ร่วมทำบุญบูชา พระขุนแผนจอมมนตราคู่อุปถัมภ์สองบารมี(ทับจันทรา) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ดวงแก้วบรมจักรพรรดิ์ (ลูกธาตุเนรมิต)

    พ่ออาจารย์ท่านเล็งเห็นความสำคัญของวัตถุธาตุชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นของสำคัญอันจะกำเนิดมาแต่พระเจ้าจักรพรรดิ เป็นดวงแก้วมณีที่มีอานุภาพมาก สามารถอธิษฐานปรารถนาสิ่งใดก็ย่อมได้ ซึ่งดวงแก้วนี้แม้ชั้นหลังองค์หลวงพ่อฤาษีท่านก็มีของท่าน เรียกว่าแก้วหนึ่งดวงนั้น ล้วนเป็นของประเสิรฐยิ่งเพราะสามารถบันดาลได้ทุกสิ่งไม่มีอับจน

    เมื่อท่านพิจารณาแล้วว่าจะทำดวงแก้วบรมจักรพรรดิ์ขึ้นมาซักหนหนึ่งให้คนนำไปบูชาเป็นขวัญบ้าน ขวัญเรือน ขวัญชีวิต ท่านว่ายากนักหากจะสถาปนาขึ้นมาจริงๆ เพราะตัวท่านหรือเทวดาที่ไหนก็เสกไม่ได้ จนท่านได้รับอนุญาติจากเสด็จพระใหญ่ว่าจะช่วยทำพร้อมทั้งบอกให้ท่านสร้างจากวัตถุธาตุต่างๆมากมายที่ต้องใช้เวลารวบรวมนานมาก ท่านว่ามีตั้งแต่ของหาง่ายแต่เอายาก จนไปถึงของที่หายากและเอายิ่งยาก ท่านว่ากว่าจะรวบรวมได้ครบนั้นหายอยากทีเดียว ทำเพียงหนเดียวก็พอแล้ว ซึ่งท่านเรียกวัตถุธาตุต่างๆเหล่านั้นว่าธาตุเนรมิต ท่านว่าเสด็จพระใหญ่แนะนำไว้ ว่าหากจะทำด้วยการไปซื้อดวงแก้วหรือคริสตัลมาเสกก็ย่อมได้ แต่ว่าหากจะทำให้มีอานุภาพเสมอของจริงแล้ว ก็ต้องใช้ความอุตสาหะรวบรวมของอาถรรพ์ต่างๆขึ้นมา ซึ่งท่านว่าของที่รวบรวมที่เรียกว่าธาตุเนรมิตนี้ไม่มีใครรู้จัก รู้ที่หาที่เอา ท่านไปตามคำสั่งตามคำบอกของเสด็จพระใหญ่ถึงจะรวบรวมได้ ท่านว่าของแบบนี้ไม่มีแบบแผนตามตำราในโลก แม้สร้างขึ้นมาก็สร้างได้เพียงครั้งเดียวไม่เกินนี้ ถ้าไม่ได้เสด็จพระใหญ่ท่านบอกหรือช่วยทำย่อมไม่สำเร็จได้

    ท่านได้นำผงซึ่งเสด็จพระใหญ่มักจะบอกให้หาให้รวบรวมในเวลาหลายสิบปีมาผสมกัน ท่านว่าผงที่ท่านให้ไปเอานั้น ล้วนแต่มีเจ้าของ ไม่ใช่ผงที่มนุษย์ทำไว้ทั้งนั้น ล้วนแต่เป็นของทิพย์ ของเทวดาท่านสร้างไว้ ท่านจึงเรียกผงเหล่านี้ว่าธาตุเนรมิต เพราะเกิดจากการสร้างการเนรมิตของเทพพรหมนั่นเอง ท่านว่าเข้าป่าไปทั้งเหนือใต้ออกตก ค่อยๆรวบรวมไว้พูดเหมือนจะสั้น เหมือนจะง่าย แต่ความจริงนั้นไม่ง่ายอย่างที่พูดเลย ก่อนที่จะนำมานวดมาหมักรวมกัน ท่านว่าธาตุเนรมิตเหล่านี้เป็นของดีมีอาถรรพ์ ถือว่าแปลกประหลาด เพราะสามารถดลบันดาลให้เกิดเรื่องเสมอใจคิด ท่านว่าตอนนวดผงนั้น คิดสิ่งใดมันก็ออกมาแบบนั้น จนแม้ตอนหลังสร้างและประกอบพิธีเสกเสร็จสิ้นคนได้ไปก็จะกลับมาบอกว่าสำเร็จแล้ว ได้แบบนั้นแบบนี้ จนท่านเองเปลี่ยนชื่อให้ใหม่จากลูกแก้วบรมจักรพรรดิ์เป็นลูกธาตุเนรมิต ท่านว่าสรรพคุณเหมือนกัน แต่ความหมายนี่ชัดเจนกว่า จะคิดหรือปรารถนาอะไรก็ได้ดั่งใจดั่งว่าเทวดามาเนมิตถวาย

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงธาตุเนรมิตที่ท่านรวบรวมได้ด้วยความยากลำบาก มาผสมกับผงจักรพรรดิชองหลวงปู่ดู่ ผงทำพระของท่าน ตลอดจนผงวิเศษห้าประการที่ท่านลบถมเอง และผงจินดามณี ผงแก้วบรมจักพรรดิ ท่านว่าเพียงเท่านี้ก็เหลือกินแล้ว ลำพังผงธาตุเนรมิตที่คนไม่มีปัญญาทำได้นี่ก็เหลือกินนัก ท่านนำมาหมักมานวดกับน้ำมุรธาวารี ซึ่งเป็นน้ำที่เกิดขึ้นเองจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติเช่น น้ำในพระพุทธบาท น้ำในเศียรพระปฏิมา น้ำในบาตรพระปฏิมา น้ำทิพย์ในบ่อในถ้ำสำคัญต่างๆ ที่สำคัญที่สุดนั้น ท่านนำมาผสมผงไม้ตะเคียนโบราณพันปีด้วย ท่านว่าใส่ไปให้เป็นเชื้อเพราะตะเคียนต้นนี้มีจิตของนางตะเคียน เขาไวต่อการบนบานศาลกล่าวหรือคำบูชาอธิษฐานของมนุษย์ท่านว่าเวลาขอ จะได้สำเร็จสมหวังรวดเร็วดั่งใจ

    เมื่อท่านนวดและปั้นลูกธาตุเนรมิต หรือแก้วบรมจักรพรรดิ์แล้ว ท่านว่าเรื่องการเสกนั้นท่านทำเองไม่ได้ เทวดาก็ทำไม่ได้ ต้องเชิญเสด็จพระใหญ่และพระพุทธเจ้าองค์สำคัญอันมีฤทธิ์เป็นเอกมาทำทั้งสิ้น เพราะทุกคนที่จะทำนั้นต้องมีบารมีเสมอหรือเหนือกว่าพระเจ้าจักรพรรดิ์ทั้งสิ้น เมื่อสำเร็จแล้วนั้นท่านว่าใช้ได้เสมอกันไม่ต่างจากของที่อยู่จุฬามณีเลย

    อันดวงแก้วนี้ให้หาพานมาตั้งประดิษฐานไว้บูชา ท่านว่าเป็นวิชาสำคัญของเสด็จพระใหญ่อย่าประมาทว่าเป็นของเล่น ให้หาที่ตั้งวางให้เหมาะให้ควรเพราะว่าทิพย์กายทั้งหลายเค้าลงมารักษา มาชื่นชมบารมีดวงแก้ว ท่านว่ามากล้นพ้นประมาณ เสมอกันกับดวงแก้วจักรพรรดิ์อันประดิษฐานที่พระจุฬามณีในดาวดึงส์นั่นทีเดียว พูดได้ว่าดวงแก้วอยู่ที่ไหน เทพพรหมทั้งหลายก็ลงมาประชุมที่นั่น คอยอารักขาดวงแก้วสำคัญนี้ เทพพรหมเค้าลงบ้านไหนบ้านนั้นก็เจริญรุ่งเรือง ท่านว่าควรใส่พานวางไว้หน้าพระพุทธรูปจะเป็นการดี

    ลูกธาตุเนรมิตนี้ท่านว่านอกจากบูชาแทนแก้วสารพัดนึกหรือแก้วบรมจักรพรรดิ์แล้ว ที่สำคัญเลยคือใช้ฝึกกรรมฐานได้ แม้ลูกเดียวก็คลุมได้ทั้งบ้านทั้งวงศ์ตระกูล เดิมพ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้เก้าลูก แต่มีผู้เชิญไปบูชาแล้วสี่ลูกซึ่งก็มีประสบการณ์ต่างๆนานา ทั้งเห็นดวงไฟสว่างวาบบริเวณดวงแก้วเวลาปิดไฟตอนกลางคืน หรือบนบานขอสิ่งใดก็สำเร็จรวดเร็วดุจแก้วสารพัดนึก ท่านว่าก็ความคิดความปรารถนาคนมันมีร้อยแปดพันประการ แต่ละวันนั้นหาจะซ้ำกันได้ซักวันหนึ่งไม่มี ดังนั้นท่านจึงขอโอกาสและวาระกับเสด็จพระใหญ่ให้ท่านประทานดวงแก้วบรมจักรพรรดิ์ไว้แก่ผู้ที่มีบารมีต้องกัน

    ซึ่งดวงแก้วนี้ท่านว่าหากไร้วาสนาไม่มีบารมี เกิดมาเช่นใดก็ไม่มีวันได้พบเจอหรือพบคุณสมบัติในดวงธาตุนี้ได้เลย ต้องมีวาสนาต้องกันได้พบเจอและครอบครองเท่านั้น ท่านว่าของใครของมัน แม้เกิดชาติภพใหม่ก็ย่อมมีเหตุให้ตามเราไปเป็นพันธะสัญญาเกื้อกูลกันทุกชาติ ท่านว่านี่จึงไม่ใช่ของเล่น ท่านว่าเพียงผงธาตุเนรมิตที่ท่านรวบรวมมาอย่างยากลำบากและมีอาถรรพ์ในตัวมากมายนั้นก็เกินคุ้มไปแล้ว

    ดวงธาตุเนรมิตหรือแก้วบรมจักรพรรดิ์นั้นพ่ออาจารย์ท่านทำไว้เก้าลูก เหลือให้บูชาห้าลูก มีลักษณะเขื่องประมาณหนึ่งฝ่ามือ ท่านว่าเมื่อใส่พานแล้ว ถึงวันพระหรือวันสำคัญใด ฤกษ์ดียามดี ก็ให้หาแผ่นทองมาอธิษฐานปิดบูชาที่ดวงธาตุนั้น จะพรมด้วย้ำอบน้ำปรุง ถวายพวงมาลาสักการะยิ่งดี ท่านว่าเทพพรหมทิพย์กายทั้งหลายเค้าชอบของเค้า หมั่นดูแลภาชนะบรรจุดวงธาตุนี้ให้สะอาด ดอกไม้อย่าให้แห้งเหี่ยว ท่านว่ามีแต่เจริญลูกเดียว เวลาจะอธิษฐานจิตสิ่งใดกับดวงแก้ว ท่านว่าเมื่ออธิษฐานแล้ว ให้บอกกล่าวดวงแก้วปิดท้ายด้วยว่าขอความปรารถนาหรือสิ่งที่อธิษฐานนั้น จงสำเร็จโดยพลันเทอญ

    ในการบูชานั้นท่านว่าก็สวดมนต์ไหว้พระของเราไปตามปกติ แต่หากปรารถนาจะสวดพระคาถาบูชาจริงๆก็ให้สวดบทวิระทะโยหรือคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้าได้

    คาถาบูชา
    พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม


    ดวงธาตุนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีเจ้าของครอบครองครบทุกคน ทุกคนที่มีวาสนานั้นล้วนแต่ดำเนินมา สร้างบารมีมา บนหนทางที่จะนำไปสู่การเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ มื้อหน้า ชาติภพหน้าทั้งสิ้น ท่านว่ามวลสารท่านรวบรวมให้แล้ว การสำเร็จดวงแก้วอันเป็นสิ่งเฉพาะตนนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านก็ทำให้ด้วยข่ายญาณบารมีของพระองค์ท่านแล้ว ท่านกำหนดหมดแล้วว่าของนั้นจะต้องตกไปเป็นของผู้ใด ได้เกื้อกูลใครตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่มีเกินกำลังญาณของเสด็จพระใหญ่ท่าน ท่านจึงพูดเสมอว่าดวงธาตุนี้มีเจ้าของหมดแล้ว เพราะของนี้เทวดาเค้าหวงแหน ต้องคนมีบุญเท่านั้นถึงจะครองไว้ได้

    * ลูกธาตุเนรมิตนี้เหลือให้ร่วมทำบุญบูชาเพียง 5 ลูก สำหรับผู้ต้องการนำไปบูชาเป็นขวัญเรือน ขวัญชีวิต ให้ติดต่อบูชาเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้จะร่วมสมทบทุนหล่อองค์พระใหญ่ต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ดวงแก้วบรมจักรพรรดิ์ (ลูกธาตุเนรมิต) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลสมดุลอาถรรพ์เศวตเวทย์(แมลงปอกลับธาตุ)

    พ่ออาจารย์ท่านเคยปรารภถึงวิชาแมลงปออยู่หลายครั้งแต่ท่านก็ยังไม่ใคร่ทำ จนหลายครั้งมีผู้นำแมลงปอสำนักต่างๆที่ศูนย์พระสร้างมาให้ท่านตรวจสอบ ก็กลับพบว่าแมลงปอเหล่านั้นผู้สร้าง ยังไม่รู้แม้แต่หัวใจของแมลงปอไม่มีการลงหัวของแมลงปอเลย ท่านว่าป่วยการที่จะพูดอะไรมากกว่านั้นว่าเสกไปได้อย่างไร

    หลังจากนั้นท่านมีนิมิตเชื่อมต่อเข้ากับอารยธรรมยุคบรรพกาล ท่านจึงรู้และเห็นความสำคัญของวิชาแมลงปอที่ว่า ทำไมทุกคนถึงควรที่จะมี วิชาแมลงปอนี้สำคัญเพียงไร สูงส่งแค่ไหน หากลงหัวใจและลงเต็มวิชาแล้วจะมีคุณมากเพียงใด

    พ่ออาจารย์ท่านว่าหลายคนจะรู้จักวิชาแมลงปอเพียงแค่ว่า เป็นวิชาชั้นสูงทางเรียกทรัพย์ เป็นวิชาทางมหาลาภ ด้วยแมลงปอมีนิสัยชอบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง จะอยู่ร่วมกันในบริเวณที่มีอาหารบริบูรณ์ ดังนั้นวิชาแมลงปอนี้อยู่ที่ไหนที่นั่นจึงจะสมบูรณ์ ไพบูลย์เจริญรุ่งเรืองวัฒนาด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย เพียบพร้อมไปด้วยอาหารการกินปัจจัยสี่แก้วแหวนเงินทอง ท่านว่าหลายๆคนจะรู้เพียงเท่านี้ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดอย่างใด แต่มันคืออานุภาพของแมลงปอแบบเต็มวิชา ไม่ใช่แมลงปอที่ขาดหัวใจ

    ท่านว่าวิชาแมลงปอนี้สำคัญนัก นอกจากจะเป็นเลิศทางเรียกทรัพย์ เรียกสิ่งที่ไม่มีให้มีเต็มคลังเต็มบ้าน ช่วยให้คนจนเป็นเศรษฐีอย่างง่าย ดีทั้งการทำมาหากินและเสี่ยงโชคทุกสถานเพราะเป็นสัญลักษณ์และวิชาแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่สืบทอดมาแต่ยุคบูรพาจารย์แล้ว ท่านว่ามันก็ถูกแต่ยังไม่ใคร่ถูกเสียทีเดียวทั้งหมด วิชาแมลงปอจริงแท้แล้วนั้น ที่ว่าเป็นวิชาสำคัญมากจนบูรพาจารย์แม้สั่งสอนศิษย์ก็ไม่ใคร่จะสอนทั้งหมดอาจจะมีปิดบังหัวใจหรือการลงบางอย่างทำให้ในชั้นหลังวิชาแมลงปอเป็นแค่การเสกพยนต์ที่หนุนด้วยธาตุและคาถาต่างๆไป

    ท่านว่าโดยแท้จริงวิชาแมลงปอเป็นวิชาแห่งความสมดุล สิ่งใดที่มันยังขาดไปมันก็จะเต็ม สิ่งใดที่มันเกินไปมันก็จะลดทอนทั้งอุปัทวอันตรายเคราะห์กรรม โรคภัยทั้งหลายเช่นนี้จะลดทอนไป ท่านว่ามนุษย์ที่เกิดมาตามกฏแห่งกรรมนี้ มีอยู่แค่สองอย่างในความรู้สึกตน มีแค่สองสถานไม่มีมากไปหรือน้อยไปกว่านั้น หากมากไปนั้นก็ได้ชื่อว่าทุกข์ น้อยไปก็ยิ่งทุกข์อีก ไม่ขาดก็เกินเป็นเช่นนี้ทุกคน วิชาแห่งความสมดุลนี้เป็นวิชาสายกลางเป็นวิชาของความพอดี ซึ่งจะปรับสมดุลย์ธาตุ ตลอดจนวิถีชีวิต ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไป ท่านว่าที่ว่ามีพอดีนั้นคือมีความสุข วิชาแมลงปอหรือตะกรุดแมลงปอกลับธาตุนี้จึงเป็นวิชาอันจะนำมาซึ่งความสุข แม้สถิตย์อยู่กับผู้ใดย่อมได้ชื่อว่าห่างไกลจากทุกข์หรือนิรทุกข์ทีเดียว

    พ่ออาจารย์ท่านมักจะพุดว่า แมลงปอนั้นเค้ามองโลกได้รอบทิศ เห็นได้ถ้วนทั่วเกินกว่าทัศนวิสัยของมนุษย์หรือสัตว์อื่นๆ เพราะเค้ามองโลกได้ทั้ง 360 องศา และก็เป็นเช่นนั้นผู้ที่ถือครองวิชาแมลงปอนี้จะมีคุณวิเศษเสริมสร้างสัมผัสเร้นลับตลอดจนทัศนวิสัยให้เปิดเต็มที่ มองโลก มองชีวิตได้ง่ายและเข้าใจกว่าคนอื่น เห็นช่องทาง เห็นลู่ทาง เห็นอนาคต จะพึงรู้ว่าสิ่งใดควรทำมิควรทำ มีลางสังหรณ์พิเศษว่าสิ่งใดต้องลงมือทำแล้วจะสำเร็จหรือสิ่งใดเกี่ยวข้องด้วยจะถึงคราววิบัติ ท่านว่าวิชาแมลงปอมันพิเศษตรงสัญชาตญาณเช่นนี้แหละเพราะวิชาอื่นทำไม่ได้และไม่มี มันถึงได้ถูกยกไว้เป็นยอดวิชา เป็นวิชาที่ค่าควรเมืองจะหาวิชาใดมาเปรียบเทียบมิได้ เพราะคนที่กอปรด้วยสัญชาตญาณและสัมผัสพิเศษถึงปานนี้แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นยอดคนที่พันปีจะเกิดมีซักครั้งหนึ่ง แต่คนที่รู้และเข้าใจวิชาหัวใจแมลงปอนั้นกลับไม่มี ท่านว่าถ้าไม่ดีจริงวิชาแมลงปอนี้แม้แต่กษัตริย์ในอารยธรรมโบราณอย่างพวกฟาโรห์อียิปต์คงจะไม่ใช้กัน มันเป็นวิชาแห่งความสมดุลเป็นวิชาแห่งความอุดมสมบูรณ์ถึงขึ้นสร้างมหานคร สร้างชาติ ก่อเกิดอาณาจักรที่มั่งคั่งยาวนานนับพันปีท่านว่านี่คือความลับของวิชาแมลงปอ เพียงหัวใจแมลงปอลงและเสกเต็มวิชาให้กับใคร ไม่เห็นเค้าว่าจะแย่ลงซักราย มีแต่กลายเป็นตัวตนที่คาดไม่ถึงไปแล้วทั้งนั้น

    เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านก็พิจารณาจะทำไว้แบบเต็มวิชา เต็มสูตรเป็นรุ่นเสียวาระหนึ่ง ท่านว่าตั้งใจว่าจะทำให้เป็นตะกรุดดอกเล็กๆให้คนมีวาสนาบูชาเค้าจะได้พกง่าย ใช้งานง่าย แต่ถึงกระนั้นวิชามันไม่เล็กตาม ดังนั้นจึงต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างยิ่ง ท่านว่ากว่าจะเรียกสูตรจารแต่ละตัวนั่นยั่งไม่เท่าไหร่ แต่การบีบและย่ออักขระนี่สิ ทำเสร็จแล้วปลงโลกได้เลย ท่านว่าเพราะอาศัยความเพียร ความตั้งใจและความเข้มข้นของจิตอย่างมากจึงทำไว้ได้เพียง 8 ดอก

    หลังจากท่านลงหัวใจแมลงปอเสร็จแล้ว พ่ออาจารย์บอกว่าตะกรุดแมลงปอกลับธาตุนั้นเพื่อให้สมกับเป็นวิชาแห่งความสมดุล ท่านได้นำอาถรรพ์เศวตเวทย์ทั้ง 32 บท ลงเสริมเข้าไปด้วย ท่านว่าเพียงลำพังเศวตเวทย์อันได้ชื่อว่าสูงส่งเหนือกว่าคุณวิชชาหรือไสยเวทย์ทั้งหลาย แม้เพียงบทเดียวก็มีคุณมากประมาณยิ่งกว่าฝอยท่วมหลังช้างแล้ว แต่ท่านกลับลงไว้ถึง 32 บท ทำการจารบีบอัดอักขระมากที่สุดนับร้อยนับพันตัว เพื่อให้ได้ตะกรุดดอกเล็กๆที่บรรจุไว้แน่นด้วยคุณวิชา

    ท่านว่าเศวตเวทย์คือเวทย์บริสุทธิ์ เป็นวิชาธรรมสูงส่งอันจะบันดาลให้เกิดความสำเร็จสมหวังด้วยอานุภาพแห่งอาถรรพ์ธรรมเวทย์ วิชาเช่นนี้เหนือกว่าคุณไสยอวิชชาทั้งปวง ท่านว่าไม่มีใครเค้ามักใช้มักทำกัน เพราะมันเหมือนเป็นดาวข่ม สำหรับผู้ถืออาถรรพ์เศวตเวทย์ดุจว่าข่มและเหยียบวิชาไสยเวทย์และอาถรรพ์ฝ่ายต่ำฝฝ่ายอวิชชาทั้งหลายไว้ทีเดียว แม้ใครมีของดีหรือเล่นคุณไสยอย่างไรท่านว่าเศวตเวทย์ข่มและกำราบทั้งหมด คนเหล่านั้นไม่มีที่ว่าจะชนะและอยู่เหนือกว่าเราเลย

    ท่านว่าเมื่อลงตะกรุดเศวตเวทย์นี้ ย่อมเป็นการลงอาถรรพ์ที่เหนือกว่าวิชาอาถรรพ์ใดๆทั้งปวง เป็นการทำวิชาวาระสำคัญที่จิตวิญญาณเบื้องบนยังต้องน้อมเศียรนมัสการธรรมเวทย์นั้น เพราะธรรมเวทย์เหล่านั้นแม้แต่เหล่าองค์สมเด็จพระพิชิตมารพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังน้อมยึดถือไว้เป็นสรณะ ท่านว่าจะพูดมากก็ไม่ควร บอกได้คร่าวๆเพียงเท่านี้

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านได้อาศัยยามปลอด อาศัยฤกษ์มงคลลงตะกรุดทั้งแปดดอกถือเคล็คว่าเป็นลัคกี้นัมเบอร์ คนใช้จะได้ยิ่งมีโชคกันมากๆสำเร็จแล้ว ท่านก็พึงเสกแผ่นตะกรุดนั้นเรื่อยมา จนในวาระหนึ่งท่านนิมิตเห็นเสด็จพระใหญ่ได้เมตตามาจับต้องแผ่นจารเหล่านี้ พร้อมกับถามท่านว่ากำลังเล่นอะไร ทำอะไรอยู่นี่แสบตาดีจัง หลังจากนั้นพระองค์ก็พิจารณาแผ่นจารมงคลเศวตเวทย์เหล่านั้น พร้อมกับเปล่งพุทธอุทานว่าสาธุซึ่งแปลว่าดีแล้ว และดำรัสว่า ดูเถิด แม้แต่ธรรมเวทย์ธรรมธาตุเหล่านี้ยังบังเกิดแล้วในวัตถุใด เบื้องหน้านั้นธรรมธาตุเหล่านี้ย่อมบังเกิดในชนเหล่านั้นเสมอกัน หลังจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงขอให้พระองค์ท่านช่วยกำกับและลงวิชาธรรมอีกวาระหนึ่ง

    หลังจากนั้นท่านจึงม้วนและทำการตอกโค้ดตะกรุด พร้อมกับนำมาอุดผงวิเศษอันเรียกว่าราหูกลับธาตุ ท่านว่าวิชานี้ยิ่งกว่าวิชาเพชรกลับหรือมหากลับอะไรเหล่านั้น เพราะเป็นผงที่ทำยากมากเป็นผงของพระราหูอสุรินทร์โพธิสัตว์ เป็นวิชาเฉพาะของมหาโพธิสัตว์ใหญ่พระองค์หนึ่งซึ่งก็คือพระราหู อันว่าราหูกลับธาตุนี้ ธรรมดาท่านว่าแม้ใครได้บูชาพระราหูก็มีความเชื่อกันว่าจะบรรเทาเคราะห์กรรมได้ ยิ่งใครดวงตกพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกต่างๆจึงมักนิยมบูชาพระราหูกัน ด้วยถือว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาเลวร้ายและเคราะห์กรรมเหล่านั้นไปได้ แต่วิชาราหูกลับธาตุนี้ ท่านว่ามันมากกว่านั้นอยู่หน่อยนึง ไอ้เรื่องแย่ๆร้ายๆต่างๆบรรดามีที่จะทำความเสียหายล่มจมพอมันว่าจะเกิดๆ มันก็กลับไม่เกิด กลับหน้ามือเป็นหลังมือไปหมด พูดง่ายๆคือไม่มีนั่นเอง ไม่มีช่วงเวลาเสวยทุกข์ เสวยเคราะห์กรรม วิชาราหูกลับธาตุนี้จึงเป็นยิ่งกว่าวิชาหนุนดวงใดๆ ท่านว่าพกไว้สบายใจอย่างยิ่ง ท่านจึงนำผงราหูกลับธาตุนี้มาอุดมงคลเศวตเวทย์ทุกดอกและเรียกว่าตะกรุดแมลงปอกลับธาตุ

