ร่วมทำบุญบูชา พระผงเจตน์จำนงค์สวรรค์องค์ธาตุฆ่าวิชาทรงกิเลนฟ้า(ปี่เซี๊ยะมหายันต์..) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดชำระวิบากดำ,ตัดแรงและบรรเทา(บรมพรหมสำเร็จวิชา)
    "ก็เหตุเกิดแห่งกรรมเป็นไฉน คือ ผัสสะเป็นเหตุเกิดแห่งกรรม..ก็ความต่างแห่งกรรมเป็นไฉน คือ กรรมที่ให้วิบากในนรกก็มี,ที่ให้วิบากในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานก็มี,ที่ให้วิบากในเปรตวิสัยก็มี,ที่ให้วิบากในมนุษย์โลกก็มี,ที่ให้วิบากในเทวโลกก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งกรรม..ก็วิบากแห่งกรรมเป็นไฉน คือ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามีสามประการ คือ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบันหนึ่ง,กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิดหนึ่ง, กรรมที่ให้ผลในภพต่อๆไปหนึ่ง,นี้เรียกว่าวิบากแห่งกรรม" พ่ออาจารย์ท่านเข้าใจสภาพชีวิตของคนที่ต้องจมอยู่ในวิบากกรรมชัดเจนดั่งที่องค์พระศาสดาตรัสไว้ว่า"โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายถูกผูกไว้ในกรรมเหมือนลิ่มสลักของรถที่กำลังแล่นไปฉะนั้น”

    เพราะวิบากเป็นผลที่เกิดขึ้นจากเหตุแห่งการกระทำกรรมนั้น ตามกฏสังสารวัฏชัดเจนว่าเมื่อมีเหตุก็ต้องมีผลตามมาเช่นกันเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมจะดีหรือชั่วก็มีผลอยู่ในตัวเองทั้งสิ้นทั้งยังจะอยู่ติดตัวเราตลอดไป เพราะทั้งกรรมดีและกรรมชั่วจะคอยอยู่เคียงข้างเราไปตลอดโดยไม่แยกไปไหน ทดแทนกันไม่ได้ไม่ใช่ว่าฉันมีกุศลมากกว่าฉันจะล้างบาปได้เช่นนี้ดั่งที่พระตถาคตเจ้าท่านสอนไว้ว่า “ดูก่อนปุณณะ กรรมสี่ประการนี้..กรรมดำ มีวิบากดำมีอยู่,กรรมขาว มีวิบากขาว มีอยู่, กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาวมีอยู่,กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาวเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรมมีอยู่” นั่นหมายถึงทั้งกรรมดำ,กรรมขาวก็มีวิบากกรรมของตนเอง เป็นคนละเหตุ คนละปัจจัยและส่งผลคนละอย่างกัน ดังนี้
    - แนวทาง,ผลและการกระทำที่แสดงออกมาออกมาในด้านลบ คืออกุศล หรือบาป
    - บุญกุศลที่ส่งผลกระทำให้ชีวิตมีความสุขและสังคมก็มีความสงบ หลุดพ้นจากทุกข์ได้
    - เป็นผลแห่งการกระทำที่มีทั้งบวกและลบปนกันทำให้ผลกรรมออกผลมาเกิดทั้งสุขและทุกข์ปนกันไป
    - ส่วนกรรมอันแสดงอยู่เป็นกลางๆนั้นคืออพยากตากรรม เช่นการทำกิจวัตรประจำวันปกติ
    วิบากกรรมนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว,ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล ล้วนแต่ส่งผลของตนเองทั้งสิ้นโดยมีองค์ประกอบมาจากการกระทำเกิดจากตัวเราเองเป็นเหตุและผลของมัน,เป็นสิ่งที่เราสร้าง,เป็นสิ่งที่เราสะสมมา เมื่อมีปัจจัยย่อมเกิดผลลัพธ์ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ในส่วนที่ดีนั้นก็แล้วกันไปแต่ในส่วนที่ร้ายอันหลายๆคนได้ประสบพบเจอก็จะเป็นเหตุทำให้ชีวิตจ่อมจมและร่วงหล่น เจอแต่สิ่งแย่ๆอุบัติขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนทั้งสิ้น


    พ่ออาจารย์ท่านให้พิจารณากันเองว่าชีวิตของเรานั้นมีเรื่องเหล่านี้หรือไม่
    - เป็นคนทำบุญคนไม่ค่อยขึ้น ลำบากมาตั้งแต่เด็กพอมีเพื่อนเข้าสังคมก็มีแต่ปัญหา เป็นชนวนให้เราเข้าไปพัวพันเรื่องผลประโยชน์ได้เสีย,เรื่องเงินทองทรัพย์สิน ไม่ว่าจะช่วยเหลือใครไปก็ตามคนเหล่านั้นจะหาเรื่องปวดหัวตามมาให้ไม่เว้น ในส่วนคุณงามความดีนั้นแม้เราสงเคราะห์เพียงใดก็ไม่มีใครมองเห็น ทำดีกับใครก็ไม่เกิดผลใดๆ
    - เป็นคนชอบเชื่อคนง่ายและไว้ใจคน ทั้งยังเป็นคนกตัญญูกับผู้ที่ให้การช่วยเหลือแต่มักจะต้องเจอปัญหากับเรื่องของคนอื่นดึงเราไปเกี่ยวข้องอยู่เสมอ
    - มีกรรมจากความรัก มากรักแต่งงานบ่อย ได้คู่ยาก ได้คู่ต้องหลบซ่อน ได้คู่ที่ต่างวัยกัน ยิ่งรักยิ่งเจ็บยิ่งแค้น บางคนก็เกิดมาไร้คู่ ในส่วนคนที่มีคู่ก็กลายเป็นคู่ครองนำมาซึ่งปัญหา มีคู่ที่วาสนาบารมีไม่เสมอกัน เหล่านี้ล้วนเป็นวิบากทั้งสิ้น
    - ชอบโดนกลั่นแกล้ง,โดนรังแก,โดนเอาเปรียบ ยิ่งเราดูสบายๆง่ายๆก็ยิ่งมีปัญหาแบบนั่งอยู่ดีๆก็มีคนใส่ร้ายไม่รอให้เราแก้ไขหรือแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น ยิ่งหากตนมีอารมณ์ร้อนเป็นคนตรงก็จะยิ่งโดนรังแกมากขึ้นไปอีก ทั้งโดนเพ่งเล็ง โดนเอาเปรียบสารพัด
    - คนรอบตัวไม่ให้ความสำคัญมักจะนึกถึงเราในอันดับท้ายๆ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากใครเท่าที่ควร
    - งานที่ทำไม่สำเร็จ ไปได้ครึ่งๆกลางๆต้องออกกระทันหัน ต้องเลิกแบบไม่เต็มใจ เป็นคนท้อแท้เบื่อง่าย ชีวิตต้องเหนื่อย ต้องดิ้นรน แบกรับภาระที่เหนื่อยเกินตัวจะรับไหว
    - ปากพาจน มีคนเชื่อถือแต่ก็เอาทุกข์มาให้โดยไม่รู้ตัว มีบุคลิกเจ้าชู้ทั้งๆที่ไม่ใช่คนแบบนั้น นับว่ามีเสน่ห์อยู่ในตัวเองแต่ก็ต้องเหนื่อยเพราะปัญหาที่ไม่ได้ก่อตลอดเวลา
    - เป็นคนไม่รอบคอบ สติหลุดลอยจิตไม่นิ่ง แม้มีปัญญาสูงไหวพริบดีก็จะมีบุคลิกที่ดูไม่จริงใจไม่น่าคบหาเชื่อถือ
    - มักจะปวดหัวอยู่ข้างเดียวเป็นๆหายๆหรืออวัยวะร่างกายมีปัญหา ให้ความจริงใจกับใครก็กลายเป็นว่าอยู่ต่อหน้าเค้าทำกับเราอย่างนึง ลับหลังเค้าทำกับเราอย่างนึง
    - ชีวิตยังไร้จุดหมาย,ยังไม่รู้จักตัวตนของตัวเอง,ยังหาความสุขแท้จริงของชีวิตตัวเองไม่เจอ มีแต่ปั้นหน้ายิ้มแต่ภายในไม่มีความสุข ชอบสงสารชอบเห็นใจคนอื่นทั้งๆที่ตัวเองใช่ว่าจะดี มีปัญหาทั้งความคิดและอารมณ์ยึดติด อาภัพคนอุปถัมภ์ คิดมากเรื่องเล็กๆน้อยๆ..เรื่องเก่าๆ..หาเงินเก่งแต่ก็ใช้เงินหมด
    - มีชีวิตที่สูญเสีย จ่อมจมอยู่กับเรื่องวิตกกังวล โดนคนเอาเปรียบต้องทุกข์ใจเสมอ พลัดพรากจากคนรักจากของรัก โดนทำร้ายจิตใจ
    ...ท่านว่า
    สิ่งต่างๆเหล่านี้มีมากมายจนยากจะกำหนดเป็นคำพูดหรือตรรกะใดๆได้ ให้พิจารณาดูว่าตัวเองเป็นคนที่เจอกับเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ถ้าใช่นั่นก็แปลว่าชีวิตเรานั้นวนเวียนอยู่ในวิบากกรรมที่กำลังส่งผลร้ายมากกว่าดี

    เช่นนั้นท่านจึงได้ทำตะกรุดตามที่ครูพรหมแนะนำและนับเป็นตะกรุดครูไว้ชุดหนึ่ง ซึ่งจะทำได้ปีละดอกเท่านั้น เพื่อหวังผลเจริญศรัทธาให้ผู้บูชานำไปใช้ปรับพลังเหนี่ยวนำคำอธิษฐานป้องกันกระแสกรรมดำหรือไปยุ่ง,ขัดขืน,ต่อต้านกับชะตาฟ้าและอำนาจที่มองไม่เห็น เป็นดั่งกุศลจิตที่ต้องใช้ความตั้งมั่นอย่างสูงด้วยวิชาเหล่านี้พบเห็นได้น้อยมากทั้งยังไม่แพร่หลาย ไม่ใช่ของตลาด กล่าวได้ว่าไม่ใช่นึกอยากจะทำจะเขียนก็ทำได้ ต้องทำตามฤกษ์ ตามปัจจัยมงคลด้วยใจบริสุทธิ์ดั่งเจตนาครูพรหมท่านที่ให้ทำวิชาไว้สงเคราะห์ดุจท่านยืมร่างลงมาทำให้ปีละครั้งเท่านั้น ด้วยเป็นวิชาเทพพรหม เป็นวิชาส่วนตัวของเทพแต่ละองค์ในส่วนนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เป็นวิชาส่วนตัวของครูบรมพรหมสฮัมบดี ครูท่านเล็งญาณกำหนดมาแต่เริ่มทำไว้ให้เป็นของส่วนตัว..ของที่มีชะตาต้องกันคู่กับเจ้าของดั่งฟ้ากำหนด พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาเช่นนี้ถ้าพกไว้ซักระยะนึงจะเห็นผลมากเกินกว่าคุณวิชาเพราะว่าจิตเรานั้นจะซึมซับกระแสบรมครูเข้าร่าง,เข้าใจซึมอยู่กับเราไปทุกภพทุกชาติ นานไปจะรู้เองว่าสามารถสัมผัสองค์ท่านได้ติดต่อองค์ท่านได้ค่อยๆสว่างมากขึ้น และถ้าสัมผัสกันมากขึ้นเรื่อยๆนานกว่านั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าจะสื่อสารกับเทพทั่วโลกก็ยังทำได้..อันนี้เป็นเรื่องของครูท่านจะเปิดให้เราหรือไม่เมื่อไหร่ วิชาเช่นนี้เมื่อหมื่นปีก่อนก็ยังมีและปัจจุบันนี้ก็มีแต่จะหาที่แท้จริงนั้นคงยาก ด้วยพระยันต์ที่ท่านลงมาทำให้ก็แปลความหมายไม่ได้เพราะเป็นภาษาของท่านที่ท่านใช้เฉพาะองค์ท่านเอง วิชาตะกรุดนี้จึงเรียกว่า"ตะกรุดพรหมสำเร็จวิชา" คือแปลไม่ได้ รู้เฉพาะผู้ที่ลงและยังเป็นเสมือนรหัสลับ รหัสที่มีแต่ผู้ถือเท่านั้นจึงจะเข้าถึงดั่งเอกสิทธิ์ที่พรหมผู้เป็นบรมบิดาให้ไว้แก่บุตรรักของตน รหัสที่จะให้ใครในโลกล่วงรู้ไม่ได้ นำไปถอดก็ไม่ออก จะเข้มขลังยืนยงด้วยจิตแห่งบรมพรหมนั้นเสมอไป เพราะสร้างขึ้นด้วยพลังจิต ร่ายเขียนด้วยมหาจิตแห่งองค์พรหม แม้คนมีวิชาที่ถอนของถอนคาถาได้ก็ไม่สามารถคัดถอนวิชาเทพพรหมเช่นนี้ได้ถึงกล้าที่จะทำก็เท่ากับสัมผัสลบหลู่องค์ท่านโดยตรงเช่นนั้น ด้วยเป็นของเฉพาะกาลพ่ออาจารย์ท่านว่าแต่ละดอกแต่ละปีท่านก็สร้างมาเพื่อเจ้าของแต่ละคน เราก็ไม่ได้ไปรู้อะไรกับท่านเพราะเมื่อจะทำท่านว่าเพียงแต่ขอยืมร่างยืมสังขารเพียงปีละครั้งชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นเวลา,ฤกษ์,ยามทั้งหลายจึงล้วนเป็นท่านกำหนด เราจะไปจับไปต้องไม่ได้เลย เวทย์มนต์กลใดก็ล้างไม่ได้ อ่านก็ไม่ออกมนต์ก็ไม่มีวันเสื่อม สมดั่งชื่อว่าเป็นของครูที่ทำให้สำเร็จแล้วไม่ต้องการสิ่งปรุงแต่งใดๆแล้ว

    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาเช่นนี้อาจจะมีร่างทรงทำกันเยอะแต่ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ลงมาทำด้วย จะได้ผลไม่ได้ผลก็เป็นไปตามบุญ ท่านว่าในส่วนของท่านท่านเองไม่ใช่ร่างทรงแต่ครูแค่ยืมร่างชั่วครู่เท่านั้นเสร็จกิจก็จบกันไปเป็นเรื่องๆ ดังนั้นวิชาเหล่านี้ถ้าไม่ใช่เทพพรหมจริงทำแล้วจะไม่มีผลใดๆเลยเพราะเป็นวิชาที่อยู่เหนือวัฏจักรจึงมีฤทธิ์ แต่ถ้าหากผู้ทำโดนครอบงำจากภูมิต่ำก็จะขาดฤทธิ์ยิ่งถ้าเป็นผีสิงร่างคนทำนี่ยิ่งใช้ไม่ได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าจะยกเว้นพวกมหิทธิกาเปรต,วิชชาตะเปรต,กาลัญธิกาเปรตเหล่านี้ที่สมอ้างชื่อเทพมีร่างทรงทำกันเยอะถ้าพวกนี้ทำก็จะมีฤทธิ์มีความขลัง แต่ก็นับเป็นคนละชั้นกับวิชาเทพพรหมที่ถือเป็นจุดสูงสุดและสูงส่งมานับหมื่นพันปี วิชาของดวงจิตภูมิต่ำเหล่านี้แม้มีฤทธิ์แต่ก็เสื่อมถอยมีวันหมดต่างกันอย่างที่สุดกับวิชาเทพพรหมบริสุทธิ์เช่นนั้น

    ### ตะกรุดนี้ดีอย่างไรพ่ออาจารย์ท่านว่าห้าดอกนี้ก็เป็นของเราเสียดอกหนึ่งแล้ว เราก็ใช้เองของเราด้วย ถามว่าดีอย่างไรครูพรหมท่านบอกไว้แค่ชำระไอวิบากตัดแรงบรรเทา จากที่ตัวท่านใช้ท่านว่ามันไม่ใช่ชำระปกตินะแต่คนที่มีวิบากกรรมเหมือนครูท่านจะรู้ได้ หากเป็นกรรมดำวิบากที่ก่อทุกข์ยิ่งคนจำพวกนี้ใช้ตะกรุด ตะกรุดจะยิ่งมีฤทธิ์แรงกล้ามากกว่าปกติ เราดูได้จากช่วงไหนๆถ้าดวงเราตกพระเคราะห์เสวยอายุ ตะกรุดครูพรหมนี้จะสว่างวาบขึ้นมาเลย สว่างอยู่อย่างนั้นไม่ดับอย่าเผลอไปมองเชียวต้องหยีตากันไปข้างเขาจะชำระไอวิบากกรรมในตัวเรา ..ชำระอย่างไรก็ชำระเข้าตัวเขา การชำระนี่ก็เหมือนเธอใช้เงินชำระค่าใช้จ่ายนั่นแหละจ่ายไปก็จบหนี้กันสิ่งนั้นช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช้ภาระของเราแล้ว หมดภาระกันไป จึงเรียกได้ว่าชำระตัดแรงและบรรเทา พ่ออาจารย์ท่านว่าจริงๆแล้วฉันไม่ควรพูดเลยเพราะเป็นวิชาของครูบรมพรหม เป็นกิจของท่านที่ท่านเลือกคนของท่าน จะชำระอย่างไรก็เป็นลีลาของท่านเรียกว่าเป็นรหัสลับที่เปิดเผยไม่ได้พอแต่จะบอกได้ว่าให้เอาติดตัวไว้ตลอดก็พอย่าเอาไปติดบ้าน ถ้าติดกับตัวพอมีวาสนาชะตาร้ายเมื่อไหร่นั่นแหละเขาชำระทิ้งทันที ชำระให้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย ชำระ ตัดแรง ..บรรเทาให้ชีวิตเราที่ว่าหนักก็เบา ที่เบาอยู่ก็สบาย ด้วยขึ้นชื่อว่าวิบากนั้นย่อมส่งผลได้สารพัดเรื่องตามเหตุและปัจจัยกรรมที่ทำมาต่างคนก็ต่างเรื่องร้อยสาเหตุหมื่นเหตุผล ขึ้นชื่อว่าวิบากแล้วจึงเกินอำนาจผู้ได้ล่วงเกินได้ ยกไว้แต่บรมพรหมอันมีหน้าที่ตรวจสอบและปัดเป่าเคราะห์กรรมของผู้ภักดีเท่านั้น

    เมื่อจิตถูกรบกวนดวงก็ตก ชีวิตก็เครียดใจก็ฟุ้งซ่านอารมณ์จึงหงุดหงิดง่าย เช่นนี้จะคิดจะไตร่ตรองทำสิ่งใดย่อมไม่ออกมาเป็นผลดีแต่เพียงน้อย ด้วยไม่ได้มีสติ ห่วงหน้าพะวงหลังภาระรัดรึงเต็มไปหมด หนักบ่าหนักชีวิตจะวางลงสักอย่างก็ไม่ได้ ด้วยอำนาจร้ายหรือวิบากดำนั้นกำลังต่อต้านความพยายาม,ความสำเร็จของเราอยู่ ใจของเราที่ขุ่นมัว ชีวิตที่มีปัญหา หนทางที่ไม่ได้แก้ไขทุกสิ่งนั้นย่อมมีสาเหตุ ดั่งควันจะไม่เกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีไฟ เพราะสรรพชีวิตมีวิถีให้ตั้งอยู่และดับไป พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอครูบรมพรหมท่านเอาตะกรุดนี้ออกมาเพื่อจะได้ปลดเปลื้องปัญหาทุกข์ของผู้ที่เป็นเจ้าของและมีวาสนาสัมพันธ์กัน

    คาถาบูชา
    โอม สัก ชิต เอกัม พรหมมา โอมอาฮัม พรหมมา อัสมิ

    วิธีใช้ หลังจากท่องคาถาให้ระลึกถึงองค์บรมพรหมและนำตะกรุดจบหัว พร้อมกับออกปากคำว่า"ชำระ" (ตอนนี้เราจะรู้สึกเหมือนมีกระแสพลังงานไหลผ่านหน้าผากเราลงไปทั้งร่าง,บางคนก็รู้สึกเหมือนไฟช๊อต...หรือจะมีอาการปิติอื่นเกิดขึ้นตามแต่ครูท่านบันดาลให้เป็นไปให้เรารู้สึกได้ เสร็จแล้วก็นำมาอาราธนาห้อยคอไว้ตามเดิม ยิ่งชีวิตใครที่ปัญหาเยอะทุกข์เยอะให้หมั่นทำบ่อยๆ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละของที่เกิดขึ้นเพื่อตัวเราเอง ทำเอง ช่วยตัวเอง รอดเอง พ้นเอง แล้วเราก็จะรู้จะเข้าใจว่าเราทำได้ดังนี้เองไม่ต้องพึ่งใคร)

    พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันบอกอะไรไม่ได้มากหรอกนะ พอจะพูดเหนี่ยวนำให้เธอรู้เรื่องได้จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้เองและครูพรหมท่านบอกมาคร่าวๆ เกินกว่านี้ก็พูดอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเป็นของที่สร้างขึ้นเฉพาะคน สร้างขึ้นตามวาสนา และรอเวลาให้เจ้าของมารับเท่านั้น เธอคิดดูเถิดของแบบนี้ถ้าไม่ยากจริงๆแล้วท่านคงไม่ลงมาทำให้แค่ปีละหน พ้นจากนี้ก็เรื่องของอนาคตแล้วว่าท่านจะลงมาทำให้อีกมั๊ยหรือจะหยุดไปจะพอเท่านี้ เพราะนี่ครูพรหมท่านก็ให้เอาออกมาแล้ว ต่อไปอะไรก็ไม่แน่ไม่นอนแต่เรารู้สึกสังหรณ์ว่าน่าจะไม่มีอีก

    *** ตะกรุดชำระวิบากดำนี้พ่ออาจารย์ท่านทำรวบรวมไว้ห้าดอก ท่านใช้เองดอกหนึ่งจึงมีให้บูชาสี่ดอกเท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ท่านว่าครูท่านโองการเอาไว้แล้วว่าจะมีเฉพาะเจ้าของเท่านั้นเขาถึงจะสนใจของอันเป็นคู่บารมีของเขา สำหรับผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเอาไวด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะอธิษฐานจิตบอกกล่าวครูบรมพรหมให้อีกคำรบหนึ่ง

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดชำระวิบากดำ,ตัดแรงและบรรเทา(บรมพรหมสำเร็จวิชา) บูชา 4,000 บาท

    68932381-401468887240815-4680539876100145152-n.jpg
    68907806-468603717055031-6442447890278252544-n.jpg
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้ายอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุชุบสิริ(ทรงเมือง,ครุฑเหิน)
    วิชาพระเจ้าทรงเมือง,นั่งเมือง,ครองเมืองนั้น เป็นวิชาแต่โบราณพ่ออาจารย์ท่านว่ามีมาตั้งแต่สมัยศรีสัชนาลัยย้อนกลับไปก็เริ่มทำพระร่วงทรงเมืองเหล่านี้แล้ว ท่านว่าวิชานี้จะเด่นทางด้านครอบงำ ทำให้เราครอบครองได้ทุกสิ่ง ครองเอาไว้ได้ทั้งหมดจะครองบ้านครองเมืองครองได้ทุกสรรพสิ่ง อะไรที่เอายาก(เอาไม่ได้)ก็ได้มาอยู่ในครอบครองเราทั้งสิ้น เช่นนั้นเสด็จพระใหญ่และครูบรมพรหมท่านจึงมีคำสั่งให้พ่ออาจารย์ท่านทำพระพิมพ์สำคัญนี้ไว้ในลักษณะท่านั่งคล้ายพระเจ้านั่งบัลลังค์อันเป็นที่มาของคำว่า"นั่งครองเมือง" ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของวิชามหาอำนาจที่จะใช้ครอบครอง,ยึด,ถือ เอาได้ทุกสรรพสิ่ง

    วิชาพระเจ้าทรงเมืองนั้น นับเป็นวิชาที่มีคุณฉกาจฉกรรจ์มากมายหากได้ทำแล้วท่านว่าจะเป็นยอดของประสบการณ์ทีเดียว ด้วยเป็นหนึ่งในวิชาที่ท่านทำสำเร็จในอดีตแม้ลงหรือครอบวิชาทำเครื่องมงคลด้วยวิชานี้ให้กับใครก็ล้วนแต่พลิกหน้าพลิกตัวเจริญรุ่งเรืองจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้ ทั้งใช้ได้ทั้งในการปกครองหรือทำให้ครอบครัวเราและเพื่อนฝูง,สมาคมหรือลูกน้อง,เพื่อนร่วมงานของเราอยู่กับเราทำงานกับเราได้อย่างสงบร่มเย็น ทำกิจใดไม่ว่าจะหนทางไหนก็มีแต่ทางเจริญก้าวหน้า #ต้องเป็นใหญ่เหนือคน จะมีเหตุให้มีคนมาสนับสนุนถ้ามีเจ้านายก็จะได้รับความเมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ เรื่องเลื่อนยศ,เลื่อนตำแหน่ง,เจริญก้าวหน้านี่พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใช้วิชาพระเจ้าทรงเมืองแล้วถึงไม่อยากได้แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะมีแต่ต้องเจริญขึ้นจนไปถึงจุดสูงสุดอย่างเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะทำกิจใดมีอาชีพด้านไหนก็ตามที เพราะพระเจ้าทรงเมืองก็คือนั่งเมืองและครองเมืองนั่นหมายถึงจุดสูงสุดของอำนาจได้ครองทุกอย่างแล้ว,ได้หมดแล้ว จะทำอะไรก็ต้องได้ ต้องเป็นใหญ่เป็นโต เห็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยเกียรติยศ ถ้ารับราชการแล้วถือวิชานี้สมัยโบราณท่านว่าต้องเจริญขึ้นถึงชั้นเจ้าพระยามหาเสนานั่นทีเดียว ไม่ว่าจะทำกิจใดหรือประกอบอาชีพใดก็ล้วนแต่ต้องใหญ่โตโอฬารดีเกิน,ดีเลิศ,ดีล้ำกว่าใครเขาทั้งหมด จะเจริญก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง ทั้งสริมสง่าราศีให้เหมาะแก่การเป็นเจ้าคนนายคน ด้วยคุณวิชาพระเจ้าทรงเมืองนี้จะเสริมดวงชะตาวาสนาให้ยกขึ้นถึงขั้นเป็นใหญ่กว่าผู้คนทั้งปวง เปลี่ยนชีวิตให้เรื่องทุกข์ไม่มีเรื่องดีไม่ดับสูญ มีตบะเดชะเป็นที่เกรงกลัวแก่ชนทั้งหลายใครเห็นก็มอบใจมอบความศรัทธาให้แก่ตัวเราดุจเป็นศูนย์รวมจิตใจและความเชื่อมั่นของเขา นอกจากนี้ยังมีคุณมีค่าควรเมืองท่านว่าพวกที่เล่นของมีวิชาทั้งหลายนี่แพ้ทางเราทั้งสิ้น ไปเจอใครกระทำอะไรใส่นี่หลุดหมดเลยแม้คู่แข่งเราทำอาถรรพ์กลวิชาใดๆเจอพระเจ้าทรงเมืองเข้าไปก็เสื่อมอาถรรพ์ทั้งสิ้น เช่นนั้นท่านจึงถือว่าเป็นยอดวิชาที่ไม่ทำให้กับใครได้ง่ายๆ ด้วยเป็นเครื่องมงคลที่จะสร้างไว้เพื่อเฉลิมยศ เป็นเกียรติเป็นศรีให้กับเจ้านายและบรรดาเจ้าพระยามหาเสนาทั้งหลายนับแต่โบราณกาล พระเจ้าทรงเมืองนี้หากได้พกอาราธนาก็จะเสริมเรื่องมหาอำนาจ เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนเหนือคน,เป็นยอดของคน อยู่เหนืออุปสรรค อยู่ในหนทางแห่งความเจริญรุ่งเรืองเพราะเป็นพระเจ้าทรงเมือง,ทรงอำนาจที่จะเพิ่มยศต่อวาสนาให้เราก้าวหน้าไม่สิ้นสุดนั่นเอง

    ปฐมกำเนิดของการจัดสร้างพระเจ้าทรงเมืองนั้น แต่เดิมพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะทำเป็นพระยอดขุนพล ต่อเมื่อได้ขออนุญาติทั้งเสด็จพระใหญ่และครูบรมพรหมแล้วท่านว่าให้ทำเป็นพระยอดขุนคลังแทน ให้ทำเป็นวิชาทางเจริญร่ำรวยเร็วเสริมกันจะดีกว่า พร้อมทั้งดำริว่าครูทั้งสองจะมาช่วยกันทำให้เต็มกำลัง ท่านมีโองการให้พ่ออาจารย์สร้างพระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุที่จะเชิญบารมีของยอดขุนคลังทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาลมาประจุไว้ เพื่อให้เหมาะแก่ยุคสมัยนี้ซึ่งหมดเวลาแล้วที่จะไปสู้รบปรบมือกับใครด้วยความรุนแรงหรือสงครามการทำลายมันก็ไม่ใช่ ท่านว่าเราต้องสู้เค้าด้วยเศรษฐกิจ ความมั่งคั่ง มั่นคงท่านจึงมีดำริว่าดีแล้ว ทำยอดขุนคลังหนนี้จะได้เชิญยอดบรมครูมาลงวิชายอดขุนคลังที่เป็นยอดของวิชายอดขุนคลังจริงๆทั้งหลายนับไม่ถ้วนตั้งแต่กำเนิดมหาจักรวาลทุกยุคทุกสมัยนั่นทีเดียว ด้วยเหตุนี้วิชาพระเจ้าทรงเมืองในรูปขององค์พระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุจึงอุบัติขึ้น

    ท่านว่าหากกล่าวถึงยอดขุนคลังแล้วก็ต้องพูดถึงพระธนบดีด้วย ซึ่งพระธนบดีนั้นจะมีตำแหน่งพิเศษเป็นขุนคลังแก้วแห่งสวรรค์ไม่ว่าจะเทพยดาองค์ใดอุบัติขึ้นก็ตาม จะมีทรัพย์มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่ที่พระธนบดีนี้จะประทานให้เรียกว่ามีขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมหาจักรวาลอยู่ในการดูแล คอยประทานโชคประทานทรัพย์ให้กับทุกผู้ทุกนาม พ่ออาจารย์ท่านว่าพระธนบดีนั้นนอกจากเป็นยอดขุนคลังแล้วยังเป็นธรรมราชาเป็นมหาโพธิสัตว์ตามความเชื่อที่สืบมาแต่โบราณซึ่งเป็นคนละคติกับท้าวเวสสุวรรณ โดยคตินี้มีความเชื่อว่าพระธนบดีนั้นเป็นมหาโพธิสัตว์ซึ่งนิรมาณกายมาจากพระอวโลกิเตศวร เนื่องจากจะปฏิบัติหน้าที่โปรดสัตว์สงเคราะห์โลกช่วยเหลือด้านโชคลาภทรัพย์สินเงินทองโดยเฉพาะ นี่คือท่านลงมาทำหน้าที่เจาะจงเฉพาะกาลของท่านโดยเฉพาะ ที่สำคัญคือเป็นหน้าที่ต่อสัตว์โลกที่อยากพึ่งพาท่าน เพราะการสงเคราะห์ผู้ถวิลหาทรัพย์สมบัตินั้นอยู่ในงานอยู่ในภาระของท่านนั่นคือเหตุผลว่าแม้สัตว์ใดมีทุกข์เกี่ยวกับปากท้อง โชคลาภทรัพย์สินความมั่นคงต่างๆบรรดามี เมื่อขอท่านต้องได้รับการช่วยเหลือ ต้องสำเร็จทุกสิ่งด้วยมหากรุณา พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าพระธนบดีนี่สำคัญนัก เพราะแม้แต่การกำเนิดของสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิทุกยุคทุกสมัย อันจะเกิดสิ่งของคู่บุญติดตัวมาด้วยคือรัตนะเจ็ดประการ ทั้งช้างแก้ว,ม้าแก้ว,ขุนพลแก้ว,ขุนคลังแก้ว,มณีแก้ว,นางแก้ว,จักรแก้ว เหล่านี้ ทุกสิ่งล้วนมาแต่การบันดาลของพระธนบดีทั้งสิ้น ท่านว่าเพราะพระธนบดีพระองค์นี่แหละที่อยู่เบื้องหลังของกำลังพระจักรพรรดิ์ทั้งหมด อยากรวยไว อยากสำเร็จไว อยากหนุนเนื่องเสริมส่งตัวเองด้วยกำลังของมหาจักรพรรดิ์ จึงต้องขอบารมีพระธนบดีพระองค์นี้ เมื่อจะทำพระยอดขุนคลังแล้วท่านจึงต้องใช้กำลังของพระธนบดีและเชิญพระธนบดีมาเป็นพยานร่วมทำร่วมสร้างกันอีกหนหนึ่ง ซึ่งองค์พระธนบดีศรีธรรมราชนั้นท่านก็โปรดให้พ่ออาจารย์ลงวิชาของท่านฝากไว้ในพระยอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุนี้ด้วย นั่นก็คือวิชาทำตะกรุดชุบสิริ ชุบชีวิต ชุบให้ตั้งตัวได้ พลิกฟื้นพลิกกลับจากโชคร้ายกลายเป็นโชคดีดั่งมีมหาสิริสถิตย์และตั้งอยู่ในตัวเราเช่นนั้น ซึ่งจะทำให้เราได้โชคได้ชัยในทุกกาลทุกเมื่อตลอดชีวิตไม่หน่ายไม่หนี มีสิริมีมงคลชัยมีลาภผลแสะสวัสดิมงคลทุกประการประทับอยู่กับตัวเราไม่เคลื่อนคลายหายจาก ด้วยสิริเป็นทรัพย์ พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า"สิริ โภคาน มาสโย" แปลว่า "สิริเป็นที่มานอนแห่งโภคะทั้งหลาย" หมายความว่า ใครมีสิริอยู่ในตัวโภคสมบัติทั้งหลายจะไหลมาหาผู้นั้น เพราะสมบัติทั้งหลายนี้เป็นของแปลกอยู่คือชอบแต่คนมีสิริหรือมีมิ่งขวัญเท่านั้น ใครไม่มีสิริหรือหมดสิริก็ไม่อยากจะอยู่ด้วย เช่นนั้นตะกรุดชุบสิริจึงเป็นของสำคัญยิ่งนัก

