ร่วมทำบุญบูชา รูปสลักพระผู้มาโปรดองค์ปฐมกำเนิดกาลิงคะพราหมณ์(ไถ่ถอน,นิรโทษ,โรมรัน) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 12 ตุลาคม 2014.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    วันนี้จะมากล่าวถึงเหรียญหล่อพิมพ์เจ้าสัวหลวงปู่บุญ...ซึ่งปกติพระสกุลเจ้าสัวพ่ออาจารย์ท่านจะทำแต่เนื้อผงไม่ได้ทำเป็นเหรียญหล่อไว้เลย ด้วยว่าถ้าจะทำก็ต้องทำให้ขลังใช้แทนของเก่าได้ท่านถือคติแบบนั้น เช่นนั้นเหรียญหล่อเจ้าสัวของท่านจึงลงวิชาพิเศษที่มีประสบการณ์สูงฝังไว้ด้านหลัง(เฉพาะของฝังชุดนี้ปกติท่านก็ให้บูชาตกหกพันอยู่แล้วเพราะต้องลงจารบีบอักขระ)และถือว่าเฉพาะแค่ของฝังนั้นก็มีประสบการณ์มาก เพราะเป็นชุดวิชาโคตรเศรษฐีมหาคฤหบดีที่มีประสบการณ์สูง แต่ชุดที่ทำฝังเหรียญนี้จะพิเศษกว่าโคตรเศรษฐีตัวปกติ โดยชุดนี้จะเป็นตะกรุดชุดจิ๋วของตะกรุดโคตรเศรษฐีที่พ่ออาจารย์ท่านต้องจำแนกวิชาออกมาเฉพาะอย่างถึงห้าดอก ท่านเจาะจงใช้วิชาเฉพาะห้าสาย คือดับทุกข์ทางการเงินที่เกิดจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ...โดยเฉพาะ เหรียญหล่อเจ้าสัวหนนี้เดี๋ยวจะนำมาพูดคุยกัน บอกได้แค่ว่าใครขอเช่าตะกรุดชุดนี้อย่างเดียวราคายังแพงกว่าด้วยซ้ำ ใครพลาดจึงบอกได้เลยว่าน่าเสียดายยิ่งนัก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กันยายน 2019
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่เมธี EI 2170 6228 2 TH

    พี่ศิระ EI 2170 6229 6 TH

    พี่กีรติศักดิ์ EI 2170 6230 5 TH

    พี่พรเทพ EI 2170 6231 9 TH
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    เกี่ยวกับเรื่องกิจกรรม

    จริงๆผมก็อยากได้บรรยากาศกระทู้แบบเดิมๆนะแบบจับแจกไปเรื่อยๆหมดแล้วก็แจกใหม่ แต่พอเล่นนานๆมันหมดจริงๆเราแจกไม่มีกั๊กกันเลย หลายๆครั้งก็นับร้อยชิ้นบางคนขอพิเศษทั้งครอบครัวทั้งโรงงานก็มีให้ไป อันนี้ก็ต้องยึดหลักตามความเป็นจริงว่าแจกถี่ๆกันมาหลายปีของที่ท่านทำสะสมไว้เพื่อแจกมันก็หมดเป็นธรรมดา ต้องเรียกว่าแจกให้หมดหน้าตักหากิจกรรมมาป้อนตลอดเดือนนึงหลายครั้ง อันนี้ยอมรับว่าที่ผ่านมาหมดไม่เหลือจริงๆขนาดคนเช่าขอของแถมก็ยังไม่มีแถมให้เขาเพราะแจกกันบ้าระห่ำจนหมดไปแล้ว

    พอเราจะไปเอาเครื่องรางแบบตลาดๆทั้งพระผ้ายันต์สำเร็จรูปมาให้ท่านเสกแจกไปแบบนี้คนก็ไม่อยากได้ เพราะที่เขาอยากได้ก็คือที่ท่านทำเองกับมือ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าท่านตอบสนองตรงนี้เหมือนเดิมไม่ได้เพราะที่สะสมไว้ก็รังแต่จะหมดไปแล้วด้วยที่แจกไปนั่นคือท่านทำสะสมไว้มาหลายปีมากๆ

    ด้วยเอาของที่ควรจะแจกได้หลายๆปีถึงสิบปีมาจัดกิจกรรมถี่ๆแจกติดๆกันนานนับปี ตรงนี้ต้องยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของผมเองที่ขอท่านมาแจกไปเรื่อยจนของหมดลงจริงๆ บางอย่างก็เหลือไว้ดูอย่างละชิ้นสองชิ้น แต่บางอย่างหมดจนไม่มีเก็บไว้ดู ดังนั้นหากอยากให้มีกิจกรรมแจกอีกก็ต้องพักและขอเวลาให้ท่านนานๆเลยค่อยๆทำสะสมไปให้ท่านเสกของท่านไป พอถึงจุดๆหนึ่งเปรียบง่ายๆคือมีเสบียงตุนพอแล้วเราก็จะแจกเสบียงที่ตุนไว้ให้ได้ ไม่ใช่จัดกิจกรรมแล้วมานั่งทำเพื่อแจกเพราะโดยปกติท่านจะเอาของที่ทำไว้เสกไว้ดีแล้วมาแจกนะครับ
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อโคตรเจ้าสัวมนต์เศรษฐีกำเนิดทรัพย์ดับภัยอภิสังขาร(ทำลายสิ่งรบกวนลาภสักการะ)

    พระเจ้าสัวชุดนี้พิเศษอย่างไร
    เพราะท่านเน้นแก้ปัญหาการเงิน การงาน การค้า วิบากกรรมหนัก วิกฤตชีวิตการเงิน หนี้สินที่รุมเร้า ทั้งยังรวมไปถึงเรื่องคนไม่รักใคร่ ไม่เมตตา ไม่ซื่อสัตย์ ทำมาหากินไม่ขึ้น... นอกจากนั้นท่านว่าทำพระเจ้าสัวแล้วยังต้องทำให้เก่งมากนั่นคือดับเคราะห์เขาได้ จะสะเดาะเคราะห์วิบากกรรมชีวิต ให้รับโชค เรียกลาภ เปิดดวงโภคทรัพย์ การงานการเงินเพื่อให้โอกาสผู้ห้อยได้อาราธนาสร้างฐานบุญบารมีของตนให้เข้มแข็ง เสริมดวงชะตาราศีให้ผ่องแผ้วทั้งภายนอกภายในให้โชคดีมีโชคลาภทั้งอธิษฐานใช้สะเดาะห์เคราะห์ดับกรรมทั้งปวงด้วยอำนาจแห่งพุทธคุณ เมื่อท่านตั้งใจจะสร้างพระไว้ใช้เองพร้อมกับให้คนที่มีบุญร่วมชาติทั้งหลายได้อาราธนาเอาไว้เปิดวาสนาของตน ท่านจึงได้รับนิมิตจากเสด็จพระใหญ่ให้ทำพระเจ้าสัวที่เน้นใช้งานทางด้านดับทุกข์,ดับภัยทั้งหลายในกายสังขาร ท่านว่าชีวิตนี้ถ้าไม่มีภัยไร้ทุกข์เหตุที่จะทำให้เสียทรัพย์นั้นย่อมไม่เกิดขึ้นเลย เราจึงต้องระงับไว้เสียจากภายใน เพื่อความปลอดภัยอย่างมั่นคงที่สุด
    พระเจ้าสัวนี้ถ้าตกอยู่กับผู้ใดเมื่อดับภัยในอภิสังขารแล้วจะทำให้ก้าวหน้ามหาศาล ทั้งความเป็นอยู่การงานจะเจริญโอฬารเฟื่องฟู เมื่อจะทำพระเจ้าสัวชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านได้เพิ่มเติมชนวนมวลสารตามบัญชาของเสด็จพระใหญ่ โดยท่านได้หาตะกั่วอวนร่างแหร้างที่ทิ้งอยู่ชายหาดและต้องมีปลาเข้ามาติดเพื่อเอาเคล็ดว่าคนใช้แม้อยู่เฉยๆไม่ต้องลงแรงก็มีมาหามาให้ถึงที่ จะดึงดูดดักจับทรัพย์ได้ทั้งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ดี ท่านว่าตะกั่วอวนนี้เป็นอาถรรพ์เบื้องต้นนำมาประสระเป่ามนต์หัวใจเศรษฐีร้อยแปดคาบในราชาฤกษ์ ท่านว่าจะได้เป็นใหญ่เป็นโตมีชีวิตการงานที่มั่นคงเป็นเศรษฐีได้อย่างมั่นคงไร้คู่แข่ง ไร้คู่เปรียบ ทางด้านทำมาหากินนั้นใครก็ชนะเราไม่ได้ ท่านเลือกทำในวันอังคารเพราะถือเป็นวันแข็งเพื่อให้เอาชัยได้ทุกคน ดุจว่าเรานั้นต้องรวยคนเดียวเป็นใหญ่ผู้เดียว ทั้งจะชนะอุปสรรคขัดขวางทุกทิศทาง จากนั้นจึงนำอวนอาถรรพ์ไปหลอมรีดแล้วนำกลับมาลงยันต์อาถรรพ์อีกสี่ชุด

    - กำเนิดทรัพย์ ท่านว่าวิชานี้ปกติจะใช้เรียกความมั่งคั่งเปลี่ยนคนธรรมดาแม้จะเป็นขอทานยากไร้หากรู้จักทำกินยังกลายเป็นเศรษฐีมหาศาลได้ จะทำให้เกิดลาภสักการะมากมายไม่มีวันรู้สูญรู้สิ้น แม้คนที่เคยดวงตกหรือทำมาหากินไม่ขึ้น ลงทุนแล้วขาดทุน หมดเดือนชนเดือนไม่เห็นกำไรเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนพลิกกลับให้วาสนาเงินทองหลั่งไหลทำอะไรก็เห็นกำไร สำเร็จโดยง่าย วิชานี้คือกำเนิดทรัพย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าพอทรัพย์กำเนิดทุกสิ่งก็จะเกิดขึ้นตาม คนที่มีหนี้จะหมดหนี้ คนโสดจะได้คู่ คนที่อยู่ใต้บัญชาผู้อื่นเจ้านายก็จะรักเมตตา คนที่แสวงหาลาภจะได้ลาภ คนที่ไร้ยศจะได้ยศ คนที่ไร้ตำแหน่งจะได้เลื่อนตำแหน่ง ท่านว่ามันกำเนิดเกิดขึ้นทีละอย่างเป็นวงจรวนไปเช่นนี้
    - หนุนทรัพย์ ท่านว่าหนุนทรัพย์ก็เหมือนหนุนดวง แต่เป็นดวงทางด้านทรัพย์สินเฉพาะเจาะจง เป็นวิชาที่ใช้หนุนทางด้านการเงินโดยเฉพาะ หนุนให้รับโชคก่อนใคร ให้คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเงินไม่คล่องตัวหรือการงานไม่ราบรื่น ติดขัดเหล่านี้หนุนให้ฝ่าวิกฤติปัญหาต่างๆได้ ท่านว่าหนุนทรัพย์นี้จะชูดวงเราขึ้นเพื่อเรียกลาภโดยเฉพาะ แม้คนที่เงินขาดมือก็หนุนให้เต็มมือหยิบจับอะไรก็กลายเป็นเรื่องเงินๆทองๆไปหมด หนุนโอกาสให้เราได้รับไวขึ้น...
    - เปิดทางรวย วิชานี้ท่านว่าอาศัยอำนาจเทวดาเข้าหนุนให้เทวดารักผีสงสารเจ้าที่เจ้าทางเมตตา อยู่ที่ไหนเขาก็เอ็นดูเปิดทางให้เราให้ลาภให้โชคให้มีกินมีใช้ไม่ขาด แม้คนก็เมตตาอุปถัมภ์ค้ำชูเราให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เปิดทางรวยให้เราเห็นช่องทาง ชี้ทาง นำทางเราไปสู่หนทางแห่งความเจริญรุ่งเรือง
    - ข่มศัตรู วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องใส่ไว้เพราะคนใช้เจ้าสัวนั้นถ้าไปเจอคนดีคนที่เขาเก่งกว่าเราแล้วโดนเขาข่มมันก็จะแย่ ด้วยการทำมาหากินต้องเอาชนะคู่แข่งได้ ปราบศัตรูและสะกดข่มเขาได้เพียงแค่เห็นก็เกรงใจหลีกทางให้เรา เห็นเราแล้วก็ไม่อยากสู้ไม่อยากแข่งด้วย ท่านว่าเป็นวิชาสะกดคนให้อยู่ในอำนาจเรา เราพูดอะไรเขาก็เชื่อทำตามเราทุกอย่าง ยิ่งใครที่โดนบ่นโดนด่าว่าอยู่บ่อยๆ หรือใครที่พูดอะไรแล้วไม่มีคนเชื่อเหล่านี้ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่แก้ทางกัน พอข่มเขาแล้วทำอะไรไปเขาก็เชื่อเรา ฟังเรา ยอมรับเราทั้งสิ้น เปลี่ยนคนที่เคยดุเคยเกลียดเป็นดาวข่มให้อยู่ใต้อำนาจเราเป็นมิตรกับเรา

