**ร้านศิวิไลพระเครื่อง** วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง เกจิคณาจารย์ภาคเหนือ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิวิไล, 25 พฤษภาคม 2013.

  1. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5945

    พระกริ่งรุ่นแรกหลวงพ่อดาบส สุมโน เนื้อโลหะออกวัดดอยขุมเงิน ลำพูน หลวงพ่อท่านเมตตาจารก้นทุก ตอดโค๊ต

    ราคา 3550 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    ff.jpg kk.jpg jj.jpg ffd.jpg Clip_5.jpg Clip_6.jpg Clip_7.jpg

    องค์“หลวงพ่อดาบส สุมโน ” เดิมชื่อ “สง่า” นามสกุล “เจริญจิตต์” เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กัน ยายน ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ พ.ศ.๒๔๖๗ ปีชวด ตำบลบางกระไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นลูกคนที่ ๖ ในจำนวนทั้งหมด ๘ คน บิดาชื่อ “นายเถียน” มารดาชื่อ “นางเวียง” ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๗๔ ขณะอายุได้ ๗ ปี มารดาก็ถึงแก่กรรมและต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๗๘ อายุได้ ๑๑ ปี “เด็กชายสง่า” ก็ต้องสูญเสียบิดาบังเกิดเกล้าไปอีกคน จึงอยู่ภายใต้การดูแลของ “คุณป้า” และเริ่มเรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาที่ ๑ โรงเรียนวัดบางกระไชย จบชั้นประถมปีที่ ๔ เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๘ ครั้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๕ อายุได้ ๑๘ ปี “คุณป้า” ได้นำ “เด็กชายสง่า” ไปบรรพชาที่ “วัดจันทนาราม จังหวัดจันทบุรี” เพื่อเรียนปริยัติธรรมซึ่งต่อมาสามารถ สอบได้ทั้ง “นักธรรมตรี” และ “นักธรรมโท” ในปี พ.ศ.๒๔๘๗ อายุครบ ๒๐ ปี “สามเณรสง่า” จึงอุปสมบทเป็น “พระภิกษุ” โดยมีท่าน “เจ้าคุณอมรโมลี” เป็นอุปัชฌาย์ได้ฉายาว่า “สุมโน” กระทั่งปี พ.ศ.๒๔๘๙ อันเป็นพรรษาที่ ๔ “พระภิกษุสง่า สุมโน” ได้กราบลา “พระอุปัชฌาย์” เพื่อเดินทางไปศึกษา “ภาษาบาลี” กับท่าน “เจ้าคุณรัชมงคลมุณี” วัดหนองบัว จังหวัดระยอง ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๐ ด้วยจิตที่มุ่งมั่นจะปฏิบัติธรรม แสวงหาธรรม จึงออกเดินธุดงค์ไป “จังหวัดเชียงใหม่” ตามเส้นทาง “อำเภอดอยสะเก็ด” สู่ “ถ้ำเชียงดาว” อำเภอเชียงดาวได้ธุดงค์พลัดเข้ามาสู่เขตพื้นที่ของ “อำเภอพร้าว” ในปี ๒๔๙๐ ถึง ๒๔๙๔ จึงพำนักและปฏิบัติธรรมใน “ป่าช้า” ของตำบลเวียง อำเภอพร้าว หรือ “วัดป่าเลไลย์” เป็นเวลาถึง ๔ ปี ปี พ.ศ.๒๔๙๔ “พระภิกษุสง่า สุมโน” เดินทางมาพำนักที่ “วัดเจดีย์หลวง” จัง หวัดเชียงใหม่ โดยปฏิบัติธรรมกับ “เจ้าคุณวินัยโกศล” (จันทร์ กุสโล) หรือ “พระพุทธพจนวราภรณ์” แล้วจึงออกจาก “วัดเจดีย์หลวง” ธุดงค์ไปตามเส้นทางสู่ “อำเภอดอยสะเก็ด” อีกครั้งพร้อมลัดเลาะไปตามป่าเขาถึง “ดอยพระเจ้าหล่าย” วันนั้นเป็น วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๔ ตรงกับแรม ๖ ค่ำ เดือนยี่เวลา ๑๗.๐๐ น. “พระภิกษุสง่า สุมโน” จึงตั้งสัจจะอธิษฐาน ณ ดอยพระเจ้าหล่าย ขอสละเพศบรรพชิตขอลาสิกขาบทจากการเป็น “พระภิกษุสงฆ์” โดยหันมาถือการครองเพศเป็น “ดาบส” ที่มีเพียง ผ้าอังสะและผ้าสบง เพียงสองผืนหุ้มห่อร่างกายไว ้จากนั้นจึงครองเพศเป็น “ดาบส” และปฏิบัติธรรมอยู่บน “ดอยพระเจ้าหล่าย” โดยมิได้ฉันทั้งอาหาร และน้ำถึง “๓ วัน ๓ คืน” จากนั้นจึงเดินทางลงจากดอยเพื่อธุดงค์ไปจังหวัด ต่างๆ ทั้ง แพร่ ลำปาง น่าน ยะลา ชุมพร และท้ายสุดปฏิบัติธรรมที่ “อาศรมไผ่มรกต” ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย จนมรณภาพ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๓๔ สิริอายุได้ ๗๖ ปี “หลวงพ่อดาบส สุมโน” นับเป็น “ผู้บำเพ็ญเพียร” ด้วยศีลาจารวัตร บริสุทธิ์ผุดผ่องจนได้พบแสงสว่างแห่งธรรมเจิดจ้า และธรรม ที่ท่านแสดงให้บรรดาศิษย์ได้ยังความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ที่เคยฟังธรรมจากท่านจึงนับได้ว่าท่านเป็น “ประทีปธรรม” แห่งภาคเหนือที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ และในจิตใจ ของประชาชนตลอดไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  2. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5946

    เหรียญสุริยุปราคา ครูบาสร้อย.วัดมงคลศีรีเขต จ.ตาก
    เนื้อฝาบาตร สวย ๆ


    ราคา 550 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    IMG_0467.JPG IMG_0468.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  3. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5946

    เหรียญรุ่รแรกครูบาดวงดี วัดท่าจำปี ปี 2507
    บล็อก จ จุดนิยม

    สวยหลักหมื่น สภาพใช้ ราคาเบา ๆ ครับ


    ราคา 1550 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    IMG_0469.JPG IMG_0470.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  4. chu2563

    chu2563 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    15
    ค่าพลัง:
    +7
    จองครับ
     