    นอกจากนั้นครูบรมพรหมท่านยังโองการให้พ่ออาจารย์นำครุฑเหินที่ท่านทำไว้เมื่อนานมาแล้วและองค์ครูทั้งหลายได้เมตตามาเสกให้เต็มกำลังแล้วลงบรรจุในพระยอดขุนคลังนี้เป็นการเฉพาะด้วย ซึ่งในอดีตสมัยพ่ออาจารย์ท่านทำครุฑในตำนานของท่าน คือครุฑไม้ใบระกาโบราณแกะสลักนั้น ท่านทำเป็นองค์ขนาดบูชาค่อนข้างใหญ่ และในขณะเดียวกันท่านก็ใช้ไม้ใบระกาแกะองค์จิ๋วขึ้นไว้พร้อมกันและเสกขึ้นพร้อมกันด้วย ซึ่งครุฑจิ๋วนี้เรียกว่าครุฑเหินที่พญาสุเรนทรชิต(ครุฑองค์ต้น)ได้กำชับพ่ออาจารย์เอาไว้ให้ทำครุฑเหินให้ท่านด้วย เพราะเป็นครุฑที่อยู่ในจุดสูงสุดกว่าครุฑทั้งมวล เป็นครุฑที่กำลังบินเหินลมให้สูงขึ้นหันหน้ามุ่งฟ้าไม่มีตกลง เหินฟ้าร่อนไปในจุดสูงสุดเช่นนั้น ซึ่งวิชาทำครุฑเหินนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าพอเสกรวมแล้วองค์ครุฑต้นท่านยังให้แยกเสกและทำวิชาให้อีกหลายวาระเพราะถือว่าเป็นครุฑอาถรรพ์ที่มีกำลังแรง ทำไว้เพื่อให้คนใช้ได้พุ่งเข้าสู่ช่วงสูงสุดในชีวิตตามความฝัน ความปรารถนา อาถรรพ์ครุฑเหินนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อพญานกทดลองปีกจะเกิดพายุกวาดม้วนมหาปฐพีพุ่งไปด้วยกำลังอันไร้ผู้ฉุดต้านทัดทาน พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อพระยอดขุนคลังทรงเมืองฝังครุฑเหินแล้ว ก็จะยิ่งมีอานุภาพมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า เพราะท่านช่วยท่านเร่งให้ได้ทุกอย่าง ท่านประทานให้ได้ทุกอย่าง ขาดทรัพย์ได้ทรัพย์ ขาดบุตรได้บุตร ขาดบริวารได้บริวาร ขาดคู่ครองได้คู่ครอง ขาดกิจการเคหะสถานบ้านเรือนท่านบันดาลให้ได้ทั้งสิ้นและเหนือสิ่งอื่นใดคือสำเร็จดั่งใจปานประหนึ่งลมพัดเพราะนี่คืออาถรรพ์ครุฑเหินเป็นที่มาของกำลัง,ของความสำเร็จอันไร้ผู้ต่อต้านทัดทานทั้งสิ้น นอกจากนั้นพญาครุฑยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้เป็นใหญ่ผู้มีอํานาจราชศักดิ์ เป็นของสูงอยู่กับผู้ใดจะเจริญทั้งหน้าที่การงาน,ชีวิตครอบครัว อยู่กับใครแล้วย่อมเป็นผู้ที่ตกต่ำไม่ได้ เป็นมหาอํานาจปกครองคนมีบารมีสูงกว่าเขาทั้งหลายปราศจากโทษภัยอันตรายทั้งปวง การจะสร้างองค์ครุฑนั้นให้มีบารมี,มีพลังเหนือพลังทั้งปวงจึงจะได้ชื่อว่าขลังอย่างที่สุด นอกจากเป็นครุฑองค์ต้นชุดพิเศษ(ครุฑเหิน)แล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังลงอาถรรพ์องค์ครุฑเฉกเช่นต้นสายวิชาด้วยทั้งเป็นมหาอํานาจเหนือกว่าใคร,เจริญก้าวหน้าในแผ่นดิน(รับราชการ),เป็นตราแห่งโชคลาภ-เงินทอง-ลาภผล,กันเขี้ยวงาอสรพิษ(พญาครุฑยึดนาคจับนาคผู้เป็นใหญ่ในอสรพิษได้พญาครุฑจึงเหนือเขี้ยวงาและพิษร้ายทั้งปวง),แก้คุณผีคุณคนคุณไสย์ได้ดีนักเดรัจฉานวิชาไม่กล้าเข้าใกล้,ตกตําไม่ได้พญาครุฑบินอยู่สูง สูงกว่าพญานกทั้งหลายตราพญาครุฑจึงช่วยหนุนดวงไม่ให้ตกต่ำ,พระเคราะห์ไหนๆพระราหูแรงอย่างไรก็ชนะพญาครุฑไม่ได้,บารมีมากปกป้องคุ้มครองดี ให้ปลอดภัย ทั้งนี้ครุฑองค์ต้นของพ่ออาจารย์ท่านยังมากบารมีช่วยให้ชีวิตที่ซบเซาการงานและกิจการที่ซบเซาพลิกฟื้นคืนมาได้ เพราะเป็นครุฑเหินองค์ครุฑท่านจึงลงไว้ให้เป็นกรณีพิเศษเมื่อครุฑบินขึ้นฟ้า ย่อมเกิดมหาพายุพัดเอาแก้วแหวนเงินทองและลาภสักการะมากมายมาตกลงที่ตัวเรา ด้วยองค์ครุฑนั้นเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับการยอมรับว่าศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่มีข้าราชการ เจ้าใหญ่นายโตติดต่อขอให้พ่ออาจารย์ท่านเมตตาทำให้มากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ก็มักจะได้รับการปฏิเสธทุกครั้งไป ว่าท่านไม่ทำแล้วบ้าง ยังไม่ถึงเวลาบ้าง เมื่อจะสร้างจอมครุฑที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กำเนิด เป็นมหาครุฑองค์ปฐมในวัฏจักรเผ่าพันธุ์เทพวิหคที่ครุฑทั้งหลายต่างเกรงกลัวนอบน้อมดุจจอมราชันย์แห่งเผ่าพันธุ์ พญาครุฑที่มีวิมานอาศัยอยู่ในสวรรค์ชั้นไวกูณฐ์ร่วมกับพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า เป็นวิมานเอกเทศดุจอาณาเขตต้องห้ามที่ไม่มีใครหาญกล้าไปรบกวน นั่นคือ"พญาสุเรนทรชิต" ครุฑผู้อาจหาญสามารถชนะได้แม้กระทั่งพระอินทราธิราชองค์นั้น ครุฑท่านมีอำนาจช่วยให้ทุกสิ่งที่เลวร้ายผันแปรได้ในทุกสรรพสิ่งในทุกสถานการณ์ซึ่งเป็นสภาวะธรรมชาติอันไม่คงที่ คนเราต้องเจอโชคร้ายมากมายเหมือนฟ้าเล่นตลก เมื่อมีเหตุร้ายมาถึงตัวจะได้กลับร้ายกลายเป็นดี ท่านว่าเราไม่ได้เปลี่ยนวัฏจักรแต่ทำให้ด้วยเคล็ดและคุณวิชาพลิกกลับทุกสรรพสิ่งจากร้ายให้เป็นดี จากอวมงคลกลายเป็นศุภมงคล ท่านว่าชีวิตคนนั้นไม่ว่าจะผ่านอะไรมามากก็ตามความสำเร็จสุดท้ายให้ดูที่ปลายมือคือที่สุดของชีวิต มงคลเรื่องนี้ถือว่าสำคัญนัก คนรวยจนลงก็มีถมไปได้ดีเป็นพักๆโชคร้ายกระหน่ำเข้ามาก็มีอยู่มาก พ่ออาจารย์ท่านจึงลงวิชาพลิกฟ้าพสุธาหงายเสริมเข้าไว้ที่จอมครุฑให้สอดคล้องกัน ท่านว่าเสริมส่งอานุภาพให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อที่จะแปรผันสถานการณ์เลวร้ายต่างๆให้ลูกๆที่ศรัทธา ท้ายที่สุดของชีวิตปลายมือต้องได้ดีคงที่ทุกคน ด้วยเมตตาครุฑองค์ต้นประดุจองค์ครุฑนั้นกางกรออกมาพร้อมที่จะโอบอุ้มสรรพสิ่งอันเป็นที่รักไว้กับอกของพระองค์ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าท่านจะทนุถนอมเราไว้ดุจดวงแก้ว โอบอุ้มเราใส่ไว้กับอกของท่านให้ฝากชีวิตของลูกๆไว้กับพ่อพญาสุเรนทร์ท่านเสีย อธิษฐานบอกท่าน จะได้ชื่อว่าเราฝากชีวิตไว้กับเทพที่ทรงอานุภาพเกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์เทวโลก ท่านจะโอบอุ้มเราด้วยความรัก คอยค้ำชูเรา จะมีสิ่งดีๆตามเข้ามาในชีวิตเจ้าอย่างรวดเร็วปานมหาวายุพัด เพราะท่านบินสูงเหนือลม เล่นลม เฉกเช่นนั้น ผู้ที่มีดวงครุฑ มีบารมีครุฑหนุนอยู่ ล้วนแต่ได้ดีเป็นยอดคนแห่งยุคทั้งสิ้น เช่นนั้นท่านจึงนำจอมครุฑพญาสุเรนทร์ต้นตำรับที่ใชไม้ใบระกายุคขรัวโตแกะสลักมาบรรจุไว้ในพระสำคัญนี้

    ด้านหลังท่านอุดด้วยผงสุริยกาล,ผงจันทรกาล ซึ่งผงวิเศษนี้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ย่อมได้ชื่อว่ามีคุณมากมาย ยิ่งนำทั้งสองชนิดนั้นมาใช้พร้อมกันจะยิ่งทวีอานุภาพมากขึ้นไปอีก ท่านว่าผงนี้เป็นของเทพยดา หาได้ยากในโลก เมื่อนำมารวมกันจะมีอานุภาพทางเสน่ห์เมตตา โชคลาภ ความสะดวกสบาย ความเจริญรุ่งเรืองอย่างสูง โดยพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าทั้งสองสิ่งนี้ถ้าเอาเฉพาะด้านเสน่ห์ก็แรงกว่าพวกคุณไสยยาแฝด ต่างกันตรงเกิดขึ้นด้วยเทวานุภาพเป็นของสูง
    - ผงสุริยกาล ผงนี้เกิดจากสุริยะเทวราชเมื่อครั้งที่ได้เข้ากรรมบำเพ็ญตบะเพื่อจะดับรัศมีความร้อนในร่างกายพระองค์ให้บรรเทาลงเสีย ด้วยตบะกรรมแห่งพระอาทิตย์เทพ จึงได้เกิดไคลตกลงมาเป็นตะกอนก้อนผง ท่านว่าผงนี้มีคุณอย่างวิเศษ แม้ใครเดือดร้อนทุก์ใจ เจอเรื่องร้ายอย่างใดก็ตามที ทุกสิ่งที่ว่าร้ายจะต้องกลายเป็นดี ทุกสิ่งที่เป็นกาลร้อนจะต้องสงบระงับไป เหลือแต่เพียงความสุขสมหวัง ความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น
    - ผงจันทรกาล เมื่อครั้งจันทรเทพได้ก่อเทวาสุรสงครามขึ้น พระองค์ได้เสด็จยังโลกมนุษย์เพื่อจะรวมกองทัพฝ่ายมนุษย์และเหล่าเทพอสูรต่อกรกับบรรดาเทพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งกาลนั้นเองที่เป็นปฐมเหตุของตระกูลกษัตริย์จันทรวงศ์ที่จะสืบเชื้อสายต่อไปในชมพูทวีปได้อุบัติขึ้น ผงจันทรกาลจึงเกิดขึ้นเมื่อครานั้น เมื่อจันทรเทพได้บำเพ็ญตบะกรรมจนสำเร็จพิธีราชสูรยะ รัศมีของจันทรเทพก็สาดส่องไปกระทบกับมวลอากาศเกิดเป็นละอองขึ้นมา ซึ่งผงนี้เรียกว่าผงจันทรกาล เหล่านางฟ้า เทพธิดา อัปสรสวรรค์หรือแม้แต่นางพรายก็จะคอยเฝ้าไว้ด้วยความหวงแหน ซ้ำตนเองยังหลงใหลในผงนี้เสมอด้วยได้เห็นหน้าจันทรเทพอีกด้วย ท่านว่าเป็นที่สุดของผงทางเมตตามหานิยมเอาว่าขนาดนางฟ้ายังหลงเช่นนั้น
    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านขอท่านพลีมาได้ ท่านจึงนำมาเก็บไว้จนได้นำมาร่วมสร้างพระยอดขุนคลังชุดพิเศษหนนี้ ด้วยว่าผงทั้งสองชนิดนี้ต้องอยู่คู่กันจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ ท่านว่าเพราะธาตุพลังงานนั้นเกื้อหนุนกัน แม้จะใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ด้วยว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากเทพยดา มีการพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี เป็นของที่มีต้นกำเนิดมาจากองค์กำลังแห่งธาตุแสง ใช้เบิกชีวิตคนได้ ใช้เปิดโลกเปิดภพภูมิได้ เป็นแสงสว่างที่จะทำลายความมืด ขจัดกลียุค ทำลายเสียซึ่งอุปาทวจัญไรทั้งปวง ท่านจึงนำผงทั้งสองนี้ผสมด้วยกันและเพิ่มมวลสารมงคลอื่นๆได้แก่
    - ผงคตไข่แก้วงูจงอาง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของอำนาจ ตบะบารมี บริบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติที่จะประทานให้กับผู้ถือครอง สำหรับผงนี้ท่านว่าสำคัญนักเมื่อจะทำแล้วจะขาดไปไม่ได้ เพาะพระยอดขุนคลังนี้มีกำลังแห่งพระธนบดีอันเป็นนายของบรรดาปู่โสมทั้งหลาย เหล่าพญางูหรือผู้พิทักษ์ทรัพย์แผ่นดินทั้งหลายล้วนอยู่ในการควบคุมของท่าน ดังนั้นจะให้ใครรวย จะเกื้อหนุนใคร จะเปิดดวงใคร จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของพระยอดขุนคลัง
    - ผงสำเร็จหลวงพ่อปาน เป็นผงเก่าตกทอดมาแต่สมัยหลวงพ่อปานท่านสร้างพระพิมพ์ทรงสัตว์ โดยผงนี้ท่านจะบรรจุอยู่ภายในพระพิมพ์แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเหมือนหัวใจ เหมือนพลังงานขององค์พระเลยก็ว่าได้ ถ้าหาพระพิมพ์ทรงสัตว์ของเก่าไม่ได้ท่านว่าให้เอาใช้แทนกัน
    - ผงลบวิชาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ วิชาเอกที่อำนวยลาภผล โชคลาภให้สำเร็จมาแล้วมากมาย หากใช้โดยจิตเมตตา และผู้ถือครองให้ท่านเป็นนิจ จะยิ่งมีแต่ทรัพย์สินงอกเงยเพิ่มพูนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยอำนาจแรงครูบันดาลให้เป็นไป
    - ผงลบคาถารัตนมาลา ที่สุดแห่งคุณแก้วสามประการ พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอานุภาพเป็นเอนกอนันต์ด้วยอำนาจพระรัตนตรัยไม่สามารถบรรยายได้หมด ท่านว่าปรารถนาสิ่งใดก็มีครบ แม้ไม่ต้องปรารถนาก็ยังมี สุดแท้แต่จะขอจะอธิษฐานเอาตามเหมาะตามควร
    - สีผึ้งและนำมันครูเก่า เป็นของบูรพาจารย์ที่สืบทอดมามากมายหลายสิบชนิด ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้เคยไปขอเมตตาและท่านประสิทธิ์ประสาทให้มา ที่สำคัญมีสีผึ้งที่หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล และหลวงปู่ฝั้นท่านเคยใช้สีปากด้วย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าลมหายใจ น้ำลาย ไอปากของพระอริยเจ้า นี่แหละของวิเศษที่สุด
    - ว่านยาทางโชคลาภ หนุนดวง เมตตา มหานิยม ซึ่งเป็นว่านยาพิเศษที่มีฤทธิ์ในตัว มีอำนาจ มีตัวตนต้องปลูกต้องพลีด้วยวิธีเฉพาะทั้งสิ้น ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมมาผสมไว้
    ทั้งยังเข้าด้วยมวลสารวิเศษที่ครูพรหมท่านให้หาไว้ได้แก่ ดินกากยายักษ์,ผงเขี้ยวหนุมาน,ผงถ้ำเทวาพิทักษ์,ผงพระธาตุสีวลี,ผงเพชรหน้าทั่ง,นิลตัดเหล็ก,ผงบัวผุด,ขี้เหล็กเปียกภูสิงห์,เหล็กไหลพญานาคภูเขาควาย,แร่ทรหดประเทศลาว,ทรายดำหลวงปู่ทวด,ด้วงหิน,ข้าวสารหิน,ข้าวสารดำ,เหล็กไหลย้อย,เพชรประสาน,เหล็กน้ำพี้,ทรายคำ,ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่,แร่บางไผ่,แป้งเสกหลวงปู่บุดดา,น้ำมันชาตรีหลวงพ่อฤาษีลิงดำ


    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระยอดขุนคลังทรงเมืองนี้คือพระที่คนซึ่งปรารถนาความสุขความสบายควรมีไว้อย่างถึงที่สุด ด้วยเมื่อครูพรหมและสมเด็จองค์ปฐมท่านเมตตาทำให้ นิมิตแรกท่านเห็นเป็นวิสุทธิเทพซึ่งมีความสวยงามเกินกว่าเทพพรหมสามัญทั้งหลาย ในมือนั้นท่านถือแก้วดวงหนึ่งซึ่งมีรัศมีสว่างไสวมากยื่นลงมาพร้อมจะมอบให้แก่ผู้ถือครอง ครูบรมพรหมท่านจึงกำชับไว้เลยว่า"องค์ยอดขุนคลังทรงเมืองนี้อาตมันท่านกำหนดเอาไว้แล้วจะเปรียบเสมือนเป็นของคู่บารมีค่าควรเมืองเมื่อผู้ใดรับไปอาราธนาซ้ำจะดีกว่า,ล้ำกว่า,เลิศกว่าที่ได้บอกไว้เทั้งหมด(ท่านว่าพูดไม่ได้)"

    คาถาบูชา
    มะอะอุมะณีจินตาปิยังมะมะ อุอากะสะวิระทะโยวิระโคนายัง ปฏิรูปะการีธระวาอุฏฐาตาวินทะเต ธนัง เมกะมุอุสิริโภคานะมาสะโย อุอะมะนัตถีติวะจะนังนามะมาโหสิภะวาภะเว นะชาลีตีฉะวิจิมัง สัพพะลาภาสัพพะโภคาภะวันตุเม วิริเยนะทุกขะมัจเจติ นะมะพะทะสัพเพเทวารักขันตุสุรักขันตุ

    *** พระเจ้ายอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุชุบสิริ(ทรงเมือง,ครุฑเหิน) ท่านว่าเป็นยอดของเครื่องมงคลเฉพาะใช้กับยอดคนเท่านั้น ใครไม่มีวาสนาพานพบจะไม่ได้ถือครองเลย เป็นของเฉพาะกาลเฉพาะตนอย่างแท้จริง ท่านทำไว้หกองค์ซึ่งได้อาราธนาเองด้วยองค์หนึ่ง จึงมีให้บูชาเพียงห้าองค์เท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ผู้สั่งจองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดตลอดจนสิ่งที่ติดขัดในชีวิตเอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการประสิทธิให้อีกวาระหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้ายอดขุนคลังมหาสหัสสโลกธาตุชุบสิริ(ทรงเมือง,ครุฑเหิน) บูชา 4,000 บาท

    68954640-1272581306257347-484550071371694080-n.jpg 69554044-561537744655784-7670359313419862016-n.jpg
    68961230-691468491280876-1817445351519420416-n.jpg
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา ผงอิทธิคุณอุดรอยรั่วห้ามจนตะกรุดหนุนทรัพย์ปลดหนี้(มีตังค์)

    ด้วยพ่ออาจารย์ท่านเล็งเห็นว่าคนทำมาหากินทุกๆอาชีพช่วงนี้บ่นกันอุบว่าหาตังค์ยากลำบากนักหนา ลืมตาอ้าปากไม่ขึ้นหายใจไม่ออกเลย ไม่ว่าจะคิดจะลองหรือกระดิกตัวไปทำมาหากินอะไร ก็ติดขัดกันหมด ขัดสนเงินทองจะอยู่จะกินก็ฝืดหาก็ไม่คล่องแล้ว เนื่องด้วยสภาวะพิษเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรงขึ้น หลายคนที่ทำธุรกิจไม่ค่อยเฟื่องฟู การงานไม่ก้าวหน้า,ไม่กระเตื้อง ยิ่งการเงินนี่ยิ่งไม่กระดิกเลย บางคนก็หาทางออกด้วยการกู้หนี้ยืมสินเขามาเลยกลายเป็นวัฏจักรของคนเป็นหนี้เพราะไม่สามารถชำระหรือปลดหนี้ได้ถาวร ปัญหานี้จึงเหมือนเรื่องซ้ำเติมให้คนไร้ทางออกยิ่งขึ้นไปอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าในห้วงวัฏจักรนี้ไม่มีสิ่งใดหรืออะไรก็ดี จะยากเกินไปกว่าที่อำนาจพระพุทธานุภาจะบันดาลให้เป็นไปซ้ำเมื่อกุศลกรรมก่อเกิด กรรมให้คุณตอบสนอง ผลดีก็ย่อมประคับประคองชีวิตคนที่ล้มไปแล้วให้ลุกขึ้นมาโดยง่าย เมื่อเราใช้ทั้งพระพุทธานุภาพและกุศลกรรมเข้ามาเสริมส่งชีวิต ทั้งสองสิ่งนี้ย่อมอุดรอยรั่วและนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านว่านี่ถึงจะไปห้ามก็ห้ามไม่อยู่แล้วนะคนมันจะได้ดีจะเจริญใครก็ห้ามไม่อยู่ มันแตกต่างกับชีวิตผีซ้ำด้ามพลอยในตอนแรกขนาดนั้น ท่านว่าในส่วนของการอาราธนาให้พระพุทธานุภาพสงเคราะห์ท่านจะขอครูพระพุทธทุกพระองค์อาราธนาให้ท่านช่วยกันทำให้เอง ส่วนในเรื่องกุศลกรรมอันนี้ก็เร่งประกอบกันให้ดีเถิดผลบุญนั้นเมื่อเจอกับพระพุทธานุภาพย่อมให้ผลแรงทันตาสำเร็จทันใจเช่นนี้

    ครูบรมพรหมท่านจึงแนะนำให้พ่ออาจารย์ทำวิชาของท่านและเมื่อสร้างสำเร็จแล้วค่อยให้เสด็จพระใหญ่ช่วยสงเคราะห์อีกทีเช่นนี้ท่านจึงได้สร้างผงอิทธิคุณอุดรอยรั่วห้ามจนตะกรุดปลดหนี้(มีตังค์)ขึ้นมา เพื่อเอาไว้ใช้เรียกเงินทองให้เหล่าคนที่ชีวิตมีปัญหา,ติดขัด,ฝืดเคือง จะได้มีของดีไว้บูชาให้พระพุทธานุภาพ,คุณเทพ,คุณพรหมได้สงเคราะห์ ท่านว่าวิชานี้เป็นวิชาดูดทรัพย์ทั้งยังเปลี่ยนโชคของคนได้ ช่วยให้รับวาสนาเงินทองเปลี่ยนชีวิตให้รับแต่เงินแต่ทองต้องไปข้องเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆหากแต่ไม่ไหลออกมีแต่ไหลเข้ามา นี่คือเกี่ยวโชค,ดูดลาภบันดาลให้ผลสำเร็จในชีวิตเกิดขึ้นโดยพลัน ท่านว่าพูดกันเข้าใจง่ายๆเลยก็คือรวยเร็วกว่าคนอื่นๆในแวดวงที่ทำมาหากินเหมือนกัน ครูบรมพรหมท่านให้วิชาลงตะกรุดซึ่งเป็นวิชาสายพรหมขององค์ท่านให้พ่ออาจารย์ลงจารทำวิชาและท่านมาประสิทธิให้วาระหนึ่งก่อน

    จากนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงลบผงดูดทรัพย์,ผงหัวใจพระสิวลี,ผงทศชาติเงินไม่ขาด,ผงมหาเศรษฐี,ผงปลดหนี้,ผงวิชาเจ้าสัวใหญ่,ผงมหาลาภ,ผงมหาทรัพย์,ผงจับลาภจับเงินจับทอง,ผงดวงเศรษฐีใหญ่ ผงเหล่านี้พ่ออาจารย์ลบถมยันต์เองตามฤกษ์ยามมงคลปลุกเสกผงนี้อยู่นานถึงสองปีก่อนที่จะนำมาสร้าง พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้แต่เดิมก็สำเร็จด้วยพระพุทธานุภาพอยู่แล้ว เราตั้งใจให้ผลที่เกิดจากพระพุทธานุภาพมาเสริมกำลังกับตะกรุดที่เกิดจากคุณพรหมบันดาลหรือพรหมลิขิตนี้เช่นนี้จึงจะลงตัวมีคุณค่ามากพอที่จะอุดรอยรั่วปิดช่องโหว่ชีวิตคนได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาทำผงเหล่านี้เสด็จพระใหญ่ท่านมาเสกให้หลายรอบผงนี้จึงมีพุทธคุณมาก แม้เพียงเศษผงก็เปลี่ยนชีวิตคนได้ ฉันเคยเอามาใส่ซองพลาสติกให้คนลองพกดู ช่วงนั้นใครได้ผงไปก็ได้ดิบได้ดีมีอันจะกินกันถ้วนหน้าท่านจึงมั่นใจในอิทธิคุณผงวิเศษชุดนี้ ท่านว่าใครใช้ก็ไม่เห็นจะลำบากเลยสักคนมีแต่บอกว่าสบายขึ้น บางคนบอกว่างานเยอะจนทำไม่ทัน ทำไม่ไหว ที่ท้อถึงขนาดบอกว่าไม่ไหวแล้วเบื่อแล้วงานขนาดนี้ไม่มีเวลาให้พักเลยไม่เคยเจอะเคยเจอมาก่อนก็ยังเกิดขึ้นได้ คนที่ได้เลื่อนขั้น ได้ก้าวหน้าก็มีอยู่มาก ท่านว่าหนนี้ท่านจึงใช้ผงชุดนี้เพื่อให้โอกาสคนที่ท้อถอยได้มีโอกาสเปิดดวงเข้าถึงโชคลาภแลสมบัติทั้งหลายจะได้จับได้ใช้โชคและลาภเหล่านั้น ใครเป็นหนี้จะได้หมดหนี้อยากได้ดิบได้ดีมีความเจริญ อยากให้งานที่ทำก้าวหน้าลงทุนอะไรได้กำไรไม่ขาดทุนชีวิตมั่งคั่งอยู่เป็นสุขจะนั่งจะนอนล้วนเป็นสุขไม่ทุกข์สาหัส พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากเปิดดวงอยากปลดหนี้ก็ให้เอาผงชุดนี้ไปใช้ แต่เมื่อใช้เมื่อถืออาราธนาแล้วต้องตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจทำมาหากินด้วยนะ อย่าคร้านอย่าขี้เกียจเทวดาครูบาอาจารย์ท่านไม่ชอบ ถ้าคิดว่าใช้แล้วจะนั่งๆนอนๆไม่ทำอะไรเช่นนี้อย่าเอาไปเลย แต่ถ้าใครอยากงานเข้า มีงานมาก มีความก้าวหน้าในอาชีพนั่นแหละจึงจะควรอาราธนาให้สิ่งดีๆเข้ามาไม่ขาดไม่ช้าเลย

    ผงอิทธิคุณอุดรอยรั่วและตะกรุดปลดหนี้นี้ ท่านเจตนาทำเพื่อสร้างสุดยอดของผงและยอดตะกรุดให้เอาไปใช้ในทางมหาลาภ,โภคสมบัติ,ปลดหนี้ปลดสินอย่างแท้จริง ท่านจึงเอาผงเหล่านี้มาโขลกรวมกับผงที่เกิดจากพระธาตุของพระสีวลีพระอรหันต์ที่มีลาภหนักมากเป็นมวลสารหลัก จากนั้นจึงใช้ผงที่ให้คุณทางโภคทรัพย์ของครูบอาจารย์ที่เคยมอบให้ท่านไว้และผงที่พระอรหันต์หรือเทวดาได้ทำไว้เพื่อรอโอกาสสงเคราะห์คนซึ่งท่านเจอตามถ้ำตามป่าเขาเอามาโขลกผสมรวมกัน ท่านทำผงอิทธิคุณนี้ตามสูตรการส้างพระแต่ท่านว่าถ้าทำเป็นพระข้อห้ามมันจะเยอะพกไปไหนในที่อโคจรมันก็ไม่สะดวกเวลาคนใช้ก็ต้องถอดจะใส่ติดตัวนานๆไม่ค่อยได้ซ้ำพระก็ยังติดข้อจำกัดของพระ,เทพพรหมก็ยังติดข้อจำกัดของเทพ,พรหม เช่นนี้ท่านจึงทำโดดๆมาเป้นก้อนผงอิทธิคุณเลยเพื่อเอาอำนาจวิเศษเข้ามาช่วยไม่ต้องติดรูปลักษณ์หรือเรื่องควรไม่ควรแต่อย่างใด ท่านว่าสูตรทำผงนี้ให้ลาภหนักมาก เรื่องเอาไปแล้วจะใช้ปลดหนี้นั้นย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะผงนี้อยู่ที่ไหนที่นั่นจะอุดมสมบูรณ์ บริบูรณ์ถึงพร้อมด้วยปัจจัยสี่ได้โชค,ได้ลาภ,ได้ลาภลอย คนที่เคยใช้ที่เป็นหนี้สองเดือนปลดหนี้ได้แล้วก็มีชีวิตหมดหนี้หมดสินกันเลย พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจว่าอยากจะให้คนที่บูชาเป็นคนที่อุดมสมบูรณ์ ทำอะไรไปทางไหนก็มีหนทาง มีคนหยิบยื่นน้ำใจและความช่วยเหลือ มีเงินทองติดตัว สะสมทรัพย์ได้ มีฐานะมีอันจะกินเพิ่มพูนขึ้นตามลำดับขั้น ให้หนี้สินบางเบามีทางทางออก ให้หนทางแห่งเหตุและที่มาของทรัพย์นั้นงอกเงยเก็บเงินอยู่ ตลอดเวลาที่ยังเป็นสัมมาทิฏฐิยังไหว้พระยังนึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่ก้อนผงอิทธิคุณเล็กๆนี้ย่อมช่วยได้ไม่มีประมาณ

