ร่วมทำบุญบูชา พระขุนแผนจอมมนตราคู่อุปถัมภ์สองบารมี(ทับจันทรา) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา พญางั่งเป็นหนึ่งเศียรโล้นสำเร็จกุมาร{(ภาคหากิน)ฝังประคำโทนแทนครู ธิดาสรวง}

    ...มหาธาตุกายสิทธิ์ลงถม เป็นหนึ่งในศาสตราวิชาครูที่พ่ออาจารย์ท่านจะไม่ทำโดยปกติ ซึ่งนับว่าเป็นการกระทำที่ใช้ความเพียรพยายามอย่างมาก พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะสำเร็จเป็นพญางั่งเศียรโล้นนั้น ต้องผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมาย นั่นคือท่านต้องนำธาตุกายสิทธิ์มาเทเป็นพระขุนแผนก่อนจากนั้นจึงนำมาปลุกเสก และนำพระนั้นมาเคี่ยวด้วยไฟพระเวทย์ หล่อหลอมและเทใหม่เป็นพญาแผนแสนพลพ่ายซึ่งไม่ใช่รูปทรงพิมพ์พระพุทธเจ้า เมื่อเสร็จแล้วจึงทำการอัดวิชาเมตตามหาเสน่ห์ตามสายฆราวาส และหลังจากนั้นก็นำมาเคี่ยวและหล่อหลอมใหม่ เทเป็นพญางั่งเศียรแหลม อัดวิชาพ่องั่งผู้เป็นเอกในจักรวาล ก่อนจะสิ้นสุดด้วยการเทพญางั่งเศียรโล้นภาคสำเร็จกุมาร ท่านว่านี่คือมหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ลงถม ทุกอย่างมีฤกษ์ยาม ทำได้ยากอย่างยิ่งกว่าจะสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


    พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ผ่านมานั้นหลายคนมีความทุกข์ ทุกข์จากความต้องการของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ประสบอยู่มันสวนทางกับความต้องการของตน ไม่ได้ทุกสิ่งเสมอใจบ้าง ทุกข์จากปัญหาความรักบ้าง ทุกข์เกิดจากสังคมแวดล้อมบ้าง ทุกข์เกิดจากอาชีพการงานและปัญหาเศรษฐกิจปัญหาครอบครัวบ้าง ท่านว่าแต่ละคนนั้นก็มีปัจจัยปัญหาแตกต่างกันไป อันขึ้นชื่อว่าเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นจะหาที่สมบูรณ์พร้อมได้ก็ไม่มี กอปรกับหลายคนถามถึงพญางั่งนั่งแพะและพระเพชรจำแลงซึ่งมากมีประสบการณ์กันเข้ามาว่าจะหาเครื่องรางแบบนี้ได้ที่ไหนอีก พ่ออาจารย์ท่านจึงให้เปิดเผยเรื่องราวของพญางั่งเป็นหนึ่งเศียรโล้นสำเร็จกุมาร(ภาคหากิน) ท่านว่านี่คือที่สุดของวิชาในสายของพญางั่งแล้ว แม้วิธีการจะสร้างและทำนั้นก็ยากอย่างยิ่ง ทำไมต้องเป็นงั่งเศียรโล้น งั่งสำเร็จกุมาร หลายคนคงสงสัยกันในจุดนี้


    พญางั่งเศียรโล้นนั้น ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่ใช่ของต่ำ ไม่ใช่เดรัจฉานวิชา หากแต่เป็นพญางั่งที่อัญเชิญนิรมาณกายขององค์พระสยมลงมา พ่ออาจารย์ท่านอธิบายว่าหลายๆคนที่มีความทุกข์ยาก ทำคุณคนไม่ขึ้น ใช้ของไม่ขึ้น ไม่ประสบความสำเร็จในความรัก ในหน้าที่การงาน ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตหรือในสิ่งใดๆเลยก็ดี สิ่งเหล่านี้ท่านว่างั่งเศียรโล้นนั้นแก้อาถรรพ์ พลิกดวง ขับเสนียด ทำลายสถานการณ์ตกอับเหล่านั้นได้ทั้งสิ้น

    ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ความต่างของพญางั่งธรรมดาที่มีเศียรแหลมกับพญางั่งเศียรโล้นนั้นมีความต่างกันอยู่มากมายมหาศาล และเพราะความต่างนี้ตลอดจนหาผู้รู้จริงที่จะสร้างจะเสกงั่งเศียรโล้นจริงๆไม่ได้ ภายหลังครูบาอาจารย์จึงไม่นิยมสร้างกัน จะมีสร้างกันก็เฉพาะงั่งเศียรแหลมนั่นเอง

    ที่ว่าต่างกันนั้น ต่างกันอย่างไร เพราะพญางั่งเศียรโล้นนั้นเป็นงั่งที่ขยัน เป็นงั่งหากินเขาไม่นั่งเฉยๆอยู่กับที่ เรียกว่าเป็นภาคหากินของพญางั่งก็ไม่ผิด โดยปกติแล้วแม้พกบูชาพญางั่งเศียรแหลมธรรมดาพ่ออาจารย์ท่านว่าก็เป็นเมตตามหาเสน่ห์มหานิยมแก้ดวงแก้เสนียดได้แรงพออยู่แล้ว แต่กับพญางั่งเศียรโล้นนั้นนับได้ว่าต่างกันมาก เพราะในปางนี้พ่องั่งจะไม่สนใจวิธีการใดๆทั้งสิ้นในการทำที่จะให้ได้มาซึ่งทุกสิ่งให้สมตามเจตนารมณ์และความปรารถนา ท่านว่าใช่และถูกต้องแล้วทุกสิ่งนั่นแหละทั้งความรัก การงาน การทำมาหากิน ทุกอย่างต้องดีขึ้น ท่านช่วยทั้งหมดโดยไม่สนใจกันทีเดียวว่านั่นจะเป็นเรื่องสุจริตหรือไม่ ทั้งยังไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆเพราะท่านถือว่าเป็นธุระของท่าน หน้าที่ของท่าน เทพพรหมใดๆก็มายุ่งหรือก้าวก่ายไม่ได้ คือพ่องั่งนั้นท่านให้ความรักและเมตตาช่วยเหลือโดยไม่สนใจเลยว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด ถูกก็ช่วยผิดก็ยังช่วย ช่วยไปทุกสิ่งตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต นี่คือความรักของพ่อที่มีต่อลูกอย่างแท้จริง แต่โบราณนั้นจึงถือว่าพ่องั่งเศียรโล้นนั้นเป็นพ่องั่งไร้ศีลธรรม พ่ออาจารย์ท่านว่าอาจจะฟังดูแรงไปบ้าง แต่เอาเข้าจริงๆแล้วด้วยด้วยคุณแห่งครูบาอาจารย์และพระเวทย์วิชานั้นถือว่าไม่เกินเลยไปเลย ก็ในเมื่อยังมีตัณหา มีความปรารถนามีความต้องการที่จะเอาดีทางโลกกันอยู่ เช่นนั้นเรื่องบางอย่างมันย่อมขัดกับศีลธรรมทีเดียว แน่นอนว่าพระก็ยุ่งไม่ได้ เทพก็ช่วยไม่ได้ ดังนั้นพ่องั่งเศียรโล้นจึงเป็นภาคที่พญางั่งจุติขึ้นมาเพื่อช่วยในกิจต่างๆเหล่านั้นให้ได้ ให้สำเร็จในทุกช่องทางไม่เลือกวิธีการนั่นเอง


    พ่ออาจารย์ท่านว่าจะทำทั้งที ให้ทำรูปร่างน่าเกลียดคนเค้าก็จะไม่กล้าห้อยกัน จึงทำองค์ขนาดปกติกำลังพอดี ท่านว่าจะได้ใช้กันได้ไม่รู้สึกลังเลใจว่าใครจะเห็น พ่ออาจารย์ท่านแกะแม่พิมพ์พ่องั่งนี้ให้อยู่ในซุ้มแบบพระขุนแผนพรายกุมารของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ท่านว่านี่ไม่ใช่พระพุทธแต่เป็นพ่องั่ง และเป็นพ่องั่งภาคสำเร็จกุมารเสียด้วย ท่านว่าลำพังวิชาของพญางั่งเศียรโล้น ตัวพ่องั่งเศียรโล้นก็มีคุณสมบัติเป็นเอกในสิ่งที่เครื่องรางทุกชนิดไม่มีและไม่สามารถช่วยได้อยู่แล้ว แต่นี่ท่านตั้งใจสร้างให้เป็นพ่องั่งภาคสำเร็จกุมารอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าหากเป็นพระขุนแผนเป็นรูปพระพุทธเจ้าที่อยู่ซ้ายขวานั้นก็เป็นพระโมคคัลลาน์พระสารีบุตรไม่ใช่กุมารทองอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ แต่เมื่อท่านทำและตั้งใจทำเป็นพ่องั่งเศียรโล้นแล้ว ท่านจึงตั้งใจเสกขึ้นรูปซ้ายขวาให้เป็นกุมารทองอย่างแท้จริง ทั้งยังเมตตาอัดพลังอัดเวทย์วิชาเพื่อให้เขาเป็นกุมารทองที่เก่งและใช้งานได้ง่ายอีกด้วยท่านว่าเก่งกาจและซนได้ที่ทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าพ่องั่งเขาจะได้มีบริวารช่วงใช้ ช่วยกันหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นกิจเล็กๆหรือการณ์ใหญ่ๆก็ดีย่อมสำเร็จทั้งสิ้น นี่คือพญางั่งภาคสำเร็จกุมารเป็นพญางั่งที่มีบริวารคอยเกื้อหนุนช่วยเหลือ ดังนั้นท่านว่าเราเป็นคนใช้ไม่ต้องไปสนใจตรงนั้นเลย ในโลกทิพย์ท่านคุมและจัดการของท่านกันเอาเอง พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่ากุมารนี้เป็นทิพย์เป็นเทวภูติไม่ต้องเลี้ยงใดๆ พ่องั่งท่านเลี้ยงของท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าพอได้แม่พิมพ์มาท่านก็ต้องนำมาลงหัวใจพญางั่งเสกด้วยวิชาพระเจ้าเข้าเรือนแก้ว พร้อมทั้งกำหนดจิตเสกขึ้นรูปกุมารทองไว้ก่อน ท่านว่าทุกอย่างพร้อมและสำเร็จตั้งแต่เป็นแม่พิมพ์ทีเดียว

    ดังที่กล่าวไปแล้ว ว่าจะทำทั้งทีต้องทำให้เต็มสูตร พ่ออาจารย์ท่านว่ามันไม่ใช่แค่รูปร่างนึกอยากทำก็ทำได้ ครูพระสยมนั้นท่านบอกว่าถ้าจะทำพ่องั่งเศียรโล้นให้สำเร็จทรงอิทธิฤทธิ์เปี่ยมด้วยมหากรุณาอันเอื้ออารีย์ต่อผู้ใช้อย่างแท้จริงแล้วนั้น จะต้องเตรียมมวลสารถึงเก้าชนิด ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านพูดว่าเรามีหน้าที่หาหน้าที่ทำ บอกได้คำเดียวเลยว่าสิ่งที่ท่านกำหนดนั้นหายากทั้งสิ้น ล้วนแต่ของที่มีอาถรรพ์ผิดธรรมชาติทั้งนั้นแต่ก็ไม่ต้องกลัวไปเพราะไม่ใช่ผีไม่ใช่ภูติพรายแต่อย่างใด ที่ว่าอาถรรพ์ผิดธรรมชาตินั้นเพราะมีประจุพลังงานฟ้า พลังเทพมีเทพวิญญาณถือครองอยู่กว่าจะได้ครบเก้าสิ่งจึงเป็นเรื่องยากและบอกใครไม่ได้ ท่านว่าทุกสิ่งนั้นท่านพลีมาและบดเป็นผงทำผงฝังด้านหลังพญางั่งนั่นเอง ท่านว่าจะทำทั้งทีก็ต้องให้ครบสูตร ครบและแรงตามเจตนาครู เจตนาฟ้า เจตนาองค์พระสยมภูวญาณท่านกำหนดมาจะให้ผิดพลาดไม่ได้ นั่นแหละจึงจะได้ชื่อว่าเป็นพญางั่งเศียรโล้นที่จะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลเราในทุกเรื่องจริงๆ เป็นพญางั่งภาคหากินช่วยด้วยความรักของพ่อที่มีต่อลูกโดยไม่สนศีลธรรมอย่างแท้จริง

    พญางั่งเศียรโล้นนั้นดานหลังพ่ออาจารย์ท่านฝังสิ่งสำคัญต่างๆล้วนแล้วแต่ของที่มีอำนาจและอาถรรพ์ในตนเองทั้งสิ้น ดังต่อไปนี้

    - ประคำโทนแทนครู ท่านว่าหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเอาของที่เป็นตัวแทนพระตัวแทนเทพเจ้าอย่างประคำโทนแทนครูนี้มาฝังงั่ง ท่านว่าก็พ่องั่งของท่านใช่ของต่ำหรือเดรัจฉานวิชาเสียเมื่อไหร่ หากแต่เป็นภาคหากินขององค์พระสยมภูวญาณทีเดียว ภาคนี้เป็นภาคเทพสูงกว่างั่งธรรมดา จะห้อยคอก็ได้หรือคาดเอวก็ไม่น่าเกลียดขอแค่ให้พ่องั่งโดนเนื้อโดนตัวเราก็พอ นอกจากนี้ที่ฝังไว้ก็เพื่อสื่อความหมายเป็นนัยน์ว่านี่ไม่ใช่งั่งทั่วไปหรืองั่งท้องตลาดแต่อย่างใด แต่เป็นงั่งครู งั่งวิชา อันประคำโทนนั้นดีและวิเศษอย่างไร พ่ออาจารย์ท่านว่าประคำโทนนั้นมีวิธีการทำที่ยุ่งยากซับซ้อนมากกว่าประคำธรรมดาหลายเท่าในวิชาการทำประคำ เมื่อสำเร็จแล้วเป็นของมีอานุภาพมากท่านว่าสามารถใช้แทนสังวาลประคำสายที่มีจำนวน 108 เม็ดได้ไม่ต่างกันเลย หากแต่ประคำโทนนั้นแรงกว่าเรียกว่าพกลูกเดียวจบ ทั่วพิภพจบแดนนี้ไม่ต้องไปหาอะไรอีก ไม่ต้องไปคาดสังวาลย์ประคำให้เกะกะแต่อย่างใด ท่านว่าการทำประคำโทนนั้นทุกขั้นตอนล้วนมีพิธีกรรมมีการภาวนาพระคาถากำกับทั้งสิ้น ซ้ำเวลาเสกยังต้องอธิษฐานจิตด้วยสูตรพระคาถารัตนมาลาอันสูงสุด ท่านย้ำว่าต้องเอาคุณจากประคำทั้ง 108 เม็ดมารวมไว้ในเม็ดเดียว พระทั้ง108 ครูทั้ง 108 ฤาษีทั้ง108 เทพยดาทั้ง108 พรหมทั้ง108 รวมกันอยู่ในนี้ทั้งสิ้น ท่านว่าไม่ง่ายหรอกนะกว่าจะได้แต่ละลูกถือมั่นถือให้ดีครูลงกันหมดแล้วสถิตย์แล้ว ท่านว่าทำยากต้องลงตะกรุดฝังอาถรรพ์ทำผงผสมผงเฉพาะ กว่าจะลงรักกว่าจะเสก ดังนั้นประคำโทนนี้ท่านจึงว่ามีคุณทุกทาง ใช้ได้ทุกอย่าง ท่านว่าวิชาการทำลูกประคำจริงๆนั้นทำยากมาก หลายๆที่ส่วนใหญ่จึงมักจะซื้อมาเสกไม่ค่อยทำกันตามวิธีการ ส่วนใหญ่จะเป็นประคำตลาดพระทั้งท่าพระจันทร์วัดราชนัดดาเป็นประคำสำเร็จรูปจากไม้มงคลก็ดีหรือที่เป็นแร่เหล็กก็ดีถือเสียว่าซื้อมาเสกเป็นใช้ได้ ท่านว่าของๆท่านนั้นจะให้ทำเป็นลิเกหรือสุกเอาเผากินเช่นนั้นไม่ได้ ประคำโทนนั้นเอาไปต้องเปลี่ยนชีวิตเขาได้ ขั้นตอนมีอย่างไรวิธีการแบบใดก็ใจเย็นๆค่อยๆทำไปไม่ได้รีบ ทำแล้วต้องเอาให้ขลังให้ใช้ได้ ท่านว่าประคำจริงๆนั้นมีอานุภาพใหญ่มาก ทั้งจะทำให้เกิดเมตตา ใช้เจริญภาวนาเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงภัยอันตรายต่างๆก็ดี ใช้ป้องกันอันตรายได้สารพัด ท่านว่าหากจิตจดจ่ออยู่กับประคำนี้หมั่นสวดมนต์ปฏิบัติภาวนาอย่างต่ำก็ได้โลกีย์ฌาน เพราะเวลาทำมันต้องตั้งสติเจริญสติ สติตัวนี้และอานุภาพของครูประคำนี่แหละ จะทำให้สำเร็จฌานโลกีย์ได้ นอกจากนั้นยังสามารถพัฒนาเป็นมรรคเป็นผลได้อีก ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงถือว่าประคำโทนนั้นเป็นที่สุดของครูประคำจริงๆ ท่านได้เมตตานำมาฝังไว้ในพ่องั่ง เพื่อให้เป็นงั่งครู งั่งวิชา เป็นพ่องั่งที่เก่งมีฤทธิ์มีตัวสามารถใช้วิชาได้ร้อยแปดพันประการ ซ้ำประคำนี้ท่านว่าในสายไศวะนิกายนั้นให้ความสำคัญนักอย่างยิ่งยวด เป็นเครื่องระลึกถึงองค์พระศิวะหรือพระสยมได้เป็นอย่างดี
    - ธิดาสรวงหรือแม่นางฟ้า พ่ออาจารย์ท่านว่าสุดแล้วแต่จะเรียกนะเรียกได้ทั้งสอง ท่านหล่อธิดาสรวงนี้ขึ้นมาจากธาตุกายสิทธิ์โดยเฉพาะ แต่เดิมนั้นท่านว่าวิชานี้คล้ายวิชานางพิมอยู่บ้าง เป็นรูปของหญิงสาวท้องแก่กำลังคลอดบุตร ต่างกันที่วิชานางพิมนั้นเด็กเขาเอาขาออกมา แต่ธิดาสรวงนั้นเด็กเอาหัวออกมา ท่านว่าท่านทำไว้แล้วก็นำมาเสกเรียกชื่อว่าแม่นางฟ้าเพราะท่านเห็นญาณนางฟ้าอยู่จริงๆ ซ้ำลูกของแม่นางฟ้านั้นก็เป็นเทพกุมารที่มีฤทธิ์มากเสียด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าธิดาสรวงนี่ดีนะ เป็นสัญลักษณ์ของการให้กำเนิด การเกิดขึ้นของสิ่งดีๆ ดังนั้นนี่จึงเป็นสัญลักษณ์ของการกำเนิดชีวิตใครพังใครจมใครล้มเหลวมาอธิษฐานบอกกล่าวแม่นางฟ้าให้ท่านชุบตัวชุบชีวิตขอเกิดใหม่จากท่านเป็นได้เรื่อง พลิกฟ้าพสุธาหงายเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือกันทุกคน ท่านว่านอกจากนี้พกไว้กับตัวยังให้คุณในทุกทางออกได้ทุกด้านเลยตั้งแต่เสน่หาเมตตาไปจนถึงคงกระพันซึ่งปกติจะไม่มีอยู่ด้วยกัน นอกจากนั้นสำหรับคนที่ต้องสอบต้องมีการแข่งขันในธุรกิจหน้าที่การงานหรือสิ่งที่จะกระทำต้องต่อสู้แย่งชิงแข่งขันกับคนอื่นท่านว่าบนบอกแม่นางฟ้านี่ได้ผลชะงัดนัก เรื่องพวกนี้ท่านชอบช่วยเหลือผู้บูชาจริงๆ ลูกๆของท่านจะต่ำกว่าคนจะจนกว่าเขาไม่ได้ จะแพ้ไม่ได้ต้องชนะอย่างเดียว นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังย้ำอีกว่ารูปแม่นางฟ้าหรือธิดาสรวงนี้เป็นรูปอาถรรพ์ หากนำไปติดตัวคล้องคอบูชาไว้ใครที่มีเสนียดหรืออัปมงคลใดๆติดตัวแก้ไขไม่ได้เอาไม่ออก ท่านว่าอาถรรพ์ทั้งหลายนี่หลุดหมดนะ ภูติผีปีศาจทั้งหลายเกรงกลัวมาก เดรัจฉานวิชาไสย์ดำต่างๆเข้าใกล้ไม่ได้ทำอันตรายไม่ได้เลย ท่านว่าบอกได้เท่านี้ เอาว่าชีวิตอยู่ดีกินดีและปลอดภัยก็แล้วกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อนำธิดาสรวงมาฝังในพ่องั่งนี้พลังและธาตุตลอดจนทุกสิ่งล้วนเกื้อกูลกัน สองอย่างนี้ถ้าแยกกันอยู่ก็แล้วไป แต่หากรวมกันเช่นนี้ ความสมบูรณ์ถึงขั้นมหาอุดมจะเกิดขึ้นกับผู้บูชาจะรู้เองเห็นแท้แก่ใจประจักษ์กับตาตนเอง ท่านว่าได้สมใจในทุกสิ่งที่ปรารถนาทีเดียว
    - ตะกรุดเมตตาพรหมวิหารธรรม ท่านว่าครูแต่โบราณนั้นถือคติว่าวิชาเมตตาของพระพรหมนั้นเป็นวิชาสูงสุด บางที่ก็ย่อและดัดแปลงไปใช้ในทางจีบสาวทางกามตัณหาอยู่มาก เพราะถือเป็นมหาเสน่ห์อย่างใหญ่หลวง รูปงามดุจพรหมวิชานะหน้าพรหมนี้ล้วนเป็นสิ่งที่สูงกว่ารูปที่ว่างามของมนุษย์ ครุฑธา หรือเทวราช ท่านว่างามกว่าวิชานะหน้าทองหรือพระลักษณ์หน้าทองเป็นไหนๆ เพราะเป็นรูปที่งามที่สุดดุจรูปพรหม ดุจรูปพระมหาสัตว์พระมหาบุรุษอันเป็นเอกในโลกธาตุทีเดียว ตะกรุดเมตตาพรหมวิหารนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นกระแสธารสูงสุดของความเมตตา ท่านว่าเป็นเมตตาล้วนๆไม่มีอุเบกขาการวางเฉยเข้ามาเจือปนเลยพ่ออาจารย์ท่านว่าเราพูดได้เท่านี้คิดเอาเองแล้วกัน ท่านฝังไว้โดยหวังอิทธิคุณแฝดสองประการนั่นคือ ให้พ่องั่งท่านนั้นรักเราดุจเลือดในอก สามารถช่วยเหลือเราได้ทุกสิ่งให้ท่านเมตตาเราโดยปราศจากอุเบกขาการวางเฉยใดๆมาเจือปน ทุกคำขอ ทุกเรื่อง ทุกสิ่งย้อมต้องสัมฤทธิ์ผล กับอีกประการหนึ่งนั่นคือผู้ที่พกตะกรุดไว้จะได้คุณของกระแสพลังความเมตตาอย่างยิ่ง สรรพสิ่งโดยรอบเค้าจะเมตตาเรา มองเราดีขึ้น มองด้วยความอ่อนโยน เห็นเรางามเหมือนพรหมเหมือนมหาบุรุษดูเป็นคนมีสง่าราศีน่าเข้าหาขึ้นมาทันตา
    - ตะกรุดมหาสะเดาะสารพัดกัน ท่านว่าตะกรุดนี้สำคัญนะเพราะรวมวิชาหลายสูตรไว้ในส่วนของหัวใจคาถาสำคัญต่างๆ โดยพื้นฐานแล้วจะมีอำนาจแก้ไขโรคภัยไข้เจ็บ สารพัดโรคสารพัดความเจ็บป่วย กินพลังงานด้านลบดูดกลืนโรคภัยและย่อยสลายไปจากตัวเรา กันโรคร้ายๆโรคแปลกๆผิดธรรมชาติ โรคอันเกิดจากเคราะห์กรรมเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรเจ้าบุญนายคุณทั้งหลาย ท่านว่าปกติวิชาต่างๆจะแก้โรคอันเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรดลบันดาลให้เป็นไปตามเคราะห์กรรมไม่ได้ แต่แปลกที่วิชานี้แก้และกันได้ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นคือโดยพื้นฐานเพราะท่านยึดถือคำพระตถาคตเจ้าว่าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ นอกจากนี้ท่านยังลงวิชานะมหาสะเดาะกับมหากันเสริมลงไปอีกด้วย ท่านว่าจะได้สะเดาะเคราะห์บรรเทาทุกข์โศกและเคราะห์กรรมของคนใช้ เสริมอานุภาพให้พญางั่งโดยเฉพาะ จะได้กินพลังงานลบและเคราะห์กรรมได้มากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ท่านว่าตะกรุดนี้ดีหลายด้านคือนอกจากกันโรคภัยไข้เจ็บแล้วยังใช้กันได้สารพัดสมกับชื่อมหากัน เวลาเรามีเรื่องจวนตัวไม่อยากให้เกิดกับตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ระลึกถึงตะกรุดที่ฝังอยู่นี้ยกขึ้นจบหัวนึกถึงคุณองค์พระสยมผู้ตั้งฟ้าตั้งแผ่นดินเป็นที่สุด อธิษฐานบอกกล่าวว่า ด้วยอานุภาพแห่งมหากันนี้ขออย่าให้เรื่องนั้นๆเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าเลย ให้นึกเอาดีๆว่าเป็นเรื่องอะไรด้วยวิชามหากันนี้เมื่อไม่ปรารถนาแล้วสิ่งเลวร้ายต่างๆย่อมไม่เกิดขึ้นเลย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเวลาเราจะเจอเรื่องไม่ดีและร่างกายเรามีพลังงานด้านลบต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะย่อยสลายไปเป็นพลังงานบวกให้กับพ่องั่ง ท่านว่าก็ชีวิตคนน่ะแหละนะ เกิดมามีกรรมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพระเคราะห์เสริมส่ง จะหาดีได้ในช่วงชีวิตซักกี่วัน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลยว่าร่างกายเราจะไม่มีพลังงานด้านลบเหล่านี้ พ่ออาจารย์ว่านี่แหละคืออาหารของพ่องั่งเศียรโล้นเค้า เค้ากินพลังงานด้านลบเหล่านี้ออกจากตัวเรายิ่งมีเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งแรงเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องเลี้ยงไม่ต้องเซ่น ใช้งานอย่างเดียวสุดแล้วแต่จะใช้ พ่ออาจารย์ท่านว่าสร้างยากเสกยาก เมื่ออาราธนาแล้วก็ได้อย่าถือตัวว่ามีดี และจะลองดีหรืออวดดี ท่านว่าใครๆก็อยากจะมีชีวิตดี แต่เมื่อมีแล้วก็ต้องรู้จักรักษาหรือใช้ให้เป็นด้วย

    คาถาบูชา
    โอม อะหะปะมะอะ กำมะโปน กำตะเบง เมตตาสุเนอ พ่องั่งเอ๋ยเจ้าจงมาสู่หา จงเกยทรัพย์ เอาศรีมาให้กู มานิมานัง มหางั่งตันติ มานิมามะ มามา สวาหะ
    ใช้ทางเสน่ห์ว่า โอมระงั่งตรึงจิตคิดคะนึงตรึงใจ พิศวาทหลงใหลจิตคะนึง คิดถึงกูบ่มิรู้ลืม ใครเห็นก็จิตตรึงคิดถึงกูบ่มิคลาย หญิงชายทั้งหลายก็งวยงงหลงเสน่ห์กู มิเห็นหน้ากูอยู่มิได้ โอมกูจักปลุกพ่องั่งให้มาคลอเคลียอยู่ในตัวกู โอมตื่นมหาตื่น โอมลุกมหาลุก โอมสวาหะสวาหุม เอหิปิยังมะมะ มามะมามา โอมระงั่ง งงงวย มหางงงวย ระงะระงั่ง มะมะสวาหะ มะมะสวาหุม มะมะโอม

    * พ่ออาจารย์ท่านเมตตาจัดสร้างไว้ได้ทั้งหมด 9 องค์ สำหรับผู้ที่จะบูชาท่านว่าให้แจ้งเข้ามาทาง PM เท่านั้น พร้อมกับชื่อนามสกุล พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมบอกกล่าวประสิทธิ์พร้อมกันนี้ท่านยังจะเมตตาลงเหล็กจารนะพลิกแผ่นดินพร้อมกำกับฝากฝังเราไว้กับพ่องั่งให้เป็นการพิเศษอีกด้วย รายได้จากการบูชาร่วมทำบุญยกพื้นพระอุโบสถเพื่อยกฐานชีวิตต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พญางั่งเป็นหนึ่งเศียรโล้นสำเร็จกุมาร{(ภาคหากิน)ฝังประคำโทนแทนครู ธิดาสรวง} บูชา 4,000 บาท

    1403875688.jpg 701465050.jpg SAM_5340.jpg SAM_5341.jpg Luos-108-_Red-_Wood-_Beads-_Tibetan-_Buddhist-_Prayer-.jpg
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลแทนครูมหาปฐมพุทธพิมพ์(สมเด็จพระอนันต์คุณอดุลย์ศาสดา)

    ปฐมบทแห่งพระพุทธานุภาพ

    "ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายทั้งปวง "

    พ่ออาจารย์ท่านมีความตั้งใจจะสร้างพระสำเร็จหรือพระสมเด็จก็เรียก สืบสานวิชาเก่าของบูรพาจารย์นั่นคือองค์สมเด็จโต ซึ่งท่านว่าในสมัยนี้จะหาคนทำให้ครบสูตร ครบรสได้ยากเต็มทีแล้ว ท่านจึงมีดำริจะทำให้ดีอย่างที่สุดไว้เสียรุ่นหนึ่ง ในกาลนี้ท่านได้เมตตาใช้นิมิตมหามงคลหลายสิ่งมาประกอบกันเพื่อจัดสร้างพระสมเด็จรุ่นมหาปฐมพุทธพิมพ์หรือที่ท่านเรียกว่าสมเด็จพระอนันต์คุณอดุลย์ศาสดานั่นเอง


    พระสมเด็จรุ่นนี้แต่เดิมนั้นท่านมีดำริจะสร้าง เพราะด้วยพุทธานุภาพของเสด็จพระใหญ่หรือองค์ปฐมนั้น ได้มีโองการลงมา พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จท่านตั้งใจไว้ว่าจะให้เราทำในรูปแบบอกร่องฐานเก้า คล้ายๆพระเกศไชโย เพื่อให้คนได้อาราธนานอกจากจะได้นึกถึงพระพุทธานุภาพของเหล่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายซึ่งเปี่ยมด้วยมหากรุณาต่อสรรพชีวิตไม่มีประมาณแล้วยังเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้ระลึกถึงคุณมารดาผู้ให้กำเนิดที่เสียสละเลือดในอกให้เราดื่มกินจนพ่ายผอมอีกโสตหนึ่ง ซึ่งพระสมเด็จนี้หาใช่รูปพระสสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันแต่โดยเนื้อแท้นั้นเป็นรูปเคารพของเสด็จท่าน พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งชื่อว่ามหาปฐมพุทธพิมพ์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่านด้วยอย่างหนึ่ง

    {" สืบเนื่องจากอดีตกาลนั้น พ่ออาจารย์ท่านเล่าไว้อย่างน่าฟังว่า เมื่อเสด็จพระใหญ่หรือองค์ปฐมนั้น เวลาท่านจะเสด็จไปไหนก็ตาม หรือจะมาโปรดใคร ท่านมักจะเรียกใช้งานสัตว์พาหนะของท่าน ซึ่งสัตว์พาหนะทั้งหลายนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเราเคยเห็นแต่บางอย่างและก็มีอีกหลายอย่างที่เราไม่เห็น ซึ่งสัตว์ต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่ไม่มีอยู่ในความคิดหรือจินตนาการมนุษย์ใดๆเลยที่จะนึกถึงได้ ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ที่เกิดมาอย่างแปลกประหลาด ไม่ก็ฝืนกฏของกรรมอยู่นอกเหนือกฏแห่งวัฏสงสาร เป็นสัตว์เทพที่แม้แต่เทพเจ้าทั้งหลายยังไม่กล้ารับไว้เป็นเจ้านาย

