ร่วมทำบุญบูชา รูปสลักพระผู้มาโปรดองค์ปฐมกำเนิดกาลิงคะพราหมณ์(ไถ่ถอน,นิรโทษ,โรมรัน) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 12 ตุลาคม 2014.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ทักถามกันมาหลายคน. ....อดใจรอกันนะครับสำหรับเทพองค์นี้ที่พ่ออาจารย์ท่านออกปากเรียกว่า "พ่อใหญ่"
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    วันนี้เดี๋ยวมาติดตามพูดคุยกันนะ
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ก็มีคำถามเข้ามาหลายคนหลายๆครั้งเกี่ยวกับเรื่องเครื่องมงคล ว่าไปเช่าต่อเขามาจะประสิทธิ์ใหม่ได้มั๊ย บางอย่างมันทำไม่ได้จริงๆครับ(อันนี้พูดถึงที่มีการประสิทธิแบบเจาะจงคนเจาะจงเรื่องหนักๆเลย) ส่วนใหญ่เครื่องมงคลจะใช้กันได้ในครอบครัวในหมู่ญาติมิตรเพื่อนฝูงหรือคนที่เราให้เขาหยิบยืม แม้ตกไปกับญาติ ลูกหลาน ผู้สืบสายโลหิตเช่นนี้ก็ถือว่าใช้ได้อันนี้ขอย้ำหนักๆว่าให้ดูกันให้ดีๆเพราะเครื่องมงคลบางอย่างก่อนออกจากมือท่านไปท่านต้องบอกกล่าวทั้งชื่อนามสกุลอันนี้ไม่เท่าไหร่ยังพอเปลี่ยนมือกันได้ แต่บางอย่างต้องประสิทธิ์ใช้ทั้งชื่อสกุลวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟาก ดังนั้นเครื่องมงคลบางอย่างบางประเภทนั้นคือเจ้าของเขาใช้ได้อยู่ผู้เดียว ทำเพื่อเป็นของๆเค้าเราไปเอามาก็ยังเป็นของเค้าอยู่ ถ้าจะบูชากันต่อก็ขอให้เลือกเป็นชนิดที่ไม่ได้ทำการประสิทธิ์ลึกไปถึงวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟาก หรือชนิดที่ผูกคำขอพันธะคำสัญญาคำอธิษฐานฝากเอาไว้ตั้งแต่ทำการประสิทธิ์นะครับ ให้เลือกชนิดที่ไม่ได้ประสิทธิ์แบบเฉพาะคนเฉพาะเรื่องอันนี้ยังพอบอกกล่าวเปลี่ยนมือกันได้เรียกว่าไม่มีกรรมร่วมกัน ***ที่พูดข้างต้นนี้คือเครื่องมงคลเฉพาะอย่างที่บอกกล่าวไว้ แต่ถ้าไม่ได้บอกกล่าวประสิทธิลึกๆอันนี้เปลี่ยนมือได้สบายใจ

    ติดตามกันนะครับ พรุ่งนี้จะลงพ่อใหญ่ หรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าครูใหญ่ด้านการไถ่ถอนบาปฝ่ายเทพของท่านซึ่งหนนี้ท่านทำเป็นเครื่องรางพกลงเอวได้ รายการนี้กะซิบว่าเฉพาะแค่ของที่ฝังด้านหลังก็เกินคุ้มแล้ว เอากันแค่ข้างหลังอย่างเดียวก็ทำยากมากใช้เวลาเป็นปีๆทีเดียว ซ้ำรายการนี้ยังมีอะไรมากกว่าการไถ่ถอนบาปด้วย ท่านว่าจริงๆแล้วคติพุทธเรานั้นทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ แต่คนบางคนกรรมนั้นตามไม่ปล่อยจริงๆท่านจึงใช้คติพราหมณ์และโองการแห่งองค์เทพตลอดจนแรงครูใหญ่ฝ่ายนี้โดยเฉพาะมาช่วย รายการนี้ถือเป็นของพิเศษจริงๆเพราะปกติย้ำไว้เลยว่าองค์หนึ่งๆท่านจะไม่ได้เอาออกมาให้ใครบูชาเลย แต่สมัยก่อนท่านจะมอบให้เฉพาะกับคนที่ทำบุญกับโครงการที่ท่านดูแลอยู่ตกแสนบาทโดยที่ไม่ขอรับอะไร นั่นแหละท่านจึงจะมอบพ่อใหญ่เป็นน้ำใจให้เขาไปองค์หนึ่ง ซึ่งคนประเภทนี้ก็มีไม่มาก และท่านก็ไม่ได้แจกพร่ำเพรื่อจะมีบางแบบบางคนได้บางคนก็ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ตรวจดวงเห็นว่าในอนาคตเขาจะร้ายมากกว่าดีจริงๆก็ไม่จำเป็นต้องถึงมือพ่อใหญ่เลยท่านถือคติแบบนี้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าท่านมั่นใจพ่อใหญ่ของท่านว่ามีค่าพอจะตอบแทนน้ำใจคนได้มากขนาดไหน เช่นนั้นเมื่อท่านยอมนำออกให้บูชาในแบบที่เราพอจับต้องกันได้ก็รับกันไว้เถอะครับ รายการนี้เห็นแล้วถ้ามองตาเปล่าผมถือว่ามันดูขลังดูมีเสน่ห์ของเครื่องรางสมบูรณ์จริงๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 ตุลาคม 2019
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลรับโอกาสไถ่ถอนบาปเปลี่ยนผ่านกาลเวลาพระทักษะประชาบดี(ฝังยอดขุนทรัพย์เสด็จกลับ)

    " จากอหังการกลายเป็นความเสียสละตน ...คุรุผู้เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการสำนึกบาป "

    ใครๆก็กลัวพระทักษะแต่อยากได้พรจากพระทักษะ(แม้แต่เทพเจ้า) เพราะพระทักษะนั้นปากท่านศักดิ์สิทธิ์เกินใครด้วยมีตบะมาก ท่านสาปแม้กระทั่งพระนารทพรหมฤาษีให้เร่ร่อนอยู่ไม่เป็นที่ไม่เป็นทางพระนารทก็ต้องเร่ร่อนไปตลอดกัปกัลป์เช่นนั้น แม้ท่านให้ความช่วยเหลือใครท่านก็ทำอย่างไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้นเช่นเหตุการณ์ของพระจันทร์ที่ท่านยื่นมือเข้าช่วยลูกสาว โดยสาปพระจันทร์ที่ลำเอียงรักลูกของท่านไม่เท่ากันให้มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงจนเกิดเว้าแหว่งซึ่งแต่เดิมจันทร์นั้นเต็มดวงตลอด...ดังที่ยกตัวอย่างจะเห็นว่าเหตุการณ์ทุกเหตุหากพระทักษะได้สาปใครแล้วแม้แต่ตรีเทพก็แก้ไขไม่ได้ ในขณะเดียวกันหากท่านให้พรหรือช่วยเหลือผู้ใดคำพรนั้นก็จะยิ่งมีกำลังมากและท่านจะช่วยอย่างไม่เกรงฟ้าเกรงดิน

    องค์พระทักษะนั้นท่านเป็น "มนัสบุตรแห่งพรหมมา" กล่าวได้ว่าท่านเป็นผู้ที่เป็นทิพย์อยู่ตลอดเวลามีอำนาจทิพย์สภาวะสูงสุดตั้งแต่เกิด เพราะท่านเกิดจากใจพระพรหมเกิดจากความต้องการที่จะให้ท่านทำหน้าที่พิเศษในโครงข่ายการสร้างจักรวาลหาได้เกิดจากครรภ์ของสตรีดังปุถุชนทั่วไปไม่ เมื่อบังเกิดขึ้นมาเบื้องต้นแล้วองค์ทักษะได้ทำหน้าที่ในการสร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทวยเทพ อสูร นาค ครุฑ ปิศาจ ทั้งหลายให้บังเกิดมีเต็มพื้นที่แห่งจักรวาล โดยการมอบลูกสาวให้เป็นชายาเทพเจ้าทั้งหลายซึ่งลูกๆของท่านนั่นเองที่เป็นต้นกำเนิดทุกเผ่าพันธ์ ในบรรดาพระฤาษีที่นับเป็นพระประชาบดีซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาผู้ยิ่งใหญนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเห็นจะมีเพียงแค่สองท่านที่ปรากฏเกียรติอย่างชัดแจ้งนั่นคือ พระกัศยปเทพบิดรและพระทักษะเท่านั้น ด้วยพระทักษะได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาของเทพเจ้าที่เทพทั้งหลายเกรงใจและเกรงกลัวกันหนักหนา ซ้ำยังมีเกียรติเป็นพ่อตาของพระกัศยปเทพบิดรอีกด้วย องค์ทักษะนั้นท่านเป็นประชาบดีคือผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน,ผู้เป็นใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ทั้งหมด ซึ่งนามประชาบดีนี้จะจัดไว้ใช้เฉพาะอย่างจำกัดเอาไว้เรียกเทพที่มีเกียรติยิ่งใหญ่เป็นต้นตอของเผ่าพันธ์ทั้งหลายจริงๆอย่างพระพรหมเช่นนี้ก็เป็นประชาบดี โดยหน้าที่ของพระประชาบดีก็คือการให้กำเนิดเหล่ามนุษย์และเทวดาตลอดจนกลไกมหาจักรวาล ด้วยพระทักษะนั้นท่านเกิดขึ้นมาจากบาทของพระพรหม และถือว่าท่านเป็นบิดาของเทพฝ่ายสตรีทั้งหมด ทั้งยังเป็นพ่อตาของเทพเจ้าหลักๆทั้งสวรรค์รวมไปถึงพระกัศยปเทพบิดร อาจจะบอกได้ว่าท่านเป็นเทพองค์แรกที่สร้างระบบกลไกการให้กำเนิดมนุษย์โดยมีบุตรสตรีให้สมรสกับเทพต่างๆตามโองการบรมบิดาพรหมเทพที่ให้ท่านทำหน้าที่สำคัญนี้ ดุจว่าท่านเป็นรากเหง้าของเผ่าพันธุ์ทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าจุดสำคัญที่คนไม่ค่อยรู้คือพระทักษะเป็นบิดาของกลุ่มดาวนักษัตทั้งหลายที่มีผลต่อชะตามนุษย์โดยตรงซึ่งเป็นชายาของพระจันทร์ ดังนั้นท่านจึงมีอำนาจเหนือวิถีดวงดาวและเหนือชะตากรรมเป็นดาวข่มของคนที่เวรกรรมตามเล่นงานได้เป็นอย่างดี ซ้ำบุตรเขยทั้งหมดไม่ว่าจะเทวะองค์ใดของพระทักษะประชาบดีหากสุ่มชื่อขึ้นมาก็ล้วนแต่เป็นเทวราชทั้งสิ้นซ้ำยังมีอิทธิฤทธิ์และอำนาจบารมีสูงกันทั้งนั้น และยังได้ชื่อว่าเขยทุกคนนั้นเกรงกลัวพ่อตากันอย่างถึงที่สุดชนิดกลัวจับขั้วหัวใจ พ่ออาจารย์ท่านถึงกับออกปากว่าหากมีรูปพระทักษะอยู่เหล่าเทพเจ้านี่เขาเกรงใจเราแทบจะเหมาสวรรค์เลยนะ เช่นนั้นท่านจึงเรียกองค์ทักษะว่า"พ่อใหญ่"

    ด้วยอหังการต่อพระศิวะที่ทำให้ถูกตัดเศียรและนำหัวแพะที่ใช้บูชายัญมาต่อแทน พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือการรับกรรมและการให้ชีวิตเกิดขึ้นใหม่ภายในพิธีบูชายัญ ท่านว่ากรณีของพระทักษะนี้น่าสนใจจริงๆเพราะเทพองค์อื่นก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัยพระคเณศมีแต่องค์พระศิวะเท่านั้นที่จะคืนชีวิตให้และก็หาหัวช้างมาต่อแทน แต่ในกรณีพระทักษะนั้นท่านใช้หัวแพะที่นำมาบูชายัญ เช่นนั้นหลังจากเกิดใหม่แล้วพระทักษะจึงนอบน้อมแต่องค์พระศิวะและกลายเป็นตัวแทนของการไถ่บาปและให้โอกาสจากพระเป็นเจ้า แต่เดิมท่านเป็นมหาราชของภพภูมิที่ได้ชื่อว่าเจริญและยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลเป็นพระประชาบดีที่มีอำนาจควบคุมและสั่งการเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายได้ดั่งใจต้องการ เมื่อเกิดใหม่นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าบทบาทของพระทักษะที่ได้รับหลังจากการชุบชีวิตจากครูพระสยมนั้น ท่านตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อการไถ่บาปและให้กำเนิดชีวิตที่ดีงามทั้งปวง ท่านเป็นดั่งตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านจากช่วงเวลาระหว่างความทุกข์กลายเป็นความสุข จากความตายกลายเป็นการให้ชีวิตใหม่...เป็นการเริ่มต้นบทบาทหน้าที่ตลอดจนโอกาสและพฤติกรรมใหม่

    ที่ผ่านมามีแต่คนถามหาของเพื่ออยากจะใช้ไถ่ถอนชะตากรรมเปลี่ยนบาปกรรมที่ตนได้เคยทำไว้ในอดีตชาติอันส่งผลต่อผลกรรมทุกวันนี้ ท่านว่าใครไม่เป็นเราไม่รู้หรอกว่ามันยากตั้งแต่คิดจะเริ่ม ไอ้ทำของจะไถ่ถอนบาปกรรมแบบนี้เริ่มมาก็ยากแล้ว ด้วยไม่ใช่อำนาจของมนุษย์จะแก้ไขได้นอกจากเทพเจ้าผู้มีหน้าที่ด้านนี้หรือองค์พระสยมองค์ปรพรหมเหล่านี้ เช่นนั้นองค์ปรพรหมท่านจึงแนะนำให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระทักษะขึ้นมาด้วยท่านเป็นครูของสายวิชาการไถ่บาป รูปของท่านนั้นมีอำนาจลี้ลับเฉพาะที่ส่งผลต่อการไถ่ถอนบาปกรรมทั้งปวงด้วยท่านเป็นทั้งมหาฤาษีและมหาประชาบดีที่มีพระเศียรเป็นแพะที่ใช้ในพิธีบูชายัญ ดังนั้นองค์พระทักษะจะให้ผลแห่งการไถ่บาปโดยตรง เรื่องไม่ดีหรือเศษกรรมทั้งหลายจะมาลงกับครูช่วยให้พ้นจากบาปที่ต้องชดใช้ในสิ่งที่เคยทำไม่ดีไว้(พ่ออาจารย์ท่านว่ามีอะไรนี่พุ่งลงหัวแพะที่ใช้บูชายัญหมดเลยนะ แต่เราต้องรู้ด้วยว่าหัวแพะนี้ไม่ใช่แพะธรรมดาอีกต่อไปแต่เป็นแพะระดับมหาเทพอย่างพระทักษะประชาบดี) เมื่อทำรูปของพระทักษะนั้นผู้ใดได้รับอาราธนาไว้ ท่านจะเปลี่ยนจิตใจของคนจะส่งผลให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงทางดีงามไพบูลย์อย่างกระทันหัน เมื่อมนุษย์มีบาปกรรมพอกพูนสั่งสมเช่นนั้นบาปของมนุษย์ต้องถูกชำระให้บริสุทธิ์ก่อนสิ่งอื่นใดเพื่อจิตวิญาณของเขาจะได้สะอาดพอสมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ องค์ปรพรหมท่านว่าไฟแห่งยัญพิธีและเศียรแพะที่ใช้บูชายัญอันนำมาต่อให้พระทักษะนั้นจะคืนโอกาสและความบริสุทธิ์ทั้งช่วยชำระล้างความบาปในอดีตของมนุษย์ให้เริ่มต้นชีวิตที่ดีงามมีความสุขพรั่งพร้อมขึ้นมาใหม่ได้ ดั่งองค์พระทักษะที่เป็นครูเป็นตัวแทนของการไถ่บาปทั้งปวง