    ในส่วนตะกรุดปลดหนี้วิชาครูพรหมนั้น พ่ออาจารย์ท่านถือว่าเป็นวิชาเรียกลาภอันประเสริฐและใหญ่ที่สุด ช่วยให้วิถีชีวิตคนที่ตกอับตกทุกข์เปลี่ยนเป็นเลิศเลอทางลาภสักการะได้ ท่านว่าวิชานี้อยู่ไหนที่ไหนเทวดาเจ้าที่เจ้าทางผีบ้านผีเรือนก้ช่วยเปิดทางทรัพย์ให้ทั้งหมด ไม่กดเรา มีแต่มาช่วยส่งเสริมเรา ถ้าจะเอาตามที่ครูพรหมท่านบอกไว้ก็คือเรียกเงินมาเป็นห่าฝนให้มั่งมีมากมายในทรัพย์สมบัติดั่งใจคิดจนไม่เป็น เช่นนี้ตะกรุดปลดหนี้จึงใช้แล้วดี ใช้แล้วรวย ยิ่งหากเราประกอบกุศลกรรมเพื่อกดทับวิบากกรรมด้วยแล้วอันนี้จะยิ่งเห็นผลไวมาก พ่ออาจารย์ว่าวิชาที่ครูพรหมท่านอนุญาติท่านเปิดทางให้สร้างเช่นนี้ ***บอกไว้ตรงนี้เลยว่าหมดแล้วก็หมดเลย เพราะจะให้ทำใหม่ถึงทำได้แต่มันก็ไม่ง่ายแล้ว และที่ครูท่านจะอนุญาติจะให้วิชามาทำเพื่อสงเคราะห์ในด้านการทำมาหากินการใช้หนี้สินหนี้กรรมหนี้ชีวิตแบบนี้ย่อมไม่อาจจะเห็นได้ง่ายๆ

    ตะกรุดปลดหนี้นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าครูบรมพรหมท่านตั้งใจให้ทำไว้ใช้กัน ท่านว่าก่อนจะปลดหนี้ได้ก็ต้องเรียกเงินได้ก่อน ต้องเรียกเงินมาได้มากๆนั่นแหละจึงจะพ้นหนี้ และหากพ้นหนี้แล้วก็ได้โปรดอย่าก่อหนี้ใหม่ให้ตั้งใจทำมาหากินเช่นนี้จึงจะเหมาะจะควร ท่านว่าตะกรุดปลดหนี้นี้ใช้เรียกลาภเรียกทรัพย์ใหญ่น้อยได้เท่ากับแม่น้ำพระคงคาอันจะเอ่อท่วมไหลหลั่งมาชะล้างปัญหาการเงินและหนี้สินของเรา ด้วยเป็นของสำคัญมีมงคลเป็นเลิศทางลาภสักการะและหนุดวงเราให้พ้นหนี้สิน ใช้หนุนดวงการเงินอย่างแท้จริง เมื่อปลดหนี้แล้วจะได้เป็นเศรษฐีเป็นเจ้าสัว ท่านว่าหนุนให้ทรัพย์เข้ามา คนที่การเงินขัดสนชีวิตติดขัดหน้าที่การงานมีปัญหา เอาว่าถ้าเกี่ยวกับเรื่องการเงินฝืดเคืองการเงินในชีวิตตนเองมีปัญหา ท่านว่าให้ใช้ตะกรุดชุดนี้เลย เอาไว้ฝ่าวิกฤติเรื่องเงินๆทองๆโดยเฉพาะ นอกจากจะเรียกลาภมาหาเราแล้ว ไม่ว่าเราจะหยิบจับทำอะไรมันก็จะกลายเป็นเรื่องเงินๆทองๆไปเสียหมดเช่นนี้

    ตะกรุดชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีเคล็ดลับในการใช้อยู่บ้าง ***นั่นคือให้เอาไว้ติดตัวจะใส่ตรงไหนพกอย่างไรก็ได้ กับให้เอาไว้ในที่ซึ่งเราเก็บสิ่งของมีค่าจะเป็นที่เก็บเงินหรือทรัพย์สมบัติเราก็ได้เขาจะสื่อกันให้เราหาทรัพย์รับทรัพย์เข้ามาใส่ให้คลังของเราเต็มมีแต่เข้าไม่มีออก ท่านว่าทรัพย์เราอยู่ไหนก็วางไว้ได้ทั้งสิ้นจะวางทับทองคำ วางทับสมุดเงินฝาก วางทับโฉนดที่ดิน วางทับทรัพย์สินต่างๆขึ้นอยู่กับเราทำอาชีพอะไรและเก็บสะสมทรัพย์แบบไหนขอให้เป็นทรัพย์สินนั้นวางทับได้ทั้งสิ้น เขาจะเติมเต็มสิ่งนั้นและในเวลาไม่ช้าไม่นานให้เราสังเกตุดีๆว่าที่เก็บทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงไปมันจะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ งอกเงยขึ้นมาเป็นเท่าตัวตราบใดที่เราขยันนั้นย่อมจักไม่รู้ยากรู้จนเลย ก่อนจะวางทับไว้ก็ให้อธิษฐานในสิ่งที่พอดีว่าอยากให้มีเพิ่มขึ้นมากี่เท่า เอาให้เหมาะให้ควรแก่กำลังของเราที่จะหาเพิ่มมาได้ เช่นขอให้เพิ่มเป็นเท่าตัว,สิบเท่า,ร้อยเท่าเช่นนี้ คือถ้าขอไปต้องมั่นใจว่าเรามีความสามารถพอที่จะทำด้วย อย่าไปพูดว่าขอแสนขอล้านเท่าท่านว่าจะขออะไรก็ละอายแก่ใจตนเองบ้างเรื่องบางเรื่องมันเป็นไปไม่ได้เลย แค่ช่วยแค่เปลี่ยนแค่เพิ่มพูนเท่านี้ก็ดีมากแล้ว เพราะบางคนส่วนใหญ่นั้นจะติดพูดไปเรื่อยไม่รู้ที่เหมาะที่ควรว่าจะขอพ่อพระพุทธขอครูพรหมเช่นนี้ มันโลภมากจนเกินงามไป เอาให้พอดีๆให้ชีวิตเราค่อยๆก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆเพิ่มทีละเท่าๆถ้าเราขยันไม่นานมันก็เป็นร้อยเป็นพันเท่าเพิ่มขึ้นไปของมันเอง ด้วยตะกรุดชุดนี้เป็นวิชาที่ช่วยให้ทรัพย์เพิ่มพูนขึ้น ท่านว่ามันจะเพิ่มจนเจ้าตัวก็ยังประหลาดใจเพราะไม่รู้ที่มาและจำไม่ได้ว่ามีเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน เหมือนเราทำงานเพลินๆรู้ตัวอีกทีก็ตั้งตัวได้แล้ว เช่นนี้จึงถือว่ามีเงินมากกว่าเดิม มีทัพย์มาเติมเต็มคลัง มีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ ถ้าคนเป็นหนี้ก็จะปลดหนี้ได้ เพราะชีวิตเราอยู่ในจุดที่เรามีเงินมากกว่าที่เราเคยมี

    พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ใช้เปิดทางรวย ขอให้แรงครูชี้ช่องทางทำเงินเหล่านี้ล้วนได้ทั้งสิ้น ให้การเสี่ยงโชคได้ผล ให้การงานงอกเงยการเงินงอกงามมีทุกสิ่งเพิ่มขึ้น ดีกว่าเดิม..และมากกว่าเดิม พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพรหมกับพ่อพระพุทธท่านสงเคราะห์เรื่องโชคลาภให้การเงินคล่องตัวคล่องมือ ทั้งยังหนุนดวงเป็นมหานิยมให้คนนิยมชมชอบ ให้ดวงดีดวงขึ้นเป็นเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติหมดหนี้หมดสิน ท่านว่าเฉพาะแค่ผงชุดที่ทำไว้นี้ก็มีประสบการณ์เล่ากันมาเยอะแล้ว ตอนทำท่านจึงเทผงชุดนี้ลงไปหมดเลยใครจะมาขอเพิ่มท่านว่าไม่ใช่เราไม่ให้แต่มันไม่มีแล้วเพราะเทมาทำจนหมด ด้วยตั้งใจจะให้คนใช้ได้ปลดหนี้มีชีวิตที่ดีขึ้น

    คาถาบูชา
    มานิมามานิมา พรหมมานิมา จิตตังพรหมมานิมา


    *** รายการนี้พ่ออาจารย์ท่านเน้นใช้ผงมวลสารล้วนๆค่อยๆปั้นค่อยๆทำจึงมีให้บูชาจำนวนจำกัด ## ท่านแนะนำให้พกติดตัวชิ้นหนึ่งและใส่ที่เก็บทรัพย์ชิ้นหนึ่ง รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างห้องน้ำในวัดที่ขาดแคลนสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ผงอิทธิคุณอุดรอยรั่วห้ามจนตะกรุดหนุนทรัพย์ปลดหนี้(มีตังค์) บูชา 900 บาท

    69101291-2378218392393515-3970537505253490688-n.jpg
    68867683-2247273012253647-5582101683883737088-n.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดสำรองธาตุขันธ์พระเจ้าหลีกเคราะห์พิฆาตผูกหุ่นทับเงา(ผ่านสะดวก,เริ่มต้นใหม่,ตายแทนตัว)

    ด้วยวิชาพระเจ้าหลีกเคราะห์นั้น ปกติพ่ออาจารย์ท่านจะใช้สงเคราะห์ให้เฉพาะบุคคล ยามเมื่อมีเคราะห์ร้ายก็ดี มีเรื่องไม่ดีเกิดแก่ตัวก็ดีทั้งฝันร้ายมีนิมิตเหตุร้ายอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี หากได้เครื่องมงคลที่พ่ออาจารย์ท่านทำด้วยวิชาพระเจ้าหลีกเคราะห์นั้นจักพ้นภัยพิบัติ ท่านว่าแม้ภัยใหญ่หลวงก็พ้นได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ท่านเห็นว่าในสมัยนี้ทุกข์,โทษ,ภัยนั้นมีอยู่มากและจรเข้ามาในรูปแบบต่างๆไม่ซ้ำกันท่านจึงเห็นควรที่จะทำตะกรุดพระเจ้าหลีกเคราะห์ไว้ทั้งท่านยังลงวิชาสำคัญอันเป็นวิชาที่ปู่พระอินทร์ได้ให้ไว้เสริมลงไปด้วย เป็นการวาดหุ่นใส่ธาตุขันธ์กำกับลงวิชาเฉพาะเพื่อให้รับกรรมแทนตัวเราทุกสิ่งดุจเป็นหุ่นแทนตัวเราเป็นตัวของเราเอง ท่านทำไว้ในกรณีที่เรื่องบางเรื่องนั้นอยากจะหนีก็ไม่ได้,แม้อยากเบี่ยงก็ไม่พ้นตัว พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องบางอย่างถ้ากฏมันแรงกรรมมันเข้มข้นก็ยากจะหลบเช่นนั้นท่านจึงทำวิชาเสริมไว้ในกรณีที่ยากเกินกว่าจะรับมือ ด้วยผลที่เป็นตัวตายตัวแทนทั้งยังรับกรรมแทนตัวเป็นมหาสะท้อนเคราะห์กรรมให้พ้นตัวนี้ถือได้ว่าทำยากมาก คนที่ดวงชะตาไม่ค่อยดี เสี่ยงโชคก็สูญเปล่าไปบ่อยๆ ค้าขายก็เงียบ ลงทุนทำกิจการก็ทุนหายกำไรหด ทำอะไรก็หาความเจริญก้าวหน้าไม่ได้เต็มไปด้วยเคราะห์หามยามร้ายสามวันดีสี่วันไข้ เจ็บออดๆแอดๆรู้สึกตัวว่าชีวิตมันท้อๆหม่นๆไม่ค่อยสดชื่นแจ่มใสอันเป็นผลที่เกิดขึ้นกับจิตใจยามเราสิ้นเรี่ยวแรงและกำลังความคิด ด้วยโลกิยะชนทั้งหลายยังวนเวียนแหวกว่ายอยู่ในวัฏฏะสงสารพ่ออาจารย์ท่านจึงเห็นควรที่จะดำริการโดยชอบอันจะได้ทำให้ความถูกต้องเหมาะสมเกิดกับชีวิตของผู้ที่มีความฝันมีความพยายามได้พ้นเคราะห์พ้นโศกให้ได้รับความสำเร็จสมปรารถนาได้เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ได้รับโชคลาภจะได้สืบชะตามีวาสนาที่ยั่งยืนต่อไป ท่านจึงได้นำวิชาทั้งสองมาสงเคราะห์คนใช้พร้อมกัน

    แทนตัว
    เรื่องรับเคราะห์แทนตัวหรือเป็นตัวตายตัวแทนของเรานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่ามันต้องใช้ต้องรับได้ตลอดจะทำเป็นครั้งเป็นคราวแล้วสิ้นกันไปไม่ได้เพราะวิถีชีวิตของมนุษย์นั้นเคราะห์มันเข้ามาได้ตลอดไม่ใช่ว่าก่อนมันจะมามันจะบอกเราล่วงหน้าให้เตรียมตัวได้เสียเมื่อไหร่ เช่นนั้นปู่พระอินทร์ท่านจึงให้วิชานี้ไว้ใช้สงเคราะห์คนโดยเฉพาะ ท่านว่าเป็นวิชาตั้งแต่อดีตใช้กันมาก่อนยุคตั้งกรุงสุโขทัยเสียอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าเปรียบกันง่ายๆพูดกันให้เข้าใจก็เหมือนเป็นธาตุขันธ์สำรองที่ผูกเข้ากับเราเอาไว้ใช้แทนตัวเรา หากเราใช้เครื่องรางธรรมดารับแทนมันยังไม่เฉพาะเจาะจงลงไปในแก่นชีวิตเราเท่ากับเราใช้ตัวเองรับแทนตัวเองนั่นแหละ ### พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ก็เหมือนการทำเล่ห์กลหลอกเคราะห์กรรม,หลอกเจ้ากรรมนายเวร,หลอกแม้กระทั่งเทพเจ้าใช้แทนตัวเรานั่นแหละ มันมีกฏอยู่ง่ายๆว่าเขาจะรับเคราะห์ทุกอย่างไปแทนเราโดยที่ตัวเราไม่เป็นอะไรเลยเสมือนเป็นการผ่องถ่ายสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่เราเจอและต้องเกิดขึ้นกับเราไปลงไว้ที่ตัวตนสำรองของเราแทนเพื่อจัดการคราเคราะห์ทั้งหลายหรือโรคภัยที่หาสาเหตุไม่ได้...
    วิชาของปู่พระอินทร์นี้ถือเป็นวิชาสำคัญ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่พอมันมีเคราะห์ก็รับไปตามกระบวนการกฏแห่งกรรมกันเลย ไม่ใช่ว่าต้องไปต่อรองลดหย่อนอะไรให้เป็นผลต่อเนื่องกันหนักเข้าไป หากแต่เรามีตัวแทนของเรา เป็นตัวแทนของนายก.ที่นายข.เอาไปใช้ไม่ได้ เป็นตัวแทนที่เกิดมาเพื่อรับเคราะห์แทนเราเท่านั้น ท่านว่าปู่พระอินทร์ท่านฉลาดท่านให้ลงวิชาทำเล่ห์กลเอาไว้ทั้งหมดเลยนะนอกจากรับเคราะห์แทนยังให้ลงตราประทับเทพของท่านที่ใช้ดูดให้กำลังเคราะห์มากๆเผื่อจะผ่อนคลายแรงอาฆาตของเจ้ากรรมนายเวรให้บรรเทาไวขึ้นทั้งสลายกำลังเคราะห์กรรมในตัวหุ่นด้วย เพราะท่านบอกว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมพอมันลงผิดที่(แทนที่จะเป็นสังขารจริงๆของเรา)นี่คือมันลงผิดที่ไปแล้วเป็นกำลังที่ฝ่าฝืนกฏวัฏจักรแล้วจึงไม่สมควรมีอยู่อีกต่อไปท่านจึงถือเป็นสิทธิที่จะสลายมันออกไปได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าดูยังไงๆก็โกงแต่ท่านตั้งใจจะโกงเพื่อลูกหลานของท่านโดยเฉพาะท้ายที่สุดคือตัวเราไม่เป็นอะไรเลยตามผลกระทบของเคราะห์กรรม พูดง่ายๆว่าเป็นอยู่สบายดีเจ้าธาตุขันธ์สำรองก็อยู่สบายดีส่วนตัวเรานั้นก็ได้เริ่มชีวิตใหม่ มีการเริ่มต้นที่ดี
    หากดวงชะตาเราแย่ให้สังเกตุดู ท่านว่าช่วงนี้ป่วยง่ายมั๊ย อารมณ์หงุดหงิดง่ายรึเปล่า รู้สึกร้อนๆไม่สบายทั้งกายและใจหรือไม่ หน้าตาเศร้าหมองอมทุกข์รึเปล่า หรือการงานขัดข้อง,เงินทองรั่วไหล... ท่านว่านี่แหละต้องใช้วิชาหุ่นตัวแทนของปู่พระอินทร์เรียกเคราะห์ออกจากตัว ด้วยเป็นวิชาเทพสงเคราะห์ที่มีใช้กันมาแต่โบราณกาลท่านว่านอกจากรับแทนเราสะเดาะเคราะห์ให้เราแล้วเขายังรักษาเราด้วยเป็นยิ่งกว่าเพื่อนที่สนิทที่สุดของเรานั่นคือตายแทนกันได้ เวลาเรามีเคราะห์ดวงเราตกเขาก็รับไป พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ทำยากเพราะปู่พระอินทร์ท่านให้เอากระดาษมาชักยันต์ตามวิชาท่านถึงสี่สิบแปดครั้ง ทำครั้งหนึ่งก็เผายันต์เป่ากำกับหุ่นยันต์หนึ่งทำเช่นนี้ถึงสี่สิบแปดยันต์ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงว่ายากเพราะกว่าจะได้แต่ละดอกนั้นกินเวลานาน แต่พอทำได้แล้วผู้ใช้นั้นไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลย จะสะเดาะเคราะห์หรือเจ็บไข้ไม่สบายต้องอวมงคลทั้งหลายท่านว่าให้ใช้วิชาสงเคราะห์เถิด ก่อนใช้ให้อธิษฐานดีๆท่านว่าเป็นฤทธิ์ทางใจยิ่งใจเราแกร่งใจเราหนักแน่นวิชายิ่งมีฤทธิ์มากเพราะเค้าเชื่อมกับใจของเรา


    วิชาเทพนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการรับเคราะห์แทนตัวสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงดวงตกแต่พ่ออาจารย์ท่านว่าก็มีคุณเป็นเอนกดุจเป็นพยนต์รูปตัวของเราเลย จะใช้ให้คอยเฝ้ารักษาบุคคลที่เรารักและเป็นห่วงจากใจจริงๆหรือส่งให้ไปเฝ้าไปเข้าฝัน...สุดแล้วแต่จะนำไปใช้ตามปรารถนา เพื่อลดเคราะห์สะเดาะวิบากกรรม เป็นการขอขมากรรมเพราะเราไม่ได้หลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับกฏแห่งกรรมเหล่านั้นหากแต่เรารับด้วยตัวตายตัวแทนของเรา พลังชีวิตและกำลังของเราจะถูกต่อให้ยืนยาวขึ้นทั้งด้วยอำนาจแห่งบุญและอโหสิกรรมที่เจ้ากรรมนายเวรท่านผูกไว้คลายตัวลงชีวิตเราก็จะเบาขึ้นดวงชะตาเราก็จะยกให้สูงขึ้นเหนือดวงชะตาเดิม ท่านว่าเสกเก็บไว้ให้หมดเลยเหมือนทำหุ่นพยนต์หากแต่เป็นหุ่นหน้าเธอเอง ท่านว่าพกเอาไว้เถิดเพราะท่านเอาว่านยาและผงคุณวิชาต่างๆมาเสริมจะเกิดเป็นเกิดเมตตา มีอำนาจบารมี,มีสง่าราศี พาให้ผ่านพ้นจากเคราะห์หามยามร้ายและอุปสรรคต่างๆให้พ้นผ่านไปด้วยดี ให้แคล้วคลาดหลีกเคราะห์ ชีวิตจะกลับมาสว่าง รุ่งเรืองรุ่งโรจน์อีกครั้งหนึ่ง จะพลิกดวงร้ายให้กลายเป็นดี ทั้งคอยปกปักรักษาคุ้มครองเฝ้าทรัพย์ ดุจผู้เป็นเจ้าของเฝ้าเอาไว้ ท่านว่าวิชาเทพพยนต์ตัวนี้จะเสมือนมีตัวเราอันเป็นกายทิพย์เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง บางทีคนอื่นอาจมองเห็นตัวเราอยู่เฝ้าบ้าน เฝ้ารถหรืออยู่ในที่วางตะกรุดไว้ทั้งๆที่ตัวเราไม่อยู่ก็ได้

    ท่านลงธาตุสี่ ขันธ์ห้า อาการสามสิบสอง อนุโลม ปฏิโลม เรียกสูตรรูปนามตามตำราดั่งวิชาสร้างหุ่นพยนต์อาถรรพ์เวทย์จากตำราวิชามหาธาตุ หากแต่หุ่นวิชาที่ผูกในตะกรุดนั้นผูกด้วยเทพวิชาของปู่พระอินทร์ท่านตั้งใจให้ใช้กับผู้อยู่เหนือตัวเรา(เจ้ากรรมนายเวร,เทวดาที่อคติ)รวมไปถึงกฎแห่งกรรมและผู้มีวิชาอาคมมนต์ดำต่างๆ ท่านว่านั่นแหละเป็นหุ่นพยนต์แทนกายเป็นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ช่วยเราได้รับเคราะห์รับกรรมแทนเราได้ วิชานี้แม้ท่านเองก็ใช้อยู่เป็นประจำด้วยใครทำใครเล่นอะไรมานั้นลงไว้ที่หุ่นรับแทนทั้งหมด ยิ่งใครดวงชะตาแรงๆกรรมมีแรงเชี่ยวมากยากจะหาอะไรมาขัดมาขวาง ท่านว่านั่นแหละหุ่นวิชายิ่งเก็บแรงกรรมยิ่งมีฤทธิ์มากขึ้นๆไปด้วย ท่านว่าฤทธิ์เขาโตได้ไม่ใช่จะอยู่กับที่และคนเราตั้งแต่เกิดจนตายนั้นบอกได้เลยว่าใช้กรรมอย่างไรก็ไม่หมดดังนั้นเขาจึงโตได้เรื่อยๆ มีแต่จะแรงจะทรงฤทธิ์วิชาเพิ่มมากขึ้นไปเป็นลำดับ ด้วยพยนต์วิชานั้นเป็นเทพพยนต์ของเราที่เกิดมาเพื่อตัวเราดังนั้นเราจะใช้อย่างไรก็ได้ เมื่อเขามีฤทธิ์ตามแรงกรรมของเราท่านว่าเราจะให้เขาเรียกทรัพย์เรียกคู่อะไรที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเราไม่ใช่เรื่องของคนอื่นนั่นย่อมใช้เขาได้ทุกเรื่อง พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้กระทั่งปกป้องเราหรือออกไปทำร้ายศัตรูของเราก็ยังทำได้ ***ศัตรูเราเขาจะฝันเสมือนว่าตัวเราเป็นเจ้ากรรมนายเวรตามไปล้างผลาญอยู่เช่นนี้หากแต่ว่าพ่ออาจารย์ท่านไม่แนะนำให้เอาไปใช้ทำร้ายใคร ท่านว่าทุกอย่างจะดีถ้าจบด้วยคำว่าอโหสิกรรมและทำชีวิตตนเองให้ดี

    ทั้งวิชาพระเจ้าหลีกเคราะห์ที่ลงกำกับเสริมไว้นั้นท่านยังตั้งใจผูกขึ้นเพื่อไว้คอยช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนหาที่พึ่งพิงไม่ได้ผู้ที่นำไปบูชาจะช่วยพลิกผันหนุนดวงต่อชะตาให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งปวงกลับจากร้ายให้กลายเป็นดี,ลดเคราะห์,หลีกภัย,ชนะคดีความ,ชนะศัตรูคู่แข่ง,ขับคุณไสยไล่อัปมงคลภูตผีวิญญาณร้ายต่างๆมิให้มาแผ้วพาลใกล้ตัวผู้บูชา ให้บังเกิดแต่โชคลาภโภคทรัพย์ มั่งมีเงินทองไม่ขัดสน ธุรกิจการงานราบรื่นเจริญก้าวหน้าแก้ปีชงดวงชงดวงตก หรือผู้ใดกำลังจะมีโชคมีลาภแต่เหมือนว่ามีอะไรกั้นขวางมาบดมาบังท่านว่าใช้วิชาพระเจ้าหลีกเคราะห์นี่แหละจุดธูปเทียนบูชาตะกรุดจะระเบิดเปิดดวงให้อธิฐานขอสิ่งที่ท่านต้องการอย่าไปขอในสิ่งที่ผิดศีลจะเป็นการช่วยเปิดทางเปิดดวงให้แก่ผู้บูชาให้ดียิ่งขึ้นและค้ำชูหนุนดวงชะตาของผู้บูชามิให้ตกต่ำให้ดวงเราสว่างไสว

    ตะกรุดนี้ท่านเน้นให้ใช้ได้ผลจริงเกิดผลทันทีที่ใช้อธิษฐานใช้ทั้งยังแตกต่างจากหุ่นพยนต์ทั่วไปเพราะเขามีฤทธิ์ตามแรงกรรม มีญาณเทพสังหรณ์ช่วยบอกช่วยเตือนปกป้องคุ้มครองชีวิตของเราโดยเฉพาะได้ดีมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านลงแผ่นตะกั่วจารเต็มคุณวิชาจากนั้นเผายันต์เป่ายันต์ดอกละสีสิบแปดครั้ง ก่อนที่จะนำแผ่นตะกั่วไปแช่ในน้ำว่านพิเศษที่ท่านหุงตามปู่พระอินทร์สั่งด้วยใบตาล,ใบลาน,ใบขนุน,ใบคูณ,ใบพยุง,ใบรัก,ใบจันทร์... จากนั้นจึงม้วนในฤกษ์ยามที่ปู่พระอินทร์ท่านกำหนดให้แล้วจึงนำมาอุดด้านหนึ่งด้วยผงยันต์นิพพานสูตร,ผงยันต์นะร้อยแปด,ผงพรายตานี,ผงพรายตะเคียน,กาฝากรัก,ยม,ขนุน,ผงยาสัก,ผงตะเคียน,ผงว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์,เสน่ห์จันทร์ขาว,เสน่ห์จันทร์แดง,เสน่ห์จันทร์เขียว,เสน่ห์จันทร์หอม,เสน่ห์จันทร์ทอง,ว่านพระฉิม,ว่านพะตะบะ,ว่านพรายแก้ว,ว่านมหานิยม,ว่านแม่ทัพ,ว่านมหาเมฆ,ว่านมหาปราบ,ว่านมรกต,ว่านมหาเสน่ห์,ว่านมหาอุดม,ว่านมหาจักรพรรดิ,ว่านมหากวัก,ว่านรางจืดเถา,ว่านภควัมบดี,ว่านพระยาค่าง,ว่านเฉลิม,ว่านรางเงิน,ว่านรางทอง,ว่านรางนาค,ว่านสิทธิโชค,ว่านแสนนางล้อม,ว่านสามทุ่ง,ว่านปู่โสมเฝ้าทรัพย์,ว่านแสงอาทิตย์,ว่านสบู่เหล็ก,ว่านหอมดำ,ว่านหางเสือ,ว่านพญาหงส์เงิน,ว่านลิ้นกระทิงลาย,ว่านกลิ้งกลางดง,ว่านสบู่เลือด,ว่านท้าวชมพู,ว่านชมพูหนังแห้ง,ว่านมหาลาภ,ว่านมหาโชค,ว่านกวักพระพุทธเจ้าหลวง,ว่านกวักนางพญาใหญ่,ว่านกวักนางพญาเล็ก,ว่านกวักหงสาวดี ว่านกวักนางจันทร์,ว่านกวักโพธิ์เงิน,ว่านกวักทองใบ,ว่านกวักเงินกวักทอง,ว่านทองไหลมา,ว่านเทพรำพึง,ว่านธรรมรักษา,ว่านนางพญาหงษ์ทอง,ว่านนพมาศ,ว่านน้ำเต้าทอง,ว่านปัดตลอด,ว่านปัญจเศวตร,ว่านประกายเพชร,ว่านพญาหัวเสือ,ว่านพญากาเผือก,ว่านเพชรกลับดำ,ว่านเพชรหลีก,ว่านมงคลชัย,ว่านกระทู้เจ็ดแบก,ว่านกำบัง,ว่านกงจักรพระอินทร์,ว่านขมิ้นขาวปัดตลอด....