    ท่านว่ามงคลอาถรรพ์เศวตเวทย์นี้เป็นของสูงค่าและทำได้ยาก ลำพังผงราหูกลับธาตุกว่าจะรวบรวมมวลสารอาถรรพ์มาทำผงได้ก็ใช้เวลาร่วมปี ดังนั้นจึงตั้งใจไว้ว่าจะทำเพียงครั้งเดียว ไม่มีครั้งต่อไปอีก เพราะการจารเช่นนี้ใช้พลังจิตสูงมา ท่านว่าตะกรุดนี้อธิษฐานใช้ได้เลย เวลาอธิษฐานให้บอกว่าชีวิตลูกยังขาดอะไร ยังไม่มีอะไร (เพราะสิ่งเหล่านี้จึงได้ชื่อว่าชีวิตยังไม่สมบูรณ์) ขอให้อานุภาพแห่งเสด็จพระใหญ่และครูพระเวทย์พระธรรมสงเคราะห์ให้มีทุกสิ่งสำเร็จทันใจทุกประการ ท่านว่าตะกรุดนี้ทำใจให้สงบให้อารมณ์เย็นสบายแล้วค่อยอธิษฐาน คาถานั้นไม่จำเป็นต้องใช้ แต่จะถือภาวนาไว้ก็ได้

    คาถาบูชา
    เอหิจิตตัง นะกะหะตะปะพุทธัง ภควาจิตตัง มานิมามา


    * มงคลสมดุลอาถรรพ์เศวตเวทย์(แมลงปอกลับธาตุ)นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้แปดดอก ท่านว่าเป็นวิชาอาถรรพ์ที่ไม่มีใครทำกันเหนือกว่าวิชาอาถรรพ์ใดๆทั้งหมด ดังนั้น ผู้ที่จะบูชาจึงต้องมีวาสนาและจิตผูกพันธ์กับวิชาอาถรรพ์อันเป็นยอดวิชาแต่บรรพกาล ท่านจึงอธิษฐานจิตทำขึ้นฝากไว้ให้กับผู้มบุญสัมพันธ์เหล่านั้น สำหรับคนที่จะบูชารับจองเฉพาะทาง PM และแจ้งชื่อนามสกลุล วันเดือนปีเกิดไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมเปิดดวงรับทรัพย์ที่ตะกรุดทุกดอกให้เป้นของเฉพาะคน

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลสมดุลอาถรรพ์เศวตเวทย์(แมลงปอกลับธาตุ) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้าสัววัชระธาตุพุทธอังคีรส(ฐานสำเภาเข้าปราสาท)

    จะกล่าวถึงพระตระกูลหนึ่ง ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านทำตามโองการและคำสั่งสมเด็จบรมครูเพื่อเป็นของเฉพาะกาล เป็นพระผงน้ำมันที่มีอานุภาพมากดุจว่าเปลี่ยนยาจกให้กลายเป็นเศรษฐีมหาศาลได้ ซึ่งครูท่านได้ดำริไว้ว่าต่อไปคนจะทุกข์มากกว่าดี ท่านจึงมีศุภนิมิตให้พ่ออาจารย์ท่านทำพระผงชุดนี้ขึ้นโดยกำหนดแบบพิมพ์ให้พร้อมสรรพว่าสมเด็จพระพิชิตมารทรงมหาสังข์ประทับเหนือฐานสำเภา เข้าซุ้มปราสาท ซ้ายขวาเป็นธงสะบัดชัย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าศุภนิมิตของสมเด็จบรมครูครานี้ประหลาด พระชุดนี้มันเกินกว่าดำริแรกของท่านไปด้วยที่จะทำเป็นพระตระกูลเจ้าสัวชนิดหนึ่งให้คนไปตั้งตัวเท่านั้น แต่ท่านว่าไอ้ที่ให้เราทำฐานสำเภาเข้าปราสาทนี้ พอท่านลองร่างแบบแล้วก็ปรากฏเสด็จพระใหญ่ท่านดำรัสถามออกมาว่า รู้มั๊ยว่าพระพิมพ์นี้หมายถึงอะไร พระพิมพ์นี้เป็นปางหนึ่งของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่จะต้องเสด็จสู่เทวโลกเพื่อโปรดพุทธมารดาจำพรรษาอยู่ในดาวดึงส์พิภพ ฐานสำเภานั้นก็คือแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ โครงปราสาทราชวังก็คือมหาปราสาทไพชยนต์ เธอรู้มั๊ยว่าดาวดึงส์นี้สนุกสนานหนักหนาแลพระอินทร์นั้นก็เป็นประธานเทวสภา เป็นตัวแทนกษัตริย์จอมภพแห่งเทวโลก พระพิมพ์นี้จะดีทางก่อร่างสร้างตัวอธิษฐานเอาทรัพย์เอาสมบัติเทวดาเรียกว่ามีมากเสียยิ่งกว่าสี่มหาทวีปหรือเจ็ดคาบสมุทรเป็นไหนๆ มันจะธรรมดาได้อย่างไรก็ในเมื่อสมบัติที่พระอินทร์รักที่สุด ประกอบด้วยทิพย์สภาวะสูงสุดอันจะค้ำจุนเจ้าของในดาวดึงส์ถึงสองอย่างอยู่ในนี้ คนที่ได้ไปต่อให้เป็นยาจกไม่มีต้นทุนใดก็บริบูรณ์ได้ด้วยคุณแห่งสมบัติของจอมภพดาวดึงส์ที่ยิ่งกว่าสมบัติจักรพรรดิ์ ท่านว่าต่อแต่นี้เวลาหาทรัพย์ ทรัพย์นั้นตักตวงอย่างไรก็ไม่รู้เต็มไม่รู้พร่อง

    ดังนั้นท่านจึงมักพูดว่าพระพิมพ์นี้มีความหมายและพุทธานุภาพตลอดจนเทวานุภาพมาก ลึกซึ้งเกินกว่าที่ตาเนื้อเห็น คนใช้ตาเนื้อมองก็จะเห็นเป็นพระมรกตธรรมดา แต่ถ้าใช้ตาในมองก็จะเห็นไพชยต์มหาปราสาทและพระแท่นบัณฑุกัมพลนั่นเอง ซึ่งการเสกนั้นยากกว่าสำเร็จวิมานแก้วครอบองค์พระทั่วไป ต้องใช้บารมีท้าวโกสีย์ท่านโดยตรง

    พ่ออาจารย์ท่านจึงเริ่มแกะพิมพ์องค์พระและประจุอาถรรพ์ปลุกเสกแม่พิมพ์เสียคราวหนึ่งก่อน ท่านว่าตั้งแต่โบราณบูรพาจารย์นิยมกันสืบมาว่าเมื่อจะทำพระสำคัญ พระที่จะเปลี่ยนวิถีดวงดาว ตัดและริดรอนกฏแห่งกรรมนั้น แม้พระอินทร์บนสวรรค์ก็ยังอยู่ไม่ได้ ต้องลงมาช่วยให้การณ์นั้นสำเร็จไม่ช้าที พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์พิเศษครานี้ก็พระอินทร์ท่านลงมาเป็นธุระควบคุมเสียหมดตั้งแต่เริ่มแกะเม่พิมพ์ทีเดียว

    เมื่อท่านได้แม่พิมพ์แล้วจึงนำผงวิเศษทั้งห้าประการ และผงของสมเด็จบรมครูที่ท่านสืบสอดมา นำผงนั้นเป็นพื้นฐานตามตำราทำพระในสายเจ้าพระคุณสมเด็จ และนำมาผสมผงพระเจ้าทันใจเพื่อเอาคุณวิเศษให้คนใช้อธิษฐานหรือปรารถนาสิ่งใด คิดทำอะไรก็สำเร็จโดยง่ายทันใจเช่นนั้น ดุจว่าพระอินทร์ประทับบนแท่นอันสถิตย์ไพชยนต์นั้น แม้ปรารถนาจะเพลิดเพลินกับสิ่งใด ทุกอย่างย่อมพลันบังเกิดมีขึ้นมาได้ภายในนั้นไม่ว่าจะปรารถนาอะไร อยากได้เมียกี่นางก็จุติขึ้นมาข้างพระแท่น อยากเสวยทิพย์รสสิ่งใดก็ปรากฏขึ้นมาได้ทุกอย่าง ทั้งสมบัติมนุษย์โลก สมบัติเทวโลกแลพรหมโลกไม่มีเสมอเหมือน พร้อมกับผสมด้วยมวลสารพิเศษที่ท่านเก็บไว้เรียกว่าผงสหัสนัยน์อโลมะประสิทธิ์ ท่านว่าพระรุ่นนี้ไหนๆพระอินทร์ท่านก็มาช่วยทำแต่เริ่ม จึงนำผงวิเศษของพระอินทร์ที่ท่านเคยให้เราไว้มาทำเสียเลย ที่มาของผงนี้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งเพราะท่านได้มาจากพ่อแม่ครูอาจารย์รูปหนึ่งในสายหลวงปู่มั่นซึ่งนิพพานไปแล้ว โดยเมื่อตอนนั้นท่านบอกว่าพระอินทร์ให้เก็บไว้ให้ ท่านว่าผงทิพย์นี้จะช่วยสัตว์ได้มาก

    พ่ออาจารย์ท่านว่าผงที่มีฤทธิ์เป็นกายสิทธิ์ในโลกนั้นก็นับว่าหายากเต็มทนแล้ว แต่การเกิดของพลังอโลมะประสิทธิ์อันถือได้ว่าเป็นที่สุดแล้วแห่งพลังอำนาจ โดยปกติจะไม่ปรากฏให้ชนทั่วไปได้ครอบครองยกเว้นผู้ที่มีสายสัมพันธ์เข้ากันโดยบุญบารมีเท่านั้น มีฤทธิ์เหนือกว่าวัตถุทนสิทธิ์หรือกายสิทธิ์ทั่วไป ผงสหัสนัยน์อโลมะประสิทธิ์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเกิดด้วยบุญฤทธิ์ของพระอินทร์โดยตรง มีคุณใช้ได้ทั้งพัน คือพันช่องพันทางพันเรื่องทำอะไรก็สำเร็จทั้งหมดดุจได้พรท้าวโกสีย์ ถ้าพวกนักสิทธิ์วิทยาคนธรรสุบรรณนาคีเหล่านี้ได้ไปครอบครอง จะยิ่งเพิ่มฤทธานุภาพของตนให้สูงล้ำสัญชาติญาณเดิมอีกมาก จึงเป็นของมีค่าแม้อยู่กับมนุษย์ก็เชื่อได้ว่าย่อมได้ในทุกสิ่งเกินวิสัยชาติภพของมนุษย์ภูมินั้น

    พ่ออาจารย์ท่านนำผงวิเศษห้าประการที่ใช้เป็นมวลสารตั้งต้นมานวดกับผงพระเจ้าทันใจและสหัสนัยน์อโลมะประสิทธิ์นี้โดยใช้สีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบ วัดกะบกขึ้นผึ้ง อันเป็นยอดสีผึ้งที่มีคุณทางด้านสะกดจิตสะกดใจอย่างแรงกล้าเป็นตัวประสาน พร้อมกับได้ผสมง้วนดินลงไปด้วย ท่านว่าง้วนดินนี้แม้พรหมลงมาเสพย์ก็ยังติดรสเป็นสุดยอดของดีที่นำมาทำพระทางด้านเสน่ห์เมตตาเสียยิ่งกว่าดินโป่ง ดินเจ็ดป่าช้าเหล่านั้นมากมาย เพราะมีกำเนิดตั้งแต่เกิดโลกเกิดมหาจักรวาลและหาได้ยากอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่ว่าต้องพลิกแผ่นดินได้หรือแม้แต่พระมหาโมคคัลลานะยังต้องพลิกแผ่นดินถึงจะได้ง้วนดินมาถือครอง

    เมื่อท่านนวดผงนั้นท่านว่ากว่าจะทำได้ต้องนวดไปบริกรรมไปและนวดไปเข้ากับน้ำมันอินทราทิพย์ไปด้วย น้ำมันอินทราทิพย์นี้เป็นน้ำมันเฉพาะตัวของท่านที่ท่านทำเอาไว้ใช้เองของท่านผู้เดียว โดยนำธาตทนสิทธิ์และกายสิทธิ์มากมายลงมาแช่แล้วจึงขอบารมีพระอินทร์ทำน้ำมัน จากน้ำมันแก้วธรรมดาเมื่อปลุกเสกไปหุงด้วยไฟสุริยัน ก็กลายเป็นน้ำมันสีเขียวใสยิ่งกว่าตาตั๊กแตนแต่กลับมีกลิ่นฉุนนัก ท่านว่ากำหนดจิตดูตอนขอให้พระอินทร์ท่านทำปรากฏว่าทั้งพระอินทร์และเทพเทวดานางฟ้ามากมายช่วยกันเอาสรรพยาว่านทิพย์โอสถมากมายมาเทมาปรุงน้ำมันนี้ จากน้ำมันธรรมดาจึงมีทั้งสีและกลิ่นฉุนรุนแรง พ่ออาจารย์ว่าเราก็ไม่ได้ใส่อะไรเพียงแค่นำธาตุศักสิทธิ์แช่ไว้เท่านั้นท่านเห็นเป็นอัศจรรย์ใจจึงเก็บน้ำมันนี้ไว้แช่พระและเครื่องคาดของท่านมาตลอด ท่านว่าน้ำมันอินทราทิพย์นี้แรงกว่าพวกน้ำมันผีน้ำมันพรายมากเพราะสำเร็จด้วยเทวานุภาพเป็นของกายสิทธิ์ ท่านว่าแรงกว่าสีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบเสียอีกมีอาถรรพ์มากต้องเอามานวดในองค์พระไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระผงรุ่นนี้จะหนักผงสหัสนัยน์อโลมะประสิทธิ์มาก ท่านว่าใช้หัวเชื้อผสมเพียวๆกันไปเลยผงอย่างอื่นแค่เป็นตัวเร่งตัวเสริม รุ่นนี้เพียงผงสหัสนัยน์กับน้ำมันอินทราทิพย์นี้ก็กินขาดยิ่งกว่าสมบัติเทวโลกแล้ว

    เมื่อท่านนำผงมากดพิมพ์นั้นท่านได้ฝังวัตถุธาตุอาถรรพ์รวมไปถึงของสำคัญของบูรพาจารย์ไว้ด้วย
    - โลหิตพระธาตุ เป็นพลอยทับทิมซึ่งสมัยก่อนพ่ออาจารย์ได้ขอให้พระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเสกทำวิชาไว้ให้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระคุณเรียกพลอยที่เสกนี้ว่าโลหิตพระธาตุรวมทั้งกำชับไว้ด้วยว่า เก็บเอาไว้ก่อนไว้ต่อไปถึงวาระจะทำพระทางโภคทรัพย์ทำมาหากินค่อยนำออกมาใช้ โลหิตพระธาตุนี้จะดึงดูดโชคดีมาสู่เจ้าของท่านว่าเสกไว้ดั่งแก้วสารพัดนึกแล้วแต่จะอธิษฐานใช้กัน
    - เหรียญวิมุติพระชินสีห์
    พ่ออาจารย์ท่านเล็งเห็นว่าพระรุ่นนี้มวลสารทั้งหลายล้วนเกี่ยวกับพระอินทร์โดยตรง ท่านจึงนำเหรียญวิมุติพระชินสีห์ที่สร้างไว้มาฝังด้านหลังด้วย เหรียญนี้ท่านทำตามบัญญัติของเจ้าพระคุณสมเด็จว่าให้ทำและเสกไว้ พระพิมพ์นี้จะเด่นเรื่องความสะดวกสบาย ได้อะไรมาง่ายๆไม่ติดขัดยากลำบากทั้งคนที่ฐานะต่ำกว่าและสูงกว่าจะเมตตารักเราเกื้อกูลเรา ทำอะไรไม่มีอุปสรรค โดยทำเป็นปางที่สมเด็จพระบรมครูหลังตรัสรู้พระองค์ยังมิได้เสวยอาหารใดๆตลอดสี่สิบเก้าวัน ในครานั้นท้าวโกสีย์หรือพระอินทร์จึงลงมาจากเทวโลก นำผลสมอทิพย์ทูลเข้าถวายพระศาสดาให้ทรงเสวย พร้อมทั้งองค์ท้าวสหัสนัยน์นั้นได้อยู่ปรนนิบัติถวายสมเด็จพระจอมไตรเป็นอย่างดีเหรียญวิมุติพระชินสีห์นี้พ่ออาจารย์ท่านทำเป็นรูปพระศาสดาทรงประทับเสวยสมอทิพย์ใต้ร่มเศวตฉัตร์ที่พระอินทร์กางถวาย พร้อมกับมีพระอินทร์คุกเข่าถวายงานพัดให้กับพระองค์คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ใกล้ๆ ท่านว่าเหรียญนี้ดีทางโภคทรัพย์อย่างที่สุด เอาว่าแม้ไม่มีจะกินยังได้กิน เพียบพร้อมไปด้วยความสำเร็จ ความสุขสบาย มีคนคอยหามาให้ มีคนคอยเอาใจใส่ช่วยเหลือ อะไรจะสบายเท่านี้ทั้งสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และมีคนคอยปฏิบัติพัดวี ท่านว่าเหรียญนี้พระอินทร์ท่านมาช่วยทำ ขอให้นึกถึงพระศาสดาอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอินทร์เท่านั้นพอ ชีวิตไม่มีติดขัดเดือดร้อนแต่อย่างใด
    - วชิราวุธ
    อาวุธที่ได้ชื่อว่ามีอานุภาพพลังทำลายล้างรุนแรงสูงสุดในศาสตราวุธเทวโลก เป็นอาวุธคู่กายในตำแหน่งเจ้าพิภพดาวดึงส์หรือพระอินทร์นั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าวชิราวุธนั้นภูติผีปีศาจเทวดาเกเรทั้งหลายกลัวกันนัก อวิชชาไม่เข้าใกล้สายฟ้าเทวโลกนี้ เมื่อจะเสกท่านได้ขอให้พระอินทร์ช่วยทำโดยใช้วชิราวุธของท่านเป็นสื่อ ซึ่งวชิราวุธนี้ปู่พระอินทร์ได้บอกกับท่านว่า กลับร้ายกลายเป็นดี จะทำลายอุปสรรค ศัตรู ในชีวิตของผู้ที่ศรัทธาท่านอย่างรุนแรงฉับพลันทันที ทั้งยังดับล้างอวิชชา อัปมงคลทั้งหลาย ทำลายความขัดสนลำบากยากจนตลอดจนทุกขเวทนาและเคราะห์กรรมทั้งสิ้น ซ้ำพ่ออาจารย์ยังได้เสกศาสตราวุธเทวโลกนี้โดยเชิญพระวัชรปาณีโพธิสัตว์ให้มาช่วยกำกับด้วย ซึ่งพระโพธิสัตว์องค์นี้ได้ถือครองสายฟ้าเทวโลกเช่นกัน


    นอกจากนั้นองค์พระยังฝังตะกรุดสำคัญสามชนิด
    - ตะกรุดคู่ห้ามทุกข์ธงสะบัดชัย ในองค์พระนั้นจะมีธงสะบัดชัยอยู่ทั้งซ้ายและขวาโดยพ่ออาจารย์แกะพิมพ์ให้ชายธงพลิ้วเข้าหาตัวปราสาทเข้าหาพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านได้ลงตะกรุดคู่อิติปิโสธงชัย กับธงชัยนวหรคุณกำกับไว้ที่ด้ามธงทั้งซ้ายและขวาด้วย ท่านว่านี่คือธงเรียกลาภ เรียกโชคดี จะพัดเอาแต่สิ่งดีๆเข้าหาตัวและถ่ายเทเคราะห์ร้ายออกไป ท่านทำวิชาพัดโบกลงไว้ด้วยก่อนเสกปิดท่านว่าดีครบทั้งเสน่ห์โชคลาภเลย เวลาอธิษฐานให้มองที่ชายธงทั้งสอง อยากให้ธงชัยนี้พัดสิ่งใดเข้ามาในชีวิตก็อธิษฐานเอาจะลาภสัตว์สองเท้า หรือสัตว์สี่เท้า หรือทรัพย์สินศฤงคารโชคลาภวาสนา เว้นเสียแต่ทุกข์ลาภนั้นไม่เอา ถึงจะเอาก็ไม่มีทางเข้ามาได้ สุดท้ายความกลัวก็ดี ความหวาดสะดุ้งก็ดี ความขนพองสยองเกล้าก็ดี อันใดจักมี อันนั้นจักหายไป
    - ตะกรุดหัวใจสำเภาหลงท่าเทวดาหลงห้อง
    เป็นตะกรุดที่ฝังด้านหลัง พ่ออาจารย์ท่านลงวิชาสำคัญนี้ด้วยว่าอยากให้ชีวิตคนใช้หากินได้ง่ายและมีความสุขตรงตามแม่พิมพ์องค์พระซึ่งเป็นฐานสำเภานั้น ท่านว่าอยากได้อะไรด้วยอานุภาพแห่งวิชาก็จะมีดุจใจมาเกยไว้ไม่คลาดเคลื่อน หลงเข้าท่าเรา หลงเข้าห้องเรา หลงเข้าตัวเราไม่คลาดคลา ทำอะไรไม่มีรอท่าคอยท่าให้เสียเวลาแต่อย่างใด ใช้ได้ทุกอย่างตามแต่จะอธิษฐาน จะเล่นทางเสน่ห์เมตตาก็ได้ โชคลาภโภคทรัพย์เสี่ยงดวงก็ได้ หรือจะตั้งใจทำมาหากินประกอบอาชีพสุจริตรักไม่ยุ่งก็ได้ ท่านว่าได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับจิตของเราจะต้องการด้านไหนมันครอบคลุมทั้งหมดออกได้ทุกทาง
    - ตะกรุดสลายกรรม เป็นวิชาเฉพาะที่ท่านลงด้วยธาตุธรรมขั้นสูง ท่านว่ามีคุณตรงตามชื่ออันนี้ไม่ขอพูดมาก ท่านลงฝังไว้ให้ด้านหลังด้วยอาศัยเหตุว่าคนเราถ้ามีกรรมเข้ามาทุกอย่างคือจบหมด จะห้อยพระอะไรมีของดีเพียงไหนก็ฉุดชักช่วยเหลือไม่ได้ ท่านจึงทำตะกรุดสลายกรรมเสริมไว้ในส่วนนี้เผื่อคนใช้ถึงคราวเคราะห์ ได้เสวยทุกข์เวทนาจากกฏแห่งกรรมอันเกินกว่าพุทธานุภาพและเทวานุภาพจะเยียวยาได้ จะได้อาศัยธรรมวิชานี้ค่อยๆกัดกินสลายเคราะห์กรรมนั้นทันท่วงที ส่งผลให้พุทธานุภาพเข้าถึงและช่วยเหลือได้ตลอดไม่ติดขัดอย่างใด เอาว่าผ่านช่วงเคราะห์ได้เสมอไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ต้องทนสามวันดีสี่วันไข้ตามยถากรรม ท่านว่าบางคนจะมีคู่ก็มีไม่ได้ เจอบุพเพแต่ไร้วาสนาก็มี บางคนจะรวยก็รวยไม่ได้ทำงานอยู่ดีๆกรรมเข้ามาหมดเนื้อหมดตัวไป บางคนจะเสี่ยงโชคก็เฉียดแล้วเฉียดอีกเหมือนบุญมีแต่กรรมบังทำอะไรไม่ถูก ท่านว่านี่แหละสลายกรรมพูดได้เท่านี้เรื่องร้ายๆเป็นไม่มี

    พ่ออาจารย์ท่านเชิญเสด็จพระใหญ่ตลอดจนครูสมเด็จและชุมนุมเทพพรหมโดยมีพระอินทร์เป็นประธานปลุกเสร็จ ท่านเห็นว่าองค์พระนั้นมีพุทธรัศมีส่องสว่างกว่าพระใดที่เคยเสกมาซึ่งนั่นเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพท่านจึงถวายนามพระพิมพ์ว่าพุทธอังคีรสหรือท่านเรียกสั้นๆว่าเจ้าสัวสายฟ้า ซึ่งพระรุ่นนี้ท่านว่าเด่นเรื่องแสวงหาโชคลาภดึงดูดวาสนามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่อันที่จริงก็มีครบทุกอย่างถ้าจะเอาทางเสน่ห์ก็แรงเกินขุนแผนเพราะมวลสารแต่ละอย่างนั้นมันกินขาดเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงสุดแท้แต่จะใช้อธิษฐานให้ออกตามที่ใจปรารถนา

    พระเจ้าสัวสายฟ้านี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้ทั้งหมด 8 องค์ เนื่องจากผงอโลมะประสิทธิ์ที่ใช้นวดกับน้ำมันอินทราทิพย์มีไม่มาก ซ้ำองค์พระยังมีวรรณะพิเศษมีสีเขียวสวยงามดั่งมรกต ท่านว่านี่แหละดี เห็นกันทั้งตานอกตาใน สีเขียวนี่แหละดีนอกจากตรงบารมีของพระอินทร์เจ้าสวรรค์แล้วยังหากินเก่งด้วยเขียวเหนียวทรัพย์นี่แหละ

    คาถาบูชา
    สักกัสสะนามะ เทวราชัสสะมหาเตโชโหติ มหายะโส มหัพพะโล มหิทธิโก มเหสักโช อิมินาสักกาเรนะตัง สักกัสสะมหาเทโว เทวะนะมินโท ปูเชมิ
    อธิษฐานใช้วชิราวุธ อะหังนุกาวชิราวุธัง ปะขะมะนิ ปะสิสะ
    คาถาใช้อธิษฐานเฉพาะทางแสวงหาโชคลาภทรัพย์สิน คู่ครอง (ท่านว่าแรงครูสูงให้เฉพาะแก่ผู้บูชาเท่านั้นทาง PM)


    * พระเจ้าสัววัชระธาตุพุทธอังคีรส(ฐานสำเภาเข้าปราสาท)หรือเจ้าสัวสายฟ้านี้ พ่ออาจารย์ท่านทำไว้ทั้งสิ้นแปดองค์ มีออกให้บูชาไปบ้างกับคนที่มีบุญสัมพันธ์กับเจ้าปู่พระอินทร์และก็เจอปาฏิหาริย์ของปู่พระอินทร์กันทุกคน ดังนั้นท่านจึงกำกับมาว่าขอให้ผู้ที่มีบารมีร่วมกันกับปู่พระอินทร์นั้นให้เขาได้มารู้มาเห็นตรงนี้เท่านั้นและมีโอกาสนำไปบูชา รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM ปัจจัยร่วมทำบุญสร้างวิหารทานในถิ่นทุรกันดารสืบไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้าสัววัชระธาตุพุทธอังคีรส(ฐานสำเภาเข้าปราสาท) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดจักรพรรดิเงินล้านพยนต์พระกาฬมหาเทวภูติ(พระวัยเปิดนิมิต)

    แต่เดิมมาหลายๆคนมักจะขอบูชาเครื่องมงคลที่มีส่วนผสมของผงพรายกุมาร เครื่องมงคลที่สร้างตามตำรับหลวงปู่ทิมเข้ามา ซึ่งเครื่องมงคลเหล่านั้นก็หมดลงในเวลาอันรวดเร็ว สืบเนื่องจากพระเครื่องที่หลวงปู่ทิมเสกนั้นมีสนนราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระผงขุนแผนพรายกุมาร ซึ่งที่เป็นเช่นนั้นเกิดขึ้นเพราะประสบการณ์มากมายอันเรียกได้ว่าผู้ใดได้บูชามักจะ เร็ว แรง สำเร็จทันใจมีตัวมีตน สัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์อันมหัศฉริยภาพขององค์หลวงปู่ทิม พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะหลวงปู่ท่านมีสูตรทำผง นอกจากผงพรายกุมารแล้ว เวลาท่านทำพระท่านจะนำผงพรายกุมารมาผสมกับผงวิเศษทั้งห้าประการ รวมไปถึงผงพระวัย

