ร่วมทำบุญบูชา มหาธาตุสำเร็จองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณในบาตรช่อฟ้า(องค์ธาตุแห่งอาตมัน) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตัวครูมหากวักบาตรสัมฤทธิ์ (คุณพระมาโปรด)

    "ตะกรุดตัวนี้เป็นตะกรุดทิพย์นะ"
    วิชาทำตะกรุดคุณพระมาโปรดนี่พ่ออาจารย์ท่านว่าลึกซึ้งอย่างมาก เพราะกว่าจะทำได้แต่ละแผ่นไม่ใช่แค่ลงจารแล้วเสกเท่านั้นก็จะเสร็จ หากแต่ยังมีเคล็ดต่างๆอีกมากที่ต้องทำให้ตรงตามครูสั่ง ท่านว่านอกครูไม่ได้เลย ดังนั้นตะกรุดนี้จึงพูดได้แต่เพียงกว่ากว่าจะม้วนได้นั้นยากนัก


    ตะกรุดคุณพระมาโปรดนี้ทำได้ยากนัก พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นของคุณพระ สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์ลงจารแผ่นทำสะสมไว้ ด้วยอาศัยพุทธกิจที่ทรงบำเพ็ญอยู่ทั้งห้าอย่าง ซึ่งเป็นกิจวัตรหลักของพระพุทธเจ้าทุกองค์ที่ทรงทำอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืนให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ด้วยพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นทรงสำเร็จกิจส่วนพระองค์นั่นคือมีอัตตหิตประโยชน์หรือประโยชน์ของพระองค์เองเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ดีแล้วหลังจากบรรลุพระโพธิญาณตัดสิ้นอาสวะกิเลสให้หายขาดไป เช่นนั้นท่านจึงใส่ใจในประโยชน์ของชาวโลกเพื่อสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นกับโลกด้วยการนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน เช่นนี้จึงถือเป็นพุทธกิจที่พระองค์จะโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายบางทีก็เสด็จโดยปกติแต่บางทีก็ทรงกระทำปาฏิหาริย์แตกต่างกันไปเพื่อเจริญศรัทธาแก่สาธุชนทั้งหลาย ด้วยพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นจะทรงใช้ทิพย์จักษุสอดส่องทั้งหมื่นโลกธาตุแผ่ข่ายพระญาณออกไปตรวจดูสรรพสัตว์ที่มีบุญญาธิการได้สร้างสมคุณงามความดีไว้ดีแล้ว ท่านจะดูว่ามีบุญมากพอที่จะบรรลุธรรมาภิสมัยหรือไม่ อย่างไร หากมีวาสนาแล้วแม้อยู่ไกลเพียงใด แม้อยู่ต่างภพ,ภูมิหรือมิติพระองค์ก็จะเสด็จไปโปรดไม่เลือกย่อท้อต่อระยะทางไกลใกล้นั้นเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดคุณพระมาโปรดนี้ก็เช่นกันเป็นตะกรุดที่จะมีไว้ใช้กันเฉพาะผู้ที่ถูกเลือกสรรค์เท่านั้น ให้คุณพระท่านโปรดท่านสงเคราะห์ให้มีโอกาสได้รับความสุขได้รับกุศลกรรมตอบแทนความยากลำบากไม่เลือกว่าจะเป็นวิธีธรรมดาหรือว่าได้มาโดยปาฏิหาริย์ ดั่งพุทธกิจแห่งองค์พระตถาคตเจ้าที่ต้องการจะช่วยเหลือทุกๆคนโดยไม่ย่อท้อ

    สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์ลงวิชาบาตรสัมฤทธิ์เอาไว้ ท่านว่ามีวิชาบาตรนี้คิดทำสิ่งใดก็สัมฤทธิ์ผล ดั่งที่ทราบกันดีแล้วว่าบาตรนั้นเป็นของใช้ส่วนตัวสำหรับพระภิกษุและพระภิกษุทั้งหลายก็ได้รับการอบรมสืบต่อกันมาให้ดูแลรักษาบาตรที่ใช้นั้นเป็นอย่างดี เรียกว่าบาตรของตนก็ต้องรักษาให้ดีที่สุดด้วยคตินับแต่โบราณที่นิยมรักษาสืบทอดกันมาว่าพระหนึ่งรูปจะมีบาตรได้เพียงหนึ่งใบเท่านั้น

    ดังนั้นวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้จึงเป็นวิชาเปิดบาตร เปิดทางความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพย์สินเงินทองสิ่งก่อสร้างทั้งหลายให้พรั่งพร้อมด้วยจตุปัจจัย ดุจได้รับลาภสักการะมากมายทั้งจากมนุษย์และเทวดาไม่รู้จบสิ้น ทั้งการบิณฑบาตรนี้ก็เป็นทั้งพุทธประเพณีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงทำสืบทอดกันมาตลอด แม้ในพระภิกษุก็รับประเพณีนี้สืบต่อกันมา สมเด็จองค์ปฐมท่านจึงแนะนำพ่ออาจารย์ว่า "บาตรนั้นเป็นเครื่องมือสำหรับโปรดสัตว์วิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ก็เช่นกัน เป็นวิชาที่จะใช้โปรดสัตว์ทั้งหลายให้แปรเปลี่ยนไปสู่หนทางที่ดี" แม้ในบางบุคคลที่มีกรรมอันแก้ได้ยาก มีกรรมหนักอันรุนแรง ท่านว่าคนเหล่านี้ก็ต้องอาศัยวิชาบาตรสัมฤทธิ์ช่วยแก้ไข ด้วยบาตรนั้นใช้โปรดเวไนยสัตว์ ดังนั้นสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายเมื่อมาอยู่ในบาตรนี้ย่อมแปรเปลี่ยนเป็นของดีทั้งสิ้น ใครที่ชีวิตมีเรื่องรบกวนรุมเร้ามากก็ให้อธิษฐานเอาเรื่องและความกังวลทั้งหลายใส่ลงในวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี่เสีย ท่านว่าสิ่งที่ไม่ดีคุณพระท่านก็เปลี่ยนให้ดีได้ แม้คาดเอาไว้เฉยๆก็ยังแก้ชงเปลี่ยนปัญหาชีวิตให้เจอแต่ความสุขได้

    ทั้งวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ยังช่วยแก้ไขแม้แต่อาถรรพ์ต่างๆทั้งในตัวเองและรอบๆตัวได้ ท่านว่าไม่เพียงแต่แก้อาถรรพ์แก้ชงเท่านั้น ต่อให้ใครถูกผีเข้าเจ้าสิง เอาตะกรุดนี้ไปสวมคอเถิด ดุจเธอเอาบาตรสัมฤทธิ์ไปครอบหัวเขาอย่างนั้น ดังนั้นนี่จึงเป็นวิชาแก้ปมอาถรรพ์ทุกสิ่ง ในทางกลับกันตัวเธอที่สวมตะกรุดนี้ก็จะมีกำลังใจสูงขึ้น นั่นเพราะอะไร *** พ่ออาจารย์ท่านว่าคนมีไหวพริบเขาจะรู้ทันทีว่าเวลาแรงครูประสิทธิ์ประสาทชัยมงคลนั้นเป็นอย่างไร เพราะวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้หากเธอนำมาคล้องคอก็เท่ากับว่าเธอเอาบาตรครอบหัวดุจครอบครูอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้น ด้วยบาตรเป็นสิ่งที่ใช้รับความอุดมสมบูรณ์ทั้งหลาย เป็นสิ่งที่พระใช้ฉันกันทั้งเช้าทั้งเพลเช่นนั้นจึงถือว่าเป็นสุดยอดโภคทรัพย์ชักนำให้แรงครูหนุนเป็นมหาเศรษฐี ดุจดั่งชีวิตของพระที่ทั้งชีวิตมีบาตรเพียงใบเดียวตั้งแต่บวชจนมรณะภาพก็ใช้เพียงบาตรนั้นเลี้ยงชีพ ใส่ทั้งข้าวปลาอาหารใส่ทั้งปัจจัยต่างๆใส่สารพัดตลอดชีวิตก็ไม่เคยเต็มซักที สมเด็จองค์ปฐมท่านว่าวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ดุจเสกบาตรแห่งพระตถาคตเจ้ามีคุณอนันต์ดุจว่าบาตรใบเดียวใช้เลี้ยงได้ทั้งวัด เช่นนั้นเรื่องอื่นจึงนับไม่เป็นอันใด พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังชีวิตเราครอบครัวเราใช้เพียงวิชาบาตรนี้ก้หาเลี้ยงได้บริบูรณ์ทั้งสิ้น

    วิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้ดีอย่างไร วิเศษแค่ไหน พ่ออาจารย์ท่านว่าหากไม่มีบาตรความอุดมสมบูรณ์และโภคทรัพย์ต่างๆย่อมไม่ต่างจากสิ่งว่างเปล่าเพราะไม่มีสิ่งใดจะมีฤทธิ์มารองรับสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าวิชาบาตรสัมฤทธิ์ ไม่มีบาตรทุกสิ่งย่อมคว่ำตกหกคะเมนสูญหายไปในอากาศเช่นนั้น เช่นนั้นวิชานี้จึงวิเศษทางโปรดสัตว์,โปรดชีวิต เป็นตัวช่วยชั้นครูที่จะหนุนเราโปรดเราให้มีกินมีใช้ไม่รู้จบสิ้น โปรดให้เกิดโภคทรัพย์มหาศาลดั่งปาฏิหาริย์ที่ได้รับจากการสร้างกุศลกรรม ทั้งเรียกหา ทั้งเร่งให้มา ทั้งรองรับความพรั่งพร้อมในจตุปัจจัยทั้งหลายมากมายสุดจะประมาณดั่งบาตรสัมฤทธิ์ที่เลี้ยงคนได้ทั้งชีวิตแม้ใส่เท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็มเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าหลักๆนะพูดสั้นๆเลยคือเหลือกินเหลือใช้

    ...กว่าจะม้วนเป็นตะกรุด
    ตะกรุดรุ่นนี้ที่ว่าทำยากเพราะพ่ออาจารย์ท่านทำคนเดียวไม่ได้ ด้วยสมเด็จองค์ปฐมท่านให้เคล็ดและวิธีการสร้าง นอกจากการลงจารคาถาวิธีกำหนดจิตต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าพอรู้ปุ๊ปก็รู้เลยว่าตะกรุดแบบนี้ท่านกะจะให้ทำครั้งเดียวแน่ๆเพราะกว่าจะได้แต่ละดอกนั้นไม่ง่ายเลย ฉันต้องลงจารและเสกแผ่นตะกรุดจนสำเร็จก่อน จากนั้นก็ให้พระที่มาเรียนวิชาฝากท่านไป บอกว่าทุกเช้าให้เอาแผ่นยันต์พระคาถานี้หนึ่งแผ่นใส่ไว้ก้นบาตรก่อนออกไปบิณฑบาตร ให้ทำเช่นนี้เรื่อยๆไปวันละแผ่นและต้องทำทุกแผ่น เป็นเคล็ดที่ว่าพระออกบิณฑบาตรนั้นคือการโปรดสัตว์ท่านว่าตะกรุดนี้อยู่ในบาตรก็เช่นกัน นั่นคือออกไปโปรดสัตว์จริงๆพอพระเปิดบาตรทีก็ได้อาหารบิณฑบาตรทันที พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือการโปรดสัตว์เปิดทางโชคลาภต้องทำอยู่เป็นเดือนวันละแผ่นกว่าจะได้ครบ ท่านที่มาเรียนยังพูดติดตลกว่าไม่รู้ครึ้มอกครึ้มใจอะไรเอาแผ่นยันต์ของพ่อครูรองก้นบาตรญาติโยมใส่กันพูนบาตรเต็มย่ามทุกวัน แม้แต่รถที่ขับผ่านไปแล้วยังจอดลงมาใส่แถมได้ถังสังฆทานมาอีกวันละใบสองใบเป็นเช่นนี้อยู่ทั้งเดือน ท่านว่าต้องรีบบิณรีบกลับวัดเพราะไม่มีมือจะหิ้ว เดินออกไปนิดเดียวก็เต็มแล้ว

    นอกจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าแค่โปรดสัตว์รับบาตรนั้นยังใช้ไม่ได้เพราะกว่าจะสำเร็จได้ม้วนตะกรุดกันนั้น สมเด็จองค์ปฐมท่านให้ทำตามเคล็ดของท่านทุกอย่างทีเดียว เราก็ขอให้พระรูปเดิมท่านช่วยเอาแผ่นยันต์นี้อีกหนหนึ่งไปวางไว้ใต้ผ้ารับประเคน ท่านว่า
    กางผ้ารับประเคนแล้วสอดแผ่นยันต์นี้ไว้ด้านใต้ให้ทำเช่นนี้วันละแผ่นเวียนไปจนครบแม้ตัวท่านไม่อยู่หน้ากุฏิก็ยังวางทิ้งไว้เช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคุณพระรูปนั้นท่านดีใจใหญ่เลยท่านว่าพ่อครูทำยันต์อะไรสอนผมบ้าง เพราะพอสอดแผ่นยันต์ไว้ใต้ผ้าวันๆนึงเหมือนเรามีเครื่องเรียกลาภสักการะเลย ขนาดตัวผมไม่อยู่วางผ้ารับประเคนไว้เฉยๆกลับมาเห็นยังมีปัจจัยวางไว้บ้าง,มีน้ำปานะบ้าง ท่านว่ามีแม้แต่เครื่องชงกาแฟไม่รู้ว่าใครเขาแห่กันเอามาถวายได้ทุกวัน บางวันคิดๆว่าเราขาดสิ่งใดอยู่ดีๆก็มีคนเอามาให้เป็นแบบนี้อยู่ทั้งเดือน ปกติพระไม่อยู่โยมเขาก็กลับ แต่ตั้งแต่วางแผ่นยันต์ไว้ใต้ผ้ารับประเคนก็เจอแต่เรื่องแปลกๆทุกวันเต็มไปหมด พ่ออาจารย์ท่านว่าผ้ารับประเคนนี้เป็นเคล็ดที่เสด็จพระใหญ่ท่านให้ทำเพราะเป็นผ้าที่มีไว้แต่รับอย่างเดียว รับ รับ รับและรับเข้าไม่มีไหลออก แม้ตัวเราอยู่เฉยๆกับที่ก็มีคนถ่อมาหา ถ่อมาให้เรารับ มาประเคนให้ถึงมือ มอบให้ถึงที่ เช่นนั้นวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้สมเด็จองค์ปฐมท่านจึงเจาะจงให้ทำอาถรรพ์กับผ้ารับประเคนทีละแผ่น ดุจวิชานี้เป็นสายใยที่จะเชื่อมชีวิตเข้ากับสมบัติต่างๆให้ความปรารถนาให้ทรัพย์สินและปัจจัยสี่ที่ต้องการวิ่งเข้ามาหาเราเอง ให้เราได้สิ่งที่อยากได้อย่างสะดวกสบาย จะมีคนมาหา มีทางมาให้เดิน เป็นที่มาของการเพิ่มพูนความสุขตลอดไป

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดตัวนี้เป็นของทิพย์เพราะกว่าจะเสกกว่าจะม้วนได้ไม่ใช่ง่ายเลย พอได้กลับมาแล้วยังต้องอาราธนาสมเด็จองค์ปฐมท่านทำวิชาให้อีกวาระหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระนั้นท่านบอกว่าตะกรุดนี้มีนางฟ้ารักษาอยู่ทุกดอกชื่อ"นิลบรรพตเทพสุดา" เรียกว่าแม่เทพสุดาก็ได้ เพราะเป็นชื่อเต็มของนางฟ้าที่คนนิยมบูชาหรือที่พวกเธอรู้จักกันในชื่อนางกวักเป็นชื่อปางเทพของท่าน นี่สมเด็จองค์ปฐมท่านเจาะจงเลยให้ท่านมารักษาตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะได้นำมาซึ่งแก้วแหวนเงินทอง กวักมาซึ่งสรรพสมบัติศฤงคารแลโภคทรัพย์ทั้งหลาย ทั้งยังอำนวยศรีสวัสดิ์ปัดสรรพภัยทุกประการ ท่านว่านี่แม่นางฟ้าเค้าจะกวักมาลงบาตรโดยตรงเลย ทั้งกวักทั้งเรียกให้เข้ามาหาเป็นตัวช่วยชั้นดี พวกเธอเอาไปใช้เถอะจะได้รู้จักคำสักสองคำที่ว่า "กินไม่หมด" กับ "ยังไม่พอ" นั้นเป็นอย่างไร ท่านจะรักษาเราให้มีโชคลาภประสบแต่ความโชคดีทั้งดึงดูดให้คนรักใคร่เมตตา เอาไปใช้เถอะจะเป็นเรื่องหน้าที่การงานหรือดลจิตดลใจให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้านายเมตตาสงสาร ท่านว่าใช้ได้หมด ใช้กันให้ดีเพื่อผลประโยชน์แก่ตัวเองจะช่วยให้เธอโชคดีดึงดูดสิ่งที่คู่ควรได้มากและไวขึ้น

    ตะกรุดคุณพระมาโปรดนี้ นอกจากมีคุณวิเศษและวิธีการสำเร็จที่ซับซ้อนแล้วผู้ได้พกไว้ยังเป็นเมตตาอย่างเอกด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอเคยได้ยินมั๊ย เวลาพระท่านมาโปรด ท่านจะพูดจะขออะไร ท่านจะพูดว่าขอบิณฑบาตรนะหรือขอบิณฑบาตรเถอะโยม เช่นนี้เป็นใจอ่อนทุกรายต้องเกรงใจหน้าพระกันอยู่หลายส่วน พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จะขอบิณฑบาตรนี้ก็คือสิ่งที่ไม่ดีของเรา สิ่งไหนไม่ดีในตัวเราท่านว่าให้คุณพระบิณฑบาตรลงในตะกรุดวิชาบาตรสัมฤทธิ์เสียให้หมด อะไรที่ไม่ดีนั้นอย่าได้เอาติดตัวไปเลย ไม่ว่าจะความแค้น,ความอาฆาต,พยาบาท,จองเวรใดๆ..สิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้นทิ้งมันไปเสีย ทั้งวิชาบาตรสัมฤทธิ์นี้จะแปรเปลี่ยนพลังร้ายที่คุณพระท่านบิณฑบาตรจากเราไปให้เป็นพลังมงคลนำพาเราไปในหนทางที่ดี เช่นนั้นจึงกล่าวได้ว่าอะไรที่ไม่ดีไม่งามก็ให้พระท่านบิณฑบาตรไว้ เพราะเราเป็นผู้ที่ถูกเลือก ผู้ที่ได้รับการโปรดอยู่เช่นนั้น

    ทั้งนี้เมื่ออาราธนาตะกรุดคุณพระมาโปรดพ่ออาจารย์ท่านว่าให้สังเกตุตัวเองดูสิ่งหนึ่ง วันไหนที่เอามาคล้องคอเธอจะรู้สึกได้ทันทีว่าจิตใจเธอนั้นเบิกบานแจ่มใส ไม่มีความเศร้าหมอง ท่านว่าตรงนี้ใจที่เบิกบานจะมีพลังงานมากจะทำงานทำสิ่งใดก็ได้รับผลดีเพราะเธอมีพลังใจ คุณพระท่านจะรักษาไปทุกเรื่อง พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอสังเกตุเอาเองนะแต่ฉันจะบอกคร่าวๆ ถ้าเป็นอย่างอื่นที่เกินกำลังเทวดาส่วนใหญ่มักจะปล่อยวาง แต่อย่าลืมว่าตะกรุดนี้มีนางฟ้าสำคัญอยู่ท่านจะช่วยทุกเรื่อง ให้อาราธนาไว้ติดตัวสู้กับพิษเศรษฐกิจดู และทั้งนี้พุทธคุณแห่งตะกรุดยังเป็นไปเพื่อสันติสุขของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริง เพื่อให้เจริญศรัทธาได้อย่างมั่นคงในคุณพระและพระศาสนา พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ไม่ต้องบนต่อให้ได้ทรัพย์ถูกหวยมีปัจจัยเท่าไหร่ก็ไม่ต้องบน แต่หากจะตอบแทนคุณพระคุณครูบาอาจารย์ ก็ให้กระทำความดี หมั่นปฏิบัติธรรมขององค์พระศาสดาถวายเป็นพุทธบูชาดีกว่าอามิสบูชาทั้งหลายทั่วไป เท่านี้ก็เป็นการตอบแทนคุณครูและคุณพระแล้วอย่างแท้จริง ขอให้ท่านรักษาให้ดี เก็บไว้ในที่อันสมควรจะนำมาแขวนคอก็ได้ จะมิรู้จักอด,อยาก,ยากจน,ความสิ้นหวัง,ความล้มเหลวใดๆเลย

    พ่ออาจารย์ท่านปรารถนาจะให้คนนำไปใช้ทำกิจการใดก็จะมีแต่รุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า มีโชคมีลาภเงินทองไหลมาเทมา อุดมสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ ทำกิจการค้าขายก็ให้ซื้อง่ายขายคล่อง อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่เมตตา ไม่อด ไม่อยาก ไม่ยาก ไม่จน ไม่ขัดสนด้วยประการทั้งปวง... ดังนั้นท่านจึงว่าตะกรุดนี้มีผลทางโชคลาภและการเงินมากใครได้ใช้ได้บูชาจะร่ำรวยใหญ่ไม่มีทางอดอยากขัดสนเลย วิชาบาตรสัมฤทธิ์ของสมเด็จองค์ปฐมนี้ ท่านว่ากว่าจะทำได้แต่ละดอกนั้นนับว่ายากนักและก็คงไม่มีใครทำอีกแต่บัดนี้เราก็ได้ทำให้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้เป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงบาตร ถึงคุณพระ ถึงการทำทานทำคุณงามความดี ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านอธิษฐานไว้ให้คนที่ใช้บูชาทำมาหากินคล่องตัวทุกคน ให้รวยใหญ่,ให้ประสบความสำเร็จไม่รู้จักคำว่ายากว่าจนเลย ทั้งทรัพย์สินการงานการเงินก็ให้ไหลมาเทมาเพิ่มขึ้นมากล้นทุกอย่างไปสมดั่งเจตนา

    คาถาบูชา
    # พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของทิพย์ยกตะกรุดไหว้จบหัวแล้วใช้ได้เลย


    *** ตะกรุดสำคัญนี้ท่านว่ามีเจ้าของ มีผู้จับจองและมีผู้รับไปใช้แน่นอนแล้วทุกดอก ท่านว่าไม่ต้องกังวลเลย รุ่นนี้ต่อไปจะมีค่ามากกว่าทองคำเธอคอยดูเถอะ ใครที่เขามีเขาได้ใช้แม้เอาทองมาแลกเขาก็ไม่ขายไม่ให้หลุดมือไปได้เลย ตะกรุดตัวครูมหากวักบาตรสัมฤทธิ์นั้นรับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุน ทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตัวครูมหากวักบาตรสัมฤทธิ์ (คุณพระมาโปรด) บูชา 900 บาท


    65237596-371622630220165-1966997581644955648-n.jpg
    64990535-381702106031046-8077255998122754048-n.jpg
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา ดวงประทีปพระพุทธาปิดอบายภูมิทั้งเก้า(พระป้ายหมดห่วง)

    "หากได้บูชาดวงประทีปทุกอย่างจะดีขึ้น...ใครที่ดวงตกก็มาเอาไปใช้ ส่วนใครที่ดีอยู่แล้วก็อย่าเอาไปเลยมันจะดีเกินตัวไป"

    ด้วยชีวิตมนุษย์เราปกตินั้น
    การจะทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดให้ได้ดี,ให้ประสบความสำเร็จอยู่เสมอตลอดเวลามักจะเป็นไปไม่ค่อยได้ นั่นก็เพราะผลเหตุด้วยพลังงานในตัวเราไม่เสถียรบ้าง...บางคนก็คิดและคำนวณเอาตามชะตาราศีว่าดวงไม่ดีมีวิบัติเป็นไปด้วยประการต่างๆบ้าง พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขออนุญาติเสด็จพระใหญ่ท่านเปิดทางสว่างด้วยอยากจะทำของแก้เคราะห์แก้ดวงที่มีอานุภาพมากกว่าการหนุนดวงใดๆ เพื่อให้ผู้ที่พกของสิ่งนี้โชคดีหรือทำได้..ได้ในสิ่งที่จะทำ ได้ผล ได้ความสำเร็จอยู่เกือบจะตลอดเวลา

    ทั้งนี้เพื่อที่จะทำของวิเศษ เสด็จพระใหญ่ได้แนะนำพ่ออาจารย์ถึงหลักการแห่งฟ้าดินว่า โดยปกติคนเรานั้นมีกำเนิดเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จะทำอะไรก็ต้องอาศัยพลังงานจากธรรมชาติหรือใช้กำลังธรรมชาติเข้าหนุนเช่นนี้จึงจะพูดได้เต็มปากว่ามีชีวิตที่ดีหรือมีชีวิตที่สมบูรณ์ ท่านว่าถ้ามนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติตรงนี้มันเกินชีวิตที่สมบูรณ์ไปไกลลิบก็จริง เพราะว่าการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติหรืออาศัยธรรมชาตินั้นหากใครทำได้แล้วแม้อยากจะเชิญเทพลงมาจากสวรรค์ก็ย่อมทำได้ จะเรียกหาอะไรจากธรรมชาติเช่นนั้นก็ได้อย่าว่าแต่เรื่องลาภสักการะเล็กๆเลยต่อให้จะเรียกน้ำเรียกลม..เรียกสิ่งใดฟ้าย่อมขานรับทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกตินั้นเทพที่คุมมนุษย์และยังควบคุมดาวจักรราศีต่างๆมีอำนาจเหนือพลังดวงดาวทั้งหลายจะบังคับให้เกิดผลดีหรือร้ายกับมนุษย์ก็ได้ เทพองค์นั้นก็คือพระแม่ธรณี ท่านว่าหากเราไม่สร้างแล้วเราก็จะไม่ยุ่งเลยแต่ในเมื่อจะทำแล้วก็จำเป็นต้องใช้พลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้มายกฐานขัดเกลาทั้งหนุนส่งวาสนาชะตาคน ...อันการณ์ที่จะบังคับให้พระแม่ธรณีนี้ไปบังคับลิขิตดวงดาวเปลี่นชะตาคนให้ส่งผลดีเลิศกับคนนั้นคนนี้นั้น เรื่องนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันเกินกำลังของคนปกติที่จะทำได้อยู่มากถ้าไม่ได้เสด็จพระใหญ่นี่ท่านทำไม่ได้เลยเพราะเป็นเรื่องที่เกินตัวเองไปไกล แต่เมื่อทำได้ก็จะป้องกันเรื่องร้ายต่างๆได้ทุกเรื่อง ท่านว่าหากได้พระธรณีมาหนุนดวงใครแล้วดวงดาวที่เหลือก็ง่ายต่อการควบคุม เมื่อทำได้ไม่เพียงจะหยุดเรื่องเสียเรื่องร้ายในชีวิต แต่ยังมีคุณมากถึงขนาดเรียกลมเรียกฝนได้(อุปมาว่าเรียกโชคลาภได้ทุกประเภท) จะเอาอะไรกับฟ้าดินก็ได้ไม่ว่าจะขอจากสวรรค์,มนุษย์,บาดาลหรือนรกย่อมได้ทั้งสิ้น เมื่อได้กำลังพระธรณีมาควบคุมเปลี่ยนแปลงวิถีดวงดาวในชะตาของตนนั้นไม่เพียงแต่จะเรียกหาสิริมงคลแต่ฝ่ายเดียว หากยังป้องกันเหตุร้ายต่างๆจากมนุษย์,สวรรค์และนรกทั้งหลายดั่งที่จะกล่าวได้ว่าใต้ฟ้านั้นไม่ต้องเกรงใจใคร

    ...ดังนั้นสายสัมพันธ์ของพระแม่ธรณีที่เป็นดั่งมารดาโลก เป็นแม่ของทุกสรรพชีวิตทั้งยังเป็นมารดาแห่งเทพดวงดาวทั้งหลายทุกชั้นฟ้า เพื่อที่จะนำกำลังพระธรณีมาหนุนชะตาเปลี่ยนวิถีดวงดาวพ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องเหล่านี้ย่อมไม่มีใครเคยทำมาก่อนและไม่ใช่คิดว่าอยากจะทำก็ทำได้เลย ท่านว่าแค่เริ่มก็ต้องทำสัญญากับธรรมชาติและภพทั้งสามต้องเข้าไปให้ถึงองค์อาตมันเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงกำลังธรรมชาติทำได้เช่นนี้จึงจะเห็นผล เครื่องมงคลที่ทำด้วยวิชานี้จะเกินคำว่าหนุนดวงพื้นๆไปมาก จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าหนุนดวงอย่างรุนแรง ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อจะหนุนแต่ยังถึงขั้นใช้ปรับเปลี่ยน ปรับแต่งวิถีชีวิตคนได้ จะปรับดวง,ปรับพื้นฐานชะตาท่านว่าจะปรับอะไรก็ได้ จะส่งเจตน์จำนงค์ใช้เป็นเรื่องๆเอาเป็นอย่างๆ เช่นจะใช้เพื่อยกฐานะก็ได้,จะป้องกันเรื่องร้ายก็ได้,จะใช้พกติดตัวเพื่อขอพรก็ได้...ท่านว่าสารพัดจะใช้ที่จะให้ใช้ได้ เมื่อมีการอาราธนาแล้วกำลังของพระแม่ธรณีนั้นท่านจะปรับเปลี่ยนธาตุในตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดวงตกหรือมีเคราะห์หามยามร้ายเกินขีดจำกัดใดๆก็ดี จะเกิดจากอำนาจของดวงดาว อำนาจของชะตาจักรราศี หรือจะเป็นโชคร้ายที่เกิดจากพลังวิญญาณ ท่านว่ากำลังแม่พระธรณีนั้นปิดเรื่องฉิบหายเรื่องร้ายทั้งหลายได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ปิดเรื่องร้ายไม่ให้วิ่งเข้าหาเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าคนบางคนนั้นแม้อยู่เฉยๆสารพัดปัญหาก็พร้อมที่จะวิ่งเข้าใส่ แต่คนอีกประเภทนั้นแม้ตัวอยู่ไกลจากปัญหาแต่ก็ชอบสร้างปัญหาให้กับตัวเอง ท่านว่ากำลังพระธรณีนั้นเพียงปิดเรื่องร้ายที่วิ่งเข้ามาหาตัวเท่านี้ก็นับว่าวิเศษเหนือสิ่งใดแล้ว แต่หากจะเป็นตัวเองวิ่งเข้าไปหาเรื่องหรือท้าทายปัญหาเองนั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง ด้วยเมื่อท่านปิดช่องปิดทางไม่มีให้มีเหตุร้ายต่างๆเกิดขึ้นนั่นก็คือแก้เคราะห์ทั้งหมดแล้ว จะเป็นเคราะห์ภัย,วิบากกรรม,ดวงตก,ดวงแตก,ต้องคราส...ท่านว่าสารพัดจะแก้สิ่งทั้งหลายด้วยเป็นการแก้ที่ดวงเพื่อจะหนุนดวงเสริมดวงให้เคราะห์ภัยไม่มี ท่านสมมติว่าคนเรานั้นถ้าเกิดมีเคราะห์ต่อให้มีโชคลาภชีวิตก็ย่อมอยู่ได้ไม่มีความสุขเช่นมีเงินแต่ครอบครัวมีปัญหา,หรือมีวาสนาชื่อเสียงเกียรติยศแต่มีคนนินทาคอยให้ร้าย ลองคิดว่าต่อให้โชคดีแต่เจ้านายเกลียดขี้หน้าบ้าง หรือทำอะไรก็ติดขัดบ้างอย่างชีวิตกำลังจะไปได้ดีๆก็ไปขับรถชนคนเป็นคดีความบ้างเช่นนี้ เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นชีวิตมันจะไปดีได้อย่างไรพ่ออาจารย์ท่านจึงมีมติว่าจะใช้กำลังของพระแม่ธรณีที่อยู่เหนือลิขิตดวงดาวทั้งหลายปิดช่องเคราะห์ทั้งหมด เมื่อชีวิตจะดีแล้วก็ต้องหาเรื่องร้ายใดๆไม่เจอเช่นนี้