  5. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รับทราบการจองขอบพระคุณครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Clip_10.jpg
      Clip_10.jpg
      ขนาดไฟล์:
      84.9 KB
      เปิดดู:
      5
  6. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5947

    ล๊อกเก็ตฉากทองครูบาบุญปั๋นวัดร้องขุ้ม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ จัดสร้างพร้อมพระกริ่งเศรษฐีล้มลุกปี 2544 จำนวนสร้าง 194 องค์


    ด้านหลังอุดผงเศรษฐีล้มลุก,ข้าวก้น
    บาตร,ตะกรุด,พลอยพระธาตุ,เม็ดพระธาตุ,จีวรและเส้นเกศา
    เป็นล๊อคเก็ตอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของครูบาบุญปั๋นครับ


    ราคา6500 บาท สนใจสอบถามได้ครับ0861936900

    คุณ j999 จองแล้วครับ


    [p.jpg oi.jpg ].jpg ][][.jpg Clip_3.jpg Clip_8.jpg Clip_6.jpg Clip_5.jpg Clip_7.jpg

    เจ้าตำราวิชาเทียนเศรษฐีล้มลุกอันโด่งดัง...
    วิชา"เศรษฐีล้มลุก"นี้ ถือว่าเป็นวิชาคู่บุญบารมีครูบาเจ้าบุญปั๋น วัดร้องขุ้มก็ว่าได้ มีอานุภาพส่งเสริม"แก้ดวง หนุนดวง" และ"ส่งเสริมโชคลาภ"ให้บังเกิดขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ใดมีบูชาไว้ ไม่มีจน เป็นเศรษฐี ไม่มีวันล้ม
    ครูบาบุญปั๋น ธรรมปัญโญ วัดร้องขุ้ม พระอริยะบุคคลผู้มรณภาพแล้วอัฐิกลายเป็นพระธาตุ และเป็นผู้เชี่ยวชาญ ยันต์เทียนเศรษฐีล้มลุก ในอดีตตอนที่ท่านยังทรงสังขารอยู่เมื่อมีลูกศิษย์มาขอให้ท่านทำเทียนให้ ท่านจะทำเทียนโดยด้านในเป็นใส้เทียนสายสินจ์ห่อด้วย ยันกระดาษสา (ยันต์เศรษฐีล้มลุก) หุ้มด้วยขี้ผึ้งแท้ๆ ทำทีละขั้นตอนแบบแฮนด์เมด ตามวิธีของท่านแล้วลงชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิด ของผู้มาบูชาเทียนแล้วจึงนำไปจุด ปรากฏผลเป็นที่เรื่องลือไปทั่ว เด่นทางด้านโชคลาภ หนุนดวง กลับดวงดุจดังเศรษฐีที่ล้มแล้วกลับลุกมารวยใหม่ได้ เทียนใช้แล้วหมดไป ท่านจึงดำริทำพระกริ่งขึ้นมาเพื่อทดแทนเทียน ผู้นำไปบูชาเกิดประสบการณ์ดีๆทั่วหน้า โดยเฉพาะด้านธุรกิจ โชคลาภ การงาน หนุนดวง
    ครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมมปัญโญ วัดร้องขุ้ม สันป่าตอง เชียงใหม่ เป็นพระอริยะสงฆ์รูปสำคัญของเชียงใหม่ ศีลาจริยวัตรงดงาม มีเมตตาสูงมาก
    ……………………………………………………………ฃ
    ประวัติ หลวงปู่ครูบาบุญปั๋น ธัมมปัญโญ วัดร้องขุ้ม เชียงใหม่ ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย ครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ เกิดในตระกูล “ปัญญานุสงส์” โยมบิดาชื่อพ่ออุ้ยหม่อมจันทร์แก้ว ปัญญานุสงส์ โยมมารดาชื่อแม่อุ้ยหม่อนสมนา ปัญญานุสงส์ พระคุณท่านถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2451 ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9 เหนือ จุลศักราช 1270 ตัววอกฉนำกัมโพชขอมพิไสย ไทภาษาว่าปีเปิกสัน ณ บ้านแม หมู่ที่ 8 ต.บ้านแม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ มีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน จำนวน 7 ท่านคือ 1. พระครูคำอ้าย ชยวุฑ์โฒ อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมชัย อดีตเจ้าคณะตำบลบ้านแม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 2. พ่ออุ้ยน้อยใจ๋ ปัญญานุสงส์ 3. พ่ออุ้ยหนานคำ ปัญญานุสงส์ 4. พ่ออุ้ยก้อนแก้ว ปัญญานุสงส์ 5. แม่อุ้ยก๋องคำ ปัญญานุสงส์ 6. แม่อุ้ยดวงดี ปัญญานุสงส์ 7. ครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ บรรดาพี่น้องทั้งหมดได้ถึงแก่มรภาพ และถึงแก่กรรมไปแล้วทุกท่าน ปฐมวัยแห่งชีวิต พ่ออุ้ยหม่อมจันทร์แก้ว แม่อุ้ยหม่อนสมนา ปัญญานุสงส์ ชาติภูมิท่านเป็นคนบ้านแมโดยกำเนิด จึงมีอาชีพในทางเกษตรกรรมดำเนินชีวิตด้วยการทำไร่ไถนาเลี้ยงดูบุตรธิดา ตามประสาของชาวบ้านโดยทั่วไป เมื่อครั้งยังเยาว์วัยอยู่นั้นท่านครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ ได้ใช่ชีวิตเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป ส่วนใหญ่ก็ช่วยโยมบิดามารดาทำไร่ไถนา ในช่วงนี้ท่านครูบาคำอ้าย ชยวุฑฺโฒ ผู้เป็นพี่ชายคนโต และพ่ออุ้ยน้อยใจ๋ ปัญญานุสงส์ พ่ออุ้ยหนานคำ พี่ชายคนรองทั้งสองได้เข้าไปเป็นเด็กวัด และได้รับการบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสามเณรก่อนหน้านั้นแล้ว ครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ ดำเนินชีวิตในเพศฆราวาสได้ไม่นาน ก็มาพิจารณาเล็งเห็นยังบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความทุกข์ยากลำบาก ต้องต่อสู้กับความยากจน บางครั้งต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพื่อนำมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตนเอง ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้พระคุณท่านมีใจน้อมไปในทางบรรพชา เพื่อจะศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติธรรม ครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ จึงได้นำเอาความนี้ไปเรียนให้โยมบิดาทราบ โดยมบิดาจึงได้ปรึกษากับโดยมมารดา ต่างก็มีความเห็นเป็นเอกาสมานฉันท์จึงได้พร้อมใจจัดพานข้าวตอกดอกไม้ นำเอาเด็กชายบุญปั๋น ไปฝากเรียนกับท่านครูบาเจ้าอาวาสวัดธรรมชัย