    พ่ออาจารย์ท่านนำชนวนพิเศษชุดนี้มาเข้ากับชนวนตำรับทำพระเจ้าสัวที่เตรียมไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าการสร้างพระเจ้าสัวนั้นเป็นเรื่องของเศรษฐี พูดกันง่ายๆก็คือพระที่ทำให้คนเป็นเจ้าสัวหรือเศรษฐีนั่นเอง แล้วพระจะทำให้คนเป็นเศรษฐีได้อย่างไร ตรงนี้ท่านว่ามันมีความหมายโดยนัยน์อยู่ลึกๆเกินกว่าที่คนจะเข้าใจได้ไปมากนัก แต่เมื่อท่านพิจารณาและอาราธนาเสด็จพระใหญ่แล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าองค์ปฐมรับอาราธนาสร้างพระเจ้าสัวทั้งที ก็แปลว่าพระนี้ย่อมมีอานุภาพสร้างคนได้ นั่นคือสร้างคนให้เป็นเจ้าสัวได้ พ่ออาจารย์ท่านบอกไว้ตั้งแต่สมัยนั้นเลยว่าเจ้าสัวหล่อโบราณของเรานี้คนรับจะต้องเป็นเจ้าสัวทุกคนนะ แต่จะรวยมาก รวยน้อย ยังไงก็แล้วแต่มันต่างกันอยู่ตรงที่วาสนา แต่เอาว่าต้องรวย พ่ออาจารย์ท่านทำด้วยเจตนาที่ตั้งใจช่วยผู้ศรัทธาให้ลืมตาอ้าปากได้ แต่การสร้างพระเจ้าสัวที่จะใช้เปิดชะตาวาสนาคนนั้น ก็ยากมากเช่นกันเพราะท่านว่าที่เราเรียนมานั้นมันต้องใช้ชนวนอาถรรพ์ตำรับของเราจริงๆ เป็นชนวนที่จะสร้างคน เปลี่ยนคนจากยากจนให้เป็นเศรษฐี
    ท่านดำริว่าการสร้างพระเจ้าสัวนั้น
    จะต้องมีเชื้อ มีชาติ มีสัญญา มีอานุภาพที่เป็นของเจ้าสัวจริงๆ โดยตำราของท่านว่าจะทำของแรงๆที่มีอานุภาพเปลี่ยนคนสร้างคนได้ก็ต้องใช้ตะกั่วพันโกฏิของเจ้าสัวโบราณมาทำ ท่านว่าเรารวบรวมไว้ เอาแค่โกฏิเค้ามาเป็นสื่อเป็นชนวนให้ตรงตามตำราเท่านั้นไม่ได้มีกระดูกหรือมวลสารอาถรรพ์ใดๆ ท่านว่าลำพังโกฏินี่ก็อาถรรพ์มากพอแล้ว กว่าจะเจรจาจนได้มาต้องหาโกฏิใหม่ไปเปลี่ยนให้เค้า ซึ่งเศรษฐีทั้งเก้านี้ท่านว่าได้แก่
    - เศรษฐีคุณพระ เป็นถึงท่านเจ้าคุณมีทรัพย์สินและบริวารมาก คนใช้จะเจริญด้วยยศศักดิ์
    - เศรษฐีที่ดิน เป็นเจ้าของที่ดินมหาศาล คนใช้จะได้มีที่ดินทำกินมีบ้านช่องเป็นของตัวเอง
    - เศรษฐีพ่อค้าทอง เป็นเจ้าของร้านทองชื่อดัง ท่านว่าคนใช้จะได้จับเงินทองไม่ขาดมือทำมาหากินอะไรก็ซื้อง่ายขายคล่อง
    - เศรษฐีสวนส้ม สมัยก่อนใครมีสวนส้มยิ่งทำเป็นกิจการใหญ่โตส่งออกถือว่ารวย ท่านว่าคนใช้นั้นจะได้มีทรัพย์ ทรัพย์ที่มีจะได้ออกดอกออกผล
    - เศรษฐีนายหน้า มีวาสนาได้ด้วยการพูดจาติดต่อประสานงาน ท่านว่าจะได้เปิดและเพิ่มวาสนาคนใช้ให้ติดต่อสื่อสารเจรจางานใดๆก็สำเร็จร่ำรวย
    - เศรษฐีเจ้าปัญญา เป็นชีวิตที่เรียนเก่ง ได้ดีเพราะมีปัญญามาก สอบได้เป็นอันดับแรกของจังหวัด กลายเป็นเศรษฐีเพราะวาสนาบวกกับสติปัญญาที่สูงส่งเกินมนุษย์ ท่านว่าคนใช้จะได้มีปัญญา รู้ทันคำพูดและความคิดฉลาดหลักแหลม
    - เศรษฐีโรงบ่อน เป็นเจ้าของบ่อนพนันท่านว่าคนผู้นี้มีอำนาจ วาสนา บารมีครบถ้วน การจะเป็นเจ้าของบ่อนที่ท้าทายอำนาจรัฐได้ย่อมไม่ธรรมดา ท่านว่าคนใช้จะได้มีบารมีมากเช่นเดียวกัน
    - เศรษฐีเจ้าสำราญ เป็นคนที่ได้ดีเพราะแต่งเมีย เหมือนหนูตกถังข้าวสาร อยู่เฉยๆโชคลาภ ทรัพย์สิน ศฤงคาร ความสุขทุกประการก็มากองอยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องหาต้องลงแรงทำอะไร ท่านว่าคนใช้จะได้สะดวกสบายทำอะไรลื่นไหล ได้ลาภได้ทรัพย์กันง่ายๆ
    - เศรษฐีเหมืองแร่ แร่ธาตุทั้งหลายเป็นทรัพย์ในดินเป็นสิ่งที่เกิดที่งอกเงยตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้มีในดินทุกที่ การเป็นเศรษฐีเป็นเจ้าสัวเพราะทรัพย์สินที่เกิดที่งอกขึ้นเองในที่ดินตนนับว่าเป็นวาสนาแต่เดิม ท่านว่าทำอะไรจะได้งอกเงยและทรัพย์จะเกิดขึ้นได้เอง
    พระเจ้าสัวก็ต้องเกิดจากบารมีอันสั่งสมไว้นับชาติไม่ถ้วนของเหล่าเจ้าสัว จึงจะสำเร็จเป็นเจ้าสัวจริงๆ โดยท่านนำตะกั่วโกฏิเหล่านั้นมาหลอมรีดไล่เอาตะกันออกจนบริสุทธิ์ ก่อนจะนำมาลงถมด้วยยันต์สำคัญต่างๆดังนี้ ดวงประสูติ,ดวงตรัสรู้,ดวงปรินิพพาน,ยันต์พระพุทธเจ้าถอดรูป,ยันต์พระพุทธเจ้าแปลงรูป,ยันต์พระพุทธเจ้าแบ่งภาค,ยันต์พระพุทธเจ้าเปล่งรัศมี,ยันต์พระพุทธคุณ108,ยันต์มหาจักรพรรดิ,ยันต์รัตนมาล,ยันต์มหาปราบ,ยันต์มหาระงับ,ยันต์คู่ชีวิต,ยันต์ตารางเพชร,ยันต์เฉลียวเพชร,ยันต์เกราะเพชร...พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้ถึงจะเป็นพระเจ้าสัวโดยแท้จริง ทั้งองค์พระที่เป็นเจ้าสัว เกิดจากมวลสารที่มีชีวิตและบารมีเก่าของเจ้าสัว ท่านว่าทุกอย่างตั้งแต่ปั้นหุ่นเทียนทำบล้อก เสกชวนวมวลสาร การลงถม เททอง ปลุกเสก เบิกเนตรทุกอย่างทำในฤกษ์มหาเศรษฐีทั้งนั้นไม่ว่าจะเศรษฐีโยค ภูมิปาโลฤกษ์ เทวีฤกษ์ ไม่มีฤกษ์เสียหรืออวมงคลใดๆเลย ท่านว่าฤกษ์นี้สำคัญมาก นั่นก็เพราะจะทำให้เครื่องมงคลที่คนเอาไปถือเอาไปใช้มีปาฏิหาริย์มากตามไปด้วย ยิ่งท่านหล่อด้วยไฟเตโชกสิณพระนั้นจึงมีอิทธิฤทธิ์มากเป็นเงาตามตัว ด้วยเจ้าสัวสำคัญชุดนี้ ท่านฝังตะกรุดชุดพิเศษลงไปด้วย


    ตะกรุดพลิกฟ้าหนุนดวงโคตรเศรษฐีชุดดับภัยอภิสังขาร(ทำลายสิ่งรบกวนลาภสักการะ)
    ### ตะกรุดจิ๋วนี้แต่ละดอกสำคัญอย่างไร ด้วยพ่ออาจารย์ท่านต้องใช้ความเพียรพยายามแลอุตสาหะอย่างยิ่ง ท่านว่าเห็นดอกเล็กๆนี้ทุกดอกล้วนแต่ต้องตีตารางบีบอักขระลงจารทั้งตัวขอมตัวเลขเรียกสูตรคาถากันเต็มสูตรกว่าจะได้ดอกหนึ่งต้องใช้สมาธิสูงมากเพราะอักขระจะวิบัติไปทับกระดูกยันต์ก็ไม่ได้ ทั้งตอนจารก็ต้องภาวนาแต่ละตัวให้จบพอดีกว่าจะได้ซักดอก กว่าจะได้ซักชุดหนึ่งนั้นไม่ง่ายเลย ยากกว่าและเหนื่อยกว่าทำซ้ำยังใช้พลังจิตดอกใหญ่หลายเท่า ต้องรอฤกษ์ยามอย่างดีถ้ามีฤกษ์ก็ทำได้แค่วันละชุด
    ### โคตรเศรษฐีจิ๋วนี้เน้นใช้งานทางดับภัยที่ทำให้ทรัพย์จาง ทรัพย์พร่องไร้วาสนาในทรัพย์สินเงินตรา ท่านว่าดับแม้ภัยที่จะเกิดกับเราทั้งบนบกในน้ำแลในอากาศ ดับภัยทั้งห้าอันจะเบียดเบียนทรัพย์เรา ดับทำลายสิ่งที่รบกวนวาสนาการเงินเรา รบกวนคลังสมบัติของเรามิให้เต็มมิให้เราได้มาซึ่งลาภสักการะโดยเฉพาะ ดับภัยในขันธ์ทั้งห้าอันได้แก่

    - ภัยรบกวนที่เกิดจากรูปขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากสัญญาขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากเวทนาขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากสังขารขันธ์
    - ภัยรบกวนที่เกิดจากวิญญาณขันธ์

    ทุกอย่างที่เป็นภัยและตามราวีรบกวนเราบั่นทอนชะตาสังขารท่านว่าดับทั้งสิ้นด้วยเกี่ยวเนื่องกับขันธ์ทั้งห้า นั่นย่อมหมายความว่าภัยนับแต่อดีตก็จะสงบระงับลงไปด้วย

    ### วิชาตะกรุดพลิกฟ้าหนุนดวงโคตรเศรษฐีมหาคฤหบดี ...ถ้าไม่ถึงกลียุค ไม่มีความจำเป็นอย่าได้สร้าง เป็นคำที่ครูบาอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาให้ท่านได้สั่งไว้เป็นการเฉพาะ โดยวิชานี้ท่านให้ใช้ช่วยคนเมื่อถึงคราวเคราะห์เเละได้รับทุกข์ร้อนแสนสาหัสจริงๆ ซึ่งวิชานี้มีดีอยู่สองด้านใหญ่ๆ ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ
    1. โชคลาภโภคทรัพย์แบบบุญหล่นทับ ช่วยดึงดูดสิ่งดีๆเเละเร่งบุญเเละวาสนามาสู่ตัวของเรา
    2. เสน่ห์เมตตาควบคู่กับเงินทอง ท่านว่าตะกรุดนี้อย่าไปแช่น้ำให้ใครกินเพียงแค่พกไว้ก็เป็นเมตตาแล้ว ตราบใดที่โลกนี้ยังมีลมอยู่ มนุษย์ยังต้องหายใจกันอยู่ กระแสลมนั้นพัดไปในทิศใดเขาก็รักเราเมตตาเราในทิศนั้น
    วิชานี้ด้วยต้นกำเนิดและมติเเห่งครูบาอาจารย์ได้สร้างให้ดำรงค์ไว้เพื่อสืบสานช่วยเหลือคน โดยใช้ความเป็นอริยบุคคลและบุญญาธิการอันหาผู้เสมอเหมือนมิได้ ของอัครมหาเศรษฐี 2 ท่าน แห่งพุทธกาล มาเกื้อหนุนดวงชะตาแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งก็คือ

    - ท่านเมณฑกเศรษฐี ซึ่งท่านเมณฑกเศรษฐีนี้ มีบุญญาธิการมากขนาดมีขุมทรัพย์แพะทองคำไว้ในครอบครองนับสิบตัว แต่ละตัวหนักเท่าม้าเท่าโค ประสงค์สิ่งใดก็ใช้ไหมแก้วสารพัดนึก เพียงเเค่นึกก็ดึงออกมาจากปากแพะได้ จะเพชรนิลจินดา ข้าวของเงินทองเสื้อผ้าเเพรพรรณทุกอย่าง ดึงได้ตลอดชีวิตดึงได้ไม่จำกัด ทำให้ท่านร่ำรวยมากเป็นมหาเศรษฐีของพระราชา ใครอยากได้อะไรมาขอท่านก็ดึงออกมาให้ ถามว่า รวยเเค่ไหน ท่านว่า เจ้าสัวสมัยนี้ยังทำแบบท่านไม่ได้ เพราะทรัพย์ท่านใช้ได้ไม่มีวันหมดเเละไม่มีวันพร่องอันเกิดเเต่บุญญาธิการของท่านนั่นเอง
    - ท่านโชติกะเศรษฐี ผู้มีบุญญาธิการมาก ได้ครอบครองสมบัติจักรพรรดิ์ ซ้ำยังใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์เฉกเช่นเทพเจ้า ด้วยของวิเศษคู่บุญบารมีแม้แต่กษัตริย์อย่างพระเจ้าอชาติศัตรูก็ไม่สามารถจะเเย่งชิงทรัพย์สมบัติของท่านไปได้ ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันพร่อง อาศัยอยู่ในปราสาทแก้วรัตนที่พระอินทร์ลงมาเนรมิตรถวาย มีคู่ครองเป็นนางแก้วในอุตรกุรุทวีป บุญญาธิการของท่านนั้นไม่สามารถไล่เรียงได้หมด
    ครูบาอาจารย์แต่โบราณนั้นหวงเเหนวิชาเหล่านี้มาก เพราะว่าสามารถบันดาลให้ผู้ใช้สำเร็จได้ไว รวยได้ไวเเบบบุญหล่นทับ ท่านเกรงว่าคนใช้จะขาดสติควบคุมตนเองไม่ได้เเล้วจะลืมตัว พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาเเล้วว่าวิชานี้เหมาะแก่การณ์แก่ยุคสมัยที่จะทำตะกรุดนี้เพราะท่านอยากเห็นลูกหลานมั่นคงร่ำรวยกันถ้วนทุกคน การทำตะกรุดนี้ยุ่งยากในเรื่องของพระคาถาการเดินอักขระบังคับเเบบกลบท ลงมั่วไม่ได้ข้ามตอนไม่ได้ ก่อนหลังต่องแม่น คาถาต้องแม่น เเละที่ยากที่สุดคือการอธิษฐานจิตเสกให้ชีวิตเจริญขึ้นได้ดีร่ำรวยเเบบเดียวกับเมณฑกเศรษฐีและโชติกะเศรษฐี
    วิชานี้เเต่เดิมท่านไม่ทำเเละเวลาทำก็ต้องเลือกคนทำคนให้ ให้เค้าเอาไปใช้งานจริงๆ ให้เค้ามั่นใจจริงๆว่าตนเองจะไม่หลงลืมตัวเมื่อได้ดี ให้เค้าเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัวแบบนั้น
    ในการเสกต้องเชิญบารมีของพระสีวลีมหาเถระ ท่านเมณฑกเศรษฐีและท่านโชติกะเศรษฐีมาลงมาโปรดโดยเฉพาะ ให้ท่านทั้งสามสงเคราะห์เอาบารมีท่านเป็นที่พึ่ง ให้ทั้งสามท่านทำให้เป็นคนๆช่วยเป็นคนๆ ถือเป็นตะกรุดที่ใช้ฝืนดวงตัดเคราะห์กรรมเก่าได้อย่างเเท้จริง ซึ่งตะกรุดนี้ทั้งยันต์และอักขระทุกสูตรทุกกลบทจะช่วยเสริมช่วยหนุนเราด้วยโชคลาภบุญพาวาสนาส่ง ให้ได้ดีลืมตาอ้าปากได้ เรื่องเสี่ยงโชคเรื่องลาภลอยเเบบฟลุ๊คๆก็ใช้ได้ พ่ออาจารย์ท่านสรุปให้ฟังว่าอะไรที่เกี่ยวกับชะตาวาสนาของเราใช้ได้ทั้งหมด ทำให้เราได้ดี ถ้าไม่มีคู่ครองก็ให้เจอนางแก้วเจอคู่ครองที่ดี ถ้าชีวิตยังไม่ดีก็ปรับแก้ให้ดีขึ้นไม่ต่ำลง

    ตะกรุดนีัคาถาไม่มี มีแต่วิธีใช้
    วิธีใช้นั้นท่านให้นำตะกรุดจบหัวระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่สุด มีพระสีวลี ท่านโชติกะเศรษฐี ท่านเมณฑกเศรษฐี ปรารถนาอะไรจะโชคลาภการงานหรือนางแก้วก็ให้สร้างมโนภาพตั้งความปรารถนาของเราเอาไว้ ขอเอาจากท่านโดยตรงอยากขออะไรขอได้ทุกอย่างอย่าให้ผิดศีลธรรมและเกินวาระกรรมของตนเอง ขอให้ท่านเมณฑกชักลากจากปากแพะทองคำออกมาให้ ขอให้ท่านโชติกะประทานขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันพร่องของท่านมาให้เเก่เรา
    ตะกรุดนี้หนุนชีวิตของผู้บูชาอาศัยวิชาของมหาเศรษฐีในตำนานทั้งสองท่านที่ร่ำรวยมาก ให้ผลมาก มาสงเคราะห์ตัวของเราโดยตรง แม้เเต่มหาราชายังอิจฉาปรารถนาจะครอบครองทรัพย์สมบัติของท่านร่ำรวยขนาดไหนก็คิดดูเอาเองเเล้วกัน
    การที่ใช้วิชาเเละเชิญมหาเศรษฐีทั้งสองท่านนี้มาช่วยด้วยกระเเสแห่งวิปัสสนาญาณและความเป็นอริยบุคคลของท่านทั้งสอง เมื่อท่านเหยียบดวงเราช่วยเหลือค้ำชูเราจึงปิดตายหนทางตกต่ำ ทำการงานไม่ขึ้น ให้ผลิดอกออกผลงอกเงยเบบเจาะจงเรียงหัวเรียงตัว พ่ออาจารย์ท่านสร้างตะกรุดนี้เน้นให้ใช้เห็นผลให้ตรงและไว ด้วยท่านเสกคลุกในผงนะปถมังต่างๆที่เน้นทางงอกงามเจริญรุ่งเรืองช่วยเร่งให้ผลิดอกออกผลงอกเงยไวกว่าปกติ เป็นการเสริมอานุภาพของดวงเราของพระยันต์ที่สงเคราะห์ดวงเราให้ทวีสูงขึ้นไปอีก