    วิธีใช้
    ที่ท่านอุดผงเพียงด้านหนึ่งนั้น อีกด้านหนึ่งท่านให้นำกระดาษมาเขียนชื่อสกุลวันเดือนปีเกิดและไคลจากร่างกายของเราม้วนอุดไว้ปรียบเสมือนเป็นพยนต์รูปของเราใช้รับกรรมแทนเรา เวลาเราจะไปไหนก็ดุจเรามี "เงา" คอยตามตัวเพื่อปกป้องคุ้มครองภัยในรูปแบบต่างๆต่างๆ หากมีกรรม,มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับตัวเราเขาจะเป็นผู้ที่รับเคราะห์หรือผลร้ายจากเหตุไม่คาดคิดแทนเราทั้งสิ้นทั้งยังคอยเสริมดวงเสริมบารมีและยังสามารถบอกโชค บอกลาภ แก่ผู้เป็นเจ้าของได้อีกด้วย


    คาถาบูชา
    โอมปลุกมหาปลุก กูจะปลุกพ่อหุ่นด้วยนะมะพะทะ อะหังนุกา ยะธาพุทโมนะ พุทธะมะอะอุ ทุกขัง อนัตตา สัมปะจิตฉามิ สัพพะโรโควินิมุตโต ขอให้เคราะห์กรรมทั้งหลายจงอย่าได้ตามเราทัน จงหมดทุกข์ หมดโศก หมดโรค หมดภัย ขอความเป็นอัปมงคลจัญไรทั้งหลายสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายจงถูกล้างหายไปด้วยพยนต์สำรองธาตุขันธ์ด้วยเทอญ (แล้วจึงอธิษฐานตามปรารถนา)


    ตะกรุดสำรองธาตุขันธ์นี้เป็นของสำคัญมากซึ่งตัวพ่ออาจารย์เองท่านยังใช้อยู่เป็นสิ่งที่ท่านต้องติดกายตนเองประจำ ท่านว่าเป็นวิชาเฉพาะที่ปู่พระอินทร์ตั้งใจจะสงเคราะห์และโปรดเฉพาะลูกหลานในสายของท่าน พูดได้เลยว่าถ้านอกสายหรือไม่ใช่ลูกหลานของท่านจะมีเหตุบังตาหรือความคิดบังใจให้ไม่สนใจในตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียงห้าดอกเท่านั้น

    * ตะกรุดรุ่นนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดห้าดอก หากแต่ท่านใช้เองด้วยจึงมีให้บูชาเฉพาะเพียงสี่ดอก ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วยท่านจะบอกกล่าวปู่พระอินทร์ให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กที่ขาดแคลนปัจจัยไร้โอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดสำรองธาตุขันธ์พระเจ้าหลีกเคราะห์พิฆาตผูกหุ่นทับเงา(ผ่านสะดวก,เริ่มต้นใหม่,ตายแทนตัว) บูชา 4,000 บาท

    69499454-2598054553566078-2472455347655147520-n.jpg 69235151-394655841233742-4478574691182706688-n.jpg
    69643894-669126310272652-8134396569446252544-n.jpg
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา พระองค์อินทร์ผงยาดำกลืนทุกข์เข้าน้ำมันภูติพระเจ้า(หัสนัยน์พันตาท้าวพระยาพันเมีย)

    องค์อินทร์ผงดำ ผงยาดำนี้เป็นผงวิเศษสำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างและเสกเก็บไว้อย่างดีซึ่งครั้งหนึ่งนั้นท่านได้แบ่งนำมาทำเป็นมวลสารอุดหลังเหรียญหล่อปู่พญายมราชอันมีประสบการณ์กันอย่างยิ่งยวด
    - ผงยาดำกลืนทุกข์ ความทุกข์อันได้แก่การใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ติดอยู่ในสภาวะที่บีบคั้น หรือสภาพที่ทนได้ยาก รวมไปถึงความไม่สบายทั้งกายและใจต่างๆก็ดี โดยเฉพาะปกิณณกทุกข์ คือทุกข์ต่างๆที่ฉาบฉวยหมุนเวียนเข้ามาไม่ว่างเว้น ทั้งความเสื่อมนานาชนิดไม่ว่าจะเสื่อมลาภ เสื่อมยศ...บรรดามี ด้วยพ่ออาจารย์ท่านเห็นเป็นสำคัญว่าคนนั้นหนีไม่พ้นจากทุกข์ฉาบฉวยทั้งหลาย เมื่อท่านสร้างพระองค์อินทร์ ท่านจึงนำผงยาดำกลืนทุกข์นั้นมาใช้เป็นมวลสารกดพระ ท่านว่าเวลาห้อยบูชาผงนี้จะเปล่งรัศมีของเขาคลุมทั่วร่างกายคนใช้เอาไว้ ความทุกข์ใดๆก็ดีเขาจะกลืนกินและรับไว้หมด สังเกตง่ายๆหลังจากห้อยบูชา อย่างน้อยความทุกข์ทางใจจะค่อยๆหายไปอย่างน่าฉงน จะรู้สึกคิดบวก มีกำลังใจ รู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาด ด้วยผงยาดำนี้มันจะกลืนกินความทุกข์ทั้งหลายไม่ว่าจะทุกข์ฉาบฉวยหรือทุกข์ที่เกิดจากสภาวะสังขารให้เรามีอารมณ์เบิกบานตลอดเวลา พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่มีทุกข์ ไม่มีโรค ความโศกหาย ภัยร้ายไม่เกิดขึ้น ชีวิตย่อมมีความสุขสมควรแก่อัตภาพนั่นเอง


    น้ำมันเสน่หาภูติพระเจ้า
    เป็นระยะเวลานานที่พ่ออาจารย์ท่านได้คร่ำครวญเเละพิจารณาเห็นอะไรบางสิ่งบางอย่าง ท่านได้เเต่เฝ้ารอข่าวของการมาถึงในวัตถุอาภรรพ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือน้ำมัน
    น้ำมันนี้ฟังดูอาจจะเล็กน้อย แต่กล่าวได้เลยว่าศาสตร์ของการสร้างน้ำมันนี้เป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนเเละลึกซึ้งที่สุด เมื่อผู้ใดได้บูชาน้ำมันที่สร้างมาตามสูตรโบราณกาลอย่างถูกต้อง จะเห็นผลได้หลากหลายมากที่สุด ซึ่งศาสตร์น้ำมันนี้ก็มีทั้งทางเสน่ห์ เมตตา ชาตรี โชคลาภต่างๆกันไป
    ยกตัวอย่างทางด้านมหาเสน่ห์ก็เช่นน้ำมันพราย ที่ป้ายใครหรือผสมให้ใครกินเเล้วจะซึมเข้าไปในเนื้อในกระดูกผู้นั้นทีเดียว นี่คือความแรงของศาสตร์น้ำมันที่เหนือกว่าเเละเลอเลิศกว่าพร้อมกับใช้งานได้ง่ายกว่าพระเครื่องหรือสีผึ้งธรรมดาทั่่วไปหลายเท่านัก
    กล่าวถึงน้ำมันที่พ่ออาจารย์รอคอยการปรากฏขึ้นนี้ จะเรียกว่าหายสาปสูญไปจากโลกเเล้วก็เป็นได้ เพราะโดนฝังไว้ฝากไว้กับเเม่พระธรณีเป็นเวลาถึง 3 ชั่วอายุคน
    น้ำมันดังกล่าวนี้ เกิดจากผู้สืบทอดอันได้เก็บไว้พิจารณาดีเเล้วเห็นถึงคุณเเละโทษอย่างชัดเจนจึงนำมามอบให้กับพ่ออาจารย์
    น้ำมันนี้เกิดขึ้นก่อนพ.ศ. 2500 นับถอยหลังไป 3 ชั่วอายุคน จะทราบว่าก่อนยุคกึ่งพุทธกาลนั้นเรื่องอาคม อิทธิฤทธิ์ของพวกนี้เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนมากเพราะยังไม่ถึงเวลาเสื่อมถอยตามพุทธบัญญัติ ในช่วงเวลานั้นได้เกิดศาสตร์ประเภทน้ำมันนี้ขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าศาสตร์น้ำมันนั้นมีมายาวนานเเล้ว
    พ่ออาจารย์ท่านอนุญาติให้เล่าเเละเปิดเผยได้บางส่วนคร่าวๆเท่านั้น จึงจะสรุปให้ฟังว่าน้ำมันนี้หุงขึ้นโดยครูหมอทั้ง 4 สาย ซึ่งทั้ง 4 ท่านนี้เเต่ละท่านต่างก็ร่ำเรียนพระเวทย์ฝึกหัดวิทยาคมมาจนเชี่ยวชาญ ครูหมอทั้ง 4 ท่านนี้เป็นฆราวาสเหมือนๆกันเเต่ที่เเน่ๆเลยก็คือเก่งชนิดหาตัวจับยากเเละไม่ยุ่งหรือสุงสิงกับโลกภายนอกเสียเท่าไหร่
    เมื่อถึงเวลาที่สหธรรมิกทั้ง 4 ท่านนี้ได้พบกันเเลกเปลี่ยนความรู้ จึงตัดสินใจที่จะหุงน้ำมันมหาเสน่ห์ชนิดหนึ่งขึ้นมา โดยใช้สรรพศาสตร์บ้านเกิดของตนเองตามที่ได้ร่ำเรียนมา นำมาผสมรวมกันทั้ง 4 ศาสตร์ ซึ่งเเต่ละศาสตร์เเต่ละสายนั้นจะต้องใช้มวลสารเเละวัตถุอาถรรพ์ที่เเตกต่างกันไป
    ศาสตร์ทั้ง 4 สายของครูหมอทั้ง 4 ท่านนั้น เเบ่งเป็นศาสตร์ต่างๆ ดังนี้
    1. แขก
    2. อิสลาม
    3. พม่า
    4. มอญ
    ซึ่งหากใครเคยรับรู้เเละเล่นของทางเสน่ห์จะทราบว่า ศาสตร์เเห่งมหาเสน่ห์ที่ยอดเเล้วได้เเก่น้ำมันพรายนั้น จะดูเป็นหิ่งห้อยด้อยเเสงไร้คุณค่าไม่มีราคาไปเลยเมื่อมาเทียบอานุภาพกับเสน่ห์สายอิสลาม และเสน่ห์สายแขกพราหมณ์ฮินดู ถึงขนาดที่กล่าวได้ว่าหากเจอเสน่ห์ที่ทำขึ้นจากผู้รู้ศาสตร์วิชาและทำได้จริงจากสองชาตินี้เเล้วไม่ต้องไปหาหมอแก้ที่ไหน นอนรอวันตายได้เลยถึงจะหาย
    เมื่อครูหมอทั้ง 4 ท่านได้ประชุมกันหุงน้ำมันจากของอาถรรพ์ทั้งหลายเเละเสกรวมกันเสร็จเเล้ว ก็ได้นำน้ำมันนี้ เเจกจ่ายให้กับผู้เคารพนับถือ ซึ่งเเรกๆผลของมันก็คือ เป็นภัยคุกคามกับสตรีเพศอย่างเห็นได้ชัด ศิษย์ที่เป็นปุถุชนคนธรรมดาไม่เคยมีภรรยาก็กลับมีเมียอยู่ร่วมกันภายในบ้านหลายคน ที่หนักหน่อยคือเอาดีทางพระศาสนาเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าเมื่อได้นำมันไปกลับมีสีกามาติดให้สึกหาลาเพศ
    เมื่อท่านทั้ง 4 พิจารณาเห็นถึงคุณเเละโทษของน้ำมันนั้นเเล้ว จึงได้ร่วมใจกันฝังน้ำมันนี้ฝากไว้กับพระเเม่ธรณีจวบจนกาลเวลาได้ผ่านไป มาถึงยุคหลานของท่านซึ่งเป็นครูโนราห์ได้นำน้ำมันนี้ขึ้นมา ทำให้เป็นที่เเปลกใจแก่ลูกหลานเเละเพื่อนบ้านในระเเวกนั้นว่าทำไมตาแก่ธรรมดาที่ไม่เคยมีอะไร อยู่ดีๆถึงมีสาวอายุ16-17 มาอยู่ด้วยเต็มบ้าน เเละเด็กสาวเหล่านั้นก็หาได้เป็นลูกสาวหลานสาวด้วยเเต่เป็นเมียท่านทั้งหมดตกกว่า 20 คน
    ครูโนราห์ท่านนี้ได้ลองนำน้ำมันนี้ให้ผู้อื่นลองใช้บ้าง ก็ปรากฏผลเช่นเดียวกับบรมครูทั้ง 4 ในอดีตที่ทดลองกัน เขาเอาไปป้ายไปทาผู้หญิงในสถานที่ท่องเที่ยวพอหมดก็จะมาขอใหม่ เรียกได้ว่าคนหน้าตาอัปลักษณ์ได้เมียระดับนางงามเต็มบ้าน ใช้จนไม่รู้จักพอครูท่านจึงเลิกให้น้ำมันเเก่บุคคลผู้นี้ ปรากฏว่าต่อมาคนผู้นี้ก็มีปัญหาในบ้านอันเนื่องมาจากภรรยาทั้งหลายไม่ลงรอยกันเเละตายเพราะภรรยาในที่สุด ท่านจึงลองนำน้ำมันให้พระภิกษุพกดู โดยการเลี่ยมใส่หลอด ปรากฏว่าไม่เป็นอันได้จำวัตรสวดมนต์ยังไม่ครบพรรษาก็มีสาวเล็กสาวใหญ่ตามเข้าออกในกุฏิตลอดเวลาจนได้สึกหาลาเพศในที่สุด
    น้ำมันนี้ครูโนราห์ท่านนี้ซึ่งเป็นผู้สืบทอดทางสายเลือดของครูหมอทั้ง 4 ในส่วนของครูอิสลามได้พิจารณาคุณเเละโทษเเล้วจึงตัดสินใจมอบให้กับพ่ออาจารย์พลพร้อมทั้งบอกคาถากำกับการใช้น้ำมันให้อย่างละเอียด
    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านได้รับน้ำมันมาเเล้ว ท่านพิจารณาเห็นว่าน้ำมันนี้จะเป็นคุณหนักหนาเเก่ผู้มุ่งหวังความเจริญทางโลกียะ หากใฝ่ไปทางโลกุตระก็เลิกคุยกันได้เลย ท่านกล่าวว่าผู้ที่จะบูชาน้ำมันนี้จากท่านไปจะต้องเป็นคนดี มีสติ รู้จักพอ ไม่มักมากทางกามคุณจนเกินงาม เอาว่าสำรวจจิตใจตัวเองว่าดีเเล้วก็มาบูชา
    ซึ่งวิชาน้ำมันนี้จะอยู่สูงกว่าเเละเเตกต่างจากน้ำมันพรายอย่างเทียบไม่ติด พ่ออาจารย์ท่านว่าเหนือกว่าน้ำมันพราย น้ำมันภูติ น้ำมันมหาภูติมากนัก และเนื่องจากน้ำมันนี้ไม่มีชื่อเรียกมาเเต่ต้น ท่านจึงเรียกน้ำมันตัวนี้ว่าน้ำมันเสน่หาภูติพระเจ้า
    ท่านว่าน้ำมันเสน่หาภูติพระเจ้านี้เป็นน้ำมันที่แปลก คือมีตัวรู้เเละสนองตอบแบบรวดเร็วรุนแรงตามใจผู้ใช้ หากพกไว้กับเนื้อกับตัวจะซึมซาบกลิ่นอายทำให้ผู้ใช้มีสง่าราศีดูหน้าใสขึ้นมีเลือดฝาดมากขึ้น ไม่ใช่น้ำมันฝ่ายต่ำ เเต่สรรพคุณนั้นกลับรุนเเรงยิ่งกว่า ที่สำคัญคือมีครูวิชาทั้ง 4 สายที่เป็นครูเเละสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนเจ้าของน้ำมันทั้ง 4 ท่าน ให้การอุปการะเกื้อกูลเเก่ผู้ถือครองอยู่
    ซึ่งทานได้พิจารณาเเล้วเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการนำไปใช้ไปป้ายไปผสมน้ำให้ใครกิน ท่านจึงจะผสมลงไปในเนื้อพระเพื่อสร้างวัตถุมงคลโดยใช้น้ำมันนี้หนักๆเลยเพื่อสงเคราะห์ศิษย์ที่เเสวงหาของเสน่ห์ที่มีผลรุนเเรงเเต่โบราณกาล จะไม่ใส่หลอดให้เอาไปใช้กันเล่นๆ เพื่อผลดีเเก่ตัวท่านเอง
    * น้ำมันนี้พ่ออาจารย์ท่านไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปใดๆทั้งสิ้น เพียงเเต่ให้บอกกล่าวให้รู้เฉยๆ เพื่อไม่ให้เสียเเรงครู ของครูหมอทั้ง 4 ที่ตั้งใจจะปกปิดวิชาเหล่านี้ถึงขนาดฝังดินกลบไว้นั่นเอง เมื่อนำมาสร้างพระจึงถือเป็นการเปิดตัวของเเรงในสายน้ำมันที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของที่สุด หากเทียบกับน้ำมันพรายเป็นหิ่งห้อยเเล้ว น้ำมันภูติพระเจ้าก็คือแสงอาทิตย์ดีๆนี่เอง


    แต่เดิมนั้นเคยมีการขอร้องส่วนตัวเข้ามาหลายครั้ง ให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างองค์อมรินทร์หรือพระอินทร์ให้บูชาในกรณีที่ผู้ประสงค์ขอบูชาอยากได้ไว้เป็นของดีประจำตัวของตน ถึงกระนั้นก็ได้รับการปฏิเสธจากท่านมาโดยตลอด โดยท่านให้เหตุผลว่ายังไม่ได้ขอไม่ได้คุยจะไปสร้างรูปท่านได้อย่างไร พ่ออาจารย์ท่านรู้ดีว่าการสร้างพระอินทร์นั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆในคติความเชื่อทางฝ่ายพุทธพระอินทร์คือประมุขแห่งเทวสภาซึ่งเป็นศูนย์รวมของสวรรค์ในทุกๆชั้นและยังเป็นราชาเเห่งทวยเทพในพิภพดาวดึงษ์ซึ่งมีความรื่นรมณ์สมบูรณ์สูงสุด พ่ออาจารย์ท่านมักจะเรียกติดปากเวลาอัญเชิญหรือกล่าวถึงว่าพระองค์อินทร์ เป็นมหาเทพผู้ครอบครองวชิราวุธ(สายฟ้า)หนึ่งในศาสตราวุธเทวโลกที่ทรงอานุภาพสูงสุด

    เมื่อท่านได้น้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้ามาไว้ในครอบครอง ท่านก็มีดำริจะนำน้ำมันนั้นมาผสมผงเสน่ห์ทำพระให้คนได้ไว้บูชา เเต่เนื่องจากบูรพาจารย์ทั้ง 4 ที่ได้สรรค์สร้างน้ำมันขึ้นมานั้น ล้วนเป็นคนต่างชาติต่างภาษามีทั้งพุทธ พราหมณ์ อิสลาม การจะทำเเละอัญเชิญครูทั้ง 4 ลงมาช่วยประสิทธิ์ประสาทนั้นจึงเป็นการยากกว่าทุกครั้งเพราะไม่สามารถทำไว้ในรูปเคารพของพระพุทธเจ้าได้ พ่ออาจารย์ท่านจึงเข้ากรรมตรวจสอบและได้สอบถามจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของครูทั้งสี่ท่าน ว่าสมควรจะทำรูปอะไรดี ท่านได้ข้อสรุปว่าให้ทำรูปเคารพซึ่งเปรียบเสมือนรูปเเทนครูบาอาจารย์ไม่ใช่รูปพระ เมื่อผสมน้ำมันไปในเนื้อจะสามารถแสดงอานุภาพได้เต็มที่มากกว่าไม่ลดทอนกำลังกันและกัน

    ท่านจึงเริ่มลงมือแกะสลักเเม่พิมพ์ โดยความตั้งใจของท่านจะทำให้เป็นยอดเครื่องมงคลด้านเสน่ห์จึงทำเป็นมงคลลักษณะห้าเหลี่ยมคล้ายพระขุนแผน เเต่ตรงซุ้มนั้นท่านแกะเป็นลายเถาวัลย์หลง ท่านบอกว่าเรียกว่าซุ้มเขาหลง คนที่บูชาไปแค่ใครมองเห็นเขาก็หลงเเล้ว หลังจากนั้นจึงแกะรูปเทพบุตรนั่งประทานพรไว้เป็นประธาน ประดิษฐานอยู่กลางซุ้ม แต่ก็ไม่ได้หมายใจลงไปว่าจะเชิญเทพพระองค์ใดลงมา เพราะตั้งใจจะให้เป็นศูนย์รวมตัวแทนครูบาอาจารย์ หลังจากนั้นท่านจึงนั่งอธิษฐานจิตเสกบล๊อกของท่านไปแล้วจึงทำวัตรสวดมนต์ปกติ ท่านได้มีนิมิตรถึงพลังงานแห่งดวงจิตหนึ่งที่สื่อสารกับท่านเข้ามา ทีแรกท่านว่าได้ยินเพียงเสียง พอสอบถามและรู้ความเเล้วจึงทราบว่าเป็นทิพย์ญาณขององค์อมรินทร์ ซึ่งท่านได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังติดๆกันสองวัน พูดซ้ำไปซ้ำมา ว่าพระอินทร์ท่านมีดำริมาแบบนี้

    องค์อมรินทร์ นั่งเสกจะทำพระอะไรอีก

    พ่ออาจารย์ ก็กราบเรียนไปถึงความตั้งใจที่จะทำพระเนื้อผงผสมน้ำมันนั้น

    องค์อมรินทร์ ท่านเสกแบบนี้ พระองค์นี้ถ้าทำสำเร็จแล้ว คนนำไปใช้จะมีแต่ความวุ่นวาย

    พ่ออาจารย์ วุ่นวายอย่างไร

    องค์อมรินทร์ วุ่นวายเพราะโลกีย์วิสัยเเละกามคุณทั้ง5 คนที่เขาได้ไปจะพบจะเจอเรื่องราวเช่นนี้ ตรัสจบท่านก็มีนิมิตรให้พ่ออาจารย์เห็น ว่าคนนำไปใช้จะได้ลาภเกี่ยวกับคู่ครองเเละสัตว์สองเท้า แต่ว่าคนเหล่านั้นจะไม่หยุดเเละไม่พึงใจที่จะหยุดเฉพาะคู่ครองที่ได้มา แต่เขาจะปรารถนาในสตรีที่มีสังคมสูงขึ้นเเละสูงขึ้นไปอีก

    พ่ออาจารย์ ท่านจึงมีดำริว่าเราก็คิดจะให้เป็นเสน่ห์สูงสุดอยู่เเล้ว ต้องการจะให้คนใช้ได้คู่ครองที่ดีเเละสูงส่งกว่าตนเอง ในเมื่อท่านลงมาเเล้วก็แปลว่ามีบุพกรรมร่วมกัน ผมจะขอให้ท่านช่วยผม ผมลังเลว่าจะเชิญเทพองค์ใดมาประดิษฐานแต่เเรก เมื่อท่านมาก็อยากจะขอใช้ให้เป็นรูปท่านไปเสียเลย มาช่วยกันทำกับผมถือว่าสร้างบารมีในโลกมนุษย์นี้อีกโสตหนึ่ง

    องค์อมรินทร์ ท่านจึงรับปากเเละตรัสตอบเอาไว้ว่า ไม่ใช่เพียงแต่จะทำให้เรื่องเสน่ห์เท่านั้นแต่เราจะช่วยลงในทุกๆด้าน


    พ่ออาจารย์ท่านมีความปิติดีใจมาก หลังจากนั้นท่านจึงลบผงเสน่ห์ทั้งปวงขึ้นมาเพิ่ม โดยนำผงช้างประสมโขลงมาเข้ากับน้ำมันช้างย้อยหรือน้ำมันช้างตกมันที่ส่วยเรียกกันว่า(กัวเผาะ) ที่ถือได้ว่าเป็นของเสน่ห์ที่มีอานุภาพรุนเเรงกว่าน้ำมันพราย หลังจากนั้นท่านจึงนำผงเสน่ห์ที่เตรียมไว้ผสมกับว่านเสน่ห์ที่ท่านตากแห้งไว้ดีเเล้ว และนำน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้าลงไปประสมด้วย ในส่วนของการทำมวลสารนั้นท่านผสมเป็นถ้วยองค์ต่อองค์เลย โดยใช้ผงล้วนๆว่านล้วนๆและน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้าที่ผสมลงไปต่อพระหนึ่งองค์นั้นก็เป็นปริมาณหนึ่งหลอด โดยที่กลิ่นของน้ำมันช้างย้อย(กัวเผาะ)ซึ่งเหม็นสาบรุนเเรงเมื่อรวมกับน้ำมันเสน่ห์ภูติพระเจ้าเสร็จเเล้วจะกลายเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ เนื่องจากเป็นพระเนื้อมวลสารล้วนๆอ่อนตัวประสาน พระจึงอ่อนเเละเเตกหักได้ง่าย เพราะพ่ออาจารย์ไม่ได้ทำแบบผงน้ำมันตามที่พระเกจิทั้งหลายได้สร้าง แต่กลับนำผงมานวดกับน้ำมันเลย พอแห้งก็เติมอีกนวดจนหมาดพอที่จะผสมกดเครื่องมงคลได้แบนั้น

    องค์อินทร์ผงดำที่เข้ากับน้ำมันภูติพระเจ้านั้นเป็นพระกดลองพิมพ์หรือกดนำฤกษ์ ด้วยผงยาแลน้ำมันวิเศษจึงมีส่งผลสูงในทางมายาคติไม่ว่าจะมนุษย์สัตว์หรือแม้เเต่เทวดาในอากาศธาตุเเละมิติอื่นๆก็มีผลโดยตรง พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าเมื่อเกินคำว่าเสน่ห์เเล้วตัวท่านเองเลยไม่อยากทำ ###ท่านตั้งใจจะเก็บพระชุดนี้เอาไว้พลีตำเป็นมวลสารทำอย่างอื่นเพราะเห็นว่าเป็นของเก่าและมีคุณแรงมาก แต่พระองค์อินทร์ท่านบอกให้พ่ออาจารย์ทำไปเถิดท่านจะคุมเอาไว้ให้เอง จะดลบันดาลให้คนที่ดีที่สมควรจะได้ไว้บูชามาประสบพบเจอ คนที่มีใจคิดชั่วมีดำริไปในทางลามกวิตถารจะไม่มีวันได้เห็นเเม้เเต่เศษเงาของพระองค์นี้ พ่ออาจารย์ท่านจึงตัดสินใจเสกเก็บไว้และเชิญองค์อินทร์มาทำวิชาเรื่อยๆก่อนออกให้บูชา

    ด้านหน้าเครื่องมงคลนั้นท่านโรยผงแร่เทวาประสิทธิ์เอาไว้ ท่านว่าเอาแรงครูและนามอันเป็นมงคลมาใช้ ต่อไปตกถึงมือผู้ใดเทวดาจะได้เข้าช่วยองค์อินทร์จะได้รักษาประสิทธิ์ประสาทให้สมดั่งความคิดความตั้งใจทุกเรื่อง หลังจากนั้นท่านจึงเชิญครูเเละเชิญพระอินทร์ลงมาสถิตย์ในเทวรูปที่สร้างขึ้นนี้ พร้อมกับอาราธนาว่าเอาให้เเรงให้เหมือนกับพระองค์ที่เสวยทิพย์สมบัติอยู่ในสวรรค์ สมบัติทิพย์ของพระองค์นั้นมีมากมายเกินกว่าเจ้าพระยาจักรพรรดิราชทุกยุคทุกสมัยอย่างไรผมขอให้ท่านลงแบบนั้น เรื่องเสน่ห์นี่หายห่วงเพราะมันเกินคำว่าเสน่ห์ไปแล้ว เมื่อเสร็จวาระเเล้วท่านจึงนำมานั่งปรกต่อโดยเชิญครูเจ้าของวิชาน้ำมันทั้ง 4 มาร่วมด้วยช่วยกัน ทำทีละองค์ เสกกันแบบนี้ด้วยความตั้งใจล้วนๆ เนื้อพระจะเห็นผงเห็นคราบว่านเนื้อว่าน คราบน้ำมัน ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์เเบบโบราณที่หาได้ยากขึ้นในปัจจุบัน

    พระผงนี้เมื่อทำเสร็จพ่ออาจารย์ท่านได้นำมาทดสอบพลังก็เป็นที่พอใจของตัวท่านเอง ท่านพูดทั้งวันว่านี่สุดๆแล้วจริงๆ มีนิมิตรตอนเสกเข้ามาตลอดเป็นมนุษย์เเละเทวดาเสพสังวาสกันไม่ขาด พ้นรุ่นนี้ไปคงจะทำพระที่มีแรงครูสูงแบบนี้ไม่ได้อีก ดูเบลอๆไม่สวยแต่คุณภาพนั้น แค่เศษธุลีผง ก็อย่าให้กระเด็นเชียว ใครเดินข้ามเขาจะหลงหัวปักหัวปำต้องเลี่ยมดีๆ(ท่านว่าลองว่าเมตตาเหลือล้ำแล้วก็เอาไปแปลงใช้ได้ทุกเรื่องในชีวิต ขึ้นอยู่กับเจตนาคนใช้ถ้าตัวเองมีเจตนาดีชีวิตออกมาก็เจอแต่เรื่องดีๆ คิดอะไรทำอะไรก็ได้อย่างนั้น) พ่ออาจารย์ท่านตั้งชื่อให้พระผงรุ่นนี้ว่า หัสนัยน์พันตาท้าวพระยาพันเมีย ท่านว่าพระอินทร์มีตาตั้งพันจะได้คอยสอดส่องช่วยเหลือเราได้ตลอดเวลา หลับตาหนึ่งอีกตาหนึ่งก็ลืมอยู่แบบนั้น คิดจะเอาไปใช้เเล้วก็รับให้ได้เเล้วกัน ถ้าครองตัวครองใจตนเองให้ดี ก็จะไม่เกิดความวุ่นวายใดๆตามมา

    คาถาบูชา
    สหัสสเนตรโต เทวินโท ทิพจักขุง วิโสธายิ อิกะวิติ พุทธะสังมิ โลกะวิทู(เอาไว้อาราธนาองค์พระ)


    *** องค์อินทร์ผงดำนั้นเป็นพระยุคแรกเก่าเก็บของพ่ออาจารย์ซึ่งท่านสร้างไว้ไม่มาก ท่านเห็นว่ามีคนถามหาปู่พระอินทร์กันมาเยอะท่านจึงอนุเคราะห์นำของเก่าที่ท่านทำไว้ดีแล้วมาออกให้บูชา ท่านว่านี่แหละท่านลงมาทำให้เต็มบารมีเลยรุ่นนี้ แล้วก็ทำก็เสกมานานแล้ว รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระองค์อินทร์ผงยาดำกลืนทุกข์เข้าน้ำมันภูติพระเจ้า(หัสนัยน์พันตาท้าวพระยาพันเมีย) บูชา 900 บาท
    70142916-230615371198794-5269297218556264448-n.jpg
    70455992-1095243593998530-4901924820070957056-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงของขวัญสำเร็จทันใจ(ครูพระสีวลีผงทิพย์ปทุมเกสร,ข้าวก้นบาตรพระพุทธกัสสปะ)

    " มีพระลองพิมพ์อยู่ชุดหนึ่ง ที่ฉันทำให้สำเร็จได้โดยธาตุข้าวก้นบาตรของพระกัสสปะพุทธเจ้าแลของทิพย์ "..... " พระคุณเจ้าสีวลีนั้นท่านย้ำมาเองเลย ท่านกำกับไว้เลยว่าตะกรุดชุดนี้เมื่อนำมากดทำพระแล้วขอให้พ่ออาจารย์ยกถวายท่านเสกไว้อย่างน้อยต้องสองปีขึ้นไป จะไวจะช้ากว่านั้นท่านไม่ยอมเราเลย "

    ด้วยรูปเคารพสำคัญอยู่สิ่งหนึ่งที่พ่ออาจารย์ท่านไม่เคยสร้างเลย เเละผมก็ตอบปฏิเสธผู้ที่มาขอเมตตาให้ท่านทำให้หลายครั้ง นั่นก็คือพระสีวลีพ่ออาจารย์ท่านเคยกล่าวว่าวิชาพระสีวลีนั้น ไม่ใช่ดีเเต่เพียงเรื่องโชคลาภ โภคทรัพย์เงินทองอย่างเดียว เเต่วิชาพระสีวลีที่ท่านเรียนมา หัวใจของพระสีวลีจริงๆนั้น ผู้ที่ใช้เขาจะพบกับคำว่าสบายในสิ่งที่เขาทำ เเละที่มากไปกว่านั้นมันเป็นเมตตามหานิยม เเละก็เป็นเสน่ห์ด้วย ครูเราสอนมาเช่นนี้จริงๆ เพราะตั้งเเต่ก่อนสมัยครูเราท่านก็ทำสีผึ้งพระสีวลีไว้ แต่ไม่ได้ทำไว้หาเงินหรือเสี่ยงโชค ท่านทำไว้ป้ายผู้หญิง ป้ายที่ไหนได้ที่นั่น เพราะท่านถือว่าพระสีวลีนี้คือบุคคลพิเศษ ในรอบหลายพันปีจะมีผู้ที่มีบารมีเต็มมาเกิดเเบบพระสีวลีนี้ยากนัก พระสีวลีนี้เป็นที่รักใคร่ชอบพอของคนทั้งโลกเเม้ว่ามนุษย์หรืออมนุษย์ทุกภพภูมิ ทั้งยังเป็นผู้มีปัญญาเปรื่องปราดฉลาดเฉลียว เเละเหนือกว่านั้นหากพระเป็นเจ้าสีวลีท่านได้ให้พรแก่ผู้ใดแล้ว คำพรนั้นหนักแน่นหนักหนาเหมือนเหล็กเพชรลิขิตแผ่นผา ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นและเป็นไปได้ถ้วนทุกประการ

    พ่ออาจารย์ท่านว่านางกวักเป็นอย่างไร นั่นก็ที่มีฤทธิ์วิเศษได้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพรของพระสีวลี เรื่องพรของพระสีวลีนี้ผมเคยเจอมากับตัวเเล้ว เอาไว้ค่อยเล่าเเล้วกันมันยาวมากๆ หลังจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านก็ได้รับผงวิเศษและของอาถรรพ์ต่างๆมาสะสมไว้มากมาย แต่ท่านก็ยังไม่มีดำริจะทำพระสีวลีซักที จนกระทั่งท่านได้รับนิมิตรหนึ่งซึ่งเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง ท่านว่าท่านได้เดินไปท่ามกลางพระภิกษุที่กำลังนั่งพิจารณาบาตรกันอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่ละท่านก็ล้วนแต่เป็นครูบาอาจารย์ที่ท่านคุ้นหน้า ยกเว้นองค์ประธานที่นั่งอยู่หน้าสุด อันนี้ต้องบอกก่อนว่า ตอนท่านนิมิตรนี้ท่านเห็นตัวท่านเองห่มจีวรเเบบพระ และก็มีอาสนะด้านท้ายสุดเว้นว่างไว้ไม่มีผู้ใดนั่ง พ่ออาจารย์ท่านก็เลยตรงมากราบนมัสการท่านก่อน ท่านว่าถึงตรงนี้ท่านสื่อสารกับเราทางจิต เราไม่เห็นปากท่านขยับเลยเเต่เรารู้ว่าท่านพูดเเละบอกอะไร ซึ่งในการสนทนานั้นทำให้พ่ออาจารย์ท่านรู้ว่าพระภิกษุองค์ประธานนั้นคือพระคุณเจ้าสีวลีเถระ ท่านได้มีดำริกับพ่ออาจารย์ว่า เมื่อไหร่คุณจะกลับไปนั่งในที่ของคุณซักที ที่ตรงนั้นที่ว่างอยู่ยังรอคุณอยู่ตลอดนะ (ผมก็มานั่งคิดนะ ดีไม่ดีปลายปีนี้พ่ออาจารย์ท่านคงอาจจะได้บวชให้ครูบาอาจารย์อีกซักหนก็ได้) หลังจากนั้นท่านก็สนทนากันหลายเรื่อง สุดท้าย องค์พระสีวลีท่านจับมือของพ่ออาจารย์ขึ้นมากุมไว้ เเละก็ใช้นิ้วเขียนอะไรบางอย่างไว้กับมือท่าน