บรรพชา เมื่อเด็กชายบุญปั๋น ในฐานะขะโยมเด็กวัดแห่งวัดธรรมชัยบ้านแม ได้รับการศึกษาอบรมอักขระวิธี ท่องจำบททำวัตรสวดมนต์และฝึกแสดงพระธรรมเทศนาแบบพื้นเมืองล้านนาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง พระสงฆ์ทุกท่านที่เป็นครูบาอาจารย์ต่างลงความเห็นว่าเด็กชายบุญปั๋น มีภูมิความรู้พอที่จะบรรพชาได้ และได้ตกลงจัดงานบรรพชาเด็กชายบุญปั๋น ยกฐานะขึ้นเป็นสามเณร ในขณะที่ท่านมีอายุได้ 13 ปี โดยมีท่านครูบาเจ้าสุริยะ สุริโย เจ้าอธิการวัดร้องขุ้ม เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันอังคารที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ตรงกับวันแรม 3 เดือน 5 เหนือ เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ครูบาเจ้าบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ ได้ตั้งใจเล่าเรียนวิชาความรู้ในทางพระพุทธศาสนาเต็มกำลั Clip_3.jpg งความสามารถ อำนาจแห่งโรคภัยจึงจำใจลาสิกขาบท แต่อุปสรรคของการศึกษาและปฏิบัติธรรมก็ปรากฏขึ้นเมื่ออายุได้ 19 ปี จากอาการที่ท่านเล่าให้ฟังสันนิษฐานว่าท่านอาพาธด้วยโรคหัวใจ โยมบิดาและญาติผู้ใหญ่ พร้อมด้วยครุบาอาจารย์ได้นำท่านไปรับการรักษาจามสถานพยาบาลต่างๆทั้งแบบแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน ก็ปรากฏว่าอาการไม่ทุเลาเบาบางเลย กลับทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งอายุได้ 24 ปี แม้จะมีอายุครบแล้วก็ยังไม่ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ต่อมาในการณ์นั้นปรากฏว่ามีนักบุญท่านหนึ่ง คนทั้งหลายเรียกกันว่า พระฤาษี ท่านได้เดินธุดงค์มาโปรดคณะศรัทธาญาติโยมที่บ้านกาด ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ คุณวิเศษของพระฤาษีตนนี้คือท่านสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด โยมบิดาจึงตัดสินใจพาท่านไปขอรับการรักษาจากพระฤาษี สามเณรบุญปั๋นจึงได้ลาสิกขาบทจากสามเณรออกไปเป็นชั่วคราว เมื่ออายุได้ 24 ปี แต่ได้สมาทานศีลนุ่งขาวห่มขาวขอบวชเป็นชีผ้าขาว และได้รับการรักษาตัวจากพระฤาษีเป็นเวลา 1 ปี จนกระทั่งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆหายไปหมดสิ้น จากนั้นท่านได้ติดตามพระฤาษีไปโปรดเมตตารักษาคนตามสถานที่ต่างๆ เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ตลอดเวลาที่ลาสิกขาบทออกไปเพื่อรักษาตัวนั้น นายน้อยผ้าขาวบุญปั๋นได้คิดอยู่เสมอว่าหากอาการอาพาธหายแล้วก็จะกลับมาบวชอีกครั้ง จึงขออนุญาตพระฤาษีเดินทางกลับมายังวัดธรรมชัยบ้านแมและได้กราบเรียนเรื่องนี้แด่ท่านครูบาคำอ้าย ชยวุฑฺโฒ แจ้งความประสงค์ที่จะขอกลับเข้ามาอุปสมบทอีกครั้ง ชีวิตสมณะ การแสวงหาธรรม และปฏิปทา อุปสมบท กลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เมื่อท่านครูบาคำอ้าย ชยวุฑฺโฒ และคณะศรัทธาทราบถึงกุศลเจตนา แล้วก็ได้จัดให้เป็นไปตามความประสงค์ของท่าน ดังนั้นนายน้อยผ้าขาวบุญปั๋น จึงได้รับการอุปสมบทอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2477 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ขณะมีอายุได้ 26 ปี ณ พัทธสีมาโรงอุโบสถวัดร้องขุ้ม ต.บ้านแม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ โดยมี เจ้าอธิการอุนใจ๋ ญาโณ (ครูบาญาณะ) เจ้าอาวาสวัดท่าโป่ง เจ้าคณะตำบลบ้านแม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูบุญมา เมโธ (ครูบาเมธา) อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดวนารามน้ำบ่อหลวง เป็นพระกรรมวาจารย์ พระอธิการเตชา เตชกโร (ครูบาเตชา หรือท่านครูบาหนิ้ว) เจ้าอาวาสวัดจอมแจ้ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับสมณฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า “ธมฺมปญฺโญ” แปลว่า ผู้มีปัญญารู้ธรรม ศึกษาและปฏิบัติธรรม เมื่ออุปสมบทแล้วพระบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ ก็ได้ตั้งใจศกึษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตามแนวทางแห่งพระพุทธศาสนามาด้วยดีโดยตลอด และได้รับการศึกษาอบรมจากครูบาอาจารย์ต่างๆ ประกอบไปด้วย พระครูคำอ้าย ชยวุฑฺโฒ เจ้าอธิการอุ่นใจ๋ ญาณ พระครูบุญมา เมโธ ครูบาโสภา โสภโณ และพระสุธรรมยานเถร เจ้าอาวาสวัดวนารามน้ำบ่อหลวง คนทั่วไปเรียกท่านว่า “ครูบาเจ้าอิทจักรรักษา” ปัจฉิมวัยแห่งชีวิต เมื่อท่านครูบาบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ มีพรรษายุกาลมากขึ้น ก็มีศรัทธาสาธุชนที่เคารพเลื่อมใสท่านมากขึ้น มีผู้คนเดินทางมานมัสการขอพรและอาราธนาท่านไปกิจนิมนต์ต่างๆโดยตลอด ในปี 2538 ท่านได้เกิดอุบัติเหตุหกล้มลงตรงที่บันไดกุฏิ ทำให้กระดูกเองและกระดูกสันหลังของท่านแตกทำให้การเดินและการเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้อุปกรณ์เสริมช่วยในการเดิน และก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งในปี 2545 ระบบการทำงานของหัวใจของท่านครูบาบุญปั๋น ธมฺมปญฺโญ เป็นไปไม่ปรกติ และได้มรณภาพละสังขารเมื่อวันที่ 16 มกราคม2545 พระราชทานเพลิงปี 2548​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2020
  7. j999

    j999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    6,508
    ค่าพลัง:
    +5,793
    ขอจองครับ
     