    การลงตะกรุดนั้นมีความลำบากนับทวีเพราะท่านต้องใช้สมาธิหนักเเละกระเเสจิตมากกว่าปกติเนื่องจากท่านบีบให้เล็กลงที่สุดเพื่อให้ศิษย์ได้บูชากันจริงๆ ท่านว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ท่านก็ทำให้เกิดขึ้นเเล้ว ต่อไปชีวิตคนที่เขาใช้ต่อให้เจอเรื่องยากก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ผ่านไปได้อย่างไม่ขุ่นข้องหมองใจ การลงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ท่านทำให้เพราะจิตใจท่านอยู่บนพื้นฐานของความเมตตาเป็นเหตุ เพียงเฉพาะยันต์เเละวิชานั้นก็เป็นเสน่ห์เมตตาแก่ผู้ครอบครองแล้ว ทั้งยังเพิ่มเจตนาและความตั้งใจของท่านผู้สร้างลงไปอีกที่เวลาลง มีเจตนาลงด้วยพื้นฐานแห่งความเมตตาเเละความตั้งใจจริงที่จะทำของดีไว้ให้ได้ใช้กัน จึงถือว่าเป็นคติกลเเละอุปเท่ห์แห่งเมตตาแฝงไว้ในตะกรุดอีกชั้นเพื่อเสริมและรองรับกระเเสจิตเเละความปรารถนาดีจากทิพย์กายที่มาสำเร็จตะกรุดชุดนี้ กล้ากล่าวได้เลยว่ายุคสมัยนี้จะหาครูบาอาจารย์มานั่งลงตะกรุดดอกเล็กๆ จิ๋วๆ เองกับมือให้เต็มสูตรซึ่งจำเป็นต้องใช้ปราณและพลังใจความตั้งใจมากกว่าปกตินั้น แทบจะไม่ต้องหากันเเล้ว

    คาถาบูชาองค์พระ
    นะมามีมามหาลาภา นะสะมานิลาโภ เมตตามามา นะหะปาลิหิโภคัง เมตตาลาโภ นิโสธะยะ

    ### พระเจ้าสัวชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าใครที่ทำมาหากินไม่ขึ้น ให้อาราธนาพระแล้วจุดธูปบอกกล่าวกับแม่พระธรณีและครูบาอาจารย์ได้เลย เสด็จพระใหญ่ท่านฝากพระธรณีเอาไว้แล้ว อาศัยเหตุปัจจัยว่าตราบใดที่เรายังเหยียบดิน ทำมาหากินอยู่บนแผ่นดิน อาศัยกำลังแม่พระธรณีเกื้อหนุนชีวิตเราอยู่ ตราบนั้นก็ขอกำลังแม่พระธรณีมาหนุนชะตาให้เราทำมาค้าขึ้นเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองได้ ท่านว่าเจ้าสัวนี้อยู่ที่ไหนทรัพย์สินจะเพิ่มพูนไม่มีวันหมดดุจทรัพย์ในแผ่นดินที่ประมาณค่าไม่ได้เช่นนั้น

    * พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระเจ้าสัวชุดโคตรเศรษฐีนี้ไว้หกองค์ ท่านอาราธนาเองหนึ่งองค์จึงมีให้ร่วมบูชาเพียงห้าองค์ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะสวดบูชาดวงชะตาและมนต์วิชาหนุนดวงให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กที่ขาดโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อโคตรเจ้าสัวมนต์เศรษฐีกำเนิดทรัพย์ดับภัยอภิสังขาร(ทำลายสิ่งรบกวนลาภสักการะ) บูชา 4,000 บาท

    71118941-806388546426178-4249285602932948992-n.jpg 70762857-617129438814268-6826898556201205760-n.jpg
    71276143-2644635708922608-8090465968905519104-n.jpg
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    พระขันทกุมาร

    ตำนานและการกำเนิดพระขันทกุมารนั้น มีเป้าหมายเพื่อมาปราบอสูรร้ายในโลกของเทวดา โดยท่านมี 6 พระเศียร 6 พระพักตร์และมี 12 พระกร ส่วนผิวพรรณนั้นงดงามราวกับดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญแต่รูปร่างสง่างามดุจพระสุริยะเทพ

    ทั้งนี้แต่ละพระพักตร์เป็นตัวแทนถึง 1.ความฉลาด 2.พละกำลัง 3.ความร่ำรวย 4.ชื่อเสียง 5.ความเที่ยงธรรม และ 6.พลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีพาหนะคือนกยูง พระองค์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพแห่งกองทัพสวรรค์ เพื่อปกป้องสวรรค์จากการรังควาญของเหล่าอสูรร้ายใครได้กราบไหว้และบูชาพระขันธกุมาร จะได้รับพรทั้ง 6 ประการ ทำให้พระองค์เป็นที่เคารพนับถืออย่างมากของชาวอินเดียตอนใต้โดยเฉพาะพวกทมิฬ


    พรแห่งพระขันทกุมาร

    เนื่องจากพระองค์คือเทพแห่งสงครามและการต่อสู้ ผู้บูชาพระขันทกุมารทุกคนจึงได้รับความคุ้มครองจากพระองค์ พระองค์จะประทานความกล้าหาญชาญชัย ความเป็นผู้นำผู้อื่น ความมีศักดิ์ศรีในสังคม นอกจากพระขันทกุมารจะประทานความคุ้มครองแล้ว ยังประทานกำลังกาย กำลังใจในการกระทำการต่างๆให้ลุล่วง พระองค์ไม่โปรดความอ่อนแอ ขี้ขลาด ลังเลใจ รวมถึงความอิจฉาริษยา

    พระขันธกุมารคือตัวแทนแห่งความองอาจ คล่องแคล่วว่องไว ความยุติธรรมและการเรียกร้องความถูกต้อง การจะได้มาซึ่งชัยชนะของพระขันทกุมารคือการโหมพละกำลังเข้าต่อสู้กับอสูร มีความกล้าได้กล้าเสีย พระขันธกุมารมีอิทธิฤทธิ์มหาศาลพละกำลังที่พระองค์ใช้ปราบอสูรนั้นเปรียบดั่งพละกำลังของพระศิวะและพระแม่ทุรการวมกัน

    ผู้บูชาพระขันทกุมารจะได้รับกำลังใจในการต่อกรกับปัญหาต่างๆ รวมถึงการได้รับความยุติธรรม พ้นจากการถูกเอาเปรียบกลั่นแกล้ง พระองค์ยึดมั่นในเกียรติยศศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใด ทำให้กษัตริย์ มหาราชาผู้ครองแคว้นต่างๆตลอดจนนักการเมืองนิยมบูชาพระขันทกุมาร

    พระขันทกุมารปรากฎทิพยรูปในลักษณะของเด็กหนุ่มรูปงาม พระพักต์ผ่องใส สดชื่น แสดงถึงพลังแห่งชายหนุ่มผู้ไม่หวาดหวั่นกับสิ่งใด ฉลองพระองค์ในชุดขุนศึกสมัยโบราณ ภาพวาดบางภาพมีเสื้อเกราะ หอกศักติ(หอกรูปดอกบัวตูม เป็นหอกแห่งขุนศึก) ประคำหลากสี พระขันธกุมารมีสัตว์พาหนะคือ นกยูง

    ggwn1h.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่เมธี EI 2170 8400 5 TH

    พี่นฐมน EI 2170 8401 9 TH

    พี่กฤตยชญ์ EI 2170 8402 2 TH

    พี่วิศณูกร EI 2170 8403 6 TH

    พี่มยุรี EI 2170 8404 0 TH

    พี่ฐิตกาญจน์ EI 2170 8405 3 TH

    พี่ณธพรหม EI 2170 8406 7 TH

    พี่เมธาพันธ์ EI 2170 8407 5 TH

    พี่บุญชนะ EI 2170 8408 4 TH
     
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    เรื่องพระมุรุกันนั้น...ท่านทำขลังมานานแล้ว
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    พรุ่งนี้จะลงชุดเครื่องรางพระมุรุกันนะครับ แอบกะซิบว่าใครที่ขอๆกันเข้ามาเรื่องตะกรุดลงถมแผ่นหนาๆรับรองได้เลยว่ามีลุ้น เพราะชุดนี้ท่านสร้างด้วยตะกั่วน้ำนมกรุศรีสวัสดิ์ เนื้อเดียวพุทธคุณแบบเดียวกับพระท่ากระดานเลย ท่านว่าใช้แทนกันได้ ท่านเอาตะกั่วสำคัญนี้มารีดทำการลงถมสร้าง...(ชุดตะกั่วอาถรรพ์ลงถมอย่างหนานี่ไม่ได้ออกมานานมากจริงๆ)
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูเทพสงครามพระมุรุกันไตรโลกาธิบดีลงถมตะกั่วกรุศรีสวัสดิ์(เทวะเสนา)
    จากเทพเจ้าในอุดมคติ..ที่เหล่านางฟ้าปรารถนาอยากจะได้ครองคู่มากที่สุด

    ด้วยต่อไปนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย ชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ทั้งหลายจะลำบากยากแค้น คนที่รวยและได้ดีก็จะดีขึ้นและดีไปเลย คนที่ยังจนก็จะก้มหน้ารับเศษกรรมต่อไป พ่ออาจารย์ท่านได้เห็นวิกฤติที่จะพึงเกิด พึงมี ต่อไปในเบื้องหน้า จึงได้ปรารถนาที่จะนำศาสตร์และสรรพวิทยาสร้างเครื่องมงคลขึ้นมา จนความปรารถนานั้น เข้าไปในข่ายพระกรุณาญาณแห่งพระศดาศิวะเทพ ท่านจึงมีโองการให้ทำพระรูปของสกันทะบุตร โดยว่าจะเป็นผู้ปราบยุคเข็ญและปลดเปลื้องสิ่งเลวร้ายอย่างแท้จริง เมื่อได้รับโองการแล้วท่านจึงทำโดยมีความตั้งใจอย่างมาก ที่จะเชิญพระองค์ท่านให้ไปอยู่กับผู้มีความศรัทธา ตั้งใจเพื่อให้เขาเหล่านั้นได้ดี พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่า ความจริงแล้วองค์พระขันทกุมารนั้น ไม่ใช่กุมารกุมารีที่ไหน ต้องทำความเข้าใจหน่อย อย่าไปหลู่เกียรติของพระองค์ท่านว่าเป็นเด็ก ที่เรียกท่านว่ากุมารนั้นเพราะดวงพระพักตร์มีลักษณะแข็งกร้าว เฉียบคมหมดจด แต่ก็อ่อนเยาว์ประดุจผู้มีอายุน้อย ที่จริงพระองค์คือเทพเจ้าที่มีฐานะสูงในระดับพระเป็นเจ้าพระองค์หนึ่งของมหาจักรวาล โปรดการเสด็จไปทั่วทั้งพื้นพิภพ(ดุจโพธิสัตว์ท่านทำงานไปทั่วเช่นนี้)เพื่อช่วยเหลือผู้มีจิตศรัทธาที่ตกยากต่างจากเทพองค์อื่นๆ คนไทยเราก็รู้จักพระองค์กันมานานแล้ว แต่ก็เข้าไม่ถึงและทำไม่ถูกจึงมีอันป่นปี้ย่อยยับไป ด้วยองค์พระสกันทะเทวะนี้ แม้คนต่างชาติต่างศาสนาก็ยังนับถือท่าน คนจีนก็ยังไปยกเป็นสกันทะโพธิสัตว์อันมีบารมีสูงส่งเพราะท่านค้ำคูณใครนั้นย่อมสูงส่งขึ้นทุกคน ไม่เพียงเเต่ในอินเดียแม้บรรพบุรุษไทยก็เคารพท่านมานานยิ่งนักหรือจะประเทศต่างๆก็มีตำนานของพระองค์ท่านในรูปแบบที่แตกต่างกันไป พ่ออาจารย์กล่าวว่า รู้จักจตุคามมั๊ย คนไทยพยายามจะสื่อ หาความหมายอ้างกันมั่วไปหมดว่าเป็นองค์นั้นองค์นี้ ว่าเป็นเทวราชโพธิสัตว์บ้าง ว่าเป็นอวโลกิเตศวร ว่าเป็นอะไรมากมายไปหมด แต่ความจริงในส่วนของท้าวจตุคามก็คือองค์พระขันทกุมารนี่แหละ เมื่อสร้างและทำผิดไป ย้ำคิดย้ำทำเชิญผิดสร้างผิดก็ย่อมวิบัติไปตามกฏแห่งโลก พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าขนาดทำผิดยังมีปาฏิหาริย์มากมาย ศาสตร์แห่งพระองค์นี่ถ้าทำถูกไม่ต้องรอที่จะคิดเลย

    พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าพระองค์คือองค์กำลังของมหาจักรวาลเป็นกำลังขององค์พระศิวะเจ้า(ครูพระสยม)กับองค์ปารวตี(แม่ย่าใหญ่) จะกล่าวว่าพระรูปขององค์พระขันทกุมารคือการรวมของพลังอำนาจสูงสุดของจักรวาลทั้งในฝ่ายเทวะและมหาศักติก็ได้ นี่คือข้อเท็จจริง ก็ไม่แปลกใจเลยว่าอย่างไรทำไมถึงมีคนเคารพองค์พระขันทกุมารเป็นเอกเทศน์กันมากมายพอๆกับองค์พระศิวะเจ้า แม้เรื่องใดที่เหล่าเทพเจ้ายังถึงทางตัน หาทางออกไม่ได้ เมื่อถึงมือองค์เทวะเสนาแล้ว ย่อมคลี่คลายทุกสิ่ง องค์พระขันทกุมารนี่พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่าแต่เดิมคนเราเชื่อว่ามีถึง 6 พระพักตร์ 12 พระกร แต่งกายงดงามเหมือนกับองค์พระนารายณ์ แต่พระวรกายหมดจดกว่า เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะสร้างนั้น ท่านได้ขอพระเมตตาจากองค์พระขันทกุมาร ซึ่งท่านได้โปรดให้พ่ออาจารย์ท่านลบผงมุรุกานทวะขึ้นมา ท่านว่าผงนี้ให้ผสมสร้างจะวิเศษนัก พ้นพลังอำนาจในฝ่ายของเทวะขึ้นไปอีกเพราะรวมอำนาจของฝ่ายมหาศักติไว้ด้วย ซึ่งท่านก็ได้ทำตาม โดยลบผงตามสูตรนี้ครั้งละ 12 รอบ เมื่อทำเสร็จจึงจะถือว่าทำได้คาบหนึ่ง ต้องทำให้ได้ถึง 6 คาบ จึงจะสมบูรณ์ หลังจากนั้นท่านนำมาประสระมหาโลหิต จนทองฟ้ามืดครึ้ม มีลมมหาวาตะพัดโกลาหล บรรยากาศหวาดผวาสั่นไหวเกิดรัศมีเป็นแสงสีขาวอมทองออกมาจากผงนี้จึงสำเร็จ เมื่อสำเร็จแล้ว ท่านให้พ่ออาจารย์ทำถึง 3 ครั้ง ต้องทำไว้ในปริมาณมาก เพราะว่าประสงค์จะให้ใช้ผงอันเป็นสายวิชาของพระองค์ท่านล้วนๆไม่เอาสิ่งอื่นมาเจือปนนอกจากว่านยาบางจำพวก ประกอบเป็นมวลสารขึ้นมา