    พ่ออาจารย์ท่านรู้ดีถึงความสำคัญตรงนี้รวมไปถึงได้รับผงพระวัยของหลวงปู่ทิมสืบต่อมา จึงนำมาพิจารณาจะทำเครื่องมงคลที่มีอานุภาพสูงสุดเสียคราวหนึ่งไม่ให้เสียของเสียชื่อบูรพาจารย์ โดยท่านตัดสินใจทำเป็นตะกรุดไม่ได้ทำเป็นเครื่องมงคล ท่านว่าจะได้พกง่ายใช้กันสะดวกไม่จำเป็นต้องนำมาห้อยคอ ซึ่งท่านตั้งใจว่าจะทำให้มีกฤติยาคมแฝดสมบูรณ์ทั้งพระพุทธานุภาพแลเทวานุภาพ

    ท่านจึงนำวิชาที่ท่านเคยแลกเปลี่ยนกับหลวงพ่อสาครมาสร้างเป็นตะกรุด ซึ่งได้ลงพระยันต์พยนต์ของหลวงปู่ทิมที่คนมักเรียกกันว่ายันต์เทวดาหรือยันลูกนิมิต ซึ่งปัจจุบันผ้ายันต์เทวดาของแท้ๆจริงๆยุคต้นๆมีราคาหลักแสนไปแล้ว หลังๆก็มีปั๊มกันออกมามาก ท่านว่าวิชานี้ถ้านำมาจารจรดปลุกพระเวทย์ ค่อยๆทำอย่างตั้งใจเรียกอักขระคาถาทำตามขั้นตอนครรลองของบูรพาจารย์จะยิ่งมีพุทธคุณมากขึ้น นับประสาอะไรกับยันต์ปั๊มในชั้นหลัง ท่านว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด หัวใจการเสกคาถาที่เสกอันปิดบังไว้ท่านจารลงไปทั้งหมดเลยเรียกว่าเต็มสูตรและทำเพื่อสืบสานตำนานอย่างแท้จริง

    อานุภาพแห่งตะกรุดนี้เบื้องต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเวลาพกพาบูชา เมื่อจะเข้าที่นิทราในราตรีให้เอาไว้ใต้หมอนที่หนุนนอน อยากรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอะไร จะขอหวยขอโชคลาภหรือจะสอบถามสิ่งใดให้อธิษฐานบอกตัวรู้ในตะกรุดแล้วจะรู้เองเห็นเอง เปิดนิมิตให้รู้ให้เห็นทุกประการ นอกจากนี้ยังเป็นพยนต์ชั้นยอดมีจิตวิญญาณขอได้ไหว้รับตามไปทุกที่ไม่ต้องเลี้ยงดูแต่อย่างใด ท่านว่าแล้วแต่เราจะอธิษฐานเลยอยู่ในเคหะสถานบ้านเรือนเขาก็คอยเฝ้าบ้านให้ หากเราไปไหนเค้าก็เดินตามเราไปหมดเข้าได้ทุกที่ทุกทาง ติดอยู่กับเราตลอดเวลาเสมอด้วยมีเทพยดาประจำกายคอยช่วยเหลือเรา ซ้ำยังมีอานุภาพเด่นด้านกันเสนียดจัญไร คุณไสยสิ่งอัปมงคล ภูติผีปีศาจ ลมเพลมพัดทั้งมวล ป้องกันอันตรายที่จะมาสู่ตนเองจะมาสู่สถานที่พักอาศัยได้ทุกสิ่ง แม้มีภยันตรายเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยอานุภาพทางมายาศาสตร์ศัตรูจะเห็นเรามีพวกมากมายหลายร้อยคน

    การจะทำตะกรุดเบื้องต้นนี้ให้สำเร็จจริงๆนั้น พ่ออาจารย์บอกว่าแค่จารมันยังไม่ยากเท่าไหร่ ที่ยากคือต้องคุยกับเทวดารู้เรื่อง ต้องรู้ภูมิเทวดาเพราะท่านตั้งใจจะทำให้มีกฤติยาคมแฝด ให้คนใช้สบายยิ่งกว่าคำว่านั่งกินนอนกิน กล่าวคือท่านว่าก่อนจะทำตะกรุดนี้ได้ท่านต้องคุยกับเทวดาก่อน ในตะกรุดหนึ่งดอกจะมีเทวดาอยู่คู่หนึ่งกล่าวคือสองพระองค์ เป็นเทพที่มีศักดิ์ใหญ่สุดแห่งฉกามาพจรภูมิทั้งคู่ ท่านว่าต้องหาพวกก่อนทำมันยุ่งแบบนี้ ยุ่งตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ


    โดยท่านต้องคุยกับเทวดาบอกว่าเทวดาจ๋า อยากจะทำบุญร่วมกันกับมนุษย์มั๊ย โดยท่านจำเพาะเลือกนิมมานรดีเทวภูมิและปรนิมมิตวสวัตตีเทวภูมิท่านว่าต้องเป็นสองภพภูมินี้เท่านั้น กว่าจะได้ตะกรุดมา ขั้นแรกท่านว่าต้องเข้าไปขออนุญาติท้าวสุบินมิตรเทวราชซึ่งเป็นจอมภพของนิมมานรดีเพือจะขอคนของท่าน ส่วนปรนิมท่านก็เข้าทางท้าวมาลัย

    ท่านว่าที่ต้องใช้เฉพาะเทวดาของสองภพนี้เท่านั้นก็เพราะเค้ามีหน้าที่เกื้อหนุนกัน เทวดาของนิมมานรดีภายใต้การปกครองของท้าวสุบินมิตรนั้นเป็นเทวดาที่มีอานุภาพมาก อยากได้อะไรจะสนุกสนานเพลิดเพลินกับความสะดวกสบาย กามคุณ อิสตรี ทรัพย์สมบัติล้ำค่าอย่างใด เทพแห่งนิมานรดีนี้เรียกว่าอยากได้อะไรก็เนรมิตได้เองเสมอใจตนทุกพระองค์เช่นนั้น อยากได้อะไรก็ได้อยากเอาอะไรก็เอา เหนือไปกว่านั้นคือเทพในการปกครองของท้าวมาลัย ท่านว่าที่นี่จะอยู่กันแบบสบายๆ อยากได้อะไรคิดอะไร เพียงแค่คิดก็สำเร็จได้เองดังพระประสงค์ทุกองค์ เนื่องจากจะมีเทวดาของท้าวสุบินมิตรจากนิมมานรดีคอยตามอ่านใจ ตามเนรมิตสิ่งต่างๆให้ เรียกว่าสบายที่สุดในหกภพสวรรค์ทีเดียว

    ท่านว่าต้องขอเขามาเป็นคู่ให้สถิตย์อยู่ในรูปเทวดาตะกรุดนี้ ขอได้สิบแปดองค์ก็เก้าคู่พอดีจึงทำตะกรุดได้เพียงเก้าดอก ท่านว่ามันมีผลใหญ่และมันยากคือต้องย้อนอดีตไปเลยว่าคนที่มีบุญสัมพันธ์กับตะกรุดดอกไหนที่จะทำเสร็จนั้น อดีตเคยมีบุญสัมพันธ์กับเทวดาองค์ใดหรือไม่ในสองภพนี้ กว่าจะได้ที่เป็นญาติกันเคยเกื้อหนุนกันและอยากจะช่วยเหลือกันต่อจึงทำให้ทำได้น้อยหาได้เพียงจำนวนน้อยเท่านั้น ท่านว่าเสด็จพระใหญ่แนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะกฏของสัตว์โลกนั้นการจะได้ครอบครองสิ่งใดแน่นอนว่าย่อมต้องเคยมีบุญสัมพันธ์กันมา ซึ่งในเรื่องกรรมนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านช่วยตรวจดูให้ว่าเทวดาองค์ไหนมีบุญสัมพันธ์วาสนาจะได้เข้าครองตะกรุดและช่วยเหลือมนุษย์ซึ่งมีอดีตผูกพันธ์อย่างไร เรียกว่าใช้อตีตังสญาณที่ย้อนกลับไปหลายภพชาติเช่นนี้ท่านว่านี่เป็นเรื่องของพุทธานุภาพโดยแท้ ไหนๆก็ทำแล้วก็ใช้เหล่าเทพที่มีวาสนาต้องกันไปด้วยเลยจะได้มีใจเกื้อหนุนกันเต็มที่ เมื่อได้แล้วจึงจะเริ่มทำ ที่ว่าต้องใช้เทวดาสองภูมินี้ก็เพราะเค้าหนุนส่งซึ่งกันและกัน เอาว่าสิ่งที่ขอกับความสบายที่เค้าได้รับมันจะส่งผลต่อเจ้าของตะกรุดด้วย ต่อไปก็จะมีคนคอยตามอ่านใจเนรมิตให้ตามต้องการ ขอให้เป็นเรื่องที่ดีงามไม่ผิดหลักคุณธรรมก็พอ

    หลังจากนั้นท่านจึงเอาผงหลวงพ่อสัมฤทธิ์ หรือผงอิทธิเจวัดสัมฤทธิ์มาผสมกับมุรธาวารีหรือน้ำทิพย์ที่ผุดในเศียรพระพุทธรูป ก่อนจะนำเหล็กจารชุบแช่ก่อนที่จารจรดสูตรพระยันต์ต่อไป ค่อยๆจุ่มจารเรียกสูตรท่านว่าเป็นกฤติยาคมแฝดเอาพระพุทธานุภาพตรงนี้ผสานเข้าไปอีกคำรบหนึ่งในเนื้อโลหะ ท่านว่าผงนี้ดีทางแก้คุณไสยต่างๆรวมไปถึงแก้ดวงตก ดวงแตก ถึงแก้เคราะห์กรรม พลังหรือพระพุทธานุภาพตรงนี้เอาไว้ช่วยคนให้ฟื้นกันคนไม่ให้ตกต้องทุกข์เข็ญในภายหน้า

    เมื่อจารเเละปลุกเสกตามเคล็ดวิชาของท่านเสร็จแล้ว พ่ออาจารย์จึงนำวิชาพัดโบกอันลือลั่นของสายระยองมาลงเป็นตะกรุดไว้ในแผ่นทองเหลืองและทองแดงตามลำดับเพื่อจะทำการบรรจุเข้าไปในตะกรุดเทวดาอีกคำรบหนึ่ง โดยท่านให้เหตุผลว่ามันใช้ได้ครอบจักรวาลครบสามกษัตริย์ทำอะไรก็สัมฤทธิ์ผลมีอานุภาพสูงสุด โดยยันต์พัดโบกทั้งสองนี้ปกติจะแยกกันลงในผ้าขาวและผ้าแดง ในส่วนที่ลงผ้าขาวนั้นท่านก็ลงในแผ่นทองเหลืองมีอานุภาพเด่นด้านปกป้องคุ้มครองอย่างวิเศษ ส่วนในผ้าแดงท่านก็ลงใส่แผนทองแดงท่านว่ามีอานุภาพทางเสน่ห์อย่างที่สุดแค่พกติดตัวก็เป็นมหาเสน่ห์แล้ว วันไหนจะทำงานเสี่ยงอันตราย หรือจะใช้อุปเท่ห์ทางเสน่ห์เล่ห์กลอย่างใดว่าจะมีงานเจรจา จะจีบสาวหรืออยากดึงดูดให้คนสนใจก็ตาม ท่านว่าเฉพาะวันที่เฉพาะเจาะจงจริงๆว่าจะใช้อานุภาพแห่งยันต์พัดโบก ให้หันด้านที่บรรจุตะกรุดเหล่านั้นขึ้น ถ้าจะทำงานเสี่ยงอันตรายก็หันด้านที่บรรจุตะกรุดทองเหลือง ถ้าจะใช้อุปเท่ห์ทางเสน่ห์เล่ห์กลก็หันทางที่บรรจุตะกรุดทองแดง ให้หันชี้ขึ้นฟ้าตั้งใจนึกถึงเสด็จพระใหญ่และหลวงปู่ทิม ก่อนจะโบกตะกรุดเข้าหาตัว ท่านว่าง่ายๆเช่นนี้แหละขลังนัก

    เมื่อจะบรรจุตะกรุดพัดโบกเข้าไว้ด้านในนั้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงพระวัยของหลวงปู่ทิมมาบรรจุตะกรุดก่อน โดยท่านทำตามสูตรของหลวงปู่ทิมโดยนำผงพระวัยนี้มาผสมกับผงวิเศษทั้งห้าประการสูตรวัดระฆัง ท่านว่าผงนี้แค่นั่งดูก็รู้ว่าที่คนใช้พระหลวงปู่ทิม ทำอะไรก็สำเร็จไว รวยไว ปลดหนี้ไว จีบสาวติดไว เรียกว่าทุกอย่างไวไปหมดอย่างน่าประหลาดก็มาจากอานุภาพของผงตัวนี้ นอกจากนั้นแล้วท่านยังนำมานวดเข้าด้วยผงจักรพรรดิ์ของหลวงปู่ดู่ และผงเงินล้านของหลวงพ่อปานด้วย(ผงที่ใช้อุดพระพิมพ์ทรงสัตว์ของหลวงพ่อปาน)พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าผงเงินล้าน ท่านว่านวดใส่ให้แบบไม่หวงผงเพื่อจะให้ตะกรุดนี้มีคุณยิ่งใหญ่ออกไปทุกทางเลยด้วยกำลังผงพระจักรพรรดิของหลวงปู่ดู่ และจะได้รวยและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นด้วยผงเงินล้านของหลวงพ่อปาน

    เมื่อท่านอัดผงและบรรจุตะกรุดไว้ภายในแล้ว ท่านได้นำตะกรุดมาลงรักอีกคำรบหนึ่ง สังเกตุได้ว่าพ่ออาจารย์ท่านออกตะกรุดมาหลายชนิด แต่มีน้อยครั้งนักที่ท่านจะนำรักมาลงนอกจากตะกรุดนั้นจะต้องสำคัญจริงๆ ท่านว่ายางรักที่ท่านเสกไว้ชุบตะกรุดนี้ก็ดีตามชื่อได้รัก สมรัก ลงรักนั่นแหละ เมื่อชุบตะกรุดจนเป็นสีดำสนิทแล้ว หลังจากนั้นท่านนำตะกรุดเข้าเสกในฤกษ์พิธีอุปราคาคือการเกิดสริยะและจันทรุปราคาด้วย ท่านว่าเชิญอำนาจพระราหูที่มีอำนาจกลืนตะวันจันทราแฝงไว้ในตะกรุดทุกดอก เพื่อให้คนใช้จะได้สบายใจว่าแต่นี้ต่อไปไม่ต้องกลัวพระเคราะห์เสวยอายุ ไม่ต้องกลัวปีชงทุกข์โทษภัยใดๆ มีแต่ดีวันดีคืนอย่างเดียว

    ท่านว่าตะกรุดนี้สำเร็จแล้ว เป็นของสำเร็จอธิษฐานใช้ได้เลยถ้ากำลังใจดีนึกถึงพระนึกถึงเทวดาครูบาอาจารย์ แต่ถ้าจะใช้คาถาให้จิตนิ่งก็ได้ไม่ว่ากัน

    คาถาบูชา
    สิริโภคา นะมาสะโย นะวิลาสิ นะเตสุเต มหาสุเตนะชาอิติ


    * ตะกรุดพระวัยนี้แต่เดิมพ่ออาจารย์ท่านได้นำออกมาให้ผู้ที่สอบถามหาเครื่องรางสายหลวงปู่ทิมเข้ามา บูชาไปหนึ่งดอก เค้าฝากบอกมาว่ารายการนี้มีตัวตนชัดเจนมาก ทั้งๆที่พ่ออาจารย์ท่านก็บอกว่าไม่ได้ผสมผงผีหรือผงพรายแต่อย่างใด เป็นไปด้วยอานุภาพของพยนต์และเทวดาทั้งนั้น เค้านำไปอธิษฐานได้สำเร็จสมใจ จากที่เคยวางใส่พานนำดอกมะลิโปรยบูชา หลังจากผู้มีสัมผัสทางจิตเห็นหลวงปู่ทิมและเทวดามากมายนั่งอยู่ในตะกรุดนี้กลายเป็นต้องใส่หลอดทองห้อยคอติดตัว เค้าว่าเพราะขอทีไรได้ทุกที ลางสังหรณ์นี่สุดยอดเลยพี่เค้าว่าแม่นยิ่งกว่าอะไรตั้งแต่ได้ตะกรุดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องศัตรูคนที่คิดไม่ดีขัดแข้งขัดขา พูดจาว่าร้าย เค้าว่ามีอันเป็นไปจนเขาไม่มายุ่งกับเราทุกคน เค้าว่านึกถึงเรื่องมนต์พระกาฬของหลวงพ่อกวยเลย สงสัยว่าพ่ออาจารย์ท่านจะลงมนต์พระกาฬไว้ด้วย ซึ่งเมื่อมาถามท่าน ตัวท่านก็ได้แต่ยิ้มรับ ตอบแต่ว่าก็เทวดาเขารักคนของเค้า เค้าก็ต้องรักษา ก็เลยกลายเป็นชื่อเรียกตะกรุดรุ่นนี้ไปเลยว่าพยนต์พระกาฬมหาเทวภูติ

    * สำหรับผู้ที่จะบูชานั้น จะรับสั่งจองเฉพาะทาง PM เท่านั้นเพราะรายการนี้พ่ออาจารย์ท่านอธิษฐานจิตไว้แล้วให้ผู้ที่มีบุญสัมพันธ์กับเทพทั้สองภพจริงๆตามโองการของเสด็จพระใหญ่ ถึงจะได้ไว้ครอบครอง ท่านว่าคนมีบุญแต่ไร้วาสนาทำอย่างไรก็ไม่พบตะกรุดนี้ รายได้ร่วมบุญสร้างวิหารทานในวัดที่ห่างไกลความเจริญอยู่ในถิ่นทุรกันดารสืบไป

    * สำหรับผู้บูชาตะกรุดจักรพรรดิเงินล้านพยนต์พระกาฬมหาเทวภูตินี้ ก็จะแถมตะกรุดที่พ่ออาจารย์ท่านทำไว้แจกเฉพาะกาลให้ไปใช้คู่กันด้วย นั่นคือตะกรุดนะคาบสำเร็จเต็มสูตร ซึ่งวิชานะคาบสำเร็จนั้นเป็นวิชาที่พ่ออาจารย์ท่านถนัด และทำได้น้อยเนื่องจากสูตรการชักยันต์ซับซ้อน (ท่านว่าเอาติดตัวไว้ แล้วถึงวันที่ประสบความสำเร็จทุกสิ่งจะนึกถึงตะกรุดนี้ วันนั้นมันจะมาถึงไวจนตั้งตัวไม่ทันทีเดียว)เนื่องจากมีจำนวนเหลือไม่มากจึงนำมาเข้าคู่กับตะกรุดพยนต์พระกาฬพอดี ท่านว่าเอาไว้บูชาคู่กันเสริมความสำเร็จในชีวิต ได้เจอสิ่งดีๆแล้วจะได้มีกำลังใจประกอบคุณงามความดีต่อไป


    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดจักรพรรดิเงินล้านพยนต์พระกาฬมหาเทวภูติ(พระวัยเปิดนิมิต) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวง

    เป็นที่จับตารอกันมายาวนาน สำหรับตะกรุดมหาสะท้อนแต่ละสูตรซึ่งนานทีปีหนจะมีออกมาให้ร่วมทำบุญบูชากันซักครั้ง เพราะพ่ออาจารย์ท่านไม่ทำพร่ำเพรื่อนั่นเอง

    สำหรับตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงนั้น เรียกว่าเป็นตำรับที่แรงที่สุดของมหาสะท้อนก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติแล้วตะกรุดมหาสะท้อนธรรมดาก็แรงพอใจอยู่แล้ว แต่มหาสะท้อนหลวงนี้ยิ่งกว่านั้นเพราะกันได้แม้แต่ธรรมชาติ อันนี้พวกมีวิชาอาคมทั้งหลายทำอันตรายเราไม่ได้เลย อย่าว่าแต่มนุษย์ต่อให้เป็นพวกคนธรรพ์วิทยาธรก็ยังต้องแพ้ภัยตัวเอง

    โดยปกติสำหรับตะกรุดมหาสะท้อนนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าจะเน้นทางปกป้องคุ้มกันตลอดจนคุ้มครองและให้ผลสะท้อนกลับเท่านั้น ซึ่งต่างจากตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงเพราะตำรับนี้จะมีครบรสในดอกเดียว ท่านว่าได้ไม่ต้องห้อยกันหลายอย่างบูชากันหลายดอก เพราะท่านทำให้ยิ่งกว่ามหาสะท้อนเสียอีก

    ท่านว่าตัวชนะมารมหาสะท้อนหลวงนั้น อะไรที่มีคำว่าหลวงต่อท้ายเชื่อขนมกินไว้ได้เลยว่ามันเป็นที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นมหาสะท้อนตำรับใหญ่นำมาผูกรวมกันถึงสามสูตรซ้ำยังหนุนอัดด้วยธาตุคาถาและวิชาต่างๆ ท่านว่าข้างบนเขาไม่ให้พูดมากถ้าคนใช้ตั้งจิตดีๆให้แน่วแน่ในสมาธิภาวนาพระคาถา เราทำไว้ให้ใช้กัน สะท้อนโรคเวรโรคกรรมได้ทั้งสิ้น ไม่มีข้อแม้ใดเลยเพราะเป็นกันสะท้อนที่สำเร็จด้วยคุณแห่งวิปัสสนาขององค์พระทั้งแสนโกฏิ การสำเร็จตะกรุดมหาสะท้อนหลวงด้วยคุณแห่งวิปัสสนาขององค์พระแสนโกฏิอันมีสมเด็จองค์ปฐมเป็นอาทินั้น นอกจากยากและใช้เวลานานแล้ว แต่ผลที่ได้ท่านว่าก็คุ้มกับเวลาที่เสียไปหลายปี เพราะท่านว่าจะอธิบายให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ ให้ดูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เวลามีคนคิดร้ายหรือกระทำการณ์ใดๆหมายรังแกพระบรมศาสดา ท่านว่าสิ่งนั้นย่อมสะท้อนย้อนกลับไป ไม่ต้องรอชาติหน้าฉันใด ผลกรรมนั้นเห็นคาตากันในชาตินี้ ตะกรุดมหาสะท้อนหลวงที่สำเร็จด้วยบารมีองค์พระทั้งแสนโกฏิในนิพพานก็มีคุณเช่นนั้น ท่านว่าบอกได้เท่านี้นะ

    ดังที่กล่าวไว้แต่ต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าตำรับมหาสะท้อนหลวงนี้นอกจากจะใช้ทางด้านมหาสะท้อนย้อนกลับคืนได้แรงที่สุดแล้วยังใช้หนุนดวง เสริมชะตาวาสนาบารมีในตัวได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีครบทั้งทางเสน่ห์เมตตาท่านว่าไม่ใช่เสน่ห์เรี่ยดินแต่อย่างใดแต่เป็นเสน่ห์ถึงขั้นขึ้นหานาง เข้าตัวขุนได้ จะเจรจาพาทีเอ่ยปากขออะไรก็ได้เป็นที่สุดทางมหานิยมเข้าหาคน ไปที่ไหนมีแต่คนรักคนตามใจไม่มีใครกล้าเกลียดหรืออยากเป็นศัตรูเพราะท่านลงมหาสะกดไว้ด้วย ซ้ำยังขับดันหนุนนำให้อาชีพที่กระทำอยู่เจริญก้าวหน้าผิดหูผิดตา แม้ทางด้านป้องกันก็ไม่ได้ทิ้งเพราะกันได้ทั้งคุณผีคุณคนตลอดจนมากกว่าผีหรือคน ซ้ำยังกันเคราะห์ภัยร้ายแรงที่พร้อมจะเกิดกับตนได้ตลอดเวลาด้วย

    ท่านว่าปกติตะกรุดมหาสะท้อนนั้นผู้เสกจะวางอารมณ์ไปทางมหาอุตม์ ทำให้คนใช้โชคลาภจะไม่มี หากินก็จะตกต่ำทำให้ไม่กล้าใช้ หรือจะหยิบมาใช้ได้เฉพาะช่วงที่คิดว่าชีวิตโดนรังแก เพราะมันอุดหมดปิดหมดทุกทางได้แต่กันและสะท้อนย้อนกลับอย่างเดียว แต่มหาสะท้อนหลวงไม่ใช่เช่นนั้นเพราะต้องเน้นพลังคุณทุกด้านพร้อมกัน ซ้ำยังสำเร็จด้วยวิปัสสนาญาณขององค์พระพุทธเจ้าทั้งแสนโกฏิแน่นอนว่าทุกพระองค์นั้นไม่เหลืออารมณ์ใดๆอีกแล้ว ดังนั้นจึงไม่อุดไม่ปิดชีวิตใคร ไม่ปัดโชคลาภออกไปเช่นปกติ ที่สำคัญกว่านั้นตะกรุดทุกดอกต้องเสกจนมีธาตุรู้ นั่นคือมีจิตวิญญาณของตะกรุด ท่านว่าที่ต้องทำขนาดนี้เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อตำรับมหาสะท้อนหลวง คนใช้ก็จะได้ไม่เป็นอันตรายด้วย

    เพราะว่าโดยปกติคนใช้ตะกรุดมหาสะท้อนนั้นจะต้องระวังลูกหลาน เด็กน้อยตลอดจนญาติมิตรคนสนิทรักใคร่ของตน ซึ่งทุกคนได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ย่อมมีอารมณ์รักโลภโกรธหลง อาจจะมีคิดร้ายเราบ้าง คิดแกล้งเราบ้างหรือจะแหย่เราบ้าง ก็เกรงว่าผลร้ายนั้นจะสะท้อนย้อนกลับไป กลัวว่าจะกลับไปหายังคนที่ตนเองรัก ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าการสำเร็จตะกรุดมหาสะท้อนหลวงนั้นจึงต้องสำเร็จจนตะกรุดมีธาตุรู้ เมื่อเจ้าของได้รับตะกรุดไปเวลาอธิษฐานภาวนาพระคาถาตัวธาตุรู้นี้ก็จะจดจำปราณและคุณลักษณะของเจ้าของไปด้วย เหมือนการทำสัญญากันเชื่อมต่อเข้าถึงสัญญาความจำได้หมายรู้ของเรา ต่อไปเขาก็จะไม่ทำร้ายพวกเดียวกับเราญาติสนิทพี่น้องของเราที่มีอารมณ์โกรธชั่ววูบชั่วคราวเช่นนั้น หากแต่จะสะท้อนย้อนกลับเฉพาะผู้ที่คิดร้ายประสงค์ร้ายตั้งใจจะทำความพินาศฉิบหายให้เกิดขึ้นแก่เราโดยเฉพาะเจาะจง

    ตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงนั้น เป็นตะกรุดที่พ่ออาจารย์สร้างเพื่อให้สรรพชีวิตได้ถือครองอันจะนำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูลที่จะตกต้องอย่างใหญ่หลวงกับคนใช้จริงๆ เนื่องด้วยท่านได้จรดเหล็กจารหัวใจคาถาพิเศษลงไป ซึ่งหัวใจนั้นมีผลมากกับชีวิตมนุษย์นั่นเอง

    สืบเนื่องมาจากมนุษย์ในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะมีวาระกรรมร่วมกันเยอะ ชีวิตแต่ละคนมีมารผจญกันมาก จะหาใครมีชีวิตที่ดีไปหมดนั้นยาก ท่านว่าแม้แต่คนที่เรามองว่าชีวิตเขาดี แม้จะรวยเป็นมหาเศรษฐีก็ยังมีปัญหามากมายแก้ไม่ตก ท่านว่าเพราะมารเขาทำงานกันหนัก มารในที่นี้ก็คือเทวปุตมารหรือเทพเจ้าใต้การปกครองของท้าวมาลัยนั่นเอง

    เทพฝ่ายมารทั้งหลายมีทั้งที่เชื่อฟังก็ดี ไม่เชื่อฟังก็ดี กลับตัวกลับใจแล้วก็มีหรือที่จุติขึ้นมาใหม่ก็มาก ซึ่งแน่นอนว่าเทวปุตมารเหล่านี้ล้วนมีอานุภาพเป็นเลิศเหนือกว่าเหล่าเทพเจ้าทุกชั้นฉกามาพจรสวรรค์ มีฤทธิ์แทรกแซงได้แม้กับเหล่ามหาพรหม ดังนั้นพ่ออาจารย์จึงได้ขออนุญาติท่านท้าวมาลัยหรือที่รู้จักกันในฐานะพระจักรพรรดิ์พญามารผู้เป็นสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ เพื่อขอเทวราชอาชญากับเหล่าเทวปุตมารฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ อันจะได้ใช้อนุเคราะห์แก่สัตว์ผู้ยาก

    ซึ่งท่านก็ได้เมตตาให้หัวใจพระคาถาไว้ ท่านว่าแม้ปรากฏขึ้นที่ใดเหล่าเทวปุตมารตลอดจนเทพบริวารจะไม่กล้าแทรกแซงทำร้ายหรือก่อความวุ่นวายเข็ญใจให้เกิดขึ้นเลย เพราะว่าเขาจะเกรงกลัวเทวราชอาชญาแห่งสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ผู้เป็นพระจักรพรรดิ์พญามารนั่นเอง ท่านว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากในระบบกรรมนั้นมนุษย์ยังหนีไม่พ้นบ่วงมาร ดังนั้นจึงต้องจำกัดให้เฉพาะผู้ที่มีบุญสัมพันธ์กันในวงศ์บรมโพธิสัตว์เท่านั้นที่จะได้ถือครองต่อไป

    ดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุที่เรียกตะกรุดมหาสะท้อนหลวงว่าตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวง เพราะว่าเป็นตะกรุดที่ทำเฉพาะกรรม เฉพาะวาระของคน เมื่อหมดแล้วท่านว่าก็ให้มันหมดไปย่อมไม่มีเสริมเพิ่มเติมอีก ให้เฉพาะคนที่มีบุญสัมพันธ์มารู้มาเห็นพอดี

    คนเหล่านี้ท่านว่าถ้าเค้ารู้ตัวว่าชีวิตของเค้ามีมารเยอะ มีมารผจญมาก ไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร จะเป็นเวรกรรมหรือไม่ เจ้ากรรมนายเวรหรือไม่ เป็นเทวปุตมารหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าเหตุใดชีวิตจึงหาความเจริญไม่ได้ ท่านว่าเอาว่ารู้ตัวกันดีทุกคนว่าชีวิตใครเป็นอย่างไร ตรงนี้ก็ให้มาบูชาไป เพราะตะกรุดที่ทำขึ้นในกรรมและวาระนี้ครอบคลุมทั้งหมดทั้งสามสถาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวรกรรม เรื่องเจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนมารและเทวปุตมาร ล้วนตรงกับอานุภาพตะกรุดทั้งสิ้น

    ท่านว่าเมื่อบูชาไปแล้ว ให้หาดอกมะลิสดอันมีกลิ่นหอมซักสามดอก ยัดใส่เข้าไปภายในตะกรุด ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้ดีๆทำครั้งเดียวพอบูชาคุณพระพุทธาธรรมสงฆ์หรือรัตนะทั้งสาม แล้วจึงนำไปเลี่ยมบูชาปกติ เพราะตะกรุดนี้สำเร็จด้วยบารมีพระเจ้าแสนโกฏิซ้ำยังมีบารมีแห่งสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ท่านท้าวมาลัยแฝงอยู่ภายในด้วย ท่านว่าให้ทำตามนี้ ทำไปเถอะ มันมีอะไรที่มากกว่านั้นซึ่งบอกกันไม่ได้และไม่จำเป็นต้องรู้อยู่ รู้แค่ว่าทำแล้วดีข้างบนเขาชอบก็พอ

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวงไว้ได้ทั้งหมดเก้าดอก นำอธิษฐานจิตมาหลายปีเพราะว่าเป็นของสำคัญ ถึงระหว่างนั้นจะมีคนถามหามหาสะท้อนตัวแรงๆเข้ามาเพียงใดท่านก็ไม่เอาออกมาให้บูชา ท่านว่าไม่ใช่พลังคุณมันยังไม่เต็ม ท่านว่าที่อธิษฐานจิตนานนั้นไม่ใช่อะไร ที่จริงการสำเร็จของเหล่านี้ใช้เวลาแค่ช้างกะดิกหูงูแลบลิ้นเท่านั้น ที่ทำให้นานเพราะว่าครูบาอาจารย์ที่เชิญท่านมาให้ทำมีเยอะ เฉพาะองค์สมเด็จในนิพพานทั้งแสนโกฏินั้นก็กินเวลานานแล้ว เพื่อให้ตะกรุดนี้เต็มบารมีพุทธภูมิอย่างแท้จริง ซ้ำยังต้องคอยตรวจว่าใช้ได้หรือยัง ไม่เป็นอันตรายใดๆแก่สัตว์ทั้งหลายเช่นวิชามหาสะท้อนทั่วไปจริงหรือไม่ ท่านว่าถึงจะนานแต่ก็ดีที่สุดสมการรอคอยเช่นกัน นี่แหละที่สุดแห่งตำรับมหาสะท้อนหลวง หนึ่งไม่มีสอง

    ท่านว่าพูดอะไรได้ไม่เยอะเพราะข้างบนเค้าปิดปากไว้ และท้าวมาลัยเองก็ไม่อยากให้เราพูดมาก เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องเวรกรรม เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนเทพในปกครองของท่านนั่นคือเหล่าเทวปุตมาร ซึ่งตอนนี้คนในโลกยังมีกรรมร่วมกันอยู่ เทวปุตมารทั้งหลายก็ยังมีภาระหน้าที่อยู่ ฝูงชนที่หลงติดอยู่ในบ่วงมารหรือโดนอำนาจแห่งมารครอบงำแทรกแซงก็มีมากเสียยิ่งกว่ามากดุจเม็ดทรายในท้องพระมหาสมุทรเพราะมันเป็นวาระกรรมของโลก ท่านว่าเอาแค่คนเห็นก็ถือว่ามีบุญร่วมกันตรงนี้แล้วกัน

    คาถาบูชา
    อิติปิโสภะคะวา สัมมาที่ไหน สัมไปที่นั่น นะอยู่หัว โมอยู่ท้าย ศัตรูคิดร้าย มรณะสันติ โอม มะกระดอนศรทอง เมสัมมุกขา สัพพาหะระติ เตสัมมุกขา ขอให้สะท้อนย้อนกลับไป ด้วยเดชเดชะแห่งมะอะอุนี้เทอญ


    * รับสั่งจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้สั่งจองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดมาด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเป่ามนต์หนุนดวงครอบตะกรุดให้อีกวาระหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ สำหรับรายได้จะนำไปร่วมสมทบทุนหล่อพระใหญ่ตลอดจนพระประธานในวัดที่ขาดปัจจัยและทุรกันดารเป็นอานิสงค์เพิ่มเติมสืบไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดชนะมารมหาสะท้อนหลวง บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อมหาวัฏฏะเสด็จกลับ(พระสยมสะกดทับ)

    สำหรับการสร้างเหรียญหล่อมหาวัฏฏะนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าสืบเนื่องมากจากครูพระสยมได้มีเทพนิมิตให้กับท่าน ว่าเมื่อถึงคราวที่จะต้องชำระเสียใหม่และรังสรรค์สรรพสิ่งเพื่อสถาปนาระบบคุณธรรมให้สถาพรต่อไปก็ให้ท่านสร้างเหรียญหล่อที่เรียกว่ามหาวัฏฏะขึ้น โดยท่านกำหนดว่าให้ทำเป็นรูปพระองค์ท่านนั่งเหยียบโลกไว้ทั้งใบ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะหาครูองค์ใดที่เปี่ยมไปด้วยมหากรุณาต่อสรรพสัตว์เกินกว่าพระสยมนั้นย่อมไม่มี เมื่อครูดำริให้สร้างเหรียญหล่อมหาวัฏฏะขึ้น ย่อมเป็นของที่มีอาญาสิทธิ์พิเศษที่จะมอบให้แก่หมู่ชนผู้มีศรัทธาแรงกล้าจริงๆ

    ท่านว่าโดยปกตินั้น มวลสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมหลงไหลวนเวียน ดำเนินชีวิตไปด้วยปัจจัยสามสิ่ง นั่นคือ
    - กิเลส
    - กรรม
    - วิบาก

    เหรียญหล่อมหาวัฏฏะหรือที่เรียกว่าครูพระสยมสะกดทับนี้ ท่านสร้างแบบเฉพาะกาล คือสร้างขึ้นมาเพื่อชะลอหยุดยั้งกฏของมหาวัฏฏะที่เกิดขึ้นกับผู้ใดผู้หนึ่งอันเกี่ยวเนื่องมาจาก กิเลส กรรม วิบากเหล่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมมีดำริว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำลายความทุกข์และคราบน้ำตาของหมู่สัตว์ทั้งผอง ชนทั้งหลายที่มีศรัทธาต่อตัวท่านจะต้องถึงซึ่งบรมสุข

    ท่านจึงกรุณาให้พ่ออาจารย์ทำเหรียญหล่อมหาวัฏฏะในรูปครูพระสยมที่นั่งสะกดโลกเอาไว้ นั่นคือสะกดได้ทั้งโลก สะกดทับกิเลส กรรม วิบาก อันเหนี่ยวรั้งฉุดดึงให้ชีวิตคนตกต่ำ ตกอยู่กับความมืดไม่พบแสงสว่างหาทางออกอย่างไรไม่ได้

    คำว่าพระสยมสะกดทับนีั พ่ออาจารย์ท่านว่ามีความหมายนะ ไม่ใช่ว่าจะทะลึ่งไปเสียหมด การสะกดทับคือสะกดวัฏฏะทั้งสามของมโนวิญญาณอันเคยทำกรรมหรือมีสัญญากรรมตลอดจนวนเวียนชดใช้ผลกรรมซึ่งเกี่ยวเนื่องด้วยกิเลส กรรม วิบากทั้งหลาย วัฏฏะทั้งสามนี้ไม่ได้หายไปไหนแต่ด้วยเมตตาของมหาเทพ ท่านจะทับจะสะกดไว้ให้โอกาสเราได้ประกอบกุศลสร้างคุณงามความดี พบเจอกับความสุขอันปราศจากทุกข์ใดมาเบียดบัง ท่านว่าครูมีรับสั่งไว้ ว่าศิษย์นั้นก็ไม่ต่างจากลูกในไส้อย่างใด ความรักฉันพ่อลูก ถ้าไม่ช่วยเขาแล้วเราจะช่วยใคร

    พ่ออาจารย์ท่านจึงได้แกะพิมพ์ขึ้นมาก่อนจะหล่อหลอมมวลสารโดยท่านดำริว่าจะทำของสำคัญขึ้น ครั้งนี้ไม่ใช่แค่จะตัดกรรมหรือริดรอนกรรมด้วยอานุภาพแห่งคุณวิชาของบูรพาจารย์ แต่จะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือวัฏฏะทั้งสามอันไม่เคยปรากฏมีมาก่อน ท่านว่าจะทำให้สมเกียรติกันจึงได้นำมวลสารเก่ามากมายที่ท่านเก็บรวบรวมไว้มาผสมด้วย ท่านว่าธาตุเหล่านี้ล้วนสำเร็จด้วยอำนาจจิตของบูรพาจารย์โบราณทั้งนั้นเรื่องความขลังไม่ต้องกล่าวถึง ท่านนำธาตุกายสิทธิ์อันประกอบด้วยเหล็กไหลขาวเงินยวง หยาดน้ำฟ้าทวาราวดีมาเป็นมวลสารตั้งต้นตามวิธีสร้างพระศักดิ์สิทธิ์ตามตำราปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว และนำมาผสมเพิ่มด้วยปรอทของหลวงปู่ละมัย พร้อมใส่ชิ้นส่วนพระเนื้อชินของวัดกุฏิสงฆ์ ชินวัดดอนไก่เตี้ย ชินวัดหินตั้ง ชินบึงสามพัน ชินพระประโทน ชินพระเชตุพน ชินวัดปากนัง ชินวัดพระธาตุ ชินวัดมหาธาตุ แร่ศรีวิชัย เสริมเข้าไปด้วย

    จากนั้นพ่ออาจารย์จึงเชิญครูพระสยมให้ทำวิชาครอบคลุมและประทับลงในเบ้าหล่อก่อนจะทำการเทและฝังพระสำคัญไว้ด้านหลังทีละองค์ เมื่อท่านเทได้แปดองค์ก็เหมือนฟ้ากำหนด เพราะท่านว่ามีลมสายหนึ่งพัดเข้ามาประทะให้ท่านชะงักไป และบล๊อคก็แตกขึ้นมาอย่างนั้นในตอนนั้นนั่นเอง ท่านว่าครูท่านให้ทำได้แค่แปดองค์ ซึ่งนับว่าน้อยนัก

    โดยภายหลังครูท่านบอกว่าพระนี้มีเจ้าของทุกองค์ เป็นดาบสองคม มีคุณอนันต์จนกลัวว่าคนได้ไปจะลำพองใจนำไปใช้ในทางที่ผิด ผู้ที่ต้องการจะบูชาจงอย่าเกียจคร้าน อย่าลำพองใจ อย่าเดินไปตามกระแสของโลก ให้เร่งขวนขวายประโยชน์เบื้องหน้าหมั่นสร้างตบะสั่งสมบารมีประกอบคุณธรรมความดีให้ถึงพร้อมจึงจะไม่เสียเจตนาของเรา พ่ออาจารย์ท่านมีดำริในภายหลังก่อนออกให้บูชาว่าพระเช่นนี้ผิว่ากาลเบื้องหน้าหากหาผู้มาบูชาหรือรับไปไม่ได้ ท่านตายเมื่อไหร่ก็ให้ทำลายลงไปพร้อมกัน เพราะกลัวคนไม่ดีจะนำไปใช้ จนกระทั่งครูพระสยมท่านแจ้งเหตุว่าถึงเวลาแล้ว ลูกๆที่เขารอคอยมีวาสนาจะครอบครองเหรียญหล่อมหาวัฏฏะนี้มีครบแล้ว ให้ท่านวางใจได้เพราะทุกคนที่ได้ย่อมเป็นคนดี พ่ออาจารย์จึงให้นำออกมาร่วมบุญกัน

    สำหรับเหรียญหล่อมหาวัฏฏะหรือครูพระสยมสะกดทับนี้ ด้านหลังจะฝังด้วยพระขุนแผนเสด็จกลับที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นเพื่อทดลองวิชาโดยเฉพาะทุกองค์ ท่านเรียกว่าพระสำคัญ จากที่หลายๆคนมีประสบการณ์แปลกๆเกี่้ยวกับการเสด็จกลับของเครื่องมงคลที่พ่ออาจารย์ท่านสร้าง บางคนมีความคิดไม่ดีหรือมีการกระทำที่ล่วงเกินครูบาอาจารย์ เครื่องมงคลทั้งหลายนั้นย่อมอันตรธานหายไปเองต่อหน้าต่อตาแบบที่เรียกว่าหาอย่างใดก็ไม่มีวันพบ ซึ่งตัวพ่ออาจารย์เองท่านก็มีวิชาที่สามารถสร้างพระเสด็จกลับได้เช่นกัน หากแต่ท่านจะพิถีพิถันค่อยๆทำไปลองวิชาของท่านทีละองค์ๆเช่นนั้น

    พระขุนแผนเสด็จกลับท่านว่าเป็นพระแก่คุณวิชา เบื้องต้นท่านแกะแม่พิมพ์เป็นรูปเทพขุนแผนนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วเล็กๆ ท่านว่าเป็นเทพนี่แหละดีกว่ารูปพระ ช่วยคนได้ไวไม่ผิดศีลผิดธรรม จากนั้นท่านจึงนำผงวิเศษของบูรพาจารย์ต่างๆที่ท่านสะสมไว้มาผสมสร้างองค์พระได้แก่ ผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ ผงอิทธิเจหลวงปู่ภูวัดต้นสน ผงพรายกุมารหลวงปู่ทิมวัดละหารไร่ ผงกล่อมนางนอนหลวงพ่อพรหมเขาปากแรด ผงของหลวงปู่คงวัดแค(ปรมาจารย์ขุนแผน) ผงมหานิยมเจดีย์วัดโลกา ผงของอาจารย์เกตุวัดขวิด ผงอิทธิเจวัดดอนศาลา ผงถ้ำยายหอม ผสมด้วยผงนะเสน่หา นะเข้าหา นะมหานิยม ตลอดจนผงวิชาเทพนิมิตมากมายที่พ่ออาจารย์ท่านลบถมไว้ด้วยตนเองสมัยเป็นพระจนเกิดปรากฏการณ์หญิงสาวมากมายมาเข้าหาท่านจนครูท่านเกรงว่าจะอาบัติท้ายที่สุดหลวงปู่ขาวท่านต้องเมตตาประพรมน้ำมนต์ให้คนเหล่านั้นจึงคืนสติ

    พ่ออาจารย์ท่านค่อยๆนวดผงและได้กดพิมพ์องค์พระทีละองค์ โดยองค์พระทุกองค์นั้นท่านไม่ได้ตัดปีกเลย ท่านว่าเสียดายผง พระทุกองค์จึงมีขอบมีเนื้อเกินอยู่รอบด้าน ท่านว่าดีแล้วจะได้มีเกินมีเหลือ ทำอะไรไม่มีขาด จะรวยก็ให้รวยเกินพอดี จะมีเสน่ห์ก็ให้เกินพอดี จะทำอะไรก็ให้เกินหน้าเกินตาคนเขา

    โดยองค์พระทุกองค์นั้นท่านจะฝังตะกรุดดอกเขื่องไว้ด้วย ท่านเรียกว่าตะกรุดดั่งใจ วิชานี้ท่านว่าทำยาก กว่าจะจารและสำเร็จตะกรุดดอกนึงนั้น บทพระคาถามีหลายคาบหลายบทมาก ต้องเสกแยกทีละดอกๆ สำเร็จทีละดอก ท่านว่าตะกรุดดั่งใจนี้คือได้ดั่งใจนะ ท่านว่ามันเป็นของแปลกถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตคงเรียกว่าตัวประหลาดหรือสัตว์ประหลาดได้เลยนั่นแหละ วิชานี้มีแรงครูสูง มีธาตุรู้ของครูบาอาจารย์ ท่านว่าครูท่านบอกเอาไว้ อยากได้อะไรปรารถนาสารพัดในปฐพี ให้จ้องที่ตะกรุดแล้วนึกเอา มันมีเท่านี้จริงๆ นึกเอานั่นแหละแล้วจะได้เอาทุกสิ่ง ไม่ว่าลาภสักการะเงินทองความเจริญรุ่งเรืองสิ่งใด ท่านว่ามีไม่รู้หมดตราบใดที่ยังนึกคิดได้ ให้นึกแต่สิ่งที่ดีๆจะได้ไม่ผิดเจตนาของครูบาอาจารย์

    พูดถึงการสำเร็จพระขุนแผนเสด็จกลับของท่านนั้นจะนับว่าแปลกก็แปลก ท่านจะปลุกเสกองค์พระจนสำเร็จจากนั้นจะเอากะลาเก่าของครูบาอาจารย์ท่านมาครอบพระไว้ทีละองค์ หลังจากท่านภาวนาพระคาถาเปิดกะลาออกมาองค์พระจะหายไปแล้ว แล้วท่านจะคว่ำกะลาไว้ รุ่งเช้าวันใหม่ถึงจะได้ยินเสียงของตกดังแกร๊กพอเปิดกะลาดูถึงจะพบองค์พระภายในกะลา ท่านค่อยๆทำทีละองค์สำเร็จทีละองค์จนครบจึงใช้เวลานาน ท่านจึงมักพูดว่าพระขุนแผนรุ่นนี้เป้นพระที่แก่คุณวิชาอย่างแท้จริง พอมีคนถามว่าเวลาพระหายไปจากกะลาพระท่านเสด็จไปที่ไหนหรือครับ ท่านได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่าเทวดาเขายืมไปดู

    ท่านว่าพระขุนแผนเสด็จกลับฝังตะกรุดได้ดั่งใจนี้เป็นของมีอานุภาพมาก เป็นเสน่ห์แรงที่สุด เป็นโชคลาภอย่างที่สุด ไปได้ก็กลับได้ ชีวิตปลอดภัยไม่มีใครทำอันตรายได้ แม้สุดท้ายจะสิ้นชีพละโลกไปก็จะประกอบด้วยสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่ตายแบบปัจจุบันทันด่วน ท่านว่าฝังไว้ด้านหลังจะเสริมอานุภาพของเหรียญหล่อมหาวัฏฏะให้มีคุณครบทุกด้าน เวลาจะอธิษฐานปรารถนาสิ่งใดก็ให้จ้องเอาที่ปลายตะกรุดซึ่งโผล่มานั่นเองแล้วจะได้เอาในทุกสิ่ง

    คาถาบูชา (โอม ศิวายา นะมะคะ 3 จบ) (ถ้าจะใช้ทางมหาสะกดมหานิทราจึงค่อยภาวนาต่อ)
    โอมสะกดมหาสะกด สะกดด้วยพระเวทย์แลพระมนต์ ทั้งผีทั้งคนทนอยู่มิได้ให้คลับคล้ายคลับคลา ขอเดชคุณพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์จงลงมาช่วยให้งวยงงหลงหลับ
    โอมระงับมหาระงับ ให้ระงับทั้งอินทั้งพรหมทั้งพระยายมราช นะกูจะประกาศฝูงทวยเทพเทวาทั้งหลาย โมกูจะประกาศฝูงผีเรือนให้เลื่อนหลุด พุทกูจะประกาศฝูงคนในใต้หล้า ทากูจะประกาศฝูงสุนัขย่อมทนอยู่มิได้ให้ระสายระส่ำ โอมระงับสาระพัดระงับ ระงับทั้งดิน ระงับทั้งฟ้า ระงับสาระพัดครอบระงับสวาหะ

    โอมนิทรามหานิทรา สิทธิอากาสจะเทวตา สิทธิภุมมาจะเคหานัง สิทธิยักขาจะรักขะสา สิทธิอุฑธังอโธนะรา อิตถีจะ จะกุมารา จะโคณามหิงสา จะคาวี จะกุกกุตตา จะปักขิโน สัตถาวิราโวจะมุสสิโกโหติ โสมาเสนาจะเจตะกา สัพเพนิทราจะนิทราจะ สัพพะอิตถีจะเตโช สุจะสมัตถา สมัตโถภะเว ทิพพะมันตราจะเตโชสุ สัพเพชะนา พหูชะนา อิตถีวา ปุริโสวา กุมาโรวา กุมารีวา ราชกุมาโรวา ราชกุมารีวา ราชาวา อัคคะมเหสีวา เสนาปตีวา สมณวา พราหมณะวา มหัททโณวา มาทิสวาปิยายันติ พหูเยเสยยะ ชินเนริตตะนะเยพุทธาสันติ พหูชนานิทรา สัพพะมนุสสา เสยยาติฏฐันติ พหูสัพเพเทวตานิทรา เสยยาติฏฐันตินิทรา สัพพะมนุสสา ปะถมะการาตรีคามะเคหัง เสยยะนิทรา อาโปวาโยเตโชปถวีอากาส สะเวยยา อารัมมะหทยัง สัพเพชะนานิทรามนุสสา สัมมัตถา สัมมัตถา สัพเพสัมมัตถาภเว โอมระงับมหาระงับ ให้ระงับทั้งอินทั้งพรหมทั้งพระยายมราช นะกูจะประกาศฝูงทวยเทพเทวาทั้งหลาย โมกูจะประกาศฝูงผีเรือนให้เลื่อนหลุด พุทกูจะประกาศฝูงคนในใต้หล้า ทากูจะประกาศฝูงสุนัขย่อมทนอยู่มิได้ให้ระสายระส่ำ โอมระงับสาระพัดระงับ ระงับทั้งดิน ระงับทั้งฟ้า ระงับสาระพัดครอบระงับสวาหะ

    เหรียญหล่อมหาวัฏฏะนี้พ่ออาจารย์สร้างไว้ทั้งสิ้น แปดองค์ ท่านว่าองค์พระมีเจ้าของเก่าซึ่งเคยบำเพ็ญบารมีร่วมกันมาแต่อดีตชาติทุกองค์ เป็นของประจำตัว ประจำวงศ์ตระกูลอย่างแท้จริง

    * สำหรับคนที่จะบูชา ท่านว่าให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดไว้ให้พร้อม สิ่งเหล่านี้จะทำให้ท่านเปิดประตูสู่อดีตได้ ท่านจะได้กำกับคาถาลงเหล็จารพร้อมกับอธิษฐานเชิญครูให้ทีละองค์อีกวาระหนึ่งต่อไป สำหรับผู้ต้องการบูชาให้แจ้งไว้เฉพาะทาง PM เท่านั้น ปัจจัยจะนำไปสมทบทุนวิหารทานบูรณะวัดในถิ่นทุรกันดารสืบต่อไป


    * สำหรับผู้บูชาทุกคนจะได้รับตะกรุดจันทร์เพ็ญ สูตรเชิญพระจันทร์เข้าตัวที่พ่อาอจารย์ต้องจารใต้น้ำในฤกษ์จันทร์เพ็ญและสำเร็จตะกรุดอีกวาระหนึ่งในคืนจันทร์ซ้อนจันทร์เท่านั้น ท่านว่าแรงกว่าวิชาพระลักษณ์หน้าทองเป็นไหนๆ ด้วยเป็นตะกรุดที่ดีทางด้านอิตถีนารีและเสน่ห์ทางโลกีย์อีกตำรับหนึ่ง


    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อมหาวัฏฏะเสด็จกลับ(พระสยมสะกดทับ) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลเสน่ห์เจ้าชู้ยักษ์มหาคนธรรพ์ชิงดวง(ร่างเดียวกัน)