  8. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รับทราบการจองขอบพระคุณครับ
     
  9. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    พระแก้วมรกตหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ขนาด 9 นิ้ว

    พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
    พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกอ่อนเนไฟรต์สีเขียวดังมรกต เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ หรือวัดพระแก้ว ตำบลเวียง เมืองเชียงราย
    ในปี พ.ศ. 1977 ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์จนพังทลายลง จึงพบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง จึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิกเกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์

    หลังจากนั้น พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ทราบข่าวการค้นพบพระพุทธรูปนี้ จึงเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ช้างทรงพระแก้วมรกตกลับไม่เดินทางไปยังเชียงใหม่ แต่ไปทางลำปางหากช้างนั้นมีพระแก้วมรกตอยู่บนหลังช้าง เชียงใหม่เห็นว่าลำปางก็อยู่ในอาณาจักรล้านนาจึงนำไปไว้ที่วัดพระแก้วดอนเต้า ถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช ได้เชิญพระแก้วมรกตมายังเชียงใหม่ สร้างปราสาทประดิษฐานไว้แต่ถูกฟ้าผ่าหลายครั้ง ครั้นเมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งล้านช้างซึ่งเป็นญาติกับราชวงศ์ล้านนามาครองเมืองเชียงใหม่ เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาเสด็จกลับหลวงพระบาง ก็เชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงค์ ทางเชียงใหม่ขอคืนก็ได้แต่พระพุทธสิหิงค์ เมื่อล้านช้างย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมาเวียงจันทน์ก็เชิญพระแก้วมรกตลงมาด้วย ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง มาจากอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ (ลาว) ในครั้งนั้นประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณราชวราราม ต่อมาเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมมหาราชวังขึ้น เมื่อมีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีในปี 2325
    เมื่อเสร็จสิ้นการสร้างพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากโรงพระแก้วในวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) มาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม "พระแก้วมรกต” หรือ "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามอย่างที่เราทราบกันในปัจจุบัน


    ds.jpg uj.jpg yt.jpg y.jpg hjg.jpg uu.jpg u[.jpg Clip_5.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  10. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5948

    พระแก้วมรกตหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม

    ปี 2518 ขนาดหน้าตัก 3 นิ้ว ฐาน4.5 นิ้ว เนื้อเรซิ่น

    พระแก้วมรกตถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคูเมือง ของเมืองไทย
    เชื่อกันว่า บูชาแล้ว จะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข ครับ
    สร้างน้อยหายากมากครับ



    ราคา 5900 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    sda.jpg lk.jpg fsfs.jpg jh.jpg klk.jpg ki.jpg Clip_4.jpg


    พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
    พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกอ่อนเนไฟรต์สีเขียวดังมรกต เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ หรือวัดพระแก้ว ตำบลเวียง เมืองเชียงราย
    ในปี พ.ศ. 1977 ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์จนพังทลายลง จึงพบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง จึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิกเกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์

    หลังจากนั้น พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ทราบข่าวการค้นพบพระพุทธรูปนี้ จึงเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ช้างทรงพระแก้วมรกตกลับไม่เดินทางไปยังเชียงใหม่ แต่ไปทางลำปางหากช้างนั้นมีพระแก้วมรกตอยู่บนหลังช้าง เชียงใหม่เห็นว่าลำปางก็อยู่ในอาณาจักรล้านนาจึงนำไปไว้ที่วัดพระแก้วดอนเต้า ถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช ได้เชิญพระแก้วมรกตมายังเชียงใหม่ สร้างปราสาทประดิษฐานไว้แต่ถูกฟ้าผ่าหลายครั้ง ครั้นเมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งล้านช้างซึ่งเป็นญาติกับราชวงศ์ล้านนามาครองเมืองเชียงใหม่ เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาเสด็จกลับหลวงพระบาง ก็เชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงค์ ทางเชียงใหม่ขอคืนก็ได้แต่พระพุทธสิหิงค์ เมื่อล้านช้างย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมาเวียงจันทน์ก็เชิญพระแก้วมรกตลงมาด้วย ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง มาจากอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ (ลาว) ในครั้งนั้นประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณราชวราราม ต่อมาเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมมหาราชวังขึ้น เมื่อมีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีในปี 2325
    เมื่อเสร็จสิ้นการสร้างพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากโรงพระแก้วในวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) มาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม "พระแก้วมรกต” หรือ "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามอย่างที่เราทราบกันในปัจจุบัน

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  11. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5949

    สมเด็จครูบาขันแก้ว วัดสันพระเจ้าแดง ฝังพลอยสวยกล่องเดิม


    มวลสารผงหลวงพ่อพรหมวัดช่องแค เพิ่มผงพุทธคุณแก้วสามดวงครูบาชุ่ม ครูบาขันแก้ว น้ำมนต์5วัด วัดช่องแค วัดน้ำบ่อหลวง วัดพระพุทธบาทตากผ้า วัดวังมุย วัดสันพระเจ้าแดง ผงไม้งิ้วดำ -พลอยเสกหลวงพ่อพรหม+ครูบาขันแก้ว คุณหมอสมสุข คงอุไร ท่านได้นำไปให้ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า ปลุกเสก ในวันที่ 13 ตุลาคม 2523 ก่อนจะนำมาให้ครูบาขันแก้ว ปลุกเสกตลอด ก่อนนำพระสมเด็จทั้งหมดออกมาทำบุญในงานทอดผ้ากฐินในปี 2524 #ใช้เเทนสมเด็จหลวงพ่อพรหมได้เลย