    ทั้งนี้ ในบรรดาสัตว์เทพทั้งหมดที่พ่ออาจารย์ท่านเคยเห็นเสด็จท่านนำมาทรงเป็นพาหนะนั้น ท่านว่าแต่ละตัวก็จะมีกายทิพย์เป็นเทวดา เวลาท่านจะเสด็จไปไหนหรือปรารถนาจะใช้งานก็จะคืนรูปเดิมของตน พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอยู่ตัวหนึ่งซึ่งท่านเห็นว่าผิดแปลกกว่าทุกสิ่ง ด้วยว่ามีหัวขนาดใหญ่พอๆกับลำตัว มีรูปกายคล้ายจรเข้แต่ลำตัวมีเกล็ดเหมือนพญานาค ปากกว้างมากมีลักษณะคล้ายตะขอ เมื่ออ้าปากแล้วท่านว่าเสมือนว่าจะดูดกลืนทุกสิ่งไปได้ทั้งหมด ในปากนั้นมีภาพมายาของจักรวาลและดาราจักรอื่นๆอยู่มาก พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าสัตว์ประหลาดแบบนี้เราไม่เคยเห็นที่ไหน จึงขอความเมตตาจากเสด็จท่านถามถึงสัตว์คู่บุญของพระองค์นี้ ซึ่งท่านก็เมตตาเล่าให้ฟังว่า เขานั้นเกิดขึ้นจากแรงปรารถนาและความกระหาย ความอยาก ของบรรดาสัตว์และสรรพชีวิตน้อยใหญ่ที่สะสมมาแต่ครั้งบรรพกาล สามารถกลืนกินได้ทุกสิ่ง กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งชื่อสัตว์ที่มีลักษณะประหลาดนั้น เรียกของท่านแต่ผู้เดียวว่าเจ้าตัวเขมือบ


    เจ้าตัวเขมือบนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นสัตว์มงคลและมีฤทธิ์มากเพราะเป็นพาหนะทรงของสมเด็จท่าน ในภายหลังเมื่อที่จะสร้างพระสมเด็จปฐมพุทธพิมพ์นั้น ท่านจึงได้ขอความเมตตาจากเสด็จพระใหญ่ว่าท่านจะแกะสัตว์พาหนะของพระองค์ฝังลงไปด้วย จะได้เป็นกฤติยาคมแฝดอีกโสตหนึ่ง ซึ่งท่านก็อนุญาติและเมื่อทำเสร็จแล้วในการปลุกเสกรูปนามนั้นท่านยังเมตตาให้ตัวเขมือบของท่านนี้แฝงกายทิพย์ลงไปในรูปเคารพให้อีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละที่สุดของฤทธานุภาพทีเดียว ประเสริฐนัก ด้วยสัตว์เทพมหามงคลนี้เกิดจากแรงปรารถนาและความอยากความกระหายของสรรพชีวิต ท่านว่าเวลาคนใช้อาราธนา ตรงนี้คือความอยาก ความกระหาย ความปรารถนา อันเป็นกิเลสอย่างหนึ่งของสัตว์โลกที่ยังมีอยู่ ตรงนี้จะทำการเชื่อมต่อกันโดยฉับพลัน พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญนักมันสื่อกันทันทีเหมือนสัญชาติญาณเลยทีเดียว นั่นคือพร้อมแล้วที่จะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง พร้อมแล้วที่จะเขมือบความปรารถนาให้คนอาราธนาได้มาซึ่งความสุขสมหวัง ไม่ว่าจะความสำเร็จ ทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงานความเจริญก้าวหน้า ความรักความเสน่หาทุกอย่างไม่ว่าจะรูปจะนามล้วนกลืนกินได้ทั้งสิ้น ท่านว่าหากเรามีความปรารถนามีความอยากความกระหายในสิ่งต่างๆยังไม่สิ้นไปพูดง่ายๆว่าเมื่อใดก็ตามที่ชีวิตยังมีไฟอยู่ ยังทะเยอทะยานอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าเจ้าสิ่งนี้จะไม่มีอานุภาพ จะเสื่อม จะสิ้นฤทธิ์ทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าขนาดจักรวาลหรือซากดาราจักรทั้งหลายยังไม่พอที่จะทำให้เขาอิ่มได้เลย ดังนั้นท่านจึงหวังกฤติยาคมแฝดที่ว่าคนใช้อาราธนาจะได้มีแล้วมีอีก ได้แล้วได้อีก มีกินไม่รู้หมดรู้สิ้นเหมือนสัตว์เทพมงคลที่กินไม่รู้อิ่มฉันใดก็ฉันนั้น ท่านฝังไว้ให้เพื่อที่เวลาอยากจะได้หรือสมหวังกับสิ่งใดจะได้อธิษฐานผ่านตัวเขมือบนี้ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าสำเร็จได้ไวนัก " }

    พระผงสมเด็จอนันต์คุณอดุลย์ศาสดานั้น พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะสร้างเพื่อให้เป็นที่ระลึกถึงองค์เสด็จพระใหญ่หนึ่ง กับเพื่อระลึกถึงคุณแห่งสมเด็จโตอาจารย์ในโลกทิพย์หนึ่ง ท่านจึงตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า " ในการทำผง สร้างพระพิมพ์สมเด็จนั้น ทั้งสามชั้น เจ็ดชั้น เก้าชั้นก็ดี เห็นจะยากและใช้ความเพียรสูงสุดก็เก้าชั้นนี่แหละ เหนือกว่านี้ ยากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว สมกับเป็นพระสำคัญของฉัน ยิ่งทำพระสมเด็จองค์ปฐมเก้าชั้นด้วยแล้ว อย่าเพิ่งตายเลยถ้ายังไม่ทันใช้อาราธนา "


    สมเด็จเก้าชั้นนั้นสำคัญอย่างไร พ่ออาจารย์ว่ายากขึ้นเป็นเงาตามตัวนั้นแหละไม่ใช่นึกจะสร้างก็สร้างแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก สุกเอาเผากินนั้นท่านทำไม่ได้ เมื่อจะทำนั้นท่านว่าต้องใช้สิ่งที่มีอานุภาพสูงสุดนั้นคือผงวิเศษทั้งห้าประการนำมาทำด้วยอิทธิวิธี คือการลบถมผงทั้งห้าชนิด ท่านว่าต้องเรียกสูตรลงยันต์ตั้งแต่ยังเป็นมวลสารกว่าจะนำมาปั้นเป็นแท่งชอล์คแล้วก็นำมาลบยันต์ต่างๆจนเป็นผงแล้วก็นำมาปั้นเป็นชอล์คอีก ทำกลับไปกลับมาเช่นนี้ห้าครั้งจนครบห้าประการ ท่านว่าง่ายเสียที่ไหน สมเด็จเก้าชั้นก็ต้องทำเช่นนี้สี่สิบห้ารอบ พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องใช้ความเพียรและสมาธิอย่างยิ่งให้สิ่งใดมารบกวนไม่ได้เลย เช่นนี้ผงที่ได้จึงมีคุณภาพ เหนือกว่าผงวิเศษห้าประการทั้งหลาย มีคุณภาพเหนือกว่าผงที่จะนำมาทำพระทั้งปวง เป็นที่สุดของวิชาลงผงอย่างแท้จริง


    นอกจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านยังได้นำผงไม้ช่อฟ้าใบระกาเก่าของวัดระฆังสมัยเจ้าพระคุณสมเด็จมาตะไบเป็นผงไว้ด้วย และนอกจากนั้นท่านยังอาศัยความเพียรลบพระยันต์ในสายวิชาของเสด็จพระใหญ่ทั้งหมด ทำผงวิเศษหนุนเสริมลงไป ท่านเรียกว่าผงมหาวิชา ผงนี้คือวิชาทุกประการของเสด็จพระใหญ่ที่ได้สอนและบอกท่านอันเป็นศาสตร์เร้นลับหรือวิชาเฉพาะทางที่มีคุณอนันต์ต่างๆเมื่อนำมาลบถมเป็นผงวิเศษจนทะลุกระดานนั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก เพราะเป็นวิชาของพระพุทธองค์ต้นธาตุต้นธรรมจึงมีศักดิ์สูงและมีคุณเหนือสิ่งอื่นใด ท่านว่าผงนี้ท่านลบถมเก็บไว้เรื่อยมานับเวลายาวนานตกสิบปีได้แค่ครึ่งกระปุกชา ซึ่งปกติท่านจะหวงผงเหล่านี้มาก แต่ในวาระนี้ท่านเห็นว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี เมื่อที่จะทำรูปของเสด็จพระใหญ่ท่านก็อยากทำให้ดีที่สุดจึงได้นำผงวิเศษมหาวิชานี้มาลงผสม

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระสมเด็จนี้มีขั้นตอนรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย แม้จะนวดผงทำองค์พระ น้ำที่จะใช้ท่านยังใช้น้ำที่ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในเศียรพระพุทธรูป ในรอยพระบาท ในถ้ำในบ่อวิเศษต่างๆมาทำ ท่านว่าก่อนอื่นต้องเอาไม้ขนุนมาตัดและลงยันต์มหาจักรพรรดิและทำการปลุกเสกเสียก่อน จากนั้นจึงนำน้ำบริสุทธิ์เหล่านี้มาแช่ไมhขนุนนั้น ให้ยางไม้ขนุนขับพลังงานผ่านยันต์มหาจักรพรรดิแทรกซึมลงไปในทุกอณูของน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์เสียคราวหนึ่ง ก่อนที่จะนำมาใช้นวดองค์พระได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านถือเป็นเคล็ด คนนำไปอาราธนาจะได้มีกฤติยาคมแฝดยิ่งๆขึ้นไป พระสมเด็จนี้นอกจากจะมีคุณของยันต์จักรพรรดิอยู่ภายในแล้ว ยังหนุนนำชีวิตคนไม่ให้ร่วงตกลงมาด้วย จะตกต่ำยากจนนั้นมิได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าเคล็ดนี้ครูสมเด็จท่านเมตตาบอกให้ทำ ท่านบอกว่ายุคนี้คนได้ยากลำบากกันมากจะทำพระสมเด็จสูตรของท่านก็ให้เพิ่มเติมเคล็ดนี้ลงไปเสียด้วย

    จากนั้นท่านจึงนำผงเกษรว่านและดอกไม้มงคลที่ศิษย์มอบให้มาเป็นผงเกษรดอกไม้ที่ในหลวงในพระบรมโกฏิเคยนำไปถวายหลวงตามหาบัว ท่านเห็นว่าเป็นของมหามงคลจึงนำมาป่นใช้แทนในส่วนของเกษรดอกไม้ร้อยแปด และนำผงว่านยาต่างๆ ผงคตวิเศษร้อยแปดประการตามตำรับหลวงปู่เฒ่ายิ้ม วัดหนองบัว ตลอดจนผงแสงศักดิ์สิทธิ์หลายชนิดซึ่งเป็นของอาถรรพ์โดยธรรมชาติ ท่านนำผงต่างๆเหล่านี้มานวดผสมลงไปด้วย ท่านว่าคตและแสงเหล่านี้มีอานุภาพมากหากไม่มีวิชาจะไปลบไปฝนเอาผงจากเขาบางคนแข้งขาหักพิกลพิการไปเลยก็มีให้เห็นมาแล้ว นอกจากนั้นท่านยังทำตามสูตรของการสร้างพระสมเด็จโบราณที่ครูบาอาจารย์มักทำกันสืบมา ท่านว่าบางที่ก็นำผงไปหมักเยี่ยวชะนีบ้าง บางที่ก็นำผงไปหมักกับว่านดอกทองบ้าง แต่ของท่านนั้นท่านเห็นว่าท่านมีน้ำมันช้างตกมันกับน้ำตาปลาพะยูนที่คนถวายมาให้ท่านเสกทิ้งไว้อยู่ ท่านจึงนำทั้งน้ำมันช้างตกมันและน้ำตาปลาพะยูนมานวดเข้ากับพระสมเด็จรุ่นนี้ ท่านว่านี่แหละเมตตามหาเสน่ห์อย่างเอกทีเดียวทั้งน้ำมันช้างย้อยน้ำตาปลาดุหยงนี้เมื่อได้ลงอาถรรพ์วิชาแล้วโบราณจารย์เชื่อถือสืบกันมาว่ามีคุณแรงยิ่งกว่าน้ำมันผีพรายเสียอีก แถมยังเป็นของอาถรรพ์ไม่มีอุบาทว์และอวมงคลใดติดมาเช่นน้ำมันพรายด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านพูดมากไม่ได้เอาว่าพระของท่านใช้ได้ทุกด้าน อย่านำไปขูดผงให้ผู้หญิงกินก็แล้วกันมันจะบาป

    พระสมเด็จนี้พ่ออาจารย์ท่านเมตตาฝังของมงคลต่างๆลงไปนอกจากตัวหม่ำด้านหลังซึ่งเป็นสัตว์กายสิทธิ์มีฤทธิ์วิเศษแล้วก็ยังมีสิ่งต่างๆ ดังนี้
    - ตะกรุดสามกษัตริย์ที่พ่ออาจารย์ท่านฝังเอาไว้ด้านหน้า ท่านว่าลงอักขระวิเศษด้วยนะไว้สามตัว
    ดอกแรกท่านลงนะจักรพรรดิ ท่านว่านะตัวนี้มีคุณถ้วนทุกประการหากชักเป็น มีอานุภาพไม่ต่างกับยันต์มหาจักรพรรดิเลย ท่านว่าสุดแล้วแต่จะอธิษฐานใช้เอาเถิดฝอยท่วมหลังช้างดุจแก้วสารพัดนึกเมื่อลงแล้วก็ต้องนำมาอธิษฐานจิตด้วยบทคาถารัตนมาลา ท่านว่าดอกนี้ขอให้นึกถึงพระรัตนตรัยให้มั่นเถิดเพียงเท่านี้ก็ก็ใช้ได้ทุกทางแล้ว
    ดอกที่สองท่านลงด้วยนะเข้าหา ท่านว่าตะกรุดนะเข้าหาของท่านนั้นท่านตั้งใจจะลงประสิทธิไว้ในพระสมเด็จนี้ เพราะสมัยนี้คนเราต้องเจอต้องมีปฏิสัมพันธกับสังคมแวดล้อมและสรรพชีวิตต่างๆอยู่ตลอดเวลา พ่ออาจารย์ท่านว่าเราตั้งใจอยากให้ชีวิตเขาทำสิ่งใดก็สะดวกราบรื่น เข้าหาใครก็ได้ความรักความเมตตา ผู้ใหญ่ก็เอ็นดู ผู้น้อยก็เคารพเชื่อฟัง แม้จะใช้ทางกลเสน่ห์ท่านว่ามีอานุภาพมากถึงขนาดแตะมือเขาไม่ร้องเลย ท่านว่าสุดแล้วแต่จะใช้เถิดจะใช้ทางทำมาหากินก็ดีหรือจะใช้เพื่อปฏิสัมพันธ์ในแวดวงสังคมก็ดี หรือจะใช้ทางหาคู่ครองก็ดี ทุกอย่างอยู่ที่ใจตน วิชาเหล่านี้ก็เหมือนอาวุธ ยิ่งใช้ยิ่งลับมันก็ยิ่งคม มีวันไหนบ้างที่เราไม่ต้องเจอหน้าคนอื่นหรือพูดคุยกับคนอื่น ท่านว่าไม่มีหรอกต่อให้ไปอยู่ในถ้ำก็ยังมีคนตามไปหาไปคุยเลย ดังนั้นแล้วตะกรุดนะเข้าหานี้ท่านจึงว่าสำคัญนัก มันทำให้ชีวิตของเธอง่ายขึ้น อะไรๆก็เป็นไปได้โดยสะดวก
    ดอกที่สามท่านลงด้วยนะกันศัตรู ท่านว่าแก้ทางกันไว้เพราะไม่มีหรอกที่ชีวิตใครจะอยู่มาได้โดยไม่มีศัตรูเลย ท่านว่าไม่ต้องเอาอย่างเราๆนะ ไปดูพระพุทธองค์สิ ศัตรูคนมุ่งร้ายท่านก็ยังมีนับประสาอะไรกับมนุษย์เดินดินทั่วไป พ่ออาจารย์ท่านว่าดอกนี้ให้คุณหนักมาก ใครคิดร้ายเรานี้ไปไม่รอดเลยเค้าแพ้ภัยตัวเองทั้งสิ้น ศัตรูปองร้ายทำอันตรายไม่ได้ด้วยเรามีพระพุทธานุภาพเป็นเกราะคุ้มกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าสามอย่างตะกรุดสามกษัตริย์ทั้งสามชนิดนี้ ถือได้ว่าครอบคลุมทุกสิ่งแล้ว
    - บุษราคัมของหลวงปู่ดู่ บุษราคัมที่ฝังชุดนี้เป็นของสำคัญมากเพราะท่านเคยนำไปให้หลวงปู่ดู่แห่งวัดสะแกอธิษฐานจิตให้ถึงไตรมาส และองค์หลวงปู่ดู่นี้ยังกล่าวถึงอานุภาพของบุษราคัมชุดนี้ว่า ทำให้ดีแล้ว เป็นสมบัติจักรพรรดิทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เปรียบกับดวงแก้วจักรพรรดิ์เป็นเครื่องมงคลสุดที่จะอธิษฐานตามความปรารถนาสารพัดนึกของผู้บูชา ซ้ำบุษราคุมยังเป็นตัวแทนของความรักความร่ำรวยอีกด้วย เหมือนเสด็จพระใหญ่ท่านต้องการจะสื่อว่าองค์พระนี้เป็นตัวแทนของความรักความห่วงใยดุจเดียวกันจึงได้เจาะจงให้ใช้บุษราคัมหลวงปู่ดู่ในกาลนี้ ซ้ำหลวงปู่ดู่เองก็เคยพูดไว้ว่าบุษราคัมชุดนี้มีอานุภาพเช่นสมบัติจักรพรรดิ์ พ่ออาจารย์ว่าก็ถือว่าฝังเอาเคล็ดไว้ต่อไปจะได้ชื่อว่ามีสมบัติจักรพรรดิติดตัวกัน ดึงดูดลาภสักการะบริวารน้อยใหญ่เข้ามาสู่ตนโดยง่าย ซ้ำอานุภาพของบุษราคัมที่หลวงปู่ดู่เสกนั้นย่อมมีมากกว่าบุษราคัมธรรมดาอย่างแท้จริง มีความเชื่อว่าบุษราคัมนั้นช่วยทางด้านกำลังใจและการตัดสินใจและช่วยให้มองโลกในแง่ดี เป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ ตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ ช่วยในเรื่อง การไหลเวียนของโลหิตบรรเทาอาการอักเสบของโรคทางเดินปัสสาวะ ปอด หวัด ช่วยเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์
    - เหล็กไหลแก้วสารพัดนึก พ่ออาจารย์ท่านว่าอันเหล็กไหลนี้เป็นแหล่งพลังงานที่มีบารมีเทพพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รักษา ท่านได้นำมาฝังไว้กลางหน้าอกองค์พระทุกองค์ ดุจว่าเป็นการบรรจุหัวใจขององค์พรให้มีแหล่งพลังงานสำคัญแผ่กระจายออกมา ท่านว่าเวลานำไปอาราธนาให้สังเกตุดูเถิด อานุภาพขององค์พระนั้นจะเปล่งออกมาตลอดแม้ยามเธอหลับหรือตื่นไม่มีวันเหือดแห้งทีเดียวโดยอาศัยเหล็กไหลแก้วสารพัดนึกนี้เป็นจุดศูนย์กลางในการรวมพลังงาน ซ้ำเหล็กไหลแก้วสารพัดนึกนี้ยังมีอานุภาพทางเมตตาอย่างดีเลิศ และเป็นสื่อชักนำลาภสักการะและเงินทองมาสู่ผู้บูชาอีกด้วย
    - ทองคำเปลวลงยันต์หากินคล่องมีลาภสืบเนื่องตำหรับเจ้าขรัวแสง พ่ออาจารย์ท่านว่านี่สำคัญนักอักขระชุดนี้สืบมาแต่เจ้าขรัวแสงองค์อาจารย์ของครูสมเด็จท่านทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าตำราให้ลงไว้ในแผ่นทองคำบริสุทธิ์ม้วนเป็นตะกรุดบูชาจะมีอานุภาพมากทำมาหากินหยิบอะไรเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น เรียกว่าคนโชคดี วันนี้โชคดี พรุ่งนี้โชคเข้าข้าง ต่อไปก็สวรรค์เมตตา เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ มีลาภผลสืบเนื่องเป็นทอดๆไม่ห่างหายจากลาภสักการะใดๆ แต่ทว่ายุคนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าทองคำนั้นแพงเหลือเกิน จะให้ทำตะกรุดทองคำท่านก็เกรงว่าคนจะไม่ได้ใช้กันเพราะราคาทองที่สูงเป็นเท่าตัว ดังนั้นท่านจึงนำแผ่นทองคำเปลวแท้ร้อยเปอร์เซ็น ท่านว่าเอามาใช้แทนกันได้ไม่ขัดคำครูเพราะนี่ก็ทองแท้เหมือนกัน ท่านนำมาไหว้ครูขออานุภาพเจ้าขรัวแสงและสมเด็จโตให้เสกแผ่นทองนี้เสียวาระหนึ่งก่อน ก่อนที่จะนำมลงอักขระตามเวทย์วิชาปลุกเสกอีกคราหนึ่ง จากนั้นจึงนำมาปิดเวลากดพิมพ์องค์พระ ท่านว่าเท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว อาราธนาองค์พระเหมือนพกตะกรุดทองคำตำรับเจ้าขรัวแสงทีเดียว
    - ตะกรุดคู่พลังดูด วิชาดูดเวทย์หรือดูดพลังนี้พ่ออาจารย์ท่านเคยพูดถึงบ้างเป็นครั้งคราว ดังนั้นในวาระนี้ท่านจึงลงตะกรุดคู่ฝังเอาไว้ ท่านว่าจะได้ดึงดูดสิ่งดีๆเข้าหาตัว มีอานุภาพในการดูดมหาศาล ซ้ำท่านยังแซวว่าตะกรุดนี้อยู่กับตัวเขมือบยิ่งกว่าเสือติดปีกอีกนะ ด้านหนึ่งก็ดูดเข้ามาด้านหนึ่งก็อ้าปากรอรับ จะไม่สำเร็จได้อย่างไรทำงานสอดผสานกันถึงเพียงนี้ ท่านว่าตั้งจิตอธิษฐานให้ดีเถิดดูดกลืนได้ทุกสิ่ง นี่จะให้ดูอะไรก็ได้ ท่านว่าพูดมากไม่ดีแต่ท่านทำให้เต็มสูตรแล้ว ตะกรุดนี้อย่าเอาไปใช้ในทางที่ผิดมิควรมิชอบก็แล้วกัน ให้คิดแต่สิ่งดีๆ มีความปรารถนาที่ดีจะได้ดูดแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตของเรา

    คาถาบูชา
    ชินะปัญชะระปะริตัง มังรักขันตุสัพพะทา โอมมะศรี มะศรี พรหมรังสี นามะเตโช มหาสมโณ มหาปัญโญ มหาลาโภ มหายะโส สัพพะโสตถี ภะวันตุเม

    พ่ออาจารย์ท่านเมตตาสร้างพระสมเด็จชุดสำคัญนี้ไว้ได้ทั้งหมดเก้าองค์เท่านั้น ท่านว่าพระทุกองค์เลือกเจ้าของ และองค์พระนั้นก็มีเจ้าของกำหนดมาแต่เบื้องบนอยู่แล้ว ท่านว่าใครได้ก็ถือว่าเป็นบุญของเค้า เพราะพระแบบนี้สมัยนี้จะหาคนเสกคนสร้างนั้นแทบไม่มี พระสมเด็จของท่านนั้นท่านว่ามีคุณทุกด้านดังต่อไปนี้ เก้าชั้น - เมตตาใหญ่ , พลิกดวง , หลีกเร้นกรรม , จำเริญยศ , หมดโรคเวร , เคลื่อนทรัพย์ , ขานรับโชค , ยกฐานะ , เปลี่ยนฐานชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าพิจารณาเอาเถิดว่าใครขาดเรื่องใด อยากจะอาราธนาองค์พระก็ตั้งจิตอธิษฐานเอาใช้ได้ทุกประการ ทุกสิ่งเป็นไปโดยพุทธานุภาพของสมเด็จองค์ปฐมเป็นที่สุด

    * พระสมเด็จนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้เก้าองค์จะเปิดให้บูชาทาง PM เท่านั้น สำหรับท่านที่จะจองบูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลเอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมประสิทธิ์ให้ต่อไปอีกคำรบหนึ่ง รายได้จากการบูชาท่านจะนำไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งถวายวัดในถิ่นทุรกันดารและสามจังหวัดภาคใต้ที่ยากแก่การบิณฑบาตรต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลแทนครูมหาปฐมพุทธพิมพ์(สมเด็จพระอนันต์คุณอดุลย์ศาสดา) บูชา 3,000 บาท

    20080823_172359.jpg 968875_418384591607799_1190815453_n.jpg S_8151141.jpg 1377605394-4-o.jpg SAM_5346.jpg SAM_5345.jpg
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพิชัยสมบัติ จักพรรดินาคา (เคลือบเหล็กไหลบาดาลแก้วอำพัน)

    เนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านมีดำริเปิดให้บูชาตะกรุดตะกั่วขอมโบราณลงถม ซึ่งเป็นตะกรุดที่มีวิธีการสร้างซับซ้อนยุ่งยากโดยท่านจะนำก้อนตะกั่วที่ขุดได้จากบริเวณประสาทขอมยุคอารยธรรมโบราณ ซึ่งตะกั่วก้อนเหล่านี้เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากเนื่องจากได้ซึมซับพระเวทย์และผ่านพิธีพราหมณ์มายาวนาน ท่านนำมาหลอมรีดและทำการลงอักขระลบถมด้วยหินสะบ้าซ้ำแล้วซ้ำอีก ตามวิธีการทำตะกั่วลงถมที่บูรพาจารย์แต่โบราณนิยมกระทำและหาคนที่จะทำมิได้แล้ว ก่อนจะนำไปหลอมรีดเป็นแผ่นตะกรุดในตอนท้ายนั่นเอง

    ซึ่งตะกรุดพิชัยสมบัติ จักรพรรดินาคานี้ เกิดจากดำริของพ่ออาจารย์ท่านที่จะทำสุดยอดวิชาจากตำราพระพิชัยสงคราม นั่นคือวิชาพิชัยสมบัติ ซึ่งหาผู้รู้จริงทำจริงที่จะทำได้ยาก ท่านว่าวิชานี้ไม่ใช่วิชาชนชั้นทั่วไป แต่เป็นวิชาโชคลาภโภคทรัพย์ตำรับพิชัยสงคราม เป็นวิชาที่ทำถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน พ่ออาจารย์ท่านให้ความสำคัญกับวิชานี้มาก ด้วยว่าเป็นวิชาที่มีอานุภาพค่าควรเมืองตำรับหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านให้ความสำคัญกับวิชาพิชัยสมบัติมากท่านว่าถึงกาลควรแก่เวลาแล้วที่คนจะได้เปิดดวงเบิกบุญปรับหนุนโชคชะตากันเสียที วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านต้องลงอักขระเลขยันต์ตามตำรับ หนุนด้วยสี่เทวราชที่คุมมหาทิศทั้งสี่นั่นคือท้าวจตุโลกบาลท่านว่าเพราะแบบนี้ไม่ว่าอยู่ทิศไหนที่ไหนก็รวยเพราะเป็นอาญาสิทธิ์ของจตุโลกบาล ไม่เพียงเท่านั้นวิชานี้ยังเป็นวิชาที่เสริมส่งคนใช้ด้วยคุณของสิบสองพระโพธิสัตว์อีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าพระโพธิสัตว์ทุกองค์นั้นล้วนมีจิตเมตตาเปี่ยมด้วยมหากรุณาอันยิ่ง แน่นอนว่าทุกพระองค์ย่อมโปรดสัตว์ให้พ้นจากความทุกข์ยากได้ด้วยจิตมหากรุณานี้ แต่ท่านว่านี่ยิ่งแล้วใหญ่เลยเพราะไม่ใช่มีกำลังเพียงหนึ่งแต่นี่มีถึงสิบสอง

    วิชาพิชัยสมบัตินั้นจึงเป็นวิชาสำคัญที่พลิกชีวิตคนได้แบบฉับพลันทันที เป็นวิชาชั้นสูงตามตำรับพิชัยสงคราม มีคุณอันหาค่ามิได้ ท่านว่าหากได้ไว้ผูกตัวหรือนำติดกายบูชา คนผู้นั้นจะเจริญรุ่งเรืองยกฐานะตนเองได้ แม้อยู่กับตัวก็ยกฐานะตัว แม้นำไปฝังในบ้านก็ยกฐานะเพิ่มทรัพย์สมบัติให้แก่เรือน หากบ้านไหนมีพระภูมิเทวดา นำตะกรุดนี้ไปฝังที่บริเวณพระภูมิ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่ดีวันดีคืนทีเดียว เป็นอาญาสิทธิ์ท้าวจตุโลกบาลและสิบสองพระโพธิสัตว์ให้พระภูมิเจ้าที่รีบหาสมบัติมาให้ตรงไหนพร่องก็ต้องเติมให้เต็มอยู่เฉยมิได้เลย หากตั้งใจบูชาแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ล้วนแต่ผลิดอกออกผลงอกเงย ที่จะได้ชั่วหรือเสมอตัวนั้นหามีไม่ด้วยเป็นวิชาที่สืบมาแต่บูรพาจารย์มีคุณด้านโชคลาภสูงส่ง เชื่อถือกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแล้วว่าเป็นสุดยอดวิชาทางด้านเรียกโชคลาภให้หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ชีวิตใครไม่เคยมีโชคหากจับพิชัยสมบัติขึ้นมาจะพลิกเปลี่ยนวาสนาได้ฉับพลันทันที ด้วยว่าพิชัยสมบัตินั้นคือปรับชีวิตให้มีชัยชนะเหรือทรัพย์สมบัตินั้นเอง ให้ผู้ใช้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติทั้งหลาย นี่จึงไม่ใช่วิชาโชคลาภโภคทรัพย์ธรรมดา สิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ก็จะบังเกิดขึ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ความปรารถนาใดที่ต้องใช้ความอุตสาหะมาก ใช้ความเพียรมาก ทำให้ชีวิตเรายากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่จะสำเร็จสมปรารถนาดั่งตั้งจิตมุ่งหวังไว้ไม่เคลื่อนคลาย นี่คือพิชัยสมบัติตามตำรับพิชัยสงครามอย่างแท้จริง

