสองนางที่คอยล้อมรอบกายตามรับใช้บรมครูเช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเปรียบว่าบูชาหนึ่งแต่เหมือนได้เพิ่มอีกสิบสองแรงคอยตามช่วยตามล้างตามเช็ดให้พวกเธอ เวลาขออะไรนี่มันจะง่ายเป็นพิเศษเพราะแค่หนึ่งในสิบสองลงมือทำก็ดีกว่าเทวดาทำให้เป็นหลายขุม พ่ออาจารย์ท่านย้ำตรงนี้มากว่าเวลาขออะไรที่ว่ายากว่าเย็นเพราะมีบททดสอบเยอะ แต่ภูเตศวรนั้นท่านเป็นมหาโยคีซ้ำยังมีอำนาจบัญชาสิบสองมหาภูติ ไอ้ที่ว่ายากนั้นจะง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเพราะเหล่ามหาภูตินั้นเค้ารู้แต่ความภักดี หากเรามีใจภักดีต่อพ่อต่อบรมครูของเขาแล้ว ทุกสิ่งย่อมไม่มีอะไรที่จะมาขัดใจเราได้เหมือนเราเป็นพวกเดียวกัน คุยภาษาเดียวกันเช่นนั้น เมื่อเราอาราธนาองค์ภูเตศวรเหยียบเข้าไปในที่ใดก็ดุจว่าเราไปกับจอมราชันของโลก ไม่ว่าจะพระภูมิ,เจ้าที่,รุกขเทวดา,ภูติพราย,ผีบ้านผีเรือนล้วนแต่ต้องออกมาภายนอกกระทำการบูชาต้อนรับพระองค์ด้วยเกรงอำนาจแห่งองค์ภูเตศวรนั้น

    น้ำมันบันไดฟ้าสลับกลับขั้ว
    น้ำมันนี้
    เป็นเสมือนแม่เหล็กขั้วบวกขั้วลบที่เราจะใช้ดึงดูดสิ่งที่เราต้องการเข้ามาในชีวิตหรือจะผลักสิ่งที่เราไม่ต้องการออกไปทั้งนี้ย่อมทำได้หมดขึ้นอยู่กับความต้องการทั้งสิ้น ด้วยเป็นวิชาโบราณที่น้อยคนนักจะเคยได้ยินชื่อ ด้วยผู้ที่ได้ทานั้นล้วนปรากฏว่าไม่เคยพบกับคำว่ายากว่าจนเลย ทั้งไม่เคยอยู่ต่ำกว่าผู้ใดแค่พกติดตัวไว้ก็จะช่วยหนุนดวงช่วยดึงพลังธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวเข้ามาขัดเกลาตัวเราให้เรามีความสามารถทำได้ทุกเรื่องที่อยากทำ พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องเหล่านี้มันมีเฉพาะในตำนานไม่มีใครทำได้จริงแต่เราอาศัยที่ครูพระ,ครูเทพ,ครูพรหมท่านช่วยจึงสามารถเปลี่ยนตำนานให้กลายเป็นความจริงได้

    ด้วยน้ำมันนี้จะดึงดูดพลังธรรมชาติจึงจัดเป็นประเภทเครื่องรางชั้นสูง ###ท่านว่าถึงขั้นใช้เรียกได้ทุกอย่าง...แต่ท่านตั้งใจให้ใช้เรียกเงิน เรียกทอง เรียกโชคลาภ เท่านั้น ท่านว่าจำเอาไว้แค่เรียกเงินให้มันดูดเงินมาอย่างเดียวเพราะเงินมาเดี๋ยววาสนาอย่างอื่นมันก็ตามมาเองเป็นลำดับขั้นของมันเช่นนี้จึงเรียกว่า"บันไดฟ้า"

    พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเรานั้นพอมีเงินมากๆมันก็จะมีอำนาจ แต่น้ำมันบันไดฟ้านี่ท่านว่าจริงๆมันไม่ได้ใช้เรียกเงินเฉยๆหากแต่มันใช้เรียกของที่เราต้องการในจุดๆนั้นหรือเวลานั้นๆให้เข้ามาหาตัวเราเองเลย ท่านว่าให้เอาไว้ทำมาหากินก็พอ ด้วยแต่ละคนนั้นก็ร้อยลูกพันแม่ร้อยเรื่องพันปัญหาซึ่งน้ำมันบันไดฟ้านี้มันจะเสริมในจุดที่เราขาด พ่ออาจารย์ท่านจึงขอครูพระและเทพพรหมทั้งหลายหุงน้ำมันเฉพาะกิจนี้ให้เรียกทุกอย่างอันเป็นสิ่งต่างๆที่เราอยากได้ไม่ว่าจะเป็นเงิน,ทอง,วาสนา,อำนาจ,โชคลาภ,ความสำเร็จ,ผู้หญิง,ผู้ชาย...ท่านว่ารวมไว้ให้ทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านย้ำตลอดว่าน้ำมันบันไดฟ้านี้ทำยาก แม้สำเร็จด้วยเหล่าบรมครูก็ยังถือว่าทำได้ยากนัก เพราะท่านทั้งหลายต้องเชิญพลังงานของธรรมชาติทุกสายไม่เลือกว่าจะขาวจะดำด้วยชีวิตคนนั้นบางคนก็บริสุทธิ์บางคนก็เทาๆ ท่านว่าบางทีเรื่องที่ขอเรื่องที่เขาต้องการก็ใช่ว่าจะขาวไปเสียทุกเรื่องเช่นนั้นพระหรือครูทั้งหลายท่านจึงยุ่งไม่ได้ แต่น้ำมันนี้ท่านตั้งใจทำไว้ให้สงเคราะห์ในเรื่องเหล่านั้น เพราะท่านใช้พลังงานทุกตัวในธรรมชาติผูกเข้าไว้ด้วยกัน

    เช่นนั้นน้ำมันวิเศษจึงเป็นมากกว่าแก้วสารพัดนึกใดๆ พ่ออาจารย์ว่าท่านเคยแบ่งใส่หลอดยานัตถ์ให้คนเอาไปห้อยคอไว้และย้ำกับเขาว่าต้องใช้แค่ทางทำมาหากินเท่านั้น จากคนยากคนจนคนสู่ชีวิตกลับผงาดขึ้นมาโดยที่ตัวเองยังงงๆอยู่ว่าทำไมโชคชะตามันช่างเข้าข้างเราเสียเหลือเกิน,เรามีทุนอะไร,เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร แต่พอทำน้ำมันในคอหายเท่านั้นแหละทุกอย่างที่เคยมีล้วนแต่สูญหายไปทั้งสิ้น กลับมาขอน้ำมันใหม่แม้เสนอราคาให้ตั้งแต่ห้าหมื่นไปจนถึงห้าแสนพ่ออาจารย์ท่านก็ไม่ใจอ่อนแม้แต่น้อย(ท่านว่าเราไม่ได้ใจร้ายนะ แต่บุญเขามีเท่านั้นจริงๆเพราะน้ำมันนี้เวลาบรมครูท่านลงเสก ท่านย้ำเสมือนกันทุกองค์ว่าห้ามหาย ถ้าหายคนๆนั้นจะไม่ได้ใช้น้ำมันตัวนี้อีกเลย) พ่ออาจารย์ท่านจึงให้ยึดหลักคำสอนของพุทธองค์ที่ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นไม่มีสิ่งใดเลยที่จะเจริญรุ่งเรืองและตั้งอยู่ได้อย่างถาวรณ์

    น้ำมันบันไดฟ้าจึงเป็นน้ำมันพิเศษที่ช่วยดึงพลังธรรมชาติมายกและทำให้เราได้ทุกเรื่อง ในสภาพเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้ พ่ออาจารย์ท่านจึงเมตตาให้นำน้ำมันออกมาใช้ติดตัว แต่ด้วยน้ำมันนั้นท่านว่าหุงยากมากนอกจากองค์เสกที่ต้องรบกวนครูในโลกทิพย์แล้ว แม้มวลสารว่านยาต่างๆทุกสิ่งยังต้องให้ครูท่านพาไปเอาทั้งสิ้น เพราะมวลสารทั้งหลายจะเน้นในคุณประโยชน์สูงสุดแห่งการเรียกหาคือใช้เรียกคนให้มาหา,ใช้เรียกเงินทองให้เข้าตัว,ใช้เรียกคู่บุญทำกรรมแต่ง....ใช้เรียกได้ทั้งสิ้นดังนี้

    น้ำมันบันไดฟ้านี้ท่านว่ามีขั้นตอนและวิธีการสร้างที่ยุ่งยากนักและไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้เลย ท่านบอกเพียงว่านอกจากจะใช้มวลสารที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตมาหุงแล้วท่านยังได้นำนำสีผึ้งโบราณของครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านผสมลงไปด้วย ทั้งหลวงปู่ศุข,หลวงพ่อปาน,หลวงปู่เคน,หลวงพ่อจง,หลวงพ่อกวย....ท่านว่าถ้าจับเอาอายุครูบาอาจารย์แต่ละรูปมาบวกกันเล่นๆก็คงมีอายุเกินหลายพันปี เช่นนั้นน้ำมันชุดนี้เมื่อท่านอธิษฐานจิตท่านจึงได้ขอเมตตาครูเจ้าของมวลสารลงมาช่วยทำให้ทุกรูป พ่ออาจารย์ท่านว่าหุงน้ำมันครั้งนี้มีอะไรดีๆก็ใส่ลงไปทั้งหมดไม่ว่าจะผงจะว่านจะน้ำมันของครูเก่า(ไม่เกี่ยวกับน้ำมันบันไดฟ้าท่านว่าใส่เพื่อหนุนอาถรรพ์แรงครูเท่านั้น) พอจะบอกได้ดังนี้
    - ผงวิเศษ ผงวิเศษขรัวโตวัดระฆัง,ผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์,ผงวิเศษหลวงปู่ภูวัดอินทร์,ผงวิเศษหลวงปู่ศุขมะขามเฒ่า,ผงยาหลวงปู่บุญ,ผงมหาวิภูติ,ผงกสิณไฟวิภูติ,ผงกสิณไฟปฐวีธาตุ ,ผงนะสำเร็จ,ผงยาสัก,ผงยาแดงพม่า,ผงการะกันถี,ผงมหาราชเสน่ห์,ผงอิทธิเจ,ผงนะหน้าทอง,ผงเมตตามหาเสน่ห์,ผงมหาละลวย,ผงมหาหลง,ผงนะจังงัง,ผงคาถาสาลิกา,ผงสาลิกาหลงรัง,ผงสาลิกาลิ้นทอง,ผงพญาการเวก,ผงคาถามหาเศรษฐี,ผงศิวลึงค์แผลงฤทธิ์,ผงอุค้ำฟ้า,ผงวิชานางอัปสรสวรรค์,ผงนาคเกี้ยว....เป็นต้น
    - สีผึ้งและน้ำมัน หัวเชื้อสีผึ้งจันทร์เพ็ญหลวงปู่ศุข,น้ำมันเก้ากลิ่นของหลวงปู่หมุน,สีผึ้งครูเก่า(หลวงพ่อปาน,หลวงปู่เคน,หลวงพ่อจง,หลวงพ่อกวย...),น้ำมันนกกาเหว่า,น้ำมันนะอกแตก,น้ำมันหัวใจขุนแผน,น้ำมันมหารัญจวน,น้ำมันตบะเสือ,น้ำมันกำลังหมี,น้ำมันหมื่นคาถา,น้ำมันร้อยชู้,น้ำมันหนูกินนมแมว,น้ำมันนาคกระสัน,น้ำมันเสน่ห์นางอกแตก,น้ำมันว่านพญาไก่แดง...เป็นต้น,

    พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันบอกได้คร่าวๆตามที่พอนึกออก เพราะถ้าให้นึกจริงสามวันก็ยังไม่หมดเพราะใส่ของตกทอดจากครูบาอาจารย์ที่เคยมอบให้ลงไปอยู่มาก ท่านว่าก็บอกได้เท่านี้แต่ในส่วนของน้ำมันบันได้ฟ้านั้นท่านบอกไม่ได้เลย

    ด้วยน้ำมันบันได้ฟ้านั้นเป็นจุดเชื่อมกับพลังงานธรรมชาติที่เราจะใช้ดูด,ผลัก,สลับ,ดันทุกอย่างเพื่อให้มาเป็นของเราตามขั้นบันได ดั่งที่ครูพระสยมท่านว่าทุกสิ่งอุบัติมาแต่ความว่างเปล่า"เมื่อไม่มี แล้วจึงมี นั่นจึงได้ชื่อว่ามี" เช่นผงธุลีที่ปลิวไปในหมื่นจักรวาลต้องเริ่มจากความว่างเปล่าก่อนจะกำเนิดเป็นโลกเป็นดวงดาวต่างๆทั้งสิ้น เช่นนั้นน้ำมันบันได้ฟ้านี้จะยิ่งทวีอานุภาพขึ้นหากได้ใช้กับมหาเทพผู้อยู่เหนือชีวิตและความตาย พ่ออาจารย์ท่านว่าดังนั้นเราจึงสร้างองค์เจ้าปู่ภูเตศวรขึ้นจุ่มแช่ไว้ในน้ำมัน ดุจน้ำมันนี้ได้รดได้อาบร่างกายและจิตวิญญาณของท่านด้วยท่านรู้แจ้งในชีวิตและความตายจึงสามารถบงการฟ้าดินและเชื่อมต่อพลังธรรมชาติทั้งหมดได้ ดังนั้นการเรียกพลังหรือเวลาเราจะใช้พลังของน้ำมันนั้นเพียงแค่นึกถึงองค์ภูเตศวรก็เป็นอันใช้ได้

    นอกจากนั้นท่านยังได้ลงตะกรุดสำคัญใส่ไปให้ทุกขวด พ่ออาจารย์ท่านเมตตาลงตะกรุดไอฟ้าชำระมารโดยใช้ชินตะกั่วเก่าสมัยอยุธยาที่ได้ชื่อว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดมาหลอมรีดเพื่อให้ตะกรุดมีค่าสูงสุด ท่านว่าตะกรุดนี้ทำยากมากใช้ดึงไอฟ้าไอธรรมชาติเข้าสู่น้ำมันโดยตรงเหมือนเป็นตัวช่วยอีกแรงให้น้ำมันมีกำลังสูงสุด,มีกำลังเต็มที่มากที่สุด ท่านเน้นเพื่อให้พร้อมใช้งานได้ตลอด ซึ่งตะกรุดนี้นอกจากจะใช้เพิ่มความแรงให้น้ำมันแล้วยังทำให้น้ำมันมีอานุภาพวิเศษสามารถใช้ชำระไอมารหรืออัปมงคลทั้งหลายในตัวเราได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าน้ำมันนั้นจะชำระจิตของเราทั้งแผ่กำลังเข้าป้องกันจิตของเรา แม้เราปรารถนาอธิษฐานสิ่งใดจิตเราก็จะมีกำลัง ทั้งยังซึมซับเข้าไปปราบปรามสลายอุปสรรคและปัญหาปรับสมดุลย์สภาวะทุกอย่าง ชำระจิต,ชำระวิบากกรรม,คลายอกุศล,พัฒนาพลังชีวิตให้เข้าถึงโภคทรัพย์และอริยทรัพย์ ท่านว่าตะกรุดนี้มีข้อห้ามอย่างเดียวคือห้ามแกะเพราะกว่าจะม้วนได้ไม่ใช่นึกจะม้วนก็ม้วน ถ้าแกะมานี่ไร้ค่าทันทีทำให้ใหม่ให้ม้วนอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม ***รอบขวดนั้นพ่ออาจารย์ท่านลงคาถาวิชากำกับอักขระม้วนทับและถักพันน้ำมันไว้ ท่านว่าสิ่งที่ใช้เก็บน้ำมันนี้จะใช้ขวดธรรมดายังทำไม่ได้เลย...เอาไปใช้กันให้ดีๆก็แล้วกัน

    วิธีใช้
    พ่ออาจารย์ท่านว่าน้ำมันนี้ไม่มีข้อห้ามในการใช้ และมีวิธีใช้ที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุด *** ท่านว่าให้เราตั้งความปรารถนาในใจบอกกล่าวกับครูน้ำมันว่าเราจะใช้น้ำมันนี้ทำอะไร พอได้เรื่องที่ตั้งใจแล้วก็ให้ยิ้มรับกับเรื่องนั้นเสีย เธอเข้าใจคำว่ายิ้มกันใช่มั๊ย "ยิ้มจริงๆ" นั่นแหละจึงเป็นที่มาของคำว่ายิ้มรับเสมอใจ พอยิ้มรับคำขอของตัวเองได้แล้วก็ให้นำน้ำมันมาฉีดใส่ในมือข้างที่เราถนัดที่สุด ถนัดซ้ายก็ฉีดซ้าย,ถนัดขวาก็ฉีดใส่ข้างขวาแล้วจงกำมือนั้นให้แน่นดุจกำสิ่งล้ำค่าที่ไม่อายปล่อยให้หลุดมือได้ ต่อจากนั้นอยากได้อะไรก็ให้เดินไปเอามาได้เลยเช่นชอบคนนี้,อยากรู้จักคนนั้น,อยากพูดคุยกับคนนั้น...หรืออยากจะเจรจาเรื่องที่ได้เปรียบเสียเปรียบกับใคร ...อยากจะเอาอะไรของเค้า....หรือแม้แต่อยากจะได้เงินจากเขา ท่านว่าเดินไปถึงไอ้มือที่กำไว้ก็ให้แบออกไปตรงหน้าเขาจังหวะนี้ให้คิดในใจเอาเองว่า"ขอ" แล้วจึงพูดจาปราศรัยไปตามปกติให้เป็นธรรมชาติ แล้วค่อยกำมือต่ออีกรอบเก็บเข้ากระเป๋าเราแล้วนึกในใจเอาว่า"รับ"(ท่านว่าเป็นเคล็ดขอเขาเสร็จแล้วก็รับกลับมา) น้ำมันนี้ใช้ง่ายๆเพียงเท่านี้แม้ไม่ต้องเอาไปป้ายใครก็ได้เรื่อง ทำเพียงเท่านี้แล้วจะเจรจาคุยขออะไรพูดอะไรกับใครเขาก็ยอมก็ให้เราง่ายๆ หากคนดีนำไปใช้ย่อมถือได้ว่าเป็นของวิเศษเพราะใช้ขอได้ทุกสิ่ง


    คาถาบูชา
    โอมสิทธิ สิทธิ มหาสิทธิอาหุม มณีสิทธิ วัชระมณีสิทธิ ธรรมะวัชระมณีสิทธิ ธารณีราชายะมหาธารณีมณีวัชระสิทธิ จักระจินดามณีสิทธิฮูม


    *** น้ำมันบันไดฟ้านั้นพ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียงหกขวด ท่านเก็บไว้ใช้เองขวดหนึ่ง จึงเปิดให้จองได้ห้าขวด ท่านว่าน้ำมันเราเขาเลือกเจ้าของดั่งที่ครูพระสยมท่านพูดเอาไว้ว่า "บันไดฟ้านั้นไม่ใช่ใครนึกจะขึ้นไปเดินก็ได้เพราะเป็นของสูง" เช่นนั้นน้ำมันนี้จึงมีเจ้าของเกี่ยวข้องมาแต่แรกดำริสร้าง รับสั่งจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อสกุลรวมถึงเรื่องที่ตั้งใจอยากบอกกล่าวองค์ภูเตศวรไว้เป็นพิเศษด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการประสิทธิและบอกกล่าวให้ทีละขวด รายได้ร่วมสมทบทุนไถ่ชีวิตสัตว์ที่โรงฆ่าสืบต่อไป ### น้ำมันทุกขวดจะเห็นผงวิเศษนอนก้นอยู่ท่านว่านั่นแหละยอดผงของบูรพาจารย์ทั้งนั้น

    ร่วมทำบุญบูชา บรมครูเจ้าปู่ภูเตศวรบัญชาสิบสองมหาภูติ(น้ำมันบันไดฟ้าสลับกลับขั้วยิ้มรับเสมอใจ) บูชา 4,000 บาท


    62614179-920204581652133-4821589612872859648-n.jpg 62536751-310792256510222-1310084859162525696-n.jpg 62391006-480453266055874-3254773710657159168-n.jpg 62239358-303643007241484-86263692290686976-n.jpg
    62416784-367161144153254-453070739935854592-n.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา พ่อฟ้าฟื้นออกศึกข่มแสนพลพิฆาตแช่น้ำมันล้างอาถรรพ์(พ่อรอดทุกข์)

    "พร้อมออกศึก รอดทุกข์ไปกับพ่อหรือยัง"

    ตำนานพ่อฟ้าฟื้นสายพ่ออาจารย์


    ในอดีตนั้นท่านก็ปรารถนาจะสร้างรูปครูในสายวิชาพ่อเฒ่ายิ้มขึ้นมา เนื่องจากหลวงปู่เฒ่ายิ้มนั้นมีถิ่นพำนักอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็ได้รับนิมิตรจากพ่อเฒ่ายิ้มให้สร้างพระยาสุรินทร์ฤาชัยด้วยท่านมีความผูกพันธ์กัน หลวงปู่ยิ้มได้บอกกับพ่ออาจารย์ว่าในชีวิตของท่านนั้นได้สร้างขุนแผนไว้เช่นกันเเต่ทำไว้น้อยมาก กาลเวลาผ่านไปนับร้อยปีจึงหายสาบสูญไปเสียหมด อยากจะให้พ่ออาจารย์ใช้วิชาของท่านทำแทนท่านไว้ซักครั้งหนึ่ง

    พ่ออาจารย์จึงตัดสินใจสร้างมงคลแทนครูขึ้น ซึ่งพระยาสุรินทร์ฤาชัยนั้นจะเรียกท่านว่าพระกาญจน์บุรีก็ได้หรือที่เรารู้จักท่านกันดีในนามขุนแผนนั่นเอง จอมขมังเวทย์อดีตแม่ทัพใหญ่ฝ่ายหน้าแห่งกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่บั้นปลายชีวิตได้ถอดจิตทิ้งสังขารไปเสวยวิมุติเป็นท้าวมหาพรหมอยู่ในปัญจสุทธาวาสพรหมโลก พ่ออาจารย์ท่านเรียกชื่อว่าท้าวมหาพรหมพระสุเรนทร์เมื่อจะกระทำรูปท่านครั้งนี้ พ่ออาจารย์ท่านได้ถามโดยตรงกับมหาพรหมพระสุเรนทร์ว่าต้องการจะให้สร้างรูปท่านจากธาตุใด แบบไหนในตอนที่ท่านทำรูปหล่อครั้งแรก ซึ่งท่านพรหมสุเรนทร์ก็ได้สั่งให้พ่ออาจารย์ใช้ไม้รอดคุกอาถรรพ์นำมาสร้างรูปท่านไว้อีกชุดหนึ่งแยกจากรูปหล่อ ท่านว่า "ให้ทำหลบไว้ก่อนรอเวลา,จังหวะและโอกาส ต่อไปจะจะมีเรื่องให้ได้ใช้อย่างแน่นอน...."