    พ่ออาจารย์ท่านว่านิมิตรนี้ถือเป็นมหามงคล เพราะเราได้เห็นรูปลักษณ์ของพระคุณเจ้าท่านอย่างใกล้ชิด เวลาเชิญเวลาจะทำอะไรทีนี้ก็ไม่ยากแล้วเพราะมีความผูกพันธ์ปรากฏในความจำได้หมายรู้ในสัญญาของเราเเล้ว เราเองก็ปรารถนาจะทำรูปพระสีวลีที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างการทำมาเหมือนกัน เราเชื่อว่าที่ท่านจับมือเรานั้นมันเป็นความรู้สึกที่ตื้นตันอยู่บ้าง เราก็จะใช้มือคู่นี้ทำรูปเคารพของท่านให้คนที่เรารักทั้งหลายเอาไปบูชา เมื่อมีความคิดเช่นนั้นท่านจึงมาเเกะเเม่พิมพ์ โดยท่านได้กล่าวว่าพระพิมพ์นี้มีให้เอาไว้ใช้นะเน้นการใช้งานสร้างเนื้อสร้างตัว ทุกอย่างในนี้ท่านว่าท่านเสกเเยกเอาไว้ทั้งหมด ท่านเเกะเเม่พิมพ์เป็นพระสีวลีทรงบาตร นั่งอยู่ในกลด มีน้ำเต้าอยู่ 2 ข้างซ้ายขวา ท่านว่าสิ่งต่างๆนั้นมีความหมายเเละพลานุภาพเเตกต่างกันไป
    - กลด กลดนี้ก็เหมือนที่อยู่ของคน กลดของพระวิปัสสนาจารย์ ก็เหมือนมหาประสาทราชวังของพวกเรา ด้วยกลดนี้จะใช้ป้องกันได้ทุกสิ่งเหมือนฉันกางกำเเพงเเก้วไว้ทั้ง 7 ชั้น ไม่มีสิ่งไม่ดีอะไรจะหลุดรอดเข้ามาทำอันตรายเธอได้ ใครไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่อาศัย เขาก็จะได้โดยบุพกรรมของเขา เพราะในตัวเขามีสื่ออยู่เเล้ว พระเถระท่านอาศัยอยู่ในกลด พึงใจอยู่ในกลดเสียยิ่งกว่าอยู่ประสาทราชวังหรือทิพย์วิมานเทวดาในชั้นฟ้าของเทพองค์ไหน เพราะกลดนี้คือที่อยู่อาศัยอันสำราญอิริยาบท ต่อไปคนที่เขาบูชาเขาก็จะมีพร้อมในที่อยู่อาศัยและจตุปัจจัยทั้ง4เช่นกัน
    - บาตร บาตรนี้คือขุมทรัพย์ ทุกสิ่งที่ปรารถนาล้วนสำเร็จได้มาเเต่บาตรนี้ เพราะเราเดินมนต์พระสีวลีอธิษฐานบาตร นี่คือบาตรของพระสีวลี ไม่มีอะไรเลยในโลกที่เป็นไปไม่ได้ เเม้เป็นไปไม่ได้เทวดาเขาก็จะหามาให้ เมื่อพระสีวลีเปิดบาตรคนทั้งหลายไม่ว่าจะยากลำบากหรือต้องดิ้นรนซักเพียงใดเขาก็ปรารถนาจะใส่บาตรกับท่าน ที่เราลงพระสีวลีอธิษฐานบาตรไปให้ เพื่อให้โชคลาภให้สิ่งที่เธอต้องการ มันวิ่งมาหาเธอเองเเบบง่ายดาย เธอจะได้ไม่ลำบากตะเกียกตะกายวิ่งไปหาพวกมัน มนต์นี้สำคัญนะ เเม้มีปัญหาอุปสรรคอะไรขัดขวางมันก็จะมาหาเธอจนได้ หยุดไว้ไม่ได้เลย เวลาอยากได้อะไรก็ให้เอาหน้าผากของตนจรดที่บาตรนี้แล้วอธิษฐานขอกับพระผู้เป็นเจ้านามว่าพระสีวลีเถิด
    - น้ำเต้า พ่ออาจารย์ท่านลงน้ำเต้าไว้ซ้ายขวา ซึ่งเเต่เเรกเราเห็นเรายังเผลอคิดไปว่าถ้าไม่มีน้ำเต้าคงจะสวยงามมากกว่านี้ ท่านว่าไม่มีไม่ได้ น้ำเต้านี้เราประจุพระมนต์มหาสูบเอาไว้ให้มีพุทธคุณดูดกลืนได้ทุกสิ่ง เหมือนกับหลุมดำที่ดูดไม่มีวันเต็มไม่มีวันอิ่มเเบบนั้น จะได้สูบเอาดูดเอาสิ่งดีงามเข้ามาสู่ชีวิตของตนเอง อันนี้ใช้สูบเอาพลังงานก็ได้นะ เวลาไปสถานที่ธรรมชาติดีๆทั้งหลายเช่นทะเลภูเขาต่างๆ อธิษฐานบอกกล่าวให้เขาสูบเอาพลังงานธรรมชาติก็ได้ และวางทิ้งไว้ซักครู่หนึ่งประมาณ 5 นาที แล้วก็นำกลับมา นี่ไงเราถึงเรียกว่าเเรงเเละเห็นผลไว เพราะเธออธิษฐานอะไรกับบาตรพระสีวลีไป มันจะทำงานพร้อมกับน้ำเต้าที่ลงมหาสูบเอาไว้ น้ำเต้าก็จะสูบสิ่งที่ต้องการเเละปรารถนาเข้ามาในขณะที่บาตรนั้นก็เปิดรองรับอยู่เเล้ว นี่เป็นเคล็ดวิชา ไอ้ที่ไม่ได้ไม่สำเร็จไม่มีทั้งหลายนี่ถือว่าแก้เคล็ดไปทุกอย่างเเล้ว เพราะเราแก้ด้วยอาถรรพ์และวิชา


    มวลสารในส่วนของมวลสารนั้น ท่านใช้สิ่งต่างๆผสมสร้างดังนี้
    ****(ผงนี้มีเฉพาะชุดลองพิมพ์)
    - ธาตุข้าวก้นบาตรพระกัสสปะพุทธเจ้า
    เป็นของสำคัญที่ให้คุณทางโภคทรัพย์ยิ่งใหญ่ซึ่งเทวดาท่านบอกสถานที่ให้พ่ออาจารย์ท่านไปเอามารักษาไว้สมัยธุดงค์ ท่านว่าธาตุนี้ดีทางลาภผลมากแบบเหลือกินเหลือใช้ สมัยก่อนวัดไหนที่โบสถ์สร้างไม่เสร็จไม่คืบหน้า ท่านว่ามาขอยืมธาตุนี้ไปบูชาถวายสักการะสรงน้ำอบน้ำปรุงบอกกล่าวขอบารมีพระพุทธกัสสปะท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าไวทันตาเห็นเสร็จสวยงามกันทั้งนั้นนี่คืออานุภาพธาตุข้าวก้นบาตร ชุดลองพิมพ์นี้ท่านจึงเอาธาตุสำคัญมาทำด้วยรู้ว่าคนที่เขาห้อยนั้นเดือดร้อนทางลาภสักการะจะได้เปลี่ยนคนให้เป็นผู้มีกินมีใช้ไม่อดไม่อยากไม่ยากไม่จน ให้อุดมสมบูรณ์เพิ่มพูนทรัพย์สินตามใจ ท่านว่าธาตุนี้อยู่บ้านไหนลาภสักการะเต็มทั้งหมด มีกินอุดมสมบูรณ์กันทั้งบ้านเต็มไปด้วยความสุขร่ำรวยแบบเต็มบาตรไม่ขาดไม่พร่อง พ่ออาจารย์ท่านพลีธาตุข้าวก้นบาตรตำเป็นผงขออนุญาติพระพุทธกัสสปะให้ช่วยสงเคราะห์ช่วยทำผงนี้ให้อย่างลึกซึ้งเพื่อหวังจะให้ไว้เป็นผงขวัญถุงใช้เรียกโภคทรัพย์ เรียกเงิน เรียกทอง เรียกทรัพย์สมบัติ ทั้งพ่ออาจารย์ท่านยังว่าองค์พระพุทธกัสสปะนั้นยังได้ให้ความหมายของธาตุข้าวก้นบาตรของท่านเอาไว้ด้วย ว่าเป็นข้าวที่ท่านฉันเหลือ เป็นข้าวที่ท่านเหลือไว้จนมาปรากฏอยู่ในกาลนี้ ด้วยปกตินั้นท่านจะพิจารณาอาหารทุกมื้อที่ท่านฉัน(ภาษาปากเราก็เสกข้าวทุกมื้อทุกคำนั่นแหละ) ข้าวที่ท่านฉันเหลือจึงมีมงคลมากพ่ออาจารย์ท่านว่าเหลือกินเหลือใช้ทุกอย่างไม่ขาดไม่พร่อง ทำอะไรก็มีแต่เหลือเช่นนั้นท่านจึงเจาะจงนำผงธาตุสำคัญนี้มาทำครูพระสีวลีชุดกดลองพิมพ์เพื่อให้เป็นมหาโชคโภคทรัพย์อย่างถึงที่สุด
    - ผงบัวผุด ท่านว่าเป็นดอกบัวที่อยู่ในห้องพระท่าน ท่านว่าไม่รู้ว่ามาได้อย่างไรหรือใครเอามาไว้เพราะห้องพระท่านจะล๊อคกุญแจเสมอ แต่กลับมาปรากฏอยู่ตรงนั้นวางบูชาคุณพระเช่นนี้เอง ท่านได้ตรวจสอบดูจึงแน่ใจว่าดอกบัวนั้นไม่ปกติหากแต่มาจากที่สูง ท่านจึงเก็บบัวชุดนี้ไว้เฉพาะเพื่อตากแห้งและทำผงวิเศษโดยเรียกว่าผงบัวผุด ท่านว่าจะใช้ดอกบัวใดๆในโลกมาทำผงนี้ย่อมไม่มีอานุภาพเช่นของทิพย์ของเทวดาเค้าเอามาให้ ผงบัวผุดนี้ท่านว่าใครได้ใช้ไม่มีตกต่ำ แม้แย่ที่สุดต่ำที่สุดดุจอยู่ในโคลนตมก็ยังผุดพ้นชั้นดินมารับแสงอาทิตย์เป็นบัวที่บริสุทธิ์ไร้ราคีได้ ใครที่ได้ทุกข์หม่นหมองตกอับพ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละผงบัวผุดนี้จำเป็นนัก ใครที่รู้ตัวว่าชีวิตยังจมอยู่ไม่ผุดขึ้นมาซักทีท่านว่าเอาพระพิมพ์นี้ไปใช้ขอแค่มั่นคงในคุณพระรัตนตรัยเรื่องเือดร้อนทุกข์ภัยไข้เจ็บล้วนแต่ไม่ได้ใกล้ตัวเราเลย
    - ผงวิเศษ5ประการของสมเด็จบรมครู คือสมเด็จโต วัดระฆังเป็นมวลสารหลัก อันนี้คือปรมาจารย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ่ออาจารย์ท่านว่าหมดห่วง ผงวิเศษ 5 ประการของขรัวโตนี้ ดีครอบคลุมทุกอย่างมีครบทุกทาง
    - ผงวิชาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ ของหลวงพ่อปาน ซึ่งสืบทอดมาถึงหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และพ่ออาจารย์ท่านได้มาในปริมาณที่ไม่มากนัก(แต่ก็ถือว่ามากอยู่ดี) พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้สำคัญนักหลวงพ่อฤาษีท่านย้ำนักหนาว่าให้เก็บไว้ให้ดี ใครมีเอาไปใช้เเละหมั่นทำบุญ มีเเต่รวยเจริญขึ้นทันตาเห็น ซึ่งปกติสมัยหลวงพ่อปานมีชีวิตอยู่ ผงนี้จะใช้อุดรูพระผงพิมพ์ทรงสัตว์ต่างๆเเต่เพียงนิดเดียวเท่านั้น หาพระของท่านแท้ๆไม่ได้มาเอาองค์นี้ไปใช้เเทนกันได้เลย

    - นวดพระสีวลี ซึ่งเป็นนวดของครูบาอาจารย์ฆราวาสในดงที่ถ่ายทอดวิชาให้พ่ออาจารย์ท่านมีอิทธิคุณแรงกล้าในเรื่องโชคลาภโภคทรัพย์ มหาเมตตาใหญ่ และมหาเสน่ห์ใหญ่ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้มาขวดหนึ่ง นวดนี้มีอายุตก40-50ปี ท่านว่านวดนี้มีพิธีการหุงที่พิเศษเเตกต่างจากสีผึ้งสายเทพ เเละสายพรายทั่วไป มีวิธีการสร้างที่แปลกประหลาดจนเราไม่คิดว่าจะหาใครมาทำได้เป็นคนที่สอง เพราะขนาดตัวเราเองก็ยังทำไม่ได้ ถึงจะเรียนไว้ เเต่อะไรหลายๆอย่างมันหาในยุคนี้ไม่ได้เสียเเล้ว ครั้งนี้เอามาใช้ให้เผยเเพร่ออกไปก็จะเป็นนวดในตำนานที่หมดเเล้วก็ไม่มีการสร้างขึ้นมาอีก
    - ผงหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ อันนี้ก็มีประสบการณ์เรื่องเมตตามหาเสน่ห์เป็นที่ยอมรับในวงกว้างสุดๆเหมือนกัน
    - ผงลบพุทธคุณ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านลบผงไว้ในสายวิชาพระสีวลีทั้งหมดทั้งพระสีวลีขอลาภ,พระสีวลีเปิดบาตร,พระสีวลีอุ้มทรัพย์,พระสีวลีเรือนหลวง,พระสีวลีรับทรัพย์,พระสีวลีหาลาภ....


    พ่ออาจารย์ท่านว่าใช้มวลสารเหล่านี้มากดพิมพ์ ก่อนกดนั้นได้เอามาเสกเเยกอีกครั้งหนึ่ง ท่านว่าเสกจนมีลมหมุนเข้ามาต้องผงจนฟุ้งขึ้นไปและเเมงมุมทุ่มอก จิ้งจกปี้กัน ตรงตามอาถรรพ์ในตำรา ถึงมั่นใจนำออกมาผสมกัน ท่านว่าถ้าเอาเสน่ห์หรือโชคลาภ คนใช้ก็หัวกะไดไม่เเห้ง ซ้ำด้านหลังชุดลองพิมพ์ท่านยังได้ฝังตะกรุดสำคัญไว้ด้วย
    - ตะกรุดสำเร็จทันใจ ตะกรุดดอกนี้ถือว่าสำคัญที่สุดไม่ได้ถ่ายให้ดูพระยันต์ด้านใน พ่ออาจารย์ท่านฝังไว้ด้านหน้า ท่านว่านี่เป็นเเหล่งพลังงานสำคัญขององค์พระเลย เพราะว่าท่านจารอักขระเเบบเดียวกับที่องค์พระสีวลีท่านจับข้อต่อเเขนเขียนลงบนมือท่าน ท่านถือว่าพระสีวลีท่านให้สิทธิ์ในวิชานี้แก่ท่านเเล้วเป็นอักขระที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เมื่อเขียนลงไปเเล้วก็เชิญองค์พระสีวลีให้ท่านมาสำเร็จวิชานี้ตะกรุดนี้ ท่านว่าเป็นมหาสำเร็จ ใครคิดหวังอะไรเป็นสำเร็จทุกเรื่อง คอยหนุนส่งพลังงานความคิดของเรา หนุนส่งอิทธิคุณของมวลสารเเละของวิเศษในองค์พระ ผู้ใดมีตะกรุดนี้ไว้ครอบครองและหมั่นทำบุญ หมั่นบูชาสวดคาถาที่ท่านให้ไว้เป็นประจำ จะทำมาค้าขายดีร่ำรวยเงินทอง เงินทองไหลมาเทมาเองไม่ขาด ### ซ้ำชุดนี้ท่านยังลงวิชาสำคัญล้อมไว้อีกสิบแขนง พ่ออาจารย์ท่านว่าพระคุณเจ้าสีวลีนั้นท่านย้ำมาเองเลย ท่านกำกับไว้เลยว่าตะกรุดชุดนี้เมื่อนำมากดทำพระแล้วขอให้พ่ออาจารย์ยกถวายท่านเสกไว้อย่างน้อยต้องสองปีขึ้นไปและท่านจะมาทำให้จึงจะสำเร็จ(พ่ออาจารย์ท่านว่าเราก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรจึงใช้เวลานานขนาดนั้นเพราะโดยปกติจิตของพระอรหันต์นั้นเสกอะไรแค่คาบลมหายใจก็ยอดขลังแล้ว) ท่านว่าจะไวจะช้ากว่านั้นท่านไม่ยอมเราเลยเช่นนี้พระลองพิมพ์ชุดนี้เราจึงเห็นว่าสำคัญมากจริงๆมีอะไรที่ลึกๆที่บอกกันไม่ได้อีกเยอะ เอาว่าที่ฉันออกให้บูชานี้ก็ตั้งใจจะให้คนที่ทำมาหากินไม่คล่องอยากได้สิ่งที่ส่งเสริมอาชีพและชีวิตตัวเองให้ง่ายขึ้น หากินคล่อง หาเงินง่ายเช่นนั้น ใครลำบากก็มาเอาไป


    คาถาบูชาพระของขวัญสำเร็จทันใจ
    ชาตังพุทโธโหติสัมภะโว อะสังวิสุโลปุสะพุภะนะโมพุทธาธาสัทธะวิปิปะสิอุ มะอะอุนะวีอุณาโลมาพุทธะชายะเต นะชาลิติ ชาลิตินะ ลิตินะชา ตินะชาลิ เอหิสมาตะมิพิชะ นะปะโพวิเยปะนะ เอยะ โลตะนะรังโล สีวลีจะมหาเถโร เถรัสสามะหะเตโน อสุรโห ชโรทินนัง มหาลาภัง เม ภวันตุ(ระลึกถึงพระสีวลีเป็นที่สุด)


    พ่ออาจารย์ท่านเสกเเละลงวิชาอาถรรพ์ไว้อย่างเต็มที่ ก่อนจะทำการเจิมเบิกเนตรและอธิษฐานจิตเชิญพระสีวลีเถระให้มารับรู้เเละให้พรเเก่ผู้ศรัทธานำไปบูชาทีละองค์ ก่อนเสกประจุวิชารวมด้านหน้าองค์พระชุดลองพิมพ์จะโรยเเร่เทวาประสิทธิ์ ท่านว่าไม่ต้องการความสวยเเต่ต้องการความขลังเน้นมวลสารศักดิ์สิทธิ์เเละธาตุกายสิทธิ์สำหรับพระของขวัญสำเร็จทันใจนี้ใครต้องการจะใช้จริงๆ ค่อยสั่งจองมาพ่ออาจารย์ท่านว่ามีบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า องค์พระสีวลีตลอดจนครูสมเด็จเเละองค์หลวงพ่อปาน เทพยดาทั้งหลายเต็มบารมีพุทธภูมิ

    *** พระชุดลองพิมพ์นี้ท่านกดไว้ได้ไม่มาก พ่ออาจารย์ว่าจะเจิมเบิกเนตรให้ทีละองค์ทุกองค์อีกครั้ง รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสที่ขาดการสนับสนุนต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงของขวัญสำเร็จทันใจ(ครูพระสีวลีผงทิพย์ปทุมเกสร,ข้าวก้นบาตรพระพุทธกัสสปะ) บูชา 900 บาท

    69664569-1310283145805065-9076694896491888640-n.jpg 69651877-2303659333066497-8167914910836064256-n.jpg
    70415479-1131632680557775-6546368592554754048-n.jpg
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดเวทย์สวรรค์มหาโองการปฐมพรหม (ยืมกำลังพระเจ้าดับล้างสิ่งรบกวนสุจริต,ทุจริต,ยอดธาตุ,ยอดคนเข้าน้ำมันพระร่วง)

    เกี่ยวกับตะกรุดวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นวิชาที่ทำให้สำเร็จได้ยากที่สุดในสายของครูพรหมสฮัมบดี ด้วยเป็นสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อใช้ยืมกำลังเทพยดาต่างๆที่เรามีใจนับถือผูกพันธ์ให้เข้ามาช่วยคลี่คลายวิบัติภัยในชีวิต ### พ่ออาจารย์ท่านว่าการร้องขอ,การรอความเมตตาสงสารนั้นย่อมเทียบกับการยืมกำลังไม่ได้เลย เพราะการยืมกำลังนั้นคือการนำอำนาจของเทพเจ้าองค์นั้นๆมาใช้ การใช้งานก็เหมือนกับใช้เขาไปบัญชาเขาอีกขั้นหนึ่ง เช่นนี้ครูพรหมจึงย้ำว่าวิชานี้สำคัญมากจะให้ตกไปอยู่ในมือคนพาลทุจริตมิได้ การขอยืมกำลังเทพเจ้าให้มาอำนวยประโยชน์ช่วยเหลือเราเวลาติดขัดไร้หนทางเช่นนี้เมื่อใช้แล้วย่อมได้ชื่อว่ามีผู้อุปถัมภ์ทันที ด้วยชีวิตจะไม่ตกต่ำถึงเกิดมาชะตาลิขิตไว้เป็นคนไม่เคยมีโชคดีใดๆเลยแม้กระทั่งในตัวจะมีเสนียดจัญไรแฝงอยู่ตะกรุดก็จะล้างจะดับสิ่งที่ไม่เป็นมงคลทั้งหลายออกไปจากตัว ให้โชคลาภพึงมีพึงได้มาตามวาสนาอย่างไม่ยากเย็น ซ้ำยังหนุนให้แรงบนบานแลอธิษฐานใดๆแสดงผลเร็วไวชั่วพริบตารุนแรงดั่งสายฟ้าฟาด ทั้งยังมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์เสริมคุณวิเศษในวัตถุมงคลใดๆที่เจ้าของครอบครองอยู่ให้มีฤทธานุภาพมีกำลังกล้าแกร่งเป็นทวีคูณ

    พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าตะกรุดนี้คนใช้เล่นได้สองทาง นั่นคือใช้ได้ทั้งทาง "สุจริต" แล "ทุจริต" เลยทีเดียว ท่านว่าขอให้เป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองไม่ว่าจะสุจริตหรือทุจริตย่อมใช้ได้ทั้งสิ้น ถ้าใคร่ใช้ในทางสุจริตจะให้เป็นมหาอำนาจหรือใช้ในการลงทุนสิ่งต่างๆทำกิจการใหญ่โต ติดตัวเพื่อให้เป็นตบะเดชะ มีชีวิตที่สุกสดใสดุจพระสุริยาทิตย์ขึ้นสูงสุดในเวลากลางวันก็ได้ แม้จะใช้ในทางทุจริตเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตัวเองเช่นการเสี่ยงโชคหรือการได้มาซึ่งโชคลาภโดยมิชอบ(ไม่ใช่ทำมาหากินตรงๆ) จะให้ชีวิตสุกสว่างดั่งพระจันทร์ทรงกลดยามค่ำคืนเช่นนั้นก็ย่อมได้ ขอให้เป็นไปเพื่ออำนาจวาสนาความเจริญรุ่งเรืองไม่ว่าจะในทางใด...พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าครูพรหมท่านกำชับไว้เราพูดเยอะไม่ได้เพราะมันเป็นดาบสองคม บอกได้แค่ว่าสิ่งไม่ดีอันใดทั้งกลางวันและกลางคืนย่อมไม่เกิดขึ้นเลย ด้วยแรงครูจะช่วยหนุนเราให้สูงขึ้นไม่มีตก ให้ชีวิตสุกสว่างไม่ว่าจะเล่นทางสุจริตหรือทุจริตก็ดี แรงครูนั้นจะช่วยกันแก้สิ่งไม่ดีปัดเป่าความมืดมนออกไปจากชีวิตและจิตวิญญาณของตน *** อุบาทว์อันใดที่หมักหมมตกตะกอนข้ามชาติข้ามภพสะสมอยู่ในจิตวิญญาณส่งผลกับชีวิตเราโดยตรงท่านว่านั่นแหละเขาจะดับล้างออกไปจากตัวเรา ทั้งยังค้ำชูดวงชะตาเราเสริมราศีให้ดีขึ้นไม่ตกต่ำ ในเวลาที่ดวงดีอยู่แล้วจะดันให้ดีขึ้นไปอีก ในเวลาที่ตกก็จะดึงขึ้นไม่ให้ตกที่นั่งลำบาก พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะพูดกันเข้าใจง่ายๆเลยก็คือไม่มีวันดวงตกต่อให้ทายชะตาออกมาว่าดวงจะตกหรือดวงจะแตกอย่างไรแต่ชีวิตเราก็ดีขึ้นทางเดียวไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องดวงเหล่านั้นเลยเพราะตัวเรารุ่งเรืองเฟื่องฟูในทางเดียว ทั้งตะกรุดสำคัญนี้หากได้อาราธนาติดตัวเป็นประจำนอกจากจะดับล้างอุบาทว์ทั้งหลายในจิตวิญญาณตนแล้วยังจะช่วยชำระปราณในตัวให้บริสุทธิ์มากขึ้นไปเรื่อยๆด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเราจะรู้และสังเกตุได้ด้วยตัวเองว่าความคิดเราจะกระฉับกระเฉงมากขึ้นเป็นคนปัญญาไวมีปัญญามาก มีประสาทสัมผัสต่างๆไวขึ้น สามารถเห็นนิมิตดีร้ายในกาลภายหน้าได้อย่างแม่นยำไม่บิดเบือน ทั้งคุณครูยังจะป้องสิ่งไม่ดีทั้งหลายแลอุบาทว์จัญไรทั้งปวง ช่วยเราเรียกหาทรัพย์สินเงินทองให้เราเจริญด้วยทรัพย์สมบัตินับคณา ### ดึงดูดเรื่องที่เราอยากให้เกิดสิ่งที่เราปรารถนา คล้ายกับหีบสมบัติที่จะเปิดไว้ให้ชีวิตมีแต่รับอย่างเดียว

    หากจะเจาะจงใช้ทางทำมาหากินโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ย่อมให้คุณรุนแรงขึ้นไปอีกเพราะปฐมโองการนี้ ครูพรหมท่านให้ลงทั้งลาภะและธนะ คือเรียกทั้งลาภเรียกทั้งทรัพย์ ท่านว่าวิชานี้ต่อให้นั่งอยู่บ้านเฉยๆก็ยังมั่งมีไม่ขัดสนเงินทอง คนที่ประกอบกิจการต่างๆจะมีลูกค้าเดินเข้ามาหาเราเองเหมือนเป็นเสือนอนกิน ท่านว่าต่อให้หนีไกลไปอยู่ในถ้ำอยู่ในเขาก็จะมีคนดั้นด้นขึ้นไปหานำลาภสักการะไปให้มีเอกลาภมาหาถึงตัวเองมิได้ขาด จะนั่งจะนอนจะไปค้าไปแข่งกับใครล้วนกินคนอื่นทั้งสิ้นไม่มีที่ตัวเองจะถูกกิน ท่านว่าของแบบนี้ขอเงินได้เงินขอทองได้ทอง ครูพรหมท่านให้ลงไว้กันคนที่ทำมาหากินลำบาก ไอ้ประเภทว่าคนหาไม่ได้ใช้หามาให้คนอื่นเขาใช้ต่อไปจะไม่มี หลักๆเลยตะกรุดตัวนี้ให้ลองพกดูเวลาเราทำอาชีพทำมาหากินในทางของเรานั่นแหละ จะสังเกตุได้เลยว่าเราหาเงินทองง่ายขึ้น ได้ทรัพย์มาโดยที่ตนไม่เหนื่อยมากแบบเมื่อก่อน จะใช้ทางอุปเท่ห์เล่ห์กล(เสี่ยงดวง)กินใครก็สุดแต่อุปนิสัยแต่ละคน ท่านว่าพกไว้เถอะเรื่องยากทั้งหลายจะกลายกลับเป็นเรื่องง่ายๆ ทำอะไรก็ง่ายๆ ได้มาง่ายๆ สำเร็จง่ายๆเป็นอัศจรรย์แบบนี้

    ปฐมโองการหรือ*** โองการปฐมพรหมสูตรเฉพาะนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าลูกหลานสายพรหมจะรู้กันดี หากครูพรหมท่านโปรดแล้วให้ใช้ให้เข้าถึงวิชานี้แล้ว เรื่องไม่ดีดวงตกปีชงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเป็นไม่ได้กิน ดวงดาวดวงชะตาจะไม่ใช่สาระสำคัญไม่อาจส่งผลกระทบมาถึงชีวิตเราจริงๆได้เลย ต่อให้ในปัจจุบันต้อยต่ำอย่างไรก็กลายเป็นคนชั้นสูงมีอันจะกินได้ ท่านว่าตะกรุดนี้มีคุณหลายด้านให้นำติดตัวไว้เถิดตั้งกำลังใจดีๆมั่นคงในองค์พรหม ท่านจะปัดเป่าทุกข์ภัยทั้งหลาย เป็นเคราะห์หนักให้กลายเป็นเบากลับจากร้ายเป็นเรื่องดีทั้งขจัดเรื่องที่เข้าขั้นอันตรายออกไปจากชีวิตเรา แม้ตะกรุดดอกนี้อยู่ที่ไหนคุณไสยมนต์ดำฝ่ายต่ำแลอวิชาทั้งหลายจะไม่เข้าใกล้เราเลย เอกลาภสูงสุดของชีวิตจะเกิดขึ้นโดยพลันนั่นคือจะไม่ป่วยด้วยโรคร้ายแรงและจะแก่ตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นตัดหนทางตายก่อนหมดอายุขัยกลายเป็นสัมภเวสีผีเร่ร่อนนั่นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ใช้ได้หลายทางเลี่ยมให้ดีติดตัวไว้ก็มีกินไมีใช้ไม่รู้สิ้นรู้สูญ ติดบ้านไว้เงินก็ไม่ขาดบ้าน คนที่ไม่เคยมีโชคก็จะมีโชค,คนที่ไม่เคยได้รับวาสนาก็จะได้รับวาสนาเห็นโอกาสให้ไขว่คว้าได้ เวลาจะนอนก็ให้เอาตะกรุดนี้ใส่ไว้ใต้หมอน ท่านว่าป้องกันฝันร้ายทำให้ฝันดี หากอยากเห็นนิมิตอะไรให้กำตะกรุดเอ่ยนามครูพรหมไปจนหลับ อยากเห็นลาภลอยก็จะเห็น,อยากเห็นช่องทางทำมาหากินก็จะเห็น,อยากเห็นทางที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็จะเห็น ท่านว่าตะกรุดรุ่นนี้เคยมีคนเอาไปทำตามวิธีนี้แหละเขาขอครูพรหมไว้ว่าขัดสนยังไม่เห็นช่องทางชีวิตใดๆเลย อยากขอลาภสักก้อนหนึ่งมาลงทุนต่อชีวิต เขาว่ากำตะกรุดเอ่ยนามครูพรหมจนหลับทุกวัน หลับไปก็เห็นแต่เลขสักพักถูกหวยหลายงวดรวยใหญ่ได้ทุนสมกับที่ตั้งใจ

    การจะลงตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพรหมท่านกำหนดมาแต่เริ่มเลยว่าให้ใช้อะไรบ้าง ท่านว่าท่านต้องไปหาตะกั่วโกฏมาใช้ ด้วยเป็นของสูงคนธรรมดาเมื่อตายไปไม่มีทางได้อยู่ในโกฏนอกจากเจ้านอกจากขุนนาง เช่นนี้ตะกั่วโกฏจึงเป็นของสูงอย่างแท้จริง ท่านว่าต้องนำตะกั่วโกฏมาหลอมกับตะกั่วอาถรรพ์เพื่อจะทำ"ยอดธาตุ"ที่จะชักนำวาสนา"ยอดคน"ให้สำเร็จได้ให้เป็นยอดของคนอยู่เหนือดวงรุ่งเรืองเกินไปกว่าที่พรหมลิขิต(วาสนาเดิม)จะมีได้ ท่านว่าต้องหลอมรีดและลงอักขระของครูพรหมตามที่ท่านสอน จากนั้นครูพรหมท่านจึงให้นำไปฝังทำอาถรรพ์ไว้ในกระถางธูปที่พ่ออาจารย์ท่านใช้จุดหนึ่งปี ท่านว่าเป็นเคล็ดให้ตะกั่วอาถรรพืนี้สามารถส่งคำขอแลความปรารถนาของคนอาราธนาไปสู่เทพเจ้าได้ครอบคลุมทั้งสิบหกชั้นฟ้าสิบห้าชั้นดินสิบสี่ชั้นบาดาล เมื่อครบปีจึงกู้มาหลอมรีดทำการลงถมตามที่ครูพรหมท่านกำหนด ทำซ้ำไปวนมาอยู่หลายเดือนจนแทบจะครบทุกวิชาในพระเวทย์สวรรค์ พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อให้ได้ชนวนที่เข้มขลังแม้จะยังไม่ทำสิ่งใดแค่นี้ก็ยอดดีแล้ว ท่านว่าครูพรหมท่านต้องการให้ทำให้ดีที่สุดคนใช้จะได้สัมผัสได้,จับต้องได้,รู้เห็นได้ทันตา(ประสบการณ์)แก่ตนเอง และเมื่อได้นำแผ่นชนวนอาถรรพ์นี้ไปรีดลงวิชาด้วยแรงจากการลงถมทำอาถรรพ์ที่ผ่านมาวิชาที่ลงก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์นับประมาณมิได้เป็นพันเป็นหมื่นเท่า พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพรหมท่านอยากจะเห็นลูกหลานเจริญรุ่งเรืองในส่วนเดียวไม่ได้รับความตระกำลำบากอย่างใด ให้มั่งมีมั่งคั่งท่านจึงดำริให้พ่ออาจารย์ทำเต็มที่แม้จะเสียเวลานานแต่ทุกอย่างก็คุ้ม พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเรานั้นหากลองไม่มีอุปสรรคแล้ว โชคลาภก็จะเข้ามาเองะกรุดตัวนี้ได้ชื่อว่าดับล้างไปแล้วนี่คือดับล้างทั้งหมดเลยนะ ถ้าเราคิดว่าอุปสรรคมันเป็นสิ่งรบกวนนี่ก็ล้างไปด้วย ### เราคิดว่าอะไรที่มันรบกวนชีวิตเรามันก็ล้างอย่างนั้นแหละ

