ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้าโองการสี่กรปกปิดกรรมซัดป้องปัด..เข็ญ(แกะจากไม้ท้าวโองการบรมครู) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 12 ตุลาคม 2014.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่ศิระ ED 0793 7098 5 TH

    พี่วุฒิชัย ED 0793 7099 4 TH

    พี่ณธพรหม ED 0793 7100 5 TH
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    การทำบุญ

    คนไทยเรานั้นเป็นพวกที่ชอบทำบุญ แต่บุญที่ทำกันเป็นส่วนใหญ่มักจะเป็นการบริจาคเงินหรือปัจจัยในโอกาสต่างๆ เช่น ช่วยไถ่ชีวิตโค-กระบือ,ซื้อโลงศพ,ช่วยบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม,สร้างห้องส้วมให้โรงเรียนหรือช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นการทำบุญที่หลากหลายแต่โดยแท้จริงแล้วก็ยังอยู่ในเรื่อง"ให้ทาน”เป็นหลักแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสทำทานดังกล่าวด้วยซ้ำ ครั้นจะทำบุญใส่บาตรหรือไปวัดใกล้บ้านข่าวในทางลบของพวกอลัชชีก็ทำให้หลายคนเสื่อมศรัทธาและห่างเหินจากการทำบุญไปมาก จนหลายคนเกิดปริวิตกว่าการที่ตนไม่ค่อยทำบุญเลยเช่นนี้เกิดชาติหน้าหรือภายหน้าชีวิตคงต้องตกระกำลำบากกว่าคนที่ชอบทำบุญให้ทานประจำเป็นแน่ ซึ่งความเข้าใจข้างต้นก็มีส่วนถูกอยู่บ้างแต่มิใช่ทั้งหมดเพราะการ "ทำบุญ” ในทางพุทธศาสนาไม่ได้มีเพียงการให้ทานหรือทำบุญกับพระและวัดเท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้ถึง ๑๐ วิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีเป็นอย่างไรจะขอนำมาเล่าสู่กันฟังและขอเชิญชวนให้ฃทุกคนได้สร้างกุศล(สิ่งที่ดีที่ชอบและฉลาด)ที่ทำได้ตลอดเวลาดังต่อไปนี้

    ก่อนอื่นมารู้จักความหมายของคำว่า "บุญ” เสียก่อน คำว่า "บุญ” โดยทั่วไปหมายถึงการกระทำความดีมาจากภาษาบาลีว่า "ปุญญะ” แปลว่าเครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ดังนั้นบุญจึงเป็นเสมือนเครื่องกำจัดสิ่งเศร้าหมองที่เราเรียกกันว่า "กิเลส” ให้ออกไปจากใจ บุญจะช่วยให้เราลด ละ เลิกความโลภ,ความเห็นแก่ตัว,ความมีจิตใจคับแคบอันเป็นสาเหตุให้เกิดความทุกข์ต่างๆนานาและช่วยให้ใจเป็นอิสระพร้อมจะก้าวไปสู่การทำคุณงามความดีในขั้นต่อๆไป เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นทำให้เกิดความอิ่มเอิบใจมีความสุขและเป็นความสุขที่สงบและยั่งยืนในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม น่าเคารพยกย่อง เพราะถือว่าเป็น "คนดี” นั่นเอง

    ในทางพระพุทธศาสนาการทำบุญมีด้วยกัน ๑๐ วิธี เรียกว่า "บุญกิริยาวัตถุ ๑๐” หรือสิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ ๑๐ ประการ ได้แก่

    - ให้ทานหรือทานมัย อันหมายถึงการให้การสละหรือการเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด และไม่ว่าจะให้แก่ใครก็ถือเป็นบุญทั้งสิ้นเพราะการให้ทานเป็นการลดความเห็นแก่ตัวความตระหนี่ถี่เหนียวและความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง ทำให้เราไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของอีกทั้งสิ่งที่เราบริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่นก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับและสังคมโดยส่วนรวม การให้ทานนี้อยู่ที่ไหนๆก็ทำได้และไม่จำเป็นต้องเงินเช่นการแบ่งของกินให้กับแม่บ้านที่ทำงานหรือยามเป็นต้น ข้อสำคัญสิ่งที่บริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่นควรเป็นสิ่งยังใช้ได้มิใช่เป็นการกำจัดของเหลือใช้ที่หมดอายุหมดคุณภาพให้ผู้อื่น ผลการให้ทานดังกล่าวจะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความปีติอิ่มเอิบใจ

    - รักษาศีลหรือสีลมัย คำว่าศีลหมายถึงข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนาที่กำหนดการปฏิบัติทางกายและวาจาเช่น ศีล ๕ ศีล ๘ หรืออาจจะหมายถึงการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย การรักษาศีลเป็นการฝึกฝนมิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการลดละเลิกความชั่วมุ่งให้กระทำความดีอันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตมิให้ตกต่ำลง เช่นไม่ไปเป็นชู้เป็นกิ๊กกับใครที่ทำงาน,ทำให้ครอบครัวเขาไม่แตกแยก,เป็นแม่ค้าไม่โกหกหลอกขายของไม่ดีแก่ลูกค้า,เป็นพ่อบ้านไม่กินเหล้าเมายา,ทำให้ลูกเมียมีความสุขเพื่อนบ้านก็สุขเพราะไม่ต้องทนฟังเสียงรบกวนจากการทะเลาะวิวาทกัน เหล่านี้ล้วนเป็นการรักษาศีลและเป็นหนึ่งในการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผลบุญข้อนี้จะทำให้เรากลายเป็นคนเยือกเย็นสุขุมด้วย

    - เจริญภาวนาหรือภาวนามัย เป็นการทำบุญอีกรูปแบบที่มุ่งพัฒนาจิตใจและปัญญา ทำให้จิตใจสงบเห็นคุณค่าสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง ซึ่งในข้อนี้หลายคนอาจจะทำเป็นประจำอยู่แล้วเช่น นั่งสมาธิวิปัสสนา แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินกำลังดังนั้นอาจจะทำง่ายๆด้วยวิธีการสวดมนต์เป็นคาถาสั้นๆบูชาพระที่เราเคารพบูชาก่อนนอนทุกคืน เช่นคาถาพระพุทธเจ้าชนะมาร,คาถาหลวงปู่ทวด เป็นต้น การสวดมนต์เป็นประจำอย่างน้อยก็เป็นการน้อมนำจิตใจของเราไปสู่สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิต เป็นการเตือนสติให้เรายึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติชอบตามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือและผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดปัญญาแก่ผู้ปฏิบัติ

    - การอ่อนน้อมถ่อมตนหรืออปจายนมัย หลายคนคงคิดไม่ถึงว่าการประพฤติตนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนจะถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะว่าการอ่อนน้อมถ่อมตนไม่ว่าจะเป็นผู้น้อยประพฤติต่อผู้ใหญ่และการที่ผู้ใหญ่แสดงตอบด้วยความเมตตาหรือการอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม รวมถึงการให้เกียรติให้ความเคารพต่อความคิดความเชื่อและวิถีปฏิบัติของบุคคลหรือสังคมอื่นที่แตกต่างจากเรานั้นเป็นการลดความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนของเรา ช่วยให้สังคมทุกระดับเกิดความเข้าใจต่อกันและช่วยให้ชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุข จึงถือเป็นบุญอย่างหนึ่งผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดความเมตตาต่อกัน

    - การช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบหรือไวยาวัจจมัย พูดง่ายๆว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สังคมรอบข้างในการทำกิจกรรมความดีต่างๆ เช่นช่วยพ่อแม่ค้าขายไม่นิ่งดูดาย,ช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้เพื่อนบ้านยามที่เขาต้องไปธุระต่างจังหวัด,ช่วยงานเพื่อนที่ทำงานให้แล้วเสร็จทันเวลา,ให้กำลังใจแก่เพื่อนที่มีความทุกข์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบุญอีกแบบหนึ่งและผลบุญในข้อนี้ก็จะช่วยให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นด้วย

    - การให้ผู้อื่นมาร่วมทำบุญกับเราหรือปัตติทานมัย กล่าวคือไม่ว่าจะทำบุญอะไรก็เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาร่วมทำบุญด้วย ไม่ขี้เหนียวหรืองกบุญเพราะอยากได้บุญใหญ่ไว้คนเดียว เช่น จะทำบุญสร้างระฆังก็ให้คนอื่นได้ร่วมสร้างด้วยไม่คิดจะทำเพียงคนเดียวเพราะคิดว่าทำบุญระฆังจะได้กุศลกลายเป็นคนเด่นคนดังเลยอยากดังเดี่ยวไม่อยากให้ใครมาร่วมด้วย เป็นต้น นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้คนอื่นมาร่วมทำงานร่วมแสดงความคิดเห็นรวมไปถึงการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วก็ถือเป็นการทำบุญในข้อนี้ด้วย ผลบุญดังกล่าวจะช่วยให้เราเป็นคนใจกว้างและปราศจากอคติต่างๆเพราะพร้อมเปิดใจรับผู้อื่น

    - การอนุโมทนาส่วนบุญหรือปัตตานุโมทนามัย คือการยอมรับหรือยินดีในการทำความดีหรือทำบุญของผู้อื่น เมื่อใครไปทำบุญมาก็รู้สึกชื่นชมยินดีไปด้วยโดยไม่คิดอิจฉาหรือระแวงสงสัยในการทำความดีของผู้อื่น เช่น เพื่อนเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานมาก็ร่วมอนุโมทนาที่เขามีโอกาสได้ไปทำบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่อิจฉาเขา แม้เราไม่ได้ไปก็อย่าไปคิดอกุศลว่าเขาได้ไปเพราะชู้รักออกเงินให้ เป็นต้น การไม่คิดในแง่ร้ายจะทำให้เรามีจิตใจไม่เศร้าหมองแต่จะแช่มชื่นอยู่เสมอเพราะได้ยินดีกับกุศลผลบุญต่างๆอยู่ตลอดเวลา แม้จะมิได้ทำเองโดยตรงก็ตาม