    เมื่อท่านแกะสลักตามที่ครูพรหมสั่งแล้ว ท่านจึงนำมาเชิญญาณเเละกระแสจิตแห่งมหาพรหมสุเรนทร์ให้ทำวิชาให้ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็กำหนดจิตนั่งตามดูอยู่ตลอดเวลา ท่านกล่าวว่าพ่อพระพรหมขุนแผนนี่ท่านเมตตาเราอยู่มาก เพราะท่านใช้ภาวะอำนาจแห่งมหาพรหมนิรมาณกายดวงจิตของท่านลงมาแฝงไว้ในรูปเหมือนชุดนี้ นี่เป็นสาเหตุให้พ่ออาจารย์เรียกว่าวิชามหาพรหมแปลงรูป แม้ผู้ใดได้สวมคล้องก็จะมีพลังแลรัศมีแห่งมหาพรหมติดเนื้อต้องตัวทำให้ดูสดใส กะปรี้กะเปร่า ขจัดโรคภัยร้ายรวมถึงเทวดาพาล,เจ้ากรรมนายเวรเกเรและชะลอผลแห่งอกุศลกรรมทั้งหลาย ทั้งยังผสานอานุภาพแห่งไม้รอดคุก เสมอด้วยตนเองนั้นได้รอดออกจากความทุกข์ตามดำริพรหมสุเรนทร์ที่ให้ห้อยเอาไว้ติดตัวตลอดเวลา เป็นทั้งมหาเสน่ห์ มหาเมตตาขั้นสูงสุด

    ท่านได้เมตตาให้เรียกชื่อว่าพ่อครูฟ้าฟื้น ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าความหมายดี เหมือนชื่อยอดศาสตราของพรหมสุเรนทร์ท่าน ท่านว่าดาบฟ้าฟื้นนั้นเคยแพ้ใครเสียที่ไหน ความรักใครเคยเหี่ยวเเห้ง ธุรกิจใครจะซบเซา อะไรที่ว่าแย่ ท่านไปอยู่ด้วยนี่ฟื้นหมดเลย ท่านเรียกว่าเข้าทางแก้เคล็ดได้หมดเลยชื่อฟ้าฟื้นนี่นะไม่มีเหี่ยวเฉาเหงาตายเอาตามเเต่ใจปรารถนาอธิษฐานบอกกล่าวท่านเลยทุกอย่างจะไม่มีหยุดนิ่งสมดังคำปกาศิตที่ท่านกล่าวว่า " ผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ แม้เราอยู่ใต้ฟ้านี้แล้ว จะกระทำกิจใดให้สำเร็จประโยชน์ก็ขอให้บอกกล่าวเรา ก็ได้ชื่อว่าเราฟื้นคืนขึ้นมาเเล้ว ต่อไปนี้เจ้าจะล้มไม่เป็น มีเเต่ลุกและก้าวกระโดดในทุกเรื่อง "

    ปกติพ่อฟ้าฟื้นนี่ท่านจะให้เฉพาะคนที่เดือดร้อนตกต่ำลงต้องการที่จะพลิกฟื้นฐานะชะตาตัวเองจริงๆหรือคนอาภัพไม่สมหวังในความรักจริงๆเท่านั้นบูชาคนที่ดีอยู่เเล้วไม่ต้องเอาไปใช้ แต่รุ่นนี้ท่านว่าใช้ได้เสมอกันหมดยิ่งคนที่ดีแล้วจะยิ่งต่อเรื่องดีๆลดเรื่องเลวร้ายลงไปทีละอย่าง ....


    พ่อฟ้าฟื้นรอดทุกข์
    พรหมสุเรนทร์ท่านให้พ่ออาจารย์นำสุดยอดมวลสารไม้รอดคุกตวลสเลงแห่งเมืองเขมร คุกที่ได้ชื่อว่าเป็นนรกบนดิน เป็นคุกที่ไม่มีประตูออก เมื่อเข้าไปแล้วต้องได้รับการทรมานปราศจากใครเหลียวแลไร้หนทางรอดกลับมาได้ ท่านว่านี่แหละคืออาถรรพ์ของจริงไม้ที่รอดคุกหาทางออกเป็นอิสระจากคุกตวลสเลงที่มีอาถรรพ์สูงนั้นได้เมื่อเอามาแกะรูปพ่อฟ้าฟื้นจะยิ่งมีอาถรรพ์รุนแรงมาก ท่านถือว่าเป็นไม้ที่เคยอยู่ในเรือนจำที่ได้ชื่อว่าคุกที่ไม่มีประตูออกเมื่อออกมาได้ด้วยตนเองไม้นี้ย่อมถือว่ามีอาถรรพ์เป็นของทนสิทธิ์ พ่อฟ้าฟื้นท่านตั้งใจจะให้พ่ออาจารย์ท่านใช้ไม้ชุดพิเศษที่เก็บไว้นี่มาลงอาถรรพ์และแกะรูปท่านเพื่อให้คนใช้รอดออกจากความทุกข์ให้เรื่องที่ไม่มีทางออกเป็นปัญหาเป็นทุกข์ที่ปิดตายทั้งหลายนั้นคลี่คลาย ให้เราออกมาพ้นมาจากจุดที่ลำบากและทรมานที่สุดตรงนั้นได้ดั่งไม้ที่รอดออกจากคุกที่ไม่มีประตูออกได้ฉันใดก็ฉันนั้น ท่านตั้งใจให้ผู้ใช้พ่อฟ้าฟื้นชุดนี้แคล้วคลาดจากแรงกรรมทั้งหลาย ให้ชนะในทุกโอกาส แม้เจอเรื่องยากลำบากทุกข์ใจคราใดก็ให้หนีพ้นได้เสมือนไม่ใช่เรื่องของตนเอง ท่านว่าให้รอดจากทุกข์ ให้ทุกข์พ้นเนื้อพ้นตัวออกไปเช่นนั้น ### พ่ออาจารย์ท่านว่าพ่อฟ้าฟื้นชุดนี้จะเด่นมากเรื่องหลบหนีทุกข์ทั้งหลาย ลองเอาเติดตัวอาราธนากันดูท่านว่าอะไรที่ชื่อว่าทุกข์นี่เราหนีได้หมดเลย

    ความนัยสำคัญอีกประการหนึ่ง
    พ่อพรหมสุเรนทร์ท่านกำชับว่าไม้รอดคุกชุดนี้ให้พ่ออาจารย์ท่านแกะพ่อฟ้าฟื้นภาคออกศึก คือหุ่นรูปชูดาบหรือถือดาบยกขึ้นมากันตัวเอง ด้วยปกตินั้นพ่อครูฟ้าฟื้นท่านก็เป็นเลิศทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม ผู้บูชาท่านใครที่ได้เห็นก็มีแต่คนรักใคร่เอ็นดูมีดีทางด้านเมตตา,โชคลาภ ใครเห็นใครรักแม้คนที่คิดร้ายกับเราก็จะมาดีด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาขุนแผนแท้ๆนั้นไม่มีหรอกที่เขาว่ายิ่งใช้ยิ่งจน นั่นมันคนพูดกันไปเรื่อยเพราะถ้าเป็นขุนแผนพรหมสุเรนทร์นั้นชีวิตท่านไม่ได้อนาถาแบบที่คนพูดกันเลย แม้ตอนอยู่ท่านก็เป็นเจ้าเมืองมีกำลังทหารและขุนนางในปกครอง เป็นแม่ทัพคนสำคัญของกรุงศรีต้องเรียกว่ามีอยู่มีกินมีชีวิตดีมากเกินกว่าที่ใครหลายๆคนจะคาดคิด เช่นนั้นเมื่อทำรูปพ่อฟ้าฟื้นท่านจึงเน้นให้ดีทางด้านโภคทรัพย์,ความอุดมสมบูรณ์ด้วย ให้มีมหาเสน่ห์,เมตตามหานิยม,คนนิยมชมชอบเป็นที่รักใคร่เสน่หาแก่ผู้ที่ได้พบเห็น,เป็นที่รักของเหล่ามวลมนุษย์และเทพเทวดาทั้งหลายเป็นพื้นฐาน และให้เรียกโชคลาภเงินทองตลอดจนแคล้วคาดปลอดภัยจากอันตราย มีความคล่องตัวในการทำมาหากินเรื่องเหล่านี้ท่านว่าพ่อครูฟ้าฟื้นท่านเน้นมากและท่านก็ลงให้ครบ นอกจากหุ่นนี้จะสามารถเรียกจิตเรียกใจคนได้แล้วที่ท่านเจาะจงให้ทำเป็นภาคออกศึกนั้นก็เพื่อที่จะได้พร้อมฟาดฟันอุปสรรคปัญหาตลอดจนกรุยทางปราบศัตรูให้แก่เรา ท่านว่าแต่แรกที่ดำริให้พ่ออาจารย์ทำนั้นว่า "ต่อไปบ้านเมืองจะวุ่นวาย คนที่ได้รับผลกระทบก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆคนเหล่านี้จะเอาตัวกันไม่รอด พวกข้างบนนั้นเค้าไม่ได้มาทุกข์ร้อนอะไรด้วย" ท่านจึงดำริการโดยชอบให้พ่ออาจารย์ท่านทำหลบเพื่อจะลงวิชาให้เต็มให้ครบเสียแต่เนิ่นๆ แม้เอาพ่อฟ้าฟื้นที่เป็นรูปหล่อออกให้บูชาแล้ว ชุดนี้ท่านก็ยังไม่ให้นำออกไป ท่านวาเสกหลบไว้ก่อนรอเวลาก่อน..ใจเย็นๆก่อน ท่านให้รอจนถึงเวลา...เวลาที่ท่านจะไปฟื้นชีวิต(ความเป็นอยู่)คนทั้งหลาย

