ร่วมทำบุญบูชา อัศวราชกัณฐกะตัวครูผูกตะกรุดชัยยะธรณี (ชุดม้าส่งสาสน์) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูเขียนฝันใจปรารถนาธรรมนิรมิต - ได้ดั่งใจ (ทุกสิ่งไม่เกินเอื้อม,ฝันที่เป็นจริง)

    "วิชาของโยคะนิทรา(ภาคหนึ่งของพระแม่ทุรคา)"

    ด้วยเหล่าครูบาอาจารย์ในแดนทิพย์ท่านเล็งเห็นว่าปัญหาความเสื่อมโทรมและทุกข์ยากของผู้คนนั้นกำลังจะแผ่ขยายมายังศิษย์ทั้งหลาย ท่านเมตตาด้วยว่ายังมีบางคนที่ลุกขึ้นสู้ถึงแม้จะมีฐานะยากจนหรือประสบชะตากรรมอันยากลำบากแต่ก็มีความขยันอดทน และตั้งใจเดินตามความใฝ่ฝันที่ดีของตนเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าเหล่าทิพย์กายทั้งหลายท่านยังเมตตาอยู่ตรงนี้เพราะคนที่มีฝันเหล่านั้นเมื่อฝันแล้วเดินตามจึงจะเกิดพลังงานสร้างสรรค์เหนือพรหมหรือกรรมลิขิต เรียกว่าชีวิตยังมีไฟเพียงมุ่งเดินไปตามฝันก็จะพบแสงสว่าง เช่นนั้นครูท่านจึงให้วิชามาชุดนึงซึ่งพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าชุดฝันที่เป็นจริง ท่านว่าให้เอาไว้ใช้ช่วยคนที่เขาไม่ย่อท้อเพื่อดึงเขาเข้าสู่ทางแห่งความสำเร็จ ในขณะเดียวกันวิชาชุดนี้จะมีอานุภาพมากยิ่งขึ้นทางด้านระบบความคิด เพราะแรงครูจะช่วยจุดประกายความคิด ควบคุมพลังงานด้านบวกทุกๆสิ่งมาเกื้อกูลเราโดยตรง ท่านว่าไม่ว่าเราจะเป็นใครจะมีความฝันอย่างไรวิชาชุดนี้ย่อมทำฝันของเราให้เป็นจริงได้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติคนนั้นย่อมมีความปรารถนาไม่สิ้นสุด มีความคิดที่จะทำนั่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา บางคนก็ละเมอเพ้อพกในสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ จึงเรียกว่ามีทั้งคนประเภทที่สามารถทำให้ความฝันเป็นจริงได้ผ่านการกระทำของตนเอง(เป็นประเภทคิดแล้วลงมือทำ) กับอีกประเภทนึงคือฝันเกินจริงเป็นเพียงจินตนาการที่ตนติดอยู่ในความปรารถนานั้น ด้วยพ่ออาจารย์ท่านเข้าใจว่าการทำความฝัน,ความคิด,ความปรารถนา(ที่เราตั้งไว้ให้เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต)นั้นให้เป็นจริงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนที่เราจะผ่านไปยังจุดที่สูงที่สุดได้เราต้องผ่านอะไรมา ต้องแลกมาด้วยอะไร บางคนอาจจะเเลกมาด้วยอุปสรรคและความยากลำบากมากมายกว่าจะพบความสำเร็จ ตรงนี้พอทำได้ใจมันก็ปิติเกิดความภูมิใจในตนเอง ท่านว่าคนประเภทนี้ต่อให้ตัวเขาไม่มีอะไรเลยเขามีแต่พลังใจที่เข้มแข็งเขาก็เดินก้าวออกไปได้ ใช้ใจที่เข้มแข็งไม่ย้อท้อต่อความลำบากเป็นจุดยืนและใช้กำลังใจจากคนรอบตัวที่รักเราหวังดีกับเรามาเป็นแรงผลักดันคอยสนับสนุนส่งเราอีกต่อหนึ่ง เรียกว่ามีทั้งกำลังภายนอกและภายในหนุนกัน *** ถึงแม้จะประสบความสำเร็จแต่เส้นทางนั้นกลับไม่ง่ายเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่มีแต่แรงใจอย่างนี้ย่อมเหนื่อยมากและใช้เวลานานมากเกินไปเช่นกัน

    เช่นนั้นตะกรุดครูธรรมนิรมิตนั้นจึงเป็นเครื่องมงคลที่จะชักนำเราไปสู่ความฝันขั้นสูงสุดแบบที่ไม่ต้องรอเวลาไม่ต้องใช้กำลังเกินตัว ท่านว่าด้วยความสำเร็จนั้นมันมีอยู่หลายแบบ แต่เนื่องจากเรานั้นเป็นมนุษย์ดังนั้นรู้ไว้เลยว่าทุกอย่างมันเป็นความว่างเปล่าอะไรที่อยากอะไรที่ต้องการมันมักจะไม่ได้มา ส่วนอะไรที่เราไม่คิดไม่ปรารถนานั่นย่อมได้มาง่ายๆ เช่นนั้นพอคนเราตั้งปณิธานตั้งความหวังไว้แล้วเดินไปตามฝัน เส้นทางนั้นจึงมักเปนอะไรที่ยากเป็นพิเศษ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นเพราะเราเป็นมนุษย์ส่วนความสำเร็จ(ที่ยิ่งใหญ์ไม่ใช่ได้ในเรื่องฉาบฉวย)นั้นเขาเป็นนามธรรมเป็นกฏของวัฏจักร ดังนั้นความฝันที่จะสำเร็จได้จึงเป็นนามธรรมที่สูงส่งยิ่งเกินกว่าความคิดเหลวไหลที่ไขว่คว้าไม่ได้ ทีนี้เมื่อมนุษย์เอาตัวเองเข้าไปหาไปไขว่คว้านามธรรมเช่นนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากและเกินกำลัง แต่ด้วยแรงครูของตะกรุดนั้นท่านจะเอื้อให้ปัจจัยทั้งปวงเกิดขึ้นได้เพื่อดึงเอามโนและความคิดของเรามาทำให้มันเป็นจริงในโลกแห่งความจริง ท่านจึงเปรียบตะกรุดนี้ว่าสำคัญนักด้วยเขาเป็นปัจจัยที่จะสร้างตัวตนของเรา สร้างความคิดเราให้ปรากฏในโลกความจริง ในขณะเดียวกันมโนความคิดของเราก็เป็นปัจจัยที่จะถูกป้อน เป็นพลังงานให้เขาเช่นกัน จึงเรียกได้ว่าเป็นการทำงานที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

    ตะกรุดธรรม...ปัจจัยที่จะสร้างตัวตนของเราในโลกแห่งความจริง
    ไม่ว่าจะเป็นจินตนาการหรือความฝันง่ายๆแต่ทำไม่ได้ แม้กระทั่งเรื่องฝันอันสูงสุดที่ตั้งไว้เป็นเป้าสุดท้ายในชีวิตว่าชาตินี้ต้องทำให้ได้เพราะเป็นเรื่องอันยากที่มนุษย์จะทำ ไม่ว่าจะเรื่องใดนั่นก็ล้วนเป็นความปรารถนาที่จะจุดไฟในชีวิตของตัวเราอยู่ลึกๆทั้งสิ้น แต่ทุกคนคงรู้ดีกันอยู่ว่ามันก็เป็นเพียงแค่ความฝัน *** บางคนนั้นเหนื่อยเพราะเดินตามฝันมามากและเข้าใจแล้วว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตามฝันให้สำเร็จหรือเป็นจริงได้ บางคนนั้นยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ด้วยอาชีพกับสิ่งที่คิดนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยจึงไม่มีโอกาสเดินตามความตั้งใจของตนเอง ด้วยพันธะต่างๆมากมายที่เกี่ยวรัดพัวพันเนื้อตัวและชีวิตเราอยู่ บางครั้งจึงทำได้เพียงเสียดายและเสียใจทำได้เพียงแค่ยืนมองฝันนั้นอยู่ในความคิดในขณะที่บางคนยืนมองความฝันนั้นหลุดลอยไป บางทีเห็นคนอื่นทำในสิ่งที่เราคิดไว้จนสำเร็จก็ยังทอดถอนใจว่าทำไมคนๆนั้นถึงไม่ใช่ตัวเรา
    ในขณะที่คนอีกประเภทหนึ่งนั้นก็มีความฝันซึ่งไม่ได้ทำไม่ได้รับการเติมเต็มเหมือนกัน หากแต่ต่างกับประเภทแรก
    เพราะความฝันเขาเป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อ ซ้ำเขายังหลอกตัวเองอยู่เสมอด้วยว่าไม่ได้ทำก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ชีวิตทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็มีความสุขดี...เราเพียงพออยู่แค่นี้มันก็โอเคแล้วนะ....ท่านว่าคนแบบนี้นี่แหละน่ากลัวเพราะเขาหลอกได้แม้กระทั่งตัวเองเพื่อความสบายใจของเขา ไม่ได้เอาความคิดมาจุดพลังไฟเป็นประกายกับชีวิต ปล่อยมันไปกับตรรกะผิดๆเพราะในใจลึกๆแล้วตัวเองย่อมรู้ดีที่สุดว่าเราพอใจชีวิตจริงหรือ พอใจแล้วหรือที่ตัวเองยังห่วยอยู่ ยังก้าวไปได้ไม่สุดทั้งที่ตนมีแรง ยังไม่ประสบความสำเร็จ คนแบบนี้เรียกด้ว่าไม่รู้จักตัวเองถึงเขาจะหลอกตัวเองได้แต่ก็ต้องใช้ชีวิตเสแสร้งค้างคาใจไปวันๆอยู่เช่นนั้นไปจนตาย
    อาการค้างคาใจและปล่อยไปเหล่านี้ มันทำให้เราเดินวนอยู่ในเกมส์ชีวิตที่เราเล่นไม่ชนะ ใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จดุจนั่งอยู่ในบ้านที่ไม่มีหลังคาพอฝนมันตกฟ้ามันผ่าก็กังวลหาทางรอดไปวันๆ ด้วยความฝันนั้นถึงบางทีพอทำจริงๆแล้วอาจจะดูยากเกินไป บางคนพยามจนเหนื่อยแทบตายก็ไปไม่ถึงเสียทรัพย์สินลงทุนลงแรงไปเปล่าๆ ความคิดว่าเราเสียดายเวลาเสียดายนั่นนี่ไปเรื่อยมันจึงเป็นความคิดที่เราบั่นทอนกำลังใจตัวเอง
    พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากไม่มีปัจจัยบวกแล้วเรายังสร้างปัจจัยลบมาปิดตายความปรารถนาตัวเองด้วย เช่นนั้น
    ### สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยหากจะเดินไปให้สุด ไปยืนอยู่ในจุดสูงสุด คว้าเอานามธรรมที่ยิ่งใหญ่ดึงมันลงมา สิ่งสำคัญนั้นก็คือปัจจัยบวก..ปัจจัยที่จะเป็นพลังช่วยสร้างตัวตนของเราขึ้นมาในโลกแห่งความจริง(เพราะบางคนนั้นความฝันเขายิ่งใหญ่แต่ในความจริงตัวตนเขาเป็นเพียงนายกอ นายขอ ที่ไม่มีใครรู้จัก)จึงเรียกว่าไร้ตัวตนในโลกจริง ยิ่งคนที่คิดว่าฝันไม่มีทางเป็นจริงหรือเคยสู้แล้วแต่ทำไม่ได้ไปไม่ถึงจึงเลือกที่จะหยุดและจบมันไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นเพราะคิดแต่จะดิ้นรนไป เหมือนเดินขึ้นทางลาดชันที่มีหินกลิ้งพร้อมทับเราตลอดนั่นคือคนลงทุนในเรื่องเสี่ยง ไม่มีปัจจัยรอบตัวคอยสนับสนุน หากแต่ตะกรุดดอกครูนี้เขามีกำลังสนับสนุนเราให้ความฝันเปลี่ยนถ่ายปัจจัยเกื้อกูลกันในโลกจริง ดั่งเราจะมุ่งหน้าขับรถไปในถนนที่ลาดยางแล้วไร้อุปสรรคไร้อันตรายไร้คู่แข่งเช่นนั้น

    ชีวิตใครที่หมดหวัง หมดสิ้นกำลัง...แลหยุดเดินแล้ว อาจด้วยเพราะเดินไปได้ไม่สุด นั่นก็เพราะตัวเขาขาดพลัง ซึ่งตะกรุดใจไม่ปรารถนานี้จะเป็นดั่งกุญแจเพียงดอกเดียวที่ใช้ไขเปิดชะตาเรา ผลักให้เราเข้าใกล้ความฝันช่วยให้เรามีความคิดบวกเอาชนะความคิดและจิตใจตัวเองเป็นปฐมก่อนจะเอาชนะทุกสิ่งในโลกแห่งความจริง ท่านว่าขอแค่เพียงเราลงมือและอาราธนาตะกรุดไว้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆในชีวิตจะจางลางเลือนไป ขอแค่เรากล้าในสิ่งที่ถูก คุณของตะกรุดนั้นจะผลิดอกออกผลให้เราเห็นให้เราค้นหาอีกตัวตนนึงที่ซ่อนอยู่ในตัวเองของเราเจอ ทั้งปลดปล่อยตัวเราออกจากโลกแห่งความฝัน โลกที่ปิดตาย โลกที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง เขาจะชนเข้ากับทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในทุกสิ่งที่เราปรารถนา ขอเพียงตัวตนของเรามีความต้องการและมีความพร้อมที่จะรับทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย ท่านว่า *** หากใครรู้ตัวนั่นนับว่ายังทันให้รีบอาราธนาเสียแต่ตอนนี้ไม่มีคำว่าสาย ด้วยความปรารถนาให้ชีวิตตนสมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องที่มีวันหมดอายุ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับอายุขัยว่าจะหนุ่มจะแก่ทุกคนมีความฝันได้หมด ทั้งฝันเรื่องการทำงานการประสบความสำเร็จต่างๆในขณะที่ความสำเร็จบางคนไม่อยู่ที่การเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคนั่นก็มี ด้วยตะกรุดนี้จะนำเราเข้าหาสุขที่แท้จริง สุขอันเกิดขึ้นจากฝันที่สมปรารถนา ทั้งยังจะเป็นเกาะเพชรกำแพงเห็ลกป้องกันตัวเรายามเจออุปสรรคทั้งหลายในปัจจัยเสี่ยงรอบตัว

    ตะกรุดฝันนี้พ่ออจารย์ท่านว่าอย่าเห็นเป็นตะกรุดแล้วจะคิดว่าเป็นเพียงท่อนเหล็กธรรมดา ด้วยเขานั้นมีจิตวิญญาณมีชีวิต เขาจะคอยช่วยเติมเต็มให้เราสมหวังในความฝันไม่ว่าจะเรื่องความรักหรือเรื่องอะไรก็ดี ขอเพียงใจเรามีปรารถนาเพียงเท่านั้นไม่ต้องพูดไม่ต้องขอก็ได้ดั่งใจ ใครได้ไว้บูชาจะเกิดความเจริญรุ่งเรืองมีโชคลาภไม่ขาดดั่งอยู่ในแผ่นดินที่พลิกกลับหน้าดินเพื่อประโยชน์สูงสุดของเราและถูกยกให้สูงขึ้น จะมีอำนาจวาสนาบารมี มีคนนับหน้าถือตาอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังใช้สะกดให้คนเชื่อฟังอยู่ในอำนาจของเรา ท่านว่าติดตัวไว้เถิด *** ใครที่ดวงตก ทำมาหากินไม่ขึ้น ไม่เคยมีโชคเลย ท่านเปิดดวง ลงวิชาเบิกฟ้า ใช้ทั้งฤกษ์โจรเพื่อให้เราทำตามความฝันได้ง่ายๆ ทำอะไรก็สำเร็จง่ายดายได้สิ่งที่ต้องการจากคนอื่นง่ายๆเหมือนเขาโดนโจรปล้น บางคาถาบางวิชาก็ลงในฤกษ์เศรษฐีบ้าง ราชาฤกษ์บ้าง กว่าจะได้ตะกรุดดอกนึงนั้นท่านว่าไม่ง่ายเลยแต่ละตัวต้องรอฤกษ์ยามทั้งสิ้นกว่าจะผูกตะกรุดได้ดอกนึงท่านต้องลงเป็นสิบวิชาตามที่ครูสั่ง ท่านว่าตะกรุดนี้ใครมีไว้จะรุ่งเรือง เอาชนะคนใจแข็ง เอาชนะคนรัก เหนือคู่แข่ง เหนือศัตรู แม้ลงมือทำอะไรย่อมกินใจผู้อื่น ขอเพียงมีความปรารถนาไม่ว่าจะเรื่องใดตะกรุดนั้นจะดักมาให้ทุกสิ่ง ดั่งตัวเราเปรียบว่าไม่ต้องขอไม่ต้องอธิษฐานไม่จำเป็น เพียงเราใช้ชีวิตของเราไปตะกรุดเขาก็จะนำมาความปรารถนาซึ่งก็คือเหยื่อมาให้เราถึงที่ท่านว่าตะกรุดนี้อยู่ที่ไหนชีวิตไม่มีตกอับ

    วิชานี้ในอดีตพ่ออาจารย์ท่านตั้งค่ากำนลครูไว้สูงมากถึงดอกละห้าหมื่นบาท ท่านว่าที่ตั้งราคานี้ไม่ใช่เพราะเราโลภ แต่ท่านตั้งให้รู้ว่าตะกรุดนี้มีค่ามากนักพอที่จะทำตามความฝันของคนให้เป็นจริงได้ด้วยความสำเร็จอย่างสูงนั้นเป็นของสูงค่าเหนือทุกสิ่ง จะเห็นว่าท่านตั้งราคาไว้สูงลิบมากกว่าตะกรุดหลักๆของท่านทุกชนิด ซ้ำยังไม่ให้วางไม่ให้ลงเพราะกลัวใจคนเขาไม่รู้ก็จะพูดไปเรื่อย ท่านว่าเอาจริงๆนอกจากทำยากแล้ว ตะกรุดนี้อย่างอื่นไม่มีอะไรยากเลยเพราะใช้ก็ง่ายทั้งยังช่วยให้ชีวิตเปลี่ยนไปแบบง่ายๆ ท่านว่ามีดีเสมอใจขอแค่เรามีฝันเรามีไฟ ใจเรามีกำลังใจฮึดสู้มากเท่าไหร่เขาก็ดีมากเป็นเงาตามตัวเราเพียงนั้น เพราะใช้ง่ายๆอย่างนี้ท่านจึงตั้งราคาไว้สูงด้วยไม่ปรารถนาจะให้คนเอาไปใช้กันง่ายๆ ท่านว่าคนไม่รู้ค่าได้ไปก็เสียดายขอ

    วิธีใช้
    ตะกรุดดอกนี้ท่านว่าใจเราปรารถนาอะไรในโลกนี้ไม่มีใครรู้กับเรา ให้เอากระดาษเขียนความปรารถนาในใจของเรายัดไว้ใส่ตะกรุด เป็นเคล็ดว่าความในใจของเราทั้งโลกนี้เรารู้เขารู้ ใส่ใจของเราลงไปใส่ความปรารถนาเราไปในตะกรุด ปรารถนาสิ่งใด..ปรารถนาผู้ใดทุกอย่างจะสำเร็จไวดั่งต้องมนต์โดนอาถรรพ์ จะทำให้ฝันของเรานั้นเป็นจริง พ่ออาจารย์ท่านว่าเขียนในสิ่งที่ควรเขียนย่อมไม่มีสิ่งใดเกินเอื้อม

    ตะกรุดนี้ท่านให้ใช้เพื่อช่วยให้ฝันเป็นจริง เพราะครูเบื้องบนท่านรับรู้และรับทราบว่าตอนนี้ทุกคนมีความคิดหากแต่ทำไม่ได้ จึงติดกันอยู่ในความคิดความฝัน ได้แค่คิดแต่ไปไม่ถึง ครูท่านจึงให้พ่ออาจารย์ท่านนำตะกรุดนี้ออกมาให้ใช้กันทั้งยังกำชับไว้ว่าให้ลดค่ากำนลครูลงพอดีๆเพราะเวลานี้คนที่เขาได้ไปจะรู้ค่าและเห็นค่าในตัวตะกรุดอย่างแน่นอน ที่จริงท่านกำชับว่าไม่ต้องไปพูดหรือไปบอกอะไรเขามาก บอกไว้แค่เป็นตะกรุดฝันก็พอ (ทีแรกผมเองยังคิดเลยว่าถ้าพิมพ์สั้นๆมาว่าตะกรุดฝันแค่นั้นใครจะเข้าใจกับท่านได้) จึงได้ขอให้ท่านลงรายละเอียดพอสมควร ซึ่งท่านก็ให้รายละเอียดมาคร่าวๆ ท่านว่าเอาไปใช้เถิดไม่มีสิ่งใดเกินเอื้อม เขาจะสานฝันและเติมเต็มความปรารถนาของเราให้ถึงฝั่ง
    ### พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ตอนทำที่ว่ายากเพราะเสี่ยงตายทำ ตอนกำหนดฤกษ์ลงเป็นครั้งๆยังไม่เท่าไหร่ แต่พอครูซึ่งเป็นทิพย์กายทั้งหลายท่านบอกวิธี ตอนแรกเราก็ใจหายเพราะต้องไปขอขมาแม่พระธรณีก่อน จากนั้นจึงนั่งใช้หัวแม้เท้าปิดปากรูแมงมุมชนิดนึง(เป็นอาถรรพ์ลับหากแต่แมงมุมยักษ์ชนิดนี้มีพิษกัดคนถึงตาย) พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้จึงเรียกว่าเสี่ยงตายทำต้องตัดกังวลทิ้งไปเลยดั่งยกชีวิตให้ครูท่านแล้วต้องเชื่อใจกันเพราะในรังของมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว เช่นนี้ท่านจึงตั้งค่ากำนลครูไว้สูงและไม่อยากออกให้ใครใช้ เพราะตะกรุดนี้ตอนทำต้อแลกมาด้วยชีวิตตัวเอง ใครเอาไปใช้ก็ต่อความฝันต่อชีวิตเขาได้ด้วยว่าตะกรุดนี้นอกจากเขียนฝันเขียนความปรารถนาจะเป็นจริงแล้ว ท่านว่าหากเหลือบ่ากว่าแรงจริงให้เอาตะกรุดปักแม่พระธรณี(แผ่นดิน)...แล้วขออะไรกับแม่พระธรณีย่อมได้ทั้งสิ้น

    *** คาถา พ่ออาจารย์ท่านว่าของที่มีชีวิตคาถานั้นไม่จำเป็นเลย เพียยงจดจำวิธีใช้เอาไว้และพกติดกายอย่าให้ห่าง เวลานอนก็ให้นำตะกรุดสอดไว้ใต้หมอนท่านว่าจะไม่ฝันเรื่องไร้สาระทั้งยังง่ายต่อการเกิดเทพสังหรณ์หรือฝันที่จะเกิดขึ้นจริงเป็นการบอกเตือนเหตุการณ์ล่วงหน้าในชีวิตเรา

    ### ตะกรุดเขียนฝันนั้น พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียงหกดอกด้วยเนื้อตะกั่วสูตรลับ(หลอมรีดจากจะกั่วขอมโบราณผสมกับแร่โคตรเศรษฐีและเงินพดด้วงอาถรรพ์)ก่อนนำมาทำการลงถม ด้วยท่านใช้ประจำตัวอยู่หนึ่งดอกจึงมีให้บูชาเพียงห้าดอกเท่านั้น รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM ท่านว่าผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดไว้ท่านจะทำการบอกกล่าวแก่ครูโยคะนิทราให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนไถ่ชีวิตโคกระบือสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดดอกครูเขียนฝันใจปรารถนาธรรมนิรมิต - ได้ดั่งใจ (ทุกสิ่งไม่เกินเอื้อม,ฝันที่เป็นจริง) บูชา 4,000 บาท

    78320550-417737962444238-5182273695011307520-n.jpg
    78398167-749749938841382-1731343940273045504-n.jpg
    74484502-740727786336012-7153707466771922944-n.jpg
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงเจตน์จำนงค์สวรรค์องค์ธาตุฆ่าวิชาทรงกิเลนฟ้าสวรรค์ (ปี่เซี๊ยะมหายันต์เรียกทรัพย์แม่หนุนลูก)

    "องค์ธาตุนี้เหมาะกับคนที่มีศัตรูเยอะๆ ทั้งศัตรูที่มองเห็นและมองไม่เห็น"

    องค์ธาตุหรือเหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์อันหล่อเลี้ยงโลกตัวนี้ พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่า "มหาธาตุฆ่าวิชา" ท่านว่าเนื้อเหล็กไหลชุดนี้ท่านได้มาจากพม่านับว่ามีปาฏิหาริย์มากทางด้านดับล้างศัตรูคู่อริ แม้เป็นยอดคนทรงอาคมมีวิชามีบารมีมากเพียงใดหากมาประทุษร้ายคิดไม่ชอบกับเราพระเวทย์นั้นก็เสื่อมถอยหมด ท่านจึงแปลกใจในอานุภาพองค์เหล็กอย่างมาก จนได้สอบถามสมเด็จองค์ปฐมบรมครู ซึ่งท่านก็ให้นามเรียกองค์เหล็กนี้ว่ามหาธาตุฆ่าวิชา ...ด้วยองค์ธาตุนี้มีคุณจำเพาะพิเศษเหมาะจะใช้ล้างอาถรรพ์ในร่างกายคนหรือสถานที่ต่างๆที่มีอาถรรพ์มาก # ร่วมไปถึงกายสังขารใดที่ปนเปื้อนด้วยอวิชชาการกระทำสั่งสมมานับแต่อดีตชาติมิอาจสำนึกรู้ได้ อาถรรพ์และอวิชชาที่ขัดขวางให้เจ็บไข้ได้ป่วย ขัดขวางการทำมาหากิน ขัดขวางความสำเร็จในทุกสถาน ทั้งคุณผี,คุณเจ้า,คุณเทวดา,คุณปีศาจทั้งหลายที่รังแกเราจะกระทำต่อตัวเราหรือสถานที่ของเราไม่ว่าจะที่ทำมาหากินที่ดินหรือบ้านเรือนก็ดี สิ่งเหล่านั้นจะจางลับดับหายไปและจะมากระทำต่อเราไม่ได้อีกเลย(เรียกว่าไปแล้วไปลับไม่กลับมาทักทายเราเรื่อยๆนั่นแหละ) ท่านว่านี่แหละชีวิตใครที่ว่าเดือดร้อนหรือคับขันให้เชิญองค์ธาตุฆ่าวิชาไปบูชา ศัตรูจะทำอันตรายอะไรเราไม่ได้เลยทั้งที่ตามองเห็นและมองไม่เห็น(พ่ออาจารย์ท่านว่ามันลึกล้ำมากกว่าคำว่าศัตรูเพราะแท้จริงองค์เหล็กยังกำราบอวิชชาคำสาปและอาถรรพ์แต่ปางบรรพ์ในเนื้อตัวของคนห้อยด้วย) แม้บุคคลใดที่เล่นคุณวิชาหรือมีของดีรักษาตัวก็จะมาแข่งวาสนาบารมีกับเรานั้นไม่ได้ ด้วยองค์ธาตุท่านกำจัดไม่มีเหลือ ทั้งนี้หากองค์ธาตุได้ปราบปราม,ข่มเหง,ผูกมัดหรือขับไล่แก้ไขแก่สิ่งใดในชีวิตเราแล้วท่านว่าไม่ต้องกลัวว่าจะตกเป็นเวรกรรมต่อกัน เพราะองค์ธาตุฆ่าวิชานี้เป็นยอดกายสิทธิ์สายบารมี สด็จพระใหญ่ท่านบอกเราว่าเขาจะขับความพยาบาทให้จางหายไม่อาฆาตจองเวรต่อกันทั้งองค์ธาตุนี้จิตของเขายังแผ่กำลังกุศลตั้งจิตของเขาให้อภัยไม่ผูกติดพยาบาทสิ่งใดก็ตาม จึงเป็นของอาถรรพ์ที่ทรงกำลังทั้งยังอยู่เหนือกฏของเวรกรรมอย่างแท้จริง ท่านว่าใครที่กลัวๆว่าจะใช้ของแล้วจะติดเวรกรรมกับผู้อื่นต้องใช้องค์ธาตุที่ให้คุณเช่นนี้

    พ่ออาจารย์ท่านได้เชิญองค์ธาตุนี้มาฝังไว้ในพระผงเจตน์จำนงค์สวรรค์ทรงกิเลนฟ้าของท่าน โดยเจาะจงฝังองค์ธาตุไว้ใต้ที่ประทับพระศาสดา และตั้งสถิตย์อยู่บนหลังกิเลนฟ้าสวรรค์ ท่านว่า *** วิชาสร้างองค์พระเจตน์จำนงค์สวรรค์นั้น คือการนำกำลังของเจตนาความตั้งใจมุ่งหมาย หรือจงใจจะกระทำให้เป็นไป เป็นเจตนาของสวรรค์ที่จงใจจะโปรดเราแม้ขัดกับพรหมลิขิตหรือกรรมบันดาลต่างๆ...ท่านว่าเรื่องมันใหญ่แต่เราพูดได้แค่คร่าวๆเท่านี้เสด็จพระใหญ่ท่านให้เลี่ยงไปพูดอย่างอื่นดีกว่าท่านว่าให้เขารู้แค่เท่านี้ นอกเหนือจากนี้ผู้ใดอาราธนาองค์พระก็เสมือนอยู่ในบัญชรแวดล้อมของเหล่าพระพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวกทั้งหลายตลอดเวลา ดุจมีดวงแก้วเจตน์จำนงค์สวรรค์จะใช้ทางอธิษฐานบอกกล่าวต่อเจตน์จำนงค์ของโลกและสวรรค์โดยตรงก็ได้หรือจะอาราธนาเปิดภูมิปัญญาและวิปัสนาของตนก็ได้ โดยผู้ที่อาราธนาองค์พระนั้นจะมีญาณทัศนะเฉพาะตนที่กระจ่างเเจ่มชัดขึ้นกว่าเดิมดุจสัมผัสพิเศษได้ถูกขัดเกลา ทั้งจะชักนำตัวเองไปสู่หนทางของความสุขอันประเสริฐ ชีวิตจะไม่ตกต่ำหรือหยุดอยู่จุดเดิม แม้ภูติผีปีศาจก็ไม่กล้าเข้าใกล้ สิ่งที่ขัดขวางหรือคนที่เป็นภัยคอยทำอันตรายจะทำลายเราไม่ได้เลย ปัญหาและข้อขัดข้องในชีวิตทั้งหลายจะจืดจางหายไป..จะใช้เรียกโชคลาภใดๆก็ง่ายดุจใจปรารถนา

    พ่ออาจารย์ท่านได้รวบรวมมวลสารมงคลต่างๆ เช่น พญากาฝากที่เป็นสิริมงคล108,คดไม้มงคล108,ไม้มงคลที่ตายพราย108,ว่าน108,เกสร108,ไม้ไผ่ตัน,ไม้รวกตัน,คดข้าวสารดำ,ข้าวสารหิน,สมุดใบข่อยใบลานเก่า,ผงธูปบูชาพระ,ข้าวสุกก้นบาตรพระพุทธเจ้า,กะลาตาเดียว,กะลาไม่มีตา,คดมะพร้าว,กิ่งโพธิ์นิพพาน,ไม้ไก่กุก,ปูนากระตุกเดือน5,กบจำศีลเดือน5ตายคารู,เขี้ยวงูจงอางที่ฝักไข่จนตายคาไข่,ไม้คานคุก,ไม้คานประตูคุก,ชันโรงกลางแจ้ง,ไม้คานแม่หม้าย,สากกะเบือแม่หม้าย,ไม้คานและสากกะเบือของหญิงที่ตายวันเสาร์เผาวันอังคาร,เขาควายเผือกฟ้าผ่า,เขี้ยวเสือโปร่ง,เขี้ยวหมูตัน,คดสมองวัว,คดขนุน,งาช้างดำ,งากำจัด,งากำจาย,งาช้างน้ำ,เขากวางคุด,เขากระจงคุด,งูปากเป็ด,ตะไคร่โบสถ์,ตะไคร่เสมา,ตะไคร่เจดีย์,กระเบื้องหลังคาโบสถ์,ดินสังเวชนียสถาน,เพชรน่าทั่ง,ดินกากยายักษ์,เหล็กสังขวานร,เหล้กน้ำพี้,รังเหล็กไหล,ข้าวตอกพระร่วง,จิ้งจกสองหาง,จิ้งจกห้าหาง,อัญมณี,ตะไคร่หลักเมือง,น้ำฝนกลางหาว,ผงพุทธคุณ,ผงปถมัง,ผงอทธิเจ,ผงตรีนิสิงเห,ผงมหาราช.. ท่านว่ากว่าจะรวบรวมมวลสารจนครบตามตำราพ่ออาจารย์ท่านว่าเราต้องเจออาถรพพ์อะไรมามากมายเเละยากกว่านั้นก็คือการบดเป็นผง ของบางอย่างกว่าจะบดได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงกินเวลาหลายสิบปี เมื่อรวบรวมผงได้แล้วท่านจะนำมาปั้นเป็นแท่งชนวนลงวิชาหมื่นกาลผันชีวิต ท่านว่าวิชานี้สามารถใช้แปรเปลี่ยนเหตุของทุกข์ได้นับหมื่น ไม่ว่าจะเหตุของทุกข์ที่เชื่อมโยงกับกาลเวลาใดทั้งในอดีตและปัจจุบันย่อมแก้ไขได้ แปรเปลี่ยนได้ ผกผัน กลับตาลปัตได้เช่นนั้น เรียกว่าอะไรที่มันดีก็ดีดให้มันดีกว่าเดิม อะไรที่มันแย่มีต้นเหตุมาจากกรรมนำพาแต่ชาติก่อนๆหรือหาสาเหตุไม่ได้ก็ผันกลับให้มันดีขึ้นมาได้ วิชานี้ท่านว่าเป็นวิชาเอาไว้กลับวาสนาชะตาคนที่ร้ายก็เปลี่ยนให้ดี