    จากตำนานสีผึ้งพยองคำของครูบาติสหวุ่นนะ ซึ่งกล่าวได้ว่าหายากและมีอาถรรพ์สูงเสียยิ่งกว่าของหลวงปู่ทาบ จนกลายเป็นสีผึ้งในตำนานที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญพระเวทย์หรือแม้แต่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายล้วนแต่ปรารถนาที่จะได้มาครอบครอง

    จำเนียรกาลแต่เดิมนั้น พ่ออาจารย์ท่านพูดถึงสีผึ้งพยองคำของครูบาติสหวุ่นนะแห่งวัดไม้ฮุงว่าเป็นโอสถทิพย์ ซึ่งมีวิธีการทำแปลกประหลาดและพิศดารมาก นับแต่ต้องรวบรวมขี้ผึ้งอาถรรพ์ตลอดจนว่านยาสำคัญหลายชนิด ซึ่งตัวยาและมวลสารต่างๆนั้นพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าอย่าเสียเวลาไปคิดถึงเลย ปัจจุบันมันทำไม่ได้แล้ว ยากเสียยิ่งกว่าหาของทิพย์ที่เทวดาให้เสียอีก ซ้ำไหนยังจะต้องนำมาเข้ากับว่านยาอาถรรพ์ที่ปลูกไว้เอง กว่าจะสำเร็จเป็นยอดสีผึ้งอันดับหนึ่งของแผ่นดินนั้น ทำไม่ง่ายเลยทีเดียว

    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่ออาจารย์ถึงหวงแหนสีผึ้งพยองคำเป็นที่สุด ท่านเมตตาเล่าว่าสีผึ้งตำรับนี้ต้องหุงกันถึงสามหน ท่านว่าหุงแต่ละหนก็ยิ่งยากและยิ่งหุงก็ยิ่งพิศดารมากขึ้นไปอีก หนแรกต้องหุงต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถเพื่อประจุวิชาจนสำเร็จเสียครั้งหนึ่งก่อน

    หนที่สองต้องนำไปหุงตรงทางสามแพร่งที่มีคนเดินสัญจรกันผ่านไปมา อาศัยอาถรรพ์ที่ว่าทางสามแพร่งนั้นแต่เดิมเมื่อครั้งโบราณจะเป็นที่ชุมนุมคน คนจะไปมาหาสู่หยุดพูดคุยกันดุจว่าเป็นจุดนัดพบกัน ครูบาเฒ่าต้องนำไปหุงตรงทางสามแพร่งนี้หุงไปบรรจุอาถรรพ์และวิชาไป จนกว่าจะมีคนกล้าที่จะถามทักว่าครูบาท่านมาทำอะไร แล้วก็จะได้รับคำตอบไปว่า ฉันมาทำยาวิเศษมาทำโอสถทิพย์ ทิพย์โอสถอันล้ำเลิศในโลกแดนดินที่จะบันดาลให้ถึงสิ้นซึ่งความร่ำรวยและเป็นมหาเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง พูดได้ว่าถ้าไม่มีคนถามก็หุงไปเถอะ หุงเรื่อยไปไม่ทักก็หยุดไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น แล้วจะมีซักกี่คนกันที่จะกล้าเข้าไปทักเวลาพระทำพิธีเธอก็คิดเอาเถอะ

    เมื่อสำเร็จสองวาระแล้ว วาระที่สามนั้นท่านจะต้องสืบหาเพื่อรอเวลาสำเร็จโอสถทิพย์หรือสีผึ้งพยองคำนี้ นั่นคือต้องรอจนกว่าจะมีผู้หญิงที่ตายท้องกลม และในท้องต้องเป็นลูกคนแรก หญิงนั้นต้องไม่เคยมีบุตรมาก่อนแลบุตรนั้นก็ต้องเป็นผู้ชาย ฝังไว้ป่าช้าไหนท่านก็ต้องไปบวงสรวงขุดศพเขาขึ้นมา ให้ลูกศิษย์เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาใหม่ จากนั้นจึงให้ลูกศิษย์ที่หน้าตาดีที่สุดและต้องเป็นชายหนุ่มพรหมจรรย์เท่านั้นโอบกอดศพไว้จากด้านหลัง แล้วนำขันสัมฤทธิ์ที่ใส่สีผึ้งพยองคำนี้วางไว้บนมือศพนั้น ซึ่งมีมือของลูกศิษย์ท่านรองอยู่ด้านล่างอีกที เมื่อได้เช่นนี้แล้วหลวงปู่ก็จะใช้อาคมบริกรรมคาถา โดยให้ศิษย์ท่านจับมือศพอีกข้างหนึ่งกวนสีผึ้งไป เมื่อถึงจุดสำคัญท่านจะให้สัญญาณให้ลูกศิษย์ปล่อยมือทั้งสองข้างจากศพนั้น ปล่อยให้เขา(ผีสาวตายท้องกลม)กวนสีผึ้งเอง ปล่อยให้เขากวนเองโดยไม่มีใครบังคับโดยใช้อาคมของท่าน จนกระทั่งผีสาวนั้นกวนไปก็จะค่อยๆยกมือขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อจะนำยอดโอสถวิเศษอันเลิศล้ำตำราหรือสีผึ้งพยองคำนี้เทใส่ปากของตน ด้วยคุณวิเศษของสีผึ้งพยองคำหากผีนั้นทำสำเร็จแม้ได้ดื่มกินทิพย์โอสถจะทำให้ภูติผีนั้นมีฤทธิ์มากถึงขั้นกลายเป็นนางพญาผีดิบอมตะยากแก่การกำราบ เมื่อผีสาวเตรียมซดโอสถทิพย์ ยกขันสัมฤทธิ์พยองคำเข้าไปจนใกล้ปาก ครูบาเจ้าต้องแย่งเอาขันสีผึ้งจากมือภูติผีนั้น แล้วจึงทำการสะกดเขาให้กลับไปนอนอยู่สภาพเดิมในหลุม เมื่อทำได้เช่นนี้จึงได้ชื่อว่าเสร็จพิธีการทำสีผึ้งพยองคำอันเลิศล้ำตำรา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าว่าแต่มวลารมหาวิเศษตลอดจนว่านยาบังคับเฉพาะทางเลยหาเพียงเท่านั้นก็นับว่ายากแล้ว แต่นี่วิธีทำยังยากเข้าไปใหญ่ เมื่อสำเร็จแล้วโอสถทิพย์หรือสีผึ้งพยองคำนี้ก็ล้วนเป็นที่ปรารถนาของมหาชน คนอันจะต้องการของทิพย์ของเทวดามาติดกาย ด้วยว่าอิทธิฤทธิ์ตลอดจนอานุภาพของพยองคำนี้จะเสมอด้วยคำของครูบาเจ้า ที่ว่าจะบันดาลให้ถึงสิ้นซึ่งความร่ำรวยและเป็นมหาเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง จนมีการกำหนดราคาบูชากันขึ้นเมื่อ 80 ปีที่แล้วว่า สีผึ้งพยองคำนี้จะให้บูชาในราคาตลับละ 100 บาท ซึ่งตอนนั้นทองคำยังบาทละไม่ถึงร้อย เรียกว่าเป็นของค่าควรเมืองที่โด่งดังในตำนานฝ่ายเหนือ ผู้ได้เป็นเจ้าของก็หวงแหนไว้เพื่อให้ตกถึงมือลูกหลานไม่คิดจะบอกหรือแบ่งปันให้ใครไม่แม้เพียงกล่าวถึงพยองคำโอสถสวรรค์นี้ เพราะถือคติว่าใครจะยอมแบ่งปันความร่ำรวยดวงชะตาตลอดจนอานุภาพที่เป็นมหาเสน่ห์อย่างเหลือล้ำให้กับคนอื่นที่ไม่ใช่วงศ์สกุลเดียวกับตน นับว่ามีราคาที่สูงมากถึงขนาดที่ว่าคนอยากได้กันมากทำทุกทางเพื่อให้ได้ครอบครองพยองคำ จนท่านตั้งกฏไว้ว่าใครนำเงินมาทำบุญกับท่าน 10 บาท เมื่อ 80 ปีที่แล้ว ท่านจะนำเข็มเย็บผ้าตรงด้านรูเข็มจิ้มไปในสีผึ้งพยองคำ งัดออกมาได้เท่าไหร่ก็ให้นำไปได้แค่นั้น แน่นอนว่าขนาดย่อมไม่ต่างจากตัวมดเลย แต่คนก็ยังนิยมไปเอามาจนหมดเกลี้ยง


    พ่ออาจารย์ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาจากพ่อหนานศิษย์ในอาคมของครูบาเจ้าผู้เป็นต้นตำรับการทำพยองคำ ซึ่งพ่อหนานท่านนี้เป็นผู้มีชาติตระกูลสูงสืบสายเลือดเจ้าฝ่ายเหนือ ซ้ำยังมีทรัพย์สมบัติมาก ไม่เพียงแต่ได้วิชาเอกจากครูบาติสหวุ่นนะ แต่ยังร่วมทำบุญเป็นเงินหลายร้อยบาทในสมัยนั้นเพื่อครอบครองทิพย์โอสถหรือที่เรียกกันว่าสีผึ้งพยองคำนี้ไว้ด้วย โดยท่านได้มอบมาให้พ่ออาจารย์ส่วนหนึ่ง


    เมื่อมีคนรู้ว่าพยองคำอยู่กับท่านทำให้มีคนสนใจอยากบูชากันมาก ท่านจึงตัดความรำคาญเพราะไม่รู้จะแจกเขาอย่างไรดี ท่านว่าคนสมัยนี้ให้ไปก็เลอะมือเผลอๆจะไม่รู้ค่าเอาไปทิ้งขว้าง เสียดายเจตนาและความพยายามของครูบาอาจารย์ ท่านจึงนำพยองคำมาปั้นเป็นเม็ดๆขนาดเม็ดถั่วเขียว แล้วทำการบรรจุพยองคำลงไปในขวดแก้วขวดละสามเมล็ด หลังจากนั้นจึงบรรจุของมงคลวิเศษอื่นๆไปรวมเป็นห้าสิ่งห้าชั้น ได้แก่
    - ชั้นล่างสุดลำดับแรก โอสถทิพย์สีผึ้งพยองคำ พ่ออาจารย์ท่านบรรจุลงไปขนาดเมล็ดถั่วเขียวสามเมล็ด ท่านว่าทำเช่นนี้ไม่ต่างจากให้เปล่าแต่อย่างใด เพราะแปดสิบปีก่อนเงินสิบบาท ยังได้บูชาเพียงแค่ปลายรูเข็มเท่านั้น


    - ชั้นที่สอง ท่านบรรจุสีผึ้งตบะพยัคฆ์ของครูท่านลงไป ท่านว่าสีผึ้งนี้มีอานุภาพมากไม่ต่างจากพยองคำเลย เพราะวิธีการทำนั้นต้องใช้น้ำมันเสือนำมาเคี่ยวกับหน้าผากเสือแล้วจึงใส่ว่านยาอาถรรพ์ลงไปอีกมาก ท่านว่าเป็นมหาตบะ มหาอำนาจ มหาสะกด ทำให้เค้ากลัวเรา ยอมเรา ครั้นคร้าม หวั่นเกรง ให้เกียรติเรา ดุจเราเป็นเจ้านาย เป็นเจ้าชีวิตที่มีอำนาจเหนือกว่าสัตว์ทั้งหลาย ท่านว่าเสือสะกดได้ทั้งป่าฉันใด สีผึ้งตบะพยัคฆ์ของครูท่านนั้นก็ไม่ต่างกัน

    - ชั้นที่สาม ท่านใส่สีผึ้งน้ำตานางมัทรีลงไป ซึ่งสีผึ้งนี้ท่านทำเองโดยการนำน้ำตาเทียนมหาชาติกัณฑ์มัทรี มาเคี่ยวกับว่านไก่แดง น้ำตาปลาพะยูน กัวเผาะ(น้ำมันช้างตกมัน) น้ำตาเด็กร้องไห้ตามแม่ ไม้ไก่กุก ไม้วัวลืมคอก กาฝากรัก กาฝากมะยม ผงเสน่ห์ทั้งห้า ผงนางฟ้าทั้งแปด และว่านยาเสน่ห์สูตรเฉพาะอีก 108 ชนิดเคี่ยวด้วยพระเวทย์เสน่ห์ตำรับขอมโบราณล้วนๆ ท่านเรียกสีผึ้งของท่านว่าน้ำตานางมัทรี ท่านว่าแค่นี้ก็แรงแล้ว ถึงขนาดว่าไม่ได้เห็นหน้าแล้วน้ำตาไหลทีเดียว

    - ชั้นที่สี่ ท่านใส่ผงยาแฝดเก่าของครูท่าน ท่านว่าผงเสน่ห์ยาแฝดนี้มีอิทธิคุณแรงกล้านัก เอาไปใช้ทำเดรัจฉานวิชา ทั้งคนทำคนใช้ก็รังจะลงแต่นรกเสียอย่างเดียว ท่านจึงนำมาบรรจุไว้ ท่านว่าไม่ต้องใช้หรอก เอาแค่พกติดตัวก็เป็นเสน่ห์ดึดงดูดเพศที่เราปรารถนาอย่างถึงที่สุดแล้วเพราะท่านเสกวิชาสำทับไว้

    - ชั้นที่ห้า ท่านบรรจุด้วยผงวิเศษ ที่ท่านเรียกว่าผงเทวดาเล่นแป้ง ผงนี้สำคัญนักท่านว่าต้องเข้าป่าบุกถ้ำได้จึงจะเอาออกมาได้ ผงเทวดาเล่นแป้งนี้เทวดาเขาทำรอเราอยู่ในถ้ำ ไม่ง่ายเลยที่จะนำออกมาท่านว่าเป็นของสูงยิ่งนักจึงบรรจุไว้ด้านบนสุด ทั้งราชเสน่ห์ ราชนิยม มนุษย์ชื่นชม เทวดานิยม พระพรหมเมตตา มีครบทุกทางพกไว้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จะเข้าหาใคร จะเอ่ยปากเจรจากับผู้ใดเขาก็โอนอ่อนให้ดั่งใจทั้งนั้น


    เมื่อท่านบรรจุของอาถรรพ์ทั้งหมดลงในขวดแล้ว จึงนำไปบรรจุใส่ไว้ในด้านหลังเครื่องรางที่ท่านสร้าง ซึ่งท่านเรียกว่าร่างเดียวกันหรือมหาคนธรรพ์ชิงดวง พ่ออาจารย์ท่านสร้างมหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้โดยผูกวิชาอิ้นคู่ไว้ด้วย เรียกว่าท่านทำอย่างลงตัวที่สุด ท่านว่าที่ทำเครื่องรางมหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ เพราะเทพคนธรรพ์ทั้งหลายเค้าอยู่ใกล้กับมนุษย์มาก มีตั้งแต่ระดับสูง ระดับกลาง ระดับต่ำ ที่อาศัยอยู่ในท้องมหาสมุทรก็มี ที่อาศัยอยู่ตามกลิ่นเครื่องหอมก็มี ที่อาศัยอยู่บนบริเวณต่างๆของพืชพรรณก็มี ทิพย์สภาวะของเทพคนธรรพ์นี้เรียกว่ามีอยู่ทุกที่ ทั้งบนบก ใต้ดิน ในน้ำ และในอากาศและประชากรเค้าก็มีมากและอยู่ใกล้กับเรามากจนแทบจะหายใจรดกัน เพียงแค่เราไม่รู้ตัว

    เทพคนธรรพ์นั้น เป็นเทพกลุ่มพิเศษที่มีความอ่อนไหวในกามคุณตลอดจนกามารมณ์อย่างถึงที่สุด ท่านว่าขุนแผนก็ขุนแผนเถอะ มาเจอมหาคนธรรพ์เข้าไปคนละเรื่องกันเลย เพราะชีวิตเขานั้นใช้ไปกับการเสพย์สม เสพสุข สนุกสนาน ร่าเริงบันเทิงใจไปกับสิ่งสวยงามด้วยทิพย์สภาวะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะไม่ใช่เพียงแต่ทำให้มีคุณครบรสทางด้านโลกีย์วิสัยทุกทางที่มนุษย์ปรารถนา แต่ยังจะทำให้มีอานิสงค์ใหญ่ มีคุณใหญ่เกื้อกูลผู้ใช้อย่างแท้จริงด้วย ดังนั้นจึงใช้บารมีของเทพคนธรรพ์ธรรมดาไม่ได้ ภูมิต่ำก็ไม่ได้ ในนภากาศก็ไม่ได้ จำจะต้องใช้มหาคนธรรพ์ทั้งห้าจึงจะเห็นควรว่าเหมาะสม

    พ่ออาจารย์ท่านว่ามหาคนธรรพ์ทั้งห้านี้ก็คือเทพบดีที่อยู่ในสวรรค์ มีอาญาสิทธิ์ยิ่งใหญ่ปกครองคนธรรพ์ทุกภพภูมิ ซึ่งมหาคนธรรพ์ทั้งห้านี้จะอยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีท้าวธตรฐจอมเทพแห่งจตุโลกบาลเป็นหัวหน้า ในคณะมหาคนธรรพ์ทั้งห้า จะประกอบไปด้วย
    - ท้าวธตรฐราช จอมเทพจตุโลกบาลฝ่ายตะวันออกผู้มีอาญาสิทธิ์ปกครองเทพเจ้าในจาตุมหาราชิกาสวรรค์ฝ่ายตะวันออกเหนือจอมเขายุคุนธรไปจนเถิงกำแพงจักรวาล
    - ท้าวสุมะธัมมา จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองของท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายตะวันออก
    - ท้าวพิมพะสุรกะ จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายใต้
    - ท้าวทีระมุขะ จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายตะวันตก
    - ท้าวปัญจสิขร จอมเทพคนธรรพ์ในปกครองท้าวธตรฐ มีอำนาจดูแลคนธรรพ์ทั้งหมดในตรีโลกฝ่ายเหนือ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาเทพคนธรรพ์นี้ยิ่งกว่าเสน่ห์จำพวกเพชรพญาธรใดๆ เพราะเป็นระดับเทพบดีของเหล่าคนธรรพ์หรือมหาคนธรรพ์ทั้งห้าอันมีอานุภาพบงการทัพเหล่าคนธรรพ์ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเทพคนธรรพ์ทั้งหลายในโลกมนุษย์นั้นจะมีโทสะบ้างให้คุณมนุษย์ก็มาก ให้โทษมนุษย์ก็มาก ทำให้รวยให้เจริญรุ่งเรืองมีหน้ามีตาก็ได้ ทำให้ฉิบหายก็ได้ ท่านว่ามีอำนาจสิงสู่ดุจเทพเจ้าฝ่ายมารของท้าวมาลัย ท่านว่าทุกวันนี้คนสับสนและจำกันผิดไปหมด มักจะไปจำว่ามารหรือเทพในปรนิมมิตวสวัตตีสวรรค์เป็นเทพคนธรรพ์ไป เพราะปัจจุบันเทพคนธรรพ์ฝ่ายต่ำแย่งบทมารไปแล้วอย่างสิ้นเชิง พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อจะไม่ให้เขาทำอันตรายแก่เรา ตลอดจนให้เขาช่วยเหลือเราทุกด้านตามที่เราปรารถนาอย่างถึงที่สุด ท่านจึงทำพระผงมหาคนธรรพ์ชิงดวงขึ้น เพื่อไม่ให้ประชากรคนธรรพ์ฝ่ายต่ำที่มีล้นโลกทำอันตรายผู้ถือครองได้ ซ้ำยังต้องตามช่วยเหลือเราด้วยอำนาจแห่งมหาคนธรรพ์ทั้งห้าอันได้แก่จอมเทพจตุโลกบาล

    พ่ออาจารย์ท่านว่ามหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ท่านใช้ผงวิเศษทำนั่นคือผงชมพูนุช ท่านว่าผงนี้ดีทางเสนห์เมตตาเหลือเกิน เพียงแค่ละอองผงปลิวไปต้องบ้านไหนก็ทำให้เค้าหลงเราทั้งบ้าน ท่านจึงนำผงชมพูนุชที่ท่านสร้างไว้ มานวดกับน้ำมันวิเศษและว่านยาชนิดต่างๆที่มีอานุภาพมาก จากนั้นจึงลบผงวิชาชิงดวงใส่ลงไปด้วย ท่านว่าคนใช้มหาคนธรรพ์นี้เวลาจะต้องแข่งขันกับใคร ล้วนแพ้เขาไม่เป็นเลย ในปัจจุบันนั้นท่านว่าทุกสิ่งมันเป็นการแข่งขันกันหมด ทั้งสังคม การงาน เพื่อนฝูง ความรัก หากอยากได้อะไรล้วนแต่ต้องแข่งขันกับเขาทั้งสิ้น ผงชิงดวงนี้ท่านว่าเอาว่าอยู่ใกล้ใคร ก็จะกดดวงเขาไว้ไม่ให้เหนือเรานั่นแหละ ชิงชัยชนะ ชิงความสำเร็จ ชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเรากลับมา

    พ่ออาจารย์ท่านว่านี่สำคัญนักคนใช้จะต้องมีคุณธรรมกำกับจิตใจด้วย ใจต้องสูงเป็นยอดคน ไม่นำไปอธิษฐานใช้ทำบาปกรรมที่ไหน ท่านว่าอยากมีลาภ อยากทำงานให้สำเร็จ ให้ไร้พ่ายไร่คู่แข่ง ให้รวย ให้เจริญมั่นคง ให้ความรักหวานชื่น จะให้จีบติดให้เค้ารักเราแต่ผู้เดียวท่านว่านี่ทุกอย่างเลยอยู่ในผงชิงดวงหมดแล้ว ท่านจึงตั้งใจมากที่จะขอเสด็จพระใหญ่ลบผงชิงดวงนี้อาราธนาอาถรรพ์พุทธคุณในสมเด็จท่านช่วยกันสำเร็จผงชิงดวงขึ้นมา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านแกะพิมพ์มหาคนธรรพ์แบบอิ้นคู่ ซึ่งท่านเรียกว่าร่างเดียวกันเพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการให้กำเนิดเป็นกฤติยาคมแฝด ไม่ว่าอวิชชาคุณไสยที่เขาจะตั้งใจปล่อยมาหรือลมเพลมพัดก็ดี ตลอดจนคุณผีคุณคนที่กระทำหรือตั้งใจจะเข้าสิงเราก็ดี อะไรไม่ดีท่านว่ามันสะท้อนกลับไปหมด ไม่ก็ไหลลงไปฝากพระแม่ธรณีไว้หมด แม้พกไว้ก็จะปรับธาตุขับถ่ายสิ่งไม่ดีอันสะสมหรือตกตะกอนไว้ในร่างกาย ไม่ว่าจะโรคร้ายหรือจิตวิญญาณแปลกปลอมที่ไม่ควรจะมีอันมายึดเกาะเราทำร้ายเรา ท่านว่าขับออกหมด อยู่ไม่ได้ มหาคนธรรพ์นี้ท่านว่าไม่ใช่ของต่ำของผี แต่สำเร็จด้วยอานุภาพแห่งเทพยดาชั้นสูง พกไว้จะมีแต่สง่าราศีหาราคีอันใดมิได้

    พระผงมหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ ด้านหน้าท่านฝังตะกรุดไว้สองดอก และด้านหลังก็ฝังไว้สองดอกเช่นกัน ตลอดจนฝังเครื่องรางอาถรรพ์ไว้อีกชนิดหนึ่งด้วย ได้แก่
    - สมิงเฒ่าคาบนาง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่คิดจะทำข้างบนก็ส่งเสือมายืนอยู่ตรงหน้าท่านเเล้ว รอจะแฝงญาณเข้ามาเลย ท่านว่าสาบเสือมาแต่ไกล พักเดียวยืนอยู่ตรงหน้าท่านเหมือนแมวตัวใหญ่แค่จะใหญ่กว่าแมวสิบเท่าแค่นั้น สมิงเฒ่าคาบนางนี้ ท่านสร้างด้วยเนื้อธาตุกายสิทธิ์ เป็นรูปหน้าเสือคาบนาง ท่านว่าสมิงเฒ่าคือเจ้าแห่งเสือสมิงทั้งหมด เป็นผู้ปกครองเจ้าแห่งป่าแห่งพงไพรอย่างแท้จริง ท่านว่ามีฤทธิ์มาก จะอย่างไรไม่รู้แต่ที่รู้คือมีจิตบนบอกอธิษฐานได้ดั่งใจเพราะแรงด้วยตบะแห่งสมิงเฒ่า สมิงเฒ่านี้เปรียบดุจสมิงจ่าฝูงได้ตัวเมียทั้งป่า ได้ทรัพย์สินความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่า ท่านว่าไม่พูดอะไรมากบอกได้คร่าวๆเท่านี้ ที่เหลือนั้นท่านว่าอยากได้อะไรก็ให้ตั้งนิมิตเอาเอง นึกถึงเสืออ้าปากคาบและกลืนกินสิ่งที่เราต้องการ สมิงเฒ่าอิ่มเราก็อิ่ม ฉันใดก็ฉันนั้น


    - ตะกรุดลูกอมเนื้อเงินสองดอกด้านหน้า ดอกหนึ่งท่านกำกับหัวใจมหาคนธรรพ์ทั้งห้าที่ท่านเชิญมาไว้ ให้ประสิทธิ์ประสาทสิทธิ์วิชชา ตลอดจนอำนวยลาภผลและคอยช่วยเหลือในทุกเรื่องที่เราต้องการ อีกดอกหนึ่งท่านลงด้วยหัวใจบ่วงตัณหา ท่านว่าตัณหาทั้งสามนั้นผสมเป็นรูปนามก่อเกิดกามคุณ ความสุขทุกสิ่ง ใครที่ยังขาดยังไม่มีสิ่งใดก็จะได้บริบูรณ์ครบไม่ขาดไม่พร่อง
    - ตะกรุดสองดอกด้านหลัง พ่ออาจารย์ท่านลงหัวใจสวรรค์หลงทางด้วยมนต์สวรรค์หลงทางของท่านหนึ่งดอก ท่านว่าตัวนี้ก็หลงหัวปักหัวปำ ใช้ให้เป็นเพราะมันได้ทุกทาง จะให้คนรักหลง เพื่อนหลง คนในครอบครัวหลง ลูกน้องหลง เจ้านายหลง เพื่อร่วมงานหลง ท่านว่าออกตามจริตเลย ถ้าเราคนดีอยู่ที่ไหนของมันก็ดีให้ทำจิตดีๆ อีกดอกหนึ่งท่านลงวิชามารกลับใจไว้ ท่านว่าทิพย์กายทั้งหลายที่เคยรังแกหรือให้ร้ายเรา ที่ไม่เคยช่วยเหลือเรา ไม่เคยเหลียวมองเราเขาจะเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือคอยช่วยเหลือดูแลเราตลอด จะไม่ได้รับโทษหรือการรังแกจากเทพฝ่ายมารตลอดจนคนธรรพ์และวิทยาธรเลย ซ้ำศัตรูที่เกลียดกันทะเลาะกันก็จะกลับมาดีกัน ลดอคติต่อกันในที่สุด ท่านว่าเป็นวิชาที่มีคุณใหญ่หลวงอีกอย่างหนึ่ง