    เสด็จพระใหญ่ท่านให้พ่ออาจารย์ทำเครื่องมงคลดวงประทีปพระพุทธา ด้วยจะนำกำลังของพระธรณีนั้นมาเป็นดั่งไส้ ดั่งไฟตะเกียงอันจะแผดกำลังได้ไม่รู้ดับรู้จบ ท่านให้พ่ออาจารย์ลบถมผงวิเศษต่างๆเริ่มตั้งแต่หัวใจพระธรณีตั้งต้นเป็นปฐมรวมไปถึงหัวใจดวงดาวพระเคราะห์ทั้งใหญ่น้อยดุจแม่พระธรณีเป็นแม่ที่เกิดก่อนใครทั้งหมดและให้กำเนิดหมู่ดาวทั้งหลายตามมา ท่านว่าเมื่อลงผงวิชาต่างๆเสร็จก็ต้องนำผงมาปั้นเป็นหุ่นแม่พระธรณีทำการปลุกเสกก่อนที่จะพลีเป็นมวลสารและนำมาปั้นเป็นไส้ดวงประทีปเพื่อนำกำลังแห่งพระธรณีมาเติมเต็มจุดไฟชีวิตอันจะส่องสว่างไม่มีวันดับ ท่านว่าปกติชีวิตคนนั้นก็เหมือนเปลวไฟ เปลวไฟปกติจะมีทั้งเวลาที่อ่อนแรงบ้าง มีกำลังแรงบ้าง บางทีไฟนั้นก็ติดอยู่ยาวนาน แต่บางทีก็ดับด้วยหมดเชื้อหมดกำลัง ดังนั้นไฟตะเกียงหรือไฟชีวิตที่ถูกจุดติดด้วยกำลังของพระแม่ธรณีนี้จึงเป็นยอดแห่งเครื่องมงคลที่จะหนุนดวงส่งพลังให้กับเราเจ้าของดวงประทีปโดยตรง เสด็จพระใหญ่ท่านพูดไว้แต่แรกว่า "คนที่จะมาพบ ก็คือคนที่จะมีวาสนาพ้นทุกข์พ้นโศกได้" ไม่ว่าจะเคยเป็นคนประเภทใดมาก่อนทั้งดวงแตก ดวงภินทุบาทว์..จะมีชีวิตที่เสียหายมาอย่างไร จะเคยมีดาวพระเคราะห์เป็นภินทุบาทว์ปรากฏชัดเจนในดวงชะตา หรือดวงชะตามีความยุ่งยากสับสนได้สิ่งหนึ่งขาดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเคยเป็นอย่างไร ต่อจากนี้ไปต้องพ้นทั้งสิ้น

    ดวงประทีปพระพุทธานี้เป็นวิชาที่ว่าด้วยการปิดอบายภูมิทั้งเก้า ท่านอุปมาว่าปิดสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นหรือวิ่งเข้ามาหาเราอันมีอิทธิพลมาจากดวงดาวนพเคราะห์ทั้งเก้านั้น จึงเป็นคำเปรียบเปรยที่ว่าปิดอบายทั้งเก้า ปิดเรื่องร้ายของดวงดาวทั้งเก้านั่นเอง ดังนั้นดวงประทีปพระพุทธานี้จึงเป็นวิชาปิดเหตุร้าย ท่านว่ามันจะอุดจะปิดเฉพาะเรื่องร้ายไม่ให้เข้ามาหาเราแต่ไม่ได้เป็นอุดเงินแบบนั้น ท่านว่าตัวเราเป็นเจ้าของประทีป ประทีปย่อมสื่อตรงถึงใจเรา อะไรเป็นเรื่องร้ายเรื่องดีสำหรับเรา เราก็ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจตนเองเป็นที่สุด ดวงประทีปก็จะปิดเฉพาะเรื่องร้ายของเราอยู่เช่นนั้นแปรเปลี่ยนให้กำลังดวงดาวส่งผลดีมาให้เราโดยตรงไม่ใช่อุดเรื่องเงิน แต่กลับช่วยเสริมเรื่องเงิน ป้องกันเรื่องร้ายหนุนดวง คนที่รู้ตัวว่า “ดวงตก” หรือดวงแตกดวงร้ายแรงใกล้จะสิ้นแสงประกายไฟชีวิตทั้งหลายควรรีบอาราธนา พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าดวงประทีปพระพุทธานั้นเป็นเครื่องมงคลที่ "ไม่ควรจะอยู่ห่างจากตัวเองเลย" วิชานี้เสด็จพระใหญ่ท่านให้พกไว้จะได้หมดห่วงไม่ต้องคอยเป็นห่วงเรื่องอะไรเพราะกำลังพระประทีปนั้นช่วยทุกเรื่องได้หมด จะขอลูก,เอาไปค้าขาย,ขอความมั่งคั่ง,ขอความรักใคร่กลมเกลียวภายในครอบครัว,ปรารถนาให้อายุยืน,จะแก้คุณไสย,จะรักษาโรค,จะใช้กันเรื่องร้ายกันอันตราย,จะใช้บังคับจิตใคร...ท่านว่าขอให้ติดตัวไว้ย่อมใช้ได้หมด ดวงประทีปนั้นจะปรับธาตุดูดพลังดีแห่งหมู่ดาวทั้งหลายเข้ามาและผลักพลังร้ายของดวงดาวออกไปจากตัวเรา จะคอยเสริมพลังให้เราเป็นดั่งไฟที่ไม่อ่อนกำลังลง...ให้เราไม่มีวันแพ้และดึงโชคลาภเข้ามา

    วิชาประทีปพระพุทธานี้ ท่านว่าดวงกำลังขององค์ประทีปจะแผ่แสงออกไปดั่งตารางไยแมงมุมทั้งแปดทิศ กำลังแสงนั้นจะช่วยดักทรัพย์ ดักกำลังของธาตุทั้งห้าทำให้ร่างกายเราสมบูรณ์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ช่วยดึงพลังงานภายนอกปรับพลังงานภายในแก้ไขให้เป็นพลังงานที่ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ต่างจากการดูดผลักพลังงานดีร้ายโดยปกติที่ท่านใช้ลงเครื่องมงคล เพราะเป็นวิชาเกี่ยวกับพระธรณีเกี่ยวกับการบัญชาดวงดาวทั้งหลาย ดังนั้นประทีปพระพุทธาจึงเป็นสิ่งที่จะปรับพลังงานชะตาของเรา ปรับให้เราเข้ากับชัยภูมิต่างๆทั้งแปดทิศตั้งแต่เหนือ,ใต้,ตะวันออก,ตะวันตก,ตะวันออกเฉียงเหนือ,ตะวันออกเฉียงใต้,ตะวันตกเฉียงเหนือ,ตะวันตกเฉียงใต้ ท่านว่ากำลังประทีปนี้จะเปิดแปดทิศและกระตุ้นพลังงานจากทั้งแปดทิศ พลังงานใดเหมาะกับทิศใดก็จะไปกระแทกทิศนั้นทำให้พลังงานร้ายหายไป ตัวเราไม่ว่าจะอยู่ไหนจึงเป็นดั่งชัยภูมิที่ดีเพราะได้รับการปรับแต่งตลอดเวลาอยู่ที่ไหนก็ดี,อยู่ที่ไหนก็ชนะก็มีชัยเช่นนี้ ดวงประทีปจะช่วยให้เราซึมซับพลังงานเสริมเข้าตัวโดยตรง พอผลดีมันเกิดขึ้นคนที่ไม่เคยมีคู่ก็จะมี คนที่ไม่เคยมีโชคไม่เคยถูกหวยมันก็จะได้จะถูก คนที่เคยทำอะไรไม่เจริญรุ่งเรืองก็จะทำได้ ###สำหรับคนที่ชอบทำการณ์ใหญ่ชอบทำบุญใหญ่พ่ออาจารย์ท่านว่าดวงประทีปจะยิ่งมีกำลังแรงกล้ากว่าปกติ

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องมงคลชิ้นนี้ชึ้นชื่อว่าใช้หนุนดวงได้แรงที่สุดก็ต้องทำยากที่สุดเช่นกัน ด้วยท่านหล่อหลอมจากธาตุกายสิทธิ์ที่มีคุณในตัวเอง แต่ท่านว่าไม่ใช่จะหลอมก็หลอมเพราะท่านก็ต้องหลอมต้องรีดลงจารวิชาหนุนดวงทุกสายที่ท่านเคยเรียนมา ท่านว่าทั้งวิชาภาคกลาง ทั้งของเหนือของอีสานหรือสายพม่า...แม้กระทั่งวิชาเทพพรหมท่านก็ลงไว้ทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหลอมแล้วรีดใหม่ ทำซ้ำไปซ้ำมาถึงร้อยแปดหน ท่านว่าโลหะธาตุกายสิทธิ์ชุดนี้จึงมีค่ามากเสียยิ่งกว่าทองคำและมีความเข้มขลังในสายวิชาหนุนดวงอยู่ทุกอณูเนื้อโลหะ ท่านว่าทำเสร็จก็หมดห่วง ไร้ห่วงแล้ว คนที่มีวาสนาได้ดวงประทีปไปคือคนที่ไม่มีอะไรจะต้องห่วงอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องทุกข์เรื่องความสัมพันธ์ทั้งหลายที่จะดึงทุกข์เข้ามาท่านว่ามันหมดแล้ว ไม่มีทุกข์ไม่ต้องห่วงอะไรอีก เพราะเราทำในฤกษ์ยก เรายกราศีขึ้นมาทุกราศีหลอมหล่อทับถมนับร้อยครั้ง(เช่นนี้ท่านจึงว่าใช้ทุนมากและสำหรับท่านมันเป็นธาตุที่มีค่าเสียยิ่งกว่าทองคำ)

    ด้วยเป็นวิชาที่ทำยากท่านจึงตั้งใจทำไว้ให้คนที่ดวงตกได้ใช้ ท่านว่าจะดวงช้ำมาจากไหน ทั้งต้องพลัดพรากจากของรักหรือสิ่งที่รัก แม้ต้องตกเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาทุกข์ยากลำบากประการต่างๆ จะมีความเสียหายหรือรู้สึกอึดอัดคับข้องใจมีจุดด่าง จุดเสีย จุดมืดบอดในชีวิต ท่านว่าจะดวงช้ำหรือดวงมืด,ดวงบอดต้องอยู่อย่างทุกข์ยากๆมืดบอดไปตามเรือนชะตา มีแต่ร้ายมากกว่าดีคนเหล่านี้น่าสงสาร เพราะความพยายาม ความตั้งใจจริงของเขาเหล่านั้นกลับแพ้ดวงชะตาของตนเอง ยิ่งพยายามทำดี ใช้สติใช้ความตั้งใจมากถึงเพียงไหนก็มีแต่จะเกิดผลร้ายมากขึ้นเพียงนั้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นดวงประทีปพระพุทธาจึงช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหมายถึงแก้ที่ตัวของเราเอง ### พ่ออาจารย์ท่านว่านี่จึงสำคัญที่สุด ให้เธอจำเอาไว้เลยนะ ด้วยคนปกตินั้นจะมีพลังจิตภายในตนเองและแต่ละคนก็มีกระแสที่ไม่ตรงกันจิตของแต่ละคนถึงแผ่กำลังออกมาข่มกันทับกันอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางชะตาและฐานะ ดวงประทีปจึงเป็นเสมือนเครื่องรับและเครื่องกรองกำลังของพลังราศีจากบุคคลอื่นที่จะมาเบียดบังตัวเราเพื่อนำมาบรรจุไว้ภายใน ทั้งยังนำกำลังนั้นมาปฏิสัมพันธ์กับดวงเกิด,วันเกิดและปีจรของเรา ส่งผลให้ราศีคู่ที่ให้โทษลดพลังและหมดกำลังไป แม้บางคนดวงชะตาเกิดมามีโชคลาภมากทั้งตัวเองยังมีความสามารถแต่ก็ไม่อาจรับโชคลาภนั้นได้ ดวงประทีปนี้ก็จะอาศัยแรงเกื้อหนุนชะตาด้วยจะนำกำลังและธาตุของผู้อื่นอันโคจรเหมือนหมู่ดาวต่างๆรอบตัวเราทั้งแปดทิศนี้มาเสริมกำลังดวงของเราให้มีกำลังมากขึ้นและข่มคนที่อยู่ในบริเวณเดียวกับเราอยู่เสมอ ทำให้เราสามารถเก็บเกี่ยวโชคลาภหรือสิ่งที่เราต้องการได้ในขณะที่ตัวอุปสรรคก็จะลดกำลังลงและค่อยๆหายไป ดวงใครที่ได้อะไรแบบยาก ขอพระขอเทพก็ได้ยากให้ยากซ้ำยังให้โทษรุนแรงเวลามีโชคใหญ่ก็ได้เพียงเล็กน้อย ดวงประทีปนั้นจะปรับให้รับโชคได้ทั้งยังไม่มีพลังงานร้ายมารบกวน

    นอกจากนั้นตัวประทีปที่เปรียบเสมือนแสงสว่างอันใช้กันและดูดพลังงานแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่เอาดวงประทีปติดตัวไว้ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะโดนวิญญาณร้ายเล่นงาน เพราะวิญญาณทั้งหลายเมื่อตายไปศพย่อมถูกกลบถูกฝังโดยแผ่นดินทั้งสิ้น เช่นนี้ดวงประทีปที่เกิดจากำลังของพระธรณีก็เช่นกันวิญญาณร้ายทั้งหลายนั้นจึงเป็นได้แค่เชื้อแค่กำลังเสริมให้กับดวงประทีป จะเรียกว่ากินวิญญาณร้ายเป็นอาหารก็ได้แต่ความจริงคืออะไรที่ร้ายที่ไม่ดีท่านกินท่านสังเคราะห์ทั้งหมด แม้ได้พกติดตัวไว้ไปทำอะไรก็จะกินคนอื่นเอาชนะคนอื่นได้เช่นนี้ ท่านว่าดวงประทีปนี้ช่วยได้หมดทุกเรื่องไม่จำเป็นต้องขอและไม่จำเป็นที่จะต้องมีคาถาในการใช้เช่นกัน แต่หากอยากสวดคาถาบูชาดวงชะตาเป็นกำลังใจให้ตัวเองก็ได้ เช่นนั้นจึงควรจะมีไว้บูชาอย่างที่สุด ท่านว่าจะได้อยู่กันรอด ให้ปลอดภัย ไม่อดอยาก

    สำหรับดวงประทีปนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าปกติจะให้คนที่โดนเล่นโดนกระทำหรือดวงชะตาร้ายแรงหนักๆจริงๆใช้เท่านั้น ตอนแรกคิดว่าจะไม่ให้เช่าด้วยซ้ำไป เนื่องจากเสียเวลาทำนานและทำยากทั้งเพียงจะใช้หนุนดวงก็ยังนับว่าดีและรุนแรงเกินไป ท่านว่า***ดวงประทีปนี้ใครดวงตกๆอยู่แบบตกหนักๆเลยนะ ให้เอาไปหนุนหัวนอนเสียสามวันอย่าให้มากไปกว่านี้ เพียงแค่สามวันเท่านั้นก็พอ หนุนนอนไปให้ต่อเนื่องกันเขาจะปรับธาตุปรับชะตาและหนุนเราทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าในกรณีที่หนักจริงๆเท่านั้นนะแต่ถ้าเป็นดวงตกธรรมดาๆหนุนไปวันเดียวก็รู้เรื่องแล้ว ทั้งพกบูชาไว้ทำอะไรก็ยังสำเร็จมีชัยชนะเหนือทุกสิ่ง คนที่ร่างกายไม่เเข็งแรงเจ็บป่วยบ่อยหรือมีโรคประจำตัว แสงสว่างและตะเกียงชีวิตนั้นติดๆดับริบหรี่ ท่านว่าให้พกไว้เถิดหากยังไม่ถึงที่ตายก็จะไม่ตาย จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยซ้ำๆซากๆอย่างใดเลย คนที่บูชาดวงประทีปนั้นพ่ออาจารย์ท่านย้ำให้เอาไว้ติดตัวอยู่หลายๆรอบท่านว่าจะเป็นการรับพลังจากเทพ รับพลังจากมหาธาตุทั้งไฟ,น้ำ,ดิน,ทอง ,ลม,ไม้ มาปรับสมดุลในร่างกาย พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียงไม่กี่ชิ้น ท่านว่าหล่อออกมาคล้ายป้ายท่านเลยเรียกติดปากว่าพระป้ายๆ ท่านว่าของแบบนี้ที่จะหนุนดวงคนที่ถึงขั้นวิกฤติแล้วจริงๆนั้นทำได้ยากมาก เพราะเมื่อจะทำต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่เบื้องบนเขาอนุญาติจะสร้างมากก็ไม่ได้แม้ใจจริงท่านอยากจะทำให้มากๆ แต่การมานั่งลบถมหลอมรีดซ้ำไปซ้ำมานับร้อยครั้งนั้นก็เป็นข้อจำกัดของท่านจริงๆว่าทำได้แค่พอจะให้คนที่มีวาสนาที่บังเอิญมาพบเห็นได้ใช้เเค่นั้น

    คาถาบูชา(ท่านว่าไม่จำเป็นต้องใช้แต่ถ้าอยากสวดให้สวดคาถาบูชาดวงก็ได้)
    นะโม เม สัพพะเทวานัง สัพพะคะระหะจะเทวานัง สุริยัญจะ ปะมุญจะถะ สะสิภุมโมจะเทวานัง
    วุโธลาภังภะวิสสะติ ชีโวสุกะโรจะมะหาลาภัง โสโรราหูเกตุจะมะหาลาภัง สัพพะภะยังวินาสสันติ สัพพะทุกขังวินาสสันติ สัพพะโรคังวินาสสันติ ลักขะณาอะหังวันทามิสัพพะทา สัพพะเทวามังปาละยันตุสัพพะทา เอเตนะมังคะละเตเชนะสัพพะโสตถีภะวันตุเมฯ

    ***ดวงประทีปนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของที่ขึ้นอยู่กับวาสนาคนใช้จริงๆ จะมีบูชาไว้ จะได้เจอ ได้พบเห็นนั้นล้วนเป็นเรื่องของวาสนาทั้งสิ้น รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น (พ่ออาจารย์ท่านจะทำการจารหนุนดวงให้เป็นกรณีพิเศษ ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วยวันเดือนปีเกิด) รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างศาสนาสถานในถิ่นทุรกันดารสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ดวงประทีปพระพุทธาปิดอบายภูมิทั้งเก้า(พระป้ายหมดห่วง) บูชา 2,500 บาท

    65819338-2365012557052493-6571617408207814656-n.jpg
    65394900-1123641334496133-5470357054432477184-n.jpg
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงเวทย์บุรพบรรพชนจักรพรรดิราช(พ่อปากไวแม่ใจเร็ว,มีแต่ได้ ง่ายๆ กล้วยๆ หมูๆ)

    " ให้อยู่ในภาวะขาขึ้น ได้กันง่ายๆ เร็วๆ "
    ในยุคแรกที่พ่ออาจารย์ได้ทำเครื่องมงคลออกให้บูชานั้น ท่านได้มีนิมิตอย่างหนึ่งซึ่งเป็นนิมิตที่เเปลกๆและดูประหลาด เพราะตัวท่านเองก็มีความประสงค์จะช่วยคนเเละผู้เดือดร้อนอย่างเต็มที่แต่บางเรื่องก็ตึงมือท่าน เรียกได้ว่าถ้าคนจะทำแต่ฟ้าไม่ขานรับก็คงทำอะไรไม่ได้
    เมื่อท่านมีดำริว่าอยากจะช่วยคนที่สัมพันธ์กันด้วยวาสนาให้พ้นจากยุคเข็ญเละห้วงภาวะขาลงต่างๆทุกด้าน ท่านก็คิดที่จะทำวัตถุมงคลหนุนดวงเอาไว้ให้เป็นของดีประจำตัวผู้ใช้ซึ่งในเวลาหลังจากนั้น พ่ออาจารย์เองก็ได้มีนิมิตรถึงครูใหญ่ท่านคือบรมพรหมสหัมบดี ครูท่านว่าถ้าอยากช่วยคนให้ทำหมู เเล้วให้ทำหุ่นรูปชายหญิงกอดกัน(อิ้น)เป็นอาถรรพ์ไว้ พร้อมกับเเนะนำยันต์ที่จะใช้ลบผงลงตะกรุดให้เสร็จสรรพ เมื่อทำเสร็จเเล้วตัวเจ้าไม่ต้องเสกเพียงเเต่ลงธาตุเรียกรูปเรียกนามเท่านั้น แล้วให้ทำพิธีเชิญท่าน(ครูพรหม)ลงไปเสกพ่ออาจารย์ท่านก็มีดำริถึงเรื่องนี้ว่าแปลก องค์พรหมท่านมีโองการเช่นไรย่อมได้เรื่องทุกครั้ง แต่ที่แปลกก็คือหมู เพราะใครๆก็ทำหมูไปทั่วเเล้วอิ้นขี่หมูมันคนละทางกันตำรานี้ไม่มีที่ไหน จะช่วยคนได้อย่างไร ท่านก็ถามองค์ครูบรมพรหมท่านไปแบบนี้ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นวิชาของเรา เราจะทำให้เอง เราอาศัยเพียงกายสังขารของคุณเป็นผู้สร้างผู้ทำเท่านั้น แล้วคอยดูกันว่าหมูของเราจะช่วยคนได้จริงหรือไม่

    อย่างที่ทราบกันดีว่าวิชาทำอิ้นของพ่ออาจารย์โดดๆโดยปกตินั้นก็มีคุณมากกว่าจะนำไปใช้ทางชู้สาวเฉยๆอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องแก้ไขภาวะติดขัดหรือชีวิตขาลงทั้งหลาย เพราะท่านว่าอิ้นก็คือเทพที่เสพย์สังวาสกันอยู่ บางตำราก็ว่าเป็นพระศิวะพระอุมา,บางตำราก็ว่าเป็นบุรพบรรพบุรุษหรือมนุษย์คู่แรกของโลก ...พ่ออาจารย์ท่านจึงทำอิ้นตามตำรานี้นั่นคืออิ้นที่เป็นบุรพบรรพบุรุษ เพราะท่านว่าหากตราบใดที่คนใช้ยังเป็นมนุษย์ก็เท่ากับว่าเป็นเชื้อสายเป็นสายเลือดที่พ่อกับแม่สามารถให้การอนุเคราะห์กันได้อย่างจุใจและเต็มที่ ซ้ำอิ้นในสายวิชาพ่ออาจารย์ท่านยังว่าไม่ใช่เรื่องทะลึ่งหากแต่เป็นของแก้ดวงที่ติดขัดอัตคัดได้ดีอย่างยิ่ง เพราะว่าอิ้นคือการสังวาสนั่นก็คือได้กันท่านถือเป็นเคล็ดว่ามีแต่ได้และทำอะไรก็ต้องได้ไม่มีเสียซักเรื่อง ชีวิตที่มีแต่ได้เช่นนี้ท่านถือเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะท่านทำอิ้นนี้หลักๆก็อยากจะแก้ไขปัญหาชีวิต,ภาวะหนี้สินหรือการทำกินที่อยู่ในช่วงขาลงของหลายๆคน ท่านอยากจะแก้จุดเสียในชีวิตเช่นนั้นอิ้นนี้จึงเน้นแก้เรื่องล้มเหลวทำให้ตัวเองเกิดความสมบูรณ์ขึ้น ท่านว่าถ้าเกิดความสมบูรณ์และสมดุลย์ในตัวเองแล้วอะไรมันก็ได้ไปทุกอย่างนั่นแหละ เรื่องอื่นเอาไว้คิดที่หลังได้เลยเพราะไม่มีอะไรต้องให้แก้ไขกันแล้ว
    คนเราที่ผิดพลาดหรือเจอภาวะขึ้นๆลงๆชีวิตไม่นิ่ง ท่านว่าคนเหล่านี้มีปัญหาที่เกิดจากความสมบูรณ์ในตัวเองมันไม่เสถียร เรียกว่าตัวเราเองไม่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างนี้ก็ได้วิชาอิ้นของท่านจึงสร้างขึ้นมาเพื่ออุดรอยรั่วชีวิตโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านว่าคนบางคนนั้นมีทรัพย์มากแต่ก็มีปัญหาให้ใช้ทรัพย์มากเช่นกันบางทีก็ใช้เพื่อรักษาสุขภาพเอาไว้ บางทีก็ใช้เพื่อความสะดวกสบายใช้สอยเกินตัว....ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็นรอยรั่วชีวิตเช่นกัน ดังนั้นท่านจึงทำอิ้นเพื่อให้คนที่เห็นค่าได้พกติดตัว ท่านว่ามันมีผลส่งถึงวิถีโดยตรงอย่างที่เธอคิดไม่ถึงทีเดียว...มีผลเยอะมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าของพวกนี้มันไม่สามารถจะกล่าวให้เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงลงไปได้เพราะรอยรั่วของชีวิตแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่เชื่อฉันเถอะว่าเครื่องมงคลนี้เป็นความจริงและมันทดลองให้เห็นกันได้
    ช่วงนี้ที่ผ่านมาท่านว่ามีคนมาปรับทุกข์กับท่านเยอะมากว่ามีปัญหาชีวิตโดยเฉพาะเรื่องการเงินขาดดุลย์,งานกำลังจะแย่บ้าง,โดดนบีบบ้าง,ธุรกิจใกล้จะล้มแล้ว..บางคนก็บอกว่าไม่ไหวแล้วเศรษฐกิจไม่ดีของขายไม่ได้เลย พอท่านทำเครื่องมงคลให้แก้สภาพคล่องการเงินก็เริ่มคล่องตัวแต่ก็ยังไม่วายมีปัญหาเรื่องอื่นๆอีกดั่งที่ว่าเกิดมาเป็นมนุษญ์ก็มักพบแต่ปัญหาเช่นนี้ ท่านจึงใช้วิชาอิ้นเพื่อหวังผลลัพธ์ให้มีแต่ได้ ให้พอดีในความปรารถนาของทุกคน ท่านว่าเอาไว้ใช้เอาตัวให้รอด เพราะถ้าเรารอดในขณะที่คนอื่นเขาแย่ลงเรื่อยๆ นั่นแสดงว่าเราอยู่ได้..เราชนะ
    นอกจากนั้นอิ้นยังดีในเรื่องของเมตตามหานิยม เพราะเมตตาตัวนี้แหละประสบการณ์จึงมีเพียบ เพราะอิ้นท่านสงเคราะห์ไม่เลือก แม้แต่ผู้หญิงทำงานกลางคืนเอาไปใช้เขายังว่าได้แขกเพียบเลย นั่นคือขอให้เพียงเป็นอาชีพของเราท่านสงเคราะห์ไม่เลือกจริงๆ วิชาอิ้นนี้ท่านว่าเดิมทีเป็นของลาวและก็ตกทอดสืบต่อกันลงมาถือเป็นเครื่องรางชั้นสูงที่เจ้านายฝ่ายหน้าและฝ่ายในในสมัยล้านนาโบราณนิยมใช้ไม่ว่าจะเป็นเจ้านางหรือเจ้าหญิงทั้งหลาย เชื่อกันว่าให้ผลดีทางเมตตามหานิยม เป็นโชคลาภและทำให้การงานคล่องตัว...
    เมื่อจะทำอิ้นนั้นพ่ออาจารย์ท่านต้องแสวงหามหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าหินนาคกระสันต์แดงอันเป็นหินที่เกิดจากการตกผลึกของเชื้อพญานาคที่สมสู่กันท่านว่าเป็นหัวใจเลยหากจะทำก็ต้องใช้เพื่อที่จะนำมาป่นเป็นผงปั้นเป็นแท่งเขียนผงสูตรวิชาอิ้น นอกจากนั้นท่านยังเตรียมมวลสารต่างๆที่จะใช้สร้างอิ้นผสมลงไปด้วยทั้งผงนางแย้ม,ผงพรายตานี,ผงปราบผัวปราบเมีย,ผงนะอกแตก.ผงวัวพันหลัก,ผงเรียกคน...ท่านว่าต้องเอาผงมาปั้นเป็นรูปคนคู่เสกจนเขาเคลื่อนเข้ามากอดกันได้นั่นจึงจะถือว่าสำเร็จ

    ในส่วนของวิชาหมูก็ต้องแยกกันทำวิชาเอาไว้ก่อน พ่ออาจารย์ท่านว่าพญาหมูของท่านนั้นเป็นหมูกลับดวง(นารายณ์พลิกฟ้าวราห์พลิกแผ่นดิน)เพราะท่านได้สัมผัสเเละทดสอบเเล้วว่าเป็นพญาหมูเผือกเขี้ยวเพชร เหมือนตอนที่พระนารายณ์อวตารลงมาปราบยุคเข็ญเป็นพญาวราห์ใหญ่มีกายสีขาวมีเขี้ยวเป็นเพชร สองตากระพริบเป็นสายอัสนีบาตรดุจฟ้าแลบฟ้าผ่า
    วิชาหมูนี้ท่านว่าทำอะไรมันก็จะง่ายๆหมูๆนะ เหมือนกับว่าเราอยู่เฉยๆก็มีคนเอาเหยื่อมาให้เอง เหยื่อในที่นี้ก็แล้วแต่ความต้องการแต่ละคนกันเลยแต่หลักๆก็จะเป็นเรื่องของเงินทองโชคลาภ...ท่านว่าก็แปลกดีตอนท่านทำผงวิชาหมูครูบรมพรหมท่านสั่งให้ทำหมูนอนตองคือเอาหมูสามชั้นวางบนใบตองพร้อมกับกล้วยอีกแปดเครือเซ่นครู ท่านว่าเป็นเคล็ดของหมูจะได้มีชีวิตกับง่ายๆได้อะไรง่ายๆแบบหมูๆแบบกล้วยๆเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเคล็ดวิชาหมูที่ลงอิ้นนี้มีอยู่เยอะมาก แม้ตอนลงผงครูพรหมท่านก็สั่งให้นอนเขียนถือเป็นเคล็ดว่านอนกินเพราะนอนมันสบายกว่านั่งชีวิตได้ไม่ลำบาก แม้ตอนเสกผงยังต้องนอนเสกท่านว่าจะได้เป็นหมูนอนกินมีแต่กินมีแต่ความอุดมสมบูรณ์อยู่เช่นนี้ ดังนั้นหมูของท่านจึงหนักไปทางโชคลาภ ท่านว่าคนที่มีวิชาหมูตัวนี้ชีวิตของเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อย มีคนคอยหาเงินให้ มีคนคอยอุปถัมภ์เอาโชคดีมาให้เราตลอด จะได้มีกินทั้งวัน,ทุกวันและมีกินไปตลอดชีวิต
    ซ้ำหมูวิชานี้ยังใช้ได้ทุกเรื่องเพราะเขามีจิตวิญญาณ ยามใดที่เรื่องร้ายๆมาถึงตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่ามันไม่ได้เข้าตัวนะแต่มันลงที่หมูก่อนเลยเพราะเขาจะมาช่วยเราและรับแทนเรานั่นเอง บางทีเขาก็จะมาเตือนเราให้มีลางสังหรณ์ชัดเจนในเรื่องต่างๆ ผงวิชาหมูนั้นพ่ออาจารย์ท่านลงธาตุใส่อาการเรียกรูปนามไปตามที่ท่านเคยร่ำเรียนมา ทั้งยังกำหนดจิตตั้งนะนารายณ์พลิกเเผ่นดินแฝงใส่ไปด้วย โดยท่านนำผงวิชาหมูมาปั้นเป็นหุ่นหมูนารายณ์ก่อนจากนั้นจึงเชิญครูพรหมท่านลงมาทำให้เป็นพญาหมูเผือกเขี้ยวเพชรเหมือนตำนานพระนารายณ์อวตารเป็นพญาหมูเฉกเช่นเดียวกัน