    พระผงเจตน์จำนงค์สวรรค์นั้นท่านทำวิชากิเลนฟ้าสวรรค์เป็นฐานแบกองค์ธาตุและองค์ธรรม(สมเด็จองค์ปฐม)เอาไว้ด้วย ท่านว่าทำเช่นนี้จึงครบทั้งธาตุและธรรมพระผงรุ่นนี้จึงเป็นสิ่งแทนครูแทนใจขององค์ต้นธาตุต้นธรรมเมื่ออาราธนาจึงได้ชื่อว่าครูอยู่ครบทั้งธาตุทั้งหลายยังมาชุมนุมเกื้อหนุนเราทั้งสิ้น นอกจากนี้วิชากิเลนตำรับพ่ออาจารย์ท่านก็ยังให้คุณมากดั่งที่ทราบกันดี..ว่า
    หากกล่าวถึงกิเลนนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นสัตว์สวรรค์ที่มีตัวตนอยู่จริงเพราะท่านเคยเห็นมันมาก่อนและท่านก็รู้ว่าหากใครมีวาสนาดีพอจะได้เห็นกิเลนแล้ว ชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

    ด้วยเชื่อว่ากิเลนนั้นมีลักษณะของสัตว์มงคลห้าชนิดรวมกัน คือ หัวมังกร เขายูนิคอร์น ตัวเป็นกวาง มีเกล็ดเหมือนปลา มีหางเหมือนวัว และยังเกิดจากธาตุทั้งห้า คือ ดิน, น้ำ, ไฟ, ไม้ และทอง ผสมกันจึงเป็นสัตว์สวรรค์ชนิดเดียวที่มีความสมดุลย์ของเบญจธาตุซ้ำยังมีอายุอยู่ได้ถึงหลายพันปีและถือว่าเป็นยอดแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี เมื่อจะปรากฏให้เห็นครั้งใดก็จะเกิดผู้มีบุญมาปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขเมื่อนั้น ดั่งในยุคของฝูซีเป็นผู้ปกครองโลกกิเลนได้ปรากฏตัวขึ้นที่แม่น้ำฮวงโห หลังกิเลนมีลายอักขระจารึกซึ่งต่อมาได้พัฒนากลายมาเป็นตัวอักษร กิเลนจึงถือเป็นหนึ่งในสี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยกิเลนเป็นสัญลักษณ์ของวาสนาและความมั่นคง ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านว่ายังใช้ป้องกันสิ่งอัปมงคลได้ เรียกได้ว่ากิเลนเมื่อปรากฏขึ้นที่ไหนหมายถึงสถานที่นั้นกำลังจะมีเรื่องมงคลเกิดขึ้น หรือผู้ใดได้เห็นกิเลนบุคคลผู้นั้นก็จะมีแต่โชคดีไม่มีเรื่องร้าย ซ้ำพลังงานของกิเลนยังจะช่วยกรองและขจัดสิ่งอัปมงคลต่างๆให้พ้นตัวไปแลจะนำเอาความโชคดี ข่าวดีมาให้ด้วยเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี
    ด้วยคุณลักษณะดังกล่าว ทั้งยังมีนิสัยเชื่องและเป็นมิตรกับมนุษย์ แม้จะมีฤทธิ์มีอำนาจแต่ก็ไม่เคยทำร้ายคน ไม่ทำลายต้นไม้ใบหญ้าจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณธรรม พ่ออาจารย์ท่านว่ากิเลนนั้นเป็นสัตว์ห้าธาตุที่เหนือกว่าเทพพิทักษ์ประจำธาตุทั่วๆไปจึงมีขนห้าสีปรากฏอยู่กลางหลัง ซ้ำยังมีกำลังนำธาตุทั้งห้ามาเล่นฤทธิ์ได้เช่นพ่นน้ำ พ่นไฟ ทำเสียงคำรามเหมือนฟ้าดินแปรปรวน มีเขาเป็นอาวุธวิเศษ คนจีนโบราณเรียกกิเลนว่าเหรินโซ่ว ด้วยเพราะกิเลนมีนิสัยประหลาดไม่เคยทำร้ายใครถึงขนาดที่ว่าจะไม่เดินเหยียบย่ำลงไปในใบหญ้าที่ยังเขียวสด อีกทั้งไม่เหยียบย่ำแมลงเล็กๆที่มีชีวิตนี่จึงเป็นคุณลักษณะทางเมตตาที่กิเลนแสดงออกอย่างใหญ่หลวงต่อสรรพชีวิต ต่างจากสัตว์เทพชนิดอื่น ด้วยเป็นสัตว์มีเมตตาสูง มีใจอารี ไม่ทำร้ายมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย พ่ออาจารย์จึงใช้ฤทธิ์ของกิเลนที่มีครบทั้งห้าธาตุทั้งยังมีลักษณะเชื่องด้วยเมตตาแลเป็นมิตรกับมนุษย์อย่างที่สุดมาสร้างเป็นฐานรององค์ธาตุองค์ธรรม
    นอกจากกิเลนเป็นสัตว์ที่มีเมตตามีคุณธรรมสูงอีกทั้งซื่อสัตย์ แม้ในเรื่องการสลายพลังงานพิฆาตเขาก็ยังทำได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ ตั้งแต่ทำเครื่องมงคลอันมีลักษณะเฉพาะเกี่ยวข้องกับพลังงานลบทั้งหลายก็ทำได้เพียงการขับดันดูดกลืนถ่ายเทให้เกิดสมดุลย์ทำได้เพียงกลับสถานการณ์เลวร้ายให้ค่อยๆดีขึ้น แต่กับกิเลนนั้นเค้ามีสายเลือดพิเศษและมีพลังเฉพาะตัวของเขาจะเรียกว่ามีคุณเฉพาะทางก็ได้นั่นคือการสลายพลังพิฆาต ไม่ใช่การดูดขับปรับสมดุลย์แต่เป็นการสลายทิ้งไปเฉยๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอพอจะนึกออกมั๊ย สลายก็คือหมดไป อยู่ดีๆมันก็หมดไปไอ้ตัวเคราะห์ร้ายทั้งหลายนั่นแหละ คือไม่ใช่มันไม่เกิดนะแต่มันหมดมันจึงเกิดไม่ได้ กิเลนจึงนับว่าแตกต่างกับสัตว์อื่นๆเช่นเสือสิงห์ มังกรแลสัตว์เทพทั้งหลายดังนี้ และผู้รู้มักจะใช้กิเลนเป็นเทพพิทักษ์คือใช้ไปในทางปกปักรักษามากกว่านำไปใช้ทำลายล้างผลาญใคร ด้วยเป็นสัตว์เทพที่ให้คุณอนันต์ชนิดที่แม้เทวดาหรือโพธิสัตว์ยังปรารถนาจะได้มาเลี้ยงไว้เพื่อดึงดูดสิริมงคล เพราะกิเลนนั้นนอกจากเขาจะสลายพลังพิฆาตแล้ว เมื่อเขาสลายพลังงานนั้นหมด พลังของเขาจะเริ่มดึงดูดสิ่งดีๆเข้าหาผู้ดูแลเป็นระบบของเขาด้วย
    ด้วยเป็นสัตว์เทวะที่คอยปราบปรามความชั่ว คอยปกป้องคนดี และมอบความโชคดีให้คนเหล่านั้น เช่นนั้นใครที่ได้บูชากิเลนจึงนับว่าเป็นโชคอย่างมหาศาล เพราะกิเลนเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดโชคลาภและวาสนาที่จะดีดสูงขึ้นอย่างมากมายมหาศาลจนน่าประหลาดใจเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าด้วยปกตินิสัยสัตว์เทพตัวนี้จะรักสิ่งสวยงาม รักทรัพย์สมบัติและของมีค่าเช่นนั้นจึงถือว่าเขาแสวงหาทรัพย์ทั้งหลายเก่งกว่าผู้ใด เพราะในที่สิงสถิตย์ของเขาแม้จะเป็นที่นอน ที่นั่ง หรือที่ซึ่งเขาจะยืนเป็นประจำนั้นล้วนแต่ต้องมีทรัพย์สินเงินทองมณีจินดาอันสูงค่าทั้งหลายวางกองไว้ ด้วยนิสัยกิเลนนั้นจะเรียกว่ามักใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองก็ไม่ผิด เช่นนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจทำรูปกิเลนหนนี้ ด้วยนอกจากจะตั้งใจสลายพลังงานพิฆาตดึงดูดโชคดีแล้ว ยังเป็นเมตตามหานิยมอย่างสูงจนน่ากลัว และปรับวาสนาคนให้ผกผันมาใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองเช่นกิเลนฟ้าได้ ด้วยปกติกิเลนนั้นจะนั่งทับเงินทองของมีค่าต่างๆจึงถือเป็นเคล็ดที่จะใช้เพื่อดึงดูดโชคลาภและรายได้ให้ไหลเข้ามาเหมือนกระแสน้ำ ช่วยให้คนเลี้ยงประสบความสำเร็จทั้งมีวาสนาบารมีให้ชีวิตมีความมั่นคง

    *** กิเลนตำรับพ่ออาจารย์ท่านนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่เหมาะจะใช้กิเลนของฉันนั้นมีทั้งหมดสองประเภท นั่นคือคนที่โชคร้ายตั้งแต่เกิด กับคนที่เพียรกระทำตามความฝัน ทำอย่างดีที่สุดแล้ว และอยากจะประสบโชควาสนานี่จึงเอากิเลนฉันไปใช้ได้ ส่วนคนที่งอมืองอเท้าไม่ทำอะไรอย่าเอาไป ด้วยกิเลนถือว่าเป็นยอดแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี พ่ออาจารย์ท่านว่าที่ฉันทำกิเลนในครั้งนี้ใครที่มีกิเลนของฉันต่อไปเขาจะเกิดความรู้แจ้งบางอย่าง สิ่งใดที่เป็นปัญหาเขาจะแก้ไขได้ คนเหล่านี้ต่อไปจะพึ่งพาตนเองได้ เธอจงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเถิดว่ากิเลนของฉันนั้นจะนำสิ่งมงคลดึงเข้ามาหาตัวเธอ ด้วยปกติชีวิตคนนั้นมักจะแหวกว่ายฟันฝ่าไปหาโชคลาภวาสนา พยายามทุกทางเพื่อจะไปหาความสำเร็จ แต่คุณวิเศษในตัวกิเลนนั้นเมื่อเค้าอยู่คู่กับเธอแล้วไอ้สิ่งที่พวกเธอทั้งหลายตามหานั่นแหละที่มันจะต้องเปลี่ยนมาตามหาเธอแทน พอจะเข้าใจหรือไม่ว่าไม่ใช่เราที่ต้องไปไขว่คว้าแต่เป็นตัววาสนาต่างหากที่มันจะพยายามไขว่คว้าเข้ามาให้ถึงตัวเรา เช่นนั้นฉันจึงถือว่ากิเลนของฉันได้นำความสุขแลความเป็นมงคลมาสู่มนุษย์แล้ว ถ้าเธอเป็นคนมีจิตใจดีกิเลนนั้นจะสงสารให้ความช่วยเหลือ สำหรับมิตรกิเลนเขาจะปฏิบัติตัวอย่างมิตรและให้ความเป็นมิตรที่ซื่อสัตย์หมดหัวใจ แต่สำหรับศัตรูของเธอนั้นเขาจะตอบโต้เหมือนดั่งศัตรูของเขาเช่นกัน รับรองว่าใครที่กิเลนโต้ตอบเช่นศัตรูนั้นไม่มีดีให้เหลือแน่นอน
    ด้วยกิเลนนั้นเป็นต้นกำเนิดของแผนภูมิสวรรค์ทั้งแปดทิศ หรือที่คนพอจะนึกภาพออกคือยันต์แปดทิศนั่นเองด้วยที่หลังของกิเลนนั้นจะมียันต์แปดทิศประทับไว้เช่นนั้นจึงถือเสมอว่ากิเลนนั้นเป็นผู้มอบแผนภูมิสวรรค์ เป็นผู้มอบความรู้ มอบภาษา มอบตัวอักษรให้กับมนุษย์ ซึ่งต่อมาตัวอักษรนั้นก็พัฒนาขึ้นเป็นองค์ความรู้ในด้านต่างๆ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงว่าเขาเป็นสัตว์เทพที่ผูกพันธ์กับการใช้ชีวิตของมนุษย์โดยตรงมาตั้งแต่ต้นต่างจากสัตว์เทพตัวอื่นๆที่ไม่ไยดีมนุษย์ เพราะเขาสามารถบัญชาได้ทั้งห้าธาตุ และยังเป็นผู้มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อมนุษย์โลก ให้เธอคิดกันให้ดีว่ามีวันไหนบ้างที่เธอไม่พูด ไม่ใช้ภาษา ไม่ได้ใช้ชีวิตโดยอาศัยองค์ความรู้อยู่ภายใต้สวรรค์แห่งนี้ นั่นย่อมไม่มีเช่นนั้นกิเลนจึงมีพลังทางด้านความคิดและสติปัญญาอันสูงส่ง แม้ผู้ใดได้ครอบครองชีวิตเขาก็อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยกิเลนกำเนิดจากธาตุทั้งห้าคือ ดิน น้ำ ไฟ ไม้และทองรวมกัน ตัวเขาจึงเป็นความกลมกลืนของสรรพสิ่ง ทั้งยังทรงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ในทุกที่อันเขาสถิตย์อยู่ มีทั้งความแข็งแกร่ง ทรงพลัง มั่นคงและยั่งยืน เรียกว่าสถานะของกิเลนเทียบเท่ามังกรเลยทีเดียวด้วยเป็นสัตว์สวรรค์ที่ให้คุณเรื่องโชคลาภทรัพย์สินและยังถือเป็นสัตว์สวรรค์ชั้นสูงในห่วงโซ่อาหาร จึงเป็นธรรมดาที่ผู้มีบารมีกิเลนเกื้อหนุนจะเจริญในกิจการที่กระทำอยู่มากเพราะเขาเป็นตัวแทนแสดงถึงอำนาจและยศศักดิ์เรียกว่าใครที่ชีวิตยังไม่เจริญนี่จะไต่เต้าไปได้ไกลมาก ส่วนใครที่ขึ้นไปแล้วแต่ยังไม่สุดเขาก็จะดันให้ขึ้นไปได้อีก ซ้ำบารมีกิเลนเมื่อปรากฏที่ไหนสถานที่นั้นจะผูกสมัคร รักใคร่ กลมเกลียวกันอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
    ด้วยกิเลนนี้มีความเชื่อว่าแค่ได้เห็นก็เป็นบุญตา หากได้พบก็ถือเป็นวาสนาเปลี่ยนชีวิต เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงถือเป็นเคล็ดสร้างกิเลนขึ้นมาเพื่อให้คนใช้พบเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ท่านว่าขอแค่ได้เห็นได้มองทัศนาก็นับว่าชีวิตเปลี่ยนกลับวาสนา บางคนรู้จึงเอามาดูบ่อยๆ แน่นอนว่าการใช้เพียงแค่เราหยิบเขามาดูบ่อยๆแค่นั้นก็นับว่าเปิดประตูความโชคดีแล้ว แม้จะหมั่นพูดหมั่นคุยกับเขาได้อันนั้นก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก หากว่าวันใดเขาปรากฏตัวในนิมิตหรือในความฝันแน่นอนว่าวันนั้นจะได้ลาภใหญ่หรือมีวาสนาไม่คาดฝันมาถึงตัว


    ด้านหลังนั้นท่านได้ฝังปี่เซี๊ยะลูกขี่แม่เอาไว้ ท่านว่าเป็นกำลังของมารดาที่จะคอยปกปักคุ้มครองลูก เป็นห่วงลูก จับลูกอุ้มใส่หลังอย่างไม่ถือตัวทั้งยังยกลูกให้สูงเหนือกว่าตนเอง ตรงนี้ท่านว่าเป็นกฤติยาคมแฝดของการป้องกันและผลักดันตัวเรา ดั่งเรามีกำลังของแม่ยกเราไว้เสมอ ด้วยรักที่มารดามอบให้ย่อมอบอุ่นจริงใจและบริสุทธิ์ที่สุดฉันใดพลังนั้นก็สนองถึงตัวเราแบบไม่หวังผลใดๆเช่นกัน ทั้งนี้ปี่เซี๊ยะนั้นปกติเขาจะคอยเรียกโชคลาภทำให้การทำมาหากินธุรกิจการค้าที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้นด้วยเขาเป็นสัตว์ที่มีญานวิเศษมีทั้งอำนาจจากมังกร มีพลังปราบปรามได้ทั่วไปดั่งสิงโต ทั้งเป็นราชาแห่งผืนฟ้าไปได้ในทุกที่ดั่งพญาอินทรีย์ เป็นตัวแทนของยศถาบรรดาศักดิ์ ที่มาพร้อมความยั่งยืนร่ำรวยและชื่อเสียง ทั้งยังมีตาทิพย์มองเห็นในที่มืดและมองเห็นสิ่งชั่วร้ายได้ นอกจากนี้หางสามารถขจัดปัดสิ่งชั่วร้ายขณะเดียวกันก็กวาดโชคลาภเข้าตัวด้วย
    พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ใช้ปี่เซี๊ยะธรรมดาส่วนมากก็ให้ผลแค่เสมอตัว แต่หากใช้ปี่เซี๊ยะคู่แม่ลูกนั้นจะโดดเด่นเป็นเลิศกว่าปกติอุปมาดั่งเอากำลังสุนัขมาเทียบกับช้างสารเช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าไกลกันมาก ที่ให้ผลดังนี้ก็เพราะว่าความรักและความผูกพันธ์ของแม่ลูกนั้นมีกำลังมากกว่ารักใดๆในโลก เขาจะรักษาทรัพย์สินและโชคลาภของเราไว้ ขจัดความยุ่งยากในชีวิตเราออกไป ทั้งช่วยให้มั่งคั่งร่ำรวยและใช้กำราบอัปมงคลความชั่วร้ายทั้งหลายได้ และเหนือสิ่งอื่นใดเขายังซื่อสัตย์และเชื่อฟังเจ้าของมากๆ

    ปี่เซี๊ยะที่ท่านลงตั้งธาตุขึ้นรูปปลุกเสกลงอาการไว้และสร้างจากแผ่นยันต์เรียกทรัพย์เข้าด้วยวัชรธาตุนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์มาก(ท่านว่าแม้ยอดหยกหรือทองคำก็ไม่อาจเทียบได้ ด้วยปี่เซี๊ยะของเรานั้นตั้งต้นด้วยแรงครู แรงวิชาเรียกทรัพย์ตลอดจนกายสิทธิ์ธาตุอันคู่ควรจะเป็นที่สถิตย์แห่งจิตวิญญาณชั้นสูงมากกว่าธาตุใดๆจึงครบทั้งพลังและธาตุขันธ์) พ่ออาจารย์ท่านว่าทำไว้ให้เฉพาะคนที่ "ต้องการให้เงินเข้ากับคนที่ชีวิตไม่อยากเป็นหนี้ได้ใช้" ด้วยคุณลักษณะที่เขาหนุนเรานั้นพ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่เงินเข้าไม่มีไหลออกมีเป้าหมายหลักในการขจัดสิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งยังบันดาลให้เกิดอำนาจความยิ่งใหญ่ในชะตาชีวิต ด้วยเขาเป็นสัตว์ที่อ้าปากได้กว้างและไม่มีรูทวารจึงเป็นที่มาของการดูดทรัพย์สินอย่างเดียวไม่ให้ทรัพย์นั้นพร่องไปไหน พ่ออาจารย์ท่านว่าสองแรงทั้งแม่และลูกยากที่จะมีอะไรมาสู้ฤทธิ์ได้ ท่านทำให้ตรงตามลักษณะคือยกหัวสูงข่มศัตรูคู่แข่ง อ้าปากกว้างดูดทรัพย์ลิ้นคอยตวัดเงินทองเข้าท้อง อกตั้งตรงผึ่งผายน่าเกรงขาม ขาก้าวนำให้ชีวิตเราเดินหน้า เท้าตะปปเงิน หางกวักขึ้นเรียกโชคลาภ ด้วยไม่มีรูทวารจึงกินแล้วไม่ถ่ายออกเป็นเคล็ดให้ชีวิตเรามีแต่รับสถานเดียวและนอกจากนี้ตัวปี่เซี๊ยะเองยังสามารถสัมผัสกลิ่นของโชคลาภได้รวดเร็ว,ชัดเจนและแม่นยำจึงหาวาสนามาให้เราได้ตลอดเสมอๆ
    ปี่เซียะแม่หนุนลูกนั้น
    ให้คุณกับผู้ศรัทธาเชื่อถือโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังเรียกว่าเราผู้เป็นนายตัวตนจะเป็นอย่างไรเขาก็สวามิภักดิ์รักเราหมดใจ ทั้งยังเสริมบารมีให้กับเจ้าของได้ทุกชะตาราศีท่านว่าใช้เขาแล้วปล่อยวางเปลื้องปลดเรื่องปีชงกลัวดวงชะตาดวงดาวขัดแย้งกันไปได้เลย

    ด้วยมีคุณของปี่เซี๊ยะแม่ลูกทั้งยังมีกิเลนฟ้าสวรรค์รวมอยู่ในองค์เดียวกันเช่นนี้จึงเหมาะสมที่จะแบกรับกำลังเจตน์จำนงค์สวรรค์ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าพระผงรุ่นนี้ฉันบอกเธอได้คร่าวๆว่ามีกำลังมากเหนือกรรมลิขิตและพรหมลิขิตใด เพราะเจตน์จำนงค์สวรรค์นั้นคือความต้องการของอาตมันมีมาก่อนจะเกิดสมเด็จองค์ปฐมบรมศาสดาเสียอีก ทั้งยังให้คุณหนักแน่นรุนแรงกว่าแรงกรรมแรงเทพพรหมใดๆ
    ท่านลงตะกรุดโองการเจตน์จำนงค์สวรรค์ฝังไว้ ด้วยเมื่อกำลังฟ้ามีเจตน์จำนงค์ปกาศิตใดๆออกไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย หากเราอธิษฐานต่อองค์พระขอต่อเจตน์จำนงค์สวรรค์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นย่อมอยู่เหนือลิขิตทั้งหลายอย่างแท้จริง...ถือว่าเราได้ทำสิ่งที่เป็นตำนาน จากตำนาน สืบตำนาน... ให้ชีวิตเราเป็นดั่งตำนาน

    คาถาบูชา
    อุกาสะ วันทิตวา สิริสัมพุทธัง อันตรายัง ปะนะมามิหัง อิถัญจะปูชิตัง เหฏฐายะฉะทินนา จัตตาสัตถา สาคะระมุนี ยักขะลา เวสสุวันโน อาทิปัตติราชา มหาสัตถา สาคโร ประสิทธิเมสัทธา
    อาราธนาองค์พระ อังคะสัมพุทโธ โลกะหิโตจะเสฏโฐ ธัมมะยะโก เทวิเทโว โลโกหิ หาทายะ จิเจรุนิจิตตัง เจตตสิกกัง รูปังนิพพานัง นะมะพะทะ วาโยธาตุทิสังวา จะภะกะสะ วาโตเสโน อัสสะโส นิพพานังสูญญัง นะปะทุกะ จิปะตินะ หะกะ อิคะวิติ ปติ เอหะติอิกะวิปะติ


    ท่านว่าเมื่ออาราธนาและกำองค์พระไว้ในมือจะรู้สึกได้ว่าตัวเองนั้นขนลุกขนชันผมตั้งมีกระแสพลังขับผ่านเข้าออกอย่างบอกไม่ถูกสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คุณพระท่านเริ่มสงเคราะห์เรา เมื่อเราว่าคาถาอธิษฐานสิ่งใดแล้วมีอาการเช่นนี้แน่นอนว่าแม้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็ยังทำสำเร็จได้ แต่หากอาราธนาองค์พระวันใดแล้วมีอาการพิกล รู้สึกว่าวันนี้เครียด โมโหร้าย หงุดหงิดง่าย ท่านว่าให้หยุดกิจที่จะทำเสีย อย่าทำ อย่าไปเลย ถึงทำไปก็ไม่มีโชคใดๆ

    ### พ่ออาจารย์ท่านกำชับไว้ว่าพระผงเจตน์จำนงค์สวรรค์นั้นเป็นของสูงมีค่าควรเมืองยิ่งกว่าสมบัติจักรพรรดิแม้ม้ารถคชพลหรือปราสาทแก้วใดๆ ด้วยเจตน์จำนงค์นั้นเขาจะเลือกผู้เหมาะสมและคู่ควรสำหรับตัวเขาเอง ใครที่มีชะตาต้องกันย่อมถูกกำหนดไว้ทั้งหมดแล้ว พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้แค่ห้าองค์เท่านั้น ท่านว่าทำยาก พอทำมารุ่นนี้แม้ตัวเราเองก็ไม่มีวาสนาได้ใช้เพราะสมเด็จองค์ปฐมท่านบัญชาไว้ให้เอาไปช่วยคนที่เดือดร้อนและเป็นคู่วาสนากันจริงๆดีกว่าด้วยตัวของท่านหวังเอาดีทางธรรมไม่ได้เดือดร้อนสิ่งใด ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนที่อยากได้วาสนาทางโลกเขาครอบครอง ...รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด หน้าที่การงาน ความปรารถนาหลักในชีวิตไว้ด้วย รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสให้ครบสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงเจตน์จำนงค์สวรรค์องค์ธาตุฆ่าวิชาทรงกิเลนฟ้าสวรรค์ (ปี่เซี๊ยะมหายันต์เรียกทรัพย์แม่หนุนลูก) บูชา 4,000 บาท

    79743533-2655383851196102-8940704845942226944-n.jpg 78655094-2259571667668589-4073387532312641536-n.jpg
    78663336-818315548589490-452504981073821696-n.jpg
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา ปี่เซี๊ยะมหายันต์เรียกทรัพย์แม่หนุนลูก(ผูกตะกรุดแกขอฉันให้สูตรมหาทานปรมัตถบารมี)

    " บางคนเล่าว่าครูไปหา ให้หามาไว้ใช้บ้างเดี๋ยวตามคนอื่นเขาไม่ทัน ....ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่แรงครูสูงเพราะหล่อหลอมจากแผ่นยันต์ที่ตรงกับความสามารถของเขาจริงๆ "
    ปี่เซี๊ยะลูกขี่แม่ ท่านว่าเป็นกำลังของมารดาที่จะคอยปกปักคุ้มครองลูก เป็นห่วงลูก จับลูกอุ้มใส่หลังอย่างไม่ถือตัวทั้งยังยกลูกให้สูงเหนือกว่าตนเอง ตรงนี้ท่านว่าเป็นกฤติยาคมแฝดของการป้องกันและผลักดันตัวเรา ดั่งเรามีกำลังของแม่ยกเราไว้เสมอ ด้วยรักที่มารดามอบให้ย่อมอบอุ่นจริงใจและบริสุทธิ์ที่สุดฉันใดพลังนั้นก็สนองถึงตัวเราแบบไม่หวังผลใดๆเช่นกัน ทั้งนี้ปี่เซี๊ยะนั้นปกติเขาจะคอยเรียกโชคลาภทำให้การทำมาหากินธุรกิจการค้าที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้นด้วยเขาเป็นสัตว์ที่มีญานวิเศษมีทั้งอำนาจจากมังกร มีพลังปราบปรามได้ทั่วไปดั่งสิงโต ทั้งเป็นราชาแห่งผืนฟ้าไปได้ในทุกที่ดั่งพญาอินทรีย์ เป็นตัวแทนของยศถาบรรดาศักดิ์ ที่มาพร้อมความยั่งยืนร่ำรวยและชื่อเสียง ทั้งยังมีตาทิพย์มองเห็นในที่มืดและมองเห็นสิ่งชั่วร้ายได้ นอกจากนี้หางสามารถขจัดปัดสิ่งชั่วร้ายขณะเดียวกันก็กวาดโชคลาภเข้าตัวด้วย

    พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ใช้ปี่เซี๊ยะธรรมดาส่วนมากก็ให้ผลแค่เสมอตัว แต่หากใช้ปี่เซี๊ยะคู่แม่ลูกนั้นจะโดดเด่นเป็นเลิศกว่าปกติอุปมาดั่งเอากำลังสุนัขมาเทียบกับช้างสารเช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าไกลกันมาก ที่ให้ผลดังนี้ก็เพราะว่าความรักและความผูกพันธ์ของแม่ลูกนั้นมีกำลังมากกว่ารักใดๆในโลก เขาจะรักษาทรัพย์สินและโชคลาภของเราไว้ ขจัดความยุ่งยากในชีวิตเราออกไป ทั้งช่วยให้มั่งคั่งร่ำรวยและใช้กำราบอัปมงคลความชั่วร้ายทั้งหลายได้ และเหนือสิ่งอื่นใดเขายังซื่อสัตย์และเชื่อฟังเจ้าของมากๆ

    ปี่เซี๊ยะที่ท่านลงตั้งธาตุขึ้นรูปปลุกเสกลงอาการไว้และสร้างจากแผ่นยันต์เรียกทรัพย์เข้าด้วยวัชรธาตุนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์มาก(ท่านว่าแม้ยอดหยกหรือทองคำก็ไม่อาจเทียบได้ ด้วยปี่เซี๊ยะของเรานั้นตั้งต้นด้วยแรงครู แรงวิชาเรียกทรัพย์ตลอดจนกายสิทธิ์ธาตุอันคู่ควรจะเป็นที่สถิตย์แห่งจิตวิญญาณชั้นสูงมากกว่าธาตุใดๆจึงครบทั้งพลังและธาตุขันธ์)

    พ่ออาจารย์ท่านว่าทำไว้ให้เฉพาะคนที่ "ต้องการให้เงินเข้ากับคนที่ชีวิตไม่อยากเป็นหนี้ได้ใช้" ด้วยคุณลักษณะที่เขาหนุนเรานั้นพ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่เงินเข้าไม่มีไหลออกมีเป้าหมายหลักในการขจัดสิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งยังบันดาลให้เกิดอำนาจความยิ่งใหญ่ในชะตาชีวิต ด้วยเขาเป็นสัตว์ที่อ้าปากได้กว้างและไม่มีรูทวารจึงเป็นที่มาของการดูดทรัพย์สินอย่างเดียวไม่ให้ทรัพย์นั้นพร่องไปไหน พ่ออาจารย์ท่านว่าสองแรงทั้งแม่และลูกยากที่จะมีอะไรมาสู้ฤทธิ์ได้ ท่านทำให้ตรงตามลักษณะคือยกหัวสูงข่มศัตรูคู่แข่ง อ้าปากกว้างดูดทรัพย์ลิ้นคอยตวัดเงินทองเข้าท้อง อกตั้งตรงผึ่งผายน่าเกรงขาม ขาก้าวนำให้ชีวิตเราเดินหน้า เท้าตะปปเงิน หางกวักขึ้นเรียกโชคลาภ ด้วยไม่มีรูทวารจึงกินแล้วไม่ถ่ายออกเป็นเคล็ดให้ชีวิตเรามีแต่รับสถานเดียวและนอกจากนี้ตัวปี่เซี๊ยะเองยังสามารถสัมผัสกลิ่นของโชคลาภได้รวดเร็ว,ชัดเจนและแม่นยำจึงหาวาสนามาให้เราได้ตลอดเสมอๆ

    ปี่เซียะแม่หนุนลูกนั้นให้คุณกับผู้ศรัทธาเชื่อถือโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังเรียกว่าเราผู้เป็นนายตัวตนจะเป็นอย่างไร,จะเป็นคนอย่างไร,มีนิสัยอย่างไรเขาก็สวามิภักดิ์รักเราหมดใจ ทั้งยังเสริมบารมีให้กับเจ้าของได้ทุกชะตาราศีท่านว่าใช้เขาแล้วปล่อยวางเปลื้องปลดเรื่องปีชงกลัวดวงชะตาดวงดาวขัดแย้งกันไปได้เลย

    ตะกรุดแกขอฉันให้สูตรมหาทานปรมัตถบารมี

    ท่านว่าส่วนนี้คือวิชาขั้นสูงสุดในหมู่นิยตโพธิสัตว์ ท่านเดินบทมหาทานว่าด้วยปรมัตถบารมีอันยิ่งยวดขององค์พระเวสสันดร ซึ่งเป็นพระชาติสุท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระเวสสันดรนี้มีกำลังของการให้สูงมาก เพราะท่านถึงที่พระเจ้าจักรพรรดิราช แต่กลับบำเพ็ญปรมัตถบารมีตามประเพณีแห่งพระบรมโพธิสัตว์ ท่านพร้อมที่จะสละทรัพย์ภายนอกทั้งปวงให้แก่ผู้ต้องการและมาขอท่านเพื่อที่สุดแห่งมหาทานบารมี พ่ออาจารย์ท่านพูดให้คิดว่า วิชานี้เราเป็นผู้ขอ เอาไปใช้เถิด ไม่มีอะไรจะง่ายและสบายเท่านี้อีกแล้ว

    ท่านว่าครูบาอาจารย์แต่เดิมจึงหยิบยกพรรณคุณวิเศษตรงนี้มาทำเป็นตะกรุด แต่ว่ามันเป็นตะกรุดเฉพาะทางสายบารมีพระมหาโพธิสัตว์เจ้าที่ไม่มีใครปรารถนาจะยกให้ใครทำให้ใครสอนใครให้สืบทอดเท่าไหร่ เพราะเป็นวิชาเฉพาะที่เวลาเราไปขออะไรใคร เค้าก็ต้องจำยอมโอนอ่อนยกให้ตามปากเราเช่นนั้น ดุจดั่งลูกขอพ่อก็ต้องตามใจพร้อมที่จะป้อนให้ เหมือนองค์พระเวสสันดรหน่อพระพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านปรารถนาจะเข้าไปถึงข่ายแห่งพระโพธิญาณจึงกระทำมหาทานปรมัตถบารมีอย่างสุดกำลัง ให้ทุกอย่าง ทรัพย์ภายนอก ทรัพย์แห่งโลกีย์วิสัยผู้ใดปรารถนาสิ่งใดพระองค์ยกให้ทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น

