ร่วมทำบุญบูชา มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง(พุทธศาสตรา) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตัวครูมหากวักบาตรสัมฤทธิ์ (คุณพระมาโปรด)

    "ตะกรุดตัวนี้เป็นตะกรุดทิพย์นะ"
    วิชาทำตะกรุดคุณพระมาโปรดนี่พ่ออาจารย์ท่านว่าลึกซึ้งอย่างมาก เพราะกว่าจะทำได้แต่ละแผ่นไม่ใช่แค่ลงจารแล้วเสกเท่านั้นก็จะเสร็จ หากแต่ยังมีเคล็ดต่างๆอีกมากที่ต้องทำให้ตรงตามครูสั่ง ท่านว่านอกครูไม่ได้เลย ดังนั้นตะกรุดนี้จึงพูดได้แต่เพียงกว่ากว่าจะม้วนได้นั้นยากนัก


    ตะกรุดคุณพระมาโปรดนี้ทำได้ยากนัก พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นของคุณพระ สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์ลงจารแผ่นทำสะสมไว้ ด้วยอาศัยพุทธกิจที่ทรงบำเพ็ญอยู่ทั้งห้าอย่าง ซึ่งเป็นกิจวัตรหลักของพระพุทธเจ้าทุกองค์ที่ทรงทำอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืนให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ด้วยพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นทรงสำเร็จกิจส่วนพระองค์นั่นคือมีอัตตหิตประโยชน์หรือประโยชน์ของพระองค์เองเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ดีแล้วหลังจากบรรลุพระโพธิญาณตัดสิ้นอาสวะกิเลสให้หายขาดไป เช่นนั้นท่านจึงใส่ใจในประโยชน์ของชาวโลกเพื่อสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นกับโลกด้วยการนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน เช่นนี้จึงถือเป็นพุทธกิจที่พระองค์จะโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายบางทีก็เสด็จโดยปกติแต่บางทีก็ทรงกระทำปาฏิหาริย์แตกต่างกันไปเพื่อเจริญศรัทธาแก่สาธุชนทั้งหลาย ด้วยพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นจะทรงใช้ทิพย์จักษุสอดส่องทั้งหมื่นโลกธาตุแผ่ข่ายพระญาณออกไปตรวจดูสรรพสัตว์ที่มีบุญญาธิการได้สร้างสมคุณงามความดีไว้ดีแล้ว ท่านจะดูว่ามีบุญมากพอที่จะบรรลุธรรมาภิสมัยหรือไม่ อย่างไร หากมีวาสนาแล้วแม้อยู่ไกลเพียงใด แม้อยู่ต่างภพ,ภูมิหรือมิติพระองค์ก็จะเสด็จไปโปรดไม่เลือกย่อท้อต่อระยะทางไกลใกล้นั้นเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดคุณพระมาโปรดนี้ก็เช่นกันเป็นตะกรุดที่จะมีไว้ใช้กันเฉพาะผู้ที่ถูกเลือกสรรค์เท่านั้น ให้คุณพระท่านโปรดท่านสงเคราะห์ให้มีโอกาสได้รับความสุขได้รับกุศลกรรมตอบแทนความยากลำบากไม่เลือกว่าจะเป็นวิธีธรรมดาหรือว่าได้มาโดยปาฏิหาริย์ ดั่งพุทธกิจแห่งองค์พระตถาคตเจ้าที่ต้องการจะช่วยเหลือทุกๆคนโดยไม่ย่อท้อ

    สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์ลงวิชาบาตรสัมฤทธิ์เอาไว้ ท่านว่ามีวิชาบาตรนี้คิดทำสิ่งใดก็สัมฤทธิ์ผล ดั่งที่ทราบกันดีแล้วว่าบาตรนั้นเป็นของใช้ส่วนตัวสำหรับพระภิกษุและพระภิกษุทั้งหลายก็ได้รับการอบรมสืบต่อกันมาให้ดูแลรักษาบาตรที่ใช้นั้นเป็นอย่างดี เรียกว่าบาตรของตนก็ต้องรักษาให้ดีที่สุดด้วยคตินับแต่โบราณที่นิยมรักษาสืบทอดกันมาว่าพระหนึ่งรูปจะมีบาตรได้เพียงหนึ่งใบเท่านั้น

    ดังนั้นวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้จึงเป็นวิชาเปิดบาตร เปิดทางความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพย์สินเงินทองสิ่งก่อสร้างทั้งหลายให้พรั่งพร้อมด้วยจตุปัจจัย ดุจได้รับลาภสักการะมากมายทั้งจากมนุษย์และเทวดาไม่รู้จบสิ้น ทั้งการบิณฑบาตรนี้ก็เป็นทั้งพุทธประเพณีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงทำสืบทอดกันมาตลอด แม้ในพระภิกษุก็รับประเพณีนี้สืบต่อกันมา สมเด็จองค์ปฐมท่านจึงแนะนำพ่ออาจารย์ว่า "บาตรนั้นเป็นเครื่องมือสำหรับโปรดสัตว์วิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ก็เช่นกัน เป็นวิชาที่จะใช้โปรดสัตว์ทั้งหลายให้แปรเปลี่ยนไปสู่หนทางที่ดี" แม้ในบางบุคคลที่มีกรรมอันแก้ได้ยาก มีกรรมหนักอันรุนแรง ท่านว่าคนเหล่านี้ก็ต้องอาศัยวิชาบาตรสัมฤทธิ์ช่วยแก้ไข ด้วยบาตรนั้นใช้โปรดเวไนยสัตว์ ดังนั้นสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายเมื่อมาอยู่ในบาตรนี้ย่อมแปรเปลี่ยนเป็นของดีทั้งสิ้น ใครที่ชีวิตมีเรื่องรบกวนรุมเร้ามากก็ให้อธิษฐานเอาเรื่องและความกังวลทั้งหลายใส่ลงในวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี่เสีย ท่านว่าสิ่งที่ไม่ดีคุณพระท่านก็เปลี่ยนให้ดีได้ แม้คาดเอาไว้เฉยๆก็ยังแก้ชงเปลี่ยนปัญหาชีวิตให้เจอแต่ความสุขได้

    ทั้งวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ยังช่วยแก้ไขแม้แต่อาถรรพ์ต่างๆทั้งในตัวเองและรอบๆตัวได้ ท่านว่าไม่เพียงแต่แก้อาถรรพ์แก้ชงเท่านั้น ต่อให้ใครถูกผีเข้าเจ้าสิง เอาตะกรุดนี้ไปสวมคอเถิด ดุจเธอเอาบาตรสัมฤทธิ์ไปครอบหัวเขาอย่างนั้น ดังนั้นนี่จึงเป็นวิชาแก้ปมอาถรรพ์ทุกสิ่ง ในทางกลับกันตัวเธอที่สวมตะกรุดนี้ก็จะมีกำลังใจสูงขึ้น นั่นเพราะอะไร *** พ่ออาจารย์ท่านว่าคนมีไหวพริบเขาจะรู้ทันทีว่าเวลาแรงครูประสิทธิ์ประสาทชัยมงคลนั้นเป็นอย่างไร เพราะวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้หากเธอนำมาคล้องคอก็เท่ากับว่าเธอเอาบาตรครอบหัวดุจครอบครูอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้น ด้วยบาตรเป็นสิ่งที่ใช้รับความอุดมสมบูรณ์ทั้งหลาย เป็นสิ่งที่พระใช้ฉันกันทั้งเช้าทั้งเพลเช่นนั้นจึงถือว่าเป็นสุดยอดโภคทรัพย์ชักนำให้แรงครูหนุนเป็นมหาเศรษฐี ดุจดั่งชีวิตของพระที่ทั้งชีวิตมีบาตรเพียงใบเดียวตั้งแต่บวชจนมรณะภาพก็ใช้เพียงบาตรนั้นเลี้ยงชีพ ใส่ทั้งข้าวปลาอาหารใส่ทั้งปัจจัยต่างๆใส่สารพัดตลอดชีวิตก็ไม่เคยเต็มซักที สมเด็จองค์ปฐมท่านว่าวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ดุจเสกบาตรแห่งพระตถาคตเจ้ามีคุณอนันต์ดุจว่าบาตรใบเดียวใช้เลี้ยงได้ทั้งวัด เช่นนั้นเรื่องอื่นจึงนับไม่เป็นอันใด พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังชีวิตเราครอบครัวเราใช้เพียงวิชาบาตรนี้ก้หาเลี้ยงได้บริบูรณ์ทั้งสิ้น

    วิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ดีอย่างไร วิเศษแค่ไหน พ่ออาจารย์ท่านว่าหากไม่มีบาตรความอุดมสมบูรณ์และโภคทรัพย์ต่างๆย่อมไม่ต่างจากสิ่งว่างเปล่าเพราะไม่มีสิ่งใดจะมีฤทธิ์มารองรับสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าวิชาบาตรสัมฤทธิ์ ไม่มีบาตรทุกสิ่งย่อมคว่ำตกหกคะเมนสูญหายไปในอากาศเช่นนั้น เช่นนั้นวิชานี้จึงวิเศษทางโปรดสัตว์,โปรดชีวิต เป็นตัวช่วยชั้นครูที่จะหนุนเราโปรดเราให้มีกินมีใช้ไม่รู้จบสิ้น โปรดให้เกิดโภคทรัพย์มหาศาลดั่งปาฏิหาริย์ที่ได้รับจากการสร้างกุศลกรรม ทั้งเรียกหา ทั้งเร่งให้มา ทั้งรองรับความพรั่งพร้อมในจตุปัจจัยทั้งหลายมากมายสุดจะประมาณดั่งบาตรสัมฤทธิ์ที่เลี้ยงคนได้ทั้งชีวิตแม้ใส่เท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็มเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าหลักๆนะพูดสั้นๆเลยคือเหลือกินเหลือใช้

    ...กว่าจะม้วนเป็นตะกรุด
    ตะกรุดรุ่นนี้ที่ว่าทำยากเพราะพ่ออาจารย์ท่านทำคนเดียวไม่ได้ ด้วยสมเด็จองค์ปฐมท่านให้เคล็ดและวิธีการสร้าง นอกจากการลงจารคาถาวิธีกำหนดจิตต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าพอรู้ปุ๊ปก็รู้เลยว่าตะกรุดแบบนี้ท่านกะจะให้ทำครั้งเดียวแน่ๆเพราะกว่าจะได้แต่ละดอกนั้นไม่ง่ายเลย ฉันต้องลงจารและเสกแผ่นตะกรุดจนสำเร็จก่อน จากนั้นก็ให้พระที่มาเรียนวิชาฝากท่านไป บอกว่าทุกเช้าให้เอาแผ่นยันต์พระคาถานี้หนึ่งแผ่นใส่ไว้ก้นบาตรก่อนออกไปบิณฑบาตร ให้ทำเช่นนี้เรื่อยๆไปวันละแผ่นและต้องทำทุกแผ่น เป็นเคล็ดที่ว่าพระออกบิณฑบาตรนั้นคือการโปรดสัตว์ท่านว่าตะกรุดนี้อยู่ในบาตรก็เช่นกัน นั่นคือออกไปโปรดสัตว์จริงๆพอพระเปิดบาตรทีก็ได้อาหารบิณฑบาตรทันที พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือการโปรดสัตว์เปิดทางโชคลาภต้องทำอยู่เป็นเดือนวันละแผ่นกว่าจะได้ครบ ท่านที่มาเรียนยังพูดติดตลกว่าไม่รู้ครึ้มอกครึ้มใจอะไรเอาแผ่นยันต์ของพ่อครูรองก้นบาตรญาติโยมใส่กันพูนบาตรเต็มย่ามทุกวัน แม้แต่รถที่ขับผ่านไปแล้วยังจอดลงมาใส่แถมได้ถังสังฆทานมาอีกวันละใบสองใบเป็นเช่นนี้อยู่ทั้งเดือน ท่านว่าต้องรีบบิณรีบกลับวัดเพราะไม่มีมือจะหิ้ว เดินออกไปนิดเดียวก็เต็มแล้ว

    นอกจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าแค่โปรดสัตว์รับบาตรนั้นยังใช้ไม่ได้เพราะกว่าจะสำเร็จได้ม้วนตะกรุดกันนั้น สมเด็จองค์ปฐมท่านให้ทำตามเคล็ดของท่านทุกอย่างทีเดียว เราก็ขอให้พระรูปเดิมท่านช่วยเอาแผ่นยันต์นี้อีกหนหนึ่งไปวางไว้ใต้ผ้ารับประเคน ท่านว่า
    กางผ้ารับประเคนแล้วสอดแผ่นยันต์นี้ไว้ด้านใต้ให้ทำเช่นนี้วันละแผ่นเวียนไปจนครบแม้ตัวท่านไม่อยู่หน้ากุฏิก็ยังวางทิ้งไว้เช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคุณพระรูปนั้นท่านดีใจใหญ่เลยท่านว่าพ่อครูทำยันต์อะไรสอนผมบ้าง เพราะพอสอดแผ่นยันต์ไว้ใต้ผ้าวันๆนึงเหมือนเรามีเครื่องเรียกลาภสักการะเลย ขนาดตัวผมไม่อยู่วางผ้ารับประเคนไว้เฉยๆกลับมาเห็นยังมีปัจจัยวางไว้บ้าง,มีน้ำปานะบ้าง ท่านว่ามีแม้แต่เครื่องชงกาแฟไม่รู้ว่าใครเขาแห่กันเอามาถวายได้ทุกวัน บางวันคิดๆว่าเราขาดสิ่งใดอยู่ดีๆก็มีคนเอามาให้เป็นแบบนี้อยู่ทั้งเดือน ปกติพระไม่อยู่โยมเขาก็กลับ แต่ตั้งแต่วางแผ่นยันต์ไว้ใต้ผ้ารับประเคนก็เจอแต่เรื่องแปลกๆทุกวันเต็มไปหมด พ่ออาจารย์ท่านว่าผ้ารับประเคนนี้เป็นเคล็ดที่เสด็จพระใหญ่ท่านให้ทำเพราะเป็นผ้าที่มีไว้แต่รับอย่างเดียว รับ รับ รับและรับเข้าไม่มีไหลออก แม้ตัวเราอยู่เฉยๆกับที่ก็มีคนถ่อมาหา ถ่อมาให้เรารับ มาประเคนให้ถึงมือ มอบให้ถึงที่ เช่นนั้นวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้สมเด็จองค์ปฐมท่านจึงเจาะจงให้ทำอาถรรพ์กับผ้ารับประเคนทีละแผ่น ดุจวิชานี้เป็นสายใยที่จะเชื่อมชีวิตเข้ากับสมบัติต่างๆให้ความปรารถนาให้ทรัพย์สินและปัจจัยสี่ที่ต้องการวิ่งเข้ามาหาเราเอง ให้เราได้สิ่งที่อยากได้อย่างสะดวกสบาย จะมีคนมาหา มีทางมาให้เดิน เป็นที่มาของการเพิ่มพูนความสุขตลอดไป

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดตัวนี้เป็นของทิพย์เพราะกว่าจะเสกกว่าจะม้วนได้ไม่ใช่ง่ายเลย พอได้กลับมาแล้วยังต้องอาราธนาสมเด็จองค์ปฐมท่านทำวิชาให้อีกวาระหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระนั้นท่านบอกว่าตะกรุดนี้มีนางฟ้ารักษาอยู่ทุกดอกชื่อ"นิลบรรพตเทพสุดา" เรียกว่าแม่เทพสุดาก็ได้ เพราะเป็นชื่อเต็มของนางฟ้าที่คนนิยมบูชาหรือที่พวกเธอรู้จักกันในชื่อนางกวักเป็นชื่อปางเทพของท่าน นี่สมเด็จองค์ปฐมท่านเจาะจงเลยให้ท่านมารักษาตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะได้นำมาซึ่งแก้วแหวนเงินทอง กวักมาซึ่งสรรพสมบัติศฤงคารแลโภคทรัพย์ทั้งหลาย ทั้งยังอำนวยศรีสวัสดิ์ปัดสรรพภัยทุกประการ ท่านว่านี่แม่นางฟ้าเค้าจะกวักมาลงบาตรโดยตรงเลย ทั้งกวักทั้งเรียกให้เข้ามาหาเป็นตัวช่วยชั้นดี พวกเธอเอาไปใช้เถอะจะได้รู้จักคำสักสองคำที่ว่า "กินไม่หมด" กับ "ยังไม่พอ" นั้นเป็นอย่างไร ท่านจะรักษาเราให้มีโชคลาภประสบแต่ความโชคดีทั้งดึงดูดให้คนรักใคร่เมตตา เอาไปใช้เถอะจะเป็นเรื่องหน้าที่การงานหรือดลจิตดลใจให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้านายเมตตาสงสาร ท่านว่าใช้ได้หมด ใช้กันให้ดีเพื่อผลประโยชน์แก่ตัวเองจะช่วยให้เธอโชคดีดึงดูดสิ่งที่คู่ควรได้มากและไวขึ้น

    ตะกรุดคุณพระมาโปรดนี้ นอกจากมีคุณวิเศษและวิธีการสำเร็จที่ซับซ้อนแล้วผู้ได้พกไว้ยังเป็นเมตตาอย่างเอกด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอเคยได้ยินมั๊ย เวลาพระท่านมาโปรด ท่านจะพูดจะขออะไร ท่านจะพูดว่าขอบิณฑบาตรนะหรือขอบิณฑบาตรเถอะโยม เช่นนี้เป็นใจอ่อนทุกรายต้องเกรงใจหน้าพระกันอยู่หลายส่วน พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จะขอบิณฑบาตรนี้ก็คือสิ่งที่ไม่ดีของเรา สิ่งไหนไม่ดีในตัวเราท่านว่าให้คุณพระบิณฑบาตรลงในตะกรุดวิชาบาตรสัมฤทธิ์เสียให้หมด อะไรที่ไม่ดีนั้นอย่าได้เอาติดตัวไปเลย ไม่ว่าจะความแค้น,ความอาฆาต,พยาบาท,จองเวรใดๆ..สิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้นทิ้งมันไปเสีย ทั้งวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้จะแปรเปลี่ยนพลังร้ายที่คุณพระท่านบิณฑบาตรจากเราไปให้เป็นพลังมงคลนำพาเราไปในหนทางที่ดี เช่นนั้นจึงกล่าวได้ว่าอะไรที่ไม่ดีไม่งามก็ให้พระท่านบิณฑบาตรไว้ เพราะเราเป็นผู้ที่ถูกเลือก ผู้ที่ได้รับการโปรดอยู่เช่นนั้น