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านทำขุนแผนออกศึกข่มแสนพลพิฆาต ท่านว่าครูท่านไม่ได้มีเจตนาให้เอาไปฆ่าใครแต่กลับกันท่านกลับให้เอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจที่จะหนุนตัวเองให้ชนะ ให้ไปพิฆาตเอาความสำเร็จที่ตนเองปรารถนา ให้ไปฟันเอาความสำเร็จ,ความเจริญก้าวหน้า,ฟันเอาความสุข..ฟันเอากำไรชีวิตเช่นนั้น ท่านว่านี่สำคัญกว่าจะไปนั่งแค้นใคร ยุคนี้ต้องเอาตัวเองให้รอดเสียแต่ตอนนี้ก่อนที่จะไม่มีโอกาส ท่านจึงให้แรงครูปราบข่มคู่แข่งและศัตรูหนุนชักนำเราไปฟาดฟันถามหาชัยชนะเช่นนั้น เพื่อให้ผู้บูชาไปทำมาหากินได้คล่องขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพ้นจากทุกข์โศกโรคภัยอันตรายทั้งหลาย พ้นจากการเป็นหนี้สิน ..พ้นจากสิ่งที่อยากจะพ้นให้สมกับที่ครูพรหมสุเรนทร์ท่านเมตตาทุ่มเทอำนาจพลังจิตและบารมีที่สะสมมาเข้าอุปถัมภ์เรา ท่านว่าในอดีตเมื่อท่านเป็นแม่ทัพออกศึกนั้นท่านลงวิชากำกับไพร่พลทั้งหลายไม่มีใครที่จะทุกข์หรือตกตายเลย แม้ลูกๆของท่านก็ยังเรืองวิชากันทุกคน ด้วยสภาวะปัจจุบันที่ใช้ชีวิตกันยากขึ้นเช่นนี้ท่านจึงให้สร้างพ่อรอดทุกข์และรอเวลาสมควรเปิดบารมี ท่านว่าใครจะเช่าให้ถามเขาแค่ว่า "พร้อมออกศึก รอดทุกข์ไปกับพ่อหรือยัง" ดังนั้นพ่อฟ้าฟื้นรุ่นนี้จึงมีอาถรรพ์มากที่สุด

    และในช่วงเวลาที่เสกนั้นครูท่านก้สั่งให้พ่ออาจารย์ไปรวบรวมว่านยามาเป็นการเฉพาะกิจเพื่อจะหุงน้ำมันทิพย์มนล้างอาถรรพ์ต์หล่อเลี้ยงหุ่นพ่อครูฟ้าฟื้นไว้ โดยท่านให้หาว่านโพงสามชนิดคือ โพงแดง ,โพงดำ,โพงสับปะรดด้วยเป็นว่านที่มีพลังกายสิทธิ์ในตัวเองสูงมากพอๆกับพลังในการทำลายล้างอาถรรพ์ขั้นรุนแรง ทั้งยังใช้ป้องกันภูติผีปีศาจ,อาถรรพ์,คุณไสยทั้งหลาย ท่านนำมาลงวิชาแล้วจึงหุงน้ำมันเข้ากับผงนะโมพระอินทร์,ผงนะเข้าหา,ผงอิทธิเจ,ผงยาเสน่ห์,ผงมหาละลวย,ผงกรามช้างน้ำ,ว่านดอกทอง,เสน่ห์จันทร์,สาวหลง,ดอกมะเขือบ้า,ว่านช้างผสมโขลง,ว่านจูงนาง,ว่านศุภโชค,ว่านออมทอง,ว่านออมเงิน,ว่านออมเพชร,ว่านแสงอาทิตย์,ว่านปู่โสมเฝ้าทรัพย์,ว่านกวักเงิน,ว่านกวักทอง,ว่านกวักมรกต,ว่านกวักบัลลังก์เงิน,ว่านนางกวัก,มะยมกาฝากดอกรักซ้อน(นิยมฝากรัก),รากรักซ้อน,รังนกสาลิกาตายคารัง,ไม้ไก่กุก...ท่านว่าน้ำมันตำรับครูพรหมนั้นอยู่ที่ไหนบ้านนั้นรวย จะค้าขายก็ดี จะเสี่ยยงดวงก็ได้ทีละมากๆผู้ที่บูชาจะเจริญทันตาเห็น แค่พกไว้ก็รับโชครับลาภขอแค่มีศรัทธาย่องบังเกิดอิทธิคุณด้วยแรงครูให้เห็นผลคาตา ท่านว่าตอนเสกน้ำมันนี้ครูท่านลงไว้ให้ครบหมดทั้งเป็นยอดมหาละลวย คนรักคนหลง เรียกจิตใจผูกความรักให้สมปรารถนาสร้างความสำเร็จทำอะไรก็จับใจทำให้คนอื่นนึกชื่นชม ท่านว่าน้ำมันนี้มีพลังพังจิตใจคนที่จิตแข็งได้

    เมื่อคุณวิเศษของน้ำมันผสานอานุภาพพ่อครูฟ้าฟื้นภาคออกศึกที่แกะจากไม้รอดทุกข์ลงวิชายิ่งทำให้พ่อครูอานุภาพแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณสามารถอธิษฐานใช้ได้ทุกด้าน ท่านตั้งธาตุหนุนธาตุด้วยกลธาตุทั้งสี่ ปลุกเสกมนต์คาถาชักยันต์ผูกหุ่นทำวิชาใช้กสิณสิบเป็นอารมณ์กรรมฐานเชิญครูพระเวทย์พระธรรมและเหล่ามหาพรหมช่วยกันอธิษฐานจิตทั้งครูพระเวทย์,ครูหมอ,ครูว่าน,ครูยา ท่านว่าทำให้ครบให้มีอาถรรพ์ทุกอณู หุ่นนี้ท่านให้เอาไปฟาดฟันอุปสรรค ไปฟันหากำไร,หาผลประโยชน์ ไม่ว่าจะฟันฟาดสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้นดั่งใจหวัง***กลเม็ดเคล็ดลับง่ายๆทำได้ทุกที่แค่บอกพ่อฟ้าฟื้นท่าน อยากได้อะไรจะทำอะไรก็ให้นึกถึงครูท่านยกดาบฟันสิ่งนั้น เพียงเท่านี้พ่ออาจารย์ท่านว่าย่อมฟันเอามาง่ายๆ จะฟันเงิน,ฟันคน,ฟันรัก,ฟันกำไร..ฟันให้ไวดั่งใจนึก..ฟันสารพัดนึก จะฟันปัญหาเรียกทรัพย์เรียกลาภ,ฟันคนที่เราชอบให้พึงใจงวยงงสงสัยความรู้สึกที่มีต่อเรา,ฟันให้ชนทั้งหลายยำเกรงหวาดกลัวไม่ก้าวร้าว ท่านว่าทำไปเถอะขอแค่หลับตาแล้วมีจินตภาพอยากฟันอะไรก็ทำได้ง่ายๆ แม้กระทั่งฟันตัวเองไล่ผีขับภูติขับเสนียดยังทำได้ทั้งสิ้น
    *** ตะกรุดที่ลงไว้ในขวดนั้นพ่อฟ้าฟื้นท่านให้พ่ออาจารย์ลงตามตำรับของท่านทำอาถรรพ์ชุบชีวิตคนที่แห้งเหี่ยวให้ฟื้นขึ้นมา ท่านว่าบอกได้เท่านี้เพราะจริงๆแล้วท่านห้ามบอกด้วยซ้ำว่าลงอะไรให้ขึ้นอยู่ที่ดวงคนจะมีวาสนาได้รับหรือไม่

    คาถาบูชา

    โอมสิทธิฟ้าฟื้นจำเริญศรี สุนะโมโล นะโลโมสุ โลโมสุนะ โลสุนะโม สุรินทะราชัยยะมหาพรหมมาเมตตาจิตตัง กาวะกะ สะละสู มะสังเตอะ ยะมะรานังปะนีตัง อะวิกรึงคะเร อาคัจชะติ นะโมพุทธายะ(สวดอาราธานาอธิษฐานขอพรตามเเต่ปรารถนา)

    *** พ่อฟ้าฟื้นออกศึกข่มแสนพลพิฆาต(พ่อรอดทุกข์) เฉพาะรุ่นนี้จริงๆท่านว่าไม่ต้องพูดเยอะเพราะปกติพ่อฟ้าฟื้นนี้ท่านจะให้เฉพาะคนที่เดือดร้อนตกต่ำลงต้องการที่จะพลิกฟื้นฐานะชะตาตัวเองจริงๆหรือคนอาภัพไม่สมหวังในความรักจริงๆเท่านั้นบูชาคนที่ดีอยู่เเล้วไม่ต้องเอาไปใช้ แต่รุ่นนี้ท่านว่าใช้ได้เสมอกันหมดยิ่งคนที่ดีแล้วจะยิ่งต่อเรื่องดีๆลดเรื่องเลวร้ายลงไป รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุล ตลอดจนมีความทุกข์สิ่งใดที่อยากจะบอกอยากจะขอความเมตตาครูท่านให้ปัดเป่า พ่ออาจารย์ท่านว่าให้แจ้งมาด้วยท่านจะกำกับบอกกล่าวให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนทำบุญโลงศพในวัดทุรกันดารสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พ่อฟ้าฟื้นออกศึกข่มแสนพลพิฆาตแช่น้ำมันล้างอาถรรพ์(พ่อรอดทุกข์) บูชา 2,500 บาท


    64447608-886276038404223-7757455258703364096-n.jpg 64209618-304264097126621-3401424441266143232-n.jpg
    64586121-456866601796770-8233405083266580480-n.jpg
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา ปิรามิดมหามายาปฐมพรหม(เปิดอำนาจจักรวาลขยายพลัง)

    เครื่องมงคลรูปปิรามิดนั้นเป็นของที่มีดีอยู่ในตัวเอง ด้วยตัวของมันนั้นสามารถขยายคลื่นสัญญาณได้ มันจะทำงานผ่านตัวของเราที่จะเป็นคนส่งคลื่นในลักษณะที่คนใช้จะเป็นเครื่องส่งและปิรามิดจะเป็นเครื่องรับเช่นนี้ โดยหลักการของปิรามิดนั้นเขาจะสร้างแรงสั่นสะเทือนเคลื่อนย้ายอะตอมที่เป็นส่วนเกินออกไปคงให้เหลือไว้เฉพาะอะตอมต้นกำเนิดเท่านั้น เขาจะสร้างรูปแบบของพลังงานให้เกิดความถี่สั่นสะเทือนและขยายให้แรงขึ้น,ใหญ่ขึ้นได้และนำไปสู่การจัดเรียงโมเลกุลใหม่ เช่นนั้นปิรามิดไม่เพียงแต่จะเป็นสิ่งสะสมพลังงานเท่านั้นมันยังสามารถใช้เพื่อกระจายพลังอำนาจต่างๆออกไปอีกด้วย ผู้ที่ใช้ปิรามิดนั้นจะรู้สึกว่าอารมณ์สงบเยือกเย็นลงอย่างน่าประหลาด และสามารถทำสมาธิได้ง่ายขึ้นด้วยอีกทั้งยังช่วยให้สามารถมองเห็นความเป็นไป(เหตุการณ์)ของตนเองในอนาคตได้