    - การฟังธรรมหรือธรรมสวนมัย การฟังธรรมจะทำให้เราได้ฟังเรืองที่ดีมีประโยชน์ทั้งต่อสติปัญญา และการดำเนินชีวิต ซึ่งการฟังธรรมนี้ไม่จำเป็นต้องไปฟังที่วัดหรือจากพระท่านโดยตรง แต่อาจจะฟังจากเทป ซีดี หรือเป็นการฟังจากผู้รู้ต่างๆ และธรรมในที่นี้ก็มิได้หมายถึงแต่เฉพาะหลักธรรมในทางศาสนาเท่านั้นแต่ยังหมายรวมไปถึงเรื่องจริงเรื่องดีๆที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้และปัญญา ผลบุญข้อนี้จะทำให้ผู้ฟังเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งขึ้น

    - การแสดงธรรมหรือธรรมเทศนามัย คือการให้ธรรมะหรือข้อคิดที่ดีๆแก่ผู้อื่นด้วยการนำธรรมะหรือเรื่องดีๆที่เป็นประโยชน์ไปบอกต่อ หรือให้คำแนะนำให้เขาได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตที่ดี เช่น สอนวิธีการทำงานให้,แนะหลักธรรมที่ดีที่เราได้ยินได้ฟังมาและปฏิบัติได้ผลแก่เพื่อนๆ เป็นต้น ผลบุญในข้อนี้นอกจากจะทำให้ผู้อื่นได้รับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังทำให้ผู้บอกกล่าวได้รับการยกย่องสรรเสริญอีกด้วย

    - การทำความเห็นให้ถูกต้องเหมาะสมหรือทิฏฐุชุกรรม คือการไม่ถือทิฐิเอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ แต่ให้รู้จักแก้ไขปรับปรุงพัฒนาความคิดเห็นและความเข้าใจในเรื่องต่างๆให้ถูกต้องตามธรรมอยู่เสมอ หรือจะพูดง่ายๆว่าให้คิดและประพฤติตนให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมก็ได้ ซึ่งข้อนี้แม้จะเป็นข้อสุดท้ายแต่ก็สำคัญยิ่ง เพราะไม่ว่าจะทำบุญใดทั้ง ๙ ข้อที่กล่าวมาหากมิได้ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรมการทำบุญนั้นก็ไม่บริสุทธิ์และให้ผลได้ไม่เต็มที่

    ดังจะได้กล่าวถึงเกณฑ์การวัดบุญต่อไปสำหรับการทำบุญที่จะให้ได้ผลบุญมากหรือน้อยนั้น มีหลักเกณฑ์อยู่สามประการคือ

    - ผู้รับจะต้องเป็นผู้มีศีลมีคุณธรรมความดี แต่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระสงฆ์หรือนักบวช จะเป็นคนทั่วไปก็ได้ ถ้าผู้รับดีผู้ทำก็ได้บุญมาก หากผู้รับไม่ดีก็อาจจะทำให้เราได้บุญน้อย เพราะเขาอาจอาศัยผลบุญของเราไปทำชั่วได้ เช่น ให้เงินช่วยเหลือเพื่อนๆกลับเอาไปปล่อยกู้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นต้น

    - วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์หรือได้มาโดยสุจริต เป็นของที่เหมาะและมีประโยชน์ต่อผู้รับ เช่น ให้เสื้อผ้าของเล่นแก่เด็กกำพร้า เป็นต้น ของที่ให้ดีผู้ทำก็ได้บุญมาก หากได้มาโดยทุจริตแม้จะเอาไปทำบุญก็ได้บุญน้อย

    - ผู้ให้ต้องมีศีลมีธรรมและมีเจตนาที่เป็นบุญกุศลในการทำจึงจะได้บุญมาก นอกจากนี้เจตนาหรือจิตใจในขณะทำบุญก็เป็นองค์ประกอบสำคัญกล่าวคือ ก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ หากผู้ให้มีความตั้งใจดีตั้งใจทำเมื่อทำแล้วก็เบิกบานใจ คิดถึงบุญกุศลที่ได้ทำเมื่อใดจิตใจก็ผ่องใสเมื่อนั้น เช่นนี้ก็จะทำให้ผู้ทำได้บุญมาก ถ้าไม่รู้สึกเช่นนั้นบุญก็ลดน้อยถอยลงตามเจตนา


    ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าใครก็ตามแม้จะไม่มีโอกาส "ให้ทาน” อันเป็นการทำบุญที่ง่าย และเป็นรูปธรรมที่สุด แต่เราทุกคนก็สามารถเลือกทำบุญในลักษณะอื่นๆได้อีกถึง ๙ วิธี และเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากเช่นการอ่อนน้อมถ่อมตน,การช่วยเหลือแนะนำน้องๆที่ทำงาน,การไม่ถือทิฐิหรือดื้อหัวชนฝา,การร่วมยินดีกับการทำบุญของเพื่อน เป็นต้น เพียงแค่นี้ก็เห็นผลทันตาแล้วคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้ผู้ใหญ่เมตตาต่อเรา การช่วยเหลือเพื่อนฝูงทำให้ไปไหนเพื่อนๆก็รักใคร่ยินดีต้อนรับ..ดังนั้น เริ่มต้นทำ "บุญ” เมื่อใด บุญก็ส่งให้เห็น "ผล” เมื่อนั้น

    557000001349001.jpg
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    อานิสงส์ของการให้ทาน

    กรรมผูกพันบุญผูกพัน การไม่มีเวรมีกรรมต่อผู้ใดเป็นที่พึงปรารถนาเป็นที่สุด เราเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์สังคมที่ไม่โดดเดียว ทำให้ต้องก่อเกิดความเกี่ยวข้องกัน ด้วยสถานะทางสังคม ด้วยความสัมพันธ์ตามเผ่าพันธุ์ที่กำเนิด เมื่อคิดจะไม่ผูกเวรกรรมต่อผู้อื่น เช่นนั้นเห็นจะต้องละได้แล้วซึ่งทุกสิ่ง ละซึ่งราคะ โทสะ โมหะ

    พึงระลึกอยู่เสมอว่าตัวเราไม่ใช่ของเรา เราเกิดมาแล้วต้องตายทุกผู้ทุกคน หนทางที่จะนำไปสู่นิพพานนั้น มนุษย์เรานั้นต้องพร้อมปฏิบัติด้วย ทาน ศีล และเจริญภาวนา การจะทำอะไรโดยที่ไม่หวังผลตอบแทน แต่เป็นการให้เพื่อได้บรรลุธรรมของผู้เสียสละ คงไม่ยิ่งใหญ่อย่างสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในชาติหนึ่ง ของพระเวสสันดร บารมีทานในชาตินั้นยิ่งใหญ่นัก แต่ขอเป็นเพียงการให้ที่บริสุทธิ์ใจไม่หวังผลตอบแทนในทาน ตามอัตภาพ ตามกำลัง

    ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสสนับสนุนงานทุกงานในพระพุทธศาสนา จะด้วยกำลัง ด้วยสติปัญญา ด้วยทรัพย์ที่หามาจากการประกอบสัมมาอาชีวะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ธรรมะเป็นทาน การให้อภัยทาน การทำบุญต่อพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา รวมถึงการสร้างวัดว่าอารามต่างๆ ย่อมเป็นการให้อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ

    จิตที่บริสุทธิในการให้จะเป็นเสมือนคลังแห่งทรัพย์ พร้อมที่จะรองรับบุญที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปสร้างบารมี ไม่ว่าจะในชาตินี้หรือชาติหน้า

    ในการให้ทานควรจะต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ประการ ดังต่อไปนี้
    - วัตถุที่ให้ต้องบริสุทธิ หมายถึงวัตถุสิ่งของที่จะให้เป็นทานนั้น จะต้องเป็นของบริสุทธิ์ คือเป็นสิ่งที่เราได้เสวงหา ด้วยความบริสุทธิในการประกอบอาชีพ
    - เจตนาในการให้ทานต้องบริสุทธิ์ ให้มีจิตใจร่าเริงเบิกบานในการทำงานทั้ง 3 ระยะคือ

    ระยะก่อนที่จะให้ทาน ก็ให้ทำจิตใจ ให้โสมนัสร่าเริงเบิกบานเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นให้ได้รับความสุขเพราะทานของตน
    ระยะที่กำลังลงมือให้ทาน ก็ให้ทำด้วยจิตใจ โสมมนัสร่าเริงยินดีและเบิกบานในทานที่ตนกำลังให้ผู้อื่น
    ระยะหลังจากที่ให้ทานไปแล้ว เมื่อหวนคิดถึงทานที่ตนได้ทำไปแล้วครั้งใด ก็ให้ทำจิตใจให้มีความโสมมนัสร่าเริงเบิกบาน ยินดีในทานนั้นๆไม่ใช่มาเสียดายในทานนั
    - ผู้รับทานบริสุทธิ์ ผู้รับทานเปรียบเป็นเนื้อนาบุญ ถ้าให้ทานแก่คนที่ไม่ดีก็เหมือนเป็นเนื้อนาบุญที่ไม่ดี ถ้าผู้รับมีศีลธรรมมาก ทานนั้นก็ยิ่งมีผลมาก ดังนั้นการให้ทานแก่คน ย่อมมีอนิสงส์มากกว่าสัตว์ หรือให้ผู้ที่ไม่มีศีล ให้ทานแก่พระสงฆ์มีอานิสงส์มากกว่าคนที่มีศีลทั่วไป พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การให้สังฆทาน มีอานิสงส์มากกว่าให้ทานแก่พระองค์ และการถวายทานเพื่อสร้างวิหาร มีผลมากที่สุดมากกว่าสังฆทานและทานใดๆ

    จิตที่คาดหวังในผลแห่งทานจะมีอนิสงส์น้อยกว่าการให้ทานเพื่อละกิเลส การตั้งจิตอธิษฐานโดยทั่วไปแบ่งได้สองอย่างคือ

    - ตั้งความปรารถนาในสิ่งที่ต้องการ
    - ตั้งอธิษฐานจิตเป็นอธิษฐานบารมี ว่าตั้งใจแนวแน่ที่จะทำความดี