    ทั้งนี้เมื่ออาราธนาตะกรุดคุณพระมาโปรดพ่ออาจารย์ท่านว่าให้สังเกตุตัวเองดูสิ่งหนึ่ง วันไหนที่เอามาคล้องคอเธอจะรู้สึกได้ทันทีว่าจิตใจเธอนั้นเบิกบานแจ่มใส ไม่มีความเศร้าหมอง ท่านว่าตรงนี้ใจที่เบิกบานจะมีพลังงานมากจะทำงานทำสิ่งใดก็ได้รับผลดีเพราะเธอมีพลังใจ คุณพระท่านจะรักษาไปทุกเรื่อง พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอสังเกตุเอาเองนะแต่ฉันจะบอกคร่าวๆ ถ้าเป็นอย่างอื่นที่เกินกำลังเทวดาส่วนใหญ่มักจะปล่อยวาง แต่อย่าลืมว่าตะกรุดนี้มีนางฟ้าสำคัญอยู่ท่านจะช่วยทุกเรื่อง ให้อาราธนาไว้ติดตัวสู้กับพิษเศรษฐกิจดู และทั้งนี้พุทธคุณแห่งตะกรุดยังเป็นไปเพื่อสันติสุขของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริง เพื่อให้เจริญศรัทธาได้อย่างมั่นคงในคุณพระและพระศาสนา พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ไม่ต้องบนต่อให้ได้ทรัพย์ถูกหวยมีปัจจัยเท่าไหร่ก็ไม่ต้องบน แต่หากจะตอบแทนคุณพระคุณครูบาอาจารย์ ก็ให้กระทำความดี หมั่นปฏิบัติธรรมขององค์พระศาสดาถวายเป็นพุทธบูชาดีกว่าอามิสบูชาทั้งหลายทั่วไป เท่านี้ก็เป็นการตอบแทนคุณครูและคุณพระแล้วอย่างแท้จริง ขอให้ท่านรักษาให้ดี เก็บไว้ในที่อันสมควรจะนำมาแขวนคอก็ได้ จะมิรู้จักอด,อยาก,ยากจน,ความสิ้นหวัง,ความล้มเหลวใดๆเลย

    พ่ออาจารย์ท่านปรารถนาจะให้คนนำไปใช้ทำกิจการใดก็จะมีแต่รุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า มีโชคมีลาภเงินทองไหลมาเทมา อุดมสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ ทำกิจการค้าขายก็ให้ซื้อง่ายขายคล่อง อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่เมตตา ไม่อด ไม่อยาก ไม่ยาก ไม่จน ไม่ขัดสนด้วยประการทั้งปวง... ดังนั้นท่านจึงว่าตะกรุดนี้มีผลทางโชคลาภและการเงินมากใครได้ใช้ได้บูชาจะร่ำรวยใหญ่ไม่มีทางอดอยากขัดสนเลย วิชาบาตรสัมฤทธิ์ของสมเด็จองค์ปฐมนี้ ท่านว่ากว่าจะทำได้แต่ละดอกนั้นนับว่ายากนักและก็คงไม่มีใครทำอีกแต่บัดนี้เราก็ได้ทำให้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้เป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงบาตร ถึงคุณพระ ถึงการทำทานทำคุณงามความดี ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านอธิษฐานไว้ให้คนที่ใช้บูชาทำมาหากินคล่องตัวทุกคน ให้รวยใหญ่,ให้ประสบความสำเร็จไม่รู้จักคำว่ายากว่าจนเลย ทั้งทรัพย์สินการงานการเงินก็ให้ไหลมาเทมาเพิ่มขึ้นมากล้นทุกอย่างไปสมดั่งเจตนา

    คาถาบูชา
    # พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของทิพย์ยกตะกรุดไหว้จบหัวแล้วใช้ได้เลย


    *** ตะกรุดสำคัญนี้ท่านว่ามีเจ้าของ มีผู้จับจองและมีผู้รับไปใช้แน่นอนแล้วทุกดอก ท่านว่าไม่ต้องกังวลเลย รุ่นนี้ต่อไปจะมีค่ามากกว่าทองคำเธอคอยดูเถอะ ใครที่เขามีเขาได้ใช้แม้เอาทองมาแลกเขาก็ไม่ขายไม่ให้หลุดมือไปได้เลย ตะกรุดตัวครูมหากวักบาตรสัมฤทธิ์นั้นรับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุน ทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตัวครูมหากวักบาตรสัมฤทธิ์ (คุณพระมาโปรด) บูชา 900 บาท


    65237596-371622630220165-1966997581644955648-n.jpg
    64990535-381702106031046-8077255998122754048-n.jpg
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
    ร่วมทำบุญบูชา ดวงประทีปพระพุทธาปิดอบายภูมิทั้งเก้า(พระป้ายหมดห่วง)

    "หากได้บูชาดวงประทีปทุกอย่างจะดีขึ้น...ใครที่ดวงตกก็มาเอาไปใช้ ส่วนใครที่ดีอยู่แล้วก็อย่าเอาไปเลยมันจะดีเกินตัวไป"

    ด้วยชีวิตมนุษย์เราปกตินั้น
    การจะทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดให้ได้ดี,ให้ประสบความสำเร็จอยู่เสมอตลอดเวลามักจะเป็นไปไม่ค่อยได้ นั่นก็เพราะผลเหตุด้วยพลังงานในตัวเราไม่เสถียรบ้าง...บางคนก็คิดและคำนวณเอาตามชะตาราศีว่าดวงไม่ดีมีวิบัติเป็นไปด้วยประการต่างๆบ้าง พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขออนุญาติเสด็จพระใหญ่ท่านเปิดทางสว่างด้วยอยากจะทำของแก้เคราะห์แก้ดวงที่มีอานุภาพมากกว่าการหนุนดวงใดๆ เพื่อให้ผู้ที่พกของสิ่งนี้โชคดีหรือทำได้..ได้ในสิ่งที่จะทำ ได้ผล ได้ความสำเร็จอยู่เกือบจะตลอดเวลา

    ทั้งนี้เพื่อที่จะทำของวิเศษ เสด็จพระใหญ่ได้แนะนำพ่ออาจารย์ถึงหลักการแห่งฟ้าดินว่า โดยปกติคนเรานั้นมีกำเนิดเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จะทำอะไรก็ต้องอาศัยพลังงานจากธรรมชาติหรือใช้กำลังธรรมชาติเข้าหนุนเช่นนี้จึงจะพูดได้เต็มปากว่ามีชีวิตที่ดีหรือมีชีวิตที่สมบูรณ์ ท่านว่าถ้ามนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติตรงนี้มันเกินชีวิตที่สมบูรณ์ไปไกลลิบก็จริง เพราะว่าการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติหรืออาศัยธรรมชาตินั้นหากใครทำได้แล้วแม้อยากจะเชิญเทพลงมาจากสวรรค์ก็ย่อมทำได้ จะเรียกหาอะไรจากธรรมชาติเช่นนั้นก็ได้อย่าว่าแต่เรื่องลาภสักการะเล็กๆเลยต่อให้จะเรียกน้ำเรียกลม..เรียกสิ่งใดฟ้าย่อมขานรับทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกตินั้นเทพที่คุมมนุษย์และยังควบคุมดาวจักรราศีต่างๆมีอำนาจเหนือพลังดวงดาวทั้งหลายจะบังคับให้เกิดผลดีหรือร้ายกับมนุษย์ก็ได้ เทพองค์นั้นก็คือพระแม่ธรณี ท่านว่าหากเราไม่สร้างแล้วเราก็จะไม่ยุ่งเลยแต่ในเมื่อจะทำแล้วก็จำเป็นต้องใช้พลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้มายกฐานขัดเกลาทั้งหนุนส่งวาสนาชะตาคน ...อันการณ์ที่จะบังคับให้พระแม่ธรณีนี้ไปบังคับลิขิตดวงดาวเปลี่นชะตาคนให้ส่งผลดีเลิศกับคนนั้นคนนี้นั้น เรื่องนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันเกินกำลังของคนปกติที่จะทำได้อยู่มากถ้าไม่ได้เสด็จพระใหญ่นี่ท่านทำไม่ได้เลยเพราะเป็นเรื่องที่เกินตัวเองไปไกล แต่เมื่อทำได้ก็จะป้องกันเรื่องร้ายต่างๆได้ทุกเรื่อง ท่านว่าหากได้พระธรณีมาหนุนดวงใครแล้วดวงดาวที่เหลือก็ง่ายต่อการควบคุม เมื่อทำได้ไม่เพียงจะหยุดเรื่องเสียเรื่องร้ายในชีวิต แต่ยังมีคุณมากถึงขนาดเรียกลมเรียกฝนได้(อุปมาว่าเรียกโชคลาภได้ทุกประเภท) จะเอาอะไรกับฟ้าดินก็ได้ไม่ว่าจะขอจากสวรรค์,มนุษย์,บาดาลหรือนรกย่อมได้ทั้งสิ้น เมื่อได้กำลังพระธรณีมาควบคุมเปลี่ยนแปลงวิถีดวงดาวในชะตาของตนนั้นไม่เพียงแต่จะเรียกหาสิริมงคลแต่ฝ่ายเดียว หากยังป้องกันเหตุร้ายต่างๆจากมนุษย์,สวรรค์และนรกทั้งหลายดั่งที่จะกล่าวได้ว่าใต้ฟ้านั้นไม่ต้องเกรงใจใคร

    ...ดังนั้นสายสัมพันธ์ของพระแม่ธรณีที่เป็นดั่งมารดาโลก เป็นแม่ของทุกสรรพชีวิตทั้งยังเป็นมารดาแห่งเทพดวงดาวทั้งหลายทุกชั้นฟ้า เพื่อที่จะนำกำลังพระธรณีมาหนุนชะตาเปลี่ยนวิถีดวงดาวพ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องเหล่านี้ย่อมไม่มีใครเคยทำมาก่อนและไม่ใช่คิดว่าอยากจะทำก็ทำได้เลย ท่านว่าแค่เริ่มก็ต้องทำสัญญากับธรรมชาติและภพทั้งสามต้องเข้าไปให้ถึงองค์อาตมันเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงกำลังธรรมชาติทำได้เช่นนี้จึงจะเห็นผล เครื่องมงคลที่ทำด้วยวิชานี้จะเกินคำว่าหนุนดวงพื้นๆไปมาก จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าหนุนดวงอย่างรุนแรง ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อจะหนุนแต่ยังถึงขั้นใช้ปรับเปลี่ยน ปรับแต่งวิถีชีวิตคนได้ จะปรับดวง,ปรับพื้นฐานชะตาท่านว่าจะปรับอะไรก็ได้ จะส่งเจตน์จำนงค์ใช้เป็นเรื่องๆเอาเป็นอย่างๆ เช่นจะใช้เพื่อยกฐานะก็ได้,จะป้องกันเรื่องร้ายก็ได้,จะใช้พกติดตัวเพื่อขอพรก็ได้...ท่านว่าสารพัดจะใช้ที่จะให้ใช้ได้ เมื่อมีการอาราธนาแล้วกำลังของพระแม่ธรณีนั้นท่านจะปรับเปลี่ยนธาตุในตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดวงตกหรือมีเคราะห์หามยามร้ายเกินขีดจำกัดใดๆก็ดี จะเกิดจากอำนาจของดวงดาว อำนาจของชะตาจักรราศี หรือจะเป็นโชคร้ายที่เกิดจากพลังวิญญาณ ท่านว่ากำลังแม่พระธรณีนั้นปิดเรื่องฉิบหายเรื่องร้ายทั้งหลายได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ปิดเรื่องร้ายไม่ให้วิ่งเข้าหาเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าคนบางคนนั้นแม้อยู่เฉยๆสารพัดปัญหาก็พร้อมที่จะวิ่งเข้าใส่ แต่คนอีกประเภทนั้นแม้ตัวอยู่ไกลจากปัญหาแต่ก็ชอบสร้างปัญหาให้กับตัวเอง ท่านว่ากำลังพระธรณีนั้นเพียงปิดเรื่องร้ายที่วิ่งเข้ามาหาตัวเท่านี้ก็นับว่าวิเศษเหนือสิ่งใดแล้ว แต่หากจะเป็นตัวเองวิ่งเข้าไปหาเรื่องหรือท้าทายปัญหาเองนั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง ด้วยเมื่อท่านปิดช่องปิดทางไม่มีให้มีเหตุร้ายต่างๆเกิดขึ้นนั่นก็คือแก้เคราะห์ทั้งหมดแล้ว จะเป็นเคราะห์ภัย,วิบากกรรม,ดวงตก,ดวงแตก,ต้องคราส...ท่านว่าสารพัดจะแก้สิ่งทั้งหลายด้วยเป็นการแก้ที่ดวงเพื่อจะหนุนดวงเสริมดวงให้เคราะห์ภัยไม่มี ท่านสมมติว่าคนเรานั้นถ้าเกิดมีเคราะห์ต่อให้มีโชคลาภชีวิตก็ย่อมอยู่ได้ไม่มีความสุขเช่นมีเงินแต่ครอบครัวมีปัญหา,หรือมีวาสนาชื่อเสียงเกียรติยศแต่มีคนนินทาคอยให้ร้าย ลองคิดว่าต่อให้โชคดีแต่เจ้านายเกลียดขี้หน้าบ้าง หรือทำอะไรก็ติดขัดบ้างอย่างชีวิตกำลังจะไปได้ดีๆก็ไปขับรถชนคนเป็นคดีความบ้างเช่นนี้ เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นชีวิตมันจะไปดีได้อย่างไรพ่ออาจารย์ท่านจึงมีมติว่าจะใช้กำลังของพระแม่ธรณีที่อยู่เหนือลิขิตดวงดาวทั้งหลายปิดช่องเคราะห์ทั้งหมด เมื่อชีวิตจะดีแล้วก็ต้องหาเรื่องร้ายใดๆไม่เจอเช่นนี้

    เสด็จพระใหญ่ท่านให้พ่ออาจารย์ทำเครื่องมงคลดวงประทีปพระพุทธา ด้วยจะนำกำลังของพระธรณีนั้นมาเป็นดั่งไส้ ดั่งไฟตะเกียงอันจะแผดกำลังได้ไม่รู้ดับรู้จบ ท่านให้พ่ออาจารย์ลบถมผงวิเศษต่างๆเริ่มตั้งแต่หัวใจพระธรณีตั้งต้นเป็นปฐมรวมไปถึงหัวใจดวงดาวพระเคราะห์ทั้งใหญ่น้อยดุจแม่พระธรณีเป็นแม่ที่เกิดก่อนใครทั้งหมดและให้กำเนิดหมู่ดาวทั้งหลายตามมา ท่านว่าเมื่อลงผงวิชาต่างๆเสร็จก็ต้องนำผงมาปั้นเป็นหุ่นแม่พระธรณีทำการปลุกเสกก่อนที่จะพลีเป็นมวลสารและนำมาปั้นเป็นไส้ดวงประทีปเพื่อนำกำลังแห่งพระธรณีมาเติมเต็มจุดไฟชีวิตอันจะส่องสว่างไม่มีวันดับ ท่านว่าปกติชีวิตคนนั้นก็เหมือนเปลวไฟ เปลวไฟปกติจะมีทั้งเวลาที่อ่อนแรงบ้าง มีกำลังแรงบ้าง บางทีไฟนั้นก็ติดอยู่ยาวนาน แต่บางทีก็ดับด้วยหมดเชื้อหมดกำลัง ดังนั้นไฟตะเกียงหรือไฟชีวิตที่ถูกจุดติดด้วยกำลังของพระแม่ธรณีนี้จึงเป็นยอดแห่งเครื่องมงคลที่จะหนุนดวงส่งพลังให้กับเราเจ้าของดวงประทีปโดยตรง เสด็จพระใหญ่ท่านพูดไว้แต่แรกว่า "คนที่จะมาพบ ก็คือคนที่จะมีวาสนาพ้นทุกข์พ้นโศกได้" ไม่ว่าจะเคยเป็นคนประเภทใดมาก่อนทั้งดวงแตก ดวงภินทุบาทว์..จะมีชีวิตที่เสียหายมาอย่างไร จะเคยมีดาวพระเคราะห์เป็นภินทุบาทว์ปรากฏชัดเจนในดวงชะตา หรือดวงชะตามีความยุ่งยากสับสนได้สิ่งหนึ่งขาดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเคยเป็นอย่างไร ต่อจากนี้ไปต้องพ้นทั้งสิ้น