    บูชาแล้วครับ

    hl.jpg Clip_3.jpg jj.jpg nb.jpg n.jpg Clip_13.jpg

    ครูบาขันแก้ว วัดป่ายาง(สันพระเจ้าแดง)ถือเป็นพระเกจิล้านนาอีกท่านหนึ่งที่เป็นทั้งนักพัฒนา นักเทศน์ และยังมีฝีมือทางด้านศิลปะ ขณะครูบาขันแก้ว พรรษาที่ ๘ อายุ ๓๐ ปีตรงกับพ.ศ. ๒๔๗๑ ครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาจาริกธุดงค์มาบูรณะพระเจดีย์ และพระวิหารที่ “ดอยห้างบาตร” ครูบาศรีวิชัยได้เห็นฝีมือความสามารถทางช่างและอินทรีย์ที่ผ่องใสจากการปฏิบัติธรรม จึงได้มอบหมายให้ดูแลการบูรณะพระเจดีย์และพระวิหารแทน ก่อนที่ครูบาศรีวิชัยจะได้จาริกธุดงค์ต่อไป ได้ให้พรครูบาขันแก้ว อุตตโม ว่า
    “ให้ตุ๊น้องจงปฏิบัติธรรมจนไม่หวั่น ไหวในโลกธรรม ๘”
    พระครูอุดมขันติธรรม (ครูบาขันแก้วอุตตโม) อดีตเจ้าอาวาส วัดสันป่ายาง (สันพระเจ้าแดง) เกิดเมื่อวันอังคาร ที่ ๑๔ พ.ย.๒๔๔๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๒ ค่ำเดือน ๑๒ (เดือนยี่เหนือ) ปีกุนที่ ต.ห้วยยาบ อ.เมือง จ.ลำพูน มีนามเดิมว่า ขันแก้ว นามสกุล อิกำเหนิด บิดาชื่อ นายอินตา อิกำเหนิด มารดาชื่อ นางสม อิกำเหนิด ท่านครูบามีพี่น้องเกิดท้องเดียวกัน ๕ คน เป็นน้องหญิง ๓ คน น้องชาย ๑ คน คือ
    ๑. พระครูอุดมขันติธรรม(ครูบาขันแก้ว อุตตโม)
    ๒. ด.ญ.อุ่น อิกำเหนิด (ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเยาว์)
    ๓. นางบัวเขียว อิกำเหนิด (ถึงแก่กรรม)
    ๔. นายก๋อง อิกำเหนิด (ถึงแก่กรรมแต่มีบุตรหลานสืบสกุลอยู่ในปัจจุบันนี้)
    ๕. นางทา อิกำเหนิด (ถึงแก่กรรม)
    โยมปู่ครูบาขันแก้ว ได้อพยพครอบครัวมาจาก ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูนมาอยู่ ต.ห้วยไซก่อน แล้วจึงได้อพยพย้ายครอบครัวลงมาอยู่ที่ ต.ห้วยยาบ ตั้งรกรากใกล้กับวัดป่ายาง(สันพระเจ้าแดง) ซึ่งเป็นวัดร้าง และได้เป็นหัวหน้าบูรณะ ซ่อมแซมก่อสร้างจนเป็นวัดขึ้นมาตราบจนทุกวันนี้
    พระครูอุดมขันติธรรม (ครูบาขันแก้ว อุตตโม) ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๓ ปี ณ วัดป่ายาง อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ ๒๑ ปี ณ วัดต้นปิน ต.บ้านธิ อ.เมือง จ.ลำพูน โดยมีพระอธิการแก้ว (ครูบาอินทจักโก) วัดป่าลานเป็นพระอุปัชณาย์ ได้ฉายาว่า “อุตตโม” พรรษาที่ ๔ อายุได้ ๒๕ ปี ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ จ.ลำพูนให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดป่ายาง เมื่อพ.ศ.๒๔๖๘
    พรรษาที่ ๖ อายุได้ ๒๗ ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยยาบและเป็นผู้รักษาการเจ้าคณะตำบลบ้านธิอีกตำแหน่ง ปกครองดูแลวัดทั้ง ๒ ตำบลถึง ๖๘ วัด พรรษาที่ ๓๒ อายุได้ ๕๓ ปี ได้รับสมณศักดิ์พระครูชั้นประทวนและในพรรษานี้ได้ไปบำเพ็ญมหากุศล มหาวิบากญาณรัมปยุต ๑๓ และมหากิริยาจิตเข้า “อภิสัญญาณโรธ”กับครูบาชุ่มโพธิโก ณ “ดอยห้างบาตร” เมื่อบำเพ็ญทุกข์กิริยาเพื่อให้เกิด “วิปัสสนาญาณ” ได้ “ธรรมจักษุ” (ดวงตาเห็นธรรม) ๗ วัน ๗ คืน ใน ๔ อิริยาบถ พรรษาที่ ๔๙ อายุได้ ๗๐ ปี ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอุดมขันติธรรม”