    อธิษฐานบารมี คือการตั้งจิตอธิษฐานเพื่อให้สัตว์โลกพ้นทุกข์ เพื่อเป็นพระสาวกในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่การหวังผลในทาน แต่เป็นการหวังในเหตุเพื่อจะทำความดี ส่วนการตั้งความปรารถนาพระนิพพาน อันนี้เป็นการตั้งความปารถนาที่จะพ้นทุกข์ พระนิพพานเป็นภาวะทีไม่มีอะไรอีกเลยนอกจากความพ้นทุกข์ ทางพระถือว่าไม่เป็นการหวังผลและเป็นสิ่งที่ควรทำ

    การให้ทานจะมีอานิสงส์ไปในทางมีโภคทรัพย์และรูปสมบัติ มีบันทึกไว้ในพระไตรปิกโดยเบื้องต้นได้มีเทวดาทูลถามทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า บุคคลให้สิ่งอะไรชื่อว่าให้กำลัง ให้สิ่งอะไรชื่อว่าให้วรรณะ ให้สิ่งอะไรชื่อว่าให้ความสุข ให้สิ่งอะไรชื่อว่าให้จักษุ และบุคคลเช่นไรชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสตอบว่าบุคคลให้อาหารชื่อว่าให้กำลัง ให้ผ้าชื่อว่าให้วรรณะ ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ให้ประทีปโคมไปชื่อว่าให้จักษุ และผู้ที่ให้ที่พักอาศัยชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนผู้ที่พร่ำสอนพระธรรมชื่อว่าให้อมฤตธรรมผู้ที่ให้ของที่พอใจย่อมได้ของที่พอใจ

    สัปปุริสทาน ทานของคนดี พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าทานของคนดีนี้มี 5 อย่าง คือ

    - ให้ทานด้วยศรัทธา จะเป็นผู้มีรูปสวยงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบไปด้วยผิวพรรณที่งดงาม
    -
    ให้ทานด้วยความเคารพ จะเป็นผู้มีบุตรภรรยา ทาส คนใช้หรือคนงาน เป็นผู้เชื่อฟังตน
    -
    ให้ทานตามกาลที่สมควรให้ ย่อมได้รับผลทานเสมอเมื่อตนต้องการ
    -
    ให้ทานมีจิตอนุเคราะห์ จะมีจิตใจประณีตขึ้น ได้รับการบริโภคกามคุณที่ประณีตยิ่งขึ้น
    -
    ให้ทานไม่กระทบตนและผู้อื่น จะเป็นผู้มีโภคทรัพย์ที่มั่นคง ไม่มีภยันตราย ไม่ว่าจะ จากไฟ จากน้ำ จากพระราชา จากโจร จากคนไม่เป็นที่รัก หรือ จากทายาท มาทำอันตรายได้

    296fdde1cd55120c40233d6fb1e12327-d25vj52.jpg
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่สุรวุฒิ ED 0793 6564 5 TH
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    วันนี้มีคนสอบถามเรื่องกลัวพลังของสุริยคราสกันหลายคน เพราะหลายๆที่ก็แนะนำต่างๆกันไป แต่อยากจะบอกว่าเรามีครูบาอาจารย์..มีคุณครูรักษา หากเรานึกถึงครูพรหมครูเทพทั้งหลายรับรองว่าท่านไม่ทิ้งเลย ไม่จำเป็นต้องกลัวหรือตื่นข่าวกับเรื่องพวกนี้ครับ แค่อยู่บ้านสวดมนต์ภาวนาหรือทำกิจของตนไปตามปกติเท่านี้ก็พอ
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    การกรวดน้ำ

    *** การกรวดน้ำจำเป็นต้องทำหรือไม่ ...จำเป็นครับไม่ว่าจะกรวดเปียกหรือกรวดแห้งก็ตาม

    # แต่อย่ากรวดน้ำให้กับเจ้ากรรมนายเวรก่อน ทำบุญบ่อยๆควรจะรู้การกรวดน้ำให้ถูกต้องได้อานิสงส์แรง มือขวาจับภาชนะมือซ้ายประคองรินน้ำใส่ภาชนะรองรับ พระสงฆ์สวดบท ยถา…เป็นอาการคุ้นเคยของพระพุทธศาสนิกชนผู้เคยร่วมพิธีประกอบการบุญการกุศลในทางพระพุทธศาสนา รับรู้โดยทั่วไปว่าอาการเช่นนี้เรียก “กรวดน้ำ”

    กรวดน้ำตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า “แผ่ส่วนบุญด้วยวิธีหลั่งน้ำ”
    ตามความเชื่อของคนบ้านเรามักจะกรวดน้ำเพื่อเป็นการแผ่บุญกุศลให้กับผู้ที่จากไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรหรือจะเป็นคนที่เราเคยทำผิดพลาดอะไรไว้ หากเราทำบุญเขาก็จะได้รับอานิสงส์ผลบุญ

    แต่ทว่าการกรวดน้ำนั้นหากอยากจะให้บุญส่งไปถึงดวงจิตวิญญาณที่แท้จริง ให้ได้อานิสงส์ผลบุญสูงสุดจะต้องกรวดอย่างถูกวิธี สำหรับในวันนี้เรามาทำความเข้าใจกันเลยดีกว่ากับวิธีการกรวดน้ําที่ถูกต้องนั้นจะต้องทำอย่างไร

    หลายคนยังไม่รู้นะ หลายคนยังเข้าใจผิดกันอยู่
    การกรวดน้ำให้ตัวเองนั้นใช่ว่าจะเป็นการเอาผลบุญให้กับตัวเอง แต่เป็นการแบ่งบุญกุศลให้กับเหล่าเทวดาต่างหากซึ่งเหล่าเทวดาประจำตัวจะได้รับผลบุญที่เราทำ จะเป็นอานิสงส์ช่วยเหลือเราทำให้เรานั้นไม่เจ็บป่วย แคล้วคลาดจากภยันอันตรายใดๆ
    เหตุที่เราไม่ต้องกรวดน้ำให้กับเจ้ากรรมนายเวรก่อนก็เพราะจะเป็นการเสริมพลังให้กับดวงจิตที่คิดไม่ดีกับเรา ให้กำลังเขาเหนือกว่าเทวดาประจำตัวของเราไป หากเราทำผิดขั้นตอนก็จะถือว่าทำบุญไม่ขึ้นนั่นเอง

    การกรวดน้ําที่ถูกต้อง เพื่อที่จะได้รับอานิสงส์สูงสุด
    การกรวดน้ำให้กับเหล่าเทวดาทั้งหลายจะเป็นการดีต่อตัวเรา การกรวดน้ำหลังจากที่ได้ตักบาตรทำบุญ เรียกว่าถวายสังฆทานจะเป็นตัวเปิดทางช่วยให้ชีวิตของเราราบรื่นไม่มีปัญหา

    ขั้นตอนการกรวดน้ำให้กับเทวดานั่นก็คือ

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ให้ท่อง 3 จบ

    นะ โม พุท ธา ยะ ลูกขอเชิญพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ โปรดเสด็จมาเป็นประธาน อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวงที่รักษาตัวข้าพเจ้า ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข (ให้เริ่มเทน้ำลงบนพื้นดิน) ลูกขอฝากน้ำอุทิศนี้ไปกับพระแม่ธรณีพระแม่คงคาโปรดมารับเป็นทิพย์พยาน ขออานิสงค์ผลบุญกุศลอันใดที่ข้าพเจ้า(ชื่อ-สกุล)ได้กระทำในวันนี้ทั้งหมดทั้งปวง ข้าพเจ้าขออุทิศให้กับเทวดาทั้งหลายทั้ง ปวงของข้าพเจ้าที่สถิตย์อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ที่ทำให้ข้าพเจ้าพ้นจากความทุกข์ตลอดจนเรื่องที่ทำให้ทุกข์ ไม่ว่าท่านจะมาจากชาติใดภพใดก็ตาม ทั้งระลึกได้ก็ดีและระลึกไม่ได้ก็ดี ไม่ว่าท่านจะอยู่ในภพภูมิใดขอให้ท่านจงมารับกุศลที่ข้าพเจ้าอุทิศให้ในครั้งนี้ด้วยเทอญ

    ขอให้ท่านมาให้ถึงจุดหมาย อย่าแวะอย่าเวียนที่ใด ให้กุศลถึงทั่วทุกท่านทุกตัวทุกตนทุกภพทุกภูมิ ขออานิสงค์ผลบุญดังกล่าวนี้ ได้โปรดกลายเป็นทิพย์สมบัติตามที่ท่านปรารถนาทุกประการตั้งแต่บัดนี้เวลานี้เป็นต้นไปด้วยเทอญ


    การกรวดน้ำที่ถูกต้อง....
    จะทำให้เรานั้นได้ผลบุญถึงเร็วกว่าการอธิษฐานจิต อย่าลืมที่จะแบ่งบุญกุศลให้กับผู้อื่นได้รับรู้ถือว่าเป็นบุญแห่งการแบ่งทานอันยิ่งใหญ่แล้วชีวิตของเราจะดีขึ้นในทุกๆวัน

    edu-photo-197576089587.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 มิถุนายน 2020
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้งการส่ง ems

    พี่ธวัช ED 0793 5652 0 TH

    พี่นฐมน ED 0793 5653 3 TH

    พี่พรหมพล ED 0793 5654 7 TH

    พี่วัฒนา ED 0793 5655 5 TH
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้งการส่ง ems

    พี่นฐมน ED 0793 8156 9 TH
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    อานิสงส์แห่งการรักษาศีล

    โอวาทธรรมในครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย

    พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ไว้ว่า ศาสนาจะตั้งอยู่ได้ก็เพราะพระมหากษัตริย์เป็นพุทธศาสนูปถัมภ์ ท่านจึงได้ฝากศาสนาไว้กับพระมหากษัตริย์ ถ้าพระมหากษัตริย์และเจ้าเมืองพร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ราษฎรทั้งหลายพากันรักษาศีล ๕ และทำบุญใส่บาตร ฟังธรรมที่วัดทุกวันศีลเป็นลำดับไปแล้ว ก็จักได้อานิสงส์คือความสุขในปัจจุบันทันตาดังจักกล่าวต่อไป
    ๑. เมื่อนอนหลับก็เป็นสุข
    ๒. เมื่อตื่นก็เป็นสุข
    ๓. เมื่อฝันก็ฝันดีไม่ร้าย
    ๔. มีชื่อเสียงเล่าลือไปทั่วทิศานุทิศว่าเป็นผู้มีเมตตาจิต ใจเป็นศีลใจบุญ
    ๕. เป็นที่รักแก่คนและเทวดาทั้งหลาย
    ๖. แม้นจักบ่ายหน้าไปสู่ทิศใด เทวดาตามรักษา บันดาลให้มีผู้อุปถัมภ์มิให้ลำบาก
    ๗. แม้นเข้าในที่ประชุมชนหมู่ใด ก็เป็นผู้มีความกล้าหาญองอาจในการเจรจา
    ๘. ไม่มีศัตรูคิดอาฆาตทำร้ายได้
    ๙. ไม่มีความสะดุ้งตกใจกลัวต่อภัยอันตรายสิ่งใด
    ๑๐. เป็นผู้ปราศจากทุกข์ ไม่มีคดีถ้อยคำเกิดขึ้นเลย
    ๑๑. เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ มีหน้าตาเบิกบาน ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ทุกเมื่อ
    ๑๒. ไม่มีความเศร้าโศกเสียใจและมีอายุยืน
    ๑๓. มีปีติเอิบอิ่มอยู่ในใจว่า ได้ทำความดีไว้เป็นที่พึ่งแก่ตัวแล้ว
    ๑๔. เป็นผู้ที่ทำใจให้บริสุทธิ์ คือเป็นเทวดา หับ (ปิด) ประตูอบายไว้แล้ว
    ๑๕. ยามเมื่อจะตาย ก็มีสติดี ไม่มีความสะดุ้งตกใจเลย อันนี้เป็นอานิสงส์เฉพาะตัวอานิสงส์ ส่วนประเทศบ้านเมืองได้รับต่อไปอีกด้วยดังนี้
    ๑๖. ประชาชนพลเมืองทั้งหลายก็ได้เป็นสามัคคีกลมเกลียว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
    ๑๗. พวกอันธพาลสันดานหยาบ เห็นหมู่ประชาชนทั้งหลายเป็นผู้ใจศีลใจบุญ ไม่มีใครคนค้าสมาคมด้วย คิดละอายขวยเขินขึ้นในใจ ไม่อาจจะเป็นพาลต่อไป ก็จักกลับใจเป็นพลเมืองดี มีศีลธรรมต่อไป
    ๑๘. ความก้าวร้าวเบียดเบียนกันก็ไม่มี
    ๑๙. โจรผู้ร้ายก็สงบ
    ๒๐. ฝนตกชอบตามฤดูกาล
    ๒๑. พืชข้าวกล้าก็งอกงามบริบูรณ์
    ๒๒. ปราศจากภัยพิบัติ คือ น้ำไม่ท่วม ไฟก็ไม่ไหม้ โรคห่าทั้งหลายก็ไม่มี
    ๒๓. พลเมืองทั้งหลายก็มีความสุขสบาย
    ๒๔. เมื่อประเทศบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุขแล้ว นานาชาติก็ไม่มาราวีรบกวนได้
    ๒๕. พระมหากษัตริย์และเจ้านาย ผู้ปกครองประเทศบ้านเมืองก็มีความสุขสบาย.....

    การปฏิบัติรักษาศีล ๕ อันเป็นบันไดขั้นต่ำเบื้องต้นของพระพุทธศาสนา มีอานิสงส์ให้ได้รับความสุขในปัจจุบันประจักษ์แจ้งแก่ตาดังนี้..
    ครั้นตายแล้วก็ได้ขึ้นไปเกิดบนสวรรค์ ครั้นจุติจากสวรรค์ก็ได้ลงมาเกิดเป็นมนุษย์มีรูปอันงาม มีปัญญาเฉลียวฉลาด มีทรัพย์สมบัติมาก มีอายุยืน มีเมียมีลูกมีหลาน ก็ว่านอนสอนง่าย ไม่มีศัตรูเบียดเบียนได้และเป็นปัจจัยให้มีความสุขไปตราบถึงพระนิพพาน

    ผู้ที่รักษาศีล ๘ ได้ ก็ได้รับความสุขในปัจจุบันมากกว่าศีลข้อ ๕ ขึ้นไปอีก คือ ไปนอนอยู่ที่วัด เป็นกายวิเวก จิตวิเวก สงบอารมณ์ ปราศจากความพยาบาท จองเวร ถีนมิทธะ ปราศจากความง่วงเหงาหาวนอน อุทธัจจะ ปราศจากความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่มีสิ่งใดมารบกวน วิจิกิจฉา ปราศจากความสงสัยในพระธรรมคำสั่งสอนแล้ว คือ ไปอบรมทำใจให้บริสุทธิ์แยบคายเสมอดั่งพรหม ครั้นว่าตายก็ได้ขึ้นไปเกิดบนชั้นพรหมมีความสุขและอายุยืนยิ่งกว่าชั้นสวรรค์ ครั้นจุติก็ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในตระกูลสูง มีรูปโฉมอันเงางาม มีปัญญาเฉลียวฉลาด อายุยืน มียศ มีบริวาร มีอำนาจมาก

    มนุษย์ผู้ใดถือศีล ๕ ได้มั่นเที่ยงแล้ว ผู้นั้นได้เป็นอุบาสกอุบาสิกาในพุทธศาสนาเป็นผู้มีปัญญา เกิดมามิเสียชาติ เป็นผู้ฉลาดนำความสุขมาใส่ตัว ประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ทั้งมวล แก้วมณีโชติของพระยาจักพรรดิ์ผู้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ทั้งปวงและเครื่องของขัตติยนารีทั้งหลายมีแก้วแหวนเงิน(ทอง)คำเป็นต้นเป็นของบำรุงตัณหากามคุณ เหมือนดั่งน้ำผึ้งแช่ยาพิษสำหรับนำความทุกข์มาใส่ตัวโดยไม่มีประโยชน์สิ่งใดเลย น้ำแม่คงคา ยมมุนา อจิรวดี มหิ มหาสรภู ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ทั้ง ๕ แม่น้ำแม้นจักเอามาอาบให้หมดสิ้นทั้ง ๕ แม่นี้ก็ไม่อาจจะล้างบาป คือความเดือดร้อนภายในให้หายได้ และฝนลูกเห็บแม้นจะตกมาร้อยห่าให้เย็นและหนาวสักปานใดก็ดีก็ไม่อาจจะเย็นเข้าไปถึงภายในให้หายความทุกขเวทนาได้.....

    ศีล ๕ เป็นอริยทรัพย์ เป็นต้นของความบริสุทธิ์เป็นน้ำทิพย์สำหรับล้างบาปคือความเดือดร้อนภายในให้หายได้ เป็นบันไดแก้วสำหรับก่ายขึ้นไปอยู่สวรรค์สมดั่งพระบาลีว่า...
    “ สีเลนะ สุคติงยันติ ” ....ศีลให้เป็นที่จำเริญไปด้วยความสุข...
    “ สีเลนะ โภคะสัมปทา ” ....ศีลให้เป็นที่จำเริญไปด้วยโภคทรัพย์ทั้งมวล
    “ สีเลนะ นิพพุติงยันติ ” ...ศีลทำประโยชน์ให้มีความสุขไปตราบถึงนิพพาน อันเป็นความสุขอย่างยิ่งได้แท้จริง
    “ ตัสสมา สีลัง วิโสทะเย ” ....เหตุนั้นศีลเป็นของดีวิเศษยิ่งนัก หาอันใดจักเปรียบไม่ได้


    สมดั่งพุทธภาษิตว่า
    “ อัพพยา ปัชชัง สุขัง โลเก ” ....ความไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน เป็นความสุขในโลก

    พระธรรมคำสั่งสอนคือ ศีล ๕ เป็นธงไชยเฉลิมโลก ถ้ามนุษย์ทั้งหลายพากันถือศีล ๕ ได้ทั้งโลก มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีในโลกก็มีความสุขธรรมก็มีความจำเริญโลกกับธรรมถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน......
    ดังนี้แล้วแผ่นดินโลกก็จักได้กลายเป็นแผ่นดินเมืองสวรรค์(แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง) น้ำตาของมนุษย์อันเป็นทะเลนองท่วมโลกมาแล้วแต่ก่อนก็จักเหือดแห้งหายไป สมดั่งภาษิตว่า ให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประเทศบ้านเมืองจะมีความสุข ความจำเริญ อันความรักชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ก็คือผู้ที่มั่นอยู่ในศีล ๕ นี้แล ถ้าผู้ไม่มีศีล ๕ กับตนแล้วก็แปลว่าเป็นผู้ล้มชาติขุดขุมฝังตัวไว้ในชาตินี้เสียแล้วจะไปติโทษผู้ใด

    ปุถุชนทั้งหลายอย่าได้สงสัยว่าพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วจะบำเพ็ญอย่างใด ก็ไม่ได้ถึงมรรคผลและนิพพานนั้น
    ความจริงพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมแล้วจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อท่านถึงนิพพานไปแล้วผู้ที่ปฏิบัติถูกต้องตามพระธรรมคำสั่งสอนก็ได้เป็นอรหันต์ได้ถึงนิพพานเหมือนกัน ถ้าผู้ใดเล็งเห็นว่าพระธรรมคำสั่งสอนเป็นความจริงบริสุทธิ์ ผู้นั้นย่อมเล็งเห็นพระพุทธเจ้าได้ทุกเมื่อ แม้นว่าท่านยังทรมานอยู่ก็ดี ผู้ใดมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องธรรมก็ไม่อาจจะพ้นจากทุกข์ได้ ข้อปฏิบัติที่จะให้พ้นทุกข์ได้ก็คือรักษาศีลบริสุทธิ์เสียก่อนความตั้งมั่นก็จะมีขึ้น