    ดวงประทีปพระพุทธานี้เป็นวิชาที่ว่าด้วยการปิดอบายภูมิทั้งเก้า ท่านอุปมาว่าปิดสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นหรือวิ่งเข้ามาหาเราอันมีอิทธิพลมาจากดวงดาวนพเคราะห์ทั้งเก้านั้น จึงเป็นคำเปรียบเปรยที่ว่าปิดอบายทั้งเก้า ปิดเรื่องร้ายของดวงดาวทั้งเก้านั่นเอง ดังนั้นดวงประทีปพระพุทธานี้จึงเป็นวิชาปิดเหตุร้าย ท่านว่ามันจะอุดจะปิดเฉพาะเรื่องร้ายไม่ให้เข้ามาหาเราแต่ไม่ได้เป็นอุดเงินแบบนั้น ท่านว่าตัวเราเป็นเจ้าของประทีป ประทีปย่อมสื่อตรงถึงใจเรา อะไรเป็นเรื่องร้ายเรื่องดีสำหรับเรา เราก็ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจตนเองเป็นที่สุด ดวงประทีปก็จะปิดเฉพาะเรื่องร้ายของเราอยู่เช่นนั้นแปรเปลี่ยนให้กำลังดวงดาวส่งผลดีมาให้เราโดยตรงไม่ใช่อุดเรื่องเงิน แต่กลับช่วยเสริมเรื่องเงิน ป้องกันเรื่องร้ายหนุนดวง คนที่รู้ตัวว่า “ดวงตก” หรือดวงแตกดวงร้ายแรงใกล้จะสิ้นแสงประกายไฟชีวิตทั้งหลายควรรีบอาราธนา พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าดวงประทีปพระพุทธานั้นเป็นเครื่องมงคลที่ "ไม่ควรจะอยู่ห่างจากตัวเองเลย" วิชานี้เสด็จพระใหญ่ท่านให้พกไว้จะได้หมดห่วงไม่ต้องคอยเป็นห่วงเรื่องอะไรเพราะกำลังพระประทีปนั้นช่วยทุกเรื่องได้หมด จะขอลูก,เอาไปค้าขาย,ขอความมั่งคั่ง,ขอความรักใคร่กลมเกลียวภายในครอบครัว,ปรารถนาให้อายุยืน,จะแก้คุณไสย,จะรักษาโรค,จะใช้กันเรื่องร้ายกันอันตราย,จะใช้บังคับจิตใคร...ท่านว่าขอให้ติดตัวไว้ย่อมใช้ได้หมด ดวงประทีปนั้นจะปรับธาตุดูดพลังดีแห่งหมู่ดาวทั้งหลายเข้ามาและผลักพลังร้ายของดวงดาวออกไปจากตัวเรา จะคอยเสริมพลังให้เราเป็นดั่งไฟที่ไม่อ่อนกำลังลง...ให้เราไม่มีวันแพ้และดึงโชคลาภเข้ามา

    วิชาประทีปพระพุทธานี้ ท่านว่าดวงกำลังขององค์ประทีปจะแผ่แสงออกไปดั่งตารางไยแมงมุมทั้งแปดทิศ กำลังแสงนั้นจะช่วยดักทรัพย์ ดักกำลังของธาตุทั้งห้าทำให้ร่างกายเราสมบูรณ์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ช่วยดึงพลังงานภายนอกปรับพลังงานภายในแก้ไขให้เป็นพลังงานที่ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ต่างจากการดูดผลักพลังงานดีร้ายโดยปกติที่ท่านใช้ลงเครื่องมงคล เพราะเป็นวิชาเกี่ยวกับพระธรณีเกี่ยวกับการบัญชาดวงดาวทั้งหลาย ดังนั้นประทีปพระพุทธาจึงเป็นสิ่งที่จะปรับพลังงานชะตาของเรา ปรับให้เราเข้ากับชัยภูมิต่างๆทั้งแปดทิศตั้งแต่เหนือ,ใต้,ตะวันออก,ตะวันตก,ตะวันออกเฉียงเหนือ,ตะวันออกเฉียงใต้,ตะวันตกเฉียงเหนือ,ตะวันตกเฉียงใต้ ท่านว่ากำลังประทีปนี้จะเปิดแปดทิศและกระตุ้นพลังงานจากทั้งแปดทิศ พลังงานใดเหมาะกับทิศใดก็จะไปกระแทกทิศนั้นทำให้พลังงานร้ายหายไป ตัวเราไม่ว่าจะอยู่ไหนจึงเป็นดั่งชัยภูมิที่ดีเพราะได้รับการปรับแต่งตลอดเวลาอยู่ที่ไหนก็ดี,อยู่ที่ไหนก็ชนะก็มีชัยเช่นนี้ ดวงประทีปจะช่วยให้เราซึมซับพลังงานเสริมเข้าตัวโดยตรง พอผลดีมันเกิดขึ้นคนที่ไม่เคยมีคู่ก็จะมี คนที่ไม่เคยมีโชคไม่เคยถูกหวยมันก็จะได้จะถูก คนที่เคยทำอะไรไม่เจริญรุ่งเรืองก็จะทำได้ ###สำหรับคนที่ชอบทำการณ์ใหญ่ชอบทำบุญใหญ่พ่ออาจารย์ท่านว่าดวงประทีปจะยิ่งมีกำลังแรงกล้ากว่าปกติ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องมงคลชิ้นนี้ชึ้นชื่อว่าใช้หนุนดวงได้แรงที่สุดก็ต้องทำยากที่สุดเช่นกัน ด้วยท่านหล่อหลอมจากธาตุกายสิทธิ์ที่มีคุณในตัวเอง แต่ท่านว่าไม่ใช่จะหลอมก็หลอมเพราะท่านก็ต้องหลอมต้องรีดลงจารวิชาหนุนดวงทุกสายที่ท่านเคยเรียนมา ท่านว่าทั้งวิชาภาคกลาง ทั้งของเหนือของอีสานหรือสายพม่า...แม้กระทั่งวิชาเทพพรหมท่านก็ลงไว้ทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหลอมแล้วรีดใหม่ ทำซ้ำไปซ้ำมาถึงร้อยแปดหน ท่านว่าโลหะธาตุกายสิทธิ์ชุดนี้จึงมีค่ามากเสียยิ่งกว่าทองคำและมีความเข้มขลังในสายวิชาหนุนดวงอยู่ทุกอณูเนื้อโลหะ ท่านว่าทำเสร็จก็หมดห่วง ไร้ห่วงแล้ว คนที่มีวาสนาได้ดวงประทีปไปคือคนที่ไม่มีอะไรจะต้องห่วงอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องทุกข์เรื่องความสัมพันธ์ทั้งหลายที่จะดึงทุกข์เข้ามาท่านว่ามันหมดแล้ว ไม่มีทุกข์ไม่ต้องห่วงอะไรอีก เพราะเราทำในฤกษ์ยก เรายกราศีขึ้นมาทุกราศีหลอมหล่อทับถมนับร้อยครั้ง(เช่นนี้ท่านจึงว่าใช้ทุนมากและสำหรับท่านมันเป็นธาตุที่มีค่าเสียยิ่งกว่าทองคำ)

    ด้วยเป็นวิชาที่ทำยากท่านจึงตั้งใจทำไว้ให้คนที่ดวงตกได้ใช้ ท่านว่าจะดวงช้ำมาจากไหน ทั้งต้องพลัดพรากจากของรักหรือสิ่งที่รัก แม้ต้องตกเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาทุกข์ยากลำบากประการต่างๆ จะมีความเสียหายหรือรู้สึกอึดอัดคับข้องใจมีจุดด่าง จุดเสีย จุดมืดบอดในชีวิต ท่านว่าจะดวงช้ำหรือดวงมืด,ดวงบอดต้องอยู่อย่างทุกข์ยากๆมืดบอดไปตามเรือนชะตา มีแต่ร้ายมากกว่าดีคนเหล่านี้น่าสงสาร เพราะความพยายาม ความตั้งใจจริงของเขาเหล่านั้นกลับแพ้ดวงชะตาของตนเอง ยิ่งพยายามทำดี ใช้สติใช้ความตั้งใจมากถึงเพียงไหนก็มีแต่จะเกิดผลร้ายมากขึ้นเพียงนั้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นดวงประทีปพระพุทธาจึงช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหมายถึงแก้ที่ตัวของเราเอง ### พ่ออาจารย์ท่านว่านี่จึงสำคัญที่สุด ให้เธอจำเอาไว้เลยนะ ด้วยคนปกตินั้นจะมีพลังจิตภายในตนเองและแต่ละคนก็มีกระแสที่ไม่ตรงกันจิตของแต่ละคนถึงแผ่กำลังออกมาข่มกันทับกันอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางชะตาและฐานะ ดวงประทีปจึงเป็นเสมือนเครื่องรับและเครื่องกรองกำลังของพลังราศีจากบุคคลอื่นที่จะมาเบียดบังตัวเราเพื่อนำมาบรรจุไว้ภายใน ทั้งยังนำกำลังนั้นมาปฏิสัมพันธ์กับดวงเกิด,วันเกิดและปีจรของเรา ส่งผลให้ราศีคู่ที่ให้โทษลดพลังและหมดกำลังไป แม้บางคนดวงชะตาเกิดมามีโชคลาภมากทั้งตัวเองยังมีความสามารถแต่ก็ไม่อาจรับโชคลาภนั้นได้ ดวงประทีปนี้ก็จะอาศัยแรงเกื้อหนุนชะตาด้วยจะนำกำลังและธาตุของผู้อื่นอันโคจรเหมือนหมู่ดาวต่างๆรอบตัวเราทั้งแปดทิศนี้มาเสริมกำลังดวงของเราให้มีกำลังมากขึ้นและข่มคนที่อยู่ในบริเวณเดียวกับเราอยู่เสมอ ทำให้เราสามารถเก็บเกี่ยวโชคลาภหรือสิ่งที่เราต้องการได้ในขณะที่ตัวอุปสรรคก็จะลดกำลังลงและค่อยๆหายไป ดวงใครที่ได้อะไรแบบยาก ขอพระขอเทพก็ได้ยากให้ยากซ้ำยังให้โทษรุนแรงเวลามีโชคใหญ่ก็ได้เพียงเล็กน้อย ดวงประทีปนั้นจะปรับให้รับโชคได้ทั้งยังไม่มีพลังงานร้ายมารบกวน

    นอกจากนั้นตัวประทีปที่เปรียบเสมือนแสงสว่างอันใช้กันและดูดพลังงานแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่เอาดวงประทีปติดตัวไว้ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะโดนวิญญาณร้ายเล่นงาน เพราะวิญญาณทั้งหลายเมื่อตายไปศพย่อมถูกกลบถูกฝังโดยแผ่นดินทั้งสิ้น เช่นนี้ดวงประทีปที่เกิดจากำลังของพระธรณีก็เช่นกันวิญญาณร้ายทั้งหลายนั้นจึงเป็นได้แค่เชื้อแค่กำลังเสริมให้กับดวงประทีป จะเรียกว่ากินวิญญาณร้ายเป็นอาหารก็ได้แต่ความจริงคืออะไรที่ร้ายที่ไม่ดีท่านกินท่านสังเคราะห์ทั้งหมด แม้ได้พกติดตัวไว้ไปทำอะไรก็จะกินคนอื่นเอาชนะคนอื่นได้เช่นนี้ ท่านว่าดวงประทีปนี้ช่วยได้หมดทุกเรื่องไม่จำเป็นต้องขอและไม่จำเป็นที่จะต้องมีคาถาในการใช้เช่นกัน แต่หากอยากสวดคาถาบูชาดวงชะตาเป็นกำลังใจให้ตัวเองก็ได้ เช่นนั้นจึงควรจะมีไว้บูชาอย่างที่สุด ท่านว่าจะได้อยู่กันรอด ให้ปลอดภัย ไม่อดอยาก

    สำหรับดวงประทีปนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าปกติจะให้คนที่โดนเล่นโดนกระทำหรือดวงชะตาร้ายแรงหนักๆจริงๆใช้เท่านั้น ตอนแรกคิดว่าจะไม่ให้เช่าด้วยซ้ำไป เนื่องจากเสียเวลาทำนานและทำยากทั้งเพียงจะใช้หนุนดวงก็ยังนับว่าดีและรุนแรงเกินไป ท่านว่า***ดวงประทีปนี้ใครดวงตกๆอยู่แบบตกหนักๆเลยนะ ให้เอาไปหนุนหัวนอนเสียสามวันอย่าให้มากไปกว่านี้ เพียงแค่สามวันเท่านั้นก็พอ หนุนนอนไปให้ต่อเนื่องกันเขาจะปรับธาตุปรับชะตาและหนุนเราทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าในกรณีที่หนักจริงๆเท่านั้นนะแต่ถ้าเป็นดวงตกธรรมดาๆหนุนไปวันเดียวก็รู้เรื่องแล้ว ทั้งพกบูชาไว้ทำอะไรก็ยังสำเร็จมีชัยชนะเหนือทุกสิ่ง คนที่ร่างกายไม่เเข็งแรงเจ็บป่วยบ่อยหรือมีโรคประจำตัว แสงสว่างและตะเกียงชีวิตนั้นติดๆดับริบหรี่ ท่านว่าให้พกไว้เถิดหากยังไม่ถึงที่ตายก็จะไม่ตาย จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยซ้ำๆซากๆอย่างใดเลย คนที่บูชาดวงประทีปนั้นพ่ออาจารย์ท่านย้ำให้เอาไว้ติดตัวอยู่หลายๆรอบท่านว่าจะเป็นการรับพลังจากเทพ รับพลังจากมหาธาตุทั้งไฟ,น้ำ,ดิน,ทอง ,ลม,ไม้ มาปรับสมดุลในร่างกาย พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียงไม่กี่ชิ้น ท่านว่าหล่อออกมาคล้ายป้ายท่านเลยเรียกติดปากว่าพระป้ายๆ ท่านว่าของแบบนี้ที่จะหนุนดวงคนที่ถึงขั้นวิกฤติแล้วจริงๆนั้นทำได้ยากมาก เพราะเมื่อจะทำต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่เบื้องบนเขาอนุญาติจะสร้างมากก็ไม่ได้แม้ใจจริงท่านอยากจะทำให้มากๆ แต่การมานั่งลบถมหลอมรีดซ้ำไปซ้ำมานับร้อยครั้งนั้นก็เป็นข้อจำกัดของท่านจริงๆว่าทำได้แค่พอจะให้คนที่มีวาสนาที่บังเอิญมาพบเห็นได้ใช้เเค่นั้น

    คาถาบูชา(ท่านว่าไม่จำเป็นต้องใช้แต่ถ้าอยากสวดให้สวดคาถาบูชาดวงก็ได้)
    นะโม เม สัพพะเทวานัง สัพพะคะระหะจะเทวานัง สุริยัญจะ ปะมุญจะถะ สะสิภุมโมจะเทวานัง
    วุโธลาภังภะวิสสะติ ชีโวสุกะโรจะมะหาลาภัง โสโรราหูเกตุจะมะหาลาภัง สัพพะภะยังวินาสสันติ สัพพะทุกขังวินาสสันติ สัพพะโรคังวินาสสันติ ลักขะณาอะหังวันทามิสัพพะทา สัพพะเทวามังปาละยันตุสัพพะทา เอเตนะมังคะละเตเชนะสัพพะโสตถีภะวันตุเมฯ

    ***ดวงประทีปนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของที่ขึ้นอยู่กับวาสนาคนใช้จริงๆ จะมีบูชาไว้ จะได้เจอ ได้พบเห็นนั้นล้วนเป็นเรื่องของวาสนาทั้งสิ้น รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น (พ่ออาจารย์ท่านจะทำการจารหนุนดวงให้เป็นกรณีพิเศษ ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วยวันเดือนปีเกิด) รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างศาสนาสถานในถิ่นทุรกันดารสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ดวงประทีปพระพุทธาปิดอบายภูมิทั้งเก้า(พระป้ายหมดห่วง) บูชา 2,500 บาท

    65819338-2365012557052493-6571617408207814656-n.jpg
    65394900-1123641334496133-5470357054432477184-n.jpg
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงเวทย์บุรพบรรพชนจักรพรรดิราช(พ่อปากไวแม่ใจเร็ว,มีแต่ได้ ง่ายๆ กล้วยๆ หมูๆ)

    " ให้อยู่ในภาวะขาขึ้น ได้กันง่ายๆ เร็วๆ "
    ในยุคแรกที่พ่ออาจารย์ได้ทำเครื่องมงคลออกให้บูชานั้น ท่านได้มีนิมิตอย่างหนึ่งซึ่งเป็นนิมิตที่เเปลกๆและดูประหลาด เพราะตัวท่านเองก็มีความประสงค์จะช่วยคนเเละผู้เดือดร้อนอย่างเต็มที่แต่บางเรื่องก็ตึงมือท่าน เรียกได้ว่าถ้าคนจะทำแต่ฟ้าไม่ขานรับก็คงทำอะไรไม่ได้
    เมื่อท่านมีดำริว่าอยากจะช่วยคนที่สัมพันธ์กันด้วยวาสนาให้พ้นจากยุคเข็ญเละห้วงภาวะขาลงต่างๆทุกด้าน ท่านก็คิดที่จะทำวัตถุมงคลหนุนดวงเอาไว้ให้เป็นของดีประจำตัวผู้ใช้ซึ่งในเวลาหลังจากนั้น พ่ออาจารย์เองก็ได้มีนิมิตรถึงครูใหญ่ท่านคือบรมพรหมสหัมบดี ครูท่านว่าถ้าอยากช่วยคนให้ทำหมู เเล้วให้ทำหุ่นรูปชายหญิงกอดกัน(อิ้น)เป็นอาถรรพ์ไว้ พร้อมกับเเนะนำยันต์ที่จะใช้ลบผงลงตะกรุดให้เสร็จสรรพ เมื่อทำเสร็จเเล้วตัวเจ้าไม่ต้องเสกเพียงเเต่ลงธาตุเรียกรูปเรียกนามเท่านั้น แล้วให้ทำพิธีเชิญท่าน(ครูพรหม)ลงไปเสกพ่ออาจารย์ท่านก็มีดำริถึงเรื่องนี้ว่าแปลก องค์พรหมท่านมีโองการเช่นไรย่อมได้เรื่องทุกครั้ง แต่ที่แปลกก็คือหมู เพราะใครๆก็ทำหมูไปทั่วเเล้วอิ้นขี่หมูมันคนละทางกันตำรานี้ไม่มีที่ไหน จะช่วยคนได้อย่างไร ท่านก็ถามองค์ครูบรมพรหมท่านไปแบบนี้ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นวิชาของเรา เราจะทำให้เอง เราอาศัยเพียงกายสังขารของคุณเป็นผู้สร้างผู้ทำเท่านั้น แล้วคอยดูกันว่าหมูของเราจะช่วยคนได้จริงหรือไม่