    องค์ปรพรหมท่านโองการให้พ่ออาจารย์ท่านสร้างพระทักษะในปางบูชากองกูณฑ์อัคคีท่านว่าปางนี้จะยิ่งมีอำนาจกำลังตบะสูงส่งมากนักเป็นตบะของพระทักษะที่เหล่าเทพเจ้าทั้งหลายหวั่นเกรงนั่นทีเดียว ในรูปนี้องค์พระทักษะจะได้รับเคราะห์ภัยและบาปอกุศลธรรมทั้งหลายแทนลูกๆที่บูชาไว้กับตัวเองพ่ออาจารย์ท่านว่ามีเท่าไหร่เผาลงไฟพิธีทั้งหมด คนใช้จะได้หนุนดวง พลิกดวง ต่อต้านวิบากกรรมได้ ทีนี้ขออะไรก็ง่ายก็สำเร็จ เพราะไม่ติดวิบากกรรม ท่านไถ่ถอนให้ทั้งหมด พ่ออาจารย์ท่านว่า ###องค์ปรพรหมท่านกำชับมาเองเลยว่าต้องทำแบบนี้ให้พระทักษะนั้นยื่นเครื่องสังเวยลงกองไฟ นั่นคือมีสิ่งที่ใช้สังเวยแทนตัวเราทดแทนและไถ่ถอนเราจากเคราะห์ภัยทั้งหลาย ให้กำลังครูกำลังตบะอันแกร่งกล้าของทักษะประชาบดีนั้นไถ่ถอนเราต่อหน้าไฟพิธีผ่านยัญกิจโดยองค์พระทักษะประชาบดีผู้เป็นครูของการไถ่ถอนบาปทั้งปวง

    เมื่อไถ่ถอนสิ่งที่ติดค้างเป็นดั่งเงาตามตัวของเราออกแล้ว ครูพระทักษะยังมีดีทุกๆด้านสารพัดจะใช้ ท่านว่าใครใช้ เคราะห์หดหาย เคราะห์จืด เคราะห์จาง เคราะห์หมด องค์ทักษะรับเคราะห์แทนเรากลืนกินเคราะห์กินสิ่งไม่ดีในธาตุบันธ์และวิญญาณของเรา ท่านจะแปลถ่ายออกมาไปในรูปของกระแสพลังงานทางเมตตามหาเสน่ห์มหานิยม ยิ่งอดีตเรามีบาปให้ชำระมากเท่าไหร่องค์พระทักษะยิ่งมีกำลังเข้มแข็งเท่านั้น สมกับการปรับเปลี่ยนสถานการณ์เพื่อจะได้เกิดใหม่มีชีวิตใหม่ที่ดำเนินไปอย่างสงบสุข ทั้งจะกลับร้ายกลายเป็นดี ล้างอาถรรพ์ มนต์ดำ ให้ชนะทุกปัญหาชนะทุกอุปสรรค เป็นเมตตาชนะใจคนทั้งหลาย ท่านว่าอย่าว่าแต่มนุษย์เลยแม้เทวดาก็พาให้เมตตารักใคร่เสน่หาเกื้อกูล ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านยังลงวิชาอาถรรพ์ด้วยหัวใจของครูแพะไว้ด้วยให้เป็นแพะเศรษฐีแพะตำรับเรียกเงิน,เรียกทอง,เรียกโชคลาภให้ทวีเข้ามามากขึ้น ใครมีครูพระทักษะนั้นบอกได้คำเดียวว่า“ ร่ำรวย” นอกจากไถ่ถอนบาปแล้วยังเสริมเรื่องวิชาแพะเอาไว้ครบถ้วน ด้วยจะเป็นตัวรับเคราะห์กรรมแทนเจ้าของ ครูท่านจะกินบาปเคราะห์เป็นอาหาร องค์พระทักษะนี้ท่านทำเพื่อให้คนใช้นำไปบูชาโดยหวังประโยชน์ใหญ่ให้คนใช้นิราศทุกข์พ้นทุกข์จริงๆ โดยท่านได้ใช้ความเพียรอุตสาหะหาฤกษ์ยามลงแผ่นจารวิชาล้างบาป,ไถ่ถอนกรรมเอาไว้ทีละแผ่นๆ เอาแต่เนื้อแผ่นชนวนที่เสกอย่างเข้มขลังเท่านั้นไม่ให้มีโลหะสิ่งใดเจือปนมาเทหล่อเป็นองค์พระทักษะประชาบดี พระผู้ปลดปล่อย ไถ่ถอนและรับบาปแทนลูกทั้งหลาย องค์พระทักษะรุ่นนี้สร้างยากมากพ่ออาจารย์ท่านว่าต้องเสกเชิญครูเก็บไว้เพื่อที่จะใช้เมื่อถึงกาลถึงวาระจริงๆเท่านั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าความหมายมันก็ตรงตัว คือไถ่ถอนบาปกรรม ให้โอกาสเมื่อสำนึกผิดและนำลูกๆเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาไปยืนอยู่ในจุดสูงสุดที่มีความสุขอย่างแท้จริงซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของครูพระทักษะประชาบดี ท่านว่าองค์พระทักษะที่ว่าสร้างยากนั้นก็เพราะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรม ท่านว่าไม่มีใครอยากจะทำให้กันหรอก ตอนปรพรหมท่านสั่งท่านก็กำชับมาท่านก็ย้ำหนักหนาว่าต้องเลือกคนให้ ไว้ทำยามบ้านเมืองคับขัน ประชาชนเดือดร้อนข้าวยากหมากแพงแบบนี้

    เรียกท่านสั้นๆว่า"พ่อใหญ่"ก็ได้
    ด้วยของที่ใช้ไถ่ถอนบาปกรรมเพื่อให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่และต้องเป็นชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่าแต่เดิมนั้น เนื่องจากบางเรื่องพระหรือเครื่องมงคลทางพุทธศาสนาก็ยังข้องแวะติดอยู่ในกฏของกรรม จะทำอะไรเกินกรรมไม่ได้ แล้วทีนี้ไอ้ตัวเคราะห์มันก็หนัก วิบากปรรมก็มาเต็มๆ เรียกว่าเอาแค่ผ่อนลงเล็กน้อยก็รู้ว่าผ่อน แต่ก็ยังเรียกว่าหนักจนไม่อยากอยู่ในสภาพนี้อยู่ดี " ....แน่นอนว่าถ้าถึงขนาดนั้นเครื่องมงคลทางพุทธย่อมไม่มี แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าสายพระเวทย์ สายอาถรรพ์แรงครูนี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านยกครูพระทักษะให้เป็นตัวแทนของการไถ่บาป ด้วยมหากรุณาที่พร้อมจะเสียสละตัวเองและรับความเจ็บปวดแทนสรรพชีวิตทั้งหลายด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อซึ่งเป็นประชาบดี เพื่อให้ได้มาซึ่งสันติ ความสุข ความเจริญ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้สร้างมงคลศักดิ์สิทธิ์เฉพาะกาลชนิดหนึ่งขึ้นมา ด้วยเหตุที่ว่าเพื่อเป็นตัวแทนครู เป็นการระลึกถึงครู ให้บูชาครู อย่าดูถูกครู นึกถึงครูแล้วจะได้ดี หมดหนี้สินเป็นเศรษฐีมหาศาล มีความสุขในห้วงชีวิต ด้วยว่าครูนั้นจะรับความเจ็บปวด ความทุกข์ โทษ เคราะห์ภัย อุบาทว์ พิฆนะจัญไร หายนะ ท่านจะกลืนกินอัปมงคลอวมงคลทั้งหลายไว้ด้วยความรักอันใหญ่หลวง เพื่อสิริ เพื่อมงคล เพื่อสันติ เพื่อความสุข เพื่อความเจริญ ที่จะพึงบังเกิดมีในชีวิตของลูกน้อยนั่นเอง
    เมื่อเกิดเป็นมนุษย์นั้นไม่ว่าจะต่างชาติต่างวรรณณะกันเพียงไหน เชื่อได้ว่าย่อมมีความทุกข์ทั้งสิ้น เพราะขึ้นชื่อว่ามนุษย์นั้น ย่อมมีความทุกข์เรื่องต่างๆทุกคน จะจนจะรวยเเค่ไหนก็หนีไอ้คำว่าความทุกข์นี้ไม่พ้นในอดีตจวบจนปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็อยู่ในห้วงทุกข์ทั้งสิ้น เพราะเสวยผลแห่งกรรมตามติดไปตามวาระตามระบบที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นมาเมื่อมีความทุกข์ก็ก้มหน้ารับทุกข์กันไป พ่ออาจารย์ท่านว่า
    องค์พระทักษะนี้จะสร้างเยอะก็ไม่ได้จะแจกให้บูชากันทั่วไปก็ไม่ได้ด้วยเป็นแรงครูที่มีอาถรรพ์เป็นวิชาที่ส่งผลยิ่งใหญ่ สามารถไถ่ถอนเคราะห์กรรมเปลื้องปลดทุกขเวทนาให้พ้นตัวคนใช้ได้ ผู้ใดมีความทุกข์ก็ล่วงทุกข์ได้ ซ้ำยังมีคุณวิเศษสุดเเต่จะคิดจะปรารถนาด้วยอำนาจตบะของทักษะประชาบดีที่เทพเจ้าทั้งหลายยังเกรงกลัวดังนั้นไม่ว่าจะความทุกข์อันเกิดจากบาปกรรมใดๆก็ล่วงผ่านไปได้ ซ้ำยังรักษาสิริสวัสดิ์ในกายตนเอง ปกป้องคุ้มครองให้เราอยู่ในช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด เเม้อยู่ในสถานที่ใดๆสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทิพย์กายทั้งปวงย่อมให้ความรักความกรุณา ให้ตัวเราพร้อมกับภาวะเเห่งการสร้างสรรค์เพื่อให้กำเนิดความสุข เมื่อไถ่ถอนบาปแล้วมีชีวิตใหม่แล้วย่อมได้ชื่อว่าสิ้นทุกข์ไปแล้วชีวิตจะได้เกิดการเปลี่ยนเเปลงในทางที่ดีอย่างใหญ่หลวง เมื่อสิ้นทุกข์เเล้วจะได้พบกับความสุขเพราะอาศัยกฎธรรมชาติข้อนี้ที่นำสุขนำความสมบูรณ์มาเติมเต็มความทุกข์ที่ขาดหายไป เมื่อแรงครูไถ่ถอนเราออกจากบาปกรรมก็ถือว่าท่านพาเราออกจากสภาวะทุกข์ บุคคลผู้มีความทุกข์จะล่วงทุกข์ประการต่างๆ จะสาหัสเเค่ไหนเดือดร้อนเพียงใด เขาจะทิ้งความทุกข์ไว้แล้วเกิดเป็นคนใหม่ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่เหลือคราบคนเก่า จากคนประสบทุกข์กลายเป็นคนไร้ทุกข์ ได้ดีในสิ่งที่ตนปรารถนา ทั้งเสริมสมดุลย์ปรับธาตุพลังงานหยินยางให้อยู่ในสภาวะพอดีไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้สุขภาพร่างกายจะได้เเข็งเเรงไม่เจ็บป่วยง่าย ด้วยพ่อใหญ่นั้นเป็นรูปอาถรรพ์เป็นของสูงอย่ามองว่าต่ำไม่ใช่สิ่งล้อเล่น มีพ่อใหญ่อยู่ท่านว่าไม่ว่าจะแรงเทพแรงผีหรือแรงคุณไสยใดๆก็ไม่สามารถทำอันตรายเราได้พลังงานด้านลบต่างๆย่อมสูญสลายไป ซ้ำยังกันกระทำกันผู้มีวิชาอาคมคัดถอนอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านอธิบายสั้นๆเพียงเเค่นี้ท่านว่าองค์พระทักษะนี้เมื่อเผยเเพร่ออกไปแล้วก็เหมือนน้ำทิพย์ที่จะไปชุบชีวิต ไปต่อชีวิตเค้า ต่อไปจะเป็นครูหลักของเราหากพูดถึงการไถ่ถอนบาปและเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสันติสุขใครๆก็ต้องนึกถึงพระทักษะประชาบดี ท่านว่าชนใดเมื่อถึงซึ่งความสุขมีทรัพย์สินบริบูรณ์ดีแล้วเขาจะได้ใช้ทรัพย์นั้นช่วยสงเคราะห์คนอีกมากเพื่อสร้างกุศลสืบต่อไป