    จะช่วยดับล้างเปลี่ยนเราให้กลายเป็นยอดคน ให้ดีกว่าคนอื่น,ได้รับมากกว่าคนอื่น,รวยกว่าคนอื่น ท่านว่าจะได้มากกว่าที่คนปกติควรจะมีจะได้ แค่แผ่นตะกรุดนี้ก็เป็นของค้ำคูณชีวิตในตัวเองอยู่แล้ว ท่านลงเวทย์สวรรค์ไว้สารพัดวิชา ท่านว่าเอาแค่แผ่นตะกรุดที่ส่งไปรีดกลับมานั้นพกไว้ก็เป็นปิยะเมตตาเป็นที่รักแก่ชนทั้งหลาย ทำอะไรอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนเกื้อกูล หาเงินเป็น เก็บเงินได้ไม่หมดหดหาย มีทรัพย์ใช้ไม่ขาดแคลน ติดตัวไว้ก็รักษาเนื้อตัวดับทุกข์ดับเข็ญในร่างกายแลอวัยวะน้อยใหญ่ จะแช่ทำน้ำมนต์ดื่มกินก็เปรียบได้กับยาอายุวัฒนะช่วยให้สุขภาพไม่เลวลงมีแต่กำลังร่างกายแข็งแรง ท่านว่าเก็บไว้ที่ไหนก็ดีงามที่ตรงนั้น เขาจะขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองแก่เรา ขับเคลื่อนเราให้เข้าหากุศลกรรม แค่ธาตุที่ทำแผ่นตะกรุดนี้หากเสกดีๆก็เปลี่ยนชีวิตคนได้มามากแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่แผ่นตะกรุดชุดนี้ท่านเคยแบ่งมาลงนะเศรษฐีตัวเดียวม้วนให้คนลองเอาไปใช้จากคนไม่มีอะไรเลยเดี๋ยวนี้มีพร้อมทั้งบ้านทั้งรถมีครบหมดไม่ต้องผ่อนไม่มีอยู่อย่างเดียวคือไม่มีหนี้ ท่านว่ายอดธาตุนี้เปลี่ยนคนเป็นยอดคนได้ เขามีกำลังดีขนาดนั้น

    ตะกรุดนี้ครูพรหมท่านเมตตาให้ลงไว้ใช้เพื่อบรรเทากรรมวิบากนานาทุกประการ ท่านว่าเจตนาตั้งใจจะให้ลูกหลานมีพลังใจสั่งสมสิ่งดีสร้างคูรงามความดีไม่ท้อถอย ท่านว่าให้ติดตัวไว้เถิดจะดับล้างสิ่งรบกวนบรรเทากรรมวิบากได้ ### หากชีวิตเคยผิดพลาดพลั้งเผลอสิ่งใดไปเพียงปัจจุบันขอให้กลับใจระลึกถึงครูพรหมสฮัมบดีที่ถ่ายทอดโองการปฐมพรหมเพื่อทำตะกรุดนี้ ท่านว่าขอแค่เรากลับตัวกลับใจแล้วอะไรมันก็ดีทั้งนั้น ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าทำได้สำเร็จยากนักเพราะครูพรหมท่านกำหนดมาเลยว่าต้องลงจากบนลงล่างหนึ่งวันอย่างไรต้องเลือกวันไหนเริ่มทำก็ตีหนึ่งแล้ว ต้องวนซ้ายไปขวาหนึ่งวันอย่างไร คลุมสี่ทิศให้ทำทิศละวันอย่างไร ลงสำทับอีกหนึ่งวันอย่างไร ท่านว่ากว่าจะจารได้หนึ่งดอกครบเจ็ดวันพอดี ครูท่านให้ทำแม้ตัวเรามาลงเวทย์สวรรค์แบบนี้ก็เสียปราณไปเยอะ พอครบเจ็ดวันม้วนตะกรุดได้แล้วต้องรอเที่ยงคืนพระจันทร์เต็มดวงตรงหัวถึงจะเอามาเสกอีกพันคาบนั่นแหละจึงได้ตะกรุดเปลือยๆมาดอกหนึ่ง ท่านว่าต้องทยอยทำเก็บไว้ไหนจะต้องรอเวลาฟื้นปราณตนเองกว่าจะทำครบหกดอกนั้นยากหนักหนา พอได้ครบหกดอกต้องเอามาเชิญครูพรหมลงเสกตากแสงอาทิตย์แสงจันทร์อีกเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยมีข้อแม้ว่าเมื่อทำแล้วห้ามมีฝนตก หากมีฝนตกต้องเริ่มนับ 1 ไปลงจารตะกรุดใหม่ตั้งแต่ต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราอ่านพยากรณ์อากาศช่วงนั้นก็ยังไม่แน่ใจ ต้องถามครูพรหมท่านอย่างเดียวเลยว่าทำได้ช่วงไหน ใช้ฤกษ์ไหนถึงจะแรงกว่าทุกวันเหนือกว่าทุกฤกษ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพรหมท่านให้ฤกษ์มาทำ ท่านว่าคนเอาไปใช้จะข่มได้ทุกคน ในเจ็ดวันนี้ทั้งกลางวันและกลางคืนไม่มีสัตว์ใดๆที่จะล่วงพ้นวันทั้งเจ็ดไปได้ ตราบใดที่อยู่ในวัฏจักรเราก็ข่มเขาได้ทุกคน มีแต่ชนะ มีแต่เราที่เป็นยอดคนเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่ามันวุ่นวายถึงขนาดนั้นพอทำเสร็จมาก็หายอยากแล้วต่อให้ใครมาแจ้งเราก็ไม่ทำอีกแล้วท่านว่าแค่คิดถึงก็เข็ดไปนานเลย วิชาตำรับครูพรหมนั้นกว่าจะทำให้สำเร็จได้ไม่มีง่ายเลยจริงๆ

    ตะกรุดทุกดอกนั้นพ่ออาจารย์ท่านนำมาอุดด้วยน้ำมันพระร่วงที่จับตัวกันแข็งเป็นก้อน น้ำมันนี้ท่านว่าหลวงพ่อปานท่านก็เคยใช้ เป็นน้ำมันเก่าตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัยนั่นเลยถูกฝังไว้พอตกมาถึงหลวงพ่อปานน้ำมันก็จับตัวแข็งแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยก่อนแม้หลวงพ่อปานเองท่านก็ยังพกขวดใส่น้ำมันพระร่วงนี้ไปในที่ต่างๆ ใครจะเชิญท่านไปเป็นประธานที่ไหนไปสร้างวัดตรงไหนไปช่วยเหลืองานศาสนาใดๆก็ดี ท่านก็จะพกขวดใส่น้ำมันนี้ไปด้วยโดยเอาน้ำมันงาเทผสมน้ำมันพระร่วงเก่าที่จับตัวแข็งๆเหนียวๆแล้ว ท่านผสมรอจนตกตะกอนจึงแบ่งน้ำมันใส่ขวดเล็กๆไปตั้งทำอาถรรพ์ไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าวัดไหนท่านสร้างก็เจริญรุ่งเรืองเร็วกว่าปกติด้วยอาญาสิทธิ์น้ำมันพระร่วงนี้อยู่ที่ไหนก็เจริญรุ่งเรืองพุ่งแรงอย่างรวดเร็ว ยกจบหัวอธิษฐานสิ่งใดก็ได้ชื่อว่าเป็นวาจาสิทธิ์ดั่งปากพระร่วง ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่าย พ่ออาจารย์ท่านได้รับชุดน้ำมันเก่าในสังคโลกกรุสุโขทัยที่จับตัวแข็งมา ท่านว่าเป็นหัวเชื้อน้ำมันพระร่วงแบบที่หลวงพ่อปานท่านเคยใช้ ท่านจึงนำหัวน้ำมันที่แข็งตัวเป็นไขนี้มาอุดหัวอุดท้ายตะกรุด ท่านว่าอุดแค่นี้ก็พอไม่ต้องมาก เฉพาะที่อุดไปนี่ถ้าจะเอาไปขยายทำน้ำมันแบบหลวงพ่อปานก็ทำได้เป็นร้อยๆขวด พ่ออาจารย์ท่านว่าเอาหัวเชื้อนี่แหละไปใช้กันคนละเล็กละน้อยและรักษากันไว้ให้ดี เพื่อเป็นที่ระลึกเป็นที่มาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของตนเอง

    คาถาบูชา
    โอม จตุรมุขายะ วิทมเห หัมษา รุทายะ ธีมหิตันโน พรหมมา ประโจทะยาต พรหมมะเณยะนะมะ

    *** ตะกรุดมหาโองการนี้ท่านทำไว้หกดอกแต่มีแบ่งบูชาไปนานแล้วดอกหนึ่ง และตัวท่านก็ใช้เองดอกหนึ่ง จึงมีให้บูชาสี่ดอก รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลลวันเดือนปีเกิดตลอดจนเรื่องขัดข้องและสิ่งรบกวนในชีวิตไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการบอกกล่าวครูพรหมประสิทธิ์ให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในโอกาสต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดเวทย์สวรรค์มหาโองการปฐมพรหม (ยืมกำลังพระเจ้าดับล้างสิ่งรบกวนสุจริต,ทุจริต,ยอดธาตุ,ยอดคนเข้าน้ำมันพระร่วง) บูชา 4,000 บาท


    70378771-2421268424623319-4514664150319759360-n.jpg
    69886241-2512855328945399-1259590384657367040-n.jpg
    70395585-2440281366259200-988322852992188416-n.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพระยมราชผลาญเพชรฆาต(สมใจนึก เผาคำอธิษฐาน)

    เครื่องมงคลในสายบารมีของพระธรรมบดียมราชนั้น ศิษย์ในสายพ่ออาจารย์ท่านจะทราบกันดีว่าท่านทำออกมาให้ใช้กันไม่บ่อย นอกจากนี้ในสายวิชาของท่านยังถือองค์ยมราชเป็นครูสำคัญ พ่ออาจารย์ท่านมักกล่าวว่าใครที่ใช้เครื่องมงคลในสายยมราชนั้นจะมีตบะน่าเกรงขาม ภูติผีปีศาจไม่อาจเข้ามาระรานเข้าใกล้ คนที่คิดร้ายหรือคิดไม่ดีต่อเราจะมีอันเป็นไปแพ้ภัยตัวเองแม้แต่คนที่คิดอิจฉาริษยาเราหรือจะมาลองดีลองวิชากับเราก็เช่นกัน ทั้งยังอาศัยบารมีขององค์ยมราชนั้นข่มและสะกดอาถรรพ์ได้ทุกชนิด แม้โรคภัยไข้เจ็บก็ยากที่จะเบียดเบียนจะถึงซึ่งความมีชนฒ์อายุยืนนานประสบแต่ความรุ่งเรืองในชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ครูยมราชนั้นสำคัญนักแม้ท่านเองก็ยังอาราธนาติดตัวและออกนามท่านเสมอ ท่านว่าเราใช้ป้องกันอาถรรพ์ในตัวศิษย์ทั้งหลายเครื่องมงคลของท่านนั้นท่านจะลงกันอาถรรพ์ไว้เสมอและจะขอบารมีครูยมราชลงประสิทธิ์คลุมให้อีกครั้ง *** อันวิชาในสายครูยมราชนี้ปกติพ่ออาจารย์ท่านจะไม่ค่อยทำด้วยท่านให้เหตุผลว่าแรงเกินไป แรงมาก อย่างตะกรุดรุ่นนี้ก็เช่นกัน ท่านว่าจารอักขระทีไรไข้ขึ้นทุกที วิชาชุดนี้แรงมากท่านจารไม่ไหวแล้วจึงทำได้เท่าที่จารเก็บไว้ให้นำมาออกบูชาแค่นั้น ด้วยท่านปรารถนาจะให้คนที่มีปัจจัยไม่มากได้บูชาเครื่องมงคลในสายบารมีขององค์ยมราชอย่างแท้จริง

    ...ในอนันตจักรวาลนั้นมีภพย่อยมากมาย แต่ก็ปรากฏภูมิใหญ่ๆทั้งหมดเพียงสามภูมิเท่านั้นหรือที่เราเรียกกันว่าไตรภูมินั่นเอง หากไม่นับรวมพื้นโลกที่เราอาศัยอยู่หรือสวรรค์แล้ว นรกก็นับได้ว่าเป็นดินแดนอันลึกลับและไม่มีใครอยากเฉียดกรายเข้าใกล้มากที่สุด ถึงกระนั้นนรกภูมิก็ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์โลกผู้ใดจะหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเมื่อถึงกาลกิริยาจำเป็นต้องไปรับคำพิพากษาจากพญามัจจุราชเสียทั้งสิ้น ### มหาพรหมอนาคามีผู้เป็นนายเหนือหัวแห่งนรกภูมิ มีวิมานอันอยู่ในภูมินรกปกครองทวยเทพทั้งหลายที่มาทำหน้าที่ต่างๆในภูมินั้นรวมไปถึงสัตว์นรกทั้งปวง เราจะรู้จักกันดีในนามของยมเทพหรือจะเรียกว่าพระธรรมราชบ้าง แลธรรมเทพก็ดี เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะสร้างเครื่องมงคลที่ให้ผลเหนือกรรมลิขิตแลสัมพันธ์กับโชคและดวงชะตานั้น โดยฉันทามติแห่งครูเฒ่าและองค์เทพทั้งหลายไม่ว่าจะทิพย์กายและอสุรกายก็ดี ต่างพร้อมใจกันอนุญาติและอัญเชิญพระธรรมบดียมราชให้มาแผ่บารมีคุ้มเกรงผู้เคารพศรัทธาโดยมติพ่อแม่ครูอาจารย์เหนือหัวพ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้งเครื่องรางในสายวิชาองค์ยมราชอย่างแท้จริงอีกครั้ง

    พระธรรมบดียมราชเจ้าแห่งนรกภูมินั้น เมื่อในสมัยพุทธกาลได้มีโอกาสฟังเทศน์จากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็มีดวงตาเห็นธรรมบรรลุพระโสดาบัน ในกาลต่อมาก็ถึงซึ่งภูมิธรรมชั้นพระอนาคามี เป็นภูมิพรหมสุทธาวาสกล่าวได้ว่ามีทั้งวิมานอยู่ในปัญจสุทธาวาสมหาพรหมแลเมื่อจะเสด็จออกพิพากษาดวงวิญญาณทั้งหลายก็จะปรากฏองค์อยู่ในวิมานแดนนรกภูมิ พ่ออาจารย์ท่านว่าหลายๆคนมักจะคิดว่าพญายมท่านน่ากลัว แต่ข้อเท็จจริงแล้วท่านเป็นท้าวมหาพรหมลำดับสูงสุดในรูปพรหม ดังนั้นคนทั้งหลายจึงมักเห็นท่านตามแต่ตะกอนจิตใจจะปรุงแต่ง หากเป็นคนบาปทุจริตก็จะเห็นรูปกายท่านดูน่าสยดสยองแลหวาดกลัว แต่หากตั้งมั่นในธรรมสุจริตก็จะพบกับรูปกายที่สวยงามเกินเทวราชและเหล่าพรหมทั้งหลาย อันท้าวพญายมราชนั้นท่านดำรงตำแหน่งคอยพิพากษาตัดสินดวงวิญญาณในแดนยมโลกอย่างยุติธรรม ประกอบด้วยจิตเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พร้อมกับคณะผู้ช่วยของท่าน ผู้ช่วยของพระยมนอกจากคณะยมฑูตกับนายนิรยบาล สุวัน สุวานแล้วยังมี พระจิตตคุปต์ และพระกาฬไชยศรี เป็นต้น

    ด้วยมติแห่งครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าผู้ใดก็ดี ที่จะได้พบ ได้เข้าเฝ้าพระธรรมบดียมราชนั้นล้วนแต่เป็นผู้ตกตายรอการเกิดใหม่ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงถือคติแห่งพระเวทย์ว่าเมื่อเราสร้างเครื่องรางในบารมีของพระยมนี้ แม้ใครสักการะบูชาก็เท่ากับว่าเขาได้พบกับองค์ยมราชแล้ว ชีวิตนั้นถือว่าได้กำเนิดใหม่ ได้เกิดในรูปใหม่ พ้นจากสภาวะเดิมแล้ว หลุดพ้นจากกงล้อกรรมและลิขิตฟ้าที่จองจำพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนทั้งหลาย พ้นจากโรคร้ายแลมีอายุยืนนานสืบไป โดยปกติแล้วอานิสงค์ของการบูชานับถือพระยมนั้นเชื่อกันว่าภูติผีปีศาจไม่กล้าระราน คนผู้นั้นจะมีตบะบารมีที่น่าเกรงขาม ผู้ที่คิดร้ายด้วยทุจริตมิชอบอิจฉาตาร้อนจะแพ้ภัยตัวเอง นอกจากนี้หากหมั่นบูชาระลึกถึงพระองค์ท่านเสมอๆ ท่านว่าจะห่างไกลจากความป่วยไข้ มีอายุยืนนาน หากรับราชการหรือทำมาค้าขายด้วยความซื่อตรงก็จะบังเกิดความเจริญมีความสุขในชีวิตยิ่งๆขึ้นไป พ่ออาจารย์ท่านสร้างเครื่องรางอันเป็นยอดวิชาในสายพระธรรมบดียมราชไว้ด้วยประสงค์จะให้ผู้ใช้ถึงซึ่งสวัสดิมงคล นอกจากในส่วนของวิชาแล้วท่านว่ายังจะได้ถือองค์ยมราชท่านเป็นครูที่จะคอยรักษาเราทั้งยังลงโทษทุกสรรพชีวิตอันจะคิดร้ายและจ้องทำลายเราผู้ศรัทธา เมื่อปรารถนาจะขอพรและระลึกถึงองค์ท่านก็จะได้นำตะกรุดจรดหน้าผากของตนแล้วอธิษฐานใจตามปรารถนาพระองค์จะช่วยให้กาลทุกสิ่งที่เดือดร้อนคลี่คลาย พร้อมกับเติมเต็มความสุขให้ถึงพร้อม ท่านว่าอยากจะขออะไรก็ให้คิดให้ดี อย่าไปขออะไรที่ไม่มีวันเกิดขึ้นหรือเป็นไปได้ก็พอ

    ### ตะกรุดพระยมราชผลาญเพชรฆาต ชื่อนี้ฟังว่าน่ากลัวนักต่างจากจุดประสงค์และวิธีการใช้ไปไกลลิบ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นวิชาของครูยมราชโดยเฉพาะ ท่านว่าผลาญนั้นคือเมื่อจะใช้ต้องจุดไฟเผา ส่วนเพชรฆาตนั้นก็คืออาญาสิทธิ์ลงดาบได้ทันทีไม่ต้องปรึกษาผู้ใดจะทำอะไรก็ไวดั่งใจคิดไร้ผู้ต่อต้าน วิชานี้หากจะเรียกให้ถูกต้องจริงๆแล้วต้องเรียกว่า"ยมราชสมใจนึกเผาคำอธิษฐาน" ด้วยวิธีใช้นั้นท่านให้กลั้นใจเขียนเรื่องที่ตนเองต้องการบอกกล่าวครูยมราชหรือข้อความคำอธิษฐานของตนใส่ไว้ในกระดาษขาว เอาตะกรุดครูยมราชนั้นวางทับไว้ชั่วเวลาธูปไหม้หมดดอก ก่อนจะนำกระดาษนั้นเผาส่งคำอธิษฐานร้องขอแก่ครูยมราช ท่านว่าปัญหาของเราจะคลี่คลายในทันที... หากอยากใช้ให้เห็นผลไวสมดั่งที่ใจหวังท่านว่ามันมีเคล็ดกันอยู่นิดหน่อย นั่นคือ ตอนเขียนคำขอใส่กระดาษขาวนั้นต้องทำใจ ทำจิต ทำความรู้สึกตัวเองให้ว่างเปล่าอย่าไปคิดอะไรว่าต้องได้ ต้องเอา ต้องสำเร็จ ท่านว่าเขียนตอนที่จิตว่างจิตเป็นกลางไม่ปรารถนาสิ่งใดแม้จะเป็นคำขอหรือพรมงคลทั้งหลายที่กำลังเขียนก็ดี ให้ตั้งจิตอยู่ในอุเปกขาวางไว้ให้เป็นกลางเช่นนั้น ### ทั้งให้ทำเมื่อเวลาเที่ยงคืนในวันที่ตรงกับวันเกิดตนเอง(อาทิตย์-เสาร์ที่เป็นวันเกิดตน) และให้ขอได้เพียงครั้งละข้อเท่านั้น ในคำขอนั้นห้ามมิให้ผู้ใดเห็นและไม่ให้ผู้ใดอ่านจนกว่าเราจะเผาส่งสาสน์นี้ถึงครูยมราช ท่านว่าขอไปเถอะอาทิตย์ละครั้ง ให้ขอในสิ่งที่เป็นไปได้ จำไว้ว่าตอนเขียนนั้นให้ทำใจเป็นกลาง ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลงเพียงเท่านั้นสิ่งที่คิดฝันจะได้มาทันใจสมปรารถนา วิชานี้ตามสัญญาของครูยมราชพ่ออาจารย์ท่านว่าพวกเธอรู้มั๊ยวิชานี้ถือว่าเป็นอาญาสิทธิ์ของเจ้านรกเชียวนะ เมื่อเอามาลงเป็นตะกรุดนี่ยังปวดมือไปหมดขนาดท่านอนุญาติให้เราทำแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าเป็นตะกรุดที่ศักดิ์สิทธิ์มากเพราะไม่ว่าจะขอพร ขอความช่วยเหลืออะไร ท่านก็จะประทานพรให้สมความปรารถนา สมกับเหตุการณ์ที่ขอทุกครั้ง พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ตัวท่านเองก็ลองดูแล้วมันก็แปลกดีเพราะว่าทุกสิ่งนั้นทันใจ ทันความคิด และได้สมดั่งปรารถนา ครูยมราชท่านปรารภว่าวิชานี้ต่อไปจะได้ช่วยคนของท่านอีกมาก พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าเป็นวิชาสำคัญที่ดี เร็ว และแรงจริงๆ อธิษฐานขอได้ครบสมใจนึกท่านจึงเชิญครูยมราชมาอธิษฐานจิตทำให้เรื่อยๆเต็มกำลัง เต็มบารมีในสายครูของท่านนั้นทีเดียว ท่านว่าถ้าคนมีวาสนาต้องกับตะกรุดนี้เขาจะได้ตะกรุดไปอธิษฐาน ขอเพียงหลับตาให้เห็นองค์ยมราชแค่นั้นขอได้หมดเลย(ในกรณีคนที่จิตไว ตาดีมองเห็นได้มีกำลังใจสูงท่านว่าไม่ต้องรอจุดไฟเผาคำขออาทิตย์ละครั้งเลย ถ้ากำลังใจเราดีนี่ส่งถึงท่านได้ตลอดแบบนั้นทีเดียว) ท่านว่าครูยมราชท่านจะช่วยคนของท่านให้นำพาตัวเองให้อยู่รอดไปได้ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่ผกผันอย่างรุนแรงในสังคมปัจจุบัน

    ทั้งตะกรุดในสายพระยมนี้พ่ออาจารย์ยังเป่ามนต์โองการพระยมสำทับอีกร้อยแปดพันคาบ(108,000) ตะกรุดนี้จึงมีคุณดีทางสะท้อนย้อนกลับกรรมไปสนองผู้ปองร้ายและคิดร้ายเราในทุกรูปแบบ ดุจดั่งพระยมราชท่านลงโทษคนกระทำผิดคิดชั่วให้ได้รับผลกรรมนั้น นั่นคือการสะท้อนย้อนกลับโดยฉับพลันทันที เรียกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ผู้บูชาตะกรุดมีผู้ประสงค์ร้ายหรือคิดไม่ดีนั้น อานุภาพของตะกรุดจะสะท้อนผลร้ายกลับไปร้อยเท่าพันทวีเป็นเหตุให้ต้องมาขอขมาเรา หากไม่มาขอขมาแก่เราแล้วก็ไม่สามารถลบล้างได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ผ่านมานั้นเราจะไม่ได้ทำตัวนี้หรือใช้วิชานี้ประสิทธิ์เครื่องมงคลไว้ให้ใครมากนัก เพียงมหาสะท้อนงานศพก็นับได้ว่าแรงและมีกำลังจนคนเอาไปใช้เกิดประสบการณ์ถามหากันว่ามากแล้วแต่ตัวนี้ยังถือได้ว่าแรงกว่านั้น แรงกว่าแม้มนต์พระกาฬสะท้อนกลับอันมีอาถรรพ์จนถึงขั้นวิบัติมีอันเป็นไปต่างๆนานัปการ เมื่อเห็นว่ากำลังสร้างเครื่องมงคลในสายบารมีของยมราชท่านจึงสงเคราะห์ปรารถนาจะให้เป็นที่สุดเรียกว่าดอกเดียวใช้ได้รอบด้านท่านจึงเป่ามนต์โองการพระยมราชไว้ให้คู่กัน ท่านว่าตะกรุดกับวิชานั้นมีความสัมพันธ์กันและจะเสริมส่งซึ่งกันและกัน ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดบอกได้สั้นๆแต่เพียงว่านี่คือวิชาของพระธรรมบดียมราชให้ผู้บูชาระลึกไว้เสมอจะได้ไม่พลั้งเผลอผิดพลาดนำไปใช้ก่อกรรมสร้างเวรใดๆ เอาแค่ให้สะท้อนย้อนสิ่งอัปมงคลทั้งหลายตามวินิจฉัยแห่งยมเทพนั้นก็พอ

    นอกจากนั้นท่านยังนำผงว่านยาทางเมตตามหานิยมมาเข้ากับผงยมบาลใจอ่อนอุดไว้ในตะกรุด วิชายมบาลใจอ่อนนั้นเมื่อนำมาทำผงใช้กำกับในการสร้างเครื่องรางในสายวิชาพระธรรมบดียมราชนั้น ท่านว่าโดยปกติแล้ววิชานี้แม้ยมบาลผู้รักษากฏเหล็กดำรงค์อยู่ในสุจริตเที่ยงตรงไม่โอนอ่อนผ่อนตามผู้ใด ไม่มีสิ่งใดทำให้ท่านเอนเอียงได้ ก็ยังต้องผ่อนปรนยอมให้กับเรา จึงเป็นที่สุดแห่งวิชามหาเมตตามหาเสน่ห์ที่พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจลงกำกับทำอาถรรพ์ไว้กับกับตะกรุดอันเป็นตัวแทนสายวิชาของพระยม *** พ่ออาจารย์ท่านว่าพระยมนี้ แตกต่างจากเทพองค์อื่น ด้วยปกติท่านจะสัตย์ซื่อ ใจแข็ง แต่เราใช้คติพระเวทย์และมายาศาสตร์สร้างตะกรุดแทนครูในสายวิชาท่านอุดผงกำกับด้วยวิชาผงยมบาลใจอ่อน นั่นก็เพื่อให้ท่านโอนอ่อนตามใจและให้พรทุกประการดั่งใจผู้บูชาปรารถนา อันพรของพระธรรมบดียมราชนายเหนือหัวแห่งนรกภูมินั้น ถือได้ว่าเป็นพรวิเศษดุจพรของพรหมมหาปัญจสุทธาวาส ด้วยเรากำกับเวทย์ยมบาลใจอ่อนไว้ถ้าไม่ขอสิ่งใดที่หนักปากและยากเกินกว่าจะเป็นไปได้แล้วสิ่งนั้นย่อมสำเร็จโดยพลัน ด้วยพระยมท่านถือสัจจะยิ่งชีพ ไม่ใช่เพียงแต่ยกมือให้พรไปเรื่อย แต่หากให้พรผู้ใดแล้วท่านจะติดตามงานของท่านเสมอจนประสบความสำเร็จ แม้จะต้องแหกกฏเหล็ก ฝืนลิขิตฟ้าแลกฏแห่งกรรมก็ตาม แต่หากพระองค์เผลอให้พรผู้ใดแล้วก็จำต้องช่วยเหลือให้ได้ดั่งในกรณีคืนชีวิตให้พระสัตยวานที่ถึงกาลสิ้นอายุขัยท่านก็ยังมอบชีวิตคืนชีพให้เขาอันจะต้องแหกกฏเหล็กของท่านเช่นนั้นนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านนำผงยมบาลใจอ่อนมาเข้ากับผงยันต์พันคาถา ซึ่งผงนี้เกิดจากการเขียนคาถาพันบท เขียนยันต์พันรูป ซึ่งจะมีอานุภาพดุจฝอยท่วมหลังช้างที่เรียกว่าอธิษฐานใช้ได้ทุกด้าน เสมือนเรามีทรัพย์สินมากมายหลายประการปรารถนาสิ่งใดก็นำไปใช้แลกเปลี่ยนได้ไม่รู้หมด พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้เราทำมาเป็นปีและต้องใช้ความอุตสาหะมาก ให้คิดเอาเองว่าลำพังยันต์หนึ่งนั้นยังมีอุปเท่ห์ใช้ได้นับสิบนับร้อย เช่นนั้นยันต์พัน คาถาพัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เอาว่าที่นำมาใช้เป็นมวลสารก็เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนบูชา เมื่อได้ผงยันต์พันคาถาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านท่านได้เขียนผงยันต์ธงพระฉิมเรียกทรัพย์ ผงมนต์มหาลาภ ผงคาถาเรียกทรัพย์ ผงคาถาเงินแสน ผงคาถาเงินล้าน ผงยันต์มหาโสฬสสะระตะใส่ลงไปอีกด้วย ท่านว่าเอาผงทั้งหมดมาคลุกกับน้ำมันตานีที่ต้องพลีปลีกล้วยตานีมาเคี่ยวกับว่านเจ็ดชนิดในโบสถ์เจ็ดโบสถ์ตอนเที่ยงคืน พ่ออาจารย์ว่าท่านทำเก็บไว้นานก็เพิ่งได้นำมาใช้เพราะสมัยนี้จะไปขออนุญาตินั่งเคี่ยวน้ำมันในโบส์ตอนเที่ยงคืนพระท่านก็จะมองเราไม่ดีไปเสียอีกท่านจึงไม่ทำน้ำมันตัวนี้แล้ว ท่านว่าน้ำมันนี้แรงนะเพราะตอนเคี่ยวเราต้องใช้เตโชกสิณไม่ใช่ใช้ไฟเคี่ยว ต้องเคี่ยวไปเรื่อยๆจนน้ำมันเดือดขึ้นฟองนั่นจึงถือว่าสำเร็จ ท่านว่าน้ำมันนี้โดยรวมจะดีทางเมตตามหานิยม แต่ที่แน่ๆทางเสี่ยงโชคลาภลอยก็ได้ไม่หยอกเหมือนกัน ท่านนำผงสำคัญชุดนี้อุดกำกับไว้ในตะกรุดสายครูยมราชโดยเน้นใช้ให้เกิดปิยะเมตตาอย่างถึงที่สุด ท่านว่าโดยแท้จริงแล้วครูยมราชนั้นท่านไม่ได้น่ากลัว ซ้ำท่านยังเมตตาลูกหลานอย่างถึงที่สุดเช่นกัน

    คาถาบูชา
    โอม ยะมะมหาเทวะตา สุเนตตะมหาราชา อันตรายาปิวินัสสันตุ


    ตะกรุดในสายครูยมราชนั้นพ่ออาจารย์ท่านดำริว่าเป็นของมีเจ้าของถือครองกันครบทุกดอก เป็นของเฉพาะกาล เฉพาะวาระที่ท่านพลีกรรมบวงสรวงและใช้เวลาในการสร้างลงจารกปลุกเสกมายาวนาน คนที่ได้บูชานั้นจะเป็นลูกรักของพญายมราช มีบุญบารมีสัมพันธ์กันมาแต่ภพเก่าก่อนในทางใดทางหนึ่ง เมื่อจะได้เกื้อหนุนกันให้สำเร็จกิจแห่งภพ ท่านจะดลบันดาลให้รับรู้แลเกิดความสนใจ พึงใจ ขึ้นมาเอง