    เพราะฉะนั้นปุถุชนทั้งหลายผู้แสวงหาความสุขใส่ตัวจงพากันรักษาศีลให้บริสุทธิ์เถิด เมื่อศีลบริสุทธิ์แล้วสมาธิความตั้งมั่นก็จักเกิดมีมาแล้ว ให้ปลูกปัญญาๆก็หากจักเกิดมีขึ้น ให้หมั่นระลึกถึงตนอยู่บ่อยๆว่ามิใช่ตัวตนเป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ ๕ ทั้งอาการ ๓๒ โสโครก เป็นตัวทุกข์ตัวแก่ตัวเจ็บตัวตายมิใช่ตัวอันจักตามไปในโลกหน้า ให้เห็นแจ้งด้วยปัญญาของตนเองแน่นอนลงไปแล้ว จึงเป็นสมุจเฉทปหาน กิเลสหมดแล้วจักเป็นวิมุติหลุดพ้นจากความทุกข์ได้เป็นอรหันต์จริง

    “ อเสวนา จ พาลานํ ” สภาวะอันได้รู้จักพาลภายใน คือ โลภ โกรธ หลง ซึ่งเป็นต้นแห่งความทุกข์แล้ว ไม่ได้ซ่อมเสพคบหากับมันก็ดี
    “ บัณฑิตา นัญจะ เสวนา ” สภาวะอันไปเสพไปคบหากับบัณฑิตนักปราชญ์ คือให้ฟังธรรม คำสั่งสอนแห่งพระพุทธเจ้า จนได้รู้จักพาลภายในอันเป็นต้นเหตุแห่งบาปก็ดี
    “ ปูชา จ ปูชนิยานํ ” กิริยาอันได้ไหว้และบูชายังพระพุทธเจ้าก็ดี
    “ เอตํติวิทะ กัมมํ ” อันว่ากรรม ๓ ประการนี้
    “ มังคละ ” ก็ป็นมงคล “อุตตะมํ
    อันอุดมดี
    ความดังกล่าวมานี้....พระพุทธเจ้าไปบำเพ็ญสร้างบารมีมาได้ ๔ อสงไขยหลายแสนมหากัปป์ จึงได้ตรัสรู้ธรรมวิเศษ รู้ต้นเหตุที่เกิดทุกข์ รู้เหตุที่บรรเทาทุกข์ รู้เหตุที่ดับทุกข์ รู้ทางปฏิบัติที่สู่ที่ดับทุกข์แล้ว ได้นำมาเทศนาให้มนุษย์ทั้งหลายได้รู้ถี่เห็นแจ้งดังนี้ มิใช่ของที่จะพบได้ด้วยง่ายๆเมื่อใดผู้ที่ไม่มีบุญไม่เคยได้บำเพ็ญมาแต่ชาติก่อนแล้วก็บ่ห่อนว่าจะพบได้เลย เมื่อได้เกิดมาพบคำสั่งสอนอันเป็นความจริงบริสุทธิ์ที่จะนำตนให้พ้นทุกข์ได้ดังนี้ก็เป็นมหาลาภอันประเสริฐแล้ว


    เพราะว่าทรัพย์สมบัติทั้งหลายอันเป็นทรัพย์ภายนอกที่จะเอาไปไม่ได้นั้น ยังพากันเร่งขวนขวายหาทั้งกลางวันกลางคืนนี้ ได้มาพบพระธรรมคำสั่งสอนที่แนะนำให้ผู้ปฏิบัติตามได้พ้นจากทุกข์ ในบัดนี้ไปตราบถึงนิพพานเป็นอริยทรัพย์สำหรับติดตามไปทุกชาติ ประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติอันมีในโลกนี้หมื่นเท่าแสนเท่าดังนี้ ก็เป็นโอกาสอันดีวิเศษสำหรับในชั่วชีวิตนี้ซึ่งจะหาโอกาสดีอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว เมื่อเวลายังอยู่สบายนี้ไม่ควรจะถือว่ายังเป็นเด็กหนุ่มน้อยถ้าแก่มาแล้วจึงค่อยทำบุญนั้นเป็นผู้มีความประมาทคิดผิด เพราะตามีหน้าดูหน้าไม่เห็นพญามัจจุราชไม่มีความกรุณาใครไม่ว่าหนุ่มแก่ แม้อยู่ในห้อ มันก็เอา หนุ่มมันก็เอา แก่มันก็เอา ไม่ประมาทลาสาเพราะตนรู้สึกว่าจะต้องตาย หนีความตายไม่พ้นแล้วมีปัญหาว่าจะป้องกันอย่างไร ไม่ให้มีความเศร้าโศกเสียใจเมื่อความตายจะมาถึง ควรจะพากันรักษาศีลทำบุญให้ทานเป็นที่พึ่งแก่ตนไว้เสียเมื่อก่อนเฒ่า เพื่อไม่ให้เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาที่ดีแล้ว ไม่ให้มีความแคล้วคลาดกินแหนงใจเมื่อภายหลังนั้นเกิด กล่าวด้วยอานิสงส์ศีลสำเร็จแต่เท่านี้แล ฯ....


    edu-photo-197576089587.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    ก็มีถามมาหลายท่านว่าพ่ออาจารย์ท่านจะกลับมาวันไหนเมื่อไหร่ จะเปิดให้จองเครื่องมงคลชุดต่อไปช่วงไหน อันนี้ก็ติดตามกันนะครับเดี๋ยวผมจะแจ้งทางนี้อีกที
     
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เริ่มจัดส่งของได้ปกติแล้ว ช่วงอาทิตย์หน้าก็จะมีเปิดจองเครื่องมงคลรายการพิเศษ ใครที่รอๆหรือถามว่าพ่ออาจารย์ท่านหายไปเสกอะไรหรือเปล่า ติดตามกันดีๆนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 มิถุนายน 2020
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    วันนี้เดี๋ยวทยอยส่งของให้นะครับ
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้งการส่ง ems

    พี่คณพศ ED 1338 0405 1 TH

    พี่วัฒนา ED 1338 0406 5 TH

    พี่ทวีพงษ์ ED 1338 0407 9 TH
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ใครรอเครื่องรางสายโหดชุดสุริยะคราสที่ผ่านมา ติดตามกันดีๆนะครับ
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    วันนี้รอบเย็นติดตามกันดีๆ ห้ามพลาดนะครับ รายการนี้บอกได้คำเดียวว่าเอาไว้รักษาเนื้อรักษาตัว ใช้ดูด..โดยเฉพาะ
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้ง ...รายการที่จะลงรอบเย็นนี้พ่ออาจารย์ท่านให้เลื่อนไปจองพรุ่งนี้เช้านะครับ..รายการนี้เป็นเครื่องมงคลที่ถือได้ว่าจัดสร้างครั้งแรกเลยนับว่างดงามแปลกตาและมีครบรสในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย(ใบ้ว่ามีหลายวิชารวมหนึ่งแม้แต่เป็นพยนต์อยู่ในตัวเอง...) ทั้งพ่ออาจารย์ท่านต้องทำวิชาจารกำกับให้ทุกชิ้น ท่านว่าเก็บไว้จารก่อน
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    ร่วมทำบุญบูชา องค์ฉัตรแก้วสุรกานต์นพสูรย์สุริยคราส"ดับปรปักษ์"(ดูดทุกข์โศกโรคภัย)

    องค์ฉัตรแก้วสุรกานต์นั้นเป็นเครื่องมงคลพิเศษในสายวิชาของพ่ออาจารย์ท่านด้วยท่านหล่อเป็นรูปฉัตรบังดวงตะวัน เรียกว่ายกฉัตรดับอาถรรพ์ฟ้าดิน..เพื่อให้ผู้บูชาทำอะไรสะดวกดั่งใจก็ได้(ท่านว่ายกฉัตรบังฟ้าจะทำการใหญ่ปิดฟ้าก็ง่ายดาย) ด้วยองค์ฉัตรแก้วสุรกานต์นั้นแทนร่มฉัตรของพระศาสนาเป็นยอดฉัตรอันสมเด็จองค์ปฐมท่านได้สถาปนาไว้และสั่งให้พ่ออาจารย์ท่านทำขึ้นเสียครั้งหนึ่ง...และต้องทำให้ได้เมื่อตั้งฉัตรปิดอาถรรพ์องค์นี้ชีวิตเราจะมีแต่ขึ้นมีแต่ได้อยู่ตลอด(ทำอะไรเราก็เห็นก็ได้อยู่ฝ่ายเดียว) ด้วยเป็นฉัตรยอดชัยที่องค์ปฐมท่านประทานไว้ให้เป็นมงคลคู่ชีวิตเมื่อสถิตย์อยู่กับเราจะใช้แก้กันศัตรูได้สารพัด..ถึงขั้นดับปรปักษ์(คิดร้ายผู้ที่อยู่ภายใต้ร่มฉัตรย่อมชะตาขาดเช่นนั้น) ทั้งองค์ฉัตรนั้นยังได้ใส่ทรัพย์สินมีค่ามากมายมหาศาลไว้ภายใน *** ด้วยไม่มีใครหักทำลายฉัตรแก้วนี้ได้เพราะเป็นฉัตรของเสด็จพระใหญ่พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ใช่ฉัตรที่ใครก็จะมาหักได้ ด้วยเป็นฉัตรขององค์ปฐมที่ให้ร่มเงาพระศาสนาชีวิตใครมืด..ชีวิตใครดับด้วยว่าต้องอาถรรพ์แรงแค่ไหนเมื่อยกฉัตรนี้ครอบชีวิตแล้วอาถรรพ์นั้นก็ต้องพ่ายยับไป

