ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดแฝดเนื้อธาตุอาถรรพ์เพิ่มพูนกำลังจิตตานุภาพ... (กลับดำเป็นขาว) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อโคตรเจ้าสัวมนต์เศรษฐีกำเนิดทรัพย์ดับภัยอภิสังขาร(ทำลายสิ่งรบกวนลาภสักการะ)

    พระเจ้าสัวชุดนี้พิเศษอย่างไร
    เพราะท่านเน้นแก้ปัญหาการเงิน การงาน การค้า วิบากกรรมหนัก วิกฤตชีวิตการเงิน หนี้สินที่รุมเร้า ทั้งยังรวมไปถึงเรื่องคนไม่รักใคร่ ไม่เมตตา ไม่ซื่อสัตย์ ทำมาหากินไม่ขึ้น... นอกจากนั้นท่านว่าทำพระเจ้าสัวแล้วยังต้องทำให้เก่งมากนั่นคือดับเคราะห์เขาได้ จะสะเดาะเคราะห์วิบากกรรมชีวิต ให้รับโชค เรียกลาภ เปิดดวงโภคทรัพย์ การงานการเงินเพื่อให้โอกาสผู้ห้อยได้อาราธนาสร้างฐานบุญบารมีของตนให้เข้มแข็ง เสริมดวงชะตาราศีให้ผ่องแผ้วทั้งภายนอกภายในให้โชคดีมีโชคลาภทั้งอธิษฐานใช้สะเดาะห์เคราะห์ดับกรรมทั้งปวงด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณ เมื่อท่านตั้งใจจะสร้างพระไว้ใช้เองพร้อมกับให้คนที่มีบุญร่วมชาติทั้งหลายได้อาราธนาเอาไว้เปิดวาสนาของตน ท่านจึงได้รับนิมิตจากเสด็จพระใหญ่ให้ทำพระเจ้าสัวที่เน้นใช้งานทางด้านดับทุกข์,ดับภัยทั้งหลายในกายสังขาร ท่านว่าชีวิตนี้ถ้าไม่มีภัยไร้ทุกข์เหตุที่จะทำให้เสียทรัพย์นั้นย่อมไม่เกิดขึ้นเลย เราจึงต้องระงับไว้เสียจากภายใน เพื่อความปลอดภัยอย่างมั่นคงที่สุด
    พระเจ้าสัวนี้ถ้าตกอยู่กับผู้ใดเมื่อดับภัยในอภิสังขารแล้วจะทำให้ก้าวหน้ามหาศาล ทั้งความเป็นอยู่การงานจะเจริญโอฬารเฟื่องฟู เมื่อจะทำพระเจ้าสัวชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านได้เพิ่มเติมชนวนมวลสารตามบัญชาของเสด็จพระใหญ่ โดยท่านได้หาตะกั่วอวนร่างแหร้างที่ทิ้งอยู่ชายหาดและต้องมีปลาเข้ามาติดเพื่อเอาเคล็ดว่าคนใช้แม้อยู่เฉยๆไม่ต้องลงแรงก็มีมาหามาให้ถึงที่ จะดึงดูดดักจับทรัพย์ได้ทั้งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ดี ท่านว่าตะกั่วอวนนี้เป็นอาถรรพ์เบื้องต้นนำมาประสระเป่ามนต์หัวใจเศรษฐีร้อยแปดคาบในราชาฤกษ์ ท่านว่าจะได้เป็นใหญ่เป็นโตมีชีวิตการงานที่มั่นคงเป็นเศรษฐีได้อย่างมั่นคงไร้คู่แข่ง ไร้คู่เปรียบ ทางด้านทำมาหากินนั้นใครก็ชนะเราไม่ได้ ท่านเลือกทำในวันอังคารเพราะถือเป็นวันแข็งเพื่อให้เอาชัยได้ทุกคน ดุจว่าเรานั้นต้องรวยคนเดียวเป็นใหญ่ผู้เดียว ทั้งจะชนะอุปสรรคขัดขวางทุกทิศทาง จากนั้นจึงนำอวนอาถรรพ์ไปหลอมรีดแล้วนำกลับมาลงยันต์อาถรรพ์อีกสี่ชุด

    - กำเนิดทรัพย์ ท่านว่าวิชานี้ปกติจะใช้เรียกความมั่งคั่งเปลี่ยนคนธรรมดาแม้จะเป็นขอทานยากไร้หากรู้จักทำกินยังกลายเป็นเศรษฐีมหาศาลได้ จะทำให้เกิดลาภสักการะมากมายไม่มีวันรู้สูญรู้สิ้น แม้คนที่เคยดวงตกหรือทำมาหากินไม่ขึ้น ลงทุนแล้วขาดทุน หมดเดือนชนเดือนไม่เห็นกำไรเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนพลิกกลับให้วาสนาเงินทองหลั่งไหลทำอะไรก็เห็นกำไร สำเร็จโดยง่าย วิชานี้คือกำเนิดทรัพย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าพอทรัพย์กำเนิดทุกสิ่งก็จะเกิดขึ้นตาม คนที่มีหนี้จะหมดหนี้ คนโสดจะได้คู่ คนที่อยู่ใต้บัญชาผู้อื่นเจ้านายก็จะรักเมตตา คนที่แสวงหาลาภจะได้ลาภ คนที่ไร้ยศจะได้ยศ คนที่ไร้ตำแหน่งจะได้เลื่อนตำแหน่ง ท่านว่ามันกำเนิดเกิดขึ้นทีละอย่างเป็นวงจรวนไปเช่นนี้
    - หนุนทรัพย์ ท่านว่าหนุนทรัพย์ก็เหมือนหนุนดวง แต่เป็นดวงทางด้านทรัพย์สินเฉพาะเจาะจง เป็นวิชาที่ใช้หนุนทางด้านการเงินโดยเฉพาะ หนุนให้รับโชคก่อนใคร ให้คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเงินไม่คล่องตัวหรือการงานไม่ราบรื่น ติดขัดเหล่านี้หนุนให้ฝ่าวิกฤติปัญหาต่างๆได้ ท่านว่าหนุนทรัพย์นี้จะชูดวงเราขึ้นเพื่อเรียกลาภโดยเฉพาะ แม้คนที่เงินขาดมือก็หนุนให้เต็มมือหยิบจับอะไรก็กลายเป็นเรื่องเงินๆทองๆไปหมด หนุนโอกาสให้เราได้รับไวขึ้น...
    - เปิดทางรวย วิชานี้ท่านว่าอาศัยอำนาจเทวดาเข้าหนุนให้เทวดารักผีสงสารเจ้าที่เจ้าทางเมตตา อยู่ที่ไหนเขาก็เอ็นดูเปิดทางให้เราให้ลาภให้โชคให้มีกินมีใช้ไม่ขาด แม้คนก็เมตตาอุปถัมภ์ค้ำชูเราให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เปิดทางรวยให้เราเห็นช่องทาง ชี้ทาง นำทางเราไปสู่หนทางแห่งความเจริญรุ่งเรือง
    - ข่มศัตรู วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องใส่ไว้เพราะคนใช้เจ้าสัวนั้นถ้าไปเจอคนดีคนที่เขาเก่งกว่าเราแล้วโดนเขาข่มมันก็จะแย่ ด้วยการทำมาหากินต้องเอาชนะคู่แข่งได้ ปราบศัตรูและสะกดข่มเขาได้เพียงแค่เห็นก็เกรงใจหลีกทางให้เรา เห็นเราแล้วก็ไม่อยากสู้ไม่อยากแข่งด้วย ท่านว่าเป็นวิชาสะกดคนให้อยู่ในอำนาจเรา เราพูดอะไรเขาก็เชื่อทำตามเราทุกอย่าง ยิ่งใครที่โดนบ่นโดนด่าว่าอยู่บ่อยๆ หรือใครที่พูดอะไรแล้วไม่มีคนเชื่อเหล่านี้ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แก้ทางกัน พอข่มเขาแล้วทำอะไรไปเขาก็เชื่อเรา ฟังเรา ยอมรับเราทั้งสิ้น เปลี่ยนคนที่เคยดุเคยเกลียดเป็นดาวข่มให้อยู่ใต้อำนาจเราเป็นมิตรกับเรา

    พ่ออาจารย์ท่านนำชนวนพิเศษชุดนี้มาเข้ากับชนวนตำรับทำพระเจ้าสัวที่เตรียมไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าการสร้างพระเจ้าสัวนั้นเป็นเรื่องของเศรษฐี พูดกันง่ายๆก็คือพระที่ทำให้คนเป็นเจ้าสัวหรือเศรษฐีนั่นเอง แล้วพระจะทำให้คนเป็นเศรษฐีได้อย่างไร ตรงนี้ท่านว่ามันมีความหมายโดยนัยน์อยู่ลึกๆเกินกว่าที่คนจะเข้าใจได้ไปมากนัก แต่เมื่อท่านพิจารณาและอาราธนาเสด็จพระใหญ่แล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าองค์ปฐมรับอาราธนาสร้างพระเจ้าสัวทั้งที ก็แปลว่าพระนี้ย่อมมีอานุภาพสร้างคนได้ นั่นคือสร้างคนให้เป็นเจ้าสัวได้ พ่ออาจารย์ท่านบอกไว้ตั้งแต่สมัยนั้นเลยว่าเจ้าสัวหล่อโบราณของเรานี้คนรับจะต้องเป็นเจ้าสัวทุกคนนะ แต่จะรวยมาก รวยน้อย ยังไงก็แล้วแต่มันต่างกันอยู่ตรงที่วาสนา แต่เอาว่าต้องรวย พ่ออาจารย์ท่านทำด้วยเจตนาที่ตั้งใจช่วยผู้ศรัทธาให้ลืมตาอ้าปากได้ แต่การสร้างพระเจ้าสัวที่จะใช้เปิดชะตาวาสนาคนนั้น ก็ยากมากเช่นกันเพราะท่านว่าที่เราเรียนมานั้นมันต้องใช้ชนวนอาถรรพ์ตำรับของเราจริงๆ เป็นชนวนที่จะสร้างคน เปลี่ยนคนจากยากจนให้เป็นเศรษฐี
    ท่านดำริว่าการสร้างพระเจ้าสัวนั้น
    จะต้องมีเชื้อ มีชาติ มีสัญญา มีอานุภาพที่เป็นของเจ้าสัวจริงๆ โดยตำราของท่านว่าจะทำของแรงๆที่มีอานุภาพเปลี่ยนคนสร้างคนได้ก็ต้องใช้ตะกั่วพันโกฏิของเจ้าสัวโบราณมาทำ ท่านว่าเรารวบรวมไว้ เอาแค่โกฏิเค้ามาเป็นสื่อเป็นชนวนให้ตรงตามตำราเท่านั้นไม่ได้มีกระดูกหรือมวลสารอาถรรพ์ใดๆ ท่านว่าลำพังโกฏินี่ก็อาถรรพ์มากพอแล้ว กว่าจะเจรจาจนได้มาต้องหาโกฏิใหม่ไปเปลี่ยนให้เค้า ซึ่งเศรษฐีทั้งเก้านี้ท่านว่าได้แก่
    - เศรษฐีคุณพระ เป็นถึงท่านเจ้าคุณมีทรัพย์สินและบริวารมาก คนใช้จะเจริญด้วยยศศักดิ์
    - เศรษฐีที่ดิน เป็นเจ้าของที่ดินมหาศาล คนใช้จะได้มีที่ดินทำกินมีบ้านช่องเป็นของตัวเอง
    - เศรษฐีพ่อค้าทอง เป็นเจ้าของร้านทองชื่อดัง ท่านว่าคนใช้จะได้จับเงินทองไม่ขาดมือทำมาหากินอะไรก็ซื้อง่ายขายคล่อง
    - เศรษฐีสวนส้ม สมัยก่อนใครมีสวนส้มยิ่งทำเป็นกิจการใหญ่โตส่งออกถือว่ารวย ท่านว่าคนใช้นั้นจะได้มีทรัพย์ ทรัพย์ที่มีจะได้ออกดอกออกผล
    - เศรษฐีนายหน้า มีวาสนาได้ด้วยการพูดจาติดต่อประสานงาน ท่านว่าจะได้เปิดและเพิ่มวาสนาคนใช้ให้ติดต่อสื่อสารเจรจางานใดๆก็สำเร็จร่ำรวย
    - เศรษฐีเจ้าปัญญา เป็นชีวิตที่เรียนเก่ง ได้ดีเพราะมีปัญญามาก สอบได้เป็นอันดับแรกของจังหวัด กลายเป็นเศรษฐีเพราะวาสนาบวกกับสติปัญญาที่สูงส่งเกินมนุษย์ ท่านว่าคนใช้จะได้มีปัญญา รู้ทันคำพูดและความคิดฉลาดหลักแหลม
    - เศรษฐีโรงบ่อน เป็นเจ้าของบ่อนพนันท่านว่าคนผู้นี้มีอำนาจ วาสนา บารมีครบถ้วน การจะเป็นเจ้าของบ่อนที่ท้าทายอำนาจรัฐได้ย่อมไม่ธรรมดา ท่านว่าคนใช้จะได้มีบารมีมากเช่นเดียวกัน
    - เศรษฐีเจ้าสำราญ เป็นคนที่ได้ดีเพราะแต่งเมีย เหมือนหนูตกถังข้าวสาร อยู่เฉยๆโชคลาภ ทรัพย์สิน ศฤงคาร ความสุขทุกประการก็มากองอยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องหาต้องลงแรงทำอะไร ท่านว่าคนใช้จะได้สะดวกสบายทำอะไรลื่นไหล ได้ลาภได้ทรัพย์กันง่ายๆ
    - เศรษฐีเหมืองแร่ แร่ธาตุทั้งหลายเป็นทรัพย์ในดินเป็นสิ่งที่เกิดที่งอกเงยตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้มีในดินทุกที่ การเป็นเศรษฐีเป็นเจ้าสัวเพราะทรัพย์สินที่เกิดที่งอกขึ้นเองในที่ดินตนนับว่าเป็นวาสนาแต่เดิม ท่านว่าทำอะไรจะได้งอกเงยและทรัพย์จะเกิดขึ้นได้เอง
    พระเจ้าสัวก็ต้องเกิดจากบารมีอันสั่งสมไว้นับชาติไม่ถ้วนของเหล่าเจ้าสัว จึงจะสำเร็จเป็นเจ้าสัวจริงๆ โดยท่านนำตะกั่วโกฏิเหล่านั้นมาหลอมรีดไล่เอาตะกันออกจนบริสุทธิ์ ก่อนจะนำมาลงถมด้วยยันต์สำคัญต่างๆดังนี้ ดวงประสูติ,ดวงตรัสรู้,ดวงปรินิพพาน,ยันต์พระพุทธเจ้าถอดรูป,ยันต์พระพุทธเจ้าแปลงรูป,ยันต์พระพุทธเจ้าแบ่งภาค,ยันต์พระพุทธเจ้าเปล่งรัศมี,ยันต์พระพุทธคุณ108,ยันต์มหาจักรพรรดิ,ยันต์รัตนมาล,ยันต์มหาปราบ,ยันต์มหาระงับ,ยันต์คู่ชีวิต,ยันต์ตารางเพชร,ยันต์เฉลียวเพชร,ยันต์เกราะเพชร...พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้ถึงจะเป็นพระเจ้าสัวโดยแท้จริง ทั้งองค์พระที่เป็นเจ้าสัว เกิดจากมวลสารที่มีชีวิตและบารมีเก่าของเจ้าสัว ท่านว่าทุกอย่างตั้งแต่ปั้นหุ่นเทียนทำบล้อก เสกชวนวมวลสาร การลงถม เททอง ปลุกเสก เบิกเนตรทุกอย่างทำในฤกษ์มหาเศรษฐีทั้งนั้นไม่ว่าจะเศรษฐีโยค ภูมิปาโลฤกษ์ เทวีฤกษ์ ไม่มีฤกษ์เสียหรืออวมงคลใดๆเลย ท่านว่าฤกษ์นี้สำคัญมาก นั่นก็เพราะจะทำให้เครื่องมงคลที่คนเอาไปถือเอาไปใช้มีปาฏิหาริย์มากตามไปด้วย ยิ่งท่านหล่อด้วยไฟเตโชกสิณพระนั้นจึงมีอิทธิฤทธิ์มากเป็นเงาตามตัว ด้วยเจ้าสัวสำคัญชุดนี้ ท่านฝังตะกรุดชุดพิเศษลงไปด้วย


    ตะกรุดพลิกฟ้าหนุนดวงโคตรเศรษฐีชุดดับภัยอภิสังขาร(ทำลายสิ่งรบกวนลาภสักการะ)
    ### ตะกรุดจิ๋วนี้แต่ละดอกสำคัญอย่างไร ด้วยพ่ออาจารย์ท่านต้องใช้ความเพียรพยายามแลอุตสาหะอย่างยิ่ง ท่านว่าเห็นดอกเล็กๆนี้ทุกดอกล้วนแต่ต้องตีตารางบีบอักขระลงจารทั้งตัวขอมตัวเลขเรียกสูตรคาถากันเต็มสูตรกว่าจะได้ดอกหนึ่งต้องใช้สมาธิสูงมากเพราะอักขระจะวิบัติไปทับกระดูกยันต์ก็ไม่ได้ ทั้งตอนจารก็ต้องภาวนาแต่ละตัวให้จบพอดีกว่าจะได้ซักดอก กว่าจะได้ซักชุดหนึ่งนั้นไม่ง่ายเลย ยากกว่าและเหนื่อยกว่าทำซ้ำยังใช้พลังจิตดอกใหญ่หลายเท่า ต้องรอฤกษ์ยามอย่างดีถ้ามีฤกษ์ก็ทำได้แค่วันละชุด
    ### โคตรเศรษฐีจิ๋วนี้เน้นใช้งานทางดับภัยที่ทำให้ทรัพย์จาง ทรัพย์พร่องไร้วาสนาในทรัพย์สินเงินตรา ท่านว่าดับแม้ภัยที่จะเกิดกับเราทั้งบนบกในน้ำแลในอากาศ ดับภัยทั้งห้าอันจะเบียดเบียนทรัพย์เรา ดับทำลายสิ่งที่รบกวนวาสนาการเงินเรา รบกวนคลังสมบัติของเรามิให้เต็มมิให้เราได้มาซึ่งลาภสักการะโดยเฉพาะ ดับภัยในขันธ์ทั้งห้าอันได้แก่

    - ภัยรบกวนที่เกิดจากรูปขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากสัญญาขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากเวทนาขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากสังขารขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากวิญญาณขันธ์

    ทุกอย่างที่เป็นภัยและตามราวีรบกวนเราบั่นทอนชะตาสังขารท่านว่าดับทั้งสิ้นด้วยเกี่ยวเนื่องกับขันธ์ทั้งห้า นั่นย่อมหมายความว่าภัยนับแต่อดีตก็จะสงบระงับลงไปด้วย

    ### วิชาตะกรุดพลิกฟ้าหนุนดวงโคตรเศรษฐีมหาคฤหบดี ...ถ้าไม่ถึงกลียุค ไม่มีความจำเป็นอย่าได้สร้าง เป็นคำที่ครูบาอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาให้ท่านได้สั่งไว้เป็นการเฉพาะ โดยวิชานี้ท่านให้ใช้ช่วยคนเมื่อถึงคราวเคราะห์เเละได้รับทุกข์ร้อนแสนสาหัสจริงๆ ซึ่งวิชานี้มีดีอยู่สองด้านใหญ่ๆ ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ
    1. โชคลาภโภคทรัพย์แบบบุญหล่นทับ ช่วยดึงดูดสิ่งดีๆเเละเร่งบุญเเละวาสนามาสู่ตัวของเรา
    2. เสน่ห์เมตตาควบคู่กับเงินทอง ท่านว่าตะกรุดนี้อย่าไปแช่น้ำให้ใครกินเพียงแค่พกไว้ก็เป็นเมตตาแล้ว ตราบใดที่โลกนี้ยังมีลมอยู่ มนุษย์ยังต้องหายใจกันอยู่ กระแสลมนั้นพัดไปในทิศใดเขาก็รักเราเมตตาเราในทิศนั้น
    วิชานี้ด้วยต้นกำเนิดและมติเเห่งครูบาอาจารย์ได้สร้างให้ดำรงค์ไว้เพื่อสืบสานช่วยเหลือคน โดยใช้ความเป็นอริยบุคคลและบุญญาธิการอันหาผู้เสมอเหมือนมิได้ ของอัครมหาเศรษฐี 2 ท่าน แห่งพุทธกาล มาเกื้อหนุนดวงชะตาแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งก็คือ

    - ท่านเมณฑกเศรษฐี ซึ่งท่านเมณฑกเศรษฐีนี้ มีบุญญาธิการมากขนาดมีขุมทรัพย์แพะทองคำไว้ในครอบครองนับสิบตัว แต่ละตัวหนักเท่าม้าเท่าโค ประสงค์สิ่งใดก็ใช้ไหมแก้วสารพัดนึก เพียงเเค่นึกก็ดึงออกมาจากปากแพะได้ จะเพชรนิลจินดา ข้าวของเงินทองเสื้อผ้าเเพรพรรณทุกอย่าง ดึงได้ตลอดชีวิตดึงได้ไม่จำกัด ทำให้ท่านร่ำรวยมากเป็นมหาเศรษฐีของพระราชา ใครอยากได้อะไรมาขอท่านก็ดึงออกมาให้ ถามว่า รวยเเค่ไหน ท่านว่า เจ้าสัวสมัยนี้ยังทำแบบท่านไม่ได้ เพราะทรัพย์ท่านใช้ได้ไม่มีวันหมดเเละไม่มีวันพร่องอันเกิดเเต่บุญญาธิการของท่านนั่นเอง
    - ท่านโชติกะเศรษฐี ผู้มีบุญญาธิการมาก ได้ครอบครองสมบัติจักรพรรดิ์ ซ้ำยังใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์เฉกเช่นเทพเจ้า ด้วยของวิเศษคู่บุญบารมีแม้แต่กษัตริย์อย่างพระเจ้าอชาติศัตรูก็ไม่สามารถจะเเย่งชิงทรัพย์สมบัติของท่านไปได้ ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันพร่อง อาศัยอยู่ในปราสาทแก้วรัตนที่พระอินทร์ลงมาเนรมิตรถวาย มีคู่ครองเป็นนางแก้วในอุตรกุรุทวีป บุญญาธิการของท่านนั้นไม่สามารถไล่เรียงได้หมด
    ครูบาอาจารย์แต่โบราณนั้นหวงเเหนวิชาเหล่านี้มาก เพราะว่าสามารถบันดาลให้ผู้ใช้สำเร็จได้ไว รวยได้ไวเเบบบุญหล่นทับ ท่านเกรงว่าคนใช้จะขาดสติควบคุมตนเองไม่ได้เเล้วจะลืมตัว พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาเเล้วว่าวิชานี้เหมาะแก่การณ์แก่ยุคสมัยที่จะทำตะกรุดนี้เพราะท่านอยากเห็นลูกหลานมั่นคงร่ำรวยกันถ้วนทุกคน การทำตะกรุดนี้ยุ่งยากในเรื่องของพระคาถาการเดินอักขระบังคับเเบบกลบท ลงมั่วไม่ได้ข้ามตอนไม่ได้ ก่อนหลังต่องแม่น คาถาต้องแม่น เเละที่ยากที่สุดคือการอธิษฐานจิตเสกให้ชีวิตเจริญขึ้นได้ดีร่ำรวยเเบบเดียวกับเมณฑกเศรษฐีและโชติกะเศรษฐี
    วิชานี้เเต่เดิมท่านไม่ทำเเละเวลาทำก็ต้องเลือกคนทำคนให้ ให้เค้าเอาไปใช้งานจริงๆ ให้เค้ามั่นใจจริงๆว่าตนเองจะไม่หลงลืมตัวเมื่อได้ดี ให้เค้าเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัวแบบนั้น
    ในการเสกต้องเชิญบารมีของพระสีวลีมหาเถระ ท่านเมณฑกเศรษฐีและท่านโชติกะเศรษฐีมาลงมาโปรดโดยเฉพาะ ให้ท่านทั้งสามสงเคราะห์เอาบารมีท่านเป็นที่พึ่ง ให้ทั้งสามท่านทำให้เป็นคนๆช่วยเป็นคนๆ ถือเป็นตะกรุดที่ใช้ฝืนดวงตัดเคราะห์กรรมเก่าได้อย่างเเท้จริง ซึ่งตะกรุดนี้ทั้งยันต์และอักขระทุกสูตรทุกกลบทจะช่วยเสริมช่วยหนุนเราด้วยโชคลาภบุญพาวาสนาส่ง ให้ได้ดีลืมตาอ้าปากได้ เรื่องเสี่ยงโชคเรื่องลาภลอยเเบบฟลุ๊คๆก็ใช้ได้ พ่ออาจารย์ท่านสรุปให้ฟังว่าอะไรที่เกี่ยวกับชะตาวาสนาของเราใช้ได้ทั้งหมด ทำให้เราได้ดี ถ้าไม่มีคู่ครองก็ให้เจอนางแก้วเจอคู่ครองที่ดี ถ้าชีวิตยังไม่ดีก็ปรับแก้ให้ดีขึ้นไม่ต่ำลง

    ตะกรุดนีัคาถาไม่มี มีแต่วิธีใช้
    วิธีใช้นั้นท่านให้นำตะกรุดจบหัวระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่สุด มีพระสีวลี ท่านโชติกะเศรษฐี ท่านเมณฑกเศรษฐี ปรารถนาอะไรจะโชคลาภการงานหรือนางแก้วก็ให้สร้างมโนภาพตั้งความปรารถนาของเราเอาไว้ ขอเอาจากท่านโดยตรงอยากขออะไรขอได้ทุกอย่างอย่าให้ผิดศีลธรรมและเกินวาระกรรมของตนเอง ขอให้ท่านเมณฑกชักลากจากปากแพะทองคำออกมาให้ ขอให้ท่านโชติกะประทานขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันพร่องของท่านมาให้เเก่เรา
    ตะกรุดนี้หนุนชีวิตของผู้บูชาอาศัยวิชาของมหาเศรษฐีในตำนานทั้งสองท่านที่ร่ำรวยมาก ให้ผลมาก มาสงเคราะห์ตัวของเราโดยตรง แม้เเต่มหาราชายังอิจฉาปรารถนาจะครอบครองทรัพย์สมบัติของท่านร่ำรวยขนาดไหนก็คิดดูเอาเองเเล้วกัน
    การที่ใช้วิชาเเละเชิญมหาเศรษฐีทั้งสองท่านนี้มาช่วยด้วยกระเเสแห่งวิปัสสนาญาณและความเป็นอริยบุคคลของท่านทั้งสอง เมื่อท่านเหยียบดวงเราช่วยเหลือค้ำชูเราจึงปิดตายหนทางตกต่ำ ทำการงานไม่ขึ้น ให้ผลิดอกออกผลงอกเงยเบบเจาะจงเรียงหัวเรียงตัว พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดนี้เน้นให้ใช้เห็นผลให้ตรงและไว ด้วยท่านเสกคลุกในผงนะปถมังต่างๆที่เน้นทางงอกงามเจริญรุ่งเรืองช่วยเร่งให้ผลิดอกออกผลงอกเงยไวกว่าปกติ เป็นการเสริมอานุภาพของดวงเราของพระยันต์ที่สงเคราะห์ดวงเราให้ทวีสูงขึ้นไปอีก

    การลงตะกรุดนั้นมีความลำบากนับทวีเพราะท่านต้องใช้สมาธิหนักเเละกระเเสจิตมากกว่าปกติเนื่องจากท่านบีบให้เล็กลงที่สุดเพื่อให้ศิษย์ได้บูชากันจริงๆ ท่านว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ท่านก็ทำให้เกิดขึ้นเเล้ว ต่อไปชีวิตคนที่เขาใช้ต่อให้เจอเรื่องยากก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ผ่านไปได้อย่างไม่ขุ่นข้องหมองใจ การลงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ท่านทำให้เพราะจิตใจท่านอยู่บนพื้นฐานของความเมตตาเป็นเหตุ เพียงเฉพาะยันต์เเละวิชานั้นก็เป็นเสน่ห์เมตตาแก่ผู้ครอบครองแล้ว ทั้งยังเพิ่มเจตนาและความตั้งใจของท่านผู้สร้างลงไปอีกที่เวลาลง มีเจตนาลงด้วยพื้นฐานแห่งความเมตตาเเละความตั้งใจจริงที่จะทำของดีไว้ให้ได้ใช้กัน จึงถือว่าเป็นคติกลเเละอุปเท่ห์แห่งเมตตาแฝงไว้ในตะกรุดอีกชั้นเพื่อเสริมและรองรับกระเเสจิตเเละความปรารถนาดีจากทิพย์กายที่มาสำเร็จตะกรุดชุดนี้ กล้ากล่าวได้เลยว่ายุคสมัยนี้จะหาครูบาอาจารย์มานั่งลงตะกรุดดอกเล็กๆ จิ๋วๆ เองกับมือให้เต็มสูตรซึ่งจำเป็นต้องใช้ปราณและพลังใจความตั้งใจมากกว่าปกตินั้น แทบจะไม่ต้องหากันเเล้ว

    คาถาบูชาองค์พระ
    นะมามีมามหาลาภา นะสะมานิลาโภ เมตตามามา นะหะปาลิหิโภคัง เมตตาลาโภ นิโสธะยะ


    ### พระเจ้าสัวชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าใครที่ทำมาหากินไม่ขึ้น ให้อาราธนาพระแล้วจุดธูปบอกกล่าวกับแม่พระธรณีและครูบาอาจารย์ได้เลย เสด็จพระใหญ่ท่านฝากพระธรณีเอาไว้แล้ว อาศัยเหตุปัจจัยว่าตราบใดที่เรายังเหยียบดิน ทำมาหากินอยู่บนแผ่นดิน อาศัยกำลังแม่พระธรณีเกื้อหนุนชีวิตเราอยู่ ตราบนั้นก็ขอกำลังแม่พระธรณีมาหนุนชะตาให้เราทำมาค้าขึ้นเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองได้ ท่านว่าเจ้าสัวนี้อยู่ที่ไหนทรัพย์สินจะเพิ่มพูนไม่มีวันหมดดุจทรัพย์ในแผ่นดินที่ประมาณค่าไม่ได้เช่นนั้น

    * พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระเจ้าสัวชุดโคตรเศรษฐีนี้ไว้หกองค์ ท่านอาราธนาเองหนึ่งองค์จึงมีให้ร่วมบูชาเพียงห้าองค์ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะสวดบูชาดวงชะตาและมนต์วิชาหนุนดวงให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กที่ขาดโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อโคตรเจ้าสัวมนต์เศรษฐีกำเนิดทรัพย์ดับภัยอภิสังขาร(ทำลายสิ่งรบกวนลาภสักการะ) บูชา 4,000 บาท

    71118941-806388546426178-4249285602932948992-n.jpg 70762857-617129438814268-6826898556201205760-n.jpg
    71276143-2644635708922608-8090465968905519104-n.jpg
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูเทพสงครามพระมุรุกันไตรโลกาธิบดีลงถมตะกั่วกรุศรีสวัสดิ์(เทวะเสนา)
    จากเทพเจ้าในอุดมคติ..ที่เหล่านางฟ้าปรารถนาอยากจะได้ครองคู่มากที่สุด

    ด้วยต่อไปนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย ชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลายจะลำบากยากแค้น คนที่รวยและได้ดีก็จะดีขึ้นและดีไปเลย คนที่ยังจนก็จะก้มหน้ารับเศษกรรมต่อไป พ่ออาจารย์ท่านได้เห็นวิกฤติที่จะพึงเกิด พึงมี ต่อไปในเบื้องหน้า จึงได้ปรารถนาที่จะนำศาสตร์และสรรพวิทยาสร้างเครื่องมงคลขึ้นมา จนความปรารถนานั้น เข้าไปในข่ายพระกรุณาญาณแห่งพระศดาศิวะเทพ ท่านจึงมีโองการให้ทำพระรูปของสกันทะบุตร โดยว่าจะเป็นผู้ปราบยุคเข็ญและปลดเปลื้องสิ่งเลวร้ายอย่างแท้จริง เมื่อได้รับโองการแล้วท่านจึงทำโดยมีความตั้งใจอย่างมาก ที่จะเชิญพระองค์ท่านให้ไปอยู่กับผู้มีความศรัทธา ตั้งใจเพื่อให้เขาเหล่านั้นได้ดี พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่า ความจริงแล้วองค์พระขันทกุมารนั้น ไม่ใช่กุมารกุมารีที่ไหน ต้องทำความเข้าใจหน่อย อย่าไปหลู่เกียรติของพระองค์ท่านว่าเป็นเด็ก ที่เรียกท่านว่ากุมารนั้นเพราะดวงพระพักตร์มีลักษณะแข็งกร้าว เฉียบคมหมดจด แต่ก็อ่อนเยาว์ประดุจผู้มีอายุน้อย ที่จริงพระองค์คือเทพเจ้าที่มีฐานะสูงในระดับพระเป็นเจ้าพระองค์หนึ่งของมหาจักรวาล โปรดการเสด็จไปทั่วทั้งพื้นพิภพ(ดุจโพธิสัตว์ท่านทำงานไปทั่วเช่นนี้)เพื่อช่วยเหลือผู้มีจิตศรัทธาที่ตกยากต่างจากเทพองค์อื่นๆ คนไทยเราก็รู้จักพระองค์กันมานานแล้ว แต่ก็เข้าไม่ถึงและทำไม่ถูกจึงมีอันป่นปี้ย่อยยับไป ด้วยองค์พระสกันทะเทวะนี้ แม้คนต่างชาติต่างศาสนาก็ยังนับถือท่าน คนจีนก็ยังไปยกเป็นสกันทะโพธิสัตว์อันมีบารมีสูงส่งเพราะท่านค้ำคูณใครนั้นย่อมสูงส่งขึ้นทุกคน ไม่เพียงเเต่ในอินเดียแม้บรรพบุรุษไทยก็เคารพท่านมานานยิ่งนักหรือจะประเทศต่างๆก็มีตำนานของพระองค์ท่านในรูปแบบที่แตกต่างกันไป พ่ออาจารย์กล่าวว่า รู้จักจตุคามมั๊ย คนไทยพยายามจะสื่อ หาความหมายอ้างกันมั่วไปหมดว่าเป็นองค์นั้นองค์นี้ ว่าเป็นเทวราชโพธิสัตว์บ้าง ว่าเป็นอวโลกิเตศวร ว่าเป็นอะไรมากมายไปหมด แต่ความจริงในส่วนของท้าวจตุคามก็คือองค์พระขันทกุมารนี่แหละ เมื่อสร้างและทำผิดไป ย้ำคิดย้ำทำเชิญผิดสร้างผิดก็ย่อมวิบัติไปตามกฏแห่งโลก พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าขนาดทำผิดยังมีปาฏิหาริย์มากมาย ศาสตร์แห่งพระองค์นี่ถ้าทำถูกไม่ต้องรอที่จะคิดเลย

    พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าพระองค์คือองค์กำลังของมหาจักรวาลเป็นกำลังขององค์พระศิวะเจ้า(ครูพระสยม)กับองค์ปารวตี(แม่ย่าใหญ่) จะกล่าวว่าพระรูปขององค์พระขันทกุมารคือการรวมของพลังอำนาจสูงสุดของจักรวาลทั้งในฝ่ายเทวะและมหาศักติก็ได้ นี่คือข้อเท็จจริง ก็ไม่แปลกใจเลยว่าอย่างไรทำไมถึงมีคนเคารพองค์พระขันทกุมารเป็นเอกเทศน์กันมากมายพอๆกับองค์พระศิวะเจ้า แม้เรื่องใดที่เหล่าเทพเจ้ายังถึงทางตัน หาทางออกไม่ได้ เมื่อถึงมือองค์เทวะเสนาแล้ว ย่อมคลี่คลายทุกสิ่ง องค์พระขันทกุมารนี่พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าแต่เดิมคนเราเชื่อว่ามีถึง 6 พระพักตร์ 12 พระกร แต่งกายงดงามเหมือนกับองค์พระนารายณ์ แต่พระวรกายหมดจดกว่า เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะสร้างนั้น ท่านได้ขอพระเมตตาจากองค์พระขันทกุมาร ซึ่งท่านได้โปรดให้พ่ออาจารย์ท่านลบผงมุรุกานทวะขึ้นมา ท่านว่าผงนี้ให้ผสมสร้างจะวิเศษนัก พ้นพลังอำนาจในฝ่ายของเทวะขึ้นไปอีกเพราะรวมอำนาจของฝ่ายมหาศักติไว้ด้วย ซึ่งท่านก็ได้ทำตาม โดยลบผงตามสูตรนี้ครั้งละ 12 รอบ เมื่อทำเสร็จจึงจะถือว่าทำได้คาบหนึ่ง ต้องทำให้ได้ถึง 6 คาบ จึงจะสมบูรณ์ หลังจากนั้นท่านนำมาประสระมหาโลหิต จนทองฟ้ามืดครึ้ม มีลมมหาวาตะพัดโกลาหล บรรยากาศหวาดผวาสั่นไหวเกิดรัศมีเป็นแสงสีขาวอมทองออกมาจากผงนี้จึงสำเร็จ เมื่อสำเร็จแล้ว ท่านให้พ่ออาจารย์ทำถึง 3 ครั้ง ต้องทำไว้ในปริมาณมาก เพราะว่าประสงค์จะให้ใช้ผงอันเป็นสายวิชาของพระองค์ท่านล้วนๆไม่เอาสิ่งอื่นมาเจือปนนอกจากว่านยาบางจำพวก ประกอบเป็นมวลสารขึ้นมา

    ผู้บูชาพระขันทกุมารทุกคนจึงได้รับความคุ้มครองจากพระองค์ พระองค์จะประทานความกล้าหาญชาญชัย ความเป็นผู้นำผู้อื่น ความมีศักดิ์ศรีในสังคม นอกจากพระขันทกุมารจะประทานความคุ้มครองแล้ว ยังประทานกำลังกาย กำลังใจในการกระทำการต่างๆให้ลุล่วง พระองค์ไม่โปรดความอ่อนแอ ขี้ขลาด ลังเลใจ รวมถึงความอิจฉาริษยา ท่านเป็นตัวแทนแห่งความองอาจ คล่องแคล่วว่องไว ความยุติธรรมและการเรียกร้องความถูกต้อง(ดังนั้นชีวิตใครที่โดนให้ร้ายหรือปัจจุบันอยู่บนหนทางที่ยังไม่ใช่ไม่สำเร็จ ยังเดินผิดทางอยู่ควรรีบอาราธนา) ด้วยองค์พระขันทกุมารนั้นมีกำลังมากดั่งเอากำลังของพระศิวะและพระแม่ทุรคามารวมกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์สกันทะท่านจะช่วยจัดการปัญหาต่างๆในชีวิตเรารวมถึงเรื่องที่เราไม่ได้รับความยุติธรรม ให้เราพ้นจากการถูกเอาเปรียบกลั่นแกล้ง ด้วยพระองค์ยึดมั่นในเกียรติยศศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใดทำให้กษัตริย์ทั้งหลายนิยมบูชาพระขันทกุมารเช่นนั้น เมื่อพระองค์เป็นเทพผู้อภิบาลดาวนพเคราะห์คือดาวอังคารด้วยแล้ว บางคนก็จะเรียกท่านว่าพระอังคารบ้าง แต่ในหมู่กษัตริย์โบราณทั้งหลายจะรู้กันดีว่าพระองค์คือดาวกษัตริย์สงคราม เป็นเทพที่เหล่ากษัตริย์เกรงกลัวมากที่สุด

    และก็มีข้อแม้สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ ตะกรุดรุ่นนี้ เมื่อผู้ใดได้รับไปพระองค์จะไปช่วยเหลือคุ้มครอง จะทำการณ์กิจใดก็จะมีแต่ชัยชนะแพ้คนอื่นไม่เป็น เป็นเจ้าเหนือเขาเป็นผู้นำเขาทั้งหมด ขจัดความโลเล มีแต่คนรัก คนที่อิจฉาริษยาจะหมดไป ซึ่งพ่ออาจารย์บอกว่านอกจากจุดนี้ สกันทะเทพท่านยังบอกด้วยว่าท่านจะช่วยให้มีจิตใจฮึกเหิม มีกำลังกายและกำลังใจที่เพียบพร้อมไม่อ่อนแรงลง ทุกคำขอ กิจการงานต่างๆต้องสำเร็จลุล่วงอย่างว่องไว จะต้องปรากฏเกียรติยศสูงสุดในกิจที่กระทำอยู่ ซึ่งพระองค์ท่านนั้นโปรดความยุติธรรม ไม่ชอบการคดโกง ใครที่โดนรังแก โดนคนเอาเปรียบโดนใครโกง แบบนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่มีเสียหรอกเมื่ออยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ท่าน ซึ่งองค์พระขันทกุมารนี้มีแต่ผู้ต้องการเป็นใหญ่ ประสบความสำเร็จในระดับมหาราชาหรือเจ้าผู้ปกครองแคว้นต่างๆมักจะนิยมบูชากัน ท่านก็เลยอยากให้ทุกคนได้ดีและผ่านพ้นเคราะห์ภัยโดยไว จึงขอบารมีพระขันทกุมารมาสงเคราะห์ทำเครื่องมงคล ท่านว่าองค์พระขันทกุมารนี่ใช้ได้ทุกอย่างจะขอพรอะไรก็ย่อมได้สุดแต่ใจ จะเล่นทางเสนห์ก็สุดๆ เพราะว่าพระองค์ท่านมีพระชายาถึง 2 องค์ ซ้ำยังเป็นที่ปรารถนาของเหล่านางฟ้านางสวรรค์มากมายด้วยว่าพระรูปของพระองค์นั้นวิจิตรละลานตายิ่งนัก เมื่อบูชาไว้กับตัวย่อมดึงเอาพระบารมีมาเสริมสิริให้ผู้ที่มีบารมีขององค์พระขันทกุมารแฝงอยู่ดูดีในสายตาผู้อื่นขึ้นทันที
    ตะกรุดนี้ท่านว่าพกไว้เถิด แค่พกหน้าจะผ่องใส ความรู้สึกที่หมองมัวหรือมืดทมึนดั่งมีอะไรมากดทับเราอยู่จะคลายตัวให้เราสดชื่น ทั้งยังแสดงพลังแห่งความเยาว์วัยมีกำลังบริบูรณ์ไม่ได้ชราตามอายุ จะทำให้เรากล้าไม่หวาดหวั่นกับสิ่งใด ทั้งกำลังของตะกรุดหรือองค์พระขันทกุมารนั้นยังปกป้องเราจากการรังควานของเหล่าภูติผีปีศาจทั้งหลายหรือสิ่งที่เบียดเบียนเราทั้งปวงด้วย ท่านจะให้พรเราหกประการสม่ำเสมอตลอดเวลาที่เราอาราธนาตะกรุดนี้อยู่ในคอ ได้แก่

    - ความฉลาด
    - พละกำลัง
    - ความร่ำรวย
    - ชื่อเสียง
    - ความเที่ยงธรรม
    - พลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    ตะกรุดรุ่นนี้ใครที่ชอบตะกรุดลงถมแผ่นหนาๆรับรองได้เลยว่าสะใจแน่นอน เพราะชุดนี้ท่านสร้างด้วยตะกั่วน้ำนมกรุศรีสวัสดิ์ เนื้อเดียวพุทธคุณแบบเดียวกับพระท่ากระดานเลย ท่านว่าใช้แทนกันได้ ท่านเอาตะกั่วสำคัญนี้มารีดทำการลงถมสร้าง พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องใช้ตะกั่วที่สร้างพระท่านกระดานเท่านั้นเพราะอิทธิคุณเป็นไปในทางเดียวกันเหมาะกับการทำตะกรุดเทพสงครามอย่างแท้จริง ท่านนำมาลงอักขระศักดิ์สิทธิ์ซึ่งท่านเน้นย้ำว่าห้อยตะกรุดนี้ไม่ต่างจากห้อยองค์พระขันทกุมารเลย ต่างกันแค่ท่านอยู่ในรูปตะกรุดซึ่งทำยากกว่าเท่านั้น ซึ่งเมื่อลงตะกรุดนั้นองค์สกันทะเทพได้บอกกับพ่ออาจารย์ว่าให้ใส่กำลังโสฬสลงไปในองค์พระด้วย กำลังตัวอื่นๆนั้นท่านไม่เอา พ่ออาจารย์บอกว่านี่สำคัญมากนะเป็นมหากรุณาโดยแท้ทีเดียว เพราะกำลังอื่นๆแม้แต่กำลังจักรพรรดิกำลังมหาจักรพรรดิก็ดี คนที่ได้ไปจะยิ่งใหญ่มั่งมีเพียงไหน แต่มันก็ต้องสร้างด้วยตัวเองขึ้นมาสร้างจากความลำบาก คนเราเนี่ยชอบคิดเพ้อเจ้อไปเอง พอได้ยินอะไรว่าจักรพรรดิ์หรือมหาจักรพรรดิ์จะรีบขวนขวายมาบูชา เพราะคิดว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่สุดๆแล้ว มันไม่ใช่นะบางครั้งลำบากยากแค้นไปทั้งชีวิตเลย คือว่าเหนื่อย ต้องเหนื่อยก่อนถึงจะสำเร็จ สำเร็จเรื่องหนึ่งก็ต้องเหนื่อยต่อ นี่มันไม่จบ ท่านจึงว่าท่านไม่เอา ท่านให้ใส่กำลังโสฬสเอาไว้โดยประทาน 16 มหาอักขระศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพลังจักรวาลทั้งในฝ่ายเทวะและมหาศักติให้ ท่านว่ากำลังโสฬสนี่สบาย จะได้ทรัพย์สินหรือทำสิ่งใดก็ได้ ก็สำเร็จ มาแบบฟลุคๆง่ายๆ โชคลาภเข้ามาไม่ขาด หนุนด้วยมหาอักขระ 16 อักษรนี้ จะเปิดบารมีเก่าดึงมาไว้ใช้กับตัว เทวดาทั้ง 16 ห้องสวรรค์ชั้นฟ้าเกื้อหนุน ชะตาชีวิตจะไม่อับจน นี่ถ้าพระองค์ท่านไม่บอกเราก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ท่านว่าต่อให้ลงกำลังใดๆซัก 108 ก็สู้กำลังโสฬสนี่ไม่ได้ ถ้าไม่มีตัวนี้ลำบากกันทั้งชีวิตเลย ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็ได้ลง 16 อักขระศักดิ์สิทธิ์เท่ากำลังโสฬสลงในตะกรุดลงถมเพื่อเป็นสื่อชักนำกำลังของเทพเจ้ามาสู่ตัวมนุษย์ให้แรงขึ้นและไวขึ้น ซ้ำยังได้ลงตะกรุดตะกั่วด้วยวิชาเฉพาะซึ่งองค์พระขันธกุมารท่านให้ใส่ไว้เสริมลงไปอีก

    องค์พระขันทกุมารนั้นปรากฏพระรูปของท่านและย้ำกับพ่ออาจารย์ว่าท่านถือหอกด้วย ท่านว่าสำคัญนัก "กายนี้คือกายของพ่อเรา หอกนี้คืออำนาจแม่ของเรา จะขาดกันไม่ได้" เพราะหอกคืออำนาจทั้งหมดของฝ่ายมหาศักติ แม่เราแบ่งรูปกายออกมาเพื่อเป็นยอดศาสตราวุธให้กับเรา เช่นนั้นเมื่อลงตะกรุดท่านจะลงครบตามวิชาที่องค์พระขันทกุมารนิมิตบอกท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาเทพนิมิตนี้ทำยากเราต้องเชิญท่านมาจับมือเขียนนั่นและถึงทำได้มีกำลังบริบูรณ์ดุจองค์ท่านทำเอง สื่อถึงท่านเองทุกอย่าง ตะกรุดทุกดอกอุดด้วยผงมุรุกานเทวะ ในส่วนของตัวประสานนั้น พ่ออาจารย์ท่านได้ผสมน้ำผึ้งป่าเดือน 5 เข้าไป แต่พิเศษเหนือสิ่งใดเพราะเป็นรังผึ้งที่สร้างอยู่ใต้ดินผิดธรรมชาติ เรียกว่าน้ำผึ้งดำซึ่งมีสีดำสนิท เป็นของหายากมาก ด้วยชาวป่าชาวเขาตั้งใจหามาถวายให้ท่านกิน แต่ท่านเอามาเทเป็นตัวผสานให้หมดเลย ท่านว่าชันโรงใต้ดินดีอย่างไร น้ำผึ้งใต้พระแม่ธรณีนี้หากนำมาเป็นตัวประสานก็ดีดุจเดียวกัน ทั้งกันฟ้า กันภัย กันเคราะห์ กันกระทำย่ำยี แต่เเรงกว่านั้นร้อยเท่า ท่านเก็บไว้เพื่อสร้างเครื่องรางในสายองค์พระขันทกุมารโดยเฉพาะ

    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้ตั้งแต่เมื่อแรกสร้างพระมุรุกันไตรโลกาธิบดี ท่านทำไว้เพียง 16 ดอกเท่านั้นบังเอิญจบที่กำลังโสฬสพอดีท่านจึงเอาแค่นั้น และเมื่อแรกสร้างนั้นพ่ออาจารย์ท่านเชิญองค์พระขันทกุมารมาประจุญาณ ท่านสวดเสกตะกรุดชุดนี้ไม่ต่ำกว่าสามเดือนจึงเสกเสร็จไม่นับรวมที่อธิษฐานจิตเฉพาะมายาวนานปีนี่อีกจึงเชื่อได้ว่าตะกรุดชุดนี้มีกำลังกล้าแข็งมาก ท่านว่าเหมาะแก่คนที่มีกรรมหนัก ต้องการความสำเร็จมาก ชีวิตไม่อยากแสวงหาเพื่อทำอะไรที่ต้องลงแรงให้เหนื่อยอีกแล้วหรือต้องการเครื่องมงคลที่เป็นศูนย์รวมของพลังในมหาจักรวาลทั้งฝ่ายเทวะและมหาศักติครบถ้วน

    คาถาบูชา
    โอม ตัตตะปุรุสายะวิทัมเห มหาเสนายะธีมะหิ ตันโนสะกันทะปะโจทะยาต โอม สะกันทายะ นะมัส


    * ข้อควรกระทำ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ถือเคล็ดถวายนมโคสดประจำ
    ถวายเสร็จก็ลามาดื่มกิน เพราะองค์มุรุกันนั้นท่านโปรดน้ำนมโคเป็นที่สุด ควรจะหาแก้วเล็กๆซักใบตั้งไว้ถวายนมให้ท่านบอกกล่าวท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งทำทุกวันยิ่งดี หรือจะเอาตะกรุดนี้ตั้งไว้ในชามใหม่ที่สะอาดแล้วนำนมโคสดมาราดสังเวยตะกรุด พ่ออาจารย์ท่านว่าได้กุศลดุจเอาน้ำนมนั้นราดบูชาองค์พระสกันทะเทพทีเดียว น้ำนมนั้นเมื่อราดแล้วก็ยังนำมาดื่มกินต่อได้ ทำแบบนี้ท่านว่ารับรองว่าสนิทและเข้าถึงกันได้ไวมาก ขออะไรก็ไวด้วย

    ### ตะกรุดครูนี้ท่านสร้างไว้น้อยมาก ท่านว่าของที่เกี่ยวข้องกับองค์พระขันทกุมารนั้นมีคู่มีเจ้าของโดยกำหนดจากพระองค์ท่านทุกดอกทุกคน รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมเปิดจิตเบิกเนตรองค์พระขันทกุมารให้เพื่อให้เชื่อมต่อและเข้าถึงเราได้โดยสะดวก รายได้ร่วมสมทบทุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูเทพสงครามพระมุรุกันไตรโลกาธิบดีลงถมตะกั่วกรุศรีสวัสดิ์(เทวะเสนา) บูชา 2,500 บาท


    72139132-2502140463206742-8392722286611791872-n.jpg
    70621378-468030317123386-6616623704782667776-n.jpg
    71170916-738136509992470-6549258585853919232-n.jpg
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา ปฐมพุทธพักตร์สลับ กลับ คลาดเนื้อยาแก้กรรมปัดอุบาทว์(ชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่)

    นับแต่โบราณนั้น...ใบหน้าถือเป็นศรี (ราศี) ที่สำคัญของร่างกาย ชาวไทยเราจึงเชื่อกันว่าการล้างหน้าเป็นการชำระล้างร่างกายส่วนที่สำคัญที่สุด ดังนั้นจึงมีการสวดอาราธนาพระคาถาเวลานำน้ำมาล้างทำความสะอาดใบหน้าและร่างกายเวลาเช้าเพื่อให้ราศีสถิตย์อยู่บนใบหน้า...การสร้างพุทธพักตร์สมเด็จองค์ปฐมนั้น นับว่าเป็นงานยากที่สุดในชีวิตของพ่ออาจารย์ท่านก็ไม่ผิดซึ่งท่านได้เมตตาบอกกล่าวว่า ท่านยังจำสาเหตุที่จะสร้างได้เป็นอย่างดี โดยแรกเริ่มนั้นท่านมีนิมิตถึงหลวงพ่อปานได้พาท่านไปหาเสด็จพระใหญ่ แต่อยู่ดีๆตอนนั้นท่านก็ได้จ้องไปที่พระพุทธพักตร์แล้วมีความรู้สึกว่า หากได้ทำพระพุทธพักตร์ของเสด็จท่านให้ผู้ศรัทธานำไปบูชาแล้ว คงจะเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิตของทุกคนไม่น้อย ท่านว่าเราเพียงระลึกอยู่เท่านี้ แต่เสด็จพระใหญ่กลับเปล่งวาจาว่าสาธุๆออกมาถึงสามครั้งสามหน

    พ่ออาจารย์ท่านหลังจากได้รับพุทธนิมิตแล้วก็ตั้งใจว่าจะทำและจะทำให้อย่างดีที่สุด ท่านว่าท่านไม่เคยทำอะไรที่ยากถึงเพียงนี้เลย เพราะเสด็จพระใหญ่กำหนดให้มาแต่เดิม เมื่อจะสร้างปฐมพุทธพักตร์นั้นพ่ออาจารย์จำต้องลบถมผงวิเศษถึง 227 ชนิด เท่ากับศีลพระ ทั้งอักขระยันต์จากคัมภีร์ปถมังต่างๆ ตำราพระพิชัยสงครามแต่ละสูตร รวมไปถึงวิชาและอักขระยันต์ต่างๆที่พ่ออาจารย์ท่านได้รับการขัดเกลาและสั่งสอนโดยตรงจากเสด็จพระใหญ่ท่าน ท่านได้ทำการลบถมจนทะลุกระดานชนวนในเวลาหลายปีกว่าจะได้ครบ 227 ชนิด ซึ่งท่านบอกว่านี่ไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้ใช้อย่าเพิ่งตายก็แล้วกัน ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้นพ่ออาจารย์ท่านเมื่อจะผสมผงสร้างพระท่านยังได้นำผงรัตนมาลาที่ท่านเรียกสูตรลบทีละตัวทีละพระคาถาอีก 108 พระคาถา มาใส่ผสมลงไปด้วย ท่านว่าเฉพาะผงที่ใช่ทำพระนี่ก็นับว่าเป็นที่สุดของวิชาอันจะเกิดจะมีขึ้นได้ในโลกนี้แล้ว ท่านได้เมตตานำผงลบถม 227 ชนิดมาผสมกับผงรัตนมาลาทั้ง 108 ท่านว่าหากจะทำอิทธิวัตถุให้มีฤทธิ์อำนาจสูงสุดนั้น ตัววัสดุมวลสารที่นำมาใช้จะต้องผสมกลมกลืนกันทั้งพุทธและไสย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงวิเศษอีกชนิดหนึ่งมาใช้ผสมนั่นก็คือผงโฮมัมหรือฮวานัมที่ได้จากกองกูณฑ์อัคคีในการบูชาไฟด้วยอาถรรพ์เวทย์ต่อองค์พระสยมภูวญาณของท่านผสมลงไปด้วย ท่านว่าผงนี้ดี ใช้ทางกันตัวได้ทุกสิ่งพกอยู่ที่ไหนยิ่งกว่ากำแพงแก้วเจ็ดชั้นหรือว่าตาข่ายเพชรเสียอีก เป็นสุดยอดของกันตัวแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าต่อให้ผงวิชาเกราะเพชรหรือวิชาต่างๆก็เทียบกับผงตัวนี้ไม่ได้ ชีวิตใครที่มักมีสิ่งไม่พึงใจ ไม่พึงประสงค์มารบกวน ทั้งที่ตัวเองก็หาทางแก้แล้ว ไปรับยันต์เกราะเพชรมาก็แล้วหรือพกวัตถุเกี่ยวกับยันต์เกราะเพชรก็แล้ว ยังแก้ไม่หาย ท่านว่าผงนี้เอาอยู่ ทุกสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นั้นไม่ว่าจะเกิดแต่กรรมลิขิตหรือเป็นไปตามวัฏจักรก็ตาม หากเป็นอัปมงคลแล้วไซร้ย่อมถูกแผดเผาไปให้เป็นจุณมหาวิจุณในพริบตา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสังคมสมัยนี้อันตรายและน่ากลัว อยู่กันยาก สิ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเสด็จพระใหญ่ท่านมีโองการหรือดลใจพ่ออาจารย์ท่านอย่างไร เมื่อจะกดพิมพ์ปฐมพุทธพักตร์นั้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำเครื่องยาโบราณที่ท่านประกอบขึ้นเรียกว่ายาแก้กรรมผสมลงไปในเนื้อพระด้วย ซึ่งยานี้ท่านทำจากสมุนไพรและเครื่องยาโบราณล้วนๆนำมาประกอบกับชะมดเชียง ดีหมี เขี้ยวเสือ นอแรด เป็นต้น ซึ่งท่านว่าเป็นยาที่ทำยากมากสูตรเสด็จพระใหญ่ด้วยว่านยาทั้งหลายที่ท่านกำหนดให้ไปกู้มาประกอบยานั้นล้วนหายากทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำยาแก้กรรมนี้ผสมลงไปในเนื้อพระส่วนนึง ท่านว่ายานี้มีคุณตามชื่อเลย นั่นคือปฐมพุทธพักตร์นี้ใช้ผ่อนหนักเป็นเบาและชะลอกรรมเก่าได้ ขอให้เป็นคนดีหมั่นสร้างความดีอย่าปล่อยโอกาศให้หลุดมือท่านว่าเสด็จท่านจะช่วยเหลือเต็มที่ นอกจากนี้ยาแก้กรรมยังสามารถใช้แก้ได้สารพัด ที่เป็นเครื่องยาอันประกอบด้วยสิ่งอุบาทว์และอัปมงคลต่างๆ ไม่ว่าจะยามนต์ ยาคุณไสย ยาหลง ยารัก ยาแฝด ยาสั่ง ยาประสาท ยาชัง ยาหน่าย ยาตาย ยาพิษ ยาเสน่ห์ ยาต่างๆที่เกิดจากของฝ่ายต่ำและสิ่งอัปมงคลอันเกิดแต่การกระทำมาด้วยวิธีไสยศาสตร์ทั้งหลายนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าทำร้ายเราไม่ได้เลย ให้พกยาแก้กรรมนี้ไว้ถึงมีอยู่ในร่างกายถึงขั้นเข้าเลือดเนื้อไปแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะขับออกมาทั้งสิ้น นอกจากนั้นปฐมพุทธพักตร์นี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้ทำผงสำคัญห้าอีกชนิดที่เป็นดุจแหล่งพลังงานสำคัญทั้งห้าของปฐมพุทธพักตร์ลบถมโดยเฉพาะผสมลงในเนื้อพิเศษเอาไว้ ผงเหล่านี้ต้องแยกพิธีเสกออกเป็นทั้งหมดห้าวาระด้วยกัน(ท่านทำพร้อมกับตอนทำตะกรุดฝังชุดแรก) ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าผงทั้งห้านี้เป็นของประเสริฐ เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกถึง อันจะเป็นปัจจัยให้ก่อเกิดพลังงานและสิริมงคลมากมายแก่ผู้บูชา ซึ่งทุกสิ่งนั้นล้วนเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพ ซึ่งผงทั้งห้านั้นประกอบไปด้วย
    1. ผงหัวใจพุทธะ ท่านลงนะหัวใจพระพุทธเจ้าไว้ พร้อมทั้งประกอบพิธีเสกกำกับด้วยการเชิญเสด็จพระใหญ่และพระพุทธเจ้าทั้งปวงอันได้เคยอุบัติตรัสรู้มาแต่กาลก่อนในอนันต์จักรวาลนี้ มาทำการประสิทธิ์แฝงพุทธานุภาพอันไม่มีประมาณ พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นผงที่ทำยากมากเพราะผงนี้เสมือนสิ่งที่ได้รวมกำลังของสมเด็จพระสัพพัญญูเจ้าทุกพระองค์ไว้แล้ว ท่านว่าเสกยากจริงๆเพราะตัวเราเองเสกไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ไปเสกต้องให้พระเบื้องบนท่านทำให้ ทุกสิ่งเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพ
    2. หัวใจธรรมเวทย์ ท่านลงหัวใจสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้เพื่อลบถมเอาผง พร้อมกับขอความเมตตาเสด็จพระใหญ่ให้ชุมนุมพระเวทย์และพระธรรมทั้งหลาย ประจุพลังงานใส่เข้าไปในผงนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอันพระสัทธรรมนั้นเป็นพลังงานบริสุทธิ์ กำเนิดมาก่อนตั้งฟ้าตั้งดิน เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าปฐมพุทธพักตร์นี้จะได้มีแก่นของพลังงานที่ไม่เหือดแห้ง พร้อมทั้งจะได้ให้กำเนิดสิ่งดีๆแก่ผู้บูชา
    3. หัวใจอรหันต์ ท่านลงหัวใจอรหันต์สาวกอันเป็นหนึ่งในรัตนะที่ยิ่งใหญ่ทั้งสาม พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้เป็นสิ่งแทนบูรพาจารย์ผู้อรหันต์ทั้งหลาย ทั้งภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย เป็นกำลังของพระอรหันต์ขีณาสพทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญนักเสมอด้วยครูบาอาจารย์ หากมีจิตน้อมระลึกถึงครูพระอรหันต์องค์ใดแล้วย่อมไปถึงกันทั้งหมด
    4. หัวใจพรหมโลก ท่านลงหัวใจท้าวมหาพรหมไว้ พร้อมกับชุมนุมมหาพรหมในปัญจสุทธาวาสมาเสกและลงอาถรรพ์กำกับอีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของวิชาพรหมเพราะสามารถใช้เชื่อมต่อพลังงานและสื่อสารกับองค์มหาพรหมทั้งหลายสุดที่ใจเราจะปรารถนาได้ ซ้ำผู้บูชายังจะได้รัศมีพรหมอาบกาย เป็นสิริมงคลให้ถึงซึ่งความเจริญและสำเร็จในกิจทุกประการ
    5. หัวใจโพธิสัตว์ ท่านลงหัวใจสมเด็จพระศรีอาริย์เมตไตรย์เอาไว้ พร้อมกับชุมนุมมหาโพธิสัตว์ทั้งหมดในพิภพดุสิต และตามภพภูมิต่างๆให้ประจุพลังงานและเชื่อมต่อถึงกันทั้งสิ้นโดยยกเอาสมเด็จพระศรีอาริย์เป็นประธาน ท่านว่ากำลังของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายนั้นเป็นกำลังที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยกออกจากกองทุกข์ทั้งหลาย ท่านว่าผงนี้สำคัญนัก มีอะไรเกิดกับตัวเรา เราอธิษฐานอะไร พระโพธิสัตว์องค์ไหนอยู่ใกล้องค์นั้นต้องมาช่วยเราก่อนทันที


    ปฐมพุทธพักตร์ชุดนี้พิเศษอย่างไร
    นอกจากมวลสารสำคัญที่ได้ใส่ไปแล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังเพิ่มมวลสารและเคล็ดลับวิชาอื่นๆเอาไว้ด้วย ได้แก่
    - ยาปัดอุบาทว์ ยานี้ท่านว่าทำยากเพราะนอกจากว่านยาที่จะกู้มาแล้วต้องนำมาลงอักขระตามสูตรเสกว่านยาแล้วจึงบดเป็นผงนำมาเข้ากับผงวิเศษต่างๆที่มีฤทธิ์รุนแรงและเป็นความลับอีกห้าชนิดจึงจะสำเร็จ ยานี้ใช้ปัดได้ทั้งเหตุที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติวิสัยหรือผิดธรรมชาติ ทั้งอัปมงคลเป็นลางไม่ดี ทั้งอาเพศ อุบาทว์ เหตุร้ายที่จะเกิดแบบปัจจุบันทันด่วน รวมไปถึงภัยอันตราย ความทุกข์ร้อนที่จะเป็นต้นตอลุกลามมอดไหม้ต่อไปทั้งกับตนเองและวงศ์ตระกูล พ่ออาจารย์ท่านว่าสรุปสั้นๆคือใช้ล้างอาถรรพ์ร้ายทั้งหลายทั้งปวงอันจะปรากฏมีขึ้นในโลกในชีวิตตนได้ดียิ่งนัก
    - ผงงอกเงยเศรษฐีจับช้าง ผงวิเศษนี้เป็นผงตระกูลเศรษฐีที่พ่ออาจารย์ท่านลบถมเอง โดยเมื่อจะทำต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญของครูช้างครูปะกำนำมาประกอบพิธี ทั้งหนังช้าง งาช้าง งวงช้าง หูช้าง... หางช้าง โดยแต่ละส่วนนั้นล้วนมีคุณอยู่ในตัวของมันเอง ท่านนำมาทำวิชาก่อนที่จะเผาตำเอาผงลงวิชาเศรษฐีจับช้าง ท่านว่าวิชานี้ดีอย่างไรทำไมถึงชื่อแปลกๆ ผงวิชาเศรษฐีจับช้างนี้พ่ออาจารย์ท่านว่า ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ มากกำลัง มากบารมี ผงเศรษฐีจับช้างนี้ก็อาศัยกำลังของช้างสำคัญให้เป็นเศรษฐีแบบไม่นึกฝัน ท่านว่าคนที่ถูกเมินเฉย ชีวิตจับแต่งานเล็ก คิดการณ์ใหญ่ ทำสิ่งที่ต้องเติบโตและพัฒนาขึ้นไม่เคยประสบความสำเร็จ ตัวนี้ต้องใช้ผงนี้แก้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเคยทำให้พวกทำธุรกิจลองใช้กันหลายคน ที่บอกว่ามีแต่งานเล็กๆโครงการที่ไม่ค่อยจะได้กำไรกัน รายไหนรายนั้นกลายเป็นได้จับงานใหญ่โตทั้งสิ้น ท่านว่าผงนี้เหมาะสำหรับคนอยากมีพัฒนาการ ต้องการความสำคัญ อยากรับผิดชอบงานใหญ่จะได้รวยและมั่งมีแบบใหญ่โต ซ้ำวิชาเศรษฐีจับช้างนี้ยังสยบการแข่งขัน ปราบปรามคู่แข่ง กำราบปัจจามิตรคิดร้ายให้มีอันเป็นไปได้อีกด้วย
    - ผงสุริยะมณฑลทรงรถ ผงสำคัญนี้ท่านพบในถ้ำที่พม่าเป็นผงสำคัญคู่กับผงจันทร์ทรงกลด พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้ทำไว้โดยฤาษียุคโบราณ เราสอบถามดูได้ความว่าเป็นองค์เดียวกันกับที่คิดประดิษฐ์ยันต์สุริยประภา จันทรประภาให้ใช้กันสืบมานั่นทีเดียว อันผงสุริยะมณฑลทรงรถนั้นท่านว่าเป็นของประเสริฐเลิศเสียกว่าทรัพย์สินจินดามณีใดๆในโลก หาค่ามิได้ หาสิ่งใดเทียบเทียมได้ยาก ถึงขนาดว่าแม้แก้วมณีโชติ สมบัติบรมจักรพรรดิ หรือสมบัติพระอินทร์สิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ไม่อาจเสมอเหมือนได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้จะดีด้านหนุนดวง ซ้ำยังทำให้บุคคลทั่วไปผ่อนคลายอารมณ์ไม่มักโกรธถือโทษเรา ทั้งคนเคารพยำเกรง มีอายุยืนโสตสัมผัสแจ่มใสมิหลงลืมเลือน ทั้งระงับโรคาอาการเจ็บไข้โทษภัยร้ายแรงทุกประการ แม้นได้พบอาราธนากล่าวสืบมาว่าย่อมไม่รู้จักที่จะตกทุกข์ได้ยากนั่นทีเดียว มีค่าดุจได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กระทำสักการะให้ดี
    - ผงจันทร์ทรงกลด เป็นผงสำคัญคู่กับสุริยะมณฑล แต่ผงนี้จะเน้นหนักทางโชคลาภถึงขนาดที่ว่าแม้ไม่มีจะกินเทวดายังเอาอาหารมาให้ และผิว่าถิ่นที่อาศัยของเรารอบบริเวณมีสินทรัพย์สมบัติใดย่อมได้ตกเป็นกรรมสิทธิแก่เราทั้งสิ้น หรือแม้นจะปรารถนาแก้วแหวนเงินทองหรือวัตถุอะไรก็ตาม ให้จัดเครื่องบูชาแก่ผงนี้ดุจบูชาพระสัมมาสมพุทธเจ้า ท่านว่าบำเพ็ญไปเถิดปรารถนาอันใดต้องได้ดั่งใจทุกประการท่านว่าผงนี้สำคัญมากแม้นคนหนียังได้กลับคืน คนรักเอาใจออกห่างยังกลับมาสนใจ เป็นเสน่ห์เมตตาติดกันไม่แยกจาก ดั่งชะตาเปิดรับวาสนาดุจน้ำขึ้นทรัพย์เต็มท้องน้ำ ให้รีบตักรีบโกย ท่านว่าอุปมาไว้แก่ผู้ที่ได้ผงนี้ไปบูชาดุจชีวิตน้ำขึ้นอยู่เช่นนี้เรื่อยไปไม่ลดลงเสื่อมถอยเลย ท่านว่าผงทั้งสองนี้เป็นผงสำเร็จของฤาษีแต่โบราณ หากจะทำพระให้แรงและมีฤทธิ์เสมอหรือเกินกว่านั้นสิ่งอื่นย่อมมิอาจแทนกันได้ ผงนี้จึงเหมาะแก่การสร้างพระพุทธพักตร์ที่สุด พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ผงสองชนิดนี้เป็นปัจจัยหลักในการสร้างพระผสมมวลสารนั่นเอง
    - ผงฤาษีสัมฤทธิ์ ผงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าหลวงพ่อฤาษีท่านยื่นใส่มือมาให้ บอกแค่ว่าชื่อผงฤาษีสัมฤทธิ์ ให้เก็บไว้รอคนมีบุญเอาไปใช้ ท่านว่าท่านไม่ได้ถามอะไรมากเพราะถือคำพระอริยะเจ้านั้นเป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์ ที่ว่าสัมฤทธิ์แปลว่ามันดีไปหมด เกิดผลทุกอย่าง สัมฤทธิ์ผลไปหมดทุกอย่าง และผงนี้เป็นผงแต่โบราณที่สร้างโดยฤาษีเช่นกันท่านจึงเรียกว่าฤาษีสัมฤทธิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าเก็บมานานจนทำพระพุทธพักตร์นี้ ก็เพื่อจะให้คนมีบุญแต่กรรมบังทั้งหลายได้เอาไปอาราธนาใช้ดู ให้ชีวิตเขาสัมฤทธิ์ เป็นประสิทธิ์เกิดมรรคเกิดผลตามแนวทางของอาชีพและวิถีชีวิตที่คาดหวัง ท่านจึงนำมาผสมพร้อมผงทั้งหลาย