    อย่างที่ทราบกันดีว่าวิชาทำอิ้นของพ่ออาจารย์โดดๆโดยปกตินั้นก็มีคุณมากกว่าจะนำไปใช้ทางชู้สาวเฉยๆอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องแก้ไขภาวะติดขัดหรือชีวิตขาลงทั้งหลาย เพราะท่านว่าอิ้นก็คือเทพที่เสพย์สังวาสกันอยู่ บางตำราก็ว่าเป็นพระศิวะพระอุมา,บางตำราก็ว่าเป็นบุรพบรรพบุรุษหรือมนุษย์คู่แรกของโลก ...พ่ออาจารย์ท่านจึงทำอิ้นตามตำรานี้นั่นคืออิ้นที่เป็นบุรพบรรพบุรุษ เพราะท่านว่าหากตราบใดที่คนใช้ยังเป็นมนุษย์ก็เท่ากับว่าเป็นเชื้อสายเป็นสายเลือดที่พ่อกับแม่สามารถให้การอนุเคราะห์กันได้อย่างจุใจและเต็มที่ ซ้ำอิ้นในสายวิชาพ่ออาจารย์ท่านยังว่าไม่ใช่เรื่องทะลึ่งหากแต่เป็นของแก้ดวงที่ติดขัดอัตคัดได้ดีอย่างยิ่ง เพราะว่าอิ้นคือการสังวาสนั่นก็คือได้กันท่านถือเป็นเคล็ดว่ามีแต่ได้และทำอะไรก็ต้องได้ไม่มีเสียซักเรื่อง ชีวิตที่มีแต่ได้เช่นนี้ท่านถือเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะท่านทำอิ้นนี้หลักๆก็อยากจะแก้ไขปัญหาชีวิต,ภาวะหนี้สินหรือการทำกินที่อยู่ในช่วงขาลงของหลายๆคน ท่านอยากจะแก้จุดเสียในชีวิตเช่นนั้นอิ้นนี้จึงเน้นแก้เรื่องล้มเหลวทำให้ตัวเองเกิดความสมบูรณ์ขึ้น ท่านว่าถ้าเกิดความสมบูรณ์และสมดุลย์ในตัวเองแล้วอะไรมันก็ได้ไปทุกอย่างนั่นแหละ เรื่องอื่นเอาไว้คิดที่หลังได้เลยเพราะไม่มีอะไรต้องให้แก้ไขกันแล้ว
    คนเราที่ผิดพลาดหรือเจอภาวะขึ้นๆลงๆชีวิตไม่นิ่ง ท่านว่าคนเหล่านี้มีปัญหาที่เกิดจากความสมบูรณ์ในตัวเองมันไม่เสถียร เรียกว่าตัวเราเองไม่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างนี้ก็ได้วิชาอิ้นของท่านจึงสร้างขึ้นมาเพื่ออุดรอยรั่วชีวิตโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านว่าคนบางคนนั้นมีทรัพย์มากแต่ก็มีปัญหาให้ใช้ทรัพย์มากเช่นกันบางทีก็ใช้เพื่อรักษาสุขภาพเอาไว้ บางทีก็ใช้เพื่อความสะดวกสบายใช้สอยเกินตัว....ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็นรอยรั่วชีวิตเช่นกัน ดังนั้นท่านจึงทำอิ้นเพื่อให้คนที่เห็นค่าได้พกติดตัว ท่านว่ามันมีผลส่งถึงวิถีโดยตรงอย่างที่เธอคิดไม่ถึงทีเดียว...มีผลเยอะมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าของพวกนี้มันไม่สามารถจะกล่าวให้เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงลงไปได้เพราะรอยรั่วของชีวิตแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่เชื่อฉันเถอะว่าเครื่องมงคลนี้เป็นความจริงและมันทดลองให้เห็นกันได้
    ช่วงนี้ที่ผ่านมาท่านว่ามีคนมาปรับทุกข์กับท่านเยอะมากว่ามีปัญหาชีวิตโดยเฉพาะเรื่องการเงินขาดดุลย์,งานกำลังจะแย่บ้าง,โดดนบีบบ้าง,ธุรกิจใกล้จะล้มแล้ว..บางคนก็บอกว่าไม่ไหวแล้วเศรษฐกิจไม่ดีของขายไม่ได้เลย พอท่านทำเครื่องมงคลให้แก้สภาพคล่องการเงินก็เริ่มคล่องตัวแต่ก็ยังไม่วายมีปัญหาเรื่องอื่นๆอีกดั่งที่ว่าเกิดมาเป็นมนุษญ์ก็มักพบแต่ปัญหาเช่นนี้ ท่านจึงใช้วิชาอิ้นเพื่อหวังผลลัพธ์ให้มีแต่ได้ ให้พอดีในความปรารถนาของทุกคน ท่านว่าเอาไว้ใช้เอาตัวให้รอด เพราะถ้าเรารอดในขณะที่คนอื่นเขาแย่ลงเรื่อยๆ นั่นแสดงว่าเราอยู่ได้..เราชนะ
    นอกจากนั้นอิ้นยังดีในเรื่องของเมตตามหานิยม เพราะเมตตาตัวนี้แหละประสบการณ์จึงมีเพียบ เพราะอิ้นท่านสงเคราะห์ไม่เลือก แม้แต่ผู้หญิงทำงานกลางคืนเอาไปใช้เขายังว่าได้แขกเพียบเลย นั่นคือขอให้เพียงเป็นอาชีพของเราท่านสงเคราะห์ไม่เลือกจริงๆ วิชาอิ้นนี้ท่านว่าเดิมทีเป็นของลาวและก็ตกทอดสืบต่อกันลงมาถือเป็นเครื่องรางชั้นสูงที่เจ้านายฝ่ายหน้าและฝ่ายในในสมัยล้านนาโบราณนิยมใช้ไม่ว่าจะเป็นเจ้านางหรือเจ้าหญิงทั้งหลาย เชื่อกันว่าให้ผลดีทางเมตตามหานิยม เป็นโชคลาภและทำให้การงานคล่องตัว...
    เมื่อจะทำอิ้นนั้นพ่ออาจารย์ท่านต้องแสวงหามหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าหินนาคกระสันต์แดงอันเป็นหินที่เกิดจากการตกผลึกของเชื้อพญานาคที่สมสู่กันท่านว่าเป็นหัวใจเลยหากจะทำก็ต้องใช้เพื่อที่จะนำมาป่นเป็นผงปั้นเป็นแท่งเขียนผงสูตรวิชาอิ้น นอกจากนั้นท่านยังเตรียมมวลสารต่างๆที่จะใช้สร้างอิ้นผสมลงไปด้วยทั้งผงนางแย้ม,ผงพรายตานี,ผงปราบผัวปราบเมีย,ผงนะอกแตก.ผงวัวพันหลัก,ผงเรียกคน...ท่านว่าต้องเอาผงมาปั้นเป็นรูปคนคู่เสกจนเขาเคลื่อนเข้ามากอดกันได้นั่นจึงจะถือว่าสำเร็จ

    ในส่วนของวิชาหมูก็ต้องแยกกันทำวิชาเอาไว้ก่อน พ่ออาจารย์ท่านว่าพญาหมูของท่านนั้นเป็นหมูกลับดวง(นารายณ์พลิกฟ้าวราห์พลิกแผ่นดิน)เพราะท่านได้สัมผัสเเละทดสอบเเล้วว่าเป็นพญาหมูเผือกเขี้ยวเพชร เหมือนตอนที่พระนารายณ์อวตารลงมาปราบยุคเข็ญเป็นพญาวราห์ใหญ่มีกายสีขาวมีเขี้ยวเป็นเพชร สองตากระพริบเป็นสายอัสนีบาตรดุจฟ้าแลบฟ้าผ่า
    วิชาหมูนี้ท่านว่าทำอะไรมันก็จะง่ายๆหมูๆนะ เหมือนกับว่าเราอยู่เฉยๆก็มีคนเอาเหยื่อมาให้เอง เหยื่อในที่นี้ก็แล้วแต่ความต้องการแต่ละคนกันเลยแต่หลักๆก็จะเป็นเรื่องของเงินทองโชคลาภ...ท่านว่าก็แปลกดีตอนท่านทำผงวิชาหมูครูบรมพรหมท่านสั่งให้ทำหมูนอนตองคือเอาหมูสามชั้นวางบนใบตองพร้อมกับกล้วยอีกแปดเครือเซ่นครู ท่านว่าเป็นเคล็ดของหมูจะได้มีชีวิตกับง่ายๆได้อะไรง่ายๆแบบหมูๆแบบกล้วยๆเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเคล็ดวิชาหมูที่ลงอิ้นนี้มีอยู่เยอะมาก แม้ตอนลงผงครูพรหมท่านก็สั่งให้นอนเขียนถือเป็นเคล็ดว่านอนกินเพราะนอนมันสบายกว่านั่งชีวิตได้ไม่ลำบาก แม้ตอนเสกผงยังต้องนอนเสกท่านว่าจะได้เป็นหมูนอนกินมีแต่กินมีแต่ความอุดมสมบูรณ์อยู่เช่นนี้ ดังนั้นหมูของท่านจึงหนักไปทางโชคลาภ ท่านว่าคนที่มีวิชาหมูตัวนี้ชีวิตของเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อย มีคนคอยหาเงินให้ มีคนคอยอุปถัมภ์เอาโชคดีมาให้เราตลอด จะได้มีกินทั้งวัน,ทุกวันและมีกินไปตลอดชีวิต
    ซ้ำหมูวิชานี้ยังใช้ได้ทุกเรื่องเพราะเขามีจิตวิญญาณ ยามใดที่เรื่องร้ายๆมาถึงตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่ามันไม่ได้เข้าตัวนะแต่มันลงที่หมูก่อนเลยเพราะเขาจะมาช่วยเราและรับแทนเรานั่นเอง บางทีเขาก็จะมาเตือนเราให้มีลางสังหรณ์ชัดเจนในเรื่องต่างๆ ผงวิชาหมูนั้นพ่ออาจารย์ท่านลงธาตุใส่อาการเรียกรูปนามไปตามที่ท่านเคยร่ำเรียนมา ทั้งยังกำหนดจิตตั้งนะนารายณ์พลิกเเผ่นดินแฝงใส่ไปด้วย โดยท่านนำผงวิชาหมูมาปั้นเป็นหุ่นหมูนารายณ์ก่อนจากนั้นจึงเชิญครูพรหมท่านลงมาทำให้เป็นพญาหมูเผือกเขี้ยวเพชรเหมือนตำนานพระนารายณ์อวตารเป็นพญาหมูเฉกเช่นเดียวกัน

    เมื่อทำผงพร้อมแล้วท่านจึงนำมาพลีทำผงมวลสารคุลีให้เข้ากันและกดพิมพ์รอไว้ โดยฝังของวิเศษสองสิ่ง ดังนี้
    - ดวงแก้วพญาจักพรรดิราช ครูพรหมท่านให้หาดวงแก้วที่เป็นเหลี่ยมมุมเหมือนแก้วสารพัดนึกมาทำซึ่งก็ตรงกับวิชาของพ่ออาจารย์ในสายคัมภีร์มหาปถมังสิทธิของพม่า ท่านว่าแก้วนี้เป็นของสูงเป็นแก้วสารพัดนึกของพญาจักรพรรดิ แม้ผู้ใดได้ไว้สักการะบูชาแล้วด้วยดี "อยากได้อะไรก็ต้องได้อย่างนั้น" คนที่มีดวงแก้วนี้ติดตัวดั่งมีแก้วสารพัดนึกแม้อยากขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่ได้ตามสิ่งที่เราขออย่างรวดเร็ว ครูพรหมท่านเมตตาทำให้เป็นแก้วสารพัดนึก พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากได้อะไรก็แค่นึกเอาไม่ต้องใช้คาถาเลย แค่นึกเพียงเท่านั้น ซ้ำดวงแก้วนี้ตอนเสกยังเอ่ยนามพญาจักรพรรดิราชเพื่อให้เป็นดวงแก้วที่มีกำลังของพระจักรพรรดิจริงๆ ด้วยท่านเห็นว่าในอนาคตเศรษฐกิจจะเป็นเช่นนี้ ท่านจึงอยากใช้ดวงแก้วเพื่อสงเคราะห์ให้คนเอาตัวรอดได้ คนที่มีอิ้นขี่หมูนี้บูชา ท่านว่าไปไหนก็มีดวงแก้วตามคุ้มครองทั้งยังช่วยให้เรื่องที่ขอสำเร็จง่ายๆ ได้แบบหมูๆเช่นนี้
    - ตะกรุดมหาสัมฤทธิ์ ตะกรุดนี้เป็นวิชาของครูพรหมโดยตอนที่ท่านนั่งลงตะกรุดนั้น ท่านพิจารณาพระยันต์ที่ได้รับคำสั่งมาให้ลงตามโองการ ซึ่งองค์พรหมท่านว่า เวลาจะโปรดคนช่วยเหลือฉุดกระชากชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ใช้พระยันต์นี้สงเคราะห์เขา เมื่อท่านลงเเละทำเป็นตะกรุดดอกเล็กๆเต็มสูตรเเล้วท่านถึงรู้อะไรดีๆหลายอย่าง เพราะเป็นวิชาที่ช่วยให้ชีวิตสัตว์ดำเนินไปสู่ความสำเร็จ ไม่ตกกรอบไม่ออกนอกเส้นทาง เมื่อมีเป้าหมายวิชานี้ก็จะเป็นพลังไฟในการขับเคลื่อนชีวิตให้ไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่เพียงมีเป้าหมายไว้ให้เพ้อฝัน แต่ไม่สามารถไปถึงได้ ตะกรุดวิชานี้จะช่วยขจัดปัญหาอุปสรรคเหตุการณ์อาเพศต่างๆทั้งน้อยใหญ่ไม่ให้เกิดเเก่ผู้ครอบครอง คิดอ่านทำการณ์สิ่งใดใหญ่น้อยทั้งหลายก็ให้สัมฤทธิ์ผลพบเจอเเต่ชัยมงคลไร้พ่ายตลอดไป

    ครูท่านเจาะจงให้ใช้พญาอิ้นขี่หมู ที่ท่านเจาะจงให้ทำพญาอิ้นขี่หมูก็พราะอิ้นคือความสมดุลย์กันของพลังงานธรรมชาติ ปรับให้พอดีกันไม่มากไปไม่น้อยเกินไป ที่ว่าเลวลงก็ให้กลับมาดีในชั่วข้ามคืน ที่ว่าธาตุวิปริติผิดอาการทำให้เกิดโรคต่างๆในร่างกายนั้นก็ปรับให้สมดุลย์กันเเก้ที่ต้นเหตุของโรค ทั้งป้องกันเเละกันการกระทำต่างๆด้วย เพราะมนุษย์นั้นรักษาสมดุลย์ในร่างกายเเละชีวิตไม่ได้ ทำให้ชีวิตผกผันเเละเปลี่ยนเเปลงไปต่างๆนานา มีทั้งขึ้นเเละลง พอดีขึ้นก็กลับมาเลวลงอีก อยู่ในสภาวะไม่คงที่ได้ดีก็ดีไม่นาน เลวลงเดี๋ยวก็ดีขึ้นใหม่ เพราะพลังงานต่างๆของธาตุทั้งสี่ในร่างกายเเละพลังงานจากธรรมชาติเเละดวงดาวที่แทรกเข้ามาส่งผลต่อชะตาของมนุษย์ หุ่นชายหญิงนี้จะเป็นตัวปรับสมดุลย์พลังงานต่างๆให้อยู่ในระดับปรกติที่จะทำให้ชีวิตสัตว์ทั้งหลายมีเเต่ดีขึ้นไม่เลวลง เมื่อเสกเสร็จนั้นครูท่านได้มาเข้านิมิตรให้ท่านได้รู้ได้เห็น ว่าหมูที่ทำให้นี้ทำให้เเรงเเละเก่งกว่าคนอื่นเขา เป็นหมูที่ทรหดอดทนและเก่งกล้าสามารถช่วยเหลือผู้คนที่ประสบทุกข์ภัยได้ทุกอย่าง จะดวงตกหรือดวงเเตก มีปัญหาชีวิตการงานขอให้เป็นสรรพสัตว์ที่เท้ายังเหยียบดินอยู่ หมูนี้ช่วยแก้ไขพลิกฟื้นได้ทั้งหมดพ่ออาจารย์ท่านกล่าวเสมอเวลาหยิบหมูนี้ขึ้นมาดูว่า หมูของครูท่านนี่ไม่หมูนะจ๊ะ ตั้งแต่ดูมาก็ไม่เคยเจอหมูที่ไหนที่จะเเรงเเละลงวิชาไว้ซับซ้อนพิศดารแบบนี้ ยากเกินกว่าที่มนุษย์จะลงเเละทำได้ เรามั่นใจมากว่าหมูนี้ใครได้ไปจะพลิกชะตาเเละเปลี่ยนชีวิตเขาจริงๆ ไม่ต้องไปโฆษณาหรือบอกอะไรเขามาก เพราะเราถือว่าเป็นของมงคลของครูเรา เป็นของขวัญจากฟ้า เป็นความห่วงใยขององค์บรมพรหมสหัมบดี คนที่มีบุญเคยทำบุญเเละควรสงเคราะห์มีความผูกพันธ์แต่ชาติปางก่อนที่บรมพรหมท่านจะให้การอนุเคราะห์เขาจะเห็นค่าเเละเเสวงหาของเขาเอง