    ในปีพ.ศ.๒๕๒๑ และปีพ.ศ.๒๕๒๓ ครูบาขันแก้วได้เมตตาต่อคณะศิษย์วัดมีพรหมโพธิโก แสดงมหากิริยาจิต กำหนด “สุขวิปัสสก” ด้วยโสมนัสสหคตังญาณ สมปยุตตัง อสังขาริกัง ให้เกิด ”ปัญญาวิมุตติ” ได้”ธรรมจักษ์” ประหารกิเลสด้วย “สมุทจเฉทประหาร” และกำหนดมหากิริยาจิตแสดง “นิพพานัสส รจังฉิกิริยา” (การทำให้แจ้งในพระนิพพาน) ด้วยอารมณ์การได้ “มงกฎพระเจ้า” ดวงตาของครูบาขันแก้ว อุตตโม ได้เปลี่ยนสีจากสีเนื้อลูกลำไย เป็น “สีฟ้าเข้มทั้งดวงตา” แสดงถึงกิริยาของผู้หมดกิเลสเป็นการเปิดภูมิปัญญาในโลกุตรภูมิ เบื้องต้นและโลกุตระภูมิสูงสุด พระเมตตาคุณที่ได้แสดงมหากิริยาจิตในการโปรดสัตว์ทั้งสองครั้งนี้ ยากที่จะลืมเลือนได้
    หลวงปู่ขันแก้ว เป็นเพื่อนรักของหลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุย และก็ได้มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการบำเพ็ญกุศลช่วยงานศพอยู่ทุกคืนน่าจะนิมนต์มาท่านมาร่วมด้วย จะเคยปลุกเสกหรือไม่เคยปลุกเสกไม่สำคัญ คณะกรรมการวัดก็เลยนิมนต์ หลวงปู่ครูบาขันแก้ว มาร่วมพิธีด้วยแสดงความมหัศจรรย์นั่งเคี้ยวเมี่ยงในงานพุทธาภิเษก
    พิธีปลุกเสกได้เริ่มในตอนกลางคืนวันที่ 18 ก.พ. 2520 เวลา19.50น หลวงปู่ขันแก้ว ได้นั่งอยู่ในตำแหน่งที่หันหน้าเข้าหาพระประธาน หลวงปู่อีก3 องค์คือ หลวงปู่อินทรจักร วัดน้ำบ่อหลวง ท่านเจ้าคุณญาณ วัดมหาวัน หลวงปู่ท่านเจ้าคุณพระธรรมโมลี วัดพระธาตุหริภุญไชย นั่งหลับตาแผ่อำนาจจิตปลุกเสก แต่หลวงปู่ขันแก้วกับนั่งลืมตาเคี้ยวเมี่ยงอยู่เบิกตากว้างมองดูเฉยๆๆ ชาวบ้านวัดวังมุ่ยเริ่มมีปฎิกริยาพึมพำพูดกันว่าใครหนอนิมนต์ตุ๊เจ้าที่ปลุกเสกไม่เป็นมาร่วมพีธี ทำเอาเจ้าคณะตำบลประตูป่าเข้ามาพูดกับคุณพ่อสมสุขว่า โยมหมอใครไปนิมนต์ตุ๊ลุงองค์นี้มา พวกที่ชมและชาวบ้านในพีธีบ่นว่าไปเอาพระที่ไหนมา ดูซินั่งลืมตาเคี้ยวเมี่ยงไม่เห็นปลุกเสกอะไรเลย คุณพ่อบอกว่าผมนิมนต์มาเองขอให้รอดูประเดี๋ยว
    คุณพ่อยังนึกอยู่ว่านั่งเบิกตาอย่างนี้เคยเห็นที่ไหน หลวงปู่ขันแก้วนั่งลืมตาอยู่เกือบ15 นาที่ ประกายตากร้าวแข็ง ส่วนองค์อื่นท่านนั่งหลับตาตามความถนัดของท่าน ส่งกระแสจิตออกมาปลุกเสก หลวงปู่ขันแก้ว ปลุกเสกด้วย เมตตาเจโตวิมุติ หลวงปู่เริ่มเปลี่ยนอิริยาบถ โดยนั่งห้อยเท้า ตาของท่านเริ่มเป็นประกายกล้า ขณะนั้นช่างภาพก็ถ่ายรูปในอิริยาบถนั้น ทันที่ที่แสงไฟแฟลชสว่างจ้านัยน์ตาของหลวงปู่ขันแก้วก็มิได้กระพริบ ช่างภาพอีกหลายคนก็เข้าไปถ่ายแสงไฟสว่างจ้าแต่นัยต์ตาของหลวงปู่ก็อยู่อย่างปกติคือลืมตาอย่างนั้นไม่กระพริบเลย หลังจากนั้นช่างภาพหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นก็เข้าไปถ่ายซึ่งไฟแฟล็ชแรงกว่ามากก็เข้าไปถ่ายผลปรากฎ ตาของหลวงปู่ขันแก้วก็ไม่กระพริบเป็นเวลานาน คนธรรมดาไม่สามารถทำได้อย่างแน่ เปิดภูมิปัญญาโลกุตระด้วยมหากริยาจิต
    คุณพ่อเข้าใจทันที ที่นึกว่าเคยเห็นที่ไหนก็นึกออกว่าเคยเห็น หลวงปู่พรหม ถาวโร แห่งวัดช่องแค ท่านปลุกเสก พระแสงแฟล็ช ถ่ายรูปไม่ทำให้ นัยน์ตา ท่านกระพริบและท่านก็นั่งลืมตาปลุกเสกความจริงแล้วหลวงปู่ขันแก้วไม่ได้มีเจตนาจะแสดงอภินิหารหรืออวดเป็นเพียงการนั่งปลุกเสกของผู้สำเร็จอานาปานสติกรรมฐาน คือสมาธิแบบลืมตาและนั่งหายใจออก หายใจเข้าจนได้ดวงตาเห็นธรรมและใจหมดอาสวะกิเลสเป็นแบบสมาธิที่ถูกต้องของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีหลักฐานแสดงในอานาปาสติสูตรจากหนังสืองานพระศพของหลวงปู่ขันแก้วที่คุณพ่อสมสุข
    พระอริยะสงฆ์ผู้ที่จารึกว่า พระผู้อุดมด้วยวิชชา และวิมุตฺติ มีไว้บูชาติดตัว ติดบ้านร่มเย็นเป็นสุข กันภัยที่จะเกิดขึ้นทั้งปวงครับ