    เมื่อทำผงพร้อมแล้วท่านจึงนำมาพลีทำผงมวลสารคุลีให้เข้ากันและกดพิมพ์รอไว้ โดยฝังของวิเศษสองสิ่ง ดังนี้
    - ดวงแก้วพญาจักพรรดิราช ครูพรหมท่านให้หาดวงแก้วที่เป็นเหลี่ยมมุมเหมือนแก้วสารพัดนึกมาทำซึ่งก็ตรงกับวิชาของพ่ออาจารย์ในสายคัมภีร์มหาปถมังสิทธิของพม่า ท่านว่าแก้วนี้เป็นของสูงเป็นแก้วสารพัดนึกของพญาจักรพรรดิ แม้ผู้ใดได้ไว้สักการะบูชาแล้วด้วยดี "อยากได้อะไรก็ต้องได้อย่างนั้น" คนที่มีดวงแก้วนี้ติดตัวดั่งมีแก้วสารพัดนึกแม้อยากขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่ได้ตามสิ่งที่เราขออย่างรวดเร็ว ครูพรหมท่านเมตตาทำให้เป็นแก้วสารพัดนึก พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากได้อะไรก็แค่นึกเอาไม่ต้องใช้คาถาเลย แค่นึกเพียงเท่านั้น ซ้ำดวงแก้วนี้ตอนเสกยังเอ่ยนามพญาจักรพรรดิราชเพื่อให้เป็นดวงแก้วที่มีกำลังของพระจักรพรรดิจริงๆ ด้วยท่านเห็นว่าในอนาคตเศรษฐกิจจะเป็นเช่นนี้ ท่านจึงอยากใช้ดวงแก้วเพื่อสงเคราะห์ให้คนเอาตัวรอดได้ คนที่มีอิ้นขี่หมูนี้บูชา ท่านว่าไปไหนก็มีดวงแก้วตามคุ้มครองทั้งยังช่วยให้เรื่องที่ขอสำเร็จง่ายๆ ได้แบบหมูๆเช่นนี้
    - ตะกรุดมหาสัมฤทธิ์ ตะกรุดนี้เป็นวิชาของครูพรหมโดยตอนที่ท่านนั่งลงตะกรุดนั้น ท่านพิจารณาพระยันต์ที่ได้รับคำสั่งมาให้ลงตามโองการ ซึ่งองค์พรหมท่านว่า เวลาจะโปรดคนช่วยเหลือฉุดกระชากชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ใช้พระยันต์นี้สงเคราะห์เขา เมื่อท่านลงเเละทำเป็นตะกรุดดอกเล็กๆเต็มสูตรเเล้วท่านถึงรู้อะไรดีๆหลายอย่าง เพราะเป็นวิชาที่ช่วยให้ชีวิตสัตว์ดำเนินไปสู่ความสำเร็จ ไม่ตกกรอบไม่ออกนอกเส้นทาง เมื่อมีเป้าหมายวิชานี้ก็จะเป็นพลังไฟในการขับเคลื่อนชีวิตให้ไปสู่เป้าหมาย ไม่ใช่เพียงมีเป้าหมายไว้ให้เพ้อฝัน แต่ไม่สามารถไปถึงได้ ตะกรุดวิชานี้จะช่วยขจัดปัญหาอุปสรรคเหตุการณ์อาเพศต่างๆทั้งน้อยใหญ่ไม่ให้เกิดเเก่ผู้ครอบครอง คิดอ่านทำการณ์สิ่งใดใหญ่น้อยทั้งหลายก็ให้สัมฤทธิ์ผลพบเจอเเต่ชัยมงคลไร้พ่ายตลอดไป

    ครูท่านเจาะจงให้ใช้พญาอิ้นขี่หมู ที่ท่านเจาะจงให้ทำพญาอิ้นขี่หมูก็พราะอิ้นคือความสมดุลย์กันของพลังงานธรรมชาติ ปรับให้พอดีกันไม่มากไปไม่น้อยเกินไป ที่ว่าเลวลงก็ให้กลับมาดีในชั่วข้ามคืน ที่ว่าธาตุวิปริติผิดอาการทำให้เกิดโรคต่างๆในร่างกายนั้นก็ปรับให้สมดุลย์กันเเก้ที่ต้นเหตุของโรค ทั้งป้องกันเเละกันการกระทำต่างๆด้วย เพราะมนุษย์นั้นรักษาสมดุลย์ในร่างกายเเละชีวิตไม่ได้ ทำให้ชีวิตผกผันเเละเปลี่ยนเเปลงไปต่างๆนานา มีทั้งขึ้นเเละลง พอดีขึ้นก็กลับมาเลวลงอีก อยู่ในสภาวะไม่คงที่ได้ดีก็ดีไม่นาน เลวลงเดี๋ยวก็ดีขึ้นใหม่ เพราะพลังงานต่างๆของธาตุทั้งสี่ในร่างกายเเละพลังงานจากธรรมชาติเเละดวงดาวที่แทรกเข้ามาส่งผลต่อชะตาของมนุษย์ หุ่นชายหญิงนี้จะเป็นตัวปรับสมดุลย์พลังงานต่างๆให้อยู่ในระดับปรกติที่จะทำให้ชีวิตสัตว์ทั้งหลายมีเเต่ดีขึ้นไม่เลวลง เมื่อเสกเสร็จนั้นครูท่านได้มาเข้านิมิตรให้ท่านได้รู้ได้เห็น ว่าหมูที่ทำให้นี้ทำให้เเรงเเละเก่งกว่าคนอื่นเขา เป็นหมูที่ทรหดอดทนและเก่งกล้าสามารถช่วยเหลือผู้คนที่ประสบทุกข์ภัยได้ทุกอย่าง จะดวงตกหรือดวงเเตก มีปัญหาชีวิตการงานขอให้เป็นสรรพสัตว์ที่เท้ายังเหยียบดินอยู่ หมูนี้ช่วยแก้ไขพลิกฟื้นได้ทั้งหมดพ่ออาจารย์ท่านกล่าวเสมอเวลาหยิบหมูนี้ขึ้นมาดูว่า หมูของครูท่านนี่ไม่หมูนะจ๊ะ ตั้งแต่ดูมาก็ไม่เคยเจอหมูที่ไหนที่จะเเรงเเละลงวิชาไว้ซับซ้อนพิศดารแบบนี้ ยากเกินกว่าที่มนุษย์จะลงเเละทำได้ เรามั่นใจมากว่าหมูนี้ใครได้ไปจะพลิกชะตาเเละเปลี่ยนชีวิตเขาจริงๆ ไม่ต้องไปโฆษณาหรือบอกอะไรเขามาก เพราะเราถือว่าเป็นของมงคลของครูเรา เป็นของขวัญจากฟ้า เป็นความห่วงใยขององค์บรมพรหมสหัมบดี คนที่มีบุญเคยทำบุญเเละควรสงเคราะห์มีความผูกพันธ์แต่ชาติปางก่อนที่บรมพรหมท่านจะให้การอนุเคราะห์เขาจะเห็นค่าเเละเเสวงหาของเขาเอง

    ## วิธีใช้ ท่านว่าสำหรับคนที่มีอิ้นขี่หมูนี้เวลาจะใช้ก็ใช้ได้เลยไม่ต้องว่าคาถาใดๆทั้งสิ้น ก่อนออกจากบ้านท่านให้กลั้นหายใจแล้วเดินข้ามธรณีประตูออกไป เปรียบเสมือนวันนี้เราเดินก้าวข้ามอุปสรรคทุกอย่างไปได้ง่ายๆ ในวันนี้จะไม่มีสิ่งใดๆก็ตามมาส่งผลร้ายกับชีวิตเราได้ จะไม่มีใครมาทำอันตรายเราได้ ไม่ใช่วันตายวันล้มของเราหากจะทำสิ่งใดก็จะสำเร็จตลอดเวลา(ท่านว่าให้ทำได้ทุกวัน)

    คาถาบูชา(ท่านว่าแค่นึกถึงคุณครูบรมพรหมก็ใช้ได้แล้วคาถาไม่จำเป็นใดๆ)
    โองการพินทุนาถัง อุปปันนัง พรหมาสหัมปะตินามะ อาทิกัปเปสุอาคะโต ปัญจะปทุมมัง ทิตสวา นะโมพุทธายะ วันทานัง


    *** พระผงสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้น้อยมาก ท่านว่าองค์พรหมท่านกำหนดคนของท่านไว้แต่เริ่ม ใครจะมีชะตาต้องกันหรือได้เป็นเจ้าของก็เป็นเรื่องที่ครูท่านจะบันดาลให้พบ ส่วนคนที่โลเลท่านว่าเค้าก็เอาไปไม่ได้ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อและนามสกุลไว้ด้วย รายได้จากการบูชาร่วมสมทบทุนค่าอาหารกลางวันเด็กในโรงเรียนชนบทต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงเวทย์บุรพบรรพชนจักรพรรดิราช(พ่อปากไวแม่ใจเร็ว,มีแต่ได้ ง่ายๆ กล้วยๆ หมูๆ) บูชา 2,500 บาท


    66042431-383364945638726-7394270118324207616-n.jpg 66156518-702335130219912-1163043192040325120-n.jpg
    66467424-2347082362206553-2426037978229899264-n.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตายแล้วฟื้นกลายกลับหนักเบาทุกข์,โทษ,โทสา(องค์ธรรรมผ่อนผันชะตากรรม)


    " สำหรับคนผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่เห็นความสำคัญของกาลเวลา ห้ามใช้ "

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตั้งแต่สมัยอดีตกาลนั้น จะสังเกตุได้ว่าเวลาครูบาอาจารย์ท่านทำกิจใดอยู่ หากยังไม่แล้วเสร็จ ไม่สำเร็จ ท่านก็มักจะผ่อนผันเวลาออกไปก่อน การผ่อนปรนในที่นี้ก็เพื่อให้กิจที่เรากระทำอยู่นั้นสำเร็จเสร็จสิ้นสมดั่งความตั้งใจของเราว่าเราจะทำอะไร ตั้งใจไว้แค่ไหนและเดี๋ยวนี้ทำไปได้เท่าไหร่ พอทำไม่เสร็จบางท่านก็มีอันให้เลิกทำเสียแล้ว ที่จะหนักหน่อยก็คือถึงที่ตายสิ้นอายุขัยไม่มีโอกาสแล้ว ไม่มีโอกาสจะคิด จะสร้าง จะทำต่อแล้ว นี่เรียกว่าถึงที่ตายไปแล้วยังจะทำอะไรได้ แต่เราจะสังเกตุได้ว่าแม้จะถึงที่ตายแต่ครูบาอาจารย์บางรูปบางองค์ก็ยังสามารถผ่อนผันชะตากรรมได้หลายสิบปีเพื่อจะดำรงค์สังขารทำกิจที่ปรารถนาให้สำเร็จ

    พูดกันง่ายๆ เข้าใจกันง่ายๆเลย เหมือนเราเป็นหนี้ใครแล้วเค้าตามมาทวงเราก็ขอเค้าผลัดออกไปก่อน การผลัดเวลานี้ไม่ใช่เพื่อให้เรามีชีวิตไร้สาระไปวันๆหากแต่ผลัดไปเพื่อจุดประสงค์ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเราและเขาก็จะได้สร้างบารมีร่วมกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาองค์ธรรมผ่อนผันชะตากรรมนั้นเป็นวิชาที่มีแรงครูสูงมากหากได้ใช้แล้วแม้คนถึงที่ตายก็ยังไม่ตายหากยังไม่สำเร็จกิจที่ทำค้างไว้ก็จะยื้ออยู่ได้พอสมควรแก่เวลาท่านว่าเขาให้คุณมหาศาลถึงระดับนั้น แต่หากนำมาอาราธนาไว้ไม่ไปพูดเรื่องถึงที่ตายกันวันนี้ อานุภาพแห่งคุณวิชาก็จะช่วยผ่อนผันชะตากรรมของเราในวันนี้ เรียกว่าใช้วันนี้ก็ผ่อนลงวันนี้ใช้วันไหนก็เห็นชัดวันนั้น

    ### ตายแล้วฟื้นคืนกลับ
    คำนี้ท่านอุปมาเอาไว้เพราะชีวิตที่ตายไปแล้วมันทำอะไรต่อไม่ได้ วิชานี้แต่โบราณจึงเป็นยอดปรารถนาที่จะสงเคราะห์คนในเรื่องชะตากรรมโดยเฉพาะ ใครที่เคราะห์กรรมยังน้อยหรือได้อาราธนาก็จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ในกรณีร้ายแรงทั้งปวง แม้ถึงที่ตายไม่ว่าจะเป็นตายก่อนถึงอายุขัยหรือเพราะทำกิจทางโลกและสิ่งที่ปรารถนาไว้ไม่แล้วเสร็จก็ยังสามารถผลัดชะตากรรมได้ ท่านว่าวิชานี้ถ้าเอากันจริงๆแล้ว ใครได้ใช้ก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วพลังชีวิตฟื้นคืนกลับมาได้นั่นแหละ ไม่ใช่ว่าใช้ไปจะต้องตายจริงๆก่อนนะ เสด็จพระใหญ่ท่านไม่ได้ให้เราทำเพื่อจะให้ใครตายแล้วตายอีก แต่ท่านอุปมาไว้เหมือนชีวิตที่ตายลงไปแล้ว หมดเวลาแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้วแม้แต่ความหวังสุดท้าย ชีวิตแบบนั้นก็ยังจะผ่อนปรนให้ฟื้นคืนกลับสู่ความเจริญงอกงามได้ ท่านว่าปกติจะมีแต่พระอริยเจ้าที่ท่านจะผัดผ่อนพญายมเพื่ออยู่ต่อกี่ปีๆก็ว่ากันไปจะได้สร้างศาสนสถานหรือทำอะไรที่ค้างคาให้สำเร็จ แต่วิชานี้หากนำมาลงทำตะกรุดให้คนทั่วไปใช้ ท่านว่าขอเพียงมีใจยึดมั่นถือมั่นกับตะกรุดกับวิชาจริงๆเพียงเท่านั้น ก็จะสามารถผ่อนผันผ่อนปรนคลื่นลมในชีวิตทั้งหลายได้ ไม่ต้องรอให้พญายมมาเชิญเราไปชมนรกสวรรค์ หากแต่จะผ่อนผันบุพกรรมที่รุนแรงกระทั่งผ่อนแรงอาฆาตจากเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ให้เบาลงๆ ..เบาลงไปเรื่อยๆ ค่อยๆผ่อนไม่ให้มันตึงไม่ให้มันขาด เป็นดั่งเช่นว่านี้ก็คือการผ่อนปรนดุจมีชีวิตใหม่อีกครั้ง


    วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ในที่จวนตัวและคับขันที่สุดหากกำลังใจเรายึดมั่นเพียงพอก็ยังจะยืดเวลาตายได้ ท่านว่ายังไม่ตายก็จะไม่รู้กันหรอกแต่คนที่ใกล้จะตายก็จะอยู่ต่อได้ตามสัญญาที่ให้กับพญายมไว้ ว่าอยู่เพื่อทำอะไร จะอยู่นานเท่าไหร่เช่นนี้ แต่ในกรณีคนที่ยังมีลมหายใจกันอยู่กลับมีชีวิตพังทลายเหมือนคนตายไปแล้ว กิจที่ทำ งานที่สร้างก็ยังไม่เห็นความสำเร็จเพราะมรสุมชีวิตสารพัดจะพร้อมปะทะเข้ามาขวางเอาไว้ตลอด ด้วยบุพกรรมและแรงอาฆาตจากเจ้ากรรมนายเวรหรือแม้กระทั่งเป็นบททดสอบของท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ใครที่เจอชีวิตหนักๆแบบนี้วิชานี้เขาจะผ่อนปรนให้ เพราะเขาลดหย่อนเปลี่ยนจากหนักให้กลายเป็นเบา คู่กรณีของเราเขาก็ยอมลงให้กับเราไม่บึ้งตึงเช่นเดิม เหมือนผ่อนอารมณ์ ผ่อนความแรงในมรสุมชีวิต ทำให้ชีวิตเราอุปสรรคทุเลาเบาบาง สุดท้ายชีวิตก็จะเปลี่ยนไปหรือแปรกลับไป ไอ้สิ่งที่บีบๆเราอยู่มันก็จะคลี่ออกขยายออก ใครที่ชีวิตรู้สึกเหมือนหายใจไปได้ไม่ตลอดรอดฟั่งแบบนี้ก็จะหายใจได้คล่องคอกันมากขึ้น ท่านว่ามันผ่อนลงหมดเลยนะแม้แต่ตัวความทุกข์ก็ติดหางเลขไปด้วย ใครที่ทุกข์ที่ต้องทนกับทุกข์นี่ผ่อนลงทั้งหมด แม้โรคที่แสดงอาการอยู่ก็บรรเทาลงค่อยๆจืดจางลงไป คุณวิชาจะขยายกำลังและแผ่สิ่งที่บีบคั้นเราอยู่แผ่มันออกไปทำให้ชีวิตเรากระจ่างและสว่างขึ้นโดยลำดับ

    วิชานี้เขาอาศัยหลักย้อนคืนการเปลี่ยนแปลง พ่ออาจารย์ท่านว่าทุกข์,โทษ,โทสานั้น มารเหล่านี้เค้าใช้กฏวัฏจักรสนองผู้กระทำ เช่นนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่ซ้อนทับกาลเวลาขยายผลต่อมาถึงกรรมและชะตาชีวิตคน กาลทั้งสามคืออดีต,ปัจจุบัน,อนาคตได้ชื่อว่าเป็นกาลเวลา เป็นสิ่งที่ไม่เคยปราณีผู้ใดต่อให้มีเงินจะไปร้องขอร้องซื้อก้ทำไม่ได้ ในบางคนแม้ชีวิตล้มเหลวซ้ำซากกาลเวลาก็ยังพัดผ่านเขาไปกลายเป็นฝุ่นละอองไม่เป็นที่จดจำกันได้ในประวัติศาสตร์ ท่านว่าชีวิตคนก็มีเท่านี้ ความยาวนานที่มีที่เป็นที่ยังหายใจกันอยู่หากไม่รีบทำในสิ่งที่จะเป็นบารมีส่งเสริมตนเองได้ในอนาคตก็เกิดมาเสียเวลาไปเปล่าๆ พ่ออาจารย์ท่านจึงปรารถนาขอให้เสด็จพระใหญ่ท่านช่วยให้คนที่รู้ค่าเห็นค่าของชีวิตและกาลเวลาหากแต่ไม่มีวาสนาและไม่มีโอกาสที่จะทำ ให้เค้าได้ผ่อนผันความรุนแรงทั้งหลาย ท่านว่าชีวิตคนนั้นก็เป็นดั่งล้อเกวียนที่มีแต่จะหมุนไปข้างหน้ายิ่งหมุนเท่าไหร่ก็ยิ่งเก่าลงเท่านั้นมีแต่ความทรุดโทรมน่าสมเพชไม่ได้มีความยิ่งใหญ่หรือน่ายินดีอันใดอย่างที่ใครพยายามจะแสดงออกเลยหากหมุนไปเพื่อลดเวลาลงไปวันๆไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับใคร เหมือนกับลูกวัวอันเขาเลี้ยงไว้รอเวลาเจริญเติบโตเดินเข้าสู่หลักประหารเช่นนั้น เพราะคนทั้งหลายเสียเวลาไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของกาลเวลากันเลย ทั้งยังไม่สนใจด้วยว่ากาลเวลานั้นมีผลโดยตรงกับชีวิตเราอย่างไร

    ท่านว่าคนที่ปล่อยเราก็ต้องปล่อยเขาไปคิดเสียว่าไม่มีวาสนาร่วมกันจะไปรั้งเขาไว้ก็ไม่ได้ แต่คนที่สนใจหรือเอาวิชานี้ไปใช้ท่านย้ำว่ามีกิจใดอยู่ก็รีบทำกันให้เสร็จจะได้ขวนขวายสร้างบารมีให้เต็มที่ ที่เสด็จพระใหญ่ท่านให้โอกาสนั้นท่านก็ให้เฉพาะคน เฉพาะผู้ที่มีวาสนา เพื่อที่จะได้ไม่ใช้กาลเวลาให้หมดไปชาติหนึ่งกับสิ่งที่ไม่ใช่สาระและแก่นแท้ของชีวิตและสัจธรรม ท่านว่าบางคนตายไปกับสิ่งไร้สาระ มีโอกาสได้เกิดมาก็นำสิ่งมีค่าไปกับตัวเองไม่ได้ เพราะชีวิตจมอยู่กับสิ่งไร้สาระไม่เหลือเวลามาพิจารณาทาน,ศีล,สมาธิที่จะทำให้ตัวเองเกิดปัญญา ไม่ได้แสวงหาแก่นหรือสาระและสั่งสมบารมีใดๆเลยทำให้มรรคผลนิพพานนั้นยิ่งไกลออกไปมากขึ้นทุกที เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงย้ำว่าตะกรุดวิชานี้เสด็จพระใหญ่ท่านให้ทำ ให้ลงจารเพื่อจะผ่อนผันพระกาลที่ทับถมชะตากรรมเราอยู่ ท่านต้องพิจารณาทุกข์,โทษ,โทสาของมนุษย์ลงจารทับถมไล่เรียงเคราะห์กรรมทั้งวัน,เดือน,ปี ต้องผ่อนผันพระเคราะห์ซ้อนไปเป็นค่ายกลถึงสามชั้น ลงปฏิเสธเคราะห์วัน,เคราะห์เดือน,เคราะห์ปี ตั้งยามเกิดของวิญญาณมนุษย์ ผูกหัวใจท่านว่าปฏิเสธเคราะห์ทั้งหมดไม่ว่าวันขึ้นหรือว่าวันแรมทับถมธาตุวิญญาณด้วยพุทธะเป็นที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ปฐมท่านให้ทำแบบวิชาโบราณเป็นงานที่หินมากเพราะเป็นวิชาของท่านแม้เราเป็นแค่คนทำเพื่อรอท่านเสกยังรู้เลยว่างานหินจริงๆ

    ด้วยกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไปนั้นส่งผลโดยตรงกับชีวิตคน เพราะเขาพรากวัยอันสดใสไปจากเรา พรากความแข็งแรงไปจากเรา พรากโอกาสที่ดีทุกสิ่งไปจากเรา นำโรคมาให้เรา นำความชรามาให้เรา นำความตายมาให้เรา จะเห็นได้ว่ากาลเวลานั้นพรากทุกสิ่งจากเราไปทั้งหมดทำให้กำลังและชีวิตเราเสื่อมถอยลง เช่นนั้นถ้าใครไม่รู้ค่าของกาลเวลาก็เป็นชีวิตที่ไม่มีค่าพอที่จะเสงเคราะห์ด้วยตะกรุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าของบางอย่างมันต้องระลึกรู้ได้จากจิตสำนึกตัวเอง รู้ว่านี่คือของที่เรารอคอย ของที่เราตามหา ของที่ใช่ที่เหมาะสมกับตัวเรา นั่นจึงจะเป็นสิ่งคู่บารมีสำหรับเราอย่างแท้จริง ท่านว่าวิชานี้ทำยากลงจากก็ยาก ยิ่งผงที่อุดยิ่งทำยากกว่าตะกรุดเข้าไปไม่รู้เท่าไหร่ หากแต่ครูต้น ครูธรรมท่านไม่ให้บอกไม่ให้พูดจำกัดความอะไรเลย ท่านให้พูดได้เท่านี้เพราะกรรมของสัตว์นั้นเราจะไปขวางเอาไว้ก็ไม่ใช่ที่ หากเขาไม่รู้ไม่มีจิตสัมผัสไม่ได้ขวนขวายด้วยตัวเองแล้วนั่นก็แปลว่ายังไม่หมดวาระของเขา

    วิชานี้ท่านว่าให้ติดตัวเอาไว้นอกจากจะช่วยไม่ให้ชีวิตต้องตกระกำลำบากแล้ว ยังจะปิดประตูคำว่าตายโหงได้อย่างเด็ดขาด ทั้งจะไม่ตายไกลบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องกลับมาตายที่บ้านอยู่กับญาติและคนที่รัก จะแคล้วคลาดจากเรื่องที่ทำให้เราเจ็บตัวและเจ็บใจในประการต่างๆ ทั้งยังมีผลไปถึงการแคล้วคลาดจากคุณไสยลมเพลมพัดด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อปิดเคราะห์ทั้งแปรผันกับกาลเวลาไปทั้งหมดแล้ว ต่อให้ผีให้มารที่ไหนก็ทำอะไรเราไม่ได้เพราะตะกรุดนี้นอกจากจะปิดกั้นแล้วยังเปิดเอาคุณพระเข้าตัวด้วยอีกด้านหนึ่ง แม้มีคนมาฆาตมาตรร้ายหมายทำลายเราทุกอย่างก็จะสะท้อนผลของมันกับไปทั้งสิ้น ดีมาก็ดีกลับ ร้ายมาก็ร้ายกลับ เพราะเคราะห์กรรมไม่ได้กระทำแก่เราแล้วทุกอย่างจึงย้อนกลับไปที่ตัวเค้าเอง

    ตะกรุดสำคัญดอกนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะปิดกรรมไว้เฉยๆนั้นก็เกรงว่าจะยังไม่พอกับวิกฤติทางสังคมในปัจจุบัน ท่านจึงเอาตะกรุดมาแช่น้ำว่านพญาไก่แดงเอาคุณว่านเข้าช่วยอีกทอดหนึ่ง ท่านว่าขอแค่เอาไปแล้วขยันทำมาหากินก็พออะไรๆมันก็จะดีขึ้น เพราะพญาไก่แดงนั้นในสมัยพระกัสสปะสัมพุทธเจ้า เขาได้เก็บเอาฟางข้าวมาทำที่ประทับให้กับพระศาสดาทั้งยังคอยู่เฝ้าระวังสัตว์ทั้งหลายไม่ให้รบกวนการทำสมาธิจนพระองค์สำเร็จพระโพธิญาณ ด้วยพระรัศมีที่แผ่ออกมานั้นได้ทำให้พญาไก่แดงกลายเป็นโพธิสัตว์ในกาลต่อมาเมื่อสิ้นอายุขัยพระเถระเจ้าผู้อรหันต์ทั้งหลายก็ได้ช่วยกันปลงสังขารให้ ผงอัฐิธาตุของพญาไก่แดงจึงเกิดเป็นต้นว่านที่เรียกว่าว่านพญาไก่แดงขึ้นมา พ่ออาจารย์ท่านว่าว่านนี้ถ้าคนทำเป็นจริงๆสามารถเชิญญาณพญาไก่แดงมาได้ เขาจะช่วยเหลือปกป้องเราจนกว่าเราจะพบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เป็นที่สุดเหมือนตอนที่เขาอารักขาสมเด็จพระพุทธกัสสปะ นอกจากนี้เขายังดีทางเมตตามหานิยมและมหาเสน่ห์เป็นที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องมหานิยมนี้ให้ถือเป็นกฤติยาคมแฝด แต่ประโยชน์ใหญ่ที่ท่านนำมาแช่ว่านพญาไก่แดง ก็เพื่อจะให้ตะกรุดนั้นมีคุณพญาไก่แดงคอยหนุนนำผู้อาราธนาไปถึงฝั่งถึงความสำเร็จ หากจะปิดเคราะห์แต่ไม่ชักพาต้องอาศัยแรงพยายามขวนขวายของตัวเองอย่างเดียวนั้น บางคนเค้าวาสนาไม่พอจริงๆต่อให้ช่วยอย่างไรก็ยังไปไม่ถึง ท่านจึงต้องลงแช่ว่านและเสกสำทับขอบารมีโพธิสัตว์พญาไก่แดงให้อีกวาระหนึ่ง

    คาถาบูชา
    (พ่ออาจารย์ท่านว่าจบหัวออกนามครูต้น องค์ธรรม องค์ปฐมและโพธิสัตว์พญาไก่แดงเป็นที่สุดแล้วใช้ได้เลย ตะกรุดนี้จะแรงเท่ากับใจของเรา ยิ่งใจเรายึดมั่นในคุณวิชามากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะแรงจะเห็นผลมากขึ้นเท่านั้น)


    *** ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของมีเจ้าของทุกดอก แม้ได้บูชาไปแล้วหากสิ้นร่างสลายสังขารไป คุณของตะกรุดและวิชาที่เรายึดมั่นมาทั้งชีวิตก็ยังจะตามติดเราไปตลอดตราบจนเข้าพระนิพพานนั้นทีเดียว รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะได้ทำการประสิทธิให้ในลำดับต่อไป รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กพิการและขาดโอกาสในชนบทสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดตายแล้วฟื้นกลายกลับหนักเบาทุกข์,โทษ,โทสา(องค์ธรรรมผ่อนผันชะตากรรม) บูชา 4,000 บาท

    66690694-489556798458319-7586242520661622784-n.jpg
    67217003-401796147095886-5170626005697560576-n.jpg
    66481014-371784453363969-7418359365821792256-n.jpg
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา พระสูญทุกข์สามก้าวเหยียบสวรรค์พยุงโผนโจนข้ามวัฏสงสาร (ฝังองค์เหล็กอิศโรภาส)

    พระพิมพ์นี้พ่ออาจารย์ท่านมักเรียกติดปากว่า พระก้าวหน้าหรือพระก้าวไกล และมักจะบอกคนใกล้ชิดถึงความสำคัญของพระพิมพ์ว่า...."สามก้าวเปลี่ยนชีวิต"

    เมื่อใดที่มนุษย์หยุดการพัฒนาทั้งทางด้านสติปัญญา,ความคิดและศีลธรรมก็ย่อมเป็นเหตุให้พระสัทธรรมค่อยๆเลือนหายไปจากโลก พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่(องค์ปฐม)ท่านเมตตาตรงนี้ ท่านว่าฉันจะช่วยเองนะ เช่นนั้นจึงเป็นบ่อเกิดของพระพิมพ์สำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านจะเรียกว่าพระก้าวไกล..หรือสามก้าวเปลี่ยนชีวิตที่จะใช้สูญทุกข์ภัยให้คนมีโอกาสได้กลับตัวตั้งมั่นอยู่ในคุณพระรัตนตรัยและข้อธรรมทั้งหลาย สำหรับพิมพ์พระนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านว่าจะสร้างอย่างไรให้ไปเรียนเอากับขรัวโตท่าน พ่ออาจารย์ท่านก็ต้องขอเมตตาครูสมเด็จจริงๆเพราะท่านว่าพระพิมพ์แบบนี้มีอาถรรพ์ มีพุทธอภินิหาริย์มากไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ โดยครูสมเด็จท่านได้บอกพุทธลักษณะพระพิมพ์ให้พ่ออาจารย์ท่านไปแกะบล๊อกแม่พิมพ์มา เป็นลักษณะพระที่จะใช้เพื่อหวังพุทธคุณอย่างอุกฤษฎ์สืบต่อไปเท่านั้น

    ที่มาแห่งพระพิมพ์นั้นพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าสามก้าวย่างเหยียบสวรรค์ดุจดั่งท่านได้อุปมาว่าแม้คนเราต่อให้เป็นเจ้าเป็นกษัตริย์พยายามกระทำทุกสิ่งสิ้นเปลืองไปอย่างมากเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นนั้นก็ยังทำไม่ได้เรียกว่าแม้ลงทุนทั้งชีวิตก็ยังไม่เกิดผลอะไร แต่ในขณะเดียวกันสมเด็จพระบรมศาสดานั้นท่านย่างพระบาทเพียงสามก้าวก็ขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้ ดั่งที่พ่อาอจารย์ท่านเล่าเอาไว้ว่า... " ในปางนั้น องค์สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีดำริถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนๆที่ผ่านมา เมื่อกระทำยมกปาฏิหาริย์เสร็จแล้วในพุทธประเพณีที่มีมานั้นพระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้เสด็จไปจำพรรษาอยู่แห่งใดหลังกระทำปาฎิหาริย์ ด้วยพระอตีตังสญาณทำให้ทรงทราบเหตุการณ์ในอดีตได้ทันทีว่าหลังจากเสร็จยมกปาฏิหาริย์แล้วพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมเสด็จไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อหวังประโยชน์เทศนาโปรดพุทธมารดาและเหล่าเทพพรหมทั้งหลาย พอทรงระลึกอดีตกาลที่เป็นพุทธประเพณีนั้นได้ก็ทรงเสด็จลุกจากรัตนบัลลังค์อันตั้งอยู่เหนือยอดคันธพฤกษา แล้วสมเด็จพระโพธิญาณบรมศาสดาก็ได้ย่างก้าวพระบาทดำเนินออกไป ในขณะนั้นเองมหาคิรีทั้งสามอันเป็นหลักจักรวาลก็ได้โน้มยอดทอดตัวลงโดยฉับพลันรับพระบาทของพระตถาคตเจ้า ได้แก่จอมเขายุคนธร,จอมเขาอิสินธร และจอมเขาพระสุเมรุ ทั้งสามต่างน้อมยอดรองรับฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เจ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์และกล่าวขวัญในปาฏิหาริย์ " พ่ออาจารย์ท่านว่าทั้งมนุษย์และเทพพรหมล้วนเห็นกันหมด แม้เทพพรหมยังตกตะลึงเพราะการทำปาฏิหาริย์เช่นนี้ของพระพุทธองค์นั้นเกินไปกว่าที่เทวานุภาพใดๆจะทำได้ สมเด็จพระบรมศาสดานั้นท่านเสด็จพระดำเนิน คือย่างพระบาทไปสามก้าวท่านก็ก้าวล่วงเข้าสู่แดนดาวดึงส์สวรรค์อันสถิตอยู่เหนือยอดเขาพระสุเมรุนั้น เรียกได้ว่าย่างพระบาทสามก้าวเท่านั้นจากโลกมนุษย์ก็ถึงดาวดึงส์สวรรค์ ด้วยจอมเขาทั้งสามที่โน้มยอดมารองรับพระบาทแต่ละลูกนั้นก็พ้นโลกไปแล้ว พ่ออาจารย์ว่าท่านเหยียบก้าวแรกที่จอมเขายุคนธรนี่ก็เท่ากับว่าขึ้นมาถึงขอบเขาพระสุเมรุอันเป็นที่สถิตของพระอาทิตย์และพระจันทร์แล้ว พอก้าวที่สองลงที่อิสินธรก็เข้าเขตเทวดาแล้ว พ่อก้าวที่สามเท่านั้นท่านก็ก้าวข้ามสัตตบริภัณรวมไปถึงมหาสีทันดรและมหาทวีปทั้งสี่ล่วงขึ้นยอดพระสุเมรุเสด็จบนไพชยนต์ปราสาทเข้าประทับในบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ใต้ต้นปาริชาติอันเป็นธงชัยแดนดาวดึงส์ทันที