    ผู้บูชาพระขันทกุมารทุกคนจึงได้รับความคุ้มครองจากพระองค์ พระองค์จะประทานความกล้าหาญชาญชัย ความเป็นผู้นำผู้อื่น ความมีศักดิ์ศรีในสังคม นอกจากพระขันทกุมารจะประทานความคุ้มครองแล้ว ยังประทานกำลังกาย กำลังใจในการกระทำการต่างๆให้ลุล่วง พระองค์ไม่โปรดความอ่อนแอ ขี้ขลาด ลังเลใจ รวมถึงความอิจฉาริษยา ท่านเป็นตัวแทนแห่งความองอาจ คล่องแคล่วว่องไว ความยุติธรรมและการเรียกร้องความถูกต้อง(ดังนั้นชีวิตใครที่โดนให้ร้ายหรือปัจจุบันอยู่บนหนทางที่ยังไม่ใช่ไม่สำเร็จ ยังเดินผิดทางอยู่ควรรีบอาราธนา) ด้วยองค์พระขันทกุมารนั้นมีกำลังมากดั่งเอากำลังของพระศิวะและพระแม่ทุรคามารวมกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์สกันทะท่านจะช่วยจัดการปัญหาต่างๆในชีวิตเรารวมถึงเรื่องที่เราไม่ได้รับความยุติธรรม ให้เราพ้นจากการถูกเอาเปรียบกลั่นแกล้ง ด้วยพระองค์ยึดมั่นในเกียรติยศศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใดทำให้กษัตริย์ทั้งหลายนิยมบูชาพระขันทกุมารเช่นนั้น เมื่อพระองค์เป็นเทพผู้อภิบาลดาวนพเคราะห์คือดาวอังคารด้วยแล้ว บางคนก็จะเรียกท่านว่าพระอังคารบ้าง แต่ในหมู่กษัตริย์โบราณทั้งหลายจะรู้กันดีว่าพระองค์คือดาวกษัตริย์สงคราม เป็นเทพที่เหล่ากษัตริย์เกรงกลัวมากที่สุด

    และก็มีข้อแม้สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือ ตะกรุดรุ่นนี้ เมื่อผู้ใดได้รับไปพระองค์จะไปช่วยเหลือคุ้มครอง จะทำการณ์กิจใดก็จะมีแต่ชัยชนะแพ้คนอื่นไม่เป็น เป็นเจ้าเหนือเขาเป็นผู้นำเขาทั้งหมด ขจัดความโลเล มีแต่คนรัก คนที่อิจฉาริษยาจะหมดไป ซึ่งพ่ออาจารย์บอกว่านอกจากจุดนี้ สกันทะเทพท่านยังบอกด้วยว่าท่านจะช่วยให้มีจิตใจฮึกเหิม มีกำลังกายและกำลังใจที่เพียบพร้อมไม่อ่อนแรงลง ทุกคำขอ กิจการงานต่างๆต้องสำเร็จลุล่วงอย่างว่องไว จะต้องปรากฏเกียรติยศสูงสุดในกิจที่กระทำอยู่ ซึ่งพระองค์ท่านนั้นโปรดความยุติธรรม ไม่ชอบการคดโกง ใครที่โดนรังแก โดนคนเอาเปรียบโดนใครโกง แบบนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่มีเสียหรอกเมื่ออยู่ในความคุ้มครองของพระองค์ท่าน ซึ่งองค์พระขันทกุมารนี้มีแต่ผู้ต้องการเป็นใหญ่ ประสบความสำเร็จในระดับมหาราชาหรือเจ้าผู้ปกครองแคว้นต่างๆมักจะนิยมบูชากัน ท่านก็เลยอยากให้ทุกคนได้ดีและผ่านพ้นเคราะห์ภัยโดยไว จึงขอบารมีพระขันทกุมารมาสงเคราะห์ทำเครื่องมงคล ท่านว่าองค์พระขันทกุมารนี่ใช้ได้ทุกอย่างจะขอพรอะไรก็ย่อมได้สุดแต่ใจ จะเล่นทางเสนห์ก็สุดๆ เพราะว่าพระองค์ท่านมีพระชายาถึง 2 องค์ ซ้ำยังเป็นที่ปรารถนาของเหล่านางฟ้านางสวรรค์มากมายด้วยว่าพระรูปของพระองค์นั้นวิจิตรละลานตายิ่งนัก เมื่อบูชาไว้กับตัวย่อมดึงเอาพระบารมีมาเสริมสิริให้ผู้ที่มีบารมีขององค์พระขันทกุมารแฝงอยู่ดูดีในสายตาผู้อื่นขึ้นทันที
    ตะกรุดนี้ท่านว่าพกไว้เถิด แค่พกหน้าจะผ่องใส ความรู้สึกที่หมองมัวหรือมืดทมึนดั่งมีอะไรมากดทับเราอยู่จะคลายตัวให้เราสดชื่น ทั้งยังแสดงพลังแห่งความเยาว์วัยมีกำลังบริบูรณ์ไม่ได้ชราตามอายุ จะทำให้เรากล้าไม่หวาดหวั่นกับสิ่งใด ทั้งกำลังของตะกรุดหรือองค์พระขันทกุมารนั้นยังปกป้องเราจากการรังควานของเหล่าภูติผีปีศาจทั้งหลายหรือสิ่งที่เบียดเบียนเราทั้งปวงด้วย ท่านจะให้พรเราหกประการสม่ำเสมอตลอดเวลาที่เราอาราธนาตะกรุดนี้อยู่ในคอ ได้แก่

    - ความฉลาด
    - พละกำลัง
    - ความร่ำรวย
    - ชื่อเสียง
    - ความเที่ยงธรรม
    - พลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    ตะกรุดรุ่นนี้ใครที่ชอบตะกรุดลงถมแผ่นหนาๆรับรองได้เลยว่าสะใจแน่นอน เพราะชุดนี้ท่านสร้างด้วยตะกั่วน้ำนมกรุศรีสวัสดิ์ เนื้อเดียวพุทธคุณแบบเดียวกับพระท่ากระดานเลย ท่านว่าใช้แทนกันได้ ท่านเอาตะกั่วสำคัญนี้มารีดทำการลงถมสร้าง พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องใช้ตะกั่วที่สร้างพระท่านกระดานเท่านั้นเพราะอิทธิคุณเป็นไปในทางเดียวกันเหมาะกับการทำตะกรุดเทพสงครามอย่างแท้จริง ท่านนำมาลงอักขระศักดิ์สิทธิ์ซึ่งท่านเน้นย้ำว่าห้อยตะกรุดนี้ไม่ต่างจากห้อยองค์พระขันทกุมารเลย ต่างกันแค่ท่านอยู่ในรูปตะกรุดซึ่งทำยากกว่าเท่านั้น ซึ่งเมื่อลงตะกรุดนั้นองค์สกันทะเทพได้บอกกับพ่ออาจารย์ว่าให้ใส่กำลังโสฬสลงไปในองค์พระด้วย กำลังตัวอื่นๆนั้นท่านไม่เอา พ่ออาจารย์บอกว่านี่สำคัญมากนะเป็นมหากรุณาโดยแท้ทีเดียว เพราะกำลังอื่นๆแม้แต่กำลังจักรพรรดิกำลังมหาจักรพรรดิก็ดี คนที่ได้ไปจะยิ่งใหญ่มั่งมีเพียงไหน แต่มันก็ต้องสร้างด้วยตัวเองขึ้นมาสร้างจากความลำบาก คนเราเนี่ยชอบคิดเพ้อเจ้อไปเอง พอได้ยินอะไรว่าจักรพรรดิ์หรือมหาจักรพรรดิ์จะรีบขวนขวายมาบูชา เพราะคิดว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่สุดๆแล้ว มันไม่ใช่นะบางครั้งลำบากยากแค้นไปทั้งชีวิตเลย คือว่าเหนื่อย ต้องเหนื่อยก่อนถึงจะสำเร็จ สำเร็จเรื่องหนึ่งก็ต้องเหนื่อยต่อ นี่มันไม่จบ ท่านจึงว่าท่านไม่เอา ท่านให้ใส่กำลังโสฬสเอาไว้โดยประทาน 16 มหาอักขระศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพลังจักรวาลทั้งในฝ่ายเทวะและมหาศักติให้ ท่านว่ากำลังโสฬสนี่สบาย จะได้ทรัพย์สินหรือทำสิ่งใดก็ได้ ก็สำเร็จ มาแบบฟลุคๆง่ายๆ โชคลาภเข้ามาไม่ขาด หนุนด้วยมหาอักขระ 16 อักษรนี้ จะเปิดบารมีเก่าดึงมาไว้ใช้กับตัว เทวดาทั้ง 16 ห้องสวรรค์ชั้นฟ้าเกื้อหนุน ชะตาชีวิตจะไม่อับจน นี่ถ้าพระองค์ท่านไม่บอกเราก็นึกไม่ออกเหมือนกัน ท่านว่าต่อให้ลงกำลังใดๆซัก 108 ก็สู้กำลังโสฬสนี่ไม่ได้ ถ้าไม่มีตัวนี้ลำบากกันทั้งชีวิตเลย ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็ได้ลง 16 อักขระศักดิ์สิทธิ์เท่ากำลังโสฬสลงในตะกรุดลงถมเพื่อเป็นสื่อชักนำกำลังของเทพเจ้ามาสู่ตัวมนุษย์ให้แรงขึ้นและไวขึ้น ซ้ำยังได้ลงตะกรุดตะกั่วด้วยวิชาเฉพาะซึ่งองค์พระขันธกุมารท่านให้ใส่ไว้เสริมลงไปอีก

    องค์พระขันทกุมารนั้นปรากฏพระรูปของท่านและย้ำกับพ่ออาจารย์ว่าท่านถือหอกด้วย ท่านว่าสำคัญนัก "กายนี้คือกายของพ่อเรา หอกนี้คืออำนาจแม่ของเรา จะขาดกันไม่ได้" เพราะหอกคืออำนาจทั้งหมดของฝ่ายมหาศักติ แม่เราแบ่งรูปกายออกมาเพื่อเป็นยอดศาสตราวุธให้กับเรา เช่นนั้นเมื่อลงตะกรุดท่านจะลงครบตามวิชาที่องค์พระขันทกุมารนิมิตบอกท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาเทพนิมิตนี้ทำยากเราต้องเชิญท่านมาจับมือเขียนนั่นและถึงทำได้มีกำลังบริบูรณ์ดุจองค์ท่านทำเอง สื่อถึงท่านเองทุกอย่าง ตะกรุดทุกดอกอุดด้วยผงมุรุกานเทวะ ในส่วนของตัวประสานนั้น พ่ออาจารย์ท่านได้ผสมน้ำผึ้งป่าเดือน 5 เข้าไป แต่พิเศษเหนือสิ่งใดเพราะเป็นรังผึ้งที่สร้างอยู่ใต้ดินผิดธรรมชาติ เรียกว่าน้ำผึ้งดำซึ่งมีสีดำสนิท เป็นของหายากมาก ด้วยชาวป่าชาวเขาตั้งใจหามาถวายให้ท่านกิน แต่ท่านเอามาเทเป็นตัวผสานให้หมดเลย ท่านว่าชันโรงใต้ดินดีอย่างไร น้ำผึ้งใต้พระแม่ธรณีนี้หากนำมาเป็นตัวประสานก็ดีดุจเดียวกัน ทั้งกันฟ้า กันภัย กันเคราะห์ กันกระทำย่ำยี แต่เเรงกว่านั้นร้อยเท่า ท่านเก็บไว้เพื่อสร้างเครื่องรางในสายองค์พระขันทกุมารโดยเฉพาะ

    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้ตั้งแต่เมื่อแรกสร้างพระมุรุกันไตรโลกาธิบดี ท่านทำไว้เพียง 16 ดอกเท่านั้นบังเอิญจบที่กำลังโสฬสพอดีท่านจึงเอาแค่นั้น และเมื่อแรกสร้างนั้นพ่ออาจารย์ท่านเชิญองค์พระขันทกุมารมาประจุญาณ ท่านสวดเสกตะกรุดชุดนี้ไม่ต่ำกว่าสามเดือนจึงเสกเสร็จไม่นับรวมที่อธิษฐานจิตเฉพาะมายาวนานปีนี่อีกจึงเชื่อได้ว่าตะกรุดชุดนี้มีกำลังกล้าแข็งมาก ท่านว่าเหมาะแก่คนที่มีกรรมหนัก ต้องการความสำเร็จมาก ชีวิตไม่อยากแสวงหาเพื่อทำอะไรที่ต้องลงแรงให้เหนื่อยอีกแล้วหรือต้องการเครื่องมงคลที่เป็นศูนย์รวมของพลังในมหาจักรวาลทั้งฝ่ายเทวะและมหาศักติครบถ้วน

    คาถาบูชา
    โอม ตัตตะปุรุสายะวิทัมเห มหาเสนายะธีมะหิ ตันโนสะกันทะปะโจทะยาต โอม สะกันทายะ นะมัส


    * ข้อควรกระทำ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ถือเคล็ดถวายนมโคสดประจำ ถวายเสร็จก็ลามาดื่มกิน เพราะองค์มุรุกันนั้นท่านโปรดน้ำนมโคเป็นที่สุด ควรจะหาแก้วเล็กๆซักใบตั้งไว้ถวายนมให้ท่านบอกกล่าวท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งทำทุกวันยิ่งดี หรือจะเอาตะกรุดนี้ตั้งไว้ในชามใหม่ที่สะอาดแล้วนำนมโคสดมาราดสังเวยตะกรุด พ่ออาจารย์ท่านว่าได้กุศลดุจเอาน้ำนมนั้นราดบูชาองค์พระสกันทะเทพทีเดียว น้ำนมนั้นเมื่อราดแล้วก็ยังนำมาดื่มกินต่อได้ ทำแบบนี้ท่านว่ารับรองว่าสนิทและเข้าถึงกันได้ไวมาก ขออะไรก็ไวด้วย

    ### ตะกรุดครูนี้ท่านสร้างไว้น้อยมาก ท่านว่าของที่เกี่ยวข้องกับองค์พระขันทกุมารนั้นมีคู่มีเจ้าของโดยกำหนดจากพระองค์ท่านทุกดอกทุกคน รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมเปิดจิตเบิกเนตรองค์พระขันทกุมารให้เพื่อให้เชื่อมต่อและเข้าถึงเราได้โดยสะดวก รายได้ร่วมสมทบทุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูเทพสงครามพระมุรุกันไตรโลกาธิบดีลงถมตะกั่วกรุศรีสวัสดิ์(เทวะเสนา) บูชา 2,500 บาท

    72139132-2502140463206742-8392722286611791872-n.jpg
    70621378-468030317123386-6616623704782667776-n.jpg
    71170916-738136509992470-6549258585853919232-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ตำนานผ้ายันต์

    ความเชื่อในสิ่งเร้นลับที่หาคำตอบไม่ได้ ความศรัทธาที่อยู่เหนือธรรมชาติ อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลายคนหาสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่ามีพลังคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตราย รวมถึงให้โชคลาภต่างๆ มาพกติดตัว ผ้ายันต์ ถือว่าเป็นของขลังชนิดหนึ่งที่ผู้คนนิยมพกไว้ติดตัว

    ผ้ายันต์ เป็นผืนผ้าที่จารึก คาถา อักขระโบราณ และภาพสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกิดจากความเชื่อทางไสยศาสตร์ของผู้คนแห่งอาณาจักรสุวรรณภูมิ ที่ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษนานนับพันปี ผ้ายันต์จึงถือเป็นสิ่งที่เคารพบูชา และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนที่มีความเชื่อและความศรัทธาในผืนผ้ายันต์

    คำว่า “ยันต์” มาจากภาษาบาลี แปลว่า สิ่งที่มนุษย์พึง เซ่น สรวงบูชา เพื่อให้บังเกิดความสุขความเจริญ จะพบได้บนแผ่นกระดาษ แผ่นเงิน แผ่นทอง รวมทั้งบนผืนผ้าและบนผิวหนังของมนุษย์ที่ศรัทธา ส่วนสัญลักษณ์คล้ายยันต์นั้นปรากฏเป็นตัวเลขในดินแดน อาหรับ และยุโรป และยังปรากฏเป็นตัวอักษรในดินแดนจีน พม่า ธิเบต ลาว กัมพูชา และไทย