    ทำไมจึงเรียกว่าชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่
    ด้วยเมื่อเริ่มสร้างปฐมพุทธพักตร์นั้นท่านย่าสุชาดามเหสีแห่งองค์อินทร์ท่านอยากให้พ่ออาจารย์ทำเผื่อไว้อีกชุดหนึ่งเพื่อเก็บไว้ให้ลูกหลานในสายของท่าน โดยชุดนี้จะเรียกว่าชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่เพราะจะได้ทำรูปท่านฝังเอาไว้ด้วย
    ซึ่งท่านย่าสุชาดานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าอธิษฐานเอาใช้ได้ล้านเรื่อง เมื่อจะทำเป็นเครื่องมงคลก็ได้ชื่อว่าของศักดิ์สิทธิ์ครูบาอาจารย์แต่โบราณท่านสรรเสริญนักแต่ก็สร้างให้สำเร็จได้ยากด้วยว่าต้องตามหาไม้สักศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อพ้องตรงกับชื่อสวามีของท่านคือพระอินทร์หรือท้าวสักกะที่มีลักษณะตรงตามตำรา อันอุบัติขึ้นในเขตแดนของผู้มีชาติตระกูลสูง และทุกอย่างต้องทำให้สำเร็จภายในวันเดียว ......จำเนียรกาลผ่านไปพ่ออาจารย์ท่านก็ได้พบต้นสักนี้ซึ่งมีลักษณะยืนต้นตายพราย สัณฐานภายในนั้นกลวงโล่งโปร่งตลอดอันเป็นลักษณะของไม้โปร่งฟ้า แลต้องอสนีบาตซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนยอดไหม้แต่ก็หาได้ทำอันตรายอันใดให้เกิดกับไม้นี้ได้เลย.....รวมไปถึงพรรณคุณต่างๆต้องกับตำรา พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาตามตำราทั้งบริเวณที่ขึ้น ตลอดจนต้นไม้โดยรอบที่ฟ้าผ่าไฟไหม้ราบไปหมด จึงได้ทราบจากเจ้าของที่ดินว่าคนที่มาตัดล้วนแต่มีอันเป็นไปทั้งสิ้น ท่านจึงพลีกรรมบวงสรวงบูชาเทพารักษ์ ทั้งยังบอกกล่าวปู่พระอินทร์ เพื่อขอไม้สำคัญนี้มาสร้างมงคลวัตถุ….โดยพ่ออาจารย์ท่านเน้นสร้างให้ตรงตามตำราทุกอย่าง ท่านว่าถือเอาฤกษ์ปีใหม่ไทยซึ่งเป็นพิธีเถลิงศกใหม่ของคนไทย จะได้เป็นเคล็ดเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ จัดพิธีพลีกรรม ตัดไม้ รวมถึงแกะสลัก ทุกอย่างต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียวเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตรงหัว อยู่ในจุดสูงที่สุด รุ่งเรืองและร้อนแรงที่สุด พ้นไปจากนั้นถือว่าใช้ไม่ได้ ดังนั้นองค์พระจึงแกะได้อย่างศิลป์ทั่วไป ขาดความสวยงามและประณีตอยู่บ้างตามกำหนดเวลาที่มีเพียงเล็กน้อยเพราะถือเคล็ดพระเจ้าทันใจ ทำอะไรใช้อะไรจะได้สำเร็จทันใจไม่ทันข้ามวัน
    มหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่คือองค์แม่ย่าสุชาดา ท่านรับว่าใครที่ได้ไปบูชาอาราธนา ให้หมั่นสวดคาถาที่ท่านประทานให้ไว้อาราธนากำกับองค์พระนั้น ให้สวดอยู่เนืองๆ มีอะไรให้บอกกล่าวแก่แม่ย่าใหญ่โดยตรงท่านจะรับเป็นธุระ จะช่วยเหลือบุคคลทั้งหลายนั้นให้เป็นลำดับแรกแม้ผู้ใช้มีศรัทธาอาราธนาเดือดร้อนเมื่อใด หรือจะประสงค์อยากบอกกล่าวขอความช่วยเหลือแม่ย่าผู้เป็นใหญ่เหนือเทพธิดาทั้งหลายในสวรรค์แม้ใครเดือดร้อนไม่ต้องรอบุญทำกรรมแต่ง แม่ย่าใหญ่ท่านรู้ท่านต้องรีบช่วยก่อนเพื่อคลายความร้อนให้กับลูกหลานเช่นนั้น
    พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าอันรูปแม่ย่าใหญ่นั้นสำคัญนักเพราะท่านโองการให้สร้างไว้เพื่อลูกหลายในสายแม่ย่าสุชาดาจะได้มีของในสายบารมีท่านไว้ใช้โดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ใช้ได้ล้านเรื่อง เรื่องสารพัดบรรดามีทั้งหลายนับล้าน ล้าน ถ้วนทุกประการทั้งแสนจิตล้านใจบนบอกขอพรได้ไร้ข้อห้าม มีมนต์ปลุกเป็นการทำวิชาเช่นของเฉพาะกาลภายในท่านเป่าอักขระมนต์คาถานับหมื่นแสน เชิญพระเวทย์และพระธรรมตลอดจนเชิญแม่ย่าให้นำสมบัติสวรรค์มาเป็นหลักชัยแก่ผู้บูชา ท่านว่าแม่ย่าได้ปกาศิตบอกไว้ชัดแจ้งเพราะเสกคราวเดียวกับพญาอินทร์ล้านช่องท่านจึงได้ดึงเอาคุณแห่งปาริชาตสวรรค์มาเป้นกำลังในองค์แม่ย่าใหญ่ด้วย ท่านว่าคุณแห่งปาริชาตสวรรค์ปรากฏขึ้นแล้วแก่ตาโลก ผู้ใดได้ไว้ เสมือนมีบุญพบต้นปาริชาตนั้นทีเดียว บอกได้เท่านี้ ก็แม้แต่เทวดาผู้มีเดชอันใหญ่ มีกำลังมาก สามารถเนรมิตสิ่งต่างๆบรรดามีได้ดังใจนึกยังต้องการปาริชาตสวรรค์ นั่นก็เพราะเทวดานั้นจะเนรมิตสิ่งใดก็ได้เพียงตามกำลังบุญวาสนาของตนนั้น หาได้เสมอด้วยปาริชาตสวรรค์ที่มีกำลังมากเกินบุญของเทพยุดาถ้วนทุกตัวตน....


    ชุดมหาอุบาสิกานั้นพ่ออาจารย์ท่านลงตะกรุดสลับ กลับ คลาด ฝังเอาไว้
    ตะกรุดสลับ กลับ คลาด มหาพิบัติฟ้าชำระจิตวิญญาณดอกนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากจะใช้ให้ตัวเราคลาดแคล้วกับเคราะห์กรรมหลักและเศษกรรมแล้ว ยังต่อต้านอกุศลกรรมในตัวเองอีกด้วย โดยปกติของคนที่อาราธนานั้น ท่านว่าเขาจะรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าเรื่องเคราะห์หามยามซวยทั้งหลายที่มาเกิดกับตัวเขานั้น จะถูกสลับสับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมันจะหนีจะย้ายจากตัวเขาไปลงอยู่กับเหล่าคนที่มีกรรมอกุศลร่วมกันแทน เรียกกลายๆว่าให้เขาเป็นตัวตายตัวแทน รับเคราะห์แทนเราก็ได้ เช่นนั้นจึงเรียกได้ว่าสลับ กลับ คลาดทั้งหมด
    - สลับ คือสับเปลี่ยนตัวตน
    - กลับ คือย้อนเจตนาและการกระทำกลับไปให้ผู้ทำ
    - คลาด คือคลาดแคล้วเนื้อตัว ไม่ได้กล้ำกรายให้ต้องทุกข์ โทษ ภัย

    นอกจากจะเปลี่ยนชีวิตให้กลับตาลปัตรแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้ต้องทำความเข้าใจไว้ ว่ามันกลับเฉพาะอกุศลกรรมและเคราะห์ภัยรวมไปถึงเศษกรรม หากแต่กุศลกรรมก็ยังเสวยกันไปได้อย่างปกติมิใช่บางเรื่องดีอยู่แล้วจะกลับไปเลวลง ด้วยคนใช้ตะกรุดนี้ถูกลิขิตไว้แล้วให้ต้องพุ่งขึ้น สูงขึ้น ไม่ตกต่ำลงเท่านั้น นอกจากสลับ กลับ คลาดตัวบุคคลแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่ายังย้อนกลับทุกความคิดปองร้ายและการกระทำด้วยคุณไสย อวิชชา เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ให้กลับคืนเข้าหายังผู้กระทำด้วย
    แม้ใครจะเล่นงานเราก็เข้าผิดที่ผิดทาง ทำอะไรเราก็ทำผิดตัวผิดตนวนอยู่แบบนั้น มันจะเป็นเช่นนั้นอยู่ร่ำไป วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันไม่ได้ไปหยุดยั้งกรรมไม่ให้เกิด แต่มันกลับสับเปลี่ยนให้ตกกับคนที่มีกรรมร่วมกัน ให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็นแทนนั่นเอง ท่านจึงอุปมาคุณวิเศษของตะกรุดนี้เสมอดุจว่าเสมือนหาตัวตายตัวแทนทีเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรามารองรับเคราะห์กรรมเรา ย้อนสนองคืนการกระทำให้เขาไปตามเจตนาและชะตาฟ้าที่ควรจะเป็นเช่นนั้น


    เมื่อท่านได้ใช้ไม้ขนุนตายพรายมาลงอาถรรพ์สำคัญให้มีกินมีใช้ไม่รู้สิ้นซ้ำยังหนุนดวงเสริมส่งวาสนาคนใช้แล้ว ท่านก็นำไม้ขนุนตายพรายนั้นมาแกะแม่พิมพ์เป็นปฐมพุทธพักตร์ โดยเศษเนื้อไม้ที่เหลือจากการแกะแม่พิมพ์นั้นท่านก็ได้ผสมลงไปในเนื้อพระด้วย พร้อมกับใช้น้ำผุด คือน้ำทิพย์ที่ผุดขึ้นในเศียรพระเจ้า ในพระพุทธบาท และสถานที่อาถรรพ์สำคัญต่างๆมานวดเนื้อพระตอนท่านผสมสูตรเพื่อจะกดพิมพ์ซึ่งเมื่อท่านได้ทำการกดแม่พิมพ์ออกมาแล้วนั้นก็นับเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่งที่องค์พระนั้นแย้มพระโอษฐ์และอ้าปาก พ่ออาจารย์ท่านหัวเราะแล้วกล่าวว่าพระอ้าปากเช่นนี้ยังไม่เคยเห็นจะมีใครทำ ซึ่งเสด็จพระใหญ่นั้นได้นิมิตสื่อใจกับพ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระนี้ท่านตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อใดที่พระศาสดาองค์ปฐมนั้นเผยพระโอษฐ์ตรัสพุทธดำรัส เมื่อนั้นพระสัทธรรมเทศนาก็จะออกมาจากพระโอษฐ์นั้น พระสัทธรรมนี้เป็นแสงสว่างที่ใช้ทำลายความมืดได้ทุกสิ่ง เป็นไปเพื่อความหลุดพ้น เป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพาน พ่ออาจารย์ท่านว่าที่เปิดพระโอษฐ์นี้ก็ด้วยเหตุผลสองนัยสำคัญ ประการแรกดั่งที่ได้กล่าวมาแล้ว ชีวิตคนใช้จะเหมือนมีพลังอำนาจแห่งสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ไหลออกมาจากพระโอษฐ์นั้นตลอดเวลาเพื่อค้ำจุนเกื้อหนุนชีวิต เป็นแสงสว่างที่ทำลายความมืดและขจัดอุปสรรคเป็นพลังงานที่จะไหลบ่าออกมาอาบสรรพางค์กายของตนตลอดเวลาไม่รู้เหือดรู้แห้ง กับอีกนัยหนึ่งนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่า ยังดีทางลาภผลไม่รู้สิ้นด้วย คนใช้จะมีลาภเข้ามาตลอดมิขาดมิพร่องเลย ดุจเสด็จท่านนั้นเปิดปากเพื่อโปรดสัตว์กระทำภัตกิจเสวยพระกระยาหาร เมื่อเปิดแล้วต้องอิ่ม ต้องบริบูรณ์ สมบูรณ์ ทุกสิ่งที่เป็นไปเพื่อการดำรงค์ชีพ หน้าที่และภารกิจทั้งหลาย ย่อมเสร็จลงอย่างง่ายดาย ท่านว่าจะพูดกันตามตรงแล้วพระเจ้าเผยพระโอษฐ์นี้ยิ่งกว่าเคล็ดพระเจ้าเปิดบาตรมากนักเป็นมหาลาภใหญ่ถึงที่สุดไม่มีสิ่งใดจะเปรียบจะวัดได้ ท่านว่าปฐมพุทธพักตร์นี้จึงมีแต่ผู้คู่ควรกันและเสด็จพระใหญ่ท่านดลใจไว้แล้วจึงจะเห็นถึงความสำคัญตรงนี้

    คาถาบูชา ตั้ง(นะโม 3 จบ)
    พุทธปฐมัง โลกะวินา ระนาระมัททาติหาระภัง อิติวิทธิ พุทธะนิมิตตัง ทิสวาทิตัง มาเวโส เอติหาเร นะโมพุทธายะ พุทธะปฐมัง กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา ทุกขังอนิจจัง ทุกขังอรหังสุคโต ภควาติ อิติภควาพุทโธโลเก


    ### ปฐมพุทธพักตร์ชุดมหาอุบาสิกานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของเฉพาะกาล เฉพาะลูกหลานที่มีบุญบารมีร่วมกันในสายแม่ย่าสุชาดาซึ่งท่านว่าลูกหลานชุดนี้จะเป็นคนที่ท่านเคยอุปถัมภ์มาหลายภพหลายชาติและจะยังอุปถัมภ์กันต่อไป เมื่อเขาได้พบกับชุดแม่ย่าใหญ่นี้ก็เสมือนกับแม่ได้เจอหน้าลูกเมื่อได้พบกันแล้วเรื่องเดือดร้อนทุกข์ใจ กรรมตัดรอนต่างๆย่อมคลี่คลายด้วยท่านจะกำกับรักษาเราเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าแม่ย่านี้ท่านเมตตาหนักมากซ้ำยังมีบริวารและทรัพย์สมบัติมากตามวิสัยสตรี เวลาท่านอุปถัมภ์อุ้มชูผู้ใดท่านว่าวิสัยเทพสตรีนี้จะต่างกับเทวดามาก ลองเอาไปอาราธนาดูเถอะบอกได้แค่ว่าท่านทรงฤทธิ์และก็ใจถึงหนักมากพอๆกับฤทธิ์ของท่านทีเดียว เพราะท่านให้ไม่นับดุจแม่ให้ลูกจริงๆ

    *** ปฐมพุทธพักตร์ชุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากให้ได้ใช้กันในครอบครัวและอยากให้คนที่มีปัญหาเดือดร้อนและมีบุญสัมพันธ์กับแม่ย่าได้พึ่งบารมีท่าน เช่นนั้นท่านจึงนำออกให้บูชาด้วยปัจจัยว่าถึงเวลาแล้วองค์แม่ย่าท่านบอกมาแบบนั้น รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลและความประสงค์ที่ปรารถนาบอกกล่าวกับแม่ย่าใหญ่เอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการอธิษฐานจิตให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ปฐมพุทธพักตร์สลับ กลับ คลาดเนื้อยาแก้กรรมปัดอุบาทว์(ชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่) บูชา 2,500 บาท


    71186260-1001135943561891-5632268220455976960-n.jpg 71827250-2493464880877101-6633495474487689216-n.jpg
    71499100-1155213864679600-7778893587961348096-n.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลรับโอกาสไถ่ถอนบาปเปลี่ยนผ่านกาลเวลาพระทักษะประชาบดี(ฝังยอดขุนทรัพย์เสด็จกลับ)

    " จากอหังการกลายเป็นความเสียสละตน ...คุรุผู้เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการสำนึกบาป "

    ใครๆก็กลัวพระทักษะแต่อยากได้พรจากพระทักษะ(แม้แต่เทพเจ้า) เพราะพระทักษะนั้นปากท่านศักดิ์สิทธิ์เกินใครด้วยมีตบะมาก ท่านสาปแม้กระทั่งพระนารทพรหมฤาษีให้เร่ร่อนอยู่ไม่เป็นที่ไม่เป็นทางพระนารทก็ต้องเร่ร่อนไปตลอดกัปกัลป์เช่นนั้น แม้ท่านให้ความช่วยเหลือใครท่านก็ทำอย่างไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้นเช่นเหตุการณ์ของพระจันทร์ที่ท่านยื่นมือเข้าช่วยลูกสาว โดยสาปพระจันทร์ที่ลำเอียงรักลูกของท่านไม่เท่ากันให้มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงจนเกิดเว้าแหว่งซึ่งแต่เดิมจันทร์นั้นเต็มดวงตลอด...ดังที่ยกตัวอย่างจะเห็นว่าเหตุการณ์ทุกเหตุหากพระทักษะได้สาปใครแล้วแม้แต่ตรีเทพก็แก้ไขไม่ได้ ในขณะเดียวกันหากท่านให้พรหรือช่วยเหลือผู้ใดคำพรนั้นก็จะยิ่งมีกำลังมากและท่านจะช่วยอย่างไม่เกรงฟ้าเกรงดิน

    องค์พระทักษะนั้นท่านเป็น "มนัสบุตรแห่งพรหมมา" กล่าวได้ว่าท่านเป็นผู้ที่เป็นทิพย์อยู่ตลอดเวลามีอำนาจทิพย์สภาวะสูงสุดตั้งแต่เกิด เพราะท่านเกิดจากใจพระพรหมเกิดจากความต้องการที่จะให้ท่านทำหน้าที่พิเศษในโครงข่ายการสร้างจักรวาลหาได้เกิดจากครรภ์ของสตรีดังปุถุชนทั่วไปไม่ เมื่อบังเกิดขึ้นมาเบื้องต้นแล้วองค์ทักษะได้ทำหน้าที่ในการสร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทวยเทพ อสูร นาค ครุฑ ปิศาจ ทั้งหลายให้บังเกิดมีเต็มพื้นที่แห่งจักรวาล โดยการมอบลูกสาวให้เป็นชายาเทพเจ้าทั้งหลายซึ่งลูกๆของท่านนั่นเองที่เป็นต้นกำเนิดทุกเผ่าพันธ์ ในบรรดาพระฤาษีที่นับเป็นพระประชาบดีซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาผู้ยิ่งใหญนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเห็นจะมีเพียงแค่สองท่านที่ปรากฏเกียรติอย่างชัดแจ้งนั่นคือ พระกัศยปเทพบิดรและพระทักษะเท่านั้น ด้วยพระทักษะได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาของเทพเจ้าที่เทพทั้งหลายเกรงใจและเกรงกลัวกันหนักหนา ซ้ำยังมีเกียรติเป็นพ่อตาของพระกัศยปเทพบิดรอีกด้วย องค์ทักษะนั้นท่านเป็นประชาบดีคือผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน,ผู้เป็นใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ทั้งหมด ซึ่งนามประชาบดีนี้จะจัดไว้ใช้เฉพาะอย่างจำกัดเอาไว้เรียกเทพที่มีเกียรติยิ่งใหญ่เป็นต้นตอของเผ่าพันธ์ทั้งหลายจริงๆอย่างพระพรหมเช่นนี้ก็เป็นประชาบดี โดยหน้าที่ของพระประชาบดีก็คือการให้กำเนิดเหล่ามนุษย์และเทวดาตลอดจนกลไกมหาจักรวาล ด้วยพระทักษะนั้นท่านเกิดขึ้นมาจากบาทของพระพรหม และถือว่าท่านเป็นบิดาของเทพฝ่ายสตรีทั้งหมด ทั้งยังเป็นพ่อตาของเทพเจ้าหลักๆทั้งสวรรค์รวมไปถึงพระกัศยปเทพบิดร อาจจะบอกได้ว่าท่านเป็นเทพองค์แรกที่สร้างระบบกลไกการให้กำเนิดมนุษย์โดยมีบุตรสตรีให้สมรสกับเทพต่างๆตามโองการบรมบิดาพรหมเทพที่ให้ท่านทำหน้าที่สำคัญนี้ ดุจว่าท่านเป็นรากเหง้าของเผ่าพันธุ์ทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าจุดสำคัญที่คนไม่ค่อยรู้คือพระทักษะเป็นบิดาของกลุ่มดาวนักษัตทั้งหลายที่มีผลต่อชะตามนุษย์โดยตรงซึ่งเป็นชายาของพระจันทร์ ดังนั้นท่านจึงมีอำนาจเหนือวิถีดวงดาวและเหนือชะตากรรมเป็นดาวข่มของคนที่เวรกรรมตามเล่นงานได้เป็นอย่างดี ซ้ำบุตรเขยทั้งหมดไม่ว่าจะเทวะองค์ใดของพระทักษะประชาบดีหากสุ่มชื่อขึ้นมาก็ล้วนแต่เป็นเทวราชทั้งสิ้นซ้ำยังมีอิทธิฤทธิ์และอำนาจบารมีสูงกันทั้งนั้น และยังได้ชื่อว่าเขยทุกคนนั้นเกรงกลัวพ่อตากันอย่างถึงที่สุดชนิดกลัวจับขั้วหัวใจ พ่ออาจารย์ท่านถึงกับออกปากว่าหากมีรูปพระทักษะอยู่เหล่าเทพเจ้านี่เขาเกรงใจเราแทบจะเหมาสวรรค์เลยนะ เช่นนั้นท่านจึงเรียกองค์ทักษะว่า"พ่อใหญ่"

    ด้วยอหังการต่อพระศิวะที่ทำให้ถูกตัดเศียรและนำหัวแพะที่ใช้บูชายัญมาต่อแทน พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือการรับกรรมและการให้ชีวิตเกิดขึ้นใหม่ภายในพิธีบูชายัญ ท่านว่ากรณีของพระทักษะนี้น่าสนใจจริงๆเพราะเทพองค์อื่นก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัยพระคเณศมีแต่องค์พระศิวะเท่านั้นที่จะคืนชีวิตให้และก็หาหัวช้างมาต่อแทน แต่ในกรณีพระทักษะนั้นท่านใช้หัวแพะที่นำมาบูชายัญ เช่นนั้นหลังจากเกิดใหม่แล้วพระทักษะจึงนอบน้อมแต่องค์พระศิวะและกลายเป็นตัวแทนของการไถ่บาปและให้โอกาสจากพระเป็นเจ้า แต่เดิมท่านเป็นมหาราชของภพภูมิที่ได้ชื่อว่าเจริญและยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลเป็นพระประชาบดีที่มีอำนาจควบคุมและสั่งการเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายได้ดั่งใจต้องการ เมื่อเกิดใหม่นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าบทบาทของพระทักษะที่ได้รับหลังจากการชุบชีวิตจากครูพระสยมนั้น ท่านตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อการไถ่บาปและให้กำเนิดชีวิตที่ดีงามทั้งปวง ท่านเป็นดั่งตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านจากช่วงเวลาระหว่างความทุกข์กลายเป็นความสุข จากความตายกลายเป็นการให้ชีวิตใหม่...เป็นการเริ่มต้นบทบาทหน้าที่ตลอดจนโอกาสและพฤติกรรมใหม่

    ที่ผ่านมามีแต่คนถามหาของเพื่ออยากจะใช้ไถ่ถอนชะตากรรมเปลี่ยนบาปกรรมที่ตนได้เคยทำไว้ในอดีตชาติอันส่งผลต่อผลกรรมทุกวันนี้ ท่านว่าใครไม่เป็นเราไม่รู้หรอกว่ามันยากตั้งแต่คิดจะเริ่ม ไอ้ทำของจะไถ่ถอนบาปกรรมแบบนี้เริ่มมาก็ยากแล้ว ด้วยไม่ใช่อำนาจของมนุษย์จะแก้ไขได้นอกจากเทพเจ้าผู้มีหน้าที่ด้านนี้หรือองค์พระสยมองค์ปรพรหมเหล่านี้ เช่นนั้นองค์ปรพรหมท่านจึงแนะนำให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระทักษะขึ้นมาด้วยท่านเป็นครูของสายวิชาการไถ่บาป รูปของท่านนั้นมีอำนาจลี้ลับเฉพาะที่ส่งผลต่อการไถ่ถอนบาปกรรมทั้งปวงด้วยท่านเป็นทั้งมหาฤาษีและมหาประชาบดีที่มีพระเศียรเป็นแพะที่ใช้ในพิธีบูชายัญ ดังนั้นองค์พระทักษะจะให้ผลแห่งการไถ่บาปโดยตรง เรื่องไม่ดีหรือเศษกรรมทั้งหลายจะมาลงกับครูช่วยให้พ้นจากบาปที่ต้องชดใช้ในสิ่งที่เคยทำไม่ดีไว้(พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอะไรนี่พุ่งลงหัวแพะที่ใช้บูชายัญหมดเลยนะ แต่เราต้องรู้ด้วยว่าหัวแพะนี้ไม่ใช่แพะธรรมดาอีกต่อไปแต่เป็นแพะระดับมหาเทพอย่างพระทักษะประชาบดี) เมื่อทำรูปของพระทักษะนั้นผู้ใดได้รับอาราธนาไว้ ท่านจะเปลี่ยนจิตใจของคนจะส่งผลให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงทางดีงามไพบูลย์อย่างกระทันหัน เมื่อมนุษย์มีบาปกรรมพอกพูนสั่งสมเช่นนั้นบาปของมนุษย์ต้องถูกชำระให้บริสุทธิ์ก่อนสิ่งอื่นใดเพื่อจิตวิญาณของเขาจะได้สะอาดพอสมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ องค์ปรพรหมท่านว่าไฟแห่งยัญพิธีและเศียรแพะที่ใช้บูชายัญอันนำมาต่อให้พระทักษะนั้นจะคืนโอกาสและความบริสุทธิ์ทั้งช่วยชำระล้างความบาปในอดีตของมนุษย์ให้เริ่มต้นชีวิตที่ดีงามมีความสุขพรั่งพร้อมขึ้นมาใหม่ได้ ดั่งองค์พระทักษะที่เป็นครูเป็นตัวแทนของการไถ่บาปทั้งปวง

    องค์ปรพรหมท่านโองการให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระทักษะในปางบูชากองกูณฑ์อัคคีท่านว่าปางนี้จะยิ่งมีอำนาจกำลังตบะสูงส่งมากนักเป็นตบะของพระทักษะที่เหล่าเทพเจ้าทั้งหลายหวั่นเกรงนั่นทีเดียว ในรูปนี้องค์พระทักษะจะได้รับเคราะห์ภัยและบาปอกุศลธรรมทั้งหลายแทนลูกๆที่บูชาไว้กับตัวเองพ่ออาจารย์ท่านว่ามีเท่าไหร่เผาลงไฟพิธีทั้งหมด คนใช้จะได้หนุนดวง พลิกดวง ต่อต้านวิบากกรรมได้ ทีนี้ขออะไรก็ง่ายก็สำเร็จ เพราะไม่ติดวิบากกรรม ท่านไถ่ถอนให้ทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านว่า ###องค์ปรพรหมท่านกำชับมาเองเลยว่าต้องทำแบบนี้ให้พระทักษะนั้นยื่นเครื่องสังเวยลงกองไฟ นั่นคือมีสิ่งที่ใช้สังเวยแทนตัวเราทดแทนและไถ่ถอนเราจากเคราะห์ภัยทั้งหลาย ให้กำลังครูกำลังตบะอันแกร่งกล้าของทักษะประชาบดีนั้นไถ่ถอนเราต่อหน้าไฟพิธีผ่านยัญกิจโดยองค์พระทักษะประชาบดีผู้เป็นครูของการไถ่ถอนบาปทั้งปวง

    เมื่อไถ่ถอนสิ่งที่ติดค้างเป็นดั่งเงาตามตัวของเราออกแล้ว ครูพระทักษะยังมีดีทุกๆด้านสารพัดจะใช้ ท่านว่าใครใช้ เคราะห์หดหาย เคราะห์จืด เคราะห์จาง เคราะห์หมด องค์ทักษะรับเคราะห์แทนเรากลืนกินเคราะห์กินสิ่งไม่ดีในธาตุบันธ์และวิญญาณของเรา ท่านจะแปลถ่ายออกมาไปในรูปของกระแสพลังงานทางเมตตามหาเสน่ห์มหานิยม ยิ่งอดีตเรามีบาปให้ชำระมากเท่าไหร่องค์พระทักษะยิ่งมีกำลังเข้มแข็งเท่านั้น สมกับการปรับเปลี่ยนสถานการณ์เพื่อจะได้เกิดใหม่มีชีวิตใหม่ที่ดำเนินไปอย่างสงบสุข ทั้งจะกลับร้ายกลายเป็นดี ล้างอาถรรพ์ มนต์ดำ ให้ชนะทุกปัญหาชนะทุกอุปสรรค เป็นเมตตาชนะใจคนทั้งหลาย ท่านว่าอย่าว่าแต่มนุษย์เลยแม้เทวดาก็พาให้เมตตารักใคร่เสน่หาเกื้อกูล ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านยังลงวิชาอาถรรพ์ด้วยหัวใจของครูแพะไว้ด้วยให้เป็นแพะเศรษฐีแพะตำรับเรียกเงิน,เรียกทอง,เรียกโชคลาภให้ทวีเข้ามามากขึ้น ใครมีครูพระทักษะนั้นบอกได้คำเดียวว่า“ ร่ำรวย” นอกจากไถ่ถอนบาปแล้วยังเสริมเรื่องวิชาแพะเอาไว้ครบถ้วน ด้วยจะเป็นตัวรับเคราะห์กรรมแทนเจ้าของ ครูท่านจะกินบาปเคราะห์เป็นอาหาร องค์พระทักษะนี้ท่านทำเพื่อให้คนใช้นำไปบูชาโดยหวังประโยชน์ใหญ่ให้คนใช้นิราศทุกข์พ้นทุกข์จริงๆ โดยท่านได้ใช้ความเพียรอุตสาหะหาฤกษ์ยามลงแผ่นจารวิชาล้างบาป,ไถ่ถอนกรรมเอาไว้ทีละแผ่นๆ เอาแต่เนื้อแผ่นชนวนที่เสกอย่างเข้มขลังเท่านั้นไม่ให้มีโลหะสิ่งใดเจือปนมาเทหล่อเป็นองค์พระทักษะประชาบดี พระผู้ปลดปล่อย ไถ่ถอนและรับบาปแทนลูกทั้งหลาย องค์พระทักษะรุ่นนี้สร้างยากมากพ่ออาจารย์ท่านว่าต้องเสกเชิญครูเก็บไว้เพื่อที่จะใช้เมื่อถึงกาลถึงวาระจริงๆเท่านั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าความหมายมันก็ตรงตัว คือไถ่ถอนบาปกรรม ให้โอกาสเมื่อสำนึกผิดและนำลูกๆเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาไปยืนอยู่ในจุดสูงสุดที่มีความสุขอย่างแท้จริงซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของครูพระทักษะประชาบดี ท่านว่าองค์พระทักษะที่ว่าสร้างยากนั้นก็เพราะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรม ท่านว่าไม่มีใครอยากจะทำให้กันหรอก ตอนปรพรหมท่านสั่งท่านก็กำชับมาท่านก็ย้ำหนักหนาว่าต้องเลือกคนให้ ไว้ทำยามบ้านเมืองคับขัน ประชาชนเดือดร้อนข้าวยากหมากแพงแบบนี้