    พ่ออาจารญ์ท่านสร้างมหาคนธรรพ์ชิงดวงไว้เพียงเก้าองค์ ท่านว่าคนที่มีวาสนากับพยองคำมีอยู่เท่านี้ เกินนั้นไปย่อมไม่มี ท่านเคยนำมาออกให้คนที่เดือดร้อนเรื่องครอบครัวบูชาไปองค์หนึ่ง ปรากฏว่าเขาระงับความต้องการและกิเลสของตนไม่ได้สุดท้ายองค์พระก็อันตรธานหายไป ท่านจึงเก็บไว้ไม่ออกมาให้ใครบูชาอีกเลยพร้อมกับเรียกพระผงรุ่นนี้ว่าเจ้าชู้ยักษ์ จนวาระนี้ท่านปรารภว่าคนที่ดีที่เค้าเดือดร้อนอยากมีชีวิตสมบูรณ์ก็ยังมีอยู่ กาลเบื้องหน้าสิ่งที่ไม่คาดหมายจะเกิดขึ้น ท่านจึงถือคำของบูรพาจารย์ครูบาติสหวุ่นนะ นำมหาคนธรรพ์ที่มีส่วนผสมตลอดจนฝังพยองคำของท่านไว้มาให้ผู้มีวาสนาต้องกันบูชา จะได้บันดาลให้พบความร่ำรวยตลอดจนเสน่ห์เมตตาอย่างที่สุดให้เกิดกับชะตาชีวิตตามปกาศิตในครูบาเจ้าท่าน

    คาถาบูชา
    จิเจรุนิจิตตัง เจตะสิกกัง รูปัง นิพพานัง ตัง ทะนะมะพะ ปฐวีธาตุทีฆังวา พะกะสะจะชีวังจุตะติ มะอะอุ เอหิจิตตัง จิตมนุษย์หญิงชายทั้งหลายทั่วทั้งแผ่นดิน มานิมามา มีจิตมารักกู ทุกผู้ทุกคน อุอะมะเกลื่อนกล่นกันมา อะมะอุรักกูอย่าขาด สัพพะรักกู มหารักกู ภวันตุเม


    * มงคลเสน่ห์มหาคนธรรพ์ชิงดวงนี้ มีให้ร่วมบุญเพียง 8 องค์ รับจองเฉพาะทาง PM ท่านที่ต้องการบูชาให้แจ้งชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิดไว้ด้วย รายได้ทั้งหมดท่านจะสมทบทุนสร้างเมรุเผาศพให้วัดที่ขาดแคลนตลอดจนมีความต้องการในถิ่นทุรกันดารต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลเสน่ห์เจ้าชู้ยักษ์มหาคนธรรพ์ชิงดวง(ร่างเดียวกัน) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูจ้าวทรัพย์ (พระเจ้าผูกดวงให้ห้ามจน)

    พ่ออาจารย์ท่านเคยมีโอกาสไปการนมัสการองค์หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาคหลายวาระ โดยในวาระนั้นท่านได้ขอศึกษาศาสตร์และวิชาการบางอย่างกับองค์หลวงปู่สีด้วย ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดี น่าแปลกอย่างยิ่งที่ท่านเรียกศาสตร์นี้ว่าจ้าวทรัพย์ และจงใจตลอดจนตั้งใจถ่ายทอดให้ดุจว่ารู้เหตุการณ์ในอนาคตว่าอะไรจะเกิดขึ้น และในวาระต่อๆมาท่านก็ได้รับเมตตามอบผงสำคัญและอื่นๆเพิ่มเติมอีกด้วย

    สำหรับตะกรุดดอกครูจ้าวทรัพย์หรือที่ท่านเรียกว่าพระเจ้าผูกดวงให้ห้ามจนนี้ เป็นวิชาของหลวงปู่สี ที่ลงไว้ถึงสองส่วนด้วยกัน พ่ออาจารย์ว่าคนที่ขาดทรัพย์ หรือเรียกว่าใช้ชีวิตแบบวิ่งตามทรัพย์สิน วิ่งตามอารมณ์ปรารถนาของตนเองนั้นยังมีอยู่มาก วิชานี้จะช่วยหนุนเฉพาะทางในเรื่องโภคทรัพย์พลาผลโดยเฉพาะ ถึงขนาดที่หลวงปู่ท่านเคยมีดำริไว้คำหนึ่งว่าเป็นวิชาห้ามจน

    โดยที่ผ่านมาพ่ออาจารย์ท่านว่าปกติคนมักจะวิ่งตามความฝันหรือสิ่งที่ตนปรารถนา ยอมลำบากเพื่อแลกมาซึ่งความสบาย แต่วิชานี้มันช่วยให้มีอิสระเหนือโภคทรัพย์ทั้งหลาย จากที่จะต้องไปวิ่งตามมัน จะกลายเป็นว่ามันจะมาหาเราวิ่งตามเราเอง นอกจากจะปรับดวงเปลี่ยนชีวิตให้มั่นคงแล้วยังปรับให้เจริญในโภคทรัพย์อีกด้วย ท่านว่าหลายคนได้ลาภก็เป็นทุกขลาภ หาความเจริญในทรัพย์ไม่มีตรงนี้มันปรับเปลี่ยนแก้ไขทั้งหมด เพราะตะกรุดจ้าวทรัพย์นี้ต้องใช้ทั้งพุทธานุภาพและเทวานุภาพเสริมส่งหนุนเนื่องกันไป ท่านว่าดีมากขนาดที่ว่าเรียกโชคลาภให้เข้ามาได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ที่พร่องก็เสริมให้เต็มไม่ให้ลดให้พร่องลงทั้งยามหลับหรือยามตื่น ดั่งคำว่าคนจะรวยอย่างไรก็ต้องรวยหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะใช้ทางด้านเสี่ยงโชคก็ได้ ปรารถนาโชคลาภก็ได้ หรือจะเอาลาภลอยให้มีโชคดีแบบฟลุ๊คๆก็ได้

    ตะกรุดนี้มีความยากอยู่ในตัวมันเอง พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะเพียรกระทำสะสมมาได้เก้าดอกนั้นใช้เวลานานมาก เพราะต้องลองและเสกหลายส่วน แม้แต่แผ่นตะกั่วที่เคยนำให้หลวงปู่สีเมตตาอธิษฐานจิตไว้แล้วนำกลับมาแช่น้ำมนต์ก็ยังเกิดการกินตัว ต้องนำมาหลอมลงถมและรีดใหม่ ท่านว่ามันเป็นนิมิตหมายที่ดีเพราะตอนนั้นที่ยืนพิจารณาแผ่นตะกั่วซึ่งกินตัวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงหลวงปู่สีบอกว่าโภคทรัพย์กินทั้งตัว ที่รับไปให้ทำได้แล้ว ท่านจึงตัดสินใจลงมือทำ

    ดั่งที่กล่าวแต่ต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ต้องลงสองส่วน ทั้งแผ่นทองเหลืองและตะกั่วก่อนมัดรวมกัน แยกเป็นสองวิชา ดังนี้
    - พระเจ้าห้ามจน วิชานี้ท่านลงในแผ่นทองเหลือง โดยต้องจารจรดกำหนดรูปสมเด็จพระพุทธกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา พร้อมกับลงวิชาห้ามจนตำรับหลวงปู่สีกำกับไว้ ท่านว่าวิชานี้หลวงปู่ท่านพูดออกมาคำเดียวว่าห้ามจน เป็นคำสั้นๆที่มีความหมายยิ่งใหญ่ เหมือนปกาศิตคำพูดของพระอรหันต์ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นจริงไม่มีเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดแน่นอน ท่านว่ามั่นคงดุจเหล็กเพชรลิขิตแผ่นผาทีเดียว คำว่าห้ามจนนั้นสำคัญ ก็แล้วตรงข้ามกับความจนก็คือความร่ำรวย ท่านว่าพูดได้เท่านั้น จะไม่มีวันอับจนหมดหนทางเหมือนดาวไม่มีวันดับแสง ตะกรุดพระเจ้าห้ามจนนี้ท่านว่าต้องอ้างบารมีพระพุทธกัสสปะมาใช้เพราะเป็นบารมีที่จะเปิดลาภไหลมาอย่างมหาศาล บารมีของสมเด็จพระพุทธกัสสปะนั้นเรื่องลาภผลหนักที่สุดเหนือกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายทุกพระองค์ เป็นของเฉพาะทาง เมื่อรวมเข้ากับวิชาเฉพาะของเอกองค์พระอรหันต์ที่มีบารมียิ่งใหญ่อย่างองค์หลวงปู่สีแล้ว ท่านว่าเชื่อขนมกินได้ สมชื่อพระเจ้าห้ามจนทีเดียว
    - จ้าวทรัพย์สิบสองราศี วิชานี้เป็นวิชาเสริมดวงแบบหนึ่ง ดุจว่าเทพยดามาอำนวยช่วยเหลือให้มีความสะดวกสบายทุกประการ พ่ออาจารย์บอกว่าเป็นวิชาสำคัญขององค์หลวงปู่สี ท่านจึงนำแผ่นตะกั่วเก่าที่กินตัวแล้วรีดใหม่ ซึ่งองค์หลวงปู่สีพูดว่าโภคทรัพย์กินตัวนั่ยแหละ มาทำการลงวิชาจ้าวทรัพย์สิบสองราศีไว้ ท่านว่าคนพกตะกรุดนี้มีแต่สบาย จะลำบากได้อย่างไรในเมื่อตะกรุดดอกเดียวมีเทวดารักษาอยู่ถึง 12 องค์ วิชานี้เสริมดวงหนุนฐานชีวิต เปลี่ยนชะตายกฐานะผู้บูชา ที่เคยจมเคยแย่ล้วนแต่วินาศปราศนาการไปย่อมไม่บังเกิดขึ้นอีกเลย ท่านว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เทพผู้เป็นใหญ่ในมหาจักรวาลทั้งสามพระเป็นเจ้า สี่มหาธาตุ ห้าเทวาภิบาล รวม 12 มหาเทพที่ได้ชื่อว่าเป็นเอกและเก่งกาจที่สุดในจักรวาลมามาหนุนมาฉุดคนเพียงคนเดียว จะเอาที่ไหนมาตกมาต่ำลงได้อีก ท่านว่าวิชานี้ทำยากนักกว่าจะเสกสำเร็จต้องทำเป็นปีเล่นคาบเล่นคาถาตามฤกษ์ยามสมกับเป็นวิชาของพระอรหันต์เช่นหลวงปู่สี ทั้งทรัพย์สมบัติโภคพลาผลความโชคดีต่างๆบรรดามีมันจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง ปรารถนาจะตักตวงทรัพย์ ตักตวงความสุข ตักตวงความสำเร็จใดๆท่านว่าแล้วแต่ใจปรารถนาเลยสมหวังทุกประการ หมั่นทำบุญมากๆมีกำลังบุญเท่าไหร่ก็กอบโกยได้มากเท่านั้น สำเร็จได้มากเท่านั้น สมหวังได้มากเท่านั้นไม่รู้จบรู้สิ้น วิชานี้ยิ่งทำบุญยิ่งได้บุญ


    เมื่อท่านได้ลงตะกรุดทั้งสองชนิดแล้ว ท่านจึงนำมาแช่น้ำทิพย์โดยท่านเรียกของท่านว่าพิธีมุรธาภิเษก ชุบยันต์ชุบตะกรุดให้มีชีวิตจนขยับได้ถึงจะหมายว่าสำเร็จ โดยตะกรุดดอกครูจ้าวทรัพย์นี้ จะมีส่วนสำคัญที่พิเศษจริงๆอยู่อีกสองส่วนสมกับที่เรียกว่าพระเจ้าผูกดวง โดยทั้งสองส่วนนั้นประกอบไปด้วย
    - ผงหลอดกาแฟ ผงนี้สำคัญนัก มีพุทธคุณหนักหนายิ่งยวด กล่าวคือเป็นผงสำคัญของหลวงปู่สีที่เคยมอบให้พ่ออาจารย์ไว้ ท่านพูดเพียงแค่คำเดียวว่ารวยเมื่อมอบและตั้งใจประสิทธิ์ผงนี้ให้ ท่านบอกเพียงว่าเป็นผงว่านตัวเก่งที่ท่านได้มาสมัยธุดงค์ผสมกับผงที่ท่านทำขึ้นเอง พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าก็ไม่รู้ว่าว่านอะไรของท่านรู้แต่ผงนี้แรงมากแค่จับก็ร้อนมือ ต้องทำน้ำมนต์รดถึงจะหาย ท่านว่าเห็นมั๊ยนี่สำคัญของที่พระอรหันต์ท่านทำย่อมประมาทไม่ได้ ลมหายใจ น้ำลาย ไอปาก ปราณชีวิต ทุกอย่างท่านบรรจุและทำไว้ดีแล้ว ทั้งยังให้พรดุจคำปกาศิตที่บอกไว้กับผู้ครอบครองในอนาคตว่ารวย สั้นๆเพียงคำเดียว พ่ออาจารย์ท่านจึงนำผงล้วนๆเพียวๆไม่ผสมสิ่งอื่นใดมาบรรจุไว้ภายในหลอดกาแฟ ก่อนปิดหัวท้ายด้วยสีผึ้งนางมัทรีของท่านเพื่อทำการบรรจุลงในตะกรุดก่อนจะผนึกอีกคำรบหนึ่ง
    - ตะกรุดพระเจ้าผูกดวง เป็นตะกรุดดอกเล็กๆที่จะบรรจุไว้ภายในพร้อมกันกับผงสำคัญของหลวงปู่สีนั้น โดยตะกรุดนี้พ่ออาจารย์จะผูกดวงของผู้บูชาบรรจุไป ซ้ำจารหนุนเสริมด้วยเวทย์ธิเบต ท่านว่านี่แหละวิชาพระเจ้าผูกดวง เมื่อผูกแล้วย่อมไม่หนีไม่คลาย ผูกให้รวย ให้เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นับคณา ย่อมกลายเป็นอื่นไปไม่ได้ ซึ่งตะกรุดพระเจ้าผูกดวงนี้ท่านว่าจะทำให้เฉพาะคนและบรรจุลงไปทีละดอกก่อนเป่ามนต์เศรษฐีหรือที่เรียกว่ามนต์รวยไม่จำกัดสำทับให้ทีละดอกต่อไป บรรจุไว้ภายในพร้อมผงหลอดกาแฟก่อนปิดผนึก


    คาถาบูชา
    จัตตาโรสติปัฏฐานา จัตตาโรอิทธิปาทาสัมมาอาชีโว นิจจังกาลัง ปิยังโหติ เทวะตาปินิปัตเตยยัง มหาเตชัง มหาตัปปัง พะเลเนเน เตเชชะยะตุ ชะยะมังคะลัง
    - ขอความสำเร็จ อะอุมะ พุทธะกัสสะโปนามะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ สัตตะนัตตะยานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภวันตุเม อิทธิอิทธิ ฤทธิฤทธิ สิทธิสิทธิ ชัยยะชัยยั ลาภะอุตะเรนะ พุทธะนิมิตตัง อิติธัมมะนิมิตตัง อิติสังฆะนิมิตตัง พุทธังภควาอิติ
    - เสี่ยงโชค เสี่ยงดวง อินทะยะสัง เทวะยะสัง พรหมมะยะสัง มหาอิสียะสัง มุนียะสัง มหามุนียะสัง ปุริสะยะสัง มหาปุริสะยะสัง จักกะวัตติยะสัง มหาจักกะวัตติยะสัง พุทธะยะสัง ปัจเจกะพุทธะยะสัง อรหันตะยะสัง สัพพะสิทธิวิชชาจรณะยะสัง สัพพะโลกาธิปติญาณะยะสัง สัพพะโลกาอิริยานังยะสัง เอเตนะยะเสนะ สัจจะวจเนนะมะมะสุวัตถิ โหนตุ มัยหัง สวาหายะ นะโมพุทธัสสะ นะโมธัมมัสสะ นะโมสังฆัสสะ เสยยะถีทัง หุลูหุลู สวาหายะ


    ตะกรุดดอกครูจ้าวทรัพย์ (พระเจ้าผูกดวงให้ห้ามจน) พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทำได้ทั้งหมดเก้าดอก ท่านว่าเมื่อจะใช้ให้ภาวนานึกถึงคุณพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้าและองค์หลวงปู่สีเป็นที่สุด ซึ่งหลังจากมีคนทราบว่าพ่ออาจารย์ทำตะกรุดผูกดวงตำรับหลวงปู่สีก็มีคนจองไว้ทันทีห้าดอกแล้ว ดังนั้นสำหรับผู้ที่จะบูชาห้ามช้าเด็ดขาด พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้มีชีวิต มีตัวรู้ของศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มีเจ้าของแล้วทุกดอก เมื่อจะสำเร็จต้องเชิญพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้าและองค์หลวงปู่สีมาสำเร็จ เสกกันจนนิมิตเห็นมหาสมบัติเต็มเจ็ดคาบสมุทรให้คนได้ไปเหลือกินเหลือใช้ไปอีกเจ็ดชั่วชีวิตจึงสำเร็จ

    * รับจองเฉพาะทาง PM สำหรับท่านที่จะบูชาให้แจ้งชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิดเวลาเกิดไว้อย่างละเอียดด้วย ในส่วนของเวลาเกิดนั้นถ้าไม่รู้ไม่เป็นไรท่านว่าให้บอกเป็นช่วงเวลามาว่าช่วงไหน เช้า เที่ยง บ่ายเย็นหรือกลางคืน ตะกรุดตัวนี้ท่านจะต้องใช้เวลาผูกดวงบรรจุจึงอาจกินเวลาบ้าง ท่านว่าถ้าจองก็ให้แจ้งรายละเอียดเอาไว้เลยท่านจะได้ผูกให้ รายได้สมทบทุนการศึกษาตลอดจนทำทานบารมีข้าวสารอาหารแห้งให้วัดที่ขาดแคลนจตุปัจจัยต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูจ้าวทรัพย์ (พระเจ้าผูกดวงให้ห้ามจน) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลโสฬสมหาพรหมประสิทธิ์(น้ำมันจักรพรรดิจำแลง)

    อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน
    แต่องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา


    นับแต่อดีตสืบมาพ่ออาจารย์ท่านยังไม่เคยเปิดให้บูชาเครื่องมงคลในลักษณะที่เป็นน้ำมันแบบเป็นเอกเทศน์มาก่อน จะมีบ้างก็แต่ชนิดเป็นสีผึ้งหรือนำมาผสมลงในเนื้อของเครื่องมงคลต่างๆเท่านั้น เพราะท่านว่าน้ำมันนั้นใช้ง่ายแต่ควบคุมยากและทรงอานุภาพมากกว่าของสิ่งอื่นทั้งหมด ท่านจึงไม่ค่อยจะทำซักเท่าไหร่นอกจากจะประสิทธิให้เป็นรายบุคคลไป

    การทำมงคลโสฬสมหาพรหมประสิทธิ์หรือน้ำมันจักรพรรดิจำแลงนั้นเป็นหนึ่งในวิชาของท่านที่เกี่ยวกับวงจรกรรมของสัตว์ เป็นศาสตร์การทำน้ำมันชั้นสูงโดยบางครั้งท่านจะเรียกว่าน้ำมันสามภพ เพราะต้องผสมน้ำมันถึงสามชนิดที่สำเร็จด้วยคุณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ดังนี้
    - คุณของพระยอดแก้วองค์อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายในนิพพานอันมีสมเด็จพระโลกนาถองค์ปฐมเป็นที่สุดหนึ่ง
    - คุณของเหล่ามหาพรหมปัญจมหาสุทธาวาสอันมี ท้าวสนังกุมารมหาพรหม ท้าวผกาพรหม ท้าวฆฏิการพรหม ท้าวมหาพรหมประชาบดี ท้าวสหัมบดีบรมพรหมเป็นที่สุดหนึ่ง
    - คุณของกำลังพระจักรพรรดิและเหล่าเทพยดาผู้ทรงมเหศักดิ์อันมี องค์บรมอมรินทร์ตลอดจนเทพผู้ดูแลผลึกจักรวาลและเหล่าจอมภพโดยมีองค์พระสยมภูวญาณเป็นที่สุดหนึ่ง


    การทำน้ำมันนี้ท่านว่าต้องขออนุญาติจากสมเด็จในนิพพานและครูมหาพรหมตลอดจนครูเทพทั้งหลายเพื่อจะขอวิชาและวิธีทำจากท่านในการทำน้ำมันเหล่านี้ โดยองค์บรมพรหมสหัมบดีท่านได้มีโองการไว้ ว่าหากจะขอวิชาไปใช้เพื่อยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนมีผลเหนือเวรกรรมของสัตว์ฝ่าฝืนลิขิตฟ้าดินและวิถีดวงดาวท่านก็จะทำให้ แต่พ่ออาจารย์ต้องทำตามวิธีการและเตรียมธาตุตลอดจนสิ่งของกำกับทั้งหลายตามวิธีของท่าน โดยท่านได้ตั้งเงื่อนไขและข้อแม้เอาไว้กับพ่ออาจารย์ว่าสิ่งที่จะทำนี้มีอานุภาพมาก ดังนั้นอย่าได้สร้างเป็นเครื่องมงคลหรือถาวรวัตถุใดอันจะคงสภาพไม่เสื่อมสูญไปตามกาลเวลาเพราะมันฝืนลิขิตฟ้าชะตาดิน ไม่เหมาะไม่ควรในกาลทุกเมื่อ เอาแต่เพียงให้เค้าใช้ได้หมดไปตามวาระกรรมเพียงนั้น ท่านว่าต้องคิดอยู่นานว่าจะทำสิ่งใดหนอที่จะไม่คงสภาพอยู่นานหากเพียงใช้ก็จะหมดไปไม่คงรูปดุจเครื่องมงคลทั้งหลายจนท่านระลึกได้ว่าน้ำมันซึ่งมีคุณวิเศษนั้นจัดอยู่ในเงื่อนไขขององค์บรมพรหมทุกประการ ท่านจึงกราบเรียนตลอดขอวิธีสร้างน้ำมันวิเศษ ท่านว่าต้องค่อยๆทำเก็บรวบรวมไว้มวลสารทั้งหลายกว่าจะได้จึงไม่ใช่ง่ายเลย น้ำมันสามชนิดที่นำมาผสมกันเป็นส่วนผสมมีดังนี้
    - น้ำมันจักรพรรดิ์บันลือ(สีหนาท) อันสำเร็จด้วยคุณของพระจักรพรรดิและเหล่าเทพยดาเจ้าผู้มเหศักดิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นน้ำมันชั้นสูงที่ทำยากและยากที่คนจะได้เห็นตลอดจนได้ครอบครอง ท่านว่ามีคุณวิเศษดุจสมบัติพระจักรพรรดิ์ แม้ได้อาราธนาติดตัวไปแห่งหนใดจะช่วยเสริมหนุนผู้ครอบครองทุกด้าน เรียกว่าดวงไม่มีวันตกไม่มีวันแตก ซ้ำยังมีคุณเฉพาะทางที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่งนั่นคือใช้สยบคู่แข่งได้ทุกชนิดไม่มีใครทำอะไรแซงหน้าเราได้ ท่านว่าด้วยกำลังแห่งพระจักรพรรดินั้นแม้มนุษย์ตลอดจนเทพยดาก็ยังต้องเคารพดุจว่าพระเจ้าจักรพรรดิ์ได้กระทำสีหนาทประกาศแก่ไตรโลกเป็นที่สุดของมหาอำนาจ ซ้ำท่านว่าอิทธิคุณแฝดของน้ำมันนี้ยังช่วยให้มีชัยชนะเหนือศัตรูผู้คิดร้ายตลอดจนจ้องจะทำร้ายได้ทุกรูปแบบ และยังช่วยให้เจริญในหน้าที่การงานเป็นใหญ่เป็นโต ปลอดภัยจากภัยอันตรายตลอดจนอุบัติภัยจากธรรมชาติและศาสตร์มืดตลอดจนเดรัจฉานวิชาทั้งปวง
    - น้ำมันมหาพรหมรังสฤษฏ์
    อันสำเร็จด้วยคุณของเหล่าบรมพรหมปัญจสุทธาวาสทั้งหลายมีท้าวสหัมบดีเป็นที่สุด ท่านว่าน้ำมันนี้วิเศษนักเป็นของเฉพาะกาลอย่างแท้จริง มีคุณขจัดและริดรอนอุปสรรคขวากหนามในชีวิต ดุจองค์ท้าวมหาพรหมผู้สร้าง จะสร้างจะลิขิตเส้นทางให้ชีวิตมีแต่เรื่องดีๆไม่มีอุปสรรคขัดขวางแต่อย่างใด ใครที่มีชะตาชีวิตติดขัด ทำไม่พ้น หาทางออกไม่ได้ ไม่เจอแสงสว่าง ไม่พบเนื้อคู่ การงานไม่สำเร็จ ความรักไม่ราบลื่น โดนกลั่นแกล้ง โดนกระทำ ท่านว่าอานุภาพของน้ำมันมหาพรหมนี้จะปัดเป่าสิ่งที่ติดขัดและความขัดข้องของผู้บูชาให้หมดไป ท่านว่าปลอดโปร่งโล่งสบายทีเดียวคำๆนี้มีความหมายยิ่งใหญ่ ใครที่รู้สึกว่าชีวิตมันหนัก มันแบกภาระแบกโลกไว้ทั้งใบ ท่านว่าน้ำมันนี้มันช่วยได้เกินกว่านั้นไม่เพียงนำออกจากความขัดข้องทั้งหลาย ซ้ำยังช่วยให้สำเร็จทุกทางตามมหากรุณาธิคุณของเหล่ามหาพรหมปัญจมหาสุทธาวาสไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง วาสนา โชคลาภผลาผลครบถ้วนทุกประการ ที่สำคัญท่านว่าวิชาสายมหาพรหมนี้แม้พกไว้กับตัวก็ถือว่าเป็นเสน่ห์มหานิยมชั้นเยี่ยม ในเวทย์วิชาทั้งหลายทั้งสายต่ำสายสูงแม้แต่สายเทพล้วนไม่มีวิชาใดมีอำนาจมากไปกว่าวิชาของพระพรหมหรือศาสตร์ของพระพรหมนี้ ท่านว่าพูดคร่าวๆได้เท่านี้
    - น้ำมันหมื่นพุทธ(12 นักษัตร) เป็นน้ำมันที่ท่านสร้างตามศาสตร์ของสมเด็จองค์ปฐมที่ท่านว่ายากเย็นแสนเข็ญเหลือใจ ท่านไม่อนุญาติให้พูดถึงหรือเปิดเผยสิ่งใดเลยจึงจำต้องปกปิดไว้ บอกได้แต่เพียงคร่าวๆว่าเป็นน้ำมันที่มีฤทธิ์รุนแรง ท่านว่าเหนือกว่าน้ำมันสองชนิดข้างต้นนั้น ดีทุกอย่างเอาว่าอยู่กับใครพูดสั้นๆได้ว่าบุคคลนั้นได้ดีแน่นอน น้ำมันตัวนี้อธิษฐานได้ทุกเรื่อง เป็นดุจศูนย์กลางโลกมีคนแวดล้อมรักใคร่ให้ความเมตตาเอ็นดูปรารถนาโชคลาภก็จะมีโชคลาภรุมล้อม ปรารถนาอยากใช้ทางเสน่ห์เมตตาก็จะมีสตรีตลอดจนเพศตรงข้ามที่ปรารถนารุมล้อม สุดแล้วแต่จะปรารถนา ดีกับคนใช้ในทุกที่ ทุกวัน ทุกกาลสมัย ซ้ำมีคุณเฉพาะทางที่สมเด็จองค์ปฐมท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้ดุจรู้ชะตาเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ท่านว่าน้ำมันตัวนี้แปลก ยิ่งคนด่าเรา ตีเรา นินทาเรา ใส่ร้ายป้ายสีเรา พูดไม่ดีกับเราเท่าไหร่ เรายิ่งได้ดีขึ้นเช่นนั้นเป็นเงาตามตัว เหมือนกลองยิ่งตียิ่งดังไม่มีเสื่อมถอยหรือตกต่ำเลย ปล่อยให้เขาด่าไปตีไปด้วยคุณวิชาที่หนุนส่งเราจะมีแต่ได้กับได้ ท่านว่าปกติชีวิตคนนั้นย่อมมีผู้คอยอิจฉาริษยาพูดจาให้ร้ายเราทั้งนั้น ตั้งแต่เจ้ายันไพร่สูงสุดฟ้าหรือต่ำสุดดินไม่มีใครหนีพ้นวงจรเหล่านี้ทั้งสิ้น ปากคนมันยาวกว่าปากนกกาขึ้นชื่อว่าเกิดเป็นมนุษย์จะพ้นอย่างไรไอ้การนินทาใส่ร้ายป้ายสีความอิจฉาริษยาทั้งหลาย อย่าว่าแต่ในมนุษย์เลย แม้ในเทวดาบางจำพวกก็ยังมี แต่วิชาน้ำมันหมื่นพุทธนี้กลับให้ผลแปลกประหลาดกล่าวง่ายๆยิ่งมีคนคิดอกุศลมีใจอิจฉาริษยาเราเท่าไหร่ เรายิ่งได้ดีมากขึ้นเท่านั้น