    พ่ออาจารย์ท่านเมตตาปลุกเสกแผ่นตะกั่วขอมโบราณลงถมโดยการนำมาแช่น้ำทิพย์มนต์ ท่านว่าคายมนต์อมฤตลงไปชุบแช่ตัวแผ่นตะกรุด ท่านว่าต่อไปคนใช้เค้าจะได้ผลิดอกออกผลไม่เหี่ยวเฉาฟื้นคืนชีวิตได้ฉับพลันทันที ต่อจากนั้นท่านจึงนำมาลงวิชาพิชัยสมบัติ เสริมด้วยมหามนต์บทสำคัญต่างหลายสิบพระคาถาที่ให้คุณสำคัญด้านต่างๆเช่นสิริกิระนะบทเต็ม ช่วยหนุนดวง อุ้มดวง ค้ำชูดวง เสริมแต่งสิริมงคลทั้งยังเป็นเมตตามหานิยมอย่างยิ่ง อยู่ที่ไหนทำอะไรท่านว่าไม่มีตกต่ำ นอกจากนั้นยังใส่หัวใจนางกวักทรัพย์หัวใจเทวดา และสุดยอดพระคาถาวิชาของพระอนุรุทธเถระเจ้าที่อยู่ที่ใดจะหนุนเสริมคนให้ไม่รู้จักคำว่าไม่ได้และไม่มี และเสริมด้วยพรหมสี่หน้า เมตตาสี่ทิศ ตลอดจนพระคาถาสำคัญต่างๆ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังวิชาพิชัยสมบัตินั้นก็นับเป็นยอดของวิชาแล้ว แต่ท่านยังเมตตานำวิชาจักรพรรดินาคา และพระยันต์สำคัญสายเจ้าปู่สำเร็จลุนมาลงประทับหลังไว้ด้วย ท่านว่านี่เปิดบาดาลเปิดทางทรัพย์กันทีเดียว ด้วยว่าสำคัญนักเพราะมหาสมบัติทั้งหลายนั้นไม่ได้ลอยมาจากทิพย์สถานวิมานในอากาศ หากแต่อุบัติขึ้นจากในแดนบาดาล แม้ทรัพย์สมบัติเมืองฟ้าของเทพยดาทั้งหลายก็ย่อมมาจากพิภพบาดาลทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเมืองบาดาลนั้นคือขุมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดเหนือสวรรค์ชั้นฟ้าใดๆทั้งสิ้น ท่านจึงลงวิชาสำคัญด้วยจักรพรรดิบาดาล หรือจะเรียกจักรพรรดิบันดาลก็ได้ เริ่มจากลงวิชาเปิดบาดาล เปิดนาคพิภพ หนุนส่งด้วยวิชามหาคงคา จากนั้นจึงลงหัวใจจักรพรรดินาคา ผูกกับยันต์แก้วมณีโชติและยันต์ขุมทรัพย์ ท่านว่านี่สำคัญนักเพราะเป็นสิ่งเชื่อมต่อญานบารมีของจักรพรรดินาคาหรือองค์พญาอนันตนาคราชโดยตรง ท่านว่าวิชาสายพญานาคนี้สำคัญเพราะพญานาคนั้นเป็นเทพเดรัจฉานสามารถช่วยเหลือคนได้มาก ยิ่งพญาอนันต์ที่มีศักดิ์สูงสุดอยู่ในหมู่มหานาคดึกดำบรรพ์ที่เป็นบรรพชนของเผ่านาคายิ่งไม่ต้องพูดถึง พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากดึงดูดโชคลาภ ปกป้องคุ้มครองแล้ว ยังดึงดูดคู่ครองอีกด้วย ท่านว่าหากใช้วิชาพญานาคนี่มันเปิดทางทรัพย์เปิดทางคู่รักเปิดทางชีวิตทุกสิ่งที่เดียว ด้วยท่านลงวิชาสำคัญไว้ดุจพญาอนันต์นาคราชนี้ถือครองแก้วมณีโชติที่จะบันดาลได้ทุกสิ่งเสมอความคิดผู้บูชานั่นเอง ท่านว่าขุมทรัพย์บาดาลอยู่ตรงนี้ท่านพูดได้เท่านี้ ตะกรุดนี้ดีด้านชุ่มเย็น เป็นมหาอุดมเสริมส่งคนอย่างที่สุด เมื่อจะทำจะเสกนั้นท่านเชิญองค์อนันต์นาคราชมาช่วยทำด้วย ท่านว่าพญาอนันต์นั้นบอกว่าตะกรุดนี้สำคัญนัก ด้วยวิชาจักรพรรดินาคานั้น สามารถใช้เชื่อมต่อญานเข้ากับกษัตริย์นาคและจักรพรรดิบาดาลได้ทุกพระองค์ ท่านว่าสุดแล้วแต่ใจเราจะปรารถนาเอ่ยนามมหานาคพระองค์ใดเลยทีเดียว ไม่ว่าอยู่ที่ไหนย่อมรับรู้และเต็มใจช่วยเหลือเราทุกองค์ ไม่ว่าจะท้าววาสุกรี ท้าวมหากาล ท้าวมุจลินทร์ ท้าวนันโทปนันทะ ท้าวเอรกปัตต ท้าววิรูปักษ์ เป็นต้น ท่านว่าครอบคลุมทั้งหมดตั้งแต่มหานาคดึกดำบรรพ์ตลอดจนจอมกษัตริย์นาคาทั้งหลายในสี่ตระกูลไม่ว่าจะวิรูปักษ์ เอราปถ ฉัพยาปุตต กัณหาโคตมะ ด้วยว่าจะเป็นถลชะหรือชลชะตระกูลใดก็ดี ตระกรุดนี้มีอานุภาพไปถึงทั้งสิ้น


    เมื่อท่านลงพระยันต์และปลุกเสกแล้ว ท่านยังต้องเชิญเจ้าของวิชาอันเป็นบูรพาจารย์ของท่านมาร่วมเสกแผ่นยันต์นี้ด้วยอีกวาระหนึ่ง นั่นคือเจ้าปู่สำเร็จลุนนั่นเอง ท่านว่าทำแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดจะครึ่งๆกลางๆอย่าไปทำ เมื่อปลุกเสกเสร็จแล้วท่านจึงนำมาม้วนและอธิษฐานจิตต่อไปแรมปีก่อนจะนำมาคลุกด้วยผงกายสิทธิ์วิเศษสมบัติเมืองบาดาล

    อันกายสิทธิ์นี้พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าเหล็กไหลบาดาลแก้วอำพันซึ่งท่านมีโอกาสได้รับมาแต่หลวงปู่คำคะนิงผู้เคยเดินเข้าออกพิภพบาดาลมาแล้ว หลังจากนั้นท่านก็พบเจอเหล็กไหลชนิดนี้อีกครั้งหนึ่งในถ้ำที่ท่านตรวจสอบด้วยญานแล้วว่าเป็นที่เชื่อมต่อทั้งสองโลกท่านจึงบอกกล่าวเจ้าของและขออนุญาตินำออกมา ซึ่งเหล็กไหลนี้จะมีวรรณะดุจแก้วเป็นสีอำพัน ดุจอำพันที่มีอายุนับสิบล้านร้อยล้านปี พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นยิ่งกว่าสมบัติบาดาลธรรมดา เพราะมีญานของจักรพรรดินาคาแฝงอยู่ทุกอณู เป็นของกายสิทธิ์มีฤทธิ์มาก อยู่นอกเหนือกฏธรรมชาติ สามารถช่วยเหลือและพลิกชีวิตผู้บูชาได้จริง ท่านนำมากระเทาะและตำนำมาเคลือบตะกรุดนี้ ท่านว่ามีคุณทุกทางตั้งแต่ปรับธาตุ ช่วยดูดซึมโรคร้ายและอวิชชาต่างๆ กรองสิ่งต่างๆที่จะเข้ามาถูกร่างกายเราให้เป็นพลังงานที่ดี ท่านว่าพกไว้กับตัวเถิดชีวิตห่างไกลโรคระบาดและภัยพิบัติตลอดจนสงครามทั้งปวง แม้เกิดขึ้นก็ไม่ส่งผลกระทบกับเราเอาชีวิตหรือทำให้เราถึงแก่อันตรายไม่ได้ ซ้ำยังเป็นเมตตามหานิยมอย่างเอกท่านว่าแรงนักไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรดีท่านว่าพวกชอบใช้ปั้นเหน่งน้ำมันพรายทั้งหลายนี่ไม่ได้ใกล้เลย เหล็กไหลอำพันนี่มีคุณทางเมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์แรงกว่านั้นเยอะ คงเพราะเป็นของพญานาคเป็นกายสิทธิ์ในพิภพบาดาลจึงให้คุณหลายทาง นอกจากนี้ยังดึงดูดทรัพย์สมบัติได้อย่างดีอีกด้วย ท่านว่าลองได้เลย วันไหนมีธาตุเหล็กไหลอำพันนี้อยู่กับตัวจะรู้สึกว่าแปลก วันนี้เราจะโชคดีทั้งวัน ทำไมมีคนยิ้มให้ ทำไมมีคนรักผิดหูผิดตา ซ้ำวันไหนจะเสี่ยงโชคหรือทำอะไรที่ต้องเสี่ยงดวงหรือแข่งขันก็ตาม ท่านว่าพกเอาไว้เถิดวันนั้นดวงเปิดแน่นอน ไม่ว่าจะติดกรรมอะไรจะดวงปิดวันไหน แต่เวลาที่เราอาราธนาแร่กายสิทธิ์นี้วันนั้นจะเป็นวันของเราท่านว่าพูดได้เท่านี้นะ ให้นำไปอัดกรอบพลาสติกกันน้ำให้ดีเวลาจะอาบน้ำให้อาราธนาบอกกล่าวเจ้าปู่สำเร็จลุน หลวงปู่คำคะนิง และพญานาคทั้งสี่ตระกูลเป็นที่สุดนำตะกรุดแช่น้ำไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าน้ำนั้นจะอาบจะกินก็สุดแล้วแต่ใจเราเถิด เพราะอานุภาพรังสีที่แผ่ออกมาจากตะกรุดคุณวิชาและธาตุกายสิทธิ์นั้นจะซึมซับเข้าไปในร่างกายเรา ดีอย่างไรท่านว่าท่านพูดไม่ได้ เอาว่าดีและจงรู้เห็นด้วยตนเองเท่านั้นพอ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้เป็นสมบัติของเมืองบาดาลมีเจ้าของเป็นของเฉพาะคนทุกดอก ด้วยว่ามีแต่ผู้ที่เคยผูกพันธุ์กับเมืองบาดาลเท่านั้นจะรู้สึกผูกพันธุ์กับตะกรุดนี้ ท่านทำการจารและอธิษฐานจิตไว้ได้ทั้งหมดแปดดอก

    คาถาบูชา(พ่ออาจารย์ท่านว่าใช้หายใจเข้าออก ท่องนาโคๆ เอาก็ได้)
    สุมะโน สุมะนะจะโล อะระวาเฬระปัตตะโก จัมเปยโย มุจะลินโท จะ กัมพะโล ภุชะคิสสะโร สุมนะนาโค สุมนจละนาโค อรวาฬะนาโค กาละนาโค มะหากาโฬ สังขะปาโล มะโหทะโร มะณิกัณโฐ มะณิอักขิ นันทะนาโคปะนันทะโก วะรุโณ ธะตะรัฏโฐ จะ กุงคุวิโลปะลาละโก จิตระนาโค มะหาวีโร ฉัพยาปุตโต จะ วาสุกี กัณหาโคตะโม ภุชะคินโท อัคคิธูมะสิโข ตะถา จูโฬทะโร อะหัจฉัตโต นาคา เอราปะถาทะโย อาสีวิสา โฆระวิสา เย สัพเพ นะยะนาวุธา ชะลัฏฐา วา ถะลัฏฐาวา ปัพพะเตยยา นะทีจะรา กะโรนตุ โน มะหาโสตถิง อายุมาโรคิยัง สะทา มะหันตา นาคะสา นาคา เวสาลา สะหะ ตัจฉะกา กัมพะลัสสะตะรา จาปิ เมรุปาทะสิตา พะลา ยามุนา ธะตะรัฏฐา จะ สัพเพ นาคา ยะสัสสิโน เอราวันโณ มะหานาโค โน กะโรนตุ อะนามะยัง

    ตะกรุดตะกรุดพิชัยสมบัติ จักพรรดินาคานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าทำยากและเสกได้ยากเพราะเป็นที่สุดของวิชาโภคทรัพย์ตามตำรับพิชัยสงคราม ซึ่งแต่โบราณนั้นอย่าหวังว่าคนธรรมดาสามัญจะมีไว้ในครอบครอง ยิ่งการเสกด้วยวิชาพิชัยสมบัตินั้นยิ่งยากเข้าไปอีก ท่านว่าท่านขอเสด็จพระใหญ่อยู่นานเมื่อจะทำตะกรุดนี้เพราะพิชัยสมบัตินั้นเป็นวิชาที่จะเปิดดวงคนให้มีชัยชนะเหนือทรัพย์ทั้งหลายโดยไม่สนชะตาชีวิตหรือสิ่งที่ผ่านมานั้นเอง เมื่อจะอธิษฐานจิตท่านจึงนำตะกรุดนี้มาปลุกเสกเก็บมาเรื่อยๆให้ตรงฤกษ์วันพระเจ้าเปิดโลกทุกครั้งตอนออกพรรษาท่านจะเชิญเสด็จพระใหญ่มาทำวิชาสงคราะห์ให้เฉพาะทีละดอกๆจนครบทุกดอก ท่านว่านี่เป็นตะกรุดสำคัญนักให้บูชากันให้ดี เพราะเสด็จท่านทำวิชาพิชัยสมบัติให้เอง เชื่อเถิดว่าชีวิตเปลี่ยนและพลิกกลับแน่นอน

    * สำหรับผู้ที่สั่งจองตะกรุดพิชัยสมบัตินี้ พ่ออาจารย์ท่านจะแถมตะกรุดพิชัยสมบัติดอกน้อยให้อีกหนึ่งดอกเป็นตะกรุดที่ท่านลงด้วยวิชาจักรพรรดินาคา ท่านว่าเผื่อดอกใหญ่เค้าจะได้นำไปบูชาในบ้าน ดอกเล็กจะได้นำติดตัวได้มีคุณเสมอกันเพราะเสกพร้อมกันทำมาให้เป็นคู่กัน ก็เลือกเอาว่าจะใช้ดอกไหน แต่ว่าหากอยู่ด้วยกันได้สองดอก สามารถนำมาติดตัวได้ทั้งสองดอกพร้อมกันแล้วท่านว่าจะเร็วและแรงมาก ดุจว่ามีของหนุนส่งกันทั้งตะกรุดดอกใหญ่ตัวแม่และดอกเล็กตัวลูกนั่นทีเดียว ท่านว่าสุดแล้วแต่ความสะดวกตามใจของผู้ใช้นั่นเลย ลองเอามาติดตัวพร้อมกันทั้งสองดอกก็ได้หากเห็นว่าแรงมากไป มีคนเมตตาเยอะเกินไป มีงานล้นมือเกินไปจนตัวเองเริ่มลำบากใจค่อยลดลงเหลือดอกเดียว

    * ตะกรุดพิชัยสมบัติ จักพรรดินาคานี้ เปิดให้จองเฉพาะทาง PM โดยให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะเดินมนต์ทำการบอกกล่าวธาตุกายสิทธิ์และพญานาคทั้งสี่ตระกูลให้ผู้บูชาอีกคำรบหนึ่ง

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพิชัยสมบัติ จักพรรดินาคา (เคลือบเหล็กไหลบาดาลแก้วอำพัน) บูชา 4,000 บาท

    image.jpg 035.jpg image.jpg 1_282.jpg SAM_5347.jpg SAM_5349.jpg SAM_5350.jpg SAM_5351.jpg image.jpg
     
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลมหาภูติพญากาสรสุรกานต์ (นัยน์ตาแห่งยมราช)

    " อันพญากาสรเผือกนี้ มีรัศมีแรงกล้าปานว่าพระอัคนี "


    โอมปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอิศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ


    วิชาธนุรเวทและศาสตร์ต่างๆของวิชาธนูและการผูกพยนต์ทั้งรูปคนแลรูปสัตว์ทั้งหลายนั้น นับได้ว่าควายธนูคือสุดยอดเครื่องรางพิฆาตที่มีฤทธิ์สยบได้ทุกสิ่งอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเดรัจฉานวิชา คุณคนคุณไสย สัตว์พยนต์ต่างๆ ตลอดไปจนถึงกุมภัณฑ์ อสุรกาย ภูติผี เทวดาเกเร แม้กระทั่งผีปอป และเสือสมิงก็ตาม ซึ่งการทำควายธนูให้เปี่ยมล้นด้วยอาถรรพ์โดยแท้จริงนั้นทำได้ยากอย่างยิ่งเนื่องจากคนสร้างต้องมีตบะฌานชำนาญในมหาธาตุอย่างแท้จริง

    สืบเนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านได้ร่ำเรียนวิชาการทำควายธนูไว้หลายประเภท ทั้งควายธนูทอง ขี้ผึ้ง ไม้ไผ่ ดิน หลายสายวิชาท่านจึงมีดำริสร้างควายธนูขึ้นมาเสียครั้งหนึ่งให้เป็นยอดของดีที่ให้คุณอนันต์ไม่หันกลับมาทำร้ายเจ้าของ โดยท่านนั้นตั้งใจเลือกหามวลสารที่ไม่มีและให้มีไม่ได้นั่นคือส่วนผสมของภูติผีและสิ่งที่เกี่ยวกับศพหรือวิญญาณทั้งหลายแต่อย่างใด

    พ่ออาจารย์ท่านได้ทำการลบผงธาตุและยันต์บังคับต่างๆตามตำรับวิชาการสร้างควายธนูไล่มาตั้งแต่อุณาโลมสูรย์จันทรอุโองการ ์ ยันต์พุฒซ้อน นะธาตุสี่ และนะปถมังต่างๆ...ครบถ้วนยันต์บังคับทั้งหมด ท่านว่าควายธนูของท่านนั้นท่านตั้งใจไว้แต่เริ่มว่าจะไม่ใช้ภูติผีหรือเดรัจฉานวิชาเข้ามาเกี่ยวข้อง การทำควายธนูนั้นก็เหมือนการทำสุดยอดอาวุธที่มีชีวิต มีอานุภาพสูงสุด ท่านว่าถ้าจะพูดให้มองเห็นภาพอย่างง่ายว่าสุดยอดอาวุธนั้นเป็นสุดยอดอย่างไรก็ให้คิดเสียว่าเป็นระเบิดปรมาณูนั่นเอง แต่สุดยอดอาวุธนี้ต้องมีสถานะเป็นทาสบริวารคอยรับใช้เรา ซ้ำต้องซื่อสัตย์จงรักภักดีกับเราชนิดที่ไม่มีวันย้อนกลับมาทำร้ายกันได้ด้วย

    ดังนั้นในการทำวิชาสร้างควายธนู นอกจากผงบังคับพระยันต์ตามสูตรวิชาต่างๆแล้ว ท่านยังงัดมนต์ก้นหีบอย่าง โองการพญายมในคัมภีร์โบราณ ออกมาลบถมเป็นผงด้วย ท่านว่าวิชานี้เป็นวิชาที่แทบจะไม่มีคนใช้หรือกล่าวถึงนักจนเกือบจะสูญหายไป หากถามว่าแรงอย่างไร ท่านว่ามนต์พระกาฬสะท้อนกลับแรงอย่างไร โองการพญายมนี้ต้องคูณสิบคูณร้อยเข้าไป ดังนั้นบูรพาจารย์ทั้งหลายจึงหวงแหนไว้ไม่กล้านำมาทำวิชา ท่านว่าเป็นมติครูบาอาจารย์เบื้องบนไม่ให้พูดถึงวิชานี้ ท่านบอกได้แค่ว่าทั้งสะท้อนกลับและที่สำคัญสูงสุดคือมีฤทธิ์แผดเผาอวิชชาตลอดจนอุปาทวคือสิ่งชั่วร้ายอัปรีย์ไม่เป็นมงคล อาการมุ่งร้ายของสรรพชีวิตต่างๆ ตลอดจนเงื่อนงำเค้าลางแห่งลางร้ายทั้งมวล แลพิฆนะจัญไรทั้งหลายได้แก่สิ่งขัดข้อง ขัดขวางอันเลวทรามเป็นเสนียดไม่เป็นมงคลให้หมดสิ้นไปอย่างไม่มีสิ่งใดเทียมเทียบได้ซึ่งวิชาสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะหาจากไหนก็ไม่ได้ไม่เหมือนเช่นนี้แล้ว ท่านว่าให้สังเกตุชีวิตตนเองเอา ว่าชีวิตมีอาการข้างต้นนี้หรือเปล่าทั้งสิ่งขัดข้องปัญหาอุปสรรคต่างๆตลอดจนลางร้ายมีคนมุ่งร้ายหรือมีสิ่งอัปมงคลใดๆเกิดขึ้นหรือไม่ ท่านว่าสังเกตุและตอบตัวเองดู พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อให้ผงนี้มีอานุภาพเหนือผงพรายอสุรกายภูติผีใดๆท่านจึงนำคตวิเศษทั้งหลายบรรดามีอันท่านเก็บไว้พลีทำผงนั้น ออกมาฝนเข้าว่านยาและผงวิเศษทั้งห้าประการ ตลอดจนผงจักรพรรดิ มหาปราบ มหากัน มหาถอน มหาระงับ ท่านว่านำมาผสมกันปั้นเป็นแท่งก่อนจะลงโองการพญายมลบถมเอาผงนี้ ซึ่งตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านให้เหตุผลว่าอันว่าคตนั้นเปรียบได้เสมือนกายสังขารของทนสิทธิ์ เป็นกายสังขารของเทพเจ้าที่มีฤทธานุภาพตรงนี้ท่านจึงนำมาใช้แทนผงพรายผงผีต่างๆที่จะทำให้เกิดอันตรายกับคนใช้บูชา ท่านว่าสิ่งนี้นอกจากจะปลอดภัยเป็นของค้ำคูณตนแล้วยังมีฤทธิ์มากกว่าอย่างเทียบไม่ได้ เมื่อจะลบถมนั้นท่านยังได้บอกกล่าวแก่ยมราชและเชิญญาณบารมีของยมราชนั้นมาแฝงอยู่ทุกอณูผงด้วย หากชีวิตใครที่ไม่เคยได้รับความยุติธรรม การเห็นอกเห็นใจ เหมือนถูกชะตากลั่นแกล้งให้เอาไปใช้ดู อันผงคุณวิชานี้แล้วจะรู้ว่าพญายมนั้นท่านไม่เคยทิ้งคนดี นอกจากนั้นท่านยังเพิ่มเติมในส่วนของมนต์พระกาฬไปด้วย ท่านว่าพระกาฬนั้นก็เป็นบริวารของยมราช เมื่อจะสร้างควายธนูแล้วท่านจึงปรารถนาจะให้เป็นที่สุดของวิชาและอานุภาพกันไปเลยเพื่อให้เป็นเจ้าแห่งควายธนูชนทั้งปวง ในส่วนผงลบอาถรรพ์มนต์พระกาฬ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้นั่งลบถมผงด้วยวิชามนต์พระกาฬนั้น หลังจากนำผงที่ได้มาปลุกเสกเเละประกอบอิทธิวิธีเข้าว่านยาต่างๆ ท่านว่าผงนี้มีอานุภาพล้นเหลือ เพราะว่าหากพระกาฬมา เเปลว่าคนผู้นั้นย่อมไม่รอดเเล้ว ไม่มีใครล่วงพ้นอำนาจของพระกาฬไปได้ คนเเต่โบราณจึงนิยมพูดกันติดปากว่า "เธอรู้จักพระกาฬหรือหาไม่" พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าผงที่สร้างนี้ก็เช่นกัน เป็นการรวมอิทธิคุณ 2 ส่วนเข้าสู่จุดเดียวกัน นั่นคือศาสตร์วิชามนต์พระกาฬ ที่สะท้อนย้อนกลับสิ่งไม่ดี ดำรงค์ไว้ซึ่งคุณธรรมสุจริต หากใครคิดไม่ดีหรือกระทำไม่ดีกับเรา เขาผู้นั้นจะมีอันเป็นไป ให้พินาศฉิบหายย่อยยับเป็นร้อยเท่าพันทวี หลังจากนั้นท่านได้นำผงวิชาพระกาฬนี้ มาผสมสูตรตามอิทธิวิธีเเละนำมาบูชาไฟอัญเชิญดวงจิตเชิญญาณพระกาฬแห่งยมโลกขึ้นมา ให้สถิตย์อยู่ที่ทุกอณูผงนี้ด้วยการนิรมาณกายของพระองค์ท่าน พ่ออาจารย์กล่าวว่าจุดนี้เลยสำคัญ เพราะวิชามนต์พระกาฬทั้งหลายนั้นเป็นวิชาใช้ฆ่าคน เเต่ปราศจากญาณเเละบารมีเเห่งพระกาฬโดยเเท้จริงสิงสถิตย์อยู่เป็นการตั้งชื่อไปเองเสียเท่านั้น ทำครั้งนี้เราจึงทำผงให้สำเร็จ ทั้งในคติมายาศาสตร์เเละเทวะวิทยา ท่านจึงว่าผงนี้สำเร็จเเล้วมีอาถรรพ์เเรงกล้าตามสายวิชา


    พ่ออาจารย์ท่านนำผงโองการพญายม ตลอดจนผงมนต์พระกาฬนี้มาผสมเข้ากับผงวิชาทำควายธนูของท่าน ซ้ำยังได้ใส่มวลสารสำคัญหลายประการลงไป โดยเฉพาะว่านยาของเก่าซึ่งนำมาบดตากแห้งไว้ที่ท่านกู้มาแต่แดนศักดิ์สิทธิ์ภูเขาควาย และผสมเข้ากับผงชมพูนุชด้วยท่านว่าควายธนูของท่านนั้นแม้คนเอาไปพกไปบูชานอกจากจะมีฤทธานุภาพรุนแรงแล้วยังจะต้องดึงดูดสิ่งดีๆเป็นเมตตามหานิยมแก่ตนเองอย่างที่สุดด้วย ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำผงชมพูนุชนี้มาชักยันต์วิเศษที่ใช้ในวิชาสวรรค์หลงทางของท่านเพื่อให้เป็นที่สุดแห่งเสน่ห์เมตตามหานิยมก่อนจะผสมลงไป ท่านนำผงและว่านยาวิเศษทั้งปวงมาเข้ากับน้ำมันสังคโลกหรือน้ำมันชาตรี ของหลวงพ่อปานซึ่งท่านได้มาเเต่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งน้ำมันนี้เป็นวิชาการที่ทำยากที่สุดตามสายของหลวงพ่อ มีสรรพคุณรักษาได้ทุกโรครวมถึงโรคเวรโรคกรรมเเละยังบรรเทาเป็นลูกเบาเป็นมหาชาตรี พ่ออาจารย์ได้นำมานวดผสมลงในผงด้วย ท่านว่าผงมวลสารต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นของสำคัญนักในการให้กำเนิดพญากาสรสุรกานต์ด้วยฐานมหาภูติธาตุ 4 ตามตำราจตุธาตุวัฏฐานหรือธาตุกรรมฐาน

    พญากาสรสุรกานต์นี้ พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างอย่างยิ่งเพื่อให้เป็นที่สุดของวิชาควายธนู โดยท่านได้ฝังธาตุกายสิทธิ์ ตลอดจนตะกรุดที่ลงวิชาปลุกเสกมาอย่างดีแล้วรวมถึงเครื่องมงคลต่างๆ ดังนี้

    - นัยน์ตายมราช นัยเนตรของท่านพญายมราช ที่เพ่งแล้วภูตผีทั้งหลายจะมอดไหม้ไปเป็นจุลมหาวิจุลในพริบตา เมื่อพญายมราชพิโรธแล้ว สักว่ามองดูด้วย นัยนาวุธ กุมภัณฑ์ทั้งหลายนับหมื่นพันตนก็จะลุกเป็นไฟพินาศ ดุจหญ้าและใบไม้บนกระเบื้องร้อนฉะนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านัยน์ตามยมราชนั้นเป็นสุดยอดอาวุธทำลายล้างที่ทรงกำลังสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเกิดจากการบำเพ็ญตบะและบารมีอย่างแท้จริงแตกต่างจากอาวุธวิเศษอื่นใดทั้งหมด ดังนั้นท่านจึงฝังไว้หนึ่งเพื่อให้พญากาสรสุรกานต์นั้นมีฤทธานุภาพร้อนแรงสูงสุดสามารถแผดเผาสรรพสิ่งอันเป็นอุปาทวอันตรายทั้งหลายได้ กับอีกนัยน์หนึ่งท่านว่าต้องการให้ญานบารมีแห่งพระยมนั้นเบิกเนตรทำให้ชีวิตคนใช้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือให้ตาของเรามีพลังมีตบะดุจนัยน์ตาของพระยามฉันใดก็ฉันนั้น ต่อไปนี้เพียงแค่มองเค้าก็กลัวก็เกรงเราแล้วจะทำอะไรก็สะดวกและง่ายไปเสียทั้งหมด ท่านว่านัยน์ตานี้สำคัญนักเพราะยมราชมาบอกให้ท่านสร้างไว้เอง ภายหลังเมื่อทำควายธนูนี้ท่านเห็นว่าท่านใช้ผงโองการพญายมด้วยท่านจึงนำมาฝังไว้ให้คู่กัน ท่านว่าดวงเนตรแห่งพระยมนี้ นอกจากจะสูงสุดด้วยฤทธิ์แล้ว ยังเป็นเนตรสอดส่อง เนตรแห่งความรักความยุติธรรมที่จะใช้มองสัตว์ทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือที่สุดแล้วของวิชาสายพญายม ใครจะได้ดีได้ชั่วอยู่ในอำนาจแห่งดวงเนตรนี้ทั้งสิ้น ท่านได้ทำการบอกกล่าวพญายมราชผู้เป็นนายเหนือหัวแห่งยมโลก เป็นนายแห่งสรรพชีวิตหลังความตาย ให้เมตตาช่วยเหลือและคุ้มเกรงผู้บูชา ท่านว่าบูชาไว้เถิด เราเชื่อใจพระยมท่านแล้วจะรู้ว่าได้ดีอย่างคาดไม่ถึงนั้นเป็นอย่างไร

    - เบ็ดล่อเหยื่อ ท่านว่าใช้ทั้งล่อและเร่งให้เหยื่อเข้ามาหาเรา พ่ออาจารย์ท่านว่านี่สำคัญนักเป็นเคล็ดว่าแม้เขาจะเข้ามาแล้วตายก็ยังเต็มใจวิ่งหาวิ่งใส่ เป็นที่สุดของเวทย์วิชาซึ่งแต่โบราณนั้นเบ็ดล่อเหยื่อนี้หาคนทำได้ยากยิ่งนัก แม้แต่ขรัวอีโต้แห่งลพบุรีที่เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อปานก็ยังสำเร็จวิชานี้ ท่านว่าวิชานี้สำคัญนักด้วยว่าสามารถทำเบ็ดไปล่อเหยื่อตกเงินตกทองในอากาศก็ยังทำได้ พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ธาตุกายสิทธิ์หล่อหลอมเป็นเบ็ดล่อเหยื่อก่อนจะปลุกเสกตามตำรับขรัวอีโต้ ท่านว่าอยากจะล่อจะเร่งอะไรต่อไปเขาได้มาหาเราถึงปาก ทำอะไรก็ง่ายดายไปหมด ไม่ต้องลงแรง วิชานี้ท่านว่าใช้ให้เป็นใช้ให้ดี ทุกอย่างติดเบ็ดเราหมด อยากได้อะไรวันนี้จะให้เบ็ดเกี่ยวอะไร ท่านว่าตั้งจินตภาพเอาไว้เลย จะเกี่ยวเงินทองทรัพย์สิน การเสี่ยงโชค เกี่ยวใจคน ท่านว่าตั้งจินตภาพไว้ให้เบ็ดนั้นเกี่ยวไม่ว่าจะเป็นหน้าคนหรือทรัพย์สินตลอดการเสี่ยงโชคทั้งหลายก็ตามให้นึกถึงสิ่งนั้นๆเช่นลูกค้าหรือล้อตเตอรี่ที่ซื้อไว้เกี่ยวได้ทั้งสิ้นเพราะนั่นคือโชคของเรา ทำให้คล่องให้ชำนาญแล้วชีวิตจะง่ายยิ่งกว่าเสือติดปีก ท่านทำวิชาเบ็ดล่อเหยื่อนี้มาฝังควายธนูเพราะว่าควายธนูของท่านสำคัญนัก เบ็ดนี้ล่อเหยื่อมาฉันใด ควายธนูนี้ก็พร้อมที่จะพุ่งชนฉันนั้น เพราะเช่นนี้อันว่า"กับคนที่ใช้นั้นที่จะไม่เกิดปาฏิหาริย์เป็นไม่มี"

    - ตะกรุดมงคลมหารูดสามกษัตริย์ พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจทำเพื่อฝังไว้ในควายธนูนี้โดยเฉพาะเพื่อให้เป็นอิทธิคุณแฝด หากจะสู้รูดไว้ด้านหน้า จะเด่นเรื่องคงกระพัน มหาอุด , ถ้าจะหนีไว้ด้านหลัง จะเด่นเรื่องกำบัง แคล้วคลาด , หากเข้าหาเจ้านาย ท้าวพระยา เจ้าปกครอง ผู้บังคับบัญชา หรือติดต่อธุรกิจการเจรจาไว้ด้านขวา เด่นมหานิยม โชคลาภ มหาอำนาจยำเกรง , เข้าหาเพศตรงข้ามเอาไว้ซ้าย เด่นด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยม ใครเห็นใครรัก ท่านว่าเมื่อเราเอาพญากาสรสุรกานต์นี้มาคาดเอวก็จะได้คุณของตะกรุดมหารูดนี้ไปในตัวพร้อมสรรพสุดแล้วแต่จะใช้ ท่านว่าการทำวิชามหารูดฝังในเครื่องมงคลนั้นที่จริงเป็นสิ่งทำได้ยากด้วยว่ามีอิทธิวิธีที่แยบยลรวมถึงการปลุกเสกการวางอารมณ์ตั้งธาตุหนุนธาตุทั้งหลายตามเคล็ดวิธีแต่ละด้านต่างจากตะกรุดทั่วไปต้องใช้ฌานและกสินที่เป็นวสี ท่านว่าถ้าไม่ดีจริงเราไม่ยุ่งยากนั่งทำและท่านตั้งใจอย่างมากจริงๆที่จะทำให้ใช้กันอย่างดีที่สุด จึงอาจเรียกว่าพญากาสรสุรกานต์นี้เป็นเครื่องมงคลชนิดเดียวที่พ่ออาจารย์ท่านแฝงวิชาตะกรุดมหารูดเอาไว้