    แหล่งที่มาของผ้ายันต์ แรกเริ่มเดิมทีคนเรานั้นยังไม่มีศาสนา จะนับถือพวกผีสาง เทวดา และปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง จึงนำเอาตัวเลขของวัน เดือน ปี ที่เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ มาผูกกัน จนกลายเป็นวิชาที่ว่าด้วยอักขระ และตัวเลข ซึ่งนำมาเรียบเรียงกันแล้วจึงทำให้เกิดพลังขึ้นมา

    ความหมายของผ้ายันต์ เมื่อทำการถอดคาถา และอักขระออกมาจะแปลว่า เป็นคำสั่งสอนให้คนประพฤติตนเป็นคนดี ประพฤติชอบอยู่ในศีลธรรม และยังเป็นคำอวยพรให้มีความสุขความเจริญ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าแทบทั้งสิ้น

    สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่บนผ้ายันต์ต่าง ๆ นั้น แบ่งความหมายได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
    1. ลักษณะลายเรขาคณิต จะมีสัญลักษณ์เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น รูปวงกลม หมายถึง ดวงอาทิตย์ เป็นสิ่งที่ทรงพลังสูงสุดของธรรมชาติ รูปสามเหลี่ยม หมายถึง เทพทั้ง 3 ตามลัทธิฮินดู ได้แก่ พระพรหม พระนารายณ์ และพระอิศวร และรูปสี่เหลี่ยม หมายถึง ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
    2. ลักษณะลายรูปภาพ จะมีลักษณะหลากหลายรูปแบบ เช่น รูปบุคคล จะเป็นภาพบุคคลที่นับถือ มีอำนาจและพลังตามความเชื่อ อาทิ นางกวัก พระ เทพ และเทวดา ส่วนรูปสัตว์ เป็นภาพสัตว์ในความเชื่อ อาทิ เสือ วัว และจิ้งจก และรูปต้นไม้-ดอกไม้ อาทิ ดอกบัว ต้นโพธิ์ เป็นต้น

    นอกจากนี้ ประเภทของผ้ายันต์ได้มีการแบ่งออกเป็น 9 ประเภท คือ
    1. ยันต์เมตตามหานิยม มีไว้ให้คนรักใคร่ เมตตา หายโกรธเคือง หากพกติดตัวเวลาไป พูดคุยติดต่อกับใคร จะทำให้ราบรื่นประสบความสำเร็จ
    2. ยันต์มหาอำนาจ มีไว้แล้วจะทำให้คนเคารพเกรงขามมีบารมี หากพกติดตัวเข้าป่าจะสามารถป้องกันสัตว์ร้าย หากออกสู้รบจะมีชัยชนะ
    3. ยันต์ค้าขาย เชื่อว่ามีแล้วจะทำให้ค้าขายได้กำไรร่ำรวย เงินทองไม่ขาดมือพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ
    4. ยันต์มหาเสน่ห์ หรือ ยันต์เรียกผัว มีไว้ครอบครองจะทำให้คนหลงรักหลงเสน่ห์ ซึ่งมักทำเป็นรูปหญิงสาวมีความสัมพันธ์กับสัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว
    5. ยันต์โชคชะตา เป็นยันต์ที่ทำนายโชคชะตาไว้ดูฤกษ์ยามมงคลต่างๆ คล้ายปฏิทินดูดวง โดยมากจะมีดวงชะตาของเจ้าของผ้ายันต์อยู่ด้วย
    6. ยันต์อยู่ยงคงกะพัน เป็นยันต์ที่มีไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากอาวุธต่างๆ ศัตรูยิงแทงฟันไม่เข้า ในอดีตเชื่อกันว่าหากปฏิบัติตามคาถาอย่างเคร่งครัดจะ ทำให้ทำให้หายตัวได้
    7. ยันต์ป้องกันภัย ใช้ป้องกันภูตผีปีศาจ วิญญาณ ภัยธรรมชาติ และคุณไสยต่างๆ
    8. ยันต์สารพัดนึก หรือ ยันต์พันช่อง มีความเชื่อว่า จะทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายทุกชนิด จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง อยากจะได้อะไรก็ได้ตามที่ต้องการ
    9. ยันต์ฝ่าต๊ะ หรือยันต์ประทับรอยมือ รอยเท้า ถือเป็นยันต์ชนิดพิเศษที่พบยาก เมื่อนำติดตัว หรือบูชาคนที่มีบารมี และเป็นที่เคารพรัก เสมือนเป็นสิ่งมงคลป้องกันภัย และนำโชคมาแก่เจ้าของ มักพบเป็นรอยฝ่าเท้าและฝ่ามือของบิดา มารดา และพระสงฆ์ผู้มีชื่อเสียง เช่น ผ้ายันต์ฝ่าต๊ะของครูบาศรีวิชัย

    [​IMG]
    ในสมัยก่อน ผ้ายันต์เป็นของขลังที่นักรบมีไว้ติดตัวกันในการออกรบ เพื่อไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้รู้สึกปลอดภัยจากภัยและอันตรายรอบตัว ทั้งจากศัตรูและภูตผีปีศาจ โดยส่วนมากผ้ายันต์จะได้รับการปลุกเสกจากพระที่เลื่อมใสศรัทธากันในจังหวัดของตน

    คุณสมบัติของผู้ลงยันต์ ต้องเป็นบุคคลพิเศษที่ได้รับการถ่ายทอดในวิชานี้ทั้ง การเขียน และการท่องคาถาประกอบตามอานุภาพของยันต์นั้นๆ อีกทั้งยันต์จะมีอำนาจได้ก็ต่อเมื่อผู้ทำจะต้องตั้งจิตและสมาธิในการทำ ส่วนผู้รับต้องน้อมรับด้วยความเคารพ ศรัทธา และนับถือ มีการบูชาและจัดเก็บไว้ในที่เหมาะสม รวมถึงต้องท่องคาถาประกอบยันต์นั้นๆ อย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตนตามกฎที่กำหนดไว้ เช่น ห้ามผิดศีล 5 ห้ามลอดใต้ถุนบ้าน ราวตากผ้า และห้ามบริโภคเนื้อสัตว์ เป็นต้น

    มีความเชื่อกันมาว่าผู้ใดที่ได้ครองครองของขลัง แล้วปฏิบัติตนตามกฎไม่ได้ จะกลายเป็นโทษต่อตนเอง คนโบราณถือว่าผ้ายันต์เป็นของที่มีค่า ไม่ค่อยจะขายผ้ายันต์ให้ใครง่ายๆ จึงเป็นเรื่องที่ยากในการจะไปซื้อหาเก็บไว้ ต้องรอให้ยันต์ตกเป็นมรดกถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเสียก่อน ถึงจะนำมาขาย ซึ่งในปัจจุบันผู้ที่มีความเชื่อและศรัทธาในผ้ายันต์ น้อยลงกว่าเมื่อก่อน

    ด้วยเหตุหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้รับอิทธิพลและค่านิยมฝั่งตะวันตก ผู้คนอยู่ในศีลธรรมน้อยลงกว่าเดิมจึงทำให้ยากต่อการปฏิบัติตนตามกฎที่กำหนดไว้ ทำให้คุณประโยชน์ของยันต์ลดน้อยลงไป แต่ผ้ายันต์ก็คงยังสะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ความศรัทธาของบรรพบุรุษ ที่อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ ไว้ ให้คนรุ่นหลังได้ค้นคว้า ศึกษา และชื่นชมในภูมิปัญญาของไทย…

    296fdde1cd55120c40233d6fb1e12327-d25vj52.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 กันยายน 2019
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่ศิระ EI 2170 8491 5 TH

    พี่ณธพรหม EI 2170 8492 9 TH

    พี่พรเทพ EI 2170 8493 2 TH

    พี่อัครพงศ์ EI 2170 8494 6 TH
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ที่โอนไว้ส่งให้พรุ่งนี้นะครับ

    วันนี้เดี๋ยวจะพูดคุยเรื่องเครื่งรางที่ถือได้ว่า ถ้าตั้งใจทำจริงๆจัดเป็นอะไรที่สร้างได้ยากสุดๆเลย ในขณะเดียวกันอีกกรณีหนึ่งถ้าทำขอไปทีก็ทำได้ง่ายมีพุทธคุณเหมือนกัน...*** แต่ทั้งสองอย่างนี้มีขั้นความต่างกันอย่างยิ่ง เอาไว้ติดตามพูดคุยกันนะครับ
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ลูกอม

    ### ก็จะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับเครื่องรางที่สร้างได้ยากอย่างยิ่ง(ยากจริงๆ) หากแต่ไม่ค่อยมีคนสนใจกัน ยิ่งพอพูดถึงลูกอมแล้วความสนใจเมื่อเอาไปเทียบกับพระจะลดลงไปเลย ซึ่งในความเป็นจริงต้องบอกว่าลูกอมนั้นเป็นเครื่องรางที่มีคุณค่าหนักไปทางการใช้งานมากกว่าสิ่งใดๆด้วยซ้ำ เพราะคับขันยังนำเข้าปากอมได้ แล้ววิชาการทำลูกอมที่เป็นลูกอมโดยเฉพาะจริงๆนั้นก็ทำได้ยากยิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าลูกอมสมัยนี้อย่างดีก็เอาเนื้อพระเหลือๆเวลากดไว้มาปั้นไม่ได้สร้างตามตำรับการทำลูกอมโดยเฉพาะอย่างแท้จริง เช่นนี้เองที่ท่านเรียกว่าเห็นเป็นลูกอมแต่ก็ไม่ใช่ลูกอม(ถึงจะมีพุทธคุณก็ยังไม่ใช่) ซ้ำวิชาลูกอมที่เอาเข้าปากอมได้จริงๆนั้นนับวันยิ่งหายากเต็มที หาได้ยากยิ่งกว่าการสร้างพระไม่รู้กี่เท่า วันนี้จึงจะเอาบทความเรื่องราวเกี่ยวกับลูกอมมายกไว้ให้อ่านอีกครั้ง

    ลูกอมเป็นเครื่องรางอย่างหนึ่งที่อาจารย์ผู้ชำนาญทางด้านวิทยาคมนิยมสร้างกัน บางครั้งอาจจะมองว่าลูกอมนั้นสร้างได้ง่ายไม่ยุ่งยากอะไรไม่ต้องมีการแกะแม่พิมพ์หรือว่าจ้างโรงงานทำเหมือนสร้างพระเครื่องอีกทั้งวัสดุในการสร้างลูกอมก็สามารถหาได้ง่ายอาจารย์ผู้สร้างเพียงท่านเดียวก็สามารถสร้างลูกอมได้โดยไม่ต้องให้ใครไปช่วย แต่จริงๆแล้วลูกอมก็เป็นเครื่องรางที่สร้างได้ยากเช่นเดียวกับวัตถุมงคลอื่นๆ

    ลูกอมส่วนมากที่เราพบเห็นกันจะสร้างด้วยเนื้อ “ผงวิเศษ” ซึ่งผงวิเศษที่จะนำมาสร้างลูกอม มีอยู่ 5 ชนิดด้วยกันเรียกว่า ผงวิเศษห้าประการ ซึ่งประกอบด้วย ผงปถมัง,ผงอิทธิเจ,ผงตรีนิสิงเห,ผงมหาราช,ผงพุทธคุณ

    ขั้นตอนของการสร้างลูกอม จะต้องสร้างผงวิเศษ5ประการนี้ขึ้นมาก่อนโดยผู้สร้างจะทำการสร้างผงวิเศษแต่ละชนิดด้วยการเอา “ดินสอผงวิเศษ”มาเขียนอักขระตามสูตรของการสร้างผงแต่ละชนิดบน “กระดานชนวน” ขณะที่เขียนจะต้องประกอบไปด้วยมือเขียน ตาจ้อง จิตเพ่ง ปากภาวนาไปพร้อมๆกันเมื่อเขียนอักขระเสร็จแล้วก็จะปลุกเสกอักขระนั้นก่อนจากนั้นจึงเอามือลบอักขระเป็นผงเก็บรวบรวมเอาไว้ซึ่งขณะที่ลบผงบนกระดานชนวนนั้นก็จะบริกรรมคาถากำกับเอาไว้ด้วย

    อาจารย์บางท่านเมื่อเขียนผงและปลุกเสกแล้วขณะที่กำลังลบผงอยู่นั้นผงจะร่วงทะลุกระดานชนวนลงสู่ภาชนะที่รองรับอยู่ข้างล่างได้เองอาจารย์ท่านใดที่สามารถลบผงจนผงทะลุกระดานชนวนลงสู่ภาชนะรองรับข้างล่างได้เองนี้เชื่อกันว่าอาจารย์ท่านนั้นสำเร็จวิชา “นะปัดตลอด”

    ในการเขียนและลบผงวิเศษแต่ละครั้งนี้ จะได้ผงอย่างมากก็แค่ครึ่งช้อนกาแฟเท่านั้น ผู้สร้างจะต้องเขียนและลบผงครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นร้อยๆครั้งจึงจะได้ผงเท่ากับจำนวนที่ต้องการในแต่ละอย่างแล้วต้องลบและทำผงให้ได้ผงวิเศษทั้ง5ประการนี้จนครบถ้วนตามตำราซึ่งการที่จะทำผงวิเศษให้ได้ครบทั้ง5อย่างนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาเป็นปีๆจึงต้องใช้ความอุตสาหะเป็นอย่างมาก

    แต่อาจารย์บางท่านอาจจะชำนาญหรือเก่งในการทำผงได้เพียงบางอย่างไม่ครบทั้ง5อย่างแต่ถ้าทำผงถูกต้องตามขั้นตอนของตำราในการทำผงวิเศษแต่ละชนิดแล้วผงวิเศษแต่ละชนิดนั้นก็ย่อมมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองซึ่งผงวิเศษแต่ละชนิดจะมีคุณวิเศษไม่เหมือนกันหากทำผงวิเศษได้ครบทั้ง5ชนิดแล้วนำเอามารวมกันย่อมที่จะทำให้ผงวิเศษนั้นมีคุณวิเศษในทุกๆด้านแบบครอบจักรวาล

    นอกจากผงวิเศษแล้วอาจารย์บางท่านยังได้นำเอาพวกวัสดุอาถรรพณ์บางอย่างผสมกับผงวิเศษในการสร้างลูกอมด้วย ซึ่งก็ได้แก่ ตะไคร่ ใบเสมา ตะไคร่พระเจดีย์ ดินโป่ง ดินท่า ดินป่าช้า ดินอุดรูปู ดินเมืองร้าง ดินเหนียวกลางใจท้องนา ว่าน ผงธูป ฯลฯเพื่อเป็นการเพิ่มคุณวิเศษให้กับลูกอมยิ่งขึ้นไปอีก

    เมื่อได้ผงวิเศษตามตำราครบรวมกับวัสดุอาถรรพณ์บางชนิดแล้วต่อไปก็จะนำเอามวลสารเหล่านั้นมาคลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นก็ผสมกับตัวประสานเนื้อหามวลสารที่เป็นของเหลวเช่น “น้ำมันตังอิ๊ว”เพื่อให้เนื้อหามวลสารเกาะยึดตัวแน่นสมัยก่อนอาจารย์บางท่านที่หาน้ำมันตังอิ๊วไม่ได้ก็จะใช้ “น้ำอ้อย”เป็นตัวประสานซึ่งก็มีคุณสมบัติช่วยให้เนื้อหามวลสารเกาะยึดตัวกันแน่นเหมือนกันสมัยก่อนการสร้างพระเนื้อผงเขาก็นิยมใช้น้ำอ้อยเป็นตัวประสานเนื้อ

    เมื่อเอาตัวประสานเนื้อซึ่งเป็นของเหลวผสมกับมวลสารขณะที่เนื้อหามวลสารยังหมาดๆอยู่ก็จะเริ่มทำการปั้นเนื้อหามวลสารนั้นเป็นลูกกลมๆหรือลูกอมนั้นก็จะต้องมีการบริกรรมคาถาปลุกเสกไปตลอดเวลาด้วยเช่นกัน