    ปิรามิดตำรับพ่ออาจารย์นั้น ท่านกล่าวว่าหากได้ถลุงและสร้างปิรามิดขึ้นจากธาตุกายสิทธิ์เขาจะยิ่งมีฤทธิ์มากกว่าการใช้วัตถุใดๆทำขึ้นมา นอกจากเขาจะช่วยรักษาและปลดปล่อยพลังงานในร่างกายเราแล้วอำนาจแห่งกายสิทธิ์ธาตุก็สามารถใช้รับส่งพลังงานจักรวาลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ หากได้นำมาติดตัวไม่เพียงแต่จะดูดพลังจักรวาลแต่ยังเป็นมหาดูด ท่านว่าจะใช้ดูดทรัพย์,ดูดพลัง,ดูดโรคภัยไข้เจ็บต่าง,ดูดเคราะห์หามยามร้ายความซวยต่าง..ผลักดันและขับออกไปจากตัวเราได้ทั้งสิ้น ทั้งปิรามิดที่ท่านจะเมตตาทำให้ใช้กันนี้ยังสามารถรวบรวมพลังงานมาไว้ในตนเองเพื่อส่งต่อให้กับเราได้ ท่านว่าจะเป็นพลังงานที่ดีที่สุด,เป็นยอดที่สุดและบริสุทธิ์ที่สุดแล้วในตรีโลก ปิรามิดเขาจะรวมกำลังเหล่านั้นมาสำรองไว้ตลอดด้วยตัวเขาเอง จะอาราธนาไปทำสมาธิก็ดี ทำน้ำมนต์แช่อาบดื่มกินเพื่อรักษาโรคภัยบรรเทาเคราะห์กรรมก็ดี หรือจะใส่จะห้อยไว้กับตัวก็ยิ่งเป็นยอดของดีเพราะเขาจะดึงพลังงานที่ดีเข้าหาตัวเราตลอด แปรเปลี่ยนพลังนั้นให้เป็นสิริมงคล เปลี่ยนพลังมงคลให้เป็นเรื่องน่ายินดีล้นหลามในชีวิต เพราะเขาจะดึงพลังงานมาสั่นสะเทือนขยายแรงขยายกำลังขยายชะตาวาสนาของเราให้มากขึ้นใหญ่ขึ้นนี่เป็นข้อดีของเขาที่จะเปลี่ยนจากโชคดีเพียงเรื่องเล็กๆให้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ท่านว่าชีวิตมันจะง่ายขึ้นอีกมากจากที่เคยยากอยู่แบบสามวันดีสี่วันร้าย แต่ปิรามิดนั้นเขาจะค่อยขับพลังร้ายที่สะสมในตัวเราออกไปหลังจากนั้นเวลาทำอะไรก็จะเจอแต่เรื่องดีๆประสบแต่ความสุขแต่สิ่งดีงามเสมอใจของตนเอง และเพราะปิรามิดนั้นไม่เพียงแต่จะรับพลังมงคลแล้ว เขายังขับพลังที่ไม่ดีออกไปจากตัวเราด้วยเมื่อเรานำเขาติดตัวไว้ตลอด พ่ออาจารย์ท่านว่ามันเป็นเช่นนี้พอเขาขับออกไปเรื่อยๆเขาก็รับเข้ามาทดแทนให้สมดุลย์หมายถึงขับเรื่องร้ายปลดปล่อยมันออกไปแล้วก็รับเอาเรื่องดีมาเติมเต็มแทนที่พูดเช่นนี้น่าจะเข้าใจง่ายกว่า พอเขาค่อยๆขับไปไอ้เรื่องร้ายๆมันก็ไม่เหลือทีนี้ก็เหลือเฉพาะแต่สิ่งที่ดีงามเท่านั้น นอกจากนั้นยังใช้ปรับธาตุขันธ์ให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงมีพลานามัยที่ดีไปพร้อมๆกันด้วย

    ด้วยโลกทุกวันนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงไปมากตามกาลเวลา แม้พลังปราณบริสุทธิ์ในโลกก็เหลือน้อยลงทุกทีจนแทบจะหาไม่พบเลย เพราะโลกปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยมลภาวะต่างๆในชั้นบรรยากาศ พ่ออาจารย์ท่านว่าปิรามิดนี้จะดึงกระแสปราณจากดวงดาวและจักรวาลเข้าหาเราโดยตรงทั้งยังขัดเกลาให้ปราณนั้นบริสุทธิ์ไร้มลภาวะใดๆเสมือนเขาเป็นตัวกรองของเสียทิ้งไปให้เหลือแต่ปราณที่ดีที่สุดก่อนจะเชื่อมกระแสปราณเข้าสู่ตัวเรา พลังกระแสลมปราณเป็นพลังงานที่มีประโยชน์และสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายมนุษย์ซึ่งมนุษย์จะขาดมิได้เลยจะเป็นภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติ,เป็นพลังงานที่จะช่วยระบายของเสียออกจากร่างกายตามธรรมชาติและเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงร่างกายให้เป็นปกติโดยธรรมชาติ พ่ออาจารย์ท่านว่าปิรามิดวิชานี้ต้องทำทีละชิ้นๆอย่างบรรจงจะเร่งรีบไม่ได้ นอกจากเขาจะดูดของเสียแล้ว ไอ้ชีวิตแบบที่ป่วยที่เจ็บกันมาเยอะก็ลองเอาปิรามิดของฉันไปใช้ดูนะ คนที่ป่วยได้โรคได้ไข้นั้นก็จะค่อยบรรเทาทุกข์โรคร้ายสิ้นสูญ ส่วนใครที่ชีวิตว่ายากว่าเหนื่อยชอบล้มลงบ่อยๆไม่มีการทรงตัวที่มั่นคงหรือคนประเภทที่เจ็บมาทั้งชีวิตจากประสบการณ์ร้ายๆต่างๆ ให้เอาปิรามิดไปใช้ติดตัวดูเขาจะลดความเจ็บปวดสูญเสียทั้งหลายในชีวิตของเธอไปจนเธอสังเกตุเห็นได้ด้วยตนเอง

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างปิรามิดมหามายาปฐมพรหมขึ้นตามสูตรที่ครูสั่งโดยหล่อหลอมจากธาตุกายสิทธิ์ที่เตรียมไว้ ทั้งปิรามิดนั้นครูท่านยังให้พ่ออาจารย์ทำด้านในให้กลวงด้วยประสงค์จะให้พ่ออาจารย์ท่านลบถมยอดยันต์และผงวิเศษอุดไว้แทน ด้วยบรมครูท่านตั้งใจให้ทำเช่นนี้เพราะว่าท่านเห็นการณ์ภายหน้าว่าปิรามิดนี้จะได้ช่วยคนอีกมากท่านให้เอาเนื้อข้างในออกทำให้กลวงเป็นเคล็ดที่ว่าเอาสิ่งที่เสียไป สิ่งที่ชั่วร้าย สิ่งที่เป็นต้นตอของหายนะและความล้มเหลวทั้งหมดสิ่งเหล่านี้นำมันออกไปเสียความสูญเสียความเจ็บปวดทั้งหลายจะได้ไม่เกิดขึ้นอีกให้เหลือเพียงสุญญตาความว่างเปล่าเท่านั้นและท่านให้พ่ออาจารย์อุดผงวิเศษไว้ภายในเพราะผงวิเศษนั้นเกิดจากคุณพระและเทวานุภาพ ท่านว่ามันแก้กันดุจเอาของเสียออกและเติมของดีเข้าไปจนเต็มไส้เต็มท้องเต็มจิตวิญญาณ ทดแทนให้ปิรามิดพลิกชีวิต,เปลี่ยนและสังเคราะห์ร่างกายคนอาราธนาได้ฉับพลันทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าปิรามิดของท่านนั้นยอดดีพกไปเถิดร่างกายจะแข็งแรงทั้งเขายังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้จะได้ไม่มีโรค เมื่อไม่มีโรคก็ดุจได้ลาภอันประเสริฐท่านย้ำคำว่าร่างกายแข็งแรงอยู่ถี่มากเพราะท่านบอกว่าถ้าจะให้พูดว่าช่วยรักษาโรคได้ด้วยตนเองทุกโรคตั้งแต่อัมพฤกษ์,อัมพาต,เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,ความดันโลหิตต่ำ,โรคหัวใจ,โรคไต,โรคมะเร็ง,โรคเอดส์,โรคทางเดินหายใจ.... คนที่เขาไม่เชื่อก็จะหาว่าอวดอุตริไป แต่เอาเถอะว่าปิรามิดของฉันนั้นเขาทำได้ จึงพูดให้ง่ายขึ้นว่าช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคจะได้เข้าใจตรงกัน

    อำนาจของปิรามิดมหามายาปฐมพรหมนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าหลักๆเลยจำกันง่ายๆเขาจะเปลี่ยนทุกเรื่องในชีวิตของเราให้เป็นบวก..เป็นเรื่องดีๆ ปราศจากและไม่มีเรื่องแง่ลบถึงขั้นที่ว่า"จิตคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น" จะใช้บูชาเข้ากรรมฐาน,เข้าสมาธิโดยใช้ปิระมิตเป็นสื่อก็ทำได้ นอกจากมีไว้กำหนดจิตภาวนาเข้าสมาธิแล้วยังเป็นเครื่องรางกันภัยกันคุณไสยลมเพลมพัดได้ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นเมตตาเเคล้วคลาดเรียกว่ามีดีครบทุกทาง สามารถคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้ ป้องกันภูตผีปีศาจ,กันคุณไสยมนต์ดำและสามารถนำมารักษาโรคได้ ปิรามิดนั้นเป็นแหล่งดึงดูดเพื่อรวมพลังแห่งจักรวาลไว้ ด้วยสามเหลี่ยมนั้นเป็นตัวแทนรูปเดิมของจิตคน อีกเหตุผลหนึ่งที่บรมครูท่านให้เจาะภายในปิรามิดจนว่างเปล่าก่อนที่จะบรรจุผงวิเศษไว้ก็เพื่อแสดงภาวะอนัตตาเป็นความว่างเปล่าความว่างที่ไม่ใช่ตัวตนเราถูกเติมเต็มด้วยธาตุพุทธคุณพุ่งสู่ยอดคือสุญญตา พ่ออาจารย์ท่านว่าความว่างนี้เป็นจุดที่เล็กที่สุดแต่ก็ใหญ่ที่สุดด้วยหาสัณฐานไม่ได้ไม่มีขอบเขตไม่มีรูปองค์ปฐมพรหมท่านว่าเป็นแก้วสารพัดนึกที่มนุษย์มองไม่เห็น ในขณะที่จิตเราเปรียบเสมือนรูปปิรามิดที่ครอบความว่างเอาไว้ เป็นจิตที่ครอบอยู่นอกแก้วสารพัดนึกที่หมุนรอบตัวเองจนเกิดพลังจิตพลังพุทธคุณที่ได้จากการลบถมผงยอดยันต์นั้น เช่นนั้นปิรามิดจึงเปรียบได้กับแหล่งกำเนิดสัจธรรมความจริงต่างๆในไตรภูมิ ปิรามิดมหามายานั้นสัมพันธ์กับกาย,ใจและดวงจิตผูกเข้ากับกายและใจของมนุษย์ส่งกำลังเข้าไปในจิตวิญญาณโดยตรง เมื่อเราสัมผัสกับปิรามิดจิตเราก็จะนิ่ง ท่านว่าจิตนิ่งจิตเป็นหนึ่งนี่คืออารมณ์เอกัคคตาชั่วขณะจิต ชั่วเวลาหนึ่ง เป็นเวลาที่กายกับใจเราจะหลอมรวมกันทำให้ร่างกายมีศักยาภาพสูงทั้งจิตก็มีกำลังสูง เมื่อเราเข้าถึงความว่างเข้าถึงสูญญตากำลังนั้นก็จะพุ่งออกมานำเราไปสู่หนทางแห่งนิพพานข้ามพ้นสังสารวัฏ เช่นนั้นปิรามิตนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงเมตตสร้างไว้ให้ดีที่สุดอย่างแท้จริง