    - ตะกรุดบารมีพระสยมเนื้อตะกั่วขอมโบราณพันปี พ่ออาจารย์ท่านว่าที่สุดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงที่จะมีฤทธิ์มีเดชเป็นที่เกรงขามในตนเองปรากฏแก่ตาโลกได้นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีตบะมีบารมีสั่งสมอยู่ในตน พ่ออาจารย์ท่านปรารถนาตั้งใจจะทำที่สุดแห่งควายธนู เช่นนั้นท่านจึงจารตะกรุดเปิดบารมีดึงอำนาจแห่งพระสยมมหาเทพลงมาเป็นฐานบารมีเพื่อจะก่อกำเนิดพลังอำนาจให้กับพญากาสรสุรกานต์นี้โดยใช้ตะกั่วขอมพันปีที่ซึมซับการอธิษฐานจิตและพลังงานได้สูงสุด ท่านว่าเช่นนี้กระบือเผือกตนนี้ก็จะมีฤทธิ์มีอำนาจที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ทั้งยังเป็นที่เกรงขามแก่ไตรภูมิ ท่านว่าสุดแล้วแต่จะเลี้ยงและบูชากันเลย

    - ตะกรุดฝนแสนห่าตำรับสำเร็จลุน พ่ออาจารย์ท่านจารฝังไว้ด้านหน้า ท่านว่าเหมือนกระบือติดอาวุธให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีก อันพญากาสรสุรกานต์นี้ท่านว่าเขาเหมือนแก้วสารพัดนึก ด้วยว่าท่านทำและอธิษฐานจิตมาให้มีทุกอย่างพร้อมแล้ว ขึ้นอยู่กับคนใช้ว่าต้องการใช้ด้านหน้าไหน ตะกรุดฝนแสนห่านี้จะเป็นตัวขับพลังงานออกมาให้ตามคำอธิษฐาน อยากใช้ทางมหานิยมก็จะเป็นพลังงานด้านนั้นดังฝนเสน่หาตกอาบครอบคลุมกายเราเช่นนี้ อยากใช้ทางไหนพลังงานก็จะไหลออกมาครอบคลุมรอบกายเรานั้นดุจแสนห่าฝนสุดแล้วแต่จะปรารถนาดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามา ในทางกลับกันฝนแสนห่านี้ก็เหมือนเกราะแก้วตาข่ายเพชรที่ขึงเอาไว้เป็นอาณาเขตรอบตัวเราทั้งสิบทิศไม่เว้นแม้นภากาศหรือเบื้องต่ำพื้นธรณีให้ไม่มีสิ่งใดสามารถเล็ดรอดเข้ามาทำภยันตรายแก่เราได้ ท่านว่าควายนี้สำคัญนักเมื่อติดตะกรุดฝนแสนห่านี้เขายิ่งเก่งมากขึ้นไปอีกเรียกว่าได้ประโยชน์ทั้งตัวเค้าเองรวมไปถึงคนบูชาทีเดียว ท่านว่าอย่าว่าแต่ศึกมนุษย์เลย แม้แต่ศึกเทวดาก็หาที่จะปราชัยมิได้

    - กายสิทธิ์ภูเขาควาย พ่ออาจารย์ท่านได้นำธาตุกายสิทธิ์ที่เจอในภูเขาควายสองชนิดฝังไว้ในพญากาสรสุรกานต์ด้วย ท่านว่าเป็นอุปเท่ห์อันวิเศษเพื่อจะให้เทวดาทั้งหลายที่เชิญมาก่อเกิดเป็นอวัยวะต่างๆของควายธนู ลงมาพิทักษ์รักษาตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยอาศัยธาตุกายสิทธิ์นี้เป็นที่สิงสถิตย์แห่งเทวานุภาพ ซ้ำกายสิทธิ์ภูเขาควายทั้งสองนั้นอันหนึ่งร้อนอันหนึ่งเย็นเป็นสมดุลย์แห่งหยินหยางช่วยปรับธาตุขับไล่โรคภัยสิ่งไม่ดีทั้งหลายในร่างกาย ตลอดจนสิ่งทั้งหลายภายนอกในรัศมีของเค้าก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่ดีกับดี นี่ดูดโรคดูดภัยนะซ้ำยังใช้ได้ทุกสิ่งตามแต่จะอธิษฐานเพราะเป็นกายสิทธิ์ภูเขาควายอันมีเทพผู้ทรงมเหศักดิ์รักษา

    พญากาสรสุรกานต์นี้พ่ออาจารย์ท่านได้ทำการปลุกเสกมาอย่างยาวนาน ด้วยว่าต้องการให้เป็นทาสบริวารที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีกับผู้เป็นนายอย่างถึงที่สุด ท่านว่าเค้าต่างจากเราเพราะเขามีชีวิตของเขา ไม่เหมือนพระเหมือนเทพ แต่เป็นเทพเดรัจฉานที่มีชีวิตเป็นของตนเองไม่ผูกติดกับใคร ซ้ำยังมีหน้าที่ หน้าที่เพียงหนึ่งเดียวที่ต้องถวายความจงรักภักดีแก่ผู้เป็นนาย คอยหาทางช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบไม่ต้องไปทำอะไรที่ไหนอีก

    หากจะพกเป็นเครื่องรางก็ใช้เคล็ดวิชามหารูดได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะใส่พานบูชาก็ให้ถวายถั่วงา หญ้า และน้ำเปล่า แม้จะบนบานอะไรก็ใช้เพียงเท่านี้ ท่านว่าที่แห่งนั้นย่อมได้รับการคุ้มครองจากเขา จะทำอะไรก็มีแต่รุดหน้าไม่ถอยหลังหาที่ว่าจะตกต่ำเป็นไม่มี แม้นมีใครคิดร้ายมุ่งร้าย จ้องจะทำร้ายให้เกิดอันตรายนานัปการแก่เรา เค้าย่อมพุ่งชนไม่หยุดยั้ง พ่ออาจารย์ท่านว่าสุดแล้วแต่จะบอกกล่าวกันจะขออะไรให้ช่วยอะไรก็บอกด้วยเพราะว่าสมัยนี้สังคมนั้นอยู่ยาก มีภัยอันตรายปรากฏแก่ทุกชีวิตอยู่เนืองๆ อย่าเห็นว่าเขาเป็นควาย แต่ให้รู้ไว้ว่าเค้าเป็นเทพเดรัจฉานอันมีกายมนุษย์เป็นพญากาสร เหมือนพญาครุฑพญานาคที่เป็นเทพเดรัจฉานอย่างใดก็อย่างนั้น แตกต่างกันที่ว่าพญากาสรสุรกานต์นี้กำเนิดมาเพื่อช่วยงานถวายชีวิตแก่ผู้เป็นนายอย่างแท้จริงโดยไม่ติดกฏแห่งกรรมเวรใดๆ ด้วยนี่คือหน้าที่ของเค้า แม้ผู้เป็นนายจะมีเวรกรรมสิ่งใดย่อมไม่เกี่ยวกับเค้าเรียกว่าอยู่เหนือกฏเวรกรรมของเราจะคอยปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเราได้ทุกเรื่องนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องรางเช่นนี้ทำได้ยาก เพราะต้องขอเสด็จพระใหญ่ซ้ำยังต้องบอกกล่าวแก่ยมราช เป็นเครื่องรางที่มีตราบัญญัติมีเจ้าของถือครองทุกตน ท่านว่าปลุกเสกจนได้กลิ่นสาปควายตลอดจนได้เสียงกีบเท้าควายมาเดินอยู่รอบๆ และตัวพญากาสรเหล่านั้นก็กะเด็นตกพานกันทุกรอบ ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านออกปากว่า " จะหาเครื่องรางที่แก่อิทธิคุณเช่นนี้ได้ยากนัก อันพญากาสรเผือกนี้ มีรัศมีแรงกล้าปานว่าพระอัคนี "

    คาถาบูชา (แบบสั้นใช้ภาวนาได้ตลอด โอมนะยอ มหานะยอ)
    โอม ปู่เจ้าสมิงพราย ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควายธนู กูจักเชิญพระอิศวรมาเป็นตาซ้าย กูจักเชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา กูจักเชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา กูจักเชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง กูจักเชิญพระพุทธคีเนตร์พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง กูจักเชิญพระจตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นตีนสี่เท้า กูจักเชิญผีทั้งหลายมาเป็นตับไตไส้พุง โอมพญาควายกูนี้ตัวใหญ่หลวงนัก เขาเป็นทองสิงคี เป็นใหญ่กว่าควายธนูทั้งหลาย กูจะเอาชนะผีตายโหง ตายห่า ตายท้องกลม ตายไม่ดี ตลอดจนผีป่า เสือ หมี ผีกะ ปอบ เปรต แลยักษียักษาทั้งหลาย จะให้มึงตายก็ตาย พ่อควายกูเอ๋ย จงตื่น จงลุก จงวิ่งสวาหะ นะมะพะทะ นะมะพะทะ สวาหะ สวาหะ นะมะสะตีตินัง โยโสภะคะวายัง มะอะอุ (อธิษฐานได้ทุกสิ่ง)

    * พญากาสรสุรกานต์นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้ทั้งหมดเจ็ดตน สำหรับท่านที่จะบูชาให้แจ้งไว้เฉพาะทาง PM เท่านั้น พร้อมกับบอกชื่อนามสกุลไว้ด้วย เนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมประสิทธิ์ให้เป็นการเฉพาะต่อไป รายได้จากการบูชาท่านจะนำไปร่วมทำบุญปูพื้นพระอุโบสถให้วัดในถิ่นทุรกันดารต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลมหาภูติพญากาสรสุรกานต์ (นัยน์ตาแห่งยมราช) บูชา 4,000 บาท

    2016-02-12--08-26-27.jpg 118756197.jpg DSC06451-300x225.jpg SAM_5352.jpg SAM_5354.jpg Njp_Us24n_CQKx5e1_DGz6_Oy_Y9_VQQO8_SUXtx_KVGZz_CQj_Xf.jpg
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดลงถมมงคลฟ้ามหาบัญชาชี้นิ้วเพชรประกาศิต(พระอินทร์เจ้ากล่อมนางนอน)

    พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างตะกรุดตำรับใหญ่ ในสายวิชามหาเวทย์ไตรตรึงษ์ขึ้นมา ท่านว่าแต่โบราณกาลนั้นคนที่จะคอยบัญชาการ ชี้นิ้วสั่งคนอื่นได้ ต้องเป็นผู้มีอำนาจวาสนาบารมีเท่านั้น คนธรรมดานั้นจะทำไม่ได้เลย ท่านอุปมาไว้ดังนี้ ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้ลงวิชาสร้างตะกรุดมหาบัญชาชี้นิ้วเพชรขึ้น ท่านว่าตะกรุดมหาบัญชานี้เป็นวิชาในสายของปู่พระอินทร์เจ้าสวรรค์ ตะกรุดนี้สำคัญขนาดไหน สำคัญอย่างไร ท่านว่าตรองดูง่ายๆ ก็มีพระอินทร์องค์เดียวนี่แหละที่นอกจากจะชี้นิ้วคอยบัญชาการเหล่าเทพเจ้าได้ทั้งดาวดึงษ์แล้ว แม้ในสวรรค์ชั้นอื่นๆเขาก็เกรงใจยอมทำตามพระอินทร์กันหลายส่วนเหมือนกันด้วยตำแหน่งประธานเทวสภานั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าจะหาไหนได้เหมือนเช่นนี้หามีไม่ แม้ทั่วโลกธาตุทั้งสามจะมีบุคคลใดที่มีอำนาจเกินกว่าขอบเขตตัวเองถึงเพียงนี้อีกหรือ

    ดังนั้นท่านจึงอัญเชิญพระอินทร์เจ้าลงมาบอกกล่าวว่าจะทำตะกรุดมหาบัญชาที่เป็นดั่งตัวแทนของมหาอำนาจ ในตัวประธานเทวสภาซึ่งก็คือพระอินทร์นั่นเองขึ้นมาซักครั้งหนึ่ง ซึ่งครูท่านก็อนุญาติด้วยดีซ้ำยังแนะนำให้พ่ออาจารย์ลงวิชาชี้นิ้วเพชรเป็นกฤติยาคมแฝดเสริมลงไปอีกด้านหนึ่ง


    ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านว่าหากเสริมวิชาชี้นิ้วเพชรลงไป ตะกรุดมหาบัญชานั้นก็จะมีอานุภาพมากจนเราไม่อยากจะคิด ท่านว่าผู้ใช้นั้นจะมีอานุภาพดุจองค์อมรินทร์ด้วยว่าสามารถบัญชาการปวงสัตว์ทั้งหลาย และที่สำคัญขึ้นไปอีกนั้นก็คือสามารถบัญชาได้แม้กระทั่งเทวดา ไม่ว่าจะภูมิเทวดาหรืออากาศเทวาตลอดจนครุฑธา นาคา เทพพรหมทั้งหลายย่อมให้ความเกรงใจหลายส่วนทีเดียว

    พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาแล้วจึงได้นำตะกั่วขอมโบราณมาใช้ในวาระนี้ ท่านได้เมตตานำตะกั่วขอมไปทำพิธีมุรธาภิเษกก่อนเสียหนหนึ่ง พร้อมทั้งเชิญบารมีของเจ้าปู่พระอินทร์ลงมาฉาบทาไว้ที่ตะกั่วทุกแผ่น พ่ออาจารย์ท่านเมตตาบอกกล่าวว่าแผ่นตะกั่วนี้เดิมก็มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้วแม้จะยังไม่ได้ทำอะไร แต่ในตอนนี้กลับมีพลังทิพย์อำนาจอยู่เต็มเปรี่ยม ถึงจะยังไม่ได้ลงอะไรเลยก็มีฤทธานุภาพในระดับที่น่าพอใจเสียแล้ว

    เมื่อท่านเห็นว่าพอสมควรแล้วท่านจึงได้ลงอักขระกำกับทั้งหน้าหลังไม่ได้ว่างเว้น ท่านว่ามหาเวทย์ไตรตรึงษ์นี้เป็นวิชาสำคัญเพราะเป็นวิชาสายเวทย์สวรรค์เป็นวิชาของเทวดา จะใช้กันในเทพเจ้าผู้มีอำนาจสูงสุดที่คอยดูแลผลึกจักรวาลทั้งหลาย ท่านว่าทำไม่ง่ายเลยเปรียบตะกั่วแผ่นนี้เหมือนจอมเขาพระสิเนรุราชอันเป็นหลักค้ำจุนสามโลกธาตุ ก่อนจะบริกรรมคาถาอัญเชิญครูว่าสูตรลงวิชาไป ท่านว่าทุกอย่างทำตามฤกษ์ยามอย่างเคร่งครัด และต้องให้เจ้าปู่พระอินทร์นั้นมาคอยต่อมือคุมพิธีอยู่ตลอดเวลา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดมหาบัญชานี้คือที่สุดเพราะเป็นดั่งการหนุนนำพลังอำนาจ ตบะ เดชะ บารมี ให้เกิดมีขึ้นในตัวเรา ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าไม่มีอยู่ในตัวแล้วจะอาศัยอะไรไปสั่งการใครเขาได้ และหากสั่งได้ใครเขาจะอยากทำ ท่านว่ามหาบัญชาคือการใช้อำนาจบงการชีวิตคนอื่น สั่งการคนอื่น เป็นที่สุดแห่งมหาอำนาจปกครองฟ้าดินอย่างแท้จริง ด้วยว่าท่านลงวิชาชี้นิ้วเพชรเสริมไปด้วย ท่านว่านี่ไม่ใช่นิ้วชี้ที่จะชี้ให้ใครตายใครเป็นเช่นวิชานิ้วเพชรพระอิศวร แต่ว่ากลับมีข้อดียิ่งกว่านั้น เพราะว่านี่คือนิ้วประกาศิตที่ชี้ไปได้ดั่งใจ ท่านว่าไม่ผิดหรอกเพราะว่าชี้นิ้วเพชรก็คือชี้อะไรย่อมเป็นอย่างนั้น ชี้แล้วบอกว่าดีว่าเจริญก็มีแต่จะดีจะเจริญยิ่งๆขึ้นไป ท่านว่าชี้ให้ใครไปทำอะไรเขาก็ไปทำให้ทั้งหมด จะชี้ให้ดีขึ้นก็ได้ เลวลงก็ได้ขึ้นอยู่กับใจของเรานั่นเอง

    นิ้วเพชรประกาศิต แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สำคัญยิ่งยวดนัก โดยปกตินอกจากการชี้นิ้วสั่งการจะแสดงถึงสัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจมีความเป็นอยู่สุขสบายดีกว่าชีวิตคนทั่วไปอย่างคาดไม่ถึงแล้ว นิ้วเพชรประกาศิตนั้นยังหมายถึงการชี้นิ้วออกคำสั่งด้วยคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวาจาอันเด็ดขาดมั่นคงดุจเหล็กเพชรลิขิตแผ่นผา ท่านว่าวิชานี้คนใช้จะมีปากที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หากยังพกตะกรุดอยู่แล้วล่ะก็แทบไม่ต่างอะไรจากผู้มีวาจาสิทธิ์เลย ยิ่งเวลาพูดอะไรหากได้ชี้นิ้วออกไปเมื่อไหร่ การณ์ทั้งหลายก็จะปรากฏขึ้นเช่นนั้นด้วยเทวานุภาพแห่งองค์อมรินทร์ท่านดลบันดาลให้เป็นไป พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้แล้วคนที่จะนำไปบูชาจะต้องระลึกกันให้ดี อย่าพูดจาให้ร้ายกับใคร หมั่นพูดแต่สิ่งที่ดีอวยพรผู้อื่นบ่อยๆ ท่านว่าเราให้พรเขาอย่างไร สิ่งต่างๆเหล่านั้นก็จะย้อนกลับมาถึงตนเองด้วย

    เมื่อทำสำเร็จแล้วพ่ออาจารย์ท่านจึงนำตะกรุดมาปลุกเสก ขอเทวานุภาพของเจ้าปู่พระอินทร์อีกคำรบหนึ่ง ท่านว่านิมิตดีนัก ตะกรุดนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้ม้วนก็แทบจะสำเร็จจนไม่ต้องทำอะไรต่อแล้วด้วยว่าใช้ได้สารพัด ท่านว่าพกพาไปเถิดอำนาจและความสุขสบายอันเป็นฐานของมนุษย์มันจะวิ่งเข้ามาหาเอง อำนาจของพระอินทร์นั้นไม่เหมือนกับอำนาจเทวดาองค์อื่นๆ ด้วยว่าสิ่งที่ได้มานั้นจะมั่นคงไม่ฉาบฉวย

    นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้นำแผ่นเงินมาลงวิชากล่อมนางนอนในภาคของมหาเสน่ห์ขั้นสูงสุด นั่นคือพระอินทร์เจ้ากล่อมนางนอนก่อนจะห่อหุ้มตะกรุดไว้ชั้นนอกอีกคำรบหนึ่ง ท่านว่ามหาอำนาจอย่างเดียวนั้นอยู่ยาก ต้องให้คนเค้าเคารพและรักเราออกมาจากใจด้วยจึงจะบัญชาเค้าได้ และในส่วนของวิชานี้ก็ถือเป็นบทครูที่มีอานุภาพรุนแรง ท่านว่าคิดเอาเถิดว่าพระอินทร์นั้นมีสนมและนางบำเรอนับสิบนับร้อยล้านนาง วิชาและมนต์เสน่ห์ที่ท่านใช้นั้นไม่ได้มีไว้ประดับตัวเฉยๆเสียเมื่อไหร่ หากแต่ต้องแบ่งภาคแยกกายใช้งานลับคมอยู่ทุกวัน ตรงนี้สำคัญมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่เพียงแต่พกไปจะเป็นมหาเสน่ห์เท่านั้นแต่ตะกรุดวิชานี้ยังทำอะไรได้มากกว่านั้นเยอะ

    หากปรารถนาจะให้คนรักเราท่านว่าก็ทำได้สมความปรารถนา เพียงลงชื่อเขาใส่ไว้ในตะกรุดเถิด เสร็จแล้วก็ตั้งจิตนั่งภาวนานึกถึงหน้าเขาไป ท่านว่านี่ไม่ใช่คุณผีนะแต่เป็นคุณเทวดาท่านสงเคราะห์ พระอินทร์ท่านจะดลบันดาลให้เค้าคิดถึงเราจนถึงขั้นไม่เห็นหน้ากันนี่อยู่ไม่ได้เลยทีเดียว เขาจะรักรำพึงพิไรรำพรรณถึงเรานักหนา หากลงทั้งชื่อวันเดือนปีเวลาเกิดของเขาใส่กระดาษไว้ในตะกรุด แล้วภาวนานึกถึงตัวเราอยู่กับเขา ท่านว่าเขาจะรีบมาหาเราเลยทีเดียว

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตัวแผ่นยันต์พระอินทร์กล่อมนางที่หุ้มด้านนอกนั้นสำคัญนักเป็นที่สุดของมหาเสน่ห์อย่างหนึ่งเลย ท่านว่ากล่อมนางนอนนั้น ชื่อนี้มันชัดและตรงตัวอยู่แล้วไม่ต้องเสริมหรืออธิบายอะไรมากไปกว่านี้อีก ท่านว่าสุดแล้วแต่จะใช้แต่ให้อยู่ในทำนองคลองธรรมเถิด อย่าให้เกิดเป็นเวรกรรมแก่ผู้ใดก็พอ

    เมื่อม้วนรวมกันแล้วท่านจึงทำการเสกปิดอีกวาระหนึ่ง ท่านว่าตะกรุดนี้สำคัญนัก เป็นเหมือนตะกรุดสั่งเสน่ห์เลยทีเดียว เพราะว่าพอนำมารวมกันแล้ว ต่อไปชี้ให้รักเขาก็ต้องรัก ชีให้มีใจอ่อนโยนเมตตาเราแต่ฝ่ายเดียว จะชี้อย่างไรล้วนได้ทั้งสิ้น ตะกรุดนี้เป็นของสูงแม้เจ้าปู่พระอินทร์ท่านยังมีดำริว่า "อันตะกรุดนี้แม้หากผู้ใดได้ถือครองไว้ นับได้ว่าเป็นบุญลาภอันประเสริฐของคนผู้นั้น ให้ประพฤติการณ์แต่โดยควรเถิด หากไม่ได้พบนับว่าอาภัพนัก" พ่ออาจารย์ท่านว่าก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะตะกรุดมหาบัญชานั้นไม่ใช่นึกอยากทำเมื่อไหร่ก็ทำได้ แม้ใครได้พบก็นับเป็นบุญของเค้าจริงๆ ท่านว่ามันไม่ง่ายหรอกนะที่จะทำของที่บงการทวยเทพได้ ทั้งนี้เป็นไปด้วยอำนาจของพระอินทร์ทั้งสิ้น ท่านว่าใครที่มีบุญสัมพันธ์กับปู่พระอินทร์เค้าจะมานำพาไปเอง เมื่อได้กระทำสักการะนำไปใช้ติดเนื้อต้องตัวเค้าก็จะเจริญขึ้นโดยลำดับไม่มีตกต่ำลงได้เลย

    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านเสกเก็บไว้นานมาก เรียกว่าเสกแล้วเสกอีกทั้งที่เต็มแล้วเสกไม่เข้าแล้ว เรียกว่าถึงขั้นอัดพลังจนไม่มีอะไรจะใส่เข้าไปได้อีกท่านก็ยังไม่ได้นำออกมาให้ใครบูชา ท่านว่ากลัวคนใช้จะบ้าคิดแต่จะใช้เล่นๆเอาไปชี้นิ้วพูดจาทำปากพล่อยจะกลายเป็นให้โทษแก่ผู้อื่นไป ท่านว่าหากจะใช้ก็ให้สำรวมกายวาจาใจให้ดี ไม่ต้องไปชี้ใครหรอก ชี้ใส่หน้าตัวเองนี่แหละ ให้ชีวิตนี้มีแต่ความสุขความสวัสดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใดเบียดเบียน ให้พบโชคลาภประสบความสุขความเจริญ ให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ท่านว่าพูดแต่สิ่งดีๆเข้าตัว แต่ห้ามไปพูดคำว่าขอนะ ขออย่างนั้นขออย่างนี้ไม่เอา เพราะนี่เป็นตะกรุดมหาบัญชา เราไม่ต้องไปขออะไรจากใครเพราะมีแต่เราจะเป็นฝ่ายให้คนอื่นด้วยซ้ำ ท่านว่าอยากได้ดีกันมั๊ย ถ้าอยากได้ดีก็ใช้เช่นนี้ ชี้ใส่ตัวเองพูดกับตัวเองนี่แหละ ขาดอะไร ไม่ได้รับสิ่งใดก็พูดในสิ่งนั้น แล้วชีวิตเธอจะได้รับการเติมเต็ม

    ตะกรุดมหาบัญชานี้เมื่อได้รับไป หากไม่ได้ใช้ทางเสน่ห์เล่ห์กลใดๆ ท่านว่าให้ตั้งจิตระลึกถึงพระอินทร์เจ้าสวรรค์ให้ดี บอกกล่าวท่านว่าติดขัดอะไร ลูกอยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไร พูดกับท่านเหมือนพูดกับญาติผู้ใหญ่ บอกกล่าวท่านไปว่าเราพร้อมแล้ว ถึงเวลาแล้ว ควรแก่กาลแล้ว ทีนี้ก็ให้นำกระดาษลงชื่อนามสกุล วันเดือนปี เวลาเกิดของตนเองม้วนสอดไว้ภายใน ท่านว่าต่อไปเวลาจะใช้จะชี้อะไรต่อไปก็จะง่ายดายเช่นนั้น แม้จะใช้ทางเสน่ห์เล่ห์กลใดๆก็ให้เอากระดาษนี้ออกแล้วนำไปทำตามอุปเท่ห์ทั้งหลายเถิดท่านว่าสุดแล้วแต่จะใช้

    ขอให้จิตตั้งมั่นอยู่กับปู่พระอินทร์ มีกำลังใจที่สูง มีแรงศรัทธา เปลี่ยนกำลังใจตรงนั้นมาเป็นประกาศิตพร้อมที่จะลิขิตชีวิตตัวเองเท่านี้ก็พอ ท่านว่าตะกรุดนี้ยิ่งเชื่อมั่นก็ยิ่งได้ผลมาก ยิ่งมีกำลังใจมาก มีความปิติมากก็ยิ่งได้ผลมาก สิ่งต่างๆเหล่านี้ใครก็มีได้ ถึงไม่มีก็ทำให้เกิดได้ ให้พูดแต่สิ่งดีๆหมั่นนำตะกรุดมาชี้เข้าหาตัวเอง พูดได้ทุกสิ่งที่เป็นสิ่งดีๆไม่มีใครห้าม ท่านว่านี่ยิ่งกว่าไปขอพรเทวดาที่ไหนเสียอีก

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดมหาบัญชานี้ไว้เก้าดอก ท่านว่ามีไม่มากหมดแล้วก็หมดไป เนื่องจากเห็นหลายคนอยากได้ตะกรุดชุดสำคัญของพ่ออาจารย์ท่าน ท่านเลยเมตตาให้นำออกมาให้บูชา ท่านว่านี่เป็นตะกรุดเฉพาะกาล เฉพาะวาระ แม้ต่อไปเบื้องหน้ามงคลเช่นนี้ก็จะไม่ปรากฏมีขึ้นมาอีก

    คาถาบูชา
    โอม อินทะเทวานัง อะหังวันทามิ สัพพะโส นะโมอินทรายะ นะมามิสิระสาอะหัง อินทะมหาเทวัง อะหังวันทามิ สัพพะทา สักกะเทวะตา สักการะวันทานัง สุขิตา ชีวิตัง มหาลาโภ ภวันตุเม

    * ตะกรุดมหาบัญชารับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น สำหรับผู้สั่งจองให้แจ้งชื่อนามสกุลเอาไว้ด้วย รายได้จากการบูชาท่านจะนำไปร่วมบริจาคข่าวสารอาหารแห้งในวัดที่ทุรกันดารต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดลงถมมงคลฟ้ามหาบัญชาชี้นิ้วเพชรประกาศิต(พระอินทร์เจ้ากล่อมนางนอน) บูชา 1,500 บาท
    in_4.jpg 1621674_493851897390753_668276390_n.png SAM_5355.jpg
     
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ปฐมพุทธพักตร์สมเด็จพุทธสิกขีทศพลญาณที่ 1 (เนื้อยาแก้กรรมเร่งรวยลืมจน)
    การสร้างพุทธพักตร์สมเด็จองค์ปฐมนั้น นับว่าเป็นงานยากที่สุดในชีวิตของพ่ออาจารย์ท่านก็ไม่ผิด ซึ่งท่านได้เมตตาบอกกล่าวว่า ท่านยังจำสาเหตุที่จะสร้างได้เป็นอย่างดี โดยแรกเริ่มนั้นท่านมีนิมิตถึงหลวงพ่อปานได้พาท่านไปหาเสด็จพระใหญ่ แต่อยู่ดีๆตอนนั้นท่านก็ได้จ้องไปที่พระพุทธพักตร์แล้วมีความรู้สึกว่า หากได้ทำพระพุทธพักตร์ของเสด็จท่านให้ผู้ศรัทธานำไปบูชาแล้ว คงจะเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิตของทุกคนไม่น้อย ท่านว่าเราเพียงระลึกอยู่เท่านี้ แต่เสด็จพระใหญ่กลับเปล่งวาจาว่าสาธุๆออกมาถึงสามครั้งสามหน


    พ่ออาจารย์ท่านหลังจากได้รับพุทธนิมิตแล้วก็ตั้งใจว่าจะทำและจะทำให้อย่างดีที่สุด ท่านว่าท่านไม่เคยทำอะไรที่ยากถึงเพียงนี้เลย เพราะเสด็จพระใหญ่กำหนดให้มาแต่เดิม เมื่อจะสร้างปฐมพุทธพักตร์นั้นพ่ออาจารย์จำต้องลบถมผงวิเศษถึง 227 ชนิด เท่ากับศีลพระ ทั้งอักขระยันต์จากคัมภีร์ปถมังต่างๆ ตำราพระพิชัยสงครามแต่ละสูตร รวมไปถึงวิชาและอักขระยันต์ต่างๆที่พ่ออาจารย์ท่านได้รับการขัดเกลาและสั่งสอนโดยตรงจากเสด็จพระใหญ่ท่าน ท่านได้ทำการลบถมจนทะลุกระดานชนวนในเวลาหลายปีกว่าจะได้ครบ 227 ชนิด ซึ่งท่านบอกว่านี่ไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้ใช้อย่าเพิ่งตายก็แล้วกัน ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้นพ่ออาจารย์ท่านเมื่อจะผสมผงสร้างพระท่านยังได้นำผงรัตนมาลาที่ท่านเรียกสูตรลบทีละตัวทีละพระคาถาอีก 108 พระคาถา มาใส่ผสมลงไปด้วย ท่านว่าเฉพาะผงที่ใช่ทำพระนี่ก็นับว่าเป็นที่สุดของวิชาอันจะเกิดจะมีขึ้นได้ในโลกนี้แล้ว