    พ่ออาจารย์ท่านได้นำน้ำมันทั้งสามชนิดมาผสมกันและเพิ่มเติมมวลสารหัวเชื้อน้ำมันของครูเก่าที่ท่านเก็บสะสมไว้ ทั้งน้ำมันงาเสกหลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ น้ำมันชาตรีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค น้ำมันเมตตาหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ น้ำมันมนต์ครูบาสุรินทร์ น้ำมันหลวงปู่นวล วัดโพธิ์บางระมาด เป็นต้น จากนั้นจึงเสกกำกับอีกคำรบหนึ่ง ท่านว่าน้ำมันที่สำเร็จมานี้ดีทุกทาง สุดแล้วแต่จะใช้จริงๆ ท่านว่าเห็นนิมิตมงคลหลายประการล้วนแต่เป็นของมงคลเป็นสมบัติจักรพรรดิทั้งนั้นปรากฏออกมาจากน้ำมันเหล่านี้ ท่านจึงเรียกว่าน้ำมันจักรพรรดิจำแลง ดุจว่าเป็นที่สุดของสายวิชาน้ำมันทีเดียว

    ในขวดมงคลโสฬสมหาพรหมประสิทธิ์(น้ำมันจักรพรรดิจำแลง) มีสิ่งมงคลหลากหลายประการบรรจุไว้ ประกอบไปด้วย
    - หุ่นพระฤาษีพรหมประสิทธิ์ ท่านว่านามนี้เป็นมงคลกับสรรพชีวิตเพราะจะคิดทำการสิ่งใดย่อมประสิทธิ์ สำเร็จในทุกเรื่องทุกประการ พ่ออาจารย์ท่านแกะปู่เจ้าพรหมประสิทธิ์นี้จากอิทธิวัตถุชั้นสูงนั่นคือไม้ช่อฟ้าวัดระฆังของเก่าตั้งแต่สมัยสมเด็จโตยังทรงขันธ์อยู่ ท่านว่าเป็นของสูงเปลี่ยนชะตาชีวิตคนได้มีพลังของเจ้าพระคุณสมเด็จที่มักจะลงโบสถ์เสมอบรรจุอยู่เต็มเปรียม พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านตั้งใจสร้างจริงๆไม่ได้ทำขอไปที โดยท่านมีดำริแต่แรกว่าสมัยนี้คนเริ่มไม่รู้จักและละเลยพระผู้สร้างที่เป็นครูของมนุษย์ชาติทั้งมวลไปเสียแล้ว ท่านว่าในอดีตนั้น บรมพรหมแห่งปัญจมหาสุทธาวาสได้จำแลงกายมาจากเบื้องบนพรหมโลกเป็นพระฤาษีเข้าสั่งสอนสรรพวิทยาการทั้งหลาย ทุกศาสตร์ทุกแขนงให้กับมนุษย์ด้วยใจอารีย์และเมตตายิ่ง ท่านรักมนุษย์เหล่านั้นดุจบุตรร่วมสายโลหิต ครูบาอาจารย์แต่โบราณจึงได้สำนึกคุณของท้าวมหาพรหมพระองค์นั้นเสมอที่ได้ประทานวิทยาการอันจะใช้ต่อยอดสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ในศาสตร์ทุกแขนง โดยถือว่าท่านเป็นเจ้าแห่งวิชาอาคมไสยศาสตร์การกระทำพิธีต่างๆจึงได้น้อมระลึกถึงมหาพรหมที่จำแลงเป็นฤาษีองค์นั้นเรียกสืบต่อกันมาว่าฤาษีพรหมประสิทธิ์ ท่านมีเมตตาต่อโลกทั้งหลายตลอดจนสรรพชีวิตทั้งมวลอย่างหาใดเปรียบ เป็นมหาพรหมองค์แรกที่รักและเป็นห่วงมนุษย์มากมายถึงเพียงนั้น พ่ออาจารย์จึงแกะรูปพระฤาษีพรหมประสิทธิ์ทรงไม้เท้าพรหมทัณฑ์อันจะกำหนดชะตาชีวิตสรรพสิ่งทั้งปวงตามนิมิตที่ท่านเห็น และอธิษฐานปลุกเสกด้วยมนต์กำเนิดฤาษี ท่านว่าขอให้เชื่อ ทำใจให้ใสสะอาดกราบไหว้บูชาท่านเถอะชีวิตไม่มีเดือดร้อนแต่อย่างไร วันนี้เป็นสุขพรุ่งนี้ก็เป็นสุข บุคคลที่ระลึกถึงครูต้น ไม่ลืมครูชีวิตเขาจะตกต่ำได้อย่างไร นี่คือที่มาแห่งมงคล แห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ประมาทไม่ได้ ท่านว่าครูองค์นี้ไม่ใช่ของไกลตัวก็แล้วทุกวันนี้มีใครปฏิเสธได้หรือไม่ว่าไม่รู้จักไม่ได้ใช้สรรพวิทยาการต่างๆทั้ง 18 ศาสตร์อันตกผลึกถ่ายทอดมาแต่พระฤาษีพรหมประสิทธิ์นี้ ท่านว่าหากยังได้ชื่อว่ามนุษย์แน่นอนว่าย่อมไม่มี ปู่เจ้านี้ท่านว่าขอได้ทุกสิ่งอย่างแต่ห้ามบนเพราะหากบนแล้วต้องจดจำให้ดีและแก้ตามนั้นจะไม่มีโทษทัณฑ์แต่อย่างใด ท่านว่าปางทรงไม้เท้าพรหมทัณฑ์นี้เป็นปางที่มีฤทธิ์มาก มีบารมีมากช่วยได้มาก ทรงอำนาจสะกดเหล่าเทพยดาทั้งปวง แค่พกเทพยดาก็ยำเกรงแล้ว
    - ตะกรุดเพชรพญาธรเล่นฤทธิ์ ปกติพ่ออาจารย์ท่านจะไม่ทำวิชาเพชรพญาธรซักเท่าไหร่ เพราะท่านว่าจะให้โทษมากกว่าคุณเพชรพญาธรที่เชิญมาอย่างไม่รู้ไม่ระบุตัวตันนั้นจะเป็นอันตรายให้โทษมากกว่าคุณ แต่ท่านว่าหากจะขึ้นรูปเสกให้มีชีวิตพร้อมทั้งบรรจุลงไปในน้ำมันให้เขากำเนิดด้วยคุณวิชชา เช่นนี้จะได้เพชรพญาธรที่เก่งกาจเป็นเจ้าแห่งสรรพวิชาทั้งหลายและมีฤทธิ์มาก ท่านจึงเมตตาจารจรดลงวิชาเพชรพญาธรเล่นฤทธิ์ตามตำรับบูรพาจารย์โดยเฉพาะ ท่านว่ายันต์นี้ลงยากต้องว่าสูตรชักยันต์ว่าอาการตลอดจนลงคาถากำกับต่างๆเป็นขั้นตอนวุ่นวายนัก แต่ก็เป็นเพชรพญาธรที่เก่งทีเดียวท่านว่าเพชรพญาธรนี้มีฤทธิ์ดั่งเทวดาไปมาดั่งภูติ ไปได้ทุกที่เข้าถึงได้ทุกคน แม้พกไว้ย่อมเป็นเสน่ห์เมตตาอย่างที่สุดเพราะปกติแล้วเพชรพญาธรนั้นย่อมไม่ขาดคู่ครองอยู่ที่ไหนก็ได้ที่นั่น แต่วิชานี้นอกจากจะดีทางเมตตามหาเสน่ห์ดลจิต ดลใจ แฝงจิต แฝงใจ ซ้ำยังสะกดจิตใจผู้อื่นแล้ว ยังช่วยให้เจริญในโภคทรัพย์อีกด้วย ซ้ำยังมีฤทธิ์มากพิฆาตศัตรูหมู่มารที่คิดร้ายอันจะมาย่ำยีเรา ท่านว่าพกไว้มีแต่คนอ่อนน้อมค้อมหัว ตะกรุดเพชรพญาธรเล่นฤทธิ์นั้นเป็นตะกรุดพิเศษอย่างแท้จริง เพราะพ่ออาจารย์ท่านได้ลงกำกับด้วยวิชาเวทย์สวรรค์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าท่านไม่เคยกำกับวิชาเวทย์สวรรค์ลงในสิ่งใดหรือเครื่องมงคลใดๆง่ายๆ ท่านว่าอย่าประมาทไป ครูเพชรพญาธรในตะกรุดนี้ท่านทำมาเต็มที่ให้มีฤทธิ์มาก ใส่ธาตุขันธ์ครบมีชีวิต ให้บูชาให้ดีมีแต่คุณไม่มีโทษ ไม่ต้องเลี้ยงต้องเซ่นอะไรเพราะน้ำมันวิเศษนั้นได้หล่อเลี้ยงตะกรุดอยู่ในตัวแล้ว
    - ตะกรุดแฝดหัวใจมนุษย์ ท่านได้ลงตะกรุดทองเหลืองทองแดงคู่หนึ่งด้วยนะหัวใจมนุษย์ทั้งบุรุษเพศและอิตถีเพศ ตลอดจนลงเสริมด้วยวิชาปรับแต่งธาตุขันธ์และคุ้มกันโรคกันทุกข์ภัยไข้เจ็บ ท่านว่าธรรมดาหัวใจมนุษย์ชายหญิงนี้ก็เป็นมหานิยมอย่างที่สุดเพราะเราเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ด้วยกันเค้าเมตตาและทำดีกับเรานัก ดุจเราได้ครอบครองหัวใจของเค้าทั้งชายหญิงมนุษย์ทุกชาติพันธุ์ ท่านว่าจะมีสิ่งใดดีกว่านี้อีก ซ้ำท่านยังลงวิชาเสริมด้วยอักขระยันต์เฉพาะทั้งปรับแต่งธาตุขันธ์กันโรคภัยไข้เจ็บ ท่านว่าเชื่อเถอะความไม่โรคมันเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะหากไม่มีโรคเราก็ตัดทุกข์ออกไปตัวหนึ่งแล้วนั่นเอง
    - เศียรครูพระสยมมหาเทพทันใจ ท่านว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างมาก เพราะแต่เดิมท่านได้ปั้นหุ่นเทียนเป็นเศียรพระสยมขึ้น แต่เมื่อเชิญครูและเทหล่อแล้วรายละเอียดต่างๆกลับหายไป หล่อออกมาทุกองค์มีลักษณะเหมือนเทพทันใจไปทั้งหมด ท่านว่าเมื่อแรงครูและองค์พระสยมท่านต้องการให้เป็นเช่นนั้น ก็ต้องน้อมรับไว้เพราะถือเป็นนิมิตหมายที่ดี จึงได้เรียกมาตลอดแต่นั้นว่าเศียรครูพระสยมมหาเทพทันใจ เมื่อหล่อสำเร็จแล้วท่านได้นำมาปลุกพระเวทย์ต่างๆมากมาย ทั้งมนต์พระลักษณ์หน้าทอง มนต์เทพรัญจวน มนต์มหาเทพรำพึง มนต์มหาเทพรำลึก มนสะกดใจนาง มนต์เทพรำพัน ก่อนที่จะลงเสกปิดด้วยมนต์ขอพรเทวดา และมนต์สำเร็จทันใจ เมื่อลงพระเวทย์กำกับแล้วจึงเชิญครูพระสยมท่านลงมาเบิกเนตร กำกับญาณทิพย์แฝงครู เชิญครูทีละองค์ ท่านว่าเศียรนี้สำคัญนัก เอาว่าต่อไปไม่แพ้ใครเขา ปรารถนาอะไรก็สำเร็จทันใจทั้งสิ้น นอกจากจะเป็นเสน่ห์เมตตาชั้นสูง ถึงขนาดหลงใหลรูปลักษณ์ รำลึก รำพึง รำพัน รัญจวนแล้ว ปรารถนาสิ่งใดยังต้องสำเร็จดังใจนึกอีกด้วย ท่านว่าแล้วแต่จริตคนจะใช้นะ ใช้ทางเสน่ห์ก็ดีที่สุด ใช้ทางชีวิตสืบต่อความเจริญ ปรารถนาลาภผลโภคทรัพย์ก็ดีดุจกัน เอาว่าวันไหนอยากจะใช้เรื่องไหนก็บอกกล่าวองค์พ่อกันเสียให้ดี
    - ผงว่านยาบูรพาจารย์ ท่านได้นำผงวิเศษหัวเชื้อที่ท่านสะสมมาบรรรจุลงไปในน้ำมันด้วย ทั้งผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ผงพระวัยที่หลวงปู่ทิมท่านลบมือ และยังมีผงของหลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ที่เรียกว่าผงอิทธิเจหรือผงสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ตลอดจนผงวิเศษลบมือที่บรรจุพระพิ์พทรงสัตว์ของหลวงพ่อปาน วัดบางโคนม ท่านเอามาเข้ากับว่านยาที่บูรพาจารย์มอบให้ที่ว่าเป็นว่านเก่งมีฤทธิ์มีตัวที่พวกท่านได้สมันยออกธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งของหลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาค หลวงปู่นาค วัดระฆัง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านว่าของเหล่านี้มีอานุภาพมากไม่ต้องบอกอะไรกันอีก ที่ใส่ไว้นี่ก็เพียงเพื่อจะให้มันดูเข้มขลังสมบูรณ์เท่านั้น ท่านว่าเฉพาะน้ำมันก็ดีไม่รู้จะหาได้ที่ไหนอีกแล้ว รวมกับผงหัวเชื้อเหล่านี้อีกท่านว่าใครได้ไว้ยิ่งกว่าเสือติดปีกทีเดียว

    พ่ออาจารย์ท่านทำการสร้างน้ำมันวิเศษรุ่นแรกครั้งนี้ไว้ได้เพียง 9 ขวดเท่านั้นเนื่องจากมวลสารหากยากและท่านว่าข้างบนไม่ปรารถนาให้ทำมากเนื่องจากเหตุผลบางประการที่ชะตามนุษย์นั้นจะผกผัน ท่านว่าทำให้เฉพาะผู้มีวาสนาต่อกันเท่านั้นซึ่งข้างบนเขากำหนดไว้แล้ว ท่านว่าน้ำมันนี้วิธีใช้คือพกอย่างเดียว ท่านผนึกไว้ไม่ให้น้ำมันรั่วรึหกออกมา ท่านย้ำว่าอย่าแกะห้ามเด็ดขาด ให้พกเฉยๆเท่านั้น เพียงเท่านั้นก็ถือว่ามากเกินไปแล้ว เพราะน้ำมันเหล่านี้ ท่านว่าไม่ควรจะปรากฏออกมาเลยเสียแต่แรกนั่นเอง เนื่องจากมีคุณวิชาหลายอย่างที่บูรพาจารย์ท่านปกปิดไว้ไม่อยากให้คนใช้คนถือครองกันมากนัก

    คาถาบูชา
    นะโม สะตะอุอิ พุทธิจิตติ อิสิวิระปะสะนะรานะมะกะยัง นะระสติ อันตะภาโว พุตากังเก นะระกาลังอะหังนุกา ตะมังมัฏฐิ อิสวาสุ กุปังยะสะ สิวังพุทธัง


    * สำหรับผู้ที่มีประสงค์จะบูชา เปิดให้จองเฉพาะใน PM เท่านั้น ผู้จองทุกท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย หากมีประสงค์สิ่งใดเป็นกรณีพิเศษให้ท่านเป่าครอบมนต์บอกกล่าวปู่เจ้าพรหมประสิทธิ์ก็แจ้งไว้ทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านจะทำการผูกด้ายสายสิญจน์อธิษฐานรับขวัญอธิษฐานจิตให้ที่ขวดน้ำมันทีละขวดของแต่ละคนต่อไป รายได้สมทบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาศที่ไร้บิดามารดาต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลโสฬสมหาพรหมประสิทธิ์(น้ำมันจักรพรรดิจำแลง) บูชา 4,000 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    พระสัพพัญญูเปิดโลกทรงมหาปาฏิหาริย์(ผงยาสัจจะฝังน้ำมันพรหมลิขิต)
    สายวิชาพรหมศาสตร์นั้นพ่ออาจารย์ท่านไม่ค่อยได้สร้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมงคลที่ทำจากยาแดงนั้นพ่ออาจารย์ท่านไม่สร้างเคยทำเลยเรียกว่ามีแค่รุ่นนี้รุ่นเดียวก็ว่าได้

    เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมตลอดจนท่านมีญาณรู้สิ่งที่จะเกิดในอนาคตพ่ออาจารย์ท่านจึงได้รับนิมิตจากครูบาอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของยาแดงอันสอนวิชาแก่ท่าน ให้นำผงยาแดงที่ประสิทธิ์แรงครูและมอบให้ไว้ออกมาทำเครื่องมงคลเพื่อให้เป็นที่เจริญสติแก่สัตว์ทั้งหลาย


    ต้องย้ำว่ายาแดงที่พ่ออาจารย์นำมาทำนั้นเป็นของบูรพาจารย์ท่านในฝั่งพม่า ท่านว่ายาแดงนั้นมีอานุภาพมากท่านเรียกว่ายาสัจจะ ยานี้แค่มีไว้กับตัวได้ไว้ครอบครองหรือเก็บรักษายังไม่ต้องบูชาแต่อย่างใด อานุภาพของยาก็ช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้นแล้ว


    อานุภาพยาสัจจะนั้นมีมากนอกจากเปลี่ยนแปลงชีวิตช่วยให้ชีวิตดีขึ้นทันตาเห็นได้แล้ว ตัวยาสัจจะเองนั้นยังมีอานุภาพต่างๆอีกมาก ท่านว่าดีเกินกว่าจะคิด นั่นคือทำให้รวยมีทรัพย์สินศฤงคาร ทำให้คนเมตตาเป็นเสน่ห์มหานิยม เป็นมหาอำนาจวาสนาบารมี คุ้มครองป้องกันเป็นข่ามคง ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยให้มีอายุยืนนานไม่ตายด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน ขับไล่คุณผีคุณคนเสน่ห์ยาแฝด ล้างมนต์ดำ ทำลายอาถรรพ์เมฆหมอกปิดกั้นชีวิต ทำลายล้างวิชาอาคมต่างๆ...(ท่านว่าไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ยังมีอีกแต่พูดไม่ได้) ท่านว่าเอาว่าเหมาะ ไม่ใช่ด้วยว่าควรจะมีแต่ต้องมี ยาสัจจะนั้นมีอานุภาพวิเศษที่จะทำให้ชีวิตคนบริบูรณ์ด้วยความสุขทุกประการได้


    ยาแดงหรือยาสัจจะเก้าขั้นที่ท่านนำมาสร้างองค์พระนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์รักษาวิชาทุกระดับขั้นท่านว่าจะไม่เจริญเปลี่ยนชีวิตคนได้อย่างไร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น ทั้งพระรัตนตรัย คุณครูบาอาจารย์ พระอินทร์ จตุโลกบาลและอื่นๆอีกมากมายที่รักษายานี้


    พ่ออาจารย์ท่านได้นำยาแดงนั้นมาเข้ากับผงยาจินดามณีนิดหน่อย เป็นผงยาจินดามณีเก่าของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ท่านว่าดีอย่างไรคงไม่ต้องบอก แรงครูสูงจะหาพระที่สร้างขึ้นจากยอดยาเช่นนี้คงหาไม่ได้อีก นอกจากนั้นท่านยังได้นำผงไม้ช่อฟ้าสมเด็จโตวัดระฆัง ผงไม้ตะเคียนหลักเมืองนครศรีธรรมราช ผงครูประกำช้าง ผงปฐมังเก้าวรรค ผงมหาจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่ ผงอิติปิโสรัตนมาลาเจ้าคุณเส็ง ผงนวโลกุตรธรรมหลวงปู่สนธิ์ ผงสัมพุทเธหงสาหลวงปู่ฝั้น ผงโสฬสมหาพรหมหลวงปู่ทิม ผงกูโบ๊ส ผงวิเศษห้าประการ ท่านเตรียมมวลสารไว้โดยใช้ยาแดงเป็นหลักเจือด้วยผงเก่าที่มีพุทธคุณเกินประมาณของครูบาอาจารย์เหล่านั้น เพื่อให้พระชุดนี้มีคุณานุภาพสูงสุดนั้นเอง ท่านว่าต้องดีตั้งแต่ยังเป็นผงทีเดียว


    การสร้างพระครั้งนี้ท่านได้ล้อพิมพ์ลีลาหนังตะลุง พระที่หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วได้สร้างไว้ ท่านว่าสมัยเจ้าพระคุณท่านทำท่านทำเป็นเนื้อยาจินดามณีมีค่าหนักหนาทั้งเจริญก้าวหน้าพลิกชีวิตคนได้ เดี๋ยวนี้จะหาของแท้ซักองค์หนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายพระแทบจะสาบสูญไปแล้ว ท่านจึงเจริญรอยตามบูรพาจารย์ได้ขออนุญาติเสด็จพระใหญ่และหลวงปู่บุญนั้นเพื่อจะทำพระให้เป็นเกียรติประวัติโดยใช้ผงยาแดงเป็นมวลสารหลัก ซึ่งท่านว่าพระนี้ท่านจะไม่กล่าวว่าดีกว่า แต่ท่านบอกได้คำเดียวว่าไม่ด้อยกว่าใครแน่นอน


    ที่สำคัญที่สุดนั้นหลังจากพ่ออาจารย์ท่านแกะแม่พิมพ์พระลีลาก้าวหน้าทรงรัศมีซึ่งอ่อนช้อยงดงามอย่างน่าประหลาดแล้ว ท่านได้รับนิมิตจากเสด็จพระใหญ่กล่าวชมพระพิมพ์นี้ว่าเป็นพิมพ์เปิดโลกดุจพุทธประเพณีมีมา ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะทรงกระทำมหาปาฏิหาริย์เพื่อรื้อขนสัตว์และเทวดาให้บรรลุอัครธรรมอันวิเศษตลอดจนปรารถนาพุทธภูมิสืบโพธิวงศ์ต่อไป ท่านจึงได้ตั้งชื่อเป็นมหามงคลให้พระพิมพ์ว่าเปิดโลกทรงมหาปาฏิหาริย์ ดุจปกาศิตเสด็จพระใหญ่ชีวิตคนใช้จะได้เจอได้พบแต่ปาฏิหาริย์นานับประการ


    ด้านหลังท่านได้ฝังของสำคัญไว้สามอย่าง ซึ่งเป็นของในสายวิชาพรหมศาสตร์และมีคุณเกื้อหนุนเฉพาะทาง ท่านเน้นมากกับพระรุ่นนี้ให้ต้านกรรมได้ ริดรอนกรรมเก่าได้ สร้างชะตาชีวิตที่ดีบันดาลอนาคตที่สดใสให้ผู้ครอบครองได้ องค์พระด้านหลังนั้นฝังสิ่งต่างๆดังนี้