    ### ดั่งว่าองค์ฉัตรได้บังเงาเราไว้แบกรับอาถรรพ์และวิกฤติทั้งหลายแทนเราหมดแล้วไม่มีเคราะห์ใดจะผ่านเข้ามาใกล้เราได้เลย เมื่อตั้งฉัตรภัยพิบัติใดใดในชีวิตย่อมคลี่คลาย..เมื่อยกฉัตรดุจดั่งได้ยกชีวิตไว้ยอดสุดให้เจริญด้วยเหตุทางโลกเกินกว่าจะหมายประมาณ(ดั่งฉัตรแก้วที่ยกในเวลาสำคัญของแผ่นดิน) ฉัตรนี้จะบังเหตุร้ายกลับชีวิตจากร้ายให้กลายดีพ่ออาจารย์ท่านว่าบังได้แม้กระทั่งดวงชะตาที่อับเฉาลงไปแล้ว คนที่มีศัตรูมากหนึ่ง..คนที่มีปัญหาให้แก้มากมายหนึ่ง..คนที่ต้องอาถรรพ์สารพัดรูปแบบหนึ่ง...คนที่โดนกระทำด้วยคุณไสยอวิชชาหนึ่ง...คนที่ต้องเสนียดจัญไรหนึ่ง...คนที่ชีวิตพินาศย่อยยับหนึ่ง คนเหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อตั้งฉัตรค้ำชีวิตกำบังดวงชะตาเราแล้ว ชีวิตย่อมหาอันตรายอันใดมิได้เลย แม้นหมู่มารศัตรูยังมิอาจแผ้วพาน ความวิบัติสารพัดที่เล็งให้โทษย่อมพินาศสูญสิ้น เช่นนั้นองค์ฉัตรแก้วสุรกานต์จึงเป็นยอดฉัตรที่ไม่มีสิ่งใดเทียมทัน *** องค์ปฐมท่านกำชับว่ามอบไว้ใช้กู้ชะตาเมื่อเกิดวิบัติใหญ่ ยกฉัตรบังเงาดั่งตั้งเขาพระสุเมรุป้องกันไม่ให้ชีวิตถูกอาถรรพ์ครอบงำได้ ยกฉัตรค้ำชะตาดั่งประกาศอำนาจราชศักดิ์เป็นเดชานุภาพเข็ดขยาดจะไต่เต้าขึ้นที่สูงขึ้นยศขึ้นตำแหน่งเลื่อนขั้นชีวิตได้โดยไว ฉัตรนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญมากจะใช้แก้ชงกันชงได้ทั้งสิ้น หากติดตัวไว้ไม่ห่างคอนั้นท่านว่าให้จพเอาไว้อันนี้สำคัญมากที่สุด ### ถ้าชีวิตใครมีศัตรูเขาจะแพ้ทางเราทั้งหมดคิดอ่านทำสิ่งใดแก่เรามิขึ้นเลย เป็นมหาปราบ กันได้สารพัดทั้งล้างอาถรรพ์อาเพศใดๆ ใช้ล้างตัวล้างเสนียดจัญไรได้ทั้งสิ้น เมื่อยกฉัตรนี้ติดตัวในอาณาเขตรัศมีองค์ฉัตรศัตรูย่อมพ่ายแพ้พินาศไม่อาจตั้งตัวได้ทั้งหมู่มารภูติผีก็ไม่เฉียดใกล้เราเช่นกัน เรียกว่าจะผ่านอุปสรรคพ้นทุกข์ภัยเรียกหาแต่โชคดีดังนี้

    วิชายกฉัตร..ยกชีวิตนี้มีอาถรรพ์มาก คนที่ชีวิตติดบ่วงกรรมมีอุปสรรคขวางกั้นถูกกีดกันถูกรังแกข่มเหงทั้งจากเจ้านายและคนรอบข้าง หรือตัวเรารู้สึกได้เองว่าเป็นคนที่ดวงไม่ดีอยู่ตลอด จะหยิบจับทำงานอะไรก็คว้าน้ำเหลว สิ่งที่เคยรุ่งเรืองเคยมีเคยได้อันกระทำอยู่ก็ซบเซาเงียบเหงา พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แหละต้อง...ยกชีวิต ด้วยฉัตรแก้วขององค์ปฐมนั้นเมื่อตั้งขึ้นที่ใดแก้วแหวนเงินทองสิ่งของล้ำค่าทั้งแผ่นดินย่อมประชุรวมอยู่ตรงนั้นท่านว่าจะทำอะไรคิดอ่านเอาทรัพย์อะไรในผืนดินนี้ทุกอย่างย่อมเป็นกรรมสิทธิ์แก่เราทั้งสิ้นทีเดียว คนที่ดวงเคยตกชะตาติดๆขัดๆ โชคลาภไม่มี วาสนาพุ่งไม่สุดท่านว่าเหตุทั้งหลายนี้ต้องรีบแก้ให้อาราธนาองค์ฉัตรค้ำชีวิตนี้โดยไว จะเป็นที่รักและเคารพนับถือโดยทั่วทั้งบริวารจะอุ้มชูเมตตาประสบความสำเร็จก้าวหน้าในสิ่งที่คาดหวัง

    ทั้งฉัตรนี้เพื่อจะใช้ปิดบังพิบัติภัยทั้งหลายดั่งกางกั้นขวางรัศมีพระสุริยันอันเผาไหม้ร้อนแรงนั้น องค์ปฐมท่านกำหนดให้เสกเมื่อเกิดสุริยคราสอาจเรียกได้ว่าพ่ออาจารย์ท่านไม่เคยทำเครื่องมงคลที่สื่อในรูปแบบอุปราคาเต็มตัวเช่นนี้มาก่อน...ท่านว่าที่อื่นเขาทำแต่ราหูอมจันทร์บ้างกลืนอาทิตย์บ้าง...แต่ครูฉัน(องค์ปฐม)ท่านให้ทำองค์ฉัตรสุรกานต์ขวางตะวันด้วยฉัตรนั้นเป็นของสูงเกินเอื้อมเกินใช้ของคนธรรรมดาเช่นนั้นเมื่อชีวิตใครได้ยกฉัตรขึ้นเทวดาประจำตัวย่อมตอบสนองนำมาซึ่งลาภสักการะแลยศศักดิ์ยิ่งใหญ่ ทั้งพิธีสุริยคาสนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อได้เสกเครื่องมงคลย่อมเกิดความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น..ท่านว่าในพิธีของท่านต้องเข้าป่าเข้าถ้ำปิดถ้ำเสกเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนจนท่านเสกเสร็จออกจากถ้ำก็เป็นเวลาเดียวกับที่หมดสุริยคราสพอดี ฉัตรขวางตะวันท่านให้ทำในพิธีสุริยคราสจะแรงที่สุดและใช้ได้เห็นผลทันตามากที่สุด(ดั่งองค์ปฐมท่านว่ามันมีเชื้อมีเหตุ) ด้วยจะอยู่เหนือกว่าเครื่องมงคลใดๆทั้งปวงทั้งยังได้มหาอำนาจมีพลานุภาพสูงเหนือกว่าเสกในวันอื่นๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องมงคลที่เสกในพิธีอุปราคาของท่านนี้เป็นของใช้ได้ไม่หมด(ไม่มีวันเสื่อมฤทธิ์) ยิ่งอาราธนาทางป้องกันภัย..กันแก้คุณไสย..แก้อาถรรพ์มนต์ดำ..หนุนดวงต่อชะตา...นำโชคเรียกเงินท่านว่าสารพัดดี สารพัดจะใช้เลยเธอเอ๋ย ทั้งฉัตรนี้จะมีอิทธิพลคอยปัดเป่าเหตุร้ายผันดวงที่ตกอับชีวิตที่เลวร้ายออกจากด้านมืด ทั้งยังมีอาถรรพ์ผ่อนภาระชีวิตคือผ่อนหนักให้เป็นเบา ผู้อาราธนาย่อมได้ลาภอยู่เนืองนิตย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องมงคลใดที่เสกในพิธีอุปราคาและยังเป็นสายวิชาจำเพาะที่ต้องเสกในวันนี้จึงจะสำเร็จเท่านั้น เครื่องมงคลนั้นท่านว่าย่อมดีกว่าของที่เสกวันเสาร์ห้าเสียอีก ด้วยคราสนั้นมีพลานุภาพสูงเพราะเป็นเวลาที่มีพลังจักรวาลแห่งดาวนพเคราะห์แผ่ออกมา เมื่อกระทำเครื่องรางดับอาถรรพ์เช่นองค์ฉัตรนั้นย่อมจะดับได้ทุกสิ่งดั่งที่ท่านให้นามไว้ว่าดับปรปักษ์...เรียกว่าแผ้วถางหนทางชีวิตให้ราบเรียบไร้กังขากังวลใดๆอีกต่อไป

    ทั้งพิธีอุปราคา(สุริยคราส)หนนี้ ท่านยังลงอาถรรพ์ให้อีกหลายส่วน ท่านว่าคราสคือการจับต้องเช่นสุริยะคราสก็คือราหูจับตะวันเป็นเคล็ดในการจับการได้มาซึ่งสิ่งที่ไม่มีวันจับได้โดยการเข้าไปกลืนไปเปลี่ยนสีดวงตะวันจันทรา เป็นอาถรรพ์เติมเต็มเรื่องทางโลกทั้งหลาย(ซึ่งจะหาไม่ได้ในพระเครื่องใดๆ) ทั้งองค์ฉัตรนี้ยังอาราธนาใช้ได้ครอบจักรวาลท่านว่าจับ..คว้า..หา..เอา(คือเอามาได้ทุกอย่าง) นอกจากเด่นทางป้องกันภูติผีปีศาจแล้วผู้อาราธนาครอบครองย่อมไม่มีวันตายโหงเลย ทั้งองค์ฉัตรยังคุ้มครองให้พ้นจากอัคคีภัย,โจรภัย,ฟ้าฝ่า...เคราะห์กรรมภัยพิบัติทั้งคุ้มครองให้พ้นภัยจากอำนาจคุณไสยทั้งปวง..สิ่งเลวทรามใดฝืนเข้าใกล้จะมอดไหม้เป็นจุณดั่งต้องรัศมีเพลิงตะวัน ท่านว่าเรื่องเงินเรื่องเรียกทรัพย์นี่กลายเป็นเรื่องเล็กเลยเพราะองค์ฉัตรนั้นเปรียบดั่งจุดศูนย์กลาง ### ใช้ดูดทรัพย์ในแผ่นดินได้ทุกสิ่งเรียกทรัพย์สินเงินทองทำให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี องค์ฉัตรนี้ท่านว่าให้คุณหลายด้านเป็นเมตตามหานิยมทั้งชะลอวัยธาตุขันธ์ปรับธาตุต่ออายุทำให้ผู้บูชามีสุขภาพจิตสุขภาพใจแข็งแรงค้ำชูดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำแม้ยามพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก เพื่อให้มีเวลาเสวยวาสนาชะตาที่ขึ้นสู่จุดสูงสุด ดั่งยอดฉัตรแก้วองค์ปฐมที่นพเคราะห์ทั้งเก้าต้องเข้ารักษาซึ่งเทพทั้งเก้านี้ให้ผลตรงกับชะตามนุษย์ทั้งมากฤทธิ์ยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ การที่นพเคราะหืคุ้มครองรักษาให้ความอาทรดั่งมารดาดูแลบุตรเช่นนี้จึงให้คุณมากเป็นพิเศษ *** พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ฉัตรนี้สำคัญเพราะท่านทรงอาคม..คือเสริมคุณแห่งอักขระยันต์มนต์คาถาไม่ว่าจะเครื่องรางของขลังเครื่องมงคลหรือรอยสักรอยยันต์ใดในตัวของเราร่างกายของเรานี้ท่านว่าองค์ฉัตรนั้นจะเสริมตัวเราให้เข้าถึงใช้ได้เต็มร้อยทั้งยังชำระเครื่องรางทั้งหลายให้มีผลบริสุทธิ์เต็มนร้อยด้วยเช่นกันไม่มีมลทินโทษแม้แต่น้อย