    ด้านหลังท่านใช้ผงยาแดงมหากาฬที่ท่านเพียรทำโดยมีความนัยน์สำคัญซ่อนเร้นขึ้นมา ท่านว่าผงนี้ใช้รักษาตัวคนใช้และควบคุมดวงของโชคลาภความมั่งคั่งทั้งหลายให้มีเข้ามาเนืองๆ ทั้งยังได้ผสมเข้ากับผงอาถรรพ์โสมเฝ้าทรัพย์ที่ว่าเฮี้ยนเสียยิ่งกว่าภูติพรายใดๆท่านว่าเป็นผงอาถรรพ์ซึ่งอาถรรพ์ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับพรายกับผีแต่อย่างใด หากแต่เป็นพยนต์มหายักษ์ซึ่งถูกผูกไว้เฝ้าสมบัติสมัยอยุธยามหาสถาน พ่ออาจารย์ท่านว่าในกรุสมบัติแผ่นดินหนึ่งๆที่เป็นสมบัติของกษัตริย์แต่โบราณจะมีพยนต์เหล่านี้รักษาหลายตน ในสมัยที่ท่านบวชและมีโอกาสได้ธุดงค์ผ่านอยุธยานั้น ท่านได้พบกับโสมเฝ้าทรัพย์ซึ่งพาท่านไปดูกรุสมบัติตั้งแต่ยุคสมัยของพระนเรศวรเรื่อยมาจนถึงพระเจ้าเสือ และปู่โสมนั้นท่านได้ขอตามไปจะไปอารักขาท่านด้วย ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเขามาจริงๆไม่ใช่แต่เพียงคำพูด เพราะปรากฏมีตุ๊กตายักษ์ดินเผาขนาดเล็กมาปรากฏอยู่ในย่ามของท่าน หลังจากท่านตรวจดูแล้ว ท่านว่าเค้าตั้งใจจะไปคุ้มครองเราจริงๆ จึงได้ทำพิธีพลีกรรมบอกกล่าวแก่เจ้าของเดิมและนำออกมา เมื่อจะทำพระทักษะนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าอยากจะทำให้ดีที่สุดเพราะท่านตั้งใจฝังแต่ของดีๆเช่นนั้นผงจึงต้องดีด้วย ผงโสมเฝ้าทรัพย์นี้จะหวงไว้ใช้คนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องไหนๆทำแล้วก็ต้องให้ดีให้แรงที่สุดไปเลย ท่านถึงได้สอบถามโสมเฝ้าทรัพย์ ว่าจะขอให้ไปสร้างบารมีช่วยเหลือสัตว์ผู้ยากทั้งหลายชักนำวาสนาทรัพย์สินเงินทองให้ช่วยเขาหาทรัพย์สินมาเติมเต็มคลังสมบัติของแต่ละคนเช่นนี้ซึ่งเขาก็ยินดีอย่างยิ่ง พ่ออาจารย์จึงนำตุ๊กตายักษ์นั้นมาขออนุญาติและตะไบฐานออกส่วนหนึ่งเป็นผง ท่านนำมาคลุกและนวดเข้ากับสีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบ วัดกะบกขึ้นผึ้งท่านว่าผงนี้มีญาณโสมเฝ้าทรัพย์เฝ้าแผ่นดินทุกองค์ เขาจะตามรักษาลูกหลานเลือดเนื้อเชื้อชาติไทยอันนี้ท่านว่าเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตน แต่ว่าแรงน่ะแรงแน่ๆอธิษฐานใช้กันให้ดี พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ท่านคลุกสีผึ้งเขียวท่านพ่อทาบให้เพื่อจะได้มีคุณทางเมตตาเป็นกฤติยาคมแฝดอย่างถึงที่สุด ท่านว่าสีผึ้งเขียวนี้มีคุณทางเมตตามหาเสน่ห์มาก แต่ก็นั่นแหละสุดแต่ใจจะใช้ จะเล่นทางเสน่ห์เมตตาหรือเอาไปทำมาหากินให้ได้ดิบได้ดีก็ตามแต่จริตชีวิตคน ด้านหลังท่านฝังสิ่งมงคลดังนี้
    - ขุนทรัพย์เสด็จกลับ เป็นอาถรรพ์ที่ว่าเมื่อเสียทรัพย์ไปเท่าไหร่ยิ่งได้ทรัพย์กลับคืนเข้ามามากมายทวียิ่งขึ้นเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราเกิดมานี่ก็ต้องเสียเงินแล้ว ในแต่ละวันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ใช้เงิน ก็ในเมื่อต้องใช้เงินมีดวงให้เสียทรัพย์กันทุกคนอยู่แล้วก็เปลี่ยนข้อเสียตรงนี้มาส่งเสริมทำอาถรรพ์ให้กับชีวิตตนเองเสียดีกว่า เช่นนั้นท่านจึงสร้างขุนทรัพย์เสด็จกลับขึ้นมา ท่านว่าขุนทรัพนี้ทำยากด้วยผงวิชานั้นไม่เท่าไหร่แต่ทำเสร็จแล้วต้องเอาไปปล่อยในคลองน้ำไหลให้ท่านเสด็จไปแบบนั้นแล้วจึงสวดเรียกรอจนท่านจะเสด็จกลับมาในจุดเดิมจึงเอาพานรองรับไว้เช่นนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจึงทำได้ไม่มาก ปล่อยไปร้อยว่ายวนกลับมาได้ไม่ถึงสิบ องค์ที่กลับมาได้ท่านจึงถือเป็นองค์หัวโจกและแก่กล้าอิทธิคุณแรงจริงเก่งจริงเช่นนั้น ขุนทรัพย์นี้ท่านว่าเขาหาทรัพย์เก่ง รู้ทางไปหมดเหนือกว่าการหาโภคทรัพย์ธรรมดา พ่ออาจารย์ท่านว่าเอามาฝังหลังองค์พระทักษะเช่นนี้ใครใช้นี้จนไม่ได้ จนไม่เป็นดุจครูปกาศิตเอาไว้เช่นนั้นเลย ที่ว่าจะจนลงด้วยทรัพย์สินจนด้วยปัญหาหนทางในการดำรงค์อยู่การดำเนินชีวิต ท่านว่านี่คือเกิดขึ้นไม่ได้เลยขุนทรัพย์ท่านนั่งรอเปิดทางทรัพย์เอาไว้ให้หมดแล้วทางจนไม่เปิดเข้าไปไม่ได้ เช่นนั้นก็เหลืออยู่ทางเดียวนั่นคือสุขสมบัติพิพัฒนมงคลทั้งหลาย ท่านว่าหุ่นขุนทรัพย์เสด็จกลับก็คือทรัพย์เต็มมือได้ทรัพย์กลับมานี่ก็ปิดประตูทุกข์ไปแล้วอย่างหนึ่ง ท่านว่าขุนทรัพย์นี้ท่านทำให้เป็นทั้งยิดัมทั้งธรรมบาลมีฤทธิ์มาก เป็นพยนต์เทพเจ้าปกครองดูแลสมบัติเบื้องล่างทั้งในโลกในบาดาลทั้งหมดมีพญานาคทั้งหลายเป็นบริวารเป็นพยนต์แห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง
    - ตะกรุดมหาสะเดาะกันสารพัด ท่านว่าตะกรุดนี้สำคัญนะเพราะรวมวิชาหลายสูตรไว้ในส่วนของหัวใจคาถาสำคัญต่างๆ โดยพื้นฐานแล้วจะมีอำนาจแก้ไขโรคภัยไข้เจ็บ สารพัดโรคสารพัดความเจ็บป่วย กินพลังงานด้านลบดูดกลืนโรคภัยและย่อยสลายไปจากตัวเรา กันโรคร้ายๆโรคแปลกๆผิดธรรมชาติ โรคอันเกิดจากเคราะห์กรรมเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรเจ้าบุญนายคุณทั้งหลาย ท่านว่าปกติวิชาต่างๆจะแก้โรคอันเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรดลบันดาลให้เป็นไปตามเคราะห์กรรมไม่ได้ แต่แปลกที่วิชานี้แก้และกันได้ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นคือโดยพื้นฐานเพราะท่านยึดถือคำพระตถาคตเจ้าว่าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ นอกจากนี้ท่านยังลงวิชานะมหาสะเดาะกับมหากันเสริมลงไปอีกด้วย ท่านว่าจะได้สะเดาะเคราะห์บรรเทาทุกข์โศกและเคราะห์กรรมของคนใช้ เสริมอานุภาพให้พระทักษะโดยเฉพาะ จะได้กินพลังงานลบและเคราะห์กรรมได้มากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ท่านว่าตะกรุดนี้ดีหลายด้านคือนอกจากกันโรคภัยไข้เจ็บแล้วยังใช้กันได้สารพัดสมกับชื่อมหากัน เวลาเรามีเรื่องจวนตัวไม่อยากให้เกิดกับตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ระลึกถึงตะกรุดที่ฝังอยู่นี้ยกขึ้นจบหัวนึกถึงคุณองค์พระสยมผู้ตั้งฟ้าตั้งแผ่นดินเป็นที่สุด อธิษฐานบอกกล่าวว่า ด้วยอานุภาพแห่งมหากันนี้ขออย่าให้เรื่องนั้นๆเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าเลย ให้นึกเอาดีๆว่าเป็นเรื่องอะไรด้วยวิชามหากันนี้เมื่อไม่ปรารถนาแล้วสิ่งเลวร้ายต่างๆย่อมไม่เกิดขึ้นเลย

    คาถาบูชา(ให้ตั้งใจระลึกถึงครูอย่างแน่วแน่)
    โอม ศานติ


    ด้วยองค์พระทักษะนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเชิญท่านมาหุ่นนี้จึงเปรียบเสมือนตัวแทนท่านเป็นนิรมาณกายของท่านที่เมื่อรูปนี้สูญสลายไปจากจักรวาลองค์นิรมาณกายก็จะไปรวมเข้ากับองค์ต้นของท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าด้วยท่านเกิดจากบาทแห่งบรมพรหม ทั้งยังเคยทำความผิดไว้จนเป็นที่มาของหัวแพะอันใช้ต่อแทนนั้น ท่านจึงปรารถนาจะใช้กรรมด้วยการช่วยเหลือมนุษย์ โดยเมื่อจะบูชานั้น ท่านว่าไม่ต้องยกไว้ในที่สูง ให้ทำกับรูปท่านเหมือนเครื่องรางชิ้นหนึ่งพกไว้ในระดับเอวใส่ต่ำๆได้ ###(พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงเป็นกุศโลบายของท่านถึงจะเคยทำผิดแต่ครูพระสยมท่านก็ล้างบาปต่อชีวิตให้แล้ว ซ้ำยังเป็นมหาฤาษีเป็นทั้งหนึ่งในมหาเทพที่ได้รับเกียรติให้เป็นองค์ประชาบดีไหนเลยจะอยู่ต่ำได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงๆเลยเพราะจุดที่ท่านจะแผ่พลังและชำระไถ่ถอนบาปกรรมได้มันไม่ได้อยู่บนคอของเรา ท่านจึงตั้งใจให้ทำกับรูปท่านเหมือนเครื่องรางเท่านั้นเพื่อประโยชน์ในการใช้งานอย่างสูงสุด) พ่ออาจารย์ท่านว่าพ่อใหญ่นั้นท่านก็เหมือนพ่อของเราคาถาไม่จำเป็นต้องท่องก็ได้ขอแค่ใจสื่อถึงใจจำชื่อท่านได้ออกชื่อท่านกำท่านไว้คุยกับท่านประหนึ่งบุตรธิดาคุยกับบิดา ขอความคุ้มครอง ขอทรัพย์ ขอในสิ่งที่ขาดที่อยากจะขอดุจบุตรร้องขอทรัพย์ขอความช่วยเหลือจากบิดาเช่นนั้น ทุกเรื่องท่านจะสนองให้ดุจบิดารักษาบุตรเช่นกัน

    *** องค์พระทักษะประชาบดีนั้นพ่ออาจารย์ท่านใช้เองด้วยองค์หนึ่งเพื่อให้ครูท่านรักษาธาตุขันธ์ จึงมีให้บูชาทั้งหมดสี่องค์ รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ***ผู้บูชาท่านว่าหากมีอะไรอยากฝากไว้ให้บอกกล่าวกับองค์พระทักษะเป็นพิเศษก็ให้บอกได้เลยโดยเฉพาะเรื่องร้อนเรื่องทุกข์ต่างๆ รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างห้องสุขาในวัดชนบทสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลรับโอกาสไถ่ถอนบาปเปลี่ยนผ่านกาลเวลาพระทักษะประชาบดี(ฝังยอดขุนทรัพย์เสด็จกลับ) บูชา 4,000 บาท

    72085469-2440286336248743-7565766079394349056-n.jpg 71172033-558462144924807-22879402454941696-n.jpg
    72289755-387280052196498-1180233893131845632-n.jpg
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    เกี่ยวกับพระทักษะนั้นท่านว่ารูปนี้มีอาถรรพ์มาก พระทักษะทำพิธีบูชาไฟคราใดย่อมสั่นสะเทือนฟ้าดินอย่างถึงที่สุด เทพพรหมหมื่นจักรวาลล้วนต้องมาชุมนุมโดยพร้อมกันเพราะเกรงใจในพระทักษะประชาบดี รูปนี้อยู่ที่ไหนเทพพรหมก็ลงตรงนั้นอยู่กับใครก็ช่วยคนนั้นเพราะเขาเคารพในพ่อใหญ่นั่นเองนี่คืออาถรรพ์ของรูปนี้
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    ก็มีไลน์มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตะกรุดเวทย์สวรรค์โองการปฐมพรหม พี่เค้าเล่าว่าตั้งแต่ให้วันเดือนปีเกิดและฝากคำอธิษฐานไป ตอนนั้นช่วงอบรมพอดี พอกลับมาเดินผ่านร้านขายลอตเตอรี่ได้ยิน 59 เลยซื้อมาใบนึงถูกด้วยค่ะเมื่องวดที่ผ่านมา เลขท้ายสองตัว ปกติไม่ค่อยถูกเลยเฉียดตลอดเหมือนมีอะไรมาเปลี่ยนเลข แต่เมื่อสักต้นปีเคยฝันเห็นเจ้ากรรมนายเวรเรานั่งทับถุงเงินเราอยู่ คงเป็นสาเหตุทำให้ไม่มีโชคเลย แต่แปลกอยู่อย่างตั้งแต่ฝากวันเดือนปีเกิดไว้ปวดหลังมาก เหมือนเจ้ากรรมนายเวรเค้าโกรธประมาณว่าอุตส่าห์บังเรื่องโชคไว้ยังหาวิธีมาพลิกแพลงให้มีโชคได้อีก แต่วันนี้หลังเริ่มดีขึ้นแล้วได้พักหลังมากขึ้นเลยดี

    สำหรับท่านนี้ก็ขอให้โชคดีเรื่อยๆ ผมแนะนำให้เอายานวดหลังบ่อยๆ เจ้ากรรมนายเวรเค้าแกล้งเราไม่ได้อย่างนึงก็ไปลงกับอีกอย่างนึง นวดไปเรื่อยๆครับเดี๋ยวก็ดี
     
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่สุรวุฒิ EI 3031 0491 8 TH

    พี่ธเนศพล EI 3031 0492 1 TH

    พี่ณธพรหม EI 3031 0493 5 TH

    พี่พรเทพ EI 3031 0494 9 TH

    พี่กานต์ธิดา EI 3031 0495 2 TH

    พี่เมธาพันธ์ EI 3031 0496 6 TH
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    มีสอบถามว่าเมื่อไหร่จะลงชุดหลักร้อย รอกันอีกนิดนะครับหนนี้
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    เป็นกระแสที่มีคนถามหามามากที่สุดตั้งแต่เห็นว่าอยากจะขอแยกบูชาไปฝากน้องๆฝากภรรยา และถึงกับตั้งชื่อมาเรียกจนผมเองยังสับสนติดปากว่าฝ่ามืออรหันต์ ใครที่เคยถามๆไว้ผมตอบตัดภาระไปหมดเลย รอให้ติดตามชุดพิเศษนี้แทนบอกได้แค่ว่าหลักร้อยถือว่าคุ้มสุด
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ร่วมทำบุญบูชา พระหัตถ์หมื่นลักษณ์ทรงดัชนีปฐมภูมิเปิดวัฏจักรย่อย (รับ,ขอ,ห้าม,โอบอุ้ม)