    เช่นนั้นพระพิมพ์สำคัญนี้ท่านจึงเรียกว่าสามก้าวเหยียบสวรรค์หรือพระก้าวไกลที่หวังพุทธคุณให้ผู้อาราธนาใช้ได้ก้าวออกไปสั้นๆแต่ไปถึงจุดหมายได้ไว ได้ไกลกว่าคนที่ต้องใช้แรงใช้ความพยายามทั้งชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์นี้มีอาถรรพ์มากที่สุด ครูสมเด็จท่านย้ำมาเองเลยว่าเมื่อแกะแม่พิมพ์ต้องทำในลักษณะย่างก้าวพระบาท ให้พระเหยียบลงบนยอดเขาทั้งสามลูกอันเปรียบได้กับเส้นชัยของชีวิตเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆคนที่ยังไม่หวังพระนิพพานในชาตินี้ ที่ต้องก้าวขึ้นไปให้ถึง ก้าวไปให้ถึงทิพย์สมบัติแลสวรรค์สมบัติทั้งปวง พระพิมพ์นี้จะเป็นดั่งแสงสว่างเปิดทางนำชัยชนะ นำความสำเร็จ นำความสุข นำความเจริญมาให้ จะได้พบกับแสงสว่างในกิจที่ทำที่ดำรงค์อยู่ ทั้งการทำมาหากิน ราชการ การค้า...ทุกกิจอาชีพ ต้องสำเร็จ ต้องสมหวัง ต้องมีชัยชนะทุกคราวไป คิดทำสิ่งใดก็ออกผลงอกงาม การทำมาหากินได้โชคลาภเงินทอง มีความสุข ชีวิตมีทางออกตลอดเวลา

    เมื่อความทุกข์สิ้นสูญเวลาใด เวลานั้นย่อมได้ชื่อว่าชีวิตประสบชัยชนะอย่างยิ่ง พระพิมพ์นี้เมื่อทำเสร็จแล้วองค์ปฐมท่านจึงเรียกว่าพระสูญทุกข์ ด้วยพุทธานุภาพนั้นจะได้ช่วยพยุงชีวิตที่ยังคลอนแคลนเอาแน่เอานอนไม่ได้ให้มั่นคงต่อไปในพระศาสนา ให้ชีวิตที่แรงครูท่านช่วยพยุงเอาไว้ไม่ไหลไม่ตกหายไปก่อนจะถึงฟากฝั่ง ทั้งยังขับให้โผนโจนทะยานก้าวหน้าในทุกๆด้านอย่างรวดเร็ว พ่ออาจารย์ท่านว่าอาถรรพ์ของพระพิมพ์นี้ก็คือความก้าวหน้าที่ไม่ใช่ค่อยๆก้าวด้วยกำลังด้วยความพยายามทั้งชีวิต ถ้าจะต้องก้าวหน้าแบบเต่าคลานเช่นนั้นท่านว่าอย่าเอาไปใช้เลย พระพิมพ์นี้ท่านทำไว้เพื่อคนที่หวังจะก้าวหน้าในทุกกิจที่ได้กระทำอยู่ จะต้องก้าวไปประหนึ่งว่าแรงครูท่านพยุงให้เราโผนโจนทะยานขึ้นสู่ความสำเร็จ เพื่อชัยชนะ เพื่อเป็นที่หนึ่งได้อย่างฉับพลัน พ่ออาจารย์ท่านอุปมาไว้ว่า "คนเดินไปกับคนเหาะไปใครจะถึงก่อนกันก็ให้ไตร่ตรองเอาเอง " นอกจากนั้นยังจะผ่อนแรงผ่อนกำลังให้เราไปถึงโดยง่ายดั่งเมื่อครั้งพระศาสดาจารย์ท่านกระทำปาฏิหาริย์ให้ยอดเขาทั้งสามอันเป็นที่ตั้งแห่งแดนสวรรค์โน้มยอดมารองรับฝ่าพระบาท ดุจว่าจะโน้มเอาเส้นชัยของชีวิตเขามาหาเรา เอาความสำเร็จมาประเคนให้เรา ซึ่งตัวเรานั้นต้องลำบากเพียงย่างเท้าก้าวออกไปรับแค่นั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นอาถรรพ์ที่องค์ปฐมกับครูสมเด็จท่านย้ำและกำชับไว้หลายหน ว่าพระพิมพ์สำคัญนี้จะเป็นดั่งไพ่ตายที่นำเราให้ข้ามพ้นอุปสรรค ท่านว่าถ้ามั่นในพุทธคุณหมั่นสร้างบารมีไปพร้อมๆกับอาราธนาองค์พระนี่ย่อมก้าวข้ามได้หมดทั้งสิ้นในโลกนีั ไม่ว่าจะมีปัญหาในกิจจานุกิจใด ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยิ่งใหญ่ปานมหานทีสีทันดรที่เต็มไปด้วยอันตรายนานัปการก็ย่อมข้ามได้ทั้งสิ้น แม้จะข้ามพ้นวัฎสงสาร ข้ามไปหาพระนิพพานนั้นก็ยังทำได้หากบารมีเราถึงพร้อม เพราะเช่นนั้นจึงต้องรีบสร้างบารมีกันเอาไว้เพื่อองค์พระท่านจะได้แผ่พุทธานุภาพให้แสงสว่างชี้ทิศ นำทาง นำชัยชนะ นำความสำเร็จ นำเธอก้าวพ้นปัจจัยอันฉุดรั้ง เหนี่ยวกาย พันธนาการรึงรัดจิตวิญญาณทั้งหลายให้พ้นออกไป

    ท่านได้รวบรวมผงวิเศษเริ่มแต่ผงยันต์ยันต์ดวงประสูติ ดวงตรัสรู้,ผงยันต์ไจยะเบงชรพิศดาร,ผงยันต์ไจยะเบงชรตัวย่อ,ผงยันต์ฟ้าฟีก,ผงยันต์ดวงเศรษฐี,ผงพระโพธิสัตว์เป็นพ่อค้า,ผงเศรษฐีนายสำเภา,ผงดวงวิชาโคตรเศรษฐี,ผงเศรษฐีบารมีพระเจ้าสิบชาติ,ผงก้าวหน้า,ผงวิชาสูตรมหาเศรษฐีพุทธกาลทั้งเก้า,ผงยันต์จักรพรรดิ์,ผงยันต์ครูสิทธิลาภ,ผงยันต์หยุดทุกข์,ผงดับภัย,ผงพระเจ้าข้ามโลก,ผงพระเจ้าโปรดโลก,ผงพระเจ้าโปรดสัตว์,ผงพระเจ้าเปลื้องทุกข์,ผงพระเจ้ายกสัตว์ข้ามสงสาร,ผงยันต์ดวงตำรับเสด็จพระใหญ่ทั้งร้อยแปดดวง...นำมาผสมเข้ากับผงพุทธคุณทั้งห้า,ผงเกสรมงคลทั้งเก้า,ผงพระศรีมหาโพธิ์ชี้ทิศตะวันออก,ผงดอกรักซ้อน,ผงเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์,เสน่ห์จันทร์ขาว,เสน่ห์จันทร์แดง,เสน่ห์จันทร์เขียว,เสน่ห์จันทร์หอม,ผงเสน่ห์จันทร์ทอง,ผงหิ่งหายผี,ผงไม้กาหลงรากรักซ้อน,ผงไม้กาหลงรากมะยม,ไม้ยอตายพราย,ผงยาสัก,ผงครูสมเด็จ,ผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์,ผงรังต่อหัวเสือ,ผงรังแตน,ผงรังผึ้งขวางตะวัน,ผงไม้คูณตายพราย,ผงพรายตานี,ผงพรายตะเคียน,ผงกาฝากรัก,ผงกาฝากมะยม,ผงกาฝากขนุน,ดินเจ็ดนครเก้าบุรี,ดินขุยปู,ดินจอมปลวก,ข้าวก้นบาตรหินพระฤาษี,ชานหมากหินพระฤๅษี,เพชรหน้าทั่ง...สมเด็จองค์ปฐมท่านให้ผสมผงและกดพิมพ์องค์พระในฤกษ์ฤกษ์สี่ขุมคลังซึ่งทุกสี่ปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง จะได้เปิดขุมคลังทั้งสี่ส่งผลให้ผู้ครอบครองประสบความสำเร็จทางโชคลาภการเงินร่ำรวยเพราะขุมทรัพย์ที่ถูกปิดไว้จะถูกเปิดออกชีวิตจะอุดมไปด้วยโภคทรัพย์นานาประการมีความสุขดียิ่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ### พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเคล็ดขององค์ปฐมท่านดุจว่าขุมทรัพย์ทั้งสี่ทวีปเปิดรอเราอยู่แล้วอาศัยพระก้าวไกลนี้นำพาชีวิตเราย่างก้าวออกไปเพียงก้าวสั้นๆก็จะชนเข้ากับขุมทรัพย์และความสำเร็จประดามี

    องค์เหล็กไหลยอดฟ้าอิศโรภาส
    เมื่อกล่าวถึงเหล็กไหลนั้นย่อมจะต้องมุ่งเป้าไปที่ธาตุกายสิทธิ์ของพระเป็นเจ้า ด้วยเป็นของศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถหาพบหรือนำมาไว้ในครอบครองได้เนื่องจากมีพรหม,เทพเจ้า,เจ้าป่า,เจ้าเขา,พญานาคหรือยักษ์คอยปกปักรักษาอยู่ และพร้อมจะเข้าทำร้ายผู้ที่เข้าไปรุกรานเพื่อหวังครอบครองธาตุกายสิทธิ์ด้วยกิเลสตัณหาอยู่ทุกเมื่อ หากคนผู้นั้นไม่ใช่คนดี มีบุญหรือมีวิชาอาคมที่แกร่งกล้ามากพอย่อมไม่สามารถเอาเหล็กไหลได้ อีกทั้งตัวเหล็กไหลก็มีฤทธิ์ขัดขืนคนที่จะเข้าไปตัดได้ด้วย ดั่งที่รู้กันว่าเคยมีคนเดินทางเข้าไปตัดเหล็กไหลโดยเอามือไปสัมผัสกับเหล็กไหลโดยตรงจากนั้นเกิดอาการคล้ายกับถูกฟ้าผ่าหรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดเข้าหากเขาไม่ยินยอมและเราไปฝ่าฝืนด้วยกำลังหมายแย่งชิงเอาโดยพละการ มีความถือดีในพระเวทย์ก็อาจทำให้มีเพทภัยถึงแก่ชีวิตหรือเกิดความขัดแย้งในหมู่คณะถึงขั้นที่ว่าวิบัติได้ด้วยฤทธิ์ของเทพผู้รักษาเหล็กไหลนั่นเอง แต่คุณของเหล็กไหลนั้นก็ได้ชื่อว่ามีอิทธิฤทธฺ์สูงยิ่งนักผู้ที่ครอบครององค์เหล็กไว้ย่อมไม่มีอะไรที่จะสามารถทำร้ายบุคคลนั้นได้ นับได้ว่าใครที่ได้ครอบครองเหล็กไหลก็ถือเป็นความโชคดี เหนือสิ่งอื่นใดความสำเร็จในชีวิตก็จะพลันเกิดขึ้นโดยเทวานุภาพขององค์เหล็กไหลนั้นหนุนนำไปให้พบแต่ความเจริญงอกงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาจะช่วยนำทางชีวิตให้พบแต่ความโชคดี ทั้งยังแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
    องค์เหล็กไหลนั้นมีอานุภาพสูงแม้ไม่ได้รับการปลุกเสกใดๆก็มีความเป็นกายสิทธิ์คือสำเร็จในตัวและมีฤทธิ์ในตัว พ่ออาจารย์ท่านว่าหากได้บารมีองค์มหาเทพ(ครูพระสยม)มาชุบธาตุเสริมกำลังลงไปอีก องค์เหล็กนั้นย่อมมีฤทธิ์อย่างอุกฤษฎ์เป็นที่สุดสมกับนามธาตุกายสิทธิ์แห่งพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง เช่นนั้นองค์เหล็กไหลชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอเมตตาครูพระสยมท่านทำให้เพื่อให้มีฤทธานุภาพอย่างถึงที่สุด
    กอปรกับองค์เหล็กนั้นมีสัณฐานดุจดั่งศิวลึงค์อันเนื่องมาจากพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะขอบารมีครูบาอาจารย์ให้ปรากฏรูปออกมาโปรดเหล่าศิษย์ที่ยังเวียนว่ายเสวยทุกขเวทนาทั้งหลาย ด้วยศิวลึงค์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งพระผู้สร้างหรือการให้กำเนิดมีอานุภาพถึงขนาดว่าสามารถกระทำสิ่งสมมติให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ ด้วยเชื่อถือกันว่าครูพระสยมนั้นคือเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์และให้กำเนิดชีวิต ทั้งศิวลึงค์ยังเป็นตัวแทนครูพระสยม มีอานุภาพดลบันดาลปาฏิหาริย์และอำนวยพรแก่ผู้ครอบครองได้ แม้ผู้ใดได้อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นย่อมพิทักษ์รักษาชีวิตมิให้ต้องอันตรายทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจแลความสำเร็จซึ่งเป็นดั่งเกียรติยศสามารถนำพาความเจริญมาสู่ตัวเองตลอดจนครอบครัวและบริวารนับพันนับหมื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ที่อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นจะมีอำนาจมากเป็นที่เกรงขามแก่ชนทั่วไป แม้กระทำการแข่งขันหรือกระทำการค้าทำกิจใดๆที่มีคู่แข่งเราก็จะมีอำนาจอยู่เหนือผู้อื่นเสมอ เรียกว่าทำอะไรก็ได้กำไรมหาศาล นอกจากนั้นยังอาราธนาขอต่ออายุคนที่ใกล้สิ้นใจให้พอมีสติเอ่ยวาจาสั่งเสียได้ อาราธนารักษาโรคหรือความเจ็บไข้ที่มองไม่เห็นไม่รู้สาเหตุให้บรรเทาสูญหายได้ ทั้งป้องกันภูติผีปีศาจและไสยศาสตร์ทุกชนิดไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ สามารถบันดาลให้พ้นจากความยากจน เมื่อสิ้นธาตุดับขันธ์ไปย่อมได้อยู่ในคณะของครูพระสยมไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
    เมื่อองค์เหล็กไหลเกิดขึ้นในรูปศิวลึงค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้ย่อมเป็นกฤติยาคมแฝด เป็นไปโดยความประสงคร์และแรงครูอย่างแท้จริง ด้วยครูท่านตั้งใจจะประทานรูปศิวลึงค์นี้ให้แก่ผู้ที่มีวาสนาผูกพันธ์กันมาได้รับไปสักการะบูชาแทนตัวพระองค์ เป็นสัญลักษณ์แทนมหาเทพแทนตัวมหาเทวะทั้งหลาย เป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จอย่างงดงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใครมีตาในแจ่มใสให้ลองดูกันได้เลย องค์ศิวลึงค์เห็นเล็กๆอยู่เพียงนี้ท่านมีดวงตามหาศาลถึงหนึ่งพันดวงปรากฏโดยรอบ เป็นดวงตาของครูพระสยมที่จะสอดส่องการมองเห็นออกไปในทุกทิศทาง เป็นดวงตาที่เกิดจากน้ำพระทัยและกำลังวิญญาณของพระองค์ท่านที่ได้มาสถิตย์เพื่อคุ้มครองและอำนวยพรให้กับผู้ที่ได้สักการะ ผู้ใดมีไว้บูชาย่อมถือว่าเป็นวาสนาและบุญลาภของบุคคลนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าศิวลึงค์นี้มีสร้างขึ้นด้วยสิ่งของหลายชนิด แต่หากเป็นศิวลึงค์ธรรมชาติจะมีฤทธิ์มากเป็นที่สุด ยิ่งเป็นศิวลึงค์ที่เกิดจากธาตุกายสิทธิ์ด้วยแล้ว ท่านว่าย่อมมีพลังเหนือธรรมชาติ ใครจะได้ใครจะพบก็ให้เป็นเรื่องของวาสนาแล้วกัน

    *** เมื่อเหล็กไหลปรากฏรูปในสัญลักษณ์องค์ศิวลึงค์ เช่นนั้นผู้บูชาก็ให้ออกนาม ศิวะๆๆเรื่อยไป เพียงระลึกถึงครูพระสยมท่านก็ใช้ได้เป็นที่สุดเพราะท่านกลั่นธาตุปรากฏรูปออกมาเพื่อพวกเราแล้ว เราก็รู้ชื่อรู้นามองค์มหาเทพที่พิทักษ์รักษาองค์เหล็กแล้ว เพียงเราออกนามท่านขอแค่เอาไปขอเรื่องที่ดีเป็นมงคลอะไรๆที่เหลือมันก็ดีทั้งสิ้น

    นอกจากเหล็กไหลแล้ว องค์พระยังฝัง"ตะกรุดต่อวาสนา"ซึ่งเสด็จพระใหญ่ท่านให้สงวนวิธีสร้างเอาไว้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่พระยันต์ด้านในก็ไม่มีภาษาใดๆที่มนุษย์ยุคไหนจะเข้าใจได้แล้วเพราะเป็นอักขระวิธีปฐมภูมิแรกเริ่มสังสารวัฎ แม้มีตะกรุดอยู่ที่ใดหรือกับบุคคลใดย่อมเจริญด้วยความรุ่งโรจน์ไม่หม่นหมองสืบไป ไม่รู้จักคำว่าตกต่ำอับจน แม้จะมีอุปสรรคหรือผู้คิดร้ายเบียดเบียนก็สามารถเอาชนะผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เหมือนคนที่ไร้สิ้นซึ่งวาสนาแล้วก็ได้ต่อวาสนาออกไปให้ชนะ ให้สำเร็จ ให้เป็นคนเต็มคน..เหนือคน เจริญเติบโตงอกงาม

    พระนี้ท่านกำชับให้เอาไว้เร่งเอา..เอาความสำเร็จ เอาชัยชนะ เอาทุกอย่างที่อยากเอา ให้ก้าวไปถึงความดีงามความสำเร็จโดยผ่อนแรงเราให้น้อยที่สุด ให้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วยพุทธานุภาพ ทั้งดับล้างความชั่วแลอวิชชาให้หมดไป เปิดเส้นทางของตัวเองให้เราสร้างสรรค์ชีวิตเราได้ด้วยตนเอง สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นมงคลแก่ชีวิตตนเองออกมาเรื่อยๆ ด้วยพระพุทธานุภาพนั้นจะได้รักษาให้ปราศจากเภทภัยใดๆมารบกวนกล้ำกราย เพราะเช่นนั้นจงทำชีวิตให้ดี เดินอยู่ในทางสว่างอย่าได้กลัวสิ่งใดๆเลย คนที่รอคอยโอกาส คอยจังหวะ หรือรอให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วท่านว่าก็สมควรแก่เวลาแล้ว ฉากและนาฎลีลาที่ชีวิตเราจะดำเนินและเกิดขึ้นมาใหม่นั้นย่อมอยู่ในจุดที่สูงขึ้นเรื่อยไปไม่ต่ำลงอีก

    พ่ออาจารย์ท่านว่ากฤติยาคมแฝดอย่างแท้จริงขององค์พระรุ่นนี้คือท่านตั้งใจจะรวมกำลังขององค์พระศาสดาและมหาเทพเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการเกื้อกูลชีวิตผู้อาราธนาโดยตรง ให้ถือเป็นที่สุดแห่งธาตุ,แห่งธรรม..แห่งกำลังอย่างแท้จริง ท่านว่าเรื่องที่ดีงามก็ให้พระสนอง แม้เรื่องทางโลกที่พระไม่ยุ่งก็ให้องค์มหาเทพท่านสนอง ให้สองกำลังคอยหมุนเวียนเกื้อกูลซึ่งกันและกันคอยช่วยเหลือตัวเราอยู่เช่นนี้ เพื่อให้เราก้าวไปได้ไกลขึ้น ก้าวไปได้ไวขึ้น มีชีวิตที่สมบูรณ์ก่อนจะถึงกาลถึงเวลา ทั้งได้ใช้ชีวิตนั้นให้คุ้มกับที่เกิดมา

    คาถาบูชา
    สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น ท่านให้ท่องแค่นี้ ท่านว่าทุกสิ่งที่จะได้แก่ชีวิตเราล้วนเป็นลาภทั้งสิ้นอยากได้อะไรก็นึกเอา เร่งเอา ให้หมั่นท่องแล้วจะได้เอาลาภผลต่างๆทั้งหลายเร็วทันใจ)


    *** พระสูญทุกข์พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดหกองค์ รวมกับท่านได้เลี่ยมใส่อาราธนาเองด้วยจึงมีให้บูชาทั้งหมดห้าองค์เท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชานั้นให้แจ้งชื่อนามสกุลตลอดจนสิ่งที่ติดขัดไว้ด้วย ท่านจะบอกกล่าวองค์เหล็กไหลให้สงเคราะห์เป็นกรณีพิเศษ รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างวิหารทานสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระสูญทุกข์สามก้าวเหยียบสวรรค์พยุงโผนโจนข้ามวัฏสงสาร (ฝังองค์เหล็กอิศโรภาส) บูชา 4,000 บาท


    66838578-2575986182462442-2720293364569210880-n.jpg 66577176-2499079203649373-3119959965750525952-n.jpg
    64885994-359202688098883-1379958552524750848-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง(พุทธศาสตรา)

    " ให้เอาไว้ใช้ขัดเกลาตัวเองเพิ่มความสามารถในทุกด้านที่ขาดหายไป "


    องค์เจดีย์นั้นโดยปกติก็เป็นสถานที่สำคัญอันบุคคลเคารพนับถือและกระทำสักการะบูชามาทุกยุคทุกสมัย นอกจากนั้นยังมีธรรมเจดีย์ที่ใช้จารึกพระธรรมคำสอนในองค์พระศาสดาด้วย สืบเนื่องจากทรงมีพุทธดำรัสก่อนพุทธปรินิพพานว่า พระธรรมวินัยจักเป็นศาสดาแทนพระองค์จึงเกิดมีการคิดจารึกพระธรรมลงบนวัตถุในองค์เจดีย์แล้วนำมาบูชาแทนพระธรรม ด้วยสถานที่อันมีพระเจดีย์ต่างๆประดิษฐานตั้งอยู่นั้นจะเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความเจริญในพระพุทธศาสนา ยิ่งพื้นที่หรือภูมิภาคใดปรากฏมีพระเจดีย์อยู่มากก็แสดงว่ามีความเจริญและเข้าถึงศรัทธาแห่งมหาชนทุกหมู่เหล่ามากเป็นเงาตามตัวแล้ว พระเจดีย์ยังช่วยสร้างพลังแห่งความสุข ความสงบอันนำมาซึ่งสันติ ทั้งยังขจัดและสลายอารมณ์ร้ายทั้งหลายซึ่งเกิดจากความโกรธหรือความริษยาใดๆก็ดีให้จิตใจผ่องใสเบิกบาน

    เสด็จพระใหญ่นั้นท่านให้พ่ออาจารย์สร้างพระเจดีย์หรือที่ท่านเรียกว่า "มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง" เอาไว้เป็นการเฉพาะด้วยศาสตร์ลี้ลับ ท่านว่าเจดีย์นี้คือตัวแทนขององค์ธรรมราชอันจะประดิษฐานอยู่ภายในเปรียบดั่งเสาหลักอันเป็นแกนของมหาจักรวาล ซึ่งเป็นที่อาศัยของพลังงานและสิงสถิตย์ของทวยเทพทั้งหลาย มหาโพธิเจดีย์นี้เป็นรูปย่อของสัดส่วนจักรวาลซึ่งจะใช้ในการแผ่ขยายพลังงาน โดยอาศัยการสร้างพลังงานซึ่งดึงกระแสขึ้นมาจากพื้นโลก(ปฐพี)และอากาศ(นภา)ให้มาบรรจบกันในพระเจดีย์ที่เป็นดั่งแกนกลางเสาหลักแห่งจักรวาลหรือจะเรียกว่าเป็นดั่งจุดศูนย์รวมพลังงานก็ได้ มหาโพธิ์เจดีย์นั้นเมื่อตั้งบูชาอยู่ที่ใดก็เป็นดั่งศูนย์รวมพลังงานแห่งพุทธะ,โพธิสัตว์แลเทวะทั้งหลาย ยู่ในที่ใดก็เป็นสิริมงคลแก่สถานที่นั้นองค์โพธิ์เจดีย์นั้นย่อมสามารถแผ่พลังงานสร้างสรรค์ค้ำจุนสถานที่ซึ่งเราเลือกจะตั้งไว้ได้ แม้อยู่ติดตัวใครก็เป็นวาสนาของบุคคลนั้นด้วยองค์โพธิ์เจดีย์จะช่วยให้บุคคลผู้ปรารถนาความสงบในจิตใจ หรือบุคคลที่เจ็บป่วย ชีวิตขาดบางสิ่งบางอย่างเกื้อหนุน ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ ท่านว่าองค์เจดีย์นั้นจะเติมเต็มสิ่งที่เรียกว่าพลังงานชีวิตเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาเราทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานทางใจหรือสิ่งที่จำเป็นต้องแสดงออกทางกายภาพก็ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าปกติเครื่องมงคลนั้นจะใช้ส่งเสริมกำลังใจ แต่ในบางกรณีกำลังใจอย่างเดียวมันก็ไม่พอ มันต้องแก้ที่กายภาพด้วยจึงจะได้รู้ได้เห็น นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าคำว่าสัมผัสได้ด้วยใจหากแต่เป็นรู้สึกได้ทั้งกายทั้งใจเขาจะฟื้นฟูเยียวยาชีวิตเราขึ้นมาเช่นนั้น

    เสด็จพระใหญ่ท่านกำหนดรูปแบบและกำหนดพระยันต์บังคับที่พ่ออาจารย์ท่านจะใช้หุงธาตุกายสิทธิ์และเทหล่อหลอมออกมา ด้วยองค์เจดีย์นี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างตามศาสตร์สมเด็จองค์ปฐม ด้วยตั้งใจจะให้เอาไว้ใช้ขัดเกลาตัวเองเพิ่มความสามารถในทุกด้านที่ขาดหายไป จะช่วยนำโชคให้แก่ผู้ที่กำลังพยายามใช้ความเพียรเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์,ใช้แรง,ใช้ความคิด,ใช้การกระทำนำความสำเร็จมาสู่ตนเอง จะช่วยนำโชค นำชื่อเสียง นำความก้าวหน้าในกิจที่ทำอยู่มาให้เป็นขั้นเป็นระบบ พ่ออาจารย์ท่านว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาขัดเกลาเราให้เราเป็นยอดเป็นตัวตนที่สูงส่งที่สุด ฟื้นฟูและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายในตัวเรา ท่านว่าจะให้มานั่งบอกเป็นข้อๆมันก็ทำไม่ได้ นั่นก็เพราะสิ่งที่ขาดของคนแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทั้งยังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ชื่อเสียงแต่ละด้านก็ไม่เหมือนกัน ความสำเร็จก็แตกต่างกัน แต่ให้เข้าใจโดยรวมไว้ว่ามันคือการพัฒนา การฟื้นฟูและเยียวยาให้เราเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเต็มคนเช่นนั้น นอกจากจะฟื้นฟูเราแบบเร่งด่วนแล้วองค์เจดีย์นั้นยังขจัดพลังชั่วร้ายทั้งในตัวเราและพลังมารที่อยู่รอบตัวของเราด้วย ให้อารมณ์เราเสถียรปราศจากความโกรธความริษยา ให้เรามีสุขภาพที่ดี มีกายและใจที่เกื้อหนุนนำมาซึ่งความสำเร็จในสิ่งที่คิดจะทำ เขาช่วยได้แม้กระทั่งแก้ไขอาการเจ็บป่วยหรือขับไล่วิญญาณร้ายทั้งหลาย ฟื้นฟูกลั่นกรองร่างกายเราเปิดใช้งานโชคในตัวของเราเพื่อนำมาซึ่งโชคลาภบรรดามี พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านตั้งใจจะให้เครื่องมงคลนี้เป็นขวัญกำลังใจแก่คนที่ไร้วาสนา ท่านว่า"ต่อไปพวกเขาจะได้ออกแบบชีวิตได้ด้วยตัวเขาเอง"

    พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์มหาเจดีย์นั้นเป็นยอดเป็นสิ่งที่สูงเปรียบดั่งยอดเขาพระสุเมรุคือสูงที่สุดในจักรวาล คนที่ถือครองย่อมต้องเป็นยอดคน เป็นยอดกว่าใครทั้งหลายในทุกๆเรื่อง ด้วยเป็นพุทธศาสตราชนิดที่มีญาณมีความรู้สึกและจิตสำนึกเป็นของตัวเองเมื่อเราได้อาราธนา เขาจะสะท้อนลักษณะและสังเคราะห์ตัวของเรา เขาจะโฟกัสความคิดความต้องการของเรา ช่วยจัดระเบียบความคิดให้เราเพ่งเล็งเฉพาะกิจที่เราจะทำไม่วอกแวกหรือออกนอกลู่นอกทางมีอันเป็นไปต่างๆก่อนจะประสบความสำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาและเราจะจดจ่ออยู่กับความตั้งใจที่เราจะทำอะไรๆจนเสร็จไปเป็นเรื่องๆ เรียกว่าบังคับจิตใจเราให้จดจ่อกับงานกับสิ่งที่เป็นประโยชน์กับชีวิตขจัดสิ่งที่จะมารบกวนรอบตัวเรา หรือรบกวนระหว่างเราตั้งใจและออกแรงพุ่งเข้าสู่เส้นชัยชีวิตออกไป พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตคนนั้นถ้าลองจะทำอะไรแล้วมีสิ่งรบกวนเยอะๆก็จะประวิงเวลาให้ช้าลง บางคนเลวร้ายหน่อยก็ต้องเก็บพักยกเลิกไปเลยก็มี นั่นคือสิ่งรบกวนนั้นนำเราออกจากความตั้งใจหรือบั่นทอนกำลังใจเราไปหมดแล้ว องค์เจดีย์ที่เป็นญาณศาสตรานี้เพื่อจะทำให้เราพุ่งเป้าเข้าสู่ความสำเร็จได้เขาก็ต้องจัดระเบียบกับสิ่งที่คอยรบกวนเราได้ เพราะสิ่งรบกวนทั้งหลายนั้นมักจะนำมาซึ่งความสูญเสีย ทำให้เกิดเรื่องเสียหายเสียเงินเสียทองเสียอวัยวะหรือแม้แต่เสียชีวิต เป็นอุบัติเหตุที่จะชะลอเราให้หยุดการพัฒนาตนเอง นอกจากนั้นองค์เจดีย์ยังขัดเกลาฟื้นฟูภูมิปัญญาของเราด้วย จะเห็นได้ว่าเมื่ออาราธนานั้นจิตใจจะปลอดโปร่งความคิดแจ่มใสหรือสมองจะแล่นแต่เหนือไปกว่านั้นคือเขาพัฒนาภูมิปัญญาของเราให้สมบูรณ์แบบที่สุด ให้เราเห็นในมุมมองในโลกทัศน์ที่เราไม่เคยเห็น ให้ความคิดอ่านเราเฉียบแหลมมากขึ้น ให้เห็นตามจริงในสัจธรรมและสิ่งที่ควรจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่เรานึกคิดนึกฝันไปเอง