    เมื่อเราอาราธนาปิรามิดมหามายาไว้กับตัวแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าให้สังเหตุตัวเองได้เลย เราจะมีผลลัพธ์แสดงให้เห็นอยู่ง่ายๆหลายเรื่อง
    - ความจำเราจะดีขึ้นเพราะเขาจะช่วยให้คลื่นสมองเราเพิ่มมากขึ้น
    - อุปนิสัยจะกลายเป็นคนสงบนิ่ง มีสมาธิ มีความคิดพิจารณาสิ่งใดได้ละเอียดลึกซึ้งมากกว่าปกติ
    - สิ่งดีๆจะวนเวียนอยู่รอบๆกายไม่ได้ขาดตกบกพร่อง
    - สารพิษในร่างกายจะถูกขับออกมาเสมอ
    - จะรู้สึกเบาเนื้อเบาตัว สบายตัวเหมือนคนได้พักผ่อนตลอดเวลา
    - เลือดลมจะสูบฉีดได้ดีขึ้น ความดันโลหิตจะเข้าสู่จุดสมดุลย์
    - ฟื้นฟูร่างกายไม่ให้เสื่อมโทรม
    - สายตาดีขึ้น สามารถมองเห็นได้แจ่มชัด
    - ช่วยให้กระฉับกระเฉงตื่นตัว พร้อมทำกิจกรรมต่างๆได้ทันที
    - จะดูอ่อนกว่าวัย จะเด็กกว่าอายุเพราะกำลังของปิรามิดนั้นเขาจะบิดเบือนให้กาลเวลาเคลื่อนไปช้าลง
    - คนที่หลับไม่เต็มตาก็จะหลับได้สนิท
    - ส่งต่อพลังงานด้านบวกเข้ามาในชีวิตไม่ให้ขาดช่วงให้เจอแต่เหตุการณ์ที่ดี
    - ช่วยให้อายุยืนขึ้นกว่าเดิม
    - เป็นเมตตาสร้างมิตรภาพคลายปมความเกลียดชังโดยสัญชาติญาณได้เป็นอย่างดี
    พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นแค่สิ่งแรกๆที่เราจะรู้สึกถึงมันและรับสัมผัสได้แจ่มชัด แต่ในความจริงแล้วปิรามิดนั้นยังทำอะไรได้มากกว่านี้มันจะค่อยๆแสดงผลของมันออกมาเองถ้าเราอยากค้นพบและอยากจะสนุกไปกับมัน หากเราอยากจะสังเกตุเห็นการเปลี่ยงแปลงในชีวิตเราที่ค่อยๆชัดเจนมากขึ้นเราก็ต้องอาราธนาเอาไว้ตลอดและสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของชีวิตตัวเอง


    ปิรามิดของท่านทำขึ้นเพื่อให้เป็นเครื่องบำบัดร่างกาย บำบัดพลังธรรมชาติให้เรานำมาใช้ เขาจะรักษาพลังงานชีวิตเอาไว้เป็นอย่างดี ข้อดีหลักๆเลยก็คือจิตใจเราจะสงบ ร่างกายจะรู้สึกเบาสบาย ความสงบนี้จะนำไปสู่การลดละของกิเลส กิเลสในตัวเราจะลดลงไปในทุกๆวัน ท่านว่าเพียงแค่นี้ก็ดีมากแล้วเพราะวันหนึ่งเราจะได้บรรลุธรรมตามวาสนาและกำลังบารมีที่สะสมมานี่จึงถือว่าเป็นที่สุดของเครื่องมงคลอย่างแท้จริง เช่นนั้นท่านจึงเน้นให้ปิรามิดช่วยขัดเกลาชีวิตคน ช่วยเป็นเรือที่จะส่งคนข้ามฝั่งวัฏสงสารได้โดยไวขึ้นตั้งแต่เริ่มขึ้นเรือนี้ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปและมีพัฒนาตามลำดับจนถึงที่สุดแห่งชีวิตคือพระนิพพานนั่นเอง

    นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าปิรามิดมหามายายังเปรียบเสมือนเครื่องติดต่อระหว่างภพ ท่านว่าเมื่อเชื่อมพลังได้ก็ย่อมต้องใช้เพื่อติดต่อได้ เป็นเครื่องเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์และเทพเจ้า ระหว่างชีวิตและความตาย ระหว่างทายาทและผู้วายชนม์... หากเราปรารถนาจะเยี่ยมพบหรือต้องการสัมผัสดูภพภูมิใดๆของญาติสนิทมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านว่าให้อธิษฐานเอากับปิรามิด เขาก็จะเชื่อมต่อให้เราเห็นเหตุการณ์และความเป็นไปนั้นๆได้ แต่ทว่าจะช้าจะเร็วอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระแสของเราด้วย ถ้าเราต่อติดกับปิรามิดโดยทันทีได้เลยมันก็จะไวชนิดหลับตาก็เห็นแล้ว แต่ถ้าร่างกายเรามีมวลมลพิษ(สิ่งที่ต้องขับออกอยู่มาก) มันก็ต้องอาศัยเวลาจนกว่านิมิตจะปรากฏแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆตามเวลาแห่งการขัดเกลา ทั้งนี้เมื่ออาราธนาปิรามิดมหามายาติดตัวอยู่เสมอสัมผัสพิเศษของเราจะแจ่มชัดมากขึ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราอาจเห็นภาพและเรื่องราวต่างๆของตัวเองที่จะเกิดในระยะอันใกล้ถูกถ่ายทอดหรือปรากฏให้เราเห็นได้เรื่อยๆตลอดเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ตรงนี้ท่านก็เรียกว่านิมิตประเภทหนึ่งภาพเหล่านี้อยู่ดีๆก็จะเข้ามาในหัวของเราให้เราได้รู้ได้เห็น ความเป็นไปเหล่านั้นท่านว่ามันก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเสมอไปเพราะเราแก้ไขมันได้ หากอะไรที่มันร้ายแรงเราก็เปลี่ยนมันเสีย ก็เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมแก้ไขมันเอาไว้

    คาถาบูชา (ท่านว่าจริงๆไม่จำเป็นต้องใช้แต่หากอยากท่องรึจะใช้ภาวนาก็ให้ว่าธาตุทั้งสี่กลับไปกลับมา)
    นะมะพะทะ มะพะทะนะ พะทะนะมะ ทะนะมะพะ


    ปิระมิดของพ่ออาจารย์นี้ท่านทำให้พิเศษทุกชิ้นนอกจากหุงธาตุกายสิทธิ์ลงจารเปิดตาสวรรค์ท่านยังผนึกผงยอดยันต์กำหนดจิตให้ครบทีละองค์ ท่านว่าจะได้ไม่ต้องไปหากันเป็นพันเป็นหมื่น ท่านเพียรนั่งหุงธาตุลบถมยอดยันต์นั่งแต่งนั่งตะไบกว่าจะได้แต่ละชิ้นท่านว่าทำไว้ให้ครบแล้ว ยิ่งเป็นปิรามิดธาตุกายสิทธิ์ด้วยบอกได้เลยว่าทำยากมาก ท่านว่าครูปฐมพรหรหมท่านสั่งให้ทำอย่างนี้ เราก็ทำให้ตามที่ท่านสั่งเป็นสูตรและตำรับของครูท่าน ก็ขอแต่ให้คนที่ดีมีวาสนาทั้งหลายได้นำไปใช้

    * ปิรามิดมหามายานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะใช้ทำจี้ห้อยคอก็ได้ จะทำหัวแหวนก็ได้ หรือจะเลี่ยมต่อกันทำเป็นกำไลข้อมือทำเป็นสร้อยสวมคอก็ได้ ท่านว่าหากนำมาทำใส่ร้อยต่อกันทำเป็นกำไลก็จะใช้ได้มากกว่านั้นคือใช้รับส่งขับเคลื่อนกำลังพระเวทย์,พระธรรม(ซึ่งตรงนี้ท่านว่าปกติแล้วคนธรรมาดจะไม่ได้สัมผัสเลย) ปิรามิดนี้พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจทำให้ใช้กันจริงๆท่านว่าจะดีที่สุดเลยหากเอาไปทำเครื่องรางคาดเอวก็ต้องใส่ไว้ทั้งด้านซ้ายและขวาหรือใช้เป็นคู่เพราะมันจะเป็นจุดสมดุลย์แห่งพลังไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งไหนของโลกก็ดี ท่านว่าใช้ได้ทั้งสิ้น แม้เป็นเครื่องประดับก็เป็นเครื่องประดับที่ดีที่สุดแล้ว รับจองเฉพาะทาง pm เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนบูรณะเมรุเผาศพที่ใช้การไม่ได้สืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ปิรามิดมหามายาปฐมพรหม(เปิดอำนาจจักรวาล) บูชา 900 บาท


    64572879-648196302311336-914708913130045440-n.jpg
    64705138-391303904846318-6198147281443618816-n.jpg 64533417-633799813783718-4342533706615881728-n.jpg
    64692579-2053004055003255-9041715506012225536-n.jpg
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงยกชีวิตองค์ธรรมราชปิดเคราะห์ปัดขวากหนาม(เหยียบเซียน)