    ท่านว่ารอยพระหัตถ์นี้ทรงพุทธานุภาพเสมือนหนึ่งสิ่งแทนตัวขององค์พระศาสดา เป็นพระหัตถ์ของท่านที่จะคอยปัดเป่าป้องกันอันตรายทั้งปวงให้กับเรา เป็นมือที่จะคอยโอบอุ้มค้ำชูเราจะหยิบจับทำสิ่งใดก็สำเร็จได้ดั่งประสงค์เสมอด้วยเจตจำนงค์ของตน ท่านว่ามือนี้เธอรู้มั๊ยว่าสำคัญนัก คนเราจะให้หรือเป็นฝ่ายที่ถูกให้(รับ)ล้วนต้องยื่นมือออกไปทั้งสิ้น พระพุทธหัตถ์ขององค์ปฐมหรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าหัตถ์พระเจ้านี้ท่านถือเป็นฝ่ามือรับทรัพย์จะขออะไรใครก็ให้ทั้งสิ้น และอีกประการหนึ่งฝ่ามือมนุษย์ปุถุชนคนปกติย่อมมีรอยเส้นที่มีความหมายต่างๆสั้นบ้างยาวบ้างไม่ได้เสมอกันตามวาสนามนุษย์จะพร่องบ้างหย่อนบ้างตามบุญกรรมที่เคยอบรมไว้ จะหาที่เต็มได้ดั่งหัตถ์พระชินสีห์ที่อบรมบารมีมาดีแล้วเป็นไม่มี เพราะคนปกตินั้นไม่ได้เต็มเปรี่ยมด้วยมหาปุริสลักษณะเช่นนี้... ท่านจึงถือว่าไม่มีมือของใครที่ไหนจะดีไปกว่ามือพระศาสดา สมเด็จองค์ปฐมท่านให้พ่ออาจารย์หล่อพระพุทธหัตถ์นี้จากแร่โคตรเศรษฐีผสมด้วยยันต์ดวง ประสูติ,ตรัสรู้,ปรินิพพาน ,ยันต์รอยลักษณ์พระหัตถ์,รอยพระบาท,และยันต์ดวงวิเศษร้อยแปดผสมเข้ากับธาตุกายสิทธิ์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วเสด็จพระใหญ่ท่านเรียกว่า "หัตถ์หมื่นลักษณ์" หัตถ์ที่จะห้ามความวิบัติตกต่ำหมื่นเรื่องให้หยุดอยู่ไกลจากตัวเรา

    หัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ท่านว่าใช้ต่อเสริมเติมวาสนาให้ดี ใช้ยกฐานะให้สำเร็จหรือแม้แต่จะใช้เสริมต่อเส้นวาสนาของคนที่ขาดที่พร่องไปเพื่อประโยชน์ใหญ่อย่างถาวรคือความสำเร็จในชีวิตก็ได้ ท่านว่าชีวิตเราจะสูงจะดีขึ้นตามวาสนาและลายมือขององค์พระมหาสัตว์เจ้าท่านจะดึงเราขึ้นทุกๆทางจนแม้แต่ลายมือหรือฐานชีวิตของเราค่อยๆเกิดความเปลี่ยนแปลงไป ท่านว่าใช้ต่อชีวิต,ต่อวาสนาคนได้ จะเสริมดวง...ให้เป็นยอดในกิจด้านที่ตนกระทำให้ได้ดีมีวาสนาเต็มมืออุดมไปด้วยเรื่องมงคลทุกสิ่ง พระหัตถ์นี้พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าให้ติดตัวเอาไว้เพราะท่านจะอุ้มชูเราทุกด้านทั้งจะพลิกร้ายกลายเป็นดีได้ง่ายๆในทุกเรื่องดุจเราพลิกฝ่ามือ มีคุณเสมอใจเพราะเป็นหัตถ์ของพระผู้มีแต่ให้ มือที่โอบอุ้มหรือพระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ในกาลภายหน้าจะช่วยเหลือคนได้อีกมากโดยเฉพาะคนที่ดวงไม่เปิด คนที่วาสนายังไม่เกิดขึ้นกับตัว คนที่เจออุปสรรคไร้ทางออกจะได้พบช่องเห็นทางที่เปิดให้ ชีวิตเราวาสนาเราลายมือของเราอะไรที่มันขาด,อะไรที่มันหาย,อะไรที่ทำไมมันถึงไม่ได้มีเหมือนใครเขา,สิ่งที่มันบกพร่องมันไม่เต็ม ท่านว่าองค์ปฐมท่านจะต่อให้ทำให้อย่างเต็มที่ พระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ขึ้นชื่อว่าใช้ยกวาสนาได้โดยไม่ต้องไปทำอะไรทั้งสิ้น ทั้งให้กิจทุกอย่างสำเร็จยั่งยืนเสมอกันมีชีวิตที่สูงส่ง มีวาสนาความมั่นคงเข้มแข็งพร้อมสรรพด้วยที่อยู่อาศัย ทำสิ่งใดล้วนเต็มไปด้วยเกียรติยศแลชื่อเสียง มีอำนาจทางการเงินมหาศาลทำให้สิ่งที่ลงมือทำสำเร็จอย่างรุ่งโรจน์ล้มเหลวไม่ได้เลย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านตั้งใจให้ทำไว้เมื่อครั้งสมัยก่อนนั้นแน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ท่านว่าลักษณ์พระหัตถ์นี้อยู่กับตัว นิ้วทั้งห้านี้ชี้ใส่ตัวแม้จะเรียกเงินเงินก็ต้องมา,จะเรียกความรุ่งเรืองทุกสิ่งย่อมเดินหน้าไม่นิ่งหยุด,จะเรียกวาสนาก็ยำให้วาสนาสูงกว่าชนนับหมื่นแสนไม่ต่ำกว่าใครทั้งสิ้น,จะเรียกหาผู้ค้ำคูณก็มีบริวารคอยค้ำจุนเกื้อหนุนให้เรา,เรียกความสุขความสงบสบายใจสิ่งใดเหล่านี้ล้วนชี้เข้าตัวให้เกิดกับเราทั้งสิ้นเพราะเป็นมือที่คอยโอบอุ้ม วิบัติใดๆก็ตามที่เกิดจากลายมือที่แย่อันสะท้อนมาจากบุญทำกรรมแต่งของเรา สิ่งที่บกพร่องไปเหล่านั้นจะต้องดึงขึ้นใหม่ทั้งหมด

    *** หัตถ์หมื่นลักษณ์ชุดนี้พิเศษอย่างไร
    *** ทำไมพ่ออาจารย์ถึงตั้งใจฝังตะกรุดหัวใจดัชนีปฐมภูมิ(วิชานี้ถ้าแยกกันอยู่ท่านว่าก็แล้วไปแต่ถ้าได้รวมกันเมื่อไหร่ จะเป็นของดียอดอัศจรรย์ที่ทรงกำลังอันมหาศาล)...

    พ่ออาจารย์ท่านว่าในห้วงเวลาหนึ่งที่พวกเราลงมาเกิดกันนี้ มันเป็นเพียงเวลาสั้นๆของเทพ,พรหมเท่านั้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าในภพที่เราอยู่นั้นจะมีภพภูมิทั้งหลายซ้อนทับกันและหมุนวนวัฏจักรดำเนินท่วงทำนองของการเกิด,ดับไปด้วยกัน หากแต่ต่างกันที่ข้อกำหนดของเวลาเท่านั้น ด้วยเราท่องเที่ยวไปในอาการที่เป็นวัฏฏะ คือหมุนวนอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิดหมุนวนอยู่เช่นนั้นตราบเท่าที่ยังตัดกิเลส,กรรม,วิบากไม่ได้ ดังนั้นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนก็ดำเนินอยู่บนพื้นฐานของเวลาที่ไหลไปในวัฏจักรเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือกิจกรรมใดๆก็ดีทั้งที่เราอยากให้เกิดหรือไม่อยากให้เกิดก็ดี,ที่เราพอใจหรือไม่พอใจก็ดี,จะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์,เป็นสิ่งที่เราต้องการปรารถนาหรือไม่ เมื่อมีการเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบในตัวเองและในบางทีกระแสเวลาอาจจะดึงหมุนเข้าไปสู่จุดเริ่มต้นนั้นอีก พ่ออาจารย์ท่านเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่าวัฏจักรย่อยที่จะกระตุ้นเร่งเร้าให้มหาวัฏจักรใหญ่เกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะช้าจะเร็วก็ตาม

    เช่นนั้นชีวิตเล็กๆของเราย่อมตกอยู่ในวงจรที่ซับซ้อนเหล่านั้น เวลาเธอมีทุกข์หรือเหตุการณ์ไม่พึงใจไม่พึงปรารถนาเรื่องเหล่านั้นมันก็ยังเกิดซ้ำๆวนเวียนไปไม่รู้จบบางคนเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยังเกิดขึ้นอีกทำให้การใช้ชีวิตนั้นยากเย็นเต็มทีจะพิจารณาสิ่งใดหนอก็เจอแต่เรื่องลำบากใจ จะแก้ไขสิ่งใดก็อึดอัดเต็มทน ###แล้วจะทำอย่างไรล่ะจึงจะสามารถตัดวงจรแห่งสังสารวัฏได้แม้จะเป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัว พอให้รอดให้ได้ลืมตาได้หายใจกันบ้างก็ยังดี

    ครานี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำตะกรุดพิเศษที่ทำไว้ออกมา ท่านว่าวิชานี้ใช้เพื่อเปิดวงจรย่อยให้กับตัวเอง ให้เราได้มีโอกาสกำหนดและลิขิตวัฏจักรที่เราจะเดินและเปลี่ยนมันด้วยตัวเองเพราะปกตินั้นมหาวัฏย่อมผูกพันธ์และโดนจองจำภายใต้เงื่อนไขพันธะของเวลา ซ้ำยังประกอบด้วยภพภูมิต่างๆอันจะมาซ้อนทับเหลื่อมล้ำกันมากมายทำให้ปัจจัยของเวลานั้นใหญ่และทรงพลังมากขึ้นไปอีกเพราะความแตกต่างของระบบเวลาในวัฏจักรย่อยต่างๆนั้นไม่ได้เสมอกันเลย เรื่องเลวร้ายต่างๆเมื่อเกิดขึ้นมันจึงดำเนินไปตามระยะเวลาของมันตั้งแต่ต้นจนจบจะเห็นว่าเราเป็นเพียงผู้อยู่ในเงื่อนไขของกาลเวลา ไม่สามารถเอาตัวรอดหรือตัดผ่านวงจรที่เกิดขึ้นออกมาได้ ทีนี้ตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญาที่ประกอบด้วยโลกุตตรมรรคเก้าย่อมสามารถตัดวงจรของสังสารวัฏได้ส่วนความสัมพันธ์และการตัดวงจรสังสารวัฏตามหลักอริยสัจสี่คือทุกข์,สมุทัย,นิโรธ และมรรคนั้นต้องดูที่กรรม เพราะมีกิเลสเป็นสาเหตุของการเกิดกรรมและกรรมเป็นสาเหตุให้เกิดวิบากวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏจนกว่าจะบรรลุพระนิพพานอันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต

    ด้วยการบรรลุนั้นย่อมไม่ง่ายเลยหากบารมียังไม่ถึงพร้อม ชนทั้งหลายก็จะขวนขวายในกิจและหน้าที่ดำเนินชีวิตบนภาระของตนในแต่ละวันให้ผ่านไปอย่างดีที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาโดยทั่วไปจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมหาวัฏจักรได้นอกจากจะทำด้วยวิปัสสนาญาณหรือ..เสด็จพระใหญ่ท่านใช้อำนาจแห่งโลกุตตรเพื่อตัดวงจรสังสารวัฏอันจะมีผลสืบทอดไปถึงกรรมวิบากที่เราวนเวียนประสบอยู่ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าตัดวงจรสังสารวัฏปุ๊ปไอ้ตัวกรรมวิบากที่เราเจออยู่นี้มันก็หยุดทันทีเลยนะไม่ได้ไหลไปตามกระแสเวลาของมันอีก มันจะดับ,จะหยุดและตัวเราจะได้ประโยชน์นั่นก็คือการพ้นทุกข์ แม้ไม่ใช้พ้นจากกองกิเลสบรรลุมหานฤพานแต่ก็ยังเป็นการออกจากทุกข์และเริ่มวัฏจักรย่อยที่เราเป็นผู้สร้างผู้ดำเนินด้วยตัวเราเองได้ จะได้เริ่มได้ทำให้มันดีที่สุดดั่งที่เราตั้งใจคิด ตั้งใจจะกระทำนั่นเอง สูตรที่นำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงและสามารถตัดวงจรแห่งสังสารวัฏคือกิเลส,กรรม,วิบากได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่คนทั่วไปทำไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเสด็จพระใหญ่ท่านไม่เมตตาจริงๆอันนี้ยังนับว่ายาก แม้องค์พระทั้งหลายท่านก็ยังละวางเอาไว้ด้วยเรื่องแห่งสังสารวัฏในมหาวัฏจักรนั้นย่อมไม่ใช่กิจธุระของท่าน

    อันปกติในโลกมนุษย์นี้ส่วนมากผู้ที่มาเกิดก็จำแนกออกได้ด้วยสองหลักใหญ่ๆนั่นก็คือ ผุดขึ้นมาหรือเกิดลงมา แม้ค่าของความเป็นคนจะมีอยู่เท่ากันแต่อย่าลืมวิสัยอันเป็นของติดตัวหรือของเก่าของตนเอง คนที่ผุดขึ้นมานั้นย่อมแน่นอนว่าเคยก่อกรรมทำเข็ญมามากไม่ได้คำนึงถึงบุญบาปใช้ชีวิตผูกติดอยู่แต่กับอกุศล พอถึงกาลกิริยาย่อมหนีไม่พ้นอบายภูมิทั้งสี่ นี่ตรงนี้พอกรรมหมดกำลังบุญก็จะเห็นจะส่งผลจึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่บาปกรรมที่ติดตัวอยู่ก็ตามมาติดๆให้เกิดมาแล้วต้องได้รับทุกข์สาหัสทั้งหลาย บางคนเกิดมาพิการเกิดมาไม่สมประกอบหรือมีร่างกายอัปลักษณ์ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นผลติดตามตัวเองทั้งสิ้นในขณะที่บางคนเกิดมาแล้วเจอแต่ความสุขอันปราณีตนั่นก็เพราะบุญเก่าเขาตามสนอง ตามปรุงแต่งให้ชีวิตเขาดำเนินไปอย่างปรกติสุข ให้สังเกตุได้เลยว่าเวลาเรามีทุกข์หรือมีปัญหานั้นไม่ใช่เพียงตัวเราคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่ต้องเผชิญกับปัญหา หากแต่คนรอบข้างก็ยังโดนไปด้วยจะเป็นในแง่ของภาระหรือร่วมกันแก้ก็ดี นั่นก็เพราะทุกคนมีวงจรกรรมที่ผูกมาร่วมกันตั้งแต่ในระดับตัวตนจนโตไปถึงในระดับประเทศนั่นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านอยากเห็นชีวิตคนโดยรวมนั้นมีสุขแบบปรกติ ไม่ต้องจมกองทุกข์หรือหาทางออกให้พ้นจากบ่วงกรรมวิบากไม่ได้ ด้วยศิษย์ทั้งหลายนั้นที่เป็นคนดีและตั้งใจทำความดีจริงๆก็มีอยู่หากแต่ชีวิตของเขาไม่ได้ดีเพราะไม่มีของเก่าหนุนส่ง ทำให้ไม่มีกำลังใจที่จะประกอบกรรมดีกันต่อไป พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอเมตตาเสด็จพระใหญ่ให้ท่านช่วย ท่านก็ให้พ่ออาจารย์ลงตะกรุดวัฏจักรย่อยนี่เสียซักครั้งเพื่อเปิดโอกาส,เปิดวงจรกาลเวลาและวัฏจักรสำหรับคนใช้จะได้คลายปมคลี่พันธนาการตัดการจองจำของตัวเอง