    - เศียรครูท้าวมหาพรหมธาดาจตุรพักตร์ ท่านว่าท้าวมหาพรหมธาดานั้นคือผู้ลิขิตชะตามนูษย์ พรหมองค์นี้แหละที่มีอำนาจในการลิขิต การกำหนดเปลี่ยนแปลงชะตาสรรพสัตว์ทั้งหลาย ท่านว่าต่อไปหลายคนจะเจออุปสรรคใช้ชีวิตยาก ความเป็นอยู่ลำบาก ท่านจึงทำวิชาของท่านสร้างเศียรครูขึ้นมา ท่านว่าจำเพาะต้องเป็นเศียรครูเนื่องจากมีอาถรรพ์และแรงครูสูงสุด เศียรนี้ฝังไว้ให้ใครได้อาราธนาสวมคอนั้นท่านว่าดุจครอบหัวท้าวมหาพรหมธาดาไว้ จะครูเทพครูพรหมองค์ไหนก็ไม่เสมอด้วยท้าวมหาพรหมธาดาจตุรพักตร์พระองค์นี้ เพราะหน้าที่ท่าน งานท่านที่รับผิดชอบเกี่ยวกับชีวิตและชะตาสัตว์โลกทั้งนั้น และท่านยังมีพลังอำนาจแห่งการสร้างสรรค์ การลิขิต การเปลี่ยนแปลงในห้วงชีวิตหนึ่ง ในสถานที่หนึ่ง ในกาลเวลาหนึ่ง เป็นพรหมานุภาพเฉพาะตัวของท่าน ที่ว่าดวงตกดวงแตกชะตาขาด ท่านต่อให้เปลี่ยนให้ได้ทั้งสิ้น ท่านว่าอธิษฐานจิตไว้ให้ครูไปอยู่กับตัว ให้ท่านได้รู้ได้เห็นชีวิตเราว่ามีทุกข์อะไรเดี๋ยวท่านแก้ให้เองและจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราให้ดีขึ้นหรือจะขอให้ท่านแก้ไขดวงชะตาชีวิตอย่างใดก็สุดแล้วแต่เรา ท่านใช้วิชามหามงคลโสฬส วิชาโสฬสมหาพรหม วิชาโสฬสพิศดาร วิชาพรหมโลก ตลอดจนวิชาพรหมนิมิต วิชาพรหมลิขิตหล่อหลอมขึ้นเป็นครูท้าวมหาพรหมธาดาจตุรพักตร์ ท่านว่าท่านไม่เคยทำท้าวมหาพรหมธาดามาก่อน เพราะเกรงว่าจะเกินความจำเป็นและกลัวคนไม่ดีเอาไปใช้จำยุ่งยากเสียเปล่า ดังนั้นจึงจำต้องอธิษฐานให้ตกต้องเฉพาะผู้มีวาสนาที่จะรับเพราะยิ่งผนึกกำลังกับยาสัจจะและสิ่งมงคลทั้งหลายยิ่งทำให้พระผงเปิดโลกทรงมหาปาฏิหาริย์นั้นมีอานุภาพนับอนันต์เกินจะประมาณได้
    - ตะกรุดเปิดทางรวยมหาเศรษฐี เป็นตะกรุดทองแดงที่ท่านลงวิชาไว้คู่กันท่านว่าแยกกันไม่ได้ ต้องอยู่คู่กันจึงสัมฤทธิ์ผล แต่เดิมนั้นครูบาอาจารย์มักใช้วิชานี้สงเคราะห์คนทำมาหากิน คนที่ชะตาตกอับแต่เป็นคนดี มุมานะมีความขยันอดทน ท่านว่าน่าแปลกใครได้ไว้นอกจากจะรวยแล้วยังมีอำนาจกลายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เป็นคุณพระเป็นพระยาเป็นเจ้าพระยาทั้งนั้น เรียกว่าได้ดีจนลืมสกุลไปเลย ท่านว่าตะกรุดนี้พุทธคุณสมชื่อตัวมันคือเปิดทาง ที่ตีบตัน ที่ขมุกขมัว มีปัญหาอุปสรรค ติดเคราะห์กรรมทุกอย่างเปิดทางเสริมได้หมด แม้ใครทำงานที่ต้องเผชิญการแข่งขัน มีคู่แข่ง ต้องขายแข่งกับเค้า ต้องทำงานแข่งกันประกวดกันท่านว่าเราชนะหมด ตะกรุดนี้เปิดทางให้ทุกอย่าง ท่านว่าตะกรุดนี้ลงยากท่านต้องหาที่สงบเป็นยอดเขาสูงเมื่อพระจันทร์เต็มดวงขึ้นไปทำและประจุวิชาเล่นคาบคาถาถึงเจ็ดครั้งไปกลับเจ็ดหนด้วยกันกว่าจะสำเร็จ ท่านว่าขอแค่ทำชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตให้ดีสมกับที่มีของดี อย่าหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับความสุขสบายเท่านั้นก็ไม่เสียความตั้งใจของครูบาอาจารย์แล้ว
    - น้ำมันพรหมลิขิตบรรจุดวงจิตมหาพรหม น้ำมันพรหมลิขิตนี้เป็นน้ำมันที่พ่ออาจารย์ท่านหุงขึ้นเป็นของใช้เฉพาะกาล ท่านว่าไม่ต้องเสียเวลารอคอยหรือไปตามหาลิขิตสวรรค์หรือเทวดาที่ไหนเพราะพรหมลิขิตนั้นอยู่ตรงนี้แล้ว ลิขิตให้พบเจอ ให้มั่งมี ให้ได้ ให้สำเร็จ ขาดสิ่งใดเติมเต็มสิ่งนั้น ด้านในนั้นท่านบรรจุตะกรุดแฝดดอกเล็กๆไว้ ดอกหนึ่งเรียกว่าตะกรุดหัวใจสุริยมณฑล อีกดอกหนึ่งนั้นเรียกตะกรุดหัวใจจันทรมณฑล ท่านว่าทุกสิ่งในโลกนี้ย่อมมีคู่ จะขาดจะเกินไม่ได้ดุจสุริยะจันทร์ แต่โบราณกาลนั้นมีความเชื่อว่าสุริยะจันทร์ไม่มีวันโคจรมาพบกันได้ แต่ถ้าสุริยะจันทร์อยู่ด้วยกันได้ภายในน้ำมันพรหมลิขิตนี้โลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปไม่ได้อีกแล้วท่านว่าพูดมากไม่ได้แต่เอาว่าเธอใช้เธอสำเร็จทุกเรื่องก็พอ นอกจากนั้ในน้ำมันทุกขดพ่ออาจารย์ยังบรรจุของดีไว้ด้วยนั่นคือดวงธาตุกายสิทธิ์หรือที่ท่านเรียกว่าดวงจิตมหาพรหมที่ท่านใช้วิชาอัญเชิญมานานแล้ว เมื่อบรรจุลงไปในขวดน้ำมันนั้นจะมีลักษณะโปร่งใสในบางเม็ดแต่ก็ไม่ได้หายไปไหนเป้นเรื่องอจินไตยน่าพิศวงอีกประการหนึ่ง ท่านว่าดวงจิตมหาพรหมนี้อยู่ที่ไหนคุณท้าวมหาพรหมทั้งหลายก็รักษาคนๆนั้นดุจเราเป็นเพื่อนฝูงญาติมิตรคนสนิทคุ้นเคยกับเค้า ไปที่ไหนก็มีวิมานแก้วของพระพรหมครอบหัวครอบตัวเอาไว้ คุณไสยลมเพลมพัดอันตรายทุกประการเข้าไม่ถึงตัว พระพรหมรักษา พระพรหมเมตตา เมื่อนั้นจะขออะไรจากพระพรหมก็ให้เร่งขอเถอะ พ่ออาจารย์ท่านว่าบอกได้แค่นี้ บูชากันไว้ให้ดีๆ

    พระผงทุกองค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าต้องเสกทีละองค์ ท่านจึงสร้างพระผงรุ่นนี้ไว้ได้เพียงแปดองค์เท่านั้น ต้องสวดเสกบรรจุวิชาตกสองปีจึงสำเร็จทั้งหมด เมื่อสำเร็จนั้นท่านว่าองค์พระจะปรากฏพุทธรัศมีเป็นทรงกลมกระจายออกจากองค์พระสว่างดุจแสงพระอาทิตย์ มีลักษณะเหมือนพระอาทิตย์ทรงกรดยามกระทบแสงแดดเป็นวงกว้างสวยงามดุจฉัพพรรณรังษี ท่านเห็นว่าครบและถูกต้องตามตำราแล้วจึงพอ

    คาถาบูชา
    นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ อิติปิโสโลกะนาถัง พุทธังบังเกิด ธัมมังบังเกิด สังฆังบังเกิด พระเจ้าประเสริฐ เปิดโลกพระคาถา อิติปิอะระหัง โมเปิดไว้ให้เห็น ยะเป็นที่สุด(อธิษฐานเปิดโลก)

    (อธิษฐานขอลาภขอเงินท้าวมหาพรหมธาดา)ขอเดชะพระพุทธะคุณนัง พระธรรมะคุณนัง พระสังฆะคุณนัง มาตาปิตาคุณนัง คุรุอาจาริยาคุณนัง จัตุระพักตร์พรหมาวิหารัง เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ มะอะอุ
    จัตุระพักตรา จะมหาพรหมา มหิทธิเดชา สัพพะสิเนหา ประสิทธิเม สัพพะลาภาภะวันตุเม สัพพะอันตรายาวินาสสะเมนตุ สัพพะศัตรูวินาศสันติ ปิโยเทวะมนุษสานัง ปิโยพรหมานะมุตตะโม ปิโยนาคะสุปัณณานัง ปิณินทริยังนะมามิหัง นะมัตโตเทวะพรหมเมหิ นะละเทเวหิสัพพะทา นะทันโตสีหะนาทังโย นันทะวันตัง นะมามิหัง


    * ผู้ร่วมทำบุญบูชาให้แจ้งเฉพาะทางPM และอย่าลืมแจ้งชื่อนามสกุลไว้พร้อมกันด้วย พ่ออาจารย์จะได้อธิษฐานจิตประสิทธิ์เปิดโลกจุณเจิมบอกกล่าวคุณพระคุณครูทั้งหลายให้เราเป็นการเฉพาะ รายได้ทั้งหมดร่วมสมทบทุนวิหารทานในถิ่นทุรกันดารต่อไป

    พระสัพพัญญูเปิดโลกทรงมหาปาฏิหาริย์(ผงยาสัจจะฝังน้ำมันพรหมลิขิต) บูชา 4,000 บาท
    035.jpg 5_Lord_Buddha.jpg C3925353_5.jpg pic_25231_1.jpg
    SAM_5228.jpg SAM_5229.jpg
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา พระเพชรกายสิทธิ์จำแลง(มหาปัดบาปเคราะห์)

    แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านเคยบอกกล่าวไว้ ว่าเทพยดาจำพวกเพชรพญาธรนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งมารที่มีจิตมารรุนแรง ท่านจึงไม่ได้ทำสายนี้จริงจังซักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าท่านจะไม่ได้สร้างไว้เลยเพราะวิชาเพชรพญาธรแท้ๆแบบไม่ใช่ของเล่นนั้น ท่านว่าให้คุณมากและเป็นสรรพวิทยาการที่ตกทอดมาแต่โบราณ ดังนั้นท่านว่าถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด และพระเพชรของท่านนั้นต้องชุบให้ไม่มีจิตมารจึงจะใช้ได้


    พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ตั้งใจสร้างเพชรพญาธรหรือที่ท่านเรียกว่าพระเพชรขึ้น ซึ่งท่านตั้งใจไว้แล้วว่าจะสร้างในรูปแบบของเครื่องราง ซึ่งพระเพชรนั้นจะมีคุณมากท่านว่ามากชนิดที่ว่าไม่มีปรากฏในเครื่องรางอื่นใดมาก่อน เพราะท่านจะทำและเสกรูปแบบวิชาเฉพาะของครูเทพท่านเสริมส่งลงไปด้วย


    ท่านว่าเพชรพญาธรนั้นมีสี่จำพวก ซึ่งแต่ละจำพวกก็จะมีวรรณะและฤทธิ์แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับต่ำที่มีร่างกายสีทองแดง สูงขึ้นมาหน่อยก็เป็นสีเงิน และสีทอง ตลอดจนกายศักดิ์สิทธิ์หรือเนื้อสีผิวกายสิทธิ์ ซึ่งยิ่งมีระดับสูงกว่าก็ยิ่งมีฤทธิ์มากกว่าและสามารถเสพย์หรือกินชั้นที่ต่ำกว่าตนเองหนึ่งขั้นได้ ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจแต่เริ่มว่าท่านจะสร้างพระเพชรกายศักดิ์สิทธิ์พรือพระเพชรกายสิทธิ์ขึ้นโดยใช้ธาตุกายสิทธิ์ของท่าน ให้เป็นพระเพชรขั้นสูงสุด


    เมื่อดำริเช่นนั้นท่านจึงขออนุญาติครูเทพครูพรหมทั้งหลาย เพื่อที่จะสร้างเครื่องรางสุดวิเศษชิ้นนี้ให้ดีที่สุด เพราะท่านรู้ว่าเครื่องรางชิ้นนี้สามารถช่วยคนได้มหาศาล ซ้ำวิธีการใช้ก็ไม่จำเป็นต้องพกในที่สูงหรือห้อยคอตลอดแต่อย่างใด ซึ่งครูพรหมและครูเทพทั้งหลายก็ได้นิมิตให้ท่านเห็นรูปแบบที่ควรจะทำและยังได้แนะเคล็ดในการเสกตลอดจนบอกถึงการลงตะกรุดคุณวิชามหาปัดบาปเคราะห์ให้ด้วยเพื่อใช้สงเคราะห์คนอันจะเป็นประโยชน์ใหญ่


    ตะกรุดมหาปัดบาปเคราะห์นั้นเป็นวิชาชั้นสูงซึ่งพ่ออาจารย์บอกว่าเป็นส่วนของวิชาเทพนิมิตร นั่นคือเทวดาสงเคราะห์ให้รู้ให้เรียนเพื่อที่จะช่วยเหลือสัตว์ที่ตกอยู่ในกองทุกข์ วิชาเหล่านี้ไม่เจริญกรรมฐานไม่ได้กสิณย่อมเรียนไม่ได้ ท่านว่าปกติตั้งแต่เกิดจนตายนั้นสรรพชีวิตทั้งหลายย่อมตกอยู่ในกฏแห่งกรรมที่ตนเองได้สร้างขึ้น และในวาระของชีวิตสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เทวดาซึ่งเป็นฝ่ายบาปเคราะห์ก็ยังมีวาระให้เวียนมาเสวยอายุอีก เรียกได้ว่าจะหนีเคราะห์กรรมนั้นเป็นเรื่องที่ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้จึงเป็นสิ่งที่พิเศษอยู่ในตัวเองที่ท่านสร้างขึ้นตามมติของครูบาอาจารย์ ท่านว่าตะกรุดแต่ละดอกทำยากถึงยากมากที่สุด อะไรที่เกี่วกับเคราะห์กรรมนั้นอย่าหมายว่าจะทำออกมาได้ง่ายๆ ท่านว่าต้องใช้ฤกษ์ผานาทีลงจารด้วยกสิณตลอดจนเรียกสูตรว่ามนต์กำกับ ท่านว่ายากหรือไม่กว่าจะทำให้สำเร็จได้ดอกหนึ่งนั้นท่านว่าทำเสียไปไม่รู้กี่ดอก ที่เสีย ที่ไม่เต็มก็ไม่เอามาใช้ ต้องเพียรจารชักยันต์ไปทั้งหน้าหลังเต็มสูตรตามที่ครูท่านเมตตาบอก


    ท่านว่าตะกรุดมหาปัดบาปเคราะห์นี้ พื้นฐานคือมีอำนาจหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรมทั้งหลาย ไม่ใช่ฝืนกฏแห่งกรรมไม่ให้เกิด แต่จะปัดเคราะห์กรรมทั้งหมดออกไปให้พ้นตัว ท่านว่าให้มันเกิดปกติ แต่ทำอย่างไรก็ไม่ถูกตัวหรือต้องตัวเรา ซึ่งวิชานี้ท่านว่ามีอำนาจครอบคลุมในระบบดวงดาวโดยเฉพาะดาวบาปเคราะห์ทั้งหลายด้วย เมื่อพระเคราะห์เสวยอายุ ท่านว่าก็ปล่อยเค้าเสวยไป แต่เค้าจะทำอะไรเราไม่ได้เพราะครูท่านปัดออกหมดด้วยอาถรรพ์แห่งคุณวิชา ใครที่กลัวว่าอนาคตหรือปัจจุบันนั้นดวงจะตกหรือดวงจะแตกท่านว่าเลิกคิดได้เลย ซ้ำในตะกรุดนั้นท่านยังได้ลงวิชาที่ท่านถนัดเสริมไว้อีกคำรบหนึ่งด้วย นั่นคือวิชามหาสะเดาะ ท่านว่ากันไว้ถึงสองชั้น นอกจากปัดออกแล้ว หากยังมีเคราะห์กรรมเหลือหลุดรอดเข้ามาได้เมื่อมาเจอกับมหาสะเดาะทุกอย่างก็จะสงบลง ท่านว่าไม่ต้องไปหาที่สะเดาะเคราะห์ที่ไหนอย่างใดให้เสียเวลาอีก เพราะพอเคราะ์กรรมความซวยความตกต่ำทั้งหลายมาถึงเจอคุณวิชาต่างๆเหล่านี้ ครูท่านทั้งปัดทั้งสะเดาะให้เราในตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนั่นเอง ท่านว่าตะกรุดนี้มีวิธีใช้ง่ายๆนั่นคือให้พกติดตัวไว้ตลอดอย่าห่างตัวเพียงเท่านั้น


    ตะกรุดมหาปัดบาปเคราะห์นั้นท่านว่าเป็นวิชาที่แปลก เพราะหากมันอยู่กับตัวเราติดตัวเราตลอด ในระหว่างที่มันอยู่กับเรานั้นมันจะดูดซับเคราะห์กรรมและสิ่งไม่ดีต่างๆที่สะสมไว้ในร่างกายของเราออกมา วิชานี้จึงประสานเข้ากับคุณวิเศษของเพชรพญาธรขั้นกายสิทธิ์ได้อย่างลงตัว ท่านว่าวิชานี้ดูดซับและขับออกมาลงในตัวเพชรพญาธร ส่วนตัวเพชรพญาธรนั้นก็มีอำนาจกินพิษกินความซวยทั้งหลายที่อยู่ในร่างกายเราเป็นอาหารเพิ่มฤทธิ์ให้กับตัวเอง


    พ่ออาจารย์ท่านจึงเน้นย้ำว่าเครื่องรางเช่นนี้ย่อมไม่ปรากฏมีขึ้นโดยง่ายแน่ๆ โดยท่านทำตามโองการฟ้าที่ท้าวสักกะเทวาท่านแนะนำให้สร้างในรูปแบบเพชรพญาธรถือพิณหน้าเทพนั่งอยู่บนฐานที่เป็นเพชรพญาธรจำแลงอีกคำรบหนึ่ง ท่านว่าหน้าเทพนั้นมีฤทธิ์ดึงดูดและสะกดคนทั้งหลาย ดึงดูดสิ่งที่เราปรารถนาทำให้เจ้าของมีสง่าราศีสูงส่งกว่าชนทั้งมวล ส่วนร่างจำแลงนั้นมีหน้าที่ดูดกลืนอาถรรพ์และทำงานต่างๆตามเเต่ผู้เป็นเจ้าของจะปรารถนา


    ท่านว่าพระเพชรของท่านนั้นยิ่งคนใช้มีเคราะห์กรรมเท่าไหร่ยิ่งมีฤทธิ์แรงมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเอาติดตัวไว้ได้นานเท่าไหร่ ยิ่งมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เพราะว่าเค้ากินพิษ กินเคราะห์กรรม กินคุณไสยฝ่ายต่ำ กินตะกอนเวรกรรมและสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเป็นอาหาร รวมไปถึงอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหลาย นี่เห็นหรือไม่ ท่านว่าเค้ากินหมดอะไรที่ว่าไม่ดีไม่งามในตัวเรา เค้ากินไปก็ยิ่งเพิ่มฤทธิ์ให้กับเค้า มันจึงเข้าทำนองว่าได้ประโยชน์ร่วมกัน เค้าก็อยากจะช่วยเรากินมากๆเพื่อเพิ่มฤทธิ์ให้ตัวเองเรียกว่าเสพย์เพื่อฤทธานุภาพ ส่วนตัวเรานั้นเมื่อพระเพชรเสพย์สิ่งปฏิกูลทั้งหลายในตัวเราออกไปแล้วเราก็จะดูอ่อนกว่าวัยกลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดขึ้นมาทันตาเห็น พอสิ่งอาถรรพ์ทั้งหลายหมดไปเรื่องดีๆมันก็จะตามเข้ามาไม่รู้จักหมด ท่านว่าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรเลี้ยงเค้าเอาแค่ว่าตราบใดยังอยู่ในกฏแห่งกรรมยังโดนดาวบาปเคราะห์จรทับตามวาระอยู่พูดง่ายๆตราบที่ยังหายใจเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรให้เค้ากิน


    พระเพชรของท่านนั้นท่านว่ามันแปลกและดีเช่นนี้ ท่านว่าพระเพชรนั้นเก่งเหมือนกับเทวดาองค์หนึ่งเลยแต่เค้าสามารถทำอะไรทั้งหลายที่เค้าประสงค์ได้มากกว่าเทวดา และตัวเค้านั้นยังมีความรู้ครอบคลุมในทุกศาสตร์วิชาทั้งสิบแปดศาสตร์ พ่ออาจารย์ท่านนั้นสร้างพระเพชรขึ้นมาโดยกำกับมหามนต์ลงไปหลายบท ทั้งมนต์มหาระงับดับทุกข์ มนต์พระกาฬ มนต์จักราวุธพระเจ้าห้าพระองค์ ... ท่านว่ามนต์ทั้งร้อยแปดชนิดท่านใส่ไปทั้งสิ้นเพื่อให้พระเพชรนั้นมีฤทธิ์ทุกด้านตามที่ท่านชุบขึ้นมา


    โดยท่านใช้แร่กายสิทธิ์หล่อพระเพชรขึ้น ท่านว่านี่เป็นพระเพชรเนื้อกายสิทธิ์หรือกายศักดิ์สิทธิ์อันเป็นวรรณะที่อยู่สูงสุดของเพชรพญาธร ใช่แต่เพียงเท่านั้นท่านยังใช้มนต์กำกับให้พระเพชรเสพย์เหล่าเพชรพญาธรวรรณะทองซึ่งมีฤทธิ์รองลงมาจนครบร้อยแปดครั้ง ซึ่งทั้งร้อยแปดครั้งนั้นท่านว่าเหล่าเพชรพญาธรวรรณะทองคำทั้งหลายล้วนแต่ยอมพลีเลือดเนื้อร่างกายของตนให้กับพระเพชรทั้งสิ้นเพื่อฤทธิ์เดชและอำนาจอันเป็นที่สุด ท่านว่าพระเพชรรุ่นนี้จะเรียกว่าเป็นเจ้าในหมู่เพชรพญาธรก็ไม่ผิดเพราะได้เสพย์เพชรพญาธรวรรณณะทองถึงร้อยแปดหน จะหาเพชรพญาธรที่มีฤทธิ์เช่นนี้อีกเป็นไม่มี และเรื่องเมตตามหาเสน่ห์นั้นท่านว่าอย่าไปคิดมาก ขนาดเลือดเนื้อเค้ายังพลียอมเป็นอาหารให้ได้ จะนับอย่างใดกับคนใช้ ปรารถนาอะไรก็อธิษฐานเอาเถิด


    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระเพชรนั้นนอกจากกินสิ่งไม่ดีและอาถรรพ์ทั้งหลายแล้ว เค้ายังกินอาคมมาเพิ่มฤทธิ์ให้กับตัวเองด้วย ท่านว่าไม่ต้องห่วงไปว่าจะไปทำร้ายไปดูดกลืนพลังงานพระเครื่องของใครท่านว่าข้อนี้ไม่ต้องห่วง ท่านกำกับมาดีแล้ว อาคมทั้งหลายนั้นไม่ได้มีเฉพาะในพระเครื่อง แต่ในสถานที่อาถรรพ์ต่างๆที่วันๆนึงเราเดินผ่านหรือโคจรผ่านไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยตลอดจนอาคมทั้งหลายอันผู้มีวิชาปล่อยมาในอากาศท่านว่านี่มีเยอะมาก เต็มไปหมดทุกรูทุกเลี้ยวเพียงแค่เรามองกันไม่เห็น สิ่งเหล่านี้เค้าล้วนเสพย์ล้วนกินได้ตลอดเวลาเพิ่มฤทธานุภาพให้กับเค้า หน้าที่ของเรามีเพียงพกเค้าอย่างเดียวเท่านั้น พกให้โดนเนื้อโดนร่างกายเป็นดีที่สุด ท่านว่าที่พูดนี่ยังน้อยเพราะนอกจากนั้นแล้วเค้ายังกินพลังของภูติผีปีศาจตลอดจนคุณไสยมนต์ดำด้วย


    วิธีใช้
    พ่ออาจารย์ว่าให้ยกพระเพชรขึ้นจบหัว ตั้งจิตให้ว่าง ให้จิตเบา สบายๆ อย่าร้อน อย่าขุ่นมัว จับอารมณ์ให้สบายๆนึกถึงสายน้ำนึกถึงธรรมชาติต้นไม้สีเขียวทั้งหลายให้อารมณ์เราจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านี้ แล้วอารมณ์เราจะเย็นจะสบายไม่ร้อนหรือขุ่นมัวตามที่กล่าวแต่ต้น ทำเช่นนี้สักพักหนึ่งไม่ต้องอธิษฐานอะไรทั้งสิ้นเพียงเท่านี้ท่านว่าก็ใช้ได้แล้ว มันง่ายเพียงเท่านั้น ท่านว่าเพราะพระเพชรนั้นเค้ากินอารมณ์เราเป็นอาหาร ถ้าทำได้เช่นนี้ก็เป็นเสน่ห์เป็นโชคลาภอย่างที่สุดแล้ว วันนั้นจะมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเราไม่รู้หมดรู้จบรู้สิ้น เมื่อทำจิตให้เบาสบายแล้วก็ให้นำพระเพชรมาพกไว้จะส่วนไหนของร่างกายก็ได้ แต่ให้ติดเนื้อต้องตัว อย่าเอาไว้ห่างตัวเราเด็ดขาด ท่านว่าให้รักษาให้ดีดุจของคู่ชีวิตนั่นทีเดียว


    พระเพชรกายสิทธิ์นั้นพ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้ทั้งหมดเก้าองค์ ท่านว่าให้คนรับตั้งใจใช้ให้ดี ไม่ต้องไปทนุถนอมอะไรเค้ามาก ใช้ให้เต็มที่ให้โดนเนื้อโดนตัวไปไหนไปกันเค้าชอบเช่นนั้น ถ้าจะมีความปรารถนาสิ่งใดเป็นพิเศษก็ให้ตั้งอารมณ์ให้ดีและบอกกล่าวความปรารถนานั้นไปให้เพราะเพชรเค้ากินอารมณ์ของเราแล้วเค้าก็จะสนองงานให้กับเราเอง ท่านว่าเครื่องรางเช่นนี้ทำยากเพราะมันแก้ดวง แก้จุดอับจุดบอดในชีวิตได้ทั้งหมด อาถรรพ์ร้ายโรคภัยทั้งหลาย สรรพสิ่งอุบาทว์อันชักนำมหันต์ทุกข์หาความสุขไม่ได้ทั้งหลายมันกันและแก้ทางกันหมด และกว่าจะทำได้ท่านว่าเล่นซะจนเหนื่อยเหมือนกัน ดังนั้นท่านจึงตั้งใจไว้แต่เริ่มว่าจะทำเพียงครั้งเดียว ทำให้ครั้งเดียวแล้วจบกันท่านว่าจะไม่ทำอีก ให้คนที่เค้ามีความประสงค์ที่จะบูชาครูเพชรพญาธรจริงๆเท่านั้นไปบูชา ใครได้ไว้ก็ถือเสียว่าเขาทำบุญมามากและมีวาสนาต้องกันจริงๆ


    คาถาบูชา
    โอมพระเพชรพญาธร เธอเสด็จจรขึ้นบนอากาศ กูจะตวาดเรียกให้มึงมา โอมปลุกมหาปลุกกูจะปลุกมึงให้ลุก ลุกแล้วอย่านั่ง เจ้าครูกูสั่งให้มึงไปเรียกไปหา กูจะเรียกมึงมา กูจะใช้มึงไปหา.......(พูดสิ่งที่เราปรารถนา)...มาให้กับกู มาเรโสเอหิพุทธานุภาเวนะ มาเรโสเอหิธัมมานุภาเวนะ มาเรโสเอหิสังฆานุภาเวนะเอหิ


    * พระเพชรพญาธรทั้งเก้าองค์นั้นเปิดให้จองเฉพาะทาง PM เท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลคนรับไว้ด้วย ท่านจะทำการเจิมผงอิทธิเจและทำการเจิมน้ำมันเสน่ห์ปลุกจิตของครูเก่าให้และจะอธิษฐานให้พระเพชรท่านประสิทธิ์ในทุกกิจที่เจ้าของปรารถนาอีกคำรบหนึ่ง รายได้ทั้งหมดร่วมบุญวิหารทานสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระเพชรกายสิทธิ์จำแลง(มหาปัดบาปเคราะห์) บูชา 4,000 บาท
    gr_ir_Pk_Ti.jpg
    SAM_5230.jpg SAM_5231.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...