    วิชานี้ท่านว่าแปลกนักขอให้สิ่งที่เราขอเขามี...เขาให้หมดเลย ไม่เช่นนั้นปรารถนาอะไรก็อธิษฐานเอากับกับตะกรุดกับคุณวิชาย่อมสัมฤทธิผลทุกประการ เพราะตะกรุดนี้เป็นศูนย์รวมผลแห่งมหาทานปรมัตถบารมีเต็มขั้นของหน่อพระชินสีห์เจ้านั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านลงเหล็กจารเต็มสูตรผูกเป็นตะกรุดลูกอมเฉพาะกาล อธิษฐานบารมีด้วยความเที่ยงแท้ต่ออำนาจพระโพธิญาณในกาลเบื้องหน้า ว่าให้ลูกหลานญาติวงศ์ที่มีบุญญา มีวาสนากับเวทย์วิชานี้มารับไปครอบครอง

    ตะกรุดที่ลงวิชาว่าด้วยมหาทานปรมัตถบารมีของนิยตโพธิสัตว์ ท่านว่าพุทธคุณตรงตัว นั่นคือเวลาลูกขอพ่อต้องให้ พ่อในที่นี้คือพ่อพระพุทธเจ้า พ่อในพระชาติที่เป็นมหาเวสสันดรโพธิสัตว์ พ่อของลูกๆพุทธบุตรทุกคน อันทรงไว้ด้วยมหากรุณาญาณอย่างแท้จริง ปรารถนาจะขนถ่ายสรรพสัตว์ข้ามห้วงวัฏฏสงสาร ท่านว่าวิชานี้ทำยากมากเพราะมันเหนือสงสาร เมื่อลงเสร็จต้องบอกกล่าวชุมนุมเหล่ามหาโพธิสัตว์อันมีบารมีเต็มที่กับที่ได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว แม้อยู่ในที่แห่งใดไม่ว่าจะพิภพดุสิต พิภพนาคบาดาล ตลอดจนพิภพต่างๆต้องชุมนุมมาบอกกล่าวเชิญท่านมาบรรจุบารมีทั้ง 30 ทัศน์ หนุนกันขึ้นมาเป็นชั้นๆ เป็นกลุ่มๆไปทั้งอนิยตโพธิสัตว์ แลนิยตโพธิสตว์ ท่านว่ามาทำให้กันเป็นกลุ่มเป็นลำดับกลุ่มไหนปัญญาธิก กลุ่มไหนสัทธาธิก กลุ่มไหนวิริยาธิก พระองค์ไหนหรือใครอยู่กลุ่มใดก็หนุนเนื่องสืบกันมาบรรจุพระบารมี ...เมื่อชุมนุมเหล่าพระมหาโพธิสัตว์แล้ว ก็ต้องเชิญสมเด็จองค์ปฐมมาบรรจุธาตุบรรจุธรรม และเชิญครูทั้งหลายมาสำเร็จตะกรุดด้วยวิชาพระปัจเจกโพธิเจ้าโปรดสัตว์ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าตะกรุดนี้มีจุดเด่นกว่าตะกรุดทางโชคลาภอื่นๆคือ " ทรัพย์มันจะเข้ามาหาเราเอง นี่ถ้ามันมีเท้ามันจะรีบวิ่งเข้ามาเลย "

    พ่ออาจารย์ท่านนำตะกรุดสำคัญนี้มาผูกไว้กับปี่เซี๊ยะ ท่านว่าจะเป็นกำลังของวงจรที่สอดรับกันเพราะเทพปี่เซี๊ยะเขาก็อ้าปากรับทรัพย์ตลอดทั้งกินอะไรแล้วย่อมไม่คอยออก เป็นสัตว์เทพที่มีสมบัติมากรอเราจับ รอเราลูบ รอเราขอ รอเราสัมผัสเขาใช้เขา ทีนี้เมื่อท่านนำตะกรุดขึ้นมาเรียกมนต์เรียกทรัพย์กำกับผูกเอาไว้ท่านจึงย้ำว่านี่นะเธอจำไว้ ตะกรุดนี่นี่เหมือนอาญาสิทธิ์อยู่อย่างนึง นั่นคือแกขอเขาต้องให้ พอผูกกำกับกันไว้นี่ขออะไรย่อมได้ทั้งหมดเลย เพราะเราเอากำลังเหล่ามหาโพธิสัตว์มาครอบเขาไว้อีกที มีอะไรเขาก็ให้เราหมด ไม่มีหวง ไม่มีของตน ของฉัน ขออะไรต้องได้ทั้งสิ้น นี่คือปี่เซี๊ยะตำรับที่ท่านทำเข้าตะกรุดดอกสำคัญนี้

    ทั้งท่านยังให้ข้อคิดว่าปี่เซี๊ยะนี้เหมาะแก่คนที่รากฐานจตุปัจจัยในชีวิตยังไม่พร้อม ชีวิตยังขาดอยู่ พร่องอยู่ ยังหายังขวนขวายมาได้ไม่เต็ม เช่นบางคนยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ยังไม่มีรถ ยังไม่มีทรัพย์ไว้ดูแลตนเองยามแก่เฒ่า ยังทำความปรารถนาตัวเองได้ไม่ดีพอ..... เช่นนี้แหละพ่ออาจารย์ท่านว่าต้องยกขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าใครจะมายกเราก็ได้ เพราะหากให้ปี่เซี๊ยะของท่านยกและหนุนเหมือนแม่หนุนลูก กำลังนี้จะคอยหนุนเราแบบเอื้ออาทรตลอดไป เรียกว่าหนุนกันด้วยความผูกพันธ์ ต่างกับหนุนด้วยอาถรรพ์หรือแรงครูใดๆอย่างสิ้นเชิง เพราะการณ์ที่เขาสวามิภักดิ์รักเจ้าของและผูกพันธ์กับเราอย่างยิ่งยวดนั้นเป็นพลังที่ดีที่สุดและซื่อตรงเข้าถึงชะตาชีวิตเรามากที่สุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเอาไปอย่าเก็บ ### ต้องใช้ต้องรักษากันให้ดี หมั่นเช็ดถูทำความสะอาดเขาอย่าปล่อยให้เขาสกปรก ท่านว่ายิ่งถูยิ่งขึ้นเงา ชะตาเราจะมีแต่ดีกับดีแล้วก็ดี อย่าปล่อยให้เขาหมองหม่นเด็ดขาด

    ข้อควรจำ
    ท่านว่าปี่เซี๊ยะของท่านให้ใช้ได้เลยไม่ต้องถนอม แค่ดูแลเขาหน่อยอย่าให้สกปรก ถ้าจะเลี่ยมใช้ก็ให้เลี่ยมเปิดหน้าเปิดหลังให้เขาสัมผัสเนื้อตัวเราจะดีที่สุด เรียกว่าใช้แบบลุยๆ หากจะขออะไรเขาที่หนักมือหน่อย เกินวาสนาของเราไปหน่อย แบบที่รู้ว่าทั้งชีวิตขอไปก็ไม่ได้ ท่านว่าให้อ้างกำลังพระเจ้าสิบชาติอธิษฐานขึ้นมาก่อนเตชะสุเนมะภูจะนาวิเว หลังจากนั้นก็ท่องคำว่าทานะ ทานะ ทานะๆๆๆๆย้ำไปจนจิตทรงตัว จิตนิ่งไม่วอกแวกแล้วขอเอากับเทพปี่เซี๊ยะเขา

    *** เทพปี่เซี๊ยะนี้ท่านย้ำว่าจะให้ดีที่สุดต้องบูชาเป็นคู่ คาดเอวไว้ซ้ายขวาจะยิ่งมีกำลังมาก เหนือกว่าใช้ตัวเดียวโดดๆอย่างมหาศาล เวลาใช้อธิษฐานสิ่งใดก็ไหว้ก็ขอเขาพร้อมกัน ทั้งในกรณีคนที่ขาดมากๆต้องการการรักษาเยียวยาหนักกว่าคนอื่นๆ หรือคนที่มีความฝันห่างจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่มาก ท่านว่ารู้ตัวว่าเป็นแบบนี้ให้ใช้เป็นคู่จะไวกว่า รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ## ท่านย้ำว่าผูกได้น้อยเพราะตะกรุดเป็นของเก่าทำไว้นานมากๆแล้วจึงมีจำนวนจำกัด

    ร่วมทำบุญบูชา ปี่เซี๊ยะมหายันต์เรียกทรัพย์แม่หนุนลูก(ผูกตะกรุดแกขอฉันให้สูตรมหาทานปรมัตถบารมี) บูชา 900 บาท

    78356285-2555901191191786-1684102946444279808-n.jpg 78529134-516057992324641-1341865164726599680-n.jpg
    79098185-1052806575082197-7974335108398186496-n.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา รูปสลักพระผู้มาโปรดกาลิงคะพราหมณ์ปฐมกำเนิด (ไถ่ถอน,นิรโทษ,โรมรัน)

    " เครื่องรางที่สร้างเพื่อให้ผู้ที่เป็นดั่งบุตรบุญธรรมของมหาบุรุษเท่านั้นครอบครอง "
    ในอดีตนั้น หลายๆคนมักจะถามว่าพ่ออาจารย์ว่าท่านทำเสาไฟให้บูชาบ้างมั๊ย บางคนก็ว่าฝันเห็นเสาไฟน่ากลัวมีพราหมณ์หนุ่มเดินออกมาจากเสาไฟนั้น..หลายคนฝันสำแดงอาการและนิมิตแปลกประหลาดทั้งเรื่องเสาไฟและพราหมณ์หนุ่มจำแลงกายมาหา เพื่อมาโปรดชีวิตที่ทุกข์ยากของตน ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็งำประกายเอาไว้ไม่ได้กล่าวความแก่ผู้ใดว่าสิ่งใดคือเสาไฟ สิ่งใดคือพระผู้มาโปรด ผู้ไถ่ถอนชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ด้วยเครื่องมงคลนั้นเป็นของล้ำค่ายิ่งนัก พ่ออาจารย์ท่านว่าที่คนเขาจะเห็นเสาไฟอันเป็นดั่งหลุมดำที่ลุกโชนนั้นปรากฏขึ้นมาไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ก็ดี บางคนสามารถนิมิตล่วงหน้าได้ถึงพระผู้มาโปรดที่ออกมาจากเสาตนนั้นเพราะท่านคือตัวแทนแห่งคุณงามความดีและสิริมงคลเรียกว่าเป็นกำลังของศรีก็ได้ เป็นมหาบุรุษที่จะมาโปรดเพื่อนำมาซึ่งสวัสดิภาพแลสิริมงคลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งยวดยิ่งกว่าผู้ใดในยุคใดๆ พ่ออาจารย์ท่านเรียกนามของมหาบุรุษว่ากาลิงคะพราหมณ์ ท่านว่าครูผู้นี้มีอำนาจมากสามารถไปได้ทุกที่ซึ่งรัศมีของพระอาทิตย์ส่องถึง ผู้ใดที่ท่านโปรดก็ดุจมีชีวิตใหม่เข้าสู่รุ่งอรุณแห่งยุคทองที่ชะตาอันมืดดับจะกลับกลายเป็นสว่างจ้าด้วยรัศมีแห่งศรีไปทุกทิศทาง เป็นรัศมีขององค์คุณอันประกอบด้วยการตื่นรู้และเบิกบานของมหาบุรุษ...ทั้งยังเป็นกำลังของเหล่าพระเวทย์และมหาธาตุตลอดจนพลังงานทั้งหลายนช่วงหลายพันปีมานี้ท่านจะเลือกออกมาโปรดเฉพาะบุคคลที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งเท่านั้น

    ด้วยคติแห่งเสาไฟที่ลุกไหม้ดุจแวดล้อมในเพลิงบรรลัยกัลป์นี้ ท่านว่าแท้จริงแล้วเป็นสภาวะของการก่อเกิดเพื่อจะจุติและปฏิสนธิของสรรพสิ่ง จะเรียกว่าเป็นรากเหง้าดึกดำบรรพ์ของสรรพชีวิตก็ได้ ท่านให้ความรู้ว่าไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นแม้แต่ท้องฟ้าหรือดวงดาราทั้งหลายที่ปรากฏออกมาเป็นปฐมก็ล้วนแต่ออกมาจากสิ่งนี้ ท่านจึงถือว่าเสาไฟนั้นเป็นพลังของการก่อเกิดการสร้างสรรค์จักรวาล มีกำลังผลักดันให้อำนาจที่ขึ้นลงของตัณหาทั้งสามคืออารมณ์รักใคร่,ความอยากมีอยากเป็น,ความไม่อยากมีไม่อยากเป็นทั้งหลายหมุนเวียนดำเนินกันไปตามลีลาของสังสารวัฏ จะเรียกว่าใครปรารถนาสิ่งใดหรือไม่ต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไรหากเข้าถึงเสาไฟนี้แล้วทุกสิ่งย่อมเป็นไปด้วยกำลังแห่งปฐมกำเนิดนั้นไม่ยากเลย พ่ออาจารย์ท่านเรียกเสาไฟว่าแท่งปฐมกำเนิด เช่นนั้นท่านจึงประดิษฐ์ทำเป็นรูปลึงค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตัวกำเนิดที่ท่านตั้งใจแกะและมนต์พระเวทย์ปถมังกำเนิดเอาไว้เป็นตัวแทนของเสาไฟปฐมกำเนิดนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่ากำลังของปฐมกำเนิดนั้นจะช่วยให้คนบูชาสมหวังในทุกสิ่ง(เอาว่าไม่ผิดหวังในสิ่งที่หมายปอง) ท่านว่าพอทำมาเป็นรูปลึงค์นี้หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ปลัดขิก แต่โดยแท้จริงแล้วนั้นไม่ใช่เขาลึกล้ำและซับซ้อนกว่านั้นไปหลายขุม ท่านเพียงแค่ทำให้เป็นรูปของเสาไฟที่มีสัญลักษณ์ทางกายภาพขององค์กำเนิดเพื่อจะสื่อถึงเสาปฐมกำเนิดนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าการจะสร้างกาลิงคะพราหมณ์ได้นั้นไม่ใช่ของง่าย เพราะเมื่อจับมีดแกะไม่ใช่ว่าจะแกะได้เลยหากแต่ต้องท่องบ่มพระเวทย์ไปด้วยตั้งแต่มนต์มหากำเนิด,มนต์แถนฟ้า,มนต์ไท้ธรณี,มนต์มณีจินดา,มนต์เรียกสมบัติ...ท่านว่าลงมีดไปก็กำกับไปตามตัวรู้ที่ครูท่านส่งมาในจิตเราว่าให้ท่องบทไหนกว่าจะได้องค์หนึ่งนั้นท่องเป็นร้อยบทบางอย่างก็เป็นเวทย์ดึกดำบรรพ์ปรากฏมาให้ท่องออกนามเฉพาะตอนแกะสลักเท่านั้นเป็นการควบคุมกำลังแห่งปฐมกำเนิดที่จะเคลื่อนกายลงมาเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่..เป็นกำลังที่ไม่มีวันแห้งเหือดและใช้ไม่รู้หมด ดั่งว่าคนเอาไปใช้จะไม่รู้จักคำว่าลำบากเลยเพราะกำลังแห่งกาลิงคะพราหมณ์ที่สิงพิงอยู่ในเสาปฐมกำเนิดของท่านนั้นเป็นกำลังเต็มตัว พ่ออาจารย์ท่านแกะสลักรูปมหาพราหมณ์ติดกับเสาปฐมกำเนิดเพื่อจะสื่อถึงองค์คุณที่มีกำลังแรงกล้าไม่มีวันดับ เรียกว่าเราเอาไปใช้สอยนี่ไม่ต้องกลัวเลยว่ากำลังท่านจะตก เพราะกำลังท่านจะซึมออกมาสู่ตัวเราเรื่อยๆให้เราใช้กำลังของท่านเปลี่ยนแปลงชีวิต ใช้เท่าไหร่ก็ไม่รู้หมดเปลี่ยนชีวิตที่ขาดกำลังและที่พึ่งให้สะดวกสบายไม่มีความลำบาก ดั่งมีครูมีที่พึ่งให้เราตักตวงสิ่งที่ปรารถนาได้ไม่มีวันหมดสิ้น จะปรารถนาสิ่งใดก็มีหมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆอยู่ตลอด ท่านว่าปฐมกำเนิดนี้ใช้ขอได้ทุกเรื่อง ขอได้ไม่เลือก แม้อยู่กับตัวเราก็จะได้พบสิ่งที่ปรารถนาโดยเร็ววัน จะสมหวังในชีวิตยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยผ่านมา

    พ่อกาลิงคะพราหมณ์นั้นมีอาการสามสิบสองพร้อมที่จะสดับรับรู้ความต้องการของลูกๆและพร้อมช่วยเหลือทุกเมื่อ ไม่เลือกว่าจะเป็นเรื่องหนักจิตน่าปวดหัวจะโรคภัยหรือเรื่องรักๆใคร่ๆไม่มีถือตัวตั้งแต่เรื่องสูงไปจนต่ำ ท่านว่าเป็นเครื่องรางที่ใช้งานง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรยุ่งยาก จะใช้ทางสะกดจิตสะกดใจคนหรือแม้แต่จะล้างสมองคนให้เขาเมตตาเราภักดีต่อเราลึกเข้าไปในกมลสันดานก็ยังทำได้เพียงบอกพ่อพราหมณ์ท่านให้ช่วยเท่านั้น นอกจากนี้ท่านยังคอยเตือนคอยบอกถึงอันตรายและภัยที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าแก่ลูกที่มีใจศรัทธา ทั้งจะปัดภัยให้พ้นตัวหรือจะให้เห็นเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่อาจแก้ไขได้เพื่อให้เราเตรียมรับมือพร้อมที่จะหลีกเลี่ยงจุดวิกฤตินั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าอยู่ที่เจตน์จำนงค์ของคนใช้เป็นหลักถ้าเราขยันทำมาหากินแต่เงินเก็บไม่ค่อยมีหาไม่พอใช้ท่านก็จะบอกโชคลาภแก่เราให้เราเจริญในทรัพย์สมบัติมหาศาลสารพัด เรียกว่าอธิษฐานได้ทุกเรื่องตามเหตุที่พึงจะเป็นไปได้

    พระผู้ไถ่ถอน,นิรโทษความผิดบาป
    เพื่อจะสร้างองค์ปฐมกำเนิดกาลิงคะพราหมณ์(ผู้เป็นดั่งตัวแทนของปฐมกำเนิด) พ่ออาจารย์ท่านต้องอธิษฐานจิตแบบรวมขุมกำลังพระเวทย์ทั้งหมดเพื่อเป็นการครอบพระเวทย์อาถรรพ์ให้รวมกันได้เป็นหนึ่งเดียวซึ่งอานุภาพของกำลังธรรมชาติทุกแขนงจะสำแดงผลอย่างเต็มที่ไม่มีที่จะข่มกันเอง..สุดท้ายรูปพ่อกาลิงคะนั้นจะบันดาลได้ทุกสิ่งแบบปราศจากเงื่อนไขในอันที่จิตมนุษย์ผู้ใช้นั้นปรารถนาในเหตุปัจจัยที่เป็นไปได้ โดยพ่ออาจารย์นั้นท่านอธิษฐานต่อครูพระเวทย์และพระธรรมดึงกำลังของความรักที่เทวะมีต่อมวลมนุษย์มาสถิตย์อยู่ในองค์กาลิงคะเพื่อให้ท่านมีแรงบันดาลใจที่จะเติมเต็มความคาดหวังของมนุษย์ เติมเต็มในสิ่งที่เราขาดให้เรามีความสุขสมหวังทำให้ชีวิตเรารุ่งเรืองสืบไปบนพื้นฐานของความรักที่ยิ่งใหญ่ซึ่งพ่อมีต่อลูกเป็นความรักความปรารถนาดีดั่งจะส่งผ่านเรื่องดีๆให้เราทางสายเลือดเช่นนั้น ท่านจะดลบันดาลให้เราเป็นที่เมตตาแก่บุคคลรอบตัวไม่ว่าจะคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงตลอดจนคนรู้จักและไม่รู้จักทุกหมู่เหล่าจะมีผู้คนหลั่งไหลไปมาหาสู่ตัวเราไม่ขาด จะคลายความโกรธความเกลียดที่ผู้อื่นมีต่อเราแปลงมาเป็นพลังงานให้เขาเข้ามาหาเราอยากพูดกับเรา *** พ่ออาจารย์ท่านว่าจะมีคนเข้าหาพร้อมให้เราสานต่อเรื่องราวความสัมพันธ์ต่างๆตามกิจในชีวิตเราที่ดำเนินอยู่อย่างพอเหมาะพอเจาะ จะทำอะไรแข่งกับใครในทางโลกก็มีโอกาสมากกว่าผู้อื่น แม้ผู้ใดยังขาดคู่ครองก็จะได้พบเจอคนที่มีศักดิ์มีวาสนาบารมีมากกว่าตัวเรา จะได้คู่ที่คอยอุปถัมภ์ค้ำจุนเราไม่นำพาเราไปสู่ความตกต่ำ พ่อพราหมณ์เขาจะเติมเต็มสิ่งที่เราขาดเรียกว่าขาดอะไรก็ได้อย่างนั้น ทั้งอาถรรพ์ในร่างกายที่ทำให้วาสนาไม่ดีตลอดจนเสนียดจัญไรและเคราะห์กรรมที่ออกฤทธิ์ออกเดชส่งผลให้ตัวเองกลัดกลุ้มอยู่ เมื่ออาราธนาพ่อกาลิงคะพราหมณ์ติดตัว ### รูปของท่านจะสะกดสิ่งเหล่านี้ไว้และรับเข้าตัวเองซ้ำยังส่งเข้าไปเผาในแท่งเสาปฐมกำเนิดหมุนวนถ่ายเทกลับกลายมาเป็นสิริ,เป็นศรี,เป็นมงคลกลับคืนให้สู่ตัวเรา จะมีปฏิบัติการณ์ซ้ำซากไปอยู่เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเราตลอดเพื่อลดพลังอาถรรพ์ทั้งหลายที่แต่ละวันเราอาจจะไปทำผิดคิดชั่วไปสร้างเรื่องอะไรเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งวิบากกรรมที่ตั้งด่านขวางหน้าเราอยู่ท่านก็จะบรรเทาให้เบาลงและหมดไป พออุปสรรคน้อยลงความสำเร็จก็ง่ายขึ้นสิ่งที่อยากเจอก็ได้เจอ อารมณ์เราจะเย็นขึ้นสงบขึ้นตามลำดับไม่มีชีวิตที่ร้อนรนกระวนกระวายหาสาเหตุไม่ได้ท่านจะผูกชะตาเราเข้ากับเรื่องใดนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าขึ้นอยู่กับสิ่งที่จิตเรายึดติดและปรารถนาว่าตัวตนเราลึกๆแล้วอยากเป็นคนแบบไหน แต่เอาว่าพื้นฐานนั่นต้องเหมือนกันคือเป็นคนที่มีอันจะกินมีหลักชัยชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองต่างจากคนๆอื่นๆรอบตัวทั้หมด ผู้ที่มีกาลิงคะพราหมณ์นั้นจะแตกต่างจากคนอื่นอย่างชัดเจนจนสามารถสังเกตุเปรียบเทียบชีวิตตัวเองได้จากคนรอบๆตัวเพราะเขาจะบันดาลความสุขที่หลากหลายได้มากมายนิรโทษนิรภัยได้ทั้งผอง ไถ่ถอนเราออกจากสิ่งที่เราไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ไม่ปรารถนาพบเจอเหล่านั้น...

    ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ชีวิตผู้คนส่วนใหญ่จึงให้ค่าและหมดพลังงานไปกับการผลักดันตัวเองเข้าหาความสนุกสนานตัณหาและเงินตราทุกเพศทุกวัย พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์กาลิงคะพราหมณ์นั้นท่านจะขัดเกลาจิตวิญญาณให้จิตสำนึกเราสูงขึ้นพร้อมกับผลักดันตัวตนของเราให้เจริญทางโลกพร้อมๆกัน ท่านครอบพระเวทย์แบบรวมขุมพลังไว้เพื่อให้คนใช้อธิษฐานได้สมดั่งใจในแต่ละฉากแต่ละช่วงเวลาที่แตกต่างกันด้วยเหตุปัจจัยของชีวิตแต่ละคน หากใครจะเอาไปเล่นหรือขอทางความรักแล้ว ท่านว่าแม้เป็นคู่กันมีบุญมีบุพกรรมร่วมกันมาแต่อดีตชาติเรียกว่าจะมีวาสนาให้ได้อยู่ด้วยกันสมดั่งใจ แต่หากหาคู่แท้ไม่เจอก็จะเชื่อบุพเพสันนิวาสให้ได้มีไมตรีสานต่อสานสัมพันธ์กัน ท่านว่าไม่แคล้วจะลงรอยขอให้ตัวเราเองทำตัวเองให้ดีก่อนไปขออะไรจากท่านก็พอ
    - อยากเบิกบุญมาใช้ เวลาที่เรารีบเร่งต้องการสิ่งที่ตนเองอยากได้มาในเร็ววันนั้น ท่านจะเรียกว่าอยากเร่งเวลาไม่ให้ชะลอช้านานจนเสียการณ์ที่คิดจะกระทำบางคนคิดอยากจะเบิกบุญมาใช้ ก็ให้เอากาลิงคะพราหมณ์นั้นมาแนบกับริมฝีปากเรา ให้เราพูดและออกเสียงสิ่งที่คิด สิ่งที่อยากทำเหมือนเป็นการพูดผ่านท่านก่อน เสียงและความต้องการนั้นจะผสานเข้ากับปฐมกำเนิดกลายเป็นเสียงแรกที่จะนำมาซึ่งฤกษ์งามยามดีเป็นเสียงสวรรค์ที่ใช้สั่งให้ชีวิตเราเดินไปทางไหน บางคนฉลาดเขาจะทำแบบนี้เมื่อทำบุญและอยากให้ผลบุญเห็นทันตาก็จะพูดผ่านพ่อกาลิงคะพราหมณ์เพื่อเรียกเทวดามาอนุโมทนาบุญให้เราทันที ท่านว่าสุดแต่จะเอาไปดัดแปลงใช้กันจะเบิกบุญเบิกดวงเบิกโชควาสนาเบิกทางชีวิตได้ทั้งสิ้น ด้วยพ่อกาลิงคะพราหมณ์นั้นใช้พลิกวาสนาลูกๆที่พานพบได้อย่างน่าอัศจรรย์

    พ่ออาจารย์ท่านแกะองค์กาลิงคะจากกิ่งไม้โพธิ์ที่ชี้ไปทางทิศตะวันออกซึ่งยืนต้อนตายพรายอยู่บนจอมปลวก ทั้งในต้นโพธิ์นั้นยังมีกาฝากไม้รัก กาฝากขนุน กาฝากชุมแสง กาฝากพยุงอันเป็นไม้มงคลนามเสริมส่งกันในตัวเองขึ้นเป็นอาถรรพ์ตรงตามตำรา ท่านว่ากิ่งโพธิ์นี้จึงมีอาถรรพ์มากเป็นพิเศษในหลายๆด้านต่างจากกิ่งโพธิ์ทั่วไปไกลลิบ ท่านนำไม้มาเป่ามนต์ให้ซึมซับธาตุและวิชาทั้งหลายก่อนนานนับปี และนำไปเหลาทำไม้ค้ำสมเด็จองค์ปฐมองค์ครูที่ท่านกราบไหว้ทุกวันไว้ก่อน เพิ่มอาถรรพ์ทางด้านค้ำจุนหนุนดวงชะตามิให้ตกต่ำ เป็นกฤติยาคมแฝดให้ชีวิตผู้รับมีความก้าวหน้าในชีวิตการงานนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศและสง่าราศีสู่ผู้เป็นเจ้าของเวลาจกตกจะดับนี่ท่านว่าจะมีคนมาคอยดันคอยค้ำไว้ให้เสมอ เมื่อผ่านพิธีสำคัญๆที่ท่านอธิษฐานจิตมาพอสมควรท่านจึงนำมาแกะพร้อมกับมนต์พระเวทย์ตามรูปนิมิตที่ได้รับมา ก่อนจะอุดด้วยผงอาถรรพ์ทั้งหลายประเภทเขา,เขี้ยว,คต,นอ,งา,กะลา,แร่,เป๊ก,แหย่ง,แสง,แก้วและมวลสารศักดิ์สิทธิ์อีกหลายตัวที่หาไม่ได้อีกแล้ว พร้อมทั้งนำผงสำเร็จธาตุที่เสด็จมาได้เองในอากาศที่ท่านอัญเชิญไว้และรวบรวมมานานนับสิบๆปีมาปั้นอุดไว้ภายใน พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นสุดยอดวัตถุที่เป้นกายสิทธิ์มีคุณมีกำลังในตัวเองสูงมากทั้งสิ้น ก่อนจะอุดด้วยตะกรุดสำคัญ
    - ตะกรุดเปิดอวิชชาเวทย์สวรรค์ (ถึงชื่อจะน่ากลัวแต่คนที่เข้าใจโลกจะไม่กลัว) ท่านว่าตะกรุดนี้เป็นวิชาว่าด้วยเวทย์สวรรค์ขั้นสูงซึ่งเป็นยอดวิชาที่พ่ออาจารย์ท่านไม่ค่อยลงมากนักด้วยได้รับยากกว่าวิชาทั้งหลายทั้งยังสลับซับซ้อนและมีอิทธิฤทธิ์พิศดารเหนือกาลเวลา เรียกว่าเป็นวิชาที่ให้คุณรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัว คำว่าเปิดอวิชชานั้นคือเปิดในสิ่งที่เราไม่รู้ สิ่งที่ชีวิตเรายังไม่เคยพบเห็น,ไม่เคยมี,ไม่เคยคิดว่าจะได้รับ เพื่อนำมาซึ่งสิ่งที่ดีงามของปัจจัยทางโลกทั้งปวง ท่านว่า *** อวิชชานั้นก็คือสิ่งที่ปิดไว้ ดังนั้นการเปิดสิ่งที่ปิดก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เปิดเอาอวิชชาที่ครอบตัวเองอยู่ออกไปให้เราพบ ให้เราได้สิ่งที่ชีวิตไม่เคยมี ท่านกำกับตะกรุดเปิดอวิชชาเวทย์สวรรค์ด้วยนะจบเพื่อให้สิ่งที่เราอยากได้ ความฝันของเราต้องสำเร็จ ทุกกิจที่ทำต้องจบ ต้องสำเร็จกิจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป
    เมื่อฝังตะกรุดอุดผงสำคัญเป็นการเสริมพลังเพิ่มฤทธิ์เพิ่มความเก่งกาจผลักดันให้กับพ่อกาลิงคะแสดงอานุภาพเปิดทางรวย ปิดทางจน..ขออะไรแล้วต้องได้สามารถช่วยเหลือเราได้ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้


    ในยุคหลายพันปีที่มนุษย์ปรับตัวห่างออกไปไกลจากพื้นฐานคุณธรรมนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเครื่องมงคลจะทำได้เพียงแค่หนุนดวงช่วยให้เราเป็นเจ้าคนนายคน...หรือจะอะไรก็ตามเท่านี้ยังไม่พอ เพราะอารมณ์เพื่อนร่วมโลกทั้งหลายของเรานั้นยังไม่นิ่ง ดังนั้นพ่อกาลิงคะจึงต้องพร้อมเสมอที่จะเข้าโรมรันต่อสู้ชีวิตไปพร้อมๆกับเรา ท่านว่าจะมายืนนิ่งสนิททำตัวเป็นเทพเจ้ารับการบูชาแล้วยืนกะพริบตาเช่นนั้นไม่ได้ การจะช่วยคนยุคนี้ต่างจากคนสมัยก่อนมากเพียงแค่ให้พรและทำให้เค้าโชคดีนั้นมันยังไม่พอเพราะท่านทำได้มากกว่านั้นแต่พ่ออาจารย์ท่านว่าจะทำอะไรได้ต้องลองใช้กันเอง...สิ่งที่พ่อกาลิงคะท่านถนัดอีกด้านหนึ่งก็คือการเล่นฤทธิ์ จะทำอะไรก็เอามาด้วยฤทธิ์นี่จึงทำให้ชีวิตคนนั้นง่ายและสะดวกขึ้น ทั้งนี้พ่อกาลิงคะท่านยังจะเพิ่มฤทธานุภาพในเครื่องมงคลและพระเครื่องทั้งหลายที่เราห้อยอยู่ในร่างกายเราด้วย

    ใฝ่สูง
    พ่ออาจารย์ท่านยกหุ่นพ่อกาลิงคะนั้นว่าเป็นเครื่องมงคลอาถรรพ์สำหรับคนใฝ่สูง คือคนที่ยังมีความหวัง มีความฝันสูงกว่าที่ชีวิตตัวเองเป็นอยู่ท่านจึงลงตะกรุดด้วยเวทย์สวรรค์วิชาสำคัญผูกคอพ่อกาลิงคะไว้เพื่อจะนำให้ท่านชักพาชีวิตเราสูงขึ้นตลอดเวลา ท่านเปรียบว่าต่อไปเธอจะกิน(มีชัย)ในที่สูง ความเป็นอยู่ชีวิตจะไม่นอนลงต่ำ จะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่สูงและสุขสบายตลอดไป เช่นนั้นพ่อกาลิงคะจึงเป็นเครื่องรางสำหรับคนใฝ่สูงและคิดสูงยังไม่พึงพอใจในตัวเองยังอยากไปให้ไกลกว่านี้รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพทำได้ดีมากกว่านี้ เช่นนี้พ่อกาลิงคะจึงเป็นเครื่องรางที่ "คนใฝ่ต่ำห้ามใช้ ให้เอาไปเล่นของสูง" ด้วยชีวิตนั้นก็เหมือนฉากละครที่แล่นฝ่าคลื่นลมอันทับโถมผ่านไป ทุกชีวิตต้องมีบทสรุป ทุกเรื่องราวต้องมีจุดจบในตัวมันเอง อยู่ที่เราพอใจกับจุดจบที่เรายืนอยู่ตรงนี้หรือยังและเราเลือกที่จะให้มันเป็นจุดจบแล้วจริงๆหรือเลือกที่จะออกเรือต่อ พ่อกาลิงคะพราหมณ์นั้นท่านว่ามีอาถรรพ์มากเพราะไม่ใช่เครื่องรางสำหรับคนธรรมดาหากแต่เป็นของใช้สำหรับคนใฝ่สูงให้ขึ้นไปอยู่ที่สูงจึงเป็นมากกว่าพยนต์..และเทพยดาทั้งหลาย หากแต่เป็นมิตรแท้ที่จะอยู่ค้ำจุนและช่วยเราไปจนตาย

    ซึ่งพ่อกาลิงคะนั้นท่านว่าตัวท่านเป็นเพียงผู้ทำแต่ห้ามใช้ ท่านเป็นเพียงผู้ที่จะส่งผ่านประสิทธิองค์ครูสู่เจ้าของเท่านั้น ซึ่งท่านปลุกเสกปั่นธาตุทำวิชาของท่านมาหลายปี ทำอยู่ทุกวันชนิดนำไปเลี่ยมให้พร้อมใช้ทุกตัวแล้วก็ผูกรอบเอวท่านทุกตัวเสกทุกวัน แบบนี้แหละที่เรียกว่าของรักและทำหลบเอาไว้ จะเสกพิธีไหนวาระใดเสกอะไรก็อยู่ติดเอวท่านมัดลากสายสิญจน์ไว้ตลอด...ท่านว่าทั้งตอดทั้งกระโดดตีกันเกรียวกราวอยู่ประจำ หากแต่องค์กาลิงคะนั้นต่างจากเครื่องรางทั่วไปเพราะท่านจะเลือกเจ้าของที่แท้จริงเสมอ ผู้ที่รับท่านไปจะถือเสมือนว่าเป็นดั่งบุตรบุญธรรมของมหาบุรุษองค์นี้เท่านั้นจึงจะครอบครองได้ ท่านจะปฏิบัติกับเราด้วยสายใยของพ่อที่พึงมีพึงรับผิดชอบชีวิตลูกเช่นนี้

    **** พ่ออาจารย์ท่านทำพ่อกาลิงคะไว้ห้าองค์เท่านั้น ท่านว่าวาสนาในปัจจุบันของสัตว์โลกนั้นท่านรับบุตรบุญธรรมและลูกหญิงลูกชายได้เพียงห้าคนตามจำนวนตัวเลขของภัทรกัป พ่ออาจารย์ท่านว่าผู้ที่ใช้องค์กาลิงคะนั้นจะพกองค์พระที่ส่วนใดของร่างกายก็ได้ทั้งห้อยคอหรือผูกเอวและแม้แต่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เพราะองค์ท่านสถิตย์อยู่ทุกที่ในธรรมชาติไม่เลือกสถานที่ว่าเราจะห้อยตรงไหนความเป็นจริงท่านก็ยังอยู่เช่นนั้นของท่านเหมือนเดิมและท่านประสงค์จะให้ตัวเองเป็นของกลางๆคือไม่สูงและไม่ต่ำเพื่อที่จะได้แก้ไขเรื่องราวโดยรวมของลูกๆได้ทุกเรื่อง องค์กาลิงคะทุกองค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านเลี่ยมห้อยเอวทำวิชาไว้ให้แต่เดิมทุกองค์ สำหรับพ่อกาลิงคะนั้นท่านว่าไม่ต้องเลี้ยงไม่ต้องเซ่นอะไรเลยมีแต่ใช้กับใช้เท่านั้น คาถาไม่ต้องท่านกำกับมาเลยว่าคุยกับท่านต้องผ่านแค่ภาษาใจ ใจที่บริสุทธิ์และศรัทธาอย่างจริงใจนั่นแหละจึงจะคุยกับท่านได้ตลอดเวลา รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดและความปรารถนาที่สุดในใจฝากเอาไว้ด้วยพ่ออาจารย์ท่านจะประสิทธิให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนเสื้อผ้ากันหนาวและทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา รูปสลักพระผู้มาโปรดองค์ปฐมกำเนิดกาลิงคะพราหมณ์(ไถ่ถอน,นิรโทษ,โรมรัน) บูชา 4,000 บาท

    78700224-448537019410883-7986213076678475776-n.jpg 78890556-3343783279026850-7459009904133537792-n.jpg 79374339-821563888285828-281470728988000256-n.jpg 78823889-435202443843645-1670687384166989824-n.jpg
    80347744-670302503502899-4423245359107538944-n.jpg
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดแฝดเนื้อธาตุอาถรรพ์เพิ่มพูนกำลังจิตตานุภาพคลายข้อจำกัด (กลับดำเป็นขาว,กลับผิดเป็นถูก)

    " หากจิตของตัวเองไม่ดีไม่มีพลังทำอะไรไปมันก็พังก็ไม่ดีทั้งนั้น...จึงเป็นตะกรุดที่มีไว้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองอย่างถึงที่สุด "
    ตะกรุดที่พ่ออาจารย์ท่านอาราธนาคู่กายเสมอ
    ด้วยครูท้าวสหัมบดีพรหมท่านเมตตาให้พ่ออาจารย์ลงวิชาในสายของท่าน โดยใช้ชนวนอาถรรพ์คราวสร้างพระเจ้าสัวมาหลอมรีดเป็นแผ่นตะกรุด ด้วยชนวนนั้นมีเชื้อ มีชาติ มีสัญญา มีอานุภาพที่เปลี่ยนคนสร้างคนได้ ท่านใช้ตะกั่วเก้าโกฏิของเจ้าสัวโบราณมาทำ ท่านว่าเรารวบรวมไว้ เอาแค่โกฏิเค้ามาเป็นสื่อเป็นชนวนให้ตรงตามตำราเท่านั้นไม่ได้มีกระดูกหรือมวลสารอาถรรพ์ใดๆ ท่านว่าลำพังโกฏินี่ก็อาถรรพ์มากพอแล้ว กว่าจะเจรจาจนได้มาต้องหาโกฏิใหม่ไปเปลี่ยนให้เค้า ซึ่งเศรษฐีทั้งเก้านี้ท่านว่าได้แก่
    - เศรษฐีคุณพระ เป็นถึงท่านเจ้าคุณมีทรัพย์สินและบริวารมาก คนใช้จะเจริญด้วยยศศักดิ์
    - เศรษฐีที่ดิน เป็นเจ้าของที่ดินมหาศาล คนใช้จะได้มีที่ดินทำกินมีบ้านช่องเป็นของตัวเอง
    - เศรษฐีพ่อค้าทอง เป็นเจ้าของร้านทองชื่อดัง ท่านว่าคนใช้จะได้จับเงินทองไม่ขาดมือทำมาหากินอะไรก็ซื้อง่ายขายคล่อง
    - เศรษฐีสวนส้ม สมัยก่อนใครมีสวนส้มยิ่งทำเป็นกิจการใหญ่โตส่งออกถือว่ารวย ท่านว่าคนใช้นั้นจะได้มีทรัพย์ ทรัพย์ที่มีจะได้ออกดอกออกผล
    - เศรษฐีนายหน้า มีวาสนาได้ด้วยการพูดจาติดต่อประสานงาน ท่านว่าจะได้เปิดและเพิ่มวาสนาคนใช้ให้ติดต่อสื่อสารเจรจางานใดๆก็สำเร็จร่ำรวย
    - เศรษฐีเจ้าปัญญา เป็นชีวิตที่เรียนเก่ง ได้ดีเพราะมีปัญญามาก สอบได้เป็นอันดับแรกของจังหวัด กลายเป็นเศรษฐีเพราะวาสนาบวกกับสติปัญญาที่สูงส่งเกินมนุษย์ ท่านว่าคนใช้จะได้มีปัญญา รู้ทันคำพูดและมีความคิดฉลาดหลักแหลม
    - เศรษฐีโรงบ่อน เป็นเจ้าของบ่อนพนันท่านว่าคนผู้นี้มีอำนาจ วาสนา บารมีครบถ้วน การจะเป็นเจ้าของบ่อนที่ท้าทายอำนาจรัฐได้ย่อมไม่ธรรมดา ท่านว่าคนใช้จะได้มีบารมีมากเช่นเดียวกัน
    - เศรษฐีเจ้าสำราญ เป็นคนที่ได้ดีเพราะแต่งเมีย เหมือนหนูตกถังข้าวสาร อยู่เฉยๆโชคลาภ ทรัพย์สิน ศฤงคาร ความสุขทุกประการก็มากองอยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องหาต้องลงแรงทำอะไร ท่านว่าคนใช้จะได้สะดวกสบายทำอะไรลื่นไหล ได้ลาภได้ทรัพย์กันง่ายๆ
    - เศรษฐีเหมืองแร่ แร่ธาตุทั้งหลายเป็นทรัพย์ในดินเป็นสิ่งที่เกิดที่งอกเงยตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้มีในดินทุกที่ การเป็นเศรษฐีเป็นเจ้าสัวเพราะทรัพย์สินที่เกิดที่งอกขึ้นเองในที่ดินตนนับว่าเป็นวาสนาแต่เดิม ท่านว่าทำอะไรจะได้งอกเงยและทรัพย์จะเกิดขึ้นได้เอง

    ชนวนชุดนี้เกิดจากบารมีอันสั่งสมไว้นับชาติไม่ถ้วนของเหล่าเจ้าสัว โดยท่านนำตะกั่วโกฏิเหล่านั้นมาหลอมรีดไล่เอาตะกันออกจนบริสุทธิ์ ก่อนจะนำมาลงถมด้วยยันต์สำคัญต่างๆดังนี้ ดวงประสูติ ดวงตรัสรู้ ดวงปรินิพพาน ยันต์พระพุทธเจ้าถอดรูป ยันต์พระพุทธเจ้าแปลงรูป ยันต์พระพุทธเจ้าแบ่งภาค ยันต์พระพุทธเจ้าเปล่งรัศมี ยันต์พระพุทธคุณ108 ยันต์มหาจักรพรรดิ ยันต์รัตนมาลา ยันต์มหาปราบ ยันต์มหาระงับ ยันต์คู่ชีวิต ยันต์ตารางเพชร ยันต์เฉลียวเพชร ยันต์เกราะเพชร...ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านปกติจะหวงชนวนชุดนี้มากมีไม่กี่ครั้งที่ท่านจะนำชนวนอาถรรพ์เช่นนี้มาสร้างเครื่องมงคล ซึ่งหนนี้ท่านก็ได้นำมาหลอมรีดเป็นแผ่นตะกรุดสำคัญด้วยเหตุว่าต้องการทำของที่ "เปลี่ยนคนสร้างคนได้"

    เครื่องรางที่มีไว้เพิ่มพลังจิตตานุภาพในตัวเอง
    ตะกรุดนี้เปรียบเสมือนสิ่งที่ใช้ควบคุมพลังงาน เป็นตัวสั่งการพลังงานในรูปแบบต่างๆให้แปรเปลี่ยนสภาพไม่ว่าจะการเกิดขึ้น,ตั้งอยู่และดับไป เช่นนั้นตะกรุดวิชาขององค์พรหมสูงสุดจึงมีพลังถ่ายทอดและควบคุมซึ่งกันและกันแบบเป็นลูกโซ่ พ่ออาจารย์ท่านว่าทุกสิ่งในห้วงมหรรณพนี้ล้วนขับเคลื่อนด้วยพลังงานและเชื่อมผ่านส่งต่อแบบมีผลกระทบซึ่งกันและกัน ### ถ้าเราควบคุมสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ชีวิตเราก็จะล้มทั้งกระดาน ล้มต่อไปเป็นทอดๆแบบตัวต่อโดมิโน เช่นนั้นทุกกระบวนการตั้งแต่การเกิดขึ้นของชีวิตไปจนถึงการคงอยู่และดับสลายจึงถูกกำหนดขึ้นด้วยธรรมชาติตามรูปแบบวงจรของแต่ละคน เพราะชีวิตของแต่ละคนนั้นย่อมมีระบบและโลกของตนเองต่างกันไปในขณะที่เราเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับพลังงาน,ธาตุทั้งสี่ไปจนถึงพลังแห่งดวงดาวและกระแสวัฏจักรได้ ท่านว่าสังเกตุง่ายๆเลยเพราะสิ่งเหล่านี้มีผลกับชีวิตเราโดยตรงเช่นนั้นเราจึงเปลี่ยนแปลงในทุกๆวันเปลี่ยนสภาพดำเนินไปสู่จุดแตกดับตลอดเวลา ...เพราะธรรมชาตินั้นให้ผลโดยตรงกับชีวิตของเรา เช่นนั้นเราจึงอาศัยกำลังธรรมชาติมาเปลี่ยนวงจรในตัวเองได้ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงไปได้นี้ท่านว่าก็คือพลังจิตตานุภาพ

    ด้วยสรรพสิ่งล้วนถูกสั่งการโดยพลังงานและส่งผลกระทบต่อมหาธาตุและการเปลี่ยนแปลงในวงจรชีวิตอย่างเป็นระบบ เช่นนั้นผู้มีกำลังทางจิตเข้มแข็งจึงได้เปรียบกว่าคนอื่นเวลาทำสิ่งเดียวกันอยู่เสมอ นั่นก็เพราะพวกเขาเหล่านี้จะควบคุมพลังงานที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆในชีวิตตัวเองได้ แต่การฝึกเพื่อให้จิตเกิดพลังนั้นในหลายๆปัจจัยบางคนก็ไม่สามารถสัมผัสได้เลย ครูบรมพรหมท่านจึงโองการให้พ่ออาจารย์ท่านลงตะกรุดชุดพิเศษที่เพียงนำติดตัวไว้ ด้วยเวทย์สวรรค์สูตรเฉพาะด้านในนั้นเขาก็จะขัดเกลาทั้งยังป้องกันเราจากสิ่งรบกวนต่างๆทางจิตไม่ให้มีสิ่งใดมาตกกระทบจนชีวิตต้องหันเหแย่ลงไป ท่านว่าใจเราจะสบายขึ้นไม่หนักหน่วงกับภาระในชีวิต ### ยิ่งหากเรานึกถึงแต่สิ่งดีๆด้วยแล้วจิตเราก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้น ท่านว่าคิดเรื่องดีๆต่อตนเองและผู้อื่นซักร้อยเรื่องในขณะที่พกตะกรุดนี้ พลังความคิดก็จะเปลี่ยนเป็นกำลังบริสุทธิ์ยกระดับพลังจิตตัวเอง ในขณะเดียวกันคนที่ไม่มีตะกรุดต่อให้คิดสิ่งดีๆซักร้อยอย่างพันอย่างมันก็เป็นได้แค่ความคิดไม่ได้ส่งผลให้ชีวิตตัวเองเปลี่ยนแปลงอะไร ทั้งนี้ตะกรุดเพิ่มกำลังจิตตานุภาพจึงเป็นเสมือนตัวแทนที่ใช้เชื่อมและยกระดับพลังจิตของเราเองหากอาราธนาติดตัวแล้วท่านว่าจะช่วยให้เราเองมีสมาธิมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตามคุณวิชาและแรงครูขององค์สหัมบดีพรหม ซึ่งท่านประสงค์จะให้ใช้ตะกรุดนี้เป็นกุญแจยกระดับจิตยกระดับชีวิตพัฒนากระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพลังงานธรรมชาติ จะควบคุม,ยกระดับ,ทำลายหรือเปลี่ยนสิ่งต่างๆท่านว่าคนที่จิตมีกำลังมากพอล้วนกำหนดชะตาชีวิตในแบบที่อยากเป็นได้ทั้งสิ้น หากแต่เรานั้นขาดสิ่งที่จะควบคุมเขาให้เป็นไปตามกลไกความคิดของเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตคนก็เหมือนตัวต่อที่ต้องคอยต่อออกไปเรื่อยๆ กลไกในการควบคุมกำลังนี้ก็เหมือนกันมันต้องใช้ให้ต่อเนื่องและส่งผลเชื่อมต่อกันเป็นลูกโซ่จึงจะมีผลชัดเจน เช่นนั้นครูท่านจึงให้วิชามาสองแบบเพื่อใช้ให้คนที่ไม่มีโอกาสหรือไม่มีของเก่าทำมาและเหล่าคนที่สัญญาความจำได้หมายรู้ยังไม่เปิด ได้ใช้งานเพื่อเพิ่มกำลังจิตกำลังความคิดตัวเอง

    เมื่อชีวิตเราเข้าถึงจุดกำเนิดก่อเกิดพลังงานที่จิตเราเองควบคุมได้ เราก็จะเข้าใจว่าโลกนี้มีเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วนที่เราสามารถทำได้ สิ่งที่เราไม่เคยทำไม่เคยคิดไม่มีหนทางและยังมองไม่เห็นด้วยมีข้อจำกัดทางสติปัญญา สิ่งที่ไม่เคยไม่อาจคิดหรือเข้าใจได้ ตรงนี้กำลังทางจิตเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันก็จะชี้นำเราไปสู่ความรู้ใหม่ๆเสมอ ยิ่งจิตมีกำลังมากระดับสติปัญญาก็ยิ่งสูงสามารถเข้าใจเรื่องที่ลึกและละเอียดได้มากเป็นเงาตามตัว ด้วยธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่มากเราจึงต้องพัฒนากำลังจิตตานุภาพและสติปัญญาของตนเองให้เพิ่มขึ้นและมากขึ้น(ท่านว่าหากไม่ขัดเกลาเกิดกี่ชาติก็เป็นอยู่เช่นนี้ไม่ได้ยกระดับพัฒนาตัวตนไปตามภพภูมิต่างๆที่สูงขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เรียกว่าเสียเวลาเกิด) พ่ออาจารย์ท่านว่าหากเราใช้และเล่นเป็นเราจะไม่หยุดอยู่เพียงข้อจำกัดว่าโลกมีเท่านี้แค่นี้ ด้วยเราจะรู้เองว่ามีมิติอื่นๆซ้อนทับโลกและที่อยู่อาศัยของเราอีกมากซึ่งทุกมิตินั้นก็มีพลังงานดำเนินวนไปตามวัฎจักรของเขาแบบเราเช่นกัน เช่นนั้นเมื่อจิตเรามีพลังปัญญาเราได้รับการขัดเกลาและพัฒนาแล้วเราก็จะเข้าใจธรรมมชาติทั้งยังใช้กำลังนั้นขับเคลื่อนการดำรงค์อยู่ของตนเองได้

    ด้วยพลังจิตของเรานั้นเชื่อมโยงกับกำลังธรรมชาติ เช่นนี้ตะกรุดแฝดเนื้อธาตุอาถรรพ์จึงเปรียบเสมือนเครื่องควบคุมและขับผ่านกระแสพลัง นอกจากเราจะรับรู้ได้ถึงมิติและกลุ่มก้อนพลังงานทั้งหลายเรายังอาจจะยืดอายุตนเองให้ยาวนานขึ้นด้วยตัวเรามีพลังชีวิตเพิ่มมากขึ้น(ไม่เกินกรรม) พอเราสั่งสมสิ่งที่เป็นกำลังของจิตเราได้เราก็จะรู้เห็นสิ่งที่พลังงานธรรมชาติบังตาเราไว้ได้มากขึ้น ทั้งหากเรามีกำลังทางจิตแกร่งกล้าเราก็สามารถควบคุมและเปลี่ยนแปลงมันได้ ด้วยธรรมชาตินั้นมีต้นตอเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า ทุกสิ่งย่อมดำเนินไปเข้าหาจุดเสื่อมสลาย หากแต่สิ่งที่อยู่เหนือกำลังนั้นขึ้นไปกลับไม่ใช่สิ่งที่ไร้ตัวตนหรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้เราเองก็ต้องไปให้ถึงจุดนั้นเช่นกัน ดังนั้นการพัฒนาทางจิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อจิตมีกำลังแล้วจะฝึกใช้พลังเล่นฤทธิ์ทำให้จิตตนมีฤทธิ์ นึกคิดสิ่งใดเป็นไปตามความต้องการจะฝึกมโนมยิทธิหรือทำให้แตกฉานในอิทธิวิธีก็ได้ เรียกว่าเมื่อจิตตานุภาพมีกำลังกล้าเรื่องทิพยอำนาจ,ทิพยโตหรือจักษุก็ดีย่อมจะพัฒนาไปตามจิตที่ละเอียดมากขึ้น กระบวนการตื่นรู้ ความจำ ความคิด ความรู้สึกล้วนพัฒนาทั้งหมดเพราะจิตเป็นพลังงาน เป็นพลังที่ควบคุมสมองโดยตรงเช่นนั้นจิตจึงทำได้หลายอย่างทั้งการปกปักคุ้มครองและทำสิ่งที่ต้องการรวมไปถึงสะกดข่มศัตรูทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงใจเลื่อมใสหรือจะใช้ทางบำบัดรักษาอาการต่างๆก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจิตที่มีพลังนั้นทำได้ทุกอย่าง

    เช่นนั้นท่านจึงต้องการให้จิตของพวกเรานั้นมีพลังโดยตัวมันเองเพื่อที่จะได้พึ่งตัวเองและพัฒนาตัวเองได้มากที่สุดท่านจึงลงตะกรุดแฝดด้วยวิชาครูบรมพรหมทั้งสองสูตรและม้วนเข้าหากันอุดผงลับเฉพาะไว้ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นยันต์แบบไหนอุดผงอะไรครูท่านให้ปิดปากให้สนิท ท่านว่าวิชาสำคัญนี้ต้องตายไปกับตัวเท่านั้น เช่นนั้นจึงบอกกันได้แค่เรื่องการอาราธนาไปใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองให้มีพัฒนาการไปสู่ความรู้แจ้งเห็นจริง เมื่อตัวปัญญาเกิดญาณทัศนะก็จะเปิดขึ้น เราจะมีความเข้าใจถึงความเป็นธรรมชาติและเข้าใจรอบรู้เกี่ยวกับสรรพสิ่งที่วันนี้เรามองว่าเป็นเรื่องเหนือโลก....ท่านว่าคนใช้เป็นเขาจะพัฒนาตัวเองไปถึงจุดที่เหนือโลกนั้นขอเพียงแค่พกไว้ยกระดับกำลังจิตตัวเองทุกเช้าค่ำเอาติดตัวไว้เช่นนี้ ข้อดีอุปมาเปรียบเทียบกับสิ่งใดไม่ได้เลยเราบอกได้แค่ว่าจิตที่มีพลังพร้อมจะพัฒนาในทุกด้านนั้นมันเหนือโลกและพร้อมที่จะพ้นโลกพูดได้เท่านั้น ผู้ที่อาราธนาจะไม่สามารถนำพลังจิตไปใช้ในทางที่ผิดได้นอกจากการพัฒนาส่งเสริมจิตวิญญาณและเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตตนเองดีขึ้น *** พ่ออาจารย์ท่านย้ำข้อนี้มากที่สุดเพราะกำลังทางจิตนั้นหากนำไปใช้ผิดที่ผิดทางย่อมก่อเกิดเภทภัยแก่ตนทั้งยังสร้างเวรกรรมไม่รู้จบสิ้น เช่นนั้นท่านจึงไม่ปรารนาจะเห็นใครตายไม่ดี ท่านว่าของบางอย่างก็ต้องจำกัดไว้เพื่อการพัฒนาเท่านั้น พัฒนาและควบคุมพลังงานไปดังใจคิดและแสดงฤทธิตามอิทธิวิธีควบคู่กับการถือศีลถือธรรมไม่ออกนอกกรอบเพื่อจุดหมายเดียวกันคือพระนิพพาน ท่านว่าผู้ที่มีกำลังทางจิตมากมีปัญญามากจะฉลาดรอบรู้ในความทุกข์คือรู้เท่าทันทุกข์ไม่เอาตัวเองเข้าหาความทุกข์และเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งยังเข้าถึงความเป็นทิพย์สามารถรู้อดีตและเห็นอนาคตบางช่วงบางตอนพร้อมทั้งเหตุผลที่ทำไมจึงเป็นแบบนั้นเพราะเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนั้นท่านว่าจิตจะหยั่งรู้และเข้าใจได้ แม้แต่จะอ่านใจคนบางครั้งมองๆคนอื่นก็รู้สิ่งที่คนอื่นกำลังคิดเช่นนี้ ท่านว่าพูดถึงตรงนี้พอเพราะคนที่กระทำให้แจ้งในอิทธิวิธีอย่างแท้จริงแล้วเขาจะมีพลังเปลี่ยนธรรมชาติและเหาะเหิรเดินน้ำหายตัวหรือพูดคุยกันในระยะไกลเหล่านี้ย่อมทำได้แต่มันก็ไม่ได้ทำกันง่ายๆหรือเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดนี้ได้ทันทีต้องอาศัยเวลาการหมั่นขัดเกลาอย่างยิ่งยวด แต่เราก็ต้องว่าตามกันเป็นขั้นๆค่อยๆพัฒนาไปซึ่งตะกรุดตัวนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นโอกาส...เป็นโอกาสที่ครูบรมพรหมท่านให้เวทย์สวรรค์ตัวนี้มาเพื่อพัฒนากำลังจิตตานุภาพโดยเฉพาะ แต่ก็ต้องรู้ว่าถนนนั้นมีหลายสายใครจะใช้ไปทางไหนเพื่ออะไรก็เป็นเรื่องของแต่ละคน จุดหมายใครจะอยู่แค่ไหนก็เป็นความต้องการของเขา ขอแค่เพียงให้จิตมีกำลังสามารถควบคุมความคิดให้สงบได้ มีสติรู้เท่าทันความคิดตัวเอง มีสมองปลอดโปร่งไร้สิ่งเหนี่ยวนำฉุดรั้งอารมณ์ทั้งหลาย ทำให้เราตื่นให้ชีวิตสว่างไม่ฟุ้งซ่าน พ่ออาจารย์ท่านว่ามีเพียงเท่านี้ก็ดีกว่ามนุษย์ที่เดินสวนกันไปๆมาๆไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

    ด้วยสรรพสิ่งนั้นมีสองด้านเสมอเสมือนฉากขาวกับดำ(สื่อถึงพลังกายสิทธิ์ของผงที่อุดในตะกรุด) ท่านว่าหากด้านใดมากไปก็เพิ่มด้านตรงข้ามเข้าไปเสริมหากน้อยไปก็เสริมถ่วงดุลย์กันให้พอดีเช่นนี้จึงเรียกว่ากลับดำเป็นขาวเข้าสู่จุดสมดุลเพื่อให้จิตวิญญาณของเราปกติมากที่สุดไม่ร้อนรนด้วยสิ่งผูกรัดต่างๆที่สะสมมาเวลาเราใช้ชีวิต จิตที่ปกติสงบสุขไม่ฟุ้งซ่านเช่นนี้จึงจะสร้างพลังและก่อให้เกิดฤทธิทางใจต่างๆได้มากมาย พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้เราบอกได้แค่เพียงไม่ใช่ลงเหล็กจารก็เสร็จเพราะท่านว่าเราทำเองไม่ได้ ต้องเชิญครูแฝงร่างให้องค์พรหมท่านจารของท่านเองแม้ผงที่อุดก็เป็นกฤติยาคมแฝดที่จะแก้อาถรรพ์คนที่ฝึกจิตไม่สงบ จิตไม่มีกำลัง ใช้พลังทางจิตเหล่านี้ไม่ได้ เพื่อจุดประสงค์จะให้ผู้อาราธนามีพลังจิตที่แข็งกล้าให้พัฒนาตนเองไปสู่จุดที่มีสมาธิโดยไม่ต้องหลับตา ท่านว่าเมื่อไปเรียนกสิณการเพ่งธาตุต่างๆก็จะทำได้ไวขึ้น ทั้งเกิดความรู้แจ้งในสรรพสิ่งควบคุมความคิดตนเองได้อันนำไปสู่การฝึกตน..ทั้งรู้ใจคนรู้ความคิดรู้เท่าทันตัวเอง(สำคัญที่สุด) รู้ความคิดสัตว์เวลาได้ยินหมาเห่าก็รู้ว่ามันอยากบอกอะไรเช่นนี้ท่านว่าเมื่อจิตมีพลังและเข้าสู่กระบวนการพัฒนามันก็จะค่อยๆพัฒนาไปทั้งชีวิต แม้ตายตกไปสิ่งที่ติดตัวนี้ก็จะอุบัติพร้อมกับเราในชาติใหม่ไม่ได้หายไปไหนเป็นพื้นฐานของเรา

    ตะกรุดแฝดคู่นี้พ่ออาจารย์ท่านเปรียบเสมือนแสงสว่างในแสงสว่างท่านเรียกว่าแสงเหนือ ที่จะช่วยให้คนรู้จักควบคุมพลังทางจิตและนำออกมาใช้ได้ ทั้งยังเข้าใจธรรมชาติสามารถทำตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติจนพัฒนาไปสู่ความเปลี่ยนแปลงดั่งใจนึก พ่ออาจารย์ท่านว่าแรกก็จะค่อยๆค่อยๆ ค่อยค่อยเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของตัวเรา เอาว่าชีวิตต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุดแน่นอน ทั้งความคิดยังจะเห็นจริงตามความเป็นไปของธรรมชาติไม่ว่าจะธาตุในวัตถุต่างๆทั้งรูปนามพลังงานการเปลี่ยนแปลงไปตามกฏแห่งไตรลักษณ์ เราจะเห็นตัวเราหมุนตามโลกไปพร้อมๆกับการฝึกตนตลอดเวลา เมื่อถึงจุดที่สมควรแก่ช่วงเวลาในชีวิตก็จะละซึ่งสังโยชน์ล่วงถึงประโยชน์ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงกล้ากล่าวได้ชัดเจนว่าตะกรุดนี้เป็นเครื่องรางที่เหมาะจะพกเอาไว้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองอย่างถึงที่สุด เพราะเกิดมาชาติมนุษย์นั้นไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการฝึกจิตพัฒนาตนเองอีกแล้ว

    ท่านว่าหนนี้ครูพรหมท่านขอไว้ไม่ให้ลงรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับวิชาเลยจริงจึงทำได้แต่บอกเล่าข้อดีและสิ่งที่จะเป็นเมื่ออาราธนาติดกายเสมอเท่านั้น ท่านว่าต้องพกและควรพกซึ่งท่านเองก็พูดมากไปกว่านี้ไม่ได้ แต่ท่านกล่าวย้ำแค่ว่า "จะกลับดำเป็นขาวกลับผิดเป็นถูก กลับชีวิตให้อยู่ในความสุขควรคู่กับสิ่งที่คู่ควรยิ่งๆขึ้นไป ยิ่งจิตมีกำลังมากขึ้นเท่าไหร่สิ่งที่คู่ควรนั้นก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว" วิธีใช้ ท่านว่าจะพกติดกระเป๋ากางเกงก็ได้ไม่ได้ห้าม หากแต่ต้องนำติดตัวเสมอไม่ควรถอดแม้เวลาไหน ยิ่งติดตัวได้บ่อยหรือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเพราะจิตจะพัฒนาไปไม่มีขาดช่วง คนที่พัฒนาได้ตลอดแม้แต่เวลานอนหลับนั่นคือการทำงานไม่หยุดพัก การขัดเกลาสม่ำเสมอ เช่นนั้นผลที่ได้ย่อมมากกว่าคนอื่น คาถาท่านว่าไม่ต้องใช้หากอยากท่องก็ท่องเพียง อรหัง รู้ ตื่น เบิกบาน ย้ำๆซ้ำๆวนไปมาเพียงเท่านี้

    *** ตะกรุดแฝดเช่นนี้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้ไม่กี่ดอก ท่านว่าทำได้น้อยเพราะผงทำยากและชนวนทำแผ่นตะกรุดก็หมด ท่านว่าไม่ต้องไปรีบขายใครเขา เพราะคนที่เห็นค่าตัวเองจริงๆเขาจะมาเอาไปใช้กันในหมู่ญาติวงศ์ของเขา ส่วนคนที่ไม่ให้ค่าไม่คิดว่าตัวเองจะพัฒนาไปได้เขาจะไม่มองตะกรุดเช่นนี้เลย รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ก่อนส่งพ่ออาจารย์ท่านจะบอกกล่าวครูพรหมประสิทธิให้อีกวาระหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนวิหารทานสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดแฝดเนื้อธาตุอาถรรพ์เพิ่มพูนกำลังจิตตานุภาพคลายข้อจำกัด (กลับดำเป็นขาว,กลับผิดเป็นถูก) บูชา 2,500 บาท


    79436627-2188974848063353-636229384050573312-n.jpg 80116884-512888605968864-5589418091952996352-n.jpg 79253920-816774902078560-8133737330621022208-n.jpg
    78711916-1156751577856838-1260773519298396160-n.jpg
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา มหาธาตุสำเร็จองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณในบาตรช่อฟ้า(องค์ธาตุแห่งอาตมัน)

    เหล็กวิชาองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณ
    ในสภาวะสูงสุดของอนันตจักรวาลนั้น มีมหาชีวะที่ทรงพลังงานบริสุทธิ์อยู่สภาวะหนึ่ง ที่แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองก็ยังเพียรทำตบะเพื่อให้เข้าถึงและเป็นหนึ่งเดียวกับมหาอานุภาพนั้น สิ่งนั้นกล่าวได้ว่าเป็นดวงพระวิญญาณสูงสุดแห่งมหาจักรวาลที่ได้ให้กำเนิดพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่อันแตกต่างกัน ซึ่งดวงพระวิญญาณนี้พ่ออาจารย์ท่านจำกัดความให้สั้นๆว่า ดวงชีพนิรันดร์หรือองค์อาตมภูวญาณนี้ เพราะอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองเมื่อถึงกาลถึงวาระที่พันธะหน้าที่หมดไป ก็ยังต้องกลับเข้าไปรวมกับองค์อาตมภูวญาณเช่นกัน

    การดำรงค์อยู่ในสภาวะพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดยิ่งกว่าท้าวมหาพรหม..ยิ่งกว่าเทพเจ้านี้ ท่านคือพลังธรรมชาติที่มีชีวิตนั่นเอง เพราะท่านดำรงค์อยู่ได้ด้วยตนเอง,ไม่มีขอบเขตจำกัด,อยู่เหนือทุกกฏ,ไม่สามารถทำความเข้าใจได้...แต่ก็ปรากฏพระองค์ในทุกแห่ง ในที่ทุกสถานเช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านได้เห็นพระรูปอันน่าตะลึงลานนั้นซึ่งครูพระสยมเคยอนุญาติให้ท่านดูด้วยว่าองค์อาตมันได้ปรากฏรูปทางกายภาพแล้วจะมีพระวรกายเช่นใด ท่านว่ามีพระพักตร์และพระกรมากมายไปหมด รัศมีนั้นส่องสว่างเกินกว่าเทวะใดๆ แต่ละพระกรนั้นล้วนทรงถือสิ่งอันเป็นความหมายมงคลต่างๆ รูปกายท่านคือปรพรหมสูงสุด(ไม่ใช่พระพรหม 1 ใน 3 พระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์ ซึ่งพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหมนั้นก็เป็นเพียงพระภาคหนึ่งขององค์อาตมันเท่านั้น) เช่นนั้นสภาวะอาตมันนั้นจึงถือเป็นสภาวะของการหลุดพ้นโดยแท้จริง ท่านเป็นผู้ตั้งฟ้า ตั้งดิน ตั้งกฏต่างๆ ...สถาปนาพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม ด้วยเป็นมหาเทพที่อยู่กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอยู่แม้กระทั่งในตัวพวกเราทุกคน

    พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจระลึกถึงพระรูปองค์อาตมันที่ท่านเคยเห็นและขอกับพระรูปนั้นว่าจะกระทำให้เป็นเกียรติยศกับชีวิตท่านสักหนหนึ่ง ### ท่านจึงได้ขอธาตุกายสิทธิ์ที่เป็นธาตุขององค์ปฐมพรหมซึ่งท่านเนรมิตแทนตัวเองแม้อยู่ในความดูแลของท่านใดซึ่งดูแลอยู่ท่านก็จะขอมาบูชาไว้....จนครูใหญ่บรมพรหมสหัมบดีท่านได้ตอบสนองความต้องการนำมหาธาตุของปฐมพรหมบางส่วนมามอบให้กับพ่ออาจารย์(โดยพ่ออาจารย์ท่านว่านานมาแล้วท่านจำแลงเป็นชีปะขาวเอามาให้ฉันรักษาไว้โดยบอกแค่ว่าต้องเก็บไว้ในที่สูงเท่านั้น) ด้วยว่ายังไม่เคยมีใครได้สักการะธาตุแห่งองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณกันเลย เพราะนี่คือสิ่งสูงสุดที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์มากที่สุด ทำไม่ดีพลีไม่ถูกคนทำคนเสกแย่ใจหายเลยทีเดียว ซ้ำที่ผ่านมาท่านยังได้ขอกำลังแห่งองค์ปรพรหมอาตมันกับมหาธาตุเพื่อให้ประสิทธิ์ทำวิชาลี้ลับอันเกินกำลังในภพภูมิที่ท่านสัมผัสได้ไว้อยู่ตลอด เวลาท่านลงเสกเครื่องมงคลต่างๆ ***บางครั้งท่านก็ใช้องค์เหล็กชุดนี้เป็นสื่อกับองค์ปรพรหมเช่นนั้น

    องค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณนั้นพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเป็นพระรูปที่ปรากฏทางกายภาพ แม้เหล่าพระเป็นเจ้า เทพเจ้า ฤาษีสิทธิ์ที่ไหนพบเห็นก็ต้องกราบไหว้นบนอบหมอบคลานด้วยทรงไว้ซึ่งศักดิ์และอาญาสิทธิ์สูงสุด สรรพชีวิตล้วนเกรงเดชพระองค์กันถึงปานนั้น ด้วยว่าเป็นผู้รู้ราตรีนาน เป็นสภาพธรรมมะที่แท้ของมหาจักรวาล เมื่อท่านปรากฏรูปเป็นธาตุกายสิทธิ์ก็เพื่อให้เป็นเทวานุสติแก่ผู้ศรัทธา ด้วยว่าพระองค์นั้นคือสภาพธรรมสูงสุดเป็นพลังชีวิตที่รักษาสมดุลย์แห่งธรรมของการค้นพบพระสัจธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย

    องค์เหล็กวิชาอันเป็นตัวแทนปรพรหมนี้ เมื่อผู้ใดได้พบได้อาราธนาจะผ่านพ้นเหตุการณ์วิปริตผิดธรรมชาติต่างๆไปโดยง่าย แม้ภัยธรรมชาติก็หาได้กล้ำกราย เป็นที่เกรงอกเกรงใจแม้แต่เหล่าเทพยดาเรียกว่าอยู่เหนือผู้อื่นกว่าเขาหมด และยังเสริมพลังงานธาตุพลังงานชีวิตให้กับตัวเองอย่างมหาศาล ด้วยว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนมีเชื้อแห่งอาตมันนั้นอยู่ในตนเองทั้งสิ้น จะมีความคิดเห็นที่ถูกที่ควร มีญาณทัศนะกระจ่างสว่างใส มีจิตรู้ในตนเองที่บริสุทธิ์มากขึ้น จะปรารถนาอยากจะกระทำความดี จะปรารถนาการเข้าถึงอมฤตธรรม จะหิวกระหายในคุณธรรมทั้งความคิดเห็นอกุศลมืดบอดจะค่อยๆหมดไป แม้ปรารถนาจะเอาดีทางโลก ก็ได้ดีได้พบความสำเร็จโดยง่ายดุจเหล่ามหาบุรุษ แม้ประสงค์จะเอาดีทางธรรมก็จะเห็นสัจธรรมมีสติตั้งมั่นเดินไปบนหนทางที่ถูกต้องไวกว่าคนอื่น จะไม่มีวันตกต่ำลงกว่าเดิมแม้อธิษฐานขอพรกับพระองค์ก็จะเห็นความศักดิ์สิทธิ์ในองค์ธาตุของปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณอย่างรวดเร็ว แม้เทพเจ้ามิจฉาทิฏฐิหรือสิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายไสยครอบคลุมทั้งหมดจะไม่กล้าแสดงฤทธิ์ต่อต้านอวดดีฉุดรั้งอีกต่อไป ด้วยนบนอบและเกรงกลัวในองค์องค์ธาตุของปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณหรือองค์อาตมันดวงชีพนิรันดร์ยิ่งนัก นอกจากนั้นแม้ท่านจะขอพรกับเทพพระองค์ใดก็ย่อมสำเร็จได้โดยง่ายด้วยเค้าเกรงใจในองค์ปรพรหมสูงสุดของเขากันทั้งนั้น

    ด้วยอจินไตยเป็นสิ่งเกินหยั่งคาด
    ดวงธาตุนี้ก็เช่นกัน
    พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากเป็นกายสิทธิ์ธาตุแห่งองค์อาตมันแล้วยังมีเหล่าทิพย์กายของมหาพรหมคอยรักษา โดยเฉพาะครูใหญ่องค์สหัมบดีพรหมเช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงกล่าวเป็นนัยน์ๆว่าองค์ธาตุนี้ใครได้ครอบครองถือว่าได้ของดีหลายต่อเลย ด้วยครูพรหมสหัมบดีนั้นเป็นบรมครูผู้ยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดในฝ่ายพรหมของพระพุทธศาสนา เป็นเจ้าแห่งพรหมโลกผู้อาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกโปรดเวไนยสัตว์ด้วยพระเมตตาของพระองค์ ทั้งยังเป็นบรมครูผู้เป็นใหญ่เป็นผู้นำแห่งหมู่มหาพรหมสุทธาวาส เป็นพรหมผู้ได้ชื่อว่ามีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด...เป็นใหญ่สูงสุดเปรียบดั่งกษัตริย์เหนือกษัตริย์..เทพเจ้ายิ่งเทพเจ้าในหมู่พรหม ท่านเป็นผู้ซึ่งได้รับการอ่อนน้อมการกราบไหว้บูชาทุกภพภูมิ และเมตตารักใคร่สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากมากที่สุดก็คือท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นบรมครูใหญ่ของพ่ออาจารย์พลนั่นเอง

    บรมพรหมสหัมบดีนั้นมีความผูกพันธ์กับพ่ออาจารย์มากด้วยแรงครูของสายพรหมปัญจสุทธาวาสนี้ท่านบอกว่ามีดีทุกด้าน ขอได้ทุกอย่าง ท่านว่าเธอเชื่อมั๊ย คนเราเกิดมาไม่พ้นกรรม ไม่มีวัตถุมงคลใดช่วยเรื่องกรรมได้ เเต่พระพรหมเหล่านี้ไม่ใช่แบบนั้นโดยเฉพาะ...ครูสหัมบดีพรหม อิทธิคุณท่านพลิกฟ้าพลิกดินเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ใครที่มีกรรมหนักตามสนอง ถ้าครูท่านเมตตาก็จะช่วยให้เบาบางได้มีโอกาสทำคุณงามความดีชดเชยบาปกรรมทั้งหลาย เรียกได้ว่าผ่อนหนักเป็นเบาจากเรื่องร้ายๆก็จะค่อยๆจางหายไป ถ้ายังมีบุญเเละความดีอยู่ท่านก็จะช่วยให้ได้รับอานิสงค์ของผลบุญนั้นไวขึ้น นี่บารมีพระพรหมสหัมบดีดีอย่างนี้ท่านสถิตย์อยู่ในอกนิฏฐาสุทธาวาสมหาพรหม พูดง่ายๆคือชั้นสูงสุดเป็นภพภูมิแห่งรูปพรหมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชั้นปัญจสุทธาวาสและทั้งหมดของรูปาวจรภูมิ แม้แต่พระอินทร์หรือท้าวสักกะเทวราชแห่งดาวดึงษ์ ก็ยังตั้งความปรารถนาขอมาเกิดเป็นพรหมชั้นนี้

    นอกจากนี้องค์ธาตุยังมีพระญาณของเหล่าอกนิฏฐามหาพรหมคอยรักษา พรหมอกนิฏฐ์นี้เป็นพรหมชั้นผู้ใหญ่ที่อุบัติมาจากพระอริยบุคคลระดับอนาคามี ที่มีอินทรีย์ คือสัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาแก่กล้าบริบูรณ์ทุกส่วน แต่มีปัญญาโดดเด่นที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มพระอนาคามีระดับสูงสุดมีชื่อเรียกเฉพาะว่าอุปหัจจปรินิพพายีหมายถึงผู้จวนจะถึงปรินิพพาน กับอันตราปรินิพพายี คือผู้ปรินิพพานในระหว่างหมายถึงไม่อยู่เป็นมหาพรหมจนครบอายุขัยแห่งมหาพรหมนั้น เมื่อถึงวาระเเละจบภารกิจก็จะเข้านิพพานเลย *** มหาพรหมอกนิฏฐ์เหล่านี้ท่านว่าทุกพระองค์ล้วนสูงสุดและสูงส่งมีอำนาจมากล้นพ้นประมาณ ซึ่งมหาพรหมอกนิฏฐาสุทธาวาสนี่แหละที่มักลงมาถ่ายทอดวิทยาการต่างๆให้มนุษย์โลกเพื่อจะได้เอาไว้ใช้ปรับตัวเวลาเผชิญปัญหาเหตุการณ์ซับซ้อนต่างๆได้ ทั้งยังคอยเป็นห่วงมาบอกข่าวแจ้งข่าวล่วงหน้าเสมอๆแม้สมเด็จพระบรมศาสดายังได้ยืนยันเอาไว้เองว่าพรหมเหล่านี้แหละที่มักรอบรู้ถึงการบรรลุธรรมขั้นต่างๆของมนุษย์ที่มนุษย์เองยากนักจะรับรู้ได้.... พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่อาราธนาดวงธาตุติดคอไว้เถอะเอาว่าครูท่านไม่ทิ้งและยังห่วงเรามากๆ ท่านไม่ไปไหนเลยจะคอยวนเวียนช่วยเราอยู่ใกล้ๆ ยิ่งแต่ละพระองค์ท่านชอบช่วยโลกโปรดมนุษย์อยู่แล้วถ้าเรามีทุกข์ยากอะไรก็ให้บอกกับท่านเลยถือว่าเป็นงานท่านเป็นภาระของท่านโดยตรง พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นดวงเล็กๆเช่นนี้เหมือนมีร้อยแรงพันแรงคอยโอบอุ้มเราเพราะจิตเหล่าอกนิฏฐ์พรหมท่านคอยรักษามหาธาตุแห่งอาตมันอันถือเป็นสิ่งสำคัญของเหล่าพรหมทั้งหลาย(ท่านว่าห้อยแล้วไม่หนักคอดั่งห้อยสร้อยแขวนท้าวมหาพรหมนับร้อยนับพันเส้น)

    ด้วยสภาวะของดวงธาตุแห่งอาตมันและเหล่ามหาพรหมนั้นท่านรักและเป็นห่วงมนุษย์มาก มากพอกับที่พ่อคนหนึ่งจะรักและเป็นห่วงลูกที่พรากไปจากอกได้ จะเลวชั่วหรือยากดีมีจนก็เป็นเพราะกรรมเเละการกระทำของเราปรุงเเต่ง เเต่ในบางเรื่องบางปัจจัยหากลูกๆนึกถึงพ่อท่านก็จะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเเละเปลี่ยนเเปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่าลืมว่าท่านคืออาตมันและเหล่าพรหมสูงสุดที่ทรงอภิสิทธิ์เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด

    ...ต้องเก็บไว้ในที่สูงเท่านั้น
    เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงนำไม้ช่อฟ้าสมเด็จโตที่เหลือเล็กน้อยมาแกะเป็นรูปบาตรบรรจุองค์ธาตุไว้ ด้วยท่านถือว่าไม้ช่อฟ้าเป็นของสูงมากคือสูงสุดในอุโบสถแล้วมีอาถรรพ์มากซ้ำยังหาได้ยากอย่างยิ่ง มีพลังของครูสมเด็จโตท่านในปริมาณมากเพราะเมื่อท่านลงอุโบสถทำวัตรสวดมนต์ปลุกเสกพระอัญเชิญเทวดาไม้เหล่านี้ก็ได้ซึมซับพลังงานเหล่านั้นไปครั้งเเล้วครั้งเล่ายุคเเล้วยุคเล่า และบาตรก็ยังนับว่าเป็นของสูงซึ่งเมื่อพระเปิดบาตรเมื่อใดก็มีข้าวล้นบาตรเมื่อนั้น เป็นเคล็ดให้ผู้มีอันจะกินทั้งหลายมีกินไม่รู้จักหมดสิ้น บาตรช่อฟ้านี้จะบันดาลให้ผู้บูชามีลาภผลสุขสมหวังถ้วนทุกประการ สิ่งใดที่ปิดอยู่ก็ให้ท่านสงเคราะห์เปิดให้ เปิดแล้วต้องได้รับ ต้องอิ่ม ต้องสมบูรณ์พูนสุขครบถ้วนนั่นเอง

    ท่านลบถมผงพระอนุรุทธเปิดบาตรเอาไว้ด้วยเป็นวิชาที่หาคนทำคนสืบทอดได้ยากเป็นวิชาสายครูพระอนุรุทธะเถระ ท่านจึงทำผงสำคัญอุดไว้ให้จนล้นบาตร ผงนี้ท่านว่าผู้ใดได้บูชาเเล้วชีวิตจะมีเเต่ความเจริญในลาภสักการะมิรู้ขาด จะมีจะได้สมประสงค์ทุกสิ่งที่พึงจะปรารถนา ถือว่าเป็นยอดวิชาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยยื้อความเป็นอยู่คนใช้จริงๆ ท่านว่าชีวิตนี้จะไม่รู้จักคำว่าไม่มี คำหนึ่งคำว่า "ไม่มี" คำนี้ไม่ได้หมายเฉพาะลาภสักการะนะเเต่รวมไปถ้วนทุกอย่างวิชานี้ของท่านตกอยู่กับผู้ใดจะมีจะได้ในทุกสิ่งที่ปรารถนาไม่เพียงเเต่โชคลาภวาสนาเเต่ยังรวมไปถึงสิ่งต่างๆ เอาเป็นว่าสำเร็จดั่งใจคิดฝันก็เเล้วกัน ทุกสิ่งอย่างจะไม่รู้เลยคำว่าไม่มีคืออะไร ตัวไม่มีนี่หน้าตาเป็นอย่างไรเพราะทุกสิ่งที่มีพระประสงค์ต้องมี ต้องได้ ท่านว่าวิชาบาตรพระอนุรุทธเถระนี้อยากได้อะไรก็ขอกับบาตรต่อให้เป็นสิ่งที่ไม่มีในโลกมนุษย์ เทพเจ้าทั้งหลายก็ต้องรีบมาเนรมิตรให้ฉับพลันทันที บาตรอยู่ในทิศไหนก็มีทุกสิ่งตรงนั้นเป็นหน้าที่ของเทพยดาเเถบนั้นไปเลย

    ท่านทำบาตรด้วยไม้ช่อฟ้าที่นับเป็นของสูงค่า ทั้งยังลบผงทำวิชาชั้นสูงบรรจุไว้ให้เป็นกฤติยาคมแฝด เมื่อใส่บรรจุองค์ธาตุอาตมันไปจึงนับว่าได้บรรจุองค์ธาตุไว้ในของสูงที่สร้างมาจากที่สูง(ยอดฟ้า ยอดอุโบสถ) ### รายการนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น ท่านให้แบ่งๆกันไปบูชาเพราะเป็นของสูงที่ท่านไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง จึงให้บูชาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ท่านว่าของเช่นนี้เป็นของคู่บารมีนะ อยู่ที่ว่าบารมีของใครเค้าจะถึงพร้อม ถ้าไม่ใช่เจ้าของก็จะไม่สนใจเลยเพราะเขาจะอุปถัมภ์เฉพาะผู้ที่คู่ควรเท่านั้น

    คาถานมัสการ
    โอม ยัมไศวาหะ สะมุปาสะเต ศิวะอิติ พรหมเหติ เวทานติโนเพา ทธาพุทธอีติประมาณะปะฎะวะหะ กรเตติ ไนยายิกาหะ อรหันนิตยะถะไญนะ ศาสะนะระตาหะ กรรมเมติ มีมานสกาหะ โสยัมโน วิทะธาตุวานณะ ฉิตะผะลัม ไตรโลกยะนาโถ หะริหะ
    โอม เทวะ มหาเทวะ ปรมัติอาตมภูว มหาอธิบดีไตรโลกาธาตุโอม ฤ ฤา มหา ฦ ฦา


    เมื่อองค์อาตมันสำเร็จธาตุลงเป็นกายสิทธิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าของประเภทนี้ถ้าเราพกติดตัวเขาจะช่วยเราได้มากกว่าเราไหว้เราขอกับรูปพระรูปเทพทั้งหลาย เพราะเขาเป็นกายสิทธิ์เป็นของกลางๆ เหมือนเราจะดีหรือชั่วจะต่ำหรือสูงจะประเสริฐหรือจะแย่ ขอให้ศรัทธาและกราบขอจากองค์อาตมันท่าน ด้วยความที่เป็นกายสิทธิ์สำเร็จธาตุ ท่านจะช่วยไม่เลือก..และไม่รอ

    *** รายการนี้พ่ออาจารย์ท่านให้บูชาเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อสกุลเอาไว้ด้วย รวมทั้งความปรารถนาที่จะบอกกล่าวกับครูอาตมัน รายได้ร่วมสมทบทุนเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มหาธาตุสำเร็จองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณในบาตรช่อฟ้า(องค์ธาตุแห่งอาตมัน) บูชา 2,500 บาท

    79352275-535842380331717-4422382461523066880-n.jpg 79852682-3502124103161516-2908084422970441728-n.jpg
    80423001-676748676189879-6166153537479770112-n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 ธันวาคม 2019
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อจันทร์ฉายพ่อเหนือเทพพระอวโลกิเตศวร (พระศรีสลับกลับคลาดดับกลับอนาคตกาล)

    สำหรับอนาคต...ของผู้ไร้อนาคต
    อย่างที่ทราบกันว่าเศรษฐกิจในระดับกลางและระดับล่างตอนนี้แย่มากนิ่งมากไม่ขยับเลย พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าคนจะไร้อนาคต และมีชีวิตกันแบบไร้ทิศทาง(อยู่แบบตามมีตามเกิด) ท่านจึงได้อนุญาติให้นำเครื่องมงคลที่สร้างเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตออกมา นั่นก็คือองค์พ่อเหนือเทพหรือที่รู้จักกันในนามพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์

    พ่อเหนือเทพ
    ซึ่งมหาโพธิสัตว์องค์นี้พ่ออาจารย์ท่านคุ้นเคยกันดีและเรียกท่านว่าพ่อเหนือเทพ เพราะเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด(จึงมีบารมีมากที่สุดในบรรดาโพธิสัตว์) ด้วยท่านเป็นองค์กำลังของมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง ทั้งเป็นผู้ที่คอยเฝ้ามองจากเบื้องบนหรือจะเรียกว่าพระผู้ทัศนาดูโลกก็ได้นั่นคือท่านคอยเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเองด้วยเป็นผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลกสดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลกที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์เพราะพระองค์ทรงไว้ซึ่งความกรุณาอันไพศาลไม่มีขอบเขตเพื่อจะคอยสอดส่องดูแลปลดเปลื้องทุกข์ของสรรพสัตว์เสมอ พ่อเหนือเทพนั้นเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณคืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ ทั้งพ่ออาจารย์ยังตอกย้ำว่าท่านมีอภินิหาริย์มากด้วยเป็นสมันตมุขคือปรากฏพระพักตร์อยู่สอดส่องไปทั่วทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด

    พ่อเหนือเทพท่านเป็นพระธยานิโพธิสัตว์ ซึ่งพระโพธิสัตว์ประเภทนี้มิใช่พระโพธิสัตว์ผู้กำลังบำเพ็ญบารมีเพื่อแสวงหาดวงปัญญาอันจะนำไปสู่ความรู้แจ้งหากแต่เป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีบริบูรณ์ครบถ้วนแล้ว(เต็มแล้ว)จึงสำเร็จเป็นพระธยานิโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์ในสมาธิโดยยับยั้งไว้ยังไม่เสด็จเข้าสู่พุทธภูมิเพื่อจะโปรดสรรพสัตว์ต่อไปอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พระธยานิโพธิสัตว์นี้เป็นทิพยบุคคลที่มีลักษณะดังเทพยดา มีจิตเข้าสู่ภูมิธรรมขั้นสูงสุดและทรงไว้ซึ่งพระโพธิญาณอย่างมั่นคงจึงมีสภาวะที่สูงกว่าพระโพธิสัตว์ทั่วไป โดยพระธยานิโพธิสัตว์มักจะมีภูมิหลังที่ยาวนานเป็นพระโพธิสัตว์เจ้าที่สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์มาเนิ่นนานนับแต่สมัยพระอดีตพุทธเจ้าองค์ก่อนๆสุดจะคณานับเป็นกาลเวลาได้ โดยพ่อเหนือเทพหรือพระอวโลกิเตศวรนั้นท่านเป็นพระธรรมกายโพธิสัตว์จึงมีฐานะสูงกว่าพระโพธิสัตว์ชั้นสามัญอื่นๆ ทั้งยังเป็นอกชาติปฏิพัทธะ(เกิดอีกชาติเดียวก็เข้าสู่การตรัสรู้ทันทีเช่นเดียวกับพระศรีอาริยเมตตรัย) ทรงได้สดับหฤทัยธารณีและบรรลุถึงภูมิที่แปดแห่งพระโพธิสัตว์เจ้า

    พ่อเหนือเทพนั้นท่านได้รับธรรมจักรมาโดยตรงจากพระพุทธเจ้าและเป็นผู้นำในการรักษาพระพุทธศาสนาและหมุนธรรมจักรต่อไป ท่านมีปกติประทับอยู่ณ.สุขาวดีพุทธเกษตรคอยช่วยพระอมิตาภพุทธะโปรดสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ และเนื่องจากเป็นพระธยานิโพธิสัตว์จึงมีความเป็นมาอันยาวนานสุดจะคาดคำนวณได้นับแต่สมัยของพระวิปัสสีพุทธเจ้าเป็นต้นมาก็ทรงได้โปรดสัตว์มาเป็นลำดับจนถึงบัดนี้อันเป็นกาลสมัยของพระสมณโคดมศากยมุนี โดยท่านถูกวางตัวไว้เพื่อจะตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าภายหลังการดับขันธปรินิพพานของพระอมิตาภะณ.สุขาวดีพุทธเกษตร(พระอมิตาภพุทธะเป็นพระพุทธเจ้าในอดีตย้อนไปก่อนหน้าพระโคตมพุทธเจ้าไป 10 กัป) พุทธเกษตรหรือวิสุทธิภูมิเกิดขึ้นด้วยอำนาจบารมีของพระอมิตาภพุทธะอาจเรียกว่าสุขาวดีก็เพราะผู้อยู่ในดินแดนนี้ย่อมไม่มีความทุกข์เลยหากแต่เสวยสุขอยู่เสมอ

    ด้วยมหากรุณาที่เล็งเห็นสรรพสัตว์ยังตกอยู่ในโมหะอวิชชาทำให้ต้องทนทุกข์อยู่ในวังวนแห่งสังสารวัฏยากจะหลุดพ้นไปได้เช่นนั้นพ่อเหนือเทพท่านจึงโปรดปวงสัตว์ให้เห็นธรรมพ้นทุกข์ด้วยพระเมตตากรุณาเพราะทรงปรากฏพระกายได้ทั่วทุกหนทุกแห่งที่มีสัตว์ตกอยู่ในห้วงทุกข์ เช่นนั้นท่านจึงโปรดให้พ่ออาจารย์หล่อรูปของท่านไว้ในปางบุรุษ(ไม่ใช่สตรีหรือปางเจ้าแม่กวนอิม) เพื่อจะได้สดับเสียงแห่งทุกข์ของผู้เดือดร้อนและคอยเรียกหาพระองค์ด้วยท่านยังทรงไว้ซึ่งความอ่อนโยนเป็นพิเศษดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตรซึ่งพร้อมจะเข้าหาผู้ระลึกถึงเสมอด้วยท่านตั้งปณิธานไว้ว่า “ในอนาคตกาลข้าพเจ้าจะยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่สรรพสัตว์ได้" เป็นความตั้งใจอันยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ ### องค์พ่อเหนือเทพนั้นท่านดำรงค์อยู่สูงกว่าโพธิสัตว์ทั้งหลายเพราะท่านได้รับประทานพระปัญญาคุณ,พระสันติคุณ และพระกรุณาธิคุณทั้งสามประการนี้จากพระพุทธเจ้าโดยตรง เพราะเมื่อท่านตั้งปณิธานโปรดสรรพสัตว์นั้นพระพุทธเจ้าทั้งปวงทุกพระองค์ในทศทิศก็เปล่งแสงโอภาสเรืองรองมาต้องวรกายแห่งพระโพธิสัตว์และฉายรัศมีไปยังโลกธาตุต่างๆอย่างปราศจากขอบเขต


    อานุภาพแห่งพ่อเหนือเทพนั้นมีเป็นเอนกประการ พ่ออาจารย์ท่านว่าพ่อเหนือเทพท่านสั่งให้สร้างรูปท่านเพื่อจะโปรดสัตว์ที่มีบุญวาสนานำพาให้มาต้องกันและอยู่ในข่ายพระญาณอันจะได้พึ่งบารมีของท่านโดยเฉพาะ โดยรูปหล่อนี้เมื่ออาราธนาติดตัวย่อมมีคุณวิเศษดังนี้
    - หากเธอได้รับความทรมานจากทุกข์ทั้งหลายอยู่ สรรพทุกข์ของเขาก็จะปลดหลุดพ้นไป
    - หากหมั่นน้อมจิตเข้าหาเปล่งวาจานมัสการ ท่านจะสดับดูแลซึ่งเสียงของเราในทันที
    - จะไม่เป็นอันตรายด้วยอาวุธหรือการทำร้ายใดๆด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - จะไม่เป็นอันตรายด้วยมหาอัคคีด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - จะไม่เป็นอันตรายด้วยอุทกภัยหรือตกไปในมหาสาครอันล้ำลึกด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากต้องการทรัพย์สินศฤงคารอันมีสุวรรณ,หิรัญ,ไพฑูรย์,บุษราคัม,เพทาย,เพชร,นิล,จินดามณีรัตน์ชาติเป็นอาทิ ก็จะได้สมใจด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากชีวิตถูกย่ำยีโดยอสูรและปีศาจร้ายก็จะรอดพ้นจากอสูรภัยได้ด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - ยักษ์มารทั้งหลายทั่วมหาตรีสหัสสโลกธาตุ แม้ดวงจักษุอันดุร้ายก็ยังมิกล้าจะแลดูมายังตัวเราด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - ถ้ามีศัตรู มีผู้มุ่งร้ายหรือกระทำการประทุษร้ายก็จะหลุดพ้นจากความพินาศไปได้ด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากมีโทษกรรมทรมานจะได้รับความอิสระด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากถูกจองจำในเครื่องพันธนาการอยู่เครื่องจองจำพันธนาการเหล่านั้นจักภินทนาการลงด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากชีวิตเราตกอยู่ในภัยอันตราย
    ### แม้ทั่วทั้งมหาตรีสหัสสโลกธาตุก็หาผู้ใดให้ความช่วยเหลือไม่ได้ ขออย่าได้กลัวให้อธิษฐานต่อองค์พ่อเถิด ด้วยมหาสัตว์พระองค์นั้นทรงมีพระมหากรุณาซึ่งจะปลดเปลื้องเหตุความหวาดกลัวต่างๆได้
    - หากมีอารมณ์มักมากในกามราคะก็สามารถห่างไกลจากกามราคะได้ด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากมีอารมณ์มากไปด้วยโทสะก็สามารถห่างไกลจากโทสะได้ด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากมีอารมณ์มากไปด้วยโมหะก็สามารถห่างไกลจากโมหะได้ด้วยเดชแห่งพระโพธิสัตว์พระองค์นั้น
    - หากปรารถนาบุตรชายอันสมบูรณ์ด้วยบุญญาธิการและปัญญา บุตรหญิงที่ทรงลักษณะสิริโสภาคย์มีบุญอันกระทำไว้แล้ว ก็ให้ขอจากพระโพธิสัตว์พระองค์นี้เถิด

    ด้วยพ่อเหนือเทพท่านจะกระทำซึ่งหิตานุหิตประโยชน์อันมากมายแก่ผู้ที่ระลึกถึงด้วยมีพระเดชานุภาพอันพิลึกโอฬารเช่นนี้ รูปหล่อพ่อเหนือเทพนี้ท่านว่าคนที่จะได้ไปย่อมต้องมีบุญสมภารอันจะประมาณมิได้ แม้ได้บูชาสักการะและปรนนิบัติถวายสิ่งอุปโภคบริโภค มีภัตตาหาร เสนาสนะ เภสัช แด่พระโพธิสัตว์ชั่วระยะกาลเวลาหนึ่งเขาจะมีบุญญาภิสมภารเสมอได้สร้างบุญไว้นับอสงไขยโกฏิกัลป(คนที่ไม่มีบุญไม่มีวาสนาในชะตาตัว ถ้ารู้ว่าบุญน้อยก็ให้ตั้งข้าวน้ำกระทำสักการะบูชาพ่อเหนือเทพให้ดี)เพราะจะเกิดกุศลผลบุญอันนับมิได้ประมาณมิได้

    ด้วยพ่อเหนือเทพท่านท่องเที่ยวโปรดสัตว์ในมหาตรีสหัสสโลกธาตุ พ่ออาจารย์ท่านว่าหากบุคคลใดมีวาสนากับพระพุทธเจ้าที่จะได้รับการโปรดโดยพุทธกายแล้ว นั่นจะเป็นหน้าที่ของพ่อเหนือเทพท่านที่จะปรากฏรูปพุทธกายขึ้นมาโปรดสัตว์ นอกจากนั้นหากผู้ใดมีวาสนาจะได้รับการโปรดโดยพุทธสาวกไม่ว่าจะเป็นภิกษุหรือเทพเจ้าอินทร์พรหมแลพราหมณ์และจักรพรรดิ ไม่ว่าจะนาคยักษ์คนธรรพ์อสูรกุมารมโหราค...ท่านว่ามีวาสนาอย่างไรพ่อเหนือเทพท่านก็จะปรากฏรูปกายขึ้นมาเพื่อโปรดเรา เฉพาะเรา ตรงกับวาสนาเราเช่นนั้น *** นี่คือสิ่งที่องค์พ่อท่านคล้อยตามวาสนาเพื่อจะโปรดและถอดถอนเรา ไถ่เราออกจากความทุกข์ยากทั้งปวงให้ได้ ทั้งยังจะแสดงธรรมแก่เราสมควรแก่วาสนาด้วย

    ด้านหลังอุดด้วยผงสลับ,กลับ,คลาดซึ่งใช้ให้ตัวเราคลาดแคล้วกับเคราะห์กรรมหลักและเศษกรรม เคราะห์หามยามซวยทั้งหลายที่มาเกิดกับตัวเรานั้นจะถูกสลับสับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมันจะหนีจะย้ายจากตัวเขาไปลงอยู่กับเหล่าคนที่มีกรรมอกุศลร่วมกันแทนจึงเรียกได้ว่าสลับ กลับ คลาดทั้งหมด
    - สลับ คือสับเปลี่ยนตัวตน
    - กลับ คือย้อนเจตนาและการกระทำกลับไปให้ผู้ทำ
    - คลาด คือคลาดแคล้วเนื้อตัว ไม่ได้กล้ำกรายให้ต้องทุกข์ โทษ ภัย
    นอกจากจะเปลี่ยนชีวิตให้กลับตาลปัตรแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้ต้องทำความเข้าใจไว้ ว่ามันกลับเฉพาะอกุศลกรรมและเคราะห์ภัยรวมไปถึงเศษกรรมหากแต่กุศลกรรมก็ยังเสวยกันได้อย่างปกติมิใช่บางเรื่องดีอยู่แล้วจะกลับไปเลวลง เพราะผงลบวิชานี้ถูกลิขิตไว้แล้วให้คนใช้ต้องพุ่งขึ้น สูงขึ้น ไม่ตกต่ำลงเท่านั้น นอกจากสลับ กลับ คลาดตัวบุคคลแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่ายังย้อนกลับทุกความคิดปองร้ายและการกระทำด้วยคุณไสย อวิชชา เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ให้กลับคืนเข้าหายังผู้กระทำด้วย แม้ใครจะเล่นงานเราก็เข้าผิดที่ผิดทาง ทำอะไรเราก็ทำผิดตัวผิดตนวนอยู่แบบนั้น มันจะเป็นเช่นนั้นอยู่ร่ำไป วิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันไม่ได้ไปหยุดยั้งกรรมไม่ให้เกิด แต่มันกลับสับเปลี่ยนให้ตกกับคนที่มีกรรมร่วมกัน ให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็นแทนนั่นเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยผงนี้ใช้ชำระจิตวิญญาณของผู้อาราธนาด้วย ท่านว่าคำๆนี้เป็นมิติที่กว้างและลึกมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราทุกวันนี้ผ่านการเกิดมาแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เป็นมากันหมดตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก มนุษย์ เทวดา พระราชา...เรียกว่าอยู่กันมาหมดทุกภพูมิ ทุกโลก ทุกโกฏิจักรวาล ไม่มีจะว่างเว้นการมีชีวิตอยู่และล้มหายตายจากแม้ซักวินาที จิตวิญญาณตัวนี้ของแต่ละคนล้วนแต่ตรากรตรำกรำชีวิตกันมาหนักหนา ใช้งานกันมามากมายจนตกตะกอนอกุศลมูลทั้งหลายแปดเปื้อนเนื้อตัว ท่านว่าคิดดูเถิด ถึงเวลาชำระมันบ้างหรือยัง หรือจะปล่อยให้ตายไปแบบเปื้อนๆ แล้วก็เกิดใหม่แบบเปื้อนๆเลอะๆเช่นนี้สั่งสมไปเรื่อยๆ ***ผงนี้ต้องเสกจนกระทั่งฟ้าผ่าผิด ฟ้าต้องผ่าและต้องผ่าผิดที่ผิดทางตามครูพระสยมท่านกำหนดไว้จึงจะสำเร็จโดยสายฟ้านั้นพ่ออาจารย์ท่านเปรียบไว้กับการลงทัณฑ์ของสวรรค์ เป็นเคล็ดที่ว่าแม้ทัณฑ์สวรรค์ฟาดลงมาก็ยังไม่ถูกไม่โดนเนื้อตัวเสมอด้วยเคราะห์กรรมและเศษกรรมทั้งหลาย ท่านว่าต้องเสกจนฟ้าผ่าฟ้าฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ฟาดอย่างไรก็ไม่ถูกไม่โดนมณฑลพิธีทำได้เพียงฟาดพื้นที่โดยรอบเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าผงนี้กว่าจะเสกสำเร็จได้จึงนับว่าเป็นของที่เสี่ยงตายทำมาให้ใช้กันโดยเฉพาะ คิดแล้วก็ยังอดใจหายไม่ได้กว่าจะทำสำเร็จจนเสกเก็บไว้ยาวๆ เพราะถ้าพลาดก็คือเราตายมันท้าทายถึงขนาดนั้น ดังนั้นจึงพลาดไม่ได้เลย
    ท่านนำผงวิชาสำคัญมาเข้ากับผงเหล็กไหล ผงเหล็กไหลฤาษี ผงเหล็กไหลเงินยวง ผงเหล็กไหลตาแรด ผงตะไบเหล็กน้ำพี้ ผงเพชรหน้าทั่ง ผงพระธาตุอรหันต์ ผงพระธาตุสีวลี ผงพระธาตุข้าวบิณ ผงพระธาตุเขาสามร้อยยอด ผงแก่นไม้สัก ผงลูกมณีโคตร ผงมณีรัตนะ ผงหงอนพญานาค ผงแก้วขนเหล็ก ผงแร่บางไผ่ ผงหยกพันปี ผงขมิ้นหิน ผงข้าวตอกพระร่วง ผงคดกะลา ผงกะลาตาเดียว ผงสะเก็ดดาว ผงหินขวานฟ้า ผงกัลปังหา ผงข้าวสารดำ ผงดอกไม้หิน ผงเพชรน้ำค้าง ผงลูกธนูคนธรรพ์ ผงงาช้างพรายกระเด็น ผงแร่อาถรรพ์ภูเขาควาย


    และพ่อเหนือเทพท่านโองการให้แกะรูปพระศรีอาริย์ผู้เป็นเอกชาติปฏิพัทธะเช่นเดียวกับตัวท่านฝังไว้ด้านหลัง ### แต่ท่านให้เคล็ดว่าต้องแกะเป็นรูปตอนท่านสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าแล้วไม่ใช่รูปโพธิสัตว์เพื่อเป็นการแก้เคล็ดคนที่ไม่มีวาสนาไร้อนาคตทั้งหลายได้มาบูชา จะได้มีอนาคตก้าวไกลไม่หยุดนิ่ง ด้วยพระศรีอาริย์เมตไตรย์ท่านอยู่ในกาลในวาระที่มีพุทธทำนายมีพระชาติแน่นอนเเล้ว ดังนั้นจึงรับภาระหน้าที่โดยตรงในการสงเคราะห์โลก สงเคราะห์สัตว์ทั้งหลาย ด้วยกำลังและอำนาจบารมีของพระองค์
    รูปนี้อ้างอิงถึงพุทธบารมีและอนาคตกาลที่จอมเทพแห่งดุสิตสวรรค์นามว่าพระศรีอาริย์ จะได้ลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า รูปเหมือนนี้พ่ออาจารย์ได้ลงหัวใจเอาไว้ท่านว่าสำคัญนัก เปรียบดุจญาณและบารมีขององค์พระศรีจริงๆเลยทีเดียว ใครปรารถนาอะไรอธิษฐานบอกกล่าวพระองค์ได้ ขอได้ทุกเรื่องแม้เเต่จะขอตั้งสัตย์อธิษฐานจะทำความดีเพื่อให้เกิดทันยุคพระศรีอาริย์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแห่งอนาคตวงศ์ก็ยังได้ ด้วยบารมีของพระศรีอาริย์นี้หากหนุนเสริมผู้ใดแล้ว ย่อมประสบโชคดี ได้ลาภ มีวาสนาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนจีนถึงชอบและบูชาพระศรีอาริย์กันมากจนสับสนกับพระสังกัจจายน์ ซึ่งพระศรีอาริย์แบบคนจีนนั้นจะเป็นพระอ้วนพุงพลุ้ยลงพุงให้อานิสงค์เรื่องโชคลาภไม่ต่างจากพระสังกัจจายน์เลยทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านรู้วิธีทำรู้เคล็ดลับที่จะทำ เมื่อทำแล้วคนได้ไปต้องตั้งตัวได้ ร่ำรวยเป็นเจ้าสัวท่านถึงจะทำ
    เมื่อญาณแห่งสมเด็จพระศรีอาริย์ท่านลงมาสงเคราะห์ตัวเราพร้อมกับองค์พระอวโลกิเตศวรผู้มีคุณและมีสถานะเป็นเอกชาติปฏิพัทธะเช่นเดียวกัน จึงเป็นฤกษ์และวาระมงคลแก่ผู้ได้ไว้ครอบครองอย่างหาที่สุดไม่ได้

    ทั้งพ่ออาจารย์ท่านยังได้นำรูปหล่อจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ท่านเสกเก็บไว้มานานฝังลงไปด้วย จันทร์เสี้ยวนี้ท่านหล่อมาจากแผ่นชนวนทองเหลืองอันท่านลงยันต์เกี่ยวกับวิชาความรู้ในสายโชคลาภและโภคทรัพย์ไว้ทั้งหมด เรียกได้ว่ามีรูปหล่อจันทร์ฉายนี้เสมอด้วยพกตะกรุดมีวิชาเร่งเงินทองอยู่กับตัวนับร้อยพัน ทั้งท่านยังได้นำมาอาบแสงจันทร์ทำพิธีขอเงินพระจันทร์ทุกๆปี ลงเสกทั้งในฤกษ์จันทรคราสและสุริยคราส ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้อธิบายว่าที่ต้องเสกในฤกษ์อาทิตย์สิ้นแสงด้วยนั่นก็เพราะแต่โบราณนั้นถือนัก ว่าธาตุเย็นเป็นธาตุที่ให้ผลทางด้านโชคลาภโภคทรัพย์ ซึ่งมีอริก็คือธาตุที่เป็นความร้อน การที่ต้องเสกในวันพระอาทิดย์ดับแสง ก็เพื่ออาศัยปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ให้เกิดอำนาจและพลังศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เพราะเชื่ออย่างยิ่งว่าเมื่อพระอาทิตย์สิ้นแสงแล้วเป็นเวลาที่วิชาแห่งไสยเวทย์จะมีกำลังแรงกล้าและทรงอำนาจของที่ทำพิธีในเวลานี้จะศักดิ์สิทธิ์มาก ซ้ำยังถือคติดับร้อนผ่อนเย็นเอาความร้อนออกไปให้เหลือไว้เเต่ความเย็นเหลือไว้ แต่โชคลาภโภคทรัพย์ไม่มีสิ่งอันทำให้ขัดข้อง และเหนืออื่นใดนั้นการเสกในฤกษ์สุริยุปราคายังให้ผลทางด้านชัยชนะด้วย มันทำให้ชนะศัตรูคู่แข่งคนที่เขาได้บูชาวัตถุมงคลชุดนี้ไปจะชนะศัตรูคู่แข่งทั้งหลาย มีคนคอยให้ความช่วยเหลือค้ำจุน คอยสนับสนุน เห็นมั๊ยว่าถ้ามีแต่โชคลาภมันก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี คนเราจะได้ดีจะต้องรู้จักกับคำว่าชัยชนะ มีคนคอยหนุนคอยเสริมเป็นฐานให้เรา สุดท้ายชีวิตเขาก็จะพบกับความมั่นคง ทั้งท่านยังได้ลงตะกรุดเพิ่มพระยันต์เพื่อช่วยเร่งลาภผลให้ต่อเนื่องเข้าไป ไม่หยุดชะงัก ไม่ขาดตอน อีกสองดอก

    คาถาบูชา
    นโม อารยาวโลกิเตศวราย โพธิสตฺตวาย


    รูปหล่อพ่อเหนือเทพนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่ามีบารมีของสุดยอดมหาโพธิสัตว์ที่ได้ชื่อว่ามีเมตตามากที่สุดและมีบารมีเต็มทั้งสองพระองค์อยู่ด้วยกัน ซึ่งท่านก็มีเจตนามั่นคงที่จะไปดูแลคุ้มครองลูกหลานอันอยู่ในโพธิวงศ์เป็นหน่อเนื้อบุคคลซึ่งมีวาสนาบุญสัมพันธ์กัน ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้แจ้งเอาไว้ว่าถ้าเป็นเจ้าของเขาจะมาอาราธนาเอง ไม่มีลูกคนไหนที่ปฏิเสธสายสัมพันธ์พ่อลูกนี้ได้หรอก หากมีบุญสัมพันธ์แล้วยังไงก็ต้องเชิญท่านไปใจเขาจะรู้เองว่าพ่อของเขารออยู่ตรงนี้

    *** รายการนี้ท่านทำไว้เพียงห้าองค์เท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเอาไว้ด้วย รวมไปถึงความปรารถนาที่ลูกอยากจะฝากเนื้อฝากตัวและบอกกล่าวกับองค์พ่อท่านว่าให้แจ้งกันเข้ามาด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการประสิทธิให้และบอกกล่าวฝากฝังลูกไว้กับพ่อเหนือเทพทีละองค์ รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญหล่อจันทร์ฉายพ่อเหนือเทพพระอวโลกิเตศวร (พระศรีสลับกลับคลาดดับกลับอนาคตกาล) บูชา 4,000 บาท

    80634272-2218975518204308-3348791708702736384-n.jpg 80415743-749238082209554-4337021618602639360-n.jpg
    80188225-455246765399323-7561876204823773184-n.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดผู้เสียสละผูกพันสัญญารับแทนตัวเจ้า(แก้รหัสเชื่อมสวรรค์ต่อชีพจร)

    "ตะกรุดแบบนี้ต้องเก็บรักษาให้ดี เพราะจะมีเพียงดอกเดียว..โอกาสเดียวในชีวิตเธอที่จะได้ครอบครอง"

    ว่าด้วยวิชาทำตะกรุดที่ทรงอาญาสิทธิ์สวรรค์ที่พ่ออาจารย์ท่านกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นตะกรุดก็จะแก้ไขส่งเสริมและช่วยเหลือเราทุกครั้งไป โดยอาถรรพ์แรงครูนั้นจะไม่เลือกว่าเราเป็นคนแบบไหนอยู่ในสังคมหรือมีชีวิตอย่างไร จะดีหรือไม่ดีจะใช้ทางมืดหรือทางสว่าง พ่ออาจารย์ท่านทำตะกรุดพิเศษตัวนี้มาเพื่อเก็บเอาไว้ให้ใช้กันในเหตุไม่คาดฝัน เพราะท่านทราบดีว่าพระเครื่องที่เป็นบารมีของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงนั้นมักจะขอพรได้ยากหากแต่เอาไว้ใช้ฝึกเจริญสติให้ถึงพร้อมก่อนจะละสังขาร...สิ่งเหล่านี้ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะคนส่วนหนึ่งนั้นไม่ได้หวังนิพพานหากแต่มีปัญหาในการดำรงค์ชีพซึ่งเครื่องมงคลที่สำเร็จด้วยบารมีเทพพรหมนั้นคุณวิเศษของท่านก็จะแสดงออกมาโปรดเฉพาะผู้ทรงธรรมรักษาศีลเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านเล็งเห็นว่าโลกนั้นหมุนไปวันเวลาก็ผลัดไปไวเท่ากับความรู้สึก ศีลธรรมรอบตัวนั้นเสื่อมโทรมลงดังนั้นถ้าใครหวังพึ่งพระหรือเทพพรหมในขณะที่ตนเองปฏิบัติไม่ถึงจึงเป็นเรื่องยากมาก บางคนก็เร่งทำบุญหวังเศษบุญจะส่งผลให้ถึงชีวิตไวๆแต่ก็ไม่ได้ผล พ่ออาจารย์ท่านจึงดำริสร้างตะกรุดสำคัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อโปรดให้คนซึ่งขาดที่พึ่งได้อยู่รอดปลอดภัยไม่ต่ำตกไม่อดอยาก

    เมื่อมนุษย์อยู่ในธรรมชาติก็ต้องอาศัยกำลังจากสัทธรรมมาเกื้อหนุน เพราะสัทธรรมนั้นเป็นสิ่งที่ควบคุมทั้งเทพเจ้าคุมทั้งพลังปาฏิหาริย์ตลอดจนสวรรค์,มนุษย์,นรก,บาดาล ไม่ว่าจะเชิญเทพหรือต้องการประจักษ์แจ้งในเหตุทางอภินิหาริย์ของชีวิตๆทุกประการ ทั้งยังมีอำนาจเหนือดวงดาวที่ควบคุมมนุษย์โดยตรง ซึ่ง"ตะกรุดผู้เสียสละ" นี้ปกติพ่ออาจารย์ท่านจะไม่สร้างแต่ด้วยครูพระสยมท่านให้ทำเอาไว้ เพราะตะกรุดแบบนี้เกินอำนาจที่ครูบาอาจารย์หรือมนุษย์ทั้งหลายจะทำได้ต้องทำโดยดวงพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เช่นครูพระสยมเท่านั้น เพราะตะกรุดนั้นมีกำลังบังคับกำลังฟ้าและวิถีดาวให้เกิดผลดีกับมนุษย์อย่างถึงที่สุด ท่านว่าทำไว้วันหนึ่งจะจำเป็นต้องใช้จะมีคนที่เดือดร้อนมาหา ด้วยวิชานี้ตราบใดที่เท้ายังเหยียบยังสัมผัสกับแม่พระธรณีก็ยังอยู่ในอำนาจดูแลของท่านถ้าท่านไม่ดูแลคือตายเท่านั้น ไม่ว่าจะคนที่จิตอ่อนเพราะเห็นผีบ่อยหรือจะโดนผีเข้าพลังกายบกพร่องไร้กำลังเห็นอะไรแล้วหวาดสะดุ้งขี้ตกใจหันซ้ายหันขวาผวาอยู่บ่อยๆ....ท่านว่าให้พกตะกรุดนี้เถิดผีเข้ามาไม่ได้ทั้งยังจะเจอกับเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถสื่อกันได้ตลอดเวลา ปกติเครื่องมงคลทั้งหลายนั้นจะต้องปรับธาตุปรับพลังนั่นก็ถือว่าแรงแล้ว *** หากแต่ตะกรุดนี้กลับกันเพราะเขาใช้เปลี่ยนพลัง นั่นคือเปลี่ยนเลยไม่ต้องปรับทั้งยังป้องกันเรื่องร้ายและเรียกโชคได้ทุกประเภทไม่ว่าจะโชคจากนรก บาดาล มนุษย์ หรือว่าฟ้าสวรรค์ โดยจะเรียกเฉพาะเรื่องดีๆและป้องกันการลงทัณฑ์ทรมานที่จะเปลี่ยนชะตาหรือทดสอบวงเวียนชีวิตจากฟ้าสวรรค์และอมนุษย์

    ตัวตะกรุดนั้นจะรวบรวมกำลังของพระเวทย์และพระธรรมทั้งอักขระต่างๆยังเป็นเวทย์สวรรค์ที่เป็นตัวแทนของธรรม ซึ่งเป็นพลังและมหาสัญลักษณ์ที่ครูพระสยมท่านสำเร็จและถ่ายทอดมา ตะกรุดสำคัญนี้จะใช้ผูกกับจิตวิญญาณดุจผูกสัญญาให้พระธรรมพระเวทย์สงเคราะห์เราปัดเป่ารับเคราะห์แทนตัวเรา คนที่มีปัญหาไม่ว่าจะทางโชคลาภ วาสนา ความรักหรือเหตุการณ์ต่างๆที่อุบัติในชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องเหล่านี้ก็รวมอยู่จัดเป็นเรื่องธรรมชาติเป็นสิ่งธรรมดาทั้งนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปด้วยธรรมชาตินั่นก็ต้องแก้ด้วยตะกรุดที่ผูกขึ้นโดยการผูกสัญญาเข้ากับธรรมชาติและพระเวทย์พระธรรม ### ตะกรุดสำคัญนี้ท่านว่าใช้ได้หมดทุกเรื่องไม่มีข้อห้าม สุดแต่ใจจะปรารถนาแม้จะเอาไปใช้อธิษฐานหนักไปจนถึงขั้นเร่งวาสนา หรือขอให้มีชัยชนะแก่ทุกสิ่งที่ชีวิตผจญอยู่ก็ยังกระทำได้ ท่านว่าใช้ให้ดีก็ชนะทุกอย่างนั่นแหละ ครูพระสยมท่านโองการไว้ว่าผู้ที่จะได้ไปครอบครองนั้นจะเป็นผู้ที่พระเวทย์ยอมรับโดยแท้จริง ทั้งพระธรรมได้เลือกเธอแล้ว ขออย่างเดียวห้ามหายให้รักษาเอาไว้ให้ดีเพราะจะเป็นตะกรุดดอกเดียวในชีวิตที่จะเสริมให้ตัวเราแข็งแกร่งขึ้นมาได้ เอาไปแล้วก็ขอได้ทุกสิ่งขอในทางที่ถูกก็จะสำเร็จดั่งใจหวังทั้งครูพระสยมยังแฝงอำนาจของท่านไว้ด้วยตะกรุดนี้มีอำนาจแห่งการรังสรรค์ก่อเกิดสิริมงคล เราอยากได้อะไรบอกแก่ตะกรุดไว้เขาจะพามาให้เราพูดง่ายๆคือเรื่องที่ปรารถนานั้นจะเกิดขึ้น ทั้งยังให้ใช้ปราบใช้ทำลายวิญญาณบาปได้ คนที่ป่วยหรือมีอาการแปลกๆท่านว่าใช้ตะกรุดนี้แช่น้ำดื่มกินได้เลย แม้คนทำงานเจรจาค้าขายต่างๆท่านว่าบอกกับตะกรุดไว้เวลาคุยงานเขาจะซื้อของจากเราจนกว่าเงินในกระเป๋าจะหมดนั่นทีเดียว...ใช้ได้สารพัด

    พ่ออาจารย์ท่านว่าด้านในมีวิชาที่ว่าด้วยเวทย์สวรรค์อยู่มากมายหลายตัว บางตัวก็ช่วยเปิดสมองทำให้มีสมาธิมากขึ้นช่วยทางด้านความคิดความจำให้ลึกซึ้ง ดั่งว่าเราสามารถใช้ความคิดและปัญญาได้ถูกจังหวะถูกโอกาส วิเคราะห์พิจารณาสิ่งใดก็คิดได้ลึกมากๆ มีมุมมองกว้างกว่าเดิม สามารถมองเห็นปัญหาในปัญหา สามารถแก้ไขปัญหาในต้นตอ ท่านว่าคนมีสมองความคิดเปิดอย่างนี้จะพลิกชีวิต หรือสร้างชีวิต สร้างสิ่งใหม่ๆได้ตลอด ความคิดที่ดี คนที่ใช่ เวลาที่ถูกที่ควร เราจะรู้เองว่าจังหวะต่างๆควรทำอะไร เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรตรงไหน เราจะคิดได้ก่อนใคร จะขยับขยายทำอะไรก็ควบคุมมันได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตัวบางตัวก็ป้องกันไม่ให้พลังดวงดาวและธรรมชาติส่งผลร้ายกับเรา ช่วยให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้ากับธรรมอย่างเต็มที่ ดึงพลังฟ้าเข้าหาตัวเสมือนมีกำลังของโชคสถิตย์อยู่ เขาจะช่วยเราโดยไม่สนว่าเราอยู่จุดไหน เดินทางไปไหน ไปอยู่ชัยภูมิไหนสถานที่ใดเพราะพลังฟ้าพลังโชคนั้นอยู่กับเราไม่ใช่สถานที่เราจะได้รับกำลังเพราะเราผูกสัญญาเชื่อมต่อกันด้วยจิตวิญญาณสัมพันธ์กับสามภพ จะใช้เพิ่มบารมี เพิ่มอำนาจ เพิ่มวาสนาเพื่อให้เราทำทุกอย่างได้ในเวลาที่สมควร

    ผู้เสียสละผูกพันสัญญารับแทนตัวเจ้า
    วิชานี้เป็นดุจเพื่อนตาย ดุจพี่เลี้ยงที่ติดตามและพร้อมตายรับความซวยของเรา จะเรียกว่าเป็นตัวตายตัวแทนของเราก็ได้เพราะยามใดที่เรามีเคราะห์เขาจะรับก่อนเสมอ ด้วยชีวิตเราเชื่อมต่อผูกสัญญาไว้กับเขาแล้ว การผูกสัญญานี้จะเอื้ออาทรและทำเพื่อเราแบบนี้ตลอดไปท่านว่าเหนือกว่าวิชารับเคราะห์อะไรทั้งหลายไปไกล เพราะการผูกสัญญานั้นเคราะห์หามยามซวยไหลลงที่เค้าหมดสอดคล้องกับอำนาจตะกรุดที่ว่าเปลี่ยนกันทันที ..ไม่ใช่แค่ปรับหรือทยอยถ่ายเทมันออก แม้ว่าชะตาเราจะขาดดวงเราจะถึงฆาตเขาจะรับแทนเราทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าหนักถึงตายนี่ตะกรุดสัมฤทธิ์ที่หล่อคลุมด้านนอกจะร้าวระเบิด หรือชีวิตใครที่ตกต่ำจากสิ่งที่มองไม่เห็นพอพกไปหากตะกรุดมีรอยโดนขีดข่วนจมลึกนั่นคือเขารับแทนเราและเป็นอะไรที่หนักมากจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรหากตะกรุดสั่นเตือน ท่านว่าให้รีบพาตัวเองออกจากสถานที่ตรงนั้นเสียอย่างเร็วที่สุด หรือระงับกิจที่จะทำทางที่จะไปเช่นนี้

    นอกจากนี้ตะกรุดยังทำงานตลอดเวลา นั่นคือ
    คอยเคลียร์คอยปัดเรื่องร้ายออกไปตลอดเวลา ท่านว่าทั้งปัดทั้งบังไม่ให้เจอด้วยเวทย์สวรรค์ตัวพิเศษที่ลงไว้ครอบคลุมเรื่องเลวร้ายทั้งหมดไม่ว่าจะดวงตกหรืออุบัติเหตุจากภูติผีปีศาจแม้ธรรมชาติฟ้าผ่าไฟไหม้ ของต่ำ ไสยศาสตร์อาถรรพ์วิชา คนว่าร้ายใส่ร้ายใส่ความท่านว่าปัดหมดไม่ต้องตัวทั้งสิ้น ถ้าเจอใครมาร้ายกับเรานี่เขาจะสะท้อนเรื่องร้ายแรงกลับไปเดี๋ยวนั้นเลยแบบที่เราไม่ต้องทำอะไร ถ้าคิดไม่ดีมาคุณก็แพ้ภัยตัวเองยิ่งหากทำของใส่เราของก็เข้าตัวเขาเอง แม้ชีวิตคนที่ล้มลงก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ ต่อให้ชีวิตเคยล้มระเนระนาดมาก่อนก็ยังจะฟื้นคืนมาโดยเร็วทั้งจะไม่เจ๊งหรือกลับไปล้มไปสะดุดใดๆอีก ท่านว่าตรงนี้เพราะเขารับแทนเราทั้งหมด หากใจเรามุ่งมั่นอยู่เพียงชัยชนะ ท่านว่าสามภพนี้แม้จะเป็นอมนุษย์,มนุษย์หรือเทวดาเราก็ไม่แพ้เลย ท่านว่าครูพระสยมทำให้เต็มที่ใช้ปัดเรื่องร้ายทั้งสามภพที่ยึดโยงผูกกันเป็นลูกโซ่เข้าหาตัวเราออกไป

    เขาจะส่งเสริมเราในเหตุการณ์ที่เราต้องการให้ส่งเสริม ในวันที่ส่งเสริมและเวลาที่ส่งเสริม จะคอยกระแทกพลังงานรอบตัวให้เกิดผลเพื่อส่งเสริมเราอยู่ตลอดทำอะไรก็จะสำเร็จแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทั้งยังดึงโชคดึงบริวารเข้ามา หากคนที่ชีวิตคั่งค้างมีกิจที่ยังทำไม่สำเร็จแบบนี้เขาจะดึงความสำเร็จเข้ามาพูดง่ายๆคือดึงพลังงานที่ขาด ดึงพลังที่เราต้องการกระแทกสู่ตัวเรา บางคนอยากได้เงิน บางคนอยากได้คู่บางคนมีปัญหากับงาน กับผู้ใหญ่ผู้อุปถัมภ์เขาก็จะกระตุ้นเรื่องนั้นๆ เรียกว่ากระตุ้นในสิ่งที่เรามีปัญหา พ่ออาจารย์ท่านว่าหากอาราธนาตะกรุดนี้จะไม่พบกับความยากในชีวิต จะไม่ตกต่ำกว่าคนอื่น แล้วเธอจะอัศจรรย์ใจยิ่งนักว่าเผลอๆปีสองปีตนเองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร นั่นเพราะเขาหนุนดวงเราตลอดเพราะเราผูกสัญญากับเขาไว้เขาจึงดึงพลังมาให้เราทำให้เราทุกเรื่อง ถ้าใจเราหิวเงินเขาก็เรียกแต่เงินเข้ามา พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่จะได้รับโชคลาภต่างๆนั้นจะต้องอาศัยพลังงานหลายสายผูกกันเป็นลูกโซ่ ซึ่งปกติวัตถุมงคลนั้นจะเสริมเป็นบางเรื่องบางจุดไม่ได้กระตุ้นพลังงานให้ทำงานทั้งวงจร พูดง่ายๆคือเขาคอยกระแทกให้เกิดการทำงานทั้งระบบจึงใช้เรียกได้ทุกอย่างที่ใจเราต้องการหรืออยากได้ไม่เลือกว่าจะดีหรือไม่ดีขอให้เป็นพลังงานที่ธรรมชาติจะสร้างให้ปรากฏได้(วงจรชีวิต)เขาก็จะเรียกเข้ามา

    ตะกรุดหล่อยอดคน
    กว่าจะทำตะกรุดซึ่งลงวิชาสำคัญนี้ได้ ครูพระสยมท่านให้พ่ออาจารย์รวบรวมยอดโลหะที่หาได้ยากตั้งแต่เหล็กยอดประสาท ยอดพระที่นั่ง ยอดพระเจดีย์ ยอดนคร ยอดเมือง ยอดฉัตร ยอดวัด ยอดเมรุ ยอดธาตุ ตามคติว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดซึ่งจะมีอาถรรพ์หนุนชีวิตเราให้สูงขึ้นทั้งยังปราบศัตรูช่วยให้เราเป็นยอดคนได้ ท่านจึงเรียกโลหะชุดนี้ว่าตะกรุดหล่อยอดคน ท่านเอามาหล่อเข้ากับยอดเหล็กจารของบูรพาจารย์ของท่านที่ท่านว่าขลังที่สุดเพราะตอนครูท่านเขียนท่านจารท่านก็กำหนดจิตบริกรรมคาถาไปด้วยตลอดเรียกว่าเป็นสุดยอดด้วยแรงครูทั้งยังผสมด้วยเหล็กไหลฤาษี,ไหลเงินยวง,เหล็กไหลตาแรด,เหล็กน้ำพี้...ชินจากกรุมเหศวร(กลับร้ายกลายเป็นดี) ทั้งยังนำเหรียญทองโบราณที่หายาก(ปัจจุบันมีค่าหลายแสนบาท)เป็นเหรียญทองอาถรรพ์ที่ใช้เรียกทรัพย์โดยเฉพาะท่านว่าหาไม่ได้ไม่มีอีกแล้วท่านหล่อผสมลงไปด้วย ท่านถือว่าประเทศไทยนั้นเป็นธาตุทองถึงต้องใช้กำลังทองอาถรรพ์เพื่อดึงเอาชัยชนะต่างๆเข้ามาในชีวิต เมื่อหลอมออกมาแล้วจึงได้ตะกรุดหล่อวรรณะอมเขียวที่ท่านว่าสร้างได้ยากที่สุดเพราะมวลสารนั้นหาไม่ง่ายเลย พอหล่อออกมาท่านต้องเสกด้วยมนต์ทศกัณฐ์ถอดหัวใจจึงจะสำเร็จแม้ใครได้พกไว้ก็จะเป็นยอดคนดวงไม่ตกฆ่าไม่ตาย ดั่งเราย้ายจิตออกไปจากตัวแม้เจ้ากรรมนายเวรก็ไม่สามารถให้โทษถึงตัวได้

    แก้รหัสเชื่อมสวรรค์ต่อชีพจร
    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านสอดรับสวมใส่กันไว้ท่านว่าห้ามคลายออกให้ใส่ติดอกหรือติดข้อมือไว้เขาจะเชื่อมต่อชีพจรเราเข้ากับพลังงานสวรรค์ จะช่วยพลิกชะตาพัดสิ่งที่ล่มจมให้กลับฟื้นคืนทั้งปราบพยศคนรอบตัวไม่ว่าจะเป็นเจ้านายลูกหลานบริวารหรือคู่ครอง ทั้งจะช่วยเรื่องสุขภาพของเราด้วย ใครมีปัญหาสุขภาพมีลูกยากท่านว่าใส่ไปเลยไม่ต้องถอด วิชาเชื่อมสวรรค์ต่อชีพจรด้วยกาลผูกสัญญานี้ตัวเราจะดุจมีดาวสวรรค์ส่องประกายเป็นสิริมงคลเรียกหาพลังมงคลอยู่ตลอดเวลา ท่านว่ารอบตัวเรานั้นมีพลังงานอยู่มากมายเมื่อเราเชื่อมพลังต่อชีพจรแล้วเขาจะดูดพลังดีเข้ามาและกระแทกปะทะพลังร้ายออกไป นำพลังมาเติมเต็มร่างกายในส่วนที่หายไปไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น แบบที่ว่าทำอย่างไรก็พร่อง ไม่รวยไม่มีวาสนาท่านว่าเราะขาดพลังเหล่านี้ ### เมื่อฟื้นฟูกลับมาจึงเท่ากับแก้ปัญหาที่ตัวเราคือต้นเหตุ แก้รหัสที่ทำให้ชีวิตเราตกต่ำทั้งปวง เมื่อฟื้นคืนแล้วจึงจะได้ชื่อว่าทำอะไรก็มั่งคั่ง ทีนี้จะใช้ชีวิตอยู่ในบ่อเงินบ่อทองหรือจะปรารถนาอะไรก็เป็นเรื่องของใจเราเลย เพราะเราคุมพลังฟ้าสวรรค์เชื่อมต่อกับร่างกายได้แล้วดังนี้

    พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าตะกรุดสำคัญนี้เป็นวิชาที่ขอได้ไหว้รับ ถ้าหมั่นขอทุกวันก็ได้รับในทุกวันเช่นกัน อาศัยความต้องการของเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้วส่งพลังไปขับเคลื่อนตะกรุด เขาย่อมให้คุณกับเราและให้โทษแก่คนที่เราไม่ชอบไม่อยู่ในศีลธรรม(ศัตรู) พ่ออาจารย์ท่านว่าหากมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในชีวิตสามารถอธิษฐานบอกกับตะกรุดได้ว่าเป็นเรื่องอะไรเขาจะช่วยให้เราพ้นไปอย่างแน่นอน ตะกรุดนี้มีชีวิตพ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวใดๆกับเขาขอแค่เราบ่นแค่เราบอกเท่านั้นเขาก็ช่วยเราแล้ว หากพกติดคอหรือติดข้อมือเปิดชีพจรเชื่อมต่อกำลังสวรรค์ ท่านว่าก็เหมือนเราเปิดสามโลกไม่อาจต้านทานความต้องการของเราได้ ทั้งในขณะเดียวกันก็ไม่มีสิ่งใดหยุดความช่วยเหลือได้ ไม่ติดอยู่ในเรื่องผลบุญผลกรรมจึงช่วยไม่ได้แบบนั้นไม่มีเพราะอดีตชาตินั้นเรามองไม่เห็น แต่ปัจจุบันกับอนาคตนั้นเราต้องกำหนดเอง ท่านจึงถือคติที่ว่าจะต้องช่วยในทันที เมื่อได้รับไปควรขอในเรื่องเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่านำไปใช้กลั่นแกล้งคนอื่น ที่สำคัญเลยพ่ออาจารย์ท่านว่าเขาจะทำให้เรารอดจากกรรมเมื่อเรายังใส่ยังนับถือเขาอยู่ แต่หากเราทำเขาหายเขาก็จะไม่ช่วยเราอีกวิบากกรรมก็จะตามเราทัน เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงย้ำว่าให้เอาไปใช้ไปขอแต่เรื่องดีๆเป็นมงคลกับตนเองอย่านำไปรังแกใคร

    วิธีใช้
    - พ่ออาจารย์ท่านให้ตัวเราเองเขียนชื่อตัวเองไปบนตะกรุด ท่านว่าเราจะเป็นเจ้าของเขา จะไม่มีใครในสถานที่ใดทำอะไรเราได้เลย
    - หากจะเซ่นตะกรุดให้แรงขึ้นเรื่อยๆไม่มีจำกัด ท่านให้เอาเหล้าขาวหนึ่งถ้วยน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว เอาตะกรุดไปจุ่มเหล้าสักครู่หนึ่งแล้วจึงเอามาจุ่มน้ำ ท่านว่าทำได้ตลอดหากอยากให้พลังแรงๆหรือไม่สบายใจก็ทำได้ตลอดไม่ต้องเลือกวันยิ่งทำยิ่งดี
    - จะไปหาเงิน จะไปหาความรัก...หรือหาอะไรก็ตาม ก่อนไปให้บอกกับตะกรุดแล้วเราจะได้สิ่งนั้นกลับมา
    - เมื่อได้สิ่งที่ปรารถนาไว้แล้วให้เอาตะกรุดมาแช่เหล้าแช่น้ำอีก แช่เพียงครู่นับหนึ่งถึงสิบในใจให้ท่านเสพย์เท่านั้นเป็นการขอบคุณท่าน
    - ถ้าพกติดตัวได้ตลอดเขาจะนำมาซึ่งพลังงาน...และสิ่งที่ปรารถนาไม่ขาดสาย
    - ไม่มีคาถา,ข้อห้ามการใช้ ขอเพียงอย่านำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อสิริมงคลจะได้สถิตย์อยู่กับเราตลอดไป


    *** ตะกรุดสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านทำเอาไว้ได้หกดอก ท่านว่าเป็นของสูงของหนักครูท่านไม่ให้พูดถึงมากพอจะกล่าวคร่วๆได้เพียงเท่านี้ ### ผู้ที่จะได้ไปครอบครองนั้นจะเป็นผู้ที่พระเวทย์ยอมรับโดยแท้จริง ทั้งพระธรรมได้เลือกเธอแล้ว รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อสกุลวันเดือนปีเกิดรวมทั้งอาชีพและปัญหาที่ติดขัดไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะบอกกล่าวครูและขอกำลังสงเคราะห์ประสิทธิ์กับตะกรุดให้อีกคำรบหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กดอยชาวเขายากไร้ต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดผู้เสียสละผูกพันสัญญารับแทนตัวเจ้า(แก้รหัสเชื่อมสวรรค์ต่อชีพจร) บูชา 4,000 บาท


    80725291-441131839899333-5618221637288591360-n.jpg 80194339-2186696758292083-6651029614049099776-n.jpg
    79645971-912237819170936-1005898713865912320-n.jpg
    80199725-439953660226057-539259540881801216-n.jpg
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา ลูกกรอชุมนุมธาตุอริยภูมิกรองจักรพรรดิสมบัติ(จักรพรรดิตวาดฟ้า)

    ที่เธอแย่..เพราะไม่มีสิ่งใดช่วยคัดกรองชีวิตเธอ เธอจึงต้องรับไปทั้งหมด

    "กรอง 11" หรือ "ลูก 11" ...ที่เสียงใสดังกังวาลปานเสียงจั๊กจั่น
    ลูกกรอตำรับพ่ออาจารย์ท่าน คือ
    ลูกที่ม้วนเอาความฝืดเคือง,ยากจน,เข็ญใจของผู้เป็นพ่อแม่เก็บเข้าไว้ภายในตนเอง มีแต่กรอเข้าๆกรองเอาเฉพาะเรื่องขมขื่นที่ทำให้เราหนักเราทรุดเข้ามา...เพื่อให้ผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั้นเหลือแต่ความสุขบริบูรณ์ ด้วยลูกกรอนั้นจะกรองและกดความยากลำบากตลอดจนสิ่งที่ทำให้ผู้เป็นพ่อแม่ตกต่ำลงเขาจะทับไม่ให้เผยอขึ้นมาได้ ทั้งความขมขื่นเป็นทุกข์ใจ หรือคนที่มีเรื่องชอกช้ำตรอมตรมระทมใจ แม้แต่คนที่ต้องยิ้มทำหน้าชื่นตาบานแต่ในใจกลับฝืนซึ่งความชอกช้ำเอาไว้เหล่านี้ นั่นแหละคือเป้าหมายของลูกกรอที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อให้เปลี่ยนชีวิตที่เราเก็บเรากดความทุกข์ยากเอาไว้ลึกๆ

    เครื่องรางที่สร้างได้ยากที่สุด
    สมัยโบราณจะมีปรอทกรอฝังตามวัดร้างบ้าง วังเก่าบ้างแม้ใครได้ไปครอบครองก็นับเป็นมงคลสูงสุด แต่จวบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้วิธีสร้าง วิธีทำ พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นของใหม่ๆทำกันออกมาเหมือนของเล่นท่านจึงตั้งใจทำลูกกรอของท่านไว้ ท่านว่า "ฉันเรียกลูกกรอเพราะฉันทำตามแบบของฉัน ทำตามตำรับเสด็จพระใหญ่ท่าน แบบนี้จึงเป็นลูกกรอแบบของฉันไม่ซ้ำกับใครทั้งในอดีต,ปัจจุบันและอนาคต" ด้วยกว่าจะทำได้นั้นท่านต้องทำลูกกรอด้วยชนวนแผ่นยันต์อาถรรพ์และนำปรอทมาเข้าด้วยทองคำเคลือบผิวไว้เผาไล่ด้วยความร้อนซ้ำยังต้องทำแก้วสามโลกตำรับเสด็จพระใหญ่โลกบรรจุไว้ภายในเป็นการเฉพาะ

    ด้วยเสด็จพระใหญ่ท่านพูดกับพ่ออาจารย์ไว้ว่านับเเต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เมื่อกำเนิดสรรพชีวิตขึ้นมา กาลเวลาผ่านไปชีวิตเหล่านั้นได้วนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร สัตว์โลกทั้งหลายเขาไหลไปตามกรรม ตามวาระ ตามกาลเวลาของเขาเเต่ละรูปนาม จะหาที่เสมอเหมือนกันนี่บ่มิได้ "ด้วยกลัวภัยอันเกิดจากเคราะห์กรรมนานัปประการจะเกิดแก่สรรพชีวิต เพราะยุคนี้โลกเสื่อมทรามลงนักหนา" จึงได้มอบวิชาบอกวิธีทำของวิเศษอย่างหนึ่งไว้กับพ่ออาจารย์ ท่านว่าเมื่อเห็นถึงเวลาตามสมควรเเล้ว ก็ให้ทำซะ เเต่เราเเละเธอคงช่วยมนุษย์เหล่านั้นได้เพียงหยิบมือ เฉพาะคนที่มีวาสนาเกื้อกูลกับสายบารมีนั้นมีไม่มากจะช่วยทั้งหมดนั้นคงเป็นไปไม่ได้

    เพราะสมัยนี้คนเราเวลาเดือดร้อนนี่จะน่ากลัวมาก เพราะเขาจะทุรนทุรายหาทางออกหาทางเอาตัวรอด ทำให้โดนหลอกโดนต้มจากพวกบรรดาหมอดู คนทรงเจ้าเข้าผีหรือเดรัจฉานวิชาฝ่ายต่ำต่างๆ จากที่ยิ่งเดือดร้อนอยู่เเล้วกลายเป็นยิ่งทุกข์หนักขึ้นไปอีก ท่านจึงตัดสินใจนำลูกกรอที่สร้างไว้ออกมาเพราะอาศัยที่ลูกกรอนั้นมีกำลังแรงกล้า "และจะกรองเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดเข้ามาในชีวิตพ่อแม่แบบไม่มีฉาบฉวย" เขาจะยิ่งมีกำลังแรงกล้าไม่ถดถอยลงถ้าพ่อแม่ของเขามีเรื่องทุกข์มากมีสิ่งให้คัดกรองเข้าชีวิตมาก(เขาก็จะยิ่งทำงานมากยิ่งเก่งมาก) และเครื่องมงคลลูกกรองนี้ท่านว่าทำอย่างไรก็ไม่มีวันเสื่อม ใส่ไปที่ใดก็ไม่เสื่อม ใครก็คัดถอนเขาไม่ได้ทั้งนั้น

    ผู้ที่โชคดีได้ลูกกรองไว้เสมือนได้เเก้วมณีมีของวิเศษอยู่ในครอบครอง ยิ่งโดนทุบโดนตีชีวิตก็ยิ่งดียิ่งดังเมื่อมีลูกกรองคอยกรองสิ่งต่างๆในชีวิตท่านว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ที่สำคัญเลยในลูกกรอท่านจะบรรจุแก้วสามโลกไว้ตามตำรับเสด็จพระใหญ่ที่สอนเฉพาะพ่ออาจารย์ ท่านว่าแก้วสามโลกนี้ไม่ใช่ของธรรมดาเพราะทำเอาด้วยวิชา ย่อมเหนือกว่าเหล็กไหลและปรอทสำเร็จ ท่านว่าเล่นแร่แปรธาตุอยู่นานยากนักกว่าจะได้มาเพียงติดว่าเกือบตายไปเสียก่อนไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ทำต่อ อาถรรพ์แก้วสามโลกนี้แม้ตัวเราจะปรารถนาอะไรถ้าเขย่าแล้วอธิษฐานด้วยเคล็ด"จักรพรรดิราชตวาดฟ้า"ที่พ่ออาจารย์ท่านลงไว้ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้ดังปรารถนา เสมอด้วยความต้องการให้ได้มา ดั่งเป็นความปรารถนาของพญาจักรพรรดิราชที่เทพยดาทั้งหลายต้องน้อมรับเท่านั้น แก้วสามโลกที่ลงอาถรรพ์ด้วยวิชาพญาจักรพรรดิราชตวาดฟ้านี้แม้ปรากฏขึ้นที่ใดเทวดาต้องมารับใช้มาดูแลบันดลดันดาลให้มิเช่นนั้นเขาจะทนเสียงลูกกรอไม่ได้ดั่งศรีษะเขาจะเเตกออกเป็นเจ็ดภาค พ่ออาจารย์ท่านต้องใช้เวลาถึงเก้าปีกว่าในการสร้างสุดยอดเครื่องรางชิ้นนี้เพราะท่านว่าการลงวิชานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้สำเร็จได้ง่ายเลย ท่านต้องนำลูกกรองนี้ไปบรรจุไว้ตรงหน้าพระประธานในอุโบสถวัดต่างๆ ในเวลาที่มีการชุมนุมสงฆ์ลงพระอุโบสถสวดปาฏิโมกข์กัน เพียรทำไปทีละปี ปีละวัด ทำเช่นนี้จนครบ 9 ปี 9 วัด ซ้ำยังต้องบังตาคนไว้ด้วย

    ทั้งนี้ลูกกรองยังใช้ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลทั้งปวงที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรา เวลาเรามีภัยเขาก็จะหมุนส่งเสียงดังกังวาลขึ้นเองเพื่อเตือนเราให้ระวังภัยให้จงหนัก หรือใช้สติตัดสินใจในสิ่งที่คิดอยู่ให้ดีว่าเปลี่ยนใจก็ยังไม่สาย พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อลูกกรองฉันดังเมื่อไหร่ แม้ตอนนั้นเธอคิดอะไรอยู่ก็ให้ล้มเลิกกลับใจเสียเพราะการกระทำนั้นจะนำมาซึ่งความวิบัติอย่างแน่นอน เมื่อได้รับลูกกรอไปเขาจะช่วยปรับร่างกายให้สมดุลย์ดีทำให้จิตใจผ่องใส อวิชชาทั้งหลายจะไม่มาเเผ้วพาล ทั้งยังชัดด้วยสติตรึกตรองนึกคิดพิจารณาสิ่งใดๆนั้นจะเเจ่มเเจ้งและสว่างมากขึ้น ใช้ขับล้างอกุศล ชะลอเเละบรรเทาโรคเวรโรคกรรมเเต่เก่าก่อนอันหาสิ่งใดจะมาบรรเทามิได้ ช่วยฟื้นฟูจิตใจ ผลักดันสร้างสรรค์พลังงานทางบวกในร่างกายให้มีมากขึ้น เพราะเป็นการสร้างสรรค์เเละปรับเปลี่ยนจากภายในจากจิตใจของผู้ใช้เองจนส่งผลสัมฤทธิ์ผลมาถึงภายนอกท่านว่าเเบบนี้มันพัฒนาตัวเราไปแบบมั่นคงเเละจีรังถาวรณ์ไม่ฉาบฉวย นอกจากนี้ลูกกรอยังมีอานุภาพต่างๆกันดังนี้
    - เป็นเครื่องรางที่ชักชวนให้ผู้ที่เป็นเจ้าของฝักใฝ่ในธรรมะ ชอบที่จะสร้างบุญกุศล สวดมนต์ ไหว้พระและฝึกฝนปฏิบัติทางจิต เช่น น้อมจิตให้ชอบสวดมนต์ นั่งสมาธิ ประพฤติปฏิบัติธรรม จนเข้าสู่กระแสธรรมแห่งวิปัสสนาญาณไปในที่สุด จนทำให้ผู้ที่ครอบครองรู้แจ้งเห็นจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ตามบุญบารมีของผู้ที่เป็นเจ้าของไปโดยปริยาย
    - เป็นเครื่องรางที่จะเข้าไปบั่นทอนอาสวะกิเลสที่กำลังเกิดขึ้นของผู้ใช้และผู้คนที่อยู่รอบข้าง ผู้ที่อยู่ใกล้ตัว ให้สภาวะแห่งกิเลสนั้นค่อยๆดับลงไป ทำให้ปัญหาต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในหน้าที่การงานและครอบครัว หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหมดปัญหาลงไป พูดจากันเข้าใจและทำให้จิตไม่คิดเกินใจ ไร้อารมณ์แห่งการย้ำคิดย้ำทำเพราะลูกกรองชนิดนี้มีเมตตา ใช้ได้ทั้งคุ้มครอง แคล้วคลาด คงกระพัน โชคลาภ มีบารมีในทุกๆด้าน1000% สุดแล้วแต่ผู้ที่ครอบครองจะอธิษฐาน
    - เป็นยอดแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เทวคุณ พรหมคุณ และอริยคุณ แห่งสัมมาทิฐิบารมีซึ่งจะดูแลรักษาลูกกรองอยู่ตลอดเวลา เป็นสุดยอดแห่งเวทย์ที่มีอยู่ในจักรวาลดั่งเป็นองค์บารมีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะฝากไว้กับศิษย์ซึ่งร่วมวาสนาบารมี ด้วยสาดรัศมีแสงแห่งความร่มเย็นที่จะนำเข้าสู่อริยธรรมออกมา จึงเป็นยอดเครื่องรางที่ซึมซับเอาอริยบารมีแห่งการปฏิบัติทั้งมวลของเจตสิกที่มีความบริสุทธิคุณเอาไว้ในลูกกรองนี้
    - เมื่อผู้ใช้เกิดวิกฤตแห่งไฟกิเลสหรือมีมารผจญชีวิต ลูกกรองก็จะเกิดความเร่าร้อนตามไปด้วย เขาจึงมีหน้าที่ช่วยกรอและกรองเหตุร้ายทั้งหลายเพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้เราต่อสู้กับกิเลสตัณหาและความทะยานอยากทั้งหลายได้อย่างสบาย(เรียกว่าทำให้ชีวิตเราดีขึ้นจนมีโอกาสสร้างสมบารมีเช่นนั้น) จนกว่าที่เราจะสามารถฝ่าฟันเอาชนะกิเลสแห่งตนให้หมดไปและตั้งมั่นในการสะสมบุญบารมีจนกว่าจะเห็นทางแห่งการพ้นทุกข์นั้น ลูกกรองเขาจะไม่หยุดกรองเรื่องร้ายออกไปเลย


    ทำไมจึงเรียก "ลูก 11"
    เพราะเป็น "ลูกกรอชุมนุมธาตุอริยภูมิกรองจักรพรรดิสมบัติ" ที่ตอนทำต้องชุมนุมธาตุอริยภูมิของมหาโพธิสัตว์ทั้งหลายในดุสิตสวรรค์แลทวยเทพที่มีกำลังอริยบุคคลตั้งแต่สัตตักขุงปรมะโสดาบันขึ้นไปจนถึงมหาพรหมอนาคามีและแดนพระนิพพาน เป็นลูกกรองที่ใช้กำลังยิ่งใหญ่ของโพธิสัตว์เจ้าและพระอริยบุคคลทุกชั้นทั้งหลายมาทำ เพราะเช่นนี้วิชานี้ถึงเป็นวิชาที่เปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด ท่านว่าขอบเขตนั้นไร้จำกัดย่อมมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล ใครที่ได้ลูกกรองไปอธิษฐานจะเปลี่ยนแปลงชีวิตและชะตากรรมไปถึงก้นบึ้งเเละรากเหง้าทีเดียว เหตุที่เรียก "ลูก 11" นั้นก็เพราะอาศัยกำลังของอริยภูมิทั้งสิบเอ็ดขั้นได้แก่
    1.สัตตักขุงปรมโสดาบัน เริ่มแรกก็สำคัญเลยนี่ก็เป็นพระโสดาบันประเภทหนึ่ง คือมีกำหนดอีกเพียง 7 ชาติสุดท้ายเท่านั้น ก็จะหยุดวงจรการเกิดแก่เจ็บตายบรรลุพระอรหัตผล พ่ออาจารย์ท่านบอกว่า สัตตักขุงปรมโสดาบันนี้จะต้องวนเวียนคอยเกิดดับอีกเพียง 7 ครั้งเเละทุกครั้ง จะต้องอยู่ในสุคติภูมิเท่านั้นไม่ลงสู่ทุกข์คติเเล้ว จำไว้นะว่าตั้งเเต่พระโสดาบันขึ้นไปลงสู่ทุกข์คติไม่ได้ ปิดทางนรกไว้เเล้ว
    2.โกลังโกละโสดาบัน อันนี้ก็สำคัญแม้พระอินทร์องค์ปัจจุบันที่ท่านตั้งปรารถนาจะไปอุบัติในสุทธาวาสมหาพรหม ก็เป็นพระอริยบุคคลชั้นโกลังโกละโสดาบันเช่นกัน พวกเธอจำเอาไว้โกลังโกละโสดาบันนี่คือผู้ไปจากสกุลสู่สกุล หมายถึงอยู่ในสกุลที่สูงมากแล้วก็ไปต่อด้วยภพชาติที่สูงมากเช่นกัน มีกำหนดเกิดอีกเพียง 2-3 ครั้งก็จะเข้าสู่ความหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารเกิดเเก่เจ็บตาย เข้าสู่ความเป็นอรหัตผล
    3. เอกพีชีโสดาบัน อันนี้ถือว่าหาได้ยากมากในจำนวนพระโสดาบันทั้งหมด ซึ่งก็คือผู้ที่ถืออัตภาพเพียงอันเดียว มีอีกเพียงภพชาติเดียวเท่านั้นก็จะเข้าสู่ความเป็นอรหันต์หลุดพ้นการเกิดเเก่เจ็บตาย เป็นภาวะที่เรียกว่าสูงสุดและประณีตที่สุดในภาวะของพระโสดาบันก็อาจจะกล่าวได้
    4. สกทาคามี อันนี้ไม่มีแบ่งแยกอะไรมาก เข้าใจตรงกันว่าพระสกทาคามีนั้นต้องมาเกิดอีกเพียงครั้งเดียวก็จะหลุดพ้นการเกิดแก่เจ็บตาย
    5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อันนี้เป็นพระอนาคามีอันดับแรก ซึ่งจัดอยู่ในช่วงของวงจรสิ่งมีชีวิตที่สูงมาก กล่าวคือเป็นพระอนาคามีผู้มีกระแสอยู่เบื้องบนสู่อกนิฏฐภพ เรียกว่าเป็นสิ่งพิเศษเลยก็ได้สำหรับพระอนาคามีชั้นนี้ เพราะจะได้มาอุบัติอยู่ในปัญจสุทธาวาสมหาพรหมไม่ชั้นใดก็ชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะจุติไปอุบัติในขั้นที่สูงยิ่งขึ้นคือเป็นพระอนาคามีที่วนเวียนอยู่ในปัญจสุทธาวาส เมื่อพ้นชั้นรองเเล้วก็จะไปสู่ชั้นสูงสุดคืออกนิฏฐมหาพรหมแล้วเลยไปเข้านิพพาน
    6. สสังขารปรินิพพายี อันนี้เป็นพระอนาคามีที่วนเวียนอยู่ในปัญจสุทธาวาสมหาพรหมเช่นกันแต่เป็นประเภทพิเศษ คือใช้ห้วงเวลามากเป็นพิเศษเพราะเป็นประเภทที่จะถึงนิพพานได้ต้องใช้เเรงชักจูง ใช้ความเพียรพยายามหนักมาก
    7. อสังขารปรินิพพายี จำพวกนี้ก็เป็นเหล่าพระอนาคามี แต่เป็นพระอนาคามีที่ค่อนข้างสบายหน่อย คือไม่ใช้แรงชักจูง ไม่ต้องใช้ความเพียรมากนัก เมื่อเป็นพระอนาคามีแล้วในระยะเวลาอันสั้นก็จะเข้าสู่นิพพานได้เลย
    8. อุปหัจจปรินิพพายี ประเภทนี้เป็นพระอนาคามี ผู้มาเกิดเป็นพรหมในมหาสถานปัญจสุทธาวาสมหาพรหม และมีพรหมมายุขัยพ้นไปได้เกินครึ่งเเล้วแต่ยังไม่ทันครบตามอายุขัยแห่งมหาพรหมนั้นๆก็จะเข้าปรินิพพาน
    9. อันตราปรินิพพายี ประเภทนี้ก็เช่นกันกินเวลาเร็วเป็นพิเศษ นั่นคือเป็นพระอนาคามีที่เกิดในแดนปัญจสุทธาวาสมหาพรหมไม่ชั้นใดก็ชั้นหนึ่ง แต่ควรจะเป็นชั้นอกนิกฐมหาพรหม นอกจากจะมีวัตถุประสงค์และความผูกพันธุ์กับชั้นอื่นจึงไปเกิดที่นั่นเป็นกรณีพิเศษ พระอนาคามีประเภทนี้จะเสวยพรหมมายุขัยอยู่เพียงไม่นานนัก คือยังไม่ทันถึงครึ่งเเห่งอายุขัยของมหาพรหมในชั้นนั้นๆก็จะเข้าสู่ปรินิพพาน
    10. ปัญญาวิมุติ ประเภทนี้คือพระอรหันต์ เลยพิภพภวัครา เข้าสู่โลกุตระภูมิแล้ว เป็นพระอรหันต์ ที่หลุดพ้นได้โดยใช้ปัญญา
    11. อุภโตภาควิมุติ นี่ก็อยู่ในโลกุตรภูมิ เป็นพระอรหันต์เช่นกัน ประเภทนี้จะเข้าสู่ความเป็นอรหันต์ได้โดยใช้การบรรลุเจโตวิมุติญาณอรูปสมาบัติก่อน แล้วจึงได้ปัญญาวิมุติตามมา
    เพราะทำด้วยบารมีของ 11 ภูมิอันได้ชื่อว่าเป็นอริยภูมิสูงสุด จึงเรียกว่า "กรอง 11" หรือ "ลูก 11" ซึ่งลูกกรองนี้นอกจากจะเตือนภัยและกลั่นกรองชีวิตคนใช้ ยังสามารถแสดงฤทธิ์ให้ปรากฏได้ด้วยการป้องกันสิ่งชั่วร้าย คุณไสย ลมเพลมพัดไม่ดีทั้งหลาย คนที่เล่นของเอาของไปปล่อย เช่นพวกว่าน พวกผี น้ำมันลูกกอก น้ำมันพราย หรือสิ่งที่เป็นอมนุษย์เกเรทั้งหลายเวลาตัวเราจิตอ่อนหรือดวงตกก็อาจจะได้รับของเหล่านี้เข้าตัวไป พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้ามีลูกกรองของพวกนี้เจาะเข้ามาไม่ได้เลย เหมือนคนร้ายติดด่านตำรวจที่ตั้งสกัดอยู่ 108 ชั้น เจาะอย่างไรก็เข้าไม่ถึง ทั้งลูกกรอนอกจากจะใช้ป้องกันสิ่งอัปมงคลทั้งปวงเขายังนำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้

    ลูกกรอนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าใช้ได้ดั่งพรายกระซิบ คือเราสามารถบอกกล่าวเขาได้ว่าอยากเห็นอยากให้เขาบอกหรือนิมิตอะไร แม้แต่อยากให้เขาส่งเสียงเวลาเรามีอันตรายในเรื่องไหน(พ่ออาจารย์ท่านว่าเจรจากันเองได้เลย) นอกจากนี้ลูกกรอยังได้ชื่อว่ามีเดชมาก แม้เอาไปวางไว้ตรงไหนเทวดาเกเรนี่อยู่ไม่ได้เลย ทั้งทุกข์โทษเคราะห์ยังหนีไกลภูติผีสัมภเวสีที่คิดร้ายจะให้ผลร้ายกับเรานี่ไม่มีอีกต่อไป เพราะปลุกเสกครั้งใดทั้งเทพเจ้าเเละภูติผีทั้งหลายก็ตกประหม่าขวัญเเตกกระเจิงกันทั้งนั้น ### หากอธิษฐานใช้ในอาชีพการทำงานของตน ท่านว่าจะเจริญไวดั่งได้ทิพยสมบัติ ตัวเราจะสมบูรณ์รุ่งเรืองเดชดั่งเทพเจ้าชั้นฟ้าเช่นพญาอินทราธิราชหรือบรมพรหมสฮัมบดีเช่นนั้น ตัวเราจะมีอานุภาพดั่งจักรพรรดิ แม้วางเอาไว้ก็มีรัศมีสว่างไกลไปได้ 18 โยชน์ เทพพรหมทั้งหลายย่อมมารวมตัวชุมนุมบันเทิงยินดีเมตตาอยู่ด้วยตัวเรา เคราะห์กรรมจัญไร ทุกข์ภัยอัปมงคลใดๆก็พินาศสูญสิ้น คนทำมาหากินจะเป็นเศรษฐี เศรษฐีจะกลายเป็นมหาเศรษฐี ทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูน คนโชคร้ายจะกลับกลายเป็นคนโชคดี คนรักหน่ายรักหนีจะพลิกกับมามีเสน่ห์เป็นที่รัก เพศตรงกันข้ามจะเกิดความรักเมตตาเสน่หาอุ้มชูอุปถัมภ์ คนไม่มีลูกจะมีลูก ผัวเมียรังเกียจกันจะคืนดีต่อกัน คนไม่มีสติปัญญาจะมีสติปัญญา มีข้าทาสบริวาร บังเกิดตบะเดชาปรากฏไปทั่วทุกทิศ

    อันแท้จริงนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาทำลูกกรอนั้นเหนือกว่าปรอทกรอใดๆ เพราะเป็นของเฉพาะ เป็นวิชาของสมเด็จองค์ปฐม พ่อพระพุทธท่านให้ฉันมา ฉันจึงต้องบอกว่าลูกกรอนี้เป็นของสูง เอาติดตัวไว้ถ้ามีภัยจะได้รู้ตัวก่อน อยู่กับตัวก็ส่งเสริมให้เจริญวัฒนาสถาพร จะเกิดโชคลาภใหญ่ยิ่ง *** จะมีคนมาบำรุงเราให้รุ่งเรือง(ดั่งพระอริยบุคคลทั้งสิบเอ็ดชั้นอริยภูมิแม้ปรากฏขึ้นที่ใดคนก็แห่ไปบำรุงด้วยลาภสักการะมากมายปานนั้น) ไม่มีตกต่ำเลย จะใช้ทางเจรจาก็ได้พูดให้คนฟังเคลิ้มก็ได้ หรือจะอธิษฐานดึงคนดีๆเข้าชีวิต อธิษฐานให้เจอลูกค้าดีๆ เจอเพื่อนพี่น้องร่วมงานที่ดี พกใส่กระเป๋าก็กรองเงินเข้ามาได้ ท่านว่าใช้ได้หมดเพราะเขากรองจนเหลือแต่สิ่งที่ดีและบริสุทธิ์ใจกับเราจริงๆเข้ามาหาเรา ยิ่งใครที่ตกอับติดขัดหรือโชคร้ายต้องอุบาทว์ใดๆ ลูกกรอนี้แกว่างน้ำราดรดหัวใช้ล้างอุบาทว์ได้ปัดอุบาทว์ทั้งปวงทิ้งได้ (ข้อห้าม อย่าเอาไปขว้างปาใส่ใคร ลูกกรอนี้มีเดชมากดั่งวชิราวุธของพระอินทร์และศาสตรามหาเทพทั้งหลาย จะทำให้สติเขาฝั่นเฝือนได้)

    เมื่อได้อาราธนาลูกกรองแล้วท่านว่าเลิกกังวลเกี่ยวกับดวงชะตาไปได้เลย เพราะชีวิตเปลี่ยนดวงเปลี่ยนเเล้ว บารมีคุณพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ตลอดด้วย 11 อริยภูมิลงมาสงเคราะห์แล้ว ครูพระท่านเหยียบเกล้าเหยียบกระหม่อมเราเเล้วสัพเคราะห์ใดๆแม้มีกำลังมากก็ไม่อาจกล้ำกรายเราได้ ทุกข์เข็ญเคืองขัดหมู่มารสิ่งไม่ดีทั้งหลายไม่อาจทำอันตรายแก่เราได้ ปิดประตูทุกข์ได้เลย เชื่อว่าพวกเธอจะดีวันดีคืนทำอะไรก็ไหลรื่นประสบความสำเร็จ เพราะกำลังแห่ง 11 อริยภูมินี้นับเป็นที่สุดแล้วก็จะเป็นเหตุเเละที่มาเเห่งความเจริญรุ่งเรืองมิรู้จักจบสิ้น

    ท่านเฝ้าเสกทุกฤกษ์ทั้งราชาฤกษ์ เพชรฆาตฤกษ์ มหัทธโนฤกษ์ เทวีฤกษ์ สมโณฤกษ์ ทลิทโทฤกษ์ เทศาตรีฤกษ์ ท่านเสกเก็บจนครบทุกฤกษ์ เเม้เเต้วันสำคัญอย่างวันสงกรานต์ท่านก็เอาไปเสก เสกบนดอยท่านก็นำขึ้นไป ฤกษ์จันทรุปราคา-สุริยุปราคาในพิธีอุปราคาทั้งสองท่านก็นำไปเสก ไม่ว่าจะวันวิสาขาบูชาจันทร์เต็มดวงเต็มฟ้าน้ำเต็มสมุทร จันทร์ซ้อนจันทร์ บรรจุคุณแห่งสายฟ้า ขอเงินพระจันทร์.....ท่านทำจนลูกกรอเต้นได้ โดดพาน สั่นสะเทือนเกรียวกราวเสร็จตามพิธีท่านก็เก็บไว้ มองฟ้า รอเวลาให้ถึงพร้อมบรรจบกันทำเก็บไว้เช่นนั้น รอว่าเมื่อไหร่จะได้เอาออกมาช่วยผู้ที่มีวาสนาตามปกาศิตพ่อพระพุทธเพื่อให้ใช้รับมือกับความทุกข์หลากชนิดหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะมีทุกข์จากดาวนพเคราะห์ จากชะตาชีวิต จากกฏแห่งเวรกรรมตามวัฏฏสงสาร จากเจ้ากรรมนายเวรในอดีตที่ชาตินี้เราไม่รู้อะไรด้วยตามเล่นงานหลอกหลอน จากศัตรูหมู่มารเทวดาอันธพาลทั้งหลาย จากความทุกข์ทวีมากขึ้นสู่ทุกข์เข็ญ ตกยาก ลำบากอึดอัดคับข้องใจ จากความปรารถนา จากหน้าที่การงานต่างๆ....จนพ่อพระพุทธท่านอนุญาติท่านจึงนึออกมา ท่านว่าก็แค่ใช้ลูกกรอ ให้เขากรองสิ่งไม่พึงประสงค์ออกไปเท่านั้น..แล้วคอยดูเถอรอฟังแต่เรื่องดีๆได้เลย

    คาถาบูชา
    วิเนยโย วรราชา วะอภิธัมโม รหิโต สะตันโต อะมัจโจ ตถา ตโย หิสันติเส สัพเข็ญสัพเคราะห์แล่นมาพานพุทโธกำจัด สัพลางร้ายแล่นมาข้องพุทโธกำจัด ทุกข์เข็ญเเล่นต้องมาถึงตนพุทโธกำจัด ทุกข์แล่นเข้าถึงเนื้อพุทโธกำจัด เข็ญแล่นเข้าถึงใจพุทโธกำจัด ปัดอันตรายให้หนี ปัดอันดีให้อยู่ ทุกข์เข็ญให้สูญหายณ.บัดนี้

    *** ลูกกรอชุมนุมธาตุอริยภูมินี้ พ่ออาจารย์ท่านห้ามไม่ให้พูดถึงวิธีสร้างใดๆเพราะเป็นความลับของฟ้าสวรรค์ เป็นของสูง เป็นวิชาตำรับของท่าน เช่นนั้นผู้ที่ได้ "ลูก11" นี้ไปบูชาจะต้องได้ชื่อว่ายังไม่สิ้นด้วยทุกข์เข็ญจริงๆ พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียง 5 ลูกเท่านั้น ผู้บูชาท่านให้แจ้งชื่อและนามสกุลเพื่อใช้ในการประสิทธิมงคลด้วย รายได้ร่วมสมทบทุนโครงการอาหารกลางวันเด็กยากไร้สืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ลูกกรอชุมนุมธาตุอริยภูมิกรองจักรพรรดิสมบัติ(จักรพรรดิตวาดฟ้า) บูชา 4,000 บาท


    80746401-818429661912995-2576790720434143232-n.jpg 80726186-482651735713678-5477820354678226944-n.jpg
    80520850-459448431276259-7643540253428416512-n.jpg
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290
    ร่วมทำบุญบูชา สรภูกลืนอินทร์กินตับควักหัวใจ(มหาธาตุอาตมันมีไข่เต็มท้องมีทองเต็มพุง)

    พ่ออาจารย์ท่านทำเครื่องรางอันมีกฤติยาคมแฝดขึ้นมาชนิดหนึ่งนั่นคือทำวิชาตุ๊กแกของท่าน หากแต่ตุ๊กแกของท่านนั้นต่างจากที่อื่นเพราะเป็นตุ๊กแกที่กลืนงูเขียวโดยมีหางของงูเขียวโผล่จากปากตุ๊กแก หรือที่ท่านเรียกว่าสรภูกลืนอินทร์(ด้วยหมายเอางูเขียวว่าเขียวเหมือนพระอินทร์)

    สรภูกลืนอินทร์
    ท่านหมายถึงวิชาที่มีอำนาจมากสามารถกลืนกินได้ทุกอย่างแม้กระทั่งองค์อินทร์เจ้าสวรรค์ก็ยังโดนกลืนได้ ท่านว่าวิชานี้เอาไว้ทำหุ่นตุ๊กแก # เมื่อทำแล้วผู้ที่พกตุ๊กแกของท่านนั้นจะได้กินทุกสิ่งที่อยากกิน ต่อให้สิ่งนั้นจะหนักหนาหรือมีอำนาจมากกว่าตัวเองซักแค่ไหนก็ไม่พ้นมือเราไปได้ วิชานี้เกี่ยวเนื่องด้วยความเชื่อโบราณซึ่งตุ๊กแกนั้นจะให้งูเขียวช่วยกินตับตัวเอง(เป็นเพียงความเชื่อ)เพื่อให้ตนเองมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เมื่อทำวิชาพ่ออาจารย์ท่านว่าย่อมมีดีเหนือวิชาตุ๊กแกโดยปกติเพราะงูเขียวนั้นท่านเปรียบว่าเขียวอย่างพระอินทร์นะเป็นวิชาทางมายาศาสตร์ที่ช่วยคนให้ชนะได้ง่าย ได้กิน ได้สมหวังในทุกเรื่องที่ปรารถนาอย่างง่ายๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตใครที่ย่ำแย่ลงถ้าได้สรภูกลืนอินทร์นี่มันแก้อาถรรพ์กันทันทีเหมือนความเชื่อที่ว่าพ่องูกินตับตุ๊กแกจากร่างกายที่ย่ำแย่ก็จะกลับมามีชีวิตยืนยาว วิชานี้ก็เช่นกันถ้าชีวิตใครแย่ๆอยู่ใช้สรภูกลืนอินทร์นี้เขาจะดีขึ้นทันที
    ทั้งสรภูกลืนอินทร์ยังเป็นมหาอำนาจอย่างที่สุดหรือจะใช้ทางมหาปราบก็ได้เพราะวิชานี้ท่านว่าเขาดุปราบไปได้ทั่ว
    *** หากชีวิตเรามีใครมาสร้างความรำคาญคอยกวนใจนี่เข้าทางเลย นิสัยเขาคือกำจัดสิ่งรบกวนรอบตัวในชีวิตอยู่แล้ว จะใช้ทางเมตตาโชคลาภก็ได้ แม้แต่การพนัน(สิ่งที่ผิดศีลก็ได้ทั้งสิ้น)...ท่านว่าอะไรทำเงินได้หาเงินได้ หาความสุขได้ วิชานี้ใช้ได้หมดเลยไม่มีข้อห้าม ต้องมานั่งถอดนั่งกลัวว่าจะเหมาะสมหรือไม่ ทั้งยังเป็นเครื่องมงคลพิเศษที่ขัดเกลาสัมผัสที่หกของผู้ใช้ให้แหลมคมขึ้นจนสามารถรับรู้เรื่องเหนือธรรมชาติได้ รวมไปถึงช่วยสร้างลางบอกเหตุร้ายดีต่างๆให้เอะใจก่อนจะลงมือตัดสินใจทำอะไร(พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาจะขัดเกลาความรู้สึกเรา ก่อนจะทำอะไรให้เราเชื่อความรู้สึกตัวเอง นั่นแหละคือลางสังหรณ์ที่เขาบอกกับเรา)
    เมื่อท่านหล่อสรภูนั้นท่านว่ามีอาถรรพ์มาก นอกจากจะกลืนกินและเขมือบได้ทุกสิ่งแม้แต่สิ่งซึ่งสูงใหญ่และมีอำนาจเกินฝันของตนแล้ว(ท่านเปรียบงูเขียวว่าเขียวแบบพระอินทร์คือเป็นหุ่นอาคมกินได้ทั้งสวรรค์) แม้
    สิ่งผ่านหูผ่านตาเราอยากได้อะไรก็ตะครุบไว้ได้ทั้งสิ้นไม่มีหลุด เหมือนมือตุ๊กแกที่เกาะได้ทุกอย่างจับอะไรไม่หลุดร่วง เกาะสิ่งใดก็ยึดติดเหนียวแน่นเรียกว่าผ่านมือแล้วยากจะปล่อยหรือดึงกลับ ทั้งยังดุร้ายคุ้มครองรักษาผู้เป็นนายอย่างเข้มงวดกวดขัน อาศัยที่วิชานี้เป็นวิชาสรภูท่านว่าตุ๊กแกของท่านนั้นเป็นตุ๊กแกตีนผี(คิดแล้วได้ดั่งใจ) เพราะเราคิดเราทำอะไรมันจะสำเร็จไวอย่างน่าทึ่งเหมือนนิสัยเขาที่เคลื่อนไหวรวดเร็วว่องไว ทั้งยังร้องทักบอกโชคลาภแก่เราได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าอธิษฐานแก่เขาได้เลย
    - จะอยู่เย็นเป็นสุขพบความรุ่งเรือง
    - จะได้เงินทองแม้ไม่ตั้งตัว
    - จะได้รับข่าวดีมีแต่เรื่องน่ายินดีในวันที่มีเขาอยู่ด้วย
    - จะได้โชคลาภสมความปรารถนา
    - สิ่งที่ตั้งใจทำจะประสบความสำเร็จ


    ตามเคล็ดโบราณที่ว่างูเขียวช่วยกินตับควักหัวใจตุ๊กแก จึงเป็นเคล็ดที่ว่าสรภูกลืนอินทร์จะช่วยให้เราอิ่ม...ให้เรามีครบในเรื่องทางโลก ถ้าจะเล่นทางเสน่ห์กิน..บ ท่านว่าก็ทำได้จะกินอะไรก็ได้อยู่ที่นิสัยเจ้าของขอให้เป็นเรื่องทางโลกบอกเขาได้หมดไม่ติดว่าจะดีหรือจะชั่วเพราะเขากินลึกกินตับควักหัวใจหมายตาเหยื่อไว้ย่อมไปไหนไม่รอด ใครที่ทำงานแล้วลำบากหรือยากกว่าจะพูดจะทำ กว่าจะได้อะไรมาซักอย่าง(บ้านรถที่ดินทรัพย์สินปัจจัยสี่) พ่ออาจารย์ท่านว่านี่ให้คุณลูกโดดเลยกินอะไรก็ง่ายกินอะไรก็ได้หมดไอ้ที่ยากๆในชีวิตหรือยังทำไม่ได้นี่หาไม่เจอ ยิ่งถ้าปฏิสัพันธ์กับคนอื่นด้วยก็เหมือนกินใจเขา ขาดอะไรเราก็มีเพราะทำอะไรก็เสมือนหนึ่งว่าคนอื่นยกหัวใจให้ เราเจ้านายสรภูนั้นกำเอาหัวใจเขามา ทั้งคุณวิชานี้ยังเป็นกฤติยามคมแฝดเมื่อเราทำอะไรที่เสี่ยงภัยเสี่ยงอันตรายคาบลูกคาบดอกน่าจะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าพกหุ่นสรภูกลืนอินทร์นี้แล้วทำไปเถอะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องทักก็ไม่ต้องหยุด อะไรที่เขาไม่เตือนนี่ลุยได้เลยไปได้ก็กลับได้ที่ว่าอันตรายต้องโดนต้องเคราะห์ต้องโทษต้องอุบาทว์ทั้งหลายก็พ้นมาได้ภัยทั้งหลายกลืนเราไม่ลง พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจอยากให้ได้ใช้กันจริงๆเพราะท่านเห็นควรว่าชีวิตคนยุคนี้มีความเสี่ยงมาก จะทำอะไรตัดสินใจอะไรกับชีวิตก็เสี่ยงไปหมด ในเมื่อจะเสี่ยงแล้วก็ต้องทำเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วจะกลัวมันทำไม วิชาสรภูกลืนอินทร์นี้เขาดีทางเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงให้เป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า ยิ่งชีวิตใครเสี่ยงมากก็ยิ่งบรรลุผลตอบแทนซึ่งยิ่งใหญ่มาก ยิ่งอันตรายมากเป้าหมายก็ยิ่งชัดเจนมากดั่งสรภูเขาเปิดช่องน้อยแต่พอตัวที่เราจะรอดหลุดปัจจัยเสี่ยงนั้นไปให้กับเรา เขาแหวกทางให้ปากเหยี่ยวปากกาก็ทำร้ายเราไม่ได้

    ทั้งนี้ยังช่วยให้เจ้าขอมีชีวิตคล่องตัวขึ้นตามสัญชาติญาณของสรภู ไม่ถูกจำกัดในที่ใด สามารถปักหลักประกาศอาณาเขตเป็นของตนเองได้(สมบูรณ์ด้วยปัจจัยสี่คนที่ไม่มีบ้านหรือทรัพย์สินใดๆเป็นของตนเองต้องใช้) ทั้งยังปราดเปรียวว่องไวในทุกกิจที่คิดจะทำ แม้จะหนีภัยก็หลบพ้นภันอันตรายทั้งหลาย ทั้งวิชานี้ยังเป็นมหากำบังพ่ออาจารย์ท่านว่าพกไว้แม้ศัตรูตามล่าก็มองไม่เห็นตัวเราเพราะเขาอำพรางให้ด้วยการกำบังของเขา แม้เอาไว้กับที่ทำงานหรือติดบ้านก็เรียกคนเข้าหา เรียกลูกค้าเรียกลาภสักการะมาให้เอาว่าเงินทองเข้าดีทุกทางเพราะเขาดักเก่งจับอยู่ไม่หลุด ปรารถนาอะไรบอกหุ่นสรภูนี้สิ่งนั้นจะมารุมล้อมอยู่รอบตัว(บอกเขาไปว่าแม่สรภูจ๋าฉันหิว... ท่านว่าหิวเงินเงินก็มารุม หิวสาวสาวก็มารุม หิวชัยชนะชัยชนะก็มารุม ท่านว่าใช้เป็นไม่ออกนอกลู่นอกทางก็ทำให้ตนเองเจริญขึ้นได้)

    มีไข่เต็มท้องมีทองเต็มพุง
    ด้วยที่ท้องนั้นพ่ออาจารย์ท่านเอาเม็ดธาตุจิ๋วขององค์อาตมันที่ท่านคัดขนาดเล็กไว้ฝังไปที่ท้องสรภูรุ่นนี้ทั้งหมด อันว่ามหาธาตุวิเศษนี้มีคุณนัก ท่านว่าฝังไปให้เป็นไข่ตุ๊กแก ตุ๊กแกมีไข่จะยิ่งดุยิ่งให้คุณมากแรงมากมีแต่แรงขึ้นทุกวันไม่มีวันตก สรภูกลืนอินทร์นี้ครูพรหมของฉันท่านว่า "มีไข่เต็มท้องมีทองเต็มพุง" คือมีทรัพย์มาก***อุปมาดั่งแม่น้ำสรภู(ชื่อเหมือนสรภู)เป็นมหาธาราอันกว้างใหญ่มีทรัพย์สมบัติมากมายจะเรียกมาตักอาบดื่มกินใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดไม่รู้จักเหือดแห้ง ซ้ำองค์ธาตุเม็ดเล็กๆนั้นก็ยังมีอานุภาพมากดั่งที่ท่านเรียกว่าเล็กพริกขี้หนู
    *** เหล็กวิชาองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณ
    ในสภาวะสูงสุดของอนันตจักรวาลนั้น มีมหาชีวะที่ทรงพลังงานบริสุทธิ์อยู่สภาวะหนึ่ง ที่แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองก็ยังเพียรทำตบะเพื่อให้เข้าถึงและเป็นหนึ่งเดียวกับมหาอานุภาพนั้น สิ่งนั้นกล่าวได้ว่าเป็นดวงพระวิญญาณสูงสุดแห่งมหาจักรวาลที่ได้ให้กำเนิดพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่อันแตกต่างกัน ซึ่งดวงพระวิญญาณนี้พ่ออาจารย์ท่านจำกัดความให้สั้นๆว่า ดวงชีพนิรันดร์หรือองค์อาตมภูวญาณนี้ เพราะอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามเองเมื่อถึงกาลถึงวาระที่พันธะหน้าที่หมดไป ก็ยังต้องกลับเข้าไปรวมกับองค์อาตมภูวญาณเช่นกัน
    การดำรงค์อยู่ในสภาวะพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดยิ่งกว่าท้าวมหาพรหม..ยิ่งกว่าเทพเจ้านี้ ท่านคือพลังธรรมชาติที่มีชีวิตนั่นเอง เพราะท่านดำรงค์อยู่ได้ด้วยตนเอง,ไม่มีขอบเขตจำกัด,อยู่เหนือทุกกฏ,ไม่สามารถทำความเข้าใจได้...แต่ก็ปรากฏพระองค์ในทุกแห่ง ในที่ทุกสถานเช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านได้เห็นพระรูปอันน่าตะลึงลานนั้นซึ่งครูพระสยมเคยอนุญาติให้ท่านดูด้วยว่าองค์อาตมันได้ปรากฏรูปทางกายภาพแล้วจะมีพระวรกายเช่นใด ท่านว่ามีพระพักตร์และพระกรมากมายไปหมด รัศมีนั้นส่องสว่างเกินกว่าเทวะใดๆ แต่ละพระกรนั้นล้วนทรงถือสิ่งอันเป็นความหมายมงคลต่างๆ รูปกายท่านคือปรพรหมสูงสุด(ไม่ใช่พระพรหม 1 ใน 3 พระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์ ซึ่งพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหมนั้นก็เป็นเพียงพระภาคหนึ่งขององค์อาตมันเท่านั้น) เช่นนั้นสภาวะอาตมันนั้นจึงถือเป็นสภาวะของการหลุดพ้นโดยแท้จริง ท่านเป็นผู้ตั้งฟ้า ตั้งดิน ตั้งกฏต่างๆ ...สถาปนาพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม ด้วยเป็นมหาเทพที่อยู่กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอยู่แม้กระทั่งในตัวพวกเราทุกคน
    พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจระลึกถึงพระรูปองค์อาตมันที่ท่านเคยเห็นและขอกับพระรูปนั้นว่าจะกระทำให้เป็นเกียรติยศกับชีวิตท่านสักหนหนึ่ง ### ท่านจึงได้ขอธาตุกายสิทธิ์ที่เป็นธาตุขององค์ปฐมพรหมซึ่งท่านเนรมิตแทนตัวเองแม้อยู่ในความดูแลของท่านใดซึ่งดูแลอยู่ท่านก็จะขอมาบูชาไว้....จนครูใหญ่บรมพรหมสหัมบดีท่านได้ตอบสนองความต้องการนำมหาธาตุของปฐมพรหมบางส่วนมามอบให้กับพ่ออาจารย์(โดยพ่ออาจารย์ท่านว่านานมาแล้วท่านจำแลงเป็นชีปะขาวเอามาให้ฉันรักษาไว้โดยบอกแค่ว่าต้องเก็บไว้ในที่สูงเท่านั้น) ด้วยว่ายังไม่เคยมีใครได้สักการะธาตุแห่งองค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณกันเลย เพราะนี่คือสิ่งสูงสุดที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์มากที่สุด ทำไม่ดีพลีไม่ถูกคนทำคนเสกแย่ใจหายเลยทีเดียว ซ้ำที่ผ่านมาท่านยังได้ขอกำลังแห่งองค์ปรพรหมอาตมันกับมหาธาตุเพื่อให้ประสิทธิ์ทำวิชาลี้ลับอันเกินกำลังในภพภูมิที่ท่านสัมผัสได้ไว้อยู่ตลอด เวลาท่านลงเสกเครื่องมงคลต่างๆ ***บางครั้งท่านก็ใช้องค์เหล็กชุดนี้เป็นสื่อกับองค์ปรพรหมเช่นนั้น
    องค์ปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณนั้นพ่ออาจารย์ท่านบอกว่าเป็นพระรูปที่ปรากฏทางกายภาพ แม้เหล่าพระเป็นเจ้า เทพเจ้า ฤาษีสิทธิ์ที่ไหนพบเห็นก็ต้องกราบไหว้นบนอบหมอบคลานด้วยทรงไว้ซึ่งศักดิ์และอาญาสิทธิ์สูงสุด สรรพชีวิตล้วนเกรงเดชพระองค์กันถึงปานนั้น ด้วยว่าเป็นผู้รู้ราตรีนาน เป็นสภาพธรรมมะที่แท้ของมหาจักรวาล เมื่อท่านปรากฏรูปเป็นธาตุกายสิทธิ์ก็เพื่อให้เป็นเทวานุสติแก่ผู้ศรัทธา ด้วยว่าพระองค์นั้นคือสภาพธรรมสูงสุดเป็นพลังชีวิตที่รักษาสมดุลย์แห่งธรรมของการค้นพบพระสัจธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
    องค์เหล็กวิชาอันเป็นตัวแทนปรพรหมนี้ เมื่อผู้ใดได้พบได้อาราธนาจะผ่านพ้นเหตุการณ์วิปริตผิดธรรมชาติต่างๆไปโดยง่าย แม้ภัยธรรมชาติก็หาได้กล้ำกราย เป็นที่เกรงอกเกรงใจแม้แต่เหล่าเทพยดาเรียกว่าอยู่เหนือผู้อื่นกว่าเขาหมด และยังเสริมพลังงานธาตุพลังงานชีวิตให้กับตัวเองอย่างมหาศาล ด้วยว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนมีเชื้อแห่งอาตมันนั้นอยู่ในตนเองทั้งสิ้น จะมีความคิดเห็นที่ถูกที่ควร มีญาณทัศนะกระจ่างสว่างใส มีจิตรู้ในตนเองที่บริสุทธิ์มากขึ้น จะปรารถนาอยากจะกระทำความดี จะปรารถนาการเข้าถึงอมฤตธรรม จะหิวกระหายในคุณธรรมทั้งความคิดเห็นอกุศลมืดบอดจะค่อยๆหมดไป แม้ปรารถนาจะเอาดีทางโลก ก็ได้ดีได้พบความสำเร็จโดยง่ายดุจเหล่ามหาบุรุษ แม้ประสงค์จะเอาดีทางธรรมก็จะเห็นสัจธรรมมีสติตั้งมั่นเดินไปบนหนทางที่ถูกต้องไวกว่าคนอื่น จะไม่มีวันตกต่ำลงกว่าเดิมแม้อธิษฐานขอพรกับพระองค์ก็จะเห็นความศักดิ์สิทธิ์ในองค์ธาตุของปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณอย่างรวดเร็ว แม้เทพเจ้ามิจฉาทิฏฐิหรือสิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายไสยครอบคลุมทั้งหมดจะไม่กล้าแสดงฤทธิ์ต่อต้านอวดดีฉุดรั้งอีกต่อไป ด้วยนบนอบและเกรงกลัวในองค์องค์ธาตุของปรมัตถ์พรหมอาตมภูวญาณหรือองค์อาตมันดวงชีพนิรันดร์ยิ่งนัก นอกจากนั้นแม้ท่านจะขอพรกับเทพพระองค์ใดก็ย่อมสำเร็จได้โดยง่ายด้วยเค้าเกรงใจในองค์ปรพรหมสูงสุดของเขากันทั้งนั้น

    *** ด้วยอจินไตยเป็นสิ่งเกินหยั่งคาด
    ดวงธาตุนี้ก็เช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากเป็นกายสิทธิ์ธาตุแห่งองค์อาตมันแล้วยังมีเหล่าทิพย์กายของมหาพรหมคอยรักษา โดยเฉพาะครูใหญ่องค์สหัมบดีพรหมเช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงกล่าวเป็นนัยน์ๆว่าองค์ธาตุนี้ใครได้ครอบครองถือว่าได้ของดีหลายต่อเลย ด้วยครูพรหมสหัมบดีนั้นเป็นบรมครูผู้ยิ่งใหญ่และประเสริฐสุดในฝ่ายพรหมของพระพุทธศาสนา เป็นเจ้าแห่งพรหมโลกผู้อาราธนาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกโปรดเวไนยสัตว์ด้วยพระเมตตาของพระองค์ ทั้งยังเป็นบรมครูผู้เป็นใหญ่เป็นผู้นำแห่งหมู่มหาพรหมสุทธาวาส เป็นพรหมผู้ได้ชื่อว่ามีรัศมีรุ่งเรืองที่สุด...เป็นใหญ่สูงสุดเปรียบดั่งกษัตริย์เหนือกษัตริย์..เทพเจ้ายิ่งเทพเจ้าในหมู่พรหม ท่านเป็นผู้ซึ่งได้รับการอ่อนน้อมการกราบไหว้บูชาทุกภพภูมิ และเมตตารักใคร่สรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากมากที่สุดก็คือท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นบรมครูใหญ่ของพ่ออาจารย์พลนั่นเอง
    บรมพรหมสหัมบดีนั้นมีความผูกพันธ์กับพ่ออาจารย์มากด้วยแรงครูของสายพรหมปัญจสุทธาวาสนี้ท่านบอกว่ามีดีทุกด้าน ขอได้ทุกอย่าง ท่านว่าเธอเชื่อมั๊ย คนเราเกิดมาไม่พ้นกรรม ไม่มีวัตถุมงคลใดช่วยเรื่องกรรมได้ เเต่พระพรหมเหล่านี้ไม่ใช่แบบนั้นโดยเฉพาะ...ครูสหัมบดีพรหม อิทธิคุณท่านพลิกฟ้าพลิกดินเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ใครที่มีกรรมหนักตามสนอง ถ้าครูท่านเมตตาก็จะช่วยให้เบาบางได้มีโอกาสทำคุณงามความดีชดเชยบาปกรรมทั้งหลาย เรียกได้ว่าผ่อนหนักเป็นเบาจากเรื่องร้ายๆก็จะค่อยๆจางหายไป ถ้ายังมีบุญเเละความดีอยู่ท่านก็จะช่วยให้ได้รับอานิสงค์ของผลบุญนั้นไวขึ้น นี่บารมีพระพรหมสหัมบดีดีอย่างนี้ท่านสถิตย์อยู่ในอกนิฏฐาสุทธาวาสมหาพรหม พูดง่ายๆคือชั้นสูงสุดเป็นภพภูมิแห่งรูปพรหมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชั้นปัญจสุทธาวาสและทั้งหมดของรูปาวจรภูมิ แม้แต่พระอินทร์หรือท้าวสักกะเทวราชแห่งดาวดึงษ์ ก็ยังตั้งความปรารถนาขอมาเกิดเป็นพรหมชั้นนี้
    นอกจากนี้องค์ธาตุยังมีพระญาณของเหล่าอกนิฏฐามหาพรหมคอยรักษา พรหมอกนิฏฐ์นี้เป็นพรหมชั้นผู้ใหญ่ที่อุบัติมาจากพระอริยบุคคลระดับอนาคามี ที่มีอินทรีย์ คือสัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาแก่กล้าบริบูรณ์ทุกส่วน แต่มีปัญญาโดดเด่นที่สุด จัดอยู่ในกลุ่มพระอนาคามีระดับสูงสุดมีชื่อเรียกเฉพาะว่าอุปหัจจปรินิพพายีหมายถึงผู้จวนจะถึงปรินิพพาน กับอันตราปรินิพพายี คือผู้ปรินิพพานในระหว่างหมายถึงไม่อยู่เป็นมหาพรหมจนครบอายุขัยแห่งมหาพรหมนั้น เมื่อถึงวาระเเละจบภารกิจก็จะเข้านิพพานเลย *** มหาพรหมอกนิฏฐ์เหล่านี้ท่านว่าทุกพระองค์ล้วนสูงสุดและสูงส่งมีอำนาจมากล้นพ้นประมาณ ซึ่งมหาพรหมอกนิฏฐาสุทธาวาสนี่แหละที่มักลงมาถ่ายทอดวิทยาการต่างๆให้มนุษย์โลกเพื่อจะได้เอาไว้ใช้ปรับตัวเวลาเผชิญปัญหาเหตุการณ์ซับซ้อนต่างๆได้ ทั้งยังคอยเป็นห่วงมาบอกข่าวแจ้งข่าวล่วงหน้าเสมอๆแม้สมเด็จพระบรมศาสดายังได้ยืนยันเอาไว้เองว่าพรหมเหล่านี้แหละที่มักรอบรู้ถึงการบรรลุธรรมขั้นต่างๆของมนุษย์ที่มนุษย์เองยากนักจะรับรู้ได้.... พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่อาราธนาดวงธาตุติดคอไว้เถอะเอาว่าครูท่านไม่ทิ้งและยังห่วงเรามากๆ ท่านไม่ไปไหนเลยจะคอยวนเวียนช่วยเราอยู่ใกล้ๆ ยิ่งแต่ละพระองค์ท่านชอบช่วยโลกโปรดมนุษย์อยู่แล้วถ้าเรามีทุกข์ยากอะไรก็ให้บอกกับท่านเลยถือว่าเป็นงานท่านเป็นภาระของท่านโดยตรง พ่ออาจารย์ท่านว่าเห็นดวงเล็กๆเช่นนี้เหมือนมีร้อยแรงพันแรงคอยโอบอุ้มเราเพราะจิตเหล่าอกนิฏฐ์พรหมท่านคอยรักษามหาธาตุแห่งอาตมันอันถือเป็นสิ่งสำคัญของเหล่าพรหมทั้งหลาย(ท่านว่าห้อยแล้วไม่หนักคอดั่งห้อยสร้อยแขวนท้าวมหาพรหมนับร้อยนับพันเส้น)
    ด้วยสภาวะของดวงธาตุแห่งอาตมันและเหล่ามหาพรหมนั้นท่านรักและเป็นห่วงมนุษย์มาก มากพอกับที่พ่อคนหนึ่งจะรักและเป็นห่วงลูกที่พรากไปจากอกได้ จะเลวชั่วหรือยากดีมีจนก็เป็นเพราะกรรมเเละการกระทำของเราปรุงเเต่ง เเต่ในบางเรื่องบางปัจจัยหากลูกๆนึกถึงพ่อท่านก็จะสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเเละเปลี่ยนเเปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่าลืมว่าท่านคืออาตมันและเหล่าพรหมสูงสุดที่ทรงอภิสิทธิ์เด็ดขาดและรุนแรงที่สุด


    ด้วยเหล็กวิชาองค์ครูอาตมันนั้นมีค่ามากถึงปานนี้ พ่ออาจารย์ท่านจึงนำมาทำวิชาเข้ากับสรภูกลืนอินทร์อันเป็นคติทางมายาศาสตร์ว่าแม้มหาธาตุยังกลืนได้ เช่นนั้นทุกสิ่งที่เราต้องประสงค์ก็ไม่มีอะไรแล้วที่จะไกลเกินเอื้อม พ่ออาจารย์ท่านปั่นธาตุเรียกสูตรลงวิชาสรภูกลืนอินทร์ เปิดตา เปิดปาก เปิดใจ เปิดสัมผัสให้แสดงฤทธิ์ได้ ทั้งเปิดเท้าทั้งสี่ให้จับสิ่งใดก็ได้ไม่มีวันหลุด(ท่านว่าเพราะมีเหล็กมหาธาตุอาตมันเป็นแหล่งพลังงานหนุนบารมีอยู่จะจับสิ่งใดก็ได้ไม่หลุดรอดเลย ไม่มีสิ่งใดเกินหรือพ้นบารมีองค์อาตมันไปได้) จะเกาะยึดติดสิ่งมงคลทั้งหลายถ้าเราไม่ได้สั่งเขาเขาก็จะเกาะเอามงคลทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมอบให้เรา ทั้งเปิดหางให้กวัดแก่งปัดป้องคุ้มครองเราตลอด พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อเสกต้องเสกอยู่ในมุ้งไม่งั้นเขาเดินกันออกไปไกลหายไปเลยหลายตนก็มี กว่าจะทำได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยโดยเฉพาะองค์ธาตุขนาดเล็กที่ท่านคัดไว้นี้ท่านก็ฝังให้เต็มสูตรเช่นกัน

    สรภูรุ่นนี้ท่านกำกับเป็นพิเศษโดยมนต์เวทย์เฉพาะทางไว้ให้ทำมาหากินคล่องตัว ใครมีหนี้ก็หมดหนี้ งานไม่เข้างานไม่เดินจะกลายเป็นงานไม่ขาดงานไม่สะดุด ใครอยากกิน(อยากมี)อะไรต้องได้กิน ...โชคลาภถูกหวยท่านว่านี่เขาช่วยตรงๆเลยจะเล่นทางไหนก็สมใจเร็วทุกทาง

    คาถาบูชา
    พ่ออาจารย์ว่าหุ่น(สรภูกลืนอินทร์)กับนายใจเดียวกัน เพียงเลี่ยมพกเขาไว้ติดตัวเท่านั้นให้เขาจำกลิ่นจำสัมผัสเราได้ก็ใช้ได้เลย คาถาไม่ต้องใช้เพราะวิชานี้เป็นวิชาเปิดสัมผัสที่หกอยู่แล้วถ้ายังต้องใช้คาถาก็ถือว่าป่วยการณ์มาก ท่านย้ำว่าตุ๊กแกฉันเป็นของทิพย์นะเพราะมีองค์เหล็กเต็มท้อง

    *** รายการนี้ท่านว่าของมีน้อยเพราะเสกทีแรกเขาคลานหนีไปมากกว่าจะมารู้ทางใช้มุ้งครอบไว้ทีหลัง เฉพาะองค์ธาตุก็คุ้มแล้วรับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งช่อนามสกุลไว้ด้วยพ่ออาจารย์ท่านจะผูกสัญญาผูกความซื่อสัตย์ให้เขาเป็นหุ่นรับใช้เราฐานนาย - บ่าว เพื่อให้เราใช้งานเขาได้เต็มที่สูงสุด รายได้ร่วมสมทบทุนเด็กด้อยโอกาศทางการศึกษาต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา สรภูกลืนอินทร์กินตับควักหัวใจ(มหาธาตุอาตมันมีไข่เต็มท้องมีทองเต็มพุง) บูชา 2,500 บาท


    81041608-1220865104968908-2746410369206452224-n.jpg 81724589-1013234375702001-5636421479601012736-n.jpg
    80578182-563636174197672-8208574494348935168-n.jpg
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,661
    ค่าพลัง:
    +22,290

แชร์หน้านี้

Loading...