    เรียกท่านสั้นๆว่า"พ่อใหญ่"ก็ได้
    ด้วยของที่ใช้ไถ่ถอนบาปกรรมเพื่อให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่และต้องเป็นชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่าแต่เดิมนั้น เนื่องจากบางเรื่องพระหรือเครื่องมงคลทางพุทธศาสนาก็ยังข้องแวะติดอยู่ในกฏของกรรม จะทำอะไรเกินกรรมไม่ได้ แล้วทีนี้ไอ้ตัวเคราะห์มันก็หนัก วิบากปรรมก็มาเต็มๆ เรียกว่าเอาแค่ผ่อนลงเล็กน้อยก็รู้ว่าผ่อน แต่ก็ยังเรียกว่าหนักจนไม่อยากอยู่ในสภาพนี้อยู่ดี " ....แน่นอนว่าถ้าถึงขนาดนั้นเครื่องมงคลทางพุทธย่อมไม่มี แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าสายพระเวทย์ สายอาถรรพ์แรงครูนี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านยกครูพระทักษะให้เป็นตัวแทนของการไถ่บาป ด้วยมหากรุณาที่พร้อมจะเสียสละตัวเองและรับความเจ็บปวดแทนสรรพชีวิตทั้งหลายด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อซึ่งเป็นประชาบดี เพื่อให้ได้มาซึ่งสันติ ความสุข ความเจริญ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้สร้างมงคลศักดิ์สิทธิ์เฉพาะกาลชนิดหนึ่งขึ้นมา ด้วยเหตุที่ว่าเพื่อเป็นตัวแทนครู เป็นการระลึกถึงครู ให้บูชาครู อย่าดูถูกครู นึกถึงครูแล้วจะได้ดี หมดหนี้สินเป็นเศรษฐีมหาศาล มีความสุขในห้วงชีวิต ด้วยว่าครูนั้นจะรับความเจ็บปวด ความทุกข์ โทษ เคราะห์ภัย อุบาทว์ พิฆนะจัญไร หายนะ ท่านจะกลืนกินอัปมงคลอวมงคลทั้งหลายไว้ด้วยความรักอันใหญ่หลวง เพื่อสิริ เพื่อมงคล เพื่อสันติ เพื่อความสุข เพื่อความเจริญ ที่จะพึงบังเกิดมีในชีวิตของลูกน้อยนั่นเอง
    เมื่อเกิดเป็นมนุษย์นั้นไม่ว่าจะต่างชาติต่างวรรณณะกันเพียงไหน เชื่อได้ว่าย่อมมีความทุกข์ทั้งสิ้น เพราะขึ้นชื่อว่ามนุษย์นั้น ย่อมมีความทุกข์เรื่องต่างๆทุกคน จะจนจะรวยเเค่ไหนก็หนีไอ้คำว่าความทุกข์นี้ไม่พ้นในอดีตจวบจนปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็อยู่ในห้วงทุกข์ทั้งสิ้น เพราะเสวยผลแห่งกรรมตามติดไปตามวาระตามระบบที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นมาเมื่อมีความทุกข์ก็ก้มหน้ารับทุกข์กันไป พ่ออาจารย์ท่านว่า
    องค์พระทักษะนี้จะสร้างเยอะก็ไม่ได้จะแจกให้บูชากันทั่วไปก็ไม่ได้ด้วยเป็นแรงครูที่มีอาถรรพ์เป็นวิชาที่ส่งผลยิ่งใหญ่ สามารถไถ่ถอนเคราะห์กรรมเปลื้องปลดทุกขเวทนาให้พ้นตัวคนใช้ได้ ผู้ใดมีความทุกข์ก็ล่วงทุกข์ได้ ซ้ำยังมีคุณวิเศษสุดเเต่จะคิดจะปรารถนาด้วยอำนาจตบะของทักษะประชาบดีที่เทพเจ้าทั้งหลายยังเกรงกลัวดังนั้นไม่ว่าจะความทุกข์อันเกิดจากบาปกรรมใดๆก็ล่วงผ่านไปได้ ซ้ำยังรักษาสิริสวัสดิ์ในกายตนเอง ปกป้องคุ้มครองให้เราอยู่ในช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด เเม้อยู่ในสถานที่ใดๆสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทิพย์กายทั้งปวงย่อมให้ความรักความกรุณา ให้ตัวเราพร้อมกับภาวะเเห่งการสร้างสรรค์เพื่อให้กำเนิดความสุข เมื่อไถ่ถอนบาปแล้วมีชีวิตใหม่แล้วย่อมได้ชื่อว่าสิ้นทุกข์ไปแล้วชีวิตจะได้เกิดการเปลี่ยนเเปลงในทางที่ดีอย่างใหญ่หลวง เมื่อสิ้นทุกข์เเล้วจะได้พบกับความสุขเพราะอาศัยกฎธรรมชาติข้อนี้ที่นำสุขนำความสมบูรณ์มาเติมเต็มความทุกข์ที่ขาดหายไป เมื่อแรงครูไถ่ถอนเราออกจากบาปกรรมก็ถือว่าท่านพาเราออกจากสภาวะทุกข์ บุคคลผู้มีความทุกข์จะล่วงทุกข์ประการต่างๆ จะสาหัสเเค่ไหนเดือดร้อนเพียงใด เขาจะทิ้งความทุกข์ไว้แล้วเกิดเป็นคนใหม่ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่เหลือคราบคนเก่า จากคนประสบทุกข์กลายเป็นคนไร้ทุกข์ ได้ดีในสิ่งที่ตนปรารถนา ทั้งเสริมสมดุลย์ปรับธาตุพลังงานหยินยางให้อยู่ในสภาวะพอดีไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้สุขภาพร่างกายจะได้เเข็งเเรงไม่เจ็บป่วยง่าย ด้วยพ่อใหญ่นั้นเป็นรูปอาถรรพ์เป็นของสูงอย่ามองว่าต่ำไม่ใช่สิ่งล้อเล่น มีพ่อใหญ่อยู่ท่านว่าไม่ว่าจะแรงเทพแรงผีหรือแรงคุณไสยใดๆก็ไม่สามารถทำอันตรายเราได้พลังงานด้านลบต่างๆย่อมสูญสลายไป ซ้ำยังกันกระทำกันผู้มีวิชาอาคมคัดถอนอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านอธิบายสั้นๆเพียงเเค่นี้ท่านว่าองค์พระทักษะนี้เมื่อเผยเเพร่ออกไปแล้วก็เหมือนน้ำทิพย์ที่จะไปชุบชีวิต ไปต่อชีวิตเค้า ต่อไปจะเป็นครูหลักของเราหากพูดถึงการไถ่ถอนบาปและเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสันติสุขใครๆก็ต้องนึกถึงพระทักษะประชาบดี ท่านว่าชนใดเมื่อถึงซึ่งความสุขมีทรัพย์สินบริบูรณ์ดีแล้วเขาจะได้ใช้ทรัพย์นั้นช่วยสงเคราะห์คนอีกมากเพื่อสร้างกุศลสืบต่อไป


    ด้านหลังท่านใช้ผงยาแดงมหากาฬที่ท่านเพียรทำโดยมีความนัยน์สำคัญซ่อนเร้นขึ้นมา ท่านว่าผงนี้ใช้รักษาตัวคนใช้และควบคุมดวงของโชคลาภความมั่งคั่งทั้งหลายให้มีเข้ามาเนืองๆ ทั้งยังได้ผสมเข้ากับผงอาถรรพ์โสมเฝ้าทรัพย์ที่ว่าเฮี้ยนเสียยิ่งกว่าภูติพรายใดๆท่านว่าเป็นผงอาถรรพ์ซึ่งอาถรรพ์ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับพรายกับผีแต่อย่างใด หากแต่เป็นพยนต์มหายักษ์ซึ่งถูกผูกไว้เฝ้าสมบัติสมัยอยุธยามหาสถาน พ่ออาจารย์ท่านว่าในกรุสมบัติแผ่นดินหนึ่งๆที่เป็นสมบัติของกษัตริย์แต่โบราณจะมีพยนต์เหล่านี้รักษาหลายตน ในสมัยที่ท่านบวชและมีโอกาสได้ธุดงค์ผ่านอยุธยานั้น ท่านได้พบกับโสมเฝ้าทรัพย์ซึ่งพาท่านไปดูกรุสมบัติตั้งแต่ยุคสมัยของพระนเรศวรเรื่อยมาจนถึงพระเจ้าเสือ และปู่โสมนั้นท่านได้ขอตามไปจะไปอารักขาท่านด้วย ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเขามาจริงๆไม่ใช่แต่เพียงคำพูด เพราะปรากฏมีตุ๊กตายักษ์ดินเผาขนาดเล็กมาปรากฏอยู่ในย่ามของท่าน หลังจากท่านตรวจดูแล้ว ท่านว่าเค้าตั้งใจจะไปคุ้มครองเราจริงๆ จึงได้ทำพิธีพลีกรรมบอกกล่าวแก่เจ้าของเดิมและนำออกมา เมื่อจะทำพระทักษะนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าอยากจะทำให้ดีที่สุดเพราะท่านตั้งใจฝังแต่ของดีๆเช่นนั้นผงจึงต้องดีด้วย ผงโสมเฝ้าทรัพย์นี้จะหวงไว้ใช้คนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องไหนๆทำแล้วก็ต้องให้ดีให้แรงที่สุดไปเลย ท่านถึงได้สอบถามโสมเฝ้าทรัพย์ ว่าจะขอให้ไปสร้างบารมีช่วยเหลือสัตว์ผู้ยากทั้งหลายชักนำวาสนาทรัพย์สินเงินทองให้ช่วยเขาหาทรัพย์สินมาเติมเต็มคลังสมบัติของแต่ละคนเช่นนี้ซึ่งเขาก็ยินดีอย่างยิ่ง พ่ออาจารย์จึงนำตุ๊กตายักษ์นั้นมาขออนุญาติและตะไบฐานออกส่วนหนึ่งเป็นผง ท่านนำมาคลุกและนวดเข้ากับสีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบ วัดกะบกขึ้นผึ้งท่านว่าผงนี้มีญาณโสมเฝ้าทรัพย์เฝ้าแผ่นดินทุกองค์ เขาจะตามรักษาลูกหลานเลือดเนื้อเชื้อชาติไทยอันนี้ท่านว่าเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน แต่ว่าแรงน่ะแรงแน่ๆอธิษฐานใช้กันให้ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ท่านคลุกสีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบให้เพื่อจะได้มีคุณทางเมตตาเป็นกฤติยาคมแฝดอย่างถึงที่สุด ท่านว่าสีผึ้งเขียวนี้มีคุณทางเมตตามหาเสน่ห์มาก แต่ก็นั่นแหละสุดแต่ใจจะใช้ จะเล่นทางเสน่ห์เมตตาหรือเอาไปทำมาหากินให้ได้ดิบได้ดีก็ตามแต่จริตชีวิตคน ด้านหลังท่านฝังสิ่งมงคลดังนี้
    - ขุนทรัพย์เสด็จกลับ เป็นอาถรรพ์ที่ว่าเมื่อเสียทรัพย์ไปเท่าไหร่ยิ่งได้ทรัพย์กลับคืนเข้ามามากมายทวียิ่งขึ้นเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราเกิดมานี่ก็ต้องเสียเงินแล้ว ในแต่ละวันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ใช้เงิน ก็ในเมื่อต้องใช้เงินมีดวงให้เสียทรัพย์กันทุกคนอยู่แล้วก็เปลี่ยนข้อเสียตรงนี้มาส่งเสริมทำอาถรรพ์ให้กับชีวิตตนเองเสียดีกว่า เช่นนั้นท่านจึงสร้างขุนทรัพย์เสด็จกลับขึ้นมา ท่านว่าขุนทรัพนี้ทำยากด้วยผงวิชานั้นไม่เท่าไหร่แต่ทำเสร็จแล้วต้องเอาไปปล่อยในคลองน้ำไหลให้ท่านเสด็จไปแบบนั้นแล้วจึงสวดเรียกรอจนท่านจะเสด็จกลับมาในจุดเดิมจึงเอาพานรองรับไว้เช่นนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจึงทำได้ไม่มาก ปล่อยไปร้อยว่ายวนกลับมาได้ไม่ถึงสิบ องค์ที่กลับมาได้ท่านจึงถือเป็นองค์หัวโจกและแก่กล้าอิทธิคุณแรงจริงเก่งจริงเช่นนั้น ขุนทรัพย์นี้ท่านว่าเขาหาทรัพย์เก่ง รู้ทางไปหมดเหนือกว่าการหาโภคทรัพย์ธรรมดา พ่ออาจารย์ท่านว่าเอามาฝังหลังองค์พระทักษะเช่นนี้ใครใช้นี้จนไม่ได้ จนไม่เป็นดุจครูปกาศิตเอาไว้เช่นนั้นเลย ที่ว่าจะจนลงด้วยทรัพย์สินจนด้วยปัญหาหนทางในการดำรงค์อยู่การดำเนินชีวิต ท่านว่านี่คือเกิดขึ้นไม่ได้เลยขุนทรัพย์ท่านนั่งรอเปิดทางทรัพย์เอาไว้ให้หมดแล้วทางจนไม่เปิดเข้าไปไม่ได้ เช่นนั้นก็เหลืออยู่ทางเดียวนั่นคือสุขสมบัติพิพัฒนมงคลทั้งหลาย ท่านว่าหุ่นขุนทรัพย์เสด็จกลับก็คือทรัพย์เต็มมือได้ทรัพย์กลับมานี่ก็ปิดประตูทุกข์ไปแล้วอย่างหนึ่ง ท่านว่าขุนทรัพย์นี้ท่านทำให้เป็นทั้งยิดัมทั้งธรรมบาลมีฤทธิ์มาก เป็นพยนต์เทพเจ้าปกครองดูแลสมบัติเบื้องล่างทั้งในโลกในบาดาลทั้งหมดมีพญานาคทั้งหลายเป็นบริวารเป็นพยนต์แห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง
    - ตะกรุดมหาสะเดาะกันสารพัด ท่านว่าตะกรุดนี้สำคัญนะเพราะรวมวิชาหลายสูตรไว้ในส่วนของหัวใจคาถาสำคัญต่างๆ โดยพื้นฐานแล้วจะมีอำนาจแก้ไขโรคภัยไข้เจ็บ สารพัดโรคสารพัดความเจ็บป่วย กินพลังงานด้านลบดูดกลืนโรคภัยและย่อยสลายไปจากตัวเรา กันโรคร้ายๆโรคแปลกๆผิดธรรมชาติ โรคอันเกิดจากเคราะห์กรรมเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรเจ้าบุญนายคุณทั้งหลาย ท่านว่าปกติวิชาต่างๆจะแก้โรคอันเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรดลบันดาลให้เป็นไปตามเคราะห์กรรมไม่ได้ แต่แปลกที่วิชานี้แก้และกันได้ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นคือโดยพื้นฐานเพราะท่านยึดถือคำพระตถาคตเจ้าว่าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ นอกจากนี้ท่านยังลงวิชานะมหาสะเดาะกับมหากันเสริมลงไปอีกด้วย ท่านว่าจะได้สะเดาะเคราะห์บรรเทาทุกข์โศกและเคราะห์กรรมของคนใช้ เสริมอานุภาพให้พระทักษะโดยเฉพาะ จะได้กินพลังงานลบและเคราะห์กรรมได้มากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ท่านว่าตะกรุดนี้ดีหลายด้านคือนอกจากกันโรคภัยไข้เจ็บแล้วยังใช้กันได้สารพัดสมกับชื่อมหากัน เวลาเรามีเรื่องจวนตัวไม่อยากให้เกิดกับตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ระลึกถึงตะกรุดที่ฝังอยู่นี้ยกขึ้นจบหัวนึกถึงคุณองค์พระสยมผู้ตั้งฟ้าตั้งแผ่นดินเป็นที่สุด อธิษฐานบอกกล่าวว่า ด้วยอานุภาพแห่งมหากันนี้ขออย่าให้เรื่องนั้นๆเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าเลย ให้นึกเอาดีๆว่าเป็นเรื่องอะไรด้วยวิชามหากันนี้เมื่อไม่ปรารถนาแล้วสิ่งเลวร้ายต่างๆย่อมไม่เกิดขึ้นเลย

    คาถาบูชา(ให้ตั้งใจระลึกถึงครูอย่างแน่วแน่)
    โอม ศานติ


    ด้วยองค์พระทักษะนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเชิญท่านมาหุ่นนี้จึงเปรียบเสมือนตัวแทนท่านเป็นนิรมาณกายของท่านที่เมื่อรูปนี้สูญสลายไปจากจักรวาลองค์นิรมาณกายก็จะไปรวมเข้ากับองค์ต้นของท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าด้วยท่านเกิดจากบาทแห่งบรมพรหม ทั้งยังเคยทำความผิดไว้จนเป็นที่มาของหัวแพะอันใช้ต่อแทนนั้น ท่านจึงปรารถนาจะใช้กรรมด้วยการช่วยเหลือมนุษย์ โดยเมื่อจะบูชานั้น ท่านว่าไม่ต้องยกไว้ในที่สูง ให้ทำกับรูปท่านเหมือนเครื่องรางชิ้นหนึ่งพกไว้ในระดับเอวใส่ต่ำๆได้ ###(พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงเป็นกุศโลบายของท่านถึงจะเคยทำผิดแต่ครูพระสยมท่านก็ล้างบาปต่อชีวิตให้แล้ว ซ้ำยังเป็นมหาฤาษีเป็นทั้งหนึ่งในมหาเทพที่ได้รับเกียรติให้เป็นองค์ประชาบดีไหนเลยจะอยู่ต่ำได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงๆเลยเพราะจุดที่ท่านจะแผ่พลังและชำระไถ่ถอนบาปกรรมได้มันไม่ได้อยู่บนคอของเรา ท่านจึงตั้งใจให้ทำกับรูปท่านเหมือนเครื่องรางเท่านั้นเพื่อประโยชน์ในการใช้งานอย่างสูงสุด) พ่ออาจารย์ท่านว่าพ่อใหญ่นั้นท่านก็เหมือนพ่อของเราคาถาไม่จำเป็นต้องท่องก็ได้ขอแค่ใจสื่อถึงใจจำชื่อท่านได้ออกชื่อท่านกำท่านไว้คุยกับท่านประหนึ่งบุตรธิดาคุยกับบิดา ขอความคุ้มครอง ขอทรัพย์ ขอในสิ่งที่ขาดที่อยากจะขอดุจบุตรร้องขอทรัพย์ขอความช่วยเหลือจากบิดาเช่นนั้น ทุกเรื่องท่านจะสนองให้ดุจบิดารักษาบุตรเช่นกัน

    *** องค์พระทักษะประชาบดีนั้นพ่ออาจารย์ท่านใช้เองด้วยองค์หนึ่งเพื่อให้ครูท่านรักษาธาตุขันธ์ จึงมีให้บูชาทั้งหมดสี่องค์ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ***ผู้บูชาท่านว่าหากมีอะไรอยากฝากไว้ให้บอกกล่าวกับองค์พระทักษะเป็นพิเศษก็ให้บอกได้เลยโดยเฉพาะเรื่องร้อนเรื่องทุกข์ต่างๆ รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างห้องสุขาในวัดชนบทสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลรับโอกาสไถ่ถอนบาปเปลี่ยนผ่านกาลเวลาพระทักษะประชาบดี(ฝังยอดขุนทรัพย์เสด็จกลับ) บูชา 4,000 บาท

    72085469-2440286336248743-7565766079394349056-n.jpg 71172033-558462144924807-22879402454941696-n.jpg
    72289755-387280052196498-1180233893131845632-n.jpg
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา พระหัตถ์หมื่นลักษณ์ทรงดัชนีปฐมภูมิเปิดวัฏจักรย่อย (รับ,ขอ,ห้าม,โอบอุ้ม)

    ท่านว่ารอยพระหัตถ์นี้ทรงพุทธานุภาพเสมือนหนึ่งสิ่งแทนตัวขององค์พระศาสดา เป็นพระหัตถ์ของท่านที่จะคอยปัดเป่าป้องกันอันตรายทั้งปวงให้กับเรา เป็นมือที่จะคอยโอบอุ้มค้ำชูเราจะหยิบจับทำสิ่งใดก็สำเร็จได้ดั่งประสงค์เสมอด้วยเจตจำนงค์ของตน ท่านว่ามือนี้เธอรู้มั๊ยว่าสำคัญนัก คนเราจะให้หรือเป็นฝ่ายที่ถูกให้(รับ)ล้วนต้องยื่นมือออกไปทั้งสิ้น พระพุทธหัตถ์ขององค์ปฐมหรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าหัตถ์พระเจ้านี้ท่านถือเป็นฝ่ามือรับทรัพย์จะขออะไรใครก็ให้ทั้งสิ้น และอีกประการหนึ่งฝ่ามือมนุษย์ปุถุชนคนปกติย่อมมีรอยเส้นที่มีความหมายต่างๆสั้นบ้างยาวบ้างไม่ได้เสมอกันตามวาสนามนุษย์จะพร่องบ้างหย่อนบ้างตามบุญกรรมที่เคยอบรมไว้ จะหาที่เต็มได้ดั่งหัตถ์พระชินสีห์ที่อบรมบารมีมาดีแล้วเป็นไม่มี เพราะคนปกตินั้นไม่ได้เต็มเปรี่ยมด้วยมหาปุริสลักษณะเช่นนี้... ท่านจึงถือว่าไม่มีมือของใครที่ไหนจะดีไปกว่ามือพระศาสดา สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์หล่อพระพุทธหัตถ์นี้จากแร่โคตรเศรษฐีผสมด้วยยันต์ดวง ประสูติ,ตรัสรู้,ปรินิพพาน ,ยันต์รอยลักษณ์พระหัตถ์,รอยพระบาท,และยันต์ดวงวิเศษร้อยแปดผสมเข้ากับธาตุกายสิทธิ์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วเสด็จพระใหญ่ท่านเรียกว่า "หัตถ์หมื่นลักษณ์" หัตถ์ที่จะห้ามความวิบัติตกต่ำหมื่นเรื่องให้หยุดอยู่ไกลจากตัวเรา

    หัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ท่านว่าใช้ต่อเสริมเติมวาสนาให้ดี ใช้ยกฐานะให้สำเร็จหรือแม้แต่จะใช้เสริมต่อเส้นวาสนาของคนที่ขาดที่พร่องไปเพื่อประโยชน์ใหญ่อย่างถาวรคือความสำเร็จในชีวิตก็ได้ ท่านว่าชีวิตเราจะสูงจะดีขึ้นตามวาสนาและลายมือขององค์พระมหาสัตว์เจ้าท่านจะดึงเราขึ้นทุกๆทางจนแม้แต่ลายมือหรือฐานชีวิตของเราค่อยๆเกิดความเปลี่ยนแปลงไป ท่านว่าใช้ต่อชีวิต,ต่อวาสนาคนได้ จะเสริมดวง...ให้เป็นยอดในกิจด้านที่ตนกระทำให้ได้ดีมีวาสนาเต็มมืออุดมไปด้วยเรื่องมงคลทุกสิ่ง พระหัตถ์นี้พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าให้ติดตัวเอาไว้เพราะท่านจะอุ้มชูเราทุกด้านทั้งจะพลิกร้ายกลายเป็นดีได้ง่ายๆในทุกเรื่องดุจเราพลิกฝ่ามือ มีคุณเสมอใจเพราะเป็นหัตถ์ของพระผู้มีแต่ให้ มือที่โอบอุ้มหรือพระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ในกาลภายหน้าจะช่วยเหลือคนได้อีกมากโดยเฉพาะคนที่ดวงไม่เปิด คนที่วาสนายังไม่เกิดขึ้นกับตัว คนที่เจออุปสรรคไร้ทางออกจะได้พบช่องเห็นทางที่เปิดให้ ชีวิตเราวาสนาเราลายมือของเราอะไรที่มันขาด,อะไรที่มันหาย,อะไรที่ทำไมมันถึงไม่ได้มีเหมือนใครเขา,สิ่งที่มันบกพร่องมันไม่เต็ม ท่านว่าองค์ปฐมท่านจะต่อให้ทำให้อย่างเต็มที่ พระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ขึ้นชื่อว่าใช้ยกวาสนาได้โดยไม่ต้องไปทำอะไรทั้งสิ้น ทั้งให้กิจทุกอย่างสำเร็จยั่งยืนเสมอกันมีชีวิตที่สูงส่ง มีวาสนาความมั่นคงเข้มแข็งพร้อมสรรพด้วยที่อยู่อาศัย ทำสิ่งใดล้วนเต็มไปด้วยเกียรติยศแลชื่อเสียง มีอำนาจทางการเงินมหาศาลทำให้สิ่งที่ลงมือทำสำเร็จอย่างรุ่งโรจน์ล้มเหลวไม่ได้เลย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านตั้งใจให้ทำไว้เมื่อครั้งสมัยก่อนนั้นแน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ท่านว่าลักษณ์พระหัตถ์นี้อยู่กับตัว นิ้วทั้งห้านี้ชี้ใส่ตัวแม้จะเรียกเงินเงินก็ต้องมา,จะเรียกความรุ่งเรืองทุกสิ่งย่อมเดินหน้าไม่นิ่งหยุด,จะเรียกวาสนาก็ยำให้วาสนาสูงกว่าชนนับหมื่นแสนไม่ต่ำกว่าใครทั้งสิ้น,จะเรียกหาผู้ค้ำคูณก็มีบริวารคอยค้ำจุนเกื้อหนุนให้เรา,เรียกความสุขความสงบสบายใจสิ่งใดเหล่านี้ล้วนชี้เข้าตัวให้เกิดกับเราทั้งสิ้นเพราะเป็นมือที่คอยโอบอุ้ม วิบัติใดๆก็ตามที่เกิดจากลายมือที่แย่อันสะท้อนมาจากบุญทำกรรมแต่งของเรา สิ่งที่บกพร่องไปเหล่านั้นจะต้องดึงขึ้นใหม่ทั้งหมด

    *** หัตถ์หมื่นลักษณ์ชุดนี้พิเศษอย่างไร
    *** ทำไมพ่ออาจารย์ถึงตั้งใจฝังตะกรุดหัวใจดัชนีปฐมภูมิ(วิชานี้ถ้าแยกกันอยู่ท่านว่าก็แล้วไปแต่ถ้าได้รวมกันเมื่อไหร่ จะเป็นของดียอดอัศจรรย์ที่ทรงกำลังอันมหาศาล)...

    พ่ออาจารย์ท่านว่าในห้วงเวลาหนึ่งที่พวกเราลงมาเกิดกันนี้ มันเป็นเพียงเวลาสั้นๆของเทพ,พรหมเท่านั้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าในภพที่เราอยู่นั้นจะมีภพภูมิทั้งหลายซ้อนทับกันและหมุนวนวัฏจักรดำเนินท่วงทำนองของการเกิด,ดับไปด้วยกัน หากแต่ต่างกันที่ข้อกำหนดของเวลาเท่านั้น ด้วยเราท่องเที่ยวไปในอาการที่เป็นวัฏฏะ คือหมุนวนอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิดหมุนวนอยู่เช่นนั้นตราบเท่าที่ยังตัดกิเลส,กรรม,วิบากไม่ได้ ดังนั้นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนก็ดำเนินอยู่บนพื้นฐานของเวลาที่ไหลไปในวัฏจักรเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือกิจกรรมใดๆก็ดีทั้งที่เราอยากให้เกิดหรือไม่อยากให้เกิดก็ดี,ที่เราพอใจหรือไม่พอใจก็ดี,จะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์,เป็นสิ่งที่เราต้องการปรารถนาหรือไม่ เมื่อมีการเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบในตัวเองและในบางทีกระแสเวลาอาจจะดึงหมุนเข้าไปสู่จุดเริ่มต้นนั้นอีก พ่ออาจารย์ท่านเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่าวัฏจักรย่อยที่จะกระตุ้นเร่งเร้าให้มหาวัฏจักรใหญ่เกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะช้าจะเร็วก็ตาม

    เช่นนั้นชีวิตเล็กๆของเราย่อมตกอยู่ในวงจรที่ซับซ้อนเหล่านั้น เวลาเธอมีทุกข์หรือเหตุการณ์ไม่พึงใจไม่พึงปรารถนาเรื่องเหล่านั้นมันก็ยังเกิดซ้ำๆวนเวียนไปไม่รู้จบบางคนเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยังเกิดขึ้นอีกทำให้การใช้ชีวิตนั้นยากเย็นเต็มทีจะพิจารณาสิ่งใดหนอก็เจอแต่เรื่องลำบากใจ จะแก้ไขสิ่งใดก็อึดอัดเต็มทน ###แล้วจะทำอย่างไรล่ะจึงจะสามารถตัดวงจรแห่งสังสารวัฏได้แม้จะเป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัว พอให้รอดให้ได้ลืมตาได้หายใจกันบ้างก็ยังดี

    ครานี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำตะกรุดพิเศษที่ทำไว้ออกมา ท่านว่าวิชานี้ใช้เพื่อเปิดวงจรย่อยให้กับตัวเอง ให้เราได้มีโอกาสกำหนดและลิขิตวัฏจักรที่เราจะเดินและเปลี่ยนมันด้วยตัวเองเพราะปกตินั้นมหาวัฏย่อมผูกพันธ์และโดนจองจำภายใต้เงื่อนไขพันธะของเวลา ซ้ำยังประกอบด้วยภพภูมิต่างๆอันจะมาซ้อนทับเหลื่อมล้ำกันมากมายทำให้ปัจจัยของเวลานั้นใหญ่และทรงพลังมากขึ้นไปอีกเพราะความแตกต่างของระบบเวลาในวัฏจักรย่อยต่างๆนั้นไม่ได้เสมอกันเลย เรื่องเลวร้ายต่างๆเมื่อเกิดขึ้นมันจึงดำเนินไปตามระยะเวลาของมันตั้งแต่ต้นจนจบจะเห็นว่าเราเป็นเพียงผู้อยู่ในเงื่อนไขของกาลเวลา ไม่สามารถเอาตัวรอดหรือตัดผ่านวงจรที่เกิดขึ้นออกมาได้ ทีนี้ตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญาที่ประกอบด้วยโลกุตตรมรรคเก้าย่อมสามารถตัดวงจรของสังสารวัฏได้ส่วนความสัมพันธ์และการตัดวงจรสังสารวัฏตามหลักอริยสัจสี่คือทุกข์,สมุทัย,นิโรธ และมรรคนั้นต้องดูที่กรรม เพราะมีกิเลสเป็นสาเหตุของการเกิดกรรมและกรรมเป็นสาเหตุให้เกิดวิบากวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏจนกว่าจะบรรลุพระนิพพานอันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต

    ด้วยการบรรลุนั้นย่อมไม่ง่ายเลยหากบารมียังไม่ถึงพร้อม ชนทั้งหลายก็จะขวนขวายในกิจและหน้าที่ดำเนินชีวิตบนภาระของตนในแต่ละวันให้ผ่านไปอย่างดีที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาโดยทั่วไปจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมหาวัฏจักรได้นอกจากจะทำด้วยวิปัสสนาญาณหรือ..เสด็จพระใหญ่ท่านใช้อำนาจแห่งโลกุตตรเพื่อตัดวงจรสังสารวัฏอันจะมีผลสืบทอดไปถึงกรรมวิบากที่เราวนเวียนประสบอยู่ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าตัดวงจรสังสารวัฏปุ๊ปไอ้ตัวกรรมวิบากที่เราเจออยู่นี้มันก็หยุดทันทีเลยนะไม่ได้ไหลไปตามกระแสเวลาของมันอีก มันจะดับ,จะหยุดและตัวเราจะได้ประโยชน์นั่นก็คือการพ้นทุกข์ แม้ไม่ใช้พ้นจากกองกิเลสบรรลุมหานฤพานแต่ก็ยังเป็นการออกจากทุกข์และเริ่มวัฏจักรย่อยที่เราเป็นผู้สร้างผู้ดำเนินด้วยตัวเราเองได้ จะได้เริ่มได้ทำให้มันดีที่สุดดั่งที่เราตั้งใจคิด ตั้งใจจะกระทำนั่นเอง สูตรที่นำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงและสามารถตัดวงจรแห่งสังสารวัฏคือกิเลส,กรรม,วิบากได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่คนทั่วไปทำไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเสด็จพระใหญ่ท่านไม่เมตตาจริงๆอันนี้ยังนับว่ายาก แม้องค์พระทั้งหลายท่านก็ยังละวางเอาไว้ด้วยเรื่องแห่งสังสารวัฏในมหาวัฏจักรนั้นย่อมไม่ใช่กิจธุระของท่าน

    อันปกติในโลกมนุษย์นี้ส่วนมากผู้ที่มาเกิดก็จำแนกออกได้ด้วยสองหลักใหญ่ๆนั่นก็คือ ผุดขึ้นมาหรือเกิดลงมา แม้ค่าของความเป็นคนจะมีอยู่เท่ากันแต่อย่าลืมวิสัยอันเป็นของติดตัวหรือของเก่าของตนเอง คนที่ผุดขึ้นมานั้นย่อมแน่นอนว่าเคยก่อกรรมทำเข็ญมามากไม่ได้คำนึงถึงบุญบาปใช้ชีวิตผูกติดอยู่แต่กับอกุศล พอถึงกาลกิริยาย่อมหนีไม่พ้นอบายภูมิทั้งสี่ นี่ตรงนี้พอกรรมหมดกำลังบุญก็จะเห็นจะส่งผลจึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่บาปกรรมที่ติดตัวอยู่ก็ตามมาติดๆให้เกิดมาแล้วต้องได้รับทุกข์สาหัสทั้งหลาย บางคนเกิดมาพิการเกิดมาไม่สมประกอบหรือมีร่างกายอัปลักษณ์ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นผลติดตามตัวเองทั้งสิ้นในขณะที่บางคนเกิดมาแล้วเจอแต่ความสุขอันปราณีตนั่นก็เพราะบุญเก่าเขาตามสนอง ตามปรุงแต่งให้ชีวิตเขาดำเนินไปอย่างปรกติสุข ให้สังเกตุได้เลยว่าเวลาเรามีทุกข์หรือมีปัญหานั้นไม่ใช่เพียงตัวเราคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่ต้องเผชิญกับปัญหา หากแต่คนรอบข้างก็ยังโดนไปด้วยจะเป็นในแง่ของภาระหรือร่วมกันแก้ก็ดี นั่นก็เพราะทุกคนมีวงจรกรรมที่ผูกมาร่วมกันตั้งแต่ในระดับตัวตนจนโตไปถึงในระดับประเทศนั่นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านอยากเห็นชีวิตคนโดยรวมนั้นมีสุขแบบปรกติ ไม่ต้องจมกองทุกข์หรือหาทางออกให้พ้นจากบ่วงกรรมวิบากไม่ได้ ด้วยศิษย์ทั้งหลายนั้นที่เป็นคนดีและตั้งใจทำความดีจริงๆก็มีอยู่หากแต่ชีวิตของเขาไม่ได้ดีเพราะไม่มีของเก่าหนุนส่ง ทำให้ไม่มีกำลังใจที่จะประกอบกรรมดีกันต่อไป พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอเมตตาเสด็จพระใหญ่ให้ท่านช่วย ท่านก็ให้พ่ออาจารย์ลงตะกรุดวัฏจักรย่อยนี่เสียซักครั้งเพื่อเปิดโอกาส,เปิดวงจรกาลเวลาและวัฏจักรสำหรับคนใช้จะได้คลายปมคลี่พันธนาการตัดการจองจำของตัวเอง