    ท่านได้เมตตานำผงลบถม 227 ชนิดมาผสมกับผงรัตนมาลาทั้ง 108 ท่านว่าหากจะทำอิทธิวัตถุให้มีฤทธิ์อำนาจสูงสุดนั้น ตัววัสดุมวลสารที่นำมาใช้จะต้องผสมกลมกลืนกันทั้งพุทธและไสย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงวิเศษอีกชนิดหนึ่งมาใช้ผสมนั่นก็คือผงโฮมัมหรือฮวานัมที่ได้จากกองกูณฑ์อัคคีในการบูชาไฟด้วยอาถรรพ์เวทย์ต่อองค์พระสยมภูวญาณของท่านผสมลงไปด้วย ท่านว่าผงนี้ดี ใช้ทางกันตัวได้ทุกสิ่งพกอยู่ที่ไหนยิ่งกว่ากำแพงแก้วเจ็ดชั้นหรือว่าตาข่ายเพชรเสียอีก เป็นสุดยอดของกันตัวแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าต่อให้ผงวิชาเกราะเพชรหรือวิชาต่างๆก็เทียบกับผงตัวนี้ไม่ได้ ชีวิตใครที่มักมีสิ่งไม่พึงใจ ไม่พึงประสงค์มารบกวน ทั้งที่ตัวเองก็หาทางแก้แล้ว ไปรับยันต์เกราะเพชรมาก็แล้วหรือพกวัตถุเกี่ยวกับยันต์เกราะเพชรก็แล้ว ยังแก้ไม่หาย ท่านว่าผงนี้เอาอยู่ ทุกสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นั้นไม่ว่าจะเกิดแต่กรรมลิขิตหรือเป็นไปตามวัฏจักรก็ตาม หากเป็นอัปมงคลแล้วไซร้ย่อมถูกแผดเผาไปให้เป็นจุณมหาวิจุณในพริบตา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสังคมสมัยนี้อันตรายและน่ากลัว อยู่กันยาก สิ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเสด็จพระใหญ่ท่านมีโองการหรือดลใจพ่ออาจารย์ท่านอย่างไร เมื่อจะกดพิมพ์ปฐมพุทธพักตร์นั้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำเครื่องยาโบราณที่ท่านประกอบขึ้นเรียกว่ายาแก้กรรมผสมลงไปในเนื้อพระด้วย ซึ่งยานี้ท่านทำจากสมุนไพรและเครื่องยาโบราณล้วนๆนำมาประกอบกับชะมดเชียง ดีหมี เขี้ยวเสือ นอแรด เป็นต้น ซึ่งท่านว่าเป็นยาที่ทำยากมากสูตรเสด็จพระใหญ่ด้วยว่านยาทั้งหลายที่ท่านกำหนดให้ไปกู้มาประกอบยานั้นล้วนหายากทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำยาแก้กรรมนี้ผสมลงไปในเนื้อพระส่วนนึง ท่านว่ายานี้มีคุณตามชื่อเลย นั่นคือปฐมพุทธพักตร์นี้ใช้ผ่อนหนักเป็นเบาและชะลอกรรมเก่าได้ ขอให้เป็นคนดีหมั่นสร้างความดีอย่าปล่อยโอกาศให้หลุดมือท่านว่าเสด็จท่านจะช่วยเหลือเต็มที่ นอกจากนี้ยาแก้กรรมยังสามารถใช้แก้ได้สารพัด ที่เป็นเครื่องยาอันประกอบด้วยสิ่งอุบาทว์และอัปมงคลต่างๆ ไม่ว่าจะยามนต์ ยาคุณไสย ยาหลง ยารัก ยาแฝด ยาสั่ง ยาประสาท ยาชัง ยาหน่าย ยาตาย ยาพิษ ยาเสน่ห์ ยาต่างๆที่เกิดจากของฝ่ายต่ำและสิ่งอัปมงคลอันเกิดแต่การกระทำมาด้วยวิธีไสยศาสตร์ทั้งหลายนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าทำร้ายเราไม่ได้เลย ให้พกยาแก้กรรมนี้ไว้ถึงมีอยู่ในร่างกายถึงขั้นเข้าเลือดเนื้อไปแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะขับออกมาทั้งสิ้น

    เมื่อท่านได้ใช้ไม้ขนุนตายพรายมาลงอาถรรพ์สำคัญให้มีกินมีใช้ไม่รู้สิ้นซ้ำยังหนุนดวงเสริมส่งวาสนาคนใช้แล้ว ท่านก็นำไม้ขนุนตายพรายนั้นมาแกะแม่พิมพ์เป็นปฐมพุทธพักตร์ โดยเศษเนื้อไม้ที่เหลือจากการแกะแม่พิมพ์นั้นท่านก็ได้ผสมลงไปในเนื้อพระด้วย พร้อมกับใช้น้ำผุด คือน้ำทิพย์ที่ผุดขึ้นในเศียรพระเจ้า ในพระพุทธบาท และสถานที่อาถรรพ์สำคัญต่างๆมานวดเนื้อพระตอนท่านผสมสูตรเพื่อจะกดพิมพ์

    ซึ่งเมื่อท่านได้ทำการกดแม่พิมพ์ออกมาแล้วนั้นก็นับเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่งที่องค์พระนั้นแย้มพระโอษฐ์และอ้าปาก พ่ออาจารย์ท่านหัวเราะแล้วกล่าวว่าพระอ้าปากเช่นนี้ยังไม่เคยเห็นจะมีใครทำ ซึ่งเสด็จพระใหญ่นั้นได้นิมิตสื่อใจกับพ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระนี้ท่านตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อใดที่พระศาสดาองค์ปฐมนั้นเผยพระโอษฐ์ตรัสพุทธดำรัส เมื่อนั้นพระสัทธรรมเทศนาก็จะออกมาจากพระโอษฐ์นั้น พระสัทธรรมนี้เป็นแสงสว่างที่ใช้ทำลายความมืดได้ทุกสิ่ง เป็นไปเพื่อความหลุดพ้น เป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพาน พ่ออาจารย์ท่านว่าที่เปิดพระโอษฐ์นี้ก็ด้วยเหตุผลสองนัยสำคัญ ประการแรกดั่งที่ได้กล่าวมาแล้ว ชีวิตคนใช้จะเหมือนมีพลังอำนาจแห่งสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ไหลออกมาจากพระโอษฐ์นั้นตลอดเวลาเพื่อค้ำจุนเกื้อหนุนชีวิต เป็นแสงสว่างที่ทำลายความมืดและขจัดอุปสรรคเป็นพลังงานที่จะไหลบ่าออกมาอาบสรรพางค์กายของตนตลอดเวลาไม่รู้เหือดรู้แห้ง กับอีกนัยหนึ่งนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่า ยังดีทางลาภผลไม่รู้สิ้นด้วย คนใช้จะมีลาภเข้ามาตลอดมิขาดมิพร่องเลย ดุจเสด็จท่านนั้นเปิดปากเพื่อโปรดสัตว์กระทำภัตกิจเสวยพระกระยาหาร เมื่อเปิดแล้วต้องอิ่ม ต้องบริบูรณ์ สมบูรณ์ ทุกสิ่งที่เป็นไปเพื่อการดำรงค์ชีพ หน้าที่และภารกิจทั้งหลาย ย่อมเสร็จลงอย่างง่ายดาย ท่านว่าจะพูดกันตามตรงแล้วพระเจ้าเผยพระโอษฐ์นี้ยิ่งกว่าเคล็ดพระเจ้าเปิดบาตรมากนักเป็นมหาลาภใหญ่ถึงที่สุดไม่มีสิ่งใดจะเปรียบจะวัดได้ ท่านว่าปฐมพุทธพักตร์นี้จึงมีแต่ผู้คู่ควรกันและเสด็จพระใหญ่ท่านดลใจไว้แล้วจึงจะเห็นถึงความสำคัญตรงนี้

    ปฐมพุทธพักตร์นี้ พ่ออาจารย์ท่านได้ทำการสร้างตะกรุดสำคัญห้าชนิดที่เป็นดุจแหล่งพลังงานสำคัญทั้งห้าของปฐมพุทธพักตร์ฝังเอาไว้ แยกพิธีเสกออกเป็นทั้งหมดห้าวาระด้วยกัน ก่อนนำมาฝังไว้ด้านบนพระเศียร ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดทั้งห้านี้ เป็นของประเสริฐ เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกถึง อันจะเป็นปัจจัยให้ก่อเกิดพลังงานและสิริมงคลมากมายแก่ผู้บูชา ซึ่งทุกสิ่งนั้นล้วนเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพ ซึ่งตะกรุดทั้งห้านั้นประกอบไปด้วย

    1. หัวใจพุทธะ ท่านลงนะหัวใจพระพุทธเจ้าไว้ พร้อมทั้งประกอบพิธีเสกกำกับด้วยการเชิญเสด็จพระใหญ่และพระพุทธเจ้าทั้งปวงอันได้เคยอุบัติตรัสรู้มาแต่กาลก่อนในอนันต์จักรวาลนี้ มาทำการประสิทธิ์แฝงพุทธานุภาพอันไม่มีประมาณ พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นตะกรุดดอกเล็กๆที่ทำยากมากเพราะตะกรุดนี้เสมือนสิ่งที่ได้รวมกำลังของสมเด็จพระสัพพัญญูเจ้าทุกพระองค์ไว้แล้ว ท่านว่าเสกยากจริงๆเพราะตัวเราเองเสกไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ไปเสกต้องให้พระเบื้องบนท่านทำให้ ทุกสิ่งเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพ
    2. หัวใจธรรมเวทย์ ท่านลงหัวใจสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้ภายใน พร้อมกับขอความเมตตาเสด็จพระใหญ่ให้ชุมนุมพระเวทย์และพระธรรมทั้งหลาย ประจุพลังงานใส่เข้าไปในตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอันพระสัทธรรมนั้นเป็นพลังงานบริสุทธิ์ กำเนิดมาก่อนตั้งฟ้าตั้งดิน เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าปฐมพุทธพักตร์นี้จะได้มีแก่นของพลังงานที่ไม่เหือดแห้ง พร้อมทั้งจะได้ให้กำเนิดสิ่งดีๆแก่ผู้บูชา
    3. หัวใจอรหันต์ ท่านลงหัวใจอรหันต์สาวก อันเป็นหนึ่งในรัตนะที่ยิ่งใหญ่ทั้งสาม พ่ออาจารย์ท่านว่าดอกนี้เป็นสิ่งแทนบูรพาจารย์ผู้อรหันต์ทั้งหลาย ทั้งภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย เป็นกำลังของพระอรหันต์ขีณาสพทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญนักเสมอด้วยครูบาอาจารย์ หากมีจิตน้อมระลึกถึงครูพระอรหันต์องค์ใดแล้วย่อมไปถึงกันทั้งหมด
    4. หัวใจพรหมโลก ท่านลงหัวใจท้าวมหาพรหมไว้ พร้อมกับชุมนุมมหาพรหมในปัญจสุทธาวาสมาเสกและลงอาถรรพ์กำกับอีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของวิชาพรหมเพราะสามารถใช้เชื่อมต่อพลังงานและสื่อสารกับองค์มหาพรหมทั้งหลายสุดที่ใจเราจะปรารถนาได้ ซ้ำผู้บูชายังจะได้รัศมีพรหมอาบกาย เป็นสิริมงคลให้ถึงซึ่งความเจริญและสำเร็จในกิจทุกประการ
    5. หัวใจโพธิสัตว์ ท่านลงหัวใจสมเด็จพระศรีอาริย์เมตไตรย์เอาไว้ พร้อมกับชุมนุมมหาโพธิสัตว์ทั้งหมดในพิภพดุสิต และตามภพภูมิต่างๆให้ประจุพลังงานและเชื่อมต่อถึงกันทั้งสิ้นโดยยกเอาสมเด็จพระศรีอาริย์เป็นประธาน ท่านว่ากำลังของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายนั้นเป้นกำลังที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กทุกข์ได้ยกออกจากกองทุกข์ทั้งหลาย ท่านว่าตะกรุดดอกนี้สำคัญนัก มีอะไรเกิดกับตัวเรา เราอธิษฐานอะไร พระโพธิสัตว์องค์ไหนอยู่ใกล้องค์นั้นต้องมาช่วยเราก่อนทันที

    นอกจากนี้ปฐมพุทธพักตร์พ่ออาจารย์ท่านยังได้ฝังของสำคัญอีกสองสิ่งเอาไว้ นั่นคือเหรียญหล่อเศรษฐี กับตะกรุดดับล้างพญาสุครีพหักฉัตร ซึ่งของวิเศษทั้งสองชนิดนั้นก็มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    1. เหรียญพระภูมิค้นทรัพย์(อนาถบิณฑิกเศรษฐี) เรื่องนี้เป็นเรื่องของพระภูมิเทวดาผู้เป็นอารักษ์สถิตย์ที่ซุ้มประตูบ้านของท่านเศรษฐี ด้วยว่าเป็นมิจฉาทิฎฐิ เห็นท่านเศรษฐียากจนลงเพราะทำบุญเกินกำลังทรัพย์ กอปรกับไม่เลื่อมใสพุทธศาสนา เบื่อระอาที่พระภิกษุสงฆ์เดินรอดซุ้มประตูเข้าออกทุกวัน เพราะในขณะที่ภิกษุสงฆ์เดินรอดซุ้มประตูนั้นตนไม่สามารถจะอยู่บนซุ้มประตูได้
    เมื่อเห็นเศรษฐีกลับกลายมีฐานะยากจนลงเพราะทำบุญแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จึงปรากฎ
    กายต่อหน้าท่านเศรษฐีกล่าวห้ามปราม เตือนสติ ให้เศรษฐีเลิกทำบุญเสียเถิด แล้วทรัพย์สินเงินทองก็จะเพิ่มพูนขึ้นเหมือนเดิม
    ท่านเศรษฐีจึงถามว่า
    “ท่านเป็นใคร ?”
    “ข้าพเจ้าเป็นเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ซุ้มประตูเรือนของท่าน”
    เมื่อทราบเช่นนั้น ท่านเศรษฐีก็ไม่พอใจในคำเตือนที่เห็นแก่ตัวของภูมิเทวดายิ่งนัก จึงเอ่ยปากว่า “ดูก่อนเทวดาอันธพาล เราไม่ต้องการเห็น ไม่ต้องการฟังคำพูดของท่าน ขอท่านจงออกไปจากซุ้มประตูเรือนของเรา อย่ามาให้ข้าพเจ้าเห็นอีกเป็นอันขาด”
    เพียงคำพูดเท่านี้ของเศรษฐี เทวดาตกใจ เทวดาถึงกับไม่สามารถอยู่เป็นทวารบาลได้อีก ไม่เฉพาะกับตัวเองแม้กับภริยาหรือลูกน้อยก็ตาม จำต้องเนรเทศตัวเองออกไปทันที ไม่สามารถจะอยู่ที่ซุ้มประตูเรือนของเศรษฐีได้อีกต่อไป
    เมื่อพระภูมิกลายเป็นเทวดาไร้ที่สิงสถิต ซ้ำยังหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จำต้องบากหน้าเข้าไปหาเทวดาผู้มีศักดิ์สูงกว่าตนให้ช่วยเหลือ ไล่ไปตั้งแต่ภูมิเทวดา จนไปถึงเทพยดาอันรักษาพระนครสาวัตถี ท้าวปรเมศวรผู้ดูแลภูมิเทวดา จนถึงท้าวจตุมหาโลกบาลทั้งสี่และทวยเทพทั้งหลายในจตุมหาราชิกา ไล่ไปทั่วจนเลยไปถึงดาวดึงส์สวรรค์ เทพทั้งหลายทุกองค์ล้วนไม่มีใครช่วยเหลือภูมิเทวดาผู้นี้ได้ทั้งสิ้น
    ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านว่า ก็ด้วยเพราะอำนาจของสุทัตตคหบดีหรือที่รู้จักในนามของอนาถบิณฑิกเศรษฐีนั้น ทำใหเรื่องที่ดูเล็กน้อย เหมือนเป็นคำพูดเล็กๆกลับกลายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สะเทือนฟ้าดินได้ พระภูมิที่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ยังต้องคำพิพากษาของเศรษฐีที่เป็นมนุษย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าถึงจะเป็นมนุษย์ก็เป็นเลิศในหมู่มนุษย์ทั้งปวง เป็นทายกใหญ่ เป็นผู้เลิศในการถวายทาน และที่สำคัญที่ท่านยิ่งใหญ่มากก็เพราะท่านเป็นพระโสดาบันอริยบุคคลผู้มีพัฒนาการชีวิตอันไม่มีวันตกต่ำลงอีกนั่นเอง
    เมื่อไม่มีเทวดาองค์ใดจะสามารถช่วยได้ แต่ทั้งนี้ทุกอย่างก็ไม่เกินความสามารถของพระอินทร์เช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นหรือไม่นี่คือปัญหาเล็กๆของภูมิเทวดา แต่กลับไปเดือดร้อนไล่ขึ้นไปเรื่อยๆถึงพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยความเป็นอริยบุคคลยิ่งใหญ่เสมอกันของพระอินทร์ ท่านจึงใช้ปัญญาหาทางออกให้พระภูมิได้
    โดยให้ไปทำงานไถ่บาป ติดตามหนี้ที่สูญหายกล่าวคือทรัพย์เก่าของเศรษฐีจำนวน ๘๐ โกฏิ ซึ่งใส่ภาชนะฝังไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำถูกน้ำเซาะตลิ่งพังจมหายไปในสายน้ำ ท่านจงไปนำทรัพย์เหล่านั้นกลับคืนมามอบให้ท่านเศรษฐี เท่านั้นยังไม่พอยังให้ไปแสวงหาสมบัติที่จมอยู่ในท้องทะเล ทุกสิ่งที่ไม่มีเจ้าของ(ก็ของที่จมอยู่ในทะเลจะหาเจ้าของที่ไหนได้) นั่นแหละคือคำแนะนำของพระอินทร์ ให้ภูมิเทวดาเอาทรัพย์ทั้งหมดในท้องทะเลที่ไม่มีเจ้าของนั้น นำมาสมทบใส่เข้าคลังของเศรษฐีให้เต็ม พระภูมิเทวดาเมื่อได้ยินเช่นนั้นท่านก็ไปขวนขวายกระทำชนิดที่ว่าต่อให้เศรษฐีใช้ทรัพย์อีกเท่าไหร่ก็ไม่มีวันพร่องลงเลย ด้วยทรัพย์ที่ถมมหาสมุทรทั้งสี่ทวีปนั้นมิใช่ของที่ใครจะสามารถคาดเดาถึงปริมาณได้
    เมื่อภูมิเทวดาทำงานที่พระอินทร์แนะนำเสร็จแล้ว ก็ปรากฏกายออกมาขอขมาต่อเศรษฐี(เทวดาขอขมามนุษย์) ถึงเศรษฐีจะให้อภัยแต่ท่านเศรษฐีก็พาภูมิเทวดานั้นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งแสดงโทษของภูมิเทวดาต่อหน้าพระบรมศาสดาด้วย การกระทำเช่นนี้ของท่านเศรษฐีก็ด้วยหวังจะให้พระพุทธองค์โปรดภูมิเทวดานั้นให้คลายจากมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งพระภูมิก็ได้รับฟังธรรมกถาจากพระบรมศาสดาสมควรแก่บุญและวาสนาของตน ส่งผลให้ภูมิเทวดานั้นเข้าถึงความเป็นพระอริยบุคคลนั่นคือบรรลุโสดาปัตติผลเช่นกัน เมื่อกาลทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ก็กลับคืนไปเป็นพระภูมิที่ซุ้มประตูให้เศรษฐี
    พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะการณ์อันบังเกิดนั้น ทำให้พระภูมินี้นอกจากจะเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบันแล้ว ยังมีอาญาสิทธิ์ที่ได้จากพระอินทร์นั่นคือสามารถรวบรวมทรัพย์ในมหาสมุทรทั้งสี่ทวีปได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครหรือเทวดาที่ไหนจะทำก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุและที่มาของวิชาที่ท่านลงไว้ในเหรียญหล่อสุทัตตคหบดี(อนาถบิณฑิกเศรษฐี)ซึ่งท่านแกะพิมพ์ให้นั่งอยู่ในซุ้มประตู พร้อมกับมีภูมิเทวดาและครอบครัวนั้นคอยหาทรัพย์สมบัติมอบให้แก่เศรษฐี
    * พ่ออาจารย์ท่านได้นำธาตุกายสิทธิ์สำคัญมาผสมกับแผ่นตะกั่วลงอักขระเลขยันต์ต่างๆด้วยวิชามหาเศรฐฐีทั้งเก้า มนต์จินดามณี สมบัติจักรพรรดิ์ แก้วมณีโชติ และวิชาตำรับเศรษฐีต่างๆเน้นทางได้ทรัพย์ไว หาทรัพย์คล่อง เจริญรุ่งเรือง ก่อนจะนำมาเทหล่อและนำมาธิษฐานจิตปลุกเสกเชิญท่านสุทัตตคหบดีและภูมิเทวดานั้นให้มาแฝงญาณลงในเหรียญสำคัญนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเหรียญนี้พิเศษจริงๆเพราะนิมิตที่ได้หลังจากการเสกเหรียญนี้เหมือนท่านสุทัตตคหบดีจะให้สัญญาณไว้ว่าคนที่ได้ไปนั้นชีวิตเค้าจะสบาย ทำอะไรก็ราบรื่น สำเร็จโดยเร็วฉับพลันทันที ท่านว่าสบายชนิดนั่งกินนอนกินมีสมบัติมากดุจพระเจ้าจักรพรรดิเลย เหรียญนี้ต่อไปจะได้สืบลูกสืบหลานดำรงค์วงศ์ตระกูลท่านว่าต้องรวย ต้องสำเร็จไปถึงเจ็ดชั่วโคตร ท่านว่าพูดได้เพียงเท่านี้ บางอย่างก็เป้นลิขิตฟ้าให้รู้เฉพาะตัว เปิดเผยไปก็ไม่ควร

    2.ตะกรุดดับล้างพญาสุครีพหักฉัตร(ตะกั่วขอมโบราณ) พ่ออาจารย์ท่านว่ามีหลายที่ที่ทำวิชานี้เหมือนกัน แต่บางครั้งแม้แต่หัวใจหรือตัวคาถาต่างๆจริงๆเขายังไม่รู้เลย ซึ่งวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นวิชาเฉพาะทางที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าถึงจะเห็นเป็นตะกรุดแต่ก็ต้องเสกจนมีตัวมีตนดุจพญาลิงลูกพระอาทิตย์เช่นนั้น โดยท่านได้ลงหัวใจพญาสุครีพลูกพระอาทิตย์ลงไป ก่อนจะลงจารกำกับด้วยวิชาสุครีพหักฉัตรเต็มสูตร ท่านว่าที่ท่านเจาะจงใช้สุครีพเพราะนอกจากจะเป็นลูกพระอาทิตย์แล้วยังมีกายสีแดงอีกด้วย ซึ่งสีแดงนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์ โชคดีและมีความสุข ท่านว่าใครที่เค้ามีพญาสุครีพอยู่กับตัวนั้นชีวิตเค้าจะได้รุ่งโรจน์ซ้ำยังดึงดูดโชคดีและนำความสุขมาให้
    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดดอกน้อยนี้โดยปกตินั้นใช้ได้ทุกอย่างตามแต่จิตเราจะต้องการ พญาสุครีพนี้เก่งมาก ขอได้ทุกอย่างจริงๆ แต่วิชาสุครีพหักฉัตรนั้นก็เป็นวิชาเฉพาะทางมีอานุภาพต่างๆนานัปการ ท่านว่าสำคัญที่สุดเลยนั่นคือการดับล้างให้หมดไป และใช้ถอดถอนอาถรรพ์ร้ายทั้งหลาย แก้การถูกครอบงำต่างๆและยังรวมไปถึงการป้องกันไม่ให้ชีวิตถูกอาถรรพ์หรือการครอบงำจากไสยเวทย์ทั้งหลายด้วย
    นอกจากนี้ท่านยังว่าใช้ได้ทุกทางใช่แต่เพียงการล้างอาถรรพ์ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเหมือนเมื่อครั้งสุครีพหักฉัตรทศกัณฐ์ฉันใดก็ฉันนั้น ฉัตรนี้เป็นการทำอาถรรพ์เพื่อทำลายกองทัพพระราม เมื่อสุครีพหักฉัตรนั้นได้ทำลายอาถรรพ์ของฉัตรไปด้วย ซ้ำมหาสมบัติทั้งหลายที่พญายักษ์นำไปใส่ไว้ในฉัตรแก้วก็ร่วงหล่นลงมา วิชาสุครีพหักฉัตรนี้ก็เช่นกันเป็นการหักดิบทำลายล้างอาถรรพ์ทั้งหลายที่สะกดข่มชีวิต ท่านว่าชีวิตคนที่นำไปบูชานั้นก็ดุจเดียวกันเมื่อทำลายเสร็จแล้ว ยังต้องโชคดีในทันทีด้วย ดุจดังฉัตรแก้วอันเป็นที่เก็บสมบัติของพญายักษ์ เมื่อหักฉัตรจึงพบสมบัติมากมายนั่นเอง
    ใช่แต่เพียงใช้หักทำลายอาถรรพ์ร้าย นอกจากนี้ยังใช้ได้ในทุกทางทั้งสารพัดกัน ขับเสนียด เป็นมหาปราบ มหาอำนาจน่าหวั่นเกรง อุ้มดวงแก้ชง สะกดข่มภูติผีวิญญาณ ตัดอุปสรรค ชนะมาร ประสบชัยชนะ นิราศทุกข์ภัยให้พบซึ่งความสุขสวัสดี
    * ท่านว่าชีวิตใครที่มัวแต่แก้ รู้ว่าชีวิตไม่ดีติดอาถรรพ์สารพัด ก็แสวงหาแนวทางแก้กันไป พอแก้ไปก็ได้ดีแค่เสมอตัว สุดท้ายก็เจอเรื่องซวยให้มานั่งแก้ใหม่ แก้ไขซ้ำซากเป็นวงจรชีวิตไม่จบสิ้นซักที ต้องมานั่งกลุ้มนั่งแก้บ่อยๆเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดแค่เสมอตัว ไม่ใช่แก้แล้วหักจบประสบโชคพบเจอชัยชนะและความสำเร็จเลยแบบชีวิตคนอื่นเขา ท่านว่าตรงนี้สำคัญ พ่ออาจารย์ท่านว่าใครที่เจออาถรรพ์ตรงนี้ต้องแก้ด้วยสุครีพหักฉัตรนี่เป็นคุณเฉพาะทางของวิชาสุครีพหักฉัตรที่จะแก้ไขได้ (ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจลงวิชาสุครีพหักฉัตรซึ่งเป็นวิชาช่วยคนเฉพาะทาง เพื่อฝังไว้ในพระพุทธพักตร์องค์ปฐมนั่นเอง)

    ปฐมพุทธพักตร์นั้น พ่ออาจารย์ท่านได้อัญเชิญเหล็กไหลสัณฐานเมล็ดพันธ์ผักกาดฝังไว้แทนดวงนัยย์เนตร พร้อมทั้งเชิญเสด็จพระใหญ่อธิษฐานจิตเบิกพระเนตรให้ทุกองค์

    คาถาบูชาตั้ง(นะโม 3 จบ)
    พุทธปฐมัง โลกะวินา ระนาระมัททาติหาระภัง อิติวิทธิ พุทธะนิมิตตัง ทิสวาทิตัง มาเวโส เอติหาเร นะโมพุทธายะ พุทธะปฐมัง กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา ทุกขังอนิจจัง ทุกขังอรหังสุคโต ภควาติ อิติภควาพุทโธโลเก

    * ปฐมพุทธพักตร์นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดเก้าองค์ ก็รับจองเฉพาะทาง Pm ท่านว่าผู้ที่จะบูชานั้น ท่านจะใช้ผงมหาราชเจิมองค์พระให้ โดยให้บุคคลนั้นแจ้งชื่อนามสกุลไว้ พร้อมกับบอกสิ่งที่ปรารถนาหรืออยากจะบอกกล่าวไว้ด้วย ท่านว่าขอให้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้และไม่เกินวาระกรรม ไม่โลดโผนเกินไป ท่านจะทำการบอกกล่าวและประสิทธิ์ให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ท่านจะนำไปสมทบทุนวิหารทานสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ปฐมพุทธพักตร์สมเด็จพุทธสิกขีทศพลญาณที่ 1 (เนื้อยาแก้กรรมเร่งรวยลืมจน) บูชา 4,000 บาท
    newchin9.jpg image.png SAM_5358.jpg SAM_5359.jpg SAM_5361.jpg 619172-img-1339390725-1.jpg 999.jpg 45994ba19.jpg 1403875688.jpg
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลพรายเสน่หาเพชรสยมภู (จอมครุฑจับนาง)

    สืบเนื่องจากหลายๆท่าน ตั้งใจและมีความประสงค์อยากขอบูชาเครื่องมงคลของพ่ออาจารย์ที่เป็นพรายหรือภูติผีด้วยเชื่อมั่นว่าท่านสามารถสร้างและคุมอาถรรพ์ได้ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น เมื่อมีการสอบถามหรือขอกันเข้ามาบ่อยๆ ท่านจึงอนุโลมให้นำมงคลเสน่หาที่ท่านประกอบพิธีจัดสร้างด้วยศาสตร์วิญญาณอาถรรพ์ออกมาให้บูชาแทน ท่านว่าเอานี่ไปเขาดีกว่าพรายเสียอีก เราไม่ได้นำกระดูกหรือน้ำเหลืองตลอดจนเครื่องอวัยวะใดๆของสิ่งมีชีวิตมาเป็นเครื่องประกอบมวลสารเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือพรายเทพ พรายมหาภูติที่เราตั้งใจทำและผูกขึ้น เพื่อให้เขาใช้แทนอสุรกายภูติผีนั่นเอง


    ก่อนจะมาเป็นพรายเพชรสยมภูนั้น ก็จะมาพูดคุยกันถึงเรื่องพรายกันก่อน ว่าทำไมคนถึงชอบที่จะบูชาแม้จะมีผลข้างเคียงหรืออันตรายก็เอา พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะคนเหล่านั้นรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ เขารู้ว่าถ้าใช้พรายมันจะได้ จะสำเร็จ ขออะไรเขาก็ง่าย ง่ายกว่าขอจากเทพ เพราะเขาขยันมีความกะตือรือร้น อยู่ในภพภูมิเดียวกับเรา อันนี้ก็ในกรณีของพรายที่ผูกขึ้นมาด้วยวิชามหาภูติจริงๆซึ่งมีคนที่สามารถทำได้ไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะไปเจอแต่สัมภเวสีช่วยตัวเองยังไม่ได้ไปเอาเขามาทำโดยไม่รู้วิชามหาภูติเสียมากกว่า ด้วยเรื่องนี้เองคนก็เลยนิยมพรายกันมากเพียงแค่เซ่นแค่ไหว้ชวนเขาทำบุญก็ใช้งานเขาได้แล้ว ต่างจากเทพที่ชอบดูความประพฤติเรา ถึงเราไม่ไหว้ไม่บนเขาก็ไม่เดือดร้อนเพราะชีวิตเขาสบายกว่าเรานับพันนับหมื่นเท่า ตรงนี้ความกะตือรือร้นในการทำงานมันไม่มี เหมือนเราไม่ได้เอาเขามาใช้แต่เอามาเป็นนายต้องคอยประจบสอพลอ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจึงจัดทำพรายเพชรสยมภูขึ้น สำหรับในกรณีคนที่ชอบของแรง เร็ว ให้ผลไว อยากใช้พรายจริงๆ

    พรายเพชรสยมภูนั้น พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าชื่อเพชรนำหน้าคือเป็นที่สุดแล้วของทุกสายวิชามหาภูติ เพชรสยมภู อันตัวสยมภูนี้คือสภาวะที่เกิดขึ้นเอง เป็นเอง เป็นสภาวะของผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดเช่นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและครูพระสยมเช่นนี้ เมือจะสร้างพรายเพชรสยมภูนั้น พ่ออาจารย์ท่านเริ่มจากพิจารณาจิตวิญญาณของเหล่าคนธรรพ์และเพชรพญาธรเสียก่อน ด้วยการประกอบพิธีกู้ว่านอาถรรพ์ที่มีคุณถึงขั้นมหาเสน่ห์รุนแรง นับแต่ว่านดอกทองทุกตระกูล เสน่จันทร์ทั้งห้า เสน่หาทั้งสิบ ท่านว่าเอาจริงก็มากกว่าสิบ ครูเบื้องบนท่านแฝงญาณไว้อะไรเป็นเสน่ห์ท่านกู้ท่านเก็บเองเสียทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านว่าพรายเพชรนี่สำคัญมากนะ ถึงกับครูแฝงร่างตั้งแต่เริ่มกู้ว่านกันเลยทีเดียว

    เมื่อได้ว่านที่มีญาณเพชรพญาธรและเหล่าคนธรรพ์สิงสถิตย์อันเป็นว่านที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าว่านทั่วไปชนิดแยกด้วยตาเปล่าไม่ออกแล้ว ท่านก็นำมาทำพิธีกรรมของท่านเรื่อยๆ จนนำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำมาป่นเป็นผง ท่านนำผงว่านเหล่านั้นมาผสมผงอิทธิเจขาดตัว อิทธิเจดำ ที่มีคุณทางด้านเสน่ห์แรงเข้าไส้ ก่อนจะคลุกกับน้ำผึ้งเดือนห้าปั้นเป็นแท่งไว้ก่อนรอแห้งอีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านเอาแท่งดินสอมหาว่านนั้น มาเขียนลบผงด้วยวิชาหุ่นอาถรรพ์ ค่อยๆวาดขึ้นรูปผูกธาตุชุมนุมธาตุ ใส่ฤทธิ์เรียกจิตเดินมนต์ปลุกพระเวทย์ ท่านค่อยๆทำไปด้วยความอุตสาหะ กว่าจะได้ผงหนึ่งกะปุกใหญ่โอวัลติน ท่านว่าใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียว ผงนี้ทำไปเสกไป เป็นการสร้างพรายมหาภูติด้วยการทำผงลบผงอาถรรพ์ตามตำรา ท่านว่ายิ่งกว่าพยนต์ทั่วไปเสียอีก มีอาถรรพ์ดุจโสมเฝ้าทรัพย์แผ่นดินทีเดียว ผงนี้สร้างยาก เสกยาก ปรับภพภูมิก็ยาก อาศัยนำธาตุตั้งต้นที่มีจิตวิญญาณอันทรงฤทธิ์เข้าปกปักคือว่านยาของเหล่าเพชรพญาธรนั้น มาสร้างเป็นธาตุขันธ์ให้กำเนิดจิตวิญญาณใหม่ นั่นคือพรายเพชรสยมภู