    นอกจากนั้นเจดีย์นี้ยังได้ชื่อว่าเจดีย์ขังมารเพราะสามารถใช้กักขังวิญญาณภูติผีปีศาจหรือขังได้แม้แต่เทพเจ้า ท่านว่าองค์เจดีย์นั้นแต่ละชั้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่ทุกชั้นนับตั้งแต่มังกรทองตลอดจนเทพและโพธิสัตว์ทั้งหลายคอยควบคุมองค์เจดีย์ทั้งเจ็ดชั้นอยู่ทุกๆชั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเจดีย์นี้มีพลังน่าอัศจรรย์เพราะว่าสามารถใช้กักขังจิตวิญญาณศัตรูได้ ท่านว่าถ้ามีใครมาให้ร้ายหรือใส่ร้ายเราเป็นคู่แข่งที่เราเอาชนะไม่ได้ก็ให้อธิษฐานใช้เจดีย์ครอบเขาไว้ จะได้คุมขังวาสนาของเขาเอาไว้ก่อนเพื่อให้เราไม่ได้รับอันตรายหรือให้เราเอาชัยเขาเช่นนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากใช้เป็นจริงๆแล้วเจดีย์ขังมารนี้เสด็จพระใหญ่ท่านทำให้เป็นพุทธศาสตราระดับสูงจริงๆ เพราะว่านอกจากขังแล้วยังใช้ทรมานขัดเกลาด้วยเพลิงประลัยกัลป์ก็ยังได้ ท่านว่าแต่ละชั้นก็มีทั้งไฟกรดน้ำกรดและโทษทัณฑ์ต่างๆมากมาย แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าเฉพาะคนตาดีเท่านั้นถึงจะเห็น และท่านก็ไม่ได้ตั้งใจสร้างเพื่อเอาไว้ให้ใช้ทำร้ายใคร ท่านตั้งใจจะให้ใช้เพื่อทำชีวิตให้เจริญเท่านั้น ให้ใช้คุ้มครองพลังด้านลบ ยกตัวเราพ้นจากความทุกข์ทรมาน ให้คุ้มครองให้พ้นจากโรคจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ให้คุ้มครองในกิจที่เราทำ ในการลงทุนที่ชีวิตเรามีความเสี่ยงต่อการล้มเหลว กระตุ้นให้มีผู้เกื้อกูลมีคนสนับสนุน กระตุ้นโชค กระตุ้นการตื่นรู้ เพื่อจะเปลี่ยนเราให้มีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหนือนคนทั้งแผ่นดิน

    พ่ออาจารย์ท่านเปรียบองค์เจดีย์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง เมื่อไปปรากฏเกื้อกูลแก่ชีวิตใคร ชีวิตเขาต้องตกอยู่ภายใต้ความเจริญรุ่งเรืองนี้ ด้วยพระพุทธานุภาพดุจชีวิตเขาได้อยู่ใกล้พระบรมศาสดาในกาลทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเจริญรุ่งเรืองในลาภยศทรัพย์สินศฤงคารและจตุปัจจัยจะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลื่อนระดับความสำเร็จของชีวิตตัวเองให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่ง มีสติปัญญาที่เปิดกว้าง มีไหวพริบปฏิภาณ ง่ายต่อการศึกษาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ องค์ความรู้ที่ติดขัดที่ไม่เป็นระเบียบและยังไม่เข้าใจตลอดจนสิ่งที่หาสาเหตุไม่ได้หาความสำเร็จไม่เจอจะค่อยๆเปิดโล่งเผยให้เราได้รู้ได้เห็น พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์เจดีย์นี้เป็นของสูงถ้าจะตั้งบูชาก็ให้ใส่พานวางไว้ในจุดที่สูงที่สุด ยิ่งสูงเท่าไหร่ชีวิตเราก็สูงขึ้นมากตามไปด้วยเช่นนั้น แต่หากจะอาราธนาไว้กับตัวแล้วก็ให้ใส่คอบูชาเอาไว้ห้ามพกต่ำเขาจะได้ขัดเกลาศักยภาพในตัวเราให้เด่นชัดขึ้นไปเรื่อยๆ เอาว่าอย่าไว้ต่ำยิ่งสูงเท่าไหร่ก้ยิ่งดีแก่ตนเองมากขึ้นเท่านั้น จะทำให้ชีวิตเจริญขึ้น หน้าที่การงานก้าวหน้าและก้าวไปได้ไกลมากขึ้นกว่าที่เราคิดหรือมองเห็นได้ ท่านว่าเจดีย์นี้จะหนุนให้เราโตไปเรื่อยๆ..โตแล้วก็ยังโตต่อไปได้อีกเป็นลำดับขั้น ไม่ใช่หยุดที่คำว่าโตขึ้นเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าการที่จะสร้างเครื่องมงคลออกมาเป็นรูปเจดีย์นั้นแน่นอนว่าเคื่องมงคลนั้นต้องเป็นสิ่งที่สูงมากๆ แม้อาราธนาก็ให้ไว้ในที่สูง แม้วางก็ให้วางใส่พานไว้ในที่สูงเช่นนั้นเพราะถือว่าเป็นของสูง ท่านว่าถ้าได้อาราธนาติดตัวเขาจึงความโดดเด่นในตัวเราออกมาเพื่อให้ส่งผลดีต่ออาชีพการงานทั้งนั้น ทั้งยังขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้ายออกไปพร้อมกันด้วยการเดินปราณของตัวเขาเอง คนที่ชีวิตลำบาก ### ท่านว่าเขาจะรู้สึกตัวได้ว่าเขาลำบาก ใช้ชีวิตยากกว่าคนอื่นที่ทำอะไรง่ายๆก็ได้ผลดีแล้ว นั่นคือชีวิตเขาขาดพลังหนุนส่ง พลังชีวิตของเขาไม่เพียงพอกับวาสนาหรือสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เพราะเขาต้องการพลังงานที่เยอะกว่าคนอื่นองค์เจดีย์นั้นก็จะเสริมธาตุปรับพลังให้เขาได้ใช้พลังงานที่สมควรแก่กิจที่ทำไม่ขาดไม่เกิน แม้เราจะมองไม่เห็น แต่เราจะรู้สึกได้ว่าเขาส่งผ่านพลังงานเข้ามาในตัวของเราตลอดเวลา ยิ่งผู้ที่ต้องแข่งขันหรือมีลูกน้องให้ควบคุม ท่านว่าพูดง่ายๆคือต้องทำงานอยู่กับคนหมู่มากเขาก็จะล้างอาถรรพ์ต่างๆในชีวิตให้ แม้ใส่พานตั้งไว้ในสถานที่ใด หากเป็นสถานที่ที่มีพลังงานกดดันผู้อยู่อาศัยหรือข่มเราไว้ไม่ให้เราเจริญรุ่งเรืององค์เจดีย์ท่านก็จะล้างอาถรรพ์ทั้งหลายเหล่านี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าหากเอามาแช่น้ำอาราธนาปลดปล่อยตัวเองก็ดีหรือที่อยู่อาศัยที่ต้องอาถรรพ์ต่างๆก็ดีท่านว่าใช้ขับล้างได้ทั้งหมด ชีวิตและสถานที่นั้นจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยพลังงานนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ท่านว่าใช้ได้หมดเหมือนห้อยพระแต่มีข้อห้ามอย่างเดียวคือห้ามหาย ท่านว่าองค์เจดีย์นี้มีอานุภาพมากต่อให้ทำหักครึ่งไปแล้วก็ยังใส่พานอาราธนาใช้ได้เหมือนเดิม

    ด้านหลัง องค์พระเจดีย์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติแล้วย่อมเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุทั้งหลาย เสด็จพระใหญ่ท่านจึงให้พ่ออาจารย์ท่านนำพระธาตุเสด็จหรือพระธาตุที่มีอิทธิฤทธิ์อันจะจรไปได้ในอากาศที่ท่านทำการอัญเชิญมาบูชาไว้ อันเป็นพระธาตุของพระพุทธองค์และองค์อรหันต์ทั้งหลายที่พ่ออาจารย์ท่านบูชาไว้นับได้ร้อยแปดองค์ ท่านให้ขออนุญาตินำองค์พระธาตุนั้นมาพลีทำผงผสมเข้ากับผงจักรพรรดิ์และผงพุทธคุณทุกสูตร ปั้นเป็นเม็ดเพื่ออุดไว้หลังพระเจดีย์ ดุจว่าพระเจดีย์นี้ได้ประดิษฐานไว้แล้วซึ่งพระมหาธาตุทั้งหลายมีพลังพระพุทธคุณที่ได้อาราธนาบรรจุไว้เต็มกำลังพุทธภูมิแล้วอันชนจะได้กระทำสักการบูชาสาธุการเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิตสืบต่อไป

    มหาโพธิ์เจดีย์นั้นมีพลังที่จะใช้แก้เคล็ดยามชีวิตเราจนมุมมได้เสมอ
    ##วิธีบูชา
    ท่านให้เอาเส้นผมของตัวเองติดไว้กับพระเจดีย์ เพื่อองค์เจดีย์นั้นจะได้สื่อเข้ากับปราณของเราและขังพลังงานตลอดจนสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่ก่อให้เกิดผลด้านลบกับชีวิตเราหรือเล่นตลกกับเราอยู่ไม่ว่าจะเกิดด้วยอานุภาพของเทวดาหรือเจ้ากรรมนายเวรเจ้าบุญนายคุณและภูติผีอสูรกายใดๆก็ดีก็จะพ่ายแพ้หนีหายพ้นร่างเราไปทั้งสิ้น(ท่านว่านี่ถ้าไม่หนีย่อมโดนขังอย่างเดียวเลยนะ) ถ้าจะแก้อาถรรพ์สถานที่อยู่โดยถาวรณ์ก็ให้นำดินในสถานที่นั้นมาปั้นเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆแล้วเอาพระเจดีย์ทับไว้ก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะลบพลังร้ายทั้งหลายในบริเวณนั้นทั้งดูดกลืนมาขังไว้ในองค์พระเจดีย์ พ่อาจารย์ท่านว่าพระเจดีย์นี้ใช้ข่มอิทธิพลลบทั้งหลายได้หมดทั้งสิ้นไม่ว่าจะของมนุษย์,ภูติผี,เทพ,พรหม,หรือแม้แต่อิทธิพลจากดวงดาว อให้เป็นเรื่องที่จะนำเคราะห์ร้ายมาให้เราเขาจะข่มและดูดกลืนไว้เพราะเขาเป็นญาณวัตถุที่จะแล่นไปกระทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองไม่ใช่ว่าต้องรอเราอาราธนาอย่างเดียว

    คาถาบูชา
    วันทามิ ภันเต เจติยัง สัพพัง สัพพัตถะ ฐาเน สุปะติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ มะหาโพธิง พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทาฯ


    *** องค์พระเจดีย์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพุทธศาสตรา เป็นของคู่กายเฉพาะตน ##ท่านว่าถ้าจะให้ดีควรบูชาไว้เป็นคู่องค์หนึ่งติดกายองค์หนึ่งนั้นใส่พานไว้ในบ้านหรือที่ดินที่ทำงานของตน(ในกรณีที่มีอาถรรพ์ทั้งการดำเนินชีวิตและสถานที่อยู่อาศัย) หากจะพิจารณาใช้เฉพาะตนหรือใช้บูชาเฉพาะในสถานที่ ท่านว่าก็ทำได้ให้พิจารณาเอาว่าชีวิตนั้นมีปัญหาแท้จริงที่ตรงไหนชีวิตของตนหรือสถานที่อยู่อาศัย รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลความประสงค์และเรื่องติดขัดทั้งหลายไว้ด้วยท่านจะได้บอกกล่าวเหล่าเทพและพุทธะ,โพธิสัตว์ในองค์พระเจดีย์นั้นเป็นการสมควรเฉพาะเจาะจง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กไร้โอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์เล่าเรียนสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลยอดชีวิตลิขิตขัดเกลาวาสนามหาโพธิ์เจดีย์ขังมารหลิงหลง(พุทธศาสตรา) บูชา 2,500 บาท

    67401928-1316484791851721-9184774067708755968-n.jpg 67095750-431650564087151-5120001505352482816-n.jpg
    67413535-344655196436274-2721691080071315456-n.jpg
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดมนต์พระกาฬอุดมลาภพรพรหมจักรพรรดิ์(มีลาภกอบโชคโกยชัย)

    3 ชุดตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักที่ออกให้บูชายากที่สุดทั้ง 3 รูปแบบ...ยังจำกันได้มั๊ยว่ามีอะไรกันบ้าง ### สิทธิลาภ , สิทธิโชค , สิทธิชัย วิชาทั้งสามหรือที่เรียกว่าไตรเวทย์ประจำตัวของพ่ออาจารย์ เป็นวิชาที่ลึกมากและโชกโชนด้วยประสบการณ์ที่สร้างชื่อให้พ่ออาจารย์มานาน หากแต่พ่ออาจารย์ได้หยุดสร้างไปนานแล้ว ครานี้จะพลิกกลับตำนานขึ้นมาใหม่เป็นตะกรุดดอกเล็กที่ท่านว่าพกเพียงหนึ่งแต่ได้คุณถึงสาม ด้วยรุ่นเก่านั้นหลายคนบอกว่าดอกใหญ่และน้ำหนักมาก ห้อยดอกเดียวก็เต็มตัวแล้ว พ่ออาจารย์ท่านจึงคิดมาตลอดที่จะประยุกต์ทำตะกรุดทั้งสามเป็นดอกเล็กๆเพื่อหวังประโยชน์ให้คนใช้สามารถห้อยได้และใช้ได้รอบด้าน

    ตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักที่ออกให้บูชายากที่สุดทั้ง 3 รูปแบบ

    - ตะกรุดสิทธิลาภ ตะกรุดสิทธิลาภนี้ท่านสร้างโดยวิธีการลงถมพร้อมกับเลือกพระยันต์ลงตะกรุดเอง ท่านว่าเพื่อให้ได้ลาภผลต่อเนื่องไม่ขาดสายท่านจึงตั้งใจทำมาก ชนิดที่ว่าคนพกตะกรุดต่อให้เธอหนีลงน้ำเขายังตามเอาไปให้เธอในน้ำขนาดนั้นทีเดียว ตะกรุดนี้มีชื่อเต็มว่าพระเจ้าให้ทรัพย์ คำว่าพระเจ้านี้ไม่ได้หมายถึงพระเป็นเจ้าที่ไหน แต่หมายถึงพระพุทธเจ้าเเละพระสงฆ์อรหันต์ทั้งหลายที่เรียกสั้นๆว่าพระเจ้าหรือเจ้ากู พ่ออาจารย์ท่านเลือกยันต์เกี่ยวกับพระสีวลีลงเต็มสูตรซะเป็นส่วนใหญ่ท่านเล่าว่าครูที่สอนท่านนั้นมีเมียร่วมร้อยอยู่ด้วยกันได้ไม่ทะเลาะกันซักคนเป็นเราๆนั่นทำไม่ได้เเน่ ครูท่านเองก็ไม่ได้ใช้วิชาอะไรมากท่านใช้เพียงมนต์พระสีวลี(งงมั้ย) ปกติจะเข้าใจว่าพระสีวลีเป็นเรื่องลาภผลเงินทอง เเต่พ่ออาจารย์กล่าวว่านั่นก็ถูกเเต่ยังมีอีกมากกว่านั้น ท่านว่ามันรวมไปหมดทั้งโชคที่ได้จากสัตว์สองเท้าด้วย ท่านว่าถ้ารู้ ถ้าทำเป็น ปลุกขึ้น มนต์พระสีวลีนี้จะให้ดีกว่าขุนแผนก็สามารถทำได้ ถือเป็นของสูงอาราธนาไว้ต่ำกว่าเอวไม่ได้ ท่านบอกว่าผู้บูชาจะเจริญด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติเเละนิพพานสมบัติทีเดียว ที่สำคัญไปไหนไม่มีใครกล้าเกลียด(ถ้าไม่ทำตัวเเย่จนเกินไป) เป็นมหานิยมเเก่คนหมู่มาก

    - ตะกรุดสิทธิโชค แค่ได้ครอบครองไว้ก็ถือว่าได้โชคใหญ่เเล้ว ผู้ที่ได้ตะกรุดชนิดนี้มีบุญวาสนาในตัวเองส่วนหนึ่ง กับทั้งต้องเป็นคนที่ศรัทธาเเละมีปฏิปทาที่ดีกับพระศาสนา มีวาสนาผูกพันธ์กับเทพเจ้าพระองค์นี้(ครูบรมพรหม)เพราะว่าเป็นตะกรุดที่พระพรหมให้สร้าง และปลุกเสกโดยการเชิญองค์ท่านลงมาเสกให้ท่านทำของท่านเองเราไม่ได้ยุ่ง เพียงเเค่เจริญพระพุทธคุณพระธรรมคุณ พระสังฆคุณเฉยๆ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของท่านล้วนๆท่านว่าท้าวสหัมบดีพรหมท่านรักและเป็นห่วงมนุษย์มาก มากพอกับที่พ่อคนหนึ่งจะรักและเป็นห่วงลูกที่พรากไปจากอกได้ จะเลวชั่วหรือยากดีมีจนก็เป็นเพราะกรรมเเละการกระทำของเราปรุงเเต่ง เเต่ในบางเรื่องบางปัจจัยหากลูกๆนึกถึงพ่อก็จะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเเละเปลี่ยนเเปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่าลืมว่าท่าคือพรหมสูงสุดที่ทรงอภิสิทธิ์เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด เป็นพรหมของชาวพุทธเราโดยแท้ ไม่ใช่พรหมที่จะลิขิตชะตามนุษย์แบบพราหมณ์ เช่นนั้นตะกรุดสิทธิโชคจึงเป้นดั่งขุมพลังของโชคซ้ำซ้อนที่จะคอยช่วยอนุเคราะห์ลูกที่มีจิตศรัทธาในองค์พรหม หรือลูกที่คิดถึงพ่อพระพรหมเช่นนั้น

    - ตะกรุดสิทธิชัย พ่ออาจารย์ท่านระลึกอยู่เสมอว่าตะกรุดคือเครื่องคาดของพระมหากษัตริย์ที่พระองค์ทรงใช้ในเวลาสำคัญเวลาพระองค์ต้องการกำลังใจเพื่อเผชิญเหตุการณ์วิกฤติเเละสำคัญของบ้านเมือง ดังนั้นพ่ออาจารย์จึงตัดสินใจทำตะกรุดมหาจักรพรรดิ์มาลาเเบบเต็มสูตร(สิทธิชัย)เพื่อระลึกถึงคุณพระนเรศวรมหาราชที่เคยใช้พระยันต์นี้ออกรบผจญศึกสงครามมานักต่อนัก ด้วยตะกรุดนี้ถือเป็นเครื่องสูงท่านว่าหากลงเต็มสูตรก็ต้องดูด้วยว่าคนใช้รับได้รึเปล่า ที่ดูคือดูว่ามีบุญมีบารมีพอที่จะรับตะกรุดระดับนี้ไปใช้ได้มั้ย เฉพาะตะกรุดสิทธิชัยนี้มีเงินมาวางท่านก็ไม่ทำให้ ท่านว่าถ้าเขารับไม่ไหว ชีวิตจะพังเอาง่ายๆ เพราะเป็นตะกรุดที่ผูกขึ้นเพื่อพระมหากษัตริย์ เป็นตะกรุดสำหรับผู้มีบุญญาธิการสูงไว้ใส่สำแดงพระราชอำนาจ เมื่อเราเอามาทำก็ควรเลือกคนที่จะรับด้วย พุทธคุณตะกรุดนี้ท่านว่าดุจผู้ครอบครองมีเเก้วสารพัดนึกอยู่ในมือ ปรารถนาจะใช้อะไรก็ง่ายปานนั้น ที่สำคัญ ตะกรุดดอกนี้กล้าพูดว่าไม่มีพุทธคุณด้านไหนเลยที่ไม่มี เเละไม่มีตะกรุดใดที่จะประเสริฐเท่านี้ ### ใครที่สอบถามกันมาเรื่อยๆจะทราบว่าเฉพาะตะกรุดสิทธิชัยนั้นท่านเลิกลงไปถาวรแล้วเพราะครบกำหนดที่ชีวิตท่านจะลงได้นานแล้ว แม้มีคนขอบูชาหรือจะหาเงินหาทองมากองให้เท่าไหร่ท่านก็ทำให้ไม่ได้


    ตะกรุดทั้งสามนี้มีที่มาสูงไม่ใช่เล่น สืบเนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านได้รับนิมิตโดยตรงจากครูใหญ่ท่าน(องค์พรหมสหัมบดี) พ่ออาจารย์บอกว่าท่านให้สร้างตะกรุดขึ้นมา 3 ชนิด เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือคนโดยเฉพาะ พร้อมประทานชื่อให้เสร็จสรรพ คือสิทธิลาภ สิทธิโชคและสิทธิชัย ด้วยท่านจัดว่าตะกรุดทั้งสามนี้ลงได้ยากเสียยิ่งกว่าอะไร จัดเป็นของที่ทำได้ยากและให้บูชายากกว่าจะได้ซักดอกนั้นท่านพิถีพิถันมาก นอกจากจะดีด้านโชคลาภเป็นมหาชัยอย่างถึงที่สุดแล้ว ท่านยังแปลงสูตรใส่ยันต์เฉพาะของท่านให้เป็นมหานิมมหาหลงแก่ชนทั้งโลก ท่านว่ายกตะกรุดทูนหัวเเตะหน้าผากเป็นเสน่ห์ไปหาผู้หญิงก็รัก โทษถึงตายเห็นหน้าเข้าทำไม่ลงรักยิ่งกว่าลูก ทั้งยังใช้ป้องกันสิ่งที่มองไม่เห็นที่คิดจะประทุษร้ายเราคล้ายๆเป็นพยนต์ชนิดหนึ่ง เวลาจะออกไปไหนหรือก่อนจะนอน หลังจากสวดมนต์ไหว้พระเสร็จให้อธิษฐานกับตะกรุดว่า ตัวกู(คนของกู)อย่าทำ ถ้าเป็นคนอื่นให้ทำเถิด หลับได้สบาย ภูติพรายที่ไหนก็ไม่ได้เข้าใกล้ สิ่งที่มาหลอกหลอนกระทำตัวเราและคนใครอบครัวเราเขาจะไม่แตะต้องเราทั้งสิ้น ท่านลงไว้ครบถึงขนาดถ้าจะเข้าหาผู้หญิงสะกดขึ้นเรือนเขาได้(เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากเรื่องโชคลาภซึ่งไม่เเนะนำให้ทำ)เพราะพ่ออาจารย์ท่านลงเพิ่มเติมไปเยอะ

    ปกติตะกรุดทั้งสามนี้คนที่เคยได้รับมักจะถามกันมาว่าอยากจะคคาดทั้งสามเส้นพร้อมๆกันแต่ก็เกินกำลังเหลือเกิน เพราะสามดอกนี้รวมกันยิ่งหนักมาก พ่ออาจารย์ท่านจึงเมตตาทำตะกรุดแทนครูตัวพิเศษนี้ขึ้นมา ท่านว่าเสกพร้อมๆกันกับเวลาที่ท่านทำตะกรุดทั้งสามนั้นแหละ ใช้แทนกันได้เลยทั้งยังมีน้ำหนักเบาห้อยคอได้ดอกเดียวเอาอยู่ ตะกรุดครูทั้ง 3 ชนิดของพ่ออาจารย์นั้นถือเป็นของสูงของศักดิ์สิทธิ์ที่พ่ออาจารย์ได้รับสื่อให้สร้างจากองค์พรหมสหัมบดี ดังนั้น จึงหายห่วงได้เรื่องเเรงครู หากจะพูดถึงประสบการณ์ลูกศิษย์ที่ได้ไป ก็มีเเต่เจริญขึ้น ที่เท่าเดิมหรือต่ำกว่าเดิมไม่มี เห็นดอกเล็กๆเช่นนี้ก็ลงหัวใจของสูตรวิชาทั้งสามไว้ครบ ท่านว่าถ้าจะเอาเรื่องอานุภาพไม่ได้ดูที่ขนาดและความสวยงาม ดอกใหญ่ใช้ได้เพียงใด ดอกเล็กก็ทำได้เท่านั้นเลยเพราะลงหัวใจไว้ทั้งยังเสกพร้อมกัน ตอนทำตะกรุดทั้งสามนั้นเสกมาทีละดอก ดอกเล็กนี่ก็เสกเก็บมาพร้อมกันเรียกได้ว่าเยอะกว่าเขาเพื่อนเสียด้วย พ่ออาจารย์ว่าวิชาทั้งสามนั้นเป็นวิชาแต่โบราณ พ่อพระพรหมท่านให้พรกำกับไว้ให้คนอาราธนา " มีโชค พิชิตชัย รวยชั่วข้ามวันเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน สามวันพลิกฟื้น นอนตื่นยิ้มรับเงินทุกวัน " พ่ออาจารย์ท่านว่าแรงครูพรหมนี้ท่านจะนำมาซึ่งสมบัติพัสถานแก้วแหวนเงินทองมากองให้เรา โกยทรัพย์สินศฤงคารเอาสมบัติเทพพรหมมาอุ้มสมชีวิตเราให้อุดมสุขอยู่ดีทวีทรัพย์ ท่านเน้นย้ำว่าตะกรุดดอกนี้ใครมีรวยทุกคนเพราะเป็นสูตรที่ทำได้ยากเย็นแสนเข็ญ

    ครูบรมพรหมท่านล่วงรู้กาลเป็นไปว่าภายหน้าคนทั้งหลายจะใช้ชีวิตกันยากขึ้น ท่านจึงให้พ่ออาจารย์เตรียมทำของวิเศษไว้แต่เริ่ม โดยกำกับเอาไว้ว่าตะกรุดดอกนี้ท่านจะทำเองไม่ได้ หากแต่ต้องไปเอาเงินคนที่ใช้ชีวิตสะดวกสบายมีกินมีใช้ไม่ติดขัด เป็นคนที่เกิดมาก็สบายตั้งแต่เกิดจนตายถึงไม่หาก็มีกิน นั่นคือเป็นมหาเศรษฐีท่านให้ไปบอกเขา ไปเอาทรัพย์ของเค้ามาลงขันทำตะกรุดดอกนี้เพื่อจะใช้แก้เคล็ดชีวิตคนทุกข์ยากโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านจึงบอกกับลูกศิษย์ที่ท่านหมายตาไว้ซึ่งแต่ละคนก็ยินดีอย่างยิ่ง ท่านไม่ได้ขอมาก ท่านขอเพียงทรัพย์ที่เขาเต็มใจให้และควักมาจากกระเป๋าใส่เงินด้วยความยินดีเดี๋ยวนั้นฉับพลันทันที แม้บาทสองบาทท่านว่าก็ใช้ได้แต่วันนั้นด้วยแรงครูดลให้เป็นไป พอทราบว่าเป็นประสงค์ครูพรหมท่านแต่ละคนก็ควักให้กันมาเป็นหมื่นโดยบอกพ่ออาจารย์ท่านว่าขอแค่ทำเสร็จแบ่งมาให้ใช้คนละดอกเท่านั้น(เช่นนี้ตะกรุดนี้ท่านจึงว่าตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจทรุดคนเหล่านั้นที่ใช้ตะกรุดนี้ไม่ได้สะเทือนอะไรเลย) พอเขาให้เงินมาเยอะพ่ออาจารย์ท่านว่าตามเคล็ดแล้วจะคืนเขาก็ไม่ได้ ท่านจึงเอาทรัพย์นั้นไปซื้อแผ่นตะกั่วมาเพื่อจะทำตะกรุด โดยครูพรหมท่านสั่งไว้ว่าให้เอาพับล่างสุดเท่านั้นถือเคล็ดที่ว่าพับล่างสุดนั้นรองรับน้ำหนักของตะกั่วทุกพับด้านบนแม้จะหนักเท่าไหร่ก็รับเอาไว้ได้ทั้งหมดด้วยตัวเองเป็นเคล็ดที่ว่าเพื่อคนใช้จะได้รับ(รวย)มากที่สุด แต่เจ้าของร้านตะกั่วเขาเห็นว่าพับล่างนั้นโดนทับจนบี้แบนไปหมดแล้วเขาจึงไม่คิดเงินซักบาทมอบให้ตามแต่ใจอาจารย์จะเอาไปใช้อะไร พ่ออาจารย์ท่านว่านึกแล้วยังขำตอนนั้นกลายเป็นว่าทรัพย์นั้นหมดไปกับการบวงสรวง ท่านว่ามีทรัพย์เท่าไหร่ที่คนเขาลงขันกันมาก็เอามาจัดเครื่องสังเวยเทวดาบวงสรวงเรื่อยๆตอนทำตะกรุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเสกเก็บมานานหลายปีก็บวงสรวงไปเรื่อยจนทรัพย์หมดนั่นแหละครูพรหมถึงว่าใช้ได้แล้ว พ่ออาจารย์ยังแซวว่าเหมือนครูท่านตั้งใจไว้แต่แรกยังไงก็ไม่รู้ เช่นนี้ตะกรุดรุ่นนี้ท่านจึงถือว่าใช้ทุนสูงมากถึงจะทำให้สำเร็จได้และยังมีแรงครูสูงอย่างยิ่งด้วย

    หากจะใช้ทางโชคลาภ
    ให้นำตะกรุดขึ้นจบหัว ขอบารมีพระสีวลีเถระเจ้า อธิษฐานเอาว่า พระสีวลีเจ้ากู เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงเป็นที่รักแก่คนทั้งหลายอย่างใด พระองค์มีกฤษดาภินิหาริย์ประกอบด้วยลาภสักการะ ทรัพย์สินศฤงคารมากเพียงไหน ขอบารมีเจ้ากูนี้จงมาช่วยให้เกล้ากระหม่อมเป็นที่รักแก่คนทั้งหลาย เป็นที่รักแก่คนที่เกล้ากระหม่อมปรารถนา ให้เกล้ากระหม่อมมีกฤษดาภินิหาริย์ประกอบด้วยลาภสักการะ ทรัพย์สินศฤงคารมาก เสมอด้วยพระสีวลีเจ้ากูเมื่อครั้งยังมีพระชนม์ชีพนั้นด้วยเทอญ.
    *** หากจะใช้ทางโชคหรือชัยก็เช่นกัน ถ้าใช้ทางโชคให้นำตะกรุดจบหัวอธิษฐานถึงครูพรหม หากจะใช้พิชิตชัยก็ให้จบหัวอธิษฐานถึงคุณพระพุทธเจ้า


    ตะกรุดทุกดอกอุดด้วยผงดำมนต์พระกาฬ
    พ่ออาจารย์ท่านได้นั่งลบถมผงด้วยวิชามนต์พระกาฬ หลังจากนั้นจึงนำผงที่ได้มาปลุกเสกเเละประกอบอิทธิวิธีเข้าว่านยาต่างๆ ท่านว่าผงนี้มีอานุภาพล้นเหลือเพราะว่าหากพระกาฬมาเเปลว่าคนผู้นั้นย่อมไม่รอดเเล้ว ไม่มีใครล่วงพ้นอำนาจของพระกาฬไปได้ คนเเต่โบราณจึงนิยมพูดกันติดปากว่า "เธอรู้จักพระกาฬหรือหาไม่" พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าผงที่สร้างนี้ก็เช่นกัน เป็นการรวมอิทธิคุณ 2 ส่วนเข้าสู่จุดเดียวกัน นั่นคือศาสตร์วิชามนต์พระกาฬ ที่สะท้อนย้อนกลับสิ่งไม่ดี ดำรงค์ไว้ซึ่งคุณธรรมสุจริต หากใครคิดไม่ดีหรือกระทำไม่ดีกับเรา เขาผู้นั้นจะมีอันเป็นไป ให้พินาศฉิบหายย่อยยับเป็นร้อยเท่าพันทวี หลงจากนั้นท่านได้นำผงวิชาพระกาฬนี้มาผสมสูตรตามอิทธิวิธีเเละนำมาบูชาไฟอัญเชิญดวงจิตเชิญญาณพระกาฬแห่งยมโลกขึ้นมา ให้สถิตย์อยู่ที่ทุกอณูผงนี้ด้วยการนิรมาณกายของพระองค์ท่าน พ่ออาจารย์กล่าวว่าจุดนี้เลยจึงจะสำคัญ เพราะวิชามนต์พระกาฬทั้งหลายนั้นเป็นวิชาใช้ฆ่าคน เเต่ปราศจากญาณเเละบารมีเเห่งพระกาฬโดยเเท้จริงสิงสถิตย์อยู่เป็นการตั้งชื่อไปเองเสียเท่านั้น ทำครั้งนี้เราจึงทำผงให้สำเร็จ ทั้งในคติมายาศาสตร์เเละเทวะวิทยา (ผงนี้เฮี้ยนมาก เพราะตอนพ่ออาจารย์ลบถมผงนั้น ได้มีคนที่คิดไม่ดีกับท่านถึงแก่ความตายโดยปัจจุบันทันด่วนจริงๆ)ท่านจึงว่าผงนี้สำเร็จเเล้วมีอาถรพ์เเรงกล้าตามสายวิชา ท่านลงไว้ให้ครบทั้งกันไฟกันฟ้ากันเคราะห์กันกระทำย่ำยีและเสนียดจัญไรทั้งหลาย ปกติวิชามนต์พระกาฬนั้นพ่ออาจารย์ท่านจะไม่ค่อยทำหรือใช้กับเครื่องมงคลนัก เรียกว่ารุ่นไหนที่ลงมนต์พระกาฬนับเป็นที่สุดแล้วจริงๆ มีน้อยมากพอที่จะนับได้ด้วยมือข้างเดียว
    ผงมนต์พระกาฬที่เอามาอุดนี้ท่านเอามาผสมด้วยทรายทองของท่านล้วนๆเพียวๆ(ตามสูตรทำตะกรุดสิทธิลาภ)ก่อนปิดหัวท้าย ท่านว่าเป็นทรายทองที่ได้บริเวณที่ดินของท่านวางกองอยู่แบบนั้นทุกปีตักเท่าไหร่ก็ไม่พร่อง ถึงตักมาใช้ทำเครื่องมงคลหมด ไปหาอีกก็มีวางไว้ที่เดิม เต็มเหมือนเดิมเทวดาเขาทำให้ทุกทีให้เต็มไม่มีพร่องอยู่แบบนั้นถึงถือเป็นเคล็ดแก้อาถรรพ์คนที่ชีวิตยังไม่พอ ยังไม่เต็มทั้งหลาย อาศัยเหตุที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่พร่องเเละเต็มตลอดถือเคล็ดตรงนี้อุดไว้ให้เพื่อผู้บูชาจะได้ไม่พร่องในทรัพย์สินเงินทองเเละมีเต็มไม่รู้จักหมด
    * แต่มีข้อห้ามหนักหนาที่จะต้องจำไว้นั่นคือมีผงคุณวิชานี้แล้วอย่าได้พูดว่าร้ายหรือสาปแช่งใครเด็ดขาดเพราะมันจะเป็นไปตามปากของเรา ควรถือและหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลแต่อย่างเดียวเพียงเท่านี้ก็มีพลานุภาพเป็นมหาสวัสดิ์มงคลแก่เราแล้ว ท่านว่าคิดดีพูดดีชีวิตมันก็ได้ดี หัดให้ชินให้มีแต่เรื่องดีๆออกจากปาก ให้พรเขาไปให้ทั่วนั่นแหละตัวเองจะยิ่งเจริญ เห็นมั๊ยว่าครูแต่โบราณท่านฉลาดท่านผูกวิชาขึ้นมาก็อยากให้คนถือทำดีคิดดีพูดดีเอาธรรมเอาข้อปฏิบัติดีๆมาใส่ตัวเอง แม้จะโกรธจะเกลียดใครก็ให้พรเขาไปทำได้แบบนี้ท่านว่าดีจริงๆ