    *** ตะกรุดพระยมราชผลาญ..นี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะบอกกล่าวครูยมราชทำการประสิทธิ์ให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนช่วยผู้ประสบอุทกภัยต่อไป


    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพระยมราชผลาญเพชรฆาต(สมใจนึก เผาคำอธิษฐาน) บูชา 900 บาท

    70188459-943939252619130-1933311869674586112-n.jpg
    70248009-2522316591321819-4649137901320273920-n.jpg
    70042092-524816788286505-3359246092892897280-n.jpg
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา หนุมานมหาพาลีรวมชีพศรีเทพพยนตรา(ผงมหากาฬสุริยกัณฑ์)

    ว่าด้วยลิงครูเนื้อพิเศษที่พ่ออาจารย์ท่านกดลองพิมพ์ไว้เมื่อสร้างหนุมานศรีเทพพยนตรา ท่านได้มีดำริจะนำผงคุณวิชาพญาพาลีมาเข้ากับผงหนุมานกดเนื้อลองพิมพ์ขึ้นเพื่อให้ลิงครูนั้นมีกำลังอันเป็นข้อดีของทั้งหนุมานและพาลีรวมกันโดยท่านเรียกพระผงลองพิมพ์นี้ว่า...หนุมานมหาพาลีรวมชีพ
    จะกล่าวถึงพาลี...." หนึ่งในวิชาและพระเวทย์ฝ่ายไศวะโบราณที่มีอิทธิคุณแปลกประหลาด สามารถดลบันดาลให้ผู้ครอบครองชนะไร้พ่าย ทำอะไรก็สำเร็จ แต่ทว่าครูบาอาจารย์นั้นเกรงกลัวว่าคุณสมบัติแท้จริงของวิชานี้น่ากลัวเกินไป จึงปิดบังอำพราง ไม่สร้างไปเลยก็มี ถ้าสร้างก็มักจะไม่ทำเต็มวิชา ด้วยเกรงว่าจะก่อภัยอันตรายให้กับศิษย์ทั้งหลายที่ได้ใจครอบครองจนกระทั่งท่านได้สร้างทำผงวิชาพญาพาลีอินทรสังกาศขึ้นมาเพื่อจะสืบทอดเวทย์ฝ่ายไศวะโบราณที่ขาดการสืบต่อไป ด้วยพาลีนั้นชาติพันธุ์เป็นลิงแต่หน่อเนื้อเชื้อวงศ์เป็นอินทรวงศ์ เป็นลิงมีศักดิ์สูงเป็นลูกเจ้าสวรรค์ต่างกับบรรดาลิงทั้งหลายไม่ว่าจะสุครีพ นิลพัตร หรือหนุมาน ซ้ำยังมีฤทธิ์เลิศเป็นเอกอีกด้วย ถึงขนาดพ่ออาจารย์กล่าวไว้ว่า *** พาลีถ้าไม่ตายเสียก่อน ในรามเกียรติ์นั้นพระรามไม่ได้ฉายแสงแน่นอน เพราะใครก็ฆ่าพาลีไม่ได้ ใครสู้ก็แพ้พาลี ขนาดเจ้าทศกัณฐ์ที่พระรามตามล่าทำสงครามจนเรื่องกินระยะเวลายาวนานนั้น เจอพาลีเข้าก็หมดแรง รบกี่ทีก็แพ้ แถมยังโดนพาลีจับไปกระทำการทรมานทรกรรมให้กินข้าวเหลือของนางกำนัลแล้วให้องคตลูกชายเอาทศกัณฐ์ไปลากเล่น(เหมือนจูงหมาเดินเล่น)ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง หยามเกียรติอสูรวงศ์พรหมถึงปานนั้น...พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงนั้นถ้าว่ากันด้วยฤทธิ์พระรามก็ยังฆ่าพาลีไม่ตาย พาลีตายด้วยมือของตนเอง แม้แต่พระรามแผลงศร ศรพระรามที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดศาสตราวุธฝ่ายเทพ แผลงที่ไหนทีไรได้เรื่องทุกที พาลีก็ยังคว้าจับมาเล่นได้ไม่ได้สะทกสะท้านในฤทธิ์อำนาจใดๆเลย แต่เพราะระลึกถึงคำสาบานแต่หนหลังได้ว่าตนเองนั้นแย่งเมียน้องคือสุครีพ และเคยถวายสัตย์ต่อพระนารายณ์ไว้ว่าถ้าแย่งจะให้ศรพระนารายณ์ล้างชีวิตก็เลยทำตามคำสัตย์นั้น พระรามนั้นอาลัยในตัวพาลีมากนัก เพราะในประวัติศาสตร์ไม่เคยปรากฏมีผู้ใดที่จะมีฤทธิ์แกล้วกล้าเฉกเช่นพญาวานรผู้นี้ พระรามจึงอยากได้พาลีมาทำราชการกับพระองค์ ได้เอ่ยขอเพียงเลือดของพาลีเสียครึ่งหยดมาล้างคำสัตย์ที่สาปสรรค์ไว้ถึงชีวิตให้แก่ศรพระเป็นเจ้า แต่พาลีก็หายอมไม่เพราะต้องการรักษาคำสัตย์นั้น จึงใช้ศรของพระรามทำการปลิดชีพตัวเอง เมื่อตายไปก็ได้เกิดเป็นเทพเจ้ากลับมาทำลายพิธีบูชาหอกของทศกัณฐ์ที่ทำให้อินทร์พรหมยมยักษ์ทั้งสวรรค์เดือดร้อนอีกครั้งนั่นเองพาลีนั้นพ่ออาจารย์บอกว่ามีความสามารถที่ไม่เหมือนใคร ในชั้นฤทธิ์นั้นถ้าเปรียบกับชั้นหลานอย่างหนุมานแล้ว ระดับเจ้าผู้ครองนครขีดขินก็มีความสามารถแต่เดิมอยู่แล้วไม่เป็นรองกันแต่อย่างใด เพราะสืบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์เป็นบุตรพระอินทร์เจ้าสวรรค์นั่นเอง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งรู้กันไปทั่ว ว่าเป็นความสามารถที่ขี้โกงที่สุดในสามโลก ทำให้กากาศนั้นเก่งเกินกว่าเก่ง เก่งจนแม้แต่พระเป็นเจ้าก็ยังไม่สามารถต่อกรให้มีชัยชนะได้ นั่นคือพรของพระศิวะเจ้าที่ให้กับพาลี กล่าวคือ เวลาสู้กับใครให้กำลังอีกฝ่ายนั้นลดลงเสียครึ่งหนึ่งแล้วกลับมาเพิ่มเป็นกำลังให้พาลี เพราะเช่นนี้พาลีเมื่อสู้กับใครจึงมีฤทธิ์เพิ่มอีกมหาศาล ยิ่งศัตรูเก่งแค่ไหน พาลีก็ยิ่งเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ซ้ำพระศิวะเป็นเจ้ายังมอบพระขรรค์เพชรของพระองค์ให้เป็นเทพศาสตราคู่กายอีกด้วยในฐานะที่พาลีและสุครีพทั้งสองพี่น้องช่วยกันยกเขาไกรลาสให้ตั้งตรงได้ตามเดิมหากจะกล่าวถึงความเจ้าชู้แล้ว กากาศนั้น เหนือเสียยิ่งกว่าที่เรียกว่าเจ้าชู้ยักษ์อีกหลายขุม เพราะสนมกำนัลนั้นเต็มวังสนุกปานวิมานของบิดาคือพระอินทร์ก็ไม่ปาน แถมไม่พอใจใครก็ไปช่วงชิงเมียเค้ามาได้ดื้อๆไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น เช่นนางมณโฑของทศกัณฐ์ ที่มีลูกกับพาลีเป็นองคต ด้วยทศกัณฐ์นั้นได้รางวัลพระเป็นเจ้าประทานนางมณโฑให้ ยังไม่ทันที่จะได้เชยชมเผลอเหาะข้ามเมืองของพาลี กากาศนั้นพิโรธสุดกำลังกล่าวหาว่าทศกัณฐ์หยามเกียรติกล้าบินข้ามศรีษะตน จึงสั่งสอนต่อรบด้วย เอาทศกัณฐ์มาทรมานและเอาเมียพระราชทานนั้นมาเป็นเมียตนเอง แม้แต่นางดาราที่พระศิวะเจ้าโปรดประทานให้น้องชายคือสุครีพก็ยังตกเป็นของพาลี เรียกว่าถ้าใจรักผู้ใดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมหน้าไหนทั้งนั้น เพราะใครก็สู้ด้วยไม่ได้ รบไปก็แพ้เปล่าๆ "

    พ่ออาจารย์นั้นได้นำผงคุณวิชาพญาพาลีมารวมกับกำลังหนุมานเพื่อสร้างลิงครูสำคัญขึ้น ยิ่งพ่ออาจารย์ท่านทำย้อนอารยธรรมเดิม ท่านว่าหนุมานของท่านนั้นครบรสเป็นทั้งเทพทั้งพยนต์ที่สำคัญเป็นเจ้าแห่งพลัง ความซื่อสัตย์ และจงรักภักดี เป็นการทำหนุมานสายพระเวทย์แบบดั้งเดิมจริงๆ ท่านว่าหนุมานไทยที่ว่าเก่งแล้วก็ยังคนละเรื่องกับอินเดียเพราะนี่คือหนุมานที่เป็นเทพเจ้า ไม่ใช่หนุมานที่เป็นทหารลิง

    จากเทพอมตะในตำนานที่ยังดำรงค์ชีวิต สู่ปฐมบทแห่งเครื่องรางอันเป็นอมตะ ...เมื่อกล่าวถึงหนุมานแล้ว เชื่อได้ว่าย่อมเป็นเครื่องรางหนึ่งในดวงใจของชายชาตรีหลายๆท่าน ด้วยว่ามีดีครบรสใช้ได้ทุกทาง แต่ถึงกระนั้นพ่ออาจารย์ท่านก็ยังวางเฉย แม้จะมีคนถามหาอยากบูชาหนุมานกันอยู่เรื่อยๆ จนท่านต้องลงตะกรุดให้เขาไปใช้กันแทนและมีประสบการณ์กล่าวขานกันอย่างมากถึงกำลังฤทธิ์และความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นในชีวิตอันสัมผัสได้จริงจากการใช้หนุมาน .....พ่ออาจารย์ท่านได้ปรารภว่า " ที่เรายังยั้งไว้ก่อนนั้น เพราะคิดว่าหลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจเกี่ยวกับหนุมานของเรา เพราะหนุมานของเรานั้นไม่ได้เหมือนหนุมานทรงหัวโขนทั่วไป หากแต่เป็นเทพหนุมาน เป็นเจ้าแห่งเผ่าพันธุ์วานร เจ้าแห่งกำลัง อิทธิฤทธิ์ ชัยชนะ เจ้าแห่งความซื่อสัตย์และจงรักภักดี " นอกจากนั้นท่านยังผูกให้เป็นพยนต์อีกด้วย ท่านว่าทำยากมากแตกต่างจากพยนต์ทั่วไป เพราะเป็นพยนต์ที่เกิดจากเทพ มีพลังงานต้นกำเนิดคือเทพหนุมาน เป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่เหนือฟ้าเหนือดิน ดังนั้นพยนต์ต้นกำเนิดเทพหนุมานนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าถึงเป็นพยนต์รูปหนุมานที่สร้างไว้เจาะจงประโยชน์ใหญ่อันจะเกิดขึ้นกับผู้บูชา เพื่อให้ผู้บูชาได้ใช้งานเขาได้ ซึ่งปกติเทพทั่วไปเราต้องขอความเมตตาอ้อนวอนท่าน แต่นี่เป็นพยนต์เทพจึงแตกต่างกัน ความตั้งใจของท่านคือให้เราออกคำสั่งได้ ใช้เขาได้ซึ่งเขาต้องทำตามด้วยความซื่อสัตย์และจงรักภักดี ดุจดั่งว่าศรีรามจันทร์ผู้เป็นเจ้าชีวิตใช้งานหนุมานฉันใดก็ฉันนั้น ร้อยเรื่อง ร้อยงาน ร้อยราชการสงคราม ทุกสิ่งย่อมสำเร็จกิจดั่งใจปรารถนาทุกเรื่อง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเทพหนุมานสายพระเวทย์โบราณนั้นเป็นศาสตราคู่กายที่สำคัญอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นอวตารสำคัญของพระศิวะ ซ้ำยังมีครูที่เก่งที่สุดในโลกช่วยกันสอนผลัดกันถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆให้ ทั้งพระศิวะ พระพาย พระสุริยาทิตย์ ท่านว่าตรงนี้หลายตำนานก็จะกล่าวต่างกันออกไป แต่ขึ้นชื่อว่าครูชั้นดีแล้ว จะมีศิษย์ไม่ได้ความได้อย่างไร เมื่อท่านจะแกะบล๊อคสร้างเทพหนุมานนั้นท่านได้อธิษฐานใจบอกครูพระศิวะเสียก่อนพร้อมทั้งขอรูปนิมิตจากเทพหนุมาน ซึ่งท่านก็ได้รูปนิมิตให้สร้างเป็นรูปหนุมานคุกเข่ายกมือขึ้นวันทาในอิริยาบถพร้อมรับคำสั่งคำบัญชาจากศรีรามจันทร์ผู้เป็นเจ้ามหาชีวิตทุกประการ พ่ออาจารย์ท่านว่าหนุมานถ้าสร้างเป็นพิมพ์นี้แล้วเหมือนเขาบอกแก่เราว่าเค้าพร้อมแล้วนะที่จะช่วย พร้อมรับคำสั่งหรือเรื่องราวร้อยแปดพันประการของเราแล้วนั่นเอง

    ทีนี้ก็จะกล่าวถึงจุดสำคัญ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่า การจะสร้างหนุมานให้สามารถใช้งานเขาได้นั้น จะทำแต่รูปหนุมานขึ้นมาโดดๆไม่ได้ จะต้องมีสิ่งที่บรรจุธาตุพลังงานสำคัญของเจ้านายเขาลงไปด้วยซึ่งก็คือศรีรามจันทร์และพระลักษมันนั่นเอง ดุจว่าเมื่อเราบูชาหนุมานนี้ เราจะบูชาไปพร้อมกับการบูชานายของเขา

    เย ชยนฺติ สทา เสนหนาม มนฺคลย กรนมฺ

    ศรี มโตราม จนฺทรสฺย กริปาโล มรม สวมินิ

    เตศมารโถ สทาวิปร ปรทาตหม ปรยาตนตห

    ทาทามิ วนฺจิต นิตฺยมฺ สรวนา เสารวยมุตตม

    ผู้ภักดีเหล่าใด ผู้ซึ่งระลึกนึกถึงพระรามผู้มีความเมตตาที่สุดของเราทุกๆวันและตลอดเวลา ข้าฯ จะทำให้ความปรารถนาทุกๆอย่างของผู้ภักดีเช่นนั้นให้สำเร็จลงโดยสมบูรณ์ และประทานความสำเร็จในการกระทำทุกๆอย่างให้แก่พวกเขา


    ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงพิจารณาลงตะกรุดรามจันทร์ผลาญฟ้ากับลักษมันร่างทองปลุกเสกเชิญญาณสองมหาเทพทั้งพระวิษณุนารายณ์และองค์อนันต์นาคราช ให้นิรมาณกายมาสถิตย์ดุจภาคอวตารของรามลักษณ์เช่นนั้นทีเดียว(ในเนื้อลองพิมพ์นั้นท่านลงตะกรุดรวมยันต์ไว้ในดอกเดียว) พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนั้นแล้วหนุมานที่ท่านทำขึ้นนี้แม้นบูชาไปหากจะขออธิษฐานสิ่งใดๆก็จะสำเร็จเสมอใจทุกประการ เพราะเมื่อเราไหว้เราบูชา เท่ากับเราได้บูชานายของเขาไปในตัวแล้วชนิดแยกกันไม่ออก ขาดกันไม่ได้ ที่ใดมีรามที่นั่นย่อมมีหนุมาน ตรงนี้เข้าเงื่อนไขให้เขาพร้อมช่วยเหลือเราอย่างสุดชีวิตและเต็มกำลังเขาแล้วนั่นเอง ทั้งนี้ไม่นับตะกรุดรามจันทร์ผลาญฟ้ากับลักษมันร่างทองซึ่งเป็นวิชาเกื้อหนุนค้ำจุนและเป็นนายที่หนุมานจงรักภักดีทั้งคู่นอกจากนี้ยังมีผงมหากาฬสุริยกัณฑ์ที่พ่ออาจารย์ท่านได้นำมาเป็นมวลสารตั้งต้นในเนื้อลองพิมพ์ด้วยเน้นเอาให้แรง ให้มีฤทธิ์เกินคำว่าเป็นตัวเป็นตนทีเดียวกับหนุมานศรีเทพพยนตรารุ่นนี้ ด้วยหน้าที่ของหนุมานเหนือสิ่งอื่นใดนั่นคือการอุทิศชีวิตเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จสมดั่งเป้าหมายผู้เป็นนาย ตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญที่สุด เครื่องมงคลเช่นนี้นั้นย่อมไม่ธรรมดา

    นอกจากจะผูกเป็นพยนต์เทพหนุมานแล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังกล่าวว่า ที่ท่านสร้างหนุมานนี้เนื่องจากหลายคนใช้ชีวิตกันอยู่ในโชคชะตาเวียนว่ายตายเกิด ได้รับอิทธิพลของดวงดาว พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก เรียกว่าดาวบาปเคราะห์ให้ผลแรงกล้าอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดาวราหูก็ดี เมื่อเสวยอายุบางช่วงก็กินเวลานานหลายปี พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จะให้มาเสียเวลาหลายๆปีเพราะอำนาจดาวบาปเคราะห์นี้ก็ไม่ควรกัน พอดวงนี้เคลื่อนดวงนั้นก็เสวยต่อวนเวียนแบบนี้ไปไม่รู้จบ ตรงนี้ท่านว่าเป็นอำนาจของดาวบาปเคราะห์ที่แม้แต่พระพุทธองค์ก็ยังหยุดไม่ให้แสดงผลไม่ได้ ด้วยสาเหตุนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อมีกฏก็ย่อมมีสิ่งที่กฏแห่งธรรมชาติยกเว้นเช่นกัน นั่นคือหนุมาน หนุมานนั้นมีบุญคุณกับเทพนพเคราะห์ทั้งหลาย จนพระเสาร์ได้ให้คำสัตย์สัญญาไว้ ว่าจะคอยช่วยเหลือหนุมานและงดเว้นคำสาปตลอดจนพลังวิถีรัศมีแห่งดวงดาวที่จะส่องเข้ากระทบดวงชะตาของผู้บูชาหนุมาน ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าหนุมานสายพระเวทย์ฮินดูนี่แหละที่เป็นดาวข่มแท้จริงกับชะตาชีวิตที่ขึ้นๆลงๆเอาแน่เอานอนไม่ได้ของมนุษย์ ใครที่โดนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกทั้งหลาย ได้ดีก็ไม่ตลอด สามวันดีสีวันไข้ ต้องคอยตามคอยแก้คอยกังวลกับดวงชะตา ทำอะไรก็ไม่มีความสบายใจลุ่มๆดอนๆ ท่านว่าตรงนี้คือสิ่งพิเศษที่กฏเกณฑ์พลังงานของธรรมชาติและวิถีดวงดาวนั้นเกื้อหนุนกัน ตรงนี้คือวาระพิเศษที่จะทำให้มนุษย์ส่วนหนึ่งนั้นพ้นจากอำนาจแห่งดาวบาปเคราะห์และตรงนี้ก็คือศรีหนุมานนั่นเอง

    ทำไมถึงต้องเป็นพยนต์เทพหนุมาน พ่ออาจารย์ท่านว่าให้เราทั้งหลายลองตรองดูเถิด นึกไปถึงพระราม พระรามในอุดมคติของเราเป็นเอกบุรุษหรือไม่ ท่านเก่งหรือไม่ ถึงแม้จะเก่ง แต่ทุกย่างก้าวของยอดบุรุษผู้นั้น ชีวิตพระรามผู้นั้นก็ต้องมีหนุมาน หนุมานจะคอยช่วยเหลือพระรามทุกๆย่างก้าวของชีวิต คอยขจัดความทุกข์ทั้งมวลออกจากใจของศรีราม คอยทำให้ความปรารถนาของศรีรามจันทร์นั้นสำเร็จลงอย่างสมบูรณ์ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าถ้าจะหาตัวช่วยที่เป็นดุจองครักษ์ชั้นยอด ที่คอยช่วยกำจัดทุกข์ คอยทำให้ความปรารถนาเราสำเร็จ ไม่ทิ้งเราและอยู่กับเราทุกย่างก้าวของชีวิตแล้ว ตรงนี้คือตอบว่าทำไมต้องเป็นพยนต์เทพหนุมาน เพราะคนเรานั้นถึงจะเก่งเทียมฟ้า มีฤทธิ์ดุจดั่งเทพเจ้าแล้วก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะประสบผลสำเร็จ จะอยู่ได้ตัวคนเดียวในโลกโดยไม่ต้องการความช่วยเหลือ

    พ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมว่านยาต่างๆจำนวนมากรวมถึงผงลบถมวิเศษอีกหลายประการ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลย ท่านได้ลบถมผงสายพระเวทย์ของฮินดูขึ้นมาโดยชักยันต์หัวใจเทพเจ้าสำคัญๆต่างๆใส่ลงไปด้วย ไม่ว่าจะพระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระแม่ปาราวตี พระแม่ลักษมี พระแม่สุรัสวดี พระพาย พระสุริยาทิตย์ พระจันทร์ พระอินทร์ พระธรณี พระคงคา พระเพลิง พระกุเวร พระยม พระพฤหัสบดี พระกศยปะเทพบิดร พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะหนุมานนี้ ในตัวของเขามีพลังงานของเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายอยู่เนื่องด้วยได้รับการสั่งสอนรวมถึงได้รับพรประการต่างๆจากเทพทั้งหลาย เมื่อท่านจะทำหนุมานนั้น ท่านจึงดำริว่าให้ทำขอไปทีนั้นไม่เอา ถ้าจะทำต้องทำจริงๆ และในกายหนุมานนั้นต้องมีพลังงานของเทพสำคัญทุกองค์แฝงอยู่อย่างแท้จริง นั่นแหละจึงจะได้ชื่อว่ามีฤทธิ์เป็นเอกเหนือฟ้าเหนือดิน ท่านนำผงเทพวิชานั้นมาเข้ากับผงมหากาฬสุริยกัณฑ์ พ่ออาจารย์ท่านว่า ผงวิเศษนี้คือสิ่งที่ท่านตั้งใจลบถมปรุงแต่งขึ้นเพื่อฝากไว้เป็นตำนานอย่างแท้จริง ท่านว่าคนสมัยนี้ส่วนใหญ่จะรู้จักแต่มนต์พระกาฬอันเป็นคาถาสาปแช่ง ในวาระนี้ท่านจึงได้ลบถมผงมหากาฬสุริยกัณฑ์ขึ้นมา ท่านว่าผงนี้ทำยากต้องเข้าว่านยามวลสารที่เผาด้วยไฟจากพระอาทิตย์ ทั้งเวลาทำผงก็ต้องทำตอนพระอาทิตย์ตรงหัวขึ้นสู่จุดสูงสุด มีการทำพิธีนมัสการพระสุริยเทพก่อน ผงที่ได้มานั้นท่านว่ามีฤทธิ์มาก มีความร้อนแรงอย่างถึงที่สุด อยู่ที่ไหนก็สะกดข่มและปราบปรามสิ่งต่างๆได้ทั้งสิ้น ซ้ำยงเป็นทั้งของกัน ของแก้ และของสะท้อนกลับในตัวด้วย ท่านว่าศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนั้นมีอุปเท่ห์วิธีใช้รุนแรงและพิศดารมากมาย แต่ท่านตั้งใจเอาไว้ให้ถือครองกันเพื่อหวังอานิสงค์ในทางกัน แก้ และสะท้อนกลับเพียงเท่านั้น ทั้งสามสิ่งนี้ครอบคลุมและเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์นั้นงดงามและดำรงค์อยู่ได้อย่างปรกติสุขปราศจากเรื่องเดือดร้อนใดๆท่านว่าอยากเห็นชีวิตของเขากินดีอยู่ดีอยู่ได้โดยไม่โดนใครเบียดเบียนรังแกไม่ว่าจะภัยจากมนุษย์หรืออมนุษย์ก็ตาม ท่านว่าอย่างอื่นอย่ารู้อย่าทำเลยเป็นบาปกรรมเสียเปล่า ผงนี้สำเร็จได้ด้วยอำนาจพระสุริยาทิตย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าตัวหนุมานนี้เองก็เป็นลูกศิษย์พระอาทิตย์ได้ให้คุรุทักษิณาแก่อาจารย์คือพระสุริยาทิตย์โดยการลงมาช่วยสุครีพผู้เป็นลูกพระอาทิตย์ดูแลบ้านเมืองจนกระทั่งพบพระรามในที่สุด เช่นนี้ท่านจึงใช้ผงนี้ไสร้างหนุมานด้วย ท่านว่าเสมือนเมื่อศิษย์อยู่คู่กับครูของเขาก็จะเหมือนชาติพยัคฆ์ติดเขี้ยวเล็บ เขาจะมีฤทธิ์มากขึ้น

    ทั้งชุดลองพิมพ์นี้ท่านยังได้เข้าผงคุณวิชามหาพาลี,หัวใจพาลีเต็มสูตร,ผงวิชาพาลีรั้งทวีป ท่านว่าต้องลงต้องเดินให้ครบเพื่อจะเสริมการตั้งจิตตั้งรูปพญาพาลี และทำผงเอกคือวิชาพาลีลูบหลังนางแก้วดาราที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์เจ้าชู้สุดๆอีกวิชาหนึ่ง ลูบหลังใครได้ร่วมรักหลับนอน ผสมกับผงวิชาลิงสายต่างๆ ซ้ำยังลงผง 18 มงกุฏ อันเป็นลิงเจ้ายอดทหารเอกของพระรามทั้ง 18 ตนท่านว่าจะได้ขานรับกับผงลบวิชานี้ส่งพลังถึงผู้บูชาได้แรงและไวยิ่งนัก และท่านได้นำเศษไม้ เศษงาช้างตกทอดที่เหลือจากการแกะสลักหนุมานของหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน อันเป็นตำนานเครื่องรางในสายหนุมานมาบดเป็นผงผสมลงไปด้วย ท่านว่าหาหนุมานที่หลวงพ่อสุ่นทำไม่ได้ราคาแพงเกินเอื้อม เอานี่ไปใช้ฤทธิ์ท่านก็อยู่ในนี้ ไม่ต่างกัน วิชามหาพาลีนี้แม้เป็นผงก็ต้องทำให้สำเร็จมีตัวตนก่อนจะเรียกจิตตั้งรูปนาม และนำไปพรมน้ำทิพย์ที่เกิดเองตามธรรมชาติอันมีกำลังฝ่ายเวทย์สูงและปลุกเสกบนยอดดอยเพื่อจะให้มีกำลังธาตุที่เข้มข้นสำเร็จเป็นผงมหาพาลีที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ สุดท้ายท่านก็ได้เชิญครูพระสยม(พระศิวะ)มามอบพรแก่พญาพาลีเพื่อให้มีฤทธิ์แกล้วกล้าเช่นในวรรณคดีจริงๆ แต่กลายเป็นท่านบอกพรแก่พาลีว่า ถ้าแม้เผชิญหน้าด้วยผู้หนึ่งผู้ใด ให้กำลังเขาถดถอยเสียครึ่งหนึ่งและมาทดแทนให้กับเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าสมัยนี้ไม่มีสงครามแล้ว จะไปรบกับใคร เอาแบบนี้ดีกว่าใช้ได้หลายทางดี สุดแต่ใจจะคิดประดิษฐ์วิธีใช้กันเลย วิชาพญาพาลีโดดๆนั้นก็มีฤทธิ์มากจนกลายเป็นสายวิชาในตำนานอยู่แล้ว ด้วยพลังแฝงพิเศษ ### แม้อยู่ต่อหน้าใครก็ลดทอนกำลังวาสนาบารมีเค้าเสียครึ่งหนึ่งมาเพิ่มให้ตนเอง เมื่อรวมกับกำลังหนุมานและพญาลิงแล้วยังได้เพิ่มทางสำเร็จ ชนะอุปสรรคด้วย สำเร็จไว ทำอะไรก็ไวดั่งพญาวานร จะเล่นทางเสน่ห์ก็ยอดเสียยิ่งกว่าพระขุนแผน จะเอาผงผีผงพรายมาเทียบนั้นไม่ได้เลย ผงวิชาลิงนี่แหละแรงกว่ามากท่านเมตตาฝากไว้ว่า ลิงอย่างไรก็คือลิงเห็นแบบนี้องค์ๆหนึ่งนั้นมีวิชาลิงอยู่สารพัดเลย เป็นลิงเจ้าทั้งนั้น ถ้าจะขออะไรอย่าลืมให้กล้วยท่านด้วย จะบนอะไรก็เอากล้วยซักหวีน้ำเปล่าซักแก้ว ผลหมากรากไม้ถวายบ้างตามกำลังแล้วแต่เหตุการณ์ที่เราจะบน ลิงนี่ทำอะไรก็สำเร็จไว ขออะไรเขาก็เต็มใจทำให้ พ่ออาจารย์ท่านยังพูดให้คิดว่าไวกว่าพิมพ์พระพิมพ์เทพเจ้าเสียอีก แต่เลี้ยงก็หมั่นพูดคุยบอกกล่าวท่านหน่อย ของที่มีจิตมีญาณรู้สิงสู่แบบนี้ ยิ่งเราพูดยิ่งเราคุยกับเค้าท่านว่ามันยิ่งดีกับตัวเราเอง

    ด้านหลังฝังตะกรุดรามจันทร์ผลาญฟ้าลักษมันร่างทอง ปกติจะเป็นตะกรุดคู่แต่ในชุดลองพิมพ์นั้นท่านว่าลงไว้ด้วยกันเอาอำนาจน้องมาเสริมพี่ให้กลืนกันจะแรงฤทธิ์ยิ่งกว่าฝังดอกเดียวก็แรงลูกโดดเช่นนั้น ตะกรุดสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านเชิญบารมีพระนารายณ์อวตารกับพญาอนันตนาคราชแฝงญานแผ่บารมีไว้อย่างแท้จริง รามจันทร์ผลาญฟ้านั้นท่านว่ามีฤทธิ์มากนอกจากกระแสญาณของพระนารายณ์แล้ว ยังมีพลังแฝงด้วยว่าลงหัวใจศรพรหมมาสตร์ไว้ อันพรหมมาสตร์นั้นเป็นศรที่พระพรหมสร้างขึ้น ศรพรหมาสตร์เป็นศัตราวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ ดังนั้นตะกรุดรามจันทร์ผลาญฟ้านี้ท่านจึงลงไว้เพื่อปราบคู่แข่ง สะกดอาถรรพ์ ล้างผลาญศัตรูหมู่มารทั้งหลาย ส่วนลักษมันร่างทองนั้นท่านว่านี่ของจริงด้วยบารมีอนันตนาคราช ตรงนี้ดีเสียยิ่งกว่าพระลักษณ์หน้าทอง ท่านลงให้ไว้เป็นเสน่ห์สะกดรูปสะกดใจคนอย่างถึงที่สุด ท่านว่าถ้าวิชาสายสะกดจิตใจคนหรือพระลักษณ์หน้าทองธรรมดานั้นจะให้ผลดังนี้ “เห็นหน้าแล้วลืมตัวลืมลูกลืมสามีไปเสียสิ้น สบตาแล้วลืมกิน กระทั่งอินทร์ก็ลืมดู” แต่นี่ท่านว่าทำไว้เหนือกว่านั้น ก็ขอบารมีองค์อนันตนาคราชเจ้าแผ่งเผ่าพันธุ์นาคาให้แฝงร่างสัมผัสกายเป็นสิริมงคลกันให้ดี ท่านว่าใช้ทางเสน่ห์ได้แต่บาปกรรมรับกันเอง หากมิใช้ทางเสน่ห์แต่เจาะจงเพียงพกพาอาราธนาแล้วก็จะเป็นสง่าราศีอย่างถึงที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าว่าตะกรุดรามจันทร์ผลาญฟ้าลักษมันร่างทองนี้ เป็นธาตุตั้งต้นของพลังงาน เป็นธาตุญาณของเจ้านายศรีหนุมานอย่างแท้จริง เมื่อสร้างหนุมานพยนตราท่านต้องฝังไปด้วยเพื่อความสำเร็จในการบูชาของคนใช้นั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้เสกหนุมานศรีเทพพยนตรานี้มายาวนานและทำจนมั่นใจทั้งนำไปเสกบนยอดดอย ในถ้ำ ในป่า(แทนโลกทั้งสามบนดอยที่สูงเหมือนอยู่ในเหมเขาไกรลาสกลางสวรรค์,ในถ้ำดุจอยู่ในพิภพบาดาล,กลางป่าเปรียบกับโลกลี้ลับทั้งหลายในภาคปฐพี) โดยการเสกนั้นท่านว่าจะเกิดเหตุประหลาดและอัศจรรย์ใจท่านทุกครั้ง *** ด้วยท่านลงวิชาทั้งพาลีและหนุมานเอาไว้ลิงครูลองพิมพ์นี้จึงมีกำลังมากเหมือนเทพเจ้าที่แบ่งภาคประสานกันกำเนิดเป็นเทพหนุมานและมหาพาลีรวมชีพ ด้วยหนุมานนี้เก่งทุกด้านทั้งบุ๋นและบู๊ ซ้ำยังเสริมกำลังด้วยวิชาสายธาตุหนุนด้วยธาตุลมเป็นเอก เอาพระพายเข้ามาใช้ เอาพ่อมาหนุนลูก ทำอะไรจะได้สำเร็จ จะได้ว่องไว เหมือนลมที่เข้าไปได้ทุกที่ อยู่ที่ไหนก็ไปถึง ไม่มีที่ไหนที่ปราศจากลม ท่านว่าของที่ทำด้วยธาตุลมนี่เสน่ห์ดีนัก ลิงครูนี้ผู้ใดได้ใช้เวลาเราคิดถึงใครเค้าก็คิดถึงเรากลับ จะทำอะไรก็อธิษฐานฝากบอกพระพายบอกหนุมานไว้ก็ได้ เขาช่วยได้จะสำเร็จไวดั่งมหาวายุพัด ท่านว่าตอนเสกจะมีลิงมาป้วนเปี้ยนในบริเวณที่ท่านเสก บางครั้งก็มีลิงเอามือมาจับองค์พระแต่ไม่ได้ทุบทำลายหรือโยนเล่นและนำไปอันผิดวิสัยของลิงป่า ท่านว่าลิงนั้นก็เป็นสื่อเป็นตัวแทนของเทพหนุมานซึ่งเขายังเป็นอมตะและดำรงค์อยู่จนถึงทุกวันนี้ เทพพยนต์นี้เราก็ทำให้จนดีที่สุดจึงนำมาออกให้บูชา โดยพยนต์นี้ท่านว่าถ้าจะไหว้จะบนจะขออะไร ก็ให้ถวายกล้วย น้ำ นม เนย กับเขาก็พอ(ถ้าไม่บนก็ไม่ต้องถวายพกติดตัวเฉยๆก็แรงแล้ว) ใช้ได้ทุกด้าน