    เมื่อได้ผงอาถรรพ์สำคัญแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าการจะทำพรายเพชรสยมภูนั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและจบเพียงเท่านี้ ที่เหลือนั้นท่านว่าเป็นเรื่องของพลังงานทางจิตล้วนๆ ต้องนำผงที่ได้มาขอบารมีครูบาอาจารย์เบื้องบนอีกคำรบหนึ่ง ด้วยการเสกอธิษฐานจิต จนกว่าผงจะงอกและมีปริมาณเพิ่มขึ้นเองอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ดุจการเกิดขึ้นเองของผงวิภูติ ท่านว่าหากนึกไม่ออกก็ให้นึกถึงองค์พระที่มีพระธาตุเสด็จนั่นแหละ แต่พ่ออาจารย์ท่านก็เรียกอย่างมีนัยสำคัญว่าเป็นผงวิภูติของญาณว่านของพรายเพชรสยมภูนั่นเอง ท่านเพียรทำจนสำเร็จ จนมีผงงอกเกิดขึ้นเองในพรายเพชร ก่อนที่จะนำมาเข้าด้วยมวลสารต่างๆ

    พ่ออาจารย์ท่านปรารถนาจะทำพระชุดนี้ให้ดีที่สุดอย่างแท้จริงๆ เมื่อสำเร็จผงพรายเพชรสยมภูแล้ว ท่านได้นำเอาผงวิเศษนั้นมาเข้ากับถ่านไม้อาถรรพ์ ท่านได้นำตะเคียนทองโบราณพันปี ตะเคียนทองก้นน้ำ ไม้กาหลงรัง ไม้วัวลืมคอก มาอธิษฐานจิตบอกกล่าวแม่ตะเคียนกับแม่กาหลงให้มาร่วมสร้างบารมี แล้วนำไม้นี้มาเผาด้วยไฟพระเวทย์จนดำสนิทกลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนจะเก็บถ่านไม่อาถรรพ์เหล่านี้ผสมผงพรายเพชรสยมภูอีกวาระหนึ่ง ท่านว่าไม้เหล่านี้มีญาณของพระแม่ตะเคียนทองกับนางกาหลงรังอยู่ จะเป็นอิทธิคุณแฝงทางจิตวิญญาณให้พรายเพชรสยมภูมีอิทธิฤทธิ์รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก กอปรกับคุณด้านเสน่ห์เมตตาของไม้วัวลืมคอกและไม้ตะเคียนกับกาหลงรังก็ดีไม่หย่อนกว่ากัน จึงเชื่อได้อย่างแน่ใจว่าผงทำพระชุดนี้เป็นที่สุดของจิตวิญญาณอาถรรพ์อย่างแท้จริง ผงอาถรรพ์ที่ผูกขึ้นมาให้เป็นพราย แต่ก็ไม่ใช่พราย และแรงกว่าพราย ท่านว่าไอ้ก้ำกึ่งนี่แหละดี เพราะมันไม่ติดข้อห้ามของภพภูมิ เขาช่วยได้เต็มที่เลย

    นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังเมตตา นำเอามวลสารวิเศษที่ทำไว้มาผสมกับสีผึ้งครูบาอาจารย์ยุคเก่าจำนวนมาก ท่านว่าองค์พระรุ่นนี้เนื้อจะนิ่มนวลเพราะผสมสีผึ้งและน้ำมันลงไปมาก หนักสุดคือสีผึ้งมนต์จินดามณีองค์หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ท่านว่าวิชาจินดามณีเรียกคนเรียกปลาของพ่อท่านอิ่มนี่แก่กล้านักยากจะหาคนทำได้เหมือนท่าน กอปรกับชื่ออันเป็นมงคลคนใช้ที่หิวๆกันไม่ว่าจะเรื่องอะไรจะได้อิ่มกันถ้วนทั่ว เท่านี้ยังไม่พอ ท่านยังนำสีผึ้งอิทธิเจหลวงพ่อกวย สีผึ้งเขียวหลวงปู่ทาบ ยอดสีผึ้งพยองคำ สีผึ้งหลวงพ่อดิ่ง สีผึ้งกาตอมซากและสีผึ้งสายไทยใหญ่ ท่านนำทุกอย่างนวดผสมกันกับผงที่เตรียมไว้ และใส่น้ำมันกลางหาว อันน้ำมันนี้สำคัญนักด้วยพ่ออาจารย์ท่านได้มะพร้าวตาเดียวกับไม่มีตามาหลายลูก ท่านนำมาเสกในฤกษ์สุริยุปราคา จันทรุปราคา จันทร์เพ็ญ จันทร์ซ้อนจันทร์ ตัวกะลานั้นท่านก็แยกเก็บเสกไว้ แล้วเอาเนื้อมาเคี้ยวทำน้ำมันมะพร้าว ท่านว่าได้ไม่มากหรอก ลูกมะพร้าวเช่นนี้หาไม่ง่าย ด้วยมีอิทธิคุณอาถรรพ์เป็นทนสิทธิ์ตามตำรา มันไม่ได้ดีแค่กะลา แต่ตัวน้ำมันมะพร้าวเองก็เป็นสุดยอดทนสิทธิ์เช่นกันเพราะเป็นมะพร้าวตาเดียวและไม่มีตา พ่ออาจารย์ว่าน้ำมันนี้ท่านตั้งใจเคี่ยวด้วยมนต์หนุนดวงและนำมาเสกเก็บในฤกษ์ราหูอมพระจันทร์พระอาทิตย์อยู่เนืองๆก่อนนำมาผสม ซึ่งพระขุนแผนรุ่นนี้ท่านว่าคนใช้จะได้หนุนดวง พลิกดวง ต่อต้านวิบากกรรมได้ ทีนี้ขออะไรก็ง่ายก็สำเร็จ เพราะไม่ติดวิบากกรรม ท่านกล่าวเล่นๆว่าผงเหล่านี้ช้อนหนึ่งเอาไปสร้างพระได้นับร้อยนับพันองค์ ยิ่งมวลสารสีผึ้งเก่าของหลวงปู่ครูบาอาจารย์ต่างๆ พระที่สร้างไม่ต้องเสกอย่างไรก็ขลัง

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำไม้ขนุนมาแกะบล้อกพิมพ์ เป็นขุนแผนพรายกุมาร แต่ขุนแผนของท่านนั้น ท่านตั้งใจให้นั่งขัดสมาธิเพชรและลงตัวเฑาะชักยันต์กลางอากาศประทับไว้ ท่านว่าขุนแผนนี้จะเป็นศูนย์รวมของศาสตร์วิชา พระเวทย์แขนงต่างๆดุจว่าใช้ได้ทุกสิ่ง ซ้ำยังนั่งอยู่ในท่าเพชรกลับ เวลาห้อยบูชาไปไหนมีอะไรเข้ามาถึงตัวเราเจอขุนแผนปุ๊ปจะได้กลับร้ายกลายเป็นดีฉับพลันทันที ด้วยท่านยังตั้งใจลึกๆว่าขุนแผนนี้จะพลิกกลับชะตาวาสนาคนใช้ได้อย่างแม่นยำ พ่ออาจารย์ท่านเสกและเชิญญาณพ่อขุนแผนหรือพรหมสุรินทร์มาสถิตย์ กุมารทองเจ้าจุกด้านล่างท่านก็เดินธาตุเสกให้เป็นอย่างดี ถึงกับออกปากว่าสำเร็จทั้งหมด พระรุ่นนี้ใช้ได้เหมือนพราย บนบอกขอได้เลยสำเร็จทั้งสิ้น

    มงคลพรายเสน่หาเพชรสยมภูนี้ ด้านหน้าพ่ออาจารย์ท่านฝังของสำคัญไว้สองสิ่ง ประกอบด้วย
    - ศิลาอาถรรพ์ คุณแม่บุญเรือน เป็นศิลาน้ำที่คุณแม่บุญเรือน ได้ทำการอธิษฐานไว้เพื่อใช้ป้องกันภัยบางประการ ใช้แทนของอธิษฐานของท่านเวลาวายชนม์ไปแล้ว ศิลาน้ำของท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ มีสรรพคุณครอบจักรวาล มีอานุภาพกันภัย รักษาโรคภัย ตลอดจนคุ้มครองรักษาผู้มีติดตัวไป เมื่อใช้ศิลาน้ำใส่ในน้ำ ก็กลายเป็นน้ำอธิษฐาน ไว้รับประทานแก้และป้องกันโรค ทั้งใช้ป้องกันอันตรายต่าง ๆ ได้ด้วย
    - แร่หัวใจราหู พ่ออาจารย์ท่านว่าแร่นี้อยู่กับท่านมาตลอดเวลาที่เชิญหรือส่งอสุรินทร์ราหูโพธิสัตว์ ซึงแร่นี้มีความสำคัญมาก ท่านมักจะนำมามนต์และเข้าพิธีเวลาเกิดคราสเสมอๆ ทั้งยังลงยันต์สุริยะประภา จันทรประภาคลุมไว้ ตามตำราว่ามีพระฤาษี 2 ตน อยู่ ณ เขายุคนธร ในยุคโบราณท่านทั้งสองสำเร็จพระเวทย์เจนจบทางธรรม ได้ฌานสมาธิชั้นสูงสุด บรรลุถึงไกวัลย์ภูมิ มีจิตเป็นหนึ่งกับพระเป็นเจ้าแล้วอย่างสมบูรณ์ เป็นมหาโยคีผู้ประเสริฐ ทรงไว้ด้วยเมตตาพรหมวิหาร เมื่อท่านส่องดูด้วยญาณหยั่งรู้จากอำนาจฌานสมาบัติ ว่าในอนาคตกาลภายภาคหน้านั้น โลกจะมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย คนจะฆ่ากันตายด้วยราคะ โทสะ โมหะ ข้าวยากหมากแพง คนแล้งน้ำใจ มีคนอธรรมมากว่าคนมีศีลธรรม ด้วยจิตอันมีเมตตากรุณาของมหาโยคีในอดีตนั้น ท่านจึงคิดทำสิ่งหนึ่งอันเป็นที่พึ่งแก่กุลบุตรกุลธิดาที่จะมาเกิดในยุคต่อ ไป ท่านจึงอนุเคราะห์ด้วยการผูกพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นมหายันต์อันประเสริฐผู้ใดบูชาไว้ย่อมไม่มีอดอยากยากจน แต่บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทองข้าวปลาอาหารและพ้นจากภยันอันตรายในกลียุค ยันต์ดังกล่าวเรียกว่ายันต์สุริยะประภาและยันต์จันทรประภาให้ใช้คู่กันถือ ว่าประเสริฐดีนัก ด้วยแร่หัวใจราหูนี้ที่พ่ออาจารย์เสกรับส่งองค์ท่านตลอดคลุมไว้ด้วยผ้ายันต์ที่ท่านลง ท่านว่าย่อมมีอานุภาพประเสริฐดุจเดียวกันกับคนพกยันต์ทั้งสอง

    ด้านหลังองค์พระนั้นพ่ออาจารย์ท่านฝังด้วยจอมครุฑจับนาง(ฉุด จับ อุ้ม) สำหรับเรื่องครุฑฉุดนางที่พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างเหรียญหล่อขึ้นมาจากธาตุกายสิทธิ์เพื่อฝังไว้ในองค์พระขุนแผนนั้น นับว่ามีนัยสำคัญแอบแฝงมากทีเดียว ด้วยเฉพาะว่าท่านนั้นได้พิจารณาอย่างดีแล้ว ถึงกับออกปากว่านอกจากเป็นของสูงและเป็นสิริมงคลยิ่งแล้ว อำนาจขององค์ครุฑในภาคเสน่ห์นั้นยังร้อนแรงและดุดันมากๆ เกินกว่าเครื่องมงคลใดที่ท่านเคยสร้างมา ไม่ว่าจะเป็นองค์พระเพชร หรือพญางั่งก็ตาม


    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าองค์ครุฑนั้น โดยปกติแล้วถือเป็นเทพเดรัจฉานที่มีกำลังฤทธิ์อันประเสริฐ เหนือกว่าพระอินทร์พระพรหมพระยมพระกาฬทั้งหลายบรรดามี ด้วยมีฤทธิ์เสมอด้วยพระนารายณ์เป็นเจ้า จึงไม่ใช่กำลังฤทธิ์อันประเสริฐเฉกเช่นเทพเดรัจฉานทั้งปวง ดังนั้นเกจิอาจารย์ที่รู้จักศาสตร์ขององค์ครุฑดีบางรูปจึงมีการผูกวิชาในภาคของครุฑฉุดนางอุ้มนางขึ้นมาตั้งแต่ยุคต้นกรุงนั่นแล้ว ทว่าศาสตร์แห่งวิชานั้นก็ย่อมจะสูญหายไปกอปรกับหาผู้รู้และทำได้จริงนั้นยากเต็มที วิชาเหล่านี้จึงมีการสร้างขึ้นมาเป็นช่วงๆเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งเหล่านี้หากทำไม่ดีพลีไม่ถูกเสกไม่เป็น คนเสกก็แย่เพราะเป็นของสูงมีอาถรรพ์มาก แถมยังเรียกได้ว่าสูงที่สุดแล้วในบรรดาเครื่องรางทั้งหมดเพราะนั่นคือองค์ครุฑนั่นเอง

    เกี่ยวกับเครื่องมงคลมหาเสน่ห์ที่พ่ออาจารย์ท่านสร้าง เป็นครุฑ(ฉุดนาง,จับนาง,อุ้มนาง)ก็เรียกนั้น ท่านว่ามีความสำคัญและแตกต่างจากเครื่องมงคลอื่นๆมากทีเดียว ท่านว่าครุฑฉุดนางนี้เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่กระทำไปด้วยอำนาจการแสดงออกโดยการข่มอย่างสมบูรณ์ให้ได้รับมาซึ่งความรัก เรียกว่าดุดันและรุนแรงที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าสร้างและนำมาเสกแล้ว สำหรับคนที่เล่นทางเสน่ห์ชู้สาวและชอบเรื่องรักใคร่นั้น ร้อยทั้งร้อยหากใช้ครุฑฉุดนางนี้ย่อมมีแต่คำว่าสำเร็จและสำเร็จฝ่ายเดียวเท่านั้น ท่านว่าท่านก็พูดได้แค่นี้ พูดมากกว่านี้ไม่ได้เช่นกัน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าครุฑฉุดนางคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีก

    ท่านว่าคนใช้นั้นหากไม่ใช่คนเจ้าชู้ก็จะออกไปทางมหาเมตตาใหญ่ซ้ำยังเป็นที่หวาดเกรงต่อสรรพชีวิตทั้งปวง อำนาจขององค์ครุฑปางนี้จะออกไปตามคุณลักษณะของผู้บูชา ถ้าหากยังเพลิดเพลินในกามตัณหาท่านว่านี่ยิ่งกว่าเจ้าชู้ยักษ์ทีเดียว ด้วยบารมีแห่งองค์ครุฑเสริมส่งแล้วยิ่งเหมือนเสือติดปีกเข้าไปใหญ่

    พ่ออาจารย์ได้อุปมาไว้อย่างน่าฟังว่า ก็ดูนางกากีเสียเป็นไร ขนาดอยู่ในวังมีทหารรักษานับพันนับหมื่นแถมมีเจ้าของอยู่แล้วเป็นถึงพระราชา หากใครไปหมายปองผู้หญิงแบบนี้เข้าต้องเรียกว่ายากยิ่งกว่าหมายปองดวงตะวันจันทราทีเดียว แต่ในทางกลับกันสำหรับองค์ครุฑนั้นกลับเป็นเรื่องง่ายดายเพียงแค่กะพือปีก ท่านว่าถึงขนาดที่หากปรารนาแล้วที่จะไม่ได้ไม่สำเร็จเป็นไม่มี

    ครุฑฉุดนางนี้จึงเป็นเครื่องมงคลที่แตกต่างจากสิ่งอื่นๆบรรดามี นอกจากกำลังฤทธิ์อันประเสริฐไร้ผู้ต้านทานแล้ว สำหรับสายเสน่ห์พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าสำหรับคนที่ชอบทางเสน่ห์นั้นเขาจะรู้ดี ถ้าไปชอบคนที่เค้าสูงกว่า เค้ามีดี มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยรักษา ที่จะเข้าถึงหรือได้คู่กันนั้นถือว่ายากเต็มที ต่อให้ขุดพรายทั้งป่าช้าหรือหาของเสน่ห์มากมายมาใช้ก็ไม่ได้ผล แต่กับครุฑฉุดนางนั้น ท่านว่าแก้ไขเรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ทำลายอาถรรพ์ช่วยให้การเข้าหาของเราสะดวกราบรื่นเพียงเท่านั้น ซ้ำยังเป็นสิ่งที่สะกดข่มอย่างสมบูรณ์อีกด้วย ก็อยู่บอกอยู่แล้วอย่างไรว่ามีกำลังฤทธิ์อันประเสริฐไร้ผู้ต้านทานไม่ว่าจะหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนก็ตาม บอกชัดๆขนาดนี้หากยังตีความกันไม่ได้ ท่านว่าเราก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร

    หากใช้เล่นไปเรื่อยตรงนี้ท่านว่าก็แล้วแต่จะใช้ แต่เตือนไว้ก่อนว่าเวรกรรมรับกันเอง ท่านทำให้ดีแล้วจะใช้หาคู่แท้หานางแก้วมาให้กับชีวิต ร่วมชีวิตช่วยกันสร้างบุญสร้างกุศลเช่นนี้ก็ได้ หรือจะใช้ไปทางเสน่ห์เจ้าชู้ยักษ์ก็ได้ ใช้ทางไหนก็ได้ทางนั้น ใช้ในทางที่ดีก็ย่อมได้ผลดีคืนสนองในที่สุด จิตตั้งต้นที่ดี ความตั้งใจที่ดี ความปรารถนาที่ดี เขาย่อมจะนำผลดีมาให้

    ท่านว่าตอนท่านออกพญาครุฑมือแปรพลิกฟ้านั้น คนอยากได้กันมากและก็ผิดหวังกันมากเพาะท่านทำมาน้อย ไม่พอจะให้ใครเค้าบูชา ดังนั้นพญาสุเรนทร์รุ่นนี้ของท่าน ท่านไม่ได้เสกไว้ทางเจ้าชู้หรือมหาเสน่ห์อย่างเดียว แต่ยังเชิญบารมีองค์ครุฑพญาสุเรนทรชิตลงมาเต็มที่เป็นกฤติยาคมแฝดให้กับผู้บูชาด้วย ท่านว่าใช้ไปทำไมของเสน่ห์ยิ่งใช้ยิ่งมีแต่ตกต่ำไม่มีจะกิน ของเสน่ห์ของเราทำทั้งทีต้องใช้แล้วเจริญรุ่งเรือง กันอุบาทว์ แก้อาถรรพ์ หนุนดวง พัดพาสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะโชคลาภหรือแก้วแหวนเงินทองบรรดามีทั้งหลาย ทุกสิ่งต้องจบลงอยู่ในจุดนี้ เรียกว่าอย่างเดียวครบรสจะได้ไม่ต้องไปหาอะไรอีก

    นอกจากนี้ด้านหลังงมีตะกรุดชุดสี่ชนิดที่พ่ออาจารย์ท่านฝังไว้ด้านหลังด้วย ได้แก่

    - ตะกรุดตะกั่วขอมโบราณ พ่ออาจารย์ท่านลงวิชาช้างประสมโขลงเอาไว้ ท่านว่าช้างนี่แหละกำลังดี มีแรงดุจยักษา อันวิชาช้างประสมโขลงนี้นอกจากเสน่ห์เมตตายังใช้ได้ทุกทางเป็นทั้งโชคลาภ หาทรัพย์ดี อุปมาเหมือนพญาช้างจ่าโขลง ซึ่งในฝูงนั้นย่อทจะมีช้างตัวเมียมากมาย แน่นอนว่าจ่าฝูงย่อมมีสิทธิ์ในตัวเมียทุกตัวทั้งโขลง ไม่ใช่เฉาะโขลงตัวเองเท่านั้น แม้โขลงอื่นก็ยังผสมข้ามได้ ท่านว่าตะกรุดช้างผสมโขลงนี้จึงเป็นเสน่ห์ใหญ่มีกำลังมาก ท่านจึงนำมาลงฝังไว้ในขุนแผนสำคัญรุ่นนี้
    - ตะกรุดทองเหลือง พ่ออาจารย์ท่านลงยันต์สวรรค์หลงทางกับยันต์รักกูไม่รู้สิ้นกำกับไว้ ท่านว่าชื่อคาถาก็บอกอยู่แล้ว ต่อไปจะได้มีหลงๆเข้ามาหาเราบ้าง อยากให้อะไรหลงเข้ามาก็ตามแต่ใจพวกเธอเลย อธิษฐานเอา ลาภจากสัตว์สองเท้าหรือลาภใดๆก็แล้วแต่ ให้หลงเข้ามาในชีวิตและผูกสมัครรักใคร่อยู่กับตัว
    - ตะกรุดปิโยเทพรัญจวน ท่านว่าแม้พระอินทร์พระพรหมก็ยังหลงเมตตาเรา นับประสาอะไรกับมนุษย์เดินดิน ตะกรุดนี้สำคัญมาก ใช้ออกสมาคมเข้าหาใครไม่จำเป็นต้องเพศตรงข้าม นี่สำเร็จหมดท่านว่าลงไว้คลุมทุกภพภูมิสำเร็จหมด เมตตาเราทั้งหมด
    - ตะกรุดคนึงหา ท่านว่าลงไว้ให้ครบถ้วนกระบวนความ อานุภาพตะกรุดคนึงหานี้จะทำให้คนที่ปรารถนาเขาคิดถึงเราฝันถึงเรานั่นเอง เมื่อจะอธิษฐานแล้ว ให้นำองค์พระนี้ใส้ไว้ใต้หมอนแล้วนอนหลับไปเถิด ท่านว่านี่เป็นวิธีโบราณเรียกว่าผูกจิตผูกสัมพันธ์กันในความฝันยามค่ำคืน พอเขาเจอหน้าเราแล้วจะมีอาการเขินอาย ทำให้เค้าคิดถึงฝันถึงเรา อะไรก็สำเร็จ ใช้ทางเมตตามหานิยมเค้าหาเจ้านายก็ได้ เค้าจะได้คิดถึงนึกถึงเราเอ็นดูเราเป็นพิเศษ

    สำหรับพ่อพรายเพชรสยมภูนั้น พ่ออาจารย์ท่านยังนำไม้วัวลืมคอกมาฝังไว้ด้านหลังให้ด้วย ไม้วัวลืมคอกหรือไม้ประนมปีเก็งนี้เป็นไม้มีคุณทางด้านเสน่ห์ ถ้าวัวหรือสัตว์ใดๆผ่านมาผ่านไปก็จะหลงวนเวียนอยู่บริเวณต้นไม้นี้อานุภาพคล้ายๆกับทำให้ละเมอ หลงวนเวียนออกไม่ได้หาทางกลับไม่เจอ นอกจากนั้นท่านยังฝังเม็ดก้อนผงพระเก่าของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ไว้ด้วย ซึ่งเป็นผงที่ท่านได้รับมาแต่หลวงพ่อสาคร ท่านว่าเธอจะเอาอะไรของหลวงปู่ทิมทุกอย่างก็อยู่ในนี้ สมัยก่อนนั้นพระท่านราคายังไม่แพง พระแตกพระหักก็มี ซึ่งท่านก็ได้รับมอบไว้ให้มาตำทำผง แต่ท่านว่าไม่ต้องตำหรอก มาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น ฝังไปทั้งอย่างนั้นเลย เอาบารมีครูบาอาจารย์เป็นที่ตั้งให้เขาประสบความสำเร็จก็พอ

    คาถาบูชา
    โอมสิทธิฟ้าฟื้นเจริญศรี หน้ากูงามคือพระแมน แขนกูงามคือพระนาราย ฉายกูงามคือพระอาทิตย์ ฤทธิกูงามคือพระจันทร์ สาวในเมืองสวรรค์เห็นหน้ากูอยู่มิได้ร้องไห้มาหากู นะมะพะทะกูจะรำลึกถึงต้นไม้ก็ให้งวยงง กูจะรำลึกถึงพญาหงษ์เธอก็มาลืมถ้ำพระคูหา กูจะรำลึกถึงพระยาปลาในน้ำก็มาลืมแม่พระคงคา กูจะรำลึกถึงมหาเสนาเธอก็มาลืมพระแท่นที่นอน กูจะรำลึกถึงไก่อ่อนก็มาลาลูกแล่นตาม กูจะรำลึกถึงสาวใช้ก็มาลืมแม่ กูจะรำลึกถึงสาวแก่ก็มาหลงไหล กูจะรำลึกถึงเจ้าไทเธอก็มาลืมสวดมนต์ กูจะรำลึกถึงฝูงคนก็มารักกูอยู่ทั่วหน้าทั่วชั้นฟ้าและพื้นดิน เหมือนดั่งช้างรักงา ปลารักน้ำ เข้าอยู่ในดงผมก็ลืมเกล้า ข้าวอยู่ในคอก็ลืมกลืน ให้สะอื้นคิดถึงตัวกูอยู่ทุกเวลาและราตรี
    ขอบารมีองค์ครุฑ - โอม นะโม วิโลโค วิลู คะรี นะตี อูรู นะมัสเต ฮีเร คารัม มาตู มหิทธิกาสุปัณณาเย นาคะราชะ มะหัพพะเล คะเหตวา ชินะเขตเตวะ ปักขันทิงสุนะเภ พะลา เต พุทธะสรณา สะทาโสตถิง กโรนตุโน สะทา

    * พระขุนแผนพรายเพชรสยมภูนั้น พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ 9 องค์ ก็จะเปิดให้จองเฉพาะทาง PM เท่านั้น แจ้งชื่อสกุลและสิ่งที่พึงประสงค์ไว้ด้วย ท่านจะได้ทำการเจิมเบิกเนตรให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้สมทบทุนถวายสร้างวิหารทานในวัดที่จำเป็นต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลพรายเสน่หาเพชรสยมภู (จอมครุฑจับนาง) บูชาา 4,000 บาท

    Suphanburiwatpalelai0609a.jpg SAM_5365.jpg SAM_5366.jpg 4-_-_-.jpg 110206041.jpg 20161114_supermoon.jpg
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลโคตรเสน่ห์น้ำมันใจขาด(มหาพฤกษาวิญญาณ)
    มงคลโคตรเสน่ห์น้ำมันใจขาด(มหาพฤกษาวิญญาณ) เป็นน้ำมันที่พ่ออาจารย์ท่านมีดำริจัดสร้างด้วยเหตุผลใหญ่ๆสี่ประการ ท่านว่าน้ำมันนี้ไม่ใช่แต่เพียงน้ำมันเสน่ห์เท่านั้น ก่อนที่จะเป็นเสน่ห์นั้นยังใช้ด้านอื่นได้อีกด้วย ซึ่งท่านว่าน้ำมันของท่านนั้นใช้ได้ในด้านต่างๆดังนี้

    - เป็นน้ำมันเร่งรวย เร่งโชคลาภวาสนา ท่านว่าตรงนี้ถ้าเอามาเจิมหน้าผากเจิมฝ่ามือตัวเองจะเปิดดวงรับทรัพย์แบบไม่คาดคิดมาก่อน ที่ไม่เคยมีก็จะมี ไม่เคยได้ก็จะได้
    - เป็นน้ำมันแก้เสนียด ท่านว่าให้ดีดใส่น้ำซักหยด นำน้ำนั้นมาอาบชำระร่างกาย เสนียดประการใดที่เกิดจากอาถรรพ์ในทุกอวัยวะของร่างกายจะถูกขับล้างไป
    - เป็นน้ำมันพลิกดวง ท่านว่าทำไว้ให้แก้ดวง เวลาดวงใครชง พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ใช้น้ำมันนี้เจิมหน้าตาได้ จะไม่ทุกข์หมองหรือเจอพระเคราะห์เล่นงานแต่อย่างใด ท่านลงสูตรมหานารายณ์พลิกแผ่นดินบทใหญ่เต็มสูตรซึ่งท่านไม่เคยลงที่ใดกำกับไว้ พร้อมทั้งผสมน้ำมันกะลาอาถรรพ์ด้วยทั้งกะลาตาเดียว กะลาไม่มีตา
    - เป็นน้ำมันเสน่ห์ ท่านว่าสารพัดจะใช้ เจิมหน้าเจิมตาเป็นเมตตามหานิยมใหญ่ เจิมปากวนรอบริมฝีปากนี่ท่านว่าพูดอะไรเขาก็เชื่อเราหมด ดีกว่าลงมหานิยมหรือสาลิกาลิ้นทองเสียร้อยที่ ถ้ารักใครชอบใครก็บอกกล่าวขอบารมีครูแม่ตะเคียนให้ท่านดลจิตให้ ดีดน้ำมันใส่หรือป้ายเขา ท่านว่าน้ำมันของท่านนี้ไม่ใช่น้ำมันพรายไม่มีอันตรายอันใดแอบแฝง ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยอานุภาพของแม่ตะเคียนนั่นเอง

    ตะเคียนอาถรรพ์ตกน้ำมันฟ้าผ่ากิ่งทิศตะวันออก พ่ออาจารย์ท่านเลือกใช้ตะเคียนอาถรรพ์นี้โดยทำการพลีบอกกล่าวจิตวิญญาณอย่างดี ท่านว่าเพราะนี่เป็นของอาถรรพ์เป็นของที่ฟ้าเข้าหยิบยื่นให้กับมือเป็นมหาพฤกษาวิญญาณที่เทพเจ้าประจุพลังให้ ก็ในเมื่อครูบาอาจารย์ท่านตั้งใจให้จะไม่ดีได้อย่างไร มีอย่างที่ไหนฟ้าผ่ากลางวัน ฟ้าใสขนาดนั้นก็ยังผ่าได้ ท่านว่าตะเคียนนี่มีอาถรรพ์มากแต่เดิม เมื่อได้รับสายฟ้าชุบตัว ถือว่าได้รับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าชั้นสูงหรือได้รับอำนาจจากสายฟ้าที่เป็นอาวุธของพระอินทร์ ทำให้ตะเคียนนั้นมีพลังงานอาถรรพ์สูงขึ้นไปอีก พ่ออาจารย์ท่านนำมาแกะสลักเป็นนางตะเคียนด้วยวิชามหาญาณธาตุสี่ ผูกหุ่น ผูกรูป ผูกนาม ตั้งธาตุ ปลุกชีวิต ท่านว่านางตะเคียนนี้มีตัวมีตน อานุภาพแรง และเฮี้ยนนัก เป็นนางตะเคียนซึ่งเป็นรุกขเทวดาที่ใจดีชอบช่วยเหลือ ชอบให้โชค บอกกล่าวได้ทุกเรื่อง ใช้งานได้ทุกอย่าง ท่านว่าเทพแบบนี้เค้าอยู่ใกล้ชิดกับเรามาก จะคิดหวังทำอะไรก็ขอเขาได้อย่างง่ายดาย ท่านว่าถ้าเป็นเรื่องของมนุษย์ขอให้กล่าวมาเถอะ ไม่มีอะไรเกินมือหรือทำไม่ได้ แต่ให้จำไว้ว่าเขาไม่ใช่เทพชั้นสูง เวลาสวดมนต์แผ่เมตตาก็นึกถึงเขาบ้าง หรือเวลาใส่บาตรก็อธิษฐานว่าใส่ให้เขาบ้าง พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าทำได้ตามนี้จะสนิทกันเร็ว พูดกันง่าย และแม่ตะเคียนนั้นจะยิ่งมีอิทธิฤทธิ์สูงยิ่งๆขึ้นไปอีก(พ่ออาจารย์ท่านแกะเรียกจิตตั้งชื่อทีละองค์ ซ้ำยังลงตัวธรรมวิชาธรรมซึ่งถือว่าเป็นวิชาที่ไม่มีวันเสื่อมและยังมีอานุภาพแรงสุดๆจารไว้ด้านหลังละเอียดยิบชนิดกล้องจับไม่ได้เลย) นอกจากนี้ท่านยังลงอาถรรพ์ยันต์ไม้ฟ้าผ่าไว้คำรบหนึ่งก่อนที่ไม้ตะเคียนก่อนนำมาแกะให้ต้องกับอาถรรพ์ตะเคียนฟ้าผ่า ท่านว่าวิชานี้แม้นจะประสงสิ่งใดกับผู้ที่อาวุโสกว่าไม่ว่าจะท้าวพระยานารีสมณะชีพราหมณ์เอาน้ำมันทาหน้าผากย่อมได้ดั่งใจปรารถนา ถ้ามีคดีความเป็นปากเสียงกันเอาน้ำมันทาปากท่านว่าชนะแล แม้เอาน้ำมันทาตาทั้งคู่จะมองสิ่งใด แลสิ่งใด แม้เขาสบตาเราเป็นมหาละลวยอย่างยิ่ง น้ำมันนี้มีคุณมาก ท่านว่าเอามาทาคางเดินไปที่ใดดุจว่ามืดมิดคนมองมิเห็นตัวเราเลย