    คาถาบูชา
    โอมนะมะอะอุ นะอะนะอุนะมะ มะอะมะอุมะนะ อะนะอะมะอุอะ อุนะอุมะอะอุ


    *** ตะกรุดมีลาภกอบโชคโกยชัยนั้น พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพื่อให้ใช้แทนตะกรุดทั้งสาม ท่านว่าเป็นของสูงใช้ได้เฉพาะห้อยคอเท่านั้นห้ามลงต่ำ ท่านทำเอาไว้ได้น้อยและที่ออกให้บูชานี้ท่านว่าครูบรมพรหมท่านให้เอาออกมาเพราะอนาคตข้างหน้าเมื่อเกิดวิกฤติขึ้น(ทั้งทางโลก,ทางเศรษฐกิจต่างๆ..)ลูกๆของท่านต้องรอด ตะกรุดนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้ร่วมสมทบทุนค่าอาหารกลางวันเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนที่ขาดแคลนสืบไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดมนต์พระกาฬอุดมลาภพรพรหมจักรพรรดิ์(มีลาภกอบโชคโกยชัย) บูชา 2,500 บาท


    67662879-410085922948011-1063019867642265600-n.jpg
    67406967-633873467022319-3896631876982407168-n.jpg
    67620008-911142539254251-4153371582984617984-n.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา พระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑พิมพ์โอบอุ้มพุงป่องบล๊อคแรก(ฝืนชะตาเพชรปกาศิต)

    ใครยังจำกันได้องค์ปฐมฤกษ์เปิดบล๊อคกดลองพิมพ์ของรุ่นนี้ถือเป็นพระที่น่าบูชาที่สุดเพราะนับเป็นสมเด็จองค์ปฐมรุ่นแรกที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้หลายปีมาแล้วทุกวันนี้จะหาดูก็ยังยากใครมีใครใช้ก็เอาไปเลี่ยมทองกันทั้งสิ้น วันนี้จะขอยกบทความเดิมมาเท้าความกันอีกรอบ...อันนี้จะขอเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง ตอนที่พ่ออาจารย์ท่านได้เข้ากราบพบหลวงพ่อฤาษีลิงดำนั้น ท่านได้สนทนากับพ่ออาจารย์หลายเรื่อง จะขอยกบางเรื่องที่ท่านสนทนากันมาให้รับทราบ
    หลวงพ่อฤาษี อีกหน่อยคนเขาจะลำบากกันมาก แกทำพระให้ข้าหน่อยสิ
    พ่ออาจารย์พล พระอะไรครับ
    หลวงพ่อฤาษี แกทำสมเด็จองค์ปฐมให้ชั้นหน่อยนะ เอาผงนี่ไปเก็บไว้ด้วย
    พ่ออาจารย์พล ให้ทำเมื่อไหร่ครับ
    หลวงพ่อฤาษี ถึงเวลาข้าจะไปหาเเกเองนั่นเเหละ
    พ่ออาจารย์พล ผมเต็มใจเพราะคิดเสมอว่า สร้างพระ1องค์ให้เขานี่ก็เป็นกุศลสูงส่งเเล้ว
    หลวงพ่อฤาษี เออ แกมันเหมือนโบราณจารย์สมัยก่อนข้าชอบ ครกอันสากอันไม้ดุ้นก็มานั่งเพียรทำไปไม่สุกเอาเผากิน อย่างน้อยแกก็ไม่ลืมที่ข้าบอก ว่าไม่จำเป็นอย่าไปเอาพระโรงงาน ให้ทำกับมือ สมัยนี้ใครเขาไปถึงไหนเเล้ว แกก็ยังทำแบบคร่ำครึอยู่เหมือนเดิม นี่แหละที่ดีกว่าเขา ข้าเลยอยากให้เเกทำพระให้ข้า

    แล้วท่านก็ไม่ได้เข้าไปหาหลวงพ่อฤาษีลิงดำอีกเลย
    หลังจากนั้นหลวงพ่อก็เข้านิพพานไป จนกระทั่งพ่ออาจารย์ได้ฝันถึงท่านได้มาพูดคุยด้วย

    พ่ออาจารย์พล ท่านมาได้อย่างไร ไหนว่านิพพานไปแล้ว สติเราหลงหรืออย่างไร
    หลวงพอฤาษี ข้ามีสัญญากับแกอยู่ ถ้าแกอยากรู้ว่านิพพานเเล้วมาได้อย่างไร แกก็ตามข้าไปสิ
    พ่ออาจารย์พล ผมยังมีภารกิจที่ยังไม่บรรลุ คงตามหลวงพ่อไปไม่ได้
    หลวงพ่อฤาษี วันนี้ข้ามาตามสัญญา ถึงเวลาเเล้วนะ แกจะต้องทำพระให้กับข้า
    พ่ออาจารย์พล จะให้ทำพระอะไรหรือหลวงพ่อ
    หลวงพ่อฤาษี แกจำผงที่ข้าให้แกได้มั๊ย นั่นเป็นผงของหลวงพ่อปานนะ แล้วก็มีผงที่ข้าทำผสมไว้ด้วย แกเอาผงนั่นสร้างสมเด็จองค์ปฐมให้หน่อย
    พ่ออาจารย์พล ผมคิดว่าจะไม่ทำเพราะทำรูปพระพุทธเจ้าธรรมดาก็พอแล้ว
    หลวงพ่อฤาษี อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย เดี๋ยวท่านจะสื่อลงมาเอง ขอให้เเกรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดทำจริงๆจังๆให้มันเป็นประวัติศาสตร์ เอาผงที่แกลบๆไว้มาเข้ากับผงของชั้น และที่สำคัญใบลานจารึกอักขระธรรมคาถาอาคมสมัยอยุธยานั่น แกจะเก็บไว้ให้ปลวกมันกินหนูมันเเทะถึงเมื่อไหร่ เผาเอาถ่านมาผสมซะ
    พ่ออาจารย์พล ทำไมต้องใช้ใบลานตำรับนั้น พระผงใบลานสมัยนี้เขาก็เอาใบลานสดไม่ก็ถ่านใบลานใหม่ๆมาทำทั้งนั้น
    หลวงพ่อฤาษี แกเชื่อข้า สมัยข้าก็ไม่ได้ทำไว้แกมีวัสดุพร้อมกว่าข้ามีเเรงมีธาตุขันธ์พร้อมก็ทำซะเถอะ มันดีกับตัวแกเองด้วย ลานจารึกพระธรรมจัดว่าเป็นของที่มีสิริมงคลสูงเหมาะจะทำพระรูปของท่าน
    พ่ออาจารย์พล แล้วผมจะเสกอย่างไร ก็หลวงพ่อแนะเเต่วิธีทำ
    หลวงพ่อฤาษี แกจะห่วงอะไร ถึงเวลาข้าจะมาทำให้เองนั่นเเหละ ตอนมีชีวิตทำได้เเค่ไหน ตอนนี้ข้าทำได้มากกว่านั้นอีก อีกอย่างนึงถ้าแกทำข้าจะสอนวิธีเชิญเเละเสกให้

    เมื่อพ่ออาจารย์รับปากเพราะจำสัญญาใจกันได้ เเละได้รู้กลเม็ดเคล็ดลับการทำการเสกเเล้ว หลวงพ่อฤาษีท่านก็ตั้งชื่อพระรุ่นนี้ให้ท่านว่าพระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ จึงเป็นมูลเหตุแห่งการสร้างมาเเต่บัดนั้น สืบเนื่องจากเหตุการณ์นี้ พ่ออาจารย์จึงได้จัดทำพิมพ์พระเเบบโบราณขึ้นด้วยตัวท่านเอง ในกรณีนี้ถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่ฟ้าเปิดเเละก็ทำตามคำสั่งเบื้องบนโดยเเท้จริง เเถมยังกินระยะเวลานานมากกว่าจะได้ทำ พระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์ พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ นี้ดีอย่างไร ในมุมมองสามัญชนของผม พ่ออาจารย์ได้สร้างไว้ให้ทดแทนพระผงของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่อาจจะมีของปลอมของเสริม เเละตั้งใจทำให้เป็นประวัติศาสตร์เพราะทำกับมือท่านผสมเองทำเอง จัดเป็นครั้งเเรกเลยก็ว่าได้สำหรับการสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมที่ตัวอาจารย์เองสร้างเองทุกขั้นตอน การเเกะเเม่พิมพ์นั้น ท่านแกะตามคำสั่งหลวงพ่อฤาษี นั่นคือใช้เคล็ดสำเร็จทันใจ ซึ่งข้อแม้นี้พ่ออาจารย์จะต้องเเกะเเม่พิมพ์ให้เสร็จภายในวันเดียวนั่นเอง จะทำค้างเเล้วมาลงมือต่อแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งท่านก็ทำได้ เสร็จภายในวันนั้น เป็นเคล็ดที่จะให้ผู้ที่บูชาพระมหาพุทธพิมพ์นี้เวลานำไปใช้จะได้สำเร็จทันใจ

    พระรูปที่เเกะจะเป็นรูปของสมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่1ทรงเปล่งฉรรพพรรณรังษี ท่านว่าหลวงพ่อฤาษีกำหนดให้สร้างมาแบบนี้ ท่านบอกเราว่าทำเอาไว้เถิด เหมือนพระองค์ท่านทรงฉายพระรัศมีลงมาต้องเนื้อต้องตัวเราเพื่อโปรดเหล่าสรรพสัตว์ผู้ยากทั้งหลาย เวลาห้อยเราอธิษฐานไว้เหมือนให้ร่างกายคนบูชาเขาอาบด้วยพระรัศมีของพระองค์เป็นกำเเพงเเก้วปกปักรักษา เป็นสง่าราศีเป็นบุญแก่ร่างเนื้อร่างวิญญาณของเขา ปทุมชาติเจ็ดกลีบรองรับพระสมเด็จองค์ต้นที่ให้เเกะเพราะหมายถึง สัตตรัตนมงคลทั้ง7ประการ อันเป็นสมบัติที่เกิดเเต่พระเจ้าจักรพรรดิ์ที่มีบุญญาธิการและบำเพ็ญบารมีมาเต็ม10ทัศ สมบัติทั้ง7นี้ ได้เเก่
    - จักรรัตนะ จักรแก้ว
    - หัตถีรัตนะ ช้างแก้ว
    - อัสสรัตนะ ม้าแก้ว
    - มณีรัตนะ มณีดวงแก้ว
    - อิตถีรัตนะ นางแก้ว
    - คหบดีรัตนะ ขุนคลังแก้ว
    - ปรินายกรัตนะ ขุนพลแก้ว
    เพื่อหวังประโยชน์ให้ผู้บูชาบำเพ็ญบารมีให้เต็มเเละอีกนัยน์หนึ่งคือให้ผู้บูชาได้ครอบครองสมบัติเหล่านี้ โดยมีพระสมเด็จองค์ต้นท่านประทับรักษาไว้ เมื่อมนุษย์ผู้ใดได้สมบัติทั้ง7นี้ ได้ชื่อว่าผู้นั้นบริบูรณ์ทั้งทางโลกเเละทางธรรมเปี่ยมด้วบบุญญาธิการอย่างยิ่ง


    พระสมเด็จองค์ปฐมของพ่ออาจารย์นี้ดีอย่างไร ท่านบอกตามที่หลวงพ่อฤาษีบอกว่าสมเด็จท่านเป็นผู้ริเริ่มทำเนียมต่างๆของพุทธวงศ์ เป็นที่เคารพและให้เกียรติแล้วยิ่งในมวลหมู่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พุทธคุณนั้นนอกจากวาสนาบารมีอำนาจ ยังดีทางโชคลาภที่จะหลั่งไหลมาอย่างมหาศาลอีกด้วย เเต่สิ่งหนึ่งซึ่งจะหาไม่ได้เลยในวัตถุมงคลอื่นก็คือความมั่นคงของชีวิตที่รากฐานผู้บูชาจะเเข็งเเรงมากเปรียบดั่งพระพุทธศาสนาที่สืบทอดพุทธวงศ์สืบมานับจำนวนประมาณมิได้ ผู้มีสมเด็จองค์ปฐมไว้บูชา หากใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ก็ดี อมนุษย์ก็ดี หรือสัตว์ร้ายก็ดีมีจิตคิดร้ายกับเราจะร้อนรุ่มจนทนไม่ได้ต้องถอยไปในที่สุด และยังสามารถป้องกันอาวุธวิทยาศาสตร์ได้หลายชนิด อาทินิวเคลียร์,สารเคมี,ก๊าซพิษ,ก๊าซชีวะภาพ,ฝนกรดและโรคระบาดทุกชนิดนี่เป็นอานุภาพของสมเด็จองค์ปฐมซึ่งเป็นองค์ต้นของพุทธศาสนา ที่บำเพ็ญบารมีถึง 40 อสงไขยแสนกัป(อันนี้เป็นอานุภาพขององค์ปฐมในสายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

    พูดถึงในส่วนของจำนวนการสร้างก่อน พ่ออาจารย์บอกว่าทุกอย่างท่านกำหนดไว้เเล้วนะ จำนวนต้องเป๊ะ แต่ของเราท่านให้ทำได้เรื่อยๆรุ่นนี้แต่ห้ามเกิน99องค์ ก็เลยถามท่านว่าที่ว่าห้ามเกินนั้นหมายถึงเนื้อไหน ท่านบอกว่ารวมกันทั้งหมดนั่นเเหละห้ามเกินจำนวนนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่า1ใน99 นั้น ถือว่ามีบุญอย่างยิ่งเลยเพราะเป็นการสื่อจากหลวงพ่อฤาษีเเละสมเด็จองค์ปฐมโดยตรง

    การสร้างนั้นจะต้องสื่อขอพระบารมีอันมากประมาณมิมีกำหนดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่เคยบังเกิดมีในโลกมีพระสมเด็จองค์ปฐมวงศ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่1เป็นที่สุด มาเป็นประธานพร้อมด้วยหมู่พระอรหันต์เอตทัคคะของพระศาสนาในเเต่ละยุค รวมไปถึงเทพพรหมทั้งหลายเเละมหาโพธิสัตว์แห่งอนาคตวงศ์ทั้งหมดให้มาประชุมกัน จากนั้นก็อาราธนาหลวงพ่อฤาษีลิงดำเชิญท่านให้มาช่วยกันตามสัญญาให้ท่านเชิญครูบาอาจารย์ในสายท่านลงมาเสก พ่ออาจารย์ถึงกับออกปากว่าเป็นการเสกพระที่เราสบายที่สุด เพราะท่านเป็นธุระจัดการกันให้หมดเลย เราเเค่นั่งอธิษฐานจิตเจริญพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเเต่เพียงเท่านั้น มากันแน่นฟ้าไม่มีที่ว่างเลย บารมีท่านยิ่งใหญ่จริงๆแต่ก็ดีนะถือเคล็ดว่าตัวเราสบายคนเอาไปใช้ก็สบาย กำหนดจิตตามดูเวลาเสกท่านมากันจริงๆเเละที่สำคัญคือเราเสกเเค่ที่ทำได้ กดได้องค์สององค์เราก็เสก ท่านก็ผลัดเปลี่ยนกันลงมาเป็นหมู่คณะประจุวิทยาคมเสร็จเเล้วก็กลับไป เช้า เที่ยง เย็น ดึก ไม่มีซ้ำคณะกันเลย หมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นจักรผัน เป็นของดีที่ดีที่สุดจริงๆ

    สำหรับมวลสารที่ใช้จัดสร้างนั้น เรายืนพื้นด้วยมวลสารที่หาไว้ทำพระปิดตาตามสูตรหลวงปู่ยิ้ม
    - ท่านได้รวบรวมพญากาฝากที่เป็นสิริมงคล คดไม้มงคล ไม้มงคลที่ตายพราย ต้นว่านมงคล เกสรดอกไม้ ไม้ไผ่ตัน ไม้รวกตัน คดข้าวสารดำ ข้าวสารหิน สมุดใบข่อย สมุดใบลานเก่าๆที่ขาดไม่ได้ใช้ ผงธูปไหว้พระ ข้าวสุกก้นบาตรพระนำมาตากแห้ง ลูกมะพร้าวกะลาตาเดียวเป็นมหาเสน่ห์ ลูกมะพร้าวกะลาไม่มีตาเป็นมหาอุตม์ คดมะพร้าว กิ่งโพธิ์นิพพานคือโพธิ์ที่หักมาเองทางทิศตะวันออก ไม้ไก่กุก ปูนากระตุกเดือน5นำขุยที่อยู่ปากรูมา กบจำศีลเดือน5ตายคารูกบนำมาเผาไฟป่นเป็นผง เขี้ยวงูจงอางตัวที่ฟักไข่จนตายคาไข่ที่ฟัก(ตัวนี้โดนไฟครอกตาย) ไม้คานคุก ไม้คานประตูคุก ตัวชันโรงที่ต้องอยู่กลางเเจ้งเท่านั้นถ้าอยู่ตามโพรงไม้ใช้ไม่ได้ เวลาพลีต้องให้ดวงอาทิตย์ส่องตรงกับปากรูพอดีจึงนำมาทำเป็นผงได้ ไม้คานเเม่หม้ายที่ใช้หาบของขาย สากเบือเเม่หม้ายที่สามีตายเป็นอาถรรพ์แก้คุณไสยต่างๆ
    - ไม้คานและสากของผู้หญิงที่ไม่มีสามีจนเเก่ตายเเละตายวันเสาร์เผาวันอังคาร เขาควายเผือกที่ถูกฟ้าผ่าตาย เขี้ยวเสือโปร่งเป็นมหาอำนาจ เขี้ยวหมูตันเป็นมหาอุตม์ คดสมองวัวจะเป็นก้อนหินที่อยู่ในสมองวัวมีอานุภาพทางตบะเดชะ ผู้เจตนาร้ายไม่กล้าขยับปากด่าว่าให้ร้ายป้องกันเขี้ยวงาอยู่ยงคงกระพัน คดขนุนเป็นของที่เกิดในพืชถือว่าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเองตามธรรมชาติ คดขนุนที่เกิดจากลูกขนุนที่มีลูกขึ้นอยู่ใต้ดิน เมื่อผ่าดูจะพบคดขนุนเชื่อว่ามีเทพยดารักษามีอานุภาพค้ำดวงชะตา เมตตามหาอุตม์ งาช้างดำ(งาที่กลายเป็นหิน)มีอานุภาพครอบจักรวาล งากำจัด งากำจาย งาช้างน้ำ เขากวางคุด ใช้ทางมหาอุตม์คงกระพันเสน่ห์เมตตา ถ้าค้าขายก็จะได้ชัยชนะค้าขายดี เขากระจงคุดมีอานุภาพทางคลาดแคล้ว พญางูปากเบ็ดมีอานุภาพทางโชคลาภ
    - ตะไคร่โบสถ์ ตะไคร่เสมา ตะไคร่เจดีย์ใหญ่ กระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่าที่เลิกใช้เเล้ว ดินสังเวชนียสถานทั้ง4 แร่ธาตุต่างๆได้เเก่ เพชรหน้าทั่ง ดินกากยายักษ์ เหล็กสังขวานร เหล็กน้ำพี้ รังเหล็กไหล ข้าวตอกพระร่วง สัตว์ที่มีรูปร่างแปลกๆเช่นจิ้งจกสองหาง กิ้งก่าสองหาง นำมาเลี้ยงไว้จนตายเผาไฟเเละบดเป็นผง อัญมณี 12 สี ตะไคร่หลักเมืองเก่า น้ำฝนเดือนห้าตกรดหลังคาโบสถ์โดยนำโอ่งมารองกลางเเจ้งใช้ผสมทำผง ผงลบมือพุทธคุณ ปถมัง อิทธิเจ ตรีนิสิงเห มหาราชและอื่นๆ(บอกคร่าวๆ)

    หลังจากนั้นจึงเพิ่มเติมผงลบตามสูตรต่างๆที่กดพระพิชัยมาลาลงไป ได้เเก่ผงอิติปิโสกลบทต่างๆ ได้เเก่ อิติปิโสห้ามโจร อิติปิโสห้ามไฟ อิติปิโสห้ามพยาธิ อิติปิโสห้ามอุบาทว์จัญไร อิติปิโสห้ามกลียุค อิติปิโสห้ามโทโส อิติปิโสห้ามโมโห อิติปิโสห้ามโรคที่บังเกิดภายใน อิติปิโสห้ามสัตว์จัตุบาท อิติปิโสพระขรรค์ไชยศรี อิติปิโสบัวบาน อิติปิโสสะท้านธรณี อิติปิโสดำเนินงาน อิติปิโสโลกสามภพ อิติปิโสล้ำเลิศ อิติปิโสจักรพรรดิ์สมบัติ อิติปิโสสั่งสอนสัตว์ อิติปิโสปิดทาง อิติปิโสทรงทาง อิติปิโสสังขาลิก อิติปิโสต้อยติด อิติปิโสถวายชีวิต อิติปิโสพระเจ้าลีลางาม อิติปิโสมโหรจินดา อิติปิโสมโหธร อิติปิโสพระเจ้าทรมานสัตว์ อิติปิโสดับพยาธิ อิติปิโสส่องโลก อิติปิโสดับทุกข์ อิติปิโสเกราะเพชร อิติปิโสชมญาณ อิติปิโสไตรเทพ อิติปิโสสว่างทั่วไตรภพ อติปิโสเป็นครูสัตว์ทั้งปวง อิติปิโสเบิกทวาร อิติปิโสทับบาดาล อิติปิโสเต็มที่ อิติปิโสนวหรคุณ อิติปิโนพคุณ อิติปิโสถอยหลัง(วิชาเพชรกลับ) อิติปิโสหูช้าง อิติปิโสแปดทิศ อิติปิโสถอด อิติปิโสนารายณ์แปลงรูป อิติปิโสฤาษีย้ายรูป อิติปิโสย้ายรูปถอยหลัง อิติปิโสภุชฌงค์ซ่อนหัว อิติปิโสภุชฌงค์ซ่อนหาง อิติปิโสนารายณ์7บท (นารายณ์กลืนจักร นารายณ์คลายจักร นารายณ์ประสมจักร นารายณ์หักจักร นารายณ์ถอดจักร นารายณ์ยกจักร นารายณ์ปิดสมุทร) อิติปิโสมงกุฏพุทธเจ้า เป็นต้น นำมาผสมกับผงรัตนมาลาที่ท่านลบเเบบเต็มสูตรซึ่งลบยากมากเเต่ละอักขระต้องเเตกออกไปเป็นคาถาบทใหญ่กว่าจะได้นับร้อยบท ผงเหล่านี้มีอิทธิคุณครอบจักรวาลตามเเต่จะอธิษฐานใช้แบบฝอยท่วมหลังช้าง ท่านว่าจะฝืนดวงยกดวงกลับดวงอยู่ในนี้ทั้งหมด

    ทั้งนี้ยังไม่พอเพื่อให้ถึงความเป็นที่สุดเเห่งพระเนื้อผง ท่านยังได้นำผงทำพระสมเด็จกระปุกครูของท่านที่สืบทอดมาเเต่สมเด็จโตวัดระฆัง ผสมลงไปด้วยเพื่อให้สมกับคำว่าจักรพรรดิ์จริงๆ นอกจากนั้นยังมีผงพระปฐมเจดีย์หลวงพ่อน้อย ผงยาจินดามณีหลวงปู่เพิ่ม เเละผงว่านยาต่างๆเกิน108ชนิดและที่สำคัญคือผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่วัดสะแก ซึ่ง1ช้อนสร้างพระได้ 1,000 องค์ เเต่นี่กล้าพูดเลยว่า 1 ช้อน ท่านสร้างเเค่ 1-2 องค์ ใครอยากใช้พระที่มีพุทธคุณไม่ต่างจากหลวงปู่ดู่ทำทิ้งไว้อย่าได้พลาดพุทธคุณรุนแรงแน่นอน นอกจากนี้ยังผสมผงโถครู ที่หลวงพ่อฤาษีมอบไว้ให้ทำพระสมเด็จองค์ปฐมโดยเฉพาะ เหมือนคำปกาศิตเเละสัญญาใจระหว่างท่าน ผงนี้พ่ออาจารย์ได้นำมาผสมผงใบลานอยุธยาเผาโขลกตำจนละเอียด พ่ออาจารย์ว่าเวลาเสกจะเห็นหลวงพ่อปานท่านคุมอยู่ตลอด ผงที่หลวงพ่อฤาษีให้มานี้เเน่นอนว่าต้องมีส่วนผสมหลักเป็นผงลบของหลวงพ่อปานที่ท่านเอาไว้อุดพระพิมพ์ทรงสัตว์ของท่านเเน่นอน ผงนี้มีค่ามากเพราะพระองค์ละหมื่นละเเสนอุดนิดเดียว แต่พอถึงทีเราทำองค์หนึ่งๆหลวงพ่อฤาษีท่านให้เราผสมเป็นช้อนๆทีเดียว ใครมีผงนี้เเน่นอนล่ะ ไม่อดไม่อยาก ที่ว่ายากว่าจนก็จะเป็นเศรษฐี มีครบทั้งกันเเละเเก้ เมตตามหานิยม จัดเป็นผงลบของบูรพาจารย์ที่มีพุทธคุณครอบจักรวาลตามเเต่จะอธิษฐาน ใครได้ไปลองดูได้เลย วันนี้อยากอาราธนาองค์พระไปทางไหนก็บอกกล่าวท่าน ใช้ได้ครอบคลุมทุกด้านทีเดียว

    เมื่อทำองค์พระนั้นใช้วิธีเเบบโบราณคือตอกตัด เเละพระทุกองค์จะรองด้วยใบโพธิ์ของกิ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก เป็นเคล็ดให้คนใช้เจอทางออก ชีวิตไม่มีอุปสรรคทางตันในทุกๆเรื่อง คนเราถ้ามีปัญญามองเห็นทางออกเสมอเหมือนโชคช่วยฟ้าช่วย ก็ประสบความสำเร็จไม่ยากในยุคข้าวเเพงหมากเเพงเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสเเละวาระมหามงคลโดยเเท้จริง ที่พ่ออาจารย์ได้รับคำสั่งให้สร้างยอดวัตถุมงคลในยุคที่เปี่ยมไปด้วยเหตุการณ์ร้ายทั้งทางจิตใจเเละสภาพสังคม เหมือนแรงครูท่านอยากจะช่วยเหลือโปรดสัตว์ทั้งหลาย ที่มีปัญหากันอยู่ในทุกวันนี้ให้ได้พบทางออก

    ท่านว่าถ้าใครนั่งสมาธิทำกรรมฐานก็ให้เอาองค์พระพกไว้ถือไว้เวลานั่งสมาธิด้วย จะรู้สึกอบอุ่นเเละโล่งสบายสามารถเข้าออกฌาณได้ไวเเละเป็นเร็วขึ้นเวลาสวดมนต์ก็เอาท่านไปวางไว้ที่หน้าตักพระปะธานที่เราสวดด้วยเป็นการบูชาท่านไปในตัว วัตถุมงคลนี้ใครดีเเล้วชีวิตไม่มีอุปสรรคไม่มีปัญหาเเล้ว มีความสุขเเล้ว ท่านว่าอย่าได้มาเอาไป ให้เก็บไว้ให้คนที่เขาเดือดร้อนได้ใช้ได้บูชา เพราะจะหายอดผงอย่างผงของหลวงพ่อปานหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ทำไว้ให้เก็บไว้สร้างนั่นยากเต็มที ผงของเราเรายังลบได้เเต่ผงของท่านนี่สิที่หาไม่ได้ พระทุกองคผสมมวลสารจริงทุกองค์ขอให้วางใจได้เลย

    ### พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ เนื้อผงมวลสารล้วนเเก่ผงโถครู แก่ผงมวลสาร ผงลบพระพุทธคุณพิเศษชุดกดพิมพ์นำฤกษ์เช่นนี้สมัยนั้นท่านทำไว้แปดองค์ เนื้อองค์พระที่เห็นคือเป็นสีเดียวกับผงโถครูหลวงพ่อปานและผงมวลสารต่างๆเลย พูดง่ายๆว่าท่านไม่ได้ผสมอะไรเจือลงไปเท่าไหร่นักเเทบจะตักผงเพียวๆมาผสมให้เลยจะหนักทางผงลบผงว่านยาที่แก่อิทธิคุณของท่าน

    ชุดลองพิมพ์นำฤกษ์นี้ นอกจากเป็นพระที่แก่มวลสารแบบเก่าเก็บแล้วมีความพิเศษอย่างไร

    สมัยนั้นเมื่อจะทำพระก่อนจะได้ทำการกดพิมพ์นั้น สมเด็จองค์ปฐมท่านได้เมตตาชี้แนะแก่พ่ออาจารย์แล้วว่าให้ทำพระพุทธหัตถ์ของท่าน ทำพิเศษไว้บรรจุในชุดลองพิมพ์ ท่านว่ารอยพระหัตถ์นี้ทรงพุทธานุภาพเสมือนหนึ่งสิ่งแทนตัวขององค์พระศาสดา เป็นพระหัตถ์ของท่านที่จะคอยปัดเป่าป้องกันอันตรายทั้งปวงให้กับเรา เป็นมือที่จะคอยโอบอุ้มค้ำชูเราจะหยิบจับทำสิ่งใดก็สำเร็จได้ดั่งประสงค์เสมอด้วยเจตจำนงค์ของตน ท่านว่ามือนี้เธอรู้มั๊ยว่าสำคัญนัก คนเราจะให้หรือเป็นฝ่ายที่ถูกให้(รับ)ล้วนต้องยื่นมือออกไปทั้งสิ้น พระพุทธหัตถ์ขององค์ปฐมหรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าหัตถ์พระเจ้านี้ท่านถือเป็นฝ่ามือรับทรัพย์จะขออะไรใครก็ให้ทั้งสิ้น และอีกประการหนึ่งฝ่ามือมนุษย์ปุถุชนคนปกติย่อมมีรอยเส้นที่มีความหมายต่างๆสั้นบ้างยาวบ้างไม่ได้เสมอกันตามวาสนามนุษย์จะพร่องบ้างหย่อนบ้างตามบุญกรรมที่เคยอบรมไว้ จะหาที่เต็มได้ดั่งหัตถ์พระชินสีห์ที่อบรมบารมีมาดีแล้วเป็นไม่มี เพราะคนปกตินั้นไม่ได้เต็มเปรี่ยมด้วยมหาปุริสลักษณะเช่นนี้... ท่านจึงถือว่าไม่มีมือของใครที่ไหนจะดีไปกว่ามือพระศาสดา สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์หล่อพระพุทธหัตถ์นี้จากแร่โคตรเศรษฐีผสมด้วยยันต์ดวงประสูติ,ตรัสรู้,ปรินิพพาน ,ยันต์รอยลักษณ์พระหัตถ์,รอยพระบาท,และยันต์ดวงวิเศษร้อยแปดผสมเข้ากับธาตุกายสิทธิ์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วเสด็จพระใหญ่ท่านเรียกว่า "หัตถ์หมื่นลักษณ์" หัตถ์ที่จะห้ามความวิบัติตกต่ำหมื่นเรื่องให้หยุดอยู่ไกลจากตัวเรา

    หัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ท่านว่าใช้ต่อเสริมเติมวาสนาให้ดี ใช้ยกฐานะให้สำเร็จหรือแม้แต่จะใช้เสริมต่อเส้นวาสนาของคนที่ขาดที่พร่องไปเพื่อประโยชน์ใหญ่อย่างถาวรคือความสำเร็จในชีวิตก็ได้ ท่านว่าชีวิตเราจะสูงจะดีขึ้นตามวาสนาและลายมือขององค์พระมหาสัตว์เจ้าท่านจะดึงเราขึ้นทุกๆทางจแม้แต่ลายมือหรือฐานชีวิตของเราค่อยๆเกิดความเปลี่ยนแปลงไป ท่านว่าใช้ต่อชีวิต,ต่อวาสนาคนได้ จะเสริมดวง...ให้เป็นยอดในกิจด้านที่ตนกระทำให้ได้ดีมีวาสนาเต็มมืออุดมไปด้วยเรื่องมงคลทุกสิ่ง พระหัตถ์นี้พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าให้ติดตัวเอาไว้เพราะท่านจะอุ้มชูเราทุกด้านทั้งจะพลิกร้ายกลายเป็นดีได้ง่ายๆในทุกเรื่องดุจเราพลิกฝ่ามือ มีคุณเสมอใจเพราะเป็นหัตถ์ของพระผู้มีแต่ให้ มือที่โอบอุ้มหรือพระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ในกาลภายหน้าจะช่วยเหลือคนได้อีกมากโดยเฉพาะคนที่ดวงไม่เปิด คนที่วาสนายังไม่เกิดขึ้นกับตัว คนที่เจออุปสรรคไร้ทางออกจะได้พบช่องเห็นทางที่เปิดให้ ชีวิตเราวาสนาเราลายมือของเราอะไรที่มันขาด,อะไรที่มันหาย,อะไรที่ทำไมมันถึงไม่ได้มีเหมือนใครเขา,สิ่งที่มันบกพร่องมันไม่เต็ม ท่านว่าองค์ปฐมท่านจะต่อให้ทำให้อย่างเต็มที่ พระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ขึ้นชื่อว่าใช้ยกวาสนาได้โดยไม่ต้องไปทำอะไรทั้งสิ้น ทั้งให้กิจทุกอย่างสำเร็จยั่งยืนเสมอกันมีชีวิตที่สูงส่ง มีวาสนาความมั่นคงเข้มแข็งพร้อมสรรพด้วยที่อยู่อาศัย ทำสิ่งใดล้วนเต็มไปด้วยเกียรติยศแลชื่อเสียง มีอำนาจทางการเงินมหาศาลทำให้สิ่งที่ลงมือทำสำเร็จอย่างรุ่งโรจน์ล้มเหลวไม่ได้เลย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านตั้งใจให้ทำไว้เมื่อครั้งสมัยก่อนนั้นแน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ท่านว่าลักษณ์พระหัตถ์นี้อยู่กับตัว นิ้วทั้งห้านี้ชี้ใส่ตัวแม้จะเรียกเงินเงินก็ต้องมา,จะเรียกความรุ่งเรืองทุกสิ่งย่อมเดินหน้าไม่นิ่งหยุด,จะเรียกวาสนาก็ยำให้วาสนาสูงกว่าชนนับหมื่นแสนไม่ต่ำกว่าใครทั้งสิ้น,จะเรียกหาผู้ค้ำคูณก็มีบริวารคอยค้ำจุนเกื้อหนุนให้เรา,เรียกความสุขความสงบสบายใจสิ่งใดเหล่านี้ล้วนชี้เข้าตัวให้เกิดกับเราทั้งสิ้นเพราะเป็นมือที่คอยโอบอุ้ม วิบัติใดๆก็ตามที่เกิดจากลายมือที่แย่อันสะท้อนมาจากบุญทำกรรมแต่งของเรา สิ่งที่บกพร่องไปเหล่านั้นจะต้องดึงขึ้นใหม่ทั้งหมด

    เสด็จพระใหญ่ท่านให้ฝังตะกรุดฝืนดวงชะตาไว้ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นตำรับหลวงปู่ทิมที่หลวงพ่อสาครเคยแนะนำให้ท่านลง สมัยหลวงปู่ทิมท่านทำต้องทำไว้เป็นตะกรุดเจ็ดดอก แต่พ่ออาจารย์ท่านบีบอักขระมาลงเป็นตะกรุดคู่ ท่านว่าตะกรุดฝืนดวงชะตานี้มีอาถรรพ์มากตรงตามชื่อช่วยเราได้แม้จะอยู่ในวันที่ดวงตกหรือดวงชะตาขาดก็ตาม ชีวิตใครที่ลอยไปตามกรรมตามวาสนา อยากจะสู้ อยากจะฝืน อยากจะลุกขึ้นยืนให้ได้จะท้าทายกับแรงกรรมและพรหมลิขิต คนเหล่านี้ต้องใช้ตะกรุดฝืนดวง เพราะอาถรรพ์แรงครูจะช่วยยกดวงให้นสมหวัง,ให้รวยเร็ว,ให้โชคดี,อารมณ์ดีมีทรัพย์มาก ทุกอย่างคือต้องดีกว่าเก่า ทั้งจะดึงความคิดเราให้เป้นระบบให้เรามีจิตใจที่ดี มีความคิดที่ดี มีปัญญาดี มีความสามารถไม่บกพร่อง เปิดทางให้เทวดาเอ็นดูห่างไกลจากความล้มเหลว

    เคล็ดการบูชา
    พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่อยากรวยเร็วให้ทำแบบนี้ เสด็จพระใหญ่ท่านสั่งมาเลยเฉพาะชุดนี้คนที่อาราธนาองค์พระไปให้เอาแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์มาปิดเป็นพุทธบูชาที่พระหัตถ์หมื่นลักษณ์ ท่านว่าให้หมั่นปิดหมั่นแปะไว้แล้วอธิษฐานขอพร เมื่อเราได้แปะทองที่พระหัตถ์แล้วก็เป็นการถวายสิ่งที่มีค่า(ทอง)แก่พระพุทธองค์ จะส่งผลให้อำนาจวาสนาของเรายกสูงขึ้น ทั้งเสริมบารมี ยกตนให้ผู้คนเคารพยำเกรง ท่านว่าปิดบ่อยๆทุกวันพระยิ่งดีวาสนาชะตาเราจะยกขึ้นแบบต่อเนื่องไม่หยุดเลย


    คาถาบูชา
    นะโม กาเยนะ วาจายะ เจตะสาวา วะชิรังนามะปะฏิมัง อิทธิธรรมะปาฏิหาริยะกะรัง พุทธสิกขีรูปังปฐมพุทธังสัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สะทา โสตถี ภะวันตุ เม


    พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ปฐมพิมพ์นี้ใครมีรวยเร็ว เพราะองค์พระกดมานั้นพุงป่องเหมือนพระสังกัจจายน์ทุกองค์ ท่านว่าน่าแปลกรุ่นนี้ที่เราเคยออกให้บูชาบางค์ก็พุงป่อง บางองค์ก็ไม่มีพุง แต่สังเกตุว่าใครได้พิมพ์พุงป่องไปนี่จะรวยเร็วกันทุกคน แล้วก็ให้เผอิญชุดลองพิมพ์นำฤกษ์ที่ท่านเก็บไว้นี้เป็นพระพิมพ์พุงป่องทุกองค์ ท่านจึงว่าพระผงเหล่านี้แก่อิทธิคุณนักแล

    *** องค์ปฐมบล๊อคแรกนำฤกษ์แบบนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างไวทั้งหมดแปดองค์ ต่ท่านได้นำออกให้บูชาไปบ้างจนเกิดประสบการณ์เกรียวกราวว่าคนใช้เอาไปดึงเส้นวาสนาเป็นพระสำเร็จ พระรวยเร็วกันทกุคน ปัจจุบันท่านเหลือไว้สี่องค์ ท่านว่าใครที่เค้ามีบุญคู่ควรกันเดี๋ยวเขาจะมาเอาไปเอง รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วยท่านจะอธิษฐานบอกกล่าวขอเปิดชะตาวาสนาให้เป็นรายบุคคลไป รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กชาวดอยที่ด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑พิมพ์โอบอุ้มพุงป่องบล๊อคแรก(ฝืนชะตาเพชรปกาศิต) บูชา 4,000 บาท

    68392085-652539645251673-1908880317578477568-n.jpg 67536639-722448791542142-2694249125267898368-n.jpg
    67663149-2470609063158646-4535472274731433984-n.jpg
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา พระตรีเนตรปุราลีมหากาลเงินมาเก้าพันล้านชุดพิเศษสามเทพนารี(มวลสารหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์)

    ทำไมพ่ออาจารย์ถึงชอบทำของทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม เหตุผลท่านอธิบายไว้ว่า สมัยนี้บ้านเมืองมันร้อน ทั้งอากาศทั้งจิตใจผู้คนมันร้อนไปหมด มีเเต่เรื่องราวทะเลาะเบาะเเว้งมิได้รู้จบสิ้น จะทำของให้เขาไปรบราฆ่าฟันกันทำไม ทำของเมตตา ทำให้คนรักให้คนชอบเเบบนี้เเหละดี พอคนเขาเมตตาเราอะไรๆมันก็จะดีตามไปหมด ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมทำบุญกันกับพ่ออาจารย์ ซึ่งท่านได้เมตตาจัดสร้างพระรูปมหามงคลขึ้นมา

    สืบเนื่องจากผงหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ กระปุกหนึ่งซึ่งพ่ออาจารย์ได้รับถวายมาอันเป็นผงสำเร็จที่ได้ชื่อว่าหายากที่สุดและทรงอานุภาพรุนแรงที่สุดนั้น ท่านได้ใคร่ครวญอย่างหนักว่าจะนำมาสร้างสิ่งใดดี เพื่อที่จะได้มีอิทธิคุณแฝงเป็นกฤติยาคมแฝด ท่านว่าจะได้ไม่เสียไปเปล่าๆ หากทำรูปพระเกรงว่ายุคนี้จะไม่แรงและเร็ว จะต้องทำเทพแต่ต้องเป็นเทพที่มีใจอันประกอบด้วยมหากรุณาสูงสุดเช่นกัน ก่อนจะมีนิมิตให้ท่านสร้างครูพระสยมขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับประทานชื่อเฉพาะให้เหมาะแก่สายวิชา

    เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วพ่ออาจารย์ได้นำไม้อาถรรพ์ฟ้าผ่าที่ครูท่านสั่งลงมาให้ใช้ทำบล๊อกแม่พิมพ์มาแกะแม่พิมพ์เป็นศิวลึงค์มีองค์พระศิวะบรมครูประทับอยู่ภายในนั้น พร้อมกับได้เสกแม่พิมพ์ก่อนเสียคำรบหนึ่ง ท่านว่าทำไว้เป็นศิลป์บ้านๆงานแบบโบราณนี้แหละดี ซึ่งความรุนแรงและอาถรรพ์ของวิชาที่พ่ออาจารย์ได้กระทำลงไปในครั้งนี้ มีอุปเท่ห์และพิธีกรรมที่สลับซับซ้อนนัก พอจะกล่าวเปิดเผยคร่าวๆได้ดังนี้...เมื่อจะสร้างให้ได้ตามโองการซึ่งจะกระทำให้ได้มาถึงเครื่องมงคลที่ได้ชื่อว่ามีพลานุภาพสูงสุด ครูพระศิวะท่านได้มีโองการแก่พ่ออาจารย์ เมื่อจะทำพระรูปของพระองค์ต้องทำพิธีไสยเวทย์ดุจดั่งว่าในองค์พระนั้นมีเลือดเนื้อของพระองค์จริงๆผสมลงไปให้ได้ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้นำไม้ศิวลึงค์โบราณที่สืบทอดมาแต่อารยธรรมเขมรมาประกอบพิธีพราหมณ์อีกคำรบหนึ่ง ก่อนจะลงจารพระเวทย์สายพระศิวะทั้งหมด ลงมนต์มหากำเนิดก่อเกิดสรรพสิ่ง ในองค์ศิวลึงค์ไม้โบราณนั้น เรียกได้ว่าพระศิวะท่านแฝงพระรูปลงมาเต็มพระญาณ ถือได้ว่าศิวลึงค์นี้คือเลือดเนื้อและชีวิตของท่านก็ไม่ปาน เมื่อสำเร็จเเล้วจึงนำมาบูชาไฟด้วนมันตราพระศดาศิวะเทพ ตามหลักกฏแห่งธรรมชาติจนแปรเป็นเถ้าจุณมหาวิจุณ กลับคืนสู่พระรูปเดิม เถ้านี่แหละสำคัญนัก ถือคติแห่งมายาศาสตร์ที่ว่าพระศิวะท่านพลีพระรูปของท่านให้แก่มนุษย์แล้วด้วยมหากรุณา เมื่อเป็นศิวลึงค์ขลังเยี่ยงไร ตอนเป็นเถ้าขลังเสียยิ่งกว่านั้น เพราะผ่านไฟแห่งพิธีกรรมอันได้ชื่อว่าจะชำระเสียให้ได้มาซึ่งความบริสุทธิ์สูงสุดแล้วนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านได้นำเถ้าศิวรูปทั้งหมด มาผสมลงไปกับผงหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลังจากนั้นท่านว่ายากเกินกว่าใครจะคิดไหว นั่นคือการเสกผงตั้งธาตุให้ผสมกลืนรูปกับผงเถ้าศิวรูปนั้น ให้พลังเกื้อหนุนกันไปด้วยกันไม่ขัดกัน ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านทำเองไม่ได้ ต้องเชิญเจ้าของผงคือองค์หลวงปู่แก้วมากระทำให้ด้วยเมตตา ท่านว่าหลวงปู่แก้วนั่งอธิษฐานผงนี้อีกวาระหนึ่ง สุดท้ายก็มาบรรจบลงที่องค์พระศิวะพอดีเหมือนท่านจะรู้เจตนาเรา มีนิมิตปรากฏผงนี้ได้จับตัวเป็นอักษรโอมและโปรยปรายลงมา เทพเทวดาทั้งหลายถ้วนทุกห้องจักรวาลต่างพากันออกมาสาธุการ ท่านได้นำผงสำคัญนี้มาเข้ากับผงพิเศษที่จะกดเฉพาะพิมพ์นำฤกษ์โดยเฉพาะ คือ
    - ผงอาถรรพ์ศิวะซ่อนรูป วิชานี้แต่เดิมแทบจะไม่มีการถ่ายทอดให้ผู้ใดเพราะเป็นวิชาสืบทอดในสายพระเวทย์ชั้นสูง แต่เดิมนั้นกษัตริย์ขอมเปรียบดั่งร่างอวตารของพระศิวะเจ้า เมื่อจะขึ้นครองราชย์นั้นต้องให้ผู้เรืองวิชามาประจุอาถรรพ์ตัวนี้ไว้กับร่างกาย เรียกว่าอาถรรพ์แห่งราชาหรือพระมหากษัตริย์ก็ได้ เป็นวิชาที่จะทำให้ญาณบารมีขององค์พระศิวะนั้น แฝงซ่อนอยู่ในร่างผู้บูชาโดยตรง เป็นทั้งมหาอำนาจ มหาเมตตา มหาเสน่ห์ มหาปราบ มหากำราบ ครบถ้วนทุกประการ ปลุกดีในตัวสร้างขุมพลังในจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านเมตตาลงผงไว้ให้เพื่อที่ผู้บูชาจะได้มีพลังมีจิตที่ดีภายในก่อนค่อยไปอาราธนาของดีภายนอกใดๆ
    - ผงมหากัน ผงนี้มีฤทธิ์มาก กันได้ทุกอย่างที่ไม่ดีอันจะเกิดแก่ชีวิตผู้บูชาทั้งคนอันจะกระทำย่ำยีคุณผีคุณไสยนานาประการ สารพัดกันทั้งภัยอันตราย ซ้ำยังเป็นแคล้วคลาดเพชรหลีกหลบเลี่ยงไม่ให้มากระทบตัวเรา พวกศัตรูล้วนแต่หนีไกลไม่เข้าใกล้ ท่านว่าใส่เพิ่มให้ไว้ ชีวิตจะได้สบายไม่มีภัยใดๆมารบกวนเบียดเบียน
    - ผงศิวลึงค์คลึงนาง วิชาเสน่ห์สายพระศิวะผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นวิชาที่พ่ออาจารย์ไม่ค่อยกระทำให้ผู้ใด ท่านว่าเหมาะที่จะใส่ไว้นัก ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าดีอย่างไร เปรียบตัวเขานี้เป็นศิวลึงค์พระศิวะก็อยู่ในตัวเรา ต่อไปจะคลึงอะไรก็คิดกันเอาเอง


    เมื่อจะเสกนั้น ท่านว่าต้องเสกใส่วิชาตาไฟประลัยกัลป์ให้ได้เหมือนพระกริ่งองค์ครูของท่านที่ท่านหล่อจากเงินบบริสุทธิ์มาห้อยคอเอง พระกริ่งองค์นี้มีอานุภาพมากนักกล่าวคือมีพระเกจิหลายรูปไม่สามารถวัดพลังงานใดๆได้เลย แต่จะเห็นแสงไฟกะพริบที่ตาขององค์พระทำให้ตาพร่าตามัวไปตามๆกัน แม้เมื่อพ่ออาจารย์อาราธนาอยู่ก็ดีหากมีสิ่งไม่ดี อวิชชาทั้งหลายมากระทบ หรือแม้แต่มีจิตที่ตกไปในฝ่ายต่ำตลอดจนเครื่องรางของขลังทั้งหลายที่มีผู้ส่งมาลองดีกับท่าน ท่านว่าท่านจะเห็นแสงสว่างกะพริบออกมาจากตาพระกริ่งองค์นี้ทันที ไฟนั้นจะเผารูปเผาญาณฝ่ายตรงข้ามจนมอดไหม้หายไปในที่สุด ไม่เคยเห็นมีสิ่งใดต้านทานได้ซักที ท่านว่าวิชานี้หาคนรับยากนักทำให้ใครเล่นๆไม่ได้ พอดีกับได้ทำพระตรีเนตรปุราลี อันได้ชื่อว่าตาที่สามอันยิ่งใหญ่เหนือกว่าพลังธรรมชาติ เราเลยจะลงตาไฟประลัยกัลป์นี้ไว้ด้วย จะได้เป็นโฉลกแก่ชื่อเป็นมงคลแก่ผู้ครอบครองต่อไป(เป็นครั้งแรกจริงๆที่ท่านลงวิชานี้ในเครื่องมงคล คงเพราะมีจิตขององค์พระศิวะกำกับอยู่ภายในด้วยกระมังท่านถึงเมตตาลงไว้ให้) วิชานี้แม้ใครที่มีวาสนามีวิชาดีมาจากที่ไหน เมื่อได้ชื่อว่ายังอยู่ในกฏแห่งพลังธรรมชาติ เขาแพ้เราทั้งสิ้น เพราะเราข่มเราชนะคนทั้งหลายเหล่านั้นด้วยสิ่งที่อยู่เหนือกว่าพลังธรรมชาติ

    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เเค่ขึ้นรูปขึ้นพิมพ์เวลาจะกดด้วยมนต์มหากำเนิดนี่ก็ยอดขลังแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้หากปรารถนาให้ขอแก่องค์พระศิวะนี่ได้เลย ท่านว่าท่านเทให้แล้วหมดหน้าตักเลย ใช้มวลสารเป็นผงหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ล้วนๆในส่วนของผงสำเร็จมาผสมกับผงเถ้าศิวรูปเพิ่มเติมผงตามสูตรครูพระศิวะ ไม่ต้องเอาเศษผงเศษวิชาอะไรมาเพิ่มอีก เพราะว่านี่คือที่สุดแห่งวิชามหาเสน่ห์ในแผ่นดินสยามแล้ว ผงที่มีอานุภาพทำให้สาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกันในตำนาน ผงที่ใครได้ครอบครองก็จะเจริญมิตกต่ำเป็นเศรษฐีเป็นเจ้าสัวมีชีวิตที่มั่นคง หาพระหลวงพ่อแก้วแท้ๆที่ไม่เขียนนิยายขายองค์ละ 20 - 30 ล้านบาทไม่ได้ ท่านว่าเอานี่ไปใช้ นึกถึงหลวงพ่อแก้วก็แทนกันได้เลย ไม่ได้วัดรอยเท้าครูบาอาจารย์พูดให้เลิศเลอเสมอท่าน ก็ด้วยเอาผงอันได้ชื่อว่าเป็นอนุสรณ์ที่ท่านกระทำไว้ดีแล้วมาทำให้ดุจท่านทำเองเสียเท่านั้น

    สำหรับพระผงมวลสารหลวงพ่อแก้วนี้ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าสำคัญนัก เพราะอยู่ในรูปของเทพเจ้าที่ได้ชื่อว่าแรงเเละไวต่อการรับกระแสจิตและคำอธิษฐานของผู้บูชามากที่สุด ซ้ำยังเป็นเทพที่ได้รับการยกย่องว่าน้ำพระทัยนั้นเปี่ยมไปด้วยมหากรุณาธิคุณสูงสุดในบรรดามหาเทพทั้งสาม พระนามเฉพาะที่ท่านประทานให้กับพระรูปรุ่นนี้ยิ่งมีความหมายลึกซึ้ง พระผงตรีเนตรปุราลีนี้ มหายถึงตาที่สามอันมีพลังยิ่งใหญ่เหนือพลังธรรมชาติใดๆ ด้วยว่าพระศิวะนั้นเป็นผู้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนได้พระนามเฉพาะว่าพระมหากาล(คนละกาฬกับบริวารพญายม) กาลในที่นี้คืออดีตกาล ปัจจุบันกาล อนาคตกาล พระองค์ทรงรอบรู้ในกาลทั้งสามเหล่านั้นจนได้ยกย่องว่าเป็นมหากาล รู้กรรมรู้วาระของสรรพสิ่ง แม้ทรงโปรดในคุณงามความดีของผู้ใดก็จะช่วยเหลือเต็มที่ประสาทพระพรให้ในสารพัดสิ่งที่เค้าขอ เมื่อเสกเสร็จนั้นเป็นนิมิตหมายอันดีที่พ่ออาจารย์ท่านเห็นเหรียญทองมากมายตกหล่นลงมาเกลื่อนฟ้า พร้อมกับได้ยินเสียงดังลั่นว่ามหากาลเงินมาเก้าพันล้านซึ่งพ่ออาจารย์เองท่านก็มั่นใจสุดๆว่ารุ่นนี้ได้ทั้งเสน่ห์ มหาละลวย รัญจวนจิตพิศดาร ซ้ำยังมีอานุภาพทางโชคลาภ วาสนา การเงินเต็มที่อีกด้วย

    ด้านหลังนั้นจะมีเครื่องมงคลอันประกอบด้วยวิชาต่างๆฝังอยู่ ตามลำดับที่จะกล่าวต่อไปคือ
    - ผงดวงธาตุพระนารายณ์แปลงรูป พระสี่กรรูปงามทรงเเปลงกายเป็นหญิงสาวร่ายรำหลอกล่อให้ลืมตัวไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน ท่านว่าอันวิชานารายณ์แปลงรูปนั้นหากทำได้ถึงขั้นมหาประสิทธิแล้วจะลุ่มหลงจนตาย ด้วยอำนาจไสยเวทย์ฝ่ายสูงมหาเสน่ห์แห่งองค์นารายณ์ มหาบุรุษที่ได้ชื่อว่าเพียบพร้อมในทุกสิ่งแม้รูปร่างหน้าตาก็วิไลวิลาศงามเลิศกว่าเทพเจ้าทั้งปวง ยิ่งพระนารายณ์พระองค์นั้นถึงขนาดต้องแปลงรูปให้สวยงามขึ้นไปอีกเพื่อสำเร็จภารกิจ ผู้บูชาก็เช่นกันหากมีกิจใดที่ต้องใช้เสน่ห์เล่ห์กลก็จะสำเร็จทุกครั้งไป พ่ออาจารย์ท่านลบถมผงกลบทยันต์วิชาเพื่อทำดวงธาตุพระนารายณ์ให้ห้อยคอเอาไว้ท่านกล่าวว่าดีนักหนา คนอื่นจะเห็นเรางามสง่าโสภาติดตาต้องใจ หลงเรา รักเรา ลืมตัว ลืมตาย ลืมแม้กระทั่งชีวิตตนเองนี่เเหละคือวิชาพระนารายณ์แปลงรูปที่แท้จริง
    - ผงดวงธาตุมหาฤาษีนารทมุนี(นารัท - นารอด) มานสาบุตร(บุตรอันมีกำเนิดจากฤทธิ์ทางใจ)แห่งพระพรหมา สาวกเอกแห่งพระนารายณ์และพระศดาศิวะ มหาฤาษีผู้ได้ชื่อว่าเป็นปฐมฤาษีอันมีกำเนิดเป็นฤาษีองค์แรกในจักรวาล เป็นพรหมฤาษีอันเป็นอาจารย์ของเหล่าฤาษีทั้งปวงซึ่งมีฤทธิ์สูงสุดและได้ชื่อว่ามีอภิสิทธิ์สูงสุด ในธรรมเนียมเหล่าพระพุทธเจ้าเคารพพระพุทธเจ้าองค์ปฐมฉันใด แม้เหล่าฤาษีก็ถวายเกียรติยศสูงสุดแแก่ฤาษีองค์ปฐมฉันนั้น พ่ออาจารย์ท่านลบถมผงหัวใจปั้นดวงธาตุฝังไว้ให้ด้วยคติที่ว่าเมื่อมีธาตุพระนารายณ์แล้วก็ควรมีพระนารทมุนีด้วย ผู้ที่เพียรขอพรต่อองค์นารายณ์หรือองค์พระศิวะจะได้สำเร็จโดยง่ายเพราะพระนารทมุนีนี้คือกระบอกเสียงแห่งสวรรค์ เป็นผู้นำสารส่งสารของพระเป็นเจ้าเมื่อจะอธิษฐานอะไร ให้อธิษฐานผ่านท่าน ฝากท่านบอกไปยังพระศิวะหรือพระนารายณ์ จะถึงไวและสำเร็จได้ง่ายกว่าปกตินัก ซ้ำพระนารทมุนี(นารอด)ยังเป็นประธานของครูฤาษีทั้ง108ที่เราเรียกว่าพ่อแก่ด้วย ท่านว่าเวลาอาราธนาห้อยคอนี้ให้ตั้งจิตดีๆก่อนจะสวมลงไป เหมือนศรีษะเรานั้นครอบหัวพ่อแก่นารอดไว้ตลอดเวลา มีครูเหนือหัวแล้วจะต้องไปกลัวผู้ใด พ่ออาจารย์กล่าวว่าตอนเสกดวงธาตุนี้ท่านเสกพร้อมเศียรครูครู องค์พรหมฤาษีพระนารทท่านได้กระทำดุริยางค์ดนตรีร้องเพลงเป็นที่สนุกสนานวนอยู่รอบๆกายท่าน ดวงธาตุนี้จึงเฮี้ยนและแรงแน่ๆ
    - ภูติผีเสื้อมหากำเนิด ท่านว่าเป็นร่างจำแลงของจอมภูติที่สวยสดงดงาม เมื่อปรารถนาจะเย้ายวนผู้ใดให้หลงอยู่ในเสน่ห์เล่ห์กล ลืมตัว ลืมชีวิต ลืมตาย ก็จะจำแลงร่างดุจราชินีแห่งพงไพร พ่ออาจารย์ท่านได้นำธาตุกายสิทธิ์นั้นมาหล่อหลอมเป็นภูติผีเสื้อราชินีขึ้น โดยเพิ่มเติมสัญลักษณ์แม่กำเนิดเข้าไปด้วยนั่นก็คือมีองค์โยนีปรากฏออกมา ท่านว่าเวลาเสกนั้นต้องเชิญญาณขององค์พระแม่อุมาให้ท่านมาทำมากำกับไว้ เพราะถือว่าท่านคือพระจักรวาลชนนีเป็นแม่ของชนทั้งโลก ก่อนที่จะลงมนต์มหากำเนิดกำกับอีกคำรบหนึ่ง ท่านว่ารูปนี้มีความหมายลึกซึ้ง เป็นของอาถรรพ์ที่จะรักและช่วยเหลือลูกๆทุกคนด้วยความห่วงหาอาทรและเมตตา ซ้ำยังปกป้องคุ้มกันสรรพอันตรายทุกสิ่ง ท่านว่าคุณไสยมนต์ดำการกระทำฝ่ายต่ำทำอะไรเราไม่ได้ รอดหมด พ้นหมด มาถึงตรงนี้เสื่อมหมด อาถรรพ์ต่างๆที่ทำให้ชีวิตเราต่ำลง ไร้กำลัง หรือเสื่อมถอยอยู่ต่อหน้าพระแม่ปางนี้เสื่อมทุกอย่าง เพราะท่านรับเอาไว้เองเสียทุกอย่างเพื่อให้ลูกเหลือแต่ความเจริญโดยส่วนเดียว เนื่องจากเป็นพระแม่ที่ลงมนต์มหากำเนิดกำกับไว้จึงขอได้ทุกสิ่ง อะไรที่ขาด ที่ชีวิตยังไม่มี ไม่พบ อยากได้ หากอยู่ในทำนองคลองธรรม มีแล้วจะทำให้ตัวเองเจริญขึ้น รุ่งเรืองขึ้น ท่านว่าขอได้ทั้งสิ้น ซ้ำยังอยูในรูปภูติผีเสื้อที่เพียงพกพาอาราธนาก็เป็นเสน่ห์สะกดสายตาคนให้ลุ่มหลง เคลิบเคลิ้มอย่างถึงที่สุดแล้ว
    - นางพระแม่ธรณี พ่ออาจารย์ท่านว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายนั้นได้อาศัยอยู่บนพื้นดิน เปรียบก็เหมือนดั่งลูกอยู่ในอ้อมกอดของแม่นั่นเอง จะเจริญก็อยู่บนแผ่นดินนี้ จะวิบัติก็อยู่บนแผ่นดินนี้เช่นกัน หากใครมีพลังของแม่พระธรณีเกื้อหนุนช่วิตแล้ว ความตกต่ำยากไร้ ทำมาหากินไม่ขึ้น โดนคนกลั่นแกล้ง สิ่งต่างๆเลวร้ายทั้งหลายนั้นย่อมไม่มีเป็นแม่นมั่น เพราะแม่ท่านรักและช่วยเหลือประดุจเลือดในอกของพระองค์ท่านเลยกระนั้น หากเรารู้คุณท่านอยู่บ้างระลึกถึงท่านขอบารมีท่านจะมีแต่เจริญขึ้นโดยสถานเดียว พ่ออาจารย์ท่านทำเป็นรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผมอย่างมีนัยยะสำคัญบางประการ ท่านเมตตาเล่าว่า พระแม่ธรณีนี้เคยบอกกับท่านว่าตัวของแม่เองได้เป็นพยานการเกิดขึ้นของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมถึงปัจจุบัน ได้รองรับกระแสอุทกธาราที่เหล่าพระมหาโพธิสัตว์มากมายหลั่งรินไว้เวลาประกอบธรรมกำกุศล ได้ขึ้นมาช่วยเหล่าพระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ทุกพระองค์ในทุกกาลทุกวาระเมื่อจะต้องประจญด้วยพญามาร พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็จะอ้างเอาพระแม่ธรณีนี้เป็นพยานนั่นเอง ท่านจึงว่าพระแม่ธรณีนี่แหละเก่งที่สุดในโลก ท่านอยู่ในทุกที่ทั้งโลก โอบอุ้มทุกชนชาติศาสนามาเนิ่นนาน รองรับบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ตั้งแต่คราวพระชินสีห์องค์ปฐมได้ค้นพบและตรัสรู้สัพพัญญุตญาณเป็นพระสัพพัญญูในโลกธาตุจวบจนถึงพระองค์ปัจจุบัน ได้อยู่เป็นสักขีพยานและเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระนางมีบารมีมากถึงปานนั้น สำหรับเหรียญหล่อนางแม่พระธรณีนี้พ่ออาจารย์บอกว่าท่านทำเป็นปางบีบมวยผมคราวพระเจ้าผจญมาร เพื่อให้ผู้บูชาอาศัยบารมีของแม่ชนะมารชนะอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย แม้กิจใดที่แม้แต่เหล่าเทพไม่สามารถกระทำได้ ไม่สามารถช่วยเหลือได้หรือเทพเจ้ายังหวาดกลัวนั้น ท่านว่าแม้อันตรายถึงปานนั้นแม่ก็ยังอยู่กับลูกเสมอและพร้อมที่จะช่วยลูกในกาลทุกเมื่อนั่นเอง เหรียญนางพระแม่ธรณีนี้สำคัญนัก เพราะเทพเจ้าฝ่ายมารจะกลัวกันมาก เทพยดามิจฉาทิฏฐิทั้งหลายจะไม่กล้ากลั่นแกล้งให้โทษแก่เราเลย
    - นางกวัก พ่ออาจารย์ท่านว่าจะขาดเสียมิได้เลย วิชานี้ไม่ดีจริงเเต่โบราณเขาคงไม่ใช้กัน เพราะนางกวักนี้คือผู้ที่ได้รับพรวิเศษจากพระสีวลีสามารถช่วยเหลือดลบันดาลให้สิริมงคลเกิดขึ้นแก่ผู้บูชา โดยการเรียกสิ่งที่ดีงามโชคลาภ สิ่งที่เป็นมงคลต่างๆเข้ามา อะไรที่ไม่มีที่ยังมาไม่ถึงก็กวักก็เรียกให้มาใกล้มือแบบนั้น
    - เจ้าแม่ทองธรรมชาติ ด้านหน้าองค์พระนั้นพ่ออาจารย์ท่านโรยด้วยเเร่เทวาประสิทธิ์ที่ท่านได้จากในถ้ำ วรรณณะสีเหลืองทอง ซึ่งท่านเรียกว่าเจ้าแม่ทองธรรมชาติ ถือเป็นของที่มีเทวานุภาพสูงสำเร็จด้วยคุณของเทพยดา ท่านว่าสีเหลืองๆทองๆนี่เป็นมงคลกับคนใช้จะได้ดึงเอาโชคลาภเงินทองเข้ามาโดยง่าย