    ## วิธีใช้ ท่านว่าสำหรับคนที่มีอิ้นขี่หมูนี้เวลาจะใช้ก็ใช้ได้เลยไม่ต้องว่าคาถาใดๆทั้งสิ้น ก่อนออกจากบ้านท่านให้กลั้นหายใจแล้วเดินข้ามธรณีประตูออกไป เปรียบเสมือนวันนี้เราเดินก้าวข้ามอุปสรรคทุกอย่างไปได้ง่ายๆ ในวันนี้จะไม่มีสิ่งใดๆก็ตามมาส่งผลร้ายกับชีวิตเราได้ จะไม่มีใครมาทำอันตรายเราได้ ไม่ใช่วันตายวันล้มของเราหากจะทำสิ่งใดก็จะสำเร็จตลอดเวลา(ท่านว่าให้ทำได้ทุกวัน)

    คาถาบูชา(ท่านว่าแค่นึกถึงคุณครูบรมพรหมก็ใช้ได้แล้วคาถาไม่จำเป็นใดๆ)
    โองการพินทุนาถัง อุปปันนัง พรหมาสหัมปะตินามะ อาทิกัปเปสุอาคะโต ปัญจะปทุมมัง ทิตสวา นะโมพุทธายะ วันทานัง


    *** พระผงสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้น้อยมาก ท่านว่าองค์พรหมท่านกำหนดคนของท่านไว้แต่เริ่ม ใครจะมีชะตาต้องกันหรือได้เป็นเจ้าของก็เป็นเรื่องที่ครูท่านจะบันดาลให้พบ ส่วนคนที่โลเลท่านว่าเค้าก็เอาไปไม่ได้ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อและนามสกุลไว้ด้วย รายได้จากการบูชาร่วมสมทบทุนค่าอาหารกลางวันเด็กในโรงเรียนชนบทต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงเวทย์บุรพบรรพชนจักรพรรดิราช(พ่อปากไวแม่ใจเร็ว,มีแต่ได้ ง่ายๆ กล้วยๆ หมูๆ) บูชา 2,500 บาท


    66042431-383364945638726-7394270118324207616-n.jpg 66156518-702335130219912-1163043192040325120-n.jpg
    66467424-2347082362206553-2426037978229899264-n.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตายแล้วฟื้นกลายกลับหนักเบาทุกข์,โทษ,โทสา(องค์ธรรรมผ่อนผันชะตากรรม)


    " สำหรับคนผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่เห็นความสำคัญของกาลเวลา ห้ามใช้ "

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตั้งแต่สมัยอดีตกาลนั้น จะสังเกตุได้ว่าเวลาครูบาอาจารย์ท่านทำกิจใดอยู่ หากยังไม่แล้วเสร็จ ไม่สำเร็จ ท่านก็มักจะผ่อนผันเวลาออกไปก่อน การผ่อนปรนในที่นี้ก็เพื่อให้กิจที่เรากระทำอยู่นั้นสำเร็จเสร็จสิ้นสมดั่งความตั้งใจของเราว่าเราจะทำอะไร ตั้งใจไว้แค่ไหนและเดี๋ยวนี้ทำไปได้เท่าไหร่ พอทำไม่เสร็จบางท่านก็มีอันให้เลิกทำเสียแล้ว ที่จะหนักหน่อยก็คือถึงที่ตายสิ้นอายุขัยไม่มีโอกาสแล้ว ไม่มีโอกาสจะคิด จะสร้าง จะทำต่อแล้ว นี่เรียกว่าถึงที่ตายไปแล้วยังจะทำอะไรได้ แต่เราจะสังเกตุได้ว่าแม้จะถึงที่ตายแต่ครูบาอาจารย์บางรูปบางองค์ก็ยังสามารถผ่อนผันชะตากรรมได้หลายสิบปีเพื่อจะดำรงค์สังขารทำกิจที่ปรารถนาให้สำเร็จ

    พูดกันง่ายๆ เข้าใจกันง่ายๆเลย เหมือนเราเป็นหนี้ใครแล้วเค้าตามมาทวงเราก็ขอเค้าผลัดออกไปก่อน การผลัดเวลานี้ไม่ใช่เพื่อให้เรามีชีวิตไร้สาระไปวันๆหากแต่ผลัดไปเพื่อจุดประสงค์ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเราและเขาก็จะได้สร้างบารมีร่วมกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาองค์ธรรมผ่อนผันชะตากรรมนั้นเป็นวิชาที่มีแรงครูสูงมากหากได้ใช้แล้วแม้คนถึงที่ตายก็ยังไม่ตายหากยังไม่สำเร็จกิจที่ทำค้างไว้ก็จะยื้ออยู่ได้พอสมควรแก่เวลาท่านว่าเขาให้คุณมหาศาลถึงระดับนั้น แต่หากนำมาอาราธนาไว้ไม่ไปพูดเรื่องถึงที่ตายกันวันนี้ อานุภาพแห่งคุณวิชาก็จะช่วยผ่อนผันชะตากรรมของเราในวันนี้ เรียกว่าใช้วันนี้ก็ผ่อนลงวันนี้ใช้วันไหนก็เห็นชัดวันนั้น

    ### ตายแล้วฟื้นคืนกลับ
    คำนี้ท่านอุปมาเอาไว้เพราะชีวิตที่ตายไปแล้วมันทำอะไรต่อไม่ได้ วิชานี้แต่โบราณจึงเป็นยอดปรารถนาที่จะสงเคราะห์คนในเรื่องชะตากรรมโดยเฉพาะ ใครที่เคราะห์กรรมยังน้อยหรือได้อาราธนาก็จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ในกรณีร้ายแรงทั้งปวง แม้ถึงที่ตายไม่ว่าจะเป็นตายก่อนถึงอายุขัยหรือเพราะทำกิจทางโลกและสิ่งที่ปรารถนาไว้ไม่แล้วเสร็จก็ยังสามารถผลัดชะตากรรมได้ ท่านว่าวิชานี้ถ้าเอากันจริงๆแล้ว ใครได้ใช้ก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วพลังชีวิตฟื้นคืนกลับมาได้นั่นแหละ ไม่ใช่ว่าใช้ไปจะต้องตายจริงๆก่อนนะ เสด็จพระใหญ่ท่านไม่ได้ให้เราทำเพื่อจะให้ใครตายแล้วตายอีก แต่ท่านอุปมาไว้เหมือนชีวิตที่ตายลงไปแล้ว หมดเวลาแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้วแม้แต่ความหวังสุดท้าย ชีวิตแบบนั้นก็ยังจะผ่อนปรนให้ฟื้นคืนกลับสู่ความเจริญงอกงามได้ ท่านว่าปกติจะมีแต่พระอริยเจ้าที่ท่านจะผัดผ่อนพญายมเพื่ออยู่ต่อกี่ปีๆก็ว่ากันไปจะได้สร้างศาสนสถานหรือทำอะไรที่ค้างคาให้สำเร็จ แต่วิชานี้หากนำมาลงทำตะกรุดให้คนทั่วไปใช้ ท่านว่าขอเพียงมีใจยึดมั่นถือมั่นกับตะกรุดกับวิชาจริงๆเพียงเท่านั้น ก็จะสามารถผ่อนผันผ่อนปรนคลื่นลมในชีวิตทั้งหลายได้ ไม่ต้องรอให้พญายมมาเชิญเราไปชมนรกสวรรค์ หากแต่จะผ่อนผันบุพกรรมที่รุนแรงกระทั่งผ่อนแรงอาฆาตจากเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ให้เบาลงๆ ..เบาลงไปเรื่อยๆ ค่อยๆผ่อนไม่ให้มันตึงไม่ให้มันขาด เป็นดั่งเช่นว่านี้ก็คือการผ่อนปรนดุจมีชีวิตใหม่อีกครั้ง


    วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ในที่จวนตัวและคับขันที่สุดหากกำลังใจเรายึดมั่นเพียงพอก็ยังจะยืดเวลาตายได้ ท่านว่ายังไม่ตายก็จะไม่รู้กันหรอกแต่คนที่ใกล้จะตายก็จะอยู่ต่อได้ตามสัญญาที่ให้กับพญายมไว้ ว่าอยู่เพื่อทำอะไร จะอยู่นานเท่าไหร่เช่นนี้ แต่ในกรณีคนที่ยังมีลมหายใจกันอยู่กลับมีชีวิตพังทลายเหมือนคนตายไปแล้ว กิจที่ทำ งานที่สร้างก็ยังไม่เห็นความสำเร็จเพราะมรสุมชีวิตสารพัดจะพร้อมปะทะเข้ามาขวางเอาไว้ตลอด ด้วยบุพกรรมและแรงอาฆาตจากเจ้ากรรมนายเวรหรือแม้กระทั่งเป็นบททดสอบของท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ใครที่เจอชีวิตหนักๆแบบนี้วิชานี้เขาจะผ่อนปรนให้ เพราะเขาลดหย่อนเปลี่ยนจากหนักให้กลายเป็นเบา คู่กรณีของเราเขาก็ยอมลงให้กับเราไม่บึ้งตึงเช่นเดิม เหมือนผ่อนอารมณ์ ผ่อนความแรงในมรสุมชีวิต ทำให้ชีวิตเราอุปสรรคทุเลาเบาบาง สุดท้ายชีวิตก็จะเปลี่ยนไปหรือแปรกลับไป ไอ้สิ่งที่บีบๆเราอยู่มันก็จะคลี่ออกขยายออก ใครที่ชีวิตรู้สึกเหมือนหายใจไปได้ไม่ตลอดรอดฟั่งแบบนี้ก็จะหายใจได้คล่องคอกันมากขึ้น ท่านว่ามันผ่อนลงหมดเลยนะแม้แต่ตัวความทุกข์ก็ติดหางเลขไปด้วย ใครที่ทุกข์ที่ต้องทนกับทุกข์นี่ผ่อนลงทั้งหมด แม้โรคที่แสดงอาการอยู่ก็บรรเทาลงค่อยๆจืดจางลงไป คุณวิชาจะขยายกำลังและแผ่สิ่งที่บีบคั้นเราอยู่แผ่มันออกไปทำให้ชีวิตเรากระจ่างและสว่างขึ้นโดยลำดับ

    วิชานี้เขาอาศัยหลักย้อนคืนการเปลี่ยนแปลง พ่ออาจารย์ท่านว่าทุกข์,โทษ,โทสานั้น มารเหล่านี้เค้าใช้กฏวัฏจักรสนองผู้กระทำ เช่นนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่ซ้อนทับกาลเวลาขยายผลต่อมาถึงกรรมและชะตาชีวิตคน กาลทั้งสามคืออดีต,ปัจจุบัน,อนาคตได้ชื่อว่าเป็นกาลเวลา เป็นสิ่งที่ไม่เคยปราณีผู้ใดต่อให้มีเงินจะไปร้องขอร้องซื้อก้ทำไม่ได้ ในบางคนแม้ชีวิตล้มเหลวซ้ำซากกาลเวลาก็ยังพัดผ่านเขาไปกลายเป็นฝุ่นละอองไม่เป็นที่จดจำกันได้ในประวัติศาสตร์ ท่านว่าชีวิตคนก็มีเท่านี้ ความยาวนานที่มีที่เป็นที่ยังหายใจกันอยู่หากไม่รีบทำในสิ่งที่จะเป็นบารมีส่งเสริมตนเองได้ในอนาคตก็เกิดมาเสียเวลาไปเปล่าๆ พ่ออาจารย์ท่านจึงปรารถนาขอให้เสด็จพระใหญ่ท่านช่วยให้คนที่รู้ค่าเห็นค่าของชีวิตและกาลเวลาหากแต่ไม่มีวาสนาและไม่มีโอกาสที่จะทำ ให้เค้าได้ผ่อนผันความรุนแรงทั้งหลาย ท่านว่าชีวิตคนนั้นก็เป็นดั่งล้อเกวียนที่มีแต่จะหมุนไปข้างหน้ายิ่งหมุนเท่าไหร่ก็ยิ่งเก่าลงเท่านั้นมีแต่ความทรุดโทรมน่าสมเพชไม่ได้มีความยิ่งใหญ่หรือน่ายินดีอันใดอย่างที่ใครพยายามจะแสดงออกเลยหากหมุนไปเพื่อลดเวลาลงไปวันๆไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับใคร เหมือนกับลูกวัวอันเขาเลี้ยงไว้รอเวลาเจริญเติบโตเดินเข้าสู่หลักประหารเช่นนั้น เพราะคนทั้งหลายเสียเวลาไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของกาลเวลากันเลย ทั้งยังไม่สนใจด้วยว่ากาลเวลานั้นมีผลโดยตรงกับชีวิตเราอย่างไร

    ท่านว่าคนที่ปล่อยเราก็ต้องปล่อยเขาไปคิดเสียว่าไม่มีวาสนาร่วมกันจะไปรั้งเขาไว้ก็ไม่ได้ แต่คนที่สนใจหรือเอาวิชานี้ไปใช้ท่านย้ำว่ามีกิจใดอยู่ก็รีบทำกันให้เสร็จจะได้ขวนขวายสร้างบารมีให้เต็มที่ ที่เสด็จพระใหญ่ท่านให้โอกาสนั้นท่านก็ให้เฉพาะคน เฉพาะผู้ที่มีวาสนา เพื่อที่จะได้ไม่ใช้กาลเวลาให้หมดไปชาติหนึ่งกับสิ่งที่ไม่ใช่สาระและแก่นแท้ของชีวิตและสัจธรรม ท่านว่าบางคนตายไปกับสิ่งไร้สาระ มีโอกาสได้เกิดมาก็นำสิ่งมีค่าไปกับตัวเองไม่ได้ เพราะชีวิตจมอยู่กับสิ่งไร้สาระไม่เหลือเวลามาพิจารณาทาน,ศีล,สมาธิที่จะทำให้ตัวเองเกิดปัญญา ไม่ได้แสวงหาแก่นหรือสาระและสั่งสมบารมีใดๆเลยทำให้มรรคผลนิพพานนั้นยิ่งไกลออกไปมากขึ้นทุกที เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงย้ำว่าตะกรุดวิชานี้เสด็จพระใหญ่ท่านให้ทำ ให้ลงจารเพื่อจะผ่อนผันพระกาลที่ทับถมชะตากรรมเราอยู่ ท่านต้องพิจารณาทุกข์,โทษ,โทสาของมนุษย์ลงจารทับถมไล่เรียงเคราะห์กรรมทั้งวัน,เดือน,ปี ต้องผ่อนผันพระเคราะห์ซ้อนไปเป็นค่ายกลถึงสามชั้น ลงปฏิเสธเคราะห์วัน,เคราะห์เดือน,เคราะห์ปี ตั้งยามเกิดของวิญญาณมนุษย์ ผูกหัวใจท่านว่าปฏิเสธเคราะห์ทั้งหมดไม่ว่าวันขึ้นหรือว่าวันแรมทับถมธาตุวิญญาณด้วยพุทธะเป็นที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ปฐมท่านให้ทำแบบวิชาโบราณเป็นงานที่หินมากเพราะเป็นวิชาของท่านแม้เราเป็นแค่คนทำเพื่อรอท่านเสกยังรู้เลยว่างานหินจริงๆ

    ด้วยกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไปนั้นส่งผลโดยตรงกับชีวิตคน เพราะเขาพรากวัยอันสดใสไปจากเรา พรากความแข็งแรงไปจากเรา พรากโอกาสที่ดีทุกสิ่งไปจากเรา นำโรคมาให้เรา นำความชรามาให้เรา นำความตายมาให้เรา จะเห็นได้ว่ากาลเวลานั้นพรากทุกสิ่งจากเราไปทั้งหมดทำให้กำลังและชีวิตเราเสื่อมถอยลง เช่นนั้นถ้าใครไม่รู้ค่าของกาลเวลาก็เป็นชีวิตที่ไม่มีค่าพอที่จะเสงเคราะห์ด้วยตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าของบางอย่างมันต้องระลึกรู้ได้จากจิตสำนึกตัวเอง รู้ว่านี่คือของที่เรารอคอย ของที่เราตามหา ของที่ใช่ที่เหมาะสมกับตัวเรา นั่นจึงจะเป็นสิ่งคู่บารมีสำหรับเราอย่างแท้จริง ท่านว่าวิชานี้ทำยากลงจากก็ยาก ยิ่งผงที่อุดยิ่งทำยากกว่าตะกรุดเข้าไปไม่รู้เท่าไหร่ หากแต่ครูต้น ครูธรรมท่านไม่ให้บอกไม่ให้พูดจำกัดความอะไรเลย ท่านให้พูดได้เท่านี้เพราะกรรมของสัตว์นั้นเราจะไปขวางเอาไว้ก็ไม่ใช่ที่ หากเขาไม่รู้ไม่มีจิตสัมผัสไม่ได้ขวนขวายด้วยตัวเองแล้วนั่นก็แปลว่ายังไม่หมดวาระของเขา

    วิชานี้ท่านว่าให้ติดตัวเอาไว้นอกจากจะช่วยไม่ให้ชีวิตต้องตกระกำลำบากแล้ว ยังจะปิดประตูคำว่าตายโหงได้อย่างเด็ดขาด ทั้งจะไม่ตายไกลบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องกลับมาตายที่บ้านอยู่กับญาติและคนที่รัก จะแคล้วคลาดจากเรื่องที่ทำให้เราเจ็บตัวและเจ็บใจในประการต่างๆ ทั้งยังมีผลไปถึงการแคล้วคลาดจากคุณไสยลมเพลมพัดด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อปิดเคราะห์ทั้งแปรผันกับกาลเวลาไปทั้งหมดแล้ว ต่อให้ผีให้มารที่ไหนก็ทำอะไรเราไม่ได้เพราะตะกรุดนี้นอกจากจะปิดกั้นแล้วยังเปิดเอาคุณพระเข้าตัวด้วยอีกด้านหนึ่ง แม้มีคนมาฆาตมาตรร้ายหมายทำลายเราทุกอย่างก็จะสะท้อนผลของมันกับไปทั้งสิ้น ดีมาก็ดีกลับ ร้ายมาก็ร้ายกลับ เพราะเคราะห์กรรมไม่ได้กระทำแก่เราแล้วทุกอย่างจึงย้อนกลับไปที่ตัวเค้าเอง

    ตะกรุดสำคัญดอกนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะปิดกรรมไว้เฉยๆนั้นก็เกรงว่าจะยังไม่พอกับวิกฤติทางสังคมในปัจจุบัน ท่านจึงเอาตะกรุดมาแช่น้ำว่านพญาไก่แดงเอาคุณว่านเข้าช่วยอีกทอดหนึ่ง ท่านว่าขอแค่เอาไปแล้วขยันทำมาหากินก็พออะไรๆมันก็จะดีขึ้น เพราะพญาไก่แดงนั้นในสมัยพระกัสสปะสัมพุทธเจ้า เขาได้เก็บเอาฟางข้าวมาทำที่ประทับให้กับพระศาสดาทั้งยังคอยู่เฝ้าระวังสัตว์ทั้งหลายไม่ให้รบกวนการทำสมาธิจนพระองค์สำเร็จพระโพธิญาณ ด้วยพระรัศมีที่แผ่ออกมานั้นได้ทำให้พญาไก่แดงกลายเป็นโพธิสัตว์ในกาลต่อมาเมื่อสิ้นอายุขัยพระเถระเจ้าผู้อรหันต์ทั้งหลายก็ได้ช่วยกันปลงสังขารให้ ผงอัฐิธาตุของพญาไก่แดงจึงเกิดเป็นต้นว่านที่เรียกว่าว่านพญาไก่แดงขึ้นมา พ่ออาจารย์ท่านว่าว่านนี้ถ้าคนทำเป็นจริงๆสามารถเชิญญาณพญาไก่แดงมาได้ เขาจะช่วยเหลือปกป้องเราจนกว่าเราจะพบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เป็นที่สุดเหมือนตอนที่เขาอารักขาสมเด็จพระพุทธกัสสปะ นอกจากนี้เขายังดีทางเมตตามหานิยมและมหาเสน่ห์เป็นที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องมหานิยมนี้ให้ถือเป็นกฤติยาคมแฝด แต่ประโยชน์ใหญ่ที่ท่านนำมาแช่ว่านพญาไก่แดง ก็เพื่อจะให้ตะกรุดนั้นมีคุณพญาไก่แดงคอยหนุนนำผู้อาราธนาไปถึงฝั่งถึงความสำเร็จ หากจะปิดเคราะห์แต่ไม่ชักพาต้องอาศัยแรงพยายามขวนขวายของตัวเองอย่างเดียวนั้น บางคนเค้าวาสนาไม่พอจริงๆต่อให้ช่วยอย่างไรก็ยังไปไม่ถึง ท่านจึงต้องลงแช่ว่านและเสกสำทับขอบารมีโพธิสัตว์พญาไก่แดงให้อีกวาระหนึ่ง

    คาถาบูชา
    (พ่ออาจารย์ท่านว่าจบหัวออกนามครูต้น องค์ธรรม องค์ปฐมและโพธิสัตว์พญาไก่แดงเป็นที่สุดแล้วใช้ได้เลย ตะกรุดนี้จะแรงเท่ากับใจของเรา ยิ่งใจเรายึดมั่นในคุณวิชามากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะแรงจะเห็นผลมากขึ้นเท่านั้น)


    *** ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของมีเจ้าของทุกดอก แม้ได้บูชาไปแล้วหากสิ้นร่างสลายสังขารไป คุณของตะกรุดและวิชาที่เรายึดมั่นมาทั้งชีวิตก็ยังจะตามติดเราไปตลอดตราบจนเข้าพระนิพพานนั้นทีเดียว รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะได้ทำการประสิทธิให้ในลำดับต่อไป รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กพิการและขาดโอกาสในชนบทสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตายแล้วฟื้นกลายกลับหนักเบาทุกข์,โทษ,โทสา(องค์ธรรรมผ่อนผันชะตากรรม) บูชา 4,000 บาท

    66690694-489556798458319-7586242520661622784-n.jpg
    67217003-401796147095886-5170626005697560576-n.jpg
    66481014-371784453363969-7418359365821792256-n.jpg
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
    ร่วมทำบุญบูชา พระสูญทุกข์สามก้าวเหยียบสวรรค์พยุงโผนโจนข้ามวัฏสงสาร (ฝังองค์เหล็กอิศโรภาส)

    พระพิมพ์นี้พ่ออาจารย์ท่านมักเรียกติดปากว่า พระก้าวหน้าหรือพระก้าวไกล และมักจะบอกคนใกล้ชิดถึงความสำคัญของพระพิมพ์ว่า...."สามก้าวเปลี่ยนชีวิต"

    เมื่อใดที่มนุษย์หยุดการพัฒนาทั้งทางด้านสติปัญญา,ความคิดและศีลธรรมก็ย่อมเป็นเหตุให้พระสัทธรรมค่อยๆเลือนหายไปจากโลก พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่(องค์ปฐม)ท่านเมตตาตรงนี้ ท่านว่าฉันจะช่วยเองนะ เช่นนั้นจึงเป็นบ่อเกิดของพระพิมพ์สำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านจะเรียกว่าพระก้าวไกล..หรือสามก้าวเปลี่ยนชีวิตที่จะใช้สูญทุกข์ภัยให้คนมีโอกาสได้กลับตัวตั้งมั่นอยู่ในคุณพระรัตนตรัยและข้อธรรมทั้งหลาย สำหรับพิมพ์พระนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านว่าจะสร้างอย่างไรให้ไปเรียนเอากับขรัวโตท่าน พ่ออาจารย์ท่านก็ต้องขอเมตตาครูสมเด็จจริงๆเพราะท่านว่าพระพิมพ์แบบนี้มีอาถรรพ์ มีพุทธอภินิหาริย์มากไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ โดยครูสมเด็จท่านได้บอกพุทธลักษณะพระพิมพ์ให้พ่ออาจารย์ท่านไปแกะบล๊อกแม่พิมพ์มา เป็นลักษณะพระที่จะใช้เพื่อหวังพุทธคุณอย่างอุกฤษฎ์สืบต่อไปเท่านั้น

    ที่มาแห่งพระพิมพ์นั้นพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าสามก้าวย่างเหยียบสวรรค์ดุจดั่งท่านได้อุปมาว่าแม้คนเราต่อให้เป็นเจ้าเป็นกษัตริย์พยายามกระทำทุกสิ่งสิ้นเปลืองไปอย่างมากเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นนั้นก็ยังทำไม่ได้เรียกว่าแม้ลงทุนทั้งชีวิตก็ยังไม่เกิดผลอะไร แต่ในขณะเดียวกันสมเด็จพระบรมศาสดานั้นท่านย่างพระบาทเพียงสามก้าวก็ขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้ ดั่งที่พ่อาอจารย์ท่านเล่าเอาไว้ว่า... " ในปางนั้น องค์สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีดำริถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนๆที่ผ่านมา เมื่อกระทำยมกปาฏิหาริย์เสร็จแล้วในพุทธประเพณีที่มีมานั้นพระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้เสด็จไปจำพรรษาอยู่แห่งใดหลังกระทำปาฎิหาริย์ ด้วยพระอตีตังสญาณทำให้ทรงทราบเหตุการณ์ในอดีตได้ทันทีว่าหลังจากเสร็จยมกปาฏิหาริย์แล้วพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมเสด็จไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อหวังประโยชน์เทศนาโปรดพุทธมารดาและเหล่าเทพพรหมทั้งหลาย พอทรงระลึกอดีตกาลที่เป็นพุทธประเพณีนั้นได้ก็ทรงเสด็จลุกจากรัตนบัลลังค์อันตั้งอยู่เหนือยอดคันธพฤกษา แล้วสมเด็จพระโพธิญาณบรมศาสดาก็ได้ย่างก้าวพระบาทดำเนินออกไป ในขณะนั้นเองมหาคิรีทั้งสามอันเป็นหลักจักรวาลก็ได้โน้มยอดทอดตัวลงโดยฉับพลันรับพระบาทของพระตถาคตเจ้า ได้แก่จอมเขายุคนธร,จอมเขาอิสินธร และจอมเขาพระสุเมรุ ทั้งสามต่างน้อมยอดรองรับฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เจ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์และกล่าวขวัญในปาฏิหาริย์ " พ่ออาจารย์ท่านว่าทั้งมนุษย์และเทพพรหมล้วนเห็นกันหมด แม้เทพพรหมยังตกตะลึงเพราะการทำปาฏิหาริย์เช่นนี้ของพระพุทธองค์นั้นเกินไปกว่าที่เทวานุภาพใดๆจะทำได้ สมเด็จพระบรมศาสดานั้นท่านเสด็จพระดำเนิน คือย่างพระบาทไปสามก้าวท่านก็ก้าวล่วงเข้าสู่แดนดาวดึงส์สวรรค์อันสถิตอยู่เหนือยอดเขาพระสุเมรุนั้น เรียกได้ว่าย่างพระบาทสามก้าวเท่านั้นจากโลกมนุษย์ก็ถึงดาวดึงส์สวรรค์ ด้วยจอมเขาทั้งสามที่โน้มยอดมารองรับพระบาทแต่ละลูกนั้นก็พ้นโลกไปแล้ว พ่ออาจารย์ว่าท่านเหยียบก้าวแรกที่จอมเขายุคนธรนี่ก็เท่ากับว่าขึ้นมาถึงขอบเขาพระสุเมรุอันเป็นที่สถิตของพระอาทิตย์และพระจันทร์แล้ว พอก้าวที่สองลงที่อิสินธรก็เข้าเขตเทวดาแล้ว พ่อก้าวที่สามเท่านั้นท่านก็ก้าวข้ามสัตตบริภัณรวมไปถึงมหาสีทันดรและมหาทวีปทั้งสี่ล่วงขึ้นยอดพระสุเมรุเสด็จบนไพชยนต์ปราสาทเข้าประทับในบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ใต้ต้นปาริชาติอันเป็นธงชัยแดนดาวดึงส์ทันที

    เช่นนั้นพระพิมพ์สำคัญนี้ท่านจึงเรียกว่าสามก้าวเหยียบสวรรค์หรือพระก้าวไกลที่หวังพุทธคุณให้ผู้อาราธนาใช้ได้ก้าวออกไปสั้นๆแต่ไปถึงจุดหมายได้ไว ได้ไกลกว่าคนที่ต้องใช้แรงใช้ความพยายามทั้งชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์นี้มีอาถรรพ์มากที่สุด ครูสมเด็จท่านย้ำมาเองเลยว่าเมื่อแกะแม่พิมพ์ต้องทำในลักษณะย่างก้าวพระบาท ให้พระเหยียบลงบนยอดเขาทั้งสามลูกอันเปรียบได้กับเส้นชัยของชีวิตเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆคนที่ยังไม่หวังพระนิพพานในชาตินี้ ที่ต้องก้าวขึ้นไปให้ถึง ก้าวไปให้ถึงทิพย์สมบัติแลสวรรค์สมบัติทั้งปวง พระพิมพ์นี้จะเป็นดั่งแสงสว่างเปิดทางนำชัยชนะ นำความสำเร็จ นำความสุข นำความเจริญมาให้ จะได้พบกับแสงสว่างในกิจที่ทำที่ดำรงค์อยู่ ทั้งการทำมาหากิน ราชการ การค้า...ทุกกิจอาชีพ ต้องสำเร็จ ต้องสมหวัง ต้องมีชัยชนะทุกคราวไป คิดทำสิ่งใดก็ออกผลงอกงาม การทำมาหากินได้โชคลาภเงินทอง มีความสุข ชีวิตมีทางออกตลอดเวลา

    เมื่อความทุกข์สิ้นสูญเวลาใด เวลานั้นย่อมได้ชื่อว่าชีวิตประสบชัยชนะอย่างยิ่ง พระพิมพ์นี้เมื่อทำเสร็จแล้วองค์ปฐมท่านจึงเรียกว่าพระสูญทุกข์ ด้วยพุทธานุภาพนั้นจะได้ช่วยพยุงชีวิตที่ยังคลอนแคลนเอาแน่เอานอนไม่ได้ให้มั่นคงต่อไปในพระศาสนา ให้ชีวิตที่แรงครูท่านช่วยพยุงเอาไว้ไม่ไหลไม่ตกหายไปก่อนจะถึงฟากฝั่ง ทั้งยังขับให้โผนโจนทะยานก้าวหน้าในทุกๆด้านอย่างรวดเร็ว พ่ออาจารย์ท่านว่าอาถรรพ์ของพระพิมพ์นี้ก็คือความก้าวหน้าที่ไม่ใช่ค่อยๆก้าวด้วยกำลังด้วยความพยายามทั้งชีวิต ถ้าจะต้องก้าวหน้าแบบเต่าคลานเช่นนั้นท่านว่าอย่าเอาไปใช้เลย พระพิมพ์นี้ท่านทำไว้เพื่อคนที่หวังจะก้าวหน้าในทุกกิจที่ได้กระทำอยู่ จะต้องก้าวไปประหนึ่งว่าแรงครูท่านพยุงให้เราโผนโจนทะยานขึ้นสู่ความสำเร็จ เพื่อชัยชนะ เพื่อเป็นที่หนึ่งได้อย่างฉับพลัน พ่ออาจารย์ท่านอุปมาไว้ว่า "คนเดินไปกับคนเหาะไปใครจะถึงก่อนกันก็ให้ไตร่ตรองเอาเอง " นอกจากนั้นยังจะผ่อนแรงผ่อนกำลังให้เราไปถึงโดยง่ายดั่งเมื่อครั้งพระศาสดาจารย์ท่านกระทำปาฏิหาริย์ให้ยอดเขาทั้งสามอันเป็นที่ตั้งแห่งแดนสวรรค์โน้มยอดมารองรับฝ่าพระบาท ดุจว่าจะโน้มเอาเส้นชัยของชีวิตเขามาหาเรา เอาความสำเร็จมาประเคนให้เรา ซึ่งตัวเรานั้นต้องลำบากเพียงย่างเท้าก้าวออกไปรับแค่นั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นอาถรรพ์ที่องค์ปฐมกับครูสมเด็จท่านย้ำและกำชับไว้หลายหน ว่าพระพิมพ์สำคัญนี้จะเป็นดั่งไพ่ตายที่นำเราให้ข้ามพ้นอุปสรรค ท่านว่าถ้ามั่นในพุทธคุณหมั่นสร้างบารมีไปพร้อมๆกับอาราธนาองค์พระนี่ย่อมก้าวข้ามได้หมดทั้งสิ้นในโลกนีั ไม่ว่าจะมีปัญหาในกิจจานุกิจใด ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยิ่งใหญ่ปานมหานทีสีทันดรที่เต็มไปด้วยอันตรายนานัปการก็ย่อมข้ามได้ทั้งสิ้น แม้จะข้ามพ้นวัฎสงสาร ข้ามไปหาพระนิพพานนั้นก็ยังทำได้หากบารมีเราถึงพร้อม เพราะเช่นนั้นจึงต้องรีบสร้างบารมีกันเอาไว้เพื่อองค์พระท่านจะได้แผ่พุทธานุภาพให้แสงสว่างชี้ทิศ นำทาง นำชัยชนะ นำความสำเร็จ นำเธอก้าวพ้นปัจจัยอันฉุดรั้ง เหนี่ยวกาย พันธนาการรึงรัดจิตวิญญาณทั้งหลายให้พ้นออกไป

    ท่านได้รวบรวมผงวิเศษเริ่มแต่ผงยันต์ยันต์ดวงประสูติ ดวงตรัสรู้,ผงยันต์ไจยะเบงชรพิศดาร,ผงยันต์ไจยะเบงชรตัวย่อ,ผงยันต์ฟ้าฟีก,ผงยันต์ดวงเศรษฐี,ผงพระโพธิสัตว์เป็นพ่อค้า,ผงเศรษฐีนายสำเภา,ผงดวงวิชาโคตรเศรษฐี,ผงเศรษฐีบารมีพระเจ้าสิบชาติ,ผงก้าวหน้า,ผงวิชาสูตรมหาเศรษฐีพุทธกาลทั้งเก้า,ผงยันต์จักรพรรดิ์,ผงยันต์ครูสิทธิลาภ,ผงยันต์หยุดทุกข์,ผงดับภัย,ผงพระเจ้าข้ามโลก,ผงพระเจ้าโปรดโลก,ผงพระเจ้าโปรดสัตว์,ผงพระเจ้าเปลื้องทุกข์,ผงพระเจ้ายกสัตว์ข้ามสงสาร,ผงยันต์ดวงตำรับเสด็จพระใหญ่ทั้งร้อยแปดดวง...นำมาผสมเข้ากับผงพุทธคุณทั้งห้า,ผงเกสรมงคลทั้งเก้า,ผงพระศรีมหาโพธิ์ชี้ทิศตะวันออก,ผงดอกรักซ้อน,ผงเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์,เสน่ห์จันทร์ขาว,เสน่ห์จันทร์แดง,เสน่ห์จันทร์เขียว,เสน่ห์จันทร์หอม,ผงเสน่ห์จันทร์ทอง,ผงหิ่งหายผี,ผงไม้กาหลงรากรักซ้อน,ผงไม้กาหลงรากมะยม,ไม้ยอตายพราย,ผงยาสัก,ผงครูสมเด็จ,ผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์,ผงรังต่อหัวเสือ,ผงรังแตน,ผงรังผึ้งขวางตะวัน,ผงไม้คูณตายพราย,ผงพรายตานี,ผงพรายตะเคียน,ผงกาฝากรัก,ผงกาฝากมะยม,ผงกาฝากขนุน,ดินเจ็ดนครเก้าบุรี,ดินขุยปู,ดินจอมปลวก,ข้าวก้นบาตรหินพระฤาษี,ชานหมากหินพระฤๅษี,เพชรหน้าทั่ง...สมเด็จองค์ปฐมท่านให้ผสมผงและกดพิมพ์องค์พระในฤกษ์ฤกษ์สี่ขุมคลังซึ่งทุกสี่ปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง จะได้เปิดขุมคลังทั้งสี่ส่งผลให้ผู้ครอบครองประสบความสำเร็จทางโชคลาภการเงินร่ำรวยเพราะขุมทรัพย์ที่ถูกปิดไว้จะถูกเปิดออกชีวิตจะอุดมไปด้วยโภคทรัพย์นานาประการมีความสุขดียิ่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ### พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเคล็ดขององค์ปฐมท่านดุจว่าขุมทรัพย์ทั้งสี่ทวีปเปิดรอเราอยู่แล้วอาศัยพระก้าวไกลนี้นำพาชีวิตเราย่างก้าวออกไปเพียงก้าวสั้นๆก็จะชนเข้ากับขุมทรัพย์และความสำเร็จประดามี