    เพื่อจะเริ่มสร้างชีวิตที่ดีให้เกิดสุขอันปราณีตให้ชนนั้นได้เสวยสมบัติอันประเสริฐสุดท่านว่าตะกรุดนี้มีอานุภาพมากดุจว่านั่นทีเดียว เสด็จพระใหญ่ท่านว่าตะกรุดวัฏจักรย่อยนี้จะดำเนินลีลาแห่งภพให้ชีวิตเราสูงขึ้นดุจพระเจ้าจักรพรรดิที่เสวยสมบัติไม่บกพร่องหรือดุจองค์อมรินทร์จอมสวรรค์ที่มีทิพยสมบัติอันรุ่งเรืองเหนือทวยเทพทั้งหลายทีความสุขความสำราญดั่งรูปพรหมเช่นนั้น แต่ทว่าให้พึงจดจำกันให้ดีว่าสรรพสิ่งใดๆก็ตามเมื่อรุ่งเจริญไปแล้วย่อมไม่ตั้งอยู่เช่นนั้นถาวรณ์ ที่จะเที่ยงแท้ยั่งยืนเรื่อยไปตลอดกาลนั้นเป็นไม่มี สิ่งที่จะดีที่สุดเที่ยงแท้ที่สุดนั่นก็คือตนพึ่งตน ตะกรุดนี้เป็นเพียงตะกรุดที่จะเปิดทาง เปิดช่องช่วงชิงโอกาสและความสุขสบายมาให้เรา เมื่อได้โอกาสนั้นตัวเราเองก็ต้องประกอบกรรมดีหมั่นสร้างกุศลด้วยไม่ใช่ใช้ชีวิตเละเทะเหลวไหลอย่างนี้ไม่ต้องเอาไปใช้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อจะได้เกิดประโยชน์ใหญ่แก่ตนได้อาศัยสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกเป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างบารมี เช่นนั้นคนใช้ตะกรุดนี้จึงถือคติที่ว่าสมบัติทั้งหลายนั้นเป็นของกลาง,ของโลก เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสร้างบุญกุศลได้สะดวกสบายมากขึ้นเช่นนั้น ท่านว่าไอ้ความสะดวกสบายนี้อย่าไปยึดติดมันเป็นแก่นสารทีเดียวให้จำไว้ว่าเรามีภาระที่ต้องพึ่งตัวเองอยู่ เราต้องแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิตเข้ามาพอกพูนขัดเกลาสติปัญญาของตัวเองอยู่เรื่อยๆ

    เพราะการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอนและไม่ปลอดภัยเลย ทุกชีวิตต้องท่องเที่ยวไปเกิดในสุคติบ้าง,ทุคติบ้างตามกรรมที่เผลอกระทำกันแต่งแต้มเข้าไปจะทุกข์ก็ดีจะสุขก็ดีสลับกันไปอยู่เช่นนี้ ดังนั้นการที่เสด็จพระใหญ่ท่านจะช่วยให้พ้นจากภัยในวัฏสงสาร จะดับย่อยวัฏจักรเพื่อตัดการจองจำให้กับเรานั้นตัวเราเองก็อย่าลืมจุดหมายที่แท้จริงในการเกิดเป็นมนุษย์ด้วย ว่าเรามีหน้าที่อย่างไรจะต้องไปให้ถึงฝั่งพระนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุขได้อย่างไร จะสะสมบารมีให้เต็มได้อย่างไรสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น อย่าได้ประมาทในการสั่งสมบุญบารมี ทั้งทาน ศีล ภาวนานั้นก็อย่าละเลย เพราะที่ไปของสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมมีคติไม่แน่นอน บ้างก็ไปนรก บ้างก็กำเนิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน บ้างก็เกิดในเปรตวิสัยคือคติของพวกเปรตและอสุรกาย บ้างก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ และคติที่สูงไปกว่านั้นคือเหล่าเทวดาซึ่งหมายรวมเอาทั้งที่เป็นพรหมและอรูปพรหม ที่ไปของสัตว์ที่ยังอยู่ในวัฏฏะมีเพียงเท่านี้ไม่ยิ่งไปกว่านี้ท่านจึงปรารถนาจะให้มีที่ไปที่ดีและสมบูรณ์ไม่ต้องพัวพันจองจำอยู่ในทุกขเวทนานับชาติไม้ถ้วน

    นี่คือโอกาส ...พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเราไม่ทำไว้แล้วใครจะทำ เพราะสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏนี้ดุจเหมือนถูกขังอยู่ในคุกขนาดใหญ่ ท่านอุปมาว่าเป็นเหมือนเชลยศึกที่ถูกจองจำ เป็นประดุจโคงานที่เขาเทียมไว้หรือเป็นดุจวัวที่ผูกหลักเอาไว้ เช่นนั้นตะกรุดนี้จึงเป็นเครื่องดับย่อยวัฏจักรและตัดการจองจำทั้งหลายที่พันธนาการจิตวิญญาณของเขาอยู่เพื่อเปิดให้เขาได้ลืมตาอ้าปากได้สร้างวัฏจักของตนเองอันเปรียบตัวเขาในโลกนั้นเป็นดั่งพระจักรพรรดิ,ดั่งองค์อมรินทร์ที่บริบูรณ์ด้วยความสุขเช่นนั้น ท่านว่านี่จึงเป็นโอกาสเป็นทางให้ได้สร้างบารมีกันสืบไป หากใครจะกินจะใช้แต่เพียงเท่านี้ชาตินี้ก็ช่างเขา เพราะภพชาติหนึ่งของมนุษย์นี้ก็เปรียบเสมือนการหลับของเทวดาเสียตื่นนึงพอตื่นมาก็เริ่มต้นกันใหม่ ถ้าเขาฉวยโอกาสพอได้ดีมีกำลังทรัพย์มากรู้จักทำบุญกับพระศาสนาหมั่นอบรมจิตใจบ่มเพาะปัญญาตนเองเขาก็จะมีคติมีที่ไปที่ดีขึ้นสูงขึ้นนับชาติไม่รู้จบ แต่ถ้าเขาได้โอกาสแล้วเขายังหลงระเริงเช่นนั้นก็ย่อมไม่มีโอกาสใดๆอีก ท่านว่าช่วยกันได้แค่นี้ ทุกอย่างในสังสารวัฏนั้นใช่ว่าจะประคองไปมอบให้ถึงมือกันได้


    ตะกรุดนี้ท่านว่าสร้างยากมากอย่างแท้จริง เสด็จพระใหญ่ท่านให้สงวนวิธีทำเอาไว้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่พระยันต์ด้านในก็ไม่มีภาษาใดๆที่มนุษย์ยุคไหนจะเข้าใจได้แล้วเพราะเป็นอักขระวิธีปฐมแรกเริ่มของพ่อพระพุทธท่านโดยเฉพาะ ทั้งเวลาทำท่านก็ต้องนำตะกรุดมาวัดเทียบกับนิ้วชี้(ดัชนีของท่านเอง) เป็นคติว่าจะได้ชี้สั่งคนอื่นได้ตลอดเวลาชุดนี้ท่านลงเป็นหัวใจไว้เสกพร้อมกับชุดใหญ่ทานว่ามีอานุภาพใช้ได้เสมอกัน ทั้งยังมีขั้นตอนที่ปราณีตอย่างการแช่น้ำว่าน คลุกผงยันต์ เข้ามวลสารศักดิ์สิทธิ์ อาบว่านยา ท่านว่าทุกอย่างทำได้ยากมากในสิ่งที่เสด็จพระใหญ่ท่านสั่งให้หาแต่ละอย่าง ยังดีที่เราพอมีเก็บไว้อยู่บ้างจึงทำได้ ถ้าสั่งให้หาเดี๋ยวนี้และทำเดี๋ยวนี้เอาว่าถอดใจได้เลย ว่านแต่ละอย่างยาแต่ละตัวนั้นล้วนแต่ครูในโลกทิพย์ท่านเอาออกมาให้ทั้งสิ้นต้องเก็บมาทั้งชีวิตเท่านั้น

    ตะกรุดนี้สำคัญมากเพราะท่านทำเทียบกับดัชนี ท่านว่าแม้ตอนเสกเสด็จพระใหญ่ท่านก็นำตะกรุดแต่ละดอกเทียบกับดัชนีของพระองค์ท่านทีละดอกทั้งนั้น เช่นนั้นตะกรุดนี้นอกจากมีคุณวิเศษดังกล่าวข้างต้นแล้วยังใช้ชี้ธรรม,ชี้ทางสว่างได้อีกด้วย ตะกรุดนี้เป็นสัญลักษณ์บอกถึงการสิ้นสุดของการเดินทาง,บอกถึงจุดหมาย,ถึงความสำเร็จ ในวงจรของเวลานั้นท่านว่าเมื่อแรกเริ่มจะเหนื่อยต่อเมื่อสิ้นสุดเท่านั้นจึงจะพอหายใจได้สบายกันบ้าง เช่นกันตะกรุดนี้ก็เปรียบดั่งจุดสิ้นสุดคือจุดที่เราสบายที่สุดนั่นเอง ด้วยเสด็จพระใหญ่ท่านเทียบตะกรุดกับดัชนีให้ทีละดอก เช่นนั้นจึงใช้ชี้ได้สารพัด ท่านว่าถ้าใช้ชี้ให้พรตัวเองก็จะให้ทรัพย์ได้เร็วกว่าทุกสิ่ง ชี้ให้สำเร็จก็สำเร็จทุกประการ ชี้เพื่อขอพรใดๆก็ให้พรได้ทันใจทันคิด ชี้ไปที่ไหนที่นั่นจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง(จริงๆแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านทำให้ด้วยประสงค์จะชี้ให้พ้นทุกข์,พ้นความขัดข้อง) แต่เราคนใช้จะเอาไปอธิษฐานใช้อะไรมันก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะว่าไอ้ตัวทุกข์นั้นมันก็ครอบคลุมวิบากกรรมทุกอย่างอยู่แล้ว เรียกว่ามีผลสืบทอดกันไปเป็นช่วงๆจะกล่าวว่านี่เอาไปชี้ทีก็ลดวิบากกรรมไปได้อย่างหนึ่งนั้นก็ได้ จะชี้ให้รวย,ชี้ให้เลื่อนตำแหน่ง,ชี้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ,ชี้ให้หายจากโรคเวรโรคกรรมก็ได้ ท่านว่ามีอานุภาพดุจเสด็จพระใหญ่ท่านชี้ท่านให้พรประสิทธิ์กับเราด้วยตัวท่านเอง

    อันคำว่า"พร"นี้ เมื่อให้แล้วจะถอนไม่ได้มันเป็นบาปเพราะเทพ,พรหมและองค์พระนั้นท่านจะถือคติว่าเมื่อเขียนด้วยมือแล้วจะลบด้วยเท้าไม่ได้ ดั่งพ่อแม่ที่ให้พรลูกให้มีความเจริญรุ่งเรือง แล้วพอโมโหจะถอนพรก็จะถอนไม่ได้ด้วยจะเป็นบาปอย่างร้ายแรง เช่นนั้นทั้งองค์พระ,เทพ,พรหมทั้งหลายก็ดีเมื่อให้พรแก่ผู้ใดแล้วก็ย่อมประสิทธิอยู่เช่นนั้นจะถอดจะถอนไม่ได้เลย ดั่งตะกรุดนี้ท่านท่านทำไว้เพื่อให้ผู้ใช้ได้ชี้ตัวเอง ได้ให้พรตัวเอง ท่านว่าคิดเอา ปรารถนาเอาแต่สิ่งที่ดีที่เป็นสิริมงคลกับตัวเองอย่าไปขออะไรอันน่ารังเกียจ จะมีผลดุจเสด็จพระใหญ่ท่านให้พรกระทำอนุโมทนาให้เราด้วยตัวท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าหมั่นชี้หมั่นให้พรแก่ตัวเองไปเรื่อยๆติดอะไรเจออะไรคับข้องใจก้ชี้เข้าไป ชี้ตัวเองก็ให้พรตัวเอง ชี้งาน ชี้กิจการก็เปิดทางเปิดอุปสรรคชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิตตัวเองอยู่เช่นนั้น ท่านว่าชี้ได้เรื่อยไปทั้งตะกรุดยังจะดับย่อยวัฏจักรทำให้เราเป็นคนใหม่ในแบบคนเก่าที่มีชีวิตสุขได้มากขึ้นและสบายได้มากกว่าใคร ดุจเราอยู่ในโลกในวัฏจักรอันมีเราเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวเช่นนั้น

    นอกจากนี้ด้วยอานุภาพของดัชนีนั้นยังถือเป็นมหาปราบชั้นสูง เหนือเทพ พรหม ยมยักษ์ทั้งปวง เพียงอาราธนาติดตัวไปศัตรูหมู่มารทั้งหลายก็พ่ายแพ้แก่บารมี จะมีชัยยะ,มีเดช,มีศรี,มีตบะเดชะ และเป็นมหาอำนาจแก่ผู้พบเห็น ถ้าถึงคราวจำเป็นเจอหมู่มารรุกรานก็ให้อธิษฐานตะกรุดเป็นดั่งนิ้วเพชรที่ชี้ไปต้องหมู่มารใดๆย่อมพินาศสูญสิ้น ท่านว่าอย่าชี้ไปเรื่อยเพราะเพียงพกไว้ก็เจริญก้าวหน้ามากพอดูอยู่แล้ว ทั้งจะปราบศัตรู,ปราบอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าให้กับเรา,ทั้งจะสะกดสิ่งไม่ดี,สะกดเหตุเสื่อมทั้งปวง

    คาถาบูชา
    นะโม กาเยนะ วาจายะ เจตะสาวา วะชิรังนามะปะฏิมัง อิทธิธรรมะปาฏิหาริยะกะรัง พุทธสิกขีรูปังปฐมพุทธังสัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สะทา โสตถี ภะวันตุ เม


    *** วิชาตะกรุดดัชนี้นั้นท่านให้ใช้อาราธนาไว้จี้หรือชี้ให้พรตัวเอง เมื่อฝังประสิทธิเมไว้ในพระหัตถ์หมื่นลักษณ์ย่อมถือเป็นของประจำตัวคู่กายคู่ชีวิตอย่างหนึ่ง โดยปกติเฉพาะตะกรุดนี้ท่านว่าแต่ก่อนเราตั้งราคาไว้นับแสน เพราะไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่ ไม่รู้ครูท่านจะยอมทำให้อีกชาติไหน แต่ปัจจุบันนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านกระตุ้นให้เอาออกไปให้คนที่เขาตกอยู่ในสภาวะการณ์อันเป็นทุกข์ตรงกับอิทธิคุณตะกรุดนี้ได้ใช้ ท่านว่าดุจรอเวลาสุกงอมจนได้ที่แล้วมีเจ้าของครบแล้วท่านจึงให้เอาออกเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงให้เอาออกมาในราคาปกติ(พูดได้เลยว่าถ้าไม่ถึงเวลามีเงินก็ยังเอายากจริงๆ)ท่านจึงได้นำออกให้บูชา ซ้ำพระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ก็เป็นของมีประสบการณ์เกรียวกราวว่าคนใช้เอาไปดึงเส้นวาสนาเป็นพระสำเร็จ พระรวยเร็วกันทุกคน รายการนี้ท่านว่าใครที่เค้ามีบุญคู่ควรกันเดี๋ยวเขาจะมาเอาไปเอง รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วยท่านจะอธิษฐานบอกกล่าวขอเปิดชะตาวาสนาให้เป็นรายบุคคลไป รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กชาวดอยที่ด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระหัตถ์หมื่นลักษณ์ทรงดัชนีปฐมภูมิเปิดวัฏจักรย่อย (รับ,ขอ,ห้าม,โอบอุ้ม) บูชา 900 บาท

    72485546-464786464126025-8797183007598313472-n.jpg 72250537-247810076158082-6750301456609312768-n.jpg
    72245062-684125185431304-6907863637533130752-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา พระพิมพ์ปฐมฤกษ์พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์กลืนกินคำสาปคำสาบาน (ซุ้มกอสะดุ้งกลับ โพธิ์เก้า,ผงมหาสะเดาะ)

    *** พระชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านตอกย้ำไว้ชัดเจนว่า พุทธคุณอย่างแรง คนไม่มีเคราะห์ห้ามใช้

    *** ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน(เจ้าหลุมดำ)
    ตะกรุดสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นตามพระเวทย์โบราณ ด้วยปางก่อนนั้นสังข์อสูรได้กลืนกินพระเวทแลพระธรรมศาสตร์ทั้งปวงอันไหลออกมาจากโอษฐ์ของพระพรหมธาดาเป็นเจ้าได้ ด้วยกำหนดเมื่อถึงพรหมราตรีองค์พรหมท่านหลับไหลกินเวลายาวนานถึง 4,320 ล้านปี โลกก็เข้าสู่ความมืดมน อนธการ น้ำจะท่วมโลก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะสูญสิ้นเผ่าพันธ์ จนหมดสิ้นช่วงเวลาพรหมราตรีนั้นเข้าสู่พรหมทิวาทุกอย่างจึงจะกลับมาเป็นปกติ การที่คัมภีร์พระเวทย์หายไปทำให้โลกมนุษย์เดือดร้อน ฝนฟ้าไม่ตก เกิดความแห้งแล้งอดอยาก ก่อนเวลาที่โลกจะวิบัติตามช่วงพรหมราตรีที่กำหนดไว้
    ด้วยสังข์อสูรนั้นสำคัญว่าเมื่อโลกขาดซึ่งพระเวทย์แลพระธรรมศาสตร์ไป พอพระพรหมตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็จะไม่สามารถสร้างโลกแลสร้างสรรค์จักรวาลได้เลย เทพยดาตลอดจนมนุษย์ก็จะไม่ได้รับองค์ความรู้ต่างๆทั้งยังไม่นับถือพระเป็นเจ้าอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้พ่ออาจารย์ท่านซึ่งได้รับการแนะนำจากองค์ปฐมพรหมว่าให้ทำตะกรุดครูดอกสำคัญขึ้นลงวิชาสังข์อสูรไว้ เพราะสังข์อสูรนั้นเป็นผู้กลืนกินที่ได้ชื่อว่ากลืนได้ทุกอย่างแม้กระทั่งพระเวทย์และพระธรรมศาสตร์ทั้งหลายอันปกติแล้วจะหาผู้ใดกลืนกินมิได้ จึงได้ชื่อว่าสังข์อสูรนั้นมีอำนาจมากกลืนได้ทุกสิ่งด้วยตัวสังข์อสูรนั้นเป็นมหาพรหมจุติลงมาจึงมีกำลังฤทธิ์มาก ซ้ำเหนือสิ่งอื่นใดสังข์อสูรนั้นได้ลักโขมยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเป็นเจ้า ได้กลืนกินทั้งรูปธรรมและนามธรรมอันเป็นต้นกำเนิดของมหาจักรวาลได้(พระเวทย์และพระธรรม)
    เช่นนั้นท่านจึงถือว่าสังข์อสูรนั้นเป็นดั่งหลุมดำที่ใช้กลืนกินได้ทุกสิ่ง(วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านปกปิดมากและวิชานี้ท่านตั้งใจหลบไว้ไม่ให้ใครเห็นหรือเอาไปใช้กันได้ง่ายๆด้วยท่านกลัวว่าจะหลงระเริงเอาไปใช้ในทางที่ผิด) ซ้ำสังข์นั้นยังมีอานุภาพมงคลอีกหลายประการ แม้ว่าบุคคลใดจะทำการมงคลให้เอาสังข์ไปเป่าให้ดังจนสุุดเสียงสังข์นั้นแล เสียงนั้นได้ยินไปถึงสถานที่ใดก็เป็นอุดมมงคล ทั้งสังข์ยังใช้ในการเป่าประโคมเพื่อเตรียมพร้อมขบวนศึก ใช้เป่าเป็นอาณัติสัญญาณในการสงคราม ใช้เพื่อประกาศศักดาและความมีชัย ...เช่นนั้นพ่ออาจารย์จึงสรุปว่าวิชาสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบานนั้นสามารถกลืนได้ทุกสิ่งทั้งยังใช้ขับไล่สิ่งอันไม่เป็นมงคลออกไปจากตัวเราหรือสถานที่ซึ่งเราอาศัยอยู่ และเป็นเครื่องหมายแห่งศักดานุภาพแลชัยชนะอีกด้วย ท่านว่าบ้านไหนร้อนเป็นไฟ ชีวิตใครที่วิบัติอย่างไร้สาเหตุชนิดที่โดนผีมันทำเอา หรือโดนเจ้าที่เทวดาให้ร้ายเหล่านี้ มีสังข์อสูรอยู่ด้วยรับรองได้ว่าวิบัติต่างๆนั้นเงียบสนิท
    อานุภาพของสังข์อสูรนั้นมีอยู่มากเมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงตามโองการปฐมพรหมโดยทำเป็นตะกรุดครูที่สร้างด้วยสรรพพิธีกรรมโบราณเช่นการทำตะกรุดตะกั่วลงถมแล้วท่านจึงเรียกตะกรุดสังข์อสูรนี้ว่าเจ้าหลุมดำ เพราะเจ้าหลุมดำนี้มีแรงกระหายที่แฝงลึกอยู่ในสัญชาติญาณสามารถกลืนกินได้แม้แต่พระเวทย์และพระธรรม ซ้ำวิชานี้ยังใช้กลืนกินคำสาป,คำสาบาน,ทุกข์,โทษ,ภัยใดๆอันแสดงออกถึงผลร้ายที่มากระทบกายและใจของเรา ท่านว่าเจ้าหลุมดำนี้กินเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม กลืนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม หากคนใช้เป็นจะรู้ว่าสามารถใช้เพื่อกลืนและกินได้ทุกสรรพสิ่ง ยิ่งเรามีบาปมากทุกข์มาก มีชีวิตติดอยู่ในคำสาปคำสาบานตั้งแต่อดีตชาติอันผูกพันธ์เหนี่ยวรั้งเราไว้ ใช้ชีวิตวกวนหาทางออกไม่ได้อยู่เช่นนี้ ท่านว่านั่นแหละเจ้าหลุมดำกลืนกินได้ทั้งหมด ยิ่งเค้ากินมากก็จะยิ่งให้คุณมาก ท่านว่าวิชานี้แปลกคนที่ว่าทรุดๆไร้จุดยืน คนที่ติดคำสาปคำสาบานเหล่านี้ พอเจ้าหลุมดำมันกินเสร็จไม่ใช่แค่มันนะที่อิ่ม แต่ตัวเรามันก็ให้กินให้อิ่มด้วยเหมือนเป็นการตอบแทนที่เราให้มันกิน ชีวิตใครที่ขาดสิ่งใดอยู่ไม่ว่าจะโชคลาภความรักความปรารถนา สิ่งใดที่ต้องประสงค์นั่นแหละบอกกับเจ้าหลุมดำไว้ได้เลยว่า "เมื่อกินอิ่มแล้วให้พ่ออิ่มด้วยนะพ่อขาด...สิ่งนี้ๆก็ว่าไป" ท่านว่าถ้าใช้เป็นดังนี้จะมีกินมีใช้ไม่รู้จบ มันกินเร็ว กินไวชนิดที่ไม่เหลือให้ใคร ก็ส่งผลให้เราได้ทุกอย่างแบบที่ไม่มีใครกล้าแย่งเช่นกัน
    ทั้งเจ้าหลุมดำนี้ได้ชื่อว่ากินอย่างเดียว เก็บอย่างเดียวไม่มีเอาออก ไม่รู้จักอิ่มและไม่มีอะไรที่เขาจะกินไม่ได้ เช่นนั้นวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้เปรยเอาไว้ว่านอกจากกลืนกินคำสาปคำสาบานในร่างกายตัวตนของเราแล้ว เจ้าหลุมดำนี้แม้อยู่ที่ไหนก็ยังจะช่วยเจ้าของกอบโกยสิ่งที่ตัวเธอต้องการแบบไม่รู้จักคำว่าพอดี(พูดง่ายๆคือเกินพอไปไกล) จะกอบโกยทุกอย่าง ครอบครองทุกอย่างจนตัวเธอเองคาดไม่ถึงว่าทำไมเมื่อก่อนเป็นแบบนั้นและตอนนี้เรามีขนาดนี้ได้อย่างไร จะถึงซึ่งสิ่งอันสมปรารถนา มีความสุขกับทรัพย์สมบัติที่ตั้งใจจะให้เป็นตั้งแต่แรก ...ท่านว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดอิ่มตัว นี่คืออานุภาพของเจ้าหลุมดำ เพราะตัวของมันนั้นสามารถบรรจุพระเวทย์และพระธรรมได้จึงมีอานุภาพอันประมาณมิได้ ท่านว่ามีมิติอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่สามารถคาดคะเนจุดสิ้นสุดได้อยู่ในตัวของมันเช่นนี้ท่านจึงเรียกเจ้าหลุมดำเพราะจริงๆแล้วตัวของมันสามารถใส่ได้ทุกสิ่ง ***วิชานี้เป็นพระเวทย์พิศดารซึ่งพ่ออาจารย์ได้รับการถ่ายทอดโดยปฐมพรหม ท่านว่ามีอำนาจเหนือแรงพรหมลิขิตต่างๆที่ดลบันดาลชีวิตคนมากนัก ด้วยเหตุสังข์อสูรนั้นโขมยของจากพระพรหมเปลี่ยนแปลงพรหมลิขิตซึ่งส่งผลร้ายแรงที่สุดต่อมหาจักรวาลได้อย่างไร เรื่องโขมยชะตา เปลี่ยนชีวิต กลับทุกข์เป็นสุขทั้งหลายเค้าก็ทำได้ง่ายๆเช่นนั้น
    ### วิธีใช้
    - ตะกรุดนี้เมื่อได้รับไปท่านให้ผู้บูชาตั้งจิตตั้งสมาธิให้ดี นำเอาปากกามาเขียนชื่อตัวเองจารใส่ลงไปที่ตะกรุด ให้ทำเบื้องหน้าพระปฏิมาหรือทำจิตหน่วงไว้มั่นคงในพระรัตนตรัยอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เมื่อกระทำนั้นพ่ออาจารย์ท่านให้ตั้งจิตให้ดีบอกกล่าวกับมหาสังข์เขาว่าให้กลืนกินคำสาปและคำสาบานตั้งแต่อดีตชาติของเราขณะที่เราเขียนชื่อลงไป...(ต้องทำด้วยตัวเอง) อยากจะให้ท่านช่วยให้ท่านกลืนกินอะไรก็บอกไปเลยในขณะนั้น การเขียนชื่อนี้ทำได้เพียงครั้งเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะพกแบบไม่เขียนก็ได้ แต่หากทำตามนี้วิชานี้จะมีผลมาก เห็นผลได้ไวดั่งใจ เจ้าหลุมดำจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเราและตามช่วยเราตลอดไปแม้ในภพภูมิไหนๆ จะเกิดอีกกี่ชาติ พรและความโชคดีเหล่านี้จะไม่หายไปจากตัวเราเลย

    *** พระชุดนี้แก่ผงมหาสะเดาะ
    ผงมหาสะเดาะพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเเต่เดิมวิชานี้เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งในภาควิชาของเทพนิมิตร ท่านได้เฝ้าครูมหาพรหมคือองค์สหัมบดีบรมพรหมสูงสุดแห่งปัญจสุทธาวาสท่านจึงได้วิชานี้มา โดยใช้วิชานี้ตั้งตัวเเละทำไว้ให้ลูกศิษย์บ้างเฉพาะบางคนที่มีความประพฤติดี วิชานี้องค์บรมพรหมท่านให้มาโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าแก่นเเท้ของวิชานี้ต้องสวนกับกระเเสของกรรมในระดับหนึ่ง พระองค์ท่านได้มอบอักขระให้พร้อมคาถาเสกเรียกว่ามหาสะเดาะ ครูท่านบอกว่าเพราะสัตว์นั้นมีกรรมเฉพาะเเต่ละบุคคล ถึงมีโชคบางทีก็รับไม่ได้ บางครั้งกรรมส่งผลหนักเเม้โชคก็ยังไม่มีเลย
    ในจุดนี้เพื่อให้ผู้ใช้ได้เสวยศุภมงคลอันเกิดเเต่โชคลาภวาสนา พระองค์ท่านจึงให้วิชามหาสะเดาะเเก่พ่ออาจารย์ ท่านว่าเมื่อพกไว้บูชาไว้กับตัว จะสะเดาะโซ่ตรวนบ่วงพันธนาการที่กุมรัดให้หลุดออก ให้ไขว่คว้าโชคลาภได้ จะทำอะไรก็มีเเต่โชคร่ำรวยง่ายๆโชคดีเเบบนั้น ในส่วนของเวรกรรมนั้นก็ไม่ได้หายหรือสลายไปไหน เพียงเเต่คลายพันธะทั้งหมดออกชั่วคราวให้สัตว์เหล่านั้นที่ได้บูชาสามารถรับโชคได้เเต่กรรมเก่าก็ยังรับเหมือนเดิม พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าวิชานี้มันดีตรงที่เวลามีโชคพูดง่ายๆคือมีเงิน ให้เอาเงินไปทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร บ่วงกรรมมันก็จะบรรเทาเบาบางลง ทีนี้อะไรก็ง่ายไปหมด ทำไปเรื่อยๆได้เงินเเบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญ ได้เงินเเบ่งส่วนหนึ่งไปทำการกุศลอุทิศให้เขา เช่นนี้ก็ขึ้นชื่อว่าต่อไปบ่วงพันธนาการต่างๆก็จะลดจะคลายลง เงินเเละความโชคดีมันจะยิ่งไหลมาไม่รู้จบ เมื่อท่านลงวิชาทำผงมหาสะเดาะลงด้วยว่านยาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านจะล้อมมหาสะเดาะด้วยวิชาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ของหลวงพ่อปาน วัดบางโคนม พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ดีมากอยู่เเต่เดิมเเล้วในส่วนของพระคาถาไม่ต้องกล่าวอะไรมาก เเต่พอนำมาลงวิชาทำผงกลับต้องทำให้มากขึ้นไปอีก คืออัญเชิญบารมีพระปัจเจกพุทธเจ้าอันอภิเษกพระสัมโพธิญาณทั้งหลาย ซึ่งพระปัจเจกโพธิเจ้านั้นมีจำนวนมากกว่าเม็ดกรวดเม็ดทรายในท้องพระมหาสมุทรทั้งสี่ เอ่ยอ้างมหาบารมีในระดับโพธิญาณซึ่งสูงกว่าระดับวิปัสนาญาณของพระอรหันต์ทั่วไป มาช่วยเป็นตัวเบิกทางลดกระเเสเวรกรรมให้ผู้บูชาประสบโชคดี เมื่อเหล่าพระปัจเจกโพธิเจ้าทั้งหลายช่วยกันสงเคราะห์ ผสานกับพระเวทย์ในสายบรมพรหมสหัมบดีวิชานี้จึงรับเเละหนุนกันเป็นทอดๆ หลังจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ลงพระเวทย์เฉพาะอันท้าวสหัมบดีบรมพรหมท่านสอนไว้ พระเวทย์นี้ไม่ได้รับอนุญาติให้เปิดเผยเเก่ผู้ใด ท่านลงผงวิเศษล้อมวิชาพระปัจเจกโพธิเจ้าโปรดสัตว์อีกทีหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าพระเวทย์นี้ต่อให้อยู่เฉยๆโชคลาภก็วิ่งเข้ามาหาเอง เเม้ปรารถนาเงินทองของมีค่าความสุขสบายใดก็ไม่ไกลเกินความปรารถนา จะเสี่ยงโชคจะพนันขันต่ออะไก็เอาเเต่พองามตามใจเถิดก่อนที่ท่านจะลบเอาผง ท่านว่าพระหรือเครื่องมงคลใดๆก็ดีที่สร้างด้วยผงนี้ ผู้ใช้ให้พึงรู้แก่ใจไว้ว่าอยากได้อะไรเท่าไหร่ให้ตั้งสัจจะกับผงนี้ไว้ ว่าวันนี้อยากได้เท่าไหร่ได้เเล้วให้พอให้หยุด เเล้ววันอื่นค่อยขอเมตตาในส่วนมหากรุณาของเสด็จปู่ท้าวสหัมบดีต่อไป ผงนี้มีอำนาจอาญาสิทธิ์ด้วยผู้ที่บูชานั้นเทพเจ้าท่านจะต้องสงเคราะห์ถ้วนทุกคน ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชังโปรดเสมอหน้ากันหมดรักเราเต็มใจโปรดเรา อีกประการหนึ่งท่านว่าจะทิ้งวิชาทางเมตตานั้นไม่ได้ ยิ่งโชคลาภการพนันเสี่ยงดวงด้วยเเล้วมันต้องเดินไปควบคู่กับเมตตา ใครเห็นเราเค้าก็เต็มใจให้เรายิ้มให้กับเรา เราเอาเงินเขามาง่ายๆไม่ขัดขืนเรา เช่นนั้นผงมหาสะเดาะนี้ท่านจึงลงไว้ครอบคลุมทั้งหมด

    *** พระพิมพ์สำคัญชุดปฐมฤกษ์ พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ (ซุ้มกอสะดุ้งกลับ โพธิ์เก้า)

    เป็นประสงค์ของพ่ออาจารย์ที่ท่านตั้งใจจะสร้างพระพิมพ์ขึ้นบูชาครูเสียหนหนึ่ง โดยตั้งใจว่าจะทำให้ดี ใช้มวลสารของครูมาทำ เชิญครูลงมาเมตตาอธิษฐานจิตให้ ซ้ำยังเป็นการสร้างพระพิมพ์ที่ได้ชื่อว่าทำได้ยากที่สุดอีกวาระหนึ่ง พระพิมพ์นี้เรียกว่าพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ หรือจะเรียกว่าสะดุ้งกลับโพธิ์เก้าก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์นี้จะมีปาฏิหาริย์มาก มีฤทธิ์มากและมีคุณครอบทุกทาง ซึ่งท่านใช้เวลาอธิษฐานจิตและเชิญครูลงปลุกเสกนานมาก


    ท่านไม่ให้บอกอะไรที่เรียกว่ามากเกินไป ให้พูดแต่เพียงคร่าวๆพอเข้าใจเท่านั้น โดยแรกเริ่มนั้น ท่านได้นิมิตรเห็นประชาชนเดือดร้อนทุกข์ยากเป็นกำลัง และเหล่าพระเบื้องบนตลอดจนพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเมตตาสงสารจับใจ จึงได้ปรารภกับท่านว่า พวกเราจะช่วยกันแผ่เมตตา เอาความกรุณานี้ชำระล้างทุกข์เข็ญที่จะปรากฏขึ้นช่วยกันทำเสียหนหนึ่ง ในภายหลังท่านก็ได้รับสื่อต่อลงมาว่า อยากให้ท่านช่วยสร้างพระพิมพ์ ซึ่งพระพิมพ์นี้เป็นพระพิมพ์สำคัญต้องเป็นท่านเท่านั้นถึงจะทำให้สำเร็จได้ โดยต้องทำตามอาถรรพ์แห่งคุณวิชา เอาไว้ให้เป็นขวัญกำลังใจแก่สัตว์ผู้ยากในภายหน้า พ่ออาจารย์ท่านจึงเริ่มบูชาครูแกะแม่พิมพ์ บอกกล่าวครูบาอาจารย์ให้ท่านช่วยเหลือ แฝงครูลงมาช่วยกันสร้างให้รูปแบบพิมพ์ทรงออกมาเป็นเช่นที่ครูต้องการ ท่านว่าพระพิมพ์นี้ให้คุณถึงสามสถาน ดุจมีพระซุ้มกอบูชาไว้ มีพระเศียรโล้นสะดุ้งกลับบูชาไว้ มีพระปรกโพธิ์เก้าใบบูชาไว้ในองค์เดียวกัน

    พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นั้น พ่ออาจารย์ท่านใช้มวลสารเดิมของบูรพาจารย์มาเป็นธาตุตั้งต้นในการทำ เพราะท่านอาศัยอำนาจจิตของบูรพาจารย์เหล่านั้นให้กำเนิดก่อเกิดสิ่งดีงามซึ่งทรงคุณวิเศษ โดยท่านกล่าวว่าเดินตามรอยเท้าครูนั่นเอง ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นั้น เป็นพระพิมพ์ที่มีคุณวิเศษอยู่มาก พอจะจำแนกให้เห็นได้ ดังนี้
    - พุทธลักษณะพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับนั้น เป็นการสร้างพระพิมพ์ที่สร้างได้ยากกว่าปกติ อันนี้พูดถึงพระพุทธคุณภายใน ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์ การทำพระพิมพ์นี้ต้องสำเร็จด้วยวิทยาคมขั้นสูงจากผู้อธิษฐานจิต เหนือกว่าพุทธาคมธรรมดา หากผู้สร้างกระแสจิตไม่เข้มแข็ง ถ้าทำตามหลักคุณวิชาแล้ว จะเสียจริตไปทันที กล่าวคือถ้าเสกไม่เป็นคนเสกเป็นบ้าได้เพราะต่างจากการทำพระธรรมดา โดยการอธิษฐานจิตนั้นจะใช้บทพระคาถายอกย้อนถอยหลังขึ้นต้น แล้วฐานกำลังการปลุกเสกการแผ่กระแสจิตก็ยังไหลยอกย้อนเสมอด้วยบทพระคาถาเช่นกัน จึงเหนือและต่างจากการอธิษฐานธรรมดา ดังนั้น พุทธคุณของพระเศียรโล้นสะดุ้งกลับนั้นจึงแรงกล้ายิ่งนัก เหนือกว่าวิชามหาสะท้อนหรือเพชรกลับใดๆหลายเท่า พ่ออาจารย์ท่านว่า สามารถทำให้ผู้ครอบครองพลิกฟ้าพลิกดินได้ เปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ กลับเรื่องร้ายๆที่กำลังผจญอยู่ สถานการณ์แย่หรือวิกฤติ ให้กลายเป็นโอกาส เป็นเรื่องที่ดีได้ แม้ดวงตก มีทุกข์โทษภัย เคราะห์หามยามร้ายใดๆก็จะคลายสูญสิ้น ไม่ใช่ด้วยจะไปเบียดเบียนกฏแห่งวัฏฏะสงสาร แต่อาศัยพุทธานุภาพและแรงครู ส่งทุกข์โทษภัยเหล่านั้นกลับไปให้ไกลหมื่นโยชน์แสนโยชน์
    - ปรกโพธิ์เก้าใบ ดั่งที่บอกไปแล้วแต่ต้นว่าพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นั้น เป็นพระที่พ่ออาจารย์ท่านต้องการเดินขุมพลัง เน้นพุทธคุณทุกทางพร้อมกัน ตามมติครูบาอาจารย์เบื้องบนให้เหมาะแก่ยุคปัจจุบัน การอัญเชิญองค์พระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับเข้าประทับในซุ้มโพธิ์เก้าใบนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการปกปักรักษาคุ้มครองไม่ทอดทิ้งกัน ของศิษย์และครู ซ้ำยังมีความหมายถึงความเจริญก้าวหน้า รุดหน้า ไม่อยู่นิ่ง แม้ได้อาราธนาบูชาก็จะพบความสุขร่มเย็น สมหวังในทุกๆสิ่ง
    - พิมพ์ซุ้มกอ สำคัญยิ่งนัก เพราะพ่ออาจารย์ท่านต้องการเน้นพุทธคุณพร้อมกันให้เหมาะแก่สภาวะการณ์ปัจจุบัน โดยท่านว่าพระกำแพงซุ้มกอนั้น ดีเด่นครอบจักรวาล ทุกคนรู้กันดีว่า มีพุทธคุณทางโชคลาภวาสนาสูงนัก ดั่งจารึกในลานทองว่ามีกูไว้ไม่จน แม้องค์ครูสมเด็จจะสถาปนาพระสมเด็จวัดระฆังยังต้องเอาดินกรุ เอาพระกำแพงซุ้มกอที่แตกหักมาเป็นมวลสารผสม จนพระสมเด็จวัดระฆังนั้นมีอิทธิคุณดุจเดียวกัน คือใครมีกูไว้ไม่จนนั่นเอง


    พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้มวลสารเก่าดั้งเดิม ของครูบาอาจารย์ที่ท่านรับสืบทอดมา นำมาผสมสร้างเป็นหัวเชื้อในการทำพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ครั้งนี้ พอจะยกตัวอย่างได้อาทิเช่น
    - ผงเปิดทาง เปิดวาสนา เป็นวิชาที่ต้องลงคู่กัน พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าชีวิตคนนั้น เกิดมาเป็นมนุษย์ได้ต้องบอกไว้ว่ามีทุน มีวาสนากันทุกคน แต่ทั้งนี้ใครจะมีกรรมมีสิ่งใดมาบดบังเบียดเบียน มันก็เป็นเรื่องกฏแห่งกรรมของชะตาสัตว์โลก วิชานี้เมื่อเราอาราธนาจะช่วยขจัดปัดเป่า เปิดทาง เปิดผลบุญอำนาจวาสนาให้เราเป็นวาระๆไป มีข้อห้ามอย่างเดียวคือห้ามหาย ต้องอาราธนาตลอด เช่นนั้นคุณแห่งวิชาก็จะเกื้อกูลเปิดทางให้เราตลอด เมื่อทางเปิดแล้วจงเร่งตักตวงสร้างคุณงามความดี อย่าเพลิดเพลินแต่การณ์คิดจะเสวยสุขฝ่ายเดียวก็พอ
    - ผงสมเด็จวัดระฆัง ขรัวโต เป็นผงที่พ่ออาจารย์ได้เคยนำออกมาใช้สร้างพระบ้างในบางวาระที่จะสถาปนาพระสำคัญๆเท่านั้น
    - ผงยาวาสนาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งท่านได้นำยาวาสนาทั้งแบบเม็ดยา และลูกประคำปราบหงสานำมาฝนขอเป็นชนวนมวลสารเข้ากับผงยาสำเร็จของหลวงปู่บุญที่เอาไว้ผสมทำพระเนื้อผงยาโดยเฉพาะอีกต่างหาก เพื่อจะนำลงมาผสมเป็นมวลสารในวาระนี้ ใครมีไว้ได้ชื่อว่ามีวาสนาอย่างยิ่ง
    - ผงพระพุทธคุณคาถาลบมือหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งท่านได้รับมอบมาจากครูฆราวาสของท่าน โดยครูท่านกำชับไว้ว่า แม้จะผสมทำอะไร องค์พระนั้นมีพุทธานุภาพมาก ไม่ต่างจากที่หลวงปู่บุญท่านทำเอง
    - ผงทำพระ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิต เป็นผงที่ท่านได้รับสืบต่อมาซึ่งผงนี้คือผงที่หลวงพ่อกวย ได้ชักยันต์อักขระคาถาวิชาต่างๆลบถมไว้เพื่อนำมาผสมทำพระผงของท่าน พ่ออาจารย์ว่า พระรุ่นนี้มีพุทธลักษณะนั่งบัลลังค์โพธิ์เก้า จึงได้นำผงของหลวงพ่อกวยผสมทำพระด้วย เพื่อเป็นเกียรติแก่ครูบาอาจารย์
    - ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เป็นผงที่สร้างชื่อทางสายนี้ พุทธคุณนั้นยิ่งใหญ่ครอบจักรวาลไม่ต้องกล่าวอะไรกันมาก
    - ผงคู่ชีวิต สายหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน
    - ผงวิเศษ 5 ประการ
    - ผงพุทธคุณนะหน้าทอง พระลักษณ์หน้าทอง
    - ผงพระสีวลีเร่งลาภ
    - ผงมนต์พระกาฬสะท้อนกลับ
    - ผงบทพระอิติปิโสธงชัย(ถอยหลัง)
    - ผงว่านสำคัญ 108 ชนิด
    - ผงกรุบางขุนพรหม
    - ผงดินก้นกรุและพระกำแพงซุ้มกอแตกหัก
    - น้ำทิพย์มนต์ธรรมชาติ ที่ผุดเองตามถ้ำและเศียรพระพุทธรูปต่างๆ


    เมื่อท่านได้ผสมมวลสารสำคัญต่างๆแล้ว จึงได้สถาปนาพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ ซึ่งในองค์พระนี้ท่านยังได้ฝัง เครื่องมงคลต่างๆลงไปเสริมอิทธิคุณด้วย อาทิเช่นด้านหน้าโรยแร่เหล็กไหลกลางทุ่ง หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว แร่นี้เป็นในส่วนของขี้เหล็กไหล ที่หลวงปู่บุญท่านเคยชี้จุดให้ศิษย์ฆราวาสไปขุดกลางทุ่งนครชัยศรี ครูฆราวาสของท่านนั้นเล่าว่าตอนขุดนี้มืดฟ้ามัวดินทีเดียว เป็นแร่ที่มีจิตวิญญาณรักษา อัญเชิญขึ้นมาได้ไม่มาก หลวงปู่บุญท่านได้นำมาอธิษฐานจิตในส่วนของพุทธคุณมีบดผสมพระบางส่วน และที่เหลือท่านก็มอบให้ศิษย์ไว้สืบต่อมาจนตกทอดถึงพ่ออาจารย์ ท่านว่าแร่นี้มีพุทธคุณแรงมาก ทีเทพยดาเข้ารักษาทุกชิ้นเรียกว่าเฮี้ยนที่สุดก็ได้ เมื่อนำมาฝังมาโรยไว้แล้วเทพยดานั้นก็จะเข้าอารักขาพระพิมพ์ไปด้วย เมื่อจะขอจะอธิษฐานอะไรกับองค์พระ ให้ทำจิตให้นิ่งสงบ เพ่งจิตไปที่องค์พระเลยหรือจะใช้ฝึกสมาธิก็ได้ จิตจะปลอดโปร่ง แม้อธิษฐานสิ่งใดก็สำเร็จโดยเทวานุภาพ

    พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างตามมติครูบาอาจารย์ เมื่อจะเสกท่านก็ได้เชิญครูนอกจากเสด็จพระใหญ่และองค์พระในนิพพานแล้ว ยังมีครูองค์อื่นๆอาทิครูสมเด็จโต และบูรพาจารย์องค์อื่น เช่นหลวงปู่บุญ หลวงพ่อกวย หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อฤาษี ท่านว่าเจ้าของมวลสารท่านลงมาทำให้แผ่เมตตากันครบ ต่างกรรมต่างวาระกัน เพราะท่านเน้นเชิญแต่ละองค์ให้ลงมาอธิษฐานจิตเดียวควบคู่ไไปกับการทำวิชาของท่าน เมื่อสำเร็จนั้นท่านมีนิมิตเห็นหลวงปู่บุญมาเตือนท่านว่า พอแล้ว พระเหล่านี้มีเจ้าของครบแล้ว คนมีบุญเขาจะมารับ ตกต้องตามพรหมลิขิตทุกองค์

    คาถาอาราธนา
    ติวาคะภะ โธพุทนังสา นุสมะวะเทถา สัตถิระ สามะทัมสะริปุโรตะ นุตอะทูวิกะโลโตคะสุโนปันสัม ณะระจะชา วิโทพุธสัมมา สัมหังระ อะวาคะภะ โสปิติอิ

    *** พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ชุดพิมพ์ปฐมฤกษ์นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้ทั้งหมด 4 องค์ ผู้ต้องการบูชาจริงๆรบกวนจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น โดยให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากตลอดจนเรื่องที่ขัดข้องเอาไว้ด้วย ท่านจะทำการประสิทธิให้เป็นการเฉพาะต่อไป รายได้จากการทำบุญร่วมสมทบทุนบุญวิหารทานต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระพิมพ์ปฐมฤกษ์พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์กลืนกินคำสาปคำสาบาน (ซุ้มกอสะดุ้งกลับ โพธิ์เก้า,ผงมหาสะเดาะ) บูชา 4,000 บาท


    71839359-562913427784324-7980655706825031680-n.jpg 72126597-424801418455967-2568243795644645376-n.jpg
    72131691-519204028903137-1031545849080971264-n.jpg
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา ลูกอมมหาภูติกินฝันสร้างคนต่อชีวิต(เพิ่มบุญฤทธิ์ต้านภัยพิบัติ)

    วิชาสร้างลูกอมนั้นเป็นวิชาที่พ่ออาจารย์ท่านใส่ใจและใคร่ครวญพิจารณาในการลบผงอย่างแท้จริง ด้วยว่าเป็นของที่ทำยากแต่ใช้ง่ายและใช้สะดวกที่สุดไม่มีข้อจำกัดใดๆในการพกพา เช่นนั้นท่านจึงปรารถนาที่จะทำลูกอมอย่างดีที่สุดขึ้นมาให้ใช้กันสักหน เพราะชีวิตมนุษย์นั้นยังขาดแคลน เพราะไม่เคยมี ไม่เคยได้รับมาก่อน จึงมีความฝัน มีความปรารถนาที่จะครอบครอง มีกำลังใจที่จะเพียรพยายามไปบนหนทางแห่งวาสนาและชะตาของตนนั้น แม้ความตั้งมั่นจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ผู้ที่ไปถึงจุดหมายนั้นก็มีเพียงหยิบมือ พ่ออาจารย์ท่านจึงแนะนำให้อาราธนาลูกอมชุดนี้เพื่อใช้คู่กายในการทำความปรารถนาทั้งหลายให้เกิดขึ้นจริง ท่านว่าสรุปแล้วลูกอมนั้นเปรียบดังแก้วสารพัดนึกและมีอานุภาพครบไม่ว่าจะเป็นทาง
    - เร่งโชคลาภเข้ามาตลอด
    - มีชีวิตที่รุ่งเรือง
    - ทำมาหากินง่ายอย่างเหลือเชื่อ
    - ดีด้านเสี่ยงโชคลาภการพนัน
    - กำราบศัตรูได้ราบคาบ
    - คู่ค้า เหยื่อ เขาจะเดินเข้ามาหาเราด้วยตัวเอง
    - เป็นเมตตามหานิยมให้คนชอบพอ
    - เป็นเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม....


    เพื่อการณ์นั้นพ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมผงวิเศษที่แก่กล้าอิทธิคุณตามที่ท่านพิจารณาว่าดีแล้ว ควรแล้ว ในการปั้นลูกอมวิชาขึ้นทีละลูกด้วยตนเอง ท่านคัดสรรค์วิชาที่ขึ้นชื่อและท่านทำสำเร็จซ้ำยังเสกเก็บไว้มายาวนานอย่างหวงแหนซึ่งผงเหล่านั้นล้วนแล้วแต่สร้างได้ยาก แม้อย่างใดอย่างหนึ่งก็นับว่าเป็นยอดของผงวิเศษแล้ว ได้แก่
    - ผงฝืนลิขิตฟ้าโสฬสมหาพรหม เป็นการลบผงลิขิตฟ้ากับผงโสฬสพรหมภูมิรวมกับผงสายวิชาพรหมศาสตร์ทุกแขนงที่ว่าด้วยฤทธานุภาพอันพิศดาร ท่านว่าผงนี้จะแรงเป็นพิเศษคือมีพลังกล้าแข็ง แรงและเร็วด้วยอานุภาพเทพพรหมศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ใช้รับมือกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกรรมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะกรรมเก่า กรรมปัจจุบัน หรือกรรมใหม่ วาระกรรมใดๆก็ดีรวมไปถึงชะตาฟ้าลิขิตที่ยากจะเปลี่ยนแปลง ท่านว่าจะยกตัว เปลี่ยนฐานดวง ฐานชีวิตเหมือนเกิดใหม่ มีอานุภาพมากท่านไม่สามารถบอกหรือบรรยายได้เพราะเป็นเรื่องของกรรม เรื่องของพรหม ผิดกฏโลก ท่านว่าเอาง่ายๆ ผงนี้แม้เหล่ามหาพรหมในโสฬสยังเข้าพิทักษ์รักษา มีอาญาสิทธิ์มาก สว่างมากท่านว่าคนที่ได้ไปจะเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ยุติกรรมร้ายแรงเดิมๆแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ครูพรหมจะลิขิตให้ เป็นการเกิดครั้งที่สองตามหลักพระเวทย์ ใช้พลิกสถานการณ์กลับฐานะได้ เปลี่ยนคนได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งพลิกกลับและค้ำไว้ให้มั่นคงเป็นดาวค้างฟ้าไม่ร่วงหล่นลงมา ผงนี้ท่านว่าอย่ามองข้ามใช้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ ใครปัญหาอุปสรรคเยอะๆสมควรต้องใช้
    - ผงทำลูกอมเงินล้าน ผงที่พ่ออาจารย์ท่านใช้ทำลูกอมชุดนี้เป็นผงวิชาเงินล้าน,ผงพระโพธิสัตว์เป็นพ่อค้า,ผงทศชาติ,ผงจินดามณี,ผงพระสีวลีเปิดบาตร,ผงหาลาภ,ผงเร่งลาภ,ผงเสริมลาภ ท่านได้นำผงต่างๆมาเข้ากับว่านตระกูลเศรษฐีเพื่อใช้ปั้นเป็นลูกอม โดยลูกอมเม็ดเล็กๆนี้ก็ปรากฏความขลังยิ่งนัก ท่านว่าคนเค้าเอาไปแช่น้ำพรมที่ค้าขาย เขาตั้งตัวได้ จับเงินล้านกันก็มีมาแล้ว ท่านจึงถือเป็นอุดมมงคลเรียกเสียว่าลูกอมเงินล้าน ท่านนำผงทำลูกมซึ่งท่านหวงแหนนี้มาเป็นมวลสารตั้งต้น เพื่อจะได้ดึงโชคลาภให้พัดพาเข้าสู่ตัวด้วยบทคาถาสำคัญนี้จะช่วยให้ธุรกิจหรือการทำมาหากินใดๆไม่มีสะดุด เป็นไปโดยราบรื่น คล่องตัว หากใจศรัทธามั่นย่อมเป็นโชคลาภขนานเอก ซ้ำยังแก้เคล็ดให้คนใช้ได้จับเงินล้าน ท่านว่าใครอาราธนาดีๆหมั่นทำทานตลอด มติครูบาอาจารย์ว่าจะได้จับเงินล้านในเร็ววัน
    - ผงปถมังมหากำเนิด วิชาสำคัญที่ใช้สร้างสรรค์พร้อมกับเรียกร้องสิ่งที่ต้องการให้มาหาได้ทุกสิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ขาดสิ่งใด พร่องสิ่งใดไม่รู้สิ้นรู้สุด ก็จะก่อเกิดเติมเต็มสิ่งเหล่านั้น ท่านว่าพูดได้แต่เพียงเท่านี้ว่ามันสำคัญ และเป็นของที่สำคัญมากจนไม่สามารถนิยามสิ่งใดได้มากกว่านี้เพราะมันจะเติมเต็มไปจนถึงจิตวิญญาณเป็นวิชาที่เรียกว่าช่วยให้สมความปรารถนาก็ได้ อันผงปถมังมหากำเนิดนี้ทำยากนัก และไม่ค่อยมีคนทำกันเนื่องจากเป็นผงที่มีแรงครูสูง
    - ผงนิพพานดับธาตุ พ่ออาจารย์ท่านดำริว่า..ที่เราตั้งชื่ออย่างนี้เพราะว่ามีความหมายสำคัญ การดับของพระนิพพานคือดับสิ้นทุกสิ่งอย่าง สิ้นธาตุ สิ้นชาติ สิ้นอวิชชาบรรดามี เป็นการดับอย่างบริสุทธิ์ พูดเช่นนี้ก็คงพอจะเดาได้ ผงนี้มีคุณทางด้านดับทุกข์นี่เอง ใช้ได้ตั้งแต่ดับทุกข์ทางใจ ดับทุกข์ทางชาติ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ประเสริฐสุดถึงขั้นดับไปทั้งหมด บูรพาจารย์สรรเสริญนักว่าผู้บูชาจะมีพระนิพพานเป็นที่ไป
    - ผงหมูกินเสือ วิชานี้มีชื่อประหลาดเพราะปกติหมูต้องเป็นเหยื่อเสือ ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกกิน แต่หมูกินเสือนั้นท่านว่าเป็นวิชาที่กลับร้ายให้กลายเป็นดี เปรียบตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนด้อยไร้ฤทธานุภาพแต่เหล่าผู้มากด้วยวาสนาบารมีก็ยังมาตายคาปาก มาให้เรากินถึงที่ ไม่ต้องแสวงหา ไม่ต้องดิ้นรน อิ่มแบบมีเกียรติไม่ใช่อิ่มไปมื้อๆขอไปที ตรงนี้ท่านว่าสำคัญมากสมัยนี้คนเราชอบแสวงหาสิ่งที่ช่วยเหลือชั่วมื้อชั่วคราวประดุจหิวข้าวก็จะหาโภชนาหารเพียงเติมให้เต็มท้อง แก้หิว แก้อยากไปมื้อๆ อิ่มเช่นนี้เป็นอิ่มมื้อเดียว มื้อหน้าก็ต้องเหนื่อยออกหากินใหม่ กว่าจะได้กว่าจะอิ่มอีกก็เสียเวลาสูญเสียช่วงชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงทำวิชาหมูกินเสือเพื่อแก้ปัญหาวาสนาชะตาคนให้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น ทำอะไรก็ง่ายไปหมด และเป็นผู้ชนะตลอดกาล
    - ผงท้าวกำพร้า วิชาท้าวกำพร้านี้เเม้ยาจกกำพร้าเข็ญใจ ยังประสบความมั่งมีได้ดีเป็นถึงเจ้าพระยาพระมหากษัตริย์จอมจักรพรรดิ์ได้ จากบุคคลชนชั้นต่ำสุดได้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตมนุษย์ด้วยอำนาจพรเเละเเรงผลักดันของสิ่งมีชีวิตผู้เป็นใหญ่เเห่งพิภพดาวดึงส์ซึ่งก็คือพระอินทร์นั่นเอง ผงนี้ผู้ใดถือครองเสมือนหนึ่งได้รับพรจากพระอินทร์เจ้า ในการทำลูกอมผงวิเศษนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ลงผงวิชาท้าวกำพร้าและทำวิชาท้าวกำพร้าโดยตรงแบบเต็มสูตรเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคน จากจุดต่ำสุดให้ขึ้นสู่ขั้นสูงสุด อุปมาดุจยาจกไร้พ่อแม่ ไร้กำลัง ไร้ญาติขาดมิตร ก็ยังบินสูงขึ้น ชีวิตเกิดปาฏิหาริย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าขึ้นสู่การเป็นพระราชาได้
    - ผงกฤษณะยันตรา ด้วยว่าพระกฤษณะนั้นนับถือว่าเป็นองค์อวตารของพระวิษณุผู้ปกปักรักษาสรรพสิ่งซึ่งคนนิยมนับถือท่านว่าเป็นคนเลี้ยงวัว เป็นผู้อภิบาลโคทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านจึงเลือกทำวิชาลงผงวิเศษขึ้นเพื่อเสริมอาถรรพ์ท่านได้เขียนยันต์อักกะตัชชารี เป็นเลขยันตร์คาถาอาคมที่ถอดจากคำพูดแต่ละคำกลายเป็นตัวอักษรและสัญลักษณ์อันถูกจัดเรียงอย่างมีระเบียบและนำตัวเลขแทนสัญลักษณ์ดวงดาว มหาธาตุ และเทพเจ้าต่างๆจัดเรียงอยู่ในผังสมมุติของจักวาลทำการจัดเรียงตัวเลขเหล่านั้นในทิศทางที่ดีที่สุด ด้วยว่าอำนาจจากตัวเลขที่ถูกสมมุติแทนดาวดวงทั้งหลายจะส่งพลังงานจากดาวดวงจริงหรือพลังจักรวาลมาสู่ตัวผู้บูชาเพื่อให้สำเร็จในเหตุการณ์และความปรารถนาต่างๆผงนี้จะแผ่พลังงานจากมหาธาตุ ดวงดาว ตลอดจนถึงเทวราช เป็นพลังที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่มีบกพร่อง พ่ออาจารย์ท่านว่าผงสำคัญนี้อันที่จริงเราก็ไม่อยากทำเท่าไหร่ ด้วยอานุภาพของมันนั้นจะส่งผลไปถึงการบิดเบือนมิติต่างๆรอบด้าน เป็นสื่อของพลังงานจักรวาล พลังงานกาลเวลาตลอดจนนำพาอำนาจพระกฤษณะมาสู่ผู้ศรัทธาด้วยวิถีของการกระจายพลังงานที่แผ่ออกมาดุจคลื่นกระทบฝั่งไม่มีวันหยุดพัก ทั้งตัวผงเองยังดึงดูดพลังจักรวาลเข้ามาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนพลังงานอันจะแผ่นี้ตลอดเวลา ดังนั้นผงกฤษณะยันตราก็เป็นผงที่มีอานุภาพการปรับเปลี่ยนสมดุลย์ให้ร่างกายผู้อาราธนาโดยอัตโนมัติ ด้วยจะควบคุมพลังงานเข้าออกทั้งดึงทั้งแผ่ไปในทิศต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านลบ " ยันตรากฤษณะมณฑล" ให้มีอานุภาพเฉพาะทาง ท่านว่าหากใครถามว่าทำไมต้องเจาะจงลงยันต์กฤษณะมณฑล ทำไมไม่ใช้ศิวะมณฑล หรือวิษณุ อัคนีแลเทพเจ้าทั้งหลาย ทำไมเราถึงเจาะจงกฤษณะมณฑลนี้ ก็ให้บอกเขาไปว่า เพราะยันตราแต่ละรูปแบบนั้นมีอานุภาพต่างๆกันไปและเราพิจารณาแล้วว่ากฤษณะมณฑลนั้นมีอานุภาพมากยิ่งซ้ำยังเหมาะแก่ยุคสมัย ด้วยมีอานุภาพดึงดูดความรัก ดึงดูดน้ำจิตน้ำใจสัตว์ทั้งหลายอันมีน้อยและหาได้ยากในยุคนี้ให้เข้าหา ซ้ำผงยันต์กฤษณะมณฑลนี้ก็เป็นเสน่ห์อย่างเหลือล้น ทั้งยังเป็นผงเดียวที่มีอานุภาพทำให้ผู้พกผู้บูชาหลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งเราพิจารณาแล้วว่าผงยันต์ตัวอื่นก็ไม่วิเศษเช่นนี้ ก็สมัยนี้ตัวทุกข์มันมาก สืบไปเบื้องหน้าคนก็จะยิ่งทุกข์หนักมาก เมื่อจะมีผู้ใดบูชาลูกอมนี้ก็ด้วยปรารถนาการอภิบาลให้พ้นจากทุกข์ เช่นนั้นจึงต้องอาราธนากระแสพลังงานของกฤษณะยันตราให้ดึงดูดธาตุและพลังจักรวาลขับออกซึ่งภัยพิบัติ ดลให้เจอแต่สิ่งดีงามพ้นห้วงทุกข์ทั้งหลาย
    - ผงคุณวิชาท้าวกินรี อันวิชาท้าวกินรีนี้ท่านว่ามีชื่อพ้องเสียงกับคำว่า กิน - นา - รี เป็นนามที่สื่อให้เห็นชัดด้านมหาเสน่ห์อย่างแท้จริง และยังเป็นภาควิชามหาเสน่ห์ที่ให้คุณพิเศษแบบเต็มสูตรอีกแขนงหนึ่งเช่นกัน ด้วยนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีคุณโดษเด่น โดยนับถือกันว่าผู้ใดที่ได้ครอบครองเครื่องมงคลอันสำเร็จด้วยวิชานี้จะมีสรรพคุณนานัปประการดังต่อไปนี้
    1. จะได้คู่ครองที่มีรูปงามมีชาติตระกูลสูงแม้ตัวเองจะต่ำต้อยรูปชั่วตัวดำก็จะได้หญิงงาม หญิงสูงศักดิ์ สูงด้วยชาติตระกูลนิสัยดีงามมาเป็นคู่ครอง
    2. มีอานุภาพสะกดทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิต ให้เค้าเห็นใจเรา เมตตาสงสารเรา ช่วยเหลือเราในทุกเรื่องที่เราปรารถนา ตั้งเเต่มนุษย์จนถึงอมนุษย์แม้อินทร์พรหมยมยักษ์ก็ตาม
    3. ผู้ที่ได้ครอบครอง แม้จะผจญอยู่ในกฏแห่งกรรม เทพเจ้าทั้งหลายก็จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือผ่อนหนักให้เป็นเบา เเละจะประสบความสำเร็จเข้าสู่จุดสูงสุดในชีวิตรวดเร็วเเละง่ายดาย
    4. แม้รักหรือชอบพอใครเเล้วก็ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ ขอเพียงปรารถนาที่จะเริ่มต้นในความรัก ย่อมได้เเละสำเร็จผลทุกครั้งไป
    พอจะกล่าวสั้นๆได้เเต่เพียงเท่านี้เพราะเป็นวิชาที่มีผลทางชักจูงชักนำ ทำให้จิตผู้อื่นเคลิบเคลิ้มหลงใหลตกอยู่ในภวังค์ของตัวเรา ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาของผู้มีบูญญาธิการยิ่งใหญ่ มีวิธีใช้สารพัดจะใช้ตามเเต่ใจปรารถนา พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าแม้ได้ครอบครองเเล้ว สืบไปเบื้องหน้าชีวิตผู้ที่ถือครองจะสบาย หาความตกต่ำมิได้ เเม้ทุกข์เข็ญหรือปรารถนาสิ่งใดอันเกินเนื้อเกินเเรง เกินกว่าความสามารถของตน เทพเจ้าทั้งหลายท่านย่อมลงมาช่วยเหลือเนรมิตรสิ่งต่างๆให้ไม่เกินใจผู้ปรารถนา


    ลูกอมสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านเลือกผงผสมมวลสารและปั้นเองทุกลูก ท่านว่าเมื่อปั้นก็เอ่ยโองการเชิญเทพพรหมและครูบาอาจารย์ต่างๆท่านมาช่วยทำการประสิทธิ์ไป ค่อยๆเอาผงผสมปั้นไปทีละลูก ***(ท่านว่าเราทำทีละลูกก็คือรอเสร็จรอแห้งสำเร็จเป็นลูกอมลูกหนึ่งนั่นแหละถึงผสมมวลสารทำใหม่อีกหนึ่งลูก ค่อยๆทำไปทีละลูกก็ตกลูกละวันสองวันตามแต่เวลาจะมี เพราะลูกอมของชั้นไม่ใช่ของโหลๆ แต่ฉันตั้งใจจะทำลูกอมที่ดีที่สุดซึ่งฉันใส่ใจทำมากที่สุดต้องผสมมวลสารทีละลูกจะได้แน่ใจว่าใส่ครบทุกอย่าง ปั้นไปดูพลังงานไปจะขาดจะพร่องอะไรไม่ได้...) โดยลูกอมทุกลูกนั้นท่านจะลงตะกรุดภูติกินฝันไว้เป้นแกนกลางสำคัญ
    ตะกรุดลูกอม(มหาภูติกินฝัน)
    ท่านว่าสิ่งนี้ทำไว้ให้เพื่อจะได้ใช้กันตามแต่ใจคิด ตะกรุดลูกอมภูติฝันนั้นคือวิชามหาภูติที่กินความฝันเรา แม้ฝันสิ่งใดก็ย่อมเป็นจริงตามนั้น คิดสิ่งใดก็จะเกิดสิ่งนั้น วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีคุณมาก ซ้ำยังมีโทษมหันต์ ให้ใช้ให้ระลึกแต่สิ่งที่ดีเป็นประโยชน์แก่ตนเองเท่านั้นหากมีความคิดในทางเสื่อมลามกอนาจารให้อาราธนาออกจากคอไปก่อน จะเรียกว่าวิชานี้ทำความฝัน ความตั้งมั่น ตั้งใจของหลายๆคนให้เกิดขึ้นและเป็นจริงก็ได้ ซ้ำยังช่วยเพิ่มลางสังหรณ์โดยภูติฝันมักจะแจ้งเตือนเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆล่วงหน้า ท่านว่าคนใช้มักจะฝันเห็นเหตุที่จะเกิดขึ้นจริงกับตัวเองในอนาคตอันใกล้ นั่นคือเขามาบอกมาเตือนจะได้ระวังและเตรียมรับมือได้ถูกช่องทาง ตะกรุดภูติฝันนี้จึงเป็นวิชาสำคัญมาก ท่านว่าก็มันโกงเขาทั้งหมด ที่ไม่ให้ใส่เวลาความคิดไม่เข้าท่านั้นเพราะจะได้ไม่ติดกรรม คิดอะไรฝันอะไรมันก็กินแบบนั้นและทำความฝันให้ปรากฏในชีวิตจริง ท่านเมตตาลงตะกรุดฝังไว้เป็นดั่งหัวใจลูกอมนี้เพื่อทำวิชาให้คนใช้ลูกอมสำเร็จสมดั่งใจสารพัดนึก