    ปฐมเหตุแห่งการสร้างพระรุ่นเหยียบเซียนนี้ เพราะพ่ออาจารย์ท่านมีดำริว่าคนที่เกิดมาและมีศรัทธาในศาสนาสมเด็จพระตถาคตเจ้านั้นมีอยู่มากมายนับประมาณมิได้ หากแต่ชนทั้งหลายเหล่านั้นย่อมมีกำลังใจไม่เสมอกัน มีบารมีไม่เท่ากัน อันพระธรรมเทศนานั้นก็โปรดได้เฉพาะคนที่อบรมบารมีมาเต็มแล้วเรียกว่ารู้ได้เฉพาะคนตามบุญวาสนาที่สั่งสมมา ท่านจึงสรุปง่ายๆเรียกรวมเรื่องต่างๆเหล่านี้ว่ากำลังใจคนที่มีกำลังใจสูงย่อมเข้าถึงพระธรรมโดยง่าย ในขณะเดียวกันคนที่กำลังใจยังไม่มั่นคงก็ต้องใช้วัตถุเป็นเครื่องจูงใจให้ยึดเกาะเช่นนั้น ดั่งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเนรมิตดอกบัวทองคำโปรดลูกนายช่างทองเป็นเหตุให้เขารู้จักเพ่งกสิณจนได้ฌาณได้บรรลุพระอรหันต์เช่นนี้ก็มี นั่นคือกุศโลบายของการใช้วัตถุเพื่อโน้มนำจิตวิญญาณเป็นเครื่องจูงใจให้คนบรรลุเป้าหมายยิ่งใหญ่ในภาคหน้า

    เพื่อดำริการอันควรนั้นโดยชอบ การสร้างพระเครื่องสำคัญนี้ท่านจึงพิจารณาจะทำให้เป็นกฤติยาคมแฝด...กอปรกับเวลาและจังหวะที่บรรจบกันซึ่งสมเด็จองค์ปฐมท่านได้บอกการณ์ในอนาคตกับพ่ออาจารย์ท่านไว้ ว่า "ต่อไปนี้เหตุในกรุงจะวุ่นวายน่าดู ถึงยามนั้นให้เธอทำสิ่งอันควรค่าแก่การสักการะบูชาไว้ยกชีวิตคนซักหน่อย ถ้าเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ฉันจะมาบอกเธออีกที" นับจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านก็พิจารณาตลอดมาว่าจะทำพระพิมพ์เช่นใดดีเพราะท่านเจาะจงอย่างยิ่งที่จะผนวกความตั้งใจแรกเริ่มลงไปด้วย นั่นคือสร้างพระให้คนที่เค้ามีกำลังใจไม่มั่นคง มีบารมีไม่พอ สู้ใครเขาไม่ได้ คนประเภทนี้ต้องเอาไปใช้..และต้องดีขึ้น ไม่มีเลยที่จะต้องหลบต้องใช้ชีวิตแบบเกรงใจโชคชะตาไปวันๆนึง จนเสด็จพระใหญ่ท่านประทานพุทธนิมิตให้พ่ออาจารย์ท่านจดจำไว้เพื่อสร้างพระพิมพ์ พร้อมกับปกาศิตเจริญพรสำทับเอาไว้ว่า"บัดนี้ ศาสนิกชนทั้งหลายย่อมทุกข์ใจด้วยเหตุแห่งการยังชีพมากขึ้น แต่เอาเถอะคนที่ไม่มีแรงฉันจะยันกลับไปให้เอง"(ท่านจึงกำชับพ่ออาจารย์ว่าจะปล่อยให้ชาวพุทธจนอยู่มากขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ไม่ได้) เช่นนั้นจึงเป็นปฐมเหตุของการเปิดตำนานสร้างพระผงเหยียบเซียน

    กว่าจะเป็นพระผงเหยียบเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสมเด็จองค์ปฐมท่านสั่งให้พ่ออาจารย์ท่านลบถมผงยกชีวิตขึ้นมาก่อน ต้องค่อยๆเขียนผงไปทีละกระดานลบถมเอาอณูผงเหล่านั้นมาปั้นรวมกันเป็นพระเกศมาลา พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องเพียรลบเพียรปั้นไปให้ได้ถึงหนึ่งร้อยแปดพระเกศ ซึ่งพระเกศมาลานี้เมื่อทำเสร็จแล้วสมเด็จองค์ปฐมท่านก็ได้พาคณะพระพุทธเจ้าในแต่ละยุคทั้งร้อยแปดพระองค์มากำกับทำวิชาไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าหนึ่งเกศนั้นก็เป็นตัวแทนของพระรัศมีที่แตกต่างกันไปในพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ซึ่งผงยกชีวิตที่พ่ออาจารย์ท่านลบถมนี้ท่านว่ากระทำได้ยากมาก สมัยทำผงท่านต้องไปหาโบสถ์ร้างอันสงัดไร้สิ่งรบกวนนั่งทำผงอยู่เดือนละสามวันบ้าง,ห้าวันบ้าง,สิบห้าวันบ้าง รวบรวมไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบ ในระหว่างทำผงนี้จะเจรจากับใครหรือติดต่อใครไม่ได้เลยและยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดนั้นเวลาที่ทำผงนี้ต้องใช้แรงครูสูงมากท่านว่าต้องเชิญองค์พระมาช่วย ตัวฉันจะกินอาหารขบฉันใดๆไม่ได้เลย อธิษฐานดื่มได้แต่น้ำให้หนักท้องแทนการกินอาหารอยู่เช่นนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพอได้ผงยกชีวิตมาทำเป็นเกศพระสำเร็จทั้งสิ้นแล้วก็ต้องพลีเกศนั้นทำผงปั้นแท่งชนวน ดุจดึงเอากำลังองค์พระและรัศมีของเหล่าพระพุทธเจ้าทั้งร้อยแปดรวมกำลังกันลบผงปิดเคราะห์อีกวาระหนึ่ง...ท่านว่านี่เล่าให้ฟังคร่าวๆฉันพูดเหมือนง่ายแต่เวลาทำจริงปีนึงก็ไม่เสร็จ

    ท่านได้นำผงวิเศษมาเข้ากับผงต่างๆที่สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์เตรียมไว้ ได้แก่ เปลือกต้นศรีมหาโพธิ์,ดินสังเวชนียสถานสี่ตำบล,ทรายเสก,ผงรกเเมว,ผงตะไบพระกริ่งใหญ่ราชวงศ์ถัง,ผงว่านร้อยแปด,ผงดินกากยายักษ์,ลูกอมเทียนชัย,ผงเทพมณีโครต,ผงไม้จันทร์หอม,ผงกาฝาก,ผงงาช้าง,ผงอิทธิเจ,ผงรัตนมาลา,ผงปัถมัง,ผงมหากัน,ผงสาริกา,ผงมหาเสน่ห์,ผงนารายณ์กลืนจิต,ผงนารายณ์แปลงรูป,ผงขี้เหล็กไหล,ผงแร่เหล็กน้ำพี้,ผงแร่เกาะล้าน,ผงแร่ดูดทรัพย์,ผงแร่สำเร็จ,แร่ทองในถ้ำศักดิ์สิทธิ์,ผงแร่เหล็กเปียก,ผงแร่เงินแร่ทองแร่เงิน(จากภูเขาควาย),ผงไม้มงคลเก้าชนิด,ผงแร่พระอุปคุต,ผงกระดูกเสือเสก,ขี้ซี,ขี้ธูป,พลอยเสก,เพชรหน้าทั่ง,ผงกสิณ,ผงรังชันโรงใต้ดิน,ผงไม้ไผ่ต้นมหาอุต,ว่านไพรดำ,ดินร้อยโป่ง,ชานหมากฤาษี,ผงกะลาตาเดียว... ท่านนำมวลสารสำคัญมาเข้ากับผงเก่าบรมครู ได้แก่ ผงอังคารธาตุพระกรรมฐาน,ผงปถมังของสมเด็จโตวัดระฆัง,ผงพุทธคุณของหลวงปู่เฒ่ายิ้มวัดหนองบัว,ผงวิเศษของหลวงปู่ขาว,ข้าวก้นบาตรหลวงปู่ขาว,จีวรหลวงปู่ขาว,ประคำผงยาหลวงปู่บุญ,ผงยาหลวงปู่ชา,ผงไม้คานโบสถ์เก่าวัดระฆัง,ผงแป้งเสกหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ,ผงรากรักซ้อนหลวงพ่อดิ่ง,สีผึ้งเขียวหลวงพ่อทาบ

    เมื่อได้ผงวิเศษแล้ว พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจพิมพ์พระตามเจตนา ท่านว่าทำพระหนนี้เรื่องอื่นฉันลงไว้ครบหมดแต่ฉันขอสมเด็จองค์ปฐมท่านว่าให้ช่วยทำให้เด่นๆเลยสามเรื่องคือต้องยกชีวิตคนขึ้นมาได้,ทั้งต้องปิดเคราะห์และปัดขวากหนามทั้งหลายได้ ซึ่งพระองค์ท่านก็ทำให้อย่างดีแต่ท่านเน้นหนักไปทางลาภสักการะด้วยท่านว่าปิดเคราะห์ปัดภัยไร้อุปสรรคแล้วชีวิตก็ปลอดโปร่งท่านจึงลงทางโชคลาภให้หนักมาก
    - พระที่ทำจากผงยกชีวิตนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อจะใช้เพียงยกองค์พระขึ้นจบหัวว่านะโมให้ได้สามจบ น้อมใจไปในอารมณ์อ่อนน้อมและเคารพต่อองค์พระศาสดาแล้วจึงอธิษฐานให้องค์พระธรรมราชท่านสงเคราะห์เรื่องใด(จะปิดเคราะห์ปิดกรรมสิ่งใดเร่งด่วนเฉพาะกาลก็สุดแต่จะอธิษฐานทั้งสิ้น) จะปรารถนาลาภอย่างไร จะเอาอะไร จะทำอะไรท่านว่าก็สุดแล้วแต่จะขอองค์พระธรรมราชท่านสงเคราะห์เถิด แต่อย่าลืมนึกถึงพ่อพระพุทธท่าน นึกถึงพระพุทธเจ้า ขอบารมีพระพุทธเจ้าท่าน
    - ที่เรียกว่า
    รุ่นเหยียบเซียนนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าแท้จริงแล้วเราไม่อยากให้พวกเธอประมาท แต่หนนี้ให้ถือว่าจะยอมบอกเอาไว้ก็แล้วกัน คิดซะว่าเล่านิทานให้ฟังเล่นๆเป็นเรื่องที่คนแก่อย่างฉันพูด ส่วนเธอจะเชื่อหรือไม่นั่นก็เรื่องของเธอ พระผงรุ่นนี้ขึ้นชื่อว่าเคราะห์ทั้งหมดนี่กันหมดเลย องค์ปฐมท่านว่ามาอย่างนี้ พอท่านบอกแบบนี้แล้วเทวปุตมารในอำนาจแห่งพญามาราธิราชก็ปรากฏตัวขึ้นมา ท่านขานรับว่าท่านมีหน้าที่ส่งเคราะห์ เคราะห์ที่เกิดกับคนและสัตว์โลกทั้งหมดนี่เค้าบอกว่าเป็นหน้าที่ของเค้าเอง ทีนี้สมเด็จองค์ปฐมท่านก็เรียกตัวเข้ามาบอกกับเทวปุตมารว่าพระผงยกชีวิตนี้สร้างขึ้นจากเกศมาลาพุทธะทั้งร้อยแปด ใครก็ดีที่มีองค์พระอยู่ก็ช่วยยกให้เขาได้หรือไม่ ยกเว้นชีวิตของเขาไปซะอย่าไปซ้ำเติมเขาเลย เพราะคนที่จะได้ไปนั้นฉันก็เห็นว่ามีบุญหนุนนำอยู่ในทีไม่ถึงขั้นสิ้นไร้วาสนาหรอกนะ เขาก็รับว่าถ้าคนที่เอาไปเคารพพระพุทธเจ้าแบบที่เขาเคารพ และเมื่อเข้าสู่เกณฑ์เคราะห์กรรมต่างๆก็ดีให้เค้าสักการะองค์พระและนึกถึงพระพุทธคุณ เช่นนี้เค้าจะหลีกทางให้ ยิ่งถ้าเคราะห์ถึงกรรมถึงวาระของมันถาโถมมารุนแรงจริงๆไม่สามารถหนีพ้นได้ตามกฏสังสารวัฏสมเด็จองค์ปฐมท่านก็จะช่วยสงเคราะห์เอง แต่จำเป็นต้องหมั่นอาราธนานึกถึงองค์พระทั้งเช้าและเย็น ท่านว่านึกเป็นพุทธานุสตินึกถึงพระได้ยิ่งมากยิ่งดีเช่นนี้จะมีผลไว ด้วยปิดเคราะห์กรรมได้เช่นนี้แม้เทพก็ยังยกประโยชน์ให้ท่านจึงเรียกชื่อว่าพระผงรุ่นเหยียบเซียน

    พระผงสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าสารพัดจะใช้ด้วยองค์ธรรมราชนั้นมีอานุภาพไม่มีประมาณ คุณเอาไปจะอธิษฐานอย่างไรก็สุดแล้วแต่เป็นทั้งมหากำบังก็ได้ ปิดตาคนก็ได้ หลบศัตรูก็ได้จะเอาลาภสักการะก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอันนี้จะลงไว้เป็นพิเศษเพราะสมเด็จองค์ปฐมท่านว่า "พระองค์นี้จะใช้ดีทางมีลาภผลมาก ทั้งอาชีพการงานการเงินย่อมคล่องตัวให้เงินไหลมาเทมาให้ความปรารถนาทุกอย่างจงสำเร็จกิจทุกประการ" พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้นองค์พระธรรมราชนี้แม้นอาราธนาไว้ในคอเมื่อใดยังมีผลเป็นอเนกประการพอจะยกตัวอย่างได้เช่น
    - ใช้ป้องกันอันตรายและดึงดูดสิ่งๆดีๆมาสู้ผู้ครอบครอง
    - หากมีผู้ปองร้ายหรือทำลายเราด้วยอวิชชา การกระทำนั้นจะสนองกลับไป
    - กันภัยที่มองไม่เห็น
    - ยาสั่ง ยาพิษ ทำอันตรายไม่ได้
    - ผู้ที่คิดร้าย ผลร้ายย่อมตามสนอง
    - ศัตรูแพ้ภัยตนเองทำอันตรายมิได้
    - หากมีผู้ท้าทายหรือมีคู่ประชันขันแข่ง กำลังเขาจะถดถอยจนยอมหลีกทางไปโดยดี
    - หากศรัทธามั่นคงในองค์พระหมั่นเจริญสติจะเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์
    - กันรังสีต่างๆ กันโรคภัยต่างๆ
    หากชีวิตมีปัญหาติดขัดสิ่งใดท่านว่าให้อาราธนาพระผงยกชีวิตยึด
    เอาองค์พระธรรมราชเป็นที่พึ่งก็จะพ้นภัยได้เพราะท่านปิดเคราะห์ทั้งสิ้นไม่ให้มาต้องตัวเราได้เลย อาราธนาไปที่ใดดุจมีเกราะแก้วกำบังตัวทั้งเป็นดั่งกำแพงแก้วเจ็ดชั้นมาขวางกั้นหมู่มารทั้งหลาย

    สมเด็จพระศรีอาริย์กวาดผ่านยุค
    ด้านหลังนั้นพ่ออาจารย์ท่านฝังหุ่นพระศรีเอาไว้ แต่เป็นหุ่นสมเด็จพระศรีที่ทำวิชาแก้เคล็ดทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ฉันไม่ได้อวดอุตรินึกอยากทำก็ทำ แต่สมเด็จพระศรีท่านให้ฉันลองทำไว้ด้วยมีของใช้ได้พอดี
    เดิมวิชานี้มีสืบทอดกันต่อๆมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยหรือศรีสัชนาลัยนั่นทีเดียวเป็นวิชาของสมเด็จพระร่วงเจ้า ทำสืบทอดกันมาเรียกพระร่วงกวาดลานเช่นนั้น ต่อมาแม้หลวงพ่อกวย,หลวงพ่อแช่ม,หลวงพ่อน้อยยอดบูรพาจารย์ท่านก็ยังทำยังสร้างไว้ให้เห็น พ่ออาจารย์ท่านว่าทีแรกฉันมีไม้เคาะหัวคนนี่แหละ ไม้นี้ไม่ใช่ไม้วิเศษอะไรหรอกหากแต่เป็นด้ามไม้กวาดที่ฉันตัดเอามาใช้สงเคราะห์คน เพราะด้ามไม้กวาดนี้พระอรหันต์ของฉันคือองค์หลวงปู่ขาวท่านเคยใช้ทำกิจวัตรอยู่เป็นประจำ ซ้ำท่านยังยื่นมาให้ฉันบอกว่าเอาไว้กวาดทุกข์ออกจากใจเพียงแค่นั้นฉันก็ถือว่ามันวิเศษมากแล้ว ก็พอดีกับสมเด็จพระศรีท่านเตือนฉันว่าด้ามไม้ที่ฉันใช้จี้กวาดไล่ทุกข์โศกโรคภัยให้คนอื่นนั้น ให้ตัดแบ่งมาทำเครื่องมงคลและท่านจะลงวิชาให้เรียกว่าพระศรีอาริย์กวาดผ่านยุค พ่ออาจารย์ท่านว่าเดิมทีวิชานี้คนจะทำได้ต้องได้สมาบัติแปดประการ เวลาทำก็ต้องเข้าสมาบัติทำเช่นนั้น ก็พอดีกับที่สมเด็จพระศรีท่านว่างานนี้สบายเลยเพราะพระอรหันต์ท่านทำไว้รอฉันแล้ว...เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเข้าใจว่าไม่มีสิ่งใดบังเอิญโดยแท้จริงเพราะหลวงปู่ขาวท่านตั้งใจทำให้เสกให้แต่แรกแล้วดังนี้ หุ่นพระศรีที่แกะเป็นรูปพระถือไม้กวาดนั้นจึงใช้ได้ทั้งกวาดทุกข์,กวาดโศก,กวาดโรค,กวาดภัย..กวาดทิ้งไปจากชีวิต ขานรับกับพุทธคุณแห่งองค์พระธรรมราชที่จะปิดเคราะห์,ปิดทุกข์,ปิดภัยเช่นนี้

    ### องค์พระธรรมราชปิดเคราะห์ด้านหน้า พ่ออาจารย์ท่านฝังว่านยาสำคัญที่สมเด็จองค์ปฐมสั่งให้พ่ออาจารย์ท่านเข้าป่าไปพลีออกมา ท่านว่าว่านนี้ข้างบนเขาไม่ให้พูดถึงแต่ฉันบอกเธอได้แค่ต้องเอามาทำวิชาก่อนไม่ใช่ง่ายเลย เพราะจะเอาไว้เหยียบเคราะห์แลทุกข์โศกต่างๆ เหยียบแบบราบคาบสยบหมดสิ้นเท่านั้น ส่วนด้านหลังนั้นท่านฝังก้อนแร่ในเขาอาถรรพ์ต่างๆไว้เก้าจุด ท่านว่าแร่กายสิทธิ์ทั้งเก้านี้เป็นตัวแทนเทพนพเคราะห์ทั้งเก้าพระองค์ เมื่อเราอาราธนาองค์พระอยู่ท่านจะปิดจะกวาดเคราะห์ภัยทั้งหลายแม้อำนาจแห่งดวงดาวหรือเทพนพเคราะห์ก็ยังต้องหลีกยกชีวิตให้เราเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าทำอาถรรพ์ไว้แล้วให้ดีทุกวัน ได้ทุกอย่าง

    พระผงคุณวิชายกชีวิตนี้ พ่ออาจารย์ท่านเสกเก็บไว้เชิญครูเชิญองค์พระมาทำวิชาให้ในพิธีสำคัญเสมอๆจนสมเด็จองค์ปฐมท่านบอกให้พ่ออาจารย์เอาออกไปช่วยคนได้แล้ว เพราะเวลานี้คนจะทำมาหากินใช้ชีวิตได้ลำบากขึ้นด้วยทุกอย่างเข้าเกณฑ์แล้ว ต่อไปพระเช่นนี้จะมีแต่เศรษฐีที่ได้ใช้ เพราะคนที่เอาไปเขาจะไม่รู้ยากรู้จน

    คาถาบูชา (จะบนสิ่งใดองค์พระให้บนด้วยการปิดทองคำเปลวถวาย)
    สัพพะสุขขะสวัสดิ มหาลาภา มหาเดชา มหายะสา มหาโภคา มหาปัญญา พุทธิธรรมราชา ประสิทธิภะวันตุเม


    *** พระผงยกชีวิตองค์ธรรมราชปิดเคราะห์ปัดขวากหนาม(เหยียบเซียน)นั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพระคู่บารมีของคนที่เป็นเจ้าของ เป็นของคู่บุญ คู่วาสนา ไม่ใช่ของที่ใครใคร่อยากจะครองก็ได้ครอง หากไม่มีพันธะแลความผูกพันธ์กันมากับพ่อแม่ครูอาจารย์ย่อมไม่สนใจของวิเศษสิ่งนี้เลย พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดเจ็ดองค์ แต่มีให้บูชาเพียงสี่องค์เท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชาท่านให้แจ้งชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด(เวลาตกฟากถ้ามี) เอาไวด้วย ท่านจะเชิญครูประสิทธิให้เป็นรายบุคคลอีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนชาวเขาสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงยกชีวิตองค์ธรรมราชปิดเคราะห์ปัดขวากหนาม(เหยียบเซียน) บูชา 4,000 บาท


    64743508-327094454867284-5529147692061556736-n.jpg 64720923-340249476668752-2165790800070311936-n.jpg
    64697295-914743768862766-8762242426443137024-n.jpg
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,225
    ค่าพลัง:
    +21,995

แชร์หน้านี้

Loading...