    เมื่อปั้นเป็นลูกอมเสร็จได้จำนวนตามที่ต้องการแล้วก็จะเอาลูกอมนั้นไปผึ่งลมให้แห้งแล้วเก็บรวมเอาไว้เพื่อรอฤกษ์ในการปลุกเสกต่อไป สำหรับขั้นตอนของการปลุกเสกลูกอมนั้นนิยมปลุกเสกในช่วงเข้าพรรษา คือต้องปลุกเสกให้ครบไตรมาสหรือ3เดือนจะขาดวันใดหนึ่งแม้แต่พียงวันเดียวไม่ได้แม้จะป่วยอย่างไรก็ต้องพยายามฝืนปลุกเสกให้ครบทุกวันในพรรษานั้นแล้วการปลุกเสกแต่ละคืนก็ต้องปลุกเสกให้ครบจากกรรมวิธีการสร้างและการปลุกเสกที่เคร่งครัดหลายขั้นตอนนี้จึงทำให้ลูกอมเป็นเครื่องรางที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นิยมกันมากไม่แพ้วัตถุมงคลชนิดอื่นๆ

    ในส่วนของวิธีใช้สำหรับลูกอมนั้นจริงๆแล้วเมื่อมีชื่อเรียกกันว่า “ลูกอม” ลูกอมจึงมีวิธีการใช้โดยการอมไว้ใต้ลิ้นในปากเมื่อเวลาพูดจาก็จะเป็นที่ไพเราะน่าฟังและรักใคร่แก่ผู้ที่ได้ยินหรืออมไว้ใต้ลิ้นตลอดเวลาก็จะเป็นที่รักที่เมตตาแก่ผู้ที่ได้พบเห็นทั่วไปอีกทั้งยังป้องกันอันตรายต่างๆได้ดีอีกด้วย แต่มาระยะหลังๆนิยมเอาลูกอมไปถักเชือกคาดสะเอวหรือห้อยคอปัจจุบันก็นิยมเอาลูกอมไปเลี่ยมพลาสติกหรือทำตลับพกบูชาติดตัวไม่ค่อยนิยมอมไว้ใต้ลิ้นในปากเหมือนเมื่อก่อนนอกจากลูกอมที่สร้างด้วยเนื้อผงวิเศษแล้วเรายังพบลูกอมที่ทำด้วยวัสดุอย่างอื่นที่แตกต่างออกไปอีกเช่น

    ลูกอมชานหมาก ซึ่งลูกอมชนิดนี้จะนำเอาชานหมากของพระสงฆ์ที่มีวัตรปฏิบัติน่าเลื่อมใสหรือแก่กล้าทางวิทยาคมมาสร้างเนื่องจากพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติหรือแก่กล้าวิทยาคมนั้นขณะที่ท่านฉันหมากก็จะอยู่ในอารมณ์ภาวนาอยู่ตลอดเวลา หมากที่ท่านกำลังฉันก็เหมือนกับได้รับการปลุกเสกตลอดไปด้วยเมื่อท่านคายออกมาก็ถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์สามารถนำไปใช้ได้เลยเพราะท่านได้ปลุกเสกไว้แล้ว แต่ส่วนมากเมื่อได้ชานหมากแล้วก็นิยมให้ท่านปลุกเสกอีกครั้งหนึ่งเพื่อเพิ่มความมั่นใจขึ้นไปอีก

    นอกจากลูกอมชานหมากแล้วก็ยังมีลูกอมอีกชนิดหนึ่งที่นิยมสร้างกันแพร่หลายคือ

    ลูกอมเทียน เป็นลูกอมที่ทำมาจากน้ำตาเทียนไขแต่ไม่ใช่น้ำตาเทียนไขที่จุดเพื่อให้แสงสว่างธรรมดาๆเป็นน้ำตาเทียนไขที่ได้มาจากเทียนชัยในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเทียนวิปัสสนาเทียนทำน้ำมนต์ฯลฯซึ่งน้ำตาเทียนเหล่านี้ถือว่าได้รับการปลุกเสกแล้วพระเกจิอาจารย์บางท่านเมื่อหยดน้ำตาเทียนใส่ขันหรือบาตรที่บรรจุน้ำเพื่อทำน้ำมนต์เมื่อเสร็จพิธีแล้วชาวบ้านก็จะเอาน้ำตาเทียนในขันหรือบาตรมาปั้นเป็นก้อนกลมๆทำเป็นลูกอมกันลูกอมเทียนของพระเกจิอาจารย์บางท่านอาจจะมีผงวิเศษหรือเส้นเกศาของท่านบรรจุเอาไว้ด้วย

    ลูกอมลบถม เป็นลูกอมที่คณาจารย์นิยมสร้างกันมากซึ่งส่วนมากนิยมลง(อักขระเลขยันต์)ถมในแผ่นตะกั่วซึ่งสะดวกสบายกว่าวัสดุชนิดอื่นวิธีลบถมก็คือหล่อตะกั่วให้ละลายแล้วเทในถาดขนมปาดหน้าให้เรียบแล้วจึงนำมาจารลงอักขระเลขยันต์ตามถนัดหรือตามพระยันต์ที่ได้เล่าเรียนมาลงไปภาวนาไปจนเต็มเนื้อที่แล้วก็ใช้ลูกสะบ้าขัดทับลงไปให้เรียบแล้วจึงลงใหม่กระทำอยู่เช่นนี้อาจจะเป็นร้อยเที่ยวพันเที่ยวหรือหมื่นแสนเที่ยวก็ตามทีเห็นว่าลงจงดีแล้วให้ลองเอาใส่กระทะหลอมไฟดูปกติธรรมดาตะกั่วจะละลายหลอมเหลวได้ง่ายแต่ถ้ากระทำได้ที่อิทธิฤทธิ์จะค่อยๆดื้อไฟผลสุดท้ายถ้าดีถึงเกณฑ์สุดจะหลอมไม่ละลายนั่นแหละท่านอาจารย์จะนำเอามากล่อมเป็นลูกกลมๆมีน้ำหนักประมาณ1บาทเรียกว่าลูกอมลบถมแจกบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและเพื่อสะดวกในการร้อยเชือกห้อยแขวนคอหรือคาดเอวท่านจะเจาะรูตรงกลางมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าลูกสะกด ลูกสะกดเนื้อตะกั่วลบถมของเก่าเคยมีผู้ขุดพบตามกรุหรือเจดีย์เก่าๆสมัยอยุธยามีคราบขุมสนิมจับแดงไปหมดแสดงว่าท่านโบราณาจารย์สมัยโบราณนิยมสร้างกันมาก

    ตะกรุดลูกอมม้วน เป็นก้อนกลมๆมีความกว้างขนาดเท่าใบมะขามยาวประมาณ7นิ้วลงในแผ่นทอง นาค เงิน ตะกั่ว ทองแดง อลูมิเนียมก็เคยพบเมื่อลงแล้วม้วนเข้าเป็นตะกรุดจึงมีลักษณะกลมป้อมร้อยด้วยไหมเจ็ดสีเรียกว่าตะกรุดลูกอม เรื่องตะกรุดลูกอมนี้เล่นหายากเหมือนกันเพราะอักขระเลขยันต์ท่านเขียนอยู่ภายในดูก็ไม่เห็นแต่ก็มีจุดที่พอจะพิจารณา ได้อยู่2ประเด็นด้วยกันคือถ้าเป็นตะกรุดของเก่าของแท้ส่วนมากจะม้วนอยู่หลายชั้นดูถี่ยิบทีเดียวเพราะความยาวของตะกรุดอยู่ประมาณ7-8นิ้วพิจารณาดูที่ร้อยเชือกถ้าเป็นของเก่าผ่านการใช้มาแล้วตรงรูจะสึกเป็นแอ่งลึกลงไปหรือไม่ก็ชั้นของตระกรุดลบเลือนเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกันอย่างงั้นละก้อเล่นหาได้สนิทใจตะกรุดลูกอมของแท้(ของเก่า)มีอุปเท่ห์อยู่มากมายใช้ได้รอบตัวเข้าที่อับจนท่านให้กลืนตะกรุดลงไปเลยก็จะเอาตัวรอดได้เมื่อกลืนตะกรุดลูกอมลงไปในคอแล้วตะกรุดจะไม่ถ่ายออกทางทวารหนักแต่จะออกมาทางปากในเวลานอนหลับ

    ลูกอมชนิดทำด้วยใบลาน ใบตาลมีลักษณะกลมป้อมคล้ายตะกรุดลูกอมเหมือนกันท่านคณาจารย์ผู้ชาญฉลาดท่านได้เอาใบลานหรือใบตาลมาลงหัวใจพุทธมนต์ต่างๆลงไปแล้วม้วนเป็นรูปกลมๆตรงกลางมีรูส่วนมากจะถักด้วยเชือกแล้วลงรักปิดทองเป็นเครื่องรางของขลังอีกชนิดหนึ่งที่เคยเห็นและนิยมเล่นหาอยู่มากเหมือนกันลูกอมใบลานนี้บางท่านเรียก “ลูกกลอน”ของเก่ามีสร้างหลายอาจารย์ด้วยกัน

    b475bf7c9427a179e31fda933bba992b.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่คณพศ EI 2170 8921 0 TH

    พี่ทวีพงษ์ EI 2170 8922 3 TH

    พี่พิสุทธิ์ EI 2170 8923 7 TH
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ใครที่เคยพลาดปฐมพุทธพักตร์ไป พรุ่งนี้จะลงชุดมหาอุบาสิกาแม่ย่าใหญ่ ชุดนี้ย้ำไว้ก่อนว่าไม่ใช่องค์ลองพิมพ์นะครับ และเนื้อหามวลสารก็ค่อนข้างจะพิเศษมากๆโดยเฉพาะแม่ย่าใหญ่.. และรายการนี้ก็บูชาไม่แรงมาก ใครไม่ทันหรือรอและถามหาปฐมพุทธพักตร์อยากได้เผื่อครอบครัวหนนี้อย่าช้านะครับ บอกได้เลยว่ามีไม่มากพอเปิดแล้วเดี๋ยวจะหมดเร็วอีก
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ร่วมทำบุญบูชา ปฐมพุทธพักตร์สลับ กลับ คลาดเนื้อยาแก้กรรมปัดอุบาทว์(ชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่)

    นับแต่โบราณนั้น...ใบหน้าถือเป็นศรี (ราศี) ที่สำคัญของร่างกาย ชาวไทยเราจึงเชื่อกันว่าการล้างหน้าเป็นการชำระล้างร่างกายส่วนที่สำคัญที่สุด ดังนั้นจึงมีการสวดอาราธนาพระคาถาเวลานำน้ำมาล้างทำความสะอาดใบหน้าและร่างกายเวลาเช้าเพื่อให้ราศีสถิตย์อยู่บนใบหน้า...การสร้างพุทธพักตร์สมเด็จองค์ปฐมนั้น นับว่าเป็นงานยากที่สุดในชีวิตของพ่ออาจารย์ท่านก็ไม่ผิดซึ่งท่านได้เมตตาบอกกล่าวว่า ท่านยังจำสาเหตุที่จะสร้างได้เป็นอย่างดี โดยแรกเริ่มนั้นท่านมีนิมิตถึงหลวงพ่อปานได้พาท่านไปหาเสด็จพระใหญ่ แต่อยู่ดีๆตอนนั้นท่านก็ได้จ้องไปที่พระพุทธพักตร์แล้วมีความรู้สึกว่า หากได้ทำพระพุทธพักตร์ของเสด็จท่านให้ผู้ศรัทธานำไปบูชาแล้ว คงจะเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิตของทุกคนไม่น้อย ท่านว่าเราเพียงระลึกอยู่เท่านี้ แต่เสด็จพระใหญ่กลับเปล่งวาจาว่าสาธุๆออกมาถึงสามครั้งสามหน