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  12. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5950

    พระเหนือพรหม ครูบาชัยวงศ์ ปี 37 เนื้อผงจักรพรรดิ์ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ครูบาชัยวงศ์เมตตาอธิษฐานจิต


    พระเหนือพรหม ปี 37 เนื้อผงจักรพรรดิ์ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก

    ครูบาชัยวงศาอธิษฐานจิต

    พระเหนือพรหม หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน พระเหนือพรหม ปี 37 หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน รุ่นนี้พระอาจารย์สุทิน (ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ วัดสะแก) สร้างให้ครูบาชัยยวงศ์ษา อธิษฐานจิตปลุกเสก โดยใช้ผงของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก เป็นมวลสารหลัก
    พระดีน่าใช้มากๆ สวย ๆครับ


    บูชาแล้วครับ

    IMG_0606.JPG IMG_0607.JPG
    fjB8OmUMbOlp9linKt1kaSNXBJu-hvRppcT5_3qMCKne&_nc_ohc=njEorex6_n4AX99N9xM&_nc_ht=scontent.fbkk5-6.jpg

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  13. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5951

    พระเหนือพรหม หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ เชียงใหม่ ฝังตะกรุดเม็ดพระธาตุ หลังจาร พิมพ์ใหญ่
    พระผงกรรมฐานจักรพรรดิ มีพระธรรมธาตุเสด็จ ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก พระเหนือพรหม เป็นพระผงยุคแรกของท่าน ราวๆ ปี 35-39 โดยได้นำมวลสารผงมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ กับมวลสารของหลวงตาที่ได้สะสมไว้นำมากดเป็นองค์พระ ตามวิธีที่ท่านได้ศึกษามาจาก หลวงปู่ดู่ พระผงกรรมฐานจักรพรรดิของหลวงตาจะมีพระธรรมธาตุเส

    ฝังตะกรุดเม็ดพระธาตุ หลังจาร พิมพ์ใหญ่

    ราคา 700 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    IMG_0567.JPG IMG_0568.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  14. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5952

    พระเหนือพรหม หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ เชียงใหม่ ฝังตะกรุดเม็ดพระธาตุ หลังจาร พิมพ์เล็ก

    พระผงกรรมฐานจักรพรรดิ มีพระธรรมธาตุเสด็จ ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก พระเหนือพรหม เป็นพระผงยุคแรกของท่าน ราวๆ ปี 35-39 โดยได้นำมวลสารผงมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ กับมวลสารของหลวงตาที่ได้สะสมไว้นำมากดเป็นองค์พระ ตามวิธีที่ท่านได้ศึกษามาจาก หลวงปู่ดู่ พระผงกรรมฐานจักรพรรดิของหลวงตาจะมีพระธรรมธาตุเสด็จ

    ฝังตะกรุดเม็ดพระธาตุ หลังจาร พิมพ์เล็ก

    ราคา 550 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    IMG_0613.JPG IMG_0614.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  15. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5953

    พระผงกรรมฐานจักรพรรดิรูปเหมือนหลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ เชียงใหม่ ฝังตะกรุดเม็ดพระธาตุ หลังจารติดเส้นเกศาพ่อเเม่ครูบาอาจารย์


    พระผงมีพระธรรมธาตุเสด็จ ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก พระเหนือพรหม เป็นพระผงยุคแรกของท่าน ราวๆ ปี 35-39 โดยได้นำมวลสารผงมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ กับมวลสารของหลวงตาที่ได้สะสมไว้นำมากดเป็นองค์พระ ตามวิธีที่ท่านได้ศึกษามาจาก หลวงปู่ดู่ พระผงกรรมฐานจักรพรรดิของหลวงตา

    ราคา 550 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    IMG_0609.JPG IMG_0611.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  16. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5954

    พระผงกรรมฐานจักรพรรดิ ปาง ประสูติ ตรัสรู้ นิพาน หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ เชียงใหม่ ฝังตะกรุดเม็ดพระธาตุ จาร


    พระผงมีพระธรรมธาตุเสด็จ ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก พระเหนือพรหม เป็นพระผงยุคแรกของท่าน ราวๆ ปี 35-39 โดยได้นำมวลสารผงมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่ กับมวลสารของหลวงตาที่ได้สะสมไว้นำมากดเป็นองค์พระ ตามวิธีที่ท่านได้ศึกษามาจาก หลวงปู่ดู่ พระผงกรรมฐานจักรพรรดิของหลวงตา


    ราคา 750 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    IMG_0564.JPG IMG_0566.JPG
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2020
  17. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5955

    เหรียญรุ่น3ห่วงครูบาสิงห์แก้ว (ครูบาผีกลัว) วัดปากกอง


    รุ่น 3 หมดห่วง ครูบาปากกอง เนื้อทองแดงรมมันปู มีชนิดเดียว หน้าตรง ครึ่งองค์ รุ่นฉลองอายุครบ ๘๖ ปี ศิษย์สร้างถวายหลวงพ่อ จำนวน ๖๐๐๐ เหรียญ ครูบาปากกองปลุกเสกเดี่ยวทุกคืนทุกวัน ตั้งแต่วันพุธที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ จนถึง ๑๕ เมษายน ๒๕๓๔ (วันพญาวัน) ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๕ เหรียญรุ่น ๓ ครูบาท่านชราภาพมากแล้ว ตั้งใจเสกทิ้งทวน เสกจนหมดพุงที่ร่ำเรียนวิชาอาคมขลังมา เหรียญรุ่น ๓ ไม่มีห่วงถือว่าเป็นรุ่นสุดท้ายจริงๆ เหรียญนี้ล้วนมีประสบการณ์มากมายนักในเรื่องกัน ผี ไล่ผีและปราบผีฉมังนัก นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงเรื่องการป้องกันคุณไสย ใช้แก้คุณไสย ใช้ห้อยคอ พกติดตัว ติดบ้านเรือน หรือไว้ติดรถ เวลาเดินทางไปไหนจะรู้สึกอุ่นใจ


    สวยเดิมๆเลี่ยมพลาสติดพร้อมใช้ครับ

    ราคา 2450 บาท สนใจสอบได้ครับ 086-1936900

    olpp.jpg kki.jpg po.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  18. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5956

    เหรียญรุ่นแรกครูบาสิงห์แก้ว (ครูบาผีกลัว) วัดปากกอง บล็อก Sขีด


    เหรียญหลักยอดนิยมของเมืองเหนือ ท่านโด่งดังมากเรื่องปราบผี จนเป็นที่ขนานนามที่ว่า ครูบาผีกลัว แห่งสารภีวัตถุมงคลของท่านพุทธคุณเด่นใช้เรื่องกันผีได้ดีมาก ครับ
    พิธีปลุกเสกที่วัดพระธาตุดอยสุเทพในพิธีมหาพุทธาภิเษกพระพุทธสิหิงค์จำลอง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2515 โดยคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเป็นประธาน โดยนิมนต์สุดยอดพระเกจิคณาจารย์ 108 รูป ร่วมนั่งปรกปลุกเสก อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร, หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท, หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่, หลวงพ่อเกษม เขมโก จังหวัดลำปาง, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม, ครูบาคำแสน อินทจักรโก วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่, ครูบาคำแสน คุณาลังกาโร วัดป่าดอนมูล จังหวัดเชียงใหม่, ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุ่ย จังหวัดลำพูน, พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และอาจารย์ชุม ไชยคีรี เจ้าพิธีฝ่ายฆราวาส เป็นต้น นับเป็นพิธีปลุกเสกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพิธีหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ แถมมีพระเกจิอาจารย์ดังทั้งภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้ รวมพลังปลุกเสกกันอย่างเข้มขลัง ครับ