    เพื่อจะเริ่มสร้างชีวิตที่ดีให้เกิดสุขอันปราณีตให้ชนนั้นได้เสวยสมบัติอันประเสริฐสุดท่านว่าตะกรุดนี้มีอานุภาพมากดุจว่านั่นทีเดียว เสด็จพระใหญ่ท่านว่าตะกรุดวัฏจักรย่อยนี้จะดำเนินลีลาแห่งภพให้ชีวิตเราสูงขึ้นดุจพระเจ้าจักรพรรดิที่เสวยสมบัติไม่บกพร่องหรือดุจองค์อมรินทร์จอมสวรรค์ที่มีทิพยสมบัติอันรุ่งเรืองเหนือทวยเทพทั้งหลายทีความสุขความสำราญดั่งรูปพรหมเช่นนั้น แต่ทว่าให้พึงจดจำกันให้ดีว่าสรรพสิ่งใดๆก็ตามเมื่อรุ่งเจริญไปแล้วย่อมไม่ตั้งอยู่เช่นนั้นถาวรณ์ ที่จะเที่ยงแท้ยั่งยืนเรื่อยไปตลอดกาลนั้นเป็นไม่มี สิ่งที่จะดีที่สุดเที่ยงแท้ที่สุดนั่นก็คือตนพึ่งตน ตะกรุดนี้เป็นเพียงตะกรุดที่จะเปิดทาง เปิดช่องช่วงชิงโอกาสและความสุขสบายมาให้เรา เมื่อได้โอกาสนั้นตัวเราเองก็ต้องประกอบกรรมดีหมั่นสร้างกุศลด้วยไม่ใช่ใช้ชีวิตเละเทะเหลวไหลอย่างนี้ไม่ต้องเอาไปใช้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อจะได้เกิดประโยชน์ใหญ่แก่ตนได้อาศัยสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกเป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างบารมี เช่นนั้นคนใช้ตะกรุดนี้จึงถือคติที่ว่าสมบัติทั้งหลายนั้นเป็นของกลาง,ของโลก เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสร้างบุญกุศลได้สะดวกสบายมากขึ้นเช่นนั้น ท่านว่าไอ้ความสะดวกสบายนี้อย่าไปยึดติดมันเป็นแก่นสารทีเดียวให้จำไว้ว่าเรามีภาระที่ต้องพึ่งตัวเองอยู่ เราต้องแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิตเข้ามาพอกพูนขัดเกลาสติปัญญาของตัวเองอยู่เรื่อยๆ

    เพราะการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอนและไม่ปลอดภัยเลย ทุกชีวิตต้องท่องเที่ยวไปเกิดในสุคติบ้าง,ทุคติบ้างตามกรรมที่เผลอกระทำกันแต่งแต้มเข้าไปจะทุกข์ก็ดีจะสุขก็ดีสลับกันไปอยู่เช่นนี้ ดังนั้นการที่เสด็จพระใหญ่ท่านจะช่วยให้พ้นจากภัยในวัฏสงสาร จะดับย่อยวัฏจักรเพื่อตัดการจองจำให้กับเรานั้นตัวเราเองก็อย่าลืมจุดหมายที่แท้จริงในการเกิดเป็นมนุษย์ด้วย ว่าเรามีหน้าที่อย่างไรจะต้องไปให้ถึงฝั่งพระนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุขได้อย่างไร จะสะสมบารมีให้เต็มได้อย่างไรสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น อย่าได้ประมาทในการสั่งสมบุญบารมี ทั้งทาน ศีล ภาวนานั้นก็อย่าละเลย เพราะที่ไปของสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมมีคติไม่แน่นอน บ้างก็ไปนรก บ้างก็กำเนิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน บ้างก็เกิดในเปรตวิสัยคือคติของพวกเปรตและอสุรกาย บ้างก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ และคติที่สูงไปกว่านั้นคือเหล่าเทวดาซึ่งหมายรวมเอาทั้งที่เป็นพรหมและอรูปพรหม ที่ไปของสัตว์ที่ยังอยู่ในวัฏฏะมีเพียงเท่านี้ไม่ยิ่งไปกว่านี้ท่านจึงปรารถนาจะให้มีที่ไปที่ดีและสมบูรณ์ไม่ต้องพัวพันจองจำอยู่ในทุกขเวทนานับชาติไม้ถ้วน

    นี่คือโอกาส ...พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเราไม่ทำไว้แล้วใครจะทำ เพราะสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏนี้ดุจเหมือนถูกขังอยู่ในคุกขนาดใหญ่ ท่านอุปมาว่าเป็นเหมือนเชลยศึกที่ถูกจองจำ เป็นประดุจโคงานที่เขาเทียมไว้หรือเป็นดุจวัวที่ผูกหลักเอาไว้ เช่นนั้นตะกรุดนี้จึงเป็นเครื่องดับย่อยวัฏจักรและตัดการจองจำทั้งหลายที่พันธนาการจิตวิญญาณของเขาอยู่เพื่อเปิดให้เขาได้ลืมตาอ้าปากได้สร้างวัฏจักของตนเองอันเปรียบตัวเขาในโลกนั้นเป็นดั่งพระจักรพรรดิ,ดั่งองค์อมรินทร์ที่บริบูรณ์ด้วยความสุขเช่นนั้น ท่านว่านี่จึงเป็นโอกาสเป็นทางให้ได้สร้างบารมีกันสืบไป หากใครจะกินจะใช้แต่เพียงเท่านี้ชาตินี้ก็ช่างเขา เพราะภพชาติหนึ่งของมนุษย์นี้ก็เปรียบเสมือนการหลับของเทวดาเสียตื่นนึงพอตื่นมาก็เริ่มต้นกันใหม่ ถ้าเขาฉวยโอกาสพอได้ดีมีกำลังทรัพย์มากรู้จักทำบุญกับพระศาสนาหมั่นอบรมจิตใจบ่มเพาะปัญญาตนเองเขาก็จะมีคติมีที่ไปที่ดีขึ้นสูงขึ้นนับชาติไม่รู้จบ แต่ถ้าเขาได้โอกาสแล้วเขายังหลงระเริงเช่นนั้นก็ย่อมไม่มีโอกาสใดๆอีก ท่านว่าช่วยกันได้แค่นี้ ทุกอย่างในสังสารวัฏนั้นใช่ว่าจะประคองไปมอบให้ถึงมือกันได้


    ตะกรุดนี้ท่านว่าสร้างยากมากอย่างแท้จริง เสด็จพระใหญ่ท่านให้สงวนวิธีทำเอาไว้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่พระยันต์ด้านในก็ไม่มีภาษาใดๆที่มนุษย์ยุคไหนจะเข้าใจได้แล้วเพราะเป็นอักขระวิธีปฐมแรกเริ่มของพ่อพระพุทธท่านโดยเฉพาะ ทั้งเวลาทำท่านก็ต้องนำตะกรุดมาวัดเทียบกับนิ้วชี้(ดัชนีของท่านเอง) เป็นคติว่าจะได้ชี้สั่งคนอื่นได้ตลอดเวลาชุดนี้ท่านลงเป็นหัวใจไว้เสกพร้อมกับชุดใหญ่ทานว่ามีอานุภาพใช้ได้เสมอกัน ทั้งยังมีขั้นตอนที่ปราณีตอย่างการแช่น้ำว่าน คลุกผงยันต์ เข้ามวลสารศักดิ์สิทธิ์ อาบว่านยา ท่านว่าทุกอย่างทำได้ยากมากในสิ่งที่เสด็จพระใหญ่ท่านสั่งให้หาแต่ละอย่าง ยังดีที่เราพอมีเก็บไว้อยู่บ้างจึงทำได้ ถ้าสั่งให้หาเดี๋ยวนี้และทำเดี๋ยวนี้เอาว่าถอดใจได้เลย ว่านแต่ละอย่างยาแต่ละตัวนั้นล้วนแต่ครูในโลกทิพย์ท่านเอาออกมาให้ทั้งสิ้นต้องเก็บมาทั้งชีวิตเท่านั้น

    ตะกรุดนี้สำคัญมากเพราะท่านทำเทียบกับดัชนี ท่านว่าแม้ตอนเสกเสด็จพระใหญ่ท่านก็นำตะกรุดแต่ละดอกเทียบกับดัชนีของพระองค์ท่านทีละดอกทั้งนั้น เช่นนั้นตะกรุดนี้นอกจากมีคุณวิเศษดังกล่าวข้างต้นแล้วยังใช้ชี้ธรรม,ชี้ทางสว่างได้อีกด้วย ตะกรุดนี้เป็นสัญลักษณ์บอกถึงการสิ้นสุดของการเดินทาง,บอกถึงจุดหมาย,ถึงความสำเร็จ ในวงจรของเวลานั้นท่านว่าเมื่อแรกเริ่มจะเหนื่อยต่อเมื่อสิ้นสุดเท่านั้นจึงจะพอหายใจได้สบายกันบ้าง เช่นกันตะกรุดนี้ก็เปรียบดั่งจุดสิ้นสุดคือจุดที่เราสบายที่สุดนั่นเอง ด้วยเสด็จพระใหญ่ท่านเทียบตะกรุดกับดัชนีให้ทีละดอก เช่นนั้นจึงใช้ชี้ได้สารพัด ท่านว่าถ้าใช้ชี้ให้พรตัวเองก็จะให้ทรัพย์ได้เร็วกว่าทุกสิ่ง ชี้ให้สำเร็จก็สำเร็จทุกประการ ชี้เพื่อขอพรใดๆก็ให้พรได้ทันใจทันคิด ชี้ไปที่ไหนที่นั่นจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง(จริงๆแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่ท่านทำให้ด้วยประสงค์จะชี้ให้พ้นทุกข์,พ้นความขัดข้อง) แต่เราคนใช้จะเอาไปอธิษฐานใช้อะไรมันก็อีกเรื่องหนึ่งเพราะว่าไอ้ตัวทุกข์นั้นมันก็ครอบคลุมวิบากกรรมทุกอย่างอยู่แล้ว เรียกว่ามีผลสืบทอดกันไปเป็นช่วงๆจะกล่าวว่านี่เอาไปชี้ทีก็ลดวิบากกรรมไปได้อย่างหนึ่งนั้นก็ได้ จะชี้ให้รวย,ชี้ให้เลื่อนตำแหน่ง,ชี้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ,ชี้ให้หายจากโรคเวรโรคกรรมก็ได้ ท่านว่ามีอานุภาพดุจเสด็จพระใหญ่ท่านชี้ท่านให้พรประสิทธิ์กับเราด้วยตัวท่านเอง

    อันคำว่า"พร"นี้ เมื่อให้แล้วจะถอนไม่ได้มันเป็นบาปเพราะเทพ,พรหมและองค์พระนั้นท่านจะถือคติว่าเมื่อเขียนด้วยมือแล้วจะลบด้วยเท้าไม่ได้ ดั่งพ่อแม่ที่ให้พรลูกให้มีความเจริญรุ่งเรือง แล้วพอโมโหจะถอนพรก็จะถอนไม่ได้ด้วยจะเป็นบาปอย่างร้ายแรง เช่นนั้นทั้งองค์พระ,เทพ,พรหมทั้งหลายก็ดีเมื่อให้พรแก่ผู้ใดแล้วก็ย่อมประสิทธิอยู่เช่นนั้นจะถอดจะถอนไม่ได้เลย ดั่งตะกรุดนี้ท่านท่านทำไว้เพื่อให้ผู้ใช้ได้ชี้ตัวเอง ได้ให้พรตัวเอง ท่านว่าคิดเอา ปรารถนาเอาแต่สิ่งที่ดีที่เป็นสิริมงคลกับตัวเองอย่าไปขออะไรอันน่ารังเกียจ จะมีผลดุจเสด็จพระใหญ่ท่านให้พรกระทำอนุโมทนาให้เราด้วยตัวท่านเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าหมั่นชี้หมั่นให้พรแก่ตัวเองไปเรื่อยๆติดอะไรเจออะไรคับข้องใจก้ชี้เข้าไป ชี้ตัวเองก็ให้พรตัวเอง ชี้งาน ชี้กิจการก็เปิดทางเปิดอุปสรรคชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิตตัวเองอยู่เช่นนั้น ท่านว่าชี้ได้เรื่อยไปทั้งตะกรุดยังจะดับย่อยวัฏจักรทำให้เราเป็นคนใหม่ในแบบคนเก่าที่มีชีวิตสุขได้มากขึ้นและสบายได้มากกว่าใคร ดุจเราอยู่ในโลกในวัฏจักรอันมีเราเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวเช่นนั้น

    นอกจากนี้ด้วยอานุภาพของดัชนีนั้นยังถือเป็นมหาปราบชั้นสูง เหนือเทพ พรหม ยมยักษ์ทั้งปวง เพียงอาราธนาติดตัวไปศัตรูหมู่มารทั้งหลายก็พ่ายแพ้แก่บารมี จะมีชัยยะ,มีเดช,มีศรี,มีตบะเดชะ และเป็นมหาอำนาจแก่ผู้พบเห็น ถ้าถึงคราวจำเป็นเจอหมู่มารรุกรานก็ให้อธิษฐานตะกรุดเป็นดั่งนิ้วเพชรที่ชี้ไปต้องหมู่มารใดๆย่อมพินาศสูญสิ้น ท่านว่าอย่าชี้ไปเรื่อยเพราะเพียงพกไว้ก็เจริญก้าวหน้ามากพอดูอยู่แล้ว ทั้งจะปราบศัตรู,ปราบอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าให้กับเรา,ทั้งจะสะกดสิ่งไม่ดี,สะกดเหตุเสื่อมทั้งปวง

    คาถาบูชา
    นะโม กาเยนะ วาจายะ เจตะสาวา วะชิรังนามะปะฏิมัง อิทธิธรรมะปาฏิหาริยะกะรัง พุทธสิกขีรูปังปฐมพุทธังสัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สะทา โสตถี ภะวันตุ เม