    พ่ออาจารย์ท่านหลังจากได้รับพุทธนิมิตแล้วก็ตั้งใจว่าจะทำและจะทำให้อย่างดีที่สุด ท่านว่าท่านไม่เคยทำอะไรที่ยากถึงเพียงนี้เลย เพราะเสด็จพระใหญ่กำหนดให้มาแต่เดิม เมื่อจะสร้างปฐมพุทธพักตร์นั้นพ่ออาจารย์จำต้องลบถมผงวิเศษถึง 227 ชนิด เท่ากับศีลพระ ทั้งอักขระยันต์จากคัมภีร์ปถมังต่างๆ ตำราพระพิชัยสงครามแต่ละสูตร รวมไปถึงวิชาและอักขระยันต์ต่างๆที่พ่ออาจารย์ท่านได้รับการขัดเกลาและสั่งสอนโดยตรงจากเสด็จพระใหญ่ท่าน ท่านได้ทำการลบถมจนทะลุกระดานชนวนในเวลาหลายปีกว่าจะได้ครบ 227 ชนิด ซึ่งท่านบอกว่านี่ไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้ใช้อย่าเพิ่งตายก็แล้วกัน ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้นพ่ออาจารย์ท่านเมื่อจะผสมผงสร้างพระท่านยังได้นำผงรัตนมาลาที่ท่านเรียกสูตรลบทีละตัวทีละพระคาถาอีก 108 พระคาถา มาใส่ผสมลงไปด้วย ท่านว่าเฉพาะผงที่ใช่ทำพระนี่ก็นับว่าเป็นที่สุดของวิชาอันจะเกิดจะมีขึ้นได้ในโลกนี้แล้ว ท่านได้เมตตานำผงลบถม 227 ชนิดมาผสมกับผงรัตนมาลาทั้ง 108 ท่านว่าหากจะทำอิทธิวัตถุให้มีฤทธิ์อำนาจสูงสุดนั้น ตัววัสดุมวลสารที่นำมาใช้จะต้องผสมกลมกลืนกันทั้งพุทธและไสย นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงวิเศษอีกชนิดหนึ่งมาใช้ผสมนั่นก็คือผงโฮมัมหรือฮวานัมที่ได้จากกองกูณฑ์อัคคีในการบูชาไฟด้วยอาถรรพ์เวทย์ต่อองค์พระสยมภูวญาณของท่านผสมลงไปด้วย ท่านว่าผงนี้ดี ใช้ทางกันตัวได้ทุกสิ่งพกอยู่ที่ไหนยิ่งกว่ากำแพงแก้วเจ็ดชั้นหรือว่าตาข่ายเพชรเสียอีก เป็นสุดยอดของกันตัวแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าต่อให้ผงวิชาเกราะเพชรหรือวิชาต่างๆก็เทียบกับผงตัวนี้ไม่ได้ ชีวิตใครที่มักมีสิ่งไม่พึงใจ ไม่พึงประสงค์มารบกวน ทั้งที่ตัวเองก็หาทางแก้แล้ว ไปรับยันต์เกราะเพชรมาก็แล้วหรือพกวัตถุเกี่ยวกับยันต์เกราะเพชรก็แล้ว ยังแก้ไม่หาย ท่านว่าผงนี้เอาอยู่ ทุกสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นั้นไม่ว่าจะเกิดแต่กรรมลิขิตหรือเป็นไปตามวัฏจักรก็ตาม หากเป็นอัปมงคลแล้วไซร้ย่อมถูกแผดเผาไปให้เป็นจุณมหาวิจุณในพริบตา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสังคมสมัยนี้อันตรายและน่ากลัว อยู่กันยาก สิ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเสด็จพระใหญ่ท่านมีโองการหรือดลใจพ่ออาจารย์ท่านอย่างไร เมื่อจะกดพิมพ์ปฐมพุทธพักตร์นั้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำเครื่องยาโบราณที่ท่านประกอบขึ้นเรียกว่ายาแก้กรรมผสมลงไปในเนื้อพระด้วย ซึ่งยานี้ท่านทำจากสมุนไพรและเครื่องยาโบราณล้วนๆนำมาประกอบกับชะมดเชียง ดีหมี เขี้ยวเสือ นอแรด เป็นต้น ซึ่งท่านว่าเป็นยาที่ทำยากมากสูตรเสด็จพระใหญ่ด้วยว่านยาทั้งหลายที่ท่านกำหนดให้ไปกู้มาประกอบยานั้นล้วนหายากทั้งสิ้น พ่ออาจารย์ท่านได้นำยาแก้กรรมนี้ผสมลงไปในเนื้อพระส่วนนึง ท่านว่ายานี้มีคุณตามชื่อเลย นั่นคือปฐมพุทธพักตร์นี้ใช้ผ่อนหนักเป็นเบาและชะลอกรรมเก่าได้ ขอให้เป็นคนดีหมั่นสร้างความดีอย่าปล่อยโอกาศให้หลุดมือท่านว่าเสด็จท่านจะช่วยเหลือเต็มที่ นอกจากนี้ยาแก้กรรมยังสามารถใช้แก้ได้สารพัด ที่เป็นเครื่องยาอันประกอบด้วยสิ่งอุบาทว์และอัปมงคลต่างๆ ไม่ว่าจะยามนต์ ยาคุณไสย ยาหลง ยารัก ยาแฝด ยาสั่ง ยาประสาท ยาชัง ยาหน่าย ยาตาย ยาพิษ ยาเสน่ห์ ยาต่างๆที่เกิดจากของฝ่ายต่ำและสิ่งอัปมงคลอันเกิดแต่การกระทำมาด้วยวิธีไสยศาสตร์ทั้งหลายนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าทำร้ายเราไม่ได้เลย ให้พกยาแก้กรรมนี้ไว้ถึงมีอยู่ในร่างกายถึงขั้นเข้าเลือดเนื้อไปแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะขับออกมาทั้งสิ้น นอกจากนั้นปฐมพุทธพักตร์นี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้ทำผงสำคัญห้าอีกชนิดที่เป็นดุจแหล่งพลังงานสำคัญทั้งห้าของปฐมพุทธพักตร์ลบถมโดยเฉพาะผสมลงในเนื้อพิเศษเอาไว้ ผงเหล่านี้ต้องแยกพิธีเสกออกเป็นทั้งหมดห้าวาระด้วยกัน(ท่านทำพร้อมกับตอนทำตะกรุดฝังชุดแรก) ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าผงทั้งห้านี้เป็นของประเสริฐ เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกถึง อันจะเป็นปัจจัยให้ก่อเกิดพลังงานและสิริมงคลมากมายแก่ผู้บูชา ซึ่งทุกสิ่งนั้นล้วนเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพ ซึ่งผงทั้งห้านั้นประกอบไปด้วย
    1. ผงหัวใจพุทธะ ท่านลงนะหัวใจพระพุทธเจ้าไว้ พร้อมทั้งประกอบพิธีเสกกำกับด้วยการเชิญเสด็จพระใหญ่และพระพุทธเจ้าทั้งปวงอันได้เคยอุบัติตรัสรู้มาแต่กาลก่อนในอนันต์จักรวาลนี้ มาทำการประสิทธิ์แฝงพุทธานุภาพอันไม่มีประมาณ พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นผงที่ทำยากมากเพราะผงนี้เสมือนสิ่งที่ได้รวมกำลังของสมเด็จพระสัพพัญญูเจ้าทุกพระองค์ไว้แล้ว ท่านว่าเสกยากจริงๆเพราะตัวเราเองเสกไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ไปเสกต้องให้พระเบื้องบนท่านทำให้ ทุกสิ่งเป็นไปด้วยพระพุทธานุภาพ
    2. หัวใจธรรมเวทย์ ท่านลงหัวใจสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้เพื่อลบถมเอาผง พร้อมกับขอความเมตตาเสด็จพระใหญ่ให้ชุมนุมพระเวทย์และพระธรรมทั้งหลาย ประจุพลังงานใส่เข้าไปในผงนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอันพระสัทธรรมนั้นเป็นพลังงานบริสุทธิ์ กำเนิดมาก่อนตั้งฟ้าตั้งดิน เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าปฐมพุทธพักตร์นี้จะได้มีแก่นของพลังงานที่ไม่เหือดแห้ง พร้อมทั้งจะได้ให้กำเนิดสิ่งดีๆแก่ผู้บูชา
    3. หัวใจอรหันต์ ท่านลงหัวใจอรหันต์สาวกอันเป็นหนึ่งในรัตนะที่ยิ่งใหญ่ทั้งสาม พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้เป็นสิ่งแทนบูรพาจารย์ผู้อรหันต์ทั้งหลาย ทั้งภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย เป็นกำลังของพระอรหันต์ขีณาสพทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าสำคัญนักเสมอด้วยครูบาอาจารย์ หากมีจิตน้อมระลึกถึงครูพระอรหันต์องค์ใดแล้วย่อมไปถึงกันทั้งหมด
    4. หัวใจพรหมโลก ท่านลงหัวใจท้าวมหาพรหมไว้ พร้อมกับชุมนุมมหาพรหมในปัญจสุทธาวาสมาเสกและลงอาถรรพ์กำกับอีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นที่สุดของวิชาพรหมเพราะสามารถใช้เชื่อมต่อพลังงานและสื่อสารกับองค์มหาพรหมทั้งหลายสุดที่ใจเราจะปรารถนาได้ ซ้ำผู้บูชายังจะได้รัศมีพรหมอาบกาย เป็นสิริมงคลให้ถึงซึ่งความเจริญและสำเร็จในกิจทุกประการ
    5. หัวใจโพธิสัตว์ ท่านลงหัวใจสมเด็จพระศรีอาริย์เมตไตรย์เอาไว้ พร้อมกับชุมนุมมหาโพธิสัตว์ทั้งหมดในพิภพดุสิต และตามภพภูมิต่างๆให้ประจุพลังงานและเชื่อมต่อถึงกันทั้งสิ้นโดยยกเอาสมเด็จพระศรีอาริย์เป็นประธาน ท่านว่ากำลังของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายนั้นเป็นกำลังที่ดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยกออกจากกองทุกข์ทั้งหลาย ท่านว่าผงนี้สำคัญนัก มีอะไรเกิดกับตัวเรา เราอธิษฐานอะไร พระโพธิสัตว์องค์ไหนอยู่ใกล้องค์นั้นต้องมาช่วยเราก่อนทันที


    ปฐมพุทธพักตร์ชุดนี้พิเศษอย่างไร
    นอกจากมวลสารสำคัญที่ได้ใส่ไปแล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังเพิ่มมวลสารและเคล็ดลับวิชาอื่นๆเอาไว้ด้วย ได้แก่
    - ยาปัดอุบาทว์ ยานี้ท่านว่าทำยากเพราะนอกจากว่านยาที่จะกู้มาแล้วต้องนำมาลงอักขระตามสูตรเสกว่านยาแล้วจึงบดเป็นผงนำมาเข้ากับผงวิเศษต่างๆที่มีฤทธิ์รุนแรงและเป็นความลับอีกห้าชนิดจึงจะสำเร็จ ยานี้ใช้ปัดได้ทั้งเหตุที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติวิสัยหรือผิดธรรมชาติ ทั้งอัปมงคลเป็นลางไม่ดี ทั้งอาเพศ อุบาทว์ เหตุร้ายที่จะเกิดแบบปัจจุบันทันด่วน รวมไปถึงภัยอันตราย ความทุกข์ร้อนที่จะเป็นต้นตอลุกลามมอดไหม้ต่อไปทั้งกับตนเองและวงศ์ตระกูล พ่ออาจารย์ท่านว่าสรุปสั้นๆคือใช้ล้างอาถรรพ์ร้ายทั้งหลายทั้งปวงอันจะปรากฏมีขึ้นในโลกในชีวิตตนได้ดียิ่งนัก
    - ผงงอกเงยเศรษฐีจับช้าง ผงวิเศษนี้เป็นผงตระกูลเศรษฐีที่พ่ออาจารย์ท่านลบถมเอง โดยเมื่อจะทำต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญของครูช้างครูปะกำนำมาประกอบพิธี ทั้งหนังช้าง งาช้าง งวงช้าง หูช้าง... หางช้าง โดยแต่ละส่วนนั้นล้วนมีคุณอยู่ในตัวของมันเอง ท่านนำมาทำวิชาก่อนที่จะเผาตำเอาผงลงวิชาเศรษฐีจับช้าง ท่านว่าวิชานี้ดีอย่างไรทำไมถึงชื่อแปลกๆ ผงวิชาเศรษฐีจับช้างนี้พ่ออาจารย์ท่านว่า ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ มากกำลัง มากบารมี ผงเศรษฐีจับช้างนี้ก็อาศัยกำลังของช้างสำคัญให้เป็นเศรษฐีแบบไม่นึกฝัน ท่านว่าคนที่ถูกเมินเฉย ชีวิตจับแต่งานเล็ก คิดการณ์ใหญ่ ทำสิ่งที่ต้องเติบโตและพัฒนาขึ้นไม่เคยประสบความสำเร็จ ตัวนี้ต้องใช้ผงนี้แก้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเคยทำให้พวกทำธุรกิจลองใช้กันหลายคน ที่บอกว่ามีแต่งานเล็กๆโครงการที่ไม่ค่อยจะได้กำไรกัน รายไหนรายนั้นกลายเป็นได้จับงานใหญ่โตทั้งสิ้น ท่านว่าผงนี้เหมาะสำหรับคนอยากมีพัฒนาการ ต้องการความสำคัญ อยากรับผิดชอบงานใหญ่จะได้รวยและมั่งมีแบบใหญ่โต ซ้ำวิชาเศรษฐีจับช้างนี้ยังสยบการแข่งขัน ปราบปรามคู่แข่ง กำราบปัจจามิตรคิดร้ายให้มีอันเป็นไปได้อีกด้วย
    - ผงสุริยะมณฑลทรงรถ ผงสำคัญนี้ท่านพบในถ้ำที่พม่าเป็นผงสำคัญคู่กับผงจันทร์ทรงกลด พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้ทำไว้โดยฤาษียุคโบราณ เราสอบถามดูได้ความว่าเป็นองค์เดียวกันกับที่คิดประดิษฐ์ยันต์สุริยประภา จันทรประภาให้ใช้กันสืบมานั่นทีเดียว อันผงสุริยะมณฑลทรงรถนั้นท่านว่าเป็นของประเสริฐเลิศเสียกว่าทรัพย์สินจินดามณีใดๆในโลก หาค่ามิได้ หาสิ่งใดเทียบเทียมได้ยาก ถึงขนาดว่าแม้แก้วมณีโชติ สมบัติบรมจักรพรรดิ หรือสมบัติพระอินทร์สิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ไม่อาจเสมอเหมือนได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้จะดีด้านหนุนดวง ซ้ำยังทำให้บุคคลทั่วไปผ่อนคลายอารมณ์ไม่มักโกรธถือโทษเรา ทั้งคนเคารพยำเกรง มีอายุยืนโสตสัมผัสแจ่มใสมิหลงลืมเลือน ทั้งระงับโรคาอาการเจ็บไข้โทษภัยร้ายแรงทุกประการ แม้นได้พบอาราธนากล่าวสืบมาว่าย่อมไม่รู้จักที่จะตกทุกข์ได้ยากนั่นทีเดียว มีค่าดุจได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กระทำสักการะให้ดี
    - ผงจันทร์ทรงกลด เป็นผงสำคัญคู่กับสุริยะมณฑล แต่ผงนี้จะเน้นหนักทางโชคลาภถึงขนาดที่ว่าแม้ไม่มีจะกินเทวดายังเอาอาหารมาให้ และผิว่าถิ่นที่อาศัยของเรารอบบริเวณมีสินทรัพย์สมบัติใดย่อมได้ตกเป็นกรรมสิทธิแก่เราทั้งสิ้น หรือแม้นจะปรารถนาแก้วแหวนเงินทองหรือวัตถุอะไรก็ตาม ให้จัดเครื่องบูชาแก่ผงนี้ดุจบูชาพระสัมมาสมพุทธเจ้า ท่านว่าบำเพ็ญไปเถิดปรารถนาอันใดต้องได้ดั่งใจทุกประการท่านว่าผงนี้สำคัญมากแม้นคนหนียังได้กลับคืน คนรักเอาใจออกห่างยังกลับมาสนใจ เป็นเสน่ห์เมตตาติดกันไม่แยกจาก ดั่งชะตาเปิดรับวาสนาดุจน้ำขึ้นทรัพย์เต็มท้องน้ำ ให้รีบตักรีบโกย ท่านว่าอุปมาไว้แก่ผู้ที่ได้ผงนี้ไปบูชาดุจชีวิตน้ำขึ้นอยู่เช่นนี้เรื่อยไปไม่ลดลงเสื่อมถอยเลย ท่านว่าผงทั้งสองนี้เป็นผงสำเร็จของฤาษีแต่โบราณ หากจะทำพระให้แรงและมีฤทธิ์เสมอหรือเกินกว่านั้นสิ่งอื่นย่อมมิอาจแทนกันได้ ผงนี้จึงเหมาะแก่การสร้างพระพุทธพักตร์ที่สุด พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้ผงสองชนิดนี้เป็นปัจจัยหลักในการสร้างพระผสมมวลสารนั่นเอง
    - ผงฤาษีสัมฤทธิ์ ผงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าหลวงพ่อฤาษีท่านยื่นใส่มือมาให้ บอกแค่ว่าชื่อผงฤาษีสัมฤทธิ์ ให้เก็บไว้รอคนมีบุญเอาไปใช้ ท่านว่าท่านไม่ได้ถามอะไรมากเพราะถือคำพระอริยะเจ้านั้นเป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์ ที่ว่าสัมฤทธิ์แปลว่ามันดีไปหมด เกิดผลทุกอย่าง สัมฤทธิ์ผลไปหมดทุกอย่าง และผงนี้เป็นผงแต่โบราณที่สร้างโดยฤาษีเช่นกันท่านจึงเรียกว่าฤาษีสัมฤทธิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าเก็บมานานจนทำพระพุทธพักตร์นี้ ก็เพื่อจะให้คนมีบุญแต่กรรมบังทั้งหลายได้เอาไปอาราธนาใช้ดู ให้ชีวิตเขาสัมฤทธิ์ เป็นประสิทธิ์เกิดมรรคเกิดผลตามแนวทางของอาชีพและวิถีชีวิตที่คาดหวัง ท่านจึงนำมาผสมพร้อมผงทั้งหลาย