    ซ้ำลูกอมทุกลูกนั้นพ่ออาจารย์ท่านยังนำมาคลุกเข้ากับแร่อาถรรพ์สำคัญคือ ผงแร่โควรรธ ท่านว่าแร่สำคัญนี้ครูบาอาจารย์ที่สืบสายเลือดจากพราหมณ์ที่เดินทางเข้าสู่สุวรรณภูมิได้มอบไว้ให้ ส่วนตัวท่านนั้นท่านไม่รู้ว่าแร่นี้คืออะไร เอามาจากไหน รู้จักแต่เพียงว่าเขาโควรรธนั้นเป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ด้วยได้รับการสัมผัสกับพระกฤษณะเป็นเจ้ายกขึ้นท้าทายอำนาจของพระอินทร์ เมื่อสืบทอดต่อกันมาก็บอกสืบๆกันมา พ่ออาจารย์ท่านว่าเหมือนดั่งเป็นเจตนาฟ้า ย่อมไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ในเมื่อแร่นี้มีชื่อพ้องกับเขาโควรรธ มีพลังงานของพระกฤษณะสถิตย์อยู่แต่ปางบรรพ์ ท่านจึงนำแร่วิเศษนี้มาคลุกลูกอมให้ผู้บูชาอาราธนาด้วย ท่านว่าเขาโควรรธต้านภัยพิบัติอันพระอินทร์บันดาลให้เกิดขึ้นอย่างร้ายแรงได้ฉันใด แร่นี้ก็ย่อมต้านทานภัยพิบัติและสิ่งไม่ดีของผู้ทรงอำนาจ ผู้มากด้วยบารมี ไม่ว่าจะกระทำทางตรง หรือกระทำด้วยฤทธิ์และไสยเวทย์ทั้งหลาย แร่นี้ย่อมป้องกันได้เช่นนั้น เมื่อปั้นลูกอมเสร็จแล้วท่านจะนำลูกอมเหล่านี้มาวางใส่พานรวมกันและเสกมนต์กำกับขุมทรัพย์ซึ่งมีถึง 128 พระคาถา ด้วยว่าเป็นมนต์อาถรรพ์ของสำนักพระราชวังโบราณสมัยขอมเรืองอำนาจที่เอาไว้ทำอาถรรพ์กำกับท้องพระคลังมหาสมบัติ ด้วยสมัยโบราณนั้นขอมเรืองอำนาจมากพอที่จะขยายอำนาจและอารยธรรมปกคลุมไปทั่วดินแดนแถบนี้ ดังนั้นท้องพระคลังมหาสมบัติของเขาจึงรุ่งเรืองมาก ว่ากันว่าแม้ใช้อย่างไรก็ไม่พร่องไม่หมด เป็นท้องพระคลังที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทองคำแลจินดามณีเลิศเลอไปด้วยสมบัติล้ำคานานัปการ พ่ออาจารย์ท่านว่ามันยากก็ตรงนี้เสกลูกอมวิชานี้เหมือนลงอาถรรพ์ท้องพระคลังโบราณ ยากเพราะมีนิมิตเกิดขึ้นแต่ละครั้งแต่ละอย่างนั้นต่างกันไป อันพระคาถาทั้ง128 นั้น ท่านว่าต้องนั่งเสกด้วยมนต์คาถาละพันจบ จนมีนิมิตศุภมงคลต่างกันครบร้อยยี่สิบแปดอย่างถึงจะใช้ได้ จะเห็นว่าท่านต้องใช้เวลายาวนานมากซึ่งเรื่องนี้ท่านไม่สามารถบอกใครได้ด้วยเป็นความลับและไม่ต้องการสืบทอดให้ใครนั่นเอง

    ### ลูกอมชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเราทำได้น้อย เมื่อจะใช้ หากมีเรื่องเดือดร้อนอะไร(จวนตัวและจำเป็นจริงๆ) ท่านว่าให้เอาลูกอมเข้าปากอาราธนาพระคาถากลืนน้ำลายสามครั้ง จากนั้นจึงนำออกมาเช็ดทำความสะอาด ท่านว่าลูกอมนี้หากอมบ่อยก็จะยิ่งเพิ่มบุญฤทธิ์และมงคลวิเศษทุกๆประการตามอำนาจผงวิเศษที่ได้สร้างไว้ให้แก่ชีวิตเรา ท่านว่าท่านลงไว้ครบทุกด้าน เน้นให้คนใช้มีชีวิตที่ดี มีความสุขความสงบ สมบูรณ์ด้วยวาสนาลาภผล ใครที่ไร้วาสนา ขาดความสุขสมบูรณ์ก็ให้อาราธนาอมเป็นครั้งคราวเถิด ท่านว่าถ้าชีวิตเปลี่ยนได้ลาภสมใจหรือรู้สึกว่าเราสุขเท่านี้ตอนนี้มันพอมันเหมาะแก่ชีวิตเราแล้วก็ไม่ต้องอาราธนามาอม เพียงแต่ใช้ห้อยคอหรือทำพวงกุญแจไปเท่านั้น จะพกส่วนไหนของร่างกายก็ได้ ***เมื่อจะนอนก็ให้เอาไว้ใต้หมอน ด้วยแรงครูของตะกรุดวิชาภูติกินฝันนั้นจะช่วยให้เราฝันแจ้งเหตุล่วงหน้า หรือจะมีนิมิตมงคลอื่นใดตามแต่ที่เราขอหรือครูจักบันดาลให้เป็นไป

    คาถาบูชา
    โอม อะคะหึม อะคะหัม อึอะอำ อะอิอุ อะอิอุ อะอิอุ (ภาวนาไว้เมื่ออาราธนาลูกอม หรือจะภาวนาเวลาอมกลืนน้ำลายท่านว่าจะยิ่งมีฤทธิ์ทบทวี ตัวเราเองก็จะเห็นผลแรงและเร็วกว่าปกติ)


    *** ลูกอมนี้ท่านว่าเราทำให้ครั้งเดียว เพราะวิชาแต่ละสูตรนั้นล้วนแต่เป็นของค่าควรเมืองทั้งสิ้น ใครได้ไว้ใช้ก็ให้รักษาให้ดีสืบทอดชั่วลูกชั่วหลาน ##ท่านว่าคนใช้หนึ่งคนควรมีสองลูก(อันนี้ถ้าจะเน้นใช้งานจริงๆก็ใช้เป็นเรื่องๆไปลูกหนึ่งวิชาภูติกินฝันจะได้ทำงานเต็มที่ ส่วนอีกลูกหนึ่งนั่นก็เก็บไว้อมปรับสมดุลย์ทางบุญฤทธิ์ในร่างกายของตน) หรือจะเผื่อเพื่อนเผื่อคนในครอบครัวก็ได้ เพราะมันจะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะผลัดกันอมหรือเราอมแล้วเอาไปให้คนอื่นอมต่อเช่นนี้ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ลูกอมมหาภูติกินฝันสร้างคนต่อชีวิต(เพิ่มบุญฤทธิ์ต้านภัยพิบัติ) บูชา 900 บาท

    73375526-442515306379162-4216203703234854912-n.jpg 72943370-772863743169615-1778690981139316736-n.jpg
    73262878-1384772798340952-2727181435550040064-n.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน(เจ้าหลุมดำ)

    ตะกรุดสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นตามพระเวทย์โบราณ ด้วยปางก่อนนั้นสังข์อสูรได้กลืนกินพระเวทแลพระธรรมศาสตร์ทั้งปวงอันไหลออกมาจากโอษฐ์ของพระพรหมธาดาเป็นเจ้าได้ ด้วยกำหนดเมื่อถึงพรหมราตรีองค์พรหมท่านหลับไหลกินเวลายาวนานถึง 4,320 ล้านปี โลกก็เข้าสู่ความมืดมน อนธการ น้ำจะท่วมโลก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะสูญสิ้นเผ่าพันธ์ จนหมดสิ้นช่วงเวลาพรหมราตรีนั้นเข้าสู่พรหมทิวาทุกอย่างจึงจะกลับมาเป็นปกติ การที่คัมภีร์พระเวทย์หายไปทำให้โลกมนุษย์เดือดร้อน ฝนฟ้าไม่ตก เกิดความแห้งแล้งอดอยาก ก่อนเวลาที่โลกจะวิบัติตามช่วงพรหมราตรีที่กำหนดไว้
    ด้วยสังข์อสูรนั้นสำคัญว่าเมื่อโลกขาดซึ่งพระเวทย์แลพระธรรมศาสตร์ไป พอพระพรหมตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็จะไม่สามารถสร้างโลกแลสร้างสรรค์จักรวาลได้เลย เทพยดาตลอดจนมนุษย์ก็จะไม่ได้รับองค์ความรู้ต่างๆทั้งยังไม่นับถือพระเป็นเจ้าอีกต่อไป

    ด้วยเหตุนี้
    พ่ออาจารย์ท่านซึ่งได้รับการแนะนำจากองค์ปฐมพรหมว่าให้ทำตะกรุดครูดอกสำคัญขึ้นลงวิชาสังข์อสูรไว้ เพราะสังข์อสูรนั้นเป็นผู้กลืนกินที่ได้ชื่อว่ากลืนได้ทุกอย่างแม้กระทั่งพระเวทย์และพระธรรมศาสตร์ทั้งหลายอันปกติแล้วจะหาผู้ใดกลืนกินมิได้ จึงได้ชื่อว่าสังข์อสูรนั้นมีอำนาจมากกลืนได้ทุกสิ่งด้วยตัวสังข์อสูรนั้นเป็นมหาพรหมจุติลงมาจึงมีกำลังฤทธิ์มาก ซ้ำเหนือสิ่งอื่นใดสังข์อสูรนั้นได้ลักขโมยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเป็นเจ้า ได้กลืนกินทั้งรูปธรรมและนามธรรมอันเป็นต้นกำเนิดของมหาจักรวาลได้(พระเวทย์และพระธรรม)

    เช่นนั้นท่านจึงถือว่าสังข์อสูรนั้นเป็นดั่งหลุมดำที่ใช้กลืนกินได้ทุกสิ่ง(วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านปกปิดมากและวิชานี้ท่านตั้งใจหลบไว้ไม่ให้ใครเห็นหรือเอาไปใช้กันได้ง่ายๆด้วยท่านกลัวว่าจะหลงระเริงเอาไปใช้ในทางที่ผิด) ซ้ำสังข์นั้นยังมีอานุภาพมงคลอีกหลายประการ แม้ว่าบุคคลใดจะทำการมงคลให้เอาสังข์ไปเป่าให้ดังจนสุุดเสียงสังข์นั้นแล เสียงนั้นได้ยินไปถึงสถานที่ใดก็เป็นอุดมมงคล ทั้งสังข์ยังใช้ในการเป่าประโคมเพื่อเตรียมพร้อมขบวนศึก ใช้เป่าเป็นอาณัติสัญญาณในการสงคราม ใช้เพื่อประกาศศักดาและความมีชัย ...เช่นนั้นพ่ออาจารย์จึงสรุปว่าวิชาสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบานนั้นสามารถกลืนได้ทุกสิ่งทั้งยังใช้ขับไล่สิ่งอันไม่เป็นมงคลออกไปจากตัวเราหรือสถานที่ซึ่งเราอาศัยอยู่ และเป็นเครื่องหมายแห่งศักดานุภาพแลชัยชนะอีกด้วย ท่านว่าบ้านไหนร้อนเป็นไฟ ชีวิตใครที่วิบัติอย่างไร้สาเหตุชนิดที่โดนผีมันทำเอา หรือโดนเจ้าที่เทวดาให้ร้ายเหล่านี้ มีสังข์อสูรอยู่ด้วยรับรองได้ว่าวิบัติต่างๆนั้นเงียบสนิท

    อานุภาพของสังข์อสูรนั้นมีอยู่มากเมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงตามโองการปฐมพรหมโดยทำเป็นตะกรุดครูที่สร้างด้วยสรรพพิธีกรรมโบราณเช่นการทำตะกรุดตะกั่วลงถมแล้วท่านจึงเรียกตะกรุดสังข์อสูรนี้ว่าเจ้าหลุมดำ เพราะเจ้าหลุมดำนี้มีแรงกระหายที่แฝงลึกอยู่ในสัญชาติญาณสามารถกลืนกินได้แม้แต่พระเวทย์และพระธรรม ซ้ำวิชานี้ยังใช้กลืนกินคำสาป,คำสาบาน,ทุกข์,โทษ,ภัยใดๆอันแสดงออกถึงผลร้ายที่มากระทบกายและใจของเรา

    ท่านว่า
    เจ้าหลุมดำนี้กินเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม กลืนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม หากคนใช้เป็นจะรู้ว่าสามารถใช้เพื่อกลืนและกินได้ทุกสรรพสิ่ง ยิ่งเรามีบาปมากทุกข์มาก มีชีวิตติดอยู่ในคำสาปคำสาบานตั้งแต่อดีตชาติอันผูกพันธ์เหนี่ยวรั้งเราไว้ ใช้ชีวิตวกวนหาทางออกไม่ได้อยู่เช่นนี้ ท่านว่านั่นแหละเจ้าหลุมดำกลืนกินได้ทั้งหมด ยิ่งเค้ากินมากก็จะยิ่งให้คุณมาก ท่านว่าวิชานี้แปลกคนที่ว่าทรุดๆไร้จุดยืน คนที่ติดคำสาปคำสาบานเหล่านี้ พอเจ้าหลุมดำมันกินเสร็จไม่ใช่แค่มันนะที่อิ่ม แต่ตัวเรามันก็ให้กินให้อิ่มด้วยเหมือนเป็นการตอบแทนที่เราให้มันกิน ชีวิตใครที่ขาดสิ่งใดอยู่ไม่ว่าจะโชคลาภความรักความปรารถนา สิ่งใดที่ต้องประสงค์นั่นแหละบอกกับเจ้าหลุมดำไว้ได้เลยว่า "เมื่อกินอิ่มแล้วให้พ่ออิ่มด้วยนะพ่อขาด...สิ่งนี้ๆก็ว่าไป" ท่านว่าถ้าใช้เป็นดังนี้จะมีกินมีใช้ไม่รู้จบ มันกินเร็ว กินไวชนิดที่ไม่เหลือให้ใคร ก็ส่งผลให้เราได้ทุกอย่างแบบที่ไม่มีใครกล้าแย่งเช่นกัน

    ทั้งเจ้าหลุมดำนี้ได้ชื่อว่า
    กินอย่างเดียว เก็บอย่างเดียวไม่มีเอาออก ไม่รู้จักอิ่มและไม่มีอะไรที่เขาจะกินไม่ได้ เช่นนั้นวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้เปรยเอาไว้ว่านอกจากกลืนกินคำสาปคำสาบานในร่างกายตัวตนของเราแล้ว เจ้าหลุมดำนี้แม้อยู่ที่ไหนก็ยังจะช่วยเจ้าของกอบโกยสิ่งที่ตัวเธอต้องการแบบไม่รู้จักคำว่าพอดี(พูดง่ายๆคือเกินพอไปไกล) จะกอบโกยทุกอย่าง ครอบครองทุกอย่างจนตัวเธอเองคาดไม่ถึงว่าทำไมเมื่อก่อนเป็นแบบนั้นและตอนนี้เรามีขนาดนี้ได้อย่างไร จะถึงซึ่งสิ่งอันสมปรารถนา มีความสุขกับทรัพย์สมบัติที่ตั้งใจจะให้เป็นตั้งแต่แรก

    ...ท่านว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดอิ่มตัว นี่คืออานุภาพของเจ้าหลุมดำ เพราะตัวของมันนั้นสามารถบรรจุพระเวทย์และพระธรรมได้จึงมีอานุภาพอันประมาณมิได้ ท่านว่ามีมิติอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่สามารถคาดคะเนจุดสิ้นสุดได้อยู่ในตัวของมันเช่นนี้ท่านจึงเรียกเจ้าหลุมดำเพราะจริงๆแล้วตัวของมันสามารถใส่ได้ทุกสิ่ง ***วิชานี้เป็นพระเวทย์พิศดารซึ่งพ่ออาจารย์ได้รับการถ่ายทอดโดยปฐมพรหม ท่านว่ามีอำนาจเหนือแรงพรหมลิขิตต่างๆที่ดลบันดาลชีวิตคนมากนัก ด้วยเหตุสังข์อสูรนั้นโขมยของจากพระพรหมเปลี่ยนแปลงพรหมลิขิตซึ่งส่งผลร้ายแรงที่สุดต่อมหาจักรวาลได้อย่างไร เรื่องโขมยชะตา เปลี่ยนชีวิต กลับทุกข์เป็นสุขทั้งหลายเค้าก็ทำได้ง่ายๆเช่นนั้น

    ### วิธีใช้

    - ตะกรุดนี้เมื่อได้รับไปท่านให้ผู้บูชาตั้งจิตตั้งสมาธิให้ดี นำเอาปากกามาเขียนชื่อตัวเองจารใส่ลงไปที่ตะกรุด ให้ทำเบื้องหน้าพระปฏิมาหรือทำจิตหน่วงไว้มั่นคงในพระรัตนตรัยอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เมื่อกระทำนั้นพ่ออาจารย์ท่านให้ตั้งจิตให้ดีบอกกล่าวกับมหาสังข์เขาว่าให้กลืนกินคำสาปและคำสาบานตั้งแต่อดีตชาติของเราขณะที่เราเขียนชื่อลงไป...(ต้องทำด้วยตัวเอง) อยากจะให้ท่านช่วยให้ท่านกลืนกินอะไรก็บอกไปเลยในขณะนั้น การเขียนชื่อนี้ทำได้เพียงครั้งเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะพกแบบไม่เขียนก็ได้ แต่หากทำตามนี้วิชานี้จะมีผลมาก เห็นผลได้ไวดั่งใจ เจ้าหลุมดำจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเราและตามช่วยเราตลอดไปแม้ในภพภูมิไหนๆ จะเกิดอีกกี่ชาติ พรและความโชคดีเหล่านี้จะไม่หายไปจากตัวเราเลย

    คาถาอาราธนา
    ติวาคะภะ โธพุทนังสา นุสมะวะเทถา สัตถิระ สามะทัมสะริปุโรตะ นุตอะทูวิกะโลโตคะสุโนปันสัม ณะระจะชา วิโทพุธสัมมา สัมหังระ อะวาคะภะ โสปิติอิ

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน(เจ้าหลุมดำ) ร่วมทำบุญบูชา 900 บาท


    73150693-522245141908596-3124382089848291328-n.jpg
    72430561-493077137942647-9155337525798109184-n.jpg
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา บรมครูเบิกชีวิตเหรียญเบิกไพรสวามีสังกาลา(เวตาลถวายพร,ผงกาลกินวิชา)
    " เมื่อใดที่สวามีสังกาลาปรากฏ พลังธรรมชาติอันมหาศาลจะมาบรรจบกัน ณ บัดนี้ "

    สวามีสังกาลาหรือภีมะสังกรนั้นพ่ออาจารย์ท่านจะเรียกสองนามนี้สลับกันไปแต่ความหมายคือองค์เดียวกัน โดยสวามีสังกาลานั้นเป็นหนึ่งในบรมครูสำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านให้ความเคารพอย่างสูง และมักจะเชื่อมต่อกระแสญาณ ตลอดจนเชิญครูลงแฝงอยู่เสมอๆ ด้วยท่านมีรัศมีกายสีดำทมิฬดุจห้วงนภายามรัตติกาล พ่ออาจารย์ท่านว่าบรมครูท่านนี้คือนามธรรมอันยิ่งใหญ่นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์ในห้วงความมืดมิดซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรากฏแสงสว่าง เช่นนั้นท่านจึงถือว่าองค์ภีมะสังกรนั้นเป็นครูต้นของท่านเพราะท่านเป็นต้นตอสัจธรรมก่อนการกำเนิดแสงสว่างและสร้างจักรวาล ท่านว่าครูองค์นี้มีอานุภาพมากแม้ลมหายใจที่ท่านปล่อยออกมายังลุกโชนแปลบปลาบสว่างจ้าดุจฟ้าแลบก็ไม่ใช่ไฟบรรลัยกัลป์ก็ไม่เชิง ท่านว่าโดยปกติรูปสวามีสังกาลานั้นจะมีอาถรรพ์มาก ด้วยถ้าไม่เดือดร้อนหรือเข้าตาจนหนักมากจริงๆก็ยังไม่ต้องพึ่งบารมีครูองค์นี้ เพราะตัวของท่านนั้นจะถูกปลุกขึ้นมาเมื่อโลกตกสู่กลียุค ดุจธรรมชาติทั้งหลายจมสู่ความมืดมิดซึ่งจะกระตุ้นความชั่วร้ายต่างๆทุกรูปแบบให้ย่างกรายออกมาสร้างปัญหา ด้วยสวามีสังกาลานั้นเป็นเวลาแห่งความมืดนิรันดร์อันเป็นจุดเริ่มต้นของแสงสว่างเมื่อใดที่สวามีสังกาลาปรากฏ พลังธรรมชาติอันมหาศาลจะมาบรรจบกัน ณ บัดนี้ เพื่อสร้างเสริมกำลังให้ผู้ศรัทธาและปัดเป่าความมืดทั้งหมดในชีวิตให้พ้นไปในทันทีเพื่อจุดประกายแสงสว่างของชีวิตให้รู้แจ้งเห็นชัดในทุกกิจทุกสิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตใครที่มารเยอะ สวามีสังกาลานี้เป็นองค์ครูสายปราบมารที่ทรงกำลังมาก ทั้งยังบำบัดทุกข์และโรคทั้งหลายด้วยทรงมีมหากรุณายิ่งกว่าเทพทั้งปวง ซ้ำยังเป็นที่พึ่งสูงสุดของผู้ที่ต้องการอำนาจพิเศษเหนือธรรมชาติต่างๆบรรดามี ด้วยมีสิทธิ์เหนือชีวิตและความตายสามารถชุบชีวิตที่สิ้นสูญให้ฟื้นกลับคืนมาใหม่ได้อันล่วงอำนาจของมหาเทพทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านจึงถือเป็นเคล็ดว่าคนที่กำลังทุกข์กำลังเจ็บปวดกับวิถีชีวิตก็ดีด้วยบารมีครูท่านเปี่ยมความกรุณาดังนี้ท่านย่อมชุบและฟื้นคืนชีวิตทั้งหลายให้ดีขึ้นทันตา ด้วยหน้าที่ของท่านคือเปลี่ยนชีวิตที่มัวหมองนั้นให้กลายเป็นจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ เช่นนั้นท่านจึงอยู่เหนือกฏแห่งกรรมมีฐานะพิเศษที่วัฏจักรหรือสังสารวัฏไม่สามารถทำอะไรท่านได้และมีฐานะพิเศษสูงสุดด้วยว่าเป็นยอดและเป็นผู้นำของเหล่าเทพ,มหาเทพ,มหาฤาษี,โยคี,นักสิทธิ์ทั้งปวงดุจว่าท่านเป็นทั้งมหาโยคีและเป็นจอมราชาของมุนีและทวยเทพไปพร้อมๆกัน เพราะคุณธรรมของท่านนั้นสูงส่งและถึงซึ่งฐานะและทิพยสภาวะทุกระดับชั้นนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านจึงให้ความสำคัญมากว่าหากจะสร้างรูปสวามีสังกาลานั้นจะมีคุณมากเป็นเงาตามตัวด้วยว่าตรีโลกนี้จะหาผู้มีฐานะพิเศษเช่นสวามีสังกาลานั้นหาอย่างไรเสียก็ไม่มีวันเจอ

    เมื่อจะสร้างสวามีสังกาลานั้นครูท่านอยากจะเปลี่ยนชีวิตผู้บูชาให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุดท่านจึงขอให้พ่ออาจารย์ทำรูปท่านแบบฤาษีเบิกไพรโดยหันหน้าท่านเข้าหาป่า(พ่ออาจารย์ท่านว่าแก้เคล็ดดุจครูหันหน้าเข้าหาภัยทั้งหมดของเราเพื่อเบนเราออกไป) เพราะท่านเปรียบว่าไพรหรือป่านั้นเป็นสถานที่ซึ่งมีอาถรรพ์มากที่สุด การเบิกไพรก็คือเปิดทาง เปิดป่า เบิกเอาภัยและอาถรรพ์ทั้งหลายออกไปให้พ้นชีวิตและทางเดินของตัวเจ้า ช่วยเบิกทางแผ้วถางเส้นทางที่เราจะเดินมุ่งไปไม่ให้ปัญหาต่างๆปรากฏออกมา ยิ่งชีวิตใครที่เข้าตาจนหรือหาทางออกไม่ได้นั้นท่านว่ายิ่งเหมาะที่จะอาราธนา เพราะอาถรรพ์สวามีสังกาลาเบิกไพรนี้ท่านจะเปิดทางออกไปสู่ชีวิตใหม่ ให้เราได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆชักพาสวัสดิมงคลมาเปลี่ยนทางเดินชีวิต ซ้ำจะช่วยกำจัดปัดเป่าอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย หากวันหนึ่งถึงคราวจนไม่พ้นตัวจะเพลี่ยงพล้ำจริงๆกับสิ่งใดๆพ่ออาจารย์ท่านว่าให้เธอจำคำเราเอาไว้ให้มั่นเมื่อถึงครานั้นด้วยบารมีของสวามีสังกาลานี้จะมีคนเข้ามาอุ้มมาช่วยเหลือเธออย่างทันท่วงทีแม้ในเรื่องนั้นจะถึงกาลที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ตาม ท่านว่าครูท่านกำหนดให้ทำให้ปั้นหุ่นเทียนตามนี้เพื่อหวังใจว่าผู้ได้บูชาจะเจริญก้าวหน้ามีชีวิตที่ราบรื่น มีกิจการที่จะดำเนินต่อไปอย่างไม่ติดขัดไร้ซึ่งอุปสรรคทุกๆสิ่ง ให้ชีวิตนั้นไร้ปัญหาโดยครูท่านจะปัดเป่าให้ รูปอาถรรพ์สวามีสังกาลาเบิกไพรนี้เป็นสายครูที่ท่านหวงแหนอย่างยิ่งเพราะชีวิตนึงนั้นท่านว่าครูท่านเปิดให้ทำได้ครั้งเดียว ซ้ำรูปนี้ยังมีอาถรรพ์มากประหนึ่งครูอาจารย์(สวามีสังกาลา)ประทับอยู่กับผู้บูชาตลอดเวลา ท่านว่าสุดแล้วแต่จะอธิษฐานใช้เลยไม่ว่าจะคุ้มดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ ป้องกันคุณคนคุณผี ส่งเสริมชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า...จะขออะไรครูก็อยู่ที่ปากของเรา

    เบิกไพรคือเปิดทางถอนอาถรรพ์ ไอ้วิชาและอาถรรพ์ต่างๆนี่ที่ขึ้นชื่อว่าทำให้ซวย ให้ทำมาหากินยาก มีความเป็นอยู่ยากลำบาก มีการป่วยไข้ไม่สบาย ท่านว่าคนเราถ้าไปโดนคนกลั่นแกล้งก็ดี หรือจะภูติผีเทวดามิจฉาทิฏฐิเหล่านี้ ลองโดนเข้าไปแล้วมันทำมาหากินอะไรไม่เจริญทั้งสิ้น แม้จะเจอของดีแก้ไขได้แต่ไอ้ตะกอนของวิชาและอาถรรพ์ตลอดจนคำสาปแช่งทั้งหลายมันก็ยังมีละอองเหลือติดอยู่ในกายเรา ค่อยๆสะสมๆให้หนาขึ้นไปรอวันที่จะแผ่ความร้อนจุดไฟขึ้นมาเผาตัวเอง พวกคนที่มีละอองเหล่านี้ในตัวให้สังเกตุเลยว่าชีวิตจะแปลกๆทำอะไรก็ไม่มีความคล่องตัวเหมือนคนอื่น จะมีเหตุๆต่างๆให้เสียทรัพย์บ้าง บางคนก็สามวันดีสี่วันไข้มีวิปริตต่างๆมีความเป็นอยู่ไม่ปกติ เช่นนี้จึงจำต้องพึ่งครูที่จะช่วยเราเบิกทางและถอนอาถรรพ์นั้นตลอดเวลาติดอยู่กับตัวเราเพื่อเปิดทางให้เราเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ ท่านว่าที่จะถอยหลังกลับเป็นไม่มีดังนี้

    เมื่อจะสร้างสวามีสังกาลาให้สมบูรณ์นั้น พ่ออาจารย์ท่านมีความปรารถนาไม่อยากจะเห็นผงวิเศษที่ลบถมขึ้นจากมหายันต์ชั้นสูงที่สืบทอดกันในหมู่กษัตริย์แม่ทัพนายกองอันประกอบด้วยสรรพคุณที่ทรงพลานุภาพสูญหายไป ประกอบกับท่านพิจารณาว่าถึงเวลาอันดีที่ทำเอาไว้ให้กับผู้ที่ต้องการรับสุดยอดของดีไว้บูชาจึงได้จัดทำผงนี้ขึ้น ซึ่งในเรื่องของฤกษ์ยามที่ลงจะต้องคัดฤกษ์มงคลสูงสุดตามสายวิชาเพื่อทำผงโดยพ่ออาจารย์ท่านก็เลือกฤกษ์เพียงสองฤกษ์เท่านั้นที่จะใช้ลบผงนี้ประกอบไปด้วยราชาฤกษ์เเละเพชฌฆาตฤกษ์ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็เนื่องมาจากท่านตั้งใจจำทำให้ดีที่สุดนั่นเอง อันผงทั้งสองนั้นประกอบไปด้วย
    - ผงยันต์เกราะเพชรพระเจ้าสูตรพิชัยสงคราม ผงที่เกิดจากพระยันต์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีพลานุภาพมากยากที่จะประเมิณค่าได้ หาผู้สืบทอดและทำได้ยาก เนื่องจากเป็นมหายันต์ชั้นสูงที่ทำให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน มีพลานุภาพปรากฎในทุกด้านในทุกทิศทางแม้ผงนี้อยู่ที่ใดก็จะแผ่รัศมีออกไปในทิศทั้งสิบ เปรียบดังเกราะแก้วกำแพงเหล็กที่ป้องกันภัยและเสนียดจัญไรจากทุกสารทิศไม่ให้มากล้ำกรายผู้บูชาได้ ทั้งยังมีพุทธคุณสุดแต่ใจนึก พ่ออาจารย์ท่านอธิษฐานจิตให้ผงนี้สอดคล้องรับกันกับอารมณ์ปรารถนาในใจเรา ไม่ใช่แต่เพียงให้ดีทางด้านคุ้มครองทั้งยังเป็นเมตตาและมหาอำนาจชั้นเลิศตามสูตรยันต์พิชัยสงครามอีกด้วย ในส่วนตัวพ่ออาจารย์จะเรียกผงนี้ว่าผงแหพันชั้น ท่านว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะเวลาเสกต้องทำให้มีพุทธคุณสมกับชื่อผงที่ว่าแหพันชั้นนั้น ท่านหมายถึงว่าแม้ผู้บูชาใคร่จะปรารถนาอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่ปรารถนาไว้จะไม่สามารถหลุดรอดพ้นหนีออกไปได้เลย ผงนี้ท่านว่าลงยากเพราะพระยันต์นั้นต้องชักถักคล้ายรูปร่างแห ดุจแหตาถี่ที่จะดลบันดาลให้ทุกสิ่งไม่สามารถหลุดรอดออกไปได้ตามคำอธิษฐาน แม้ว่าจะปรารถนาลาภยศชื่อเสียงเงินทองความเจริญก้าวหน้า สิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อได้มาแล้วจะต้องอยู่กับเราไปตลอดไม่รู้จักคำว่าตกต่ำลงเลย เปรียบดั่งแหฟ้าตาข่ายดินที่ดักจับสิ่งใดไว้ได้แล้วต้องพันธนาการไว้ไม่ให้รู้หลุดรู้เคลื่อนเลยฉันใดก็ฉันนั้น การเสกผงนี้ก็เช่นกันต้องทำให้ได้เฉกเช่นนั้น ความยากจึงไม่ได้อยู่ที่การลงการเชิญครูเพียงอย่างเดียวเพราะท่านเน้นพระพุทธคุณในทุกด้านให้ปรากฏในทุกทิศทางที่ผงนี้สถิตย์อยู่
    - ผงมหาจักรอนันตคุณ เป็นผงซึ่งก็จัดเป็นมหายันต์ตามสูตรพิชัยสงครามโดยแท้เช่นกันที่ต้องเลือกฤกษ์และเวลาลงอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้บูชาไปใช้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ซึ่งพ่ออาจารย์กล่าวว่ามหายันต์สูตรนี้มีดีทุกด้านไม่ต่างกับชื่อเลยนั่นคือนันตคุณ คือมีคุณเป็นอเนกอนันต์นั่นเองสุดแต่ใจของผู้ใช้จะพึงปรารถนาแต่ที่แน่ๆนั่นคือ เด่นทางด้านเสริมสิริมงคลชื่อเสียงและเกียรติยศให้ปรากฏแก่ผู้บูชา ท่านว่าหากเราเองมีชื่อเสียง เป็นคนมีเกียรติเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมแล้วแม้จะทำอะไรไม่ต้องเอ่ยปากทุกสิ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้มา ท่านว่าได้แบบไวด้วยไม่เหนื่อยด้วย ซึ่งการเสกนั้นท่านต้องตั้งธาตุหนุนธาตุตั้งนิมิตเสกให้มหาจักรนี้พัดหมุนไปได้ตลอดเวลา ถือเคล็ดที่ว่านอกจากดีมีคุณเป็นอนันต์ตามใจผู้ใช้แล้ว ยังเปรียบเสมือนกงจักรศาสตราเทพอาวุธแห่งองค์พระนารายณ์ที่ใช้ตัดและทำลายได้ทุกสิ่ง ไม่ใช่ตัดแต่เพียงเคราะห์กรรมเท่านั้นยังตัดทุกข์โศกโรคภัยและใช้ป้องกันเทพยดาอันธพาลทั้งหลายไม่ให้มากลั่นแกล้งได้อีกด้วย
    โดยปกตินั้น
    ผงทั้งสองนี้ท่านจะหวงแหนมากเพราะถือว่าเป็นเครื่องสูงของสูงและทำยากซ้ำพุทธคุณจะแผ่ซ่านออกมาทั้งสิบทิศและยังมีอานุภาพแฝงไว้อีกประการหนึ่งด้วยในผงเกราะเพชรพระเจ้านั่นคือการสะท้อนย้อนกลับโดยฉับพลันทันที เรียกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีผงนี้ติดตัวหากมีผู้ประสงค์ร้ายหรือคิดไม่ดีนั้น อานุภาพของผงนี้จะสะท้อนผลร้ายกลับไปร้อยเท่าพันทวี พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้ นอกจากกันไฟกันฟ้ากันเคราะห์กันกระทำย่ำยีและเสนียดจัญไรทั้งหลายแล้วยังดีทางมหาสะท้อนอีกด้วยแต่เป็นมหาสะท้อนสูตรพิชัยสงครามท่านเลยถือโอกาสเสกเพิ่มมนต์พระกาฬลงกำกับไปด้วยโดยถือว่าจะเสริมและเติมให้เต็มให้เป็นมหาสูตรของท่านโดยเฉพาะ