    *** วิชาตะกรุดดัชนี้นั้นท่านให้ใช้อาราธนาไว้จี้หรือชี้ให้พรตัวเอง เมื่อฝังประสิทธิเมไว้ในพระหัตถ์หมื่นลักษณ์ย่อมถือเป็นของประจำตัวคู่กายคู่ชีวิตอย่างหนึ่ง โดยปกติเฉพาะตะกรุดนี้ท่านว่าแต่ก่อนเราตั้งราคาไว้นับแสน เพราะไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่ ไม่รู้ครูท่านจะยอมทำให้อีกชาติไหน แต่ปัจจุบันนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านกระตุ้นให้เอาออกไปให้คนที่เขาตกอยู่ในสภาวะการณ์อันเป็นทุกข์ตรงกับอิทธิคุณตะกรุดนี้ได้ใช้ ท่านว่าดุจรอเวลาสุกงอมจนได้ที่แล้วมีเจ้าของครบแล้วท่านจึงให้เอาออกเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงให้เอาออกมาในราคาปกติ(พูดได้เลยว่าถ้าไม่ถึงเวลามีเงินก็ยังเอายากจริงๆ)ท่านจึงได้นำออกให้บูชา ซ้ำพระหัตถ์หมื่นลักษณ์นี้ก็เป็นของมีประสบการณ์เกรียวกราวว่าคนใช้เอาไปดึงเส้นวาสนาเป็นพระสำเร็จ พระรวยเร็วกันทุกคน รายการนี้ท่านว่าใครที่เค้ามีบุญคู่ควรกันเดี๋ยวเขาจะมาเอาไปเอง รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วยท่านจะอธิษฐานบอกกล่าวขอเปิดชะตาวาสนาให้เป็นรายบุคคลไป รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กชาวดอยที่ด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระหัตถ์หมื่นลักษณ์ทรงดัชนีปฐมภูมิเปิดวัฏจักรย่อย (รับ,ขอ,ห้าม,โอบอุ้ม) บูชา 900 บาท

    72485546-464786464126025-8797183007598313472-n.jpg 72250537-247810076158082-6750301456609312768-n.jpg
    72245062-684125185431304-6907863637533130752-n.jpg
     
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ฝ่ามือรุ่นนี้แบ่งๆกันไปใช้นะครับ เห็นเถ้าแก่โรงสีโทรมาแต่เช้านึกว่าพี่เขามีอะไร เขาบอกว่าพี่อยากเหมาฝ่ามือเพราะเค้านอนไม่หลับพอหลับก็ฝันเห็นสมเด็จองค์ปฐมท่านยื่นมือมาหาเค้า...ฟังจากที่เล่าองค์พระใหญ่ท่านก็บอกชัดเจนว่าฝ่ามือรุ่นนี้พิเศษอย่างไรพี่เค้าถึงอยากได้เก็บไว้บูชาในโรงสี แต่รายการนี้ผมไม่ให้ใครเหมาจริงๆนะครับแค่แบ่งๆกันไปคนละเล็กๆน้อยๆเอาไปใช้เต็มที่ก็เผื่อคนในครอบครัว จะเอาไปขอทรัพย์สินหรือหยุดชีวิตแย่ๆก็ตามแต่อาราธนาเลย เชื่อว่าคนละองค์ก็คุ้มแล้ว
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่นวรัตน์ EI 3031 2303 8 TH

    พี่ภิญโญ EI 3031 2304 1 TH

    พี่ทวีพงษ์ EI 3031 2305 5 TH

    พี่ธีรนนท์ EI 3031 2306 9 TH

    พี่สายเมธี EI 3031 2307 2 TH

    พี่กฤตยชญ์ EI 3031 2308 6 TH
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    มีคนถามว่าห้อยพระหลายองค์ในเส้นเดียวกันได้มั๊ย บางคนเราก็ถามเค้าว่าทำไมห้อยพระเต็มคอไม่ห้อยทีละองค์เค้าก็จะบอกว่าเขาศรัทธาอยากห้อยเยอะๆจะได้ช่วยผมกันหลายๆคน

    เช่นนี้เรื่องแบบนี้ท่านว่าเป็นที่ศรัทธาคน คนเช่นนี้ถ้าเขามีศรัทธาเราก็ปล่อยเขาไปเพราะมันไม่ได้เสียหายอะไรนอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านมักย้ำเสมอว่า
    ศรัทธาคือชะตากรรมและความไม่เชื่อก็คือชะตากรรม

    บางสิ่งหากเชื่อก็จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้เรียกว่าชะตากรรมมีโอกาสเปลี่ยนแปลงในตัวของมันเอง ในขณะเดียวกันสำหรับคนที่เขาไม่เชื่อก็มีชะตาของเขา ด้วยความไม่เชื่อบางเรื่องก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เขาจะมีชะตากรรมของเขาเพราะมันก็เป็นชะตากรรมเช่นกันดังนี้
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    คำสาปแช่ง

    ตามความเชื่อในเรื่องของการสาปแช่ง “คำสาป” หรือ “คำสาปแช่ง” คือ ถ้อยคำที่กล่าวขึ้นเพื่อแสดงความต้องการให้เกิดสิ่งร้ายแก่ผู้อื่น ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ผู้ที่ทำการสาปแช่งมักเป็นคนที่ถูกกระทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทุกข์กาย ทุกข์ใจ จากการกระทำของผู้ที่ถูกสาปแช่งไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม โดยวิธีการที่มักจะใช้ตามความเชื่อที่ถูกบอกต่อกันมาก็คือ “การเผาพริกเผาเกลือ” ด้วยการเทน้ำลงบนเกลือที่กองไว้ แล้วโยนพริกและเกลือลงไปในกองไฟ พร้อมกับกล่าวคำสาปแช่ง ซึ่งเชื่อกันว่าจะสามารถทำให้ศัตรูร้อนรุ่ม ไม่มีความสงบสุขในจิตใจ แต่คำสาปแช่งจะเกิดผลขึ้นจริง หรือไม่นั้น...ก็ไม่อาจมีใครคาดเดาได้ เพราะขึ้นอยู่กับจิตของผู้สาปแช่ง หากมีพลังจิตที่แรงกล้ามากพอก็สามารถทำให้คำสาปแช่งนั้นกลายเป็นจริงได้เร็วยิ่งขึ้น แต่หาคนที่คิดจะสาปแช่งผู้อื่นนั้นเป็นคนที่มีจิตคิดร้าย ไร้คุณธรรม มุ่งทำลายคนอื่นโดยที่เขาไม่เคยสร้างความทุกข์ให้กับตัวเองมาก่อน คำสาปแช่งนั้นก็จะไม่เป็นผล

    การสาปเเช่งมีขึ้นมาตั้งเเต่สมัยโบราณ เวลาที่มีใครมาทำให้รู้สึกเจ็บเเค้นหรือเดือดร้อนใจ จนเกิดความรู้สึกผูกอาฆาตพยาบาทกับอีกฝ่ายก็จะเปล่งวาจาสาปแช่งเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายประสบกับชะตากรรม หรือความปรารถนาให้เกิดสิ่งร้ายตามในเเบบที่ตนต้องการ แล้วคุณล่ะ...เคยสาปแช่งใครไหม แล้วเคยมีใครเป็นอย่างที่คุณสาปเเช่งหรือเปล่า? วันนี้มีบทความที่จะมาอธิบายว่าคำสาปแช่งจะเป็นจริงได้ด้วยสาเหตุใดบ้าง

    คติความเชื่อโบราณเชื่อว่าคำสาปแช่งจะเป็นจริงตามผู้สาปแช่งได้ในกรณีดังต่อไปนี้

    คำสาปแช่งของคนดี
    หากคนดี มีศีลธรรม โดนผู้อื่นที่ไร้ศีลธรรมกระทำโดยเจตนา ให้ต้องทนกับความเดือดร้อนทุกข์ใจจากการะกระทำนั้น จนเกิดเป็นความอาฆาตพยาบาทต่อผู้กระทำ แล้วกล่าวสาปแช่งผลจะเกิดเป็นจริงกับผู้กระทำตามคำสาปแช่ง ความรุนแรงจะมากน้อยแปรผันตามความเดือดร้อนทุกข์กายใจ

    คำสาปเเช่งเกิดจากตบะผู้สาปแช่ง
    ผู้ที่มีความเพียรหรือธรรมที่พยายามให้กิเลสหมดไป จะมีอำนาจแฝงเปล่งวาจาสาปแช่งแล้วจะเกิดผลตามที่เเช่ง ในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากผู้สาปแช่งมีความรักหรือหวงสมบัติ ไม่อยากให้ใครมาหยิบจับโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเปล่งวาจาสาปแช่งเอาไว้ เคยเกิดผลจริงในประวัติศาสตร์สมัยอิยิปต์โบราณหากผู้ใดเข้าไปในสุสานฟาโรห์จะต้องมีอันเป็นไป

    ทำพิธีกรรมสาปแช่ง
    พิธีกรรมจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละที่ อย่างคนไทยเชื่อว่าการเผาพริกเผาเกลือ โดยในตอนเช้าให้หยิบเกลือมาหยิบมือหนึ่งเเล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันออกพร้อมเปล่งวาจาสาปแช่งผู้ที่ทำให้ตนเดือดร้อน เทน้ำใส่มือให้เกลือละลาย ตอนเย็นหันหน้าไปทางทิศตะวันตก โยนเกลือใส่กองไฟ หรือพริกกับเกลือพร้อมคำสาปแช่ง จะทำให้ผู้ถูกสาปแช่งร้อนลุ่มกระวนกระวาย

    การผูกอาฆาตพยาบาทหรือสาปแช่งกันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจะเป็นการผูกกรรมกันไม่รู้จักจบสิ้น ควรรู้จักการให้อภัย อโหสิกรรมเพื่อเลิกเเล้วต่อกันดีกว่า


    557000001349001.jpg
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    มีสอบถามกันมานับสิบคนถึงของที่เอาไว้แก้ใช้แก้เรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะ ก็ยกไปพูดคุยกันพรุ่งนี้นะครับ
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ใครชอบเครื่องมงคลสายพระเวทย์โบราณแบบแรงๆ ที่มีวิธีใช้เฉพาะเพื่อตัวเรา หนุนเรา เป็นของเราอย่างแท้จริง เอาไว้มาติดตามพูดคุยกันนะครับ
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่ฐิตกาญจน์ EI 2170 9855 1 TH

    พี่ศิระ EI 2170 9856 5 TH

    พี่พรหมพล EI 2170 9857 9 TH

    พี่ชัยวัฒน์ EI 2170 9858 2 TH
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    ร่วมทำบุญบูชา พระพิมพ์ปฐมฤกษ์พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์กลืนกินคำสาปคำสาบาน (ซุ้มกอสะดุ้งกลับ โพธิ์เก้า,ผงมหาสะเดาะ)