    องค์เหล็กไหลยอดฟ้าอิศโรภาส
    เมื่อกล่าวถึงเหล็กไหลนั้นย่อมจะต้องมุ่งเป้าไปที่ธาตุกายสิทธิ์ของพระเป็นเจ้า ด้วยเป็นของศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถหาพบหรือนำมาไว้ในครอบครองได้เนื่องจากมีพรหม,เทพเจ้า,เจ้าป่า,เจ้าเขา,พญานาคหรือยักษ์คอยปกปักรักษาอยู่ และพร้อมจะเข้าทำร้ายผู้ที่เข้าไปรุกรานเพื่อหวังครอบครองธาตุกายสิทธิ์ด้วยกิเลสตัณหาอยู่ทุกเมื่อ หากคนผู้นั้นไม่ใช่คนดี มีบุญหรือมีวิชาอาคมที่แกร่งกล้ามากพอย่อมไม่สามารถเอาเหล็กไหลได้ อีกทั้งตัวเหล็กไหลก็มีฤทธิ์ขัดขืนคนที่จะเข้าไปตัดได้ด้วย ดั่งที่รู้กันว่าเคยมีคนเดินทางเข้าไปตัดเหล็กไหลโดยเอามือไปสัมผัสกับเหล็กไหลโดยตรงจากนั้นเกิดอาการคล้ายกับถูกฟ้าผ่าหรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดเข้าหากเขาไม่ยินยอมและเราไปฝ่าฝืนด้วยกำลังหมายแย่งชิงเอาโดยพละการ มีความถือดีในพระเวทย์ก็อาจทำให้มีเพทภัยถึงแก่ชีวิตหรือเกิดความขัดแย้งในหมู่คณะถึงขั้นที่ว่าวิบัติได้ด้วยฤทธิ์ของเทพผู้รักษาเหล็กไหลนั่นเอง แต่คุณของเหล็กไหลนั้นก็ได้ชื่อว่ามีอิทธิฤทธฺ์สูงยิ่งนักผู้ที่ครอบครององค์เหล็กไว้ย่อมไม่มีอะไรที่จะสามารถทำร้ายบุคคลนั้นได้ นับได้ว่าใครที่ได้ครอบครองเหล็กไหลก็ถือเป็นความโชคดี เหนือสิ่งอื่นใดความสำเร็จในชีวิตก็จะพลันเกิดขึ้นโดยเทวานุภาพขององค์เหล็กไหลนั้นหนุนนำไปให้พบแต่ความเจริญงอกงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาจะช่วยนำทางชีวิตให้พบแต่ความโชคดี ทั้งยังแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
    องค์เหล็กไหลนั้นมีอานุภาพสูงแม้ไม่ได้รับการปลุกเสกใดๆก็มีความเป็นกายสิทธิ์คือสำเร็จในตัวและมีฤทธิ์ในตัว พ่ออาจารย์ท่านว่าหากได้บารมีองค์มหาเทพ(ครูพระสยม)มาชุบธาตุเสริมกำลังลงไปอีก องค์เหล็กนั้นย่อมมีฤทธิ์อย่างอุกฤษฎ์เป็นที่สุดสมกับนามธาตุกายสิทธิ์แห่งพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง เช่นนั้นองค์เหล็กไหลชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอเมตตาครูพระสยมท่านทำให้เพื่อให้มีฤทธานุภาพอย่างถึงที่สุด
    กอปรกับองค์เหล็กนั้นมีสัณฐานดุจดั่งศิวลึงค์อันเนื่องมาจากพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะขอบารมีครูบาอาจารย์ให้ปรากฏรูปออกมาโปรดเหล่าศิษย์ที่ยังเวียนว่ายเสวยทุกขเวทนาทั้งหลาย ด้วยศิวลึงค์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งพระผู้สร้างหรือการให้กำเนิดมีอานุภาพถึงขนาดว่าสามารถกระทำสิ่งสมมติให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ ด้วยเชื่อถือกันว่าครูพระสยมนั้นคือเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์และให้กำเนิดชีวิต ทั้งศิวลึงค์ยังเป็นตัวแทนครูพระสยม มีอานุภาพดลบันดาลปาฏิหาริย์และอำนวยพรแก่ผู้ครอบครองได้ แม้ผู้ใดได้อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นย่อมพิทักษ์รักษาชีวิตมิให้ต้องอันตรายทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจแลความสำเร็จซึ่งเป็นดั่งเกียรติยศสามารถนำพาความเจริญมาสู่ตัวเองตลอดจนครอบครัวและบริวารนับพันนับหมื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ที่อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นจะมีอำนาจมากเป็นที่เกรงขามแก่ชนทั่วไป แม้กระทำการแข่งขันหรือกระทำการค้าทำกิจใดๆที่มีคู่แข่งเราก็จะมีอำนาจอยู่เหนือผู้อื่นเสมอ เรียกว่าทำอะไรก็ได้กำไรมหาศาล นอกจากนั้นยังอาราธนาขอต่ออายุคนที่ใกล้สิ้นใจให้พอมีสติเอ่ยวาจาสั่งเสียได้ อาราธนารักษาโรคหรือความเจ็บไข้ที่มองไม่เห็นไม่รู้สาเหตุให้บรรเทาสูญหายได้ ทั้งป้องกันภูติผีปีศาจและไสยศาสตร์ทุกชนิดไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ สามารถบันดาลให้พ้นจากความยากจน เมื่อสิ้นธาตุดับขันธ์ไปย่อมได้อยู่ในคณะของครูพระสยมไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
    เมื่อองค์เหล็กไหลเกิดขึ้นในรูปศิวลึงค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้ย่อมเป็นกฤติยาคมแฝด เป็นไปโดยความประสงคร์และแรงครูอย่างแท้จริง ด้วยครูท่านตั้งใจจะประทานรูปศิวลึงค์นี้ให้แก่ผู้ที่มีวาสนาผูกพันธ์กันมาได้รับไปสักการะบูชาแทนตัวพระองค์ เป็นสัญลักษณ์แทนมหาเทพแทนตัวมหาเทวะทั้งหลาย เป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จอย่างงดงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใครมีตาในแจ่มใสให้ลองดูกันได้เลย องค์ศิวลึงค์เห็นเล็กๆอยู่เพียงนี้ท่านมีดวงตามหาศาลถึงหนึ่งพันดวงปรากฏโดยรอบ เป็นดวงตาของครูพระสยมที่จะสอดส่องการมองเห็นออกไปในทุกทิศทาง เป็นดวงตาที่เกิดจากน้ำพระทัยและกำลังวิญญาณของพระองค์ท่านที่ได้มาสถิตย์เพื่อคุ้มครองและอำนวยพรให้กับผู้ที่ได้สักการะ ผู้ใดมีไว้บูชาย่อมถือว่าเป็นวาสนาและบุญลาภของบุคคลนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าศิวลึงค์นี้มีสร้างขึ้นด้วยสิ่งของหลายชนิด แต่หากเป็นศิวลึงค์ธรรมชาติจะมีฤทธิ์มากเป็นที่สุด ยิ่งเป็นศิวลึงค์ที่เกิดจากธาตุกายสิทธิ์ด้วยแล้ว ท่านว่าย่อมมีพลังเหนือธรรมชาติ ใครจะได้ใครจะพบก็ให้เป็นเรื่องของวาสนาแล้วกัน

    *** เมื่อเหล็กไหลปรากฏรูปในสัญลักษณ์องค์ศิวลึงค์ เช่นนั้นผู้บูชาก็ให้ออกนาม ศิวะๆๆเรื่อยไป เพียงระลึกถึงครูพระสยมท่านก็ใช้ได้เป็นที่สุดเพราะท่านกลั่นธาตุปรากฏรูปออกมาเพื่อพวกเราแล้ว เราก็รู้ชื่อรู้นามองค์มหาเทพที่พิทักษ์รักษาองค์เหล็กแล้ว เพียงเราออกนามท่านขอแค่เอาไปขอเรื่องที่ดีเป็นมงคลอะไรๆที่เหลือมันก็ดีทั้งสิ้น

    นอกจากเหล็กไหลแล้ว องค์พระยังฝัง"ตะกรุดต่อวาสนา"ซึ่งเสด็จพระใหญ่ท่านให้สงวนวิธีสร้างเอาไว้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่พระยันต์ด้านในก็ไม่มีภาษาใดๆที่มนุษย์ยุคไหนจะเข้าใจได้แล้วเพราะเป็นอักขระวิธีปฐมภูมิแรกเริ่มสังสารวัฎ แม้มีตะกรุดอยู่ที่ใดหรือกับบุคคลใดย่อมเจริญด้วยความรุ่งโรจน์ไม่หม่นหมองสืบไป ไม่รู้จักคำว่าตกต่ำอับจน แม้จะมีอุปสรรคหรือผู้คิดร้ายเบียดเบียนก็สามารถเอาชนะผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เหมือนคนที่ไร้สิ้นซึ่งวาสนาแล้วก็ได้ต่อวาสนาออกไปให้ชนะ ให้สำเร็จ ให้เป็นคนเต็มคน..เหนือคน เจริญเติบโตงอกงาม

    พระนี้ท่านกำชับให้เอาไว้เร่งเอา..เอาความสำเร็จ เอาชัยชนะ เอาทุกอย่างที่อยากเอา ให้ก้าวไปถึงความดีงามความสำเร็จโดยผ่อนแรงเราให้น้อยที่สุด ให้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วยพุทธานุภาพ ทั้งดับล้างความชั่วแลอวิชชาให้หมดไป เปิดเส้นทางของตัวเองให้เราสร้างสรรค์ชีวิตเราได้ด้วยตนเอง สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นมงคลแก่ชีวิตตนเองออกมาเรื่อยๆ ด้วยพระพุทธานุภาพนั้นจะได้รักษาให้ปราศจากเภทภัยใดๆมารบกวนกล้ำกราย เพราะเช่นนั้นจงทำชีวิตให้ดี เดินอยู่ในทางสว่างอย่าได้กลัวสิ่งใดๆเลย คนที่รอคอยโอกาส คอยจังหวะ หรือรอให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วท่านว่าก็สมควรแก่เวลาแล้ว ฉากและนาฎลีลาที่ชีวิตเราจะดำเนินและเกิดขึ้นมาใหม่นั้นย่อมอยู่ในจุดที่สูงขึ้นเรื่อยไปไม่ต่ำลงอีก

    พ่ออาจารย์ท่านว่ากฤติยาคมแฝดอย่างแท้จริงขององค์พระรุ่นนี้คือท่านตั้งใจจะรวมกำลังขององค์พระศาสดาและมหาเทพเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการเกื้อกูลชีวิตผู้อาราธนาโดยตรง ให้ถือเป็นที่สุดแห่งธาตุ,แห่งธรรม..แห่งกำลังอย่างแท้จริง ท่านว่าเรื่องที่ดีงามก็ให้พระสนอง แม้เรื่องทางโลกที่พระไม่ยุ่งก็ให้องค์มหาเทพท่านสนอง ให้สองกำลังคอยหมุนเวียนเกื้อกูลซึ่งกันและกันคอยช่วยเหลือตัวเราอยู่เช่นนี้ เพื่อให้เราก้าวไปได้ไกลขึ้น ก้าวไปได้ไวขึ้น มีชีวิตที่สมบูรณ์ก่อนจะถึงกาลถึงเวลา ทั้งได้ใช้ชีวิตนั้นให้คุ้มกับที่เกิดมา

    คาถาบูชา
    สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น ท่านให้ท่องแค่นี้ ท่านว่าทุกสิ่งที่จะได้แก่ชีวิตเราล้วนเป็นลาภทั้งสิ้นอยากได้อะไรก็นึกเอา เร่งเอา ให้หมั่นท่องแล้วจะได้เอาลาภผลต่างๆทั้งหลายเร็วทันใจ)


    *** พระสูญทุกข์พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดหกองค์ รวมกับท่านได้เลี่ยมใส่อาราธนาเองด้วยจึงมีให้บูชาทั้งหมดห้าองค์เท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชานั้นให้แจ้งชื่อนามสกุลตลอดจนสิ่งที่ติดขัดไว้ด้วย ท่านจะบอกกล่าวองค์เหล็กไหลให้สงเคราะห์เป็นกรณีพิเศษ รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างวิหารทานสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระสูญทุกข์สามก้าวเหยียบสวรรค์พยุงโผนโจนข้ามวัฏสงสาร (ฝังองค์เหล็กอิศโรภาส) บูชา 4,000 บาท


    66838578-2575986182462442-2720293364569210880-n.jpg 66577176-2499079203649373-3119959965750525952-n.jpg
    64885994-359202688098883-1379958552524750848-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง(พุทธศาสตรา)

    " ให้เอาไว้ใช้ขัดเกลาตัวเองเพิ่มความสามารถในทุกด้านที่ขาดหายไป "


    องค์เจดีย์นั้นโดยปกติก็เป็นสถานที่สำคัญอันบุคคลเคารพนับถือและกระทำสักการะบูชามาทุกยุคทุกสมัย นอกจากนั้นยังมีธรรมเจดีย์ที่ใช้จารึกพระธรรมคำสอนในองค์พระศาสดาด้วย สืบเนื่องจากทรงมีพุทธดำรัสก่อนพุทธปรินิพพานว่า พระธรรมวินัยจักเป็นศาสดาแทนพระองค์จึงเกิดมีการคิดจารึกพระธรรมลงบนวัตถุในองค์เจดีย์แล้วนำมาบูชาแทนพระธรรม ด้วยสถานที่อันมีพระเจดีย์ต่างๆประดิษฐานตั้งอยู่นั้นจะเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความเจริญในพระพุทธศาสนา ยิ่งพื้นที่หรือภูมิภาคใดปรากฏมีพระเจดีย์อยู่มากก็แสดงว่ามีความเจริญและเข้าถึงศรัทธาแห่งมหาชนทุกหมู่เหล่ามากเป็นเงาตามตัวแล้ว พระเจดีย์ยังช่วยสร้างพลังแห่งความสุข ความสงบอันนำมาซึ่งสันติ ทั้งยังขจัดและสลายอารมณ์ร้ายทั้งหลายซึ่งเกิดจากความโกรธหรือความริษยาใดๆก็ดีให้จิตใจผ่องใสเบิกบาน

    เสด็จพระใหญ่นั้นท่านให้พ่ออาจารย์สร้างพระเจดีย์หรือที่ท่านเรียกว่า "มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง" เอาไว้เป็นการเฉพาะด้วยศาสตร์ลี้ลับ ท่านว่าเจดีย์นี้คือตัวแทนขององค์ธรรมราชอันจะประดิษฐานอยู่ภายในเปรียบดั่งเสาหลักอันเป็นแกนของมหาจักรวาล ซึ่งเป็นที่อาศัยของพลังงานและสิงสถิตย์ของทวยเทพทั้งหลาย มหาโพธิเจดีย์นี้เป็นรูปย่อของสัดส่วนจักรวาลซึ่งจะใช้ในการแผ่ขยายพลังงาน โดยอาศัยการสร้างพลังงานซึ่งดึงกระแสขึ้นมาจากพื้นโลก(ปฐพี)และอากาศ(นภา)ให้มาบรรจบกันในพระเจดีย์ที่เป็นดั่งแกนกลางเสาหลักแห่งจักรวาลหรือจะเรียกว่าเป็นดั่งจุดศูนย์รวมพลังงานก็ได้ มหาโพธิ์เจดีย์นั้นเมื่อตั้งบูชาอยู่ที่ใดก็เป็นดั่งศูนย์รวมพลังงานแห่งพุทธะ,โพธิสัตว์แลเทวะทั้งหลาย ยู่ในที่ใดก็เป็นสิริมงคลแก่สถานที่นั้นองค์โพธิ์เจดีย์นั้นย่อมสามารถแผ่พลังงานสร้างสรรค์ค้ำจุนสถานที่ซึ่งเราเลือกจะตั้งไว้ได้ แม้อยู่ติดตัวใครก็เป็นวาสนาของบุคคลนั้นด้วยองค์โพธิ์เจดีย์จะช่วยให้บุคคลผู้ปรารถนาความสงบในจิตใจ หรือบุคคลที่เจ็บป่วย ชีวิตขาดบางสิ่งบางอย่างเกื้อหนุน ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ ท่านว่าองค์เจดีย์นั้นจะเติมเต็มสิ่งที่เรียกว่าพลังงานชีวิตเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาเราทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานทางใจหรือสิ่งที่จำเป็นต้องแสดงออกทางกายภาพก็ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าปกติเครื่องมงคลนั้นจะใช้ส่งเสริมกำลังใจ แต่ในบางกรณีกำลังใจอย่างเดียวมันก็ไม่พอ มันต้องแก้ที่กายภาพด้วยจึงจะได้รู้ได้เห็น นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าคำว่าสัมผัสได้ด้วยใจหากแต่เป็นรู้สึกได้ทั้งกายทั้งใจเขาจะฟื้นฟูเยียวยาชีวิตเราขึ้นมาเช่นนั้น