    บูชาแล้วครับ

    p.jpg f.jpg g.jpg ujj.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2020
  19. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5957

    เหรียญเณรรุ่นแรก พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร วัดบ้านด้ายธรรมประสิทธื์ ปี 2519 ตอนท่านอายุได้ 11 ปี บล็อกนิยม ประคำเกิน สภาพสวยมากครับ


    เหรียญหลักยอดนิยมของท่านครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร


    ราคา 35500 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    ff.jpg ii.jpg i.jpg Clip_3.jpg

    Clip_6.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020
  20. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    8,603
    ค่าพลัง:
    +1,189
    รายการที่ 5958

    ตะกรุดยันต์หนังกาสะท้อนหลวงปู่ครูบาอินตา วัดห้วยไซ.


    จัดเป็นเครื่องรางสายเหนือ ที่ได้รับความนิยมมานาน เชื่อกันว่า มีอิทธิคุณช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายและไม่ดีต่างๆ ให้สะท้อนกลับออกไป ไม่สามารถส่งผลร้ายแก่ผู้ที่พกบูชาติดตัวได้ ทั้งนี้เรามักจะออกเสียง "ก่า" เป็น "กา" จนกลายเป็น "ตะกรุดกาสะท้อน"

    ยันต์ก่าสะท้อนเป็นยันต์ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้นิยมยันต์ล้านนาทั้งหลาย คำว่า “ก่า” เป็นภาษาล้านนา แปลว่า ป้องกัน, ไม่ให้เกิดขึ้น คุณวิเศษของยันต์ก่าสะท้อนนั้น สามารถป้องกันอันตรายต่างๆ ทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็น มนต์ดำ คุณไสย คุณผี คุณคน ที่กระทำย่ำยีมาใส่เรานั้น ตะกรุดนี้จะสะท้อนสิ่งเหล่านั้นกลับไปยังผู้ทำของทำคุณไสยใส่เราได้ตามกฎแห่งกรรม

    อย่างไรก็ตาม ยันต์ก่าสะท้อนมีหลายชนิดหลายแบบแตกต่างกันไป เช่น ยันต์ก่าสะท้อนที่ทำจากหนังลูกวัวเกิดแล้วตายคาอวัยวะเพศ ส่วนมากจะหุ้มหรือพอกยันต์ด้วยครั่ง ยันต์ก่าสะท้อนชนิดนี้สามารถป้องกันอันตรายได้หมด เป็นมหาอุด ปืนยิงไม่ออก หลวงปู่ครูบาเจ้าชุ่ม วัดวังมุย เคยสร้างไว้ ตอนนี้หายากมากแล้ว

    ในส่วนของยันต์ก่าสะท้อนที่ใช้ครั่งพอกนี้ มีคุณวิเศษมากหลายประการ ที่ใช้ครั่งพอกเพราะว่า หากมีผู้ใดประสงค์ร้ายกับเรา ทำคุณไสยใส่เรา ครั่งที่พอกยันต์ก่าสะท้อนจะแตก หากเรานำครั่งที่แตกนั้นไปเผาไฟ ของที่ผู้ประสงค์ร้ายทำใส่เราจะสะท้อนกลับไปหาตัวผู้นั้นเอง นี่คือที่มาของคำว่า ก่าสะท้อน คือทั้งป้องกัน และสะท้อนนั่นเอง

    #ดอกนี้สวยทองแดงพันหนัง ครบสูตรตามตำราทุกอย่างของท่านครูบาอินตา

    พระครูถาวรวัยวุฒิ (หลวงปู่ครูบาอินตา อินฺทปัญฺโญ)พระเกจิผู้ทรงวิยาคมเเห่งเมืองลำพูนพระอาจารย์ของท่านครูบากฤษดาวัดสันพระเจ้าแดง

    เจ้าตำหรับตะกรุดยันต์จืน(ตะกั่ว)หน้าแหนบลบเจ็ดครั้งอันโด่งดัง เป็นตำราโบราณของท่านครูบาอินตาได้สืบทอดมาจากอาจารย์ ใช้ตะกั่วโบราณคนล้านนาเรื่องจืนได้จากพระกรุเก่าหรือตะกั่วจืนหน้าแหนบแผ่นตะกั่วที่ติดหลังแก้วอังวะ(แผ่นเเก้วจืนประดับโบราณ) นำมาหลอมแล้วนำมาตีเป็นแผ่นจารยันต์ลงไปทำแบบนี้จนครบตามตำรา 7 ครั้ง

    พุทธคุณลูกศิษย์ทุกท่านต่างทราบกันเป็นอย่างดีเป็นที่กล่าวขาน ไว้เพื่อแจกลูกศิษย์ลูกหา และแจกทหารกล้า พุทธคุณ ข่ามคงกระพัน (เหนียว)และ กันภูตผีปีศาจทั้งหลาย

    โด่งดังมากจนท่านครูบาชุ่ม โพธิโก แห่งวัดวังมุ่ยเจ้าของตำราตะกรุดหนังควายตายท้องกลม ได้ทราบกิตติคุณถึงตะกรุดจืนหน้าแหนบของครูบาอินตาแห่งวัดห้วยไซ ครูบาชุ่ม ท่านได้เดินเท้าจากวัดวังมุย มาถึงวัดห้วยไซ อ บ้านธิ เพื่อมาขอแลกเปลี่ยนวิชากับท่านครูบาครูบาอินตา ทั้งครูบาทั้ง 2 ท่านจึงได้เเลกเปลี่ยนวิชากันครูบาชุ่มนั้นท่านให้ตำรา ตะกรุดหนังควาย ให้กับครูบาอินตา ส่วนครูบาอินตาให้ได้มอบวิชาตะกรุดจืนหน้าแหนบแก่ครูบาชุ่ม จนกลายเป็นตานาน2 จอมขมังเวทย์เเห่งเมืองลำพูนครับ

    #ดอกนี้ครับแตกเห็นทองพันหนังยุคแรกดูง่ายครับ

    ราคา 3500 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    uu.jpg u.jpg v.jpg iip0.jpg ol.jpg o.jpg

    Clip_34.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 พฤษภาคม 2020

แชร์หน้านี้

Loading...