    คาถาบูชา(นึกถึงพระรามเป็นที่สุดเมื่อจะขอพรหนุมาน)
    โอมมะโนจาวัม มารุตาตุละยาเวกัม จิเทนทะริยัม พุทธิมาตัม วาริสะตัม วาตัตตะมาชัม วานะรายุ ธะมุขะยัม ศรีรามทุตัม สาระนัม ประปัทะเย


    *** พระผงลิงครูชุดลองพิมพ์นี้เป็นของสำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าสำเร็จด้วยผงของยอดวิชา มีแรงครูสูงมาก มีฤทธิ์เสมอใจเรา และเป็นเทพพยนต์ที่มีกำลังมาก ให้บูชาด้วยความรักความใส่ใจดุจนายควรมีกับบริวารที่เป็นดั่งมิตรที่ดีที่สุดของตนเขาจะยิ่งแรงและเข้าถึงจิตใจเราได้มากและให้คุณแก่เราได้สูงสุด รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจทำการเจิมประสิทธิ์ให้อีกวาระหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา หนุมานมหาพาลีรวมชีพศรีเทพพยนตรา(ผงมหากาฬสุริยกัณฑ์) บูชา 900 บาท


    70426746-1357751331061111-2954918743525818368-n.jpg 70682429-899288517108461-6756902348896862208-n.jpg
    70388938-946866918987897-6739082276182687744-n.jpg
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงพึ่งบารมีครูปฐมพรหมโยคีสัปตะมหาฤาษี(ตะกรุดสังวาลย์พระอินทร์,หุ่นราวัณแบกภาระ)

    "สัปตะฤาษีที่ได้ชื่อว่าเป็นครูซึ่งเชิญยากที่สุด" ด้วยสัปตะฤาษีหรือมหาฤาษีผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเจ็ดตน ซึ่งได้รับการเคารพสูงสุดจากพระผู้เป็นเจ้า(ตรีเทพ)ในฐานะมหาคุรุและมหามุนี และทั้งเจ็ดท่านนั้นยังเปรียบเป็นเสมือนบิดาของวงศ์วานเทพฤาษีผู้ทรงฤทธิ์อาจหาญทั้งหลายในชั้นถัดมา ด้วยชั้นสัปตะมหาฤาษีนั้นมีเดชมากถึงขั้นมอบคำพรและคำสาปแก่พระเป็นเจ้า(ตรีเทพ)ตลอดจนทำให้เหล่าเทวดา,อสูร,ยักษ์,รากษส ทั้งหลายน้อมบูชาต่อคณะท่านอย่างมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าครูสัปตะฤาษีนั้นเป็นมานัสบุตร(ลูกอันเกิดแต่มโนความคิดของพระพรหมา)ทั้งเจ็ดตน การสร้างเครื่องมงคลแทนครูสัปตะฤาษีนี้พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจทำไว้เพื่อแทนครูต้นผู้ให้กำเนิดกลไกสรรพชีวิตในจักรวาลทั้งหมด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ายอดฤาษีทั้งเจ็ดนั้นได้รับความเคารพยำเกรงจากทุกภพภูมิ จะเรียกว่าหากบูชาท่านเเล้วปรารถนาพรใดก็สามารถบอกกล่าวขอให้ท่านเปิดทางได้ ไม่ว่าอยู่มิติไหนท่านย่อมให้ความเคารพเเละปกปักรักษา พ่ออาจารย์ท่านว่า ดีเกินดี ดีแบบคาดไม่ถึง ใครที่ชะตาต้องอาถรรพ์จะมีวิบัติที่เกิดจากเทวดา,อสูร,หรือภูติผีแม้แต่พระเป็นเจ้าหรือสิ่งที่ทรงอานุภาพอื่นใดก็ดีมีครูสัปตะมหาฤาษีที่เราทำไว้ ต่อให้อาถรรพ์ใดๆไม่กล้าส่งผลต่อชีวิตเราเพราะเกรงใจเเละเคารพในเดชะของยอดฤาษีทั้งเจ็ดนั้น นี่แบบนี้ ที่ว่าดีแบบคาดไม่ถึง

    ด้วยยอดฤาษีทั้งเจ็ดนั้นเป็นที่เคารพเกรงกลัวของเหล่าทวยเทพรวมถึงสรรพชีวิตในกฏแห่งวัฏฏสงสารนี้ ถึงขั้นได้นามว่าฤาษีผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเจ็ดตนซึ่งได้รับเกียรติและการเคารพสูงสุดจากพระผู้เป็นเจ้าในฐานะคุรุและมหามุนี ทั้งเจ็ดท่านนั้นได้แก่ 1.โคตม 2.ภัทรวาช 3.วิศวามิตร 4.ชมทัศนี 5.วศิษฐ์ 6.กัศยป และ 7.อัตริ ซึ่งครูทั้งเจ็ดนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าก่อนทำการมงคลใดๆก็ดีท่านจะต้องระลึกถึงครูทั้งเจ็ดนี้ก่อนเสมอและยังเชิญท่านมาช่วยมาอำนวยพรเป็นประจำเวลาท่านทำพิธีใดๆ เมื่อท่านตั้งใจจะทำมงคลแทนครูนี้ครูทั้งเจ็ดจึงอนุญาติให้ท่านทำโดยใช้รูปพระกศยปะเทพบิดรเป็นตัวแทนของท่านทั้งหมด ในที่นี้จะกล่าวถึงพระกศยปะเทพบิดรอีกครั้ง นอกจากจะเป็นสัปตะฤาษีท่านยังควบตำแหน่งเป็นพระมหาประชาบดีที่ยิ่งใหญ่ของโลก เพราะท่านเป็นผู้ให้กำเนิดมวลมนุษย์เเละเทพเทวะทั้งปวงตลอดจนสร้างกลไกสิ่งมีชีวิตทั้งหมดพระกัศยปะเทพบิดรนั้นในบางตำราก็ว่าเป็นพระบิดาของพระนารายณ์ ในวิษณุปุราณะก็กล่าวว่าเป็นบิดาของมหาฤาษีนารทมุนี ซึ่งพระฤาษีกัศยปะเทพบิดรองค์นี้ยิ่งใหญ่ในตบะฌาณทรงศักดิ์และทรงสิทธิ์เหนือมวลเทพเจ้าทั้งปวงหากแต่ไม่ค่อยมีผู้ใดกล่าวถึงเเละสร้างท่านกันมากนัก พระกัศยปะมหาฤาษี มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ พระกศป,พระประชาบดี อื่นๆและด้วยเหตุที่เป็นผู้ให้กำเนิดเทพเทวดา,มนุษย์ และสรรพสัตว์ตลอดจนวงศ์อสูรทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น แทตย์,ทานพ,นาค,ครุฑ และปีศาจ ไม่เว้นแม้แต่พระผู้เป็นเจ้า ท่านจึงได้รับการขนานพระนามด้วยเกียรติยศสูงสุดว่าพระเทพบิดร พระองค์มีที่สถิตอยู่ที่เขาเหมกูฎบรรพตเป็นผู้แต่งโศลกต่างๆในคัมภีร์ฤคเวทเป็นอันมากทั้งยังแต่งพระเวทอื่นๆบางตอนด้วย ว่ากันว่าพระกัศยปะองค์นี้ยังเป็นพระอาจารย์ที่สอนศิลปะศาสตร์แก่ 2 ศิษย์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมหาอวตารของพระวิษณุที่เก่งที่สุดในโลก สาเหตุของความเก่งกล้าก็มาจากครูผู้นี้นั่นเองได้แก่ ปรศุราม(รามสูร)และพระรามจันทร์(พระราม) ทั้งในยุคไตรเภทคัมภีร์ในยุคนี้ได้บันทึกถึงกำเนิดพระศิวะเจ้าว่าทรงประสูติจากพระนางสุรภีและพระบิดาก็คือพระกัศยปะเทพบิดรและในคัมภีร์พรหมมานัสก็ยังกล่าวไว้เช่นกันจะเห็นได้ว่าพระมหาฤาษีองค์นี้ไม่ธรรมดาเลยด้วยทั้งพระวิษณุหรือพระศิวะก็ได้มาจุติเป็นลูกของพระองค์ทั้งนั้น พระกัศยปะมีอัครมเหสีชื่อพระอทิติและมีมเหสีฝ่ายซ้าย(องค์รอง)คือนางทิติ แล้วก็มีชายาอีก12องค์บางตำราก็ว่ามี13องค์ นอกจากนั้นยังมีนอกสมรสอีกนับพันล้านนาง ด้วยพระกัศยปะเทพบิดรมีโอรสอยู่มาก เช่น พวกอาทิตย์ทั้ง 8 คือ สุริยาทิตย์,วรุณาทิตย์,มิตราทิตย์,อริยมนาทิตย์,ภคาทิตย์,องศาทิตย์,อินทราทิตย์และธาตราทิตย์ โดยเป็นโอรสที่เกิดกับนางอทิติอัครมเหสี พูดง่ายๆคือพระมหาฤาษีองค์นี้เป็นพ่อของพระอินทร์,พระอาทิตย์,พระวรุณ,พระยม เป็นต้น กล่าวง่ายๆคือลูกของท่านล้วนกุมกลไกต่างๆในมหาจักรวาลไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อีกองค์หนึ่งที่สำคัญมากคือพระวามนซึ่งเป็นพระนารายณ์อวตารปางที่ 5 โดยเกิดกับพระนางอทิติเช่นกัน จะเห็นได้ว่าท่านเป็นฤาษีที่อยู่สูงเเละมีความสำคัญมากแม้เเต่พระเป็นเจ้ายังเลือกที่จะเกิดเป็นพระโอรสของท่านเลย นอกจากนั้นท่านยังมีบุตรอีกมากได้แก่
    - ครุฑ นั้นเกิดกับนางวินตา อันว่าครุฑบุตรของพระกศยปะเทพบิดรที่หมายถึงนั้น ไม่ใช่ครุฑธรรมดาสามัญทั่วไป แต่เป็นจอมครุฑพญาสุเรนทรชิตที่เป็นพาหนะของพระนารายณ์ เป็นครุฑที่ชนะพระอินทร์มีอานุภาพเสมอด้วยพระนารายณ์เป็นเจ้า
    - นาค กับ อรุณ เกิดกับนางกัทรุ พญานาคที่เกิดเป็นโอรสนี้ก็รวมไปถึงองค์อนันตนาคราช บรรพบุรุษแห่งสายนาคพันธุ์ทั้งปวง
    - มารุต(ลมหรือพระพาย) และแทตย์เกิดกับนางทิติ พระมารุตหรือพระพายที่เป็นบิดาของหนุมานก็เป็นบุตรของพระองค์
    - ทานพ เกิดกับนางทนุ
    - ปีศาจ เกิดกับนางโกรธศา
    - อสุรินทรราหู ผู้เป็นใหญ่แห่งอสุรกายภูมิผู้ได้รับขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งมาร ก็เป็นบุตรที่เกิดจากพระกัศยปะเทพบิดรกับนางสิงหิกาด้วย
    ท่านเป็นพระบิดาของเทพเจ้าหลายพระองค์มากจริงๆไม่อาจกล่าวได้หมด จึงทำให้ท่านเป็นประชาบดีที่ได้รับเกียรติให้ใช้พระนามว่าพระเทพบิดรจะเห็นได้ว่าชื่อพระกัศยปะเทพบิดร ก็ได้มาเพราะเหตุที่มีลูกเป็นเทพที่คนรู้จักกันมากมายหลายองค์นี่เอง ซึ่งเเต่ละพระองค์ก็ล้วนมีอำนาจก็ยิ่งใหญ่จนมิอาจจะกล่าวได้ แต่ไม่ว่าลูกจะดีเพียงไหน ..ผู้เป็นพ่อก็ย่อมเป็นผู้ที่ลูกเคารพและเกรงใจมากที่สุดอยู่ดี หากมองดีๆแล้วพระกัศยปะเทพบิดรท่านเป็นผู้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตในรูปแบบต่างๆที่เป็นระบบโครงสร้างของจักรวาลก็ไม่ผิด ด้วยว่าท่านมีตบะที่สั่งสมมานานเป็นเอนกอนันต์กาลทั้งด้วยฐานะประชาบดีแถมเป็นถึงพระเทพบิดรนั้นจึงเป็นที่เคารพเเละยำเกรงต่อทุกสรรพชีวิตเพราะท่านเป็นปฐมบิดาด้วยว่าท่านเป็นถึงบิดาของเหล่าเทพองค์สำคัญมากมายเเละที่สำคัญยังเป็นครูเสน่ห์ชั้นสูงสุดที่ไม่ค่อยมีใครกล้าสร้างเเละกล้าเเตะต้องอีกด้วย เพราะเเรงครูนั้นสูงมากต้องสร้างเเละเชิญได้จริงเท่านั้น


    พระมหาฤาษีผู้ได้รับพระนามยิ่งใหญ่ว่าพระเทพบิดรหรือบรมครูพระเทพบิดรนี้ พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่ามีอวตารของพระองค์ท่านมากมายแต่ไม่มีใครพูดถึงกัน บางที่ก็เรียกจอมภพบ้าง,โลกบิดาบ้าง(บิดาของชนทั้งโลกเช่นนี้ท่านจึงให้ถือรูปพระเทพบิดรไว้เป็นประธานสัปตะฤาษีให้ศิษย์บูชาเสมือนได้กราบไว้บิดาตนเอง) ทั้งการลงมาของท่านก็จะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์แปลกๆไว้เสมอๆ เป็นการเพิ่มกลไกของชาติพันธุ์และระบบวัฏฏสงสารเรียกว่าเป็นองค์พลังแห่งการให้กำเนิดพลังเเห่งชีวิต เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงถือว่าพระเทพบิดรคือต้นตอและรากเหง้าแห่งความเจริญทั้งปวงก็ไม่ผิด ซ้ำสตรีที่จะได้เกิดบุตรกับท่านนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้กว่าจะได้พระองค์ท่านนี่ต้องเสียเวลาบำเพ็ญตบะระลึกถึงท่านเป็นพันๆปีถึงจะมีบุตรกับท่านได้ พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างพระกัศยปะเทพบิดรขึ้นมาอย่างรู้จริง ท่านว่านอกจากจะเป็นยอดบรมครูเสน่ห์สายฮินดูแล้วยังมีอภิสิทธิ์เด็ดขาดในทุกๆเรื่องเนื่องจากเป็นบรมบิดาแห่งทวยเทพทั้งปวงด้วย อยู่ที่ไหนก็เป็นที่รักในทุกที่ ผู้ที่บูชาพระกัศยปะที่พ่ออาจารย์สร้างท่านว่าอย่าได้กลัวภัยอันจะเกิดเเก่ภพภูมิทั้งหลายเลย เพราะลูกๆของท่านที่ครองภพภูมิต่างๆย่อมเกรงใจเเละเคารพท่าน แค่ออกพระนามก็เป็นที่รักต่อสรรพชีวิตโดยรอบเเล้ว เวลาขอพรท่านเเค่ขอให้ลูกๆของท่านทุกองค์รักและเมตตาช่วยเหลือเรา ท่านว่าเท่านี้ไปไหนเทวดาก็ลงมาอภิบาลกันตรงนั้นเเล้ว

    ด้วยครูทั้งเจ็ดนั้นประกอบด้วยความสว่างรุ่งเรือง เป็นผู้ประคับประคองโลกและสรรพสัตว์ทั้งปวงในวัฏจักรนี้ ได้ชื่อว่าคุ้มครองคนจากความทุกข์ให้ความปลอดภัยและช่วยให้คนพ้นจากบาปทั้งมวล มีอำนาจเป็นอิสระไร้ขอบเขตหรืออำนาจใดมาขวางกั้นแม้กระทั่งอำนาจของพระเป็นเจ้า ท่านเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์คือกล่าวอะไรหรือให้พรแก่ใครต้องเป็นไปดั่งปากเหมือนพระผู้เป็นเจ้าทั้ง 3 ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้างและขอให้ครูทั้งเจ็ดนี้ช่วยปลดปล่อยผู้ที่เคารพพ้นจากบาปของเขาตามขอบเขตอำนาจอันยิ่งใหญ่ของบรมครูสัปตะมหาฤาษี ท่านว่าให้ใช้อาราธนาไปเรื่อยๆจะเห็นจะรู้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับตัวของเราเอง ด้วยคำพรของครูทั้งเจ็ดก็ถือได้ว่าเป็นยอดแห่งคำอวยพรที่มีศักดิ์และสิทธิ์อันประเสริฐกว่าเทพยดาทั้งหลายด้วยเช่นกัน กล่าวได้ว่าแม้ใครได้สักการะบูชาด้วยใจศรัทธาและอ่อนน้อมถ่อมตน ท่านก็จะดีด้วยอย่างถึงที่สุดแบบเรียกว่าเวลาดีก็จะดีใจหาย ประสิทธิประสาทพรอันจำเป็นต่อเหตุการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตครอบคลุมถ้วนทั่ว ซ้ำยังคุ้มเกรงให้ปัจจามิตรที่คิดร้ายมอดดับถึงคราพินาศราพณาสูร ท่านว่าครูสัปตะมหาฤาษีนี้เวลาเชิญมานั้นหากเป็นเรื่องช่วยคนท่านจะยินดีมาก หากใครมีตาในจะรู้ได้ว่าท่านเมตตากับผู้ศรัทธามากเพียงใดท่านใจดีๆสุดเหมือนคุณปู่คุณตาร่วมสายตระกูลนั้นห่วงใยลูกหลานอันเป็นเชื้อสายของท่านนั่นทีเดียว ด้วยญาณทัศนะของท่านที่พึงรู้ว่ากรรมของสัตว์ใดจะดำเนินไปในรูปแบบใดท่านจะแก้ไขวาระกรรมนั้นให้โลดแล่นและได้ดีเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิตครอบคลุมเหตุการณ์ทั้งปัจจุบันแลอนาคต ด้วยครูสัปตะมหาฤาษีนี้ปกติพ่ออาจารย์ท่านจะไม่ทำขึ้นเลยเหตุด้วยว่าแรงครูสูงและเมื่อจะทำนั้นจะทำเล่นๆตามแต่อารมณ์มิได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านพูดแบบตรงๆนะ หนนี้เราไม่ได้ทำเอาสวยหรือปราณีตใดๆเลย แต่เราทำแบบโบราณที่เอาขลังและพลังงานศักดิ์สิทธิ์เข้าว่า

    ด้วยท่านใช้เวทย์สวรรค์ลงมนต์กูโบ๊สด้วยวิชาเปิดพลังจักรวาลในผงวิชาที่ท่านเตรียมไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าการเปิดพลังงานจักรวาลและดึงเข้าเครื่องมงคลนี้ จะเป็นแหล่งพลังงานอันอนันต์ตลอดไปให้กับวัตถุธาตุก่อนนำมาขึ้นรูปเป็นสัปตะมหาฤาษี ทำไมต้องเปิดพลังงานจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านว่าการเปิดพลังงานจักรวาลนั้นคือเปิดพลังงานแห่งการเคลื่อนไหว พลังงานที่ให้กำเนิดชีวิต มหาธาตุ และสสารต่างๆ เป็นพลังงานที่จะผลักดันและดำเนินเรื่องราวต่างๆให้เป็นไปในแบบที่ควรจะเป็น พ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมมวลสารตามที่ครูให้หามาเข้ากับผงวิชาที่ท่านลบถมไว้ได้แก่ ดินขุยปู,ดินกลางโบสถ์,ดินกลางฐานพระประธาน,ดินกลางนา,ดินกลางหนอง,ดินรังชันโรงใต้ดิน,ดินหน้าตะโพนผสมเข้ากับผงโองการพินธุฤาษี,ผงหัวใจยอดฤาษี,ผงฤาษีพรหมปราบไตรจักร,ผงฤาษีพรหมเตล็ดไตรจักร,ผงฤาษีแปลงรูป,ผงฤาษีแปลงสาสน์,ผงนารายณ์กลึงจักร,ผงนารายณ์เกลื่อนสมุทร,ผงนารายณ์ตวาดป่าหิมพานต์,ผงนารายณ์ขว้างจักร,ผงนารายณ์ทรงเมือง,ผงนารายณ์พลิกแผ่นดิน,ผงนาราย์ถอดรูป,ผงนารายณ์แปลงรูป,ผงนารายณ์บันลือสีหนาท,ผงเทพนิมิตร,ผงเทพชุมนุม,ผงสะเดาะเคราะห์,ผงมงกุฏพระเจ้า,ผงชฎาพระพรหม,ผงคุ้มดวงชะตา,ผงวิชาเสริมดวง,ผงกำจัดอุปสรรค,ผงต์กันแก้กระทำย่ำยี,ผงมหาจักรพรรดิ์,ผงดับโทสะ,ผงดับทิฐิ,ผงดับโมหะ,ทรายเงินทรายทองกลางถ้ำ,ผงรากรักหันทิศตะวันออก,เครือรัก,เครือหลง,เครือให้,กาฝากรัก,กาฝากมะรุม,กาฝากมะยม,กาฝากกาหลง,ว่านกินเงิน,ว่านกินทอง,ว่านกินกระดาษ,ว่านกินเหล็ก.. ผงต่างๆที่กล่าวมาแต่ละชนิดมีอุปเท่ห์การใช้และวิธีการลบถมที่แตกต่างกันไป ทั้งว่านยาต่างๆบางชนิดก็มีศักดิ์สูง มีชีวิต ต้องเลี้ยงดูตามพิธีกรรมว่านจึงจะให้คุณแก่เจ้าของบางชนิดก็รู้วิธีหากินเองสามารถหาเงินทองและสิริมงคลมาให้เจ้าของได้ ท่านว่าบางอย่างกว่าจะกลายมาเป็นผงว่านนั้นต้องพลีต้องให้เขากินให้อิ่มเลี้ยงสิ่งที่ชอบเสียก่อน

    ด้านหลังท่านฝังของวิเศษไว้
    - ตะกรุดครูลงหัวใจสังวาลพระอินทร์ ตะกรุดชุดพิศดารที่พ่ออาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่าต่อให้เราตาย ก็ทำไว้ได้ไม่ครบ100เส้นเป็นอมตะวาจาที่พ่ออาจารย์กล่าวถึงตะกรุดชนิดนี้ ครั้งนี้ท่านได้ลงหัวใจวิชาครูไว้เพื่อใช้กับสัปตะมหาฤาษีโดยเฉพาะ ด้วยปกติตะกรุดครูชุดนี้ถือเป็นของที่ทำยากออกยากต้องรองานเทศกาลสำคัญๆซักครั้งหนึ่งพ่ออาจารย์ถึงจะทำมาซักเส้นหนึ่ง(ไม่ใช่ทุกงานเทศกาล) ท่านว่าทำยากลงยากฤกษ์มีน้อยเเต่ตะกรุดที่จะต้องลงให้ครบมีมาก จะไม่ให้มากได้อย่างไรตั้ง26ดอกเข้าไปแบบนั้นพ่ออาจารย์ลงเองกับมือทุกขั้นตอน ตะกรุดนี้ถามว่าทำยากขนาดนั้นเเล้วมันดีอย่างไร พ่ออาจารย์อธิบายไว้ว่าดีครอบจักรวาลเเล้วเเต่จะอธิษฐานใช้เหมือนสังวาลย์แก้วพระอินทร์สังวาลย์เพชรพระอิศวร ให้ใส่พานไว้บูชาคู่บ้านก็ได้ ไปไหนพกพาอาราธนาไปด้วยก็ได้ท่านว่าตะกรุดนี้คุ้มครองเรารวมไปถึงคนรอบข้างได้นับเเสนคนตำราเขาบอกไว้แบบนั้น เเต่ไม่จำเป็นต้องใส่ให้หนักเนื้อหนักตัว นำมาใส่เวลาสวดมนต์ไหว้พระก็ได้ เวลาทำสมาธิสวมเทพสังวาลย์นี้ภาวนาธาตุทั้ง4นะมะพะธะก็ได้กันอาวุธมีดปืนต่างๆ อยู่ที่ไหนเทวดาก็รักษา อะไรที่ไม่เกินกรรมเเก้ได้หมด หยุดเคราะห์ภัยได้ท่านว่าครอบจักรวาล มีไว้จุดไหนภูติผีปีศาจไม่กล้ารังควาญ หากถอดสวมใส่ผู้ที่ถูกคุณถูกของท่านว่าได้ผลนัก ด้วยเป็นตะกรุดที่ทำยากท่านจึงลงชุดหัวใจไว้ฝังยอดฤาษีบรมครูนี้ ท่านว่าคนที่ไม่เคยมีชุดสังวาลย์พระอินทร์ก็ใช้ได้เหมือนกัน
    - หุ่นแบกภาระเทพอสูรราวัณยกเขาไกรลาสพระศิวะบรรทม พ่ออาจารย์ท่านว่าราวัณก็คือทศกัณฐ์นั่นเอง แม้ราวัณจะเป็นเทพอสูรแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกของพระศิวะ เป็นเจ้าแห่งเผ่าพันพ์อสูรมีอำนาจเหนือท้าวเวสสุวรรณผู้เป็นพี่ชายต่างมารดา นอกจากเป็นยักษ์ที่เจ้าชู้มีสนมบริวารมากมายตั้งแต่ใต้บาดาลยันบนสรวงสวรรค์แล้วยังเป็นยักษ์ที่ฆ่าไม่ตายเพราะได้ฝากดวงใจไว้กับฤาษีผู้เป็นอาจารย์อีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ทำหุ่นวิชาขึ้นตามที่ครูพระสยมบัญชาให้ทำเก็บไว้เพื่อให้คนที่มีภาระหนักเป็นพิเศษได้ใช้ ท่านว่าราวัณนั้นสามารถยกเขาไกรลาสพระศิวะบรรทมอันไม่มีใครกล้ายกให้ตั้งตรงได้ แม้ว่าจะเป็นเทพเทวดาหรือทุกสรรพชีวิตก็ยังขยาดในกำลังของของราวัณเมื่อเที่ยงตรงในคุณของพระเป็นเจ้ายามนั้น เวลานั้นคือเวลาที่ราวัณมีฤทธิ์สูงสุดอย่างแท้จริงก่อนที่จะตกลงสู่อหังการครอบงำ..การยกเขาไกรลาสที่ไม่มีใครทำได้ถือว่าได้รับความสำเร็จยิ่งใหญ่มีเกียรติก้องไปทั้งสามภพ ทั้งเสร็จงานยังได้ของสมณาคุณแทนคุณเป็นบำเหน็จความชอบหลังจากลงแรงลงความเหนื่อยอย่างยิ่งใหญ่สูงสุดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าขอนั่นคือได้พระอุมาเป็นรางวัล(ในภายหลังต้องช้อนพระบาททูนหัวกลับมาคืนพระศิวะเปลี่ยนเป็นมณโฑเพราะแค่เข้าใกล้พระอุมาก็ร้อนเหมือนโดนไฟเผา) ครูพระสยมท่านจึงตั้งใจให้สร้างหุ่นตอนราวัณรุ่งเรืองสูงสุดมีฤทธิ์สูงสุดกำลังแบกเขาไกรลาสนี้ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องรางเฉพาะที่จะช่วยให้ผู้ที่มีภาระหนักบนบ่าทั้งหลาย สามารถทำงานยิ่งใหญ่ได้สำเร็จง่ายๆในเวลาไม่ช้านาน แม้งานและภาระนั้นจะหนักดุจเขาไกรลาสที่ทรุดเอียงลงไปแล้วหาใครมากู้เพื่อให้เป็นเกียรติยศสืบไปมิได้ ก็ยังแบกยังชะลอขึ้นให้ตั้งตรงได้ทำให้ปรากฏเกียรติยศก้องกำจายออกไปจากงานที่ได้ลงแรงกระทำทุกสิ่ง ตลอดจนได้บำเหน็จได้รางวัลที่ดีที่สุดของชีวิตจากงานที่ตัวเองได้ทำไว้ ท่านว่าหุ่นแบกภาระนี้มีอาถรรพ์มาก...ให้คุณมาก ยิ่งใครภาระเยอะก็ยิ่งมีเกียรติ ยิ่งใครมีภาระมากก็ยิ่งมีรางวัลมีบำเหน็จชีวิตมากเป็นเงาตามตัว ***ท่านว่าวิชานี้ลองติดตัวไว้เถิดคนที่มีภาระทั้งหลายมากๆจะปลดออกง่ายดุจจับวางทั้งภาระที่ว่าหนักว่าตึงมือเรายังเบาดุจปุยนุ่นยกออกได้ไม่ยากเลย

    คาถาบูชา
    โอม ตะวะเมวะมาตา จะบิตา ตะวะเมวะ ตะวะเมวะพันธุศจะ สะขา ตะวะเมวะ ตะวะเมวะวิทะยา ทรวิณัม ตะวะเมวะ ตะวะเมวะสรวัม มะมะ เทวะ เทวะ ..โอม สะระเวโภย ฤาษีโภย นะมัส


    *** พระผงสัปตะมหาฤาษีนั้นพ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นมาเป็นชุด โดยหนึ่งชุดจะมีสององค์มวลสารเดียวหัน องค์หนึ่งเป็นองค์ครูฝังพิเศษส่วนอีกองค์เป้นองค์ลูกไม่ได้ฝังสิ่งใด ท่านว่าจะแถมให้ไปพร้อมกัน ท่านสร้างไว้ทั้งหมดห้าชุด รายการนี้ท่านว่ามีแรงครูสูงมาก รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลตลอดจนเรื่องที่อยากบอกกล่าวครูทั้งเจ็ดเป็นพิเศษไว้ด้วย ท่านจะมนต์บอกกล่าวครูสัปตะมหาฤาษีและเจิมประสิทธิ์แรงครูให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนอาหารกลางวันเด็กขาดโอกาสทางการศึกษาสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงพึ่งบารมีครูปฐมพรหมโยคีสัปตะมหาฤาษี(ตะกรุดสังวาลย์พระอินทร์,หุ่นราวัณแบกภาระ) บูชา 4,000 บาท


    70504673-327138841418551-7019673692221210624-n.jpg 71964482-458957774830062-86515416028938240-n.jpg
    [​IMG]
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,526
    ค่าพลัง:
    +22,220

แชร์หน้านี้

Loading...