    เสด็จพระใหญ่ท่านกำหนดรูปแบบและกำหนดพระยันต์บังคับที่พ่ออาจารย์ท่านจะใช้หุงธาตุกายสิทธิ์และเทหล่อหลอมออกมา ด้วยองค์เจดีย์นี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างตามศาสตร์สมเด็จองค์ปฐม ด้วยตั้งใจจะให้เอาไว้ใช้ขัดเกลาตัวเองเพิ่มความสามารถในทุกด้านที่ขาดหายไป จะช่วยนำโชคให้แก่ผู้ที่กำลังพยายามใช้ความเพียรเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์,ใช้แรง,ใช้ความคิด,ใช้การกระทำนำความสำเร็จมาสู่ตนเอง จะช่วยนำโชค นำชื่อเสียง นำความก้าวหน้าในกิจที่ทำอยู่มาให้เป็นขั้นเป็นระบบ พ่ออาจารย์ท่านว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาขัดเกลาเราให้เราเป็นยอดเป็นตัวตนที่สูงส่งที่สุด ฟื้นฟูและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายในตัวเรา ท่านว่าจะให้มานั่งบอกเป็นข้อๆมันก็ทำไม่ได้ นั่นก็เพราะสิ่งที่ขาดของคนแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทั้งยังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ชื่อเสียงแต่ละด้านก็ไม่เหมือนกัน ความสำเร็จก็แตกต่างกัน แต่ให้เข้าใจโดยรวมไว้ว่ามันคือการพัฒนา การฟื้นฟูและเยียวยาให้เราเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเต็มคนเช่นนั้น นอกจากจะฟื้นฟูเราแบบเร่งด่วนแล้วองค์เจดีย์นั้นยังขจัดพลังชั่วร้ายทั้งในตัวเราและพลังมารที่อยู่รอบตัวของเราด้วย ให้อารมณ์เราเสถียรปราศจากความโกรธความริษยา ให้เรามีสุขภาพที่ดี มีกายและใจที่เกื้อหนุนนำมาซึ่งความสำเร็จในสิ่งที่คิดจะทำ เขาช่วยได้แม้กระทั่งแก้ไขอาการเจ็บป่วยหรือขับไล่วิญญาณร้ายทั้งหลาย ฟื้นฟูกลั่นกรองร่างกายเราเปิดใช้งานโชคในตัวของเราเพื่อนำมาซึ่งโชคลาภบรรดามี พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านตั้งใจจะให้เครื่องมงคลนี้เป็นขวัญกำลังใจแก่คนที่ไร้วาสนา ท่านว่า"ต่อไปพวกเขาจะได้ออกแบบชีวิตได้ด้วยตัวเขาเอง"

    พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์มหาเจดีย์นั้นเป็นยอดเป็นสิ่งที่สูงเปรียบดั่งยอดเขาพระสุเมรุคือสูงที่สุดในจักรวาล คนที่ถือครองย่อมต้องเป็นยอดคน เป็นยอดกว่าใครทั้งหลายในทุกๆเรื่อง ด้วยเป็นพุทธศาสตราชนิดที่มีญาณมีความรู้สึกและจิตสำนึกเป็นของตัวเองเมื่อเราได้อาราธนา เขาจะสะท้อนลักษณะและสังเคราะห์ตัวของเรา เขาจะโฟกัสความคิดความต้องการของเรา ช่วยจัดระเบียบความคิดให้เราเพ่งเล็งเฉพาะกิจที่เราจะทำไม่วอกแวกหรือออกนอกลู่นอกทางมีอันเป็นไปต่างๆก่อนจะประสบความสำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาและเราจะจดจ่ออยู่กับความตั้งใจที่เราจะทำอะไรๆจนเสร็จไปเป็นเรื่องๆ เรียกว่าบังคับจิตใจเราให้จดจ่อกับงานกับสิ่งที่เป็นประโยชน์กับชีวิตขจัดสิ่งที่จะมารบกวนรอบตัวเรา หรือรบกวนระหว่างเราตั้งใจและออกแรงพุ่งเข้าสู่เส้นชัยชีวิตออกไป พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตคนนั้นถ้าลองจะทำอะไรแล้วมีสิ่งรบกวนเยอะๆก็จะประวิงเวลาให้ช้าลง บางคนเลวร้ายหน่อยก็ต้องเก็บพักยกเลิกไปเลยก็มี นั่นคือสิ่งรบกวนนั้นนำเราออกจากความตั้งใจหรือบั่นทอนกำลังใจเราไปหมดแล้ว องค์เจดีย์ที่เป็นญาณศาสตรานี้เพื่อจะทำให้เราพุ่งเป้าเข้าสู่ความสำเร็จได้เขาก็ต้องจัดระเบียบกับสิ่งที่คอยรบกวนเราได้ เพราะสิ่งรบกวนทั้งหลายนั้นมักจะนำมาซึ่งความสูญเสีย ทำให้เกิดเรื่องเสียหายเสียเงินเสียทองเสียอวัยวะหรือแม้แต่เสียชีวิต เป็นอุบัติเหตุที่จะชะลอเราให้หยุดการพัฒนาตนเอง นอกจากนั้นองค์เจดีย์ยังขัดเกลาฟื้นฟูภูมิปัญญาของเราด้วย จะเห็นได้ว่าเมื่ออาราธนานั้นจิตใจจะปลอดโปร่งความคิดแจ่มใสหรือสมองจะแล่นแต่เหนือไปกว่านั้นคือเขาพัฒนาภูมิปัญญาของเราให้สมบูรณ์แบบที่สุด ให้เราเห็นในมุมมองในโลกทัศน์ที่เราไม่เคยเห็น ให้ความคิดอ่านเราเฉียบแหลมมากขึ้น ให้เห็นตามจริงในสัจธรรมและสิ่งที่ควรจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่เรานึกคิดนึกฝันไปเอง

    นอกจากนั้นเจดีย์นี้ยังได้ชื่อว่าเจดีย์ขังมารเพราะสามารถใช้กักขังวิญญาณภูติผีปีศาจหรือขังได้แม้แต่เทพเจ้า ท่านว่าองค์เจดีย์นั้นแต่ละชั้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่ทุกชั้นนับตั้งแต่มังกรทองตลอดจนเทพและโพธิสัตว์ทั้งหลายคอยควบคุมองค์เจดีย์ทั้งเจ็ดชั้นอยู่ทุกๆชั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเจดีย์นี้มีพลังน่าอัศจรรย์เพราะว่าสามารถใช้กักขังจิตวิญญาณศัตรูได้ ท่านว่าถ้ามีใครมาให้ร้ายหรือใส่ร้ายเราเป็นคู่แข่งที่เราเอาชนะไม่ได้ก็ให้อธิษฐานใช้เจดีย์ครอบเขาไว้ จะได้คุมขังวาสนาของเขาเอาไว้ก่อนเพื่อให้เราไม่ได้รับอันตรายหรือให้เราเอาชัยเขาเช่นนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากใช้เป็นจริงๆแล้วเจดีย์ขังมารนี้เสด็จพระใหญ่ท่านทำให้เป็นพุทธศาสตราระดับสูงจริงๆ เพราะว่านอกจากขังแล้วยังใช้ทรมานขัดเกลาด้วยเพลิงประลัยกัลป์ก็ยังได้ ท่านว่าแต่ละชั้นก็มีทั้งไฟกรดน้ำกรดและโทษทัณฑ์ต่างๆมากมาย แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าเฉพาะคนตาดีเท่านั้นถึงจะเห็น และท่านก็ไม่ได้ตั้งใจสร้างเพื่อเอาไว้ให้ใช้ทำร้ายใคร ท่านตั้งใจจะให้ใช้เพื่อทำชีวิตให้เจริญเท่านั้น ให้ใช้คุ้มครองพลังด้านลบ ยกตัวเราพ้นจากความทุกข์ทรมาน ให้คุ้มครองให้พ้นจากโรคจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ให้คุ้มครองในกิจที่เราทำ ในการลงทุนที่ชีวิตเรามีความเสี่ยงต่อการล้มเหลว กระตุ้นให้มีผู้เกื้อกูลมีคนสนับสนุน กระตุ้นโชค กระตุ้นการตื่นรู้ เพื่อจะเปลี่ยนเราให้มีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหนือนคนทั้งแผ่นดิน

    พ่ออาจารย์ท่านเปรียบองค์เจดีย์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง เมื่อไปปรากฏเกื้อกูลแก่ชีวิตใคร ชีวิตเขาต้องตกอยู่ภายใต้ความเจริญรุ่งเรืองนี้ ด้วยพระพุทธานุภาพดุจชีวิตเขาได้อยู่ใกล้พระบรมศาสดาในกาลทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเจริญรุ่งเรืองในลาภยศทรัพย์สินศฤงคารและจตุปัจจัยจะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลื่อนระดับความสำเร็จของชีวิตตัวเองให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่ง มีสติปัญญาที่เปิดกว้าง มีไหวพริบปฏิภาณ ง่ายต่อการศึกษาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ องค์ความรู้ที่ติดขัดที่ไม่เป็นระเบียบและยังไม่เข้าใจตลอดจนสิ่งที่หาสาเหตุไม่ได้หาความสำเร็จไม่เจอจะค่อยๆเปิดโล่งเผยให้เราได้รู้ได้เห็น พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์เจดีย์นี้เป็นของสูงถ้าจะตั้งบูชาก็ให้ใส่พานวางไว้ในจุดที่สูงที่สุด ยิ่งสูงเท่าไหร่ชีวิตเราก็สูงขึ้นมากตามไปด้วยเช่นนั้น แต่หากจะอาราธนาไว้กับตัวแล้วก็ให้ใส่คอบูชาเอาไว้ห้ามพกต่ำเขาจะได้ขัดเกลาศักยภาพในตัวเราให้เด่นชัดขึ้นไปเรื่อยๆ เอาว่าอย่าไว้ต่ำยิ่งสูงเท่าไหร่ก้ยิ่งดีแก่ตนเองมากขึ้นเท่านั้น จะทำให้ชีวิตเจริญขึ้น หน้าที่การงานก้าวหน้าและก้าวไปได้ไกลมากขึ้นกว่าที่เราคิดหรือมองเห็นได้ ท่านว่าเจดีย์นี้จะหนุนให้เราโตไปเรื่อยๆ..โตแล้วก็ยังโตต่อไปได้อีกเป็นลำดับขั้น ไม่ใช่หยุดที่คำว่าโตขึ้นเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าการที่จะสร้างเครื่องมงคลออกมาเป็นรูปเจดีย์นั้นแน่นอนว่าเคื่องมงคลนั้นต้องเป็นสิ่งที่สูงมากๆ แม้อาราธนาก็ให้ไว้ในที่สูง แม้วางก็ให้วางใส่พานไว้ในที่สูงเช่นนั้นเพราะถือว่าเป็นของสูง ท่านว่าถ้าได้อาราธนาติดตัวเขาจึงความโดดเด่นในตัวเราออกมาเพื่อให้ส่งผลดีต่ออาชีพการงานทั้งนั้น ทั้งยังขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้ายออกไปพร้อมกันด้วยการเดินปราณของตัวเขาเอง คนที่ชีวิตลำบาก ### ท่านว่าเขาจะรู้สึกตัวได้ว่าเขาลำบาก ใช้ชีวิตยากกว่าคนอื่นที่ทำอะไรง่ายๆก็ได้ผลดีแล้ว นั่นคือชีวิตเขาขาดพลังหนุนส่ง พลังชีวิตของเขาไม่เพียงพอกับวาสนาหรือสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เพราะเขาต้องการพลังงานที่เยอะกว่าคนอื่นองค์เจดีย์นั้นก็จะเสริมธาตุปรับพลังให้เขาได้ใช้พลังงานที่สมควรแก่กิจที่ทำไม่ขาดไม่เกิน แม้เราจะมองไม่เห็น แต่เราจะรู้สึกได้ว่าเขาส่งผ่านพลังงานเข้ามาในตัวของเราตลอดเวลา ยิ่งผู้ที่ต้องแข่งขันหรือมีลูกน้องให้ควบคุม ท่านว่าพูดง่ายๆคือต้องทำงานอยู่กับคนหมู่มากเขาก็จะล้างอาถรรพ์ต่างๆในชีวิตให้ แม้ใส่พานตั้งไว้ในสถานที่ใด หากเป็นสถานที่ที่มีพลังงานกดดันผู้อยู่อาศัยหรือข่มเราไว้ไม่ให้เราเจริญรุ่งเรืององค์เจดีย์ท่านก็จะล้างอาถรรพ์ทั้งหลายเหล่านี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าหากเอามาแช่น้ำอาราธนาปลดปล่อยตัวเองก็ดีหรือที่อยู่อาศัยที่ต้องอาถรรพ์ต่างๆก็ดีท่านว่าใช้ขับล้างได้ทั้งหมด ชีวิตและสถานที่นั้นจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยพลังงานนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ท่านว่าใช้ได้หมดเหมือนห้อยพระแต่มีข้อห้ามอย่างเดียวคือห้ามหาย ท่านว่าองค์เจดีย์นี้มีอานุภาพมากต่อให้ทำหักครึ่งไปแล้วก็ยังใส่พานอาราธนาใช้ได้เหมือนเดิม

    ด้านหลัง องค์พระเจดีย์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติแล้วย่อมเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุทั้งหลาย เสด็จพระใหญ่ท่านจึงให้พ่ออาจารย์ท่านนำพระธาตุเสด็จหรือพระธาตุที่มีอิทธิฤทธิ์อันจะจรไปได้ในอากาศที่ท่านทำการอัญเชิญมาบูชาไว้ อันเป็นพระธาตุของพระพุทธองค์และองค์อรหันต์ทั้งหลายที่พ่ออาจารย์ท่านบูชาไว้นับได้ร้อยแปดองค์ ท่านให้ขออนุญาตินำองค์พระธาตุนั้นมาพลีทำผงผสมเข้ากับผงจักรพรรดิ์และผงพุทธคุณทุกสูตร ปั้นเป็นเม็ดเพื่ออุดไว้หลังพระเจดีย์ ดุจว่าพระเจดีย์นี้ได้ประดิษฐานไว้แล้วซึ่งพระมหาธาตุทั้งหลายมีพลังพระพุทธคุณที่ได้อาราธนาบรรจุไว้เต็มกำลังพุทธภูมิแล้วอันชนจะได้กระทำสักการบูชาสาธุการเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิตสืบต่อไป

    มหาโพธิ์เจดีย์นั้นมีพลังที่จะใช้แก้เคล็ดยามชีวิตเราจนมุมมได้เสมอ
    ##วิธีบูชา
    ท่านให้เอาเส้นผมของตัวเองติดไว้กับพระเจดีย์ เพื่อองค์เจดีย์นั้นจะได้สื่อเข้ากับปราณของเราและขังพลังงานตลอดจนสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่ก่อให้เกิดผลด้านลบกับชีวิตเราหรือเล่นตลกกับเราอยู่ไม่ว่าจะเกิดด้วยอานุภาพของเทวดาหรือเจ้ากรรมนายเวรเจ้าบุญนายคุณและภูติผีอสูรกายใดๆก็ดีก็จะพ่ายแพ้หนีหายพ้นร่างเราไปทั้งสิ้น(ท่านว่านี่ถ้าไม่หนีย่อมโดนขังอย่างเดียวเลยนะ) ถ้าจะแก้อาถรรพ์สถานที่อยู่โดยถาวรณ์ก็ให้นำดินในสถานที่นั้นมาปั้นเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆแล้วเอาพระเจดีย์ทับไว้ก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะลบพลังร้ายทั้งหลายในบริเวณนั้นทั้งดูดกลืนมาขังไว้ในองค์พระเจดีย์ พ่อาจารย์ท่านว่าพระเจดีย์นี้ใช้ข่มอิทธิพลลบทั้งหลายได้หมดทั้งสิ้นไม่ว่าจะของมนุษย์,ภูติผี,เทพ,พรหม,หรือแม้แต่อิทธิพลจากดวงดาว อให้เป็นเรื่องที่จะนำเคราะห์ร้ายมาให้เราเขาจะข่มและดูดกลืนไว้เพราะเขาเป็นญาณวัตถุที่จะแล่นไปกระทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองไม่ใช่ว่าต้องรอเราอาราธนาอย่างเดียว

    คาถาบูชา
    วันทามิ ภันเต เจติยัง สัพพัง สัพพัตถะ ฐาเน สุปะติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ มะหาโพธิง พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทาฯ


    *** องค์พระเจดีย์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพุทธศาสตรา เป็นของคู่กายเฉพาะตน ##ท่านว่าถ้าจะให้ดีควรบูชาไว้เป็นคู่องค์หนึ่งติดกายองค์หนึ่งนั้นใส่พานไว้ในบ้านหรือที่ดินที่ทำงานของตน(ในกรณีที่มีอาถรรพ์ทั้งการดำเนินชีวิตและสถานที่อยู่อาศัย) หากจะพิจารณาใช้เฉพาะตนหรือใช้บูชาเฉพาะในสถานที่ ท่านว่าก็ทำได้ให้พิจารณาเอาว่าชีวิตนั้นมีปัญหาแท้จริงที่ตรงไหนชีวิตของตนหรือสถานที่อยู่อาศัย รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลความประสงค์และเรื่องติดขัดทั้งหลายไว้ด้วยท่านจะได้บอกกล่าวเหล่าเทพและพุทธะ,โพธิสัตว์ในองค์พระเจดีย์นั้นเป็นการสมควรเฉพาะเจาะจง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กไร้โอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์เล่าเรียนสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง(พุทธศาสตรา) บูชา 2,500 บาท

    67401928-1316484791851721-9184774067708755968-n.jpg 67095750-431650564087151-5120001505352482816-n.jpg
    67413535-344655196436274-2721691080071315456-n.jpg
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,160
    ค่าพลัง:
    +21,959

แชร์หน้านี้

Loading...