    *** พระชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านตอกย้ำไว้ชัดเจนว่า พุทธคุณอย่างแรง คนไม่มีเคราะห์ห้ามใช้

    *** ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน(เจ้าหลุมดำ)
    ตะกรุดสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นตามพระเวทย์โบราณ ด้วยปางก่อนนั้นสังข์อสูรได้กลืนกินพระเวทแลพระธรรมศาสตร์ทั้งปวงอันไหลออกมาจากโอษฐ์ของพระพรหมธาดาเป็นเจ้าได้ ด้วยกำหนดเมื่อถึงพรหมราตรีองค์พรหมท่านหลับไหลกินเวลายาวนานถึง 4,320 ล้านปี โลกก็เข้าสู่ความมืดมน อนธการ น้ำจะท่วมโลก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะสูญสิ้นเผ่าพันธ์ จนหมดสิ้นช่วงเวลาพรหมราตรีนั้นเข้าสู่พรหมทิวาทุกอย่างจึงจะกลับมาเป็นปกติ การที่คัมภีร์พระเวทย์หายไปทำให้โลกมนุษย์เดือดร้อน ฝนฟ้าไม่ตก เกิดความแห้งแล้งอดอยาก ก่อนเวลาที่โลกจะวิบัติตามช่วงพรหมราตรีที่กำหนดไว้
    ด้วยสังข์อสูรนั้นสำคัญว่าเมื่อโลกขาดซึ่งพระเวทย์แลพระธรรมศาสตร์ไป พอพระพรหมตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็จะไม่สามารถสร้างโลกแลสร้างสรรค์จักรวาลได้เลย เทพยดาตลอดจนมนุษย์ก็จะไม่ได้รับองค์ความรู้ต่างๆทั้งยังไม่นับถือพระเป็นเจ้าอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้พ่ออาจารย์ท่านซึ่งได้รับการแนะนำจากองค์ปฐมพรหมว่าให้ทำตะกรุดครูดอกสำคัญขึ้นลงวิชาสังข์อสูรไว้ เพราะสังข์อสูรนั้นเป็นผู้กลืนกินที่ได้ชื่อว่ากลืนได้ทุกอย่างแม้กระทั่งพระเวทย์และพระธรรมศาสตร์ทั้งหลายอันปกติแล้วจะหาผู้ใดกลืนกินมิได้ จึงได้ชื่อว่าสังข์อสูรนั้นมีอำนาจมากกลืนได้ทุกสิ่งด้วยตัวสังข์อสูรนั้นเป็นมหาพรหมจุติลงมาจึงมีกำลังฤทธิ์มาก ซ้ำเหนือสิ่งอื่นใดสังข์อสูรนั้นได้ลักโขมยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเป็นเจ้า ได้กลืนกินทั้งรูปธรรมและนามธรรมอันเป็นต้นกำเนิดของมหาจักรวาลได้(พระเวทย์และพระธรรม)
    เช่นนั้นท่านจึงถือว่าสังข์อสูรนั้นเป็นดั่งหลุมดำที่ใช้กลืนกินได้ทุกสิ่ง(วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านปกปิดมากและวิชานี้ท่านตั้งใจหลบไว้ไม่ให้ใครเห็นหรือเอาไปใช้กันได้ง่ายๆด้วยท่านกลัวว่าจะหลงระเริงเอาไปใช้ในทางที่ผิด) ซ้ำสังข์นั้นยังมีอานุภาพมงคลอีกหลายประการ แม้ว่าบุคคลใดจะทำการมงคลให้เอาสังข์ไปเป่าให้ดังจนสุุดเสียงสังข์นั้นแล เสียงนั้นได้ยินไปถึงสถานที่ใดก็เป็นอุดมมงคล ทั้งสังข์ยังใช้ในการเป่าประโคมเพื่อเตรียมพร้อมขบวนศึก ใช้เป่าเป็นอาณัติสัญญาณในการสงคราม ใช้เพื่อประกาศศักดาและความมีชัย ...เช่นนั้นพ่ออาจารย์จึงสรุปว่าวิชาสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบานนั้นสามารถกลืนได้ทุกสิ่งทั้งยังใช้ขับไล่สิ่งอันไม่เป็นมงคลออกไปจากตัวเราหรือสถานที่ซึ่งเราอาศัยอยู่ และเป็นเครื่องหมายแห่งศักดานุภาพแลชัยชนะอีกด้วย ท่านว่าบ้านไหนร้อนเป็นไฟ ชีวิตใครที่วิบัติอย่างไร้สาเหตุชนิดที่โดนผีมันทำเอา หรือโดนเจ้าที่เทวดาให้ร้ายเหล่านี้ มีสังข์อสูรอยู่ด้วยรับรองได้ว่าวิบัติต่างๆนั้นเงียบสนิท
    อานุภาพของสังข์อสูรนั้นมีอยู่มากเมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงตามโองการปฐมพรหมโดยทำเป็นตะกรุดครูที่สร้างด้วยสรรพพิธีกรรมโบราณเช่นการทำตะกรุดตะกั่วลงถมแล้วท่านจึงเรียกตะกรุดสังข์อสูรนี้ว่าเจ้าหลุมดำ เพราะเจ้าหลุมดำนี้มีแรงกระหายที่แฝงลึกอยู่ในสัญชาติญาณสามารถกลืนกินได้แม้แต่พระเวทย์และพระธรรม ซ้ำวิชานี้ยังใช้กลืนกินคำสาป,คำสาบาน,ทุกข์,โทษ,ภัยใดๆอันแสดงออกถึงผลร้ายที่มากระทบกายและใจของเรา ท่านว่าเจ้าหลุมดำนี้กินเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม กลืนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม หากคนใช้เป็นจะรู้ว่าสามารถใช้เพื่อกลืนและกินได้ทุกสรรพสิ่ง ยิ่งเรามีบาปมากทุกข์มาก มีชีวิตติดอยู่ในคำสาปคำสาบานตั้งแต่อดีตชาติอันผูกพันธ์เหนี่ยวรั้งเราไว้ ใช้ชีวิตวกวนหาทางออกไม่ได้อยู่เช่นนี้ ท่านว่านั่นแหละเจ้าหลุมดำกลืนกินได้ทั้งหมด ยิ่งเค้ากินมากก็จะยิ่งให้คุณมาก ท่านว่าวิชานี้แปลกคนที่ว่าทรุดๆไร้จุดยืน คนที่ติดคำสาปคำสาบานเหล่านี้ พอเจ้าหลุมดำมันกินเสร็จไม่ใช่แค่มันนะที่อิ่ม แต่ตัวเรามันก็ให้กินให้อิ่มด้วยเหมือนเป็นการตอบแทนที่เราให้มันกิน ชีวิตใครที่ขาดสิ่งใดอยู่ไม่ว่าจะโชคลาภความรักความปรารถนา สิ่งใดที่ต้องประสงค์นั่นแหละบอกกับเจ้าหลุมดำไว้ได้เลยว่า "เมื่อกินอิ่มแล้วให้พ่ออิ่มด้วยนะพ่อขาด...สิ่งนี้ๆก็ว่าไป" ท่านว่าถ้าใช้เป็นดังนี้จะมีกินมีใช้ไม่รู้จบ มันกินเร็ว กินไวชนิดที่ไม่เหลือให้ใคร ก็ส่งผลให้เราได้ทุกอย่างแบบที่ไม่มีใครกล้าแย่งเช่นกัน
    ทั้งเจ้าหลุมดำนี้ได้ชื่อว่า
    กินอย่างเดียว เก็บอย่างเดียวไม่มีเอาออก ไม่รู้จักอิ่มและไม่มีอะไรที่เขาจะกินไม่ได้ เช่นนั้นวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้เปรยเอาไว้ว่านอกจากกลืนกินคำสาปคำสาบานในร่างกายตัวตนของเราแล้ว เจ้าหลุมดำนี้แม้อยู่ที่ไหนก็ยังจะช่วยเจ้าของกอบโกยสิ่งที่ตัวเธอต้องการแบบไม่รู้จักคำว่าพอดี(พูดง่ายๆคือเกินพอไปไกล) จะกอบโกยทุกอย่าง ครอบครองทุกอย่างจนตัวเธอเองคาดไม่ถึงว่าทำไมเมื่อก่อนเป็นแบบนั้นและตอนนี้เรามีขนาดนี้ได้อย่างไร จะถึงซึ่งสิ่งอันสมปรารถนา มีความสุขกับทรัพย์สมบัติที่ตั้งใจจะให้เป็นตั้งแต่แรก ...ท่านว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดอิ่มตัว นี่คืออานุภาพของเจ้าหลุมดำ เพราะตัวของมันนั้นสามารถบรรจุพระเวทย์และพระธรรมได้จึงมีอานุภาพอันประมาณมิได้ ท่านว่ามีมิติอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่สามารถคาดคะเนจุดสิ้นสุดได้อยู่ในตัวของมันเช่นนี้ท่านจึงเรียกเจ้าหลุมดำเพราะจริงๆแล้วตัวของมันสามารถใส่ได้ทุกสิ่ง ***วิชานี้เป็นพระเวทย์พิศดารซึ่งพ่ออาจารย์ได้รับการถ่ายทอดโดยปฐมพรหม ท่านว่ามีอำนาจเหนือแรงพรหมลิขิตต่างๆที่ดลบันดาลชีวิตคนมากนัก ด้วยเหตุสังข์อสูรนั้นโขมยของจากพระพรหมเปลี่ยนแปลงพรหมลิขิตซึ่งส่งผลร้ายแรงที่สุดต่อมหาจักรวาลได้อย่างไร เรื่องโขมยชะตา เปลี่ยนชีวิต กลับทุกข์เป็นสุขทั้งหลายเค้าก็ทำได้ง่ายๆเช่นนั้น
    ### วิธีใช้
    - ตะกรุดนี้เมื่อได้รับไปท่านให้ผู้บูชาตั้งจิตตั้งสมาธิให้ดี นำเอาปากกามาเขียนชื่อตัวเองจารใส่ลงไปที่ตะกรุด ให้ทำเบื้องหน้าพระปฏิมาหรือทำจิตหน่วงไว้มั่นคงในพระรัตนตรัยอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เมื่อกระทำนั้นพ่ออาจารย์ท่านให้ตั้งจิตให้ดีบอกกล่าวกับมหาสังข์เขาว่าให้กลืนกินคำสาปและคำสาบานตั้งแต่อดีตชาติของเราขณะที่เราเขียนชื่อลงไป...(ต้องทำด้วยตัวเอง) อยากจะให้ท่านช่วยให้ท่านกลืนกินอะไรก็บอกไปเลยในขณะนั้น การเขียนชื่อนี้ทำได้เพียงครั้งเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะพกแบบไม่เขียนก็ได้ แต่หากทำตามนี้วิชานี้จะมีผลมาก เห็นผลได้ไวดั่งใจ เจ้าหลุมดำจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเราและตามช่วยเราตลอดไปแม้ในภพภูมิไหนๆ จะเกิดอีกกี่ชาติ พรและความโชคดีเหล่านี้จะไม่หายไปจากตัวเราเลย

    *** พระชุดนี้แก่ผงมหาสะเดาะ
    ผงมหาสะเดาะพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเเต่เดิมวิชานี้เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งในภาควิชาของเทพนิมิตร ท่านได้เฝ้าครูมหาพรหมคือองค์สหัมบดีบรมพรหมสูงสุดแห่งปัญจสุทธาวาสท่านจึงได้วิชานี้มา โดยใช้วิชานี้ตั้งตัวเเละทำไว้ให้ลูกศิษย์บ้างเฉพาะบางคนที่มีความประพฤติดี วิชานี้องค์บรมพรหมท่านให้มาโดยเฉพาะ พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าแก่นเเท้ของวิชานี้ต้องสวนกับกระเเสของกรรมในระดับหนึ่ง พระองค์ท่านได้มอบอักขระให้พร้อมคาถาเสกเรียกว่ามหาสะเดาะ ครูท่านบอกว่าเพราะสัตว์นั้นมีกรรมเฉพาะเเต่ละบุคคล ถึงมีโชคบางทีก็รับไม่ได้ บางครั้งกรรมส่งผลหนักเเม้โชคก็ยังไม่มีเลย
    ในจุดนี้เพื่อให้ผู้ใช้ได้เสวยศุภมงคลอันเกิดเเต่โชคลาภวาสนา พระองค์ท่านจึงให้วิชามหาสะเดาะเเก่พ่ออาจารย์ ท่านว่าเมื่อพกไว้บูชาไว้กับตัว จะสะเดาะโซ่ตรวนบ่วงพันธนาการที่กุมรัดให้หลุดออก ให้ไขว่คว้าโชคลาภได้ จะทำอะไรก็มีเเต่โชคร่ำรวยง่ายๆโชคดีเเบบนั้น ในส่วนของเวรกรรมนั้นก็ไม่ได้หายหรือสลายไปไหน เพียงเเต่คลายพันธะทั้งหมดออกชั่วคราวให้สัตว์เหล่านั้นที่ได้บูชาสามารถรับโชคได้เเต่กรรมเก่าก็ยังรับเหมือนเดิม พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าวิชานี้มันดีตรงที่เวลามีโชคพูดง่ายๆคือมีเงิน ให้เอาเงินไปทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร บ่วงกรรมมันก็จะบรรเทาเบาบางลง ทีนี้อะไรก็ง่ายไปหมด ทำไปเรื่อยๆได้เงินเเบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญ ได้เงินเเบ่งส่วนหนึ่งไปทำการกุศลอุทิศให้เขา เช่นนี้ก็ขึ้นชื่อว่าต่อไปบ่วงพันธนาการต่างๆก็จะลดจะคลายลง เงินเเละความโชคดีมันจะยิ่งไหลมาไม่รู้จบ เมื่อท่านลงวิชาทำผงมหาสะเดาะลงด้วยว่านยาแล้ว พ่ออาจารย์ท่านจะล้อมมหาสะเดาะด้วยวิชาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ของหลวงพ่อปาน วัดบางโคนม พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ดีมากอยู่เเต่เดิมเเล้วในส่วนของพระคาถาไม่ต้องกล่าวอะไรมาก เเต่พอนำมาลงวิชาทำผงกลับต้องทำให้มากขึ้นไปอีก คืออัญเชิญบารมีพระปัจเจกพุทธเจ้าอันอภิเษกพระสัมโพธิญาณทั้งหลาย ซึ่งพระปัจเจกโพธิเจ้านั้นมีจำนวนมากกว่าเม็ดกรวดเม็ดทรายในท้องพระมหาสมุทรทั้งสี่ เอ่ยอ้างมหาบารมีในระดับโพธิญาณซึ่งสูงกว่าระดับวิปัสนาญาณของพระอรหันต์ทั่วไป มาช่วยเป็นตัวเบิกทางลดกระเเสเวรกรรมให้ผู้บูชาประสบโชคดี เมื่อเหล่าพระปัจเจกโพธิเจ้าทั้งหลายช่วยกันสงเคราะห์ ผสานกับพระเวทย์ในสายบรมพรหมสหัมบดีวิชานี้จึงรับเเละหนุนกันเป็นทอดๆ หลังจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านได้ลงพระเวทย์เฉพาะอันท้าวสหัมบดีบรมพรหมท่านสอนไว้ พระเวทย์นี้ไม่ได้รับอนุญาติให้เปิดเผยเเก่ผู้ใด ท่านลงผงวิเศษล้อมวิชาพระปัจเจกโพธิเจ้าโปรดสัตว์อีกทีหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าพระเวทย์นี้ต่อให้อยู่เฉยๆโชคลาภก็วิ่งเข้ามาหาเอง เเม้ปรารถนาเงินทองของมีค่าความสุขสบายใดก็ไม่ไกลเกินความปรารถนา จะเสี่ยงโชคจะพนันขันต่ออะไก็เอาเเต่พองามตามใจเถิดก่อนที่ท่านจะลบเอาผง ท่านว่าพระหรือเครื่องมงคลใดๆก็ดีที่สร้างด้วยผงนี้ ผู้ใช้ให้พึงรู้แก่ใจไว้ว่าอยากได้อะไรเท่าไหร่ให้ตั้งสัจจะกับผงนี้ไว้ ว่าวันนี้อยากได้เท่าไหร่ได้เเล้วให้พอให้หยุด เเล้ววันอื่นค่อยขอเมตตาในส่วนมหากรุณาของเสด็จปู่ท้าวสหัมบดีต่อไป ผงนี้มีอำนาจอาญาสิทธิ์ด้วยผู้ที่บูชานั้นเทพเจ้าท่านจะต้องสงเคราะห์ถ้วนทุกคน ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชังโปรดเสมอหน้ากันหมดรักเราเต็มใจโปรดเรา อีกประการหนึ่งท่านว่าจะทิ้งวิชาทางเมตตานั้นไม่ได้ ยิ่งโชคลาภการพนันเสี่ยงดวงด้วยเเล้วมันต้องเดินไปควบคู่กับเมตตา ใครเห็นเราเค้าก็เต็มใจให้เรายิ้มให้กับเรา เราเอาเงินเขามาง่ายๆไม่ขัดขืนเรา เช่นนั้นผงมหาสะเดาะนี้ท่านจึงลงไว้ครอบคลุมทั้งหมด

    *** พระพิมพ์สำคัญชุดปฐมฤกษ์ พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ (ซุ้มกอสะดุ้งกลับ โพธิ์เก้า)

    เป็นประสงค์ของพ่ออาจารย์ที่ท่านตั้งใจจะสร้างพระพิมพ์ขึ้นบูชาครูเสียหนหนึ่ง โดยตั้งใจว่าจะทำให้ดี ใช้มวลสารของครูมาทำ เชิญครูลงมาเมตตาอธิษฐานจิตให้ ซ้ำยังเป็นการสร้างพระพิมพ์ที่ได้ชื่อว่าทำได้ยากที่สุดอีกวาระหนึ่ง พระพิมพ์นี้เรียกว่าพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ หรือจะเรียกว่าสะดุ้งกลับโพธิ์เก้าก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์นี้จะมีปาฏิหาริย์มาก มีฤทธิ์มากและมีคุณครอบทุกทาง ซึ่งท่านใช้เวลาอธิษฐานจิตและเชิญครูลงปลุกเสกนานมาก


    ท่านไม่ให้บอกอะไรที่เรียกว่ามากเกินไป ให้พูดแต่เพียงคร่าวๆพอเข้าใจเท่านั้น โดยแรกเริ่มนั้น ท่านได้นิมิตรเห็นประชาชนเดือดร้อนทุกข์ยากเป็นกำลัง และเหล่าพระเบื้องบนตลอดจนพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเมตตาสงสารจับใจ จึงได้ปรารภกับท่านว่า พวกเราจะช่วยกันแผ่เมตตา เอาความกรุณานี้ชำระล้างทุกข์เข็ญที่จะปรากฏขึ้นช่วยกันทำเสียหนหนึ่ง ในภายหลังท่านก็ได้รับสื่อต่อลงมาว่า อยากให้ท่านช่วยสร้างพระพิมพ์ ซึ่งพระพิมพ์นี้เป็นพระพิมพ์สำคัญต้องเป็นท่านเท่านั้นถึงจะทำให้สำเร็จได้ โดยต้องทำตามอาถรรพ์แห่งคุณวิชา เอาไว้ให้เป็นขวัญกำลังใจแก่สัตว์ผู้ยากในภายหน้า พ่ออาจารย์ท่านจึงเริ่มบูชาครูแกะแม่พิมพ์ บอกกล่าวครูบาอาจารย์ให้ท่านช่วยเหลือ แฝงครูลงมาช่วยกันสร้างให้รูปแบบพิมพ์ทรงออกมาเป็นเช่นที่ครูต้องการ ท่านว่าพระพิมพ์นี้ให้คุณถึงสามสถาน ดุจมีพระซุ้มกอบูชาไว้ มีพระเศียรโล้นสะดุ้งกลับบูชาไว้ มีพระปรกโพธิ์เก้าใบบูชาไว้ในองค์เดียวกัน

    พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นั้น พ่ออาจารย์ท่านใช้มวลสารเดิมของบูรพาจารย์มาเป็นธาตุตั้งต้นในการทำ เพราะท่านอาศัยอำนาจจิตของบูรพาจารย์เหล่านั้นให้กำเนิดก่อเกิดสิ่งดีงามซึ่งทรงคุณวิเศษ โดยท่านกล่าวว่าเดินตามรอยเท้าครูนั่นเอง ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นั้น เป็นพระพิมพ์ที่มีคุณวิเศษอยู่มาก พอจะจำแนกให้เห็นได้ ดังนี้
    - พุทธลักษณะพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับนั้น เป็นการสร้างพระพิมพ์ที่สร้างได้ยากกว่าปกติ อันนี้พูดถึงพระพุทธคุณภายใน ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์ การทำพระพิมพ์นี้ต้องสำเร็จด้วยวิทยาคมขั้นสูงจากผู้อธิษฐานจิต เหนือกว่าพุทธาคมธรรมดา หากผู้สร้างกระแสจิตไม่เข้มแข็ง ถ้าทำตามหลักคุณวิชาแล้ว จะเสียจริตไปทันที กล่าวคือถ้าเสกไม่เป็นคนเสกเป็นบ้าได้เพราะต่างจากการทำพระธรรมดา โดยการอธิษฐานจิตนั้นจะใช้บทพระคาถายอกย้อนถอยหลังขึ้นต้น แล้วฐานกำลังการปลุกเสกการแผ่กระแสจิตก็ยังไหลยอกย้อนเสมอด้วยบทพระคาถาเช่นกัน จึงเหนือและต่างจากการอธิษฐานธรรมดา ดังนั้น พุทธคุณของพระเศียรโล้นสะดุ้งกลับนั้นจึงแรงกล้ายิ่งนัก เหนือกว่าวิชามหาสะท้อนหรือเพชรกลับใดๆหลายเท่า พ่ออาจารย์ท่านว่า สามารถทำให้ผู้ครอบครองพลิกฟ้าพลิกดินได้ เปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ กลับเรื่องร้ายๆที่กำลังผจญอยู่ สถานการณ์แย่หรือวิกฤติ ให้กลายเป็นโอกาส เป็นเรื่องที่ดีได้ แม้ดวงตก มีทุกข์โทษภัย เคราะห์หามยามร้ายใดๆก็จะคลายสูญสิ้น ไม่ใช่ด้วยจะไปเบียดเบียนกฏแห่งวัฏฏะสงสาร แต่อาศัยพุทธานุภาพและแรงครู ส่งทุกข์โทษภัยเหล่านั้นกลับไปให้ไกลหมื่นโยชน์แสนโยชน์
    - ปรกโพธิ์เก้าใบ ดั่งที่บอกไปแล้วแต่ต้นว่าพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นั้น เป็นพระที่พ่ออาจารย์ท่านต้องการเดินขุมพลัง เน้นพุทธคุณทุกทางพร้อมกัน ตามมติครูบาอาจารย์เบื้องบนให้เหมาะแก่ยุคปัจจุบัน การอัญเชิญองค์พระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับเข้าประทับในซุ้มโพธิ์เก้าใบนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการปกปักรักษาคุ้มครองไม่ทอดทิ้งกัน ของศิษย์และครู ซ้ำยังมีความหมายถึงความเจริญก้าวหน้า รุดหน้า ไม่อยู่นิ่ง แม้ได้อาราธนาบูชาก็จะพบความสุขร่มเย็น สมหวังในทุกๆสิ่ง
    - พิมพ์ซุ้มกอ สำคัญยิ่งนัก เพราะพ่ออาจารย์ท่านต้องการเน้นพุทธคุณพร้อมกันให้เหมาะแก่สภาวะการณ์ปัจจุบัน โดยท่านว่าพระกำแพงซุ้มกอนั้น ดีเด่นครอบจักรวาล ทุกคนรู้กันดีว่า มีพุทธคุณทางโชคลาภวาสนาสูงนัก ดั่งจารึกในลานทองว่ามีกูไว้ไม่จน แม้องค์ครูสมเด็จจะสถาปนาพระสมเด็จวัดระฆังยังต้องเอาดินกรุ เอาพระกำแพงซุ้มกอที่แตกหักมาเป็นมวลสารผสม จนพระสมเด็จวัดระฆังนั้นมีอิทธิคุณดุจเดียวกัน คือใครมีกูไว้ไม่จนนั่นเอง


    พ่ออาจารย์ท่านได้ใช้มวลสารเก่าดั้งเดิม ของครูบาอาจารย์ที่ท่านรับสืบทอดมา นำมาผสมสร้างเป็นหัวเชื้อในการทำพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ครั้งนี้ พอจะยกตัวอย่างได้อาทิเช่น
    - ผงเปิดทาง เปิดวาสนา เป็นวิชาที่ต้องลงคู่กัน พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าชีวิตคนนั้น เกิดมาเป็นมนุษย์ได้ต้องบอกไว้ว่ามีทุน มีวาสนากันทุกคน แต่ทั้งนี้ใครจะมีกรรมมีสิ่งใดมาบดบังเบียดเบียน มันก็เป็นเรื่องกฏแห่งกรรมของชะตาสัตว์โลก วิชานี้เมื่อเราอาราธนาจะช่วยขจัดปัดเป่า เปิดทาง เปิดผลบุญอำนาจวาสนาให้เราเป็นวาระๆไป มีข้อห้ามอย่างเดียวคือห้ามหาย ต้องอาราธนาตลอด เช่นนั้นคุณแห่งวิชาก็จะเกื้อกูลเปิดทางให้เราตลอด เมื่อทางเปิดแล้วจงเร่งตักตวงสร้างคุณงามความดี อย่าเพลิดเพลินแต่การณ์คิดจะเสวยสุขฝ่ายเดียวก็พอ
    - ผงสมเด็จวัดระฆัง ขรัวโต เป็นผงที่พ่ออาจารย์ได้เคยนำออกมาใช้สร้างพระบ้างในบางวาระที่จะสถาปนาพระสำคัญๆเท่านั้น
    - ผงยาวาสนาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งท่านได้นำยาวาสนาทั้งแบบเม็ดยา และลูกประคำปราบหงสานำมาฝนขอเป็นชนวนมวลสารเข้ากับผงยาสำเร็จของหลวงปู่บุญที่เอาไว้ผสมทำพระเนื้อผงยาโดยเฉพาะอีกต่างหาก เพื่อจะนำลงมาผสมเป็นมวลสารในวาระนี้ ใครมีไว้ได้ชื่อว่ามีวาสนาอย่างยิ่ง
    - ผงพระพุทธคุณคาถาลบมือหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งท่านได้รับมอบมาจากครูฆราวาสของท่าน โดยครูท่านกำชับไว้ว่า แม้จะผสมทำอะไร องค์พระนั้นมีพุทธานุภาพมาก ไม่ต่างจากที่หลวงปู่บุญท่านทำเอง
    - ผงทำพระ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิต เป็นผงที่ท่านได้รับสืบต่อมาซึ่งผงนี้คือผงที่หลวงพ่อกวย ได้ชักยันต์อักขระคาถาวิชาต่างๆลบถมไว้เพื่อนำมาผสมทำพระผงของท่าน พ่ออาจารย์ว่า พระรุ่นนี้มีพุทธลักษณะนั่งบัลลังค์โพธิ์เก้า จึงได้นำผงของหลวงพ่อกวยผสมทำพระด้วย เพื่อเป็นเกียรติแก่ครูบาอาจารย์
    - ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เป็นผงที่สร้างชื่อทางสายนี้ พุทธคุณนั้นยิ่งใหญ่ครอบจักรวาลไม่ต้องกล่าวอะไรกันมาก
    - ผงคู่ชีวิต สายหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน
    - ผงวิเศษ 5 ประการ
    - ผงพุทธคุณนะหน้าทอง พระลักษณ์หน้าทอง
    - ผงพระสีวลีเร่งลาภ
    - ผงมนต์พระกาฬสะท้อนกลับ
    - ผงบทพระอิติปิโสธงชัย(ถอยหลัง)
    - ผงว่านสำคัญ 108 ชนิด
    - ผงกรุบางขุนพรหม
    - ผงดินก้นกรุและพระกำแพงซุ้มกอแตกหัก
    - น้ำทิพย์มนต์ธรรมชาติ ที่ผุดเองตามถ้ำและเศียรพระพุทธรูปต่างๆ


    เมื่อท่านได้ผสมมวลสารสำคัญต่างๆแล้ว จึงได้สถาปนาพระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ ซึ่งในองค์พระนี้ท่านยังได้ฝัง เครื่องมงคลต่างๆลงไปเสริมอิทธิคุณด้วย อาทิเช่นด้านหน้าโรยแร่เหล็กไหลกลางทุ่ง หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว แร่นี้เป็นในส่วนของขี้เหล็กไหล ที่หลวงปู่บุญท่านเคยชี้จุดให้ศิษย์ฆราวาสไปขุดกลางทุ่งนครชัยศรี ครูฆราวาสของท่านนั้นเล่าว่าตอนขุดนี้มืดฟ้ามัวดินทีเดียว เป็นแร่ที่มีจิตวิญญาณรักษา อัญเชิญขึ้นมาได้ไม่มาก หลวงปู่บุญท่านได้นำมาอธิษฐานจิตในส่วนของพุทธคุณมีบดผสมพระบางส่วน และที่เหลือท่านก็มอบให้ศิษย์ไว้สืบต่อมาจนตกทอดถึงพ่ออาจารย์ ท่านว่าแร่นี้มีพุทธคุณแรงมาก ทีเทพยดาเข้ารักษาทุกชิ้นเรียกว่าเฮี้ยนที่สุดก็ได้ เมื่อนำมาฝังมาโรยไว้แล้วเทพยดานั้นก็จะเข้าอารักขาพระพิมพ์ไปด้วย เมื่อจะขอจะอธิษฐานอะไรกับองค์พระ ให้ทำจิตให้นิ่งสงบ เพ่งจิตไปที่องค์พระเลยหรือจะใช้ฝึกสมาธิก็ได้ จิตจะปลอดโปร่ง แม้อธิษฐานสิ่งใดก็สำเร็จโดยเทวานุภาพ

    พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างตามมติครูบาอาจารย์ เมื่อจะเสกท่านก็ได้เชิญครูนอกจากเสด็จพระใหญ่และองค์พระในนิพพานแล้ว ยังมีครูองค์อื่นๆอาทิครูสมเด็จโต และบูรพาจารย์องค์อื่น เช่นหลวงปู่บุญ หลวงพ่อกวย หลวงปู่ดู่ หลวงพ่อฤาษี ท่านว่าเจ้าของมวลสารท่านลงมาทำให้แผ่เมตตากันครบ ต่างกรรมต่างวาระกัน เพราะท่านเน้นเชิญแต่ละองค์ให้ลงมาอธิษฐานจิตเดียวควบคู่ไไปกับการทำวิชาของท่าน เมื่อสำเร็จนั้นท่านมีนิมิตเห็นหลวงปู่บุญมาเตือนท่านว่า พอแล้ว พระเหล่านี้มีเจ้าของครบแล้ว คนมีบุญเขาจะมารับ ตกต้องตามพรหมลิขิตทุกองค์

    คาถาอาราธนา
    ติวาคะภะ โธพุทนังสา นุสมะวะเทถา สัตถิระ สามะทัมสะริปุโรตะ นุตอะทูวิกะโลโตคะสุโนปันสัม ณะระจะชา วิโทพุธสัมมา สัมหังระ อะวาคะภะ โสปิติอิ


    *** พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์ชุดพิมพ์ปฐมฤกษ์นี้ พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้ทั้งหมด 4 องค์ ผู้ต้องการบูชาจริงๆรบกวนจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น โดยให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากตลอดจนเรื่องที่ขัดข้องเอาไว้ด้วย ท่านจะทำการประสิทธิให้เป็นการเฉพาะต่อไป รายได้จากการทำบุญร่วมสมทบทุนบุญวิหารทานต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระพิมพ์ปฐมฤกษ์พระเจ้ากลับร้ายคลายเคราะห์กลืนกินคำสาปคำสาบาน (ซุ้มกอสะดุ้งกลับ โพธิ์เก้า,ผงมหาสะเดาะ) บูชา 4,000 บาท



    71839359-562913427784324-7980655706825031680-n.jpg 72126597-424801418455967-2568243795644645376-n.jpg
    72131691-519204028903137-1031545849080971264-n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 ตุลาคม 2019
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    พระผงชุดนี้ท่านว่าใครได้ไปเหมือนได้เปล่าเฉพาะตะกรุดด้านหลังนั้นก็คุ้มแล้ว หากทำตามวิธีที่ท่านบอกไปนั่นยิ่งมีอาถรรพ์แรงเห็นผลเร็วมาก อาถรรพ์จากวิชานี้ท่านว่าจะติดตัวไปทุกภพทุกชาติหนุนเรากลืนกินสิ่งอัปมงคลทั้งหลายในตัวเราเช่นนั้น
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,540
    ค่าพลัง:
    +22,226
    อรุณสวัสดิ์ครับ เมื่อวานส่วนใหญ่คนที่จองพระถามว่าเคราะห์ยังน้อยอยู่ขอบูชาเผื่อไว้ก่อนได้มั๊ย รายการนี้ถ้ามีเคราะห์แล้วจะมากจะน้อยใช้ได้หมดเลยนะครับ ส่วนวันนี้ก็เป็นวันออกพรรษาก็เลยจะนำพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมที่ควรจะทำในวันนี้กันก่อน

    วันออกพรรษา

    วันออกพรรษา คือวันสิ้นสุดระยะการจำพรรษา หรือออกจากการอยู่ประจำที่ในฤดูฝนซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑

    วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า "ปวารณา" แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกันว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน

    ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทำก็คือ การบำเพ็ญกุศล เช่น ทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธนิยมนำไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้ม มัดไต้ และข้าวต้มลูกโยน และการร่วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว" คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน" แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระพุทธมารดาในเทวโลก

    ประเพณีการทำบุญกุศลเนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทยก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกันก็เพียงแต่สถานที่ที่สมมติว่าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เท่านั้น

    กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา
    ๑. ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
    ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
    ๓. ร่วมกุศลธรรม "ตักบาตรเทโว"
    ๔. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการและ ประดับธงชาติและธงธรรมจักรตามวัดและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
    ๕. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มีนิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวันออกพรรษาฯลฯ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป

    557000001349001.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...