    เหรียญองค์ฉัตรนี้ท่านหล่อหลอมขึ้นด้วยพระยันต์บังคับจากครูองค์ปฐมมากมาย...ท่านว่าเยอะจนไม่อาจกล่าวเพราะท่านให้ทำแบบลงถมไปเรื่อยๆเอามาผสมกับตะปูสังฆวานรยอดโบสถ์อยุธยา(ท่านห้ามไม่ให้ออกชื่อเด็ดขาดด้วยเป็นวัดสำคัญมาก)อายุหลายร้อยปี ด้วยตะปูนี้เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ภูติผีปีศาจเกรงกลัวนัก ทั้งตะปูสังฆวานรยอดโบสถ์ยังได้ชื่อว่าอยู่บนยอดสุด ..สูงสุด อยู่เหนือทุกสิ่งในโบสถ์ไม่เป็นรองผู้ใด พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอาถรรพ์มากนอกจากจะผ่านการเสกในโบสถ์มายาวนานซึมซับพุทธคุณนับร้อยปียังได้เคล็ดว่าเป็นยอดที่สุดไม่เป็นรองผู้ใดหรือสิ่งชั่วร้ายใดๆเลยท่านเอาชนวนนี้มาเสกลงวิชาอาถรรพ์ก่อนหล่อหลอมทำด้วยว่าจะให้ดีทางป้องกันภัยกลับดวงที่แย่ทำดวงชะตาให้ดีให้สูงอย่างถึงที่สุด..

    มหาดูด(ดูดทุกข์โศกโรคภัย)

    องค์ฉัตรนั้นมีชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาจะสั่นจะร้อนเมื่อกระทบกับเรื่องที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา แม้เราต้องอาถรรพ์คุณผีคุณไสยมนต์ดำสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นเมื่อมีพลังงานชั่วร้ายเพ่งเล็งเราอยู่เขาจะสั่นขึ้นมาทันที
    พ่ออาจารย์ท่านว่าหากองค์ฉัตรสั่นหรือร้อนขึ้นมายามเราสัมผัสท่านว่านั่นคือเขาเตือนว่าจะมีภัยมาเป็นแม่นมั่นต้องสวมใส่ไว้ในเวลานั้นจะถอดไม่ได้เด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของตนเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าพอหายร้อนจับต้องแล้วรู้สึกเย็นนั่นเเหละคือทุกข์โทษภัยผ่านไปแล้วนี่คือเขาบังเอาไว้ให้ทั้งหมดเลย(หน้าที่เราคือใส่ห้ามถอดทำอยู่แค่นี้..แต่หากฝืนไปถอดก็ต้องรับอันตรายนั้นด้วยตัวเอง) พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่ออาราธนาองค์ฉัตรไปแรกๆหากเกิดอาการร้อนหรือวิงเวียนอาเจียนสิ่งใดๆออกมา ทั้งใจยังกระวนกระวายคือร้อนออกมาจากข้างในให้เรารู้ตัวไว้เถิดว่าในตัวเรามีสิ่งที่ไม่ควรจะมีไม่ว่าจะเคยไปต้องคุณไสยมนต์ดำลมเพลมพัดทั้งหลาย อาจจะมีของต่ำน้ำมันผีน้ำมันพรายเคนต้องเนื้อตัวมาก่อน พ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าได้วิตกจนเกินไปให้ห้อยองค์ฉัตรไปเรื่อยๆเขาจะดูดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกจากตัวเราเองเรียกว่าดูดของไม่ดีที่แฝงในร่างกายสิ่งที่แฝงมายามเราไปทักไปถามอาถรรพ์ต่างๆในรูปใดๆที่เล่นงานเราอยู่นี่คือท่านดูดออกหมดเลย ดูดจนอาถรรพ์ร้ายเหล่านั้นเสื่อมสลายไปทั้งสิ้น ดูดจนร่างกายเรากลับร้อนผ่อนเย็นหมดจากอาการวิกลเหล่านั้นองค์ฉัตรจึงจะกลับมาเป็นปกติ

    องค์ฉัตรนี้
    ท่านให้อาราธนาดูดทุกข์โศกโรคภัยได้ (ท่านว่าบอกกับท่านทุกข์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องบอกจะได้ใช้ได้ถูกที่ถูกทางเหมือนหมอจะรักษาได้ตรงโรคนั่นคือต้องบอกกล่าวกับครูรักษาองค์ฉัตรนี้) ทั้งเมื่ออาราธนาติดตัวในยามคับขันจะหาอันตรายไม่ได้เลยจะปลอดภัยมีแต่ความสุขความเจริญในด้านหน้าที่การงานธุรกิจไม่ติดขัดและไม่บังเกิดเคราะห์ ไม่ว่าจะเคราะห์ปีเคราะห์เดือนเคราะห์วันพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเคราะห์เข็ญอุปัทวอันตรายทั้งหมดจะมลายสูญ อาราธนาให้องค์ฉัตร์ท่านกลืนแก้ทุกข์สำรับคนที่มีทุกข์...มีโศกมีความเศร้าหมองใดก็บอกให้เขากลืนโศกนั้นออกไป..โรควิกลผิดปกติที่ภัยที่หาสาเหตุไม่ได้เหล่านี้ก็อาราธนาให้องค์ฉัตรท่านกลืนกินได้...ทั้งภัยร้ายทั้งหลายอันมีต้นตอยากเกินจะแก้พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นแหละใช้ให้เป็นบอกกล่าวกับท่าน ให้บอกกล่าวทีละเรื่องๆจะเห็นผลไวกว่าค่อยๆแก้แต่แก้ให้จบเป็นเรื่องๆไปเช่นนี้ อยาไปอธิษฐานด้วยจิตทะลึ่งร้อนรนยกมือท่วมหัวอ้าปากทีก็มีปัญหาแปดพันเก้าพร้อมๆกัน(ท่านว่าเช่นนี้แรงครูเขาจะไม่สงเคราะห์ต้องใช้ให้เป็นจึงจะมีแต่ได้กับได้และหายทุกข์หายโศกขาดสิ้น) ทั้งนี้องค์ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของการประกาศอำนาจและความรุ่งเรืองทั้งทับถมทรัพย์สินให้ทวีมากมาย เพื่อจะให้ร่มเงาชีวิตแก่เราให้ร่มเย็นเป็นสุขใช้กันคุณไสยได้ทุกชนิดหรือจะอธิษฐานทำน้ำมนต์ถอนของเช่นนี้ก็ได้เช่นกัน

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อจะเสกต้องปิดถ้ำทำยามเกิดสุริยะคราส เป็นพิธีกรรมเร้นลับที่ให้รายละเอียดใดๆไม่ได้ แต่ข้อดีขององค์ฉัตรนี้ไม่เพียงมีแรงครูรักษายังพกไปได้ทุกที่ไม่มีวันเสื่อม ใช้กันแก้ถอดถอนอาถรรพ์ชีวิตได้ทั้งปวง ยังเป็นเครื่องหนุนนำดวงไม่ให้ตกต่ำแก้ปีชงได้ทุกราศีปีเกิด เมื่อเข้ารักษาแก่ใครจะสะท้อนสิ่งไม่ดีให้ออกไปไกลจากตัวเราทั้งป้องกันภัยดับปัจจามิตรให้ชนะศัตรูหมู่มารทั้งสิบทิศเลยทีเดียว ท่านว่าติดคอไว้ศัตรูทำอันตรายไม่ได้..กันทุกข์โศกโรคภัยนำมาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงหาตกต่ำยากจนล้มเหลวไม่ได้เลย เกิดความเป็นสิริความเป็นมงคลแก่ตัวเองแพร่ไปถึงบริวาร เกิดพลังอำนาจบารมีแฝงในตนทำให้ยิ่งใหญ่กว่าคนทั้งหลายมีอำนาจมากยิ่งขึ้น จะใส่ไปณ.สถานที่แห่งใดก็ทำให้เกิดมงคลที่นั้นเป็นมงคลแก่งานนั้นๆแก่กิจที่เราทำอยู่ดึงดูดทรัพย์สินแก้วแหวนเงินทองในที่นั้นๆอันเราอาศัยอยู่..ทำงาน..ทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ไหลมาเทมาหาเราดั่งน้ำพระคงคาไหลทะลักทำให้มีโชคมีลาภร่ำรวยเร็วไว..นี่คือมงคลแห่งฉัตรแก้วขององค์ปฐม..ฉัตรค้ำพระศาสนา