    ผงกาลกินวิชา
    ผงสำคัญนี้เป็นผงหลักที่พ่ออาจารย์ท่านลบถมวิชาหน้ากาลกินวิชาขึ้นมาโดยเฉพาะ ท่านว่าเจ้าตัวหน้ากาลนั้นเป็นอสูรที่มีลักษณะดุร้าย คิ้วขมวด นัยน์ตากลมโตถลน จมูกใหญ่ ปากกว้างเห็นฟันบนและมีเขี้ยว ไม่มีริมฝีปากล่าง ไม่มีลำตัว มีแขนออกมาจากด้านข้างของศีรษะสวมเครื่องประดับศีรษะลักษณะเป็นกระบังหน้าเรียกเกียรติมุขหรือหน้ากาลซึ่งกาลนั้นก็พ้องกับเวลา เป็นอำนาจอันอยู่ในการควบคุมของสวามีสังกาลา
    กาลหรือหน้ากาลมีความหมายเดียวกับเวลา เป็นผู้ซึ่งกลืนกินสรรพสิ่งทั้งมวล จึงมีคติว่ากินได้ทุกอย่างจึงเป็นผู้ครอบครองเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนั้นผงนี้ยังเสมือนสิ่งคุ้มครองปกปักรักษามิให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาสู่ตัวเราและยังนำเกียรติยศมาสู่เราด้วย เพราะเกียรติมุขนั้นหมายถึงหน้าอันมีเกียรติ พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญและมีอาถรรพ์มากเพื่อให้ชีวิตและลมหายใจของเขาที่เกิดขึ้นจากการเรียกสูตรลบยันต์มอบพลังให้กับเราล้างอถรรพ์ในชีวิตเรา ทั้งหน้ากาลยังได้ชื่อว่าหิวกระหายเป็นนิจกินอย่างไรก็ไม่อิ่มอันเป็นเคล็ดสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ได้เปรียบ กินคนอื่นไปเรื่อย กินไม่รู้จบเพราะเป็นผู้กลืนกินเวลาทุกขณะในโลก เวลาอันเดินหน้าไปเรื่อยๆที่ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ จึงเป็นดั่งผู้ควบคุมกาลเวลาและครอบครองเหนือทุกสิ่ง ด้วยผงนี้จะเปลี่ยนอารมณ์เราในวันที่ร้อนให้เย็นลง ให้ชีวิตเราเคลื่อนไปสู่จุดที่สูงที่สุดและดีที่สุดอย่างรวดเร็ว ทั้งยังกลับสิ่งร้ายให้กลายเป็นดีสามารถล้างอาถรรพ์ไม่ดีต่างๆ ป้องกันสิ่งชั่วร้าย เสริมดวงชะตาทำให้มีราศีมีชื่อเสียงมีเกียรติยศ.. พ่ออาจารย์ท่านว่าหน้ากาลนี้มีฤทธิ์มากแม้เหล่าราชาอสูรตลอดจนเทพนพเคราะห์อย่างพระราหูก็ยังกลัวจะถูกหน้ากาลกลืนกินดังนั้นจึงเป็นเคล็ดว่าใครที่มีผงนี้อยู่กับตัวเทพอสูรทั้งหลายจะเกรงกลัวเรา นพเคราะห์ทั้งหลายจะไม่เล่นตลกกับชีวิตเรา
    ผงกาลกินวิชานั้นจะกินวิญญานกินความชั่วร้ายและอุบาทว์จัญไรทั้งหมด ที่จะมาทำร้ายเราให้โทษกับเรา จะกินคุณไสยในอากาศกินวิชาที่ไม่ดีทั้งพวกฝ่ายต่ำและของอุบาทว์เปลี่ยนเป็นพลังงานบริสุทธิ์เกื้อหนุนเรา ทั้งคุ้มครองผู้ที่เป็นเจ้าของกันคุณไสย และยังมีคุณสะกดให้คนหลงเชื่อหรืออยู่ในอำนาจของเราเชื่อฟังเราทุกอย่าง จะให้คนหลงรักเราก็ได้ ให้พ้นจากถ้อยความและสิ่งที่ถูกคนกระทำให้ร้ายก็ได้ ท่านว่าแล้วแต่จะอธิษฐานใช้กันเลย

    เวตาลถวายพร
    เวตาลนั้นเป็นบุตรของพระกศยปะเทพบิดรที่เกิดจากนางอทิติ เมื่อเกิดมาก็เป็นภูติคอยถวายงานตามรับใช้พระศิวะ(ครูพระสยม)เป็นเจ้า โดยเวตาลนั้นในมือขวาจะถือไม้เท้ามือซ้ายถือหอยสังข์ ขณะเมื่อมาปรากฏตัวจะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีเขียวทั้งชุดบางทีก็นั่งมาบนเสลี่ยงมีเหล่าศิวะสาวกคอยหาม บางคราวก็ขี่ม้ามีภูติบริวารถือคบเพลิงส่งเสียงโห่ร้องกึกก้องแวดล้อมโดยรอบ
    เวตาลนั้นปกติจะอาศัยอยู่ในป่าช้ากับครูพระสยมเมื่อท่านลงมาบำเพ็ญตบะในป่าช้า
    ตัวเวตาลเขาจะมีญาณหยั่งรู้ในกาลทั้งสามคืออดีตปัจจุบันและอนาคต หยั่งรู้แม้แต่จิตใจและน้ำใจผู้คนอันซุกซ่อนของแต่ละคน ถึงได้ชื่อว่าเป็นอมนุษย์วิเศษด้วยเป็นลูกของพระเทพบิดรแม้เป็นอมนุษย์แต่กลับได้รับการยกย่องในหมู่ภูติผีและเทพเจ้าทั้งปวงเพราะตัวมีฤทธิ์ที่เกิดจากการหยั่งรู้ทั้งมีปัญญาและคุณธรรมครบถ้วน เขาจะยอมพ่ายแพ้และยกย่องความเพียรพยายามของผู้ที่ขอร้องเขา เขาจะช่วยเหลือคนดีต่อต้านคนเลวเสมอ เช่นนั้นผู้มีวิชาทั้งนักสิทธิ์,ฤาษี,วิทยาธรอันมีฤทธิ์มาก แม้มากฤทธิ์แต่ทุกคนก็อยากได้เวตาลมาเป็นข้ารับใช้ เหมือนที่เวตาลคอยรับใช้พระศิวะเจ้า เพราะทุกคนรู้ดีว่าเรื่องใดที่อับจนต่อให้มีฤทธิ์อย่างไรก็หาทางออกไม่ได้ แต่เวตาลนั้นมีปัญญามากมักจะมีทางออกให้ทุกคนเสมอ
    ซ้ำเวตาลยังเป็นดั่งฑูตที่คอยบอกเล่าเรื่องที่พบเห็นพูดคุยกับองค์พระศิวะโดยตรง ท่านจะคอยบอกคอยเล่าเรื่องของคนที่ท่านจับตามองทั้งชีวิตของเขากับองค์พระสยม พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อจะทำรูปเวตาลนั้นก็ต้องใช้กิ่งไม้ที่เวตาลเคยเกาะจึงจะมีอาถรรพ์มากดุจได้ตัวเวตาลจริงๆ ท่านจึงได้นำกิ่งตะเคียนที่ขึ้นในป่าช้าอันเวตาลเคยเกาะ...มาแกะเป็นรูปเวตาลเกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลง และรูปเวตาลอาถรรพ์นี้ครูพระสยมได้เมตตาทำให้โดยสร้างขึ้นจากอนุภาคของเวตาล(พ่ออาจารย์ท่านว่าครูมาทำให้ทั้งหมดเลย)จึงถือว่าใครมีเวตาลนี้ก็ดุจดั่งมีภูติรับใช้ ที่เราไม่ต้องเลี้ยงไม่ต้องดูแลอะไรเขาเลย วันดีคืนดีเขาจะมาบอกเล่าพูดคุยกับเราเกี่ยวกับอดีตของเรา เกี่ยวกับอนาคตความเป็นไปของโลก หรืออาจจะบอกถึงปัญหาและทางออกในชีวิตเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอทั้งสิ้น
    เมื่อชีวิตเราถึงคราวเข้าตาจน อับจนหนทาง ลำบากยากแค้น พ่ออาจารย์ท่านว่าให้อธิษฐานบอกกล่าวเวตาลแล้วปัญหาจะผ่านพ้นไปง่ายๆ***ดุจผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายก็ยังต้องการครอบครองเวตาล แม้ครูพระสยมก็ยังโปรดที่จะพูดคุยกับเวตาลอยู่เสมอๆ ท่านว่าจะขอโชคขอลาภขอความเจริญรุ่งเรืองในตำแหน่งหน้าที่การงานก็ยังได้สมดั่งใจหวังหรือจะอธิษฐานขอทางความรักกด็ได้
    เวตาลถวายพรนี้พ่ออาจารย์ท่านว่า
    โดยปกติเมื่อเวตาลพูดคุยหรือพอใจกับผู้ใดเขาก็จะถวายพรให้กับคนนั้น ไม่ว่าความปรารถนาใดๆย่อมจะส่งผลทันตา ซ้ำผู้มีรูปอาถรรพ์เวตาลอยู่กับตัวนั้นยังจะรอดจากคำสาปทั้งมวล ทั้งบรรดาอมนุษย์ทั้งหลายมียักษ์,กุมภัณฑ์,รากษส,ปีศาจ,แม่มด,หมอผี.. ตลอดจนสัตว์โลกประเภทอมนุษย์เดียวกันนี้จะสิ้นฤทธิ์เดชเมื่ออยู่ใกล้รูปราชาเวตาลทั้งสิ้น
    พ่ออาจารย์ท่านว่าพรของเวตาลนั้นไม่ใช่ของเล่น เพราะเขาสามารถอวยพรแม้ในชีวิตหลังความตายของเราได้ สามารถนำความสำเร็จให้เราเป็นดั่งราชาของเทวโลกในจักรวาลใดจักรวาลหนึ่งได้ เช่นนั้นพรของเวตาลจึงไม่ใช่ของเล่น พ่ออาจารย์ท่านว่ารูปเวตาลถวายพรนี้ขอแค่หมั่นพูดคุยกับเขา บอกเล่าความทุกข์ของชีวิตเราก็พอ แต่ขอให้จำไว้ว่าจงพูดความจริงกับเวตาล อย่าโกหกเวตาลโดยเด็ดขาด แล้วเรื่องราวของเรานั้นก็จะรู้ถึงครูพระสยมทันที ซ้ำเวตาลยังจะแแก้ไข้และให้พรแก่ชีวิตเราตามสมควรด้วย

    คาถาบูชา
    โอม สวามีสังการายะ ภีมะสังกร สังกาลีเยบีมาร์สังการาชายะ สังการาชามา นะโม นะมะ


    ### สำหรับท่านที่จะบูชาองค์สวามีสังกาลานี้ก็ให้ส่งรายละเอียดเรื่องปัญหาที่ติดขัดในชีวิตแนบไว้ด้วย ให้บ่งบอกด้วยว่าชีวิตตัวเองมีปัญหาอะไรขาดอะไรต้องการอะไรปรารถนาอะไร พ่ออาจารย์ท่านจะทำการบอกกล่าวให้ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ท่านให้คติมาเพียงข้อเดียวสำหรับผู้ที่จะบูชานั่นคือขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดีแล้วจะได้ดี ปัจจัยร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กพิการที่ด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา บรมครูเบิกชีวิตเหรียญเบิกไพรสวามีสังกาลา(เวตาลถวายพร,ผงกาลกินวิชา) บูชา 4,000 บาท


    74522314-981300435536271-2994604005117657088-n.jpg 73390635-2409039409191508-6900979432022867968-n.jpg
    74426901-1216573538538629-6520814374662176768-n.jpg
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดลูกอมมหากำเนิดเสด็จแม่ยั่วเมือง(เม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำ)

    เห็นถามกันเข้ามาก็เลยขออนุญาติพ่ออาจารย์นำมาให้เปิดจองกัน ***แต่ต้องย้ำไว้ก่อนว่าชุดลูกอมนี้นอกจากเสน่ห์แล้ว พ่ออาจารย์ท่านจะเน้นเรื่องกันกระทำ กันคนกลั่นแกล้งและล้างอาถรรพ์ ดับล้างอันตราย ฉุดช่วยดึงชีวิตที่ตกต่ำตลอดจนพลิกวิกฤติฟื้นฟูรากฐานชีวิตเสริมเข้าไปด้วย

    สืบเนื่องจากตะกรุดมหายันต์เสด็จแม่ยั่วเมือง(วิชาสุระปัดเพ็ญจันทร์)นี้ เป็นตะกรุดที่สร้างได้ยากมากถึงมากที่สุด และมีเหลือให้บูชาเพียงหลักสิบดอกเท่านั้นหมดแล้วหมดกันไม่มีอีก เพราะสถานะของพ่ออาจารย์ในตอนนี้ไม่สามารถลงให้เต็มวิชาได้เเบบสมัยก่อนเเล้วนั่นเอง ตะกรุดมหายันต์เสด็จแม่ยั่วเมือง(วิชาสุระปัดเพ็ญจันทร์)นี้ดีอย่างไร ก่อนจะไปพูดถึงตรงนั้น ต้องบอกกล่าวว่านี่เป็นตะกรุด 2 กษัตริย์ โดยถือเคล็ดว่าใช้แผ่นทองแดงแทนแผ่นนาคฝังใจด้วยเม็ดเงินที่พ่ออาจารย์เทหล่อจากแผ่นเงินสุระปัดคำดั่งร่างเดียวกันไม่รู้แตกไม่รู้แยกเป็นสอง เป็นคติทางวิชามหาเสน่ห์ที่ล้ำลึกในโสตหนึ่ง

    ในกระบวนการวิชาทางมายาศาสตร์ทั้งหลาย ที่พ่ออาจารย์พลท่านถนัดที่สุดคือวิชาในฝ่ายของเทววิทยา ดังนั้นการลงตะกรุดมหายันต์เสด็จแม่ยั่วเมือง(วิชาสุระปัดเพ็ญจันทร์) ก็เป็นการจารพระรูปพระศรีมหาอุมาเทวีปางบูชาลึงค์เต็มสูตร ซึ่งในอดีตนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้เมตตาทำชนิดตะกรุดลูกอมไว้ด้วย***เพราะท่านพิจารณาเห็นว่าต่อไปตะกรุดนี้จะหายากคนจะถามกันเยอะ ประกอบกับค่าบูชาที่สูงค่าบางคนก็ยากจะแตะต้อง ท่านจึงเสกตะกรุดลูกอมแม่ยั่วรอเวลาเอาไว้

    วิชาลงตะกรุดแม่ยั่วเมืองซึ่งปางนี้เป็นปางที่พระมหาอุมาเทวีได้เกิดมหากรุณาแลเมตตาเเก่สรรพชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยากจึงต้องทำหน้าที่เพื่อก่อเกิดสรรพชีวิตทั้งมวล เป็นปางที่ปลุกพระศิวะเจ้าให้ออกจากญาณสมาบัติ เพื่อการสร้างสรรค์สรรพชีวิตบนโลกที่หยุดชะงักไปจะได้ดำเนินต่อไปตามวัฏจักรกลไกธรรมชาติ

    ดังนั้น ในบรรดาเครื่องรางเสน่ห์ทั้งหลายพ่ออาจารย์ท่านจึงกล่าวได้เต็มปากว่า จะหาสิ่งใดเหนือกว่านี้ย่อมไม่มีอีกเพราะนี่คือภาวะการสร้างสรรค์จากพลังมหาศักติ(มหาอุมาเทวี) ถือเป็นวิชามหากำเนิดในชั้นแรกเริ่มเพื่อก่อให้เกิดสมดุลย์แห่งกลไกจักรวาล
    - วิชามหากำเนิดนี้ที่ว่าดี คือสรรค์สร้างเเละก่อเกิดทุกสรรพสิ่ง ที่ว่าไม่มีอยู่ ก็สร้างให้มันมีให้มันปรากฏขึ้นมาได้ ที่ไม่มีความเป็นไปได้ก็พลิกกลับให้มันเป็นจริงได้ ที่อยู่ในวิกฤติก็เปลี่ยนเป็นโอกาสได้ เหมือนพระมหาอุมาเทวีที่ทรงปลุกพระศิวะออกจากญาณสมาบัติเพื่อภาวะการสร้างสรรค์ของโลกจะได้ดำเนินต่อไป ไม่อยู่ในจุดวิกฤติเเละขาดเเคลนอีกนั่นเอง ไม่ต้องบอกเลยว่าการปลุกพระเป็นเจ้าขึ้นมานั้นต้องใช้วิธีไหนอย่างไร เพราะการปลุกนี้คือการปลุกตัณหาโดยตรงโดยเฉพาะ ให้พระศิวะเจ้าตื่นขึ้นเพื่อร่วมรักกับพระนางจึงถือเป็นปางที่สมบูรณ์ไปด้วยมนต์มหาเสน่ห์ในขั้นสูงสุด สูงขนาดที่ดลบันดาลให้จิตใจของพระเป็นเจ้าสูงสุดออกจากญาณสมาบัติได้

    ด้วยการทำลายล้างความชั่วร้ายสถาปนาไว้ซึ่งระบบคุณธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ขจัดคนพาลมิจฉาทิฏฐิ ปกปักรักษาศิษย์เสมือนลูกไม่ให้ถูกข่มเหง รังแก ด้วยอำนาจอย่างเด็ดขาดและเหี้ยมหาญประทานชัยชนะเหนือศัตรูท่านว่าไม่มีใครจะรังแกเราได้เลย เร่งรุดให้เจริญในอำนาจวาสนาบารมีด้วยเกียรติยศอย่างสูงสุด ประทานยศถาบรรดาศักดิ์และความเป็นใหญ่ตลอดจนอำนาจในการปกครอง ด้วยว่าพระนางนั้นคือมารดาแห่งสรรพชีวิตทุกชีวิตคือลูกเสมอกัน ประทานความรักให้เท่าเทียมกัน ดำรงไว้ซึ่งน้ำพระทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา ซ้ำยังช่วยให้มีกำลังใจกล้าหาญ ประกอบด้วยกำลังวังชาอาจชนะมวลศัตรูได้ทั้งสิบทิศ ดำรงค์ตนอยู่ในความยุติธรรมสุจริต และยังเกื้อกูลให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพที่ดีพร้อมบริบูรณ์ อำนวยความสุขในการครองเรือน ยังชีวิตให้อิ่มเอม ผาสุข เปี่ยมสุขด้วยความอุดมสมบูรณ์ คุ้มเกรงให้ออกห่างจากภยันตรายทั้งปวง นั่นคือสิ่งที่แม่ยั่วเมืองสามารถกระทำได้

    เมื่อพ่ออาจารย์ได้นำแผ่นทองแดงมาลงรูปเสด็จเเม่ยั่วเมืองนั้นท่านไม่ลืมที่จะลงศิวลึงค์ไปด้วย ##แต่ในชุดลูกอมนี้ท่านว่าแม่ยั่วก็ดีทางเสน่ห์เป็นที่สุดแล้วท่านจึงลงเสริมให้ครบทางกันกระทำ กันคนกลั่นแกล้งและล้างอาถรรพ์ ดับล้างอันตราย ฉุดช่วยดึงชีวิตที่ตกต่ำตลอดจนพลิกวิกฤติฟื้นฟูรากฐานชีวิตเสริมเข้าไปด้วย ท่านเปรียบตะกรุดดั่งว่านั้นคือหลักหินเป็นเสาแกนกลางของจักรวาล ทุกสรรพชีวิตจะถูกดึงดูดโดยสิ่งนี้เเละก็จะวนเวียนไป โคจรไปตามวัฏจักรของกฏแห่งกรรม เป็นการหมุนเวียนซ้ำเเล้วซ้ำเล่าอยู่เช่นนี้ ที่ต้องลงศิวลึงค์เเละเบิกพระเนตรพระศิวะเจ้าไว้ก็เพื่อจะใช้มหากรุณาธิคุณส่วนนี้ของพระผู้เป็นเจ้าดึงดูดสรรพชีวิตต่างๆที่ผู้ใช้ปรารถนาจะให้มาข้องเกี่ยวติดพัน ดึงดูดให้คนเหล่านั้นสนใจเรา และเปลี่ยนจากที่เราไปสนใจเค้าไปตามติดเค้า เป็นเค้าต้องมาตามติดมาโคจรเข้าหาตัวเราเอง ไม่ว่าจเป็นใครทุกสรรพสิ่งเเละสรรพชีวิตใช้ได้ทั้งหมด ท่านลงอาถรรพ์ศิวะซ่อนรูปเสริมกำลังเข้าไปด้วย ซึ่งวิชานี้แต่เดิมแทบจะไม่มีการถ่ายทอดให้ผู้ใดเพราะเป็นวิชาสืบทอดในสายพระเวทย์ชั้นสูง แต่เดิมนั้นกษัตริย์ขอมเปรียบดั่งร่างอวตารของพระศิวะเจ้า เมื่อจะขึ้นครองราชย์นั้นต้องให้ผู้เรืองวิชามาประจุอาถรรพ์ตัวนี้ไว้กับร่างกาย เรียกว่าอาถรรพ์แห่งราชาหรือพระมหากษัตริย์ก็ได้ เป็นวิชาที่จะทำให้ญาณบารมีขององค์พระศิวะนั้น แฝงซ่อนอยู่ในร่างผู้บูชาโดยตรง เป็นทั้งมหาอำนาจ มหาเมตตา มหาเสน่ห์ มหาปราบ มหากำราบ ครบถ้วนทุกประการ ปลุกดีในตัวสร้างขุมพลังในจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านเมตตาลงไว้ให้เพื่อที่ผู้บูชาจะได้มีพลังมีจิตที่ดีภายในก่อนค่อยไปอาราธนาของดีภายนอกใดๆ

    ท่านได้กล่าวไว้ให้คิดสำหรับผู้มีตะกรุดนี้ว่า ให้ถือเสด็จพระอุมาเป็นแม่เพราะโดยศักดิ์เเล้วท่านคือมารดาของจักรวาลหรือจักรวาลชนนีเป็นประธานในหมู่อิตถีเทวีทั้งหลาย เมื่อเป็นลูกของท่านให้ใช้ความรู้สึกรักท่านเเบบรักเเละเทิดทูนมารดาจริงๆ สิ่งใดที่ลูกอยากได้ลูกปรารถนา แม่ย่อมให้ลูก เเม่จะเห็นลูกตกต่ำไม่ได้ แม่จะเห็นลูกลำบากไม่ได้ ลูกอยากได้อะไรเเม้ต้องแลกด้วยชีวิตแม่ก็จะหามาให้ลูกให้ได้ ท่านถือคติแบบนั้น ด้วยมหาศักตินั้นคือพลังงานสูงสุดของจักรวาล ในสามภพหรือไตรดาลคือทั่วทั้งสวรรค์แดนมนุษย์หรือในบาดาล หากปรากฏพระรูปของมหาศักติขึ้นแล้วสรรพชีวิตทั้งหลายย่อมนอบน้อมและเคารพบูชา ด้วยท่านปรารถนาคุณสมบัติสูงสุดที่มนุษย์ใช้เวลาทั้งชีวิตในการแสวงหาและเติมเต็ม เพราะว่าบุคคลที่มีพร้อมทั้งสติปัญญา ความรู้ รูปกาย ทรัพย์สมบัติตลอดจนอำนาจวาสนานั้น คือที่สุดแห่งความบริบูรณ์ที่มนุษย์ควรจะเป็น เรียกว่าเป็นชีวิตในอุดมคติก็เป็นได้ ท่านจึงปรารถนาจะสร้างตะกรุดแม่ยั่วเมืองด้วยมนต์มหากำเนิดขึ้นด้วยการรวมอานุภาพสูงสุดของมหาจักรวาลซึ่งท่านว่าทอดสายตาไปทั่วทั้งสามภพก็หาจะมีซึ่งผู้ใดที่ทรงอานุภาพมากกว่านี้ด้วยว่าเป็นพระแม่สูงสุดของจักรวาลผู้รักและให้กำเนิดสรรพชีวิตทั้งมวลนั่นเอง เพื่อจะเกื้อหนุนดวงชะตา ทำลายสิ่งเลวทรามชั่วร้ายในชีวิต เร่งเร้าให้ผู้บูชามีครบถ้วนบริบูรณ์ในทุกสิ่งที่ปรารถนาหรือต้องการ

    ทีนี้ในส่วนที่สำคัญที่สุดเลยที่พ่ออาจารย์ไม่สามารถลงได้อีกทำให้ตะกรุดนี้มีให้บูชาเพียงเล็กน้อยนั่นก็คือ
    - เม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำ หรือก็คือในส่วนของยันต์สุระปัดจันทร์เพ็ญนั่นเอง เเผ่นเงินสุระปัดนี้เปรียบดั่งมหามงกุฏของพระเจ้าจักรพรรดิ์ เปรียบดั่งมงกุฏของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใช้เคล็ดวิชานี้สร้างสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดขึ้นมา นั่นคือเเผ่นเงินที่อยู่บนหัวนาคตอนบวชนั่นเอง เป็นเเผ่นเงินสมัยก่อนเลยที่พ่ออาจารย์ท่านสวมศรีษะเมื่อเป็นนาคตอนบวชเเล้วท่านเก็บเอาไว้ ซึ่งเเผ่นเงินนี้เปรียบเสมือนมงกุฏของพ่อนาคที่ใส่ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม พ่อนาคเป็นประธานในงานอุปสมบท มีเเต่ผู้คนจากทั่วสารทิศมารุมล้อมเเสดงความยินดีดุจดาวล้อมเดือนก็ไม่ปาน พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าเเผ่นเงินสุระปัดจันทร์เพ็ญนี้ก็เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะ เป็นพระอาทิตย์ที่ดาวน้อยใหญ่ทั้งหลายต้องโคจรหมุนรอบในเวลากลางวัน เป็นพระจันทร์อันเป็นประธานเเห่งรัตติกาลที่ปกครองดวงดารายามค่ำคืน ถือคติที่ตอนเราเป็นนาคมีคนน้อยใหญ่รุมล้อมเเสดงความยินดีไปมาหาสู่ ที่เคยโกรธเคืองไม่มองหน้ากันก็พูดดีกันก็มากราบกรานเเสดงความเคารพแบบนี้ถือว่าเป็นของดีมีอาถรรพ์เเห่งมายาคติสูงสุด
    แผ่นเงินสุระปัดจันทร์เพ็ญที่พ่ออาจารย์ท่านนำมาเทเป็นเม็ดธาตุวิชาสุระปัดคำฝังในตะกรุดนั้นมีอาถรรพ์มากตามที่ได้กล่าวไว้ แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด เพราะในสมัยอดีตตกหลายสิบปี สมัยที่พ่ออาจารย์ท่านได้เรียนวิชาแมงวันคำใหม่ๆ ท่านได้ใช้เเผ่นเงินสุระปัดจันทร์เพ็ญที่ท่านเสกไว้เเล้วนี่เเหละมาลองวิชาของท่าน เรียกได้ว่าท่านลงไว้เเบบเต็มสูตรเต็มตำราไม่มีบั่นทอนเลย นั่นคือการลงยันต์บนตัว...เพื่อให้ได้คุณเเห่งกามตัณหาสูงสุดเเละลงให้ตรงตามตำราที่เรียนมามากที่สุด จะเห็นได้ว่าในสมัยนี้พ่ออาจารย์ท่านไม่ทำวิชาเเมงวันคำของท่านอีกเลย เพราะว่าท่านไม่สามารถลงให้เต็มสูตรตามตำราได้ เเละยิ่งจะให้ต่อมือหรือให้คนอื่นลงเเทนก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะมั่นใจว่าเข้มขลังเท่าที่ท่านทำ เพราะการวาดการลงอักขระการภาวนาสูตรการเล่นลมหายใจในขณะที่ลงยันต์เเละมีปฏิสัมพันธ์ไปด้วยนั้นเป็นอะไรที่ยากมากทีเดียว
    เมื่อได้เเผ่นยันต์สุระปัดที่ผ่านการลงยันต์เเมงวันคำเเล้ว ท่านก็จะนำมาลงยันต์ประทับหลังต่างหากอีกคำรบหนึ่ง เป็นยันต์ที่ท่านเอาไว้เเช่น้ำมันดีดสาวของท่านเองในสมัยก่อน กล่าวได้ว่าเป็นวิชามหาเสน่ห์ที่ท่านสำเร็จเเละทดลองใช้ได้ผลมาเรื่อยๆตลอดเเล้วนั่นเอง เมื่อได้เเผ่นพระยันต์สุระปัดคำเต็มสูตรเเล้ว ท่านก็นำมาเสกโดยเน้นเสกเก็บไว้ตลอดในฤกษ์จันทร์เพ็ญ พระจันทร์ขึ้นเต็มดวงไขรัศมีกระจ่างฟ้าเมื่อไหร่เป็นอันต้องเอาออกมาเสกทุกครั้งด้วยการเป่ามนต์เชิญพระจันทร์เข้าตัว 108 คาบ ซึ่งวิชานี้ท่านว่าคนเอาไปใช้จะได้มีเสน่ห์ มีทรัพย์สินดั่งเวลาน้ำขึ้นจันทร์เต็มดวง อุดมสมบูรณ์ปานเชิญพระจันทร์เข้าสถิตย์ในกายตนทีเดียว เวลาไปไหนก็จะมีสง่าราศีดูมีรัศมี มีน้ำมีนวล เมื่อเสกครบดีแล้วท่านได้นำแผ่นเงินบางส่วนมาหลอม
    พร้อมกับใส่ธาตุกายสิทธิ์ต่างๆลงไป เสริมด้วยปรอทสำเร็จของหลวงปู่ละมัย และปรอทกินทองของครูบาศรีอ่อง เทออกมาเป็นเม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำเพื่อจะใช้เป็นหัวใจตะกรุดลูกอมนั่นเอง

    หลังจากนั้นท่านจึงนำดินสองพองมาลงยันต์นะตวัดจันทร์ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่าพระยันต์ยมบาลใจอ่อน โดยท่านเพียรลบเสร็จแล้วปั้นใหม่ถึง 108 ครั้ง ก่อนที่จะนำมาลบนะพระเจ้า มนต์ขอพรเทวดา มนต์สำเร็จทันใจ และมนต์มหากำเนิดต่อไป ท่านว่าที่ท่านตั้งต้นด้วยนะตวัดจันทร์หรือที่เรียกว่าผงยมบาลใจอ่อนนั้น เพราะว่าแม้แต่ยมบาลเทพผู้รักษากฏเหล็กทรงความยุติธรรมนักหนา ยังได้ชื่อว่าต้องใจอ่อนยอมผ่อนปรนให้กับความต้องการของเรา แล้วนับประสาอะไรกับน้ำใจมนุษย์และสัตว์รอบข้าง ยิ่งองค์พระแม่ยั่วเมืองนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะท่านมีน้ำใจประกอบด้วยเมตตาอยู่แล้วยิ่งใจอ่อนเข้าไปอีก และมนต์บทต่างๆที่ลบถมลงไปนั้นก็คัดมาเฉพาะหัวกะทิ ท่านว่าเพื่อให้ง่ายต่อการขอ การเข้าถึงนั่นเอง ขอแล้วต้องถึง ขอแล้วต้องได้รับความเมตตา โดยท่านได้นำผงลบนั้นมาผสมกับมวลสารคตศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่เคยบดไว้ ทั้งคตไข่งู คตไข่นกในป่า คตไข่ไก่ คตกะโปกเสือ คตปลิง ต่างๆ รวมไปถึงผงวิเศษบูรพาจารย์ต่างๆที่ท่านรวบรวมไว้ เข้ากันกับสีผึ้งของครูที่เป็นมวลสารรุนแรงทางเมตตามหาเสน่ห์ อุดผงฝังไว้ในตะกรุด

    ซึ่งในภายหลัง พ่ออาจารย์ท่านได้นำตะกรุดนี้เเช่ในน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้า(ครูทั้ง4) และเสกจนได้ชื่อว่าสำเร็จและเกิดขึ้นเเล้วในน้ำมัน นั่นคือเเช่และเรียกสูตรเรียกนามตั้งรูปให้จุติปฏิสนธิเป็นเสด็จเเม่ยั่วเมือง ให้ถือกำเนิด ให้เกิดขึ้นมาใหม่เเบบโอปปาติกะกำเนิด ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นเเบบจุติของเทวดาเเละสิ่งลึกลับ เเละซึมซับอิทธิคุณเเละมนต์มหาเสน่ห์ของน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้า(ครูทั้ง4)จนเต็มเปี่ยม ท่านกล่าวไว้ว่าในเรื่องของมหาเสน่ห์นี้ไม่ต้องไปพูดไปกล่าวอะไรเเล้ว เพราะเสียเวลาที่จะพูดจะบอก ตะกรุดนี้วิชานี้เราทำเต็มที่ ถ้าไม่ได้ถอดเขี้ยวถอดเล็บมาเอาดีทางธรรมทางพระศาสนาเเล้ว เราจะใช้เองให้มันรู้ไป ทำก็ยากพิธีก็มาก ถ้าไม่ใช่เคยทำไว้สมัยก่อน มาตอนนี้ก็คงทำไม่ได้อีกเเล้ว ถ้าใครหวังจะเอาดีทางโลก ไม่ว่าจะเสวยสมบัติมีความสุขด้วยลาภที่เกิดจากสัตว์สองเท้า(คู่ครอง)หรือปรารถนาโชคลาภวาสนาใดๆวิชานี้ย่อมครอบคลุมทั้งหมด ท่านเสกจนพอ จนท่านออกปากว่าเต็มแล้วตะกรุดนี้มีทุกสิ่งที่มนุษย์ต้องการและควรจะมี

    วิธีบูชา
    พ่ออาจารย์ท่านให้หากำยานมาจุดถวาย(ในกรณีไม่ได้ใส่ติดตัว) *** รวมถึงหาน้ำหอมน้ำปรุงกลิ่นที่เราใช้กับตัวเองประจำมาฉีดพ่นที่ตะกรุดเสมอๆ(ที่หลอดตะกรุดให้เจาะรูเพื่อพ่นสปรย์น้ำอบน้ำปรุงได้) อยากได้อะไรหมั่นพูดหมั่นขอบอกกล่าวเสด็จแม่มหาอุมาเทวี ตะกรุดนี้ให้ห้อยคอบูชา ไม่ต้องถอดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามไม่มีเสื่อม ให้ห้อยไว้จะยิ่งทวีพลังเเละอานุภาพรุนแรงมากขึ้น


    คาถาบูชา
    โอม ศรีมหาเทวี สตีมหามาตา อุมาภควดี ศรีมหาทุรคาเทวีมหิทธิกา มหาอิทธิโย เทวะมนุษย์สะยักษ์สะวันทามิ


    * พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดลูกอมนี้ไว้ได้เพียงประมาณหนึ่งกำมือหลักสิบดอกไม่มาก ดังนั้นจึงจะเปิดให้จองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ท่านว่าวิชาเหล่านี้บ้างก็เป็นของสูงสุดที่ทั้งชีวิตยากจะได้เห็น บ้างก็เป็นวิชาที่มีอาถรรพ์มาก มีอานุภาพรุนแรง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นครูท่านรักษษและเลือกคนของท่านเอง ท่านบอกเราแค่ว่าเก็บเอาไว้นานๆก่อนค่อยเอาออกไปเพราะเจ้าของเขาจะมาเอาไปเองจนครบ ดังนั้นตะกรุดลูกอมชุดพิเศษนี้ ท่านจึงเก็บไว้นานหลายปีจนครูมหาศักติให้ท่านนำออกมา

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดลูกอมมหากำเนิดเสด็จแม่ยั่วเมือง(เม็ดสำเร็จธาตุวิชาสุระปัดคำ) บูชา 900 บาท

    73357349-417439405621861-5476761151318523904-n.jpg 73504903-1191605237894197-3421036971336663040-n.jpg 74335862-419457618739836-4571751597192773632-n.jpg
    74634699-685441785275714-1408332420742119424-n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2019
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,546
    ค่าพลัง:
    +22,231

แชร์หน้านี้

Loading...