    เมื่อจะทำมงคลโคตรเสน่ห์น้ำมันใจขาดนั้น พ่ออาจารย์ท่านได้เก็บตัวเพื่อจะลงตะกรุดผูกวิชาซึ่งมีอาถรรพ์มากสี่ประการ ด้วยความเมตตาของท่านทำให้ท่านได้ทำการบีบอักขระลงจารสิ่งที่ทำได้ยากขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการทำเช่นนี้ต้องใช้พลังปราณและสมาธิอย่างมากเพื่อจะเรียกสูตร เพราะท่านไม่ได้จารผ่านเลนส์หรือแว่นขยายแบบที่หลายๆที่ทำกัน อักขระมหายันต์แต่ละแผ่น วิชาแต่ละสูตร เน้นความแรง ร่ำรวย รวยเสน่ห์ รวยทรัพย์ ปลุกอาถรรพ์ รวมไปถึงยันต์ครอบจักรวาลและยันต์ลงน้ำมัน ท่านก็เมตตาบีบอักขระลงไว้ให้ในตะกรุดดอกเล็กๆซึ่งบรรจุในขวดจิ๋ว ท่านว่าเอาให้แรงอยู่ได้เป็นกัปเป็นกัลป์ ทำเล่นๆเราไม่ทำ พ่ออาจารย์ท่านมีความตั้งใจของท่านแต่เดิมอยู่แล้วว่า น้ำมันนี้ ต่อให้ใช้หมดอย่างไร เวลาผ่านไปนานเพียงไหน ขอเพียงให้หาน้ำมันจันทร์มาเติมลงไปในขวด ก็มีอานุภาพดุจเดิม ใช้ได้เหมือนเดิมตลอดไปไม่ขาดตกบกพร่องเลย ซึ่งวิชาต่างๆที่ท่านได้ลงไว้ในตะกรุด มีดังต่อไปนี้


    - ดอกแรกเรียกว่าพระฤาษีตาไฟ พ่ออาจารย์ท่านแปลงสูตรลงให้เต็มสูตร ท่านวาดอกนี้มีอานุภาพมากแม้ได้ติดตัวผู้ใดจะมิรู้ยากรู้จนเลย จะทำให้สตรีเพศเขารักเราถึงขั้นอยู่ไม่ได้ก็ได้ แม้นพกพาไปย่อมเป็นที่รักและนิยมแก่คนทั่วไป วิชานี้พระฤาษีตาไฟท่านให้ไว้เป็นทานแก่คนทั้งหลาย แม้จะเดินทางไปในมหาทิศทั้งสี่ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ตั้งใจให้มั่นนึกถึงองค์พระฤาษีตาไฟเถิด ศัตรูทำอะไรมิได้ มิต้องด้วยอันตรายทั้งสามสถานนั่นคือ บนบก ในน้ำ ในอากาศ ท่านว่าเป็นของวิเศษอุปมาไม่ได้ หากมั่นคงในคุณของพระฤาษีตาไฟ จะไม่ต่ำกว่าคน ไม่จนกว่าเขา ทำอะไรจะมิรู้ยากรู้จน มีแต่เฮง มีแต่รวย

    - ดอกที่สองเรียกถุงเงินถุงทอง ตัวนี้ท่านว่าดีทางโภคทรัพอย์อย่างที่สุด หาทรัพย์คล่องก็ตัวนี้ ได้ทรัพย์ง่ายก็ตัวนี้ ท่านทำให้เต็มสูตรเดินคาถาว่าอักขระเรียกสูตรอย่างเต็มที่ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าตะกรุดถุงเงินถุงทองนี้มีอานุภาพมาก ปกติจะไม่ค่อยทำให้ใครเพราะว่าชีวิตของคนที่บูชาเขาจะสบายเกินไป มันเกินเลยคำว่าโชคลาภที่จะได้จะพบแบบครั้งคราวได้ๆหายๆเช่นวิชาธรรมดา แต่วิชานี้จะทำให้เขามีกินมิรู้สิ้นรู้หมดนั่นทีเดียว เป็นโชคลาภวาสนาที่เกิดมาพันคนหมื่นคนก็ใช่ว่าจะหาพบเจอได้ง่าย

    - ดอกที่สามเรียกมหานารายณ์แปลงสาสน์พลิกแผ่นดิน พ่ออาจารย์ท่านว่าดอกนี้สารพัดแก้ อะไรไม่ดีนี่หลุดหมด ไม่ใช่แต่เพียงแก้ดวง แก้ชง แก้พระเคราะห์พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกราหูทับลัคนาทั้งหลาย ยังแก้เสนียด แก้อาถรรพ์ในร่างกาย ในสถานที่ ในภูมิแผ่นดิน แก้อาถรรพ์ไสยศาสตร์การฝังรูปฝังรอย ใครเคยต้องไสยดำทั้งหลายนี่หลุดหมด ดอกนี้สารพัดจะแก้ ท่านว่าแม้แต่ปอบเข้าก็ยังแก้ได้เลย นับประสาอะไรกับแค่แก้ดวงเคลื่อนชะตาเปลี่ยนผ่านฐานชีวิต ดอกที่สามนี้พ่ออาจารย์ว่าเป็นตะกรุดที่ลงยากแต่มีอานุภาพใหญ่มาก ไม่ใช่แต่เพียงแก้ได้ทุกอย่างยังช่วยให้ผู้บูชาหาทรัพย์คล่องอีกด้วย เป็นโฉลกกับเงินทอง อะไรที่เป็นเรื่องเงินๆทองๆนี่ดูดมาให้ตกถึงมือเราหมด เอาว่าได้ ได้เงิน ได้ทอง ไม่พ้นมือแน่นอน

    - ดอกที่สี่เรียกจักรวาฬฟ้าครอบ ดอกนี้ท่านเสริมวิชาผูกพยนต์ลงไปให้แม่ตะเคียนนั้นมีฤทธิ์มาก จะบอกกล่าวอะไรเขาให้เฝ้าที่ เฝ้าคน ให้เขาทำอะไรไปไหนใช้ได้ทั้งสิ้น ท่านว่าวิชานี้แรงนักเมื่อจะใช้ย้อนคืนวิชาหรือการกระทำใดๆที่คนอื่นเค้าทำร้ายเรามา ให้ระบุไว้ด้วยว่าทำแต่เพียงพองาม อย่าให้ถึงตายถึงชีวิตเลย นอกจากนี้ท่านยังเมตตาบีบอักขระลงมหายันต์ขั้นสูงอย่างยันต์ครอบจักวาฬไว้ด้วย ท่านว่าตัวนี้ดีนัก สารพัดกันมีค่าควรเมืองเช่นกัน ทั้งกันโจร กันปอบ กันพราย ใครที่กลัวๆผีนี่พกตัวนี้ไว้เอาไว้ผีห่าที่ไหนก็หลอกหลอนไม่ได้ ต่อให้ดวงชะตานั้นจะเปิดเป็นคนที่เข้าใกล้สิงอาถรรพ์ ดึงดูด ชักนำมันมา ก็ไม่อาจเผยกายเข้าใกล้เราได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านลงตัวนี้ไว้ ทำให้แม่ตะเคียนนั้นมีอิทธิฤทธิ์และบารมีมาก เหนือกว่าพราย ภูติ ปี ปอบ ปีศาจใดๆทั้งมวล นอกจากนี้ท่านยังเมตตาลงยันต์ทำน้ำมันประทับหลังไว้ทั้งสองสูตร เรียกสูตรผูกวิชาเต็มสูตร ท่านว่าตัวนี้สำคัญนัก ลำพังแค่ตัวเดียวก็ทำให้ผู้หญิงเข้าหาเป็นเสน่ห์เมตตาขึ้นถึงบ้านแล้ว ท่านว่าไม่สมควรพูดอะไรมาก ท่านว่าวิชาน้ำมันนี้ถ้าใช้ทางเสน่ห์ทาผู้หญิงผู้ชายรัก ทาผู้ชายผู้หญิงรัก ทาหนูแมวก็มิกัดหนูเลย ที่โบราณเค้าเรียกหนูกินนมแมว วัวกินนมเสือก็เช่นนี้ ถ้าดีดน้ำมันใส่ตุ่มน้ำกินน้ำใช้ ท่านว่าเค้ารักเค้าเมตตาเราทั้งครัวเรือนทีเดียว เมื่อจะใช้ทางเสน่ห์หรือจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันให้เสกด้วยคาถา ดังนี้ สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปาคะโต ยัสสะสิมา วะเจธิโร เกสะโรวา อะสัมภิโต

    นอกจากนี้ภายในขวดพ่ออาจารย์ท่านยังเมตตาใส่มวลสารสำคัญต่างๆลงไปด้วย ดังต่อไปนี้

    - มวลสารสำคัญ สีผึ้งแม่ค้า ของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ท่านว่าหลวงปู่ศุขนั้นท่านสำเร็จคัมภีร์อิติปิโส เล่นฤทธิ์เก่งมาก สีผึ้งนี้เป็นสีผึ้งสำคัญมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าเมตตาอย่างยอด ใช้ได้ไปถึงมหาเสน่ห์ทีเดียว เพราะตำราการทำสีผึ้งของหลวงปู่ศุขนั้นทำยาก ท่านจึงไม่ได้แจกจ่ายออกไปมากเท่าไหร่ ใครได้ไว้มีแต่เฮงด้วยเงินทองกับร่ำรวยด้วยวาสนา พ่ออาจารย์ท่านได้จากอาจารย์ของท่านที่สืบวิชาจากหลวงปู่ศุขและเป็นผู้สักยันต์พร้อมสอนวิชาให้กับท่าน ท่านจึงนำมาตากแดดให้สีผึ้งอ่อนตัว และเมตตาใส่ลงไปเป็นชนวนก้นขวด ท่านว่าปั้นเท่าเม็ดถั่วเหลือง ใส่ไปขวดละสามก้อน ท่านให้ระลึกถึงหลวงปู่ศุขดีๆ ท่านว่ามหาเสน่ห์ เมตตานี่เรื่องขนมเด็ก ถือว่าเอาไปเพิ่มวาสนาบารมีก็แล้วกัน พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจลงสีผึ้งไว้ เพราะท่านว่าเวลาน้ำมันนั้นต้องกับสีผึ้ง น้ำมันนั้นก็จะมีอานุภาพมากดุจเดียวกัน ใช้แทนกันได้มิขาดมิเกินเลย อาราธนาดีๆเถอะท่านว่าเกิดมาแล้วทันใช้สีผึ้งแม่ค้านี้ถือว่าเป็นบุญวาสนายิ่งนัก

    - ผงยาสั่งรัก ท่านว่าเรียกเพราะๆหน่อยก็ยาใจขาดก็ได้ พ่ออาจารย์ว่าทำยากผสมสูตรยาก ว่านยาผงลบ ของวิเศษมีพลังต่างๆนำมาผสม เป็นมวลสารชั้นครู ท่านเมตตานำมาใส่เป็นหัวเชื้อลงไปในน้ำมันด้วย ท่านว่าธาตุพลังงานเหล่านี้ได้ทำมาดีแล้ว สำเร็จแล้ว จะได้เพิ่มอาถรรพ์ความแรงของคุณวิชายิ่งขึ้นไปอีก น้ำมันนี้มียาสั่งรัก ยาแรงๆที่สั่งให้รักก็ต้องรัก ไม่ได้รักดุจว่าใจจะขาดได้ทุกข์โทมนัสตรอมใจดั่งว่าอกจะแตกตายนั่นทีเดียว ท่านผสมยาสั่งรักลงไปเพื่อให้น้ำมันนี้จะได้แรงแบบลูกโดดทางเมตตา มหาเสน่ห์มีอานุภาพดุจยาสั่งรักทีเดียว

    - องค์ท้าวปรเมศวร พ่ออาจารย์ท่านว่าในไตรภูมินั้น ท้าวปรเมศวรเป็นเทพบดี ที่เป็นเจ้าเหนือหัว มีหน้าที่ปกครองเหล่าพระภูมิ รุกขเทวดา ภูติพราย พฤกษาวิญญาณทั้งหลาย ท่านว่าไหนๆจะทำแล้วก็เอาให้เฮี้ยนกันสุดๆไปเลย ท่านจึงเมตตาใช้ธาตุกายสิทธิ์หล่อองค์ท้าวปรเมศวรขึ้น โดยท่านแกะพิมพ์เป็นเทวดานั่งประทานพรอยู่บนภูเขาสามลูกแล้วเชิญญาณบารมีของท้าวเธอมาสถิตย์ ท่านว่านี่แหละอธิบดีแห่งภูมิเทวดาและรุกขเทวดา เวลาไปที่ไหนนี่ท่านคลุมหมดทั้งโลกธาตุเลยนะ จะขอพรอะไรพระภูมิเจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขาที่ไหน หรือแม้แต่แม่ตะเคียน เขาจะไม่กล้าปฏิเสธหรือชักช้าเลย เพราะเขาเกรงอำนาจของท้าวปรเมศวร เรามีพลังของท้าวปรเมศวรอยู่กับตัวนี่เป็นอาญาสิทธิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังองค์ท่านก็เป็นนายผีจอมภูติเป็นเจ้าแห่งพฤกษาวิญญาณและรุกขเทวดาอยู่แล้ว เมื่อมาสถิตย์อยู่ในน้ำมันนี้ ย่อมขับเสริมอำนาจของแม่ตะเคียนให้เป็นกายสิทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก ท่านว่าเชื่อเราถอะ นางตะเคียนที่มีองค์ท้าวปรเมศวรหนุนหลังนั้น เขาจะทำจะช่วยอะไรเราก็ได้เป็นอาญาสิทธิ์ที่พิเศษสูงสุดจริงๆ

    ตัวน้ำมันนั้นท่านว่าใช้หมดก็หาน้ำมันจันทร์หอมมาเติมเปลี่ยนได้ตลอด อานุภาพไม่ได้ลดลงเลย ท่านได้ผสมน้ำมันว่านสกัดทั้งดอกทองและเสน่จันทร์ทั้งห้าลงไปเป็นตัวตั้งต้นแล้วกับน้ำมันจันทร์หอม ด้วยมวลสาร วิชาอาคมที่กำกับทั้งหลาย ท่านว่าใช้หมดก็เติมได้เลย ขวดเดียวใช้ได้ทั้งชีวิต จะเจิมหน้า ดีด ป้ายอะไรก็ตามแต่ใจจะใช้ ให้อยู่ในทำนองคลองธรรม ใช้ทางรวยก็รวย เปิดหน้าให้มีสง่าราศีก็ได้ แต่ถ้าใช้ด้านเสน่ห์ได้แล้วต้องรับเลี้ยง

    น้ำมันขวดน้อยนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ลองพกดูก่อน เพียงแค่พกก็เป็นเมตตามหานิยมอย่างใหญ่หลวงแล้ว อยากรวยก็รวยไม่ยาก จะเสี่ยงโชคอะไรก็ให้เอาน้ำมันทามือ ท่านว่าจะได้หยิบจับทรัพย์สมบัติใหญ่หลวง ใช้ได้สารพัดสุดแล้วแต่จะใช้ สำหรับแม่ตะเคียนนั้น ถ้าท่านเล่นฤทธิ์หรือแสดงออกมากไป เราอาจเจออาจเห็นท่านถ้าท่านคิดจะหยอกล้อเรา หากไม่ต้องการเจอเพราะกลัวหรือหวาดสะดุ้งก็ดี ก็ให้บอกกล่าวกับท่านดีๆ พ่ออาจารย์ท่านว่านางตะเคียนของท่านนั้นอาจจะขี้เล่นไปบ้าง แต่ก็เก่งมากแถมยังใจดีอีกด้วย มีอะไร ทุกข์อะไรก็ให้ระบาย ให้พูดให้บอกกับท่านตรงๆ กาลแห่งทุกข์จะคลี่คลายไปอย่างน่าประหลาดใจ ทุกการกระทำนั้นย่อมไม่สูญเปล่า จิตสื่อจิต ใจสื่อใจ อยู่ร่วมกันอย่าเอาเปรียบกัน หากประสบความสำเร็จใดๆก็ดี ให้ทำบุญตักบาตร กรวดน้ำแผ่เมตตาให้กับท่านด้วยเป็นน้ำใจและความรู้สึกดีที่มอบให้แก่กัน เวลาเราขอหรือทำอะไรในโอกาสต่อๆไปเขาจะได้ขวนขวายช่วยเราอย่างเต็มที่

    คาถาบูชา
    ไหว้ครู... วันทิตวา อิสีสิทธิโลกะนาถัง อะนุตตะรัง อิสิจะพันธะนังศาสตรา อะหังวันทามิตัง อิสีสิทธิเวสสะ
    คาถา.. เทวะราชานะกัสสะโล ภัคคะยัง สุกเขสุกขังวา มหาสุกเขโล ภัคคะยัง อะหัง นะโมตัสสะ สวาหะ โอมพุทธะเชยยะ เชยโย ตัสสะวะโร ปะโมทะติ

    * มงคลโคตรเสน่ห์น้ำมันใจขาด(มหาพฤกษาวิญญาณ)นั้น พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดแปดขวด สำหรับท่านที่บูชาพ่ออาจารย์ท่านจะอธิษฐานบอกกล่าวแม่ตะเคียนให้เป็นรายบุคคล ทั้งนี้ท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลมาด้วย พร้อมกับสิ่งที่อยู่ในใจ มีสิ่งใดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่อยากจะฝากท่านบอกกล่าวแม่ตะเคียน ท่านจะอธิษฐานจิตให้ พร้อมกับออกนามแจ้งชื่อแม่ตะเคียนบอกกลับไปให้ทราบด้วย ท่านว่าเวลาจะบอกกล่าวสื่อสารกันจะได้ง่ายขึ้น จะอธิษฐานจิตอะไรก็ออกนามไปว่าพระแม่ตะเคียน...(ชื่อ)...ขอให้ช่วย...(สิ่งที่ประสงค์) รายได้ร่วมสมทบทุนบูรณะกุฏิสงฆ์ในถิ่นทุรกันดารต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลโคตรเสน่ห์น้ำมันใจขาด(มหาพฤกษาวิญญาณ) บูชา 4,000 บาท
    1357988146.jpg SAM_5383.jpg SAM_5370.jpg oh8xx1dg8_Jr_Ba_Be_E954-o.jpg 619172-img-1339390725-1.jpg image.jpg
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดนาคสวาท(พระโพธิสัตว์ฟื้นดวงขุดทรัพย์รับกำไรชีวิต)

    วิถีชีวิตคนนั้น ย่อมหมุนวนตามกระแสกรรมและลิขิตดวงดาว ซ้ำซาก จำเจ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ยากจะหลุดพ้น ทำได้เพียงดำรงค์ตนไปตามกระแสกรรม สร้างกรรมใหม่รับใช้กรรมเก่าเช่นนี้เรื่อยไป พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้เอง ทำให้ในชีวิตคนนั้นมีอยู่แค่เสมอทุน เกิดมาเท่าไหร่ก็ไปเท่านั้น จะมีมากกว่านั้นก็น้อยคนนักด้วยว่าสร้างบารมีผิดที่ผิดทาง คนส่วนมากถ้าไม่ได้ดีมีมาแต่ชาติกำเนิดแล้ว ก็ยากนักที่จะสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่ากำไรชีวิต

    ด้วยปัจจัยที่จำกัดข้างต้น พ่ออาจารย์ท่านว่ามันเสียชาติเกิด เพราะภพมนุษย์นั้นเป็นของกลาง เป็นภพที่ใช้ยกภพภูมิได้ สร้างกุศล สร้างบารมีได้ ท่านว่าแม้ลิขิตดวงดาวยังเคลื่อนย้ายได้ เกณฑ์ชะตาที่กรรมลิขิตและเป็นเผ่าพันธุ์ทั้งหลายหากได้กุศลบารมีเกื้อกูลยังเปลี่ยนแปลงได้ เช่นนั้นแล้วกำไรชีวิตก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดมาเสมอทุน ไม่ได้มั่งมีแต่ชาติกำเนิดได้ด้วยเช่นกัน


    พ่ออาจารย์ท่านจึงขอบารมีเสด็จพระใหญ่ ด้วยเหตุผลที่รำพึงว่าจะมีสิ่งใดหนอ ฉุดรั้งและเปลี่ยนแปลงวาระกรรมของสัตว์ให้พบเจอกับกำไรชีวิตได้ ด้วยว่าวิชาเหล่านี้ล้วนเป็นวิชาเฉพาะทางไม่ใช่ของข้างทาง คนเรานั้นหากชีวิตถูกปิดกั้นไม่รู้จักกำไรชีวิตแล้ว ที่จะไปแสวงหาโชคลาภ มหาเสน่ห์ มหานิยม ความเจริญก้าวหน้าต่างๆย่อมถูกปิดกั้นทั้งหมดมาแค่ตัวก็ไปแค่เสมอตัว ซึ่งเสด็จพระใหญ่ท่านก็ได้แนะนำพ่ออาจารย์เกี่ยวกับชุดอักขระเลขยันต์ที่ต้องเดินเป็นค่ายกลแต่โบราณกาล

    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สร้างยากและทำยากด้วยต้องสำเร็จจากมหาบารมีของพระโพธิสัตว์เฉพาะฝ่ายปราบปรามเท่านั้น ด้วยว่าต้องปราบปรามกำราบอุปาทวจัญไร พิฆนะจัญไร ทั้งหลายในชีวิตตน ซ้ำต้องต่อต้านพลังงานด้านลบดูดกลืนและกำจัดออกไปให้สิ้น ซึ่งก็คือวิชาพระโพธิสัตว์ฟื้นดวงขุดทรัพย์รับกำไรชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าพุทธคุณก็ตรงตัวเลย


    - ฟื้นดวง ท่านว่าวิชานี้ไม่ต้องกลัวดวงตก ดวงแตก พระเคราะห์แทรกแต่อย่างใด ดวงที่ฟื้นแล้ว ก็คือดวงที่พลิกกลับมาแล้ว ดวงที่ขึ้นมาไม่มีตกแล้ว ดวงที่ศุภมงคลกลับคืนขึ้นมาแล้ว ดังนั้นวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจึงเป็นสิ่งสำคัญนัก เป็นวิชาที่อาศัยพลังงานของพระโพธิสัตว์ฝ่ายปราบปราบทำงานส่งต่อระบบพลังงานในร่างกายของเราเป็นทอดๆ ไล่ปรับไปตั้งแต่พื้นฐาน พลิกฟื้นดวงชะตา ขุดทรัพย์ รับกำไรชีวิต

    - ขุดทรัพย์ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวอย่างมีความหมายไว้ว่า อันวิเศษเพศมนุษย์นั้น ต่อให้ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นเพียงใด นั่นก็เพราะชีวิตเค้านั้นมีเศษกรรม เกิดมาเพื่อใช้กรรมนั่นเอง แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ที่ว่าจะไร้วาสนาไม่มีบารมีเก่าติดตัวเลยนั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่า นอกจากจะฟื้นดวงแล้ว ยังขุดทรัพย์ ซึ่งหมายถึงขุดวาสนาชะตากรรมให้ได้รับทรัพย์สินความโชคดีต่างๆ ทรัพย์ตรงนี้ท่านไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เรื่องเงินทองอย่างเดียว ท่านว่าอำไรที่ได้มาแล้วทำให้อิ่มใจ สุขใจ หัวใจเปรมปรีดายิ่งนัก สิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านั้นล้วนถือได้ว่าเป็นทรัพย์ทั้งสิ้น

    - รับกำไรชีวิต ท่านว่าตรงนี้พูดโดยรวมคือความโชคดี กำไรชีวิตคือการพบเจอแต่สิ่งที่ดี เจอสุขที่เสมอใจ วิชานี้ท่านว่าแปลก มันช่วยให้ใจอิ่ม ช่วยดึงดูดสุขอันเป็นสิ่งที่เสมอใจเข้ามาอยู่ร่วมกันกับชีวิตเรา ซึ่งตรงนี้ท่านว่าสุขของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันและไม่เสมอกัน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับพื้นฐานของความต้องการและจิตวิญญาณของตน ว่าสิ่งใดคือสุข คือกำไรของชีวิต เราตั้งมั่นเอาไว้ว่าสุขของเราเกิดจากอะไรท่านว่าก็ให้เพียรต้องการสิ่งนั้นและกระทำไปในทางนั้นๆด้วยความเชื่อมั่นเถิด เมื่อนั้นสรรพมงคล สุขสวัสดีจะบังเกิดมีแก่ตัวในกาลทุกเมื่อ


    พ่ออาจารย์ท่านได้ประกอบพิธีลงตะกรุดตามมหาศาสตร์ของเสด็จพระใหญ่ไว้และเสกเสียคำรบหนึ่งแต่ท่านยังไม่ได้ม้วน ท่านว่ามันยังขาดสิ่งที่เสมอกันและจะเติมเต็มซึ่งกันและกันอยู่ จนกระทั่งในสองปีที่ผ่านมานั้น มีคนมากมายต้องการและถามถึงตะกรุดเมียมากเข้ามากันมาก พ่ออาจารย์ท่านจึงได้เมตตาลงวิชานาคสวาทตามตำรับพรหมศาสตร์ขั้นสูงสุดเพื่อเป็นสิ่งเติมเต็มในตะกรุดสำคัญนี้ ท่านว่ามันเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือวิชาทั้งสองนี้ ต้องใช้ให้ติดเนื้อสัมผัสกาย ต้องการเพียงเฉพาะการใช้งานแบบลุยๆเท่านั้น ไม่ต้องเก็บรักษาหรือถนอมแต่อย่างใด ท่านว่านี่แหละถึงเข้ากันและเสมอกัน

    ทำไมต้องเสน่ห์ในสายพรหมศาสตร์ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าสิ่งนี้ถึงจะแน่นอน วิชาเช่นนี้เป็นของสูง ที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดแล้วทางเสน่ห์ เป็นเสน่ห์ทางสายพรหมศาสตร์ของครูพรหม ซึ่งแน่นอนว่าพ่ออาจารย์ท่านต้องเชิญครูพรหมองค์ต้นนั่นคือพ่อท้าวสหัมบดีมาอำนวยพรและสำเร็จวิชาให้ในส่วนหนึ่ง ท่านว่าตำรับกระบวนยันต์ทั้งหลายถ้าเอาด้านเสน่ห์แล้วตัวนี้นับว่าแรงสุด สูงกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ซึ่งวิชานี้ท่านว่าระดับความแรงมันมีอยู่ด้วยกันสามขั้น แต่เมื่อท่านทำแล้วท่านก็ทำให้ถึงขั้นสามเลย เรียกว่าแรงที่สุดนั่นเอง

    หากเปรียบกับวิชาเสน่ห์ทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่านาคสวาทตำรับพรหมศาสตร์นี้เป็นดั่งวิชาระดับกษัตริย์ ซึ่งแน่นอนว่าวิชาอื่นหมื่นแสนนั้นก็มีได้ทั่วไป แต่กษัตริย์หรือเจ้าชีวิตนั้นต้องมีเพียงหนึ่งเดียวมากกว่านี้ไม่ได้ ท่านว่าเรียกวิชาขั้นหัวกะทิก็ไม่ผิด ทั้งดลจิตให้เกิดใจปฏิพัทธ์ รัก ลุ่มหลง และเสพสมแนบชิด อุปเท่ห์วิธีการใช้และคาถาภาวนานั้น ท่านว่ายิ่งภาวนายิ่งแรง ยิ่งใช้ถูกับเนื้อตัวยิ่งเห็นผลชัด ชีวิตที่เหี่ยวแห้งแล้วเหมือนได้น้ำเลี้ยงฟื้นขึ้นมาใหม่ ท่านว่าใช้ให้ถูกตัวคือได้เกิดใหม่ก็ไม่เกินเลยไป

    ท่านเพียรจารอักขระตามสูตรอันเป็นสิ่งต้องห้ามและกระทำได้ยาก แล้วท่านจึงนำมาลงอักขระประทับหลังด้วยวิชาเฉพาะของครูพราหมณ์สายใต้ของท่าน เป็นวิชาเสน่ห์เต็มสูตรเช่นกัน ท่านว่าวิชานี้พกติดตัวเป็นเสน่ห์ทับเสน่ห์เลยซึ่งพ่ออาจารย์ท่านให้คติได้เพียงเท่านี้ ด้วยครูของท่านนั้นบอกไว้แต่เพียงว่า วิชานี้มีอานุภาพรุนแรง แรงกว่าน้ำตาปลาดุหยง หรือน้ำมันพรายทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าก็คิดดูเอาเองก็แล้วกันว่าอะไรเป็นยังไงและจะแรงกันขนาดไหน

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านสร้างแล้ว ในลำดับแรกท่านว่าต้องแยกกันปลุกเสกจนสำเร็จก่อนถึงค่อยนำมาม้วนรวมกันจะสำเร็จพร้อมกันทีเดียวไม่ได้ ซึ่งตะกรุดสำคัญนี้ท่านว่าวิชาแต่ละแผ่น อักขระแต่ละตัวนั้นมีแรงครูสูงมาก ต้องชุบมนต์ชุบวิชา ทำซ้ำตามคาบคาถา ตามสูตรจนกว่าจะสำเร็จ ไม่ใช่กำหนดจิตก็จะสำเร็จได้เลย ดังนั้นท่านจึงใช้ระยะเวลานานจึงจะสำเร็จก่อนนำมาม้วนรวมกัน

    อันตะกรุดนาคสวาท(พระโพธิสัตว์ฟื้นดวงขุดทรัพย์รับกำไรชีวิต)... พ่ออาจารย์ท่านว่าให้นำมาคาดเอวไว้ดวงจะดี ใช้อานุภาพทั้งสองทางได้พร้อมกัน แต่เมื่อใดที่จะเจาะจงเน้นเอาดีเฉพาะทางเมตตามหาเสน่ห์เท่านั้น ท่านว่าให้เอาใส่ไว้ในที่ลับเถิด หาน้ำหอมซักหนึ่งกลิ่นมาทาที่ตะกรุด ท่านว่าทาไปภาวนาคาถาไป ทำเพียงเท่านี้ ยิ่งทาได้บ่อยก็ยิ่งขลัง ยิ่งภาวนาก็ยิ่งมากพลังไม่รู้หมดรู้สิ้นเลย เรื่องน้ำหอมนี้ก็สำคัญ พ่ออาจารย์ท่านเมตตาให้เคล็ดว่าถ้าใช้ทางเสน่ห์ก็ให้ใช้หนึ่งกลิ่นหนึ่งคน หากคิดจะเปลี่ยนคนที่ปรารถนา ก็ให้เปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมด้วยเช่นกัน เช่นนี้จะสำเร็จง่าย แรง และเร็ว

    นอกจากนั้นตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าดีทางครอบงำคนยิ่งนัก ให้ใช้เองและจะรู้ได้ด้วยตนเอง ท่านให้คติสำหรับคนที่จะบูชาตะกรุดนี้อยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือตะกรุดของท่านเป็นตะกรุดที่มีแรงครูสูง ดังนั้นให้เอาไปใช้ในทางที่ดีงาม หากนำไปใช้ในทางที่เสื่อมทรามเมื่อไหร่ ให้ระวัง พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ใช่ระวังอันตรายอะไรหรอก แต่ให้ระวังหายเพราะครูท่านจะไม่อยู่ด้วย ซึ่งตะกรุดนี้มีจิตวิญญาณของตะกรุด เป็นของศักดิ์สิทธิ์ เขาจะหายไปเอง ส่วนเรื่องตะกรุดคาดเอวหรือไว้ในที่ลับนั้นท่านว่าไม่ใช่การลบหลู่ครูแต่อย่างใด แต่เป็นอุปเท่ห์การใช้ตะกรุดเท่านั้น ครูท่านก็นั่งอยู่เหนือหัวเราเสมอไม่ใช่เรานำไปไว้ตรงไหนท่านต้องไปอยู่ตรงนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดนาคสวาทนี้ไว้ได้ทั้งหมด 9 ดอก ท่านว่าเรื่องเสน่ห์นั้นท่านไม่อยากพูดมาก แต่ให้รู้เอาไว้ว่ามันแรงที่สุดแล้วของสายพรหมศาสตร์ก็พอท่านพูดเกินนี้ไม่ได้ ท่านว่าอยากให้คนใช้ตั้งใจไปทางวิชาพระโพธิสัตว์ฟื้นดวงขุดทรัพย์รับกำไรชีวิตมากกว่า ไหนๆก็ใช้แล้ว ใช้ให้ชีวิตดีขึ้น ทุกเรื่องที่ทำให้ใจเป็นสุขย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าหลงระเริง ลืมศีล ลืมพระรัตนตรัย ลืมการอบรมปฏิบัติตนเองตามครรลองในแนวทางธรรมมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากดำรงค์ตนอยู่ในสิ่งที่ดีในคุณงามความดีแล้วแรงครูและบารมีครูบาอาจารย์ก็จะเป็นตัวเร่งสิ่งต่างๆเอง