    ด้านหลังองค์ฉัตรนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ฝังของวิเศษเอาไว้ทั้งยังแปะเพิ่มไปอีกสองชนิดรวมเป็นสามสิ่ง ท่านว่าแต่ละอย่างล้วนเร่งอานุภาพเสริมแกองค์ฉัตรทั้งสิ้น
    - ลูกอมพยนต์รัตนไตรจักร ท่านปั้นขึ้นจากผงเถ้าที่บูชาไฟในพิธีบูชาองค์พระสยมอันถือว่าเป็นผงที่ผ่านการชำระจากไฟพระเวทย์ได้ชื่อว่ามีความบริสุทธิ์ไร้มลทินใดๆผสมด้วยผงเขาสัตว์เจ็ดชนิดเช่นเขากวาง,เขาควาย,เขาวัว,เขาแกะ,เขากระทิง...และผงเขี้ยวสัตว์เก้าอย่างเช่นเขี้ยวเสือ,เขี้ยวหมี,เขี้ยวจระเข้,เขี้ยวหมู,เขี้ยวแรด,งาช้าง...ผสมด้วยผงทองศักดิ์สิทธิ์เพราะธาตุทองเเสริมธาตุได้ทุกธาตุแล้วนวดเข้ากับน้ำมันว่านและผงกำเนิดพยนต์,ผงสิบสองนักษัตร(ให้ช่วยเราได้ทุกฤกษ์ทุกปี)นำมาปั้นตากแสงตะวันจันทราในวันพญาวันเพื่อให้เหนือกว่าแรงกว่าวันใดๆ วิชานี้เป็นการผูกพยนต์โดยไม่ต้องขึ้นรูปหุ่นดั่งวิชาเสกพยนต์จากใบไม้หรือก้อนหินและผืนผ้าเช่นนั้น อันพยนต์นี้จะใช้ป้องกันได้ทุกสิ่งเสมือนมีพยนต์คอบอาสาช่วยเราป้องกันคนคิดร้ายหรือศัตรูที่มองไม่เห็น พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นลูกกลมๆเช่นนี้แหละสำคัญนัก หากใครทำอันตรายแก่เราจะถูกมายาสะกดไว้ให้เห็นดั่งเผชิญหน้ากับคนนับร้อยนับพัน..ท่านว่าให้คุณมากนักจะอธิษฐานบอกกล่าวขอความช่วยเหลืออะไรเขาก็ได้ เช่นทำของหายจะตามของ..สุดแล้วแต่จะขอเขา
    - ตะกรุดประจุขาด เป็นวิชาที่ไม่ค่อยเปิดเผยให้ทราบกัน เด่นทางคุ้มครองป้องกันทำลายสิ่งไม่เป็นมงคลทั้งหลายในชีวิตเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้เกจิยุคโบราณมักจะทำใส่เทพศาสตราวุธด้วยว่าใช้ล้างอาคมได้ทั้งสิ้นแม้ศัตรูเรามีของดีอะไรคุ้มครองอยู่จะทำให้อยู่คงหนังเหนียวหากโดนเทพศาสตรานั้นหนั่งย่อมอ่อนนุ่มดั่งสำลี ทั้งหากโดนทำร้ายแล้วอาคมที่รักษาก็หาได้ทรงอยู่อีกไม่ ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านได้แปลงมาใช้รักษาปัองกันตัวโดยท่านติดใส่องค์ฉัตรแก้วเพื่อใช้พิฆาตทำลายผู้มุ่งร้ายหวังร้ายแก่เรา ไม่ว่าเขาจะมีอาคมดีมีวิชามีความเก่งกาจมาจากไหน เมื่อมาถึงเรามาถึงรัศมีองค์ฉัตรท่านว่านั่นแหละแพ้หลุดลุ่ยหาทางไปไม่เป็นทีเดียว ติดเอาไว้ให้พิฆาตอาถรรพ์ชั่วร้ายหรืออาคมอันกล้าแกร่งใดๆที่เล่นงานเราอยู่ที่เขาใช้ให้กระทำมาจะได้ปัดเสนียดให้พ้นตัวสยบอัปมงคลต่างๆข่มอาถรรพ์ทำลายอาคม ถอดถอนสิ่งแปลกปลอมในตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นเป็นตะกรุดดอกเล็กๆนี้อย่าได้ดูถูกไปเอาว่าฉันไม่พูดมาก ฉันบอกแค่ว่าเจ้าดอกจิ๋วนี่แหละแม้ผู้มากฤทะฺ์จิตวิญญาณทั้งหลายหรือเทพเกเรก็ยังทนอานุภาพเขาไม่ได้ เช่นนี้ท่านจึงติดไว้เสริมกำลังคู่กับองค์ฉัตรเพื่อให้เราใช้ยามคับขันแก้ไขสถานการณ์อันฝ่าออกไปได้ยากลำบากท่านว่าจะได้ไม่ติดอะไร ...อาถรรพ์ใดๆทำแก่เราก็พินาศดับสูญทั้งสิ้น
    - ปลาตะเพียนเงินคำ ปลาเพียร(หา)เงินทอง ด้วยปลาเป็นสื่อตัวแทนของโชคลาภวาสนาใหญ่โตต่อเนื่องไม่ขาดตอนที่พ่ออาจารย์ท่านลงเสกด้วยวิชาตะเพียนเงินตะเพียนทองตามตำรับหลวงพ่อจงไว้ด้วย วิชาเสกปลานี้ท่านว่าเหมือนมีโชคลาภชอนไชเข้ามาในชีวิต คนที่ไม่มีดวงทางการเสี่ยงโชค ซื้อให้ตายก็ไม่ถูกเล่นยังไงก็เจ๊งท่านว่านี่ดีครบหมดเลย เป็นมหาอุดมอย่างมากท่านว่าบอกได้เท่านี้นะ พ่ออาจารย์ท่านปลุกเสกให้เต็มที่ท่านว่าเสกจนเต็ม จนเสกไม่เข้า และนำมาอธิษฐานจิตเสกปิดในฤกษ์จันทรคราสที่ร้อยปีนับจากนี้ก็ไม่มีจันทรคราสเช่นนี้อีก ด้วยถือเป็นมงคลเอาฤกษ์เอาชัยว่าคนที่ได้ไปชีวิตจะได้เหมือนจันทร์เต็มดวงที่ผุดเกิดขึ้นมาใหม่บนท้องฟ้าที่มืดดับ(องค์ฉัตรนี้จึงมีครบทั้งเครื่องมงคลที่เสกในฤกษ์อุปราคาทั้งสอง)

    องค์ฉัตรนี้ท่านเน้นเป็นฉัตรเก้าชั้นด้วยใครบูชาจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าในชีวิตการงานแม้มีอุปสรรคใดขวางกั้นก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ก้าวหน้าคือเจริญรุดหน้าก้าวไกลก้าวไวกว่าใครเขา ทั้งยังเสกให้หาทรัพย์เก็บทรัพย์ได้ไม่มีรั่วไหล คนที่อุปสรรคมากมารเยอะท่านให้อาราธนาฟ่าฟันทุกวิกฤตทุกปัญหานำพาชีวิตสู่จุดหมายที่ตั้งใจได้ ### องค์ฉัตรนี้จะดึงดูดพลังงานด้านบวกเข้ามาเสมอให้มีกินไม่รู้สิ้นมีกินมีใช้ไม่ขาด คนไม่มีโชคจะมีโชคโชคลาภเงินทองจะเข้ามาแบบไม่คาดฝัน เมื่อจะถอดยามนอนหลับให้อาราธนาไว้หัวนอนจะป้องกันฝันร้ายทำให้ฝันดีและฝันเห็นนิมิตมงคลของเรา,ฝันเห็นช่องทางการทำมาหากินที่จะทำให้รวย..เทวดาท่านจะบอกจะให้ลาภลอย

    คาถาบูชา
    ปราบศัตรู พุทโธ ปัพพะชายาโน สัพพะศัตรู วินาสสันติ ธัมโม ปัพพะชายาโน สัพพะศัตรู วินาสสันติ สังโฆ ปัพพะชายาโน สัพพะศัตรู วินาสสันติ
    บรรเทาเวรกรรมดูดทุกข์โศก ทุกขา ทุกขัง ปฏิฐิตัง สัมปติฉามิ


    *** องค์ฉัตรนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของเฉพาะกาลแต่จะคงอยู่ไปนับกัปกัลป์ ให้บูชาติดตัวเอาไว้เสมอไม่จำเป็นอย่าถอดเลย ### หากปักลงที่บ้านทั้งสี่สิศจะเจริญรุ่งเรืองดั่งได้วาสนาเข้าอยู่ในราชวัง...หากปัลงในที่ดินทั้งสี่ทิศท่านว่าเป็นการจับจองบอกกล่าวแก่เทพยดาที่ดินเรานั้นจะเจริญรุ่งเรืองดั่งมหานคร...หากปักไว้สี่ทิศรอบบริเวณใดที่นั้นจะเป็นกรรมสิทธิ์แก่เราเป็นเขตหวงห้ามวิญญาณร้ายคุณไสยสิ่งไม่ดีเข้าใกล้ไม่ได้เลย ท่านว่าองค์ฉัตรนี้ใช้ได้สารพัดสุดแต่แรงครูท่านจะนิมิตให้เรารู้เราเห็นว่าควรอาราธนาอย่างใด รายการนี้ท่านให้จองทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา องค์ฉัตรแก้วสุรกานต์นพสูรย์สุริยคราส"ดับปรปักษ์"(ดูดทุกข์โศกโรคภัย) บูชา 2,500 บาท


    106171525-1451316811743820-2094243521457841860-n.jpg 83236156-2604679046412136-3554620581278682625-n.jpg
    105594417-558643834801537-2530892860484450941-n.jpg
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    องค์ฉัตรนี้ภาพประกอบตอนท่านยังไม่ได้ลงเหล็กจารนะครับ แต่ของจริงจะลงเหล็กจารวิชาอาถรรพ์ละเอียดๆเลย
     
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่ธีธัช ED 1338 0679 0 TH

    พี่ภิญโญ ED 1338 0680 9 TH

    พี่กฤตยชญ์ ED 1338 0681 2 TH
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    8,106
    ค่าพลัง:
    +22,462
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    วันนี้เดี๋ยวจัดส่งของแล้วมาติดตามพูดคุยกันนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...