    ทำไมจึงเรียกว่าชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่
    ด้วยเมื่อเริ่มสร้างปฐมพุทธพักตร์นั้นท่านย่าสุชาดามเหสีแห่งองค์อินทร์ท่านอยากให้พ่ออาจารย์ทำเผื่อไว้อีกชุดหนึ่งเพื่อเก็บไว้ให้ลูกหลานในสายของท่าน โดยชุดนี้จะเรียกว่าชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่เพราะจะได้ทำรูปท่านฝังเอาไว้ด้วย
    ซึ่งท่านย่าสุชาดานี้พ่ออาจารย์ท่านว่าอธิษฐานเอาใช้ได้ล้านเรื่อง เมื่อจะทำเป็นเครื่องมงคลก็ได้ชื่อว่าของศักดิ์สิทธิ์ครูบาอาจารย์แต่โบราณท่านสรรเสริญนักแต่ก็สร้างให้สำเร็จได้ยากด้วยว่าต้องตามหาไม้สักศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อพ้องตรงกับชื่อสวามีของท่านคือพระอินทร์หรือท้าวสักกะที่มีลักษณะตรงตามตำรา อันอุบัติขึ้นในเขตแดนของผู้มีชาติตระกูลสูง และทุกอย่างต้องทำให้สำเร็จภายในวันเดียว ......จำเนียรกาลผ่านไปพ่ออาจารย์ท่านก็ได้พบต้นสักนี้ซึ่งมีลักษณะยืนต้นตายพราย สัณฐานภายในนั้นกลวงโล่งโปร่งตลอดอันเป็นลักษณะของไม้โปร่งฟ้า แลต้องอสนีบาตซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนยอดไหม้แต่ก็หาได้ทำอันตรายอันใดให้เกิดกับไม้นี้ได้เลย.....รวมไปถึงพรรณคุณต่างๆต้องกับตำรา พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาตามตำราทั้งบริเวณที่ขึ้น ตลอดจนต้นไม้โดยรอบที่ฟ้าผ่าไฟไหม้ราบไปหมด จึงได้ทราบจากเจ้าของที่ดินว่าคนที่มาตัดล้วนแต่มีอันเป็นไปทั้งสิ้น ท่านจึงพลีกรรมบวงสรวงบูชาเทพารักษ์ ทั้งยังบอกกล่าวปู่พระอินทร์ เพื่อขอไม้สำคัญนี้มาสร้างมงคลวัตถุ….โดยพ่ออาจารย์ท่านเน้นสร้างให้ตรงตามตำราทุกอย่าง ท่านว่าถือเอาฤกษ์ปีใหม่ไทยซึ่งเป็นพิธีเถลิงศกใหม่ของคนไทย จะได้เป็นเคล็ดเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ จัดพิธีพลีกรรม ตัดไม้ รวมถึงแกะสลัก ทุกอย่างต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียวเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตรงหัว อยู่ในจุดสูงที่สุด รุ่งเรืองและร้อนแรงที่สุด พ้นไปจากนั้นถือว่าใช้ไม่ได้ ดังนั้นองค์พระจึงแกะได้อย่างศิลป์ทั่วไป ขาดความสวยงามและประณีตอยู่บ้างตามกำหนดเวลาที่มีเพียงเล็กน้อยเพราะถือเคล็ดพระเจ้าทันใจ ทำอะไรใช้อะไรจะได้สำเร็จทันใจไม่ทันข้ามวัน
    มหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่คือองค์แม่ย่าสุชาดา ท่านรับว่าใครที่ได้ไปบูชาอาราธนา ให้หมั่นสวดคาถาที่ท่านประทานให้ไว้อาราธนากำกับองค์พระนั้น ให้สวดอยู่เนืองๆ มีอะไรให้บอกกล่าวแก่แม่ย่าใหญ่โดยตรงท่านจะรับเป็นธุระ จะช่วยเหลือบุคคลทั้งหลายนั้นให้เป็นลำดับแรกแม้ผู้ใช้มีศรัทธาอาราธนาเดือดร้อนเมื่อใด หรือจะประสงค์อยากบอกกล่าวขอความช่วยเหลือแม่ย่าผู้เป็นใหญ่เหนือเทพธิดาทั้งหลายในสวรรค์แม้ใครเดือดร้อนไม่ต้องรอบุญทำกรรมแต่ง แม่ย่าใหญ่ท่านรู้ท่านต้องรีบช่วยก่อนเพื่อคลายความร้อนให้กับลูกหลานเช่นนั้น
    พ่ออาจารย์ท่านเน้นย้ำว่าอันรูปแม่ย่าใหญ่นั้นสำคัญนักเพราะท่านโองการให้สร้างไว้เพื่อลูกหลายในสายแม่ย่าสุชาดาจะได้มีของในสายบารมีท่านไว้ใช้โดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ใช้ได้ล้านเรื่อง เรื่องสารพัดบรรดามีทั้งหลายนับล้าน ล้าน ถ้วนทุกประการทั้งแสนจิตล้านใจบนบอกขอพรได้ไร้ข้อห้าม มีมนต์ปลุกเป็นการทำวิชาเช่นของเฉพาะกาลภายในท่านเป่าอักขระมนต์คาถานับหมื่นแสน เชิญพระเวทย์และพระธรรมตลอดจนเชิญแม่ย่าให้นำสมบัติสวรรค์มาเป็นหลักชัยแก่ผู้บูชา ท่านว่าแม่ย่าได้ปกาศิตบอกไว้ชัดแจ้งเพราะเสกคราวเดียวกับพญาอินทร์ล้านช่องท่านจึงได้ดึงเอาคุณแห่งปาริชาตสวรรค์มาเป้นกำลังในองค์แม่ย่าใหญ่ด้วย ท่านว่าคุณแห่งปาริชาตสวรรค์ปรากฏขึ้นแล้วแก่ตาโลก ผู้ใดได้ไว้ เสมือนมีบุญพบต้นปาริชาตนั้นทีเดียว บอกได้เท่านี้ ก็แม้แต่เทวดาผู้มีเดชอันใหญ่ มีกำลังมาก สามารถเนรมิตสิ่งต่างๆบรรดามีได้ดังใจนึกยังต้องการปาริชาตสวรรค์ นั่นก็เพราะเทวดานั้นจะเนรมิตสิ่งใดก็ได้เพียงตามกำลังบุญวาสนาของตนนั้น หาได้เสมอด้วยปาริชาตสวรรค์ที่มีกำลังมากเกินบุญของเทพยุดาถ้วนทุกตัวตน....


    ชุดมหาอุบาสิกานั้นพ่ออาจารย์ท่านลงตะกรุดสลับ กลับ คลาด ฝังเอาไว้
    ตะกรุดสลับ กลับ คลาด มหาพิบัติฟ้าชำระจิตวิญญาณดอกนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากจะใช้ให้ตัวเราคลาดแคล้วกับเคราะห์กรรมหลักและเศษกรรมแล้ว ยังต่อต้านอกุศลกรรมในตัวเองอีกด้วย โดยปกติของคนที่อาราธนานั้น ท่านว่าเขาจะรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าเรื่องเคราะห์หามยามซวยทั้งหลายที่มาเกิดกับตัวเขานั้น จะถูกสลับสับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมันจะหนีจะย้ายจากตัวเขาไปลงอยู่กับเหล่าคนที่มีกรรมอกุศลร่วมกันแทน เรียกกลายๆว่าให้เขาเป็นตัวตายตัวแทน รับเคราะห์แทนเราก็ได้ เช่นนั้นจึงเรียกได้ว่าสลับ กลับ คลาดทั้งหมด
    - สลับ คือสับเปลี่ยนตัวตน
    - กลับ คือย้อนเจตนาและการกระทำกลับไปให้ผู้ทำ
    - คลาด คือคลาดแคล้วเนื้อตัว ไม่ได้กล้ำกรายให้ต้องทุกข์ โทษ ภัย

    นอกจากจะเปลี่ยนชีวิตให้กลับตาลปัตรแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้ต้องทำความเข้าใจไว้ ว่ามันกลับเฉพาะอกุศลกรรมและเคราะห์ภัยรวมไปถึงเศษกรรม หากแต่กุศลกรรมก็ยังเสวยกันไปได้อย่างปกติมิใช่บางเรื่องดีอยู่แล้วจะกลับไปเลวลง ด้วยคนใช้ตะกรุดนี้ถูกลิขิตไว้แล้วให้ต้องพุ่งขึ้น สูงขึ้น ไม่ตกต่ำลงเท่านั้น นอกจากสลับ กลับ คลาดตัวบุคคลแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่ายังย้อนกลับทุกความคิดปองร้ายและการกระทำด้วยคุณไสย อวิชชา เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ให้กลับคืนเข้าหายังผู้กระทำด้วย
    แม้ใครจะเล่นงานเราก็เข้าผิดที่ผิดทาง ทำอะไรเราก็ทำผิดตัวผิดตนวนอยู่แบบนั้น มันจะเป็นเช่นนั้นอยู่ร่ำไป วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันไม่ได้ไปหยุดยั้งกรรมไม่ให้เกิด แต่มันกลับสับเปลี่ยนให้ตกกับคนที่มีกรรมร่วมกัน ให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็นแทนนั่นเอง ท่านจึงอุปมาคุณวิเศษของตะกรุดนี้เสมอดุจว่าเสมือนหาตัวตายตัวแทนทีเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเรามารองรับเคราะห์กรรมเรา ย้อนสนองคืนการกระทำให้เขาไปตามเจตนาและชะตาฟ้าที่ควรจะเป็นเช่นนั้น


    เมื่อท่านได้ใช้ไม้ขนุนตายพรายมาลงอาถรรพ์สำคัญให้มีกินมีใช้ไม่รู้สิ้นซ้ำยังหนุนดวงเสริมส่งวาสนาคนใช้แล้ว ท่านก็นำไม้ขนุนตายพรายนั้นมาแกะแม่พิมพ์เป็นปฐมพุทธพักตร์ โดยเศษเนื้อไม้ที่เหลือจากการแกะแม่พิมพ์นั้นท่านก็ได้ผสมลงไปในเนื้อพระด้วย พร้อมกับใช้น้ำผุด คือน้ำทิพย์ที่ผุดขึ้นในเศียรพระเจ้า ในพระพุทธบาท และสถานที่อาถรรพ์สำคัญต่างๆมานวดเนื้อพระตอนท่านผสมสูตรเพื่อจะกดพิมพ์ซึ่งเมื่อท่านได้ทำการกดแม่พิมพ์ออกมาแล้วนั้นก็นับเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่งที่องค์พระนั้นแย้มพระโอษฐ์และอ้าปาก พ่ออาจารย์ท่านหัวเราะแล้วกล่าวว่าพระอ้าปากเช่นนี้ยังไม่เคยเห็นจะมีใครทำ ซึ่งเสด็จพระใหญ่นั้นได้นิมิตสื่อใจกับพ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระนี้ท่านตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อใดที่พระศาสดาองค์ปฐมนั้นเผยพระโอษฐ์ตรัสพุทธดำรัส เมื่อนั้นพระสัทธรรมเทศนาก็จะออกมาจากพระโอษฐ์นั้น พระสัทธรรมนี้เป็นแสงสว่างที่ใช้ทำลายความมืดได้ทุกสิ่ง เป็นไปเพื่อความหลุดพ้น เป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพาน พ่ออาจารย์ท่านว่าที่เปิดพระโอษฐ์นี้ก็ด้วยเหตุผลสองนัยสำคัญ ประการแรกดั่งที่ได้กล่าวมาแล้ว ชีวิตคนใช้จะเหมือนมีพลังอำนาจแห่งสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ไหลออกมาจากพระโอษฐ์นั้นตลอดเวลาเพื่อค้ำจุนเกื้อหนุนชีวิต เป็นแสงสว่างที่ทำลายความมืดและขจัดอุปสรรคเป็นพลังงานที่จะไหลบ่าออกมาอาบสรรพางค์กายของตนตลอดเวลาไม่รู้เหือดรู้แห้ง กับอีกนัยหนึ่งนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่า ยังดีทางลาภผลไม่รู้สิ้นด้วย คนใช้จะมีลาภเข้ามาตลอดมิขาดมิพร่องเลย ดุจเสด็จท่านนั้นเปิดปากเพื่อโปรดสัตว์กระทำภัตกิจเสวยพระกระยาหาร เมื่อเปิดแล้วต้องอิ่ม ต้องบริบูรณ์ สมบูรณ์ ทุกสิ่งที่เป็นไปเพื่อการดำรงค์ชีพ หน้าที่และภารกิจทั้งหลาย ย่อมเสร็จลงอย่างง่ายดาย ท่านว่าจะพูดกันตามตรงแล้วพระเจ้าเผยพระโอษฐ์นี้ยิ่งกว่าเคล็ดพระเจ้าเปิดบาตรมากนักเป็นมหาลาภใหญ่ถึงที่สุดไม่มีสิ่งใดจะเปรียบจะวัดได้ ท่านว่าปฐมพุทธพักตร์นี้จึงมีแต่ผู้คู่ควรกันและเสด็จพระใหญ่ท่านดลใจไว้แล้วจึงจะเห็นถึงความสำคัญตรงนี้

    คาถาบูชา ตั้ง(นะโม 3 จบ)
    พุทธปฐมัง โลกะวินา ระนาระมัททาติหาระภัง อิติวิทธิ พุทธะนิมิตตัง ทิสวาทิตัง มาเวโส เอติหาเร นะโมพุทธายะ พุทธะปฐมัง กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา ทุกขังอนิจจัง ทุกขังอรหังสุคโต ภควาติ อิติภควาพุทโธโลเก


    ### ปฐมพุทธพักตร์ชุดมหาอุบาสิกานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของเฉพาะกาล เฉพาะลูกหลานที่มีบุญบารมีร่วมกันในสายแม่ย่าสุชาดาซึ่งท่านว่าลูกหลานชุดนี้จะเป็นคนที่ท่านเคยอุปถัมภ์มาหลายภพหลายชาติและจะยังอุปถัมภ์กันต่อไป เมื่อเขาได้พบกับชุดแม่ย่าใหญ่นี้ก็เสมือนกับแม่ได้เจอหน้าลูกเมื่อได้พบกันแล้วเรื่องเดือดร้อนทุกข์ใจ กรรมตัดรอนต่างๆย่อมคลี่คลายด้วยท่านจะกำกับรักษาเราเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าแม่ย่านี้ท่านเมตตาหนักมากซ้ำยังมีบริวารและทรัพย์สมบัติมากตามวิสัยสตรี เวลาท่านอุปถัมภ์อุ้มชูผู้ใดท่านว่าวิสัยเทพสตรีนี้จะต่างกับเทวดามาก ลองเอาไปอาราธนาดูเถอะบอกได้แค่ว่าท่านทรงฤทธิ์และก็ใจถึงหนักมากพอๆกับฤทธิ์ของท่านทีเดียว เพราะท่านให้ไม่นับดุจแม่ให้ลูกจริงๆ

    *** ปฐมพุทธพักตร์ชุดนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากให้ได้ใช้กันในครอบครัวและอยากให้คนที่มีปัญหาเดือดร้อนและมีบุญสัมพันธ์กับแม่ย่าได้พึ่งบารมีท่าน เช่นนั้นท่านจึงนำออกให้บูชาด้วยปัจจัยว่าถึงเวลาแล้วองค์แม่ย่าท่านบอกมาแบบนั้น รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลและความประสงค์ที่ปรารถนาบอกกล่าวกับแม่ย่าใหญ่เอาไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการอธิษฐานจิตให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ปฐมพุทธพักตร์สลับ กลับ คลาดเนื้อยาแก้กรรมปัดอุบาทว์(ชุดมหาอุบาสิกาท่านย่าใหญ่) บูชา 2,500 บาท

    71186260-1001135943561891-5632268220455976960-n.jpg 71827250-2493464880877101-6633495474487689216-n.jpg
    71499100-1155213864679600-7778893587961348096-n.jpg
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    ดูจากยอดจองแล้วบางท่านสอบถามมาถึงสิบองค์ ของไม่มีนะครับ ชุดนี้ผมขอจำกัดให้ได้มากที่สุดเต็มที่เลยคนนึงไม่เกินสององค์ แบ่งๆกันไปใช้นะครับ
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่แมน EI 3031 0202 4 TH

    พี่พรหมพล EI 3031 0203 8 TH
     
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    เดี๋ยวพรุ่งนี้ติดตามพูดคุยเรื่องสำคัญกันนะครับ
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,541
    ค่าพลัง:
    +22,229
    เรื่องของเทพ
    เดี๋ยววันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องของเทพอาถรรพ์... ซึ่งเทพองค์นี้พ่ออาจารย์ท่านหวงแหนเอาไว้เรียกว่าอย่าว่าแต่เอาออกมาให้คนบูชาเลยแค่ได้เห็นยังยากสุดๆ ด้วยเป็นเครื่องมงคลที่ทำไว้สำหรับคนเดือดร้อนดวงตกชะตาขาดถึงขั้นวิกฤติหาที่พึ่งไม่ได้(แบบเทพไม่กล้าช่วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์หมดปัญญา)โดยเฉพาะ ซ้ำเทพฮินดูองค์นี้เมื่อได้รับไปแล้วยังไม่ต้องการการบูชาใดๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าห้อยก็ไม่ต้องห้อยคอทำเป็นเครื่องรางเอาไว้ก็พอ ยิ่งพกไว้ต่ำก็ยิ่งดีกับตัวเอง(ไม่ใช่งั่งนะครับ) ด้วยหลายๆอย่างค่อนข้างจะแหวกกฏที่เราๆเคยบูชาองค์เทพกันมา แต่พอรู้ว่าเป็นใครท่านอธิบายมาก็จะเห็นภาพและทราบทันทีว่าพกแบบนี้ได้แถมไม่ต้องบูชาสังเวยใดๆนี่ก็สะดวกสุด
     

แชร์หน้านี้

Loading...