    พระพิมพ์ที่พ่ออาจารย์ท่านพิมพ์แบบติดปีกคือมีเนื้อเกินออกมาด้วย อันนี้ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดเลยเพราะทุกรุ่นนั้นโดยปกติท่านจะตัดขอบชิดแม่พิมพ์เสมอไม่มีปล่อยให้องค์พระมีปีกเลย... ทำไมท่านถึงตั้งใจให้มีปีก(เนื้อเกิน) พระผงรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะทำให้แก่ลูกศิษย์ที่มีกรรมหนัก ยังไม่ลืมตาอ้าปาก ยังโดนใครเขารังแกโดยเฉพาะ ให้พ้นกรรมพ้นวาระนั้นไปด้วยมหากรุณาแห่งบรมครูพระศิวะเจ้า ซ้ำยังเป็นมหาเมตตามหาเสน่ห์และมหาลาภอย่างที่สุด ให้เอาไว้ตั้งตัว จะได้เสพย์สุขเพรียบพร้อมในทุกๆด้าน ท่านว่าชุดพิเศษองค์ครูที่กดพิมพ์นำฤกษ์ไว้นั้นท่านจึงกดให้มีปีกทั้งหมด คนอาราธนาชีวิตจะได้ลอยขึ้นสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วเหมือนมีปีกบินไปข้างหน้าได้จะได้เหนื่อยน้อยกว่าเขา ไม่ต้องใช้ความพยายามหรือลงทุนมากก็ยังสำเร็จ
    ### ชุดนี้องค์พระจะแก่แร่เป็นพิเศษ ทั้งแร่สกุลเหล็กไหลและแร่กันอับ(ชีวิตอับเฉา),กันพลาด ทุกองค์ พ่ออาจารย์ท่านผสมเนื้อใส่แร่พิมพ์องค์พระด้วยตนเองท่านว่าเรื่องมวลสารทั้งหลายต้องทำให้ถึง ให้สมเจตนาเพื่อให้ของออกมาดีที่สุด

    คาถาบูชา
    โอม นะโมศิวะ สิทธิกาลังสวาหุม อิติปิโส วิเสเสอิ อิโสตังพุทธนามิอิ อิโสตังพุทธะอิ อิโสตังพุนากุ โสอะสังทิสุเล อะปุสะพุอะ อะกุสาปุอะ โสสุวิสังอะ สาธุ


    พระผงพระตรีเนตรปุราลีชุดนำฤกษ์สามเทพนารีนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ 5 องค์ มีคนถามถึงผงนี้เข้ามาเยอะมาก พ่ออาจารย์ท่านจึงตัดสินใจนำมาทำทั้งหมด เพราะผงนี้มีประสบการณ์แล้วท่านได้ลองให้คนขับวินมอเอร์ไซด์โรยหัวไว้จากชายขับวินผิวดำวัยกลางคนกลายเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ได้ภรรยาเป็นแม่ม่ายมีฐานะมั่นคง ท่านกลัวคนจะขอผงไปใช้ผิดทำนองคลองธรรม จึงเอามาทำพระเสียทีเดียว ท่านว่านี่แหละผงเสน่ห์ที่ดีที่สุดอยู่ในรูปของเทพที่ประกอบด้วยมหากรุณาสูงสุด ซึ่งท่านก็ได้เสกเก็บไว้นานเเล้วจนแน่ใจว่าอัดไม่เข้าอีกจึงให้นำมาให้บูชา

    * รายการนี้ท่านให้เฉพาะคนเพราะพระมีน้อยเพียงแค่ 5 องค์เนื่องจากประกอบด้วยมวลสารล้วนๆท่านว่าพระมีเจ้าของหมดแล้วทุกองค์ ใครจะบูชาจริงๆให้จองทาง PM เท่านั้นจะได้ไม่ต้องแย่งกัน ผู้บูชาท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลพร้อมทั้งแจ้งจุดประสงค์พิเศษที่อยากทำให้สำเร็จไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะใช้ผงสินธูระเจิมเบิกเนตรให้ครูพระสยมและพระแม่ทั้งสามอธิษฐานเปิดดวงเปิดทางชีวิตของแต่ละท่านให้เป็นรายบุคคลทั้งยังจะฝากฝังครูพระสยมท่านให้ช่วยในกิจต่างๆที่ปรารถนา รายได้ร่วมสมทบทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนไร้โอกาสต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระตรีเนตรปุราลีมหากาลเงินมาเก้าพันล้านชุดพิเศษสามเทพนารี(มวลสารหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์) บูชาองค์ละ 4,000 บาท


    68535889-2396385597310267-171955814628589568-n.jpg SAM-4781.jpg 68354567-2324089804585385-2700101258726866944-n.jpg
    67747168-2087961154846143-1319714661171462144-n.jpg
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234
    ร่วมทำบุญบูชา พระภควันกฤษณะยกชีวิต(ขยับฐานะมหาสารถี)

    ทำไมพ่ออาจารย์ถึงอยากให้คนบูชาพระกฤษณะ,และจำเป็นต้องใช้พระกฤษณะ
    เราจะรู้จักพระกฤษณะกันดีในฐานะเทพเจ้าแห่งความสุข ความรื่นเริงในชีวิต รวมไปถึงวิถีแห่งความหลุดพ้น ความบันเทิง เสน่หาเเละความรัก พ่ออาจารย์ท่านว่าพระกฤษณะที่ท่านเชิญองค์อวตารให้มาอยู่ใกล้ชิดพวกเรานั้นก็เพื่อประโยชน์ในพลังแห่งการสร้างสรรค์ชีวิตจริง ใครบ้างที่ต้องใช้ภควันกฤษณะเยียวยาชีวิตเขา
    - คนที่ขาดความสุข..ต้องมีภควันกฤษณะ
    - คนที่ชีวิตมีความทุกข์..คนที่คิดมาก,ไม่มีอิสระในชีวิต ขาดความสะดวกสบายสนุกสนาน ...ต้องมีภควันกฤษณะ
    - คนที่ต้องการความบันเทิงแห่งกามคุณทั้งรูป,เสียง,กลิ่น,รส ถ้าปรารถนาจะเอาดีทางโลกไซร้...ต้องมีภควันกฤษณะ
    - คนที่ขาดความรัก ขาดคู่ครอง...ต้องมีภควันกฤษณะ
    - คนที่แสวงหาวิถีแห่งความหลุดพ้น ต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า..ต้องมีภควันกฤษณะ
    เพียงเราเลือกใช้ ให้พระองค์เป็นสารถีขับทะยานนำพาชีวิตเราออกจากวิกฤติ,จากความมืดที่มองไม่เห็นทางออก,ไม่เห็นแสงสว่างใดๆ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเน้นย้ำว่าไม่ใช่แค่จำเป็นแต่มันต้องใช้และควรจะใช้ ควรที่จะเลือกพระกฤษณะให้เป็นสารถีที่จะนำเราไปหาชัยชนะแลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่ปรึกษาช่วยให้เราเอาชนะใจตัวเอง เอาชนะข้าศึกศัตรู เอาชนะพันธนาการชีวิตของเรา ให้พระองค์ปลดปล่อยเราเช่นนี้ ### ท่านว่าในหมู่มหาเทพแล้ว มองไปทางใดย่อมไม่เห็นและไม่มีใครยอมเสียสละตนเองมาเป็นสารถีนำชีวิตอยู่กับมนุษย์เช่นพระกฤษณะเลย


    หนึ่งในอวตารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศรีหริวิษณุนารายณ์เป็นเจ้า ปางอวตารที่ปรากฏชื่อเสียงและเกียรติคุณกึกก้องทั่วทั้งโลก เป็นที่ศรัทธาอย่างยิ่งในกลุ่มยุโรปรวมไปถึงอเมริกาพ่ออาจารย์พลได้เมตตาสร้างพระกฤษณะขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านเเละของมนุษย์ทั่วไป ที่ท่านตั้งใจไว้ว่าอยากจะเห็นคนในชาติรักกันดั่งพี่น้องไม่ทะเลาะเบาะเเว้งกัน(ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐาน) เเต่ยังมีสิ่งที่เหนือไปกว่านั้น มาฟังทัศนคติของพ่ออาจารย์พลกัน เคยพิมพ์บอกไปแล้วว่าอารยธรรมที่เเท้นั้นการเคารพพระรูปอวตาร ไม่ได้กระทำการบูชารวมกับเทวะองค์ต้นในที่นี้คือพระนารายณ์ เเต่เป็นการบูชาเเละเคารพในฐานะเทวะองค์หนึ่งซึ่งจะมองผิวเผินว่าแยกกันไปก็ได้ พระภควันกฤษณะนั้น เป็นมหาอวตารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งถือคติว่าเป็นการลงมาปรากฏรูปของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุด เพื่อกระทำเเละสำเร็จภารกิจต่างๆ ดังนั้นในการอวตารเเต่ละครั้ง จึงลงมาชนิดที่เรียกได้ว่าอาจจะมีความเก่งกล้าสามารถเฉพาะด้านที่เน้นกันซึ่งเป็นที่นิยมว่ามีมากกว่าองค์ต้นกำเนิดก็ได้ตามชะตาความสูงส่งและวาสนาการอุบัติแต่ละครั้ง เรียกง่ายๆว่า หากคิดบูชาเทวะเช่นพระนารายณ์เพราะคิดว่าครอบคลุมไปทุกอย่างทุกภาคอวตารของพระองค์มีคุณทุกด้านเสมอกันเเล้วนั่นย่อมถือได้ว่าคิดผิดไป พระภควันกฤษณะนั้น ได้รับการบูชาเป็นเอกเทศน์ ที่เเม้เเต่อื่นใดพระองค์ยังมีสิทธิเหนือสิทธิอัครบูชาของพระพิฆเณศด้วยซ้ำ กล่าวได้ว่าเเม้เเต่การบูชาพระวิษณุนารายณ์เป็นเจ้ายังต้องออกนามพระพิฆเณศวรก่อน แต่กับภควันกฤษณะนั้นสามารถออกนามบูชาได้เลยเเละสำเร็จประโยชน์เสมอกันโดยไม่ต้องออกนามพระพิฆเณศ เพราะพระองค์นั้นอยู่นอกเหนือเหตุผลเเละหลักการทั้งมวลนั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้สังเกตุเห็นสิ่งที่แปลกประหลาดอย่างมาก นั่นคือการพัฒนาสภาวะทางจิตใจควบคู่ไปกับความเชื่อจนลืมรากเหง้าที่เเท้จริง ท่านไม่อยากเห็นความเชื่อผิดๆหลงเหลืออยู่ในสังคมไทยอีก เช่นการบูชางั่ง ต้องเอาไปซุกไว้ในกางเกงในเชื่อว่าบูชาเเล้วทำเช่นนี้เสน่ห์จะดีมากๆซึ่งตัวพระเกจิผู้เสกก็ได้ผูกเรื่องเชื่อมโยงไปเช่นนี้เป็นต้น และความเชื่อนี้ก็เเพร่ไปไวซะด้วย เป็นการสนใจทางการตลาดจนดึงฟ้าลงมาต่ำอย่างไม่รู้ตัว เทวะที่สูงส่ง ถ้าผู้เคารพที่เเท้จริงต้องเอารูปเปรียบอวตารของพระองค์มาบูชาในกางเกงในมีการนำไปจิ้มอวัยวะเพศสตรีเช่นนี้เป็นต้น ไม่ทราบว่าคิดได้อย่างไรว่านี่คือการบูชาพระศิวะเจ้า นำไปผูกเรื่องเชื่อมโยงได้อย่างไรเเค่เราเห็นก็นึกขำเเล้ว ประกอบกับเมื่อท่านได้นำงั่งที่พระเกจิบอกว่าเป็นมหาอวตารเเห่งพระศิวะนั้นมาตรวจสอบจิตวิญญาณเจตสิกต่างๆมันก็คือภูติพรายนั่นเอง สังคมไทยเป็นสังคมที่ละเอียดอ่อน มักจะตื่นข่าวเเละเชื่อกันไปโดยง่ายทั้งที่เนื้อหามันก็เเย้งอยู่ในตัวเอง เชื่อโดยปราศจากความคิดการพิจารณาข้อเท็จจริงให้ถ่องเเท้ เชื่อเพียงเพราะเห็นว่าผู้กล่าวเป็นพระคงไม่พูดโกหกเช่นนี้ก็มี ขอให้เป็นความเชื่อที่ตอบสนองความต้องการของตนเองได้เท่านั้นพอ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านไม่อยากเห็นความเชื่อผิดๆทำนองนี้ โดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรากลัวการปรามาสพระรัตนไตรอย่างไร ไอ้ที่เราทำนี่ยิ่งกว่าปรามาสเเละดูถูกพระเจ้าสูงสุดของศาสนาเขาเสียอีกนะตั้งแต่พกในที่ต่ำนำไปทำในจุดอุบาทว์..ซึ่งนี่คือสิ่งที่ท่านไม่อยากเห็นเเละไม่อยากให้เกิด เมื่อคนแสวงหาสุดยอดวัตถุที่มีรูปลักษณ์ เพื่อจะนำมาใช้ให้เกิดมรรคเกิดผล ทางเรื่องของโลกด้านความสุข,เสน่หา,ความรักให้เป็นมงคลเเล้ว ท่านว่าเราก็จะขอทำวัตถุมงคลที่มีอำนาจในการสะกดอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในอดีตจะไม่มีเเละอนาคตก็จะไม่ปรากฏอีกด้วยในรูปลักษณ์ของวัตถุมงคลเเบบนี้

    พ่ออาจารย์พลได้กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เเสวงหาความรัก เเละต้องการเจอรักแท้และความรักอันบริสุทธิ์ที่ฝ่ายตรงข้ามจะมีให้เรานั้น นี่คือคำตอบทั้งหมด เเม้เเต่ปรารถนาอยากมีความรักมากหน้าหลายตาชนิดที่จัดระเบียบได้อยู่ในโอวาทของตน สิ่งนี้ก็คือคำตอบอีกอยู่ดี คุณวิเศษของภควันกฤษณะนั้น ผู้ทำจะต้องรู้เเละเข้าถึงเข้าใจเองเสียก่อน ต้องมีการปฏิบัติบูชาเองเสียก่อน ไม่ใช่นึกอยากทำก็ทำอยากจะลงก็ลง จะไปเอาอะไรมาลงรูปของท่านได้หากขาดศรัทธาเเละการปฏิบัติที่เเท้จริง ซึ่งพ่ออาจารย์พลท่านก็ได้ปฏิบัติมานานเเล้วทำให้ท่านประสบความสำเร็จเรื่องความรักมากมายในอดีต ท่านยอมเปิดเผยเรื่องเหล่านี้เเละยอมสร้างยอดวัตถุมงคลเพื่อให้เป็นตำนานอย่างเเท้จริง เเม้เเต่ตอนคิดจะสร้าง ท่านยังปรารภว่าจะสร้างเสด็จพี่เราก็ต้องขออนุญาติท่านเสียก่อนซึ่งบอกเลยว่าท่านใช้สื่อขออนุญาติกับสิ่งที่ท่านเรียกว่าเสด็จพี่นี้เป็นอาทิตย์เพื่อให้ท่านยอมลงมาโปรดคน พระภควันกฤษณะนั้น ท่านตั้งใจจะทำให้ดีสุดๆยิ่งกว่าของที่เขาเอาไปใช้ในทางเสื่อมกันเสียอีก ท่านบอกว่าทำครั้งนี้มีอาถรรพ์สูงสำหรับผู้สร้างซึ่งส่งผลต่อสุขภาพท่านเองโดยตรงทำให้ไม่มามารถสร้างเยอะๆได้ ภควันกฤษณะนั้นนอกจากจะเก่งเรื่องการรบ ชนิดที่ว่าสามารถสยบอริราชศัตรูได้ทั่วทุกสารทิศเเล้ว เเม้เเต่เรื่องมหาอำนาจก็ใช่ย่อยเพราะกษัตริย์ทุกเเว่นเเคว้นทั้งชมพูทวีปก็เคารพเกรงใจท่านเสมอพระเจ้าที่มีชีวิต...เป็นดั่งพระเจ้าในหมู่กษัตริย์นั่นเอง ส่วนเรื่องความรักนั้นท่านยิ่งกว่าขุนแผนเสียอีกเพราะวีรกรรมความรักของท่าน ท่านมีพระชายาเป็นหมื่นเป็นเเสนนางเเละด้วยสภาวะที่เป็นมหาอวตารเเห่งพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ก็นิรมาณกายอยู่กับพระชายานับหมื่นนับแสนได้ในเวลาพร้อมกันอีกด้วย(เห็นมั๊ยว่าความรักของพระองค์จัดระเบียบได้) จะเรียกว่าท่านเป็นพระมหาจักรพรรดิ์ที่ลงมาผ่านโลกเพื่อเเก้ไขวิกฤติการณ์ทำลายล้างคนพาลทุจริตในยุคนั้นก็ได้ เเต่ตำนานความรักของพระองค์ก็ปรากฏเกียรติคุณโด่งดังไม่เเพ้วีรกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ลงมากระทำในฐานะพระผู้เป็นเจ้าเลย

    พ่ออาจารย์ท่านประสงค์จะนำภควันกฤษณะมาสร้างเพื่อช่วยเหลือทุกคนอย่างเเท้จริง ท่านบอกว่าเชื้อสายของคนไทยทุกยุคทุกสมัย ก็ล้วนอ้างสิทธิ์สืบเชื้อความเป็นกษัตริย์โดยชอบธรรมจากพระองค์ทั้งสิ้น บรรพบุรุษของเราเเต่โบราณสร้างบ้านเเปลงเมืองอย่างทวาราวดี ชื่อทวาราวดีก็นำมาจากเมืองทวารกาเมืองหลวงของพระกฤษณะนั่นเอง ไม่ต้องมองไปไกลถึงยุคทวาราวดีหากจะเอาเพียงเเค่อยุธยา พระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนาชื่อก็มีสร้อยนามทวาราวดีติดมาด้วยทรงไม่ลืมรากเหง้าของบรรพบุรุษตนเองนั่นเอง เเละอีกย่างท่านก็หมายให้มหานครอยุธยามีความรุ่งเรืองมั่งคั่งเช่นทวารกาในสมัยของพระกฤษณะด้วย จะเรียกได้ว่าพวกเราทุกคนนั้นสืบเชื้อเป็นลูกหลานของพระองค์มานานนักหนาเเล้วก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ขึ้นอยู่ที่คนนะ ถ้าเขานึกถึงพ่อของเขาเมื่อไหร่ พ่อที่นึกถึงลูกเสมอก็ย่อมตามหาเเละช่วยเหลือเขา ทำไมพ่ออาจารย์ถึงสร้างพระภควันกฤษณะในยุคนี้ นั่นก็เพื่อให้เหล่าศิษย์ประสบความสำเร็จในความปรารถนาทุกเรื่อง ท่านอธิบายว่าเพราะภควันกฤษณะนั้นต่างจากมวลเทวะองค์อื่น พระองค์ย่อมระลึกถึงเราเป็นอันดับแรกอยู่เสมอหากเราระลึกถึงพระองค์ หากเราคิดถึงท่านท่านก็คิดถึงเรา หากเรากล่าวนามท่านท่านก็กล่าวนามเรา หากเราปฏิบัติบูชาท่านท่านก็จะสนองสิ่งที่เสมอกันนั่นคือความสุขทางโลกที่ดีที่สุดทุกทางถึงขั้นบรมสุขให้กับเรา ทีนี้เข้าใจกันรึยังว่าทำไมเราถึงสร้างเเละอยากให้มีติดตัวกันไว้ทุกคน

    การบูชาพระภควันกฤษณะนั้นไม่สามารถทำได้เลยเเค่การท่องคาถาปากเปล่า..ไม่ได้เรื่องเเละไม่ได้ผล เพราะสิ่งที่พระองค์จะตอบสนองให้เป็นสิ่งที่เรียกว่าเกินการคาดเดาของมนุษย์เสมอๆ การเข้าถึงต้องใช้ศรัทธาโดยปราศจากความกังขาล้วนๆ ต้องใช้การปฏิบัติบูชา สิ่งนี้คือตัวเเปรสำคัญทีเดียวที่จะวัดกำลังใจคนใช้ เรากล่าวได้เลยว่าทุกเรื่องอย่าว่าเเต่ความรักเชิงชู้สาวเลยปรารถนาจะหาคู่ชีวิตนั้นเลย สิ่งต่างๆล้วนเกิดขึ้นได้ชนิดที่เกินความคาดหมายหากระลึกถึงพระองค์เเละบูชาอย่างถูกต้อง หากจะมองว่ายากก็ยากนัก หากมีปัญญาจะมองว่าง่ายก็ง่ายนิดเดียว การปฏิบัติบูชาที่เราบอกนี้ให้ใช้ใจล้วนๆ ใช้ความรักมอบให้กับพระองค์ ความรักที่เรามอบให้ยิ่งบริสุทธิ์ใจรักและเทิดทูนโดยปราศจากข้อกังขาเท่าไหร่ ท่านก็จะรักเเละเทิดทูนสนองเรากลับมาเท่านั้น ฟังไม่ผิดเลย ถ้าจะหาจอมเทพที่เป็นกันเองเเละให้เกียรติผู้ที่เคารพตนเองเสมอด้วยตนเองเเล้ว ก็นี่เเหละคือคำตอบทำให้เราเรียกท่านว่าเสด็จพี่ เพราะท่านยึดถือความเสมอภาคเเละสนองตอบทุกอย่างเท่ากับน้ำใจของเรานั่นเอง พ่ออาจารย์ได้สร้างพระภควันกฤษณะขึ้น ท่านบอกว่าเราตั้งใจที่จะทำให้เหมือนกันทุกองค์(ท่านตั้งใจทำมาก)หล่อออกมาถือว่าสวยทีเดียว โดยใช้ธาตุกายสิทธิ์มาผสมกับแผ่นจารคุณวิชาหลอมหล่อขึ้นมา

    พ่ออาจารย์ให้เหตุผลว่า การปรากฏรูปของพระองค์จะปรากฏพร้อมขลุ่ยเสมอ ดังนั้นที่เราขอความเห็นจากท่าน เราจึงทำในลักษณาการที่พระองค์ท่านทรงขลุ่ยอยู่ มนต์ขลุ่ยของพระองค์นี้สะกดได้อย่าว่าเเต่อิสสตรีก็เรียกมาหาได้เลย ท่านสะกดได้เเม้เเต่เทพเทวดา,สะกดได้แม้แต่กองทัพที่กำลังทำสงครามพร้อมจะฆ่ากันให้ตาย คนที่มีอารมณ์โกรธเกรี้ยวโมโหร้ายต่างๆ สัตว์เดรัจฉานต่างๆ เสียงขลุ่ยของพระองค์ท่านสะกดเรียกได้ทั้งหมดยิ่งกว่ามนต์จินดามณีเสียอีก พ่ออาจารย์พลท่านคิดจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด ท่านบอกว่านี่จะเป็นเครื่องรางที่ใช้ในการสะกดได้สมบูรณ์แบบทีเดียวเเละอิทธิคุณจะออกทุกด้านตามที่ผู้ต้องการจะอธิษฐาน จะสำเร็จมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกำลังใจเเต่ละคนที่สนองตอบกันกับท่าน ที่เราทำปางทรงขลุ่ยก็หมายให้สะกดทางด้านเสน่หาเชิงชู้สาวนั่นเเหละเพราะเราถือว่าทำให้ดีให้เเรงเสียยิ่งกว่าตอนทำงั่งเสียอีก นอกจากนี้ผู้ศรัทธาก็สบายใจได้เลยนอกจากมนต์สะกดเเล้วอาวุธเอกของพระภควันกฤษณะที่พระองค์ทรงใช้ประหารเหล่าพาลทุจริตรวมไปถึงยักษ์มารต่างๆก็คือสุทัศนจักรเช่นเดียวกันกับองค์พระนารายณ์ เมื่อพระองค์ปรารถนาจะใช้ สุทัสศนจักรก็จะปรากฏรูปออกมา จึงบอกได้เเต่เพียงว่ารูปของพระองค์นี่ดีทุกด้าน มีความหมายเเละพลังในทางมายาที่สูงมาก ไม่ใช่ดีทางเสน่ห์เเละความบันเทิงเท่านั้น ทางด้านมหาอำนาจเช่นกษัตริย์ก็สุดๆ ทางด้านมหาปราบก็ใช่ย่อยเก่งไม่เก่งในตำนานก็รบกับพระศิวะเจ้ามาเเล้วจะเรียกได้ว่าพระกฤษณะนี้เป็นมหาอวตารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ได้ หากเคยเห็นเทวรูปปางนารายณ์เปิดโลกก็เพราะพระองค์นี่เเหละที่กลับคืนสู่พระรูปที่เเท้จริงในสภาวะพระผู้เป็นเจ้ากลางวันเเสกๆให้กับพระอรชุนได้รู้เห็น ด้วยท่านสามารถเปิดโลกเปิดภพภูมิ เปิดชีวิตและเปลี่ยนชะตาคนได้เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงทำ

    พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างให้ออกมาสวยงามอย่างมาก ท่านฝังองค์พระกฤษณะกดลงในผงขมิ้นกับปูนผสมกับผงทางเสน่ห์,โชคลาภ,โภคทรัพย์ที่ท่านลบสะสมไว้มากมาย ที่สำคัญท่านได้ลงผงวิชาสาริกาป้อนเหยื่อชนิดที่เรียกได้ว่าผูกรูปผูกนามขึ้นมาด้วย ท่านว่าพระผงรุ่นนี้คือเครื่องหมายของอิสรภาพ ผู้เอาไปใช้จะได้มีอิสรภาพในเรื่องความรักผู้ที่ไม่มีคู่จะได้เจอคู่,ผู้ที่ไม่มีบ้านก็จะได้มีบ้าน...ผู้ที่ขาดฐานะก็จะได้ขยับฐานะกันเสียที ด้วยเป็นของที่ท่านเลือกผู้ครอบครอง ถ้านำไปบูชาเพื่อเเสวงหาสรรพทงคลในชีวิตเเล้วท่านว่าเธอจะเจอเสียยิ่งกว่านั้น จะได้มากกว่าที่เธอคิด ..จะสำเร็จมากกว่าที่เธอปรารถนาเป็นขั้นกว่าในทุกๆอย่าง ไม่ต้องไปหวังหรืออย่าไปฝืนนะ สิ่งใดจะเกิดก็ให้มันเกิดถ้าคิดจะบูชาก็จงสนุกไปกับมันก็พอ สนุกไปกับความสุข ความอุดมสมบูรณ์ที่ชีวิตมนุษย์ควรจะมี ท่านว่าไม่กลัวปวดหัวก็ลองพกดู อาจจะมีการปรับธาตุเล็กน้อยในกรณีของผู้ที่ธาตุขันธ์ไม่ค่อยดีเมื่อบูชาท่านแต่หลังจากนั้นท่านจะเริ่มยกชีวิตขยับฐานะให้เราทั้งหมด

    ด้านหลัง ท่านฝังพ.พานวิเศษที่เป็นดั่งแก้วสารพัดนึกหากบูชาและปรารถนาสิ่งใดขึ้นชื่อว่าการนึกอยากได้หรือต้องการอยากได้อะไรก็จะได้ดังใจปรารถนา ผู้ใดได้ไว้ครอบครองตั้งมั่นในศีลธรรม,ในความดี สิ่งต่างๆก็จะได้สมใจนึก ด้วยตัวพอพานนี้เป็นของวิเศษ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าทางพุทธก็ใช้แทนพระรัตนตรัย แต่ถ้าทำตามคติเราก็ใช้แทนตรีเทพสูงสุดเป็นตัวแทนของคำว่าพ่อได้เช่นกันเป็นของดีที่วิเศษยิ่งกว่าสิ่งใดๆในโลกนี้ เพราะคำว่าพ่อนั้นย่อมผูกสายสัมพันธ์ลึกซึ้งเข้าไปถึงใจถึงแก่นชีวิตของลูกๆ จะมีใครคิดถึงเราหรือเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเรามากกว่าพ่อของเราเอง เช่นนั้นองค์พระกฤษณะที่ท่านทำพยนต์ตัวพอนี้ฝังไว้จึงเปรียบดั่งพ่อที่เปิดใจพร้อมจะฟังและเชื่อสายสัมพันธ์กับลูกที่มีวาสนาร่วมกัน พยนต์ตัวพอพานของท่านเป็นของมีชีวิต ยามจะเกิดภัยจะสามารถส่งเสียงร้องเตือนได้และยังใช้ได้ทั้งทางแคล้วคลาด,เมตตามหานิยมเป็นดั่งแก้วสารพัดนึก

    คาถาบูชา
    โอม ฮเรกฤษณะ นะโม ภควเต ศรีกฤษณะ วาสุเทวาไยนะมะฮา ขอองค์พ่อพระกฤษณะจงมาโปรดลูกคนนี้ให้เรากินอิ่มนอนหลับทรัพย์ไม่ขาดมือ ขอองค์พ่อจงมาโปรดลูกคนนี้หากเราปรารถนาสิ่งใดแล้วไซร้ก็ขอให้เป็นไปได้ดั่งปรารถนา ภควันกฤษณะจงมาโปรดลูกคนนี้ความใดอย่าให้ถูก โรคภัยอย่าได้มี ขยับฐานะยกชีวิตลูกทุกๆด้านนับจากบัดนี้เถิด


    *** ภควันกฤษณะนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของมีเจ้าของถือครองครบทุกองค์ คนที่ไม่มีวาสนาทางโลก หรือไม่มีชะตาเชื่อมต่อพอที่จะได้เป็นพ่อเป็นลูกกับพระองค์ท่านก็จะมองข้ามและมองไม่เห็นค่าของสิ่้งนี้เลย..เป็นของเฉพาะคนที่เลือกท่านและท่านก็เลือกเราเท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลและความสำเร็จ(บางประการที่ต้องการมากที่สุดในชีวิตอยากจะขออยากจะบอกองค์พระกฤษณะไว้) พ่ออาจารย์ท่านจะเจิมเบิกเนตรและบอกกล่าวให้ตามสมควรอีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมบริจาคทุนการศึกษษเด็กชาวเขาที่ขาดโอกาสและด้อยพัฒนาสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระภควันกฤษณะยกชีวิต(ขยับฐานะมหาสารถี) บูชา 2,500 บาท

    67850243-753516595063739-6961406361997410304-n.jpg 69092819-497101867785336-3131247423272255488-n.jpg
    68448066-355269705362230-7782003990392209408-n.jpg
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,554
    ค่าพลัง:
    +22,234

แชร์หน้านี้

Loading...