    คาถาบูชา
    พุทธังสังวาสังมามา ธัมมังสังวาสังมามา สังฆังสังวาสังมามา อิตถีโยมามาสังวาสังมะมะ อุอิปิเอหิจิตตัง มหาจิตตัง อิตถีวาภคินีวา ปิยังมะมะ

    * ตะกรุดนาคสวาทนั้น รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลมาด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำสีผึ้งตลับครูซึ่งท่านใช้เองของท่านมาป้าย และขยี้ที่ตะกรุดและทำการอธิษฐานจิตให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนวิหารทานในวัดชนบทต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดนาคสวาท(พระโพธิสัตว์ฟื้นดวงขุดทรัพย์รับกำไรชีวิต) บูชา 3,000 บาท

    Our-real-_Father-in-_Nibbana.jpg 110436.jpg [​IMG] maxresdefault_2.jpg
     
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้าทรงตาลปัตรอธิษฐานฤทธิ์ชุบเปลวไฟชีวิต(พุทธเนรมิต)

    "ปัดเคราะห์ บังภัย หลั่งไหลเงินตรา ด้วยฤทธิ์แห่งปฐมพุทธา บันดาลให้เกิดมี" พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างพระพิมพ์มหาวิเศษไว้อยู่พิมพ์หนึ่ง ซึ่งดูว่าท่านจะหวงแหนมาก ขนาดที่ว่าถ้าโลกไม่วิกฤติ คนยังไม่เดือดร้อนกันแทบเลือดตากระเด็นนั้น ท่านก็จะไม่ให้ใครเห็นหรือนำมาให้ได้บูชากันทีเดียว ซึ่งในกาลปัจจุบันนั้นนั้นท่านเล็งเห็นว่าหลายๆคนเดอดเนื้อร้อนใจก็มีมาก จึงได้อธิษฐานจิตกับสมเด็จองค์ปฐมเพื่อนำมงคลสักการะแทนครูของท่านออกมาให้บูชา

    อันพระเจ้าอธิษฐานฤทธิ์นี้ เกิดขึ้นเนื่องจากเสด็จพระใหญ่ท่านได้เพียรบอกพ่ออาจารย์ท่านอยู่เนืองๆว่า หากอยากให้ลูกหลานพ้นทุกข์ ได้กินสุขสืบต่อไปในมื้อหน้า ให้ทำพุทธลักษณะนั่งทรงตาลปัตรเช่นนี้ เหมือนประเพณีที่สมเด็จพระชินสีห์เจ้าทุกๆพระองค์ได้ทรงตาลปัตรเมื่อเสด็จไปโปรดในพระพุทธบิดา

    พ่ออาจารย์ท่านก็มาคิดว่า กาลเบื้องหน้านั้นพระพิมพ์สำคัญนี้คงฉุดต้านแรงกรรมอันหนักหน่วงให้แก่ลูกหลานในสายของเสด็จพระใหญ่ได้จริงๆ ท่านจึงตัดสินใจแกะแม่พิมพ์ทำไปตามพุทธนิมิตที่ปรากฏให้เห็น เป็นพิมพ์ทรงพระเจ้าเปล่งพุทธรัศมีแหวกม่าน ประทับฐานบัว ทรงตาลปัตร

    ท่านว่าเครื่องมงคลวาระนี้สำคัญนัก อันสมเด็จพุทธเจ้าองค์ปฐมนั้น ประทับอยู่บนฐานบัวห้ากลีบซึ่งหมายความว่าจะปกปักรักษาชีวิตให้ไปตลอดภัทรกัปนี้ ดุจว่าเป็นสัญญาใจและความผูกพันธ์ที่ต้องการเห็นผู้ที่ศรัทธาด้วยใจจริงและประพฤติธรรมทั้งหลายพ้นทุกข์ให้ธรรมรักษาจนกว่าจะถึงซึ่งพระนิพพานในภัทรกัปนี้ ซ้ำยังประทับทรงตาลปัตรอธิษฐานฤทธิ์แผ่พุทธรังสีอันสุกสว่างโชติช่วงตระการกว่าแรงพระสุริยาทิตย์พันดวงเบิกทางและปัดเป่าเคราะห์ภัยทั้งหลาย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าที่พระองค์ถือตาลปัตรบังหน้าพระพักตร์เช่นนี้สำคัญนัก ไม่ใช่เพียงแต่ปัดเคราะห์บังภัย แต่พระพิมพ์นี้แม้ตกไปอยู่กับใครความทุกข์ยากย่อมไม่รู้ที่ไปและที่มาเลย เนื่องด้วยเสด็จท่านพัดออกจนหมด โทษทุกข์ภัย อุบาทว์ราคีใดที่แฝงเร้นมาจากชาติกำเนิด จากร่างกายที่เกิดและพัฒนาโดยกรรมปัจจุบัน จากกรรมลิขิตอันให้ผลร้ายแรง จากเจ้ากรรมนายเวร เจ้าบุญนายคุณ เจ้าเกณฑ์ชะตา ท่านพัดออกให้ทั้งสิ้นโดยการกระทำอธิษฐานฤทธิ์แผ่พุทธรังษีครอบคลุมไว้ทั้งหมด แม้นจะให้สว่างเรืองรองไปทั่วทั้งหมื่นจักรวาลก็ยังได้โดยพระพุทธานุภาพ นับประสาอะไรจะทำให้ชีวิตมนุษย์ผู้หนึ่งสว่าง และพ้นขึ้นจากความทุกข์ยากสาหัสไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จท่านนั้นกำชับไว้กับผู้บูชา หากปรารถนาสิ่งใดให้อธิษฐานเอาด้วยบทพุทธคุณเพียงเท่านั้น ปรารถนาสิ่งใดจะให้พัดออกไปจากชีวิตก็บอกกล่าวออกไป ปรารถนาสิ่งใดจะให้พัดเข้ามาในชีวิตก็อธิษฐานออกไป การณ์อันใดที่เป็นกิจเพื่อวิถีชีวิตแลการดำรงค์อยู่แห่งปุถุชน อันพระองค์ท่านไม่สามารถก้าวก่ายช่วยเหลือได้ ตรงนี้พระองค์ท่านนั้นได้ฝากไว้กับเทพผู้พิทักษ์พระศาสนาในหมื่นห้องชั้นฟ้าจักรวาลตั้งแต่มหาพรหมปัญจสุทธาวาสตลอดจนเทพทุกชั้นฟ้า เทพเหล่านี้จะรับรู้จิตที่ตั้งมั่น ความตั้งใจที่พึงประสงค์ จากพุทธรัศมีที่แผ่กระจายออกมาตลอดเวลา และเค้าจะช่วยเหลือเพื่อให้การณ์นั้นๆสำเร็จดั่งใจประสงค์

    เช่นที่กล่าวมาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์นี้จึงเป็นพระพิมพ์สำคัญนัก ที่เอาไว้ใช้ฉุดดึงรื้อขนสัตว์ออกจากทุกข์โดยแท้จริง เป็นของเฉพาะกาล เฉพาะชีวิตของแต่ละคน มีไว้เพื่อบำรุงขวัญและฟื้นฟูรักษาจิตวิญญาณเติมเต็มพลังงานตั้งต้นคลี่คลายความสูญเสียให้กลับมาเจริญงอกงาม พ่ออาจารย์ท่านว่า "พระพิมพ์นี้ฉันสร้างตามปฐมโองการของเสด็จพระใหญ่ ฉันไม่ได้เสกแม้แต่กะพี้เดียว เพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปเสกรูปท่าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ท่านทำของท่านเอง ทำให้อย่างเต็มที่ ทรงคุณวิชาที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นเคยสัมผัสมา ไม่คิดว่าท่านจะทำให้ถึงเพียงนี้เช่นกัน" องค์พระนั้นมีจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ เป็นจิตแห่งพุทธะสัพพัญญูประทับอยู่ภายใน มีครอบแก้วนิพพานตั้งตระหง่านเป็นปริมณฑล พ่ออาจารย์ท่านว่ายากนัก ที่จะได้เห็นพระพุทธเนรมิตเช่นนี้ และจะบังเกิดมีเครื่องมงคลเช่นนี้ก็ยิ่งเป็นการยาก ช่างเป็นมหามงคลและสำคัญมากโดยแท้จริง อันพระพุทธเนรมิตนี้ก็คือภาคของเสด็จท่านที่เป็นเสมือนเสด็จท่านทุกอย่าง เป็นตัวแทนที่มีฤทธิ์อำนาจเสมอกันทุกประการ ชนิดที่ว่าแม้เทพทั้งหมื่นจักรวาลก็ยังไม่สามารถแยกออกได้ เป็นพุทธเนรมิตที่จะประทับแทนสถิตย์เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ศิษย์ที่ศรัทธา เช่นนี้แล้วเราจึงเรียกว่าพระเจ้าอธิษฐานฤทธิ์ บังเกิดพระพุทธเนรมิตซ้อนทับเข้าไปในเครื่องมงคล แล้วจะซึมซาบพุทธานุภาพนั้นเข้าไปในจิตวิญญาณผู้บูชา

    พ่ออาจารย์ท่านว่า ผงและมวลสารที่มาทำองค์พระนั้น ฉันจะไม่บอกว่ามีอะไรบ้าง จะไม่กล่าวโดยแม้แต่น้อย แต่ให้รู้เอาไว้ว่ามวลสารทั้งหลายนั้นฉันหามาด้วยความอุตสาหะทั้งชีวิตของฉัน ใช้สิ่งที่ดีที่สุด เหมาะที่สุด แต่ละชนิดมีพลังงานแผ่ออกมากที่สุด ล้วนเป็นสิ่งที่มีฤทธิ์ตั้งแต่เกิด มีฤทธิ์โดยธรรมชาติโดยโลกวิสัย มีฤทธิ์ที่เกี่ยวกับการพลิกกลับฟื้นฟูชะตากรรม ผ่อนหนักให้เบา ตัดช่วงเปลี่ยนแปลงวงล้อกฏเกณฑ์โชคชะตาและวิถีดวงดาว ด้วยสิ่งที่มีฤทธิ์อันเกิดจากการสร้างสรรค์ของโลกหลายสิบชนิด แม้ผงมวลสารที่ลบถม ก็ใช้เฉพาะวิชาเอกที่ว่าพลิกกลับฟื้นคืนชีวิตได้ ช่วยเชื่อมและเปิดทิพย์จักษุญาณได้ จากยาจกเป็นเศรษฐีมหาคฤหบดีได้ ใช้ทั้งหมดถ้าจะให้ฉันพูดคงจะดูไม่ดีเพราะวิชาแต่ละอย่างนั้นมันเกินขอบเขตความเข้าใจของคนแต่เป็นเรื่องของญาณวิสัยทั้งสิ้น แม้แต่วิชาที่ว่าตายไปไม่พบนรกเลยก็ยังใช้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราทำพระรุ่นนี้เราไม่ได้คิดแต่ห้วงกระแสเวลาสั้นๆ แต่เราทำเผื่อให้ไปถึงชาติภพหน้า คงป่วยการที่จะสร้างบารมีถ้าต้องตกนรกหากไม่ได้ทำอนันตริยกรรมแล้ว ที่จะเจอนรกนั้นเป็นไม่มี

    ไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้น นอกจากมวลสารชั้นเอกแล้ว ในองค์พระนี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้นำตะกรุดมหาโสฬสมงคลที่ท่านตั้งใจและเพียรจารไว้ดุจจะให้เป็นสิ่งแทนครูบาอาจารย์ทั้งหลายในสิบหกชั้นฟ้า สิบห้าชั้นดิน สิบสี่ชั้นบาดาล ซึ่งได้กระทำการปลุกเสกอย่างถึงที่สุดจนเต็มวิชาเฉกเช่นสมัยหลวงปู่เอี่ยมปฐมนาม บรรจุไว้ด้วย จะกล่าวถึงตะกรุดมหาโสฬสแบบพิเศษที่ท่านใส่ปราณใส่จิตวิญญาณในการจารการเสกนั้น ทั้งต้องบีบอักขระและใช้สมาธิอย่างมาก มีรายละเอียดดังนี้


    โสฬะสะมังคะลัญเจวะ นะวะโลกุตตะระธัมมะตา จัตตาโรจะมหาทีปาปัญจะพุทธามหามุนี ตรีปิฏะกะธัมมักขันธา ฉะกามาวะจะราตะถาปัญจะทัสสะกะเวสัจจัง ทะสะมังสีละเมวะจะ เตรัสสะธุตังคาจะปาฎิหารัญจะทะวาทัสสะ เอกะเมรุจะ สุราอัฎฐะ ทะเวจันทังสุริยังสัคคาสัตตะโพชฌังคาเจวะ จุททัสสะจักกะวัตติจะ เอกาทะสะวิสะณุราชาสัพเพเทวา สะมาคะตา มังรักขันตุ ปะลายังตุ เตสัพพะทา เอเตนะ มังคะละเตเชนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุ เม ฯ

    กล่าวให้ปรากฏ อุปเทห์โสฬส บันดาลชายหญิง ภาวนาทีหนึ่ง สองทีดีจริง สิบแปดทีดียิ่งมีผลานิสงค์ ชักลูกปะคำ ร้อยแปดเลิศล้ำ ให้ได้คาบทรง คงเกิดส่วนบุญ มีผลานิสงค์ พบแล้วอย่างง ไม่พบเร่งหา ผู้ใดไม่พบ บุญน้อยถอดถด เสียชาติเกิดมา เป็นคนขัดสน มืดมนต์หนักหนา พบแล้วท่านว่า ภาวนาประจำ เหมือนได้ดวงแก้ว แถมทองผ่องแผ้ว กุศลชักนำ สิ่งใดปรารถนา ภาวนาเช้าค่ำ กุศลเลิศล้ำ ประมูลพูนมา กันอุบาทว์จัญไร กันทั้งโรคภัย ปรากฏคาถา กลับจิตคิดเห็น เห็นอนัตตา มิอาจมาทำลายตัวเรา ภาวนากันภัย หัวค่ำที่หนึ่ง ประจำเที่ยงคืน และย่ำรุ่งเป็นสามที เกิดสวัสดี มีลาภทุกประการ อาหารการกิน ปรีเปรมเกษมสันต์ ภาวนาสามถึงเจ็ด เป็นสำเร็จการ เช้าค่ำสำราญ กว่าคนทั้งหลาย อายุวัณโณ บรมสุขโข ภัญโญทั้งปลาย ถ้าไฟไหม้มา ให้เสกข้าวสาร สาดหว่านหลังคา ลมพาพัดหวน อย่าได้สงกา ฝนตกลงมา ภาวนาป้องกัน ถ้าจะขายของ เสกน้ำประพรม สินค้าสารพัน ระบือลือลั่น พากันเข้ามา ค้าเรือเหนือใต้ เขียนคาถาไว้ แผ่นกระดาษปรารถนา เสกด้วยตัวเอง ปิดหัวนาวา นำของสินค้า ขายมีกำไร เป็นความเสกน้ำ ล้างหน้าทาแป้ง เสกเครื่องแต่งตน เสกหมากอย่านาน กินแล้วยาตรา ทืบเท้าสามที แปลกายบ่ายสู่ คู่ความตามที่ เป่าพ่นอย่าหนี พุ่งพล่านต้องเวทย์ มนต์คาถาพลัน ให้ภาวนา เสกน้ำล้างหน้า กันทั้งคุณไสย อุบาทว์จัญไร อัคคีโจรภัย ตามความปรารถนา....ฯ


    เกี่ยวกับตะกรุดโสฬสนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าก็มีหลายพระยันต์ หลายสาย หลายตำรา แต่ถ้าจะเอาให้แน่นอนที่สุดก็ต้องสายหลวงปู่เอี่ยมนั้นเอง ซึ่งมีชุดอักขระบังคับต่างๆเรียกได้ว่ามีคุณครบทุกด้าน ทำให้มีคนขวนขวายหาตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมของแท้ๆในราคาหลายแสนบาทก็ไม่ผิด

    เนื่องด้วยการลงตะกรุดโสฬสนั้นต้องใช้สูตรเฉพาะของวัดสะพานสูงซึ่งเรียกได้ว่ามีความพิศดารมาก มีคาถากำกับในแต่ละขั้นตอน ลงเลขก็ต้องท่องคาถาเช่น 16 ก็ต้องภาวนาโสฬสมังคลัญเจวะตามด้วยพระเจ้าสิบหกพระองค์ มีสูตรในการชักยันต์ที่ว่าชินะวะจะนะ ยุตตังหิแตกต่างจากสูตรชักยันต์ทั่วๆไป แม้ในเลขยันต์อื่นๆแต่ละตัวก็มีคาถากำกับทั้งสิ้น ไม่ว่าจะตัวล้อมบารมีสามสิบทัศน์ก็ล้วนมีคาถากำกับ ทั้งพุทธคุณห้าสิบหกหรือไตรสรณคมก้ต้องลงตามสูตรรัตนมาลาเรียกสูตรแบบเต็มกระบวนครบถ้วน และยังมีสูตรวิธีการลงอีกมากที่พ่ออาจารย์บอกว่ามันไม่ใช่แค่การเขียนตะกรุด กว่าจะได้ตะกรุดโสฬสที่มีคุณภาพสูง แบบที่หลวงปู่เอี่ยมทำไว้จริงๆนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

    สุดท้ายก็คือวิธีการเสก พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้นี่เองที่ทำให้ตะกรุดโสฬสแบบที่หลวงปู่เอี่ยมเคยทำนั้น ไม่ค่อยมีใครจะกระทำกันแล้วในกาลบัดนี้เพราะมันไม่ใช่แค่เพียงการเขียนตะกรุดแบบที่ทำมากันทั่วๆไป เนื่องจากการจะสำเร็จตะกรุดนั้นต้องใช้ความเพียรกอปรด้วยวิริยะอุตสาหะอย่างมาก โดยการเสกให้สำเร็จนั้นต้องใช้โองการมหาทมืนว่าดังนี้

    โอม นะโมพุทธายะ กูจะกล่าวกำเนิดเกิดพระมหาทะมื่น กูจะโยนตัวกูขึ้นไปเป็นกงไม้ไร่ก็หักแหลกเป็นผุยผงทั่วทั้งเมืองสกลชมภู กูจะรำลึกถึงครูกู ใครจะสู้กูก็มิได้ ครูกูจึงให้กูเล่าพระคาถาว่า

    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ภะคะวา ไชยะมังคะลัง อะระหัง สุคะโต นะโมพุทธายะ วันทะนัง ปาสุอุชา อิสะปะมิ พุทธะสังมิ อิสะวาสุ นะมะอะอุ อิกะวิติ วิสุทธิเสฏโฐ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ อะระหัง สุคะโต ภะคะวา สังวิธาปุกะยะปะ อาปามะจุปะ ทีมะสังอังขุ ทุสะมะนิ สะธะวิปีปะสะอุ ทุสะนะโส จิเจรุนิ ตันนิพุทติง

    นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง ตัตถุมะถะ อุมะอะยัง จิปิเสคิ คิเสปิจิ กันหะเนหะ นิระมะหะสะตัง จะภะกะสะ นะมะพะทะ กะระมะถะ จะอะภะคะ นะมะกะยะ สุสิโม พุทโธ ภะคะวา สุสิโม ธัมโม ภะคะวา สุสิโม สังโฆ ภะคะวา โลกะนาโถ มะหิทธิโก นาสังสิโม ยะถาพะลัง จังงังเหยหาย

    เตชะครูบาธิยาย จึงให้เป็นกำแพงเพ็ชรทั้ง ๗ ชั้น กันตนกู คือ พระวิภังค์ พระสังคินี พระปรมัตถ์ อัตถาจาริยเจ้า จึงให้คงแก่ หอกดาบ แหลนหลาว ธนู ธน้า ทั้งหน้าไม้ ปืนไฟ อย่าได้ต้องตัวกู เพชรคง คงแก่หอกเหล็ก หอกหล่อ หอกข้อเงิน หอกข้อทอง หอกสัมฤทธิ์ กริชทองแดง คงแก่แสงฟ้าผ่าวัง คงทั้งข้างซ้าย คงทั้งข้างขวา คงทั้งข้างหน้า คงทั้งข้างหลัง คงทั้งนั่ง คงทั้งยืน คงทั้งหลับ คงทั้งตื่น คงทั้งกลางคืน คงทั้งกลางวัน ตรีเพ็ชรคงคงสวาหะ


    อมเอิกเกริกไตรภพ ตลบบาดาล เหาะทยานบนอากาศ หมู่อสูรขยาดมืดมัวกลัวกูอยู่ระย่อ ฤๅษีเร้นซุกซ่อนนอนหลับอยู่กลางป่า ทั้งขโมดมายาทะยานเหาะมาช่วยกู หนุมานหลานพระวายุบุตร สัประยุทธ์ด้วยอินทรชิต ประสิทธิสรรพางค์ล้างมาร มัดตนได้เอาไปถวายแก่ราพย์เจ้ากรุงลงกา หมู่อสูรยักษาจะฆ่ากูก็บ่มิตาย ด้วยเดชะพระนารายณ์จุติลงมาบังเกิด นะโมพุทธายะ ตรีเพ็ชรคงคง


    อิติปิ โส ภะคะวา เกศา ผมอยู่ทั่วไปในกายตนกู คงตรีเพ็ชรคงคง

    อิติปิ โส ภะคะวา โลมา ขนอยู่ทั่วในกายตนกู คงตรีเพ็ชรคงคง
    อิติปิ โส ภะคะวา ตะโจ หนังหุ้มห่อตนกู คงตรีเพ็ชรคงคง
    อิติปิ โส ภะคะวา มังสัง เนื้ออยู่ทั่วในกายตนกู คงตรีเพ็ชรคงคง
    อิติปิ โส ภะคะวา นหารู เอ็นอยู่ทั่วในกายตนกู คงตรีเพ็ชรคงคง
    อิติปิ โส ภะคะวา อัฐิ กระดูกอยู่ทั่วในกายตนกู คงตรีเพ็ชรคงคง

    คงด้วยนะโมพุทธายะ พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา บิดารักษา มารดารักษา พระอินทร์รักษา พระพรหมรักษา ครูบาอาจารย์รักษา อิมัง กายาพันธะนัง อะธิฏฐามิฯ


    พ่ออาจาย์ท่านว่าการเสกตะกรุดโสฬสด้วยวิธีของหลวงปู่เอี่ยมนั้นที่ว่ายาก ไม่ใช่เพราะโองการนั้นยาก แต่เป็นเพราะเมื่อจะสำเร็จ ต้องภาวนาโองการมหาทะมืนถึงหนึ่งหมื่นจบให้ครบตามครูสั่ง

    ดังนั้นการจะเสกให้ครบหนึ่งหมื่นจบจึงไม่ใช่ใช้เวลาแค่วันสองวันแต่มันต้องว่ากันเป็นเดือน เป็นปี ทำทีก็ต้องตั้งหัวหมูบายศรีเชิญครูหาฤกษ์หาวันที่มีกำลังเสก กว่าจะได้ตะกรุดแต่ละดอกนั้น ท่านว่ายากนักหนาจึงต้องลงไว้ให้ครบจำนวนและเสกจนสำเร็จ เช่นนี้แล้วก็ไม่แปลกอันใดที่จะเป็นตะกรุดอันดับหนึ่ง เพราะวิธีการลงการเสกนั้นมีความพิศดารและยังยากที่จะหาใครมาเสียเวลาทำให้ได้ตามกฏเกณฑ์

    * นอกจากนั้นตะกรุดมหาโสฬสดอกสำคัญดอกน้อยที่ฝังด้านหลังองค์พระนี้ พ่ออาจารย์ท่านยังได้เคยขอบารมีหลวงพ่อฤาษีท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้อย่างเต็มกำลังฤทธิ์อีกด้วย ถึงขนาดที่พระคุณเจ้าท่านกล่าวกลับมาว่า"เต็มจนล้นทีเดียว" ท่านว่าเช่นนี้ก็ไม่ต้องพิจารณาองค์พระเลย ลำพังตะกรุดนี้ก็มีคุณภาพเกินคำว่าคุ้มชีวิตได้แล้ว

    นอกจากตะกรุดมหาโสฬส พ่ออาจารย์ท่านยังได้นำธาตุวิเศษมาหล่อเป็นพระอัคนีขึ้นมาฝังไว้ที่ด้านหลังอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านได้จัดสร้างเหรียญหล่อพระอัคนีขึ้น โดยให้เหตุผลว่า ท่านเป็นเทพสูงสุดในยุคบรรพกาล นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ประทานชีวิตแก่สรรพสิ่งด้วย


    การบูชาพระอัคนีนั้นจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ ชีวิตมีแต่ความโชติช่วงชัชวาลจรัสแสงไม่มืดบอด มีแต่ความรุ่งโรจน์ ปัญหาต่างๆที่สะสมก็จะถูกเผาผลาญให้สิ้นไปด้วยอำนาจแห่งพระอัคคี หรือพระเพลิง รวมไปถึงการเผาผลาญทำลายล้างอวิชชา ความหลงผิด เส้นทางชีวิตที่ผิด ความไม่รู้ และการเผาผลาญศัตรูด้วย อานุภาพของพระอัคคีหรือพระเพลิงนี้มีมหาศาล พระองค์ประทานฤทธิ์บารมี อำนาจเพิ่มพูน ประทานยศศักดิ์ยากที่ใครจะราวีได้

    ท่านว่าการสร้างพระอัคนีนั้นมีอาถรรพ์มาก ต้องกระทำโดยพระเวทย์ แม้ว่าใครที่นำไปบูชาด้วยกระแสตบะและพลังงานของพระอัคนีนั้น จะช่วยขัดเกลาธาตุตั้งต้นรวมไปถึงพลังงานสวรรค์และเปลวไฟแห่งชีวิตของตนอันถูกจุดโดยพระองค์ ให้กลับมารุ่งโรจน์เฟื่องฟูและบริสุทธิ์อีกครั้ง พ่ออาจารย์ท่านว่าพระอัคนีนั้นเป็นมหาธาตุบาล การไหว้ท่านก็เหมือนเราไหว้กราบศรัทธาในโคตรเหง้าบรรพบุรุษตัวเองเพราะในตัวเรามีเชื้อของท่านอยู่จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราคือลูกหลานท่าน เมื่อกระทำสักการะแล้ว ความเจริญรุ่งเรืองย่อมเกิดมีขึ้นได้ หากเพียงน้อมจิตระลึกคุณตั้งมั่นอยู่ในการอภิบาลรักษาของพระอัคนี แม้สิ่งใดๆที่จะทำให้เกิดผลร้ายกับเราก็จะพังพินาศเป็นจุณวิจุณในทันที

    เหรียญหล่อพระอัคนีนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่ายังมีความลับและพลังงานต้นกำเนิดซ่อนอยู่มากมาย ท่านว่าแม้มหาอสูรฤาษีภฤคุผู้เป็นมานสาบุตรแห่งพระพรหมมา เป็น 1 ใน สัปตะฤาษี หรือมหาฤาษีผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง7 ตน ซึ่งได้รับการเคารพสูงสุดจากพระผู้เป็นเจ้าในฐานะมหาคุรุและมหามุนี และเป็นบิดาของฤๅษีศุกกราจารย์ และฤๅษีชมทัคนี ฤๅษีปรศุราม ก็ยังให้ความเคารพพระอัคนี อันมหาฤาษีภฤคุนี้กล่าวให้ถูกก็ยังเป็นบริวารเป็นพาหนะของพระอัคนีเช่นกัน

    สำหรับเหรียญหล่อพระอัคนีอันมีความสำคัญยิ่งยวดนี้ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าใช้ทางชำรระบาปชำระเคราะห์กรรมและชุบพลังงานชีวิตตั้งต้นขึ้นใหม่ให้บริสุทธิ์นั้นสำคัญอย่างไร ท่านว่าชีวิตทุกคนนั้นเกิดมาล้วนแต่บริสุทธิ์ พลังงานที่ถูกจุดแต่เริ่มนั้นสะอาดอย่างมาก แต่กิเลสวังวนของโลกอันกว้างใหญ่นี้ ได้ทำให้ความบริสุทธิ์ตั้งต้นแปดเปื้อนมีมลทินไปแล้ว แถมยังพัฒนาขึ้นอย่างไม่มีวันคลี่คลายในทุกๆวัน ดังนั้นตัวตนของมนุษย์ถึงเสื่อมถอย และดิ่งลง หยุดพัฒนาการทั้งหลายทางด้านชีวิตและจิตวิญญาณ เมื่อหยุดแล้วปัญหา กรรม สภาวะบีบคั้นต่างๆย่อมรุมเร้าให้ทุกข์ทน เจ็บปวดหาทางออกไม่ได้ พ่ออาจารย์ว่าเช่นนี้พลังงานของพระอัคนีท่านจะค่อยขัดเกลาและฟื้นฟูธาตุตั้งต้นและพลังงานในร่างกายเราตลอดเวลา ด้วยว่าเพลิงหรือมหาอัคคีแห่งชีวิตของสรรพสิ่งนั้น ล้วนอยู่ในการพิทักษ์รักษาของท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละสำคัญนักและดีที่สุด

    ดังนั้นพระพุทธเนรมิตที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นนี้ จึงไม่ใช่ของธรรมดาแต่อย่างใด แต่เป็นของที่ท่านตั้งใจแต่เริ่มว่ามีไว้ใช้เฉพาะกาลโอกาส เฉพาะยุคสมัยจริงๆ มองดีๆก็จะเป็นพิมพ์พระแหวกม่านทรงตาลปัตรแปลกตา ด้วยการแหวกม่านแหวกอุปสรรค เปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี จากมืดสู่สว่าง ไม่มีอุปสรรคอันใดที่จะมาขัดขวางความเจริญรุ่งเรืองได้ แม้ตกอับได้ยาก ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ด้วยดีเหมือนดังได้แหวกม่านอันมืดมิดออกมาจากที่มืดสู่ที่สว่าง

    คาถาบูชา
    นะระงับดับสูญหาย พุทธังเคลื่อน ธัมมังละลาย สังฆังสุญหาย พุทธังถอน ธัมมังถอน สังฆังถอน นะถอนนะถอน โมถอน พุทธังถอน(ตั้งจิตอธิษฐานให้มั่นเพื่อถอนเวรแก้กรรม)
    - บูชาพระอัคนี โอม มหาจะวัลยา วิธัมเห อัคนี เทวายะ ทิมาหิ ตันโน อัคนี ประโจทะยาต ขอพระเพลิงเจ้า จงมาช่วยข้า...(เติมเต็มเปลวไฟแห่งชีวิตข้านายหรือนาง..(นาม).. หรือสังหารผลาญชีวิต..(นาม)..)โอม อัคคีราชะ นะโม นะมะฮา

    * พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระเจ้าทรงตาลปัตรอธิษฐานฤทธิ์ชุบเปลวไฟชีวิต(พุทธเนรมิต)ไว้ทั้งหมด 9 องค์ ท่านได้อธิษฐานใจให้ตกถึงเฉพาะผู้บูชาและมีบุญสัมพันธ์เกื้อหนุนกับพระมหาพุทธพิมพ์นี้ ซึ่งเปิดรับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น สำหรับผู้บูชาให้แจ้งวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากมาด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะเจิมประสิทธิ์ด้วยผงสินธูระอันท่านได้เสกเก็บไว้ด้วยอีกวาระหนึ่ง รายได้ร่วมสร้างมหาวิหารและพระอุโบสถในวัดที่ขาดแคลนจตุปัจจัยต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้าทรงตาลปัตรอธิษฐานฤทธิ์ชุบเปลวไฟชีวิต(พุทธเนรมิต) บูชา 4,000 บาท

    035.jpg 647126-topic-ix-2.jpg 1453628745.jpg SAM_5390.jpg SAM_5391.jpg Agni_18th_century_miniature.jpg picture.jpg image.jpg SAM_5388.jpg [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...