ร่าง ประทับ ทรง

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Saber, 6 มิถุนายน 2018.

  1. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
  2. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ถาม : มีเพื่อนที่รู้จักเจ้าค่ะ เขาไปทำพิธีครอบองค์ รับองค์ค่ะ มีผู้ที่หวังดีใช้มีดหมอช่วยแก้ให้เขา คิดว่าจะให้ที่ครอบนั้นหลุด แต่มันไม่หลุดเจ้าค่ะ แล้วทีนี้เราก็ต้องไปช่วย เหนื่อยมากเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าตรงจุดนี้เราจะช่วยแก้ไขอย่างไร ?
    ตอบ : อันดับแรกถ้าขันครูอยู่นะ บอกกับเขาว่าที่ครอบมาขออนุญาตคืนจ้ะ แล้วก็ลอยน้ำไปเลย ถ้าขันครูยังอยู่แก้ไม่ได้นะจ๊ะ
    พวกไปครอบครู รับขัน รับอะไรมาให้ระวังนิดหนึ่ง เพราะว่าระยะหลังๆ มีพวกหากินทางนี้โดยเฉพาะ พอเราไปรับของเขามา เท่ากับว่าเรายอมรับการเป็นบริวารของเขา เขาจะใช้ผีหรือใช้ไสยศาสตร์ควบคุมเราได้ง่ายขึ้น มีพวกหากินทางด้านนี้มากขึ้นไปเรื่อยๆ
    เพราะฉะนั้น..เวลาจะรับอะไร ต้องพิจารณาให้ดี ระวังตัวเอาไว้ด้วย เดี๋ยวจะเสียท่าเขาง่ายๆ ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ให้ถอยไว้ก่อน
    ส่วนคนที่รับมาแล้ว ถ้าหากว่าระแวงหรือว่ากลัวขึ้นมา ก็อย่างที่ว่านั่้นแหละ บอกเขาว่าที่รับมานั้น ตอนรับไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้รับมาได้อย่างไร ขออนุญาตส่งคืน
    ถาม : แล้วตอนขออนุญาตส่งคืนจะต้องทำอย่างไรบ้างเจ้าคะ ?
    ตอบ : เอาลอยน้ำไปจ้ะ
    ถาม : เอาอะไรลอยน้ำเจ้าคะ ?
    ตอบ : ขันครู
    ถาม : ที่เขาติดตัวอยู่หรือคะ ?
    ตอบ : ที่เขาให้มา ส่วนใหญ่พวกนี้เขาจะให้ขันครูมา อาจจะเป็นขันห้า หรือขันแปด เขาจะให้มา แล้วให้เราบูชาด้วยการจัดดอกไม้ธูปเทียนบูชาเป็นประจำ อาจจะทุกวันพระ ทุกวันศุกร์ ทุกวันพฤหัสบดี อะไรอย่างนี้ ให้เอาไปลอยน้ำทิ้งเสีย ถ้าโกรธเขามากก็ลอยน้ำครำไปเลย..! ...(หัวเราะ)...
    ถาม : แล้วเขาจะไปหรือเจ้าคะ ?
    ตอบ : ถ้าหากว่าทำอย่างนี้แล้ววิธีแก้จะง่ายขึ้น แต่ถ้าหากขันครูเขายังอยู่แก้ยาก เดี๋ยวก็ฟัดกันทั้งวันจนกระทั่งเราเองหมดแรง แล้วเขายังไม่เป็นอะไรเลย
    พวกนี้อันตรายเหมือนกัน ถ้าหากเราไปสู้รบปรบมือกับเขา จากประสบการณ์ที่เจอมา ถึงกำลังของเราจะสูงกว่าก็จริง แต่เราต้องกินต้องนอน เจ้าพวกนั้นไม่ต้องกินไม่ต้องนอน เขาก็ตามเล่นเราอยู่ตลอดเวลาเลย เผลอเมื่อไรเป็นโดน..!

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ เดือนสิงหาคม ๒๕๔๔
     
  3. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ๒๓๗. การทรงเจ้า



    ผู้ถาม – นมัสการกราบเรียนหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง เรื่องการทรงเจ้า ที่บอกว่าเทวดามาทรง เป็นการทรงจริง หรือเปล่าขอรับ

    หลวงพ่อ – ต้องตอบว่าทรงจริง เทวดาชั้นสูงหรือชั้นต่ำ ถ้าเป็นเทวดาจริง ชั้นสูงหรือต่ำก็ใช้ได้หมด ถ้าบังเอิญ บางเหล่าเป็นอสุรกายก็มี เป็นสัมภเวสีก็มี เป็นเปรตก็มี อย่างนี้เละ แต่เขาทําได้นะ เจ็บหัว ปวดท้อง รักษาได้ เป็นหมอดู นี่เขาเก่งเหมือนกัน เขาทําในสิ่งที่เราทําไม่ได้ เราก็ต้องเชื่อเขาใช่ไหม คือว่า ไม่มีผลไม่ได้ เขามีผล

    ทีนี้ถ้าอยากจะรู้ว่า เทวดาจริงหรือไม่จริง ก็หัดฝึกทิพจักขุญาณเสีย ถ้าได้ทิพจักขุญาณ อย่าไปดูที่นั่น ถ้าไปดูที่นั่น อารมณ์จะเฝือ ดูที่บ้านเลย ดูไว้ก่อนว่าเขาจะมีงานหรือไม่มีงาน ที่บ้านนั้นเ ขามาทรงกันเทวดาชั้นไหน ต้องดูไปก่อน อย่างนี้ไม่ผิด

    ถ้าเทวดาชั้นสูงจริง หลวงพ่อไปพิสูจน์แล้วนะ เจ๊ง สู้เขาไม่ได้ คือว่า คําว่าสู้เขาไม่ได้นี่ เราถือเหตุผล ถ้าคําถามจะพิสูจน์ ถ้าเขาบอกมาได้ตรง เรายอมรับใช่ไหม และการยอมรับ ก็ไม่ต้องมากข้อ แค่ข้อสองข้อก็พอแล้ว แต่ว่าถ้าเทวดาชั้นสูง ที่หลวงพ่อไปพิสูจน์เขา แต่เขาก็รู้ว่าหลวงพ่อจะไปพิสูจน์เขานะ เขารู้ก่อนนะ คือว่าเทวดานี่ เขาต้องรู้ พอไปถึงปั๊บเขาทราบเลยว่า หลวงพ่อจะไปพิสูจน์

    อีกท่านหนึ่งถามว่า

    ผู้ถาม – กระผมเป็นศิษย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามข้อวัตรปฏิบัติหลวงพ่อสม่ำเสมอมาตลอด มีคนมาถามผมว่า เดี๋ยวนี้ การทรงเจ้ามีมากเหลือเกิน จะรู้ว่าปลอมหรือจริงอย่างไร ผมได้มโนมยิทธิแต่ไม่กล้าบอก แต่ตอบไปว่า เข้าทรงมีศีลอย่างนี้ อาศัยได้ ถ้าหากว่าเป็นพวกสัมภเวสีพวกเปรตมาอย่างนี้ใช้ไม่ได้

    แล้วผมแนะนําต่อไปว่า ถ้าหากปฏิบัติดี จนมีสมาธิเป็นฌานแล้ว พรหมก็มาเข้าทรงได้ ถ้ามีศีล สมาธิ ปัญญา ใจรักพระนิพพาน อย่างนี้พระก็มาสงเคราะห์ได้ ไม่ทราบว่า ผมแนะนําไปอย่างนี้ จะผิดหลักของหลวงพ่อหรือเปล่าครับ

    หลวงพ่อ – ควรจะถามว่า แนะนําอย่างนี้จะถูกไหมครับ ไม่ใช่ถูกหลักหลวงพ่อ เอาอย่างนี้ซิ ก็อธิบายยากเรื่องการ เข้าทรงนะ เราจะไปโทษว่าจริงหรือไม่จริง ปลอมหรือไม่ปลอม มันก็ไม่แน่เหมือนกัน ทรงคนเดียวกันนะ อาจารย์นะ บางที พรหมมาเข้าทรงอยู่ ทีนี้บังเอิญเวลาเชิญพรหมยังไม่มา ผีอื่นมาก่อน

    ฉันเคยถาม เจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณฯ ถามว่าเจ้าพ่อครับ ถ้าหากคนทรงของท่าน บังเอิญท่านมาไม่ทัน ผีอื่นเข้าก่อน ท่านมาจะไล่ไหม ท่านบอกไม่ไล่ ถามว่าทําไม ท่านบอกเป็นมารยาท อันนี้ก็ไปโทษคนทรงก็ไม่ได้เหมือนกันนะ ก็ต้องดูเหตุผลก็แล้วกัน ถ้าไม่มีผลเราก็ไม่เชื่อ

    เอาอย่างนั้นดีกว่า จะนึกว่าพวกผี พวกสัมภเวสี พวกอสุรกาย มันก็ปลอมได้ ทําท่าเป็นพระอรหันต์ก็ได้ ทําท่าเป็นพรหมก็ได้ อย่างสิ่งง่ายๆ มันบอกชัด

    อย่างมีเขาลูกหนึ่ง มีคนเข้าทรงอยู่ ขณะที่คนมาดูมากๆ นั่นแหละ ก็มีรถคันหนึ่งเสียที่หลังเขา บอกเลยพวกเราไปช่วย เข็นรถหน่อยรถเสีย ๑ คัน นั่น เขาบอกว่าเป็น พระศรีอาริย์ ความจริงไม่ใช่ ไปโทษคนทรงไม่ได้ คนทรงไม่รู้ ใครมาก็ไม่รู้
    จาก หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหา
     
  4. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ๒๔๑. ถูกเข้าทรง

    ผู้ถาม – กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ลูกชื่อ สุกัญญา ม่วงงาม บ้านอยู่สิงห์บุรี อายุ ๓๒ ปี ยังไม่ได้แต่งงาน แหม จังหวัดเดียวกันเสียด้วย ผมก็ยังไม่เคยแต่งงาน คือว่าเมื่อปี ๒๕๒๑ ลูกได้ไปรับจ้างที่บ้านหมี่ นอนพักอยู่ที่โคนต้นโพธิ์ในวัด เพราะว่าไม่มีสถานที่ ต่อจากนั้นก็ป่วยเรื่อยมา รักษาทุกหนทุกแห่งไม่หาย

    จนกระทั่งมีเทพท่านชื่อว่า พนมเทวัญ มาเข้าทรงว่า ให้รับขัน ๕ แล้วกินน้ำมนต์ จึงหาย แล้วก็หายตามที่ท่านว่าทุกประการ ที่ลูกจะเรียนถามก็คือว่า ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยสนใจ และลูกก็ไม่ชอบ ทําไมท่านจึงมาเข้าทรงหนูได้เจ้าคะ ทั้งๆ ที่ลูกก็ห้อยพระพวงเบ้อเร่อ ทําไมจึงมากล้าเข้าทรงลูกได้เจ้าคะ

    หลวงพ่อ – เขามาดี เทวดากับพระพวกเดียวกัน เขาจะเป็นเทวดาได้ต้อง๑. พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ๒. ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถือพระธรรมเป็นที่พึ่ง ๓.สังฆัง สรฆัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถือพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แล้วต้องปฏิบัติ เทวธรรม คือ หิริ และโอตตัปปะ จึงจะเป็นเทวดาได้ ถ้าเขามาสงเคราะห์ กินน้ำมนต์แล้วโรคหาย ฉันสงสัยเทวดาองค์นี้จะเป็นแฟนเก่า

    ผู้ถาม – แฟนเก่าของเทวดาองค์นั้นหรือครับ

    หลวงพ่อ – ใช่

    ผู้ถาม – อย่างนี้ ยกทรง หมดสิทธิ์

    หลวงพ่อ – ไม่ใช่ เขาไม่มา เราแทนได้ หัวเราะ

    ผู้ถาม – อย่างนี้ต้องหาจังหวะว่างของเทวดา ต้องคอยถามเทวดาว่า ท่านไม่มาตอนไหน สงสัยกลับไปบ้าน คราวนี้หัวแตกแน่



    ๒๔๗. มีองค์


    ผู้ถาม – กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง หนูได้ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิเป็นประจํา ในระยะนี้ไม่ทราบเพราะเหตุใด ๓ วันดี ๔ วันไข้ แล้วก็มีความอิจฉาริษยาเป็นอย่างมาก เลยไปตรวจดูทางใน เขาบอกว่า ลูกมีองค์ ลูกไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเทวดาอย่างนี้เลย เพราะว่ากลัวจะไปนิพพานไม่ได้ พอคิดเพียงเท่านี้เอง ทําให้เกิดความเดือดร้อนความวุ่นวายเป็นอันมาก จึงเรียนถามหลวงพ่อว่า จะมีวิธีจัดการกับเทวดาอย่างไรบ้างเจ้าคะ

    หลวงพ่อ – เออ จะรบกับเทวดาแล้ว แต่ความจริงถ้ามีทุกข์อย่างนั้น ไม่ใช่เทวดานะ ถ้าเทวดาไม่ทําให้ใครมีทุกข์ ถ้าอย่างนั้นต้องเป็นพวกสัมภเวสีบ้าง อสุรกายบ้าง ไม่ใช่เทวดา เพราะฉะนั้น ทางที่ดีก็ขอร้องกรมหลวงชุมพรฯ กับท้าวมหาชมพู สององค์นี่ องค์ใดองค์หนึ่ง เก่งมาก


    จาก หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหา
     
  5. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ตัดมาส่วนนึงจากกระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ 73 หน้า 1
    สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ


    ถาม : หนูเคยขอเห็นท่าน แต่ท่านมาแบบประกายเจิดจ้า คิดว่าท่านน่าจะอยู่นิพพาน แต่มาอ่านหนังสือบอกว่าท่านมาเข้าทรงตอน พ.ศ. ๒๕๐๐ ท่านก็ร้องห่มร้องไห้
    ตอบ : พวกทรงนั้นไม่แน่ว่าของแท้ ทรงนี่ปลอมเกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์
    ถาม : แล้วจะดูอย่างไรว่าของแท้ ?
    ตอบ : ใช้ทิพจักขุญาณดู ถ้าไม่มีทิพจักขุญาณ ก็พิสูจน์ง่าย ๆ วิธีแรก ถ้าหากว่าเป็นของแท้ มาเป็นเวลา ไม่ได้มาพร่ำเพรื่อ เมื่อไหร่ก็ทรงได้
    ถาม : รู้ว่ามีองค์ลง แต่ว่าองค์ที่ลง ใช่อย่างที่บอกหรือเปล่าไม่รู้ ?
    ตอบ : ว่าปลอมไว้ก่อน เพราะเท่าที่เจอมาปลอมเกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเจอที่เป็นของจริง ก็อยู่ลักษณะทดสอบท่านไม่ได้เหมือนกัน เพราะของท่านเก่งจริง ประการที่สองคือว่า ถ้าหากเป็นของจริง ท่านทั้งหลายเหล่านี้จะไม่เรียกร้องเงินทอง ส่วนใหญ่ต้องการแค่ความเคารพ คือจะเป็นพวกดอกไม้ธูปเทียนเสียมากกว่า หรือเงินบูชาครู ๓ บาท ๙ บาท ๑๐๘ บาท เต็มที่ไม่เกินนั้น
    บางสำนักท่านถึงขนาดจัดเตรียมไว้ให้คนไข้เลย คนไข้ไม่ต้องเตรียมไป ตกลงท่านไม่ได้อะไรเลย จนกระทั่งของบูชาครูก็เตรียมไว้ให้แล้ว ประการสุดท้ายคือว่า ถ้าเป็นของจริงสิ่งที่ท่านรับปากไว้ว่าจะช่วย ถ้าท่านบอกว่าช่วยได้ จะได้ผลตามนั้น ถ้าบอกว่าไม่ได้ ก็คือไม่ได้ เกินความสามารถเกินวิสัยของท่าน
    ถาม : แล้วถ้าเกิดเราเห็นว่ามีองค์มาจริง แต่เป็นองค์เทวดา (ไม่ชัด)
    ตอบ : จะอะไรก็แล้วแต่ท่าน จำไว้ว่า อย่าไปขัดคอเขา จะจริงจะปลอมไม่ควรไปขัดเขา พูดง่าย ๆ คือว่าประเภทต่างคนต่างอยู่เลย ต่อให้เข้าไปอยู่ในพิธี ก็กำหนดจิตบอกท่านว่า ท่านจะทำอะไรก็เชิญท่านตามสบาย เราไม่ยุ่งด้วยแค่ขอดูอย่างเดียว
    ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่เป็นของปลอม ท่านจะอ้างของสูงเพื่อความเลื่อมใสของคนหมู่มาก หลวงพ่อท่านเคยบอกว่า เล็กเว้ย ! ข้ายังไม่ตายเลย มันทรงหลวงพ่อฤๅษีลิงดำไป ๖๐ กว่าสำนักแล้ว นั่นเล่นทรงทั้งเป็นเลย (หัวเราะ) ยังไม่ทันจะตาย
     
  6. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ตอบ : มีอยู่อันหนึ่งคือว่า ตอนแรกจริง ตอนหลังปลอม เหตุการณ์นี้คือว่าเรื่องของพรหม เรื่องของเทวดา หรือเรื่องของพระนี่ เรียกว่าใครมาก่อนก็เป็นศิษย์ของคนนั้น บางทีช่วงเข้าทรงไม่ใช่วาระ ไม่ใช่เวลาของท่าน ตัวเองดันทะลึ่งไปขอให้ท่านทรง คนอื่นก็มาแทน พอมาแทนแล้วก็ติดใจ ต่อไปก็มาอีก ท่านนั้นก็เลยไม่มา กลายเป็นของปลอมไป
    ถาม : ตอนรับขันธ์ทำไมป้าของหนู ญาติ ๆ กันค่ะ (ไม่ชัด) พอไม่รับ สามีตาย ลูกตาย ตัวเองก็ป่วยมาก พอรับปั๊บก็หาย ?
    ตอบ : ท่านทั้งหลายที่มาทรงนี่ จะต้องมีกรรมอันเนื่องกันมาในอดีต ถ้าในอดีตเคยมีกรรมเนื่องกันมา เขาถึงจะมาอาศัยร่างของเราได้ แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้วก็คือ ถ้าเราไม่อนุญาตจริง ๆ เขาก็ใช้ร่างของเราไม่ได้ ยกเว้นจะกลั่นแกล้งให้เราลำบากจนกว่าจะยอมรับเขา มีบางคนผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พอยอมรับเขาตั้งขันธ์รับเขาขึ้นมา ไม่กี่วันเท่านั้นก็กลับอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนเดิม
    ถาม : ประเพณีของการรับขันธ์ ทั้งที่เราก็มีขันธ์อยู่แล้ว ?
    ตอบ : ลักษณะอย่างนั้นกลายเป็นว่า เขาต้องการคนนั้นเท่านั้น เพราะว่าคนอื่นที่จะมีกรรมเนื่องกันมาให้เขาอาศัยได้ ไม่มีไง เขาก็ต้องไปบีบเอากับคนนั้น ซึ่งจะทำให้คนนั้นเดือดร้อนอยู่ เคยต่อรองเขามาหลายรายแล้ว ต่อรองในลักษณะว่า อันดับแรก ถ้าหากว่าจะเข้าทรงอย่าให้มีอาการพิลึกพิลั่น จนกระทั่งเขาหรือครอบครัวของเขาต้องไปอับอายขายหน้าคนอื่น อย่างที่สองคือ สิ่งที่ช่วยเหลือคนอื่นขอให้มีผลจริงตรามนั้น และอันสุดท้าย ถ้าจำเป็นต้องใช้เขาจริง ๆ โดยที่เขาจะต้องสละเรื่องการทำมาหากิน อาชีพการงานตามปกติ มาเพื่อสงเคราะห์คนตามความต้องการของคุณ คุณต้องให้เขารวยก่อน เคยต่อรองมาแล้ว กี่ข้อ ๆ มันรับปากหมด มาข้อรวยก่อนนี่ มันหยุดกึก ขอคิดก่อน ถามว่าจะเอาหรือไม่เอา เอาก็ได้ ถ้าเขารับปากได้ ได้จริง ๆ ช่วยต่อรองมาหลายรายแล้ว (หัวเราะ)
    ถาม : ถ้าอย่างนี้เขาก็ไม่ใช่เทพสิคะ ?
    ตอบ : จะมีเทวดาก็มี พรหมก็มี พระก็มี แต่อาจจะเป็นพวกสัมภเวสี หรือว่ากาลกัญจิกอสุรกาย มหิทธิกาเปรตก็มี ก็ต้องดูว่าของเขาเป็นใคร ? แต่ถ้าหากท่านรับปากว่าช่วยให้รวย นั่นช่วยได้จริง ๆ

    สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
     
  7. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
  8. Witchukan11

    Witchukan11 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2018
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +6
    พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเทวดา ท่านชี้ทางให้เราตีความหมายเอง แต่พวกนี้ก็คิดกันเอง
     
  9. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    581
    ค่าพลัง:
    +369
    ขนโคมากกว่าเขาโค
     
  10. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,789
    ค่าพลัง:
    +29,316
    มันก็คือการสะกดจิตตัวเองนั่นหละครับ
    ถ้าใครก็ตามที่นั่งหลับตาบริกรรมภาวนา
    ไม่ว่าจะใช้บทใดก็ตาม
    เมื่อตัวจิตเข้าสู่สภาวะนิ่งๆไม่รู้ตัวแล้ว
    และถ้าจิตเค้าเคารพนับถือท่านใดอยู่แล้ว
    ท่านต่างๆเหล่านั้นที่ตนเองเคารพอยู่แล้วเป็นทุน
    ก็จะมาปรากฏให้เห็นได้ เรียกว่า นิมิต ทำให้เราชอบใจ
    ถ้าเรายินยอมน้อมรับในความชอบใจในสิ่งที่เห็น
    ก็จะเกิดกิริยาที่ เรียกว่า ฝั่งรูปฝั่งรอย เราก็จะได้สิ่งนั้น
    เกิดขึ้นมาได้นั่นหละครับ

    ถึงได้มีคำกล่าวว่า สมาธิถ้าจะพัฒนาถึงในระดับ
    ที่แยกรูปแยกนาม จนเดินปัญญาได้ หรือพัฒนาจน
    กระทั่งเกิดเป็นกำลังจิต เพื่อเอาไว้เดินเดินปัญญาได้นั้น
    ไม่ควรยึดในกิริยาทางด้านนามธรรมต่างๆ
    ในระหว่างทางทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเห็นสิ่งที่ดีที่สุด
    หรือเห็นสิ่งที่ไม่ดีก็ตาม...แม้แต่กรรมฐานตรง
    ที่ขึ้นด้วยภาพ. ภาพที่ปรากฏแม้จะเป็นนิมิตตรงกรรมฐาน
    ก็ยังยึดไม่ได้.....

    การน้อมรับในนามธรรมทั้งหลายที่เราชอบอยู่แล้วเป็นทุน
    ในสภาวะที่จิตนิ่งๆไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั้น
    เป็นตัวขวางการพัฒนาทางจิตอย่างหนึ่ง
    ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้ง่าย
    โดยเฉพาะกับบุคคลที่ยึดติดในนามธรรมทั้งหลาย
    โดยขาดกำลังสติที่เพียงพอจะเห็นการเปลี่ยนแปลง
    นามธรรมทั้งหลายเหล่านั้นได้......


    พวกนี้แท้จริงแล้ว เป็นเพียงแค่กลจิต
    เป็นเพียงมายาจิตชนิดหนึ่ง
    แม้ว่าบางครั้งจะใช้งานได้. ให้ผลได้
    แต่ยังไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ในทางพุทธศาสนา
    และมีอยู่คู่กับพุทธศาสนามานานแล้ว......

    ดังนั้นควรมีความเข้าใจในเบื้องต้นว่าแท้จริงแล้ว
    พุทธศาสนาเน้นอะไรเป็นหลัก
    และก็ควรมีความเคารพนับถือ อยู่ร่วมกัน
    อย่าไปดูถูกดูแคลนซึ่งกันและกัน.....
    เพราะตราบใดที่ยังให้ผลดีได้
    กับบุคคลบางกลุ่มอยู่
    ก็ต้องปล่อยไปตามวาระของกลุ่มบุคคลเหล่านั้น...

    ถ้าเราไม่เป็นก็ดีแล้ว...
    และก็ไม่ต้องพยายามที่จะเป็น
    ส่วนใครเค้าเป็นไปแล้วก็เรื่องของเค้า....
    เพราะไม่ใช่ว่า จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย
    ให้พิจารณาตามความเหมาะสม
    จะเกิดปัญญากับตัวเราเองได้ครับ


    กลจิตเป็นเพียงมายาจิตชนิดหนึ่ง
    แม้เห็นได้ด้วยตาเปล่า
    ก็ยังยึดอะไรไม่ได้เลย...
    ประเภทหลับตาเห็น
    ยิ่งห่างไกล ที่จะเข้าใจ
    ในมายาของจิตครับ
    พิจารณาให้ดีๆ...
     
  11. แนน จันทบุรี

    แนน จันทบุรี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    104
    ค่าพลัง:
    +49

แชร